The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัตินาฏศิลป์พื้นเมือง 4 ภาค

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เอิร์ธ' ธธ, 2024-02-20 21:29:50

นาฏศิลป์พื้นเมือง 4 ภาค

ประวัตินาฏศิลป์พื้นเมือง 4 ภาค

นาฏศิลป์พื้นเมือง 4 ภาค


จากสภาพภูมิประเทศที่อุดมไปด้วยป่า มีทรัพยากรมากมาย มีอากาศหนาวเย็น ประชากรมีอุปนิสัยเยือกเย็น นุ่มนวล งดงาม รวมทั้งกิริยา การพูดจา มีสำ เนียง น่าฟัง จึงมีอิทธิพลทำ ให้เพลงดนตรีและการแสดง มีท่วงทำ นองช้า เนิบนาบ นุ่ม นวล ตามไปด้วย การแสดงของภาคเหนือเรียกว่า ฟ้อน เช่น ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อนสาวไหม เป็นต้น ภาคเหนือนี้มีการแสดงหรือการร่ายรำ ที่มีจังหวะ ช้า ท่ารำ ที่อ่อนช้อย นุ่มนวล เพราะมีอากาศเย็นสบาย ทำ ให้จิตใจของผู้คนมี ความนุ่มนวล อ่อนโยน ภาษาพูดก็นุ่มนวลไปด้วย เพลงมีความไพเราะ อ่อนหวาน ผู้คนไม่ต้องรีบร้อนในการทำ มาหากิน สิ่งต่างๆ เหล่านั้นมีอิทธิพลต่อการแสดง นาฏศิลป์ของภาคเหนือ


คำ ว่า “ที” หมายถึง “ร่ม” เป็นคำ ภาษา “ไต” ใช้เรียกในจังหวัดแม่ฮ่องสอน “ที” นำ มาใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบการรำ ได้ฟ้อนทีเป็นผลงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ของวิทยาลัย นาฏศิลปเชียงใหม่โดยมีท่าฟ้อนเหนือของเชียงใหม่ผสมกับท่ารำ ไตของแม่ฮ่องสอน มี การแปรแถว และลีลาการใช้ร่มในลักษณะต่าง ๆ เช่น การถือร่ม การกางร่ม การหุบ ร่ม ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้ดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือประสมวง การแต่งกาย แบ่งเป็น ๒ แบบ คือ แบบหญิงไทลื้อ และแบบหญิงล้านนาแบบไทลื้อ นุ่งซิ่นลายขวาง เสื้อปั๊ด เกล้าผมสูง ประดับดอกไม้เงิน ผ้าเคียนศีรษะประดับกำ ไลข้อมือ ต่างหูแบบล้านนา นุ่งซิ่นตีนจก เสื้อเข้ารูปแขนยาว เกล้าผมมวยตั้งกระบังผมหน้าสูง ประดับดอกไม้เงิน เครื่องประดับ ฟ้อนที คลิปวีดีโอการแสดง


ฟ้อนกิงกะหร่า เป็นศิลปะการแสดงอย่างหนึ่งของชาวไทใหญ่ โดยมีความเชื่อมาจากกิ งกะหร่า ในความหมายตามสารพจนานุกรม คือ ชื่อของ กินนร หรือ กินรี หมายถึง สัตว์หิมพานต์ ที่มีท่อนล่างเป็นนก ท่อนบนเป็นคน ในการแสดงฟ้อนกิงกะหร่า จะ แสดงท่าทางอากัปกิริยาเลียนแบบนกกินรี แสดงมีได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ใส่ชุดที่ประกอบด้วย ๓ ส่วนคือ ลำ ตัว ปีก หาง ทำ ด้วย ไม้ไผ่หรือหวาย แต่ละส่วนขึ้นโครงก่อนแล้วจึงติดผ้าแพร ประดับเพิ่มด้วยกระดาษสี ต่าง ๆ ตัดเป็นลวดลายให้ตัวนกงดงามมากขึ้น จากนั้นใช้เชือกปอหรือหนังยางรัดให้ แน่น อีกทั้งทำ เชือกโยงดึงไปทั้งปีกและหาง เพื่อให้ขยับได้สมจริง ส่วนตัวผู้แสดงนั้นมัก แต่งชุดสีเดียวกับส่วนหัวและส่วนหาง ฟ้อนกิงกะหร่า คลิปวีดีโอการแสดง


ประวัติความเป็นมา พ่อครูมานพ ยาระนะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ปี พ.ศ. 2548 เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าขึ้น โดยมีจุดประสงค์ในการแสดงเพื่อเป็นการฟ้อนรำ บูชาพระ รัตนตรัย เพื่อให้บังเกิดความสงบร่มเย็นให้แก่บ้านเมือง โดยมีอุปกรณ์ประกอบการ แสดงเป็นขันดอก หรือพานไม้ใส่ดอกไม้แบบล้านนา ซึ่งใช้ตบแต่งเพื่อบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในงานบุญทางศาสนา โอกาสต่าง ๆ ฟ้อนขันดอก เป็นการแสดง ของภาคเหนือ ที่มีจุดประสงค์ในการแสดงเพื่อเป็นการฟ้อนรำ บูชาพระรัตนตรัย เพื่อ ให้บังเกิดความสงบร่มเย็นให้แก่บ้านเมือง โดยมีอุปกรณ์ประกอบการแสดงเป็นขันดอก หรือพานใส่ดอกไม้แบบล้านนา ซึ่งใช้ตกแต่งเพื่อบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในงานบุญทางศาสนา โอกาสต่างๆและใช้แสดงในงานมงคลหรืองานรื่นเริงต่างๆ ฟ้อนขันดอก คลิปวีดีโอการแสดง


สำ หรับการแต่งกาย การฟ้อนของภาคเหนือจะเห็นว่า ผู้หญิงจะนุ่งผ้ามีเชิงยาวถึงเท้า สวมเสื้อเกาะอก พร้อมห่มสไบ ยาวคล้องคลุมปล่อยชายลงมาถึงเข่า การแต่งกาย แบบนี้เนื่องจาก อากาศทางภาคเหนือมีอากาศเย็นสบาย ประชาชนสมัยก่อนจึงนิยม ใส่เกาะอก และห่มสไบ ผมเกล้าสูงทัดดอกไม้แล้วห้อยอุบะ ดอกไม้โลหะ ดอกไม้สด เพราะทางภาคเหนือมีอากาศดี ดอกไม้จึงสวยงาม โดยเฉพาะดอกเอื้อง หรือดอก กล้วยไม้มีมาก นำ มาประดับผมทำ ให้สวยงามทั้งผู้ฟ้อนและลีลาการฟ้อนนั่นเอง อ่านต่อได้ที่ ฟ้อนขันดอก


ฟ้อนเล็บเป็นศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ทางภาคเหนือโดยเฉพาะรูปแบบการ ฟ้อนมีอยู่ 2 แบบ คือแบบพื้นเมืองหรือฟ้อนเมือง และแบบคุ้มเจ้าหลวง กระบวนท่า รำ เป็นลีลาท่าฟ้อนที่มีความงดงามเช่นเดียวกับฟ้อนเทียน เพลงแต่ไม่ถือเทียน นิยม ฟ้อนในเวลากลางวัน สำ หรับชื่อชุดการแสดงจะมีความหมายตามลักษณะของผู้แสดง ที่จะสวมเล็บยาวสีทองทุกนิ้ว ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ เครื่องแต่งกายจะแต่งกายแบบไทยชาวภาคเหนือสมัยโบราณ คือ เกล้าผมทัดดอกไม้ และอุบะ นุ่งผ้าตามแบบชาวเหนือ สวมเสื้อทรงกระบอกแขนยาว คอกลมห่ม สไบ เฉียง นุ่ง ผ้าซิ่น ลายขวาง และ สวมเล็บมือยาว 8 นิ้ว เว้นแต่นิ้วโป้งหรือนิ้วหัวแม่มือ ฟ้อนเล็บ คลิปวีดีโอการแสดง


ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา มีทั้งฟ้อนมือเปล่าและฟ้อนโดยถือแพรยาวคนละฝืน การฟ้อน แบบนี้ไม่ทราบว่าเป็นของไทยหรือของพม่า เพราะตามสายตาของคนไทยก็ว่าเป็น ของพม่า จึงเรียกว่า “ฟ้อน” (ฟ้อนม่าน) แต่ตามสายตาของพม่าก็ว่าควรจะเป็น ของไทย เพราะเคยทราบว่าพม่าเรียกว่าฟ้อนแบบนี้ว่า “โยเดีย” คือ อยุธยา (โยเดีย หมายถึงกลุ่มชาวไทยที่ถูกกวาดต้อนไปคราวกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า เมื่อ พ.ศ.2310 และคนไทยกลุ่มนี้ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมไทยไว้ และยังคงแพร่หลายอยู่ในพม่า ตราบเท่าทุกวันนี้) ถ้าพิจารณากันในด้านศิลปะตามทัศนะของไทยจะเห็นได้ว่า ท่ารำ เป็นแบบพม่าปนไทยเหนือ แต่มีแบบไทยภาคกลางปนเล็กน้อย การแต่งกายแบบพม่า นุ่งซิ่นกรอมเท้า ใส่เสื้อเอวสั้นแขนยาวถึงข้อมือ มีลวดอ่อน งอนขึ้นไปจากเอวเล็กน้อย มีแพรห่มสีต่างๆ คล้องคอทิ้งชายยาวลงมาถึงเข่า เกล้า ผมสูงกลางศีรษะ ปล่อยชายผมลงมาทางบ่าข้างซ้าย ติดดอกไม้สด มีพวงมาลัยและ อุบะยาวลงมาทับชายผม ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา คลิปวีดีโอการแสดง


ภาคกลางภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำ หลายสายเพมาะแก่การกสิกรรม ทำ นา ทำ สวน ประชาชนอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงมีการเล่นรื่นเริงในโอกาสต่างๆ มากมาย ทั้งตามฤดูกาล และตามเทศกาล ตลอดจนตามโอกาสที่มีงานรื่นเริง ภาคกลางเป็นที่รวมของศิลปวัฒนธรรม การแสดงจึงมีการถ่ายทอดสืบต่อ กัน และพัฒนาดัดแปลงขึ้นเรื่อยๆ จนบางอย่างกลายเป็นการแสดงนาฏศิลป์แบบ ฉบับไปก็มี เช่น รำ วง เป็นต้น และเนื่องจากเป็นที่รวมของศิลปะนี้เอง ทำ ให้คนภาค กลางรับการแสดงของท้องถิ่นใกล้เคียงเข้าไว้หมด แล้วปรุงแต่งตามเอกลักษณ์ของ ภาคกลางคือ การร่ายรำ ที่ใช้มือ แขน และลำ ตัว เช่นการจีบมือ ม้วนมือ ตั้งวง การ อ่อนเอียงและยักตัว สังเกตได้จาก รำ ลาวกระทบไม้ ที่ดัดแปลงมาจาก เต้นสาก การ เต้นเข้าไม้ของอีสานในการเต้นสากก็เป็นการเต้นกระโดดตามลีลาอีสาน แต่การรำ ลาวกระทบไม้ที่กรมศิลปากรปรับปรุงขึ้นใหม่นั้น นุ่มนวลอ่อนหวาน กรีดกรายร่าย รำ แม้การเข้าไม้ก็นุ่มนวลมาก


รำ โทนเป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งของภาคกลางเป็นการแสดงของ หนุ่มสาวสมัย ก่อนเล่นรำ โทนเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง เพื่อพักผ่อนหย่อนใจยามเหงาหรือยาม สงครามที่ค่ำ ลงก็ไม่มีอะไรจะทำ กัน เป็นการเพิ่มชีวิตชีวาให้กับชีวิต"รำ โทน" สันนิษฐานว่าเรียกชื่อจากการเลียนเสียง เครื่องดนตรีประกอบจังหวะที่เป็นหลักคือ "โทน" ลักษณะการร่ายรำ เป็นคู่ระหว่างชายและหญิงให้เข้ากับจังหวะโทน เนื้อหาของบทเพลง ซึ่งเป็นการร่ายรำ ที่เป็นแบบพื้นบ้านบทร้องมีหลายลักษณะเป็น การเกี้ยวพาราสี หรือ บทหยอกเย้า การแต่งกายแต่งได้ทั้งแบบพื้นเมืองหรือสมัยนิยม รำ โทน คลิปวีดีโอการแสดง


รำ สีนวล เป็นการแสดงพื้นเมืองภาคกลางที่อวดลีลา ท่ารำ ที่อ่อนช้อยงดงาม การแต่ง กายที่สวยงาม เป็นกิริยาอาการของหญิงสาวแรกรุ่นที่สนุกสนานรื่นเริงารรำ สีนวล เป็นการรำ เดี่ยวหรือรำ หมู่ที่ใช้ผู้หญิงแสดงล้วน มีการตีบทตามบทร้องตามแบบแผน นาฏศิลป์ไทย มีลีลาท่ารำ ที่ใช้ภาษาท่าและภาษานาฏศิลป์ประกอบบทร้อง และจะจบ ด้วยเพลงต้นวรเชษฐ์ รำ สีนวลเป็นการรำ ของผู้หญิงพื้นเมืองภาคกลาง ลักษณะการแต่งกายจะห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน ปล่อยผม ทัดดอกไม้ด้านซ้าย สวมเครื่องประดับ สร้อยคอ ตุ้มหู สะอิ้ง นาง และกำ ไลเท้า รำ สีนวล คลิปวีดีโอการแสดง


การแสดงเต้นกำ รำ เคียว เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่เก่าแก่แบบหนึ่งของชาวชนบทใน ภาคกลางของไทย แถบจังหวัดนครสวรรค์ ที่อำ เภอพยุหะคีรี ซึ่งแต่เดิมประชาชนส่วน มากยึดอาชีพการทำ นาเป็นหลักและด้วยนิสัยรักสนุก ประกอบกับการเป็นคนเจ้าบท เจ้ากลอนของไทยด้วย จึงได้เกิดการเต้นกำ รำ เคียวขึ้น ซึ่งในเนื้อเพลงแต่ละตอนจะ สะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างชัดเจน ลักษณะการรำ ไม่อ่อนช้อย เช่นการรำ ไทยทั่ว ๆ ไป จะถือเอาความสนุกเป็นใหญ่ จะมีทั้ง “เต้น” และ “รำ ” ควบคู่ กันไป ส่วนมือทั้งสองของผู้รำ ข้างหนึ่งจะถือเคียว อีกข้างหนึ่งถือต้นข้าวที่เกี่ยวแล้ว จึง ได้ชื่อว่า “ เต้นกำ รำ เคียว การแต่งกาย ฝ่ายชายจะนุ่งกางเกงขาก๊วยและเสื้อกุยเฮงสีดำ มีผ้าขาวม้าคาดพุง สวมงอบและ ไม่สวมรองเท้า ฝ่ายหญิงจะนุ่งโจงกระเบนและเสื้อแขนกระบอกสีดำ ทั้งชุดเช่นกัน ทัด ดอกไม้ที่หูขวาและไม่สวมรองเท้าผู้แสดงทุกคนต้องถือเคียวในมือขวาและถือรวงข้าวใน มือซ้ายด้วย เต้นกำ รำ เคียว คลิปวีดีโอการแสดง


ระบำ กรับเป็นชุดการแสดงที่ประยุกต์ขึ้น โดยนำ กรับพวงซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประกอบ จังหวะของวงดนตรีไทย ที่มาของระบำ ชุดนี้คือวิทยาลัยนาฏศิลป ได้สร้างสรรค์ระบำ กรับเพื่อแสดงครั้งแรกในงานเลี้ยงต้อนรับคณะผู้ร่วม โครงการเรือเยาวชนเอเชีย อาคเนย์ ณ ทำ เนียบรัฐบาล เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2524 การแต่งกายระบำ กรับ ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน นุ่งผ้าโจงกระเบนผ้าพิมพ์ลาย ห่มผ้า แพรจีบสไบเฉียง สวมเครื่องประดับ ผมทรงดอกกระทุ่ม ทัดแป้งพวง ระบำ กรับ คลิปวีดีโอการแสดง


การแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน จะมีลักษณะคล้ายภาคเหนือ ในการรวมกลุ่มของ ชนชาติต่างๆ เช่นพวกไทยลาว ภูไทย ไทยพวน แสก โซ่ แต่ละกลุ่มมีลักษณะแตก ต่างตามเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ แต่ยังมีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นการแสดงที่เกิดขึ้นเพื่อ พิธีกรรมทางศาสนา และความสนุกสนานรื่นเริงในเทศกาลต่างๆ การร่ายรำ จะมี ลักษณะเฉพาะของการเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ก้าวเท้า การ วาดแขน การยกเท้า การส่ายมือ การส่ายสะโพก ที่เกิดขึ้นจากท่าทางอันเป็น ธรรมชาติที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำ วัน แล้วนำ มาประดิษฐ์หรือปรุงแต่งให้สวยงาม ตามแบบท้องถิ่นอีสานเช่นทำ ท่าทางลักษณะเเอ่นตัวแล้วโยกตัวไปมา เวลาก้าวตาม จังหวะก็มีการกระแทกกระทั้นตัว ดีดขา ขยับเอว ขยับไหล่ เน้นความสนุกสนาน


ส่วนใหญ่ ว่า “เซิ้ง ฟ้อน และหมอลำ ” เช่น เซิ้งกระติบข้าว เซิ้งโปงลาง เซิ้งแหย่ ไข่มดแดง ฟ้อนภูไท เซิ้งสวิง เซิ้งบ้องไฟ เซิ้งกะหยัง เซิ้งตังหวาย ฯลฯ ใช้เครื่อง ดนตรีพื้นบ้านประกอบด้วย แคน พิณ ซอ กลองยาวอีสาน โปงลาง โหวด ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง และ กรับ ส่วนกลุ่มอีสานใต้ ได้รับอิทธิพลจากศิลปะของเขมร มีการ ละเล่นที่เรียกว่า “เรือม หรือ เร็อม” เช่น เรือมลูดอันเร (รำ กระทบสาก) รำ กระ โน็บติงต็อง (ระบำ ตั๊กแตนตำ ข้าว) รำ อาไย (รำ ตัด) วงดนตรีที่ใช้บรรเลงคือวง มโหรีอีสานใต้ มีเครื่องดนตรี เช่น ซอด้วง ซอตรัวเอก กลองกันตรึม พิณ ระนาดเอกไม้ ปี่สไล กลองรำ มะนา และเครื่องประกอบจังหวะ การแต่งกาย ประกอบการแสดงแต่งแบบวัฒนธรรมของพื้นบ้านอีสาน มีลักษณะลีลาท่ารำ และท่วงทำ นองดนตรีในการแสดงค่อนข้างกระชับ กระฉับกระเฉง รวดเร็ว และ สนุกสนาน


เป็นการละเล่นเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตคนในท้องถิ่น ซึ่งมีอาชีพในการจับสัตว์น้ำ โดยมีสวิง เป็นเครื่องมือหลัก ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ท่านผู้เชี่ยวชาญนาฎศิลป์ไทย กรมศิลปากร จึงได้นำ ท่าเซิ้งศิลปะท้องถิ่นมาปรับปรุงให้เป็นท่าที่กระฉับกระเฉงขึ้น โดยสอดคล้อง กับท่วงทำ นองดนตรี ที่มีลักษณะสนุกสนานร่าเริง ผู้ชาย สวมเสื้อม่อฮ่อม นุ่งกางเกงขา ก๊วย มีผ้าขาวม้าโพกศีรษะและสะเอว มือถือตะข้อง ผู้หญิง นุ่งผ้าซิ่นพื้นบ้านอีสาน ผ้ามัดหมี่มีเชิงยาว สวมเสื้อตามลักษณะของผู้หญิง ชาวภูไท คือสวมเสื้อแขนกระบอกคอปิด ห่มสไบ ผมเกล้ามวยสูงไว้กลางศีรษะทัด ดอกไม้ ส่วมเครื่องประดับเหรียญโลหะสีเงิน และ มือถือสวิง เซิ้งสวิง คลิปวีดีโอการแสดง


เซิ้งแหย่ไข่มดแดง เป็นการแสดงลอกเรียนแบบวิถีชีวิตของชาวอีสานให้มีความ สนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น ในแบบศิลปการแสดงแบบชาวอีสาน รูปแบบการแสดงเป็นบอก ถึงขั้นตอนการใช้ไม้แหย่ไข่มดแดง ขั้นตอนการใช้ผ้ากวนมดแดงเพื่อแยกมดแดงออก จากไข่ เครื่องแต่งกาย ผู้ชายนุ่งกางเกงขาก๊วย เสื้อคอกลมแขนสั้น มีผ้าขาวม้าคาดเอว และใช้ ผ้าขาวม้าโพกศีรษะ ผู้หญิงสวมเสื้อแขนกระบอก 3 ส่วนคอกลม ห่มสไบ นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่สั้นแค่เข่า ส่วม เครื่องประดับ เซิ้งแหย่ไข่มดแดง คลิปวีดีโอการแสดง


เซิ้งตังหวาย เป็นการรำ เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในพิธีขอขมาของชาวจังหวัด อุบลราชธานี ภายหลังนิยมแสดงในงานนักขัตฤษ์และต้อนรับแขกผู้มีเกียรติของภาค อีสาน ครูนาฏศิลป์พื้นเมือง วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด กรมศิลปากร ได้ประยุกต์และ จัดกระบวนรำ ขึ้นใหม่ รวม 12 ท่า จากท่ารำ แม่บทอีสาน การแต่งกาย ห่มผ้ายมีดอก นุ่งซิ่นฝ้ายมัดหมี่มีเชิง เกล้าผมสูง เซิ้งตังหวาย คลิปวีดีโอการแสดง


เซิ้งกระติบข้าว เป็นการแสดงของภาคอีสานที่เป็นที่รู้จักกันดี และแพร่หลายที่สุดชุด หนึ่ง จนทำ ให้คนทั่วไปเข้าใจว่า การแสดงของภาคอีสานมีลักษณะเป็นการรำ เซิ้งเพียง อย่างเดียวเซิ้งกระติบข้าวได้แบบอย่างมาจากการเซิ้งบั้งไฟ ซึ่งแต่เดิมนั้น เซิ้งบั้งไฟใน ขบวนแห่ หรือเซิ้งในขบวนแห่ต่างๆ ไม่มีท่าฟ้อนรำ ที่อ่อนช้อย เป็นเพียงยกมือร่าย รำ (ยกมือสวกไปสวกมา)ให้เข้ากับจังหวะกลองและรำ มะนาเท่านั้น การแต่งกาย ผู้แสดงใช้ผู้หญิงล้วน สวมเสื้อแขนกระบอกคอกลมสีพื้น นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่ ห่มผ้าสไบเฉียง ผมเกล้ามวยทัดดอกไม้ห้อยกระติบข้าวทางไหล่ซ้ายเฉีียงไปทางขวา เซิ้งกระติบข้าว คลิปวีดีโอการแสดง


โดยทั่วไปภาคใต้มีอาณาเขตติดกับทะเลฝั่งตะวันตกและตะวันออก ทางด้านใต้ติด กับมลายู ทำ ให้รับวัฒนธรรมของมลายูมาบ้าง ประชากรจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีและบุคลิกบางอย่างที่คล้ายคลึงกันคือ พูดเร็ว อุปนิสัย ว่องไว ตัดสินใจ รวดเร็ว เด็ดขาด มีอุปนิสัยรักพวกพ้อง รักถิ่นที่อยู่อาศัย และศิลป วัฒนธรรมของตนเอง จึงมีความพยายามที่จะช่วยกันอนุรักษ์ไว้จนสืบมาจนถึงทุกวัน นี้ การแสดงของภาคใต้มีลีลาท่ารำ คล้ายกับการเคลื่อนไหวของร่างกายมากกว่าการ ฟ้อนรำ ซึ่งจะออกมาในลักษณะกระตุ้นอารมณ์ให้มีชีวิตชีวาและสนุกสนาน เช่น โนรา หนังตะลุง รองเง็ง ตารีกีปัส เป็นต้น


โนราหรือมโนราห์เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่สืบทอดกันมานานและนิยมกันอย่างแพร่ หลายในภาคใต้การละเล่นที่มีทั้งการรำ การร้องบางส่วนเล่นเป็นเรื่องและการแสดงตาม คติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรมเรียกว่าโนราห์โรงครู เครื่องแต่งกายที่มีการรัอยด้วยลูกปัดทีละเม็ด จนเป็นตัวเสื้อใส่ผ้านุ่ง สวมปีกหรือหาง สวมเทริดประดับศีรษะ พร้อมกับมีการสวมเล็บที่นิ้วมือ โนรา คลิปวีดีโอการแสดง


ระบำ ร่อนแร่เป็นการแสดงที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของสินแร่และการทำ แร่ของ คนใน ภาคใต้ การแสดงแสดงถึงขั้นตอนในการขุดดิน ล้างดิน ร่อนแยกแร่ ตากแร่ ใช้ผู้ แสดงหญิงล้วน อุปกรณ์การแสดง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการร่่อนแร่ เรียกว่า เลียง การแต่งกาย จะเป็นรูปแบบวัฒนธรรมบาบ๋า คือ นุ่งโสร่งปาเต๊ะ สวมเสื้อยาหยาตัด เย็บด้วยผ้าลูกไม้ปล่อยชายยาวคลุมสะโพก มีผ้ามัดเอวปล่อยชายยาวประมาณเข่า ผมแสกกลางรวบตึง เกล้ามวยต่ำ ประดับดอกไม้ ระบำ ร่อนแร่ คลิปวีดีโอการแสดง


ตารีกีปัส เป็นศิลปะการแสดงระบำ พื้นเมืองของทางภาคใต้ ที่ใช้พัดประกอบการแสดง ประกอบกับเพลงที่มีความไพเราะน่าฟัง ลีลาท่ารำ จึงอ่อนช้อย และเป็นการแสดงที่ แพร่หลายในหมู่ชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะในจังหวัดปัตตานี นอกจากนั้นยังได้นำ ไป เผยแพร่ยังต่างประเทศ ในงานมหกรรมพื้นบ้านโลก อาทิเช่น ประเทศตุรกี ประเทศ โปแลนด์ ประเทศบัลแกเรีย ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศฟินแลนด์ ประเทศรัสเซีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ฯลฯ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ การแต่งกายฝ่ายหญิงแต่งกายตามแบบที่ได้รับการปรับปรุงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ เป็นการแต่งกายของตารีกีปัส เช่นเสื้อบานง โสร่งบาติก หรือผ้าซอแกะผ้าสไบใส่ เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู ดอกซัมเปง ตารีกีปัส คลิปวีดีโอการแสดง


ป็นการละเล่นขึ้นบทเป็นเพลงประกอบดนตรีและจังหวะตบมือ มีรากฐานเดิมมาจาก คำ ว่า ลิเก คือการอ่านทำ นองเสนาะ และคำ ว่า ฮูลู ซึ่งหมายถึง ทิศใต้ ซึ่งเมื่อรวม ความแล้ว คือ การขับกลอนเป็นทำ นองเสนาะจากทิศใต้ บทกลอนที่ใช้ขับเรียกว่า ปัน ตน หรือ ปาตง ในภาษามลายูถิ่นปัตตานี ผู้รู้บางท่านได้กล่าวไว้ว่า ลิเกฮูลู เกิดขึ้นเริ่มแรกที่อำ เภอรามัน ซึ่งไม่ทราบแน่นอนว่าผู้ ริเริ่มนี้คือใคร ชาวปัตตานีเรียกคนในอำ เภอรามันว่า คนฮูลู แต่ชาวมาเลเซียเรียก ศิลปะชนิดนี้ว่า ดีเกปารัต ซึ่ง ปารัต แปลว่า เหนือ จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่า ลิเกฮูลู หรือ ดี เกปารัต นี้มาจากทางทิศเหนือของประเทศมาเลเซียและอยู่ทางตอนใต้ของปัตตานี การแต่งกาย ผู้เล่นลิเกฮูลูนิยมนุ่งกางเกงขายาว นุ่งผ้าซอแกะทับข้างนอกสั้นเหนือเข่า สวมเสื้อคอกลมมีผ้าโพกศีรษะ ลิเกฮูลู คลิปวีดีโอการแสดง


Click to View FlipBook Version