~ 101 ~ค. ก่อนจะเป็ น “พระคร ู ภาวนาถาววรคุ ณว.ิ”
~ 102 ~ 1. คือหน่อเนื้อพระโพธิญาณเถร คือหน่อเนื้อโพธิญาณ ในงานถวายสังฆทานประจําปีช่วงกลางพรรษาครั้งหนึ่ง ณ วัดป่าภูเกิ้ง พระครูภัทรธรรมสิริ(หลวงพ่อดํารง สิริภัทโท)ได้ปรารภในช่วงต้นของการสัมโมทนียกถาว่า”พระอาจารย์นิวรณ์ถาวโรหรือหลวงพ่อโต”คือลูกของพระโพธิญาณเถร(หลวงปู่ชา สุภัทโท) เพราะหลวงปู่ชาเป็น องค์อุปัชฌาย์ในการอุปสมบทให้เมื่อปี๒๕๒๐คู่กับพระครูอรัญวร กิจ(หลวงพ่อนิกร อภิชาโต)(นาคซ้ายนาคขวา) ปีต่อมาคือ ๒๕๒๑จึงได้นําพระครูสุภัทรทีปคุณ(หลวงพ่อทินกร ทีปธัมโม)ไป อุปสมบทที่วัดหนองป่าพง ทั้งสามองค์ผู้เป็นอันเตวาสิกของหลวงพ่อพระครูภัทร ธรรมสิริคือหน่อเนื้อ(ลูก)พระโพธิญาณเถร(หลวงปู่ชา)ที่คือกิ่ง ก้านที่เติบใหญ่ขยายให้ร่มเงาแก่พุทธศาสนิกชนจนถึงปัจจุบัน ในหนังสือ”กิ่งก้านแห่งโพธิญาณ”ที่ระลึกในงานถวายอนุสรณืสถานบูรพาจารย์พระโพธิญาณเถร(ชา สุภัทโท) ณ วัดป่าอัมพวัน จังหวัดชลบุรีวันที่๑-๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ พระอาจารย์นิวรณ์ถาวโร ได้ตอบคําถามเกี่ยวกับหลวงปู่ชาว่า ถาม เหตุที่ทําให้ตัดสินใจอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ชา ตอบ กระผม/อาตมา เป็นสัทธิงวิหาริกของท่าน โดยได้รับการอุปสมบทจากท่านในฐานะองค์อุปัชฌาย์เมื่อวันที่21 กรกฎาคม 2520 เวลา 17.00 น. ณวัดหนองป่าพงมีพระอาจารย์วิฑูรย์จตตสลโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์พระอาจารย์เอนก ยสทินโน เป็นพระอนุสาวนาจารย์เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ไปจําพรรษาอยู่ที่วัดป่าน้ําคําเกิ่ง ต.เตย อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานีเป็นอันเตวาสิก ของพระครูภัทรธรรมสิริ(หลวงพ่อดํารง สิริภัทโท) และจาริกไปพํานักยังสาขาต่างๆ เป็นครั้งคราว ด้วยองค์หลวงปู่เป็นผู้มีศีลาจริยาวัตรอันงดงาม เป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่สาธุชนทั้งชาวไทยและต่างชาติทั้งฝ่าย สงฆ์และฆราวาสทําให้กระผม/อาตมา ได้แสวงหาโอกาสมา กราบนมัสการเพื่อรับฟังโอวาทอยู่เนื่องนิจ และทุก ครั้งก็จะ ได้รับพระธรรมคําสั่งสอน ไปปฏิบัติเพื่อสัลเลขะ เครื่องขูด เกลากิเลส เครื่องหน่ายคลายกําหนัด โดยองค์ท่านมีอุบาย วิธีที่แยบยล เท่าทันกิเลสอย่างยิ่ง เมื่อครั้งท่านอาพาธก็ได้รับ มอบหมายให้เข้าเวรอุปฐากอยู่เสมอ ถาม ประสบการณ์หรือเหตุการณ์ประทับใจที่มีต่อหลวงปู่ชา
~ 103 ~ ตอบ 1. ขณะที่กระผม/อาตมา ได้3 พรรษา องค์ท่านได้ไปเยี่ยมสาขาที่วัดป่าน้ําคําเกิ่ง ท่านได้เห็นฝีมืองานฉาบ ปูน จึงได้ถามพระอาจารย์ดํารงว่า “ใครหรือเป็นผู้ฉาบปูนนี้” พระอาจารย์ดํารงตอบว่า “ท่านนิวรณ์”องค์หลวงปู่จึง พูดว่า “ให้ระวังนะ เดี๋ยวจะไปรับจ้างฉาบปูน” 2. ขณะที่กระผม/อาตมา ได้4 พรรษา ขณะนั้นจําพรรษาที่วัดป่าบ้านหนองแก้ว อ.กันทรารมย์จ.ศรีสะเกษ เกิดข้อพิพาทระหว่างชาวบ้าน เกี่ยวกับการสร้างวัด มีชาวบ้านกลุ่มที่ไม่เข้าใจได้มาข่มขู่พระ และมีพฤติกรรมต่อต้าน ได้มีโอกาสไปกราบนมัสการองค์หลวงปู่ที่วัดหนองป่าพง องค์หลวงปู่ถามว่า “ท่านอยู่กับใครหรือ”กระผม/อาตมา ตอบว่า “อยู่องค์เดียว ข้าน้อย”องค์หลวงปูพูดว่า “เออ...อยู่ผู้เดียวนั่นแหละ อยู่คนเดียว ตายก็ให้ตายคนเดียวฮู้บ”่3. ถาม ข้อธรรม คําสอน ของหลวงปู่ชาที่ประทับใจ ตอบ 1. .........ปฏิบัติธรรมจนถึงสภาวะที่“เดินไปก็ไม่ใช่ถอยกลับก็ไม่ใช่หยุดอยู่ก็ไม่ใช่” 2. .........ขอให้จําไว้ว่า ถึงจะขี้เกียจก็พยายามปฏิบัติไป ขยันก็ปฏิบัติไป ทุกเวลา ทุกหนทุกแห่ง3. .........มีสหธรรมิกของกระผม/อาตมา อยากลาสิกขา จึงหาโอกาสไปกราบลาองค์ท่านองค์ท่านได้ให้ข้อ ธรรมะว่า “จะลาสิกขาไปทําไมบ้าแล้วหรือ ให้ท่านโปรดรู้ไว้ว่า ขณะท่านยังหนุ่มอยู่กิเลสอาจมีกําลังมากอีกสัก หน่อยเมื่อท่านปฏิบัติจนแก่กล้าขึ้น กําลังธรรมก็มากขึ้น เปรียบเสมือนนักมวยที่มีพละกําลังมากก็จะสามารถน๊อค คู่ต่อสู้คือกิเลสได”้สหธรรมิกรูปนี้จึงน้อมรับโอวาทและปฏิบัติตามจนมั่นคงในพระศาสนาจนถึงปัจจุบัน
~ 104 ~ 2. ประวัติและผลงานพระอธิการนิวรณ์ถาวโร
~ 105 ~ 5.งานการปกครอง
~ 106 ~
~ 107 ~
~ 108 ~
~ 109 ~ 2564 บริจาค101,106 บาท เพื่อสร ้ างหอผปู้่วยพิเศษสงฆ์โรงพยาบาลมุกดาหาร
~ 110 ~
~ 111 ~
~ 112 ~ 3. บริจาคเงินสร้างหอผู้ป่วยพิเศษสงฆ์
~ 113 ~ 4. รับพระบรมราชโองการพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงโปรดมีพระบัญชาให้สมเด็จพระพุฒาจารย์เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร แก่พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออก ภาค 8 และ ภาค 10จํานวน507รูป ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อําเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร วันศุกร์ที่21 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 13.30 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงโปรดมีพระบัญชาให้สมเด็จพระพุฒาจารย์เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร แก่พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออก ภาค 8 และ ภาค 10 ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ตั้งใหม่จ้านวน 264 รูป ได้รับการเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ จ้านวน 243 รูป รวม 507 รูป มาเข้ารับสัญญาบัตร พัดยศฯ ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารอ้าเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร โดยมีนายอินทพร จั่นเอี่ยม รองผู้อ้านวยการรักษาราชการแทนผู้อ้านวยการส้านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินางจุรีรัตน์เทพอาสน์ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการศาลทหาร ต้ารวจ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีเฝ้าถวายสักการะ และแสดงมุทิตาจิตจ้านวนมาก
~ 114 ~ 5.วันรับพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร
~ 115 ~ง. ปรากฏการณ์”ภูเกิ้ง”
~ 116 ~ 1.รอยมือหลวงปู่เสาร์พระอธิการบุญร่วม ปภากโร เจ้าอาวาสวัดป่าหนองแก้วสันติธรรม จังหวัด ศรีสะเกษ ได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า เมื่อ29ปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสจ้าพรรษาที่นี่3 พรรษาถือว่าเป็นยุคบุกเบิกเริ่มแรกก่อนกลับไปจ้าพรรษาในถิ่นบ้านเกิดจนถึง ปัจจุบัน ยืนยันว่าภูเกิ้งแห่งนี้เป็นสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การภาวนาอย่างยิ่ง สมัยก่อนล้าบากมาก ไปบิณฑบาตริมฝั่งโขงประมาณ3กิโลเมตร ถนนเป็น ดินทรายเดินล้าบากมากในหน้าแล้ง น้้าดื่มรองจากน้้าผุดริมห้วยใส่แกลลอนหิ้ว ขึ้นมา เวลาสรงน้้าต้องไปที่แก่งตะหลุง ห้วยสายพาย เดินกลับถึงถ้้าเหงื่อออก เหมือนเดิมแต่ก็ไม่ย้อท้อและเห็นคุณของความอดทนต่อความยากล้าบากนั้นมา จนถึงทุกวันนี้ในห้วงเวลานั้นผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าให้ฟังว่า ถ้้าที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบภัตต กิจนี้นั้นในอดีตหลวงปู่เสาร์กันตสีโลเคยมาพักและได้ท้าคิ้วที่ท้าจากขี้ซี(ชัน) เพื่อป้องกันน้้าไหลย้อยเข้าไปด้านในของถ้้า ซึ่งยังคงสภาพให้เห็นจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับชี้ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ถ้้าขี้ซีหลวงปู่เสาร์นี้ปัจจุบันพระอาจารย์สัญญา อนุตตโร รองเจ้าอาวาสวัดป่าภูเกิ้ง พ้านักอยู่เป็นการประจ้า
~ 117 ~ 2. หลวงปู่แฟ๊ปได้ปัญญาธรรมสูงสุดที่ภูเกิ้ง หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท เล่าเรื่องการภาวนาที่”ภูเกิ้ง” ปรากฏในอัตตโนประวัติว่า ในช่วงออกพรรษาแต่ละปีหลวงปู่จะไปหลบปลีกวิเวกปฏิบัติภาวนาอยู่ที่ภูเกิ้ง บ้านท่าส้มป่อยอ้าเภอเมืองฯจังหวัดมุกดาหาร อยู่บ่อยๆ เพราะเป็นที่สัปปายะเหมาะอย่างยิ่งส้าหรับการภาวนาของหลวงปู่อีกที่หนึ่ง การภาวนาของหลวงปู่”ได้ปัญญาธรรมสูงสุดที่ภูเกิ้งนี่เอง “เหตุเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติภาวนาตามปกติในคืนหนึ่งได้มีแสงสว่าง๔ดวงลอยมาจากฟ้าแล้วลอยเข้ามาใกล้ๆหลวงปู่ ปรากฏว่าเป็นพระ๔รูป แล้วเข้ามาจะกราบหลวงปู่หลวงปู่ห้ามไว้แล้วถามพรรษาของพระทั้ง๔รูปนั้น พระ๑ใน๔รูปนั้นกล่าวว่า”พรรษาไม่เกี่ยว ธรรมะไม่ได้อยู่ที่พรรษา อยู่กับการปฏิบัติที่จริงจัง”จึงได้กราบหลวงปู่แล้วก็เริ่มสนทนากับหลวงปู่พระ๔รูป : “ท่านมาท้าไมที่นี่มาท้าอะไรหรือ”หลวงปู่:” มาปฏิบัติธรรมตามแนวทางของพระพุทธเจ้า”พระ๔รูป : “ท่านอาจารย์มาหาธรรมะ แล้วใครเล่าเป็นผู้สอนธรรมะ? แล้วศาลาการเปรียญธรรมอยู่ที่ไหน?ที่เห็นกันอยู่คือเสนาสนังเท่านั้นนะ ไม่ใช่ศาลาการเปรียญธรรมที่แท้จริงนะ”หลวงปู่: “ไม่รู้หรอก”พระ๔รูป : ให้หาค้าตอบเอานะ แล้วจะกลับมาใหม่วันนี้ขอลาไปก่อน” แล้วหายตัวจากไป หลวงปู่พยายามคิดหาค้าตอบอยู่หลายวัน จนกระทั่งได้สวดมนต์บทธรรมจักรกัปปะวัตตนะสูตรเมื่อสวดไปๆเกิดปัญญารู้ถึงค้าตอบที่พระ๔รูปได้ฝากเอาไว้จากเนื้อหาของบทสวดนั่นเอง ในหลายคืนต่อมาพระเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มา๓รูปเท่านั้น แล้วทวงถามปัญหาที่ฝากไว้หลวงปู่: ผู้ที่จะสอนธรรมและศาลาการเปรียญนั้น อยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่ใจของเรา ธรรมไม่ได้อยู่ที่ผู้อื่นหรือแม้แต่พระพุทธเจ้าก็ตาม เพราะท่านเพียงชี้แนะและให้ค้าสั่งสอน เพื่อเป็นแนวทางให้เราได้ปฏิบัติตามอย่างถูกทางเท่านั้นอยู่ที่ตัวเรานี่แหละ ที่จิตใจของเราต้องมาวนเวียนอยู่ในวัฏฏะสงสารอันนี้ล่ะ”พระ๓รูป: : ถูกแล้ว อาจารย์เก่งมาก ขอให้อาจารย์ศึกษาอยู่ตรงนี้และไม่ช้าไม่นานต้องจบแน่” เมื่อกล่าวจบก็หายตัวจากไป ในช่วงเวลาที่หลวงปู่อยู่ที่ภูเกิ้งนี่มีเทวดามากราบนมัสการเป็นประจ้า บ้างก็เป็นเด็กๆ บ้างก็เป็นผู้ใหญ่บ้างก็มาขอบวชกับหลวงปู่หลวงปู่ไม่บวชให้แต่กลับชวนเดินจงกรม ภาวนาด้วยกัน หลังออกพรรษาที่วัดป่าดงหวายหลวงปู่จะไปปฏิบัติภาวนาอยู่ที่ภูเก้งตามแต่โอกาส บางทีก็ครึ่งเดือน บางทีก็เดือนหรือสองเดือน
~ 118 ~ 3. หัวหน้าสถิตยเ์ห็นพระธาตุเสด็จมาภูเกิ้ง นายสถิตย์พิสัยสวัสดิ์หัวหน้าหน่วยหัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร(CITES) ได้เล่าว่า“ปี2544 ผมปฏิบัติหน้าที่ที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ต้าแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติคืนวันหนึ่ง เดือนตุลาคม 2554 จ้าวันที่ไม่ได้เวลาประมาณสองทุ่ม(20.00น) ผมขับรถออกจากเมืองมุกดาหารเพื่อไปอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ บนถนนสายมุกดาหาร-ดอนตาล พอใกล้ถึงอุทยานผมไดเห็น”แสงสีเขียวขนาดผลส้มสว่างมาก”ลอยในอากาศ ความสูงระดับยอดมะพร้าวเคลื่อนขนานไปกับพื้นในทิศทางจากฝั่งแม่น้้าโขงลอยข้ามถนนไปอีกด้าน ความรู้สึกขณะนั้นขนลุก ปิติเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังเมื่อครั้งยังเด็กว่า”นี่คือแก้วเสด็จ” ในตอนแรกคิดว่าแสงสีเขียวที่เห็นคงพุ่งไปที่ภูถ้้าพระในเขตอุทยานแน่นอนเพราะที่นั่นมีพระพุทธรูปไม้แกะสลักอยู่หลายองค์แต่พอเข้าใกล้กลับเป็น”ที่พักสงฆ์ภูเกิ้ง” วันรุ่งขึ้นผมตื่นแต่เช้า เตรียมของใส่บาตรเพื่อไปส้านักสงฆ์แห่งนี้ทันทีและเป็นการไปครั้งแรกของผมด้วยในใจอยากไขในสิ่งที่เห็นเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้พบและกราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสพร้อมเล่าสิ่งที่ได้พบให้ท่านฟัง ค้าตอบคือ”รอยยิ้มที่มุมปากของท่านพระอาจารย์” ผมจึงกลับจากวัด โดยไม่สงสัยเลยและไม่ต้องหาค้าตอบใดๆอีกแล้วสาธุ
~ 119 ~ 4. นิมิตมงคลของบ่าวหมู เรื่องเล่าของบ่าว”หมู” เช้าวันที่๖กุมภาพันธ์๒๕๖๗ เป็นห้วงเวลาที่หลวงพ่อ พระอาจารย์สัญญา ทายก ทายิกา ผู้น้าชุมชนศรัทธาสาธุชนก้าลังเตรียมงานผูกพัทธสีมาอุโบสถและงานฉลองพระครูของหลวงพ่ออยู่นั้น ธนพัฒน์(หมู) แสนจันทร์ผู้เป็นศิษย์ท้าหน้าที่โชเฟอร์และช่างภาพของวัด ได้ส่งMessengerเล่าให้โชคเกษม(โอเล่) ขุลีดีมัคนายกหนุ่มแห่งวัดป่าภูเกิ้งในแนวกระซิบว่า“เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาซึ่งตรงกับวันที่๓กุมภาพันธ์๒๕๖๗ตนได้ฝัน ”เห็นพสกนิกรจ้านวนมากทั้งชายและหญิงก้าลังรับเสด็จในหลวงหลวงรัชกาลที่๙ ตรงบริเวณทางโค้งขึ้นมาศาลาโรงธรรมอุโบสถท่ามกลางองครักษ์ที่ท้าหน้าที่อยู่ด้วยเหตุที่มีคนจ้านวนมากท้าให้เห็นพระพักตร์ของพระองค์ไม่ชัดนัก” “ขณะเดียวกัน ตรงบริเวณลานหินด้านบนเหนือกุฏิรับรอง เห็นกลุ่มชนอีกกลุ่มที่ไม่เคยรู้จัก(ในจิตส้านึกขณะนั้นบอกว่าคือ”บังบด”)ฝ่ายชายใส่เสื้อหลากสีก้าลังใช้รถไถปรับพื้นท้าทางเตรียมท้าโรงทานงานปิดทองฝังลูกนิมิตส่วนฝ่ายหญิงใส่เสื้อสีขาวผ้าถุงด้าช่วยกันเตรียมท้าโรงทานเช่นกันโดยมีการสั่งการว่า ให้แม่ครัวท้าอาหารพื้นบ้าน ไม่ต้องซื้อมาจากภัตตาคาร”ตนเห็นว่าเป็นนิมิตมงคล จึงอยากเล่าให้ฟัง
~ 120 ~จ. ว ั ตรปฏิบ ั ติและงานบุญของวัด
~ 121 ~ 1. วัตรปฏิบัตรของวัดป่าภูเกิ้ง
~ 122 ~ 2. กระทําสามีจิกรรมพ่อแม่ครูอาจารย์
~ 123 ~ 3. รับสามีจิกรรมจากพระอนุเถระและศิษยานุศิษย์
~ 124 ~ 4. การบ่มเพาะเด็กเยาวชน
~ 125 ~ 5. งานบุญกฐินประจําปี
~ 126 ~ 6. งานบุญผ้าป่าสามัคคีและสังฆทานประจําปี
~ 127 ~ 7. งานวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา
~ 128 ~ 8. งานบุญประทายข้าวเปลือกประจําปี
~ 129 ~ 9. ทําโรงทานในงานพ่อแม่ครูอาจารย์
~ 130 ~ 10. ร่วมงานตักบาตรริมโขงบ้านส้มป่อย
~ 131 ~ 11. นิมนต์เจ้าคณะจังหวัดและพิธีปักเขตวิสุงคามสีมา
~ 132 ~ 12. ความเมตตาของหลวงพ่อพระครูภัทรธรรมสิริต่อคณะศิษย์วัดป่าภูเกิ้ง
~ 133 ~ภาคผนวก
~ 134 ~
~ 135 ~
~ 136 ~การเตร ี ยมงาน
~ 137 ~รายนามเจ ้ าภาพหล ั กล ู กนิมิตเบื้องต้น1. ประธาน แพทย์หญิงกันตินันท์มหาสุวีระชัย ผอ.รพ.มุกดาหารและศรัทธาสาธุชนทุกคน (ผูกสายโยง) 2. เภสัชกรวิรุฬห์ศุภกุล เภสัชกรหญิงเยาวลักษณ์ศุภกุล นายแพทย์โสภัคค์ศุภกุล และ นางสาวชัญญ ศุภกุล 3. นางสาววารุณีศุภกุล 4. นางสาวศิริพร ศุภกุล+นางพร้อมพร โอภาสเอี่ยมลิขิต 5. ทายาทคุณพ่อนิพนธ์แสนวิเศษ 6. นายปิยะ - นางพรเพ ็ ญ แสงประจักษ์และครอบครัว นางอนงค์นิตย์เหมพิมานแมน และครอบครัว นางอารมย์พรหมดีและครอบครัว นางสาวณธกร พงศ์พีรเดช และครอบครัว นางพิสมัย นาโสก และครอบครัว นายกริช เอี่ยมอุตตมะ และครอบครัว นางสาวนันทนา ทิพยศรีและครอบครัว 7. นางวชิราภรณ์สิงห์แก้ว และครอบครัว 8. นางสุวรรณา แสนจันทร์และครอบครัว 9. นายโบชิด แสนจันทร์พร้อมครอบครัวและครอบครัวเพชรสวรรค์ ออกแบบปกโดย อาจารย์ธีระ พร้อมเพรียง อาจารย์ประจ้าสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร
~ 138 ~