พระขรรค์ “มหาวชิระพรหม” มวลสารสัตตะวชิระโลหะธาตุ พระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” เพียงเล่มเดียว ทรงไว้ซึ่งอานุภาพแห่งมหาพุทธบารมี และมหาบารมีของพระโพธิสัตว์จึงทำให้พระขรรค์-ดาบ “มหา วชิระพรหม” มีอานุภาพมากมายมหาศาล
1 สารบัญ หน้า คำเตือน 3 วัตดุประสงค์การะสร้าง 5 ลักษณะการจัดสร้าง 6 สัตตะวิชา รวมที่สุดแห่ง ๗ วิชา 7 ขั้นตอนพิธี 9 มวลสารพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” 10 มีดหมอ, พระขรรค์ และดาบ ครูบาอาจารย์ต่างๆ 12 อาวุธโบราณ 15 มวลสารศักดิ์สิทธิ์ 16 เหล็กอาถรรพ์ 17 ตะกรุดครูบาอาจารย์ต่างๆ 18 ห่วงจากเหรียญครูบาอาจารย์ต่างๆ 18 มวลสารลูกอมปัจเจกพุทธวชิรปารมี 20 มวลสารด้ามพระขรรค์ “มหาวชิระพรหม” 22 พุทธคุณพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” 23 ลายยันต์บนพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” 26
2 คาถาที่ลงบนพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” 27 คาถาเพิ่มหลังจิต 28 วิธีอาราธนามีดหมอ (หลวงพ่อเดิม) 28 คาถาอาวุธพระพุทธเจ้า 29 หัวใจพาหุงฯ 29 วิธีดึงบารมีจากมีดหมอเข้าสู่กายให้เกิดอิทธิคุณ 30 คาถากำเนิดพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” 30 คาถาจับพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” 32 แผนที่สำนักสงฆ์เจโตวิมุตติ 32
3 คำเตือน ๑. วิชาในตำราเล่มนี้มิได้อนุญาตให้ทำการคัดลอก, เผยแพร่ ในสื่อทุกประเภทหรือรูปแบบต่างๆ ๒. ไม่ควรชักพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” เล่นถ้าไม่มี ความจำเป็น ควรไว้ที่สูง ไม่ควรให้เด็กเล่น ผู้หญิงมีประจำเดือน ห้ามจับ ตำราเล่มนี้มอบให้จำเพาะผู้ที่มีพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระ พรหม” เท่านั้น หากกระทำเกินกว่านั้นถือว่าเป็นการ “ผิดครู” และต้องแรงครูด้วย เนื่องจากผู้สร้างได้รวบรวมมวลสารอาถรรพ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่างๆ มากมาย รวบรวมมวลสารจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใช้เวลาในการ รวบรวมนับเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีด้วยกัน ทำตามต้นตำรับตำรา โบราณและขั้นตอนพิธีกรรมถูกต้องครบถ้วน ครูบาอาจารย์หลาย องค์หลายท่านประสิทธิ์ประสาทวิชาอธิษฐานจิตให้อย่างเต็มกำลัง มีหลายสำนักมาขอปันมวลสารนี้ไปเพื่อสร้างวัตถุมงคล เพื่อ นำปัจจัยมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ผู้สร้างมีความยินดีใจปลาบ ปลื้ม อนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง
4 อีกทั้งผู้ที่ต้องการมวลสารและจะตะไบพระขรรค์-ดาบ “มหา วชิระพรหม” มวลสารทั้งปวงนี้เป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์และ จะต้องได้ฉันทานุมัติจากผู้สร้างเท่านั้น เพื่อสมเจตนารมณ์ของ ผู้สร้างและจะได้มิต้องผิดแรงครู ขออนุโมทนากับท่านเจ้าภาพที่ได้ร่วมบูชาพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” นี้ เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและแบ่งเบา ภาระงานพระศาสนา ทั้งในเขตสำนักสงฆ์เจโตวิมุตติแห่งนี้และพระ พุทธอาณาจักรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอบารมีแห่ง “สัมเพพุทธา” ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง “พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง” ด้วยอานุภาพแห่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย “อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส” ด้วย เดชแห่งพระอรหันต์ทั้งหลาย จงปกปักษ์รักษาท่านทั้งปวงเทอญ
5 วัตถุประสงค์การสร้าง เพื่อจัดหาปัจจัยสบทบโครงการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ ภายในสำนักสงฆ์เจโตวิมุตติ และงานบุญเนื่องด้วยสมเด็จองค์ปฐม ดังนี้ ๑. ปลดหนี้ค่าที่ดินวัด ๒. มหาอุโบสถขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๒ ไร่ ๓. สร้างสมเด็จองค์ปฐมเนื้อสัมฤทธิ์หน้าตัก ๖ เมตร ประดิษฐานเป็นพระประธานในมหาอุโบสถ ๔. โรงทาน, หอฉันทาวิสุทธิ์ เพื่อรองรับผู้มาปฏิบัติธรรม ๕. โครงการสร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๔ ศอก จำนวน ๑๐๘ องค์ ๖. สร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๘ ศอก ณ วัดวังโพธิการาม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
6 ลักษณะการจัดสร้าง ๑. พระขรรค์มหาวชิระพรหม ขนาด ๕ เซนติเมตร ด้ามเนื้อสัมฤทธิเดช สร้างจำนวน ๕,๕๕๕ เล่ม ด้ามเนื้อเงิน สร้างตามจำนวนจอง ด้ามเนื้อนวโลหะ สร้างตามจำนวนจอง ด้ามเนื้อนาก สร้างตามจำนวนจอง ด้ามเนื้อทองคำ สร้างตามจำนวนจอง ๒. ดาบมหาวชิระพรหม เล่มยาว สร้างตามจำนวนจอง ๓. พระขรรค์มหาวชิระพรหม เล่มยาว สร้างตามจำนวนจอง ๔. พระขรรค์มหาวชิระพรหม ขนาดใบ ๔ นิ้ว สร้างจำนวน๓๓๓ เล่ม ๕. มหาวชิรพรหมาวุธ แบบมีแฉกทั้ง ๒ ด้าน สร้างตามจำนวนจอง ๖. มหาวชิรพรหมาวุธ แบบมีแฉกเพียงด้านเดียว สร้างตามจำนวน จอง ๗. ลูกอมปัจเจกพุทธวชิรปารมี ๘. ลูกอมปัจเจกพุทธวชิรปารมีฝังตระกรุดทองคำจารยันต์หัวใจ โลกธาตุ
7 สัตตะวิชา รวมที่สุดแห่ง ๗ วิชา ๑. วิชาสัตตะโลหะ ตำราพระร่วงเจ้า แห่งกรุงสุโขทัย ว่าด้วย เรื่องโฉลกสัดส่วนของศาสตรา และการหลอมรวมโลหะอาถรรพ์ ซึ่ง เป็นวิชาที่ขุนแผนใช้ตีดาบฟ้าฟื้น พระอาจารย์ท่านเลือกโฉลก สัดส่วนของศาสตรา ตามตำรานี้ครับ ตำราโฉลกดาบ ๑. ชนะภัย------------ชนะภัยอันตรายต่าง ๆ ๒. ภัยหิรัญ-----------สูญเสียเงินทองจากภัยอันตราย ๓. พ้นพินาศ----------ปราศจากความวิบัติ ๔. ราชทัณฑ์---------ต้องโทษอาญาแผ่นดิน ๕. สุวรรณลาภ--------โชคลาภทรัพย์สินเงินทอง ๖. ปราบนคร----------ปราบปรามบ้านเมืองราบคาบสงบสุข ๗. บวรประสิทธิ์-------ประสบความสำเร็จ ๘. ฤทธิเดช----------เป็นอำนาจ เป็นที่ครั่นครามแก่ผู้คน ๙. เศวตฉัตร---------ความยิ่งใหญ่เป็นผู้นำ ๑๐.สมบัติธิบดี--------เป็นใหญ่ครอบครองสมบัติมหาศาล ๒. วิชาวชิระธาตุ วชิระโลหะ ตำรับวิชาของธิเบต เพื่อสร้าง อาวุธเทพเจ้า โดยจะนำยอดของสิ่งที่ถูกฟ้าผ่า ๗ อย่าง มาหลอม รวมกัน
8 ๓. วิชาสายวัดประดู่โรงธรรม สมัยอยุธยา ปรมาจารย์ต้นวิชา คือ สมเด็จพระสังฆราช พนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระอาจารย์ผู้ประสิทธิ ประสาทวิชาถวายสมเด็จพระนเรศวร ส่วนผู้ที่ทำให้สายดาบวิชานี้ โด่งดัง คือ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์ ๔. วิชาพระขรรค์โสฬส ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขาม เฒ่า จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นวิชาที่แตกแขนกมาจากตำราวิชาสัตตะ โลหะ ของพระร่วงเจ้า โดยการนำบารมี ๓๐ ทัศ ของพระพุทธเจ้า ประจุ อีกทั้ง ใส่วัตถุอาถรรพ์ต่างๆ ผสมเพิ่มเข้าไป ๕. วิชาของหลวงตาดำ พระบรมครูธรรมเทพโลกอุดร โดยมี การประจุเลขยันต์ลงในด้าม ได้แก่ ๑ ยันต์ นะมหากลับ นะมหา สะท้อน ใช้สะท้อนคุณไสย อวิชชา ๒ ยันต์ โล่เกราะเพชร ใช้กันสิ่ง ชั่วร้ายภยันตรายต่างๆ และจะมีการประจุวัตถุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงใน ด้ามด้วย ๖. วิชายันต์ตระกรุดกำแพงแก้ว ๗ ชั้น ๑ ดอก ป้องกัน ๒ ดอก เป็นอาวุธ วิชายันต์ตะกรุดกำแพงแก้วนี้พระอาจารย์ยุคลธรณ์ ได้รับถ่ายทอดมาจากอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้ร่ำเรียนวิชาอาคม ต่างๆ มาจากท่านอาจารย์แปลก ร้อยกลางบาง ลูกศิษย์ หลวงปู่ เอี่ยม วัดสะพานสูง โดยจะนำตะกรุดนี้ประจุลงในด้ามด้วย
9 ๗. วิชายันต์ตะกรุดหัวใจโลกธาตุ หลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งหลวงปู่ได้รับถ่ายทอดมาจาก ฤๅษีพรหมอัตถะ วิชานี้พระอาจารย์ยุคลธรณ์ได้รับมาในนิมิต โดยหลวงปู่เฒ่ายิ้มมา มอบไว้ให้ ขั้นตอนพิธี ๑. พิธีบรมโพธิศาสตราภิเษก ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๗ ในพิธีนี้มีเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือ หลังจากพิธี เสร็จสิ้นลงท้องฟ้าที่สว่างแสงแดดจ้าก็ค่อยๆ มืดครึ้มลงทั่วทั้ง ท้องฟ้า และเกิดฟ้าผ่าลงมายังบริเวณวัดใกล้ๆ กับศาลาที่ทำพิธี พร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นตามมาเพียงครั้งเดียว ดังมากโครม เดียวแล้วหายไปเลยครับ เงียบสนิมไม่มีเสียงฟ้าร้องตามมาอีกเลย ไม่เหมือนเวลาที่มีฝนตกฟ้าร้องทั่วๆ ไปที่จะมีเสียงฟ้าร้องตรงนั้น บ้างตรงนี้บ้างดังเป็นระยะๆ แต่นี่ครั้งเดียวดังมากแล้วเงียบหายและ ไม่มีฝนตก พระอาจารย์ท่านกล่าว "เบื้องบนท่านแสดงให้ทราบว่าพิธี บรมโพธิศาสตราภิเษกเหล็กสัตตะวชิระโลหะสมบูรณ์แบบ เต็ม วาระ ครบถ้วนถูกต้องตามพิธีทุกอย่าง จึงแสดงเป็นฟ้าผ่าและเสียง ฟ้าร้อง" และหลังจากวันที่ ๑๕ เป็นต้นมาที่วัดก็มีเสียงฟ้าร้องทุกวัน อังคารและวันเสาร์อย่างไม่มีเมฆฝนแต่อย่างใด
10 ๒.ทำพิธีเสก ๗ เสาร์ ๗ อังคาร ในระยะนี้จะนำพระขรรค์- ดาบ ให้ครูบาอาจารย์หลายสาย หลายรูป อธิษฐานจิต เพื่อให้ทรง อิทธิคุณ ๓.พิธีบรมโพธิศาสตราภิเษก ครั้งสุดท้าย อีกทั้ง เสาร์ที่ ๗ นั้นตรง กับวัน เสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖(เสาร์ ๕) ตรงกับ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยจะทำพิธีในเวลาเที่ยงตรง ราชสีห์ฤกษ์ พระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” เพียงเล่มเดียว ทรงไว้ซึ่ง อานุภาพแห่งมหาพุทธบารมีและมหาบารมีของพระโพธิสัตว์จึงทำ ให้พระขรรค์มหาวชิระพรหมมีอานุภาพมากมายมหาศาล มวลสารพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” ใบทำจากเหล็กสัตตะวชิระโลหะซึ่งนำมวลสารของ ดาบวชิระ พรหม มาหลอมรวมกับสุดยอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยากอีก หลายชิ้น เหล็กยอดพระธาตุดอยตุง เพราะเป็นเวลานานกว่าร้อยปีที่จะมีการบูรณะซ่อมแซมพระ ธาตุดอยตุง เหล็กชิ้นนี้เป็นเหล็กส่วนยอดขององค์พระธาตุจึงเป็น มวลสารที่หาได้ยาก
11 เหล็กยอดพระธาตุจอมกิตติ เนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศพม่าเมื่อต้นปี ๒๕๕๖ เป็นเหตุให้พระธาตุจอมกิตติทรุดตัวและบิดงอ จึงได้มีการบูรณะ ซ่อมแซมองค์พระธาตุขึ้น เหล็กชิ้นนี้จึงเป็นมวลสารที่หายากและ ทรงคุณค่า เหล็กยอดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม เนื่องด้วยตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๕ มีการบูรณะซ่อมแซม องค์พระปฐมเจดีย์ครั้งใหญ่ ในรอบ ๑๖๐ ปี จึงจะได้เหล็กชิ้นนี้ จึง นับว่าเป็นเหล็กที่หาได้ยากเช่นกัน เหล็กพระธาตุพนม จ.นครพนม เป็นเหล็กจากองค์พระธาตุ เมื่อครั้งพระธาตุล้มลงมาจากเหตุ พายุ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ เหล็กยอดเจดีย์สร้อยทอง วัดสร้อยทองพระอารามหลวง จ. กรุงเทพมหานคร พิธียก ฉัตรยอดเจดีย์ที่วัดสร้อยทอง จ. นนทบุรี ในวันที่ 13 พ.ค. 53 เหล็กยอดปราสาท, ยอดเจดีย์โลหะสัมฤทธิ์โบราณเหล็กจากขวาน ฟ้าผ่า เหล็กชนิดนี้นับว่าหายากมาก เพราะเป็นเหล็กที่เกิดขึ้นจาก การที่มีฟ้าผ่าลงมาที่ผืนดิน ตามคำบอกเล่าจากท่านผู้รู้หลายๆ ท่าน ได้เคยกล่าวไว้ว่าทุกครั้งที่มีฟ้าผ่าลงมาที่พื้นดินจะมีขวานฟ้าผ่าฝัง อยู่ ณ จุดนั้น แต่มีข้อแม้อยู่ว่าเมื่อเกิดฟ้าผ่าลงที่พื้นดินแล้วต้องรีบ
12 ไปขุดหาขวานทันทีมิเช่นนั้นแล้วจะมีเทวดามาเก็บขวานไป และ เจ้าของเหล็กชิ้นนี้ก็เชื่อตามคำบอกเล่านั้น เมื่อมีโอกาสเจอฟ้าผ่าลง มาที่พื้นดินตนจึงรีบไปยังที่ตรงนั้นแล้วก็พบกับขวานฟ้าผ่าเข้าจริงๆ และได้เก็บรักษามาจนถึงทุกวันนี้ การที่พระอาจารย์ท่านได้เหล็ก ชิ้นนี้มาก็นับว่าเป็นความบังเอิญอย่างมากเพราะท่านได้มาตอนที่ ท่านเล่าให้ลูกศิษย์หลายๆ คนฟังเกี่ยวกับที่ท่านอยากจะรวบรวม มวลสารศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะนำไปทำเหรียญและมีดหมอในอนาคต ในช่วงระยะเวลาที่ท่านกำลังรวบรวมมวลสารอยู่นั้น มีทหารคน หนึ่งที่มาช่วยงานที่วัดได้บอกกับพระอาจารย์ว่าลุงของตนมีขวาน ฟ้าผ่าเก็บไว้นานมากแล้วเขาจะนำมาให้ จึงเป็นที่มาของเหล็กขวาน ฟ้าผ่าที่นำมาหลอมในครั้งนี้ มีดหมอ, พระขรรค์และดาบ ครูบาอาจารย์ต่างๆ ภาคกลาง - ดาบฟ้าฟื้นหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ รุ่น ภ.ป.ร. ส.ก. จำนวน ๖ เล่ม ดาบฟ้าฟื้นที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำท่านตีขึ้นมาเองกับมือ ตีในถ้ำ เขต จ.กาญจนบุรี เป็นที่เดียวกับที่ขุนแผนตีดาบฟ้าฟื้นกล่าวกันว่า สร้างขึ้นมาเพียง ๔ เล่มเท่านั้น ขนาด ๒ นิ้วครึ่ง ไม่มีการตอกลาย อะไรทั้งสิ้น พระอาจารย์ท่านนำมาหลอมทั้งเล่ม -มีดตัดหวายลูกนิมิต รุ่น ภ.ป.ร. วัดท่าซุง ๑ เล่ม รุ่นนี้มีแค่ เพียง ๙ เล่ม
13 -มีดหมอชาตรีหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จ. อุทัยธานี จำนวน ๒ เล่ม -มีดหมอด้ามฤๅษี หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี -พระขรรค์โสฬตเก่า หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า -ดาบ-มีดหมอหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ จำนวน กว่า ๔๕ เล่ม -มีดหมอหลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี -มีดหมอหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองศรีนวล ขนาด ๕ นิ้ว จำนวน ๑ เล่ม ดาบยาว ๑ เล่ม -มีดหมอหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว -มีดหมอหลวงพ่อผินะ วัดสนมลาว จ. สระบุรีด้ามฤๅษี จำนวน ๓ เล่ม -มีดหมอหลวงพ่อบุญมี วัดเขาสมอคอน -มีดหมอหลวงปู่หมุน ขนาด ๕ นิ้ว จำนวน ๒ เล่ม ขนาด ๒ นิ้วครึ่ง จำนวน ๒ เล่ม รวม ๔ เล่ม -มีดหมอลงคร่ำทองอาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง เจ้าของวิชาโลหิต ประสาท -มีดหมอหลวงปู่วาส วัดสะพานสูง -มีดดาบฟ้าฟื้น (ดาบขุนแผน) พระครูโสภณวีรนุวัตร วัดป่าเล ไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี -ดาบฟ้าฟื้น แม่นิภา คงสุข
14 -มีดโลหะ ๑๐๐ ปี สร้างจากตะปูวิหารศักดิ์สิทธิ์ วัดโตนดเตี้ย อ.อุทัย จ.อยุธยา -มีดตัดหวายลูกนิมิต วัดซ้องสาธุการ จ. กาญจนบุรี ภาคอิสาน -ดาบฟ้าฟื้นหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล ทำมาจากเหล็กน้ำพี้ พิธีเสาร์ ๕ เมื่อท่านมีอายุ ๑๐๖ ปี ภาคเหนือ -มีดหมอหลวงพ่อทบ วัดชนแดน -มีดหมอครูบานันตา -ขวานหลวงปู่เจี๊ยะ มอบให้หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร วัดป่าหมู่ใหม่ จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อประสิทธิ์ท่านได้อธิษฐานจิตให้ อีกครั้ง -มีดหมอวัดโขงขาว หลวงพ่อฤๅษีลิงดำปลุกเสก ภาคใต้ -มีดหมอครูด้ามงาแกะพระพิฆเณศของพระอาจารย์ทองเฒ่า เจ้าสำนักเขาอ้อตักศิลา จ. พัทลุง -มีดหมอเทพศาสตราอาจารย์ชุมไชยคีรี จำนวน ๓ เล่ม ภาคตะวันออก -มีดตัดหวายลูกนิมิต วัดห้วยพัฒนา อ. เขาสมิง จ. ตราด
15 อาวุธโบราณ -ดาบสะหรี่ศรีกันชัย -พระขรรค์เก่าขุดพบที่พระปรางค์ ๓ ยอด จ. ลพบุรี -มีดหมอโบราณทางภาคเหนือ -มีดเหน็บโบราณทางภาคเหนือ -หอกใบข้าวโบราณจำนวน ๒๐ เล่ม -ใบหอกสัมฤทธิ์โบราณ -หอกปลายปืนสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ฯ -ดาบซามูไรฮาราคีรี ของทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ -พระขรรค์สัมฤทธิ์โบราณ -ขวานสัมฤทธิ์โบราณ -เหล็กปลายหอก -เหล็กปลายดาบ -กระบี่ด้ามหัวช้างเอราวัณสมัยรัชกาลที่ ๕ -ขวานปลายมีดโบราณ -กระบี่โปรตุเกส งมได้จากแม่น้ำเจ้าพระยา -กริดโบราณ -มีดสัมฤทธิ์โบราณ -ดาบสัมฤทธิ์โบราณ จำนวน ๕ เล่ม -ลูกปืนโบราณเหล็กสมัยโบราณ
16 มวลสารศักดิ์สิทธิ์ -กระบองท่านท้าวเวสสุวรรณสัมฤทธิ์โบราณ ได้จากเทวาลัย ฝั่งเขมร -คฑาธิเบตสัมฤทธิ์โบราณ -เงินจากเหล็กจารของพระอาจารย์ยุคลธรณ์ ได้สืบทอดมา จากพระธุดงค์ในป่า นามว่า “พระหยอด” -กระพรวนช้างศึกของสมเด็จพระนเรศวร (ซึ่งมีตราช้างทรง ประจำองค์สมเด็จพระนเรศวร) -ปรอทกรอ -แผ่นเงินไส้ตะเกียงมหารัตนประทีป เป็นวิชาของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า -แผ่นเงิน ทอง นาก จารยันต์ต่างๆ -แผ่นยันต์หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ. นครราชสีมา -แผ่นเงินไส้ตะเกียงรัตนมหาประทีป วิชาของหลวงปู่ศุข วัด ปากคลองมะขามเฒ่า -วชิระทำมาจากเงินจากประเทศญี่ปุ่น -ยอดเจดีย์สำริด จากประเทศพม่า -กระดิ่งลมวัดพระธาตุดอยตุง -ตะกั่วพระแท่นดงรังวรวิหาร จ.กาญจนบุรี -ยอดเจดีย์สำริด ประเทศพม่า -ยอดซุ้มพระอัฏฐารส
17 -เงินพดด้วง สมัยพระเจ้าทรงธรรม กรุงศรีอยุธยา ฯ -กำไรสัมฤทธิ์โบราณ ฯ -แหวนสัมฤทธิ์โบราณ -เหรียญเงินสมัยอาณาจักรฟูนัน ฯ -ตะบันหมากสัมฤทธิ์โบราณ -เงินโบราณ (สตางค์รู) เหล็กอาถรรพ์ -เหล็กขนันผีตายพรายตายท้องกลม, เหล็กตรึงโบสถ์, ตะปู เห็ด, ตะปูสังขรวานร, สลักประตู, ปั้นลม, สลักเพชร, เหล็กจารด้าม เพชรพญาธร, -ครกบดยาหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ -บล็อกยันต์เกราะเพชร เข้าพิธีเสาร์๕ วัดท่าซุง ปี ๒๕๕๓ -เหล็กไหล ชิ้นนี้พระอาจารย์ท่านได้มาเมื่อสมัยเป็นสามเณร -เหล็กยึดช่อฟ้าใบระกาอุโบสถวัดพระธาตุดอยตุง -กลั่นมีดดาบวชิระพรหม -มวลสารเหล็กสัตตะวชิระโลหะที่หลอมสร้างดาบวชิระพรหม -เหล็กสารพัดบิ่น ๑๐๘ เช่น มีด จอบ เสียม ที่ผ่านการใช้แล้ว เกิดการบิ่น หัก แตก -เหล็กน้ำพี้จากจังหวัดอุตรดิตถ์ ฯ
18 ตะกรุดครูบาอาจารย์ต่างๆ -ตะกรุดเม,ยันต์เกราะเพชร และตะกรุดเดินป่า หลวงพ่อฤๅษี ลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี -ตะกรุดยันต์เกราะเพชร หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ -ตะกรุดหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา -ตะกรุดจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.อยุธยา -ตะกรุดหลวงปู่ดูลย์ อตุโล -ตะกรุดหลวงตาพวง สุขินทริโย จารมือ -ตะกรุดครูบาชัยวงศา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน -ตะกรุดครูบาชุ่ม วัดวังมุ่ย จ.ลำพูน -ตะกรุดยันต์เกราะเพชร และยันต์ นะ มหากลับ พระอาจารย์ ยุคลธรณ์ -ตะกรุดสมเด็จพระพุฒาจารย์เกี่ยว วัดสระเกศ -ตะกรุดเงินหลวงปู่โต๊ะ -ตะกรุดสำริดโบราณ สมัยอยุธยา -ตะกรุดหนีบสังวานร ตะกรุดนี้มีแต่เฉพ าะแม่ทัพ ตะกรุดสมเด็จเกี่ยว วัดสุทัศน์ ห่วงจากเหรียญครูบาอาจารย์ต่างๆ ๑. เหรียญท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ปี ๒๕๑๖ วัดท่าซุง ๒. เหรียญเอกราช (๑๐๐ ปีหลวงพ่อปาน) ปี ๒๕๑๘ วัดท่าซุง
19 ๓. เหรียญเงินรุ่นสุขใจ หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง ๔. เหรียญกรมหลวงชุมพร หลวงปู่แก่น วัดเขื่อนท่าทุ่งนาประชา สรรค์ ๕. เหรียญหลวงปู่ดี วัดเหนือ(วัดเทวสังฆาราม) ปี ๒๕๑๖ ๖. เหรียญหลวงปู่เหรียญ วัดอรัญบรรพต จ. หนองคาย ๗. เหรียญหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ. นครราชสีมา ๘. เหรียญหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จ. ชลบุรี ๙. เหรียญหลวงพ่อสำราญ วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ. ชัยนาท ๑๐. เหรียญปู่หลักคำ วัดกลางเมืองเก่า จ. ชัยภูมิ ๑๑. เหรียญสมเด็จพระสังฆราช (อาสน) ๑๒. เหรียญหลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า จ. กาญจนบรี ๑๓. เหรียญหลวงพ่อโสธร วัดโสธร จ. ฉะเชิงเทรา ๑๔. เหรียญหลวงพ่อจันทร์ จน.โท วัดอาวุธอิกสิตาราม จ. กรุงเทพฯ ๑๕. เหรียญพระธาตุสี่ครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ. ลำพูน ๑๖. เหรียญธรรมจักรพระอาจารย์ยุคลธรณ์ ธัมมปุตโต สำนักสงฆ์ เจโตวิมุตติ จ. กาญจนบุรี ๑๗. เหรียญหลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง จ. เชียงใหม่ ๑๘. เหรียญครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ. เชียงใหม่ ๑๙. เหรียญหลวงพ่อช้อย วัดนนทรี จ. อยุธยา ๒๐. เหรียญหลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า จ. ระยอง
20 ๒๑. เหรียญหลวงพ่อนิสิต วัดซับน้อยธรรมรังสี ๒๒. เหรียญหลวงพ่อถนอม วัดโรงธรรม ๒๓. เหรียญหลวงพ่ออ่อน วัดน้อย (วัดมัชฌันติการาม) ๒๔. เหรียญหลวงพ่อหล่อ วัดคลองยาง จ. นครราชสีมา ๒๕. เหรียญครูบาคันธวงค์ วัดทุ่งแคว จ. แพร่ ๒๖. เหรียญหลวงพ่อศรีโคตรบูร วัดกกต้อง จ. นครพนม มวลสารลูกอมปัจเจกพุทธวชิรปารมี บรรจุด้ามพระขรรค์ “มหาวชิระพรหม” ๑. ยาจินดามณีพระอาจารย์ยุคลธรณ์ ซึ่งประกอบด้วย มวล สารผงยาของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ต. หนองบัว จ. กาญจนบุรีมวลสารผงยาจินดามณีหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ. นครปฐม เจ้าตำรับยาจินดามณีผงคำข้าวหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ชาน หมากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง น้ำมันชาตรีหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง ธงพิชัยสงครามหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง ทรายเสกหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง พระสมเด็จพระครู มูล วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งนำมวลสารพระสมเด็จโต ที่ แตกหักมาบดทำเป็นมวลสาร ลูกอมหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ. อยุธยา มวลสารพระสมเด็จหลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ เกาะพงัน จ. สุ ราษฎร์ธานีลูกอมหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ผงพระหลวงพ่อปาน ผงงากำจัดกำจาย แผ่นทองคำเปลวจากองค์พระนอนจักรสีห์ จ.
21 สิงห์บุรีผลึกแก้วที่เกิดจากฟ้าผ่าลงกลางทะเลทราย เกสรผึ้ง ๑๐๘ ชนิด ๒. ผงตะไบชนวนสมเด็จองค์ปฐมวัดท่าซุง ๓. ผงตะไบชนวนพระสัมปัจเจกพุทธเจ้า สำนักสงฆ์เจโต วิมุตติ ๔. ผงตะไบชนวนด้ามดาบวชิระพรหม ๕. ผงตะไบเหล็กดาบวชิระพรหม ๖. ผงตะไบเหล็กสัตตะวชิระโลหะ ๗. ผงอิฐยอดเจดีย์พระธาตุดอยตุง ๘. ผงอิฐพระธาตุดอยสุเทพ ๙. ผงยอดพระธาตุจอมกิตติ ๑๐. ผงยาจินดามณีพระอาจารย์ยุคลธรณ์ ๑๑. ผงแร่เหล็กน้ำพี้ ๑๒. ผงแร่ข้าวตอกพระร่วง ๑๓. ผงแร่เขาอึมครึม ๑๔. ผงไม้ฟ้าผ่า ๑๕. ผงไม้แก่นมะขามโปร่งฟ้า ๑๖. ตะกรุด จารยันต์วิชาหัวใจโลกธาตุ หลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี, จารยันต์กำแพงแก้ว ๗ ชั้น, จารยันต์พระปัจเจก โพธิสัตว์มหาลาภ
22 มวลสารด้ามพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” มวลสารชนวนสัมฤทธิ์โบราณที่หลอมมาจากหลายสิ่งหลาย อย่าง เช่น ยอดพระปรางค์, ยอดเจดีย์, ระฆังสัมฤทธิ์โบราณ, ด้าม มีดเทพศาสตราอ. ชุม ไชยคีรี, เงินพดด้วงทองคำโบราณ, กำไร สัมฤทธิ์โบราณ, ช่อพระกริ่งและแผ่นยันต์จารมือครูบาอาจารย์ ต่างๆ, วัชระธิเบต, ตะกรุดยันต์เกราะเพชร, เหล็กยอดเจดีย์องค์ พระปฐมเจดีย์ จ. นครปฐม, ชนวนมวลสารการหล่อสมเด็จองค์ปฐม เนื้อเงิน, เนื้อนวะโลหะ, เนื้อสัมฤทธิ์ที่พระอาจารย์ท่านได้เคย จัดสร้างขึ้น, ชนวนมวลสารเหรียญมั่นในธรรม, ชนวนมวลสารหล่อ สมเด็จองค์ปฐมเนื้อนาก, เนื้อสัมฤทธิ์ พิธีหล่อสมเด็จองค์ปฐม ทองคำ วันที่ ๑ ก.ย. ๒๕๕๕, ชนวนมวลสารหล่อพระชัยเนื้อสัมฤทธิ์ พิธีหล่อสมเด็จองค์ปฐมทองคำ วันที่ ๑ ก.ย. ๒๕๕๕, แผ่นทองแดง, แผ่นเงินลงยันต์ต่างๆ จารมือโดยพระอาจารย์ยุคลธรณ์, แผ่น ทองคำจารมือพร้อมทั้งอธิษฐานจิตโดยหลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน จ. เลย, ก้านชนวนพระสัมปัจเจกพุทธเจ้าหน้าตัก ๓๐ นิ้ว เททอง หล่อพิธีจันทร์ตรีฤกษ์ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งเป็น วันจันทร์ตรีฤกษ์ใหญ่ที่ ๒๕ ปีจะมีซักครั้ง ตามตำราของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, ผงตะไบชนวนสมเด็จองค์ปฐมวัดท่าซุง ได้ รับมาจากพระสมุห์พิชิต (หลวงพ่อโอ) วัดท่าซุง, ตรีศูลสัมฤทธิ์ โบราณ, ช่อพระกริ่งวัดสุทัศน์ หลวงปู่หมุน ฐิตสีดล ร่วมปลุกเสก, ขวานหินที่เกิดจากฟ้าผ่า, จี้เงินเพชรจักรพรรดิ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
23 วัดท่าซุง, แผ่นเงินไส้ตะเกียงรัตนมหาประทีป วิชาของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, ก้านชนวนมวลสารหล่อพระเกศเพลิง สมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก ๔ ศอก พิธีบรมโพธิศาสตราภิเษก ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๗ พุทธคุณพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” ๑. ป้องกันคุณไสยเวลาติดตัวอยู่ไม่ต้องกลัวใครกระทำย่ำยีแต่ อย่างใด ๒. ป้องกันตัวเองจากศัตรูหมู่รัาย เป็นมหาอำนาจ เป็นเมตตา เป็นแคล้วคลาด ๓. ขับภูตผีปีศาจที่เข้าคนธรรมดา หรือมีผู้ปล่อยมาให้เข้าสิง ๔. อาราธนาทำน้ำมนต์แก้คุณไสย หรือแก้เสนียดจังไรต่างๆ ตลอดจนฝันร้ายได้ ๕. แก้อาถรรพ์ความคงกระพันต่างๆ แม้จะสักยันต์ใดหรือกิน ว่าน หรือมีของดีตามธรรมชาติ เมื่อโดนพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระ พรหม” จะคลายเหนียวทุกทีไป ๖. ป้องกันอสรพิษ สัตว์มีพิษ ทั้งหลาย เมื่อมีพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” ติดตัว ตลอดจนเขี้ยวงาต่างๆ ๗. พระขรรค์ฯ ไม่ทำอันตรายกับผู้ที่มีพระขรรค์ฯ เหมือนกัน เป็นการป้องกันการที่ลูกศิษย์อาจารย์เดียวกันทำร้ายกัน
24 ๘. บูชาไว้กับบ้านป้องกันอัคคีภัย และโจรภัย อาราธนาแล้วมี อันตรายจะรู้ตัวก่อนทุกทีไป ๙. เมื่อไปต่างถิ่นหรือต่างบ้าน หรือนอนกลางดินกลางทราย ในป่า ให้เอาปลายพระขรรค์ฯ กล่าวขอขมาแม่พระธรณีแล้วขีด วางลงไปเป็นรูปเหลี่ยมหรือรูปวงกลมรอบๆ ตัวของผู้ที่พักนอน มด และสัตว์จะไม่มาใกล้ รวมทั้งกันภูตผีปีศาจด้วย ๑๐. เมื่อจะไปทางน้ำกลัวอันตรายจากสัตว์เช่น จระเข้ หรือ สัตว์ร้ายอื่นๆ เช่นผีพราย ปลาไหลไฟฟ้า ให้ชักพระขรรค์ฯ ออก จากฝักคาบไว้ในปากเวลาข้ามน้ำ หรือคาบทั้งฝักก็ได้ หรือเอาพระ ขรรค์ฯ โบกน้ำนำหน้าไปจะปลอดภัย ๑๑. เมื่อฝีร้ายอาการกลัดหนอง ปวดร้าว ทรมาน หรือเพิ่ง เริ่มเป็นให้ใช้พระขรรค์ฯ เอาทางปลายแหลมวนเบาๆ เป็นวงกลม รอบๆ หัวฝีระลึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วเป่าลมกำกับด้วย ถ้าเพิ่งเริ่ม เป็นจะยุบหาย ถ้าเป็นมากกลัดหนอง ให้วนด้วยปลายพระขรรค์ฯ แล้วยกพระขรรค์ฯ เหนือหัวฝีกลั้นใจทำการผ่าหัวฝีบนอากาศเหนือ ผิวหนัง กรีดอากาศไปมาสลับกันแล้วเป่าลมระลึกถึงพระพุทธเจ้า ฝี จะแตกภายใน 3 วันและไม่เป็นพิษแต่อย่างไร ๑๒. เมื่อถูกคุณ (ลมเพลมพัด) เรียกว่าปล่อยมาตามอากาศ ทำให้มีอาการบวมตามตัว เป็นลูกๆ เดี๋ยวบวมที่โน่น เดี๋ยวบวมที่นี่ ให้เอาพระขรรค์ฯ อาราธนาทำน้ำมนต์ระลึกถึงบารมีของ พระพุทธเจ้ากินเข้าไป แล้วจึงเอาพระขรรค์ฯ ออกจากฝัก ไล่ก้อน
25 ที่บวมนั้นตั้งแต่บริเวณต้นที่บวมถ้าเป็นคุณที่ถูกปล่อยมาก้อนบวม นั้นจะเคลื่อนหนีปลายพระขรรค์ฯ ให้ไล่ปลายพระขรรค์ฯ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปสุดที่ปลายมือ หรือปลายเท้า จะออกไป แต่ถ้าไม่มี อะไรเกิดขึ้น แสดงว่าไม่ใช่คุณที่เขาปล่อยมาแน่ แต่เป็นบวม ธรรมดาไม่ช้าก็หาย ๑๓. พกพาพระขรรค์ฯ แล้วเป็นตบะเป็นเดชะ เป็น มหาอำนาจ เป็นที่ยำเกรงต่อฝูงคนและฝูงผี จะมีรังสีรัศมีปกป้อง คุ้มครองภยันตรายทั้งปวง ๑๔. พระขรรค์ฯ จะกระตุกเตือนเมื่อมีภยันตรายจะเข้ามาก ล้ำกลาย ๑๕. พระขรรค์ฯ สามารถใช้ปักสะกดอาถรรพ์ได้ทุกประการ พร้อมว่าคาถากำกับ “นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะ กะอัง” ต่อจากนั้นให้กลั่นใจว่า “จิเจรุนิ อิสะยะนิ วิกรึงคะเร” ๓ จบ แล้วปักพระขรรค์ฯ ลงไปยังที่ที่เราต้องการสะกดอาถรรพ์ ๑๖. ถ้าต้องการให้เป็นมหาลาภบูชาพระขรรค์ฯ ด้วยคาถา เงินล้าน ๙ จบหรือคาถาพระพุทธเจ้า ๑๖ พระองค์ แล้วชักพระ ขรรค์ฯ ออกมากีดไปที่หน้าร้าน หรือจุ่มพระขรรค์ฯ ทำน้ำมนต์แล้ว ซัดน้ำมนต์ไปทางหน้าร้าน ๑๗. พระขรรค์ฯ สามารถอธิษฐานให้เป็นอาถรรพ์เฝ้าบ้านหัว ไร่ปลายนาได้ โดยให้ระลึกถึงท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ แล้วกลั้นใจ เอาธูป ๑ ดอกหักยอดเป็นตัว พ พร้อมว่าคาถา “กันหะเนหะ” หัก
26 ๑ ครั้ง ก็ว่า “กัน” หักครั้งที่ ๒ ก็ว่า “หะ” หักครั้งที่ ๓ ก็ว่า “เน” หักครั้งที่ ๔ ก็ว่า “หะ” แล้วอธิษฐานบูชาขอให้ช่วยดูแลรักษา บ้านเรือนให้ และเมื่อเราไม่อยู่บ้านคนทั่วไปจะเห็นมีคนแก่นั่งเฝ้า อยู่ในบ้าน ลายยันต์บนพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” ยันต์เกราะเพชร, ยันต์พระสารีบุตร, ยันต์ทำน้ำมนต์หลวงพ่อ ฤๅษีลิงดำ, ยันต์โภคทรัพย์, ยันต์ตะกรุดมหาสะท้อน, ยันต์ตรีนิสิงเห , ยันต์โสฬสมงคล, ยันต์มหาปัญจพุทธามหามงคล, ยันต์ พระพุทธเจ้าอมโลก วิชาหลวงพ่อเดิม ตำรับวัดประดู่โรงธรรม, ยันต์ นะ มหากลับ พระครูวินัยธรณ์ยุคลธรณ์ สะท้อนคุณไสย, อาถรรพ์, อุปทวอันตรายทุกประเภท
27 คาถาที่ลงบนพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า, พระคาถาบารมี ๓๐ ทัศ และยันต์อาวุธพระพุทธเจ้า, พระคาถานวหรคุณ อนุโลม, ปฏิโลม วิธีอาราธนาพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” คำไหว้ครู (ให้ว่าไม่เกินวันละ 2 ครั้ง ถ้าว่าหลายจบจะเป็นบ้า เพราะแรง เกินไป) ว่าดังนี้ ตั้งนะโมฯ ๓ จบ วันทิตวา สิระสาปาเท สัพพะสิปปะ ตักกะสีลายัง มะมะ สันติเก อาคัจฉันตุ ไชยยะปาเรนตุเม ตรีนิสิงเห สัตตะนาเค ปัญจะเพชฉลู จตุเทวา ฉวัชชะราชา ปัญจะอินทา มิเอกะยักขา นะวะอิสี ปัญจะพรหมา สหัมปติ ทเวราชา อัฏฐะอรหันตา ปัญจะพุทธา นะมามิหัง เทสังปเรนะ เตเชนะ อานุภาเวนะ สัพพะโสตถี ภวันตุ เม สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาภัง ภวันตุ เมฯ
28 คาถาเพิ่มพลังจิต ปะถะมัง พินทุกังชาตัง ทุติยัง ฑันทะเมวะจะ ตติยังภันฑะกัญเจวะ จตุถังอังกุสัมภะวัง ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะโมพุทธายะ พินทุ ภันฑะ เภฑะ อังกุสิระ คาถาอาราธนามีดหมอ(หลวงพ่อเดิม) สักกัสสะวชิราวุธธัง เวสสุวัณนะสะคะธาวุธธัง อาฬาวะกะ สะธุสาวุธธัง ยะมะสะนัยนาวุธธัง นารายยะสะจักกะ ราวุธธัง ปัญจะอาวุทธานัง เอเตสังอานุภาเวนะ ปัญจะ อาวุธธานัง ภัคคะภัคขา วิจุณนัง วิจุณาโลมังมาเมนะ พุทธะสันติ คัจฉะอะมุมหิ โอกาเสติฐาหิ
29 คาถาอาวุธพระพุทธเจ้า อิธะ ทานะ ศีละ เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษ ฐานะ เมตตา อุเบกขา ยุทธายะโว คันหะถะ อาวุธานีติ นี่แลคืออาวุธแห่ง พระพุทธเจ้าที่เอาชำนะหมู่มารทั้งหลาย คาถาอาวุธพระพุทธเจ้า (แบบย่อ ว่า ๗ จบ) ทา ศิ เน ปะ วิ ขะ สะ อะ เม อุสัมปะจิตฉามิ หัวใจพาหุงฯ (คาถาไว้รักษาโรค ว่า ๑๒ จบ) พา มา นา อุ กา สะ นะ ธุ สัมปะจิตฉามิ
30 วิธีดึงบารมีจากมีดหมอเข้าสู่กายให้เกิดอิทธิคุณ ๑.ให้จิตของเรามีความศรัทธาในครูบาอาจารย์และสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในมีด ๒.น้อมจิตเป็นมโนภาพเห็นแสงรัศมีสีแดงอมน้ำเงินพร้อมทั้ง สายฟ้าไหลเข้ามาสู่กายของเราที่กลางกระหม่อมและกลางหน้าอก ของเราเป็นการดึงปราณศักดิ์สิทธิ์น้อมเข้าสู่กายพร้อมกับอาราธนา คาถาไหว้ครูและเพิ่มพลังจิตที่กำกับไว้เบื้องบน ๓.พร้อมทั้งสะกดคาถาว่า “จิเจรุนิ อิสะยะนิ วิกรึงคะเร” และให้เห็นรัศมีกายของเราเฉกเช่นเดียวกับดาบ ๔.ให้อธิษฐานตามเจตจำนงที่เราพึงจะใช้ คาถากำเนิดพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” “โอมนะโมข้าพเจ้าจะขอนมัสการ คุณพระศรีรัตนตรัยทั้ง สามประการ ข้าพเจ้าขออาราธนาพระพุทธเจ้าจงมาอยู่เหนือเศียร เหนือเกล้า พระธรรมจงมาอยู่เบื้องหน้า พระสงฆ์จงมาอยู่เบื้องหลัง พระพุทธคีเนตจงมาอยู่ตาซ้าย พระพุทธคีนายจงมาอยู่เบื้องตาขวา พระวิษณุกรรมจงมาเป็นน้ำลาย พระนารายณ์จงมาเป็นชิวหา พระ อิศวรจงมาเป็นปากแห่งข้า ฝูงเทพยุดาจงมานั่งล้อมเป็นยศศักดิ์ บริวาร พระกาฬเธอเสด็จลงมาให้ข้าพเจ้ากระทำการใดให้ประเสริฐ แก่ข้าพเจ้า ณ กาลบัดนี้เถิด”
31 แล้วว่าต่อด้วยคาถาปลุกศาสตราวุธของพ่อขุนแผน “อมมะเหสะรา อะระเมต อันวิเศษ เลิศโลกตรีภพจักรวาล พระธรณีดาลก็กลับหงาย เมฆหมอกกกระจายอยู่เกลื่อนกลาด ดิน ฟ้าอากาศก็กลับกรอกร้องก้องครึกครื้น โกตระหันเหตุ ฝูงเทพก็มา ข้ามเขตอยู่ทั่วหล้า กูจะปลุกพระคงคาก็มาแดงด้วยแสงเพลิง โอม สะระชะเติง สะระชะตาง กะเปิงกะปาง กูจะปลุกสาระพางทั่วสกล ชมพู ใครๆ จะสู้พระครูกูก็บ่มิได้ พระครูกูเธอจึงให้เล่าพระคาถา พระพุทธังสุสุ พระธัมมังสุสุ พระสังฆังสุสุ กะระมะถะกิริมิถิ กุรุมุถุ เกเรเมเถ มุทุนุสุ โกโรโมโถ อาวุธโธเตชะวันโต มหานุภาโว อม ปลุกๆ ลุกๆ ตัวกูแข็ง คือหินผาศิลาแลง หัวกูแข็งคือเหล็ก กำแพงเพชร อมปลุกๆ ลุกๆ กูจะปลุกอาวุธ ตรีล้วนเหล็กกล้า แสน ฟ้าฟื้นได้แต่ละหมื่นละแสนอันคมกล้า ล้วนเหล็กหล่อเกิดในบ่อต่าง ภาษา แขกวิลันดา อังกฤษมาแต่เมืองมุงิด ขอมแขก เทศจีนจาม พราหมณ์ละว้า เมืองพม่า แมงมอญมัตตะเลิง ลาวกระเหรี่ยงทุก ภาษา สัพเพเตประจุทรา อาวุธทั้งหลายนั้น ครั้นได้ยินกูร้องเรียก ด้วยพระคาถาว่า พระพุทธังปัจจุขาด พระธัมมังปัจจุขาด พระสังฆังปัจจุขาด อาวุธก็องอาจระหันหก กระทบทั่งดังเสียง ฉาดฉาน ฉวัดเฉวียนก้องกังวาน พระกาฬเธอเสด็จลงมาอยู่ปลาย พระนารายณ์เธอเสด็จลงมาอยู่คม พระพุทธสยมภูเธอจึงเสด็จลงมา อยู่ด้ามสำแดงวิชา พระอาทิตย์เธอเสด็จลงมาประจำอาวุธกูอยู่ทุก ราตรี ถึงจะคงกระพันชาตรี กูจะประหารก็บ่มิแคลง ถึงจะคงแก่
32 เรียนได้แลแสน กูจะประหารก็บ่มิยาก ถึงจะคงแก่ขวานได้แลหมื่น มิอาจจะยืนอาวุธแห่งกูได้ ก็หลบหลีกออกไปยังนอกฟ้าแสนโกฏิ จักรวาล ครูอาจารย์ กัมมะสิทธิสวาหะ ฯ” คาถาจับพระขรรค์-ดาบ “มหาวชิระพรหม” “นะจักขุ โกจักขุ พุทโธนะโกจักขุ จักขุตานาเลนาจะ ปาณินัง พุทโธพลาหัง พุทธังบังจักขุ ปติลิยะติหัง อันธะกาเร นะโอนะทา นะ โจงงง โมจังงัง พุทละลวย ทาละลาย ยะฆ่ามิตาย ยะสูนหายบัดนี้ พุทโธ ธัมโม ชิโตสีเส ธัมโมหัชชังคิโกสังโฆ ปัดชิมิกายา ญายะนะรา ยะอิสสโร อินทาพรหมมา จะปูระโต สัพพะเทวา ปัจชิมิกายา สัพพะกัมมะประสิทธิเม” คำเตือน! ไม่ควรชักมีดเล่นถ้าไม่มีความจำเป็น ควรไว้ที่สูง ไม่ควรให้ เด็กเล่น ผู้หญิงมีประจำเดือนห้ามจับ
33