หลักสตู รสถานศึกษา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565
โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๓ สรุ าษฎรธ์ านี
สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษาสรุ าษฎร์ธานี ชุมพร
1
หลกั สูตรสถานศึกษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2565
โรงเรยี นมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎร์ธานี
สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศกึ ษาสรุ าษฎร์ธานี ชุมพร
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
2
ความนา
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 ให้เป็น
หลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจดุ หมาย และมาตรฐานการเรยี นรู้เป็นเปา้ หมายและกรอบทิศทาง
ในการพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียนใหเ้ ปน็ คนดี มีปญั ญา มีคุณภาพชวี ิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวที
ระดับโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2544) พร้อมกันน้ีได้ปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้มีความสอดคล้อง
กับเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2545 ท่ีมุ่งเน้นการกระจายอานาจทางการศกึ ษาให้ท้องถ่ินและสถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการ
พัฒนาหลกั สูตร เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพ และความตอ้ งการของท้องถิ่น(สานกั นายกรฐั มนตร,ี 2542)
จากการวิจัย และติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรในช่วงระยะ 6 ปีที่ผ่านมา (สานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา, 2546 ก., 2546 ข., 2548 ก., 2549 ข.; สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา,
2547; สานักผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล,2548; สุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย,
2547; Nutravong, 2002; Kittisunthorn, 2003) พบว่า หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2545 มจี ุดดีหลายประการ เช่น ช่วยส่งเสรมิ การกระจายอานาจทางการศึกษาทาให้ท้องถิน่ และสถานศึกษามี
ส่วนร่วมและมีบทบาทสาคัญในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น และมีแนวคิด
และหลักการในการส่งเสริมการพฒั นาผู้เรียนแบบองค์รวมอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวยัง
ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นที่เป็นปัญหาและความไม่ชัดเจนของหลักสูตรหลายประการท้ังในส่วนของเอกสาร
หลกั สูตร กระบวนการนาหลกั สูตรส่กู ารปฏิบัติ และผลผลิตที่เกิดจากการใช้หลักสูตร ได้แก่ ปัญหาความสบั สน
ของผู้ปฏิบัติในระดับสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่กาหนดสาระและผล
การเรียนรู้ ที่คาดหวังไว้มาก ทาให้เกิดปัญหาหลักสูตรแน่น การวัดและประเมินผลไม่สะท้อนมาตรฐาน ส่งผล
ต่อปัญหาการจัดทาเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและการเทียบโอนผลการเรียน รวมท้ังปัญหาคุณภาพของ
ผู้เรยี นในด้านความรู้ ทกั ษะ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์อันยงั ไม่เปน็ ที่นา่ พอใจ
นอกจากนน้ั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ( พ.ศ. 2550 – 2554) ได้ชีใ้ ห้เห็น
ถงึ ความจาเป็นในการปรบั เปลย่ี นจุดเน้นในการพฒั นาคุณภาพคนในสังคมไทยให้ มีคุณธรรม และมีความรอบรู้
อย่างเท่าทัน ให้มีความพร้อมท้ังด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และศีลธรรม สามารถก้าวทันการ
เปล่ียนแปลงเพื่อนาไปสู่สังคมฐานความรู้ได้อย่างม่ันคง แนวการพัฒนาคนดังกล่าวมุ่งเตรียมเด็กและเยาวชน
ให้มีพื้นฐานจิตใจที่ดีงาม มีจิตสาธารณะ พร้อมทั้งมีสมรรถนะ ทักษะและความรู้พ้ืนฐานท่ีจาเป็นในการ
ดารงชวี ิต อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน (สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2549) ซึ่ง
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่โลกยุค
ศตวรรษท่ี 21 โดยมุ่งส่งเสริมผู้เรียนมีคุณธรรม รักความเป็นไทย ให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ มี
ทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถทางานร่วมกับผู้อื่น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมโลกได้อย่างสันติ
(กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2551)
3
สญั ลกั ษณ์โรงเรียน ตราประจาพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร
ปรชั ญาโรงเรยี น พระราชทานให้โรงเรยี น โดยมอี กั ษรกากบั ใต้พระตรา
“โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ์ านี”
ร่วมคดิ อยา่ งเปน็ ธรรม รว่ มทาอย่างเป็นธรรม รว่ มแก้ปัญหาอย่างเป็น
ธรรม
คตพิ จน์ ไมตรี กรุณา เมตตา ศานติ
ไมตรี ความสุขของผ้ใู ห้จะย่ิงใหญ่กวา่ ผรู้ บั
กรณุ า ชว่ ยเหลือผู้อ่นื ให้พ้นทกุ ข์
เมตตา อยากให้ผู้อ่ืนมคี วามสุข
ศานติ สขุ อ่นื ย่ิงกวา่ ความสงบไม่มี
คาขวญั รกั ษศ์ ักด์ิศรี มคี ุณธรรม นาวชิ าการ สืบสานงานพระราชดาริ
สปี ระจาโรงเรียน
เหลือง – ฟ้า
ต้นไม้ประจาโรงเรยี น
ไมป้ ระดับ สเี หลือง หมายถงึ ความสุขสงบ มคี ณุ ธรรม
สีฟา้ หมายถึง ความสุข สดชื่น แจ่มใส
เสลาใบใหญ่
ทองอุไร
4
วิสัยทัศน์
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๓ สุราษฏร์ธานี ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความ
สมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ันในการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้ง เจตคติ ท่ี
จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพื้นฐาน
ความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
หลักการ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน มีหลักการทีส่ าคัญ ดงั นี้
1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็น
ไทยควบคกู่ ับความเปน็ สากล
2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ
3. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น
4. เป็นหลกั สตู รการศึกษาทมี่ โี ครงสร้างยดื หยนุ่ ทัง้ ดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรียนรู้
5. เปน็ หลักสตู รการศึกษาทเ่ี นน้ ผ้เู รียนเปน็ สาคัญ
6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์
จดุ หมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เม่ือจบ
การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังน้ี
1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน
ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนับถอื ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. มคี วามรู้ ความสามารถในการสือ่ สาร การคิด การแก้ปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี และมีทกั ษะชวี ิต
3. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ท่ดี ี มสี ขุ นิสยั และรกั การออกกาลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
5
5. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
มีจิตสาธารณะทมี่ งุ่ ทาประโยชน์และสรา้ งสิง่ ท่ดี ีงามในสังคม และอย่รู ว่ มกันในสงั คมอยา่ งมีความสขุ
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ในการพฒั นาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน มุง่ เน้นพัฒนาผ้เู รยี นให้มคี ณุ ภาพ
ตามมาตรฐานที่กาหนด ซง่ึ จะช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคัญและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังน้ี
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน มงุ่ ใหผ้ ้เู รยี นเกดิ สมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและ
ลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจน
การเลอื กใช้วธิ ีการส่ือสาร ทมี่ ีประสิทธภิ าพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบท่มี ตี ่อตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรหู้ รือสารสนเทศ
เพอ่ื การตดั สินใจเกีย่ วกับตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เผชญิ ได้
อยา่ งถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสมั พันธแ์ ละการ
เปลีย่ นแปลงของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใชใ้ นการป้องกนั และแก้ไข
ปญั หา และมีการตัดสนิ ใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคานงึ ถึงผลกระทบท่ีเกิดข้ึนต่อตนเอง สังคมและส่ิงแวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่รว่ มกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ สี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผ้อู ื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน
การแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้
สามารถอยู่รว่ มกบั ผู้อื่นในสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
6
2. ซื่อสตั ย์สจุ รติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
นอกจากน้ี สถานศึกษาสามารถกาหนดคณุ ลักษณะอันพึงประสงคเ์ พม่ิ เติมใหส้ อดคลอ้ งตามบริบทและ
จุดเน้นของตนเอง
ศิลปะ มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ตามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ
มาตรฐาน ศ 1.2 ช่ืนชมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
สาระที่ 2 ดนตรี เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน
มาตรฐาน ศ 2.1 ทศั นศลิ ป์ทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถ่ิน ภมู ิปัญญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
สาระที่ 3 นาฏศลิ ป์ ดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคิดต่อดนตรอี ย่างอิสระ ชืน่ ชม ตามหลกั ปรชั ญาของ
มาตรฐาน ศ 3.1 เศรษฐกิจพอเพยี ง และประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของ
มาตรฐาน ศ 3.2 ดนตรที ่ีเปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน ภมู ิปัญญาไทยและสากล
เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณค์ ุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ช่ืนชมตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง และประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวัน
เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คุณคา่ ของ
นาฏศิลป์ทเ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล
7
ทาไมต้องเรยี นศิลปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มี
จินตนาการทางศิลปะ ชนื่ ชมความงาม มสี ุนทรยี ภาพ ความมคี ณุ ค่า ซง่ึ มีผลต่อคุณภาพชวี ติ มนุษย์ กจิ กรรม
ทางศิลปะช่วยพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจนการนาไปสู่การพัฒนา
ส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี นมีความเช่ือม่ันในตนเอง อันเป็นพน้ื ฐาน ในการศกึ ษาตอ่ หรอื ประกอบอาชพี ได้
เรียนรูอ้ ะไรในศลิ ปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะวิธีการทางศิลปะ เกิด
ความซาบซึ้งในคุณค่าของศิลปะ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนงต่าง ๆ ประกอบด้วย
สาระสาคญั คอื
ทศั นศิลป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สร้างและนาเสนอผลงาน ทาง
ทัศนศิลป์จากจินตนาการ โดยสามารถใช้อุปกรณ์ท่ีเหมาะสม รวมทั้งสามารถใช้เทคนิค วิธีการ ของศิลปินใน
การสร้างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น ภูมปิ ัญญาไทยและสากล ช่ืนชม ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวัน
ดนตรี มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบดนตรีแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์
วพิ ากษ์ วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ทางดนตรีอย่างอิสระ ช่ืนชมและประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าดนตรี ที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทย และสากล ร้องเพลง และเล่นดนตรี ในรูปแบบต่าง ๆ แสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเสียงดนตรี แสดงความรู้สึกท่ีมีต่อดนตรีในเชิงสุนทรียะ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง
ดนตรีกับประเพณีวฒั นธรรม และเหตกุ ารณ์ในประวัติศาสตร์
นาฏศิลป์ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจองค์ประกอบนาฏศลิ ป์ แสดงออกทางนาฏศิลป์ อยา่ งสร้างสรรค์
ใช้ศัพท์เบื้องต้นทางนาฏศิลป์ วิเคราะห์วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่าง
อสิ ระ สรา้ งสรรคก์ ารเคลอื่ นไหวในรูปแบบต่าง ๆ ประยุกต์ใช้นาฏศิลป์ ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างนาฏศิลป์กับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เห็นคุณค่า ของนาฏศิลป์ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถ่ิน ภมู ปิ ัญญาไทย และสากล
8
คณุ ภาพผู้เรยี น
จบชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6
รู้และเข้าใจเก่ียวกับทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสื่อความหมาย สามารถใช้ศัพท์ทาง
ทัศนศิลป์ อธิบายจุดประสงค์และเน้ือหาของงานทัศนศิลป์ มีทักษะและเทคนิคในการใช้วัสดุ อุปกรณ์และ
กระบวนการที่สูงขึ้นในการสร้างงานทัศนศิลป์ วิเคราะห์เน้ือหาและแนวคิด เทคนิควิธีการ การแสดงออกของ
ศิลปนิ ท้ังไทยและสากล ตลอดจนการใชเ้ ทคโนโลยีต่าง ๆ ในการออกแบบสร้างสรรค์งานทีเ่ หมาะสมกับโอกาส
สถานท่ี รวมท้ังแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสภาพสังคมด้วยภาพล้อเลียนหรือการ์ตูน ตลอดจนประเมินและ
วจิ ารณ์คณุ คา่ งานทัศนศิลปด์ ว้ ยหลักทฤษฎวี จิ ารณศ์ ิลปะ
วิเคราะห์เปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ในรูปแบบตะวันออกและรูปแบบตะวันตก เข้าใจอิทธิพลของ
มรดกทางวฒั นธรรมภูมปิ ญั ญาระหว่างประเทศที่มผี ลตอ่ การสรา้ งสรรค์ งานทศั นศิลปใ์ นสงั คม
รู้และเข้าใจรูปแบบบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภท และจาแนกรูปแบบของวงดนตรีท้ังไทย
และสากล เข้าใจอทิ ธิพลของวัฒนธรรมต่อการสรา้ งสรรคด์ นตรี เปรยี บเทียบอารมณแ์ ละความรู้สึกท่ไี ด้รับจาก
ดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมต่างกัน อ่าน เขียน โนต้ ดนตรีไทยและสากล ในอัตราจังหวะตา่ ง ๆ มีทักษะในการร้อง
เพลงหรือเล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวงโดยเน้นเทคนิค การแสดงออกและคุณภาพของการแสดง สร้างเกณฑ์
สาหรับประเมินคุณภาพการประพันธ์ การเล่นดนตรีของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม สามารถนาดนตรี
ไประยุกตใ์ ชใ้ นงานอนื่ ๆ
วิเคราะห์ เปรียบเทียบรูปแบบ ลักษณะเด่นของดนตรีไทยและสากลในวัฒนธรรมต่าง ๆ เข้าใจ
บทบาทของดนตรีท่ีสะท้อนแนวความคิดและค่านิยมของคนในสังคม สถานะทางสังคม ของนักดนตรีใน
วัฒนธรรมต่าง ๆ สรา้ งแนวทางและมีสว่ นร่วมในการสง่ เสรมิ และอนรุ ักษ์ดนตรี
มีทักษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ มีความคิดริเร่มิ ในการแสดงนาฏศลิ ปเ์ ป็นคู่ และเปน็ หมู่
สร้างสรรค์ละครส้ันในรูปแบบที่ช่ืนชอบ สามารถวิเคราะห์แก่นของการแสดงนาฏศิลป์และละครที่ต้องการสื่อ
ความหมายในการแสดง อิทธิพลของเคร่ืองแต่งกาย แสง สี เสียง ฉาก อุปกรณ์ และสถานท่ีท่ีมีผลต่อการ
แสดง วิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และละคร พัฒนาและใช้เกณฑ์การประเมินในการประเมินการแสดง และ
สามารถวเิ คราะหท์ า่ ทางการเคลอ่ื นไหวของผคู้ นในชีวิตประจาวนั และนามาประยุกต์ใชใ้ นการแสดง
เข้าใจวิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการแสดงละครไทย และบทบาทของบุคคลสาคัญ ในวงการ
นาฏศิลป์และการละครของประเทศไทยในยุคสมัยต่าง ๆ สามารถเปรียบเทียบ การนาการแสดงไปใช้ใน
โอกาสตา่ ง ๆ และเสนอแนวคดิ ในการอนุรักษน์ าฏศิลป์ไทย
9
โครงสรา้ งเวลาเรียน
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน กาหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรยี น ดังน้ี
กลมุ่ สาระการเรียนรู/้ ระดับประถมศึกษา เวลาเรียน ระดับมัธยมศึกษา
กจิ กรรม ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย
ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 ป. 6 ม. 1 ม. 2 ม. 3 ม. 4 - 6
กล่มุ สาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย 120 120 120 240
200 200 200 160 160 160 (3 (3 (3 (6 นก.)
นก.) นก.) นก.)
คณิตศาสตร์ 120 120 120 240
200 200 200 160 160 160 (3 (3 (3 (6 นก.)
นก.) นก.) นก.)
วิทยาศาสตร์ 120 120 120 240
80 80 80 80 80 80 (3 (3 (3 (6 นก.)
นก.) นก.) นก.)
สังคมศึกษา ศาสนา 120 120 120 240
และวัฒนธรรม 80 80 80 80 80 80 (3 (3 (3 (6 นก.)
ประวัตศิ าสตร์ 40 40 40 40 40 40 นก.) นก.) นก.) 120
40 40 40
สุขศึกษาและพล 80 80 80 120
ศึกษา 80 80 80 80 80 80 (2 (2 (2 (3 นก.)
นก.) นก.) นก.)
ศิลปะ 80 80 80 120
80 80 80 80 80 80 (2 (2 (2 (3 นก.)
นก.) นก.) นก.)
การงานอาชีพและ 80 80 80 120
เทคโนโลยี 40 40 40 80 80 80 (2 (2 (2 (3 นก.)
นก.) นก.) นก.)
ภาษาตา่ งประเทศ 120 120 120 240
40 40 40 80 80 80 (3 (3 (3 (6 นก.)
นก.) นก.) นก.)
รวมเวลาเรียน 880 880 880 1,680
(พื้นฐาน) 840 840 840 840 840 840 (22 (22 (22 (39 นก.)
นก.) นก.) นก.)
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน 120 120 120 120 120 120 120 120 120 360
๐
รายวิชา / กจิ กรรมท่ี
สถานศกึ ษาจดั เพิม่ เตมิ ปลี ะไม่เกนิ 40 ช่วั โมง ปีละไมเ่ กิน 200 ชั่วโมง ไมน่ อ้ ยกวา่ 1,560
ตามความพร้อมและ ช่วั โมง
จดุ เน้น
รวมเวลาเรียนทง้ั หมด ไมเ่ กนิ 1,000 ชว่ั โมง/ปี ไมเ่ กิน 1,200 ช่ัวโมง/ รวม 3 ปี
ปี ไมน่ ้อยกว่า
3,600 ชว่ั โมง
10
ตวั ชี้วัดชัน้ ปี
สาระที่ 1 ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ปต์ ามจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วิเคราะห์
วพิ ากษ์ วจิ ารณค์ ุณค่างานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ ต่องานศิลปะ
อยา่ งอิสระ ช่ืนชม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และประยุกตใ์ ช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั
ตวั ชวี้ ัดชว่ งช้ัน
ม. 4 – ม. 6
1. วเิ คราะหก์ ารใช้ทศั นธาตุ และหลกั การออกแบบ ในการส่ือความหมายในรูปแบบต่าง ๆ
2. บรรยายจดุ ประสงค์ และเนื้อหาของงานทัศนศลิ ป์ โดยใชศ้ ัพทท์ างทศั นศลิ ป์
3. วเิ คราะหก์ ารเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเทคนิคของศลิ ปินในการแสดงออกทางทศั นศิลป์
4. มีทกั ษะและเทคนิคในการใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และกระบวนการท่ีสงู ขึ้น ในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์
5. สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ปด์ ้วยเทคโนโลยตี ่าง ๆ โดยเนน้ หลักการออกแบบและการจดั
องค์ประกอบศิลป์
6. ออกแบบงานทศั นศิลปไ์ ดเ้ หมาะกับโอกาสและสถานท่ี
7. วเิ คราะห์และอธิบายจุดมงุ่ หมายของศลิ ปินในการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิคและเนอื้ หา เพื่อ
สรา้ งสรรค์ งานทศั นศลิ ป์
8. ประเมินและวิจารณง์ านทัศนศิลป์ โดยใช้ทฤษฎกี ารวิจารณศ์ ลิ ปะ
9. จดั กลมุ่ งานทศั นศลิ ปเ์ พื่อสะท้อนพัฒนาการและความก้าวหน้าของตนเอง
10. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ไทย สากล โดยศกึ ษาจากแนวคดิ และวิธกี ารสร้างงานของศลิ ปินที่
ตนชืน่ ชอบ
11. วาดภาพระบายสีเปน็ ภาพลอ้ เลียน หรือภาพการต์ นู เพื่อแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับสภาพสงั คม
ในปัจจุบัน
สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหว่างทัศนศลิ ป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ งาน
มาตรฐาน ศ 1.2 ทัศนศลิ ป์ ทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตัวชี้วัดชว่ งชั้น
ม. 4 – ม. 6
1. วเิ คราะห์ และเปรยี บเทยี บงานทศั นศลิ ป์ในรปู แบบตะวันออกและรปู แบบตะวนั ตก
2. ระบุงานทัศนศิลป์ของศิลปินทม่ี ีชอ่ื เสยี งและบรรยายผลตอบรับของสงั คม
3. อภปิ รายเก่ยี วกบั อทิ ธิพลของวัฒนธรรมระหว่างประเทศทมี่ ีผลตอ่ งานทัศนศิลป์ในสังคม
11
สาระท่ี 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณค์ ุณค่า
ดนตรี ถา่ ยทอด ความรู้สกึ ความคิดต่อดนตรีอย่างอสิ ระ ชืน่ ชมตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง และประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั
ตัวชวี้ ัดชว่ งชั้น
ม. 4 – ม. 6
1. เปรียบเทียบรปู แบบของบทเพลงและวงดนตรแี ต่ละประเภท
2. จาแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรี ท้ังไทยและสากล
3. อธิบายเหตุผลทค่ี นต่างวฒั นธรรมสร้างสรรคง์ านดนตรแี ตกต่างกัน
4. อา่ น เขยี น โน้ตดนตรีไทยและสากลในอัตราจังหวะต่าง ๆ
5. ร้องเพลง หรือเล่นดนตรีเด่ียว และรวมวง โดยเน้นเทคนคิ การแสดงออก และคุณภาพของการแสดง
6. สร้างเกณฑ์สาหรับประเมินคุณภาพการประพันธแ์ ละการเล่นดนตรีของตนเองและผู้อื่นได้อย่าง
เหมาะสม
7. เปรยี บเทียบอารมณ์ และความรสู้ กึ ท่ีได้รบั จากงานดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกนั
8. นาดนตรไี ปประยกุ ต์ใช้ในงานอน่ื ๆ
สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.2 เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่าของ
ดนตรีท่ี เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล
ตวั ชีว้ ดั ชว่ งชน้ั
ม. 4 – ม. 6
1. วิเคราะหร์ ูปแบบของดนตรีไทยและดนตรสี ากลในยุคสมยั ตา่ ง ๆ
2. วิเคราะห์สถานะทางสังคมของนักดนตรีในวัฒนธรรมตา่ ง ๆ
3.เปรยี บเทียบลกั ษณะเด่นของดนตรใี นวัฒนธรรมตา่ งๆ
4. อธบิ ายบทบาทของดนตรีในการสะท้อนแนวความคดิ และคา่ นยิ มท่เี ปลยี่ นไปของคนในสงั คม
5. นาเสนอแนวทางในการส่งเสริมและอนุรักษด์ นตรใี นฐานะมรดกของชาติ
12
สาระที่ 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์
คุณคา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชมตามหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง และประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั
ตวั ชว้ี ัดชว่ งช้ัน
ม. 4 – ม. 6
1. มที กั ษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ
2. สรา้ งสรรค์ละครสัน้ ในรปู แบบทช่ี ืน่ ชอบ
3. ใช้ความคิดรเิ ร่มิ ในการแสดงนาฏศลิ ป์เป็นคู่ และหมู่
4. วิจารณก์ ารแสดงตามหลักนาฏศลิ ป์และการละคร
5. วิเคราะห์แกน่ ของการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละการละครท่ตี ้องการสื่อความหมายในการแสดง
6. บรรยาย และวิเคราะห์ อิทธิพลของเครื่องแต่งกาย แสง สี เสยี ง ฉากอุปกรณ์ และสถานที่ท่มี ผี ลต่อ
การแสดง
7. พฒั นาและใช้เกณฑ์การประเมนิ ในการประเมินการแสดง
8. วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิตประจาวนั และนามาประยุกตใ์ ช้ในการแสดง
สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 3.2 เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวตั ิศาสตรแ์ ละวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่าของ
นาฏศลิ ป์ทเ่ี ปน็ วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ภูมิปญั ญาไทยและสากล
ตัวชี้วัดชว่ งชนั้
ม. 4 – ม. 6
1. เปรยี บเทยี บการนาการแสดงไปใชใ้ นโอกาสต่าง ๆ
2. อภิปรายบทบาทของบุคคลสาคญั ในวงการนาฏศลิ ป์และการละคร ของประเทศไทยในยคุ สมยั
ตา่ งๆ
3. บรรยายวิวัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครไทย ตงั้ แต่อดีตจนถงึ ปจั จุบัน
4. นาเสนอแนวคิดในการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย
13
ตัวชวี้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
สาระที่ 1 ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณ์ คุณคา่ งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ กึ ความคิดต่องานศลิ ปะ
อย่างอิสระช่นื ชมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั
ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. วเิ คราะหก์ ารใช้ทศั นธาตุ และหลักการ ทศั นธาตแุ ละหลักการออกแบบ
ออกแบบในการส่ือความหมายในรปู แบบตา่ ง ๆ
2. บรรยายจดุ ประสงคแ์ ละเนื้อหาของงาน ศัพท์ทางทัศนศิลป์
ทัศนศิลป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทัศนศลิ ป์
3. วเิ คราะห์การเลือกใช้วัสดอุ ุปกรณ์ และเทคนคิ วสั ดุ อปุ กรณ์ และเทคนิคของศลิ ปนิ ในการ
ของศิลปินในการแสดงออกทางทศั นศิลป์
แสดงออกทางทัศนศลิ ป์
4. มีทักษะและเทคนิคในการใช้วัสดุอุปกรณ์ และ เทคนิค วัสดุ อปุ กรณ์ กระบวนการในการ
กระบวนการท่สี งู ขน้ึ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ สร้างงานทศั นศิลป์
5. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ โดย หลกั การออกแบบและการจัดองคป์ ระกอบ
เนน้ หลกั การออกแบบและการจดั องค์ประกอบศลิ ป์ ศิลป์ดว้ ยเทคโนโลยี
6. ออกแบบงานทัศนศิลป์ได้เหมาะกับโอกาสและ การออกแบบงานทัศนศิลป์
สถานที่
7. วิเคราะห์และอธิบายจุดมุ่งหมาย ของศิลปินในการ จุดมงุ่ หมายของศลิ ปนิ ในการเลือกใช้วัสดุ
เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิคและเนื้อหา เพื่อ อุปกรณ์ เทคนคิ และเนื้อหา ในการสรา้ งงาน
สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์
ทศั นศลิ ป์
8. ประเมนิ และวิจารณ์งานทศั นศิลป์ โดยใชท้ ฤษฎีการ ทฤษฎกี ารวจิ ารณ์ศิลปะ
วจิ ารณศ์ ิลปะ
9. จดั กลมุ่ งานทัศนศลิ ป์เพอื่ สะท้อนพัฒนาการ การจัดทาแฟ้มสะสมงานทัศนศลิ ป์
และความกา้ วหนา้ ของตนเอง
10. สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลปไ์ ทย สากล การสรา้ งงานทัศนศิลปจ์ ากแนวคิดและวธิ ีการ
โดยศึกษาจากแนวคดิ และวธิ ีการสร้างงานของ ของศลิ ปนิ
ศลิ ปนิ ทต่ี นชน่ื ชอบ
11. วาดภาพ ระบายสีเป็นภาพล้อเลยี น การวาดภาพล้อเลียนหรือภาพการ์ตูน
หรือภาพการ์ตูนเพื่อแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับ
สภาพสังคมในปจั จุบัน
14
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6
สาระท่ี 1 ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.2 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างทัศนศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่า
งานทศั นศลิ ปท์ ีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น ภูมิปญั ญาไทย และสากล
ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบงานทศั นศลิ ป์ใน งานทศั นศลิ ปร์ ูปแบบตะวนั ออกและตะวนั ตก
รูปแบบตะวันออกและรปู แบบตะวนั ตก
2. ระบุงานทศั นศิลป์ของศิลปินทมี่ ีชอ่ื เสียง และ งานทศั นศิลป์ของศิลปินท่ีมชี ื่อเสียง
บรรยายผลตอบรับของสังคม
3. อภิปรายเก่ียวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่าง อทิ ธิพลของวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
ประเทศท่ีมผี ลตอ่ งานทศั นศลิ ป์ในสงั คม
ทมี่ ีผลต่องานทัศนศลิ ป์
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6
สาระท่ี 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์คุณคา่
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอิสระ ชน่ื ชมตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง และประยุกต์ใช้ ในชวี ติ ประจาวนั
ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. เปรียบเทยี บรูปแบบของบทเพลงและ วง
ดนตรแี ตล่ ะประเภท การจัดวงดนตรี
- การใชเ้ ครื่องดนตรีในวงดนตรีประเภทตา่ งๆ
2. จาแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรี - บทเพลงทบี่ รรเลงโดยวงดนตรปี ระเภท
ทงั้ ไทยและสากล
3. อธบิ ายเหตุผลทค่ี นต่างวัฒนธรรม ต่างๆ
สร้างสรรค์งานดนตรีแตกตา่ งกัน
ประเภทของวงดนตรี
4. อา่ น เขียน โน้ตดนตรีไทยและสากล - ประเภทของวงดนตรีไทย
ในอัตราจังหวะต่าง ๆ - ประเภทของวงดนตรสี ากล
ปัจจัยในการสรา้ งสรรค์ผลงานดนตรีในแต่ละ
วัฒนธรรม
- ความเชอื่ กบั การสรา้ งสรรคง์ านดนตรี
- ศาสนากับการสร้างสรรคง์ านดนตรี
- วถิ ชี ีวติ กบั การสรา้ งสรรคง์ านดนตรี
- เทคโนโลยกี บั การสรา้ งสรรคง์ านดนตรี
เครอ่ื งหมายและสญั ลักษณ์ทางดนตรี
- เคร่ืองหมายกาหนดอตั ราจังหวะ
15
- เครอื่ งหมายกาหนดบันไดเสียง
โนต้ บทเพลงไทยอัตราจงั หวะ 2 ช้ัน
และ 3 ชนั้
5. ร้องเพลง หรือเลน่ ดนตรีเด่ียวและ รวมวง เทคนิค และ การถ่ายทอดอารมณ์เพลงด้วยการ
โดยเน้นเทคนคิ การแสดงออก และคุณภาพ รอ้ ง บรรเลงเคร่ืองดนตรเี ด่ียวและรวมวง
ของการแสดง
6. สร้างเกณฑส์ าหรับประเมนิ คุณภาพการ เกณฑ์ในการประเมินผลงานดนตรี
ประพันธ์และการเล่นดนตรีของตนเองและ - คณุ ภาพของผลงานทางดนตรี
ผ้อู ืน่ ได้อยา่ งเหมาะสม - คณุ คา่ ของผลงานทางดนตรี
7. เปรยี บเทียบอารมณ์ และความรสู้ ึกทไ่ี ด้รับ การถา่ ยทอดอารมณ์ ความรสู้ ึกของงานดนตรี
จากงานดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมตา่ งกัน จากแตล่ ะวฒั นธรรม
8. นาดนตรีไปประยุกต์ใช้ในงานอ่นื ๆ ดนตรีกับการผ่อนคลาย
ดนตรีกับการพฒั นามนุษย์
ดนตรกี บั การประชาสัมพนั ธ์
ดนตรกี ับการบาบัดรกั ษา
ดนตรีกบั ธุรกิจ
ดนตรีกบั การศึกษา
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4-6
สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.2 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่า
ของดนตรีทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ภมู ิปัญญาไทยและสากล
ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. วิเคราะห์รูปแบบของดนตรไี ทยและดนตรี รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยแต่ละยุคสมัย
สากลในยคุ สมยั ต่าง ๆ รูปแบบบทเพลงและวงดนตรสี ากลแต่ละ ยคุ สมยั
2. วิเคราะห์สถานะทางสงั คมของ นักดนตรีใน ประวัตสิ ังคตี กวี
วัฒนธรรมต่าง ๆ
3. เปรยี บเทียบลักษณะเด่นของดนตรี ลกั ษณะเด่นของดนตรีในแตล่ ะวัฒนธรรม
ในวัฒนธรรมต่างๆ - เครอ่ื งดนตรี
- วงดนตรี
4. อธบิ ายบทบาทของดนตรีในการสะทอ้ น - ภาษา เน้ือรอ้ ง
- สาเนยี ง
- องคป์ ระกอบบทเพลง
บทบาทดนตรใี นการสะท้อนสังคม
16
แนวความคดิ และค่านิยมท่เี ปลีย่ นไปของคนใน - คา่ นยิ มของสังคมในผลงานดนตรี
- ความเช่อื ของสังคมในงานดนตรี
สงั คม
5. นาเสนอแนวทางในการสง่ เสริมและอนุรกั ษ์ แนวทางและวิธกี ารในการส่งเสริมอนุรกั ษ์
ดนตรใี นฐานะมรดกของชาติ ดนตรไี ทย
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6
สาระที่ 3 นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณ์
คุณค่านาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคิดอยา่ งอิสระ ชืน่ ชมตามหลัก
ของเศรษฐกิจพอเพียง และประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั
ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. มที กั ษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ รปู แบบของการแสดง
- ระบา รา ฟอ้ น
- การแสดงพนื้ เมืองภาคตา่ ง ๆ
- การละครไทย
- การละครสากล
2. สร้างสรรค์ละครส้นั ในรูปแบบท่ีชนื่ ชอบ ละครสร้างสรรค์
- ความเป็นมา
- องค์ประกอบของละครสรา้ งสรรค์
- ละครพดู
o ละครโศกนาฏกรรม
o ละครสุขนาฏกรรม
o ละครแนวเหมือนจรงิ
o ละครแนวไม่เหมือนจรงิ
3. ใช้ความคิดริเรม่ิ ในการแสดงนาฏศลิ ป์เป็นคู่ การประดิษฐ์ทา่ ราที่เปน็ คแู่ ละหมู่
และหมู่ - ความหมาย
- ประวตั คิ วามเป็นมา
- ท่าทางที่ใชใ้ นการประดิษฐท์ ่ารา
- เพลงท่ีใช้
4. วิจารณก์ ารแสดงตามหลกั นาฏศลิ ป์ และ หลกั การสร้างสรรค์และการวิจารณ์
การละคร หลกั การชมการแสดงนาฏศิลปแ์ ละละคร
5. วิเคราะหแ์ ก่นของการแสดงนาฏศลิ ป์และ ประวตั คิ วามเป็นมาของนาฏศิลป์ และการละคร
17
การละครทตี่ ้องการส่ือความหมาย ในการแสดง - ววิ ฒั นาการ
- ความงามและคุณค่า
6. บรรยาย และวเิ คราะห์ อิทธพิ ลของ
เคร่อื งแต่งกาย แสง สี เสยี ง ฉากอุปกรณ์ เทคนคิ การจดั การแสดง
และสถานท่ีทมี่ ีผลต่อการแสดง - แสงสีเสยี ง
- ฉาก
7. พัฒนาและใชเ้ กณฑก์ ารประเมินในการ - อปุ กรณ์
ประเมนิ การแสดง - สถานที่
- เครื่องแตง่ กาย
8. วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลือ่ นไหวของ
ผ้คู นในชวี ิตประจาวันและนามาประยุกต์ใชใ้ น การประเมินคุณภาพของการแสดง
การแสดง - คณุ ภาพดา้ นการแสดง
- คุณภาพองคป์ ระกอบการแสดง
การสร้างสรรค์ผลงาน
- การจดั การแสดงในวันสาคัญของโรงเรียน
- ชุดการแสดงประจาโรงเรียน
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4-6
สาระท่ี 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัตศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็
คณุ คา่ ของ นาฏศิลปท์ ี่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถิ่น ภมู ิปัญญา
ไทยและสากล
ตัวช้ีวดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1. เปรียบเทยี บการนาการแสดงไปใชใ้ น การแสดงนาฏศลิ ปใ์ นโอกาสต่างๆ
โอกาสต่าง ๆ
2. อภิปรายบทบาทของบุคคลสาคญั ในวงการ บุคคลสาคัญในวงการนาฏศิลป์และ
นาฏศิลป์และการละครของประเทศไทยในยุค การละครของไทยในยุคสมัยต่าง ๆ
สมัยต่างๆ
3. บรรยายวิวฒั นาการของนาฏศิลปแ์ ละการ วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย
ละครไทย ตงั้ แต่อดตี จนถึงปัจจุบนั
ต้ังแต่อดีตจนถงึ ปจั จบุ ัน
4. นาเสนอแนวคิดในการอนรุ ักษ์ นาฏศิลป์ การอนรุ ักษ์นาฏศิลป์ ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ
ไทย
18
โครงสรา้ งหลกั สูตร
โรงเรยี นมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎร์ธานี
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 (กลมุ่ สนใจวทิ ยาศาสตร์-คณติ ศาสตร์)
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรียน เวลาเรียน
(หน่วยกิต/
รายวิชา/กิจกรรม (หนว่ ยกิต/ รายวชิ า/กจิ กรรม
ชม.)
ชม.) 6.0/240
1.0/40
รายวชิ าพ้ืนฐาน 12.0/480 รายวิชาพนื้ ฐาน 1.0/40
1.0/40
ท31101 ภาษาไทย 1.0/40 ท31102 ภาษาไทย
0.5/20
ค31101 คณิตศาสตร์ 1.0/40 ค31102 คณิตศาสตร์ 0.5/20
0.5/20
ว31101 วทิ ยาศาสตร์ (โลก ดาราศาสตร์ 1.0/40 ส31102 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและ 0.5/20
และ อวกาศ วฒั นธรรม 1.0/40
7.5/300
ว31103 ฟสิ กิ ส์พ้นื ฐาน 2.0/80 ส31104 ประวัติศาสตร์ 1.5/60
2.0/80
ว31104 เคมพี นื้ ฐาน 1.5/60 พ31102 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 1.5/60
1.5/60
ว31105 ชีวะพ้นื ฐาน 1.5/60 ศ31102 ศลิ ปะ 1.0/40
ส31101 สังคมศึกษา ศาสนาและ 1.0/40 ง31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 60
20
วฒั นธรรม
10
ส31103 ประวตั ิศาสตร์ 0.5/20 อ31102 ภาษาอังกฤษ 20
10
พ31101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 0.5/20 รายวิชาเพม่ิ เตมิ 13.5/600
ศ31101 ศลิ ปะ 0.5/20 ค31202 คณิตศาสตรเ์ สริม
ง31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 0.5/20 ว31201 ฟิสิกส์ 1
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1.0/40 ว31221 เคมี 1
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ 2.50/100 ว31241 ชวี วทิ ยา 1
ค31201 คณติ ศาสตรเ์ สรมิ 1.5/60 อ30214 ภาษาองั กฤษในชวี ิตประจาวัน
อ30213 ภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจาวัน 1 1.0/40 2
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น 60 กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
*กจิ กรรมแนะแนว 20 *กิจกรรมแนะแนว
*กจิ กรรมนกั เรียน *กจิ กรรมนกั เรียน
- พฒั นาทักษะ 10 - พัฒนาทักษะ
- ชุมนุม 20 - ชุมนมุ
*กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ 10 *กิจกรรมเพ่อื สงั คมและาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียน 14.5/640 รวมเวลาเรียน
รวมทัง้ ส้นิ 1,240 ชัว่ โมง/ปี
19
โครงสรา้ งหลกั สูตร
โรงเรยี นมธั ยมพชั รกิติยาภา ๓ สรุ าษฎรธ์ านี
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 (กลมุ่ สนใจวิทยาศาสตร์-คณติ ศาสตร์)
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
(หนว่ ยกิต/
รายวิชาพน้ื ฐาน (หน่วยกติ / รายวิชา/กจิ กรรม
ท32101 ภาษาไทย ชม.)
ค32101 คณิตศาสตร์ ชม.) 6/240
ส32101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและ 1.0/40
วฒั นธรรม 6/240 รายวชิ าพนื้ ฐาน 1.0/40
ส32103 ประวัตศิ าสตร์ 1.0/40
พ32101 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 1.0/40 ท32102 ภาษาไทย
ศ32101 ศลิ ปะ 0.5/20
ง32101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 1.0/40 ค32102 คณติ ศาสตร์ 0.5/20
อ32101 ภาษาองั กฤษ 0.5/20
รายวิชาเพ่มิ เติม 1.0/40 ส32102 สังคมศึกษา ศาสนาและ 0.5/20
ค32201 คณิตศาสตร์เสริม 1.0/40
ว32202 ฟิสกิ ส์ 2 วฒั นธรรม 8.8/340
ว32222 เคมี 2 1.5/60
ว32242 ชวี วิทยา 2 0.5/20 ส32104 ประวตั ศิ าสตร์ 2.0/80
ว30281 โครงงานวิทยาศาสตร์ 1.5/60
อ30215 ภาษาอังกฤษประสบการณ์ 1 0.5/20 พ32102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.5/60
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน 1.0/40
*กิจกรรมแนะแนว 0.5/20 ศ32102 ศลิ ปะ 1.0/40
*กจิ กรรมนักเรยี น
0.5/20 ง32102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 60
- พฒั นาทกั ษะ 20
- ชุมนุม 1.0/40 อ32102 ภาษาอังกฤษ
*กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ 10
รวมเวลาเรยี น 8.5/340 รายวิชาเพม่ิ เตมิ 20
10
1.5/60 ค32202 คณิตศาสตร์เสริม 14.5/640
2.0/80 ว32203 ฟิสกิ ส์ 3
1.5/60 ว32223 เคมี 3
1.5/60 ว32243 ชีววทิ ยา 3
1.0/40 ง 30253 การนาเสนอแบบสื่อประสม
1.0/40 อ30216 ภาษาอังกฤษประสบการณ์ 2
60 กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
20 *กจิ กรรมแนะแนว
*กจิ กรรมนักเรยี น
10 - พัฒนาทกั ษะ
20 - ชุมนุม
10 *กิจกรรมเพื่อสังคมและาธารณประโยชน์
14.5/640 รวมเวลาเรียน
รวมท้งั สนิ้ 1,280 ชวั่ โมง/ปี
20
โครงสรา้ งหลกั สูตร
โรงเรยี นมธั ยมพชั รกิติยาภา ๓ สรุ าษฎร์ธานี
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 (กลมุ่ สนใจวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร)์
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น เวลาเรียน
(หนว่ ยกติ /
รายวชิ าพนื้ ฐาน (หน่วยกิต/ รายวชิ า/กจิ กรรม
ท33101 ภาษาไทย ชม.)
ค33101 คณิตศาสตร์ ชม.) 5.5/220
ส33101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและ 1.0/40
วัฒนธรรม 5.5/220 รายวชิ าพื้นฐาน 1.0/40
พ33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0/40
ศ33101 ศลิ ปะ 1.0/40 ท33102 ภาษาไทย
ง33101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 0.5/20
อ33101 ภาษาองั กฤษ 1.0/40 ค33102 คณิตศาสตร์ 0.5/20
รายวชิ าเพ่ิมเติม 0.5/20
ค33201 คณติ ศาสตร์เสรมิ 1.0/40 ส33102 สงั คมศึกษา ศาสนาและ 1.0/40
ว33204 ฟสิ ิกส์ 4 7.5/300
ว33224 เคมี 4 วฒั นธรรม 1.5/60
ว33244 ชวี วทิ ยา 4 2.0/80
ง30259 คอมพิวเตอรช์ ั้นสงู 0.5/20 พ33102 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 1.5/60
อ30217 ภาษาองั กฤษสอื่ สาร 1 1.5/60
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น 0.5/20 ศ33102 ศลิ ปะ 1.0/40
*กิจกรรมแนะแนว
*กจิ กรรมนกั เรยี น 0.5/20 ง33102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 60
20
- พฒั นาทักษะ 1.0/40 อ33102 ภาษาอังกฤษ
- ชมุ นมุ 10
*กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ 8.5/340 รายวิชาเพ่ิมเติม 20
รวมเวลาเรียน 10
1.5/60 ค33202 คณติ ศาสตรเ์ สริม 13.0/580
2.0/80 ว33205 ฟิสิกส์ 5
1.5/60 ว32225 เคมี 5
1.5/60 ว33245 ชีววิทยา 5
1.0/40 อ30218 ภาษาอังกฤษสอื่ สาร 2
1.0/40
60 กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
20 *กจิ กรรมแนะแนว
*กจิ กรรมนักเรยี น
10 - พัฒนาทักษะ
20 - ชุมนุม
10 *กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
14.0/620 รวมเวลาเรยี น
รวมทงั้ สิน้ 1,200 ชัว่ โมง/ปี
21
โครงสร้างหลกั สูตร
โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ิยาภา ๓ สรุ าษฎร์ธานี
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 (กลมุ่ สนใจคณติ ศาสตร์-สงั คมศกึ ษา-ภาษา)
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2
เวลาเรียน เวลาเรียน
(หนว่ ยกิต/
รายวชิ า/กิจกรรม (หน่วยกติ / รายวชิ า/กิจกรรม
ชม.)
ชม.) 7/280
1.0/40
รายวิชาพ้นื ฐาน 7/280 รายวิชาพนื้ ฐาน 1.0/40
1.0/40
ท31101 ภาษาไทย 1.0/40 ท31102 ภาษาไทย
1.0/40
ค31101 คณติ ศาสตร์ 1.0/40 ค31102 คณติ ศาสตร์
0.5/20
ว31101 วทิ ยาศาสตร์ (โลก ดาราศาสตร์ 1.0/40 ว31102 วทิ ยาศาสตร์ (เคมพี ื้นฐาน) 0.5/20
0.5/20
และ อวกาศ) 0.5/20
1.0/40
ส31101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 1.0/40 ส31102 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและ 7.5/300
1.5/60
วัฒนธรรม 1.0/40
1.0/40
ส31103 ประวัตศิ าสตร์ 0.5/20 ส31104 ประวัติศาสตร์ 1.0/40
1.0/40
พ31101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 0.5/20 พ31102 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 0.5/20
1.5/60
ศ31101 ศลิ ปะ 0.5/20 ศ31102 ศลิ ปะ
60
ง31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 0.5/20 ง31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 20
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1.0/40 อ31102 ภาษาองั กฤษ 10
20
รายวิชาเพม่ิ เติม 7.5/300 รายวชิ าเพ่มิ เติม 10
14.5/640
ค31201 คณติ ศาสตร์เสริม 1.5/60 ค31204 คณติ ศาสตรเ์ สรมิ
ท30201 การเขียน 1 1.0/40 ท30202 การเขยี น 2
ท30203 การพดู 1.0/40 ท30204 การอา่ นวรรณกรรมเฉพาะเรอื่ ง
ส30201 การปกครองของไทย 1.0/40 ส30202 การปกครองท้องถิน่ ของไทย
ง30251 ตารางทางาน 1.0/40 ง30252 การจัดการฐานขอ้ มลู
ง30261 งานหอ้ งสมดุ 1 0.5/20 ง30262 งานห้องสมดุ 2
อ30207 ภาษาอังกฤษอา่ น-เขียน 1 1.5/60 อ30208 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 2
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 60 กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
*กิจกรรมแนะแนว 20 *กิจกรรมแนะแนว
*กิจกรรมนกั เรยี น *กจิ กรรมนกั เรียน
- พฒั นาทกั ษะ 10 - พฒั นาทักษะ
- ชมุ นมุ 20 - ชมุ นุม
*กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ 10 *กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียน 14.5/640 รวมเวลาเรียน
รวมทง้ั ส้นิ 1,280 ชวั่ โมง/ปี
22
โครงสรา้ งหลกั สูตร
โรงเรียนมธั ยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎร์ธานี
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 (กลมุ่ สนใจคณิตศาสตร์-สงั คมศึกษา-ภาษา)
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2
เวลาเรียน เวลาเรียน
(หน่วยกิต/
รายวิชา/กจิ กรรม (หนว่ ยกติ / รายวชิ า/กิจกรรม
ชม.)
ชม.) 7/280
1.0/40
รายวชิ าพนื้ ฐาน 7/280 รายวชิ าพนื้ ฐาน 1.0/40
1.0/40
ท32101 ภาษาไทย 1.0/40 ท32102 ภาษาไทย
1.0/40
ค32101 คณิตศาสตร์ 1.0/40 ค32102 คณติ ศาสตร์ 0.5/20
0.5/20
ว32101 วิทยาศาสตร์ (เคม-ี ชีววทิ ยา 1.0/40 ว32102 วิทยาศาสตร์ (ชวี วิทยาพืน้ ฐาน) 0.5/20
0.5/20
พ้นื ฐาน) 1.0/40
7.0/280
ส32101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 1.0/40 ส32102 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1.5/60
1.0/40
ส32103 ประวตั ิศาสตร์ 0.5/20 ส32104 ประวัตศิ าสตร์ 1.0/40
1.0/40
พ32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 0.5/20 พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 1.0/40
1.5/60
ศ32101 ศลิ ปะ 0.5/20 ศ32102 ศลิ ปะ
60
ง32101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 0.5/20 ง32102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 20
อ32101 ภาษาอังกฤษ 1.0/40 อ32102 ภาษาองั กฤษ 10
20
รายวิชาเพมิ่ เตมิ 7.0/280 รายวชิ าเพ่ิมเติม 10
14.0/620
ค32201 คณติ ศาสตร์เสรมิ 1.5/60 ค32202 คณิตศาสตร์เสรมิ
ท30205 การแต่งคาประพันธ์ 1.0/40 ท30206 ภาษากับวรรณกรรม
ท30207 ประวตั วิ รรณคดี 1 1.0/40 ท30208 ประวตั วิ รรณคดี 2
ส30203 กฎหมายในชวี ติ ประจาวัน 1.0/40 ส30204 ประชากรกับคุณภาพชีวติ
ง30254 การโปรแกรม 1 1.0/40 ง30253 การนาเสนอแบบสือ่ ประสม
อ30209 ภาษาอังกฤษฟัง-พดู 1 1.5/60 อ30210 ภาษาอังกฤษฟงั -พูด 2
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน 60 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
*กิจกรรมแนะแนว 20 *กจิ กรรมแนะแนว
*กจิ กรรมนักเรียน *กจิ กรรมนกั เรียน
- พฒั นาทักษะ 10 - พฒั นาทักษะ
- ชมุ นุม 20 - ชุมนุม
*กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 10 *กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียน 14.0/620 รวมเวลาเรียน
รวมทง้ั สน้ิ 1,240 ชัว่ โมง/ปี
23
โครงสรา้ งหลกั สูตร
โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ิยาภา ๓ สรุ าษฎร์ธานี
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 (กลมุ่ สนใจคณติ ศาสตร์-สงั คมศกึ ษา-ภาษา)
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
เวลาเรยี น เวลาเรียน
(หน่วยกิต/
รายวิชา/กจิ กรรม (หนว่ ยกติ / รายวชิ า/กิจกรรม
ชม.)
ชม.) 6.5/240
1.0/40
รายวชิ าพนื้ ฐาน 6.5/240 รายวิชาพ้ืนฐาน 1.0/40
1.0/40
ท33101 ภาษาไทย 1.0/40 ท33102 ภาษาไทย 1.0/40
ค33101 คณิตศาสตร์ 1.0/40 ค33102 คณิตศาสตร์ 0.5/20
0.5/20
ว33101 วทิ ยาศาสตร์ (ฟิสกิ สพ์ นื้ ฐาน) 1.0/40 ว33102 วทิ ยาศาสตร์ (ฟิสิกส์พนื้ ฐาน) 0.5/20
1.0/40
ส33101 สังคมศึกษา ศาสนาและ 1.0/40 ส33102 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6.0/280
1.5./60
วฒั นธรรม 1.0/40
1.0/40
พ33101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5/20 พ33102 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 1.0/40
1.5/60
ศ33101 ศลิ ปะ 0.5/20 ศ33102 ศลิ ปะ
60
ง33101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 0.5/20 ง33102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 20
อ33101 ภาษาอังกฤษ 1.0/40 อ33102 ภาษาองั กฤษ 10
20
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ 6.0/280 รายวชิ าเพ่ิมเติม 10
12.5/580
ค33201 คณติ ศาสตรเ์ สรมิ 1.5/60 ค33202 คณติ ศาสตรเ์ สรมิ
ท3029 หลกั ภาษาไทย 1.0/40 ท30211 การพดู ในท่ีประชมุ ชน
ท30212 วรรณคดีมรดก 1.0/40 ท30212 วรรณกรรมท้องถนิ่
ส30205 หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ 1.0/40 ส30206 สงั คมและวฒั นธรรมไทย
อ30211 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 1 1.5/60 อ30212 ภาษาองั กฤษรอบรู้ 2
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 60 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
*กจิ กรรมแนะแนว 20 *กจิ กรรมแนะแนว
*กิจกรรมนกั เรียน *กิจกรรมนักเรยี น
- พฒั นาทกั ษะ 10 - พฒั นาทกั ษะ
- ชุมนมุ 20 - ชมุ นมุ
*กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ 10 *กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรยี น 12.5/580 รวมเวลาเรยี น
รวมทัง้ ส้นิ 1,160 ชวั่ โมง/ปี
24
โครงสรา้ งหลกั สูตร
กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ชนั้ ภาค หน่วยกิต เวลา/ ชั่วโมง/
เรียนท่ี สปั ดาห์ ภาค
ท่ี วิชา เรียน
1 ศิลปะ ศ31101 ม.4 1 0.5 1 20
2 ศิลปะ
3 ศิลปะ ศ31102 ม.4 2 0.5 1 20
4 ศิลปะ
5 ศลิ ปะ ศ32101 ม.5 1 0.5 1 20
6 ศลิ ปะ
ศ32102 ม.5 2 0.5 1 20
ศ33101 ม.6 1 0.5 1 20
ศ33102 ม.6 2 0.5 1 20
คาอธิบายรายวิชา
รายวชิ า ศลิ ปะ รหสั วิชาศ 31101 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4
เวลา 20 ชวั่ โมง จานวนหน่วย 1.0 ภาคเรยี นที่ 1
สาระทัศนศิลป์ ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพื่อให้มีความรู้ และความสามารถเก่ียวกับการสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอด
ความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปัญญาทอ้ งถน่ิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
สาระดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานดนตรีอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจ
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างดนตรี ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปัญญาทอ้ งถนิ่ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
สาระนาฏศิลป์ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอสิ ระ ชื่นชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่าของนาฏศิลปท์ ่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญา
ทอ้ งถน่ิ ภมู ิปัญญาไทยและสากลตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยประเมินจากผลงาน กระบวนการทางาน ทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ และเจตคติ เพ่ือให้เกิด
ความรคู้ วามคิด ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้และการปฏิบัติไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั มีจิต
ศิลปะ คณุ ธรรมจริยธรรมและคา่ นิยมทดี่ ีงาม
25
รหัสตัวชี้วัด
ศ 1.1 ม.4/1,ศ 1.1 ม.4/2,ศ 1.1 ม.4/3,ศ 1.1 ม.4/4
ศ 2.1 ม.4/1,ศ 2.1 ม.4/2,ศ 2.1 ม.4/3
ศ 3.1 ม.4/1,ศ 3.1 ม.4/3,ศ 3.1 ม.4/4
รวม 10 ตัวชี้วดั
คาอธิบายรายวิชา
รายวชิ า ศิลปะ ศ 31102 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
เวลา 20 ช่ัวโมง จานวนหนว่ ย 1.0 ภาคเรยี นที่ 2
สาระทัศนศิลป์ ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพื่อให้มีความรู้ และความสามารถเกี่ยวกับการสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอด
ความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถิน่ ภูมิปญั ญาไทยและสากลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สาระดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานดนตรีอย่างอิสระช่ืนชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันเข้าใความ
สัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานดนตรีท่ีเป็นมรดกทางวัฒ นธรรม ภูมิ
ปัญญาทอ้ งถิน่ ภูมปิ ัญญาไทยและสากลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สาระนาฏศิลป์ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอสิ ระ ชน่ื ชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวนั เข้าใจความสัมพันธ์
ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลปท์ ่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญา
ท้องถ่นิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยประเมินจากผลงาน กระบวนการทางาน ทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ และเจตคติ เพ่ือให้เกิด
ความรู้ความคิด ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่าของการนาความรู้และการปฏิบัติไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต
ศลิ ปะ คุณธรรมจริยธรรมและค่านยิ มท่ีดีงาม
รหัสตวั ช้ีวดั
ศ 1.2 ม4/1,ศ 1.2 ม.4/2,ศ 1.2 ม.4/3
ศ 2.2 ม4/1,ศ 2.2 ม.4/2
ศ 3.2 ม.4/1,ศ 3.2 ม.4/4
รวม 7 ตวั ช้ีวัด
26
คาอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ า ศลิ ปะ ศ 32101 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
เวลา 20 ช่ัวโมง จานวนหนว่ ย 1.0 ภาคเรียนที่ 1
สาระทัศนศิลป์ ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพ่ือให้มีความรู้ และความสามารถเกี่ยวกับการสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอด
ความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถนิ่ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
สาระดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานดนตรีอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานดนตรที ่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปัญญาท้องถิน่ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากลตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
สาระนาฏศิลป์ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอิสระ ชนื่ ชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวนั เข้าใจความสมั พันธ์
ระหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ ค่าของนาฏศิลปท์ ี่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญา
ท้องถน่ิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากลตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยประเมินจากผลงาน กระบวนการทางาน ทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ และเจตคติ เพ่ือให้เกิด
ความร้คู วามคิด ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่าของการนาความรู้และการปฏิบัตไิ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต
ศลิ ปะ คุณธรรมจริยธรรมและค่านยิ มที่ดีงาม
รหัสตัวชี้วดั
ศ 1.1 ม.5/5,ศ 1.1 ม.5/6,ศ 1.1 ม.5/7
ศ 2.1 ม.5/4,ศ 2.1 ม.5/5,ศ 2.1 ม.5/6
ศ 3.1 ม.5/2,ศ 3.1 ม.5/6
รวม 8 ตัวช้ีวดั
27
รายวชิ า ศิลปะ คาอธบิ ายรายวชิ า ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5
เวลา 20 ชวั่ โมง ศ 32102 ภาคเรยี นท่ี 2
จานวนหน่วย 1.0
สาระทัศนศิลป์ ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพ่ือให้มีความรู้ และความสามารถเก่ียวกับการสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอด
ความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาท้องถิ่น ภูมิปญั ญาไทยและสากลตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
สาระดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานดนตรีอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจ
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งดนตรี ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานดนตรีท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาท้องถน่ิ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สาระนาฏศิลป์ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ท้องถน่ิ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากลตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยประเมินจากผลงาน กระบวนการทางาน ทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ และเจตคติ เพื่อให้เกิด
ความรู้ความคิด ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่าของการนาความรู้และการปฏิบัติไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจาวนั มีจิต
ศิลปะ คุณธรรมจริยธรรมและคา่ นยิ มทดี่ งี าม
รหัสตัวชี้วดั
ศ 1.2 ม.5/1,ศ 1.2 ม.5/2,ศ 1.2 ม.5/3
ศ 2.2 ม.5/3,ศ 2.2 ม.5/4
ศ 3.2 ม.5/2,ศ 3.2 ม.5/4
รวม 7 ตัวช้ีวดั
28
รายวชิ า ศิลปะ คาอธบิ ายรายวิชา ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6
เวลา 20 ชัว่ โมง ศ 33101 ภาคเรียนที่ 1
จานวนหน่วย 1.0
สาระทัศนศิลป์ ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพ่ือให้มีความรู้ และความสามารถเก่ียวกับการสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอด
ความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถ่ิน ภมู ิปญั ญาไทยและสากลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
สาระดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานดนตรีอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจ
ความสัมพันธ์ระหวา่ งดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานดนตรีท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากลตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สาระนาฏศิลป์ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอิสระ ชน่ื ชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่าของนาฏศิลปท์ ี่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญา
ท้องถน่ิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
โดยประเมินจากผลงาน กระบวนการทางาน ทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ และเจตคติ เพ่ือให้เกิด
ความรู้ความคิด ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่าของการนาความรู้และการปฏิบัติไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต
ศิลปะ คุณธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นยิ มทีด่ งี าม
รหัสตวั ช้ีวัด
ศ 1.1 ม.6/8,ศ 1.1 ม.6/9,ศ 1.1 ม.6/10,ศ 1.1 ม.6/11
ศ 2.1 ม.6/6,ศ 2.1 ม.6/7,ศ 2.1 ม.6/8
ศ 3.1 ม.6/5,ศ 3.1 ม.6/7,ศ 3.1 ม.6/8
รวม 10 ตัวชวี้ ัด
29
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชา ศลิ ปะ ศ 33102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ย ภาคเรยี นท่ี 2
สาระทัศนศิลป์ ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพ่ือให้มีความรู้ และความสามารถเก่ียวกับการสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอด
ความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถนิ่ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากลตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สาระดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจ
ความสัมพันธร์ ะหว่างดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ
ปัญญาทอ้ งถน่ิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากลตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สาระนาฏศิลป์ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอสิ ระ ช่ืนชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั เข้าใจความสัมพันธ์
ระหว่างนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่าของนาฏศิลป์ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญา
ท้องถิน่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากลตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
โดยประเมินจากผลงาน กระบวนการทางาน ทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ และเจตคติ เพื่อให้เกิด
ความรู้ความคิด ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่าของการนาความรู้และการปฏิบัติไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั มีจิต
ศิลปะ คณุ ธรรมจริยธรรมและค่านยิ มท่ดี ีงาม
รหสั ตัวช้ีวดั
ศ 1.2 ม.6/6,ศ 1.2 ม.6/7
ศ 2.2 ม.6/3,ศ 2.2 ม.6/4,ศ 2.2 ม.6/5
ศ 3.2 ม.6/2,ศ 3.2 ม.6/3,ศ 3.2 ม.6/4
รวม 8 ตวั ชี้วัด
30
รายวิชานาฏศิลป์ มาตรฐาน กาหนดการสอน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
ภาคเรยี นที่1 การเรียนรู้ จานวน 1 หนว่ ย
รหัสวชิ า ศ 31101
หนว่ ย ชื่อหนว่ ย / เวลา 20 ชว่ั โมง สาระทอ้ งถิ่น จานวน นา้ หนัก
การ การเรียนรู้ ตวั ชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา คะแนน
เรยี นรู้ (ชั่วโมง)
ท่ี ศ 3.1 รปู แบบของการ
ม.4/1 แสดง รูปแบบ 2 40
1 ระบา ของ
รา - ระบา รา ฟอ้ น การแสดง
ฟอ้ น - การแสดง พน้ื เมอื ง
พืน้ เมือง ภาคใต้ เชน่
ภาคต่าง ๆ - หนังตะลงุ
- การละครไทย - ลเิ กปา่
- การละครสากล - มโนราห์
- เพลง
ตนั หยง
2 ราคู่ รา ศ 3.1 การประดิษฐ์ท่า - 2 30
หมู่ ม.4/3 ราที่
เป็นคแู่ ละหมู่
- ความหมาย
- ประวตั คิ วาม
เปน็ มา
- ท่าทางทีใ่ ช้ใน
การ
ประดิษฐ์ทา่ รา
- เพลงทใ่ี ช้
3 หลกั การ ศ 3.1 หลักการ การแสดง 2 30
นาฏศลิ ป์
วจิ ารณ์ ม.4/4 สรา้ งสรรค์ พื้นเมือง
นาฏศลิ ป์ ภาคใต้
และการวจิ ารณ์
และการ
หลักการชมการ
ละคร แสดงนาฏศิลป์
และ
การละคร
4 เปรียบ ศ 3.2 การแสดง 31
เทียบการ ม.4/1 นาฏศิลป์
แสดง ในโอกาส ต่างๆ - 3 50
นาฏศิลป์
- 3 50
5 การ ศ 3.2 การอนุรักษ์
อนุรักษ์ ม.4/4 นาฏศิลป์ ภูมิ 7 100
นาฏศลิ ป์
ปญั ญา
ไทย ท้องถนิ่
รวม
วิชาศลิ ปะ(ดนตรี) มาตรฐาน กาหนดการสอน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
ภาคเรยี นท่2ี การเรียนรู้/ จานวน 1 หนว่ ย
หนว่ ย ชื่อหนว่ ย รหัสวชิ า ศ 31102 สาระ จานวน น้าหนัก
การ การเรียนรู้ ตัวช้วี ดั เวลา 20 ชัว่ โมง ทอ้ งถ่ิน เวลา คะแนน
เรยี นรู้ ศ 2.1
ม.4/1 สาระแกนกลาง (ชว่ั โมง)
ท่ี - 2 30
1 ดดี สี ศ 2.1 การจัดวงดนตรี
ม.4/2 -การใชเ้ ครือ่ งดนตรใี น - 3 40
ตี เปา่ วงดนตรีประเภทตา่ งๆ
ศ 2.1 -บทเพลงที่บรรเลงโดย - 2 30
2 รวมร้อย ม.4/3 วงดนตรีประเภทตา่ งๆ
เป็นวง ประเภทของวง
3 ชีวติ มีสุข ดนตรี
เพราะ -ประเภทของวงดนตรี
สนกุ กับ ไทย
ดนตรี -ประเภทของวงดนตรี สากล
ปัจจัยในการ
สร้างสรรคผ์ ลงาน
ดนตรใี นแต่ละ
วัฒนธรรม
- ความเช่อื กบั การ
สร้างสรรคง์ านดนตรี
-ศาสนากบั การ
สร้างสรรคง์ านดนตรี
-วิถชี ีวติ กับการ 32
สร้างสรรคง์ านดนตรี - 4 50
- เทคโนโลยีกับการ
สรา้ งสรรคง์ านดนตรี 3 50
4 บทเพลง ศ 2.2 รปู แบบบทเพลงและ -
สานฝนั ม.4/1 วงดนตรไี ทยแตล่ ะ
7 100
ยุคสมยั
รปู แบบบทเพลงและ
วงดนตรสี ากลแตล่ ะ
ยคุ สมยั
5 สงั คีตกวี ศ 2.1 ประวัตสิ งั คีตกวี
ม.4/2
รวม
วิชาศิลปะ(ทศั นศลิ ป์) มาตรฐาน กาหนดการสอน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
ภาคเรยี นท1่ี การเรียนรู้ จานวน 1 หน่วย
หนว่ ย ช่อื หนว่ ยการ รหสั วชิ า ศ 32101 สาระการ จานวน น้าหนกั
การ เรียนรู้ / เวลา 20 ชวั่ โมง เรียนรู้ เวลา คะแนน
เรยี นรู้ ตวั ชี้วัด ทอ้ งถน่ิ (ช่วั โมง)
ศ 1.1 สาระแกนกลาง
ท่ี ม.5/5 - 3 40
1 ทัศนศิลป์ หลักการออกแบบ
ศ 1.1 และการจดั - 2 30
สร้างสรรค์ ม.5/6 องค์ประกอบศิลป์ 2 30
ศ 1.1 ดว้ ยเทคโนโลยี
2 ศพั ทเ์ ทคนิค ม.5/7 จุดมุ่งหมาย
การออกแบบงาน
3 ลวดลาย ทัศนศลิ ป์ ของ
วิจิตร ศิลปินใน
จดุ ม่งุ หมายของ
ศลิ ปนิ ในการ ทอ้ งถน่ิ
เลือกใชว้ สั ดุ ใน
อปุ กรณ์ เทคนคิ
และเน้ือหา ใน การ
การสรา้ งงาน เลือกใช้
ทัศนศิลป์
4 ทัศนศิลป์ ศ 1.2 งานทัศนศลิ ป์ วัสดุ 2 33
อปุ กรณ์
30
เทคนิค 40
และ 30
100
เน้อื หา
ใน
การสร้าง
งาน
ทศั นศลิ ป์
-
รูปแบบ ม.5/1 รูปแบบตะวันออก
ตะวันออก
และตะวนั ตก
และ
ตะวนั ตก
5 ผลงาน ศ 1.2 งานทัศนศิลป์ของ งาน 3
เกยี รตยิ ศ ม.5/2 ศลิ ปนิ ที่มชี ื่อเสียง ทศั นศิลป์ 2
ของ
6 อทิ ธิพลของ ศ 1.2 อิทธิพลของ
ศลิ ปนิ ที่
มชี อ่ื เสียง
ใน
ท้องถิน่
-
วฒั นธรรม ม.5/3 วฒั นธรรมระหว่าง
ระหวา่ ง
ประเทศที่มีผลต่อ
ประเทศต่อ
งานทัศนศลิ ป์
งาน
ทศั นศิลป์
รวม 7
34
รายวชิ านาฏศิลป์ กาหนดการสอน ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5
ภาคเรยี นท่ี2 จานวน 1 หนว่ ย
รหัสวิชา ศ 32101
เวลา 20 ชั่วโมง
หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐาน สาระแกนกลาง สาระท้องถิ่น จานวน นา้ หนัก
การ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ เวลา คะแนน
เรยี นรู้ (ชวั่ โมง)
ที่ / 3 50
ตัวชี้วัด
3 50
1 ละคร ศ 3.1 ละครสรา้ งสรรค์ -
สร้างสรรค์ ม.5/2 - ความเป็นมา 3 50
- องคป์ ระกอบของ
ละครสร้างสรรค์
- ละครพดู
0 ละคร
โศกนาฏกรรม
0 ละคร -
สุขนาฏกรรม
0 ละครแนวเหมือน
จรงิ
0 ละครแนวไม่
เหมือนจริง
2 เทคนคิ การ ศ 3.1 เทคนคิ การจดั การ
จดั การแสดง ม.5/6 แสดง
- แสงสเี สียง
- ฉาก
- อุปกรณ์
- สถานที่
- เครื่องแต่งกาย
3 บคุ คลสาคญั ศ 3.2 บุคคลสาคญั ใน บุคคลสาคัญ
ในวงการ ม.5/2 วงการนาฏศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ินด้าน
นาฏศิลป์
และ การละคร ศิลปะการแสดง
ของไทยในยคุ เชน่
สมัยต่าง ๆ -นายจเู ลี่ยม
ก่งิ ทอง
-นายพัฒน์
เก้อื สกุล
4 การอนรุ ักษ์ ศ 3.2 การอนรุ ักษ์ - 35
นาฏศลิ ป์ ม.5/4 นาฏศลิ ป์ ภมู ิ
ไทย ปัญญาท้องถ่ิน 3 50
รวม
6 100
รายวชิ าดนตรี กาหนดการสอน ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
ภาคเรยี นที1่ จานวน 1 หน่วย
รหัสวิชา ศ 33101 สาระท้องถ่นิ จานวน
เวลา 20 ชั่วโมง
เวลา
หน่วย ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระแกนกลาง (ช่วั โมง) นา้ หนัก
การ เรยี นรู้ การเรยี นรู้ / -2 คะแนน
เรียนรู้ ตัวชีว้ ดั
ที่ -2 30
1 คณุ คา่ ศ 1.1 เกณฑ์ในการ -3 30
ของผลงาน ม.6/6 ประเมินผลงาน 40
ดนตรี
ดนตรี 30
- คุณภาพของผลงาน
ทางดนตรี
- คณุ ค่าของผลงาน
ทางดนตรี
2 การถ่ายทอด ศ 1.1 การถา่ ยทอด
อารมณ์ ม.6/7 อารมณ์ ความร้สู ึก
ความรสู้ กึ ของงานดนตรจี าก
ของงาน แต่ละวัฒนธรรม
ดนตรี
3 ดนตรีกับ ศ 1.1 ดนตรีกับการผ่อน
ชีวติ ม.6/8 คลาย
ประจาวนั
ดนตรกี บั การ
พฒั นามนุษย์
ดนตรกี ับการ
ประชาสมั พันธ์
ดนตรกี ับการ
บาบดั รกั ษา
ดนตรีกบั ธรุ กิจ
ดนตรีกบั การศึกษา
4 ลกั ษณะเด่น ศ 2.2 ม.6/3 ลักษณะเด่นของ ลักษณะเด่น 2
36
ของดนตรี ดนตรีในแต่ละ ของดนตรใี น
วัฒนธรรม วัฒนธรรม
- เครอื่ งดนตรี ท้องถิ่น
จังหวดั
- วงดนตรี สุราษฏร์ธานี
- เครื่องดนตรี
- ภาษา เนื้อรอ้ ง - วงดนตรี
- สาเนียง - ภาษา เนือ้
- องค์ประกอบบทเพลง รอ้ ง
- สาเนียง
5 คา่ นิยมและ ศ 2.1 ม.6/4 บทบาทดนตรใี นการ - องค์ประกอบ 3 40
สะท้อนสังคม บทเพลง 2 30
ความเชือ่ 7 100
-
ในดนตรี - คา่ นิยมของสงั คมใน
แนวทางและ
ผลงานดนตรี วิธกี ารในการ
สง่ เสรมิ
- ความเชอ่ื ของสงั คมใน อนุรกั ษ์
งานดนตรี ดนตรี
ไทยใน
6 สง่ เสรมิ ศ 2.1 ม.6/5 แนวทางและวธิ กี าร ท้องถนิ่
ในการสง่ เสรมิ
อนรุ ักษ์ อนุรักษ์ดนตรีไทย
ดนตรไี ทย
รวม
รายวชิ าทัศนศลิ ป์ กาหนดการสอน ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
ภาคเรยี นท่2ี จานวน 1 หน่วย
รหัสวชิ า ศ 33102
เวลา 20 ชวั่ โมง
หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระแกนกลาง สาระการเรียนรู้ จานวน นา้ หนกั
การ เรยี นรู้ การเรียนรู้ ท้องถ่ิน เวลา คะแนน
เรยี นรู้ / (ช่วั โมง)
ที่ ตัวช้ีวัด - 20
2
1 ทฤษฎกี าร ศ 1.1 ทฤษฎีการวิจารณ์
วิจารณ์ ม.6/8 ศิลปะ
ศิลปะ
37
2 พฒั นาการ ศ 1.1 การจดั ทาแฟม้ - 1 20
2 30
งาน ม.6/9 สะสมงาน
ทศั นศิลป์ 2 30
ทัศนศิลป์ 2 30
3 40
3 แนวคิดและ ศ 1.1 การสร้างงาน การสรา้ งงาน 2 30
วธิ กี ารของ ม.6/10 ทัศนศิลปจ์ าก
ศลิ ปิน ทศั นศลิ ปจ์ าก 7 100
แนวคิดและ แนวคิดและ
วธิ ีการของศลิ ปนิ วิธกี ารของ
ศิลปนิ ใน
ท้องถ่นิ
4 การวาดภาพ ศ 1.1 การวาดภาพ -
ล้อเลียน ม.6/11 ล้อเลียนหรอื ภาพ
การต์ นู
5 ทศั นศิลป์ ศ 1.2 งานทศั นศิลป์ -
ตะวันออก ม.6/1 รปู แบบตะวนั ออก
ตะวันตก
และตะวนั ตก
6 ศิลปิน ศ 1.2 งานทัศนศลิ ป์ของ งานทัศนศลิ ป์
ทศั นศลิ ป์ ม.6/2 ศลิ ปินทม่ี ีชอ่ื เสียง ของศิลปนิ ท่มี ี
ชอ่ื เสยี งใน
ทอ้ งถิ่น
7 อิทธพิ ลของ ศ 1.2 อิทธพิ ลของ -
วัฒนธรรม ม.6/3 วฒั นธรรม
ระหวา่ ง
ระหว่างประเทศ
ประเทศ
ท่ีมผี ลต่องาน
ทัศนศิลป์
รวม
38
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เมิ น ผ ล ก า ร เรี ย น รู้ ข อ ง ผู้ เรี ย น ต้ อ ง อ ยู่ บ น ห ลั ก ก า ร พื้ น ฐ า น ส อ ง ป ร ะ ก า ร คื อ
การประเมินเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้
ประสบผลสาเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา
และระดับชาติ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียนโดยใชผ้ ลการประเมิน
เป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน
ตลอดจนข้อมูลท่ีเปน็ ประโยชนต์ ่อการสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเกิด การพฒั นาและเรียนรู้อย่างเตม็ ตามศักยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอยี ด ดงั นี้
๑. การประเมินระดับชน้ั เรียน เปน็ การวัดและประเมินผลทอี่ ยู่ในกระบวนการจัดการเรยี นรู้ ผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสม
งาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือน
ประเมนิ เพอื่ น ผูป้ กครองร่วมประเมนิ ในกรณีท่ไี ม่ผ่านตวั ช้ีวัดใหม้ ี การสอนซ่อมเสรมิ
การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะต้อง
ได้รับการพัฒนาปรับปรงุ และส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอน
ของตนด้วย ทัง้ นี้โดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวดั
๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพ่ือตัดสินผล การ
เรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึง
ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น นอกจากนี้เพอ่ื ให้ได้ข้อมูลเก่ยี วกับการจดั การศกึ ษา ของสถานศึกษา
ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการ
เรยี นของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรยี บเทียบกบั เกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษาจะเปน็ ข้อมูล
และสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือ
การจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน ผปู้ กครองและชมุ ชน
๓. การประเมินระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่
การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน เพอ่ื ใช้เปน็ ขอ้ มูลพนื้ ฐานในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมิน
คุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทาและดาเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือด้ว ย
ความร่วมมอื กบั หนว่ ยงานตน้ สงั กัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูล
จากการประเมินระดบั สถานศกึ ษาในเขตพนื้ ที่การศึกษา
๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี ๓ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ และช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการ
39
ประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพ่ือนาไปใช้ใน
การวางแผนยกระดับคุณภาพการจดั การศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุน การตัดสินใจในระดับนโยบาย
ของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรบั ผิดชอบของสถานศึกษาที่จะตอ้ งจัดระบบดแู ลช่วยเหลือ ปรบั ปรุง
แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ี
จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนทม่ี ีความสามารถพิเศษ กลุ่ม
ผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธ
โรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูล
จากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้
ผู้เรียนไดร้ ับการพัฒนาและประสบความสาเรจ็ ในการเรียน
สถานศึกษาในฐานะผู้รบั ผิดชอบจดั การศึกษา จะต้องจดั ทาระเบียบวา่ ด้วยการวดั และประเมนิ ผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน เพอื่ ให้บคุ ลากรทเี่ กี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบตั ริ ว่ มกนั
เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียน
๑. การตัดสนิ การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรยี น
๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรยี น
ในการตัดสนิ ผลการเรยี นของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ การอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นน้นั ผสู้ อนตอ้ งคานงึ ถึงการพัฒนาผเู้ รียนแต่ละคนเป็น
หลกั และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรยี นทุกด้านอย่างสมา่ เสมอและต่อเน่ืองในแตล่ ะภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผเู้ รยี นให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ
ระดับมัธยมศึกษา
(๑) ตดั สนิ ผลการเรียนเป็นรายวิชา ผเู้ รยี นตอ้ งมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรียนไมน่ ้อย
กว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทง้ั หมดในรายวิชานน้ั ๆ
(๒) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ ับการประเมนิ ทุกตัวชว้ี ัด และผา่ นตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษา
กาหนด
(๓) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ ับการตดั สนิ ผลการเรียนทุกรายวิชา
(๔) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รบั การประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑท์ ี่
สถานศึกษากาหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การพจิ ารณาเลอื่ นชัน้ ทั้งระดับประถมศึกษาและมธั ยมศึกษา ถา้ ผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียง
เลก็ น้อย และสถานศึกษาพจิ ารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยใู่ นดุลพนิ จิ ของสถานศึกษา
ท่จี ะผอ่ นผนั ใหเ้ ลื่อนช้นั ได้ แต่หากผูเ้ รยี นไม่ผ่านรายวชิ าจานวนมาก และมีแนวโนม้ วา่ จะเปน็ ปญั หาตอ่ การ
เรียนในระดับชัน้ ทส่ี งู ขึ้น สถานศกึ ษาอาจตงั้ คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซ้าชั้นได้ ทัง้ นี้ใหค้ านึงถึงวุฒภิ าวะ
และความรู้ความสามารถของผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญ
๑.๒ การให้ระดบั ผลการเรียน
ระดบั มธั ยมศึกษา ในการตดั สนิ เพื่อให้ระดบั ผลการเรยี นรายวชิ า ใหใ้ ช้ตัวเลขแสดงระดับผล
การเรยี นเปน็ ๘ ระดับ
40
การประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นน้ั ให้ระดับผลการ
ประเมินเป็น ดีเย่ยี ม ดี และผ่าน
การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบตั ิ
กิจกรรมและผลงานของผเู้ รียน ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเปน็ ผา่ น และ
ไม่ผ่าน
๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเปน็ การสือ่ สารให้ผปู้ กครองและผู้เรยี นทราบความก้าวหน้า ในการ
เรยี นรู้ของผูเ้ รยี น ซงึ่ สถานศกึ ษาต้องสรุปผลการประเมนิ และจัดทาเอกสารรายงานให้ผ้ปู กครองทราบเปน็
ระยะ ๆ หรืออยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๑ ครง้ั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคณุ ภาพการปฏิบัตขิ องผู้เรียนท่ีสะทอ้ น
มาตรฐานการเรยี นรูก้ ลุ่มสาระการเรยี นรู้
๒. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเปน็ ๓ระดับ คือ
ระดับประถมศึกษา ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
เกณฑ์การจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่ิมเติม ไม่น้อยกว่า ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พืน้ ฐาน ๓๙ หน่วยกิต และรายวิชาเพ่มิ เตมิ ตามท่สี ถานศึกษากาหนด
(๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พน้ื ฐาน ๓๙ หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพิ่มเติม ไมน่ อ้ ยว่า ๓๘ หนว่ ยกิต
(๓) ผู้เรียนมผี ลการประเมิน การอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์ การ
ประเมินตามที่สถานศกึ ษากาหนด
(๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด
(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากาหนด
สาหรบั การจบการศึกษาสาหรบั กลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ เช่น การศกึ ษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรบั ผู้มี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลอื ก การศึกษาสาหรบั ผดู้ ้อยโอกาส การศึกษาตามอธั ยาศยั ให้
คณะกรรมการของสถานศกึ ษา เขตพื้นท่กี ารศึกษา และผูท้ ี่เกีย่ วข้อง ดาเนินการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
สาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
41
อภิธานศัพท์
ทัศนศลิ ป์
โครงสรา้ งเคล่อื นไหว (mobile)
เปน็ งานประติมากรรมท่มี ีโครงสรา้ งบอบบางจัดสมดลุ ดว้ ยเสน้ ลวดแขง็ บาง ๆ ท่ีมีวตั ถุรูปร่าง รปู ทรง
ตา่ ง ๆ ท่ีออกแบบเช่ือมติดกับเส้นลวด เป็นเครื่องแขวนท่เี คล่ือนไหวได้ดว้ ยกระแสลมเพียงเบา ๆ
งานสือ่ ผสม (mixed media)
เป็นงานออกแบบทางทศั นศลิ ป์ทป่ี ระกอบด้วยหลายส่ือโดยใช้วัสดุหลาย ๆ แบบ เช่น กระดาษ ไม้
โลหะ สรา้ งความผสมกลมกลืนดว้ ยการสรา้ งสรรค์
จังหวะ (rhythm)
เป็นความสัมพันธ์ของทัศนธาตุ เช่น เส้น สี รูปร่าง รูปทรง น้าหนักในลักษณะของการซ้ากัน สลับไป
มา หรอื ลกั ษณะล่ืนไหล เคล่ือนไหวไม่ขาดระยะจังหวะที่มคี วามสมั พนั ธ์ต่อเน่ืองกันจะชว่ ยเน้นให้เกิดความเด่น
หรือทางดนตรีก็คือการซ้ากันของเสียงในช่วงเท่ากันหรือแตกต่างกันจังหวะให้ความรู้สึกหรือความพอใจทาง
สนุ ทรยี ภาพในงานศิลปะ
ทศั นธาตุ (visual elements)
ส่ิงที่เป็นปัจจัยของการมองเห็นเป็นส่วนต่าง ๆ ท่ีประกอบกันเป็นภาพ ได้แก่ เส้น น้าหนัก ที่ว่าง
รปู ร่าง รปู ทรง สี และลกั ษณะพื้นผวิ
ทศั นยี ภาพ (perspective)
วิธีเขยี นภาพของวตั ถุใหม้ องเหน็ วา่ มรี ะยะใกล้ไกล
ทัศนศิลป์ (visual art)
ศิลปะท่ีรับรู้ได้ด้วยการเห็น ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และงานสร้างสรรค์อื่น ๆ ท่ีรบั รู้
ดว้ ยการเหน็
ภาพปะตดิ (collage)
เป็นภาพที่ทาข้ึนด้วยการใช้วัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ ผ้า เศษวัสดุธรรมชาติ ฯลฯ ปะติดลงบน
แผน่ ภาพด้วยกาวหรือแป้งเปียก
วงสีธรรมชาติ (color circle)
คือวงกลมซ่ึงจัดระบบสีในแสงสีรุ้งท่ีเรียงกันอยู่ในธรรมชาติ สีวรรณะอุ่น จะอยู่ในซีกท่ีมีสีแดงและ
เหลือง ส่วนสีวรรณะเย็นอยูใ่ นซกี ท่มี ีสีเขียว และสีม่วง สคี ่ตู รงขา้ มกนั จะอย่ตู รงกนั ขา้ มในวงสี
วรรณะสี (tone)
ลักษณะของสีที่แบ่งตามความรู้สึกอุ่นหรือเย็น เช่น สีแดง อยู่ในวรรณะอุ่น (warm tone) สีเขียว
อยใู่ นวรรณะเย็น (cool tone)
สีคตู่ รงข้าม (complementary colors)
สีทีอ่ ยู่ตรงกนั ข้ามกันในวงสีธรรมชาตเิ ป็นคู่สีกัน คือ สีคูท่ ี่ตัดกันหรือต่างจากกันมากทส่ี ุด เชน่ สีแดง
กับสเี ขียว สเี หลอื งกับสีมว่ ง สีน้าเงินกบั สีสม้
องคป์ ระกอบศลิ ป์ (composition of art)
วชิ าหรอื ทฤษฎีที่เกีย่ วกับการสรา้ งรูปทรงในงานทศั นศิลป์
42
ดนตรี
การดาเนนิ ทานอง (melodic progression)
1. การกา้ วเดนิ ไปข้างหนา้ ของทานอง
2. กระบวนการดาเนินคอร์ดซึ่งแนวทานองขยบั ทีละขนั้
ความเขม้ ของเสียง (dynamic)
เสยี งเบา เสยี งดงั เสยี งทม่ี ีความเขม้ เสียงมากกย็ ิง่ ดงั มากเหมอื นกบั loudness
ดน้ สด
เป็นการเล่นดนตรีหรือขับร้อง โดยไม่ได้เตรียมซ้อมตามโน้ตเพลงมาก่อน ผู้เล่นมีอิสระในการกาหนด
วิธีปฏิบัติเครื่องดนตรีและขับร้อง บนพื้นฐานของเนื้อหาดนตรที ี่เหมาะสม เช่น การบรรเลง ในอัตราความเร็ว
ทยี่ ดื หยนุ่ การบรรเลงดว้ ยการเพ่ิมหรือตัดโนต้ บางตัว
บทเพลงไล่เลียน (canon)
แคนอน มาจากภาษากรีก แปลว่า กฎเกณฑ์ หมายถึงรูปแบบบทเพลงท่ีมีหลายแนวหรือดนตรีหลาย
แนว แต่ละแนวมีทานองเหมือนกัน แต่เร่มิ ไม่พร้อมกันแตล่ ะแนว จึงมที านองท่ีไล่เลยี นกนั ไปเป็นระยะเวลายาว
กว่าการเลียนทั่วไป โดยท่ัวไปไม่ควรต่ากว่า 3 ห้อง ระยะขั้นคู่ระหว่างสองแนว ที่เลียนกันจะห่างกันเป็นระยะ
เท่าใดก็ได้ เช่น แคนอนคู่สอง หมายถึง แคนอนที่แนวทั้งสอง เริ่มที่โน้ตห่างกันเป็นระยะคู่ 5 และรักษา
ระยะคู่ 5 ไปโดยตลอดถือเปน็ ประเภทของลีลาสอดประสานแนวทานองแบบเลียนท่มี ีกฎเกณฑ์เข้มงวดที่สุด
ประโยคเพลง (phrase)
กลมุ่ ทานอง จังหวะที่เรยี บเรยี งเช่อื มโยงกนั เป็นหน่วยของเพลงทม่ี ีความคิดจบสมบูรณใ์ นตัวเอง มกั ลง
ท้ายดว้ ยเคเดนซ์ เป็นหนว่ ยสาคญั ของเพลง
ประโยคเพลงถาม - ตอบ
เป็นประโยคเพลง 2 ประโยคท่ีต่อเน่ืองกันลีลาในการตอบรับ – ส่งล้อ – ล้อเลียนกันอย่างสอดคล้อง
เป็นลักษณะคล้ายกันกับบทเพลงรูปแบบ AB แต่เป็นประโยคเพลงส้ัน ๆ ซ่ึงมักจะมีอัตราความเร็วเท่ากัน
ระหว่าง 2 ประโยค และความยาวเท่ากัน เช่น ประโยคเพลงท่ี 1 (ถาม) มีความยาว 2 ห้องเพลง ประโยค
เพลงที่ 2 (ตอบ) ก็จะมคี วามยาว 2 หอ้ งเพลง ซึ่งจะมลี ลี าต่างกนั แตส่ อดรบั กันได้กลมกลนื
ผลงานดนตรี
ผลงานทีส่ รา้ งสรรค์ขนึ้ มาโดยมีความเก่ียวข้องกบั การนาเสนองานทางดนตรี เช่น บทเพลง
การแสดงดนตรี
เพลงทานองวน (round)
เพลงที่ประกอบด้วยทานองอย่างน้อย 2 แนว ไล่เลียนทานองเดียวกัน แต่ต่างเวลาหรือจังหวะ
สามารถไลเ่ ลียนกันไปไดอ้ ย่างตอ่ เนอื่ งจนกลบั มาเริม่ ต้นใหมไ่ ด้อีกไม่มีวันจบ
รูปรา่ งทานอง (melodic contour)
รปู ร่างการข้นึ ลงของทานอง ทานองทีส่ มดลุ จะมีทศิ ทางการขึน้ ลงทเี่ หมาะสม
สสี นั ของเสยี ง
ลักษณะเฉพาะของเสียงแต่ละชนิดท่ีมเี อกลักษณ์เฉพาะต่างกัน เช่น ลกั ษณะเฉพาะของสีสนั ของเสียง
ผ้ชู ายจะมีความทุ้มต่าแตกต่างจากสีสันของเสียงผู้หญงิ ลักษณะเฉพาะของสีสันของเสียงของเด็กผู้ชายคนหน่ึง
จะมคี วามแตกตา่ งจากเสยี งเดก็ ผู้ชายคนอืน่ ๆ
43
องคป์ ระกอบดนตรี (elements of music)
สว่ นประกอบสาคญั ท่ที าให้เกดิ เสียงดนตรี ได้แก่ทานอง จังหวะ เสียงประสาน สสี ันของเสยี ง และเน้ือ
ดนตรี
อตั ราความเรว็ (tempo)
ความช้า ความเรว็ ของเพลง เชน่ อลั เลโกร(allegero) เลนโต (lento) ABA
สัญลกั ษณ์บอกรูปแบบวรรณกรรมดนตรแี บบตรีบท หรือเทอรน์ ารี (ternary) ternary form
สังคตี ลักษณ์สามตอน โครงสรา้ งของบทเพลงทม่ี ีส่วนสาคญั ขยับทีละขนั้ อยู่ 3 ตอน ตอนแรกและตอน
ท่ี 3 คือ ตอน A จะเหมือนหรือคล้ายคลงึ กันท้ังในแงข่ องทานองและกุญแจเสยี งส่วนตอนท่ี 2 คอื ตอน B เป็น
ตอนที่แตกต่างออกไป ความสาคัญของสังคีตลักษณ์น้ี คือ การกลับมาของตอน A ซึ่งนาทานองของส่วนแรก
กลับมาในกุญแจเสียงเดิมเป็นสังคีตลักษณ์ท่ีใช้มากที่สุดโดยเฉพาะในเพลงร้อง จึงอาจเรียกว่า สังคีตลักษณ์
เพลงร้อง (song form) ก็ได้
นาฏศิลป์
การตบี ท
การแสดงทา่ ราตามบทร้อง บทเจรจาหรือบทพากยค์ วรคานึงถึงความหมายของบท แบ่งเป็นการตีบท
ธรรมชาติ และการตบี ทแบบละคร
การประดิษฐ์ทา่
การนาภาษาท่า ภาษานาฎศิลป์ หรอื นาฏยศพั ท์มาออกแบบ ให้สอดคลอ้ งสัมพนั ธก์ ับจงั หวะทานอง
บทเพลง บทร้อง ลลี า ความสวยงาม
นาฏยศัพท์
ศัพท์เฉพาะทางนาฎศิลป์ ที่ใช้เก่ียวกับการเรียกท่ารา กิริยาที่แสดงมีส่วนศีรษะใบหน้าและไหล่
สว่ นแขนและมอื สว่ นของลาตัว สว่ นขาและเทา้
บคุ คลสาคญั ในวงการนาฎศลิ ป์
เป็นผเู้ ชี่ยวชาญทางนาฎศิลป์ และภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ ที่สร้างผลงาน
ภาษาท่า
การแสดงท่าทางแทนคาพูด ใช้แสดงกิริยาหรอื อิรยิ าบถ และใช้แสดงถงึ อารมณภ์ ายใน
สว่ นขาและเทา้
กิริยาแสดง เช่น กระทบ ยืดยุบ ประเท้า กระดกเท้า กระทุ้ง จรด ขยับ ซอย วางส้น ยกเท้า ถัด
เทา้
ส่วนแขนและมือ
กริ ยิ าท่แี สดง เชน่ จีบ ต้งั วง ล่อแก้ว ม้วนมือ สะบดั มือ กรายมอื สา่ ยมือ
ส่วนลาตวั
กิริยาที่แสดง เชน่ ยักตวั โย้ตัว โยกตัว
สว่ นศีรษะใบหน้าและไหล่
กิริยาท่แี สดง เช่น เอยี งศีรษะ เอียงไหล่ กดไหล่ กลอ่ มไหล่ กล่อมหน้า
สง่ิ ทเ่ี คารพ
44
ในสาระนาฎศิลป์มีส่ิงทเี่ คารพสืบทอดมา คือ พ่อแก่ หรือพระพรตฤษี ซึ่งผู้เรียนจะต้อง แสดงความ
เคารพ เม่อื เริม่ เรยี นและก่อนแสดง
องคป์ ระกอบนาฎศิลป์
จังหวะและทานองการเคล่ือนไหว อารมณ์และความรู้สึก ภาษาท่า นาฎยศัพท์ รูปแบบของการ
แสดง การแตง่ กาย
องคป์ ระกอบละคร
การเลือกและแต่งบท การเลือกผู้แสดง การกาหนดบุคลิกของผู้แสดง การพัฒนารูปแบบของการ
แสดง การปฏบิ ตั ิตนของผู้แสดงและผชู้ ม
คณะผู้จัดทา
1 นางสาวนตธิดา ชุมพงษ์ ประธานกรรมการ
2 นายณฐั พงษ์
3 นายณฐั วร นามวงค์ กรรมการ
4 นางสาวปยิ วรรณ
บารุงรักษ์ กรรมการ
คณะบรรณาธกิ าร
1 นางสาวชตุ มิ า สุขเอ่ยี ม กรรมการและเลขานุการ
2 นางสาวชตุ ิมา
3 นางสาวนตธิดา ทองชนะ หัวหนา้ งานบรหิ ารงานวิชาการ
ทองชนะ หัวหนา้ งานพัฒนาหลกั สตู ร
ชมุ พงษ์ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ