The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ohatakong, 2022-02-15 03:14:28

2.พุทธประวัติ

2.พุทธประวัติ

พุทธประวัติ

ครู จันทร์จิรา หัตถกอง



หลังจากตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้า
ทรงมีพระมหากรุ ณาสงสารสัตว์โลก

จึงทรงมีพระประสงค์จะไป
แสดงธรรมไปโปรดปั ญจวัคคีย์
ซึ่ งเคยรับใช้ พระองค์ขณะทรงบำเพ็ญ
ทุกกรกิริยา โดยพระองค์ทรงแสดง

ปฐมเทศนาที่เรียกว่า

ธัมมจักกัปปวัตตนสู ตร

การแสดงปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ธัมมจักกัปปวัตตนสู ตร

2

ทรงแสดง “ทางสายกลาง 3

1 หรือมัชฌิมาปฏิปทา” คือ ทรงแสดง “อริยสัจสี่”
คือ ทุกข์ สมุทัย
ทรงชี้ว่ามีทาง “สุดโต่ง” อริยมรรค มีองค์ 8 นิโรธ มรรค
๒ ทางที่บรรพชิตไม่พึง ได้แก่ เห็นชอบ ดำริ
ชอบ เจรจาชอบ การงาน
ปฏิบัติ คือ การหมกมุ่น ชอบ อาชีพชอบ พยายาม
ในกามอันเป็ นทาง ชอบ สติชอบและสมาธิ

หย่อนเกินไป และการ ชอบ

ทรมานตนให้ลำบาก

อันเป็ นทางตึงเกินไป

ธัมมจักกัปปวัตตนสู ตร

4 5

ฟังเทศน์จบลง โกณฑัญญะได้ เทพทั้งหลายตั้งแต่ภุมมเทวดา
“ดวงตาเห็นธรรม” จึงทูลขอบวช ได้ป่ าวร้องบอกต่อๆ กันไปจนถึงหมู่
พระพุทธองค์ประทานการบวช
ด้วยการอุปสมบท เรียกว่า พรหมว่า พระพุทธเจ้าทรงหมุน
กงล้อ คือ พระธรรม ที่ไม่มีใคร
“เอหิภิกขุอุปสัมปทา” ไม่ว่าสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร

ถือเป็ นพระสาวกรู ปแรก พรหม สามารถหมุนกลับได้
ในพระพุทธศาสนา

พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะ จาตุรงคสันนิบาต
หรือวันเพ็ญเดือน ๓

พระสงฆ์สาวกจำนวน ๑,๒๕๐ รูป ได้มาเฝ้า
พระพุทธเจ้าที่วัดพระเวฬุวันโดยมิได้นัดหมายกัน

ท่านเหล่านั้นล้วนเป็น เอหิภิกขุ (พระสงฆ์ที่พระพุทธเจ้า
ประทานอุปสมบทให้) เอหิภิกขุอุปสัมปทา

เป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6

โอวาทปาฏิโมกข์ หัวใจพระพุทธศาสนา

การละเว้น การทำแต่ การทำให้
ความชั่ว ความดี จิตใจผ่องใส

พุทธประวัติ

ประสูติ ปรินิพพาน
ปฐมนิเทศ
ตรัสรู้

พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่างๆ

พุทธประวัติ

ขณะที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
พญาวสวัตดีมารได้มาขับไล่พระองค์ และอ้างว่าบัลลังก์

เป็นของตน พระพุทธองค์ทรงแย้งว่าบัลลังก์เป็นของพระองค์
และทรงตรัสว่า “ขอให้วสุนธราจงเป็นพยาน”

ทันใดนั้นพระแม่ธรณีได้ผุดขึ้นมาจากแผ่นดินและบีบมวยผม
บันดาลให้เกิดกระแสน้ำไหลท่วมกองทัพพญามารจนพ่ายแพ้

ชาวพุทธจึงสร้างปางนี้ขึ้น

ปางมารวิชัย

ปางปฐมเทศนา พุทธประวัติ

หลังตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าเสด็จไปยัง ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
แขวงเมืองพาราณสี ทรงแสดง "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ว่าด้วยอ

ริยสัจ ๔ แก่ปัญจวัคคีย์โดยมีโกณฑัญญะเป็นหัวหน้า
การแสดงปฐมเทศนา เป็นการหมุนกงล้อธรรมชาติ ซึ่งเป็น
เครื่องหมายแห่งการประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก

พุทธประวัติ

เป็นปางเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากพระพุทธองค์
เสด็จขึ้นไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงธรรม
โปรดพุทธมารดาตลอด ๓ เดือนแล้ว ก็เสด็จลงมาจากสวรรค์

ซึ่งพระพุทธลีลานอกจากบ่งบอกถึงความงามอันอ่อนช้อย
น่าเลื่อมใสศรัทธาแล้วแสดงถึงการเคลื่อนไหวด้วยพระมหากรุณา

เพื่อโปรดเวไนยสัตว์ให้หลุดพ้นจากความทุกข์

ปางพุทธลีลา

ปางประจำวันเกิด

สังคมไทยเป็นสังคมชาวพุทธ ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา วันศุกร์ วันเสาร์
มีคติความเชื่อและนับถือเคารพบูชาพระพุทธรูปทั่วๆ ไป และ
การบูชาพระประจำวันเกิดของตน เชื่อว่าถ้าได้บูชาพระประจำวันเกิด
ก็ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองมากขึ้น พระปางประจำวันเกิด
แต่ละปางมีดังนี้

วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ(กลางวัน) วันพุธ(กลางคืน) วันพฤหัสบดี

ปางถวายเนตร วันอาทิตย์

พระพุทธรูปในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสอง
เพ่งไปข้างหน้า พระหัตถ์ทั้งสองห้อยลงมาประสานกันอยู่ข้างหน้า
พระหัตถ์ขวาซ้อนเหลื่อมอยู่บนพระหัตถ์ซ้าย

หลังตรัสรู้ใหม่ๆ พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากโคนต้นพระศรีมหาโพธิ์
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์
โดยไม่กระพริบพระเนตรเป็นเวลา๗วัน เพื่อรำลึกถึงคุณประโยชน์
ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อำนวยช่วยพระองค์จนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

ปางห้ามสมุทร/ห้ามญาติ วันจันทร์

พระพุทธรูปในพระอิริยาบถยืน ยื่นพระหัตถ์ทั้งสองไปข้าง
หน้า แบพระหัตถ์ตั้งข้างหน้าเสมอพระอุระ

ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับที่โรงไฟเมื่อคราวเสด็จไปโปรดชฎิล ๓ พี่น้อง
แล้วเกิดฝนตกหนักน้ำหลากท่วมบริเวณที่ประทับอยู่ พวกชฎิล๓พี่น้อง
หนีขึ้นบนที่ดอนส่วนพระพุทธเจ้ามิได้เสด็จหนี เช้ามาพวกชฎิล๓พี่น้อง
ได้ออกตามหาจนพบพระพุทธองค์ทรงยืนอยู่ภายในวงล้อมของน้ำที่ท่วม

ปางไสยาสน์ วันอังคาร

พระพุทธรูปในพระอิริยาบถนอนตะแคงขวา พระบาททั้งสองเสมอกัน
พระหัตถ์ซ้ายทาบพระวรกาย พระหัตถ์ขวาตั้งขึ้นรับพระเศียร
มีพระเขนยรองรับ เรียกอีกอย่างว่า “ปางโปรดอสุรินทราหู”

เป็นเหตุการณ์เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี
ครั้งนั้นอสุรินทราหูจอมอสูรสำคัญว่าตนมีร่างกายใหญ่โต แสดงความ
กระด้างกระเดื่องไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระพุทธองค์ จึงทรงมีพระประสงค์
จะลดทิฐิของจอมอสูร จึงทรงเนรมิตกายจนใหญ่กว่า อสุรินทราหูจึงยอม
อ่อนน้อม

ปางอุ้มบาตร

พระพุทธรูปในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองประคองบาตร

เป็นเหตุการณ์เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปโปรดพระประยูรญาติ
กรุงกบิลพัสดุ์ รุ่งขึ้นอีกวันจากวันเสด็จไปถึงในเวลาตอนเช้า
พระพุทธองค์ก็ทรงบาตรพาภิกษุสงฆ์ออกไปโปรดสัตว์
เสด็จพุทธดำเนินไปตามถนนในกรุงกบิลพัสดุ์

วันพุธ (กลางวัน)

ปางป่ าเลไลยก์

พระพุทธรูปในพระอิริยาบถประทับนั่งห้อยพระบาท
พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงาย

เป็นเหตุการณ์เมื่อครั้งพระภิกษุเมืองโกสัมพีทะเลาะกันขนานใหญ่
พระพุทธองค์ได้เสด็จไปห้ามปราม แต่เนื่องจากไม่มีใครฟัง
พระองค์จึงเสด็จหลีกไปประทับอยู่ในป่า โดยมีพญาช้างปาลิไลยกะ
และลิงคอยดูแลเฝ้าปรนนิบัติ

วันพุธ (กลางคืน)

ปางสมาธิ

พระพุทธรูปในพระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระบาทขวา
ทับพระบาทซ้าย พระหัตถ์ทั้งสองวางหงายบนพระเพลา โดย
พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย

เป็นเหตุการณ์เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตรสัมมาสัม
โพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเวลาเช้าตรู่ของวันเพ็ญ
ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (วันวิสาขบูชา) ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์

วันพฤหัสบดี

ปางรำพึง

พระพุทธรูปในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองประสานกัน
ยกขึ้นทาบพระอุระ โดยพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย

เมื่อพระพุทธองค์ทรงรำพึงถึงธรรมะที่ตรัสรู้ว่ามีความลึกซึ้ง
ยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ ก็ทรงรู้สึกอ่อนพระทัยในการออกไป
โปรดสัตว์ แต่เมื่อท้าวสหัมบดีพรหมมาทูลอัญเชิญ จึงทรงตัดสิน
พระทัยไปเทศนาสั่งสอนประชาชน

วันศุกร์

ปางนาคปรก

พระพุทธรูปประทับขัดสมาธิเหนือขนดพญานาคที่มาขด
ให้ประทับ และแผ่พังพานบังลมและฝนให้

เป็นเหตุการณ์หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ขณะประทับ
ใต้ต้นมุจจลินท์ (ต้นจิก) มีฝนตกพร่ำๆ ๗ วัน เมื่อฝนหยุดแล้ว
พญานาคได้จำแลงกายเป็นมานพหนุ่ม ยืนประคองอัญชลีอยู่ข้างๆ

วันเสาร์


Click to View FlipBook Version