ไดโนเสาร์ โดย ด.ช.ยศกร น้อยหนัก เลขที่ 6 ด.ช.จักษณัญช์ขจีฟ้า เลขที่ 14 ด.ช.จิรภัทร แสงสุวรรณ เลขที่ 15 ด.ช.ปุณยวีร์เติมบุญ เลขที่ 32 ด.ช.พีรพล สุบิน เลขที่ 34 ด.ช.วรพล ตั้งจิตบำรุง เลขที่ 42 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/7 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา I20202 IS2 การสื่อสารและการนำเสนอ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
ไดโนเสาร์ โดย ด.ช.ยศกร น้อยหนัก เลขที่ 6 ด.ช.จักษณัญช์ขจีฟ้า เลขที่ 14 ด.ช.จิรภัทร แสงสุวรรณ เลขที่ 15 ด.ช.ปุณยวีร์เติมบุญ เลขที่ 32 ด.ช.พีรพล สุบิน เลขที่ 34 ด.ช.วรพล ตั้งจิตบำรุง เลขที่ 42 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / 7 เสนอ ครูพิมพิสุทธิ์ พันธุ์มณี รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา I20202 IS2 การสื่อสารและการนำเสนอ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
หน้าอนุมัติหัวข้อ หัวข้อรายงานวิชาการ ไดโนเสาร์ ความคิดเห็นครูที่ปรึกษา อนุมัติ อนุมัติเเต่เเก้ไขเล็กน้อย ไม่อนุมัติ ข้อเสนอเเนะ ……………………………………..…………………………………………………………………………….…………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………..ครูที่ปรึกษา (นางสาวพิมพิสุทธิ์ พันธุ์มณี) บทคัดย่อ
หัวข้อรายงานวิชาการ ไดโนเสาร์ สมาชิก ด.ช ยศกร น้อยหนัก เลขที่ 6 ด.ช จักษณัญช์ขจีฟ้า เลขที่ 14 ด.ช จิรภัทร เเสงสุวรรณ เลขที่ 15 ด.ช ปุณยวีร์เติมบุญ เลขที่ 32 ด.ช พีรพล สุบิน เลขที่ 34 ด.ช วรพล ตั้งจิตบำรุง เลขที่ 42 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / 7 ครูที่ปรึกษา นางสาวพิมพิสุทธิ์ พันธุ์มณี ปีการศึกษา 2565 รายงานเรื่อง ไดโนเสาร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาค้นคว้าและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของไดโนเสาร์ ประเภทของไดโนเสาร์ยคุของไดโนเสาร์การสญูพันธแุ์ละทฤษฎกีารสญูพันธขุ์อง ไดโนเสาร์ จากการศึกษาพบว่า ไดโนเสาร์มีลักษณะต่างกันออกตามพื้นที่การอยู่อาศัย ไดโนเสาร์มี 2 ประเภท คือ 1 ไดโนเสาร์ กินพืช 2 ไดโนเสาร์กินเนื้อ เเละมียุคสมัยของไดโนเสาร์เเบ่งออกเป็น 3 ยุค คือ 1 ยุคไทรแอสซิก 2 ยุคจูแรสซิก 3 ยุคครีเทเชีย ส เเละมีสาเหตุการสูญพันธุ์ที่ต่างกันออกไป ลายมือชื่อครูที่ปรึกษา ………………………. ลายมือชื่อนักเรียน 1……………………. 2……………………. 3……………………… 4……………………. 5……………………. 6……………………..
กิตติกรรมประกาศ รายงาน เรื่อง ไดโนเสาร์ฉบับนี้สำเร็จได้ด้วยความเมตตาจาก ครูพิมพิสุทธิ์ พันธุ์มณี กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ครูผู้สอนวิชา I20202 IS2 การสื่อสารเเละการนำเสนอที่ให้ความกรุณาเป็นครูที่ปรึกษา ประสิทธิ์ประสาทความรู้เเละทักษะ ด้านการเขียนรายงานอีกทั้งได้สละเวลาให้คำเเนะนำ ข้อเสนอเเนะ ตรวจเเละเเก้ไขข้อ บกพร่องต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใส่อย่างดี ซึ่งทางคณะผู้จัดทำรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณ จึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงใน ณ โอกาสนี้ขอบคุณบิดา มารดา พี่ น้อง ตลอดจนเพื่อนนักเรียนทุกคน ที่คอยเป็นเเรงผลักดันเเละเเรงใจในการจัดทำรายงาน วิชาการฉบับนี้จนสำเร็จ ลุล่วงได้ด้วยดีคุณค่าเเละประโยชน์ของ รายงาน ไดโนเสาร์ฉบับนี้ ทางคณะผู้จัดทำขอมอบให้เเก่คณะครูที่มีส่วนในการวาง รากฐานการทางศีกษาเเละประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้เเก่คณะผู้จัดทำตลอดมา คณะผู้จัดทำ 25 สิงหาคม 2565 คำนำ
รายงาน เรื่อง ไดโนเสาร์ฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา |20202 IS2 การสื่อสารและการนำเสนอภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2565 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าและ การเขียนรายงาน วิชาการ ตามที่ได้ศึกษา อันเป็นการฝึกฝนทักษะกระบวนการเขียนรายงาน และกระบวนการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างเป็น ระบบอีกทั้งเพื่อเสริมสร้างความรักในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองอันเป็นหัวใจสำคัญที่จะเอื้อให้เกิดประโยชน์ในการ ศึกษาระดับสูงต่อไป เนื้อหาในรายงาน ประกอบด้วยหัวข้อสำคัญ 4 หัวข้อ ได้แก่หัวข้อที่ 1 ประวัติของไดโนเสาร์หัวข้อที่ 2 ประเภทของ ไดโนเสาร์และ หัวข้อที่ 3 ยุคของไดโนเสาร์หัวข้อท ี่ 4 การสูญพันธุ์เเละทฤษฎีการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ซึ่งทางคณะผู้จัด ทำได้พยายามเรียบเรียงขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ ประโยชน์ที่คณะผู้จัดทำได้รับจากการเขียนรายงานฉบับนี้ คือ ได้ฝึกฝน กระบวนการทำงานกลุ่ม การวางแผนงาน การปรับปรุงแก้ไขงาน การศึกษาค้นคว้า และฝึกทักษะการเขียนเชิงวิชาการเป็นต้น นอกจากประโยชน์ในทางหนึ่งที่ผู้ศึกษาจะได้รับจากรายงานฉบับนี้คือความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไดโนเสาร์ อันจะเป็นการจุดประกายทางความคิดให้แก่ผู้ศึกษา ที่จะนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป ขอขอบคุณครูที่ปรึกษาและท่านผู้รู้ที่กรุณาให้คำแนะนำจนเขียนยรายงานได้สำเร็จ และสมาชิกผู้จัดทำที่ให้ความ ร่วมมือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จนงานสำเร็จลุล่วง และสามารถผ่านอุปสรรคด้วยดี คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานเรื่องนี้จะเอื้อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าแก่ผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อย สารบัญ เรื่อง ไดโนเสาร์หน้า หน้าอนุมัติหัวข้อ 2 บทคัดย่อ 3 กิตติกรรมประกาศ 4 คำนำ 5 สารบัญ 6 บทนำ 7
เนื้อเรื่อง 1.ประวัติของไดโนเสาร์ 7 2.ประเภทของไดโนเสาร์ 8 3.ยุคของไดโนเสาร์ 11 4.การสูญพันธุ์เเละทฤษฎีการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ 15 บทสรุป 18 บรรณานุกรม 20 ประวัติผู้เขียน 21 ประวัติของไดโนเสาร์ คำว่า ไดโนเสาร์(dinosaur) ถูกตั้งขึ้นโดย เซอร์ริชาร์ด โอเวน นักบรรพชีวินวิทยา ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นการผสม ของคำในภาษากรีกสองคำ คือคำว่า deinos (δεινός) (ใหญ่จนน่าสะพรึงกลัว) และคำว่า sauros (σαύρα) (สัตว์ เลื้อยคลาน)เเละไดโนเสาร์เป็นชื่อเรียกโดยรวมของสัตว์ดึกดำบรรพ์ในอันดับใหญ่ Dinosauria ซึ่งเคยครองระบบนิเวศบนพื้น พิภพ ในมหายุคมีโซโซอิก เป็นเวลาถึง 165 ล้านปี
ประเภทของไดโนเสาร์ ไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ที่จำเเนกออกเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ 1. ไดโนเสาร์กินเนื้อ 2. ไดโนเสาร์กิน พืช ซึ่งมีผิวหนังที่ปกคลุมเป็นเกล็ดเช่นเดียวกับ งู จระเข้หรือ เต่า กระเพาะอาหารของไดโนเสาร์กินพืชมักมีขนาดใหญ่ ไดโนเสาร์กินพืช โคริโทซอรัส (Corythosaurus)
เป็นไดโนเสาร์จำพวกแฮดโดรซอร์อาศัยช่วงปลายยุคครีเตเซียส เมื่อ 65 ล้านปีก่อน ขนาด 12 เมตร ริว เท ซูน ฟอสซิลของมันพบที่ทวีปอเมริกาเหนือ ชื่อแปลว่ากิ้งก่ามงกุฏ ลักษณะปากของโคริโทซอรัสคล้ายกระสุนปืน แคมป์โทซอรัส (Camptosaurus – กิ้งก่าหลังโค้ง) มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายยุคจูแรสสิค ชื่อนี้มาจากโครงสร้างของของมันที่สามารถยืนตรง 2 เท้าหรือ 4 เท้าก็ได้ขนาดตัว ไม่ใหญ่มากนัก ความยาวประมาณ 6.5 เมตร และ ส่วนสูง 2 เมตรจากพื้นถึงเอว เป็นไดโนเสาร์ในกลุ่มสะโพกนก ไดพลอโดคัส (Diplodocus) กิ้งก่าสันคู่วงศ์ดิพโพลโดซิเด อันดับแยกย่อย ซอโรโพดา อันดับย่อย ซอโรโพโดมอพา อันดับ ซอริสเชีย เป็น ไดโนเสาร์ตระกูลซอโรพอดเช่นเดียวกับ อะแพทโตซอรัส และมีชื่อเสียงพอๆกัน ในด้านความยาวขนาดตัว ขนาดใหญ่โตเต็มท ี่ ยาว 25-27 เมตร ไทรเซอราทอปส์(triceratops) เป็นไดโนเสาร์ที่มีชีวิตอยู่ในปลายยุคครีเทเชียสราว 68-65ล้านปีมันเป็น1ในไดโนเสาร์ชนิดสุดท้าย ไทรเซอราทอ ปส์เป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่หนักราว6-8ตันและยาวได้กว่า6-10เมตรโดยทั่วไปแล้วไทรเซอราทอปส์จะกินเฟริน สนซึ่งเป็นพืช เนื้อหยาบมันมีจงอยปากคล้ายนกแก้วไว้ตัดพืช ไดโนเสาร์กินเนื้อ
บารีโอนิกซ์(Baryonyx) อยู่ในวงศ์สไปโนซอร์มีถิ่นกำเนิดที่อังกฤษ บารีโอนิกซ์มีฟันรูปกรวย มันมีเล็บหัวแม่มือที่ใหญ่กว่าเล็บอื่น เวโลซีแรปเตอร์(อังกฤษ: Velociraptor) ฉลาดและว่องไว มีความยาวประมาณ1.5-1.8เมตร อยู่ในวงศ์โดรเมโอซอร์มีการออกล่าเหยื่อเป็นกลุ่มเหมือนหมาป่า อาวุธคือเล็บเท้าแหลมคมเหมือนใบมีดที่พับเก็บได้และฟันที่คมกริบ สไปโนซอรัส (อังกฤษ: Spinosaurus) มีความหมายว่าสัตว์เลื้อยคลานมีแผง สไปโนซอรัส ถูกค้นพบครั้งแรกในอียิปต์ในปีค.ศ.1910 เป็นสัตว์กินเนื้อยืน 4 ขา มีจุดเด่น คือกระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ รูปวงรี มี11ชิ้น ชิ้นที่ยาวที่สุดมีความยาว 1.69 เมตร คาร์ชาโรดอนโทซอรัส (Carcharodontosaurus) เป็นหนึ่งในไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีขนาดใหญ่โตและแข็งแรงที่สุด มีขนาดโดยประมาณคือ 13 เมตร อาศัยอยู่ในทวีปแอ ฟริกาเหนือเมื่อประมาณ 93-100 ล้านปีก่อน ชื่อ คาชาโรดอน มาจากภาษากรีกมีความหมาย ขรุขระ หรือ คม คาร์โนทอรัส ( Carnotaurus) ค้นพบที่ทุ่งราบพาร์ตาโกเนียของอาร์เจนตินา มีเขาอยู่บนหัว 2 เขา เป็นลักษณะที่พิเศษของคาร์โนทอรัส ชื่อของมัน มีความหมายว่ากิ้งก่ากระทิง ขนาดประมาณ 7.5 เมตร อาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนปลายเมื่อประมาณ 75-80 ล้านปีก่อน
ยุคของไดโนเสาร์ ยุคของไดโนเสาร์เเบ่งออกเป็น 3 ยุค เเละไดโนเสาร์ก็มีความเเตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย การใช้ชีวิต ได้แก่ยุค ไทรเเอสซิก ยุคจูเเรสซิก ยุคครีเทเชียส ยุคไทรแอสซิก การครอบครองโลกของไดโนเสาร์ในยุคนี้โลกถูกปกคลุมด้วยป่าไม้จำนวนมาก พืชตระกูลที่ใช้สปอร์ในการขยายพันธ์ ประสบความสำเร็จและมีวิวัฒนาการถึงขั้นสูงสุด ในป่ายุคไทรแอสซิกช่วงแรกนั้นมีสัตว์ใหญ่ไม่มากนักสัตว์ปีกที่ใหญ่ที่สุดคือ แมลงปอยักษ์ที่ปีกกว้างถึง2ฟุตและได้ชื่อว่าเป็นนักล่าเวหาเพียงชนิดเดียวของยุคนี้ เนื่องจากในช่วงปลายของยุค เปอร์เมียนเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทำให้พวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมาก สูญพันธุ์ไปพวกท ี่ เหลือได้สืบทอดเผ่าพันธุ์มาจนถึงต้นยุคไทรแอสซิกในกลุ่มสัตว์เหล่านี้เจ้าซินนอกนาตัสเป็นสัตว์นักล่าที่น่าเกรงขามที่สุด ในหมู่
พวกมันและในช่วงนี้เองไดโนเสาร์ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยพวกมันวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่เดินด้วยขาหลังอย่างเจ้าธีโคด อนซึ่งถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์การสูญพันธ์ครั้งใหญ่ในยุคเปอร์เมียนทำให้พวกมันสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้อย่าง มากมายในช่วงต้นยุคไทรแอสซิกและกลายมาเป็นคู่แข่งของพวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมที่เหลือ ไดโนเสาร์ในยุคแรก เป็นพวกเดินสองขา เช่น พลาทีโอซอร์ไดโนเสาร์กินพืชคอยาวที่เป็นบรรพบุรุษของพวก ซอโรพอด หรือเจ้าซีโลไฟซิส บรรพบุรุษของพวกกินเนื้อ นักล่าสองขาความสูง 1 เมตร การที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยสองขาหลังทำให้พวกมันมีความ คล่องตัวในการล่าสูงกว่า ซินนอกนาตัส หรืออีรีโทรซูคัสที่ยาวถึง 15 ฟุตซึ่งมีกรามขนาด ใหญ่และแข็งแรงนักล่าเหล่านี้ได้ เปรียบซินนอกนาตัสและสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆทำให้พวกนี้ต้องวิวัฒนาการให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะหลบหนี พวกไดโนเสาร์และหลีกทางให้เผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ก้าวมาครองโลกนี้แทนในที่สุด ยุคจูแรสซิก ไดโนเสาร์ครอบครองโลกได้สำเร็จในตอนปลายยุคไทรแอสซิก จนเมื่อเข้าถึงยุคจูแรสซิกพวกมันก็ขยายเผ่าพันธุ์ไปทั่ว โลกในยุคนี้ผืนแผ่นดินถูกปกคลุมด้วยพืชขนาดยักษ์จำพวกสนและเฟิร์น อย่างไรก็ตามได้เริ่มมีพืชดอกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกใน ช่วงกลางของยุคนี้ นับว่าเป็นจุดเริ่มของการขยายพันธุ์รูปแบบใหม่ของพวกพืช ยุคจูแรสซิกนับได้ว่าเป็นยุคที่พวกไดโนเสาร์คอ ยาวตระกูลซอโรพอด (Sauropod) ขยายเผ่าพันธุ์อย่างกว้างขวาง ไดโนเสาร์ขนาดยักษ์สายพันธุ์ที่รู้จักกันดีก็คือ แบรกคิโอ ซอรัส (Brachiosaurus) ดิปโพลโดคัส (Diplodocus) และอะแพโทซอรัส (Apatosaurus) หรืออีกชื่อคือบรอนโทซอรัส นอกจากนี้ยังมีชนิดอื่น ๆ อีกมากมายสัตว์ยักษ์เหล่านี้ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่โง่และไม่อาจป้องกันตัวจากสัตว์นักล่าได้ ทว่าในปัจจุบันนักโบราณคดีชีววิทยา (paleontology) เชื่อว่าพวกมันใช้หางที่หนาหนักศัตรูที่มาจู่โจมซึ่งนับว่าเป็นการตอบโต้ ที่น่ายำเกรงไม่น้อย เพราะหางที่ยาวและมีน้ำหนักมากนี่เองที่ทำให้พวกมันต้องมีคอยาวเพื่อสร้างสมดุลของสรีระของมัน ยุคครีเทเชียส ยุคครีเทเชียสเป็นยุคที่ต่อจากยุคจูแรสซิก สัตว์เลื้อยคลานเจริญมากในยุคนี้ ที่สหรัฐอเมริกาก็มีการค้นพบสัตว์ทะเลท ี่ เคยอาศัยอยุ่ในช่วงเดียวกันกับไดโนเสาร์ได้แก่พวกพลีสิโอซอร์เช่น อีลาสโมซอรัส พวกกิ้งก่าทะเลโมซาซอร์อย่างไฮโนซอรัส และอาเครอนเป็นพวกเต่าอาศัยอยู่ในทะเล บนท้องฟ้าก็มีเคอาร์โคโทรุสซึ่งมีขนาดปีกยาวถึง 15 เมตร บินอยู่มากมายยุคนี้เป็น ยุคที่ไดโนเสาร์มีการพัฒนาตัวเองอย่างมาก พวกซอริสเชียนที่กินเนื้อมีตัวขนาดใหญ่ได้แก่อัลเบอร์โตซอรัส ไทรันโนซอรัสปราก ฏในยุคนี้มีลักษณะดังนี้ไทรันโนซอรัสนั้นมีเล็บที่ขาหลังใหญ่โตและมีฟันแหลมยาวประมาณ 13 เซนติเมตร เพื่อใช้จับเหยื่อพวก ซอริสเชียนที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหารก็ได้แก่ออนิโตมิมัสพวกออร์นิธิสเชียนมักจะเป็นพวกกินพืชพวกที่ถูกค้นพบครั้งแรก ก็ได้แก่อิกัวโนดอน แล้วก็พบ ฮิพุชิโรโฟดอน และฮาโดโรซอรัส พวกออร์นิธิสเชียน ได้แก่ ไทรเซอราทอปส์แองคิโลซอรัส พบ เจริญอยู่มากมาย แต่ว่าก่อนจะหมดยุคครีเทเชียส นั้นอากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไดโนเสาร์บางพวกเริ่มตายลงและสูญพันธุ์ หลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้วสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็มีบทบาทขึ้นมาบนโลก
ยุคที่เป็นต้นกำเนิดของไดโนเสาร์ตัวเเรกคือ ยุค Triassic ไทรแอสซิก เป็นยุคกำเนิดไดโนเสาร์ตัวแรก ราวๆ 230 ล้านปีก่อน การครอบครองโลกของไดโนเสาร์ในยุคนี้โลกถูกปกคลุมด้วยป่าไม้ จำนวนมาก พืชตระกูลที่ใช้สปอร์ในการขยายพันธ์ประสบความสำเร็จและมีวิวัฒนาการถึงขั้นสูงสุด ในป่ายุคไทรแอสสิกช่วง แรกนั้นมีสัตว์ใหญ่ไม่มากนักสัตว์ปีกที่ใหญ่ที่สุดคือแมลงปอยักษ์ “เมกานิลร่า” หรือแมลงป่องยักษ์ “บรอนโตสกอร์ปิโอ” เนื่องจากในช่วงปลายของยุคเพอร์เมียนเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทำให้พวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนม จำนวนมากสูญพันธุ์ไปพวกที่เหลือได้สืบทอดเผ่าพันธุ์มาจนถึงต้นยุคไทรแอสสิกไดโนเสาร์ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยพวกมัน วิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่เดินด้วยขาหลังอย่างเจ้าธีโคดอน และอาร์โคซอร์ซึ่งถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ การสูญพันธ์ครั้งใหญ่ในยุคเพอร์เมียนทำให้พวกมันสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้อย่างมากมายในช่วงต้นยุคไทรแอสสิกและกลายมา เป็นคู่แข่งของพวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมที่เหลือ ไดโนเสาร์ในยุคแรกเป็นพวกเดินสองขา เช่น พลาทีโอซอร์หรือ ซี โลไฟซิส เป็นบรรพบุรุษของพวกกินพืช และกินเนื้อในช่วงเวลาต่อมา ทำให้พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เคยครองโลกในยุคเพ อร์เมี่ยนนั้นต้องวิวัฒนาการให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะหลบหนีพวกไดโนเสาร์ที่ใหญ่ขึ้น และรวดเร็วขึ้น และหลีกทางให้เผ่าพันธุ์ ไดโนเสาร์ก้าวมาครองโลกนี้แทนในที่สุด ยุคไทรแอสสิคยังถือว่าเป็นยุคเชื่อมสัตว์โบราณ และไดโนเสาร์ในยุคแรกรวมกันซึ่งไดโนเสาร์ที่เป็นที่รู้จักในยุค รวมถึง สัตว์ในไทรแอสสิค มีรายชื่อหลักๆดังน ี้ การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ เหตุการณ์การสูญพันธุ์ในยุคต่างๆของไดโนเสาร์มีหลายทฤษฎีในการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เเบ่งออกเป็น 2 ทฤษฎี หลัก คือ ทฤษฎีที่ 1
ทฤษฎีที่1.1 ทฤษฎีอุกบาตชนโลก เป็นทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุด โดยสาเหตุของทฤษฎีนี้ เพราะว่ามีการค้นพบหลุมอุกบาต ขนาด 10 กม. ในบริเวณแหลมยูกาตัน ประเทศเม็กซิโก และนอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุอิริเดียม ที่พบมากในอุกกาบาต ในบริเวณแหลมยู กาตันด้วย ซึ่งแร่ธาตุอิริเดียม พวกนี้อาจมาจากอุกบาตที่พุ่งชนโลก ในบริเวณนั้น ทฤษฎีที่1.2 ทฤษฎีภูเขาไฟระเบิด เป็นทฤษฎีที่น่าเชื่อถือเช่นเดียวอุกบาตพุ่งชนโลก ซึ่งภูเขาไฟทั่วโลกอาจระเบิดพร้อมกัน ทำให้ พืชที่ไดโนเสาร์กินพืชกินนั้นเป็นพิษเมื่อมันกินเข้าไป ทำให้พวกไดโนเสาร์กินพืชต่างล้มตาย และเมื่อพวกกินเนื้อไม่มีอาหารคือ พวกกินพืช พวกมันก็ล่ากันเอง จนสูญพันธุ์ในที่สุด ทฤษฎีที่1.3 ทฤษฎีอากาศหนาวขึ้นและการเปลี่ยนแปลงกะทันหันของสภาพแวดล้อม โดยฤดูกาลในโลกอาจเปลี่ยนแปลง ทำให้มีหิมะตก จนอากาศหนาวขึ้น และเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง พวกสัตว์อาจปรับตัวไม่ทันและสูญพันธุ์ในที่สุด
ทฤษฎีที่1.4 ทฤษฎีไข่ถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขโมย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินไข่อาจเพิ่มจำนวนขึ้น และเข้าไปกินไข่ของสัตว์อื่น แต่ ถ้าเป็นเช่นนั้นสัตว์เลื้อยคลานใต้ทะเลพวกอิกธีโอซอร์ที่ไม่วางไข่บนบกจะไม่สูญพันธุ์รวมทั้งแอมโมไนต์ปลาในมหายุคมีโซ โสอิค ทฤษฎีที่ 2 ครั้งที่ 1 การสูญพันธุ์ครั้งแรกเกิดขึ้นในเกือบจะช่วงปลายยุคแคมเบรียน ประมาณ 505 ล้านปีมาแล้ว ครั้งที่ 2 เป็นการสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่เกิดในปลายยุคออร์โดวิเชียน เมื่อประมาณ 438 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีสิ่งมี ชีวิตหลายเซลล์ทั้งหมดอาศัยอยู่ในทะเล
ครั้งที่ 3 เป็นการสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่เช่นกัน เกิดขึ้นปลายยุคดีโวเนียน เมื่อประมาณ 360 ล้านปีที่ผ่านมา ครั้งที่ 4 เป็นการสูญพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดในบรรดากรณีการสูญพันธุ์ครั้งสำคัญๆ ทั้งหมดที่สำรวจได้เกิดขึ้นในช่วง 10 ล้านปีสุดท้ายของยุคเปอร์เมียน ประมาณ 238-248 ล้านปีมาแล้ว นักบรรพชีวินวิทยาประมาณว่า 96 ของสิ่งมีชีวิตใน ทะเลสูญพันธุ์ไปในช่วงนี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบชีวิตบนโลกอย่างถาวร ครั้งที่ 5 ประมาณ 65 ล้านปีมาแล้ว ในช่วงท้ายของยุตครีเตเซียส การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ยังเกิดขึ้นอีก เหตุการนี้ น่า จะเกี่ยวข้องกับการพุ่งชนโลกของดาวเคราะห์น้อยขนาดมหึมา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบริเวณคาบมหาสมุทรยูคทาน อ่าว แม๊กซิโก เหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำลายสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในทะเลเป็นจำนวนมาก และทำลายสิ่งมีชีวิตบนบก ไป 2 ใน 3 ส่วน สัตว์จำพวก ไดโนเสาร์สิ้นสุดไปในยุคนี้เช่นกัน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดที่เหลืออยู่นั้น ไม่มีชนิดใดที่ขนาดใหญ่กว่าแมวบ้านและ กลายเป็นสิ่งมีชีวิตหลักบนบกต่อมา ขณะเดียวกันสัตว์จำพวกนก สัตว์เลื้อยคลานยุคใหญ่พืช และแมลง เกิดขึ้นอย่าง แพร่หลายมากมาย สรุปสาเหตุของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์มีดังน ี้
1. มีอุกาบาตขนาดใหญ่ตกลงมาสู่โลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีฝุ่นและไอน้ำจำนวนมาก กระจายสู่ อวกาศ บดบังแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน ทำให้โลกเย็นตัวลง ไดโนเสาร์จึงสูญพันธุ์ 2. หินเหลวร้อนภายในโลก เกิดการเคลื่อนไหว ทำให้เปลือกโลกและทวีปเคลื่อนที่ไป อวกาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ไดโนเสาร์ไม่ชอบจึงสูญพันธุ์ 3. มีหนอนมาแย่งกินใบไม้ซึ่งเป็นอาหารของไดโนเสาร์มังสวิรัต ไดโนเสาร์จึงหิวตายไปหมด 4. ไดโนเสาร์กินเนื้อ ได้กินไดโนเสาร์มังสวิรัตจนหมด ไดโนเสาร์กินเนื้อจึงหิวและตายไป 5. มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดกินไข่ของไดโนเสาร์จำนวนมาก 6. มีต้นไม้ที่เป็นพิษเกิดขึ้น 7. เปลือกไข่ของไดโนเสาร์เริ่มบางลง ไข่จึงแตกก่อนที่ไดโนเสาร์จะฝักออกมา 8. ไดโนเสาร์เติบโตเต็มที่แล้ว การพัฒนาสมองจะต่ำลง ส่งผลให้ลูกหลานอ่อนแอลงเรื่อยๆ
บรรณานุกรม วิกิพีเดีย. 2550. ไดโนเสาร์. (ออนไลน์). เเหล่งที่มา: https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8% 94%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8 C 28 สิงหาคม 2565 อรรถพร พันธุ์จันทร์. 2556. ไดโนเสาร์. (ออนไลน์). เเหล่งที่มา: https://sites.google.com/site/is1554is/reuxng-dinosear/prawati-di-no-sea 20 กรกฎาคม 2565 wicainchai3-6. ประวัติไดโนเสาร์. (ออนไลน์).เเหล่งที่มา https://sites.google.com/site/wicainchai36/prapheth-khxng-dinosear 23 กรกฎาคม 2565
ประวัติผู้เขียน ชื่อ ด.ช.ยศกร น้อยหนัก การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่2/7 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ชื่อ ด.ช.จักษณัญช์ขจีฟ้า การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่2/7 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
ชื่อ ด.ช.จิรภัทร เเสงสุวรรณ การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่2/7 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ชื่อ ด.ช.ปุณยวีร์เติมบุญ การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่2/7 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ชื่อ ด.ช.พีรพล สุบิน การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่2/7 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ชื่อ ด.ช.วรพล ตั้งจิตบำรุง การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่2/7 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม