ก
คำนำ
ด้วย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นหน่วย
ส่งเสริมสนับสนุนในการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพ หลักสูตรพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า รวมถึงการสนับสนุน
ประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพให้มีงานทำสร้างรายได้ให้
ตนเองและครอบครวั
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานที่เนน้ เรื่องการมีอาชีพเพื่อการมีงาน
ทำมรี ายได้ จงึ ไดค้ ัดเลอื กพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า เพื่อพัฒนาและต่อยอดมาจัดทำเป็นหลักสูตรเพื่อเผยแพร่ให้
ประชาชนทวั่ ไปไดม้ ีความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไปประกอบอาชีพตอ่ ไปได้
ขอขอบคุณวิทยากรวิชาชีพ และคณะดำเนินงานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ที่ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตร
และจัดทำแผนการเรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้สำเร็จไปด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ตอ่ วิทยากรและผู้เรยี นตอ่ ไป
สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จังหวดั เพชรบูรณ์
19 ธันวาคม 2565
สารบญั ข
คำนำ หนา้
ก
ความรเู้ ก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ทใี่ ช้ทำพวงกญุ แจจากผา้ ขาวม้า
1
ความรู้พืน้ ฐานในการจดั การเรยี นร้ตู ามหลักสูตรพวงกุญแจจากผ้าขาวมา้
6
หลกั สูตรพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า
ความเป็นมา 6
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 7
กลมุ่ เป้าหมาย 7
ระยะเวลา 8
เนือ้ หาหลักสตู ร 8
การจัดการเรยี นรู้ 8
สือ่ การเรียนรู้ 8
การวัดและประเมนิ ผล 8
การจบหลกั สตู ร 8
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 8
การเทยี บโอนผลการเรียน 9
10
แผนการจดั กระบวนการเรียนรหู้ ลักสตู รพวงกุญแจจากผ้าขาวมา้ 12
ใบความรู้ ความเปน็ มาของผา้ ขาวมา้ 13
ใบความรู้ วธิ ีทำพวงกุญแจจากผา้ ขาวมา้ 14
ใบงาน แบบบนั ทึกการทำพวงกญุ แจจากผ้าขาวม้า 15
ใบความรู้ คณุ คา่ พวงกุญแจจากผา้ ขาวม้า 16
ใบความรู้ การบรรจุหีบห่อ 17
ใบความรู้ การคำนวณต้นทนุ กำไร 18
ใบงาน การคิดต้นทนุ กำไร 19
ใบความรู้ ชอ่ งทางการตลาด 20
แบบวัดและประเมนิ ผลพวงกุญแจจากผา้ ขาวม้า 21
แบบประเมินผลงานผู้เรยี น
22
บรรณานกุ รม
23
รายช่ือคณะผจู้ ัดทำหลักสตู ร
1
หลกั สูตรพวงกญุ แจจากผา้ ขาวม้า จำนวน 10 ชว่ั โมง
ความรูเ้ กย่ี วกับวัสดุ อุปกรณ์ ท่ใี ช้ทำพวงกุญแจจากผา้ ขาวม้า
ก่อนทีผ่ ู้เรยี นจะเขา้ สู่การเริม่ ต้นทำพวงกญุ แจจากผา้ ขาวมา้ ผู้เรยี นควรเรียนร้เู กย่ี วกบั วัสดุและอปุ กรณ์
ทใี่ ชใ้ นการทำพวงกุญแจ ไดแ้ ก่ ผา้ ขาวมา้ กระดาษ (สำหรบั ร่างแบบ) ใยสงั เคราะห์ เขม็ ดา้ ย รบิ บิ้นผ้า กระดุม
ลกู ปดั หว่ งกญุ แจ กรรไกรตัดผ้า ทจ่ี ำเปน็ ตอ้ งใช้ โดยมีวิธีการเลือกดังน้ี
ผา้ ขาวมา้
มลี ักษณะเป็นผ้ารปู สีเ่ หลี่ยมผนื ผ้า ความกวา้ งประมาณ 2 ศอก ยาวประมาณ 3-4 ศอก เป็นผา้ สำหรับ
ผู้ชายใช้นุ่งแบบลำลอง ความกว้างจึงเท่ากับระยะจากเอวถึงกลางหน้าแข้ง ความยาวเท่ากับระยะพันรอบตัว
แล้วเหลือเศษอีกเล็กน้อย โดยมากทอเป็นลายตารางเล็กๆ นยิ มใช้ดา้ ยหลายสี หากนำมาใชน้ ุ่งสำหรับผู้ชาย ก็
นิยมเรียกผ้าขาวมา้ เช่นกัน ผ้าขาวม้าในประเทศไทยมีชือ่ เรียกแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ซึ่งคำว่าผ้าขาวม้า
เป็นภาษาทางภาคกลาง ส่วนในภาคอีสานบางแห่งเรียกว่าผ้าแพร ซึ่งมักจะได้จากการทอด้วยเครื่องทอผ้าที่
เรียกว่า กี่ และจะทอเป็นขนาดยาวประมาณ 20-30 เมตร ต่อการทอแต่ละครั้งแล้วจึงตัดแบ่งออกเป็นผืน ผืน
ละ 1 วา หรือ ประมาณ 1 เมตรครึง่ ดังน้นั บางทอ้ งถน่ิ จึงเรียกว่าผา้ แพรวา เรยี กตามความยาวของผ้าแตล่ ะผืน
กระดาษ (สำหรบั ร่างแบบ)
ส่วนมากเป็นกระดาษที่มีความหนา 100 แกรมขึ้นไป เหมาะกับงานประเภทงานวาดลายเส้นหรือการ
สเก็ตช์ภาพที่ตอ้ งการความละเอียด เสน้ ทไี่ ดจ้ ะมีความไหลลื่นเสมอกนั ไมต่ กรอ่ งแบบกระดาษพืน้ ผิวหยาบ
2
ใยสงั เคราะห์
เป็นพอลิเมอร์ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นจากสารอนินทรีย์ หรือสารอินทรีย์ ซึ่งเกิดจากมอนอเมอร์ที่
แตกต่างกนั 2 ชนดิ ทไ่ี มม่ ีพันธะคู่อยรู่ ะหว่างอะตอมของคารบ์ อน แตเ่ ปน็ มอนอเมอร์ทีม่ หี มู่ฟังก์ชนั พเิ ศษ
(1) สมบัติทางกายภาพ ลักษณะเส้นใยมีสีขาว ผิวเรียบ มีความแข็งแรง ทนทานต่อการขัดถูได้ดีไม่
ว่าอยใู่ นสภาพแห้งหรือเปียก มีความยืดหยุ่นปานกลาง ความสามารถในการดูดซึมความชื้นต่ำ ทำให้ผลิตภัณฑ์
แห้งเร็ว รวมถงึ มีคา่ การคืนตัวจากแรงอดั อยู่ในระดบั ดี สง่ ผลให้ผลิตภณั ฑไ์ มย่ บั ง่าย
(2) สมบัติทางเคมี ทนทานต่อสารฟอกขาวทุกชนิด ทนต่อกรดอ่อนได้ดี แต่ละลายในกรดกำมะถัน
เข้มข้นและรอ้ น ไม่ทนต่อดา่ งแก่ นอกจากนีย้ ังทนทานต่อราและแมลง รวมถึงแสงแดดไดด้ ี
เขม็
ควรเลอื กใช้เข็ม ด้าย ใหพ้ อดี เหมาะสมกับชนิดของผา้ โดยดูจากขนาดด้ายหากใช้ด้ายเส้นเล็กบางเบา
ควรใช้เขม็ ขนาดเล็ก หากใช้เขม็ ขนาดใหญ่ก็ควรใช้ด้ายขนาดใหญ่เปน็ เข็มเย็บผา้ ขนาดเล็ก ออกแบบมาให้
เหมาะกบั การเยบ็ ผา้ เนื้อบางๆ เช่น ผ้าชีฟอง ผ้าแกว้ ผา้ มัสลิน ควรใช้คู่กับดา้ ยเส้นเลก็ เชน่ ดา้ ยโพลีเอสเตอร์
เมอ่ื เย็บแลว้ จะได้ตะเข็บที่ สวยเนียนกลมกลนื กับเนอื้ ผา้
เข็มเยบ็ ผ้าธรรมดา เบอร์ 70
เหมาะกบั การเยบ็ ผ้าเน้ือบาง เชน่ ผา้ สำหรบั ชุดเด็ก ผ้ามัสลิน ผา้ แพร ควรใชค้ ่กู บั ดา้ ยเส้นเลก็
ขอ้ แนะนำ : การเย็บผ้าเน้ือบางมากๆ การใช้คู่กบั ตีนผเี ย็บผ้าบางจะชว่ ยให้ตะเข็มสวยงามมากขน้ึ
เข็มเย็บผา้ ธรรมดา เบอร์ 75
เหมาะกบั การเย็บผ้าเน้ือบางถึงปานกลาง เชน่ ผ้า สำหรบั ชุดเด็ก ผา้ มัสลิน ผา้ แพร ควรใชค้ ู่กบั ดา้ ย
เสน้ เล็ก และใชค้ ู่กับไหมปักในกรณีท่ีปักลวดลายตา่ งๆ
เขม็ เย็บผ้าธรรมดา เบอร์ 80
เหมาะสำหรับผา้ ธรรมดาท่ัวไปเน้อื ปานกลาง เชน่ ผ้าคอตตอน ผา้ ซาติน ผ้าลนิ นิ ผา้ ขนสตั วเ์ นื้อบาง
สามารถใช้ได้กบั กบั ดา้ ยเยบ็ ทั่วไป ดา้ ยเมจิกสปนั
3
ด้าย แบ่งออกเป็น
ด้ายไนล่อน เป็นเส้นด้ายใยสังเคราะห์ เหมือนเส้นใยธรรมชาติ มีคุณสมบัติที่แข็งแรง และราคาถูกกว่าเส้นใย
ธรรมชาติ จึงเป็นอีกทางเลือกหน่ึงที่สามารถนำมาใช้ทดแทนเส้นด้ายประเภทอื่นๆ คุณสมบัติกระด้าง อาจไม่
เหมาะสมกับงานตัดเย็บเส้ือผ้า แต่อาจเหมาะสมกับงานประเภททำสายเทปหรือสายรัด
ด้ายสปัน มีความเหนียว แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้เย็บเบาะ เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ รองเท้า กระเป๋า ผ้าใบ
เบาะรถยนต์ และอ่ืนๆ ด้ายสปันมีหลายสีและหลายขนาด สามารถเลือกใช้ตามความต้องการของตัวเองได้
เลย
ริบบนิ้ ผา้
รบิ บ้นิ เป็นอุปกรณ์ใช้รัดเพ่ือเสริมความงามและจดั ระเบยี บส่ิงตา่ ง ทั้งเก่ยี วกบั เสื้อผา้ เรือนร่าง อุปกรณ์
และส่งิ อื่น โดยมากเข้าใจว่าเป็นคำเรียกท่ีมาจากการเรยี กแถบผา้ ที่ใช้รดั ผม ทง้ั น้คี ำเรยี กดงั กล่าวเป็นคำเรียกมา
จากภาษาอังกฤษ ว่า Ribbon ใช้ในความหมายทั่วไป หมายถึงผ้าแถบหลากสีสัน เมื่อนำมาขดแถบริ้วเป็น
ทรวดทรงตา่ งๆ เรียกวา่ โบ หรือการผกู โบว์
4
กระดุม
หมายถงึ วัตถุที่เป็นชน้ิ ส่วนเล็กๆ ลกั ษณะโค้งมนหรอื กลมแบนและอาจมีลวดลาย ใชส้ ำหรบั ผูกตดิ เขา้
กบั เสือ้ ผ้าเพือ่ ปกปดิ หรอื ไม่ให้หลดุ ออกจากรา่ งกาย หรอื เพื่อใช้ในการตกแต่งเส้อื ผา้ เพียงเทา่ นนั้ ใช้งานโดยการ
กลัดเข้ากับรังดมุ หรือหว่ งบนผา้ อีกชิ้นหนึง่ จะทำให้ปลายผ้าที่มกี ระดุมกบั รงั ดุมอยู่ติดกัน กระดมุ สามารถผลิต
ไดด้ ว้ ยวัสดหุ ลายชนดิ ไม่วา่ จะเป็นวัสดจุ ากธรรมชาติ อาทิ เขาสตั ว์ กระดูก เปลอื กหอย ไม้ หรอื วสั ดสุ ังเคราะห์
เชน่ แกว้ โลหะ พลาสตกิ เปน็ ต้น
ลูกปดั
เปน็ วตั ถุหรอื ประดิษฐ์กรรมขนาดเล็กอย่างหนึ่ง ซ่ึงทำจากวตั ถุดบิ ทเี่ ป็นอนิ ทรียวตั ถุต่างๆกัน เช่น ไม้
หนิ แร่ กระดกู เข้ียวสตั ว์ เขาสัตว์ เปลือกหอย เมล็ดพชื ดนิ ปน้ั ดินเผา แก้วน้ำเคลอื บ แกว้ หลอม โลหะ เช่น
ทอง เงนิ ตะกวั่ เหล็ก พลาสติก ตลอดจนสารสังเคราะห์ ฯลฯ โดยนำมาขดั หรือฝน ป้ัน หรอื หล่อหลอม พิมพ์
รูปทรงและแต่งแต้มให้เป็นรูปลักษณะต่างๆ ต้องมีหรือทำรูเพื่อร้อยด้ายหรือเชือกหรือเส้นสายใดๆสำหรับ
ห้อยแขวน ประดับตกแต่งตามร่างกายหรือสถานที่ การประดับลูกปัดด้วยวัสดุ และกรรมวิธีตลอดจนลักษณะ
รูปร่างต่างๆกันไปย่อมสอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยและเป็นไปตามแนวความเชือ่ ประเพณีนิยม หรือค่านิยม
ของยุคใดสมัยใดในแต่ละชุมชน บางคนถือเป็นเรื่องรางของขลัง และเป็นเครื่องประดับที่เป็นสิริมงคลมีพลัง
อำนาจต่างๆ ก็คือการปัดสิ่งร้ายออกไปและปัดสงิ่ ที่ดเี ขา้ มา ฉะน้ันในการจำแนกลูกปัดจึงมีหลายรูปแบบต่างๆ
หลายสี และมีความหมายแตกตา่ งกนั ไปดังนี้
5
หว่ งกุญแจ
เป็นส่วนผสมของศิลปะและประโยชน์ในการใช้งานที่มาด้วยกัน ในอดีต มันถูกทำขึ้นในรูปแบบของ
สายโซเ่ ล็กๆ ดว้ ยวสั ดุอยา่ งเชน่ โลหะหรือพลาสตกิ ทเ่ี ชื่อมต่อกนั และนำมาใส่ไว้กบั ลกู กญุ แจ ดว้ ยความยาวของ
พวงกุญแจทีป่ ระดิษฐ์ขึน้ ทำให้มันสามารถใชง้ านได้งา่ ย ไมห่ ล่นหรือสญู หายเหมอื นกบั ทเ่ี คยเป็นมาเมือ่ ก่อน บาง
คนจะรอ้ ยกุญแจเอาไว้ดว้ ยพวงโซท่ ม่ี คี วามยาวและล็อกอีกด้านหนึ่งไวก้ บั เข็มขดั
พวงกญุ แจมปี ระโยชน์ทส่ี ำคัญคือการใช้คล้องติดกบั สิ่งของช้นิ เล็กๆเพื่อให้หาไดง้ ่ายข้ึน ป้องกันการถูก
ขโมยและสูญหาย ดังนั้นเมื่อต้องเลือกใช้พวงกุญแจ ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน หากกุญแจของ
คุณมีขนาดเล็กมาก ก็ไม่ควรเลือกที่คล้องที่มีขนาดใหญ่เกินไป อาจเลือกแบบที่มีกระดิ่งเล็กๆเพื่อช่วยเตือน
ความจำและทำใหห้ าไดง้ า่ ยข้นึ
กรรไกรตดั ผา้
กรรไกรตัดผ้ามีปลายกรรไกรด้านหนึ่งเรียวแหลม และปลายกรรไกรอีกด้านโค้ง ทำจากเหล็กกล้าไร้
สนิม ขัดเงาเรียบเป็นมันวาว มีขนาดยาวระหว่าง 20-30 เซนติเมตร( 8 – 12 นิ้ว) เพื่อให้สะดวกในการใช้
งานไม่ต้องขยับเล่ือนกรรไกรหลายคร้ัง ซึ่งจะมีท้ังแบบด้ามตรงและด้ามโค้ง ซ่ึงแบบด้ามโค้งจะช่วยให้การตัด
ผ้าเที่ยงตรงเพราะเวลาตัดจะขนานไปกับผ้า ส่วนแบบด้ามตรงจะเหมาะกับการตัดตะเข็บตกแต่งหรือตัด
ชายกระโปรง ด้ามอาจทำด้วยโลหะเน้ือเดียวกับตัวกรรไกร หรือมีปลอกหุ้ม
6
แบบผลติ ภัณฑ์
ความรูพ้ น้ื ฐานในการจัดการเรียนรตู้ ามหลกั สตู รพวงกุญแจจากผา้ ขาวม้า
การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมากเพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้
มีความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพเป็นการแก้ปญั หาการว่างงานและสง่ เสริมความเข้มแข็ง
ใหแ้ กเ่ ศรษฐกิจชุมชนซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดยุทธศาสตร์ ทจ่ี ะพัฒนาศักยภาพของประชาชนในพ้ืนทีให้
ประชาชนไดม้ อี าชีพทีส่ ามารถสร้างรายไดท้ ี่มน่ั คงมง่ั คั่ง และมีงานทำอย่างย่ังยนื
สภาพสังคมปัจจุบันไดร้ ับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในดา้ นตา่ งๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง
สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปอย่าง
รวดเร็ว และไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น มนุษย์จึงประสบปัญหาต่างๆตามมามากมาย
โดยเฉพาะดา้ นการดำรงชพี และชวี ติ ความเป็นอยู่ของมนษุ ย์ ดังน้ันจงึ จำเป็นอยา่ งยิง่ ท่ีมนษุ ย์เราจะต้องสร้างส่ิง
ทดแทนเพื่อการอยรู่ อดโดยวธิ กี ารตา่ งๆ
อาชีพการทำพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจสามารถเป็นอาชีพทางเลือก สร้าง
รายได้เสริม หรือเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้ส่งเสรมิ การจัดทำหลักสูตรพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ
ทักษะงานศิลปม์ ีความคดิ สร้างสรรค์ การเลือกใช้แบบลวดลายสีสันการออกแบบ การตดั เยบ็ การคำนวณ ขนาด
รูปแบบให้เหมาะสมกับงาน งานซ่อมบำรุงดูแลรักษา วัสดุอุปกรณ์และการบริการลูกค้าในรูปแบบต่าง ๆท่ี
สามารถนำความรู้ไปใชใ้ นการสรา้ งรายไดท้ ม่ี ่นั คงและยั่งยนื อย่างมีประสิทธิภาพ
หลกั สตู รพวงกุญแจจากผา้ ขาวม้า
1.ความเป็นมา
ภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่อาจมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปตาม
สภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งเหล่านี้กําลังจะทําให้ภูมิปัญญาที่เป็นองค์ความรู้ความเชื่อความสามารถ
ของคนในท้องถิ่น ที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์และการเรียนรู้มาเป็นระยะเวลายาวนาน ที่มีลักษณะเป็น
7
องค์รวม และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม เลือนหายไปจากสังคมไทย ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าหากภูมิปัญญาเหล่านี้ถูก
กลืนไปในสังคมแห่งทุนนิยม พื้นฐานความเข้าใจธรรมชาติที่มีมาแต่โบราณก็จะสญู ไปตามกาลเวลา ภูมิปัญญา
จึงมีความสําคัญในการสร้างความยั่งยืนของสังคมพื้นบ้าน ที่เป็นสังคมของการพึ่งพาซึ่งกันและกัน คนกับคน
คนกบั ธรรมชาติ คนกับสตั ว์ มีการพึง่ พงิ ความสามารถโดยใช้ความร้จู ากประสบการณท์ ีส่ ่ังสมและสืบทอดกันมา
เป็นความสามารถและศักยภาพในเชิงการแก้ปัญหา การปรับตัวเรียนรู้และสืบทอดไปสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อการ
ดํารงอยู่ของเผ่าพันธุ์ อันสร้างให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมชาติ เผ่าพันธุ์หรือเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน สิ่งเหล่าน้ี
จําเป็นต้องอาศัยพื้นฐานความเข้าใจที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้สังคมมีความเห็นพ้องในหลักการดําเนินชีวิต
วัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญาจึงเป็นกําลังสําคัญในการสร้างความยั่งยืนของสังคมพื้นบ้านที่เป็นรากฐานการ
ดําเนินชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น ที่แฝงไปด้วยขนบธรรมเนียม ประเพณีความเชื่อ ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของ
ชาติพันธ์อันเป็นสนุ รียะที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์และแนวคิดแห่งภูมิปัญญาผ้าทอพื้นบ้าน ศาสตร์และศิลป์ที่
แสดงภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่น แฝงด้วยความผูกพันธ์ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิต ความเชื่อ และพิธีกรรม ซึ่ง
ได้รับการถ่ายทอดและสืบสานต่อกันมารุน่ สู่รุ่นจนถงึ ปัจจุบัน การทอผ้าในหลายท้องถิ่นยังคงรักษารูปแบบอัน
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน รูปแบบลวดลายและกรรมวิธีในการผลิตผ้าทอ มีความแตกต่างกันในแต่ละท้องถ่ิน
และลักษณะเฉพาะของเช้ือชาติ สิ่งสําคัญ คือ การสอดแทรกภมู ิปัญญาแห่งการผสมผสานความปราณีตบรรจง
ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของท้องถ่ินที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ผ้าทอพื้นบ้านจึง
เป็นภูมิปัญญาที่แสดงออกถึงความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของ
กลุ่มคนที่แสดงผ่านทางลวดลายและเส้นสีผ้า ที่สอดแทรกความเชื่อและขนบธรรมเนียมประเพณี อันเป็น
รากฐานทางศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าผ้าทอพื้นบ้านคืองานศิลปะที่เกิดจาก
ความคิด เนื่องจากเมื่อความคิดต้องการมีที่อยู่อาศัยที่แน่นอนความคิดได้รวมตัวกันเป็นภาพอันเป็นนามธรรม
เพื่อรอการถ่ายทอดให้เกิดเป็นรูปธรรมผ้าขาวม้า เป็นผ้าที่คนไทยทั่วไปรู้จักกันดีในการใช้งานที่เรียกว่าสารพดั
ประโยชนท์ ี่คนไทยใช้มาแต่โบราณ
ส่งเสริมให้มีงานทำเป็นแนวทางและสร้างโอกาสให้กับประชาชนผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ
โดยเฉพาะด้าน อาชีพที่หลากหลาย อาชีพหนึ่งที่เป็นทีต่ ้องการทางการตลาด นำความรู้ไปปรับใช้ในครอบครัว
ใช้เอง หรือจัดจำหน่าย ชาวบ้านส่วนหนึ่งมีความต้องการด้าน ต่างๆ ในพื้นที่เพื่อเสริมความรู้ สร้างทักษะและ
หาช่องทางในการสรา้ งอาชีพเสริมและลดค่าใช้จา่ ยในครัวเรือนลว้ น แต่สามารถจดั หลักสตู รให้แก่ความต้องการ
ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงกาพัฒนาอาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ “พวงกุญแจจากผ้าขาวม้า” และได้ยึดแนวทาง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ให้คน ชุมชนได้ปฏิบัติ
ตาม และใหบ้ งั เกิดไดใ้ นชวี ิตประจำวนั ของทุก ๆ คนด้วยการรจู้ ักคดิ ทำสิง่ ตา่ งๆภายในชุมชนได้อย่างคุ้มค่า รู้จัก
การร้รู ักสามคั คีภายในชมุ ชนดว้ ยการรวมกลมุ่ เพ่อื สร้างอาชพี สรา้ งรายได้ ต่อไป
2.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 อธิบายความเปน็ มาของผ้าขาวมา้
2.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลอื กใช้ได้อยา่ งเหมาะสม
2.3 อธบิ ายขั้นตอนทำพวงกญุ แจจากผา้ ขาวมา้ 8
2.4 ปฏบิ ัติการทำพวงกญุ แจจากผา้ ขาวมา้ ได้
2.5 อธิบายคณุ คา่ ของพวงกญุ แจจากผา้ ขาวม้าได้
2.6 จดั หาหรือจดั ทำการบรรจุหีบห่อได้อย่างเหมาะสม
2.7 คิดต้นทุน กำไรจากการจำหนา่ ยพวงกญุ แจจากผา้ ขาวม้าได้
2.8 อธิบายช่องทางการจดั การตลาดของพวงกุญแจจากผ้าขาวม้าได้
3.กลมุ่ เปา้ หมาย
ประชาชนท่วั ไป
4.ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
ภาคทฤษฎี 7 ชั่วโมง
ภาคปฏิบตั ิ
5.เน้ือหาหลกั สูตร
5.1 ความเป็นมาของผา้ ขาวม้า
5.2 วสั ดุ อปุ กรณ์และเลอื กใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5.3 ขัน้ ตอนทำพวงกุญแจจากผา้ ขาวม้า
5.4 การปฏบิ ัตกิ ารทำพวงกุญแจจากผ้าขาวมา้ ได้
5.5 คุณค่าของพวงกุญแจจากผ้าขาวม้าได้
5.6 การจัดหาหรือจัดทำการบรรจหุ บี ห่อได้อย่างเหมาะสม
5.7 การคิดต้นทุน กำไรจากการจำหน่ายพวงกุญแจจากผ้าขาวมา้ ได้
5.8 ช่องทางการจดั การตลาดของพวงกุญแจจากผ้าขาวมา้ ได้
6.การจดั การเรยี นรู้
การบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การลงมอื ปฏิบตั ิ การอภปิ รายแลกเปล่ยี นประสบการณ์การเรยี นรู้
7.สอ่ื การเรียนรู้
7.1 สอื่ สิ่งพิมพ์ เชน่ หนงั สอื ใบความรู้ แผน่ พับ
7.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สอ่ื ออนไลน์
7.3 สอ่ื บคุ คล เชน่ ผรู้ ู้ ภมู ิปัญญา
7.4 แหลง่ เรียนรู้ในชมุ ชน
9
8.การวัดและประเมินผล
ประเมินความรภู้ าคทฤษฎี และภาคปฏบิ ตั จิ ากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมสี ่วนร่วม
9.การจบหลักสูตร
9.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏบิ ัติตามหลักสูตรไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ80
9.2 มีผลการประเมินผา่ นตลอดหลักสูตรไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ60
9.3 มีชิ้นงาน/ผลงาน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามมาตรฐานและคณุ ภาพ
10.เอกสารหลักฐานการศึกษาท่จี ะไดร้ ับหลงั จากจบหลกั สูตร
ใบสำคญั ผผู้ า่ นการฝกึ อบรม (แบบ กศ.ตน.11)
11.การเทียบโอน
เทียบโอนเปน็ รายวชิ าเขา้ สหู่ ลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน โดยพจิ ารณาจาก
จำนวนชั่วโมง และความสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ัดตามหลักสตู รสถานศกึ ษารายวิชาเลอื ก
สาระการประกอบอาชีพไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
ลงชือ่ .............................................ผเู้ ขยี นหลักสตู ร ลงชื่อ...........................................ผูเ้ หน็ ชอบหลกั สตู ร
(นางสาวอนสุ า พงศจ์ ำรัส) (นายโกศล นามโคตรศรี)
เจ้าหนา้ ทีก่ ารศึกษาต่อเน่ือง
ลงชอ่ื ..........................................ผูเ้ ห็นชอบหลักสูตร ลงชอื่ ...............................................อนุมตั หิ ลักสูตร
(นายพธิ พร วพิ ิธกาญจณ์) (นางสกุ ญั ญา กาโกน)
กรรมการสถานศึกษา
ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอบึงสามพัน
แผนการจัดกระบวนการเรยี น
เรือ่ ง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เน้อื หา การจดั กร
1. ความเปน็ มาของ 1. อธบิ ายความเปน็ มาของ 1. ความเปน็ มาของการ 1. วิทยากรอธิบ
ผา้ ขาวม้า
การทำผ้าขาวมา้ ได้ ทำผ้าขาวม้า ทำผ้าขาวมา้
2. วัสดอุ ปุ กรณ์และ 2. อธบิ ายวสั ดุ อปุ กรณ์และ 2. วัสดุ อุปกรณ์ และ 1. วิทยากรอธบิ
การเลอื กใช้ เลือกใชไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม การเลือกใช้ กญุ แจจากผา้ ขา
2. วิทยากรอธิบ
3. ขน้ั ตอนการทำพวง 3.อธบิ ายขนั้ ตอนการทำพวง 3.ขน้ั ตอนการทำพวง ทำพวงกญุ แจจา
3.ให้ผเู้ รยี นเลอื ก
กญุ แจจากผา้ ขาวมา้ กุญแจจากผา้ ขาวม้าได้ กญุ แจจากผา้ ขาวมา้ 1.วิทยากรอธบิ า
พวงกุญแจจากผ
4. การปฏิบตั ิการทำ 4. ปฏบิ ตั กิ ารทำพวงกญุ แจ 4.การปฏบิ ตั กิ ารทำพวง 1. วิทยากรสาธติ
พวงกญุ แจจาก จากผ้าขาวมา้ ได้ กุญแจจากผา้ ขาวมา้ จากผา้ ขาวมา้ แล
ผา้ ขาวม้า
2. วิทยากรและ
นรู้หลักสตู รพวงกญุ แจจากผ้าขาวม้า
ระบวนการเรยี นรู้ สอ่ื การเรยี นรู้ วดั และประเมนิ ผล ช่ัวโมง
ทฤษฏี ปฏิบตั ิ
บายความเปน็ มาของการ 1. ใบความรู้เรอ่ื งความ 1. สงั เกตความสนใจ 30 นาที
เป็นมาของผา้ ขาวมา้ 2. ซักถาม 30 นาที
2. รปู ภาพ 3. การมีสว่ นรว่ ม 30 นาที
3. ส่ือออนไลน์ 4. ชน้ิ งาน/ผลงาน 5
ชวั่ โมง
บายอุปกรณใ์ นการทำพวง 1.ตวั อย่างวัสดุ 5. ประเมนิ ผลงาน
าวม้า อปุ กรณ์ ผูเ้ รยี น โดยใช้ใบงาน
บายวัสดุทใ่ี ชป้ ระกอบการ 2. ส่อื ออนไลน์ ที่กำหนด
ากผ้าขาวมา้
กใช้วัสดอุ ปุ กรณ์
ายการทำ 1.ใบความรู้ เรื่องการทำพวง
ผ้าขาวม้า กุญแจจากผา้ ขาวมา้
2.สอื่ ออนไลน์
3. วสั ดุ อุปกรณข์ องจรงิ
ตวธิ กี ารทำพวงกุญแจ 1. ใบงาน การจัดทำพวง
ละผเู้ รียนลงมอื ปฏบิ ตั ิ กุญแจจากผ้าขาวมา้
ะผเู้ รยี นแลกเปล่ยี นเรยี นรู้
10
เร่ือง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เนือ้ หา การจดั กระบ
5. คุณคา่ ของ 5. อธิบายคุณค่าของ 5. คุณค่าของพวง 1.ผู้เรียนศกึ ษ
พวงกญุ แจจาก พวงกุญแจจากผา้ ขาวม้าได้
ผา้ ขาวมา้ กุญแจจากผา้ ขาวมา้ พวงกุญแจจา
6. จัดหาหรอื จดั ทำการ
6. การจดั หาหรอื บรรจุหีบห่อได้อยา่ ง 2.วิทยากรแล
จดั ทำบรรจหุ ีบหอ่ เหมาะสม
อภปิ รายแลก
คณุ คา่ ของพว
3.วทิ ยากรสร
6. การจดั หาหรอื จดั ทำ 1.วิทยากรอธ
การบรรจหุ ีบหอ่ และเทคนิคขอ
2.ใหผ้ ู้เรยี นออ
บรรจหุ ีบห่อ
7. การคดิ ตน้ ทนุ 7.คดิ ตน้ ทนุ กำไรจากการ 7. การคำนวณตน้ ทนุ 1. วทิ ยากรให
กำไร จำหน่ายพวงกญุ แจจาก กำไร วิธกี ารคิดตน้ ท
2. ใหผ้ ้เู รียนฝ
ผา้ ขาวม้าได้ 8. ช่องทางการตลาด 1. วทิ ยากรแจ
8. ช่องทางการ 8. อธิบายชอ่ งทางการ ของพวงกญุ แจจาก ศกึ ษา
จัดการการตลาด จัดการการตลาดของพวง ผา้ ขาวม้า 2.วิทยากรแล
ของพวงกุญแจจาก กุญแจจากผ้าขาวม้าได้ อภปิ รายแลก
ผา้ ขาวมา้ ช่องทางการจ
บวนการเรยี นรู้ สอื่ การเรียนรู้ วัดและประเมินผล ช่วั โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ
ษาใบความรู้คุณค่าของ ใบความรู้ เรื่องคุณคา่ 15 นาที 30 นาที
ากผ้าขาวม้า พวงกญุ แจจาก
ละผู้เรียนร่วมกนั ผา้ ขาวม้า
กเปล่ียนเรยี นร้เู กี่ยวกบั
วงกุญแจจากผ้าขาวมา้
รุปองค์ความรู้
ธบิ ายการจัดทำ/จัดหา 1. ใบความรู้ เรอ่ื งการ 15 นาที 1
ชั่วโมง
องการทำบรรจหุ ีบห่อ บรรจหุ ีบหอ่
อกแบบและจดั ทำ 2.ตัวอย่างการบรรจุ
หบี ห่อ
หค้ วามรเู้ กีย่ วกับ 1. ใบความรู้เรื่องการ 30 นาที 30 นาที
30 นาที
ทนุ กำไร คำนวณตน้ ทุนกำไร
ฝึกการคดิ ตน้ ทุน กำไร 2. ใบงาน
จกใบความรู้ใหผ้ ู้เรียน 1. ใบความรู้เรือ่ ง
ช่องทางการตลาด
ละผู้เรยี นรว่ มกนั
กเปลย่ี นเรียนรู้เกี่ยวกบั
จัดการการตลาด
11
12
ใบความรู้
ความเปน็ มาของผ้าขาวม้า
ผ้าขาวม้า เป็นผ้าสารพดั ประโยชนท์ ่ีคนไทยใช้มาแต่โบราณ ส่วนใหญผ่ ู้ใช้จะเปน็ เพศชาย สามารถใช้นุ่ง
อาบนำ้ เช็ดตวั คลมุ หัวกนั แดด หรอื ทำเปลก็ได้ บ้างก็เรยี กวา่ "ผา้ เคียนเอว"
ผ้าขาวม้ามีลักษณะเป็นผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างประมาณ 2 ศอก ยาวประมาณ 3-4 ศอก เป็น
ผ้าสำหรบั ผ้ชู ายใช้นุ่งแบบลำลอง ความกวา้ งจึงเท่ากับระยะจากเอวถึงกลางหนา้ แข้ง ความยาวเท่ากับระยะพัน
รอบตัวแล้วเหลือเศษอีกเล็กน้อย โดยมากทอเป็นลายตารางเล็กๆ นิยมใช้ด้ายหลายสี อย่างไรก็ตาม ผ้าสีเดียว
ที่มีขนาดเทา่ กับผ้าขาวมา้ ลายตารางหมากรุกแบบน้ี หากนำมาใช้นุ่งสำหรับผู้ชาย ก็นิยมเรยี กผ้าขาวม้าเช่นกัน
ผ้าขาวม้าในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ซึ่งคำว่าผ้าขาวม้า เป็นภาษาทางภาคกลาง
ส่วนในภาคอีสานบางแห่งเรียกว่าผ้าแพร ซึ่งมักจะได้จากการทอด้วยเครื่องทอผ้าที่เรียกว่า กี่ และจะทอเป็น
ขนาดยาวประมาณ 20-30 เมตร ต่อการทอแต่ละคร้ังแล้วจึงตัดแบ่งออกเป็นผนื ผืนละ 1 วา หรือ ประมาณ 1
เมตรครึง่ ดังน้นั บางท้องถิ่นจึงเรียกวา่ ผ้าแพรวา เรียกตามความยาวของผ้าแต่ละผนื
สแี ละลวดลายของผ้าขาวมา้ จะแตกต่างกันไปตามความนิยมของท้องถ่ินโดยทางภาคกลาง ผ้าขาวม้าจะ
มลี วดลายเปน็ ตาลายสก๊อต และของภาคอสี านจะเปน็ แบบตาเล็ก ๆ
13
ใบความรู้
พวงกุญแจจากผา้ ขาวมา้
วสั ดอุ ุปกรณ์
1. ผ้าขาวมา้
2. กระดาษ (สำหรับรา่ งแบบ)
3. ใยสังเคราะห์
4. เข็ม
5. ดา้ ย
6. ริบบิ้นผา้
7. กระดมุ
8. ลูกปัด
9. ห่วงกุญแจ
10.กรรไกรตัดผา้
วิธที ำพวงกญุ แจจากผา้ ขาวมา้
ตัวอยา่ ง ทำดอกบัวจ๋วิ
1. ออกแบบลงในกระดาษ
2. นำผา้ มาตดั 2 ขนาด 3.5 x 3.5 น้ิว และขนาด 3 x 3 นวิ้
3. นำผา้ ทตี่ ดั มาพับครึง่ ตามมุมทะแยง เพ่ือให้ได้เสน้ ตรงกลาง แลว้ กพ็ ับปลายแหลมทั้ง 4 ดา้ นเขา้ หา
กนั โดยใหม้ ุมชิดกันสวยงาม
4. พับปลายแหลม 4 ด้านอีกรอบเป็น 2 ช้นั ผา้ อกี ชน้ิ ก็ทำวิธเี ดียวกัน พอพับผา้ เสรจ็ แล้วใหท้ ำการ
สอยตะเขบ็ ทั้ง 4 ดา้ น
5. รูดด้ายใหแ้ น่นพอประมาณ ผา้ ก็จะเปน็ รูปทรงกลีบบวั
6. เม่อื ทำเสรจ็ ท้ัง 2 ดอกแลว้ กใ็ ห้นำมาซ้อนกนั โดยดอกเล็กวางดา้ นบนของดอกใหญ่ จากนั้นก็สอยให้
ติดกนั จัดแต่งใหส้ วยงาม
7. การทำเกสรและเมด็ บวั ตดั ผา้ เป็นวงกลมโดยใช้เหรียญบาทขนาดเลก็ เป็นแบบ ใช้ดา้ ยสอยรอบผ้า
เปน็ วงกลมแลว้ นำกระดุมวางตรงกลาง จากนัน้ รูดผ้าให้แนน่ เกบ็ ริมให้สวย
7. เสร็จแลว้ ก็นำดอกบวั มาประกอบเขา้ ด้วยกนั นำหว่ งพวงกญุ แจมาใส่
ขอ้ เสนอแนะ
1. มีการพัฒนาต่อยอดโดยใชผ้ า้ ชนดิ อืน่
2. มีการทำรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหห้ ลากหลายมากกว่าเดมิ
14
ใบงาน
แบบบันทึกพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า
ใหผ้ ้เู รียนจดบันทึกข้ันตอน พวงกญุ แจจากผา้ ขาวมา้ ระหว่างท่ีวทิ ยากรบรรยาย
แบบบนั ทึก
วสั ดอุ ุปกรณ์
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
....................................................................................................................... .......................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................ ......................
ขั้นตอนการทำ
............................................................................................. .................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................. ................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ความคิดเหน็ สว่ นตวั
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................ ......
............................................................................................................................. .................................................
15
ใบความรู้
คณุ ค่าของพวงกญุ แจจากผา้ ขาวมา้
คณุ ประโยชนข์ องพวงกญุ แจ
1. เอาไว้แยกกญุ แจใหเ้ ป็นหมวดหมู่หรือเข้าพวกกัน เพอื่ การใช้งานทส่ี ะดวก รวดเร็ว
2. จะได้ไม่หายง่าย เพราะมีพวงกญุ แจ สามารถคล้องเอาไวก้ ับกระเปา๋ สายคล้องกางเกง ทเี่ กี่ยว ตะปู แต่ถ้ามี
ลูกกญุ แจเดีย่ วๆ อาจจะหายไดง้ า่ ย
3. มรี ปู ลกั ษณ์ทห่ี ลากหลาย ดนู ่ารัก ก๊บิ เก๋ ดมู ีสีสัน สวยงาม ดูแลว้ น่าหยบิ น่าถือเอาไปด้วย อาจจะเปน็ รูป
การ์ตูน บุคคล สถานที่ สงิ่ ของทร่ี ัก ท่ชี อบ ของทรี่ ะลึกตา่ งๆ
คุณประโยชนข์ องพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า
พวงกุญแจผา้ จากขาวมา้ เป็นการนำผ้าขาวม้าทีเ่ ป็นศลิ ปะและเป็นผ้าทีน่ ยิ มของท้องถ่นิ พวงกญุ แจ
ในอดตี มันถูกทำขึน้ ในรูปแบบของสายโซ่เลก็ ๆ ดว้ ยวสั ดอุ ย่างเช่น โลหะหรือพลาสตกิ ที่เชือ่ มต่อกันและนำมา
ใส่ไวก้ ับลกู กญุ แจ ดว้ ยความยาวของพวงกญุ แจท่ปี ระดิษฐ์ขึ้นทำใหม้ ันสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่หลน่ หรือสูญ
หายเหมอื นกับท่เี คยเป็นมาเมื่อก่อน บางคนจะรอ้ ยกุญแจเอาไวด้ ้วยพวงโซ่ท่ีมคี วามยาวและล็อกอีกดา้ นหนง่ึ ไว้
กับเขม็ ขดั ซงึ่ เปน็ วธิ ีท่ีชาญฉลาดทที่ ำให้ผู้ใชม้ นั่ ใจได้ว่ากุญแจไม่หายไปไหน ไมม่ ใี ครสามารถขโมยได้งา่ ยๆ และ
เมื่อจะใชง้ านกห็ ยิบขึน้ มาใช้ไดเ้ ลยโดยไมเ่ สียเวลาหา เพยี งเทา่ นี้ก็เท่ากับวา่ พวงกุญแจได้ทำหนา้ ทขี่ องมนั อยา่ ง
สมบูรณ์แบบแล้ว
หลายคนอาจใช้พวงกุญแจคล้องกุญแจเอาไว้กบั กระเป๋าสตางค์ หรอื อาจจะคล้องเขา้ กับซิปของกระเปา๋
สตางคเ์ พื่อเพิม่ ความสวยงามและทำใหห้ าเจอได้งา่ ยเชน่ เดียวกับกุญแจ สาวๆหลายคนนิยมห้อยพวงกุญแจ
ตุ๊กตานา่ รกั ๆหรือแบบที่มีแอคเซสซอรปี่ ระดบั สวยๆเพ่ือช่วยเพมิ่ ความสวยให้กบั กระเปา๋ สะพายขา้ งผูห้ ญิง ได้
อีกด้วย บางคร้ังก็อาจจะใช้แบบท่ีสง่ั ทำเป็นพิเศษเพื่อสร้างเอกลกั ษณ์ส่วนตวั และบง่ บอกใหค้ นอืน่ รูว้ า่ คุณเป็น
เจา้ ของกระเป๋าใบน้ี เช่น พวงกญุ แจพิมพล์ ายชื่อหรอื สัญลกั ษณป์ ระจำตัว เป็นตน้
ความเหมาะสมสำหรบั การใชง้ าน
ใช้คล้องติดกับสิ่งของชิ้นเล็กๆเพื่อให้หาได้ง่ายขึ้น ป้องกันการถูกขโมยและสูญหาย ดังนั้นเมื่อต้อง
เลอื กใชพ้ วงกุญแจ ควรเลือกขนาดทเ่ี หมาะสมกบั การใช้งาน หากกุญแจของคณุ มขี นาดเล็กมาก ก็ไม่ควรเลือกท่ี
คลอ้ งท่มี ขี นาดใหญเ่ กินไป อาจเลือกแบบทมี่ กี ระดิ่งเลก็ ๆเพ่ือช่วยเตือนความจำและทำใหห้ าไดง้ ่ายขึ้น
16
ใบความรู้
การบรรจหุ บี ห่อ
ชุดผลิตภัณฑ์พวงกุญแจจากผ้าขาวม้าตอบโจทย์ของผู้บริโภค ภายใต้บรรจุภัณฑ์พวงกุญแจจาก
ผ้าขาวม้า สู่การส่งเสริมอาชีพเสริมให้แก่พี่น้องเกษตรกรในช่วงหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้
เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สานต่อความภาคภูมิใจจากภูมิปัญญาท้องถิ่น จากผลิตภัณฑ์ “พวงกุญแจจาก
ผา้ ขาวมา้ ” สรา้ งความภาคภูมใิ จจากผูใ้ ห้สู่ความสขุ ใจของผูร้ บั ต่อยอดสูก่ ารพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ให้กับเกษตรกร
และชมุ ชนอย่างยัง่ ยนื
ความสำคัญของการบรรจภุ ณั ฑ์
บรรจภุ ัณฑ์นั้นมีความสำคญั เปน็ อยา่ งยิ่งต่อผลผลิตทัง้ หลาย ดังน้ี
1. รกั ษาคณุ ภาพ และปกป้องตัวสินคา้ เริ่มตั้งแต่การขนสง่ การเก็บให้ ผลผลิตหรอื ผลิตภัณฑ์
เหล่านั้นมิให้เสยี หายจากการปนเป้ือนจากฝุ่นละออง แมลง คน ความชื้น ความรอ้ น แสงแดด และการ
ปลอมปน เปน็ ต้น
2. ให้ความสะดวกในเรอื่ งการขนสง่ การจัดเกบ็ มีความรวดเร็วในการขนส่ง เพราะสามารถรวมหน่วย
ของผลิตภัณฑ์เหล่านน้ั เป็นหนว่ ยเดียวได้
3. สง่ เสริมทางดา้ นการตลาด บรรจภุ ัณฑ์เพ่ือการจัดจำหน่ายเปน็ ส่ิงแรกทผี่ บู้ รโิ ภคเห็น ดงั น้ันบรรจุ
ภณั ฑ์จะต้องจะทำหน้าท่ีบอกกลา่ วส่ิงต่างๆของตัวผลิตภัณฑโ์ ดยการบอกข้อมูลทีจ่ ำเปน็ ทัง้ หมดของตัว
สินค้า และนอกจากนัน้ จะต้องมีรปู ลกั ษณ์ที่สวยงามสะดดุ ตาเชิญชวนให้เกิดการตัดสนิ ใจซ้อื
วตั ถุประสงค์ของการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์
1.เพอื่ สร้างบรรจภุ ณั ฑ์ให้สามารถเอ้ือประโยชนด์ า้ นหน้าที่ใช้สอยไดด้ ี มคี วามปลอดภัย ประหยดั และมี
ประสิทธภิ าพ
2.เพื่อสรา้ งบรรจภุ ัณฑใ์ หส้ ามารถสื่อสารและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยใช้ความรแู้ ขนงศลิ ปะเข้า
มาสร้างคุณลักษณะ เช่น มเี อกลกั ษณม์ ลี กั ษณะพเิ ศษที่ดึงดูดและสร้างการจดจำตลอดจนเขา้ ถงึ ความหมาย
และคณุ ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
3.เพอ่ื ปกป้องคุม้ ครองและรักษาคณุ ภาพสนิ ค้า
4.เป็นตัวช้บี ง่ และสือ่ สารรายละเอยี ดสนิ ค้า ดงึ ดดู ผบู้ ริโภค แสดงถึงภาพลักษณ์
5.เป็นตน้ ทนุ ในการผลิตสินค้า เม่ือบรรจุภณั ฑ์ดีย่อมมีส่วนช่วยใหม้ ูลคา่ สนิ ค้าสูงข้ึน
17
ใบความรู้
การคำนวณตน้ ทุนกำไร
ตัวอย่างการคิดต้นทนุ กำไร การผลิตและค่าใช้จ่ายพวงกุญแจจากผ้าขาวม้า
วัน เดือน รายการ จำนวนส่ิงของ จำนวนเงนิ หมายเหตุ
ปี (บาท)
คา่ ใช้จ่าย(ตน้ ทุน) การกำหนดราคา
1. ผ้าขาวม้าทอมอื 1 ผนื 70 บาท ขาย คดิ จากตน้ ทนุ
2. กระดาษ (สำหรับร่างแบบ) 1 แผ่น 20 บาท + กำไรทีต่ ้องการ
3. ใยสังเคราะห์ 500 กรมั 50 บาท
4. เขม็ 1 เลม่ 5 บาท
5. ดา้ ย 1 ม้วน 5 บาท
6. รบิ บิ้นผ้า 1 ม้วน 50 บาท
7. กระดมุ 1 แพค็ 10 บาท
8. ลกู ปดั 1 แพ็ค 50 บาท
9. ห่วงกญุ แจ 1 แพค็ 40 บาท
รวมคา่ ใชจ้ ่าย 300 บาท
รายได้ 500 บาท
กำไร 200 บาท
** สามารถทำพวงกญุ แจได้ 20 ชนิ้ **
การกำหนดราคาขายตอ่ หนว่ ย ดงั น้ี
1. กำหนดกำไรที่ต้องการได้จาก กำไร/ตน้ ทนุ ทีต่ อ้ งการXด้วย 100=% )
ตวั อยา่ งเชน่
ขาย 500 จากตน้ ทุน 300 บาท ตอ้ งการกำไรร้อยละ 40
ดังน้นั กำไรทตี่ ้องการ = 200 / 300 X 100 %= 40
2. การกำหนดราคาขายต่อหนว่ ย ไดม้ าจากตน้ ทนุ + กำไร หารด้วยจำนวนหนว่ ย
ตัวอย่าง
ทำพวงกญุ แจได้ 20 ชนิ้ จากต้นทุน 300 บาท และกำไรที่ต้องการ 200 บาท
ฉะน้ัน ราคาขายตอ่ ชน้ิ =300 บาท + 200 บาท หารดว้ ย 20 ชน้ิ = 25 บาท
หมายเหตุ
การกำหนดกำไรท่ีต้องการขึ้นอยกู่ ับสิ่งเหลา่ น้ีดว้ ย เชน่ ราคาตลาด ลกั ษณะของสนิ ค้าและบริการ เป็นสินค้า
หายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวขอ้ งกส็ ามารถท่ีจะกำหนดกำไรที่ต้องการสูงได้ การตั้งราคาให้
สามารถแขง่ ขนั ไดน้ นั้ ต้องอยู่บนพนื้ ฐานความสมดุลระหว่างความพงึ พอใจของผู้ซื้อและผู้ขายดว้ ย ถา้ สินค้าโดยทั่วไปมี
ขายกนั แพร่หลาย มคี ู่แข่งมากกต็ ้องกำหนดกำไรน้อยลงไป
18
ใบงาน
การคิดตน้ ทุน กำไร
ผ้เู รียน/กลุ่ม..................................................................................................................................................
เร่ือง................................................................................................... ...........................................................
วัน เดือน ปี รายการ จำนวนสิ่งของ จำนวนเงนิ หมายเหตุ
(บาท)
คา่ ใชจ้ ่าย (ต้นทนุ ) 1. ให้กำหนดกำไรที่
.................................................. ตอ้ งการเปน็ รอ้ ยละก่อน
.................................................. 2. แลว้ คำนวณหาราคาตอ่
.................................................. หนว่ ยจงึ จะทราบรายได้
.................................................. 3. นำรายไดท้ ่ไี ด้มาใส่
.................................................. ตารางน้ี
..................................................
..................................................
รวมค่าใช้จ่าย
รายไดจ้ ากการขาย
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
รวมรายได้
1. กำไรท่ตี ้องการ = ตน้ ทนุ x (ร้อยละของกำไรทต่ี ้องการหารด้วย100 )
2. กำหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทนุ + กำไร = ____________จำนวนหน่วย
19
ใบความรู้
ชอ่ งทางการตลาด
ช่องทางจำหนา่ ยทางตรงมีช่องทางขายดังน้ี
- หนา้ รา้ น
มกี ารจัดจำหนา่ ยสินคา้ และบรกิ ารจากผู้ผลิตให้แก่ผูบ้ ริโภคโดยตรง
ช่องทางการจำหนา่ ยโดยอ้อมมีช่องทางการขายดังน้ี
- ทางออนไลน์
ขายบนเพจ Facebook เป็นช่องทางท่ีง่ายท่ีสุด คนขายนิยมสูงสุด และก็เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเรา
ได้มากท่ีสุดเช่นกัน เพราะสมัยน้ีใครๆก็เล่น Facebook กันทั้งนั้น ทำให้สินค้าเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย
มาก ย่ิงปัจจุบัน Facebook สามารถต้ังงบที่ใช้ลงโฆษณาและกำหนดกลุ่มเป้าหมายเองด้วยทำให้เปิดเพจ
ขายของบน Facebook อีกช่องทางหน่ึง
20
แบบวดั และประเมินผลการจดั ทำพวงกญุ แจจากผา้ ขาวมา้
ประเด็นท่ีเกีย่ วข้อง
1. ความรคู้ วามเข้าใจในเนื้อหาสาระ
1.1 ทดสอบความรู้ความเข้าใจ
1.2 สอบถามความร้คู วามเขา้ ใจ
2. ทกั ษะการปฏิบัติ
2.1 สงั เกตการณ์ปฏบิ ัตใิ นระหว่างการเรยี นรูก้ ารจัดกิจกรรม
2.2 ประเมินโดยให้สาธติ
2.3 แสดงข้นั ตอนวธิ ีการปฏบิ ตั ิ
2.4 ประเมนิ จากกระบวนการมสี ว่ นรว่ ม (ร่วมคดิ ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา)
3. คณุ ภาพของผลงาน ผลการปฏิบัติ
3.1 สังเกตผลงาน
3.2 ตรวจสอบผลงาน
3.3 มคี วามคดิ สร้างสรรค์
3.4 ผลการปฏบิ ตั วิ ่าเปน็ ไปตามเกณฑท์ ่ีกำหนดหรอื ไม่
21
แบบประเมินผลงานผู้เรียน
ชอ่ื - นามสกุล ..................................................................................………………............….
หลกั สูตร ......................................................... กลุ่ม……………….………………......................
คำชีแ้ จง : ให้วิทยากรประเมนิ ผลงานของผเู้ รียนตามหวั ขอ้ ทีก่ ำหนดให้
ประเด็นท่ปี ระเมนิ คะแนน
ประเมนิ
1. ความรคู้ วามเขา้ ใจในเนื้อหาสาระ (20 คะแนน) (10 คะแนน)
1.1 ทดสอบความรูค้ วามเขา้ ใจ
1.2 สอบถามความรู้ความเขา้ ใจ
2. ทักษะการปฏิบตั ิ (40 คะแนน)
2.1 สังเกตการณป์ ฏบิ ัติในระหว่างการเรียนรู้การจดั กจิ กรรม
2.2 ประเมินโดยให้สาธิต
2.3 แสดงขัน้ ตอนวธิ ีการปฏิบัติ
2.4 ประเมินจากกระบวนการมีส่วนร่วม (ร่วมคดิ ร่วมทำ รว่ มแกป้ ญั หา)
3. คุณภาพของผลงาน ผลการปฏบิ ัติ (40 คะแนน)
3.1 สังเกตผลงาน
3.2 ตรวจสอบผลงาน
3.3 มีความคดิ สรา้ งสรรค์
3.4 ผลการปฏิบัตวิ า่ เปน็ ไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนดหรือไม่
รวมคะแนน (100 คะแนน)
หมายเหตุ การประเมนิ ผลการจบหลกั สตู รอาจดำเนนิ การได้ ดังน้ี
- การประเมนิ ระหวา่ งเรียน และเม่ือจบหลักสูตร
- ประเมินคร้ังเดยี วก่อนจบหลกั สตู ร
ทั้งนี้ เกณฑ์การจบหลักสูตร จะต้องไดค้ ะแนนรวมไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 60 จงึ จะผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ลงชอ่ื วิทยากร
()
22
บรรณานุกรม
https://www.tori-thailand.com/post/_blg2 : วนั ที่ 19 พ.ค.2565
https://www.thailandpostmart.com ของทรี่ ะลึกพวงกญุ แจลายผา้ ขาวมา้ บา้ นศรีเวนิ ชยั : 19 พ.ค.2565
https://www.otoptoday.com › view_productพวงกุญแจ ผ้าขาวม้า - OTOPTODAY : ศูนย์รวมสินค้า
OTOP
https://th-th.facebook.com พวงกญุ แจผ้าขาวม้า : 19 พ.ค.2565
23
คณะผู้จดั ทำ
ทป่ี รกึ ษา ยนื ยงชาติ ผู้อำนวยการ สนง.กศน.จังหวัดเพชรบูรณ์
กาโกน ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอบึงสามพัน
1. นายกาเรียน กจิ นัย ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอศรีเทพ
2. นางสุกัญญา วงศว์ ริ ิยชาติ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอวิเชียรบุรี
3. นางอำนวย เพง็ ดี ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอหนองไผ่
4. นายเกรยี งไกร วิพธิ กาญจน์ ประธานกรรมการสถานศึกษา
5. นางมาลี
6. นายพิธพร บรรณารกั ษป์ ฏบิ ตั ิการ
ครูผชู้ ่วย
คณะทำงาน แกว้ มูลเมือง ครู อาสาสมัคร กศน.
1. นางสาวนิสาชล โอบอ้อม ครู อาสาสมคั ร กศน.
2. นางสาวสภุ าพรรณ บวั ศรี ครู กศน.ตำบล
3. นายสุรตั น์ นามโคตรศรี ครู กศน.ตำบล
4. นายโกศล กลน่ิ หวาน ครู กศน.ตำบล
5. นางสาวเกวรนิ ทร์ ขาวกลิบ ครู กศน.ตำบล
6. นางกาหลง คะเชนรัมย์ ครู กศน.ตำบล
7. นางสาวกรวิการ์ บญุ ศริ ิวงค์ ครู กศน.ตำบล
8. นางสาวสิรลิ กั ษณ์ พลายสงู เนนิ ครู กศน.ตำบล
9. นางสาวกมนทรรศน์ ผอ่ งผวิ ครู กศน.ตำบล
10. นางสาวลลิตตา ภมุ มา ครู ศรช.
11. นางสาวบุณฑริกา พงศจ์ ำรสั บรรณารักษ์
12. นางสาวอนุสา แลบตุ ร นักวชิ าการศึกษา
13. นางสกุ ัญญา กิง่ สีเสยี ด
14. นางสาวอุษา อัตตโสภณศิรกิ ลุ ครู กศน.ตำบล
15. นางสาวเปรมฤดี
รวบรวมข้อมูลและจัดทำรูปเลม่
นางสาวอนสุ า พงศจ์ ำรัส