พ้นื ท่ีแก้มลิงในเขตโครงการส่งน้าและบา้ รงุ รักษาบางบาล
ประเภททีเ่ ป็นพน้ื ทร่ี บั น้าตามธรรมชาติ (รับน้านอง)
พน้ื ท่ีเกษตรกรรม ตามแนวพระราชด้าริ
นายสนุ ทร เบญจพงษว์ มิ ล
หัวหน้าฝา่ ยจัดสรรน้าและปรบั ปรงุ ระบบชลประทาน
โครงการสง่ น้าและบ้ารงุ รกั ษาบางบาล
โทร.0-3579-5801
โครงการส่งนา้ และบา้ รุงรักษาบางบาล
ส้านักชลประทานท่ี ๑๐
๑. ทีต่ ั้งโครงการสง่ น้าและบา้ รุงรักษาบางบาล สารบญั
๒. ความเป็นมา
๓. วตั ถปุ ระสงค์ หนา้
๔. สภาพทว่ั ไป
๕. แนวทางการด้าเนนิ งาน ๑
๖. การบรหิ ารจัดการนา้ และการด้าเนินการพฒั นาพน้ื ท่ี ๒
๗. วิธีการดา้ เนินการ ๒
๘. การระบายนา้ เขา้ – ออกพนื้ ที่แกม้ ลงิ ๒–๔
๙. เทคนคิ ทท่ี า้ ให้เกดิ ความส้าเร็จ ๕
๑๐. ประโยชนท์ ี่ได้รับจากโครงการฯ ๖–๗
๑๑. บทสรุป ๘
๘–๙
๙ – ๑๐
๑๑
๑๑
๑
พื้นทแี่ ก้มลิงในเขตโครงการส่งนา้ และบ้ารงุ รักษาบางบาล
ประเภททเ่ี ป็นพืน้ ท่ีรับน้าตามธรรมชาติ (รบั น้านอง)
พ้นื ทเี่ กษตรกรรม ตามแนวพระราชดา้ ริ
โครงการส่งน้าและบ้ารุงรักษาบางบาล ส้านักชลประทานที่ ๑๐ กรมชลประทาน กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่ท้าการต้ังอยู่ที่หมู่ท่ี ๒ ต้าบลบ้านป้อม อ้าเภอพระนครศรีอยุธยา
จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
- พน้ื ที่ท้งั หมดจา้ นวน ๑๕๒,๓๒๗ ไร่
- พนื้ ทช่ี ลประทาน ๑๓๐,๘๑๐ ไร่
- พื้นทอี่ ยใู่ นท้องท่ี ๒ จงั หวดั , ๖ อา้ เภอ , ๓๗ ตา้ บล
๑) จงั หวดั อ่างทอง
- อ้าเภอป่าโมก จ้านวน ๑ ตา้ บล
๒) จังหวดั พระนครศรีอยุธยา
- อา้ เภอบางบาล จ้านวน ๑๕ ตา้ บล
- อา้ เภอพระนครศรอี ยธุ ยา จา้ นวน ๖ ตา้ บล
- อ้าเภอเสนา จ้านวน ๒ ตา้ บล
- อ้าเภอบางไทร จา้ นวน ๗ ตา้ บล
- อา้ เภอบางปะอนิ จา้ นวน ๖ ตา้ บล
๒
๑. ความเปน็ มา
จากสภาพพื้นที่ลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนล่าง ซ่ึงเป็นพื้นท่ีลุ่มต่้ากอปรกับสภาพ
ภูมิอากาศของประเทศไทย ในช่วงฤดูฝนทุกๆปี ฝนตกชุกลมมรสุมพัดผ่านน้าท่าไหลลงสู่แม่น้า
เจ้าพระยาเพ่ิมมากข้ึน ส่งผลให้พื้นท่ีลุ่มต้่าบริเวณสองฝั่งแม่น้าเจ้าพระยามีระดับสูงขึ้น จึงจ้าเป็นต้อง
หาแนวทางทีเ่ หมาะสมในการบริหารจัดการน้า
ส้านกั งานคณะกรรมการพิเศษเพือ่ ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ
(ส้านักงาน กปร.) ได้มอบหมายให้ส้านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ด้าเนินการศึกษา
โครงการน้าร่องการบริหารจัดการและพัฒนาพ้ืนท่ีการเกษตร ในพื้นที่รับน้านอง เพ่ือบรรเทาอุทกภัย
ขนาดกลางและขนาดใหญ่ของลุ่มน้าเจ้าพระยา ตามแนวพระราชด้าริ “แก้มลิงพ้ืนที่บางบาล (๑)”
จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา โดยขออนมุ ตั วิ งเงนิ การด้าเนนิ งานคร้ังที่ ๑ ปี ๒๕๕๐ เม่ือวันที่ ๙ สิงหาคม
๒๕๕๐ เป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท และคร้ังท่ี ๒ ปีงบประมาณ ๒๕๕๑ เม่ือวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน
๒๕๕๐ เปน็ เงนิ ๙,๑๑๐,๐๐๐ บาท รวมท้ังสิ้น ๑๓,๑๑๐,๐๐๐ บาท มีระยะเวลาด้าเนินการ ๑ ปี ซ่ึง
การศกึ ษาวจิ ัยไดด้ ้าเนนิ การเสร็จเรยี บรอ้ ยแล้ว และได้ผลสรุปจากการศึกษาวิจัยเพ่ือใช้เป็นแนวทางที่
เหมาะสมต่อการจัดการ และพัฒนาพน้ื ทแ่ี กม้ ลิงบางบาล (๑)
๒. วตั ถปุ ระสงค์
จากที่กล่าวมาแล้วพื้นท่ีบริเวณดังกล่าว ซึ่งการด้าเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ
สมบูรณ์ แต่ทางโครงการฯ บางบาล ได้พัฒนาเป็นพ้ืนที่รับน้าตามธรรมชาติช่วยบริหารการจัดการ
น้าในชว่ งอุทกภัย (ฤดูน้าหลาก) โดยสามารถเก็บกักยอดน้าหลากได้ในพื้นท่ีเกษตรกรรมและในช่วง
ฤดูการท้านาเกษตรกรสามารถทา้ การปลกู ข้าวนาปรงั ไดจ้ ้านวน ๒ ครั้ง/ปี
๓. สภาพทวั่ ไป
พนื้ ทแ่ี ก้มลงิ ในเขตโครงการส่งน้าและบ้ารุงรักษาบางบาล ประเภทท่ีเป็นพ้ืนที่รับน้า
ตามธรรมชาติ (รับน้านอง) พื้นที่เกษตรกรรม ตามแนวพระราชด้าริ มีขนาดพื้นท่ีประมาณ ๕๕.๕๐
ตร.กม. (๓๔,๖๙๐ ไร่) มีลักษณะพ้ืนทล่ี าดเทจากทศิ เหนือลงสูท่ ศิ ใต้ โดยมีระดับผิวดินผันแปรตั้งแต่ +
๑.๕๐ ม.รกท. ทางตอนล่างของพน้ื ท่ีจนถงึ +๓.๐๐ ม.รทก. ในทางตอนเหนอื ของพ้ืนท่ี และมีค่าระดับ
ผิวจราจร(คันก้ันน้า) ผันแปรระหว่าง +๓.๕๐ ม.รทก. ถึง +๗.๒๕ ม.รทก. ส้าหรับพื้นท่ีส่วนที่น้ามา
จัดท้าเป็นพ้ืนที่แก้มลิง พื้นท่ีบางบาล (๑) จะมีถนน/คันคลองชลประทาน/คันกั้นน้าล้อมรอบ
และมีขนาดพืน้ ท่ีประมาณ ๔๔ ตร.กม. (๒๗,๔๕๐ ไร่)
๓
พ้นื ทีแ่ ก้มลิงในเขตโครงการส่งนา้ และบ้ารุงรักษาบางบาล
ประเภทที่เป็นพน้ื ทรี่ ับน้าตามธรรมชาติ (รบั น้านอง)
พน้ื ทเี่ กษตรกรรม ตามแนวพระราชด้าริ
๔
ส่วนใหญ่ของพื้นท่ีแก้มลิงในเขตโครงการส่งน้าและบ้ารุงรักษาบางบาล ประเภทท่ี
เป็นพ้ืนที่รับน้าตามธรรมชาติ (รับน้านอง) พื้นที่เกษตรกรรม ตามแนวพระราชด้าริ มีลักษณะเป็น
พื้นท่ีเกษตรกรรม โดยมีพื้นท่ีชุมชนประเภทท่ีพักอาศัยและการค้าเกือบทั้งหมดกระจายตัวไปตาม
แนวรอบพื้นที่โครงการ และบางส่วนกระจุกตัวอยู่บริเวณกลางพื้นท่ี สัดส่วนการใช้ประโยชน์ท่ีดินใน
พืน้ ทีแ่ ก้มลิงบางบาล แยกเปน็ ที่นา ร้อยละ ๙๐ พื้นที่ชุมชนและโรงอิฐ ร้อยละ ๕ พืชสวน ร้อยละ ๓
และบ่อทรายและอ่ืน ๆ ร้อยละ ๒ ในเขตพื้นที่โครงการแบ่งเขตการปกครองได้เป็น ๑๔ ต้าบล ๕๔
หมู่บ้าน ๒ เทศบาล ๕ องค์การบริหารส่วนต้าบล มีจ้านวนประชากรในพื้นที่ทุ่งบางบาล ทั้งหมด
ประมาณ ๑๔,๒๘๘ คน เป็นชาย ๖,๘๙๑ คน เป็นหญิง ๗,๓๙๗ คน และมีจ้านวนครัวเรือนทั้งหมด
๓,๘๗๒ ครวั เรือน
พนื้ ทีแ่ กม้ ลิงในเขตโครงการส่งน้าและบ้ารงุ รกั ษาบางบาล
ประเภททเ่ี ป็นพ้ืนที่รบั น้าตามธรรมชาติ (รับนา้ นอง)
พนื้ ทีเ่ กษตรกรรม ตามแนวพระราชดา้ ริ
๕
๔. แนวทางการดา้ เนินงาน
แนวทางการด้าเนินงาน โครงการพ้ืนท่ีแก้มลิงประเภทที่เป็นพื้นท่ีรับน้าตามธรรมชาติ
(รับน้านอง) เพ่ือบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ของพื้นที่ลุ่มน้าเจ้าพระยา ตามแนว
พระราชด้าริ เพื่อใช้ส้าหรับการกักเก็บยอดน้าหลากท่ีเป็นภัยธรรมชาติและเพ่ิมรายได้ให้กับ
เกษตรกร รวมทั้งให้เกิดความร้สู กึ ทีป่ ลอดภัยจากอุทกภัยประกอบด้วยการดา้ เนินการดังน้ี
- คันป้องกันน้าท่วม ท้าการปรับปรุงยกระดับและขยายผิวจราจรคันคลอง
ชลประทาน รอบพ้ืนที่โครงการฯ ให้สามารถป้องกันระดับน้าในแม่น้า ไม่ให้ล้นเข้าท่วมโครงการฯ
และสามารถใช้คันคลองดังกล่าว เป็นเส้นทางสัญจรในระหว่างฤดูน้าหลากรวมท้ังเป็นท่ีพักช่ัวคราว
ของราษฎรทไ่ี ด้รับผลกระทบจากอทุ กภยั น้าหลาก
๖
๕. การบรหิ ารจดั การนา้ และการด้าเนินการพัฒนาพ้นื ท่ี
โครงการส่งน้าและบา้ รงุ รกั ษาบางบาล เป็นโครงการย่อยโครงการหน่ึงของโครงการ
เจ้าพระยาใหญ่ การบริหารและจัดการน้าในปัจจุบันเป็นในลักษณะเช่ือมโยงกับลุ่มเจ้าพระยาวิธีการ
จัดสรรน้าของโครงการฯ บางบาล เป็นไปในลักษณะการแจกจ่ายน้าตามปริมาณและช่วงเวลาที่
ก้าหนดโดยการส่งน้าจากระบบสูบน้าเข้าไปตามคลองส่งน้าเข้าสู่พ้ืนที่เพาะปลูก พ้ืนที่แก้มลิงในเขต
โครงการส่งน้าและบ้ารุงรักษาบางบาล ประเภทที่เป็นพื้นที่รับน้าตามธรรมชาติ (รับน้านอง) พ้ืนที่
เกษตรกรรม ตามแนวพระราชด้าริ ในปจั จบุ นั ดา้ เนินการบริหารจัดการนา้ ในแตล่ ะปจี ะดา้ เนินการเป็น
๒ ช่วงดว้ ยกัน กล่าวคือ
การจัดสรรน้า ในอดีตเกษตรกรในพ้ืนที่ จะท้าการเพาะปลูกข้าวนาปีเพียงครั้งเดียว
คือ ในช่วงฤดูแล้งระยะเร่ิมด้าเนินการเพาะปลูก โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม
เป็นช่วงเร่ิมด้าเนินการเพาะปลูก หลังจากน้ันประมาณคร่ึงเดือนข้าวท่ีเริ่มปลูกจะงอกในช่วงนี้ยังไม่มี
น้าท่วมขังในพื้นท่ีแต่พื้นดินมีความอ่อนนุ่ม เมล็ดพันธ์ุท่ีใช้หว่านประมาณ ๒๐-๓๐ กก.ไร่ ระยะน้ีจะ
สิ้นสุดประมาณ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ระยะเก็บสะสมน้า ระยะควบคุมน้าจะเร่ิมในช่วง
กลางเดือนกรกฎาคม หรือช่วงต้นเดือนสิงหาคม เมื่อน้าจากแหล่งต่างๆ เร่ิมเข้ามาสะสมใน
พื้นทน่ี ้าทว่ มขังในชว่ งนีร้ ะดับน้าในหน่วยระบายน้าจะเริม่ สูงขน้ึ และข้าวจะเร่ิมเติบโตอย่างรวดเร็วโดย
สูงข้ึน ๒-๓ เมตร หลังจากน้ันจะเริ่มควบคุมน้าให้เหมาะสมกับพื้นท่ีเพาะปลูก ในช่วงเดือนตุลาคมถึง
ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน และระยะระบายน้าเพื่อการเก็บเกี่ยว ช่วงเก็บเกี่ยวหน่วยระบายน้า
จะเร่ิมระบายน้าในช่วงกลางเดือนธันวาคม และสิ้นสุดประมาณเดือนกุมภาพันธ์หลังจากการระบาย
น้าสน้ิ สุดจะเร่ิมเก็บเก่ยี ว
จ า ก ก า ร เ พ า ะ ป ลู ก ข้ า ว ใ น อ ดี ต ภ า ย ใ น พื้ น ที่ แ ก้ ม ลิ ง ใ น เ ข ต โ ค ร ง ก า ร ส่ ง น้ า แ ล ะ
บ้ารงุ รักษาบางบาล ประเภทท่ีเป็นพื้นที่รับน้าตามธรรมชาติ (รับน้านอง) พ้ืนที่เกษตรกรรม ตามแนว
พระราชด้าริ ขึ้นอยู่กับสภาพทางอุทกวิทยา หลังจากมีการพัฒนาปรับระดับพื้นที่และเกษตรกรร่วม
พัฒนาระบบแพร่กระจายน้า ส่งผลท้าให้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้งได้ และยกเลิกการ
เพาะปลูกข้าวนาปี โดยด้าเนินการเพาะปลูกข้าวนาปรัง จ้านวน ๒ ครั้ง การเพาะปลูกข้าวนาปรังจะ
อยใู่ นช่วงระหว่างเดือนธันวาคมถึงสิงหาคม โดยช่วงเวลาเริ่มด้าเนินการเพาะปลูกในช่วงแรกจะขึ้นอยู่
กับอิทธิพลของระดับน้าในแม่น้าน้อย และคลองมโนราห์ เป็นหลักพิจารณาจากความแตกต่างระดับ
น้าในพ้ืนที่เกษตรกรรมและระดับน้าด้านแม่น้า กล่าวคือเม่ือระดับน้าด้านแม่น้ามีระดับต่้ากว่าด้าน
พน้ื ที่เกษตรกรรม เกษตรกรจะทา้ การระบายน้าออกจากพื้นที่เพื่อเริ่มด้าเนินการเพาะปลูกข้าวนาปรัง
คร้ังที่ ๑ ช่วงเวลาการเพาะปลูกข้าวนาปรังคร้ังที่ ๑ จะใช้เวลาเพาะปลูกประมาณ ๑๐๙ วัน หรือไป
สิ้นสดุ ในชว่ งประมาณเดอื นปลายเดือนมีนาคม สา้ หรับการเพาะปลูกข้าวนาปรังครั้งท่ี ๒ เกษตรกรจะ
เร่ิมเพาะปลูกข้าว ประมาณช่วงปลายเดือนเมษายน และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนสิงหาคม หลังจากน้ัน
ในช่วงฤดูน้าหลากระหว่างเดือนกันยายนเป็นต้นไป เกษตรกรในพ้ืนท่ีแก้มลิงในเขตโครงการส่งน้า-
และบ้ารุงรักษาบางบาล ประเภทที่เป็นพื้นท่ีรับน้าตามธรรมชาติ (รับน้านอง) พื้นที่เกษตรกรรม
ตามแนวพระราชด้าริ จะไม่มีกิจกรรมการเพาะปลูกข้าว โดยเกษตรกรจะรับน้าจากแม่น้าเข้าพ้ืนท่ี
การเกษตรเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในพื้นที่ ท้าให้พ้ืนท่ีดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์เป็นพ้ืนท่ีแก้มลิงประเภทท่ี
เป็นพื้นท่ีรับนา้ ตามธรรมชาติ (รบั นา้ นอง) ไปในคราเดียวกัน
๗
๕. การบรหิ ารจัดการน้าและการด้าเนินการพฒั นาพ้ืนที่ (ตอ่ )
๘
๖. วิธีด้าเนินการ
โดยการเกบ็ กักยอดน้าหลากไวใ้ นพ้นื ทีเ่ กษตรกรรมโดยการระบายน้าเข้าพื้นที่ในช่วง
ฤดูน้าหลาก (ประมาณเดอื นกนั ยายน-พฤศจิกายน) ผ่านทางท่อลอดคันกั้นน้าต่างๆ และประตูระบาย
น้า
๗. การระบายน้าเข้า – ออกพ้ืนที่แก้มลิง
๙
๗. การระบายน้าเข้า – ออกพืน้ ที่แกม้ ลิง (ต่อ)
การระบายนา้ เขา้ – ออก “แก้มลิงพื้นท่ีบางบาล (๑)”
- ผา่ นทอ่ ลอดคนั กน้ั น้า ขนาด Ø ๑.๐๐ เมตร จ้านวน ๒๔ แห่ง ปริมาณนา้
๑๙.๒ ลูกบาศกเ์ มตรต่อวินาที
ขนาด ๒.๐๐ เมตร จา้ นวน ๕ แห่ง ปรมิ าณ
น้า ๒๐ ลกู บาศก์เมตรต่อวนิ าที
- ผา่ นประตรู ะบายนา้ ๑ แห่ง ขนาด ๔.๐๐ เมตร x ๔.๐๐ เมตร
จา้ นวน ๑ แหง่ ปรมิ าณนา้ ๑ ลูกบาศกเ์ มตรตอ่ วินาที
ความสามารถในการระบายน้าเขา้ – ออกพน้ื ทีท่ ่ี ๕๕ ลกู บาศก์เมตรต่อวนิ าที
ปริมาณน้าที่เก็บกักในระดบั ๓.๐๐ เมตร มปี ริมาณ ๑๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
๘. เทคนคิ ที่ท้าใหเ้ กิดความส้าเรจ็
การจะด้าเนนิ การเก็บกักน้าในพ้ืนท่ีได้ต้องได้รับความยินยอมพร้อมใจจากเกษตรกร
ในพ้ืนท่ี จงึ จะท้าการระบายน้าเข้าพื้นที่ได้ซึ่งจะต้องมีการประชุมช้ีแจงกับเกษตรกรในพื้นท่ีถึงฤดูการ
ที่สมควรในการทา้ นา (ธันวาคม – เมษายน , พฤษภาคม – สิงหาคม) และเกษตรกรต้องมีความม่ันใจ
กับพน้ื ที่ตอ้ งทา้ การปลูกขา้ วนาปรังไดต้ ามก้าหนดการจ้านวน ๒ คร้ัง และหยุดพักการท้านาในช่วงฤดู
น้าหลาก (กันยายน – พฤศจิกายน) จากท่ีผ่านมาโครงการฯ ได้ด้าเนินการตามปฏิบัติการเพาะปลูก
ดังกลา่ ว เกษตรกรได้รับผลผลิตเป็นท่ีพอใจและทางโครงการฯ ต้องให้ความมั่นใจในการท้านาปรัง ๒
คร้ัง ดังกลา่ ว ต้องได้รบั ผลเป็นท่นี า่ พอใจ นา้ ท่ใี ชใ้ นการเพาะปลูกขา้ วไม่ขาดแคลน ซึ่งทางโครงการส่ง
น้าและบ้ารุงรักษาบางบาล เป็นโครงการสูบน้าด้วยไฟฟ้า น้าท่ีใช้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
ต่างๆ ไม่มากนักและถ้าเกิดการขาดแคลนน้าก็ต้องเร่งเคร่ืองสูบน้าเคลื่อนที่สูบน้าช่วยเหลือพ้ืนที่การ
ท้านาดังกล่าว เป็นการสร้างความม่ันใจให้กับเกษตรกร เป็นผลให้การด้าเนินการโครงการดังกล่าว
ประสบความสา้ เรจ็
๑๐
๘. เทคนิคท่ีทา้ ให้เกิดความสา้ เรจ็ (ตอ่ )
การประชมุ กล่มุ บรหิ ารการใช้นา้ ชลประทาน
สบู น้าออกจากพื้นทน่ี ้าทว่ มขัง
๑๑
๙. ประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากโครงการฯ
๑) ใช้พื้นท่ีบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นท่ีแก้มลิงธรรมชาติในช่วงฤดูน้าหลาก สามารถ
เก็บกักน้า-ได้ ในช่วง Peak Flood เพื่อบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ของพ้ืนที่ลุ่มน้า
เจา้ พระยา (ปรมิ าณน้าเก็บกกั ประมาณ ๑๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร)
๒) การปรับเปล่ียนระบบการปลูกข้าวใหม่ ซึ่งมีการท้านาปรัง ๒ คร้ัง ไม่ท้านาปี
(จากเดิมปลูกข้าวข้ึนน้าหรือข้าวฟางลอย) ท้าให้เกษตรกรมีรายได้เพ่ิมมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมี
ความเป็นอยู่ท่ีดีข้ึน โดยสามารถเพิ่มผลผลิตจากเดิมปีละ ๒๐ – ๓๐ ถัง / ไร่ เป็น ๘๐ – ๑๒๐ ถัง /
ไร่ / ฤดกู าล
๓) ลดความเสียหายของผลผลิตโดยเกษตรกรจะหยุดการท้านาปรังในช่วงฤดูน้า
หลาก
๔) ในช่วงฤดูน้าหลาก ปล่อยน้าเข้าทุ่งเป็นการหมักตอซังข้าว และเป็นการเพ่ิม
อินทรียวัตถุใหก้ ับพนื้ ท่ี
๕) ลดปัญหามลพิษ และเป็นการอนุรักษ์ดินและน้า เนื่องจากไม่เผาฟางข้าวและจะ
หมกั ตอซงั โดยใช้สาร EM ยอ่ ยสลาย
๖) เป็นแหลง่ ขยายพนั ธุ์สัตวน์ ้า
๗) ลดปัญหาทางสังคมและปญั หาทางดา้ นเศรษฐกจิ
๘) การมีสว่ นรว่ มของกลุ่มเกษตรกรและหนว่ ยงานของกรมชลประทาน
๙) น้าน้าที่เก็บกักมาใช้ในการเกษตรได้อย่างคุ้มค่า
๑๐) ทา้ ให้เกษตรกรมีอาชีพเสรมิ โดยการหาผักและหาปลา
๑๐. บทสรุป
พ้ืนทแ่ี ก้มลิงประเภทท่ีเป็นพื้นท่ีรับน้าตามธรรมชาติ (รับน้านอง) ในเขตโครงการส่ง
น้าและบ้ารุงรักษาบางบาล ตามแนวพระราชด้าริ ที่ด้าเนินการอยู่มีผลให้เกษตรกรในพื้นที่มีรายได้
และผลผลติ เพ่ิมข้ึน ท้าให้เศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มเกษตรกรดีข้ึน ท้ังยังสามารถรองรับน้าในช่วงฤดู
หลาก เพื่อบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่พื้นที่ลุ่มน้าเจ้าพระยาปริมาณน้าที่รองรับได้
ประมาณ ๑๓๐ ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร
จากบทสรุปที่กล่าวมาแล้ว เป็นพ้ืนที่รับน้าตามธรรมชาติ (รับน้านอง) โดยเป็นการ
ประหยัดงบประมาณ ในการศึกษาและวิจัยในการด้าเนินการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารต่างๆ ใน
พื้นที่เกษตรกรรม เพราะเป็นวงจรการท้านาของเกษตรกรในพ้ืนที่ ซ่ึงกรมชลประทานได้เข้าไปมีส่วน
ร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้าชลประทาน ในการพัฒนากลุ่มฯ ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อด้าเนินการตามแนว
ทางการรบั นา้ เขา้ พ้ืนทตี่ ามธรรมชาติ