หน้า 1 จาก 40
จงั หวดั ร้อยเอด็
rOi Et
จดั ทาโดย
นางสาวพิไลวรรณ นชุ สงดี ชนั ้ ม.4/5 เลขท่ี 42
เสนอ
คณุ ครูสวุ ารีย์ ยภ่ี ู่
โรงเรียนกรรณสตู ศกึ ษาลยั จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
หน้า 2 จาก 40
คำนำ
ประวตั ิ เคยเป็นเมืองทีม่ ีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ โดยปรากฏชื่อในตานานอรุ งั คธาตุ
วา่ สาเกตนคร หรือ เมืองร้อยเอด็ ประตู อนั เนือ่ งมาจากเป็นเมืองที่มคี วามเจริญรุ่งเรื่องโดยทมี่ ีเมอื งขนึ ้
จานวนมาก การตงั้ ชอื่ เมืองวา่ “ร้อยเอ็ดประต”ู นนั้ นา่ จะเป็นการตงั้ ชื่อเชิงอปุ มาอปุ ไมยให้เป็นศริ ิมงคล
และแสดงถึงความยง่ิ ใหญข่ องเมอื งมากกวา่ การท่เี มอื งจะมปี ระตเู มอื งอยู่จริงถงึ ร้อยเอ็ดประตู ซง่ึ การตงั้ ชอื่
เพ่อื แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองผ่านการมีประตเู มืองจานวนมากนนั้ นา่ จะได้รบั อิทธพิ ลหรือแบบอย่างมา
จากเมอื งหรืออาณาจกั รทเ่ี คยรุ่งเรืองในสมยั โบราณอย่างทวารวดซี ่ึงมีความหมายวา่ เมอื งท่มี ปี ระตู
ล้อมรอบเป็นกาแพง หรืออย่างเมืองหงสาวดีทมี่ ปี ระตเู มอื งรายล้อมกาแพงเมืองอยู่ยี่สบิ ประตู ซ่ึงแต่ละ
ประตนู นั้ จะตงั้ ชือ่ ตามเมืองขนึ ้ ของตน เช่น เชยี งใหม่ อโยธยา จงั หวดั นครราชสมี า เป็นต้น มคี า 2 คาท่ีต้อง
ทาความเข้าใจ คาแรก คือคาวา่ ร้อยเอ็ด แปลว่าจานวนท่มี ากมายจนนบั ไมถ่ ้วน และ อีกคาหนง่ึ กค็ ือ คา
ว่า เมอื งร้อยเอ็ดประตู ซ่งึ มนี กั วิชาการ ได้ตีความว่านา่ จะหมายถงึ ทวารวดี เพราะ ทวาร แปลวา่ ชอ่ ง, รู,
ประตู วติ หรือ วดี แปลวา่ เขต หรือ รวั้ ทวารดี จึงแปลวา่ เมอื งทม่ี ีประตเู ป็นรวั้ ซึ่งเปรียบเทียบแล้วนา่ จะมี
ความหมายทีใ่ กล้เคยี งกบั คาว่าเมอื งร้อยเอด็ ประตทู ส่ี ดุ
สำรบญั หน้า 3 จาก 40
บึงพลาญชยั หน้า 4-5
พระมหาเจดีย์ชยั มงคล หน้า 6-7
วดั บรู พาภริ าม หน้า 8-9
ผาหมอกมิวาย หน้า 10-11
วดั ผานา้ ทิพยเ์ ทพประสิทธิว์ นาราม หน้า 12-13
นา้ ตกถา้ โสดา หน้า 14-15
พิพธิ ภณั ฑ์สถานแห่งชาตริ ้อยเอด็ หน้า 16-17
วดั กลางม่งิ เมอื ง หน้า 18-19
วดั ป่าโนนสวรรค์ หน้า 20-21
วดั ใหญศ่ รีมหาธาตุ หน้า 22-23
วดั กู่พระโกนา หน้า 24-25
เจดียม์ หามงคลบวั หน้า 26-27
บ่อพนั ขนั หน้า 28-29
สวนนา้ อาจนคร วอเตอร์ปาร์ค แอนดร์ ีสอร์ท หน้า 30-31
วดั ไตรภมู ิคณาจารย์ หน้า 32-33
วดั ประชาคมวนาราม หน้า 34-35
Street art หน้า 36-37
หน้า 4 จาก 40
บงึ พลาญชยั
บงึ พลาญชยั ตงั้ อยูบ่ ริเวณกลางเมอื งร้อยเอ็ด ถือเป็นสญั ลกั ษณ์ของจงั หวดั มีลกั ษณะเป็นเกาะอยกู่ ลางบึง
นา้ ขนาดใหญ่ มเี นอื ้ ท่ีประมาณ 2 แสนตารางเมตร เป็นบึงที่เกิดจากพระยาสนุ ทรเทพกจิ จารักษ์ นา
ชาวบ้าน 40,000 คน ขุดขนึ ้ มาเมื่อปี พ.ศ. 2469 เป็นสถานที่พกั ผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งเป็นสวนไม้ดอกขนาด
ใหญ่ มีพนั ธ์ไุ ม้ต่าง ๆ ร่มร่ืน และในบึงนา้ มปี ลาชนดิ ตา่ ง ๆ หลายพนั ธ์ุ มเี รือจกั รยานนา้ และเรือพายไว้
บริการประชาชนพายเลน่ ในบึง นอกจากนนั้ ยงั ใช้เป็นสถานทจ่ี ดั งานเทศกาลของจงั หวดั รวมทงั้ จดั มหรสพ
ตา่ ง ๆ ภายในบึงพลาญชยั ยงั มีสิ่งกอ่ สร้างทน่ี ่าสนใจคือ ศาลเจ้าพอ่ หลกั เมอื ง เป็นของคบู่ ้านคเู่ มืองท่ชี าว
ร้อยเอ็ดเคารพนบั ถือ และเชื่อวา่ เจ้าพ่อจะช่วยดลบนั ดาลให้ชาวเมืองมคี วามสขุ คดิ สิ่งใดสมปรารถนา จงึ
เป็นสถานทอ่ี กี แห่งหนง่ึ ที่ชาวเมอื งร้อยเอด็ จะพากันมากราบนมสั การขอพรเป็นประจา พระพทุ ธรูปปางลีลา
ขนาดใหญ่ กลางสวนดอกไม้ พานรัฐธรรมนญู และนาฬิกาดอกไม้ ภพู ลาญชยั มีลกั ษณะเป็นนา้ ตกจาลอง
และรูปปัน้ สตั ว์ตา่ ง ๆ คล้ายสวนสตั ว์ สนามเด็กเลน่ และ สวนสขุ ภาพ เป็นสวนออกกาลงั กาย เพ่ือให้
ประชาชนได้ออกกาลงั กาย อนั เป็นการเสริมสร้างพลานามยั แก่ชาวร้อยเอ็ด นา้ พดุ นตรี
หน้า 5 จาก 40
หน้า 6 จาก 40
พระมหาเจดีย์ชยั มงคล
พระมหาเจดียช์ ยั มงคล ตงั้ อยบู่ ริเวณวดั ผานา้ ทพิ ย์เทพประสิทธิ์วราราม ตาบลผานา้ ย้อย อาเภอหนองพอก
จงั หวดั ร้อยเอ็ด ระยะทางจากตวั เมืองร้อยเอ็ดประมาณ80 ก.ม มีลกั ษณะเป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ทวี่ ิจติ ร
พสิ ดาร ใช้ศลิ ปกรรมร่วมสมยั ระหวา่ งภาคกลางและภาคอสี านเป็นการผสมกนั ระหวา่ งพระปฐมเจดีย์และ
พระธาตพุ นม ใช้งบประมาณก่อสร้างถงึ ปัจจุบนั กว่า 3,000 ล้านบาท ดาเนนิ การสร้างโดย “พระอาจารย์
ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศษิ ยพ์ ระอาจารย์มน่ั ภูริทตั โต พระมหาเจดยี ช์ ยั มงคลออกแบบโดยกรมศลิ ปากร เป็นสี
ขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสที องเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทงั้ 8 ทศิ สร้าง ในเนอื ้ ที่
101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสงู 101 เมตร รวมยอดทองคาเป็น 109เมตร ใช้ทอง คาหนกั
4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมอื น อยู่บนวมิ านแดนสวรรค์ ชนั้ ที่ 1
เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อา่ ผนงั จารึกนามทานาธบิ ดตี า่ ง ๆ ใช้เป็นห้องประชุม บาเพ็ญบญุ ชนั้ ที่ 2 เป็น
ห้องโถงโออ่ า่ เชน่ กนั ผนงั ตดิ ตงั้ รูปพระพุทธประวตั ิ ลวดลายไทยวจิ ติ รพสิ ดาร ชนั้ ที่ 3 เป็นทีป่ ระดิษฐานรูป
พระณาจารย์ ปราชญ์ อสี านในอดีต เป็นรูปเหมอื นสลกั หนิ อ่อน และหุ่นรูปเหมอื นพระสปุ ฏปิ ันโน 101 องค์
ชนั้ ท่ี 4 จดั เป็นพิพธิ ภณั ฑ์แสดงวดั วาอาราม สถานปฏิบตั ิสม ถะวปิ ัสสนา กรรมฐานที่หลวงป่ศู รี เคย
บาเพ็ญธรรมมา
หน้า 7 จาก 40
หน้า 8 จาก 40
วดั บรู พาภิราม
พระพทุ ธรัตนมงคลมหามนุ ี หรือชื่อที่นยิ มเรียกตดิ ปากของคนในพนื ้ ทว่ี ่า หลวงพอ่ ใหญ่ เป็นพระพุทธรูป
ปางประทานพรขนาดใหญ่ ประดษิ ฐานอยู่ ณ วดั บูรพาภริ าม ตาบลในเมือง อาเภอเมือง จงั หวดั ร้อยเอ็ด
จดั เป็นรูปปัน้ ที่สงู ที่สดุ เป็นอนั ดบั ที่ 4 ของประเทศไทย ด้วยความสงู จากพระเศรียร ถงึ พระบาท 59 ม. 20
ซม. หากรวมฐานประดิษฐานด้วยจะเป็น 67 ม. 75 ซม. พระพุทธรูปองคน์ นี ้ นั้ ก่อสร้างโดยพระราชปรีชา
ญาณมนุ ี อดตี เจ้าอาวาสวดั บรู พาภริ ามรูปที่ 5 และอดตี เจ้าคณะจงั หวดั ร้อยเอ็ด ใช้ระยะเวลาในการ
กอ่ สร้าง 8 ปี ใช้งบประมาณคา่ ก่อสร้างประมาณ 7,000,000 บาท สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหลก็ ติด
กระเบอื ้ งโมเสกสเี นอื ้ พระพทุ ธรูปองคน์ กี ้ ลายเป็นสญั ลกั ษณ์สาคญั หน่งึ ของจงั หวดั ร้อยเอ็ด ดงั ที่ปรากฏใน
คาขวญั จงั หวดั ว่า "เรืองนามพระสงู ใหญ่": "สิบเอ็ดประตูงาม เรืองนามพระสงู ใหญ่ ผ้าไหมสาเกตุ บุญผะ
เหวดประเพณี มหาเจดียไ์ ชยมงคลงามนา่ ยลบงึ พระลานชยั เขตกว้างไกลท่งุ กุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ"
พทุ ธลกั ษณะท่มี คี วามสงู ผิดสดั ส่วนของพระพุทธรูปทวั่ ไปนนั้ สนั นษิ ฐานว่าออกแบบกอ่ สร้างโดยชา่ ง
ท้องถ่ินทีส่ ร้างด้วยแรงศรัทธาตอ่ พระพุทธศาสนามากกวา่ ความสวยงามขององค์พระทก่ี อ่ สร้าง
หน้า 9 จาก 40
หน้า 10 จาก 40
ผาหมอกมิวาย
ผาหมอกมิวาย..แหลง่ โอโซน จ.ร้อยเอ็ด ผาหมอกมิวาย เป็นอีกหน่งึ จุดชมวิวพระอาทติ ย์ตกทสี่ วยงามของ
จงั หวดั ร้อยเอ็ด บรรยากาศยามเยน็ หลงั พระอาทิตยต์ ก บรรยากาศยามค่าคืน ถ้าวนั ไหนท้องฟา้ เปิดกจ็ ะ
เห็นดาวมากมาย หรืออาจจะได้เหน็ ทางช้างเผือกสวยๆก็เป็นได้ บริเวณเขตห้ามลา่ สตั วป์ ่าถา้ ผานา้ ทพิ ย์
เป็นจดุ ทมี่ องเหน็ วิวทิวทศั นแ์ ละธรรมชาตอิ นั สวยงาม ทงั้ ยงั มีหมอกปกคลมุ ตลอดทงั้ ปี เน่อื งจากพนื ้ ท่ีมี
ความอดุ มสมบูรณ์และมคี วามชนื ้ สงู จึงทาให้บริเวณดงั กลา่ วมีความร่มร่ืน เหมาะสาหรับผ้ชู ่ืนชอบการ
ทอ่ งเท่ียวศึกษาธรรมชาติ จดุ ท่องเที่ยวท่นี า่ สนใจในบริเวณเขตห้ามลา่ ฯ คอื ผาหมอกมวิ าย ซ่ึงเป็นจดุ ชม
พระอาทิตย์ตก นอกจากนยี ้ งั มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง ระยะทาง 2 กิโลเมตร และ 3
กิโลเมตร ซง่ึ นกั ท่องเที่ยวสามารถเดนิ สารวจเองได้ บริเวณเขตห้ามลา่ สตั ว์ป่าถา้ ผานา้ ทิพย์ยงั มบี ริการ
บ้านพกั และสถานทส่ี าหรบั กางเตน็ ท์ หากต้องการเข้าพกั เป็นหม่คู ณะ และต้องการเจ้าหน้าที่นาทาง ต้อง
ตดิ ต่อลว่ งหน้า โทร. 094 297 7404, 094 263 3925
จุดตงั้ แคมป์ ไฟ สาหรับทากิจกรรมเข้าค่าย สาหรบั นกั เรียน นกั ศกึ ษา หรือหมคู่ ณะ ภายในมีสง่ิ อานวย
ความสะดวกตา่ งๆ เชน่ ห้องนา้ ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น การเดนิ ทางมาที่นี่ สามารถเดินทางโดยใช้ทาง
หลวงหมายเลข 2 จากขอนแกน่ -หนองพอก จงั หวดั ร้อยเอด็ และใช้ทางหลวงหมายเลข 209 และ 2116
จากอาเภอหนองพอกถึงบ้านท่าสะอาด ระยะทาง 9 กิโลเมตร จากนนั้ เลีย้ วซ้ายจากบ้านท่าสะอาดถงึ
สานกั งานเขตห้ามล่าสตั ว์ป่าผานา้ ทิพยร์ ะยะทาง 13 กโิ ลเมตร
หน้า 11 จาก 40
หน้า 12 จาก 40
วดั ผานา้ ทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม
วดั ผานา้ ทิพยเ์ ทพประสทิ ธวิ์ นาราม เป็นที่ตงั้ ของพระมหาเจดียช์ ยั มงคล ทีม่ ีความงดงามตระการตามาก
ที่สดุ องคห์ นึ่งของประเทศไทย องค์เจดียอ์ อกแบบโดยกรมศลิ ปากร ผสมผสานศลิ ปกรรมร่วมสมยั ระหวา่ ง
ภาคกลางและภาคอสี าน ตกแตง่ ลวดลายตระการตาด้วยสีทองอร่าม มคี วามกว้างxยาวxสงู 101 เมตร
และมยี อดทองคาท่ีมีนา้ หนกั ถงึ 60 กิโลกรัม นอกจากนภี ้ ายในเจดยี ์ 6 ชนั้ ยงั ตกแตง่ อยา่ งวิจติ รตระการตา
มีทงั้ พพิ ิธภณั ฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงป่ศู รี รูปเหมอื นของพระเกจอิ าจารย์ 101 องค์ รวมทงั้ พระบรม
สารีริกธาตทุ ช่ี นั้ บนสดุ ให้ประชาชนได้มาสกั การะเพ่ือความเป็นสิริมงคล
ที่ตงั้ : ต.ผานา้ ย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด
หน้า 13 จาก 40
หน้า 14 จาก 40
นา้ ตกถา้ โสดา
นา้ ตกถา้ โสดา อยใู่ น ตาบลภเู ขาทอง อาเภอหนองพอก จงั หวดั ร้อยเอด็ เป็นพนื ้ ที่ส่วนหนงึ่ ของเขตห้ามลา่
สตั ว์ป่าถา้ ผานา้ ทพิ ย์ มบี ริเวณของหินทรายวางสลบั ซบั ซ้อนกนั รวมทงั้ มผี าหนิ ขนาดใหญ่ บริเวณของ
นา้ ตกถา้ โสดา จะมีทรัพยากรทางธรรมชาติทอ่ี ดุ มสมบูรณ์ และมเี จดีย์หนิ ทีเ่ กดิ ขนึ ้ เองตามธรรมชาติ นบั วา่
เป็นความมหศั จรรย์ทางธรรมชาตอิ ย่างหนึ่งอีกด้วย ความสวยของ นา้ ตกถา้ โสดา สามารถมองเหน็ ได้อยา่ ง
ชดั เจน เพราะเป็นนา้ ตกถา้ ขนาดใหญ่ สงู 50 เมตร สว่ นชือ่ ของ นา้ ตกถา้ โสดา นนั้ มีที่มาจากเร่ืองท่ีเล่าตอ่
กันมาวา่ มสี องสามภี รรยา ช่ือว่า นายโส และ นางดา ทกุ วนั ๆ ทงั้ สองคนจะออกไปหาอาหารป่าบริเวณภู
เขียว มีอยวู่ นั หนง่ึ ทงั้ สองอยากทจี่ ะนาเงินและทองไปใส่ในพระธาตพุ นม ระหวา่ งการเดินทางผา่ นป่าไปเจอ
ถา้ แห่งหนง่ึ เลยใช้เป็นทพ่ี กั แรม ต่อมาเลยใช้เป็นที่พกั ระหวา่ งออกไปหาอาหารป่าด้วย เวลาเหน่ือยล้าจึง
กลบั มาพกั ทถ่ี า้ นที ้ ุกวนั จนชาวบ้านเรียกบริเวณนกี ้ ันว่า ถา้ โสดา นน่ั เอง
หน้า 15 จาก 40
หน้า 16 จาก 40
พิพิธภณั ฑ์สถานแห่งชาตริ ้อยเอ็ด
เป็นสถานทจ่ี ดั แสดงและรวบรวมเรื่องราวนา่ รู้ทุกด้านของจงั หวดั ร้อยเอ็ด ทงั้ ด้านภูมศิ าสตร์ ทรัพยากรธรณี
โบราณคดี ประวตั ศิ าสตร์ บุคคลสาคญั วิถีชีวติ ประเพณี และศิลปหตั ถกรรม การจดั แสดงได้มีการใช้
เทคโนโลยีการนาเสนอข้อมลู ในระบบคอมพวิ เตอร์ หุน่ จาลอง และฉากชวี ิตต่างๆ เข้ามาใช้ประกอบการจดั
แสดงในนิทรรศการ แบ่งเป็น 3 ชนั้ ประกอบด้วย
อาคารชนั้ ท่ี 1 จดั แสดงเรื่องภูมศิ าสตร์และธรณีวิทยา แนะนาจงั หวดั ร้อยเอ็ด ประวตั เิ จ้าเมืองร้อยเอ็ด
อาคารชนั้ ท่ี 2 จดั แสดงเรื่งอโบราณคดีและประวตั ศิ าสตร์ นบั ตงั้ แต่สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ถงึ สมยั
รัตนโกสินทร์ และศลิ ปะพนื ้ บ้าน
อาคารชนั้ ที่ 3 จดั แสดงเร่ืองวิถชี ีวติ ประเพณแี ละงานศลิ ปหตั ถกรรมผ้าไหม ซงึ่ ถอื เป็นภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ท่ี
สาคญั ของจงั หวดั ร้อยเอด็
หน้า 17 จาก 40
หน้า 18 จาก 40
วดั กลางมิ่งเมือง
วดั กลางมง่ิ เมือง เดมิ ช่ือวดั กลาง เนือ่ งจากตงั้ อยูใ่ จกลางเมืองร้อยเอ็ด บนถนนเจริญพาณชิ ย์ ตาบลในเมอื ง
อาเภอเมือง จงั หวดั ร้อยเอด็ โดยเป็นวดั เก่าแก่ สนั นษิ ฐานว่าสร้างกอ่ นตงั้ เมืองร้อยเอด็ ในขณะนนั้ อยใู่ น
การปกครองของขอมในสมยั ของนายวญิ ญู องั คณารกั ษ์ เป็น ผู้วา่ ราชการจงั หวดั ร้อยเอด็ ได้ขอ
พระราชทานยกวดั ราษฎร์ขึน้ เป็นพระอารามหลวงชนั้ ตรี ชนิดสามญั ตงั้ แตว่ นั ที่26 พฤษภาคม พ.ศ.2508
ในอดตี เคยใช้วดั กลางมงิ่ เมืองเป็นสถานทปี่ ระกอบพิธีถือนา้ พพิ ฒั น์สตั ยา ส่วนในปัจจบุ นั เป็นสถานที่
ศึกษาปริยตั ธิ รรมและ สถานที่สอบธรรมสถานชอ่ื โรงเรียนสนุ ทรธรรมปริยตั ิ สงั กดั สานกั งาน
พระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ โดยโรงเรียนพระปริยตั ธิ รรมแผนก ธรรมและบาลี เปิดสอนเม่ือ พ.ศ.2413 และ
โรงเรียนพระปริยตั ิธรรมแผนกสามญั ฝึกสอนเมอ่ื พ.ศ.2514
วดั กลางม่ิงเมอื ง มสี ถาปัตยกรรมอาคารภายในวดั มี อโุ บสถที่สร้างในสมยั อยุธยาตอนปลาย กว้าง 12.50
เมตร ยาว 20 เมตร บริเวณ ผนงั รอบอโุ บสถมลี วดลายภาพวาด แสดงถงึ พทุ ธ ประวตั ิ สวยงาม และมีคา่
ทางศิลปะ โดยภายในพระอโุ บสถแห่งนี ้ประดิษฐานปชู นีย วัตถุ ซึ่งเป็นพระประธานในอโุ บสถมนี ามวา่
พระพุทธมิ่งเมือง นอกจากนกี ้ ็ยงั มีอาคารสถาปัตยกรรมอ่ืนๆภายในวดั อกี เชน่ ศาลาการเปรียญ กว้าง 15
เมตร ยาว 27 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหลก็ สร้างเมอ่ื พ.ศ. 2511 กุฏสิ งฆจ์ านวน 9 หลงั เป็น
อาคารครึ่งตกึ คร่ึงไม้ 2 หลงั และตกึ 7 หลงั และวหิ ารกว้าง 6 เมตร ยาว 35 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2526
เป็นอาคารคอนกรีต เป็นต้น
หน้า 19 จาก 40
หน้า 20 จาก 40
วดั ป่าโนนสวรรค์
มีช่อื เรียกอีกช่ือหนึ่งว่า วดั หม้อเพราะว่าทางวดั แห่งนไี ้ ด้ใช้หม้อดนิ ท่ชี าวบ้านบริเวณบ้านยางตอ่ ปัน้ เป็น
อาชีพ นามาประดบั ตกแต่งแทบทุกส่วนของวดั จึงมคี วามสวยงาม ถงึ แม้จะมหี ม้อดินและรูปปัน้ ทแี่ ปลกตา
แต่กเ็ ป็นการตกแตง่ ทีแ่ ฝงไปด้วยหลกั ธรรมต่างๆ
ในสว่ นของทางเข้าจะเป็นปากหนมุ าน เจดีย์ประธานมหี ลายชนั้ แตล่ ะชนั้ จะมีจติ รกรรมฝาผนงั เก่ยี วกับ
พทุ ธประวตั ิ ซ้มุ ประตวู ดั มีเต่ายกั ษ์ 2 ตวั มีความแปลกตาเป็นอยา่ งมาก รูปแบบศิลปะดคู ล้ายกบั ศลิ ปะ
ทางขอมและอนิ เดยี แต่ก็ไมส่ ามารถบอกถึงท่ีมาของศลิ ปะได้ หม้อดนิ ทนี่ ามาใช้ตกแต่งจานวนมากมาย
และสามารถกลมกลนื เข้ากบั สว่ นต่างๆของวดั แหง่ นี ้ได้อย่างงดงาม จงึ เป็นวดั อกี แหง่ หน่งึ ในจงั หวดั ร้อย
เดด็ ที่น่าไปเทยี่ วชม
หน้า 21 จาก 40
หน้า 22 จาก 40
วดั ใหญ่ศรีมหาธาตุ
วดั ใหญ่ศรีมหาธาตเุ ป็นวดั เก่า แตเ่ ดิมเรียกว่าวดั พระเจ้าตวั สมิ ก่อสร้างในปี 2458 โดยพระครูวินยั ธรรม
ฮวด โดยแรงงานของชาวบ้านใกล้เคียงรว่มกันสร้างด้วยจติ ศรทั ธา เป็นสิมขนาดใหญ่หลงั คาลดชนั้ มงุ ด้วย
กระเบอื ้ งดินเผา มโี หง่และช่อฟา้ ประดบั ด้วยโลหะ มกี าแพงแก้วล้อมรอบ ภายในประดษิ ฐานพระเจ้าใหญ่
พระพทุ ธรูปคบู่ ้านคเู่ มือง ศลิ ปะพนื ้ เมืองอสี าน-ล้านช้าง องค์พระมขี นาดใหญ่จนพระเศียร(เกศมาลา) เข้า
ไปในชอ่ งฝ้าเพดาน เพดานเขียนรูปพระมาลยั พระจนั ทร์ พระอาทติ ย์ชกั รถ เพดานภายนอกเขยี นภาพ
เทวดาล้อมด้วยดาวเดอื น นบั เป็นสิมพนื ้ เมอื งขนาดใหญอ่ กี หลงั หน่งึ ในจงั หวดั ร้อยเอ็ด
พระธาตศุ รีเชยี งขวญั องค์พระธาตนุ นั้ ฐานกว้างด้านละ 9 เมตร สงู 32 เมตร จาลองมาจากพระธาตพุ นม
ยอดฉัตรทาด้วยทองคา สามปีจะเอาลงมาสรงนา้ ครงั้ หนง่ึ ผู้มีจติ ศรทั ธาจะเพิ่มทองเข้าเร่ือยๆ สร้างในสมยั
พระครูวินยั ธรรมฮวดเช่นกัน
วดั นเี ้ป็นวดั บ้านเกดิ ของหลวงป่พู ิบูลย์ ผู้ก่อตงั้ อาเภอพิบลู ย์รักษ์ จงึ ได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้เป็นทร่ี ะลึกด้วย
หน้า 23 จาก 40
หน้า 24 จาก 40
วดั กพู่ ระโกนา
ตงั้ อย่ทู ี่ ตาบลสระคู อาเภอสวุ รรณภูมิ จงั หวดั ร้อยเอด็ เป็นปราสาทท่ีสร้างในพุทธศตวรรษท่ี ๑๖ ตาม
อิทธพิ ลวฒั นธรรมเขมร เพอื่ อทุ ิศแดเ่ ทพเจ้าทงั้ ๓ในลัทธิตรีมรู ตขิ องศาสนาพราหมณ์ ได้แก่ พระอิศวร พระ
พรหม และพระนารายณ์ ผงั กูพ่ ระโกนามลี กั ษณะเดยี วกบั กกู่ าสิงห์ ทีป่ ระกอบด้วยสง่ิ กอ่ สร้างภายใน
กาแพง ได้แกก่ ลมุ่ ปราสาท ๓ หลงั สร้างอยบู่ นฐานเดียวกนั และอาคารบรรณาลยั ทางทศิ ตะวนั ออกเฉยี ง
ใต้ของกลมุ่ ปราสาทสว่ นนอกกาแพงด้านทิศตะวนั ออกเฉยี งเหนือเป็นสระนา้ ลกั ษณะสถาปัตยกรรมกลมุ่
ปราสาท ๓ หลงั สร้างหนั หน้าไปทางทิศตะวนั ออก ใช้หินทรายและอฐิ เป็นวสั ดหุ ลกั ในการก่อสร้าง โดย
วางตวั เรียงกนั ไปในแนวทิศเหนือ-ใต้ ปัจจบุ นั ปราสาทหลงั กลางได้ดดั แปลงสภาพให้เป็นเจดีย์ทรงมณฑป
ในผงั ย่อมมุ ไม้สบิ สอง มีซ้มุ โค้งประดิษฐานพระพทุ ธรูปมารวิชยั ทงั้ สี่ด้าน เหนือมณฑปเป็นชนั้ ลดเรียงหลนั่
กันขนึ ้ ไป ๕ ชนั้ บริเวณมมุ ของชนั้ ลดประดบั กลบี ขนุน ตอ่ จากชนั้ ลดเป็นองค์ระฆงั ขนาดเล็กทีเ่ หนอื ขนึ ้ ไป
เป็นปล้องไฉนและปลียอดปราสาทอฐิ ทศิ เหนอื ถกู รบกวนด้วยการสร้างกฏุ สิ มยั ใหมท่ บั ลงบนฐานปราสาท
เดิมส่วนปราสาทอฐิ ทศิ ใต้มีสภาพสมบูรณ์ทสี่ ดุ พบทบั หลงั และเสาประดบั กรอบประตทู าด้วยหินทราย
สาหรบั บรรณาลยั ปรากฏเฉพาะสว่ นฐาน ในผงั ส่ีเหล่ยี มผืนผ้าท่ตี ่อมขุ ออกมาทางด้านทศิ ตะวนั ตก เพ่ือใช้
เป็นทางเข้าที่ปัจจบุ นั ได้กอ่ สร้างหอระฆงั ทบั ด้านบน ลกั ษณะกาแพงเป็นกาแพงศลิ าแลงในผงั
สี่เหล่ียมผนื ผ้า มีประตทู างเข้าทางทิศตะวนั ออกและทศิ ตะวันตกทกี่ อ่ เป็นรูปกากบาท (โคปรุ ะ) โดยก่อมขุ
ยาวด้านนอกและมขุ ทีส่ นั้ กวา่ ด้านในกาแพง บริเวณกง่ึ กลางกาแพงทางทิศเหนอื และทศิ ใต้มหี ้องในผงั
ส่เี หล่ยี มผนื ผ้า มปี ระตดู ้านในกาแพง สว่ นด้านนอกทาเป็นซุ้มประตหู ลอก ส่วนสระนา้ ทอ่ี ยูน่ อกกาแพง เป็น
รูปสีเ่ หลี่ยมผืนผ้า ปัจจบุ นั ถกู ขดุ ลอกและปรับให้เป็นแหล่งนา้ สาธารณะจากหลกั ฐานทางโบราณคดี
สนั นษิ ฐานวา่ เดมิ คงจะมีสะพานนาคและทางเดินประดบั เสานางเรียงจากประตดู ้านหน้าไปยงั สระนา้
หน้า 25 จาก 40
หน้า 26 จาก 40
เจดยี ์มหามงคลบวั
เจดีย์มหามงคลบวั ตงั้ อย่ใู น ต.หนองแวง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด สร้างเพอ่ื เป็นอนุสรณ์ของพระธรรมวสิ ทุ ธิ
มงคล หลวงตามหาบวั ญาณ สมั ปันโน แหง่ วดั ป่าบ้านตาด สาหรบั เผยแพร่ธรรมะและปฏบิ ตั ธิ รรมของ
พุทธศาสนิกชนท่ีเลื่อมใสศรทั ธาในหลวงตามหาบวั นบั เป็นแลนดม์ าร์คอกี หนึง่ แหง่ ของเมืองร้อยเอ็ดท่ีใคร
มาจะต้องแวะมาสกั การะบูชา จุดเดน่ ทนี่ ่าสนใจ ของเจดยี ม์ หามงคลบวั คอื เจดยี ์สีทองโดดเดน่ กลางสวน
สวยซง่ึ มีการออกแบบได้เป็นอย่างดี มีสระนา้ ไว้ด้านหน้าและด้านข้างเจดีย์ ทาให้เกดิ ภาพสะท้อนของ
เจดีย์บนผิวนา้ เจดียม์ ีความสงู พอดี และมคี วามเด่น เพราะอยูบ่ ริเวณกลางทุ่งนา ทาให้สามารถมองเห็น
มาจากทไ่ี กลๆได้ พนื ้ ท่ขี องเจดยี ์ กว้างใหญม่ าก ทาให้ไม่เกิดความแออดั ร่มรื่นสมกับเป็น สถานท่ีแหง่ พลงั
ศรทั ธาของชาวพุทธเป็นอยา่ งดี เจดีย์มหามงคลบวั เป็นเจดยี ์ เดยี วทไ่ี ด้รับอนุญาตจากท่านหลวงตาใน
ขณะท่ีท่านยงั มีชีวิตอยู่ ทา่ นได้มาดกู ารถมที่ วางศลิ าฤกษ์ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตดุ ้วย ตวั ท่านเอง
เป็นเจดีย์ทสี่ ร้างขนึ ้ เพอ่ื เป็นอนสุ รณ์สถานแดพ่ ระธรรมวสิ ทุ ธิมงคล หรือ หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปันโน ซงึ่
ขณะนนั้ หลวงตา ได้จาวดั อย่ทู ีว่ ดั ป่าบ้านตาด และเป็นศนู ย์รวมของพุทธศาสนิกชนผ้เู ล่ือมใสศรทั ธาใน
หลวงตามหาบวั ทงั้ ยงั เป็นทเี่ ผยแพร่ธรรมะและ ใช้เป็นทีป่ ฏบิ ตั ธิ รรมของชาวพทุ ธ
หน้า 27 จาก 40
หน้า 28 จาก 40
บ่อพนั ขนั
ตงั้ อยูใ่ นเขตตาบลเดน่ ราษฎร์ อาเภอหนองฮี จงั หวดั ร้อยเอ็ด บริเวณทางด้านตะวนั ออก ของห้วยเคม็
ประมาณ100 เมตร ลกั ษณะทางกายภาพเป็นลานหนิ ทรายแดงกว้างใหญ่ในพนื ้ ที่ ประมาณ1กิโลเมตร
ครอบคลมุ พนื ้ ที่บริเวณห้วยเคม็ ทงั้ ฝ่ังตะวนั ตกและฝ่ังตะวนั ออก โดยทางฝ่ังตะวนั ตกเป็นพนื ้ ทตี่ าบลจาปา
ขนั อ.สวุ รรณภมู ิ ส่วนฝ่ังตะวนั ออกเป็นพนื ้ ท่ขี องต.เด่นราษฎร์ อาเภอหนองฮี โดยพนื ้ ท่ีทงั้ สองฝั่งยงั มีแนว
หินทรายตอ่ เนอื่ งขนึ ้ ไปอีกบางสว่ นจมอยใู่ ต้ดนิ แนวลานา้ เคม็ จากบ่อพนั ขนั ไปถงึ ลานา้ เสียวประมาณ 2
กโิ ลเมตร ในฤดนู า้ หลากพนื ้ ท่บี ริเวณบอ่ พนั ขันบางส่วนมกั จมอยใู่ ต้พนื ้ นา้ แตใ่ นฤดแู ล้ง พนื ้ ทบี่ ริเวณบอ่ พนั
ขนั จะปรากฏแนวพืน้ หินทรายกว้างใหญค่ รอบคลมุ พนื ้ ที่ บริเวณกว้าง โดยมกั จะมีร่องรอย ของความเคม็
ของดนิ ปรากฏโดยทวั่ ไป ลกั ษณะเป็นสีขาวของเกลือ และราษฎรในบริเวณนมี ้ กั จะใช้เป็นสถานที่ ผลติ
เกลอื สินเธาว์ ต่อเนือ่ งกันมาหลายชวั่ อายุ เป็นทงั้ ผลผลิตท่ีใช้บริโภคในหม่บู ้านใกล้เคยี ง และเป็น
สนิ ค้าออกไปยงั จงั หวดั ใกล้เคยี ง เชน่ ศรีษะเกศ สรุ ินทร์ อบุ ลราชธานี เป็นต้น โดยมพี อ่ ค้ามารับซอื ้ ถงึ ท่ีผลิต
คือ บ่อพนั ขนั นนั่ เอง ในบริเวณบ่อพนั ขนั ปรากฏพนื ้ ทล่ี กั ษณะพเิ ศษ คอื มบี ่อนา้ จืดธรรมชาติ ที่มนี า้ พุด
ขนึ ้ มาอยู่ตลอดเวลา โดยไมม่ วี นั หยดุ มีขนาดกว้างประมาณ 6 นวิ ้ ลึก 12 นวิ ้ จงึ เป็นท่มี าของ บอ่ พนั ขนั
ชาวบ้านเรียกอกี อยา่ งวา่ “นา้ สร่างครก” เพราะมีลกั ษณะคล้ายครกตา้ ข้าว นา้ บริเวณบ่อพนั ขนั ไมม่ ีใครรู้
ว่ามนั เริ่มไหลออกมาเม่อื ใด และจะหยดุ ไหลเม่ือใด อาจจะเป็นเรื่องของระบบนา้ ใต้ดิน ทีไ่ หลซมึ อกมา
ตลอดเวลาตามหลกั วทิ ยาศาสตร์ แตใ่ นความเชอื่ ของชาวบ้านในเร่ืองความอศั จรรยแ์ ละความศกั ด์สิ ิทธิ์
นบั เป็นวิถชี วี ิตของผ้คู นในดินแดนแหง่ ทุง่ กลุ าร้องไห้ ทจ่ี ริงๆ ไม่เคยร้องไห้ เพราะความอดุ มสมบูรร์ของพนื ้ ที่
เพียงเราจะจดั การให้เกิดประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ ชุมชนเท่านนั้ แต่สิง่ ทีป่ รากฏและยงั อยใู่ นความทรงจา ของผ้คู น
บริเวณนคี ้ อื การเป็นพนื ้ ที่แหล่งต้มเกลอื สนิ เธาว์ ที่ใหญท่ ่สี ดุ ในภาคอีสาน โดยพนื ้ ท่ีรอบๆ มแี ตค่ วามเค็ม
ของเกลือในฤดแู ล้ง แตม่ พี นื ้ ท่ีเพยี งจุดเลก็ ๆ ท่ีมนี า้ จืดไหลออกมาตลอดเวลา ตกั เป็นพนั ขนั กไ็ ม่หมด
ทา่ มกลางพนื ้ ท่ี ท่มี ีแต่ความเคม็ ตลอดฤดแู ล้ง นบั ตงั้ แตเ่ ดือน กมุ ภาพนั ธ์ จนถึงเดอื น พฤษภาคม ของทุกปี
พนื ้ ท่ี บริเวณนจี ้ มอยู่ใต้นา้ มากวา่ 20 ปี นบั ตงั้ แต่ปี 2524 พอในปี 2547 ชาวบ้านในพนื ้ ทีไ่ ด้ร่วมแรงรวมใจ
กนั ฟืน้ ฟสู ภาพของบ่อพนั ขนั ให้กลบั มามชี ีวติ ชีวาอกี ครงั้ และคงอย่กู บั จงั หวดั ร้อยเอด็ ตลอดไป
หน้า 29 จาก 40
หน้า 30 จาก 40
สวนนา้ อาจนคร วอเตอร์ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท
บริษัท อาจนคร วอเตอร์ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท จากัด เป็นสวนนา้ ทีใ่ หญ่ที่สดุ ในจงั หวดั ร้อยเอ็ดและพนื ้ ที่
ใกล้เคียง ให้บริการเคร่ืองเลน่ สไลเดอร์,ให้บริการท่ีพกั รีสอร์ทสดุ โรแมนตกิ นกั ทอ่ งเท่ียวสามารถเพลิดเพลนิ
กบั การบริการ และสิง่ อานวยความสะดวกเหนอื ระดบั อาทเิ ชน่ สปา สาหรับการผอ่ นคลาย และบริการ
ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้นกั ท่องเท่ียวได้ลิม้ รสชาติอาหารอนั เป็นเอกลกั ษณ์ของสวนนา้ แห่งนี ้นอกจากนยี ้ งั
มีบริการดนตรีสดสดุ ประทบั ใจ ให้นกั ท่องเที่ยวได้อิ่มเอมกับบรรยากาศซงึ่ เป็นเสน่ห์สดุ พเิ ศษ ด้วย
สภาพแวดล้อม การเดินทาง ซ่ึงอย่หู า่ งจากตวั เมอื งและสถานท่ีท่องเที่ยวเพยี งเลก็ น้อย
หน้า 31 จาก 40
หน้า 32 จาก 40
วดั ไตรภมู ิคณาจารย์
สมิ วดั ไตรภมู ิคณาจารย์ ตงั้ อยทู่ ี่หม่บู ้านตากแดด ตาบลหวั โทน อาเภอสวุ รรณภมู ิ ลกั ษณะทางศิลปกรรม
เป็นสมิ แบบพนื ้ เมอื งอีสาน ประเภทสมิ ทบึ มกี าแพงแก้วเตยี ้ ๆ ล้อมรอบหน้าบนั และรงั ผึง้ ของสิมมลี าย
แกะสลกั สวยงามภายในมีจิตรกรรมหรือ ฮปู แต้ม แสดงเรื่องในพทุ ธศาสนา สนั นิษฐานวา่ มอี ายใุ นราวสมยั
อยุธยา-รตั นโกสินทร์ตอนต้น ด้านนอกสมิ มพี ระพทุ ธรูปแบบอีสานขนาดใหญ่ ซึ่งย้ายมาจากวดั ใต้วไิ ลธรรม
ในเขตอาเภอเดยี วกัน (สมิ วดั ไตรภูมิคณาจารย์ ได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากรเม่อื พ.ศ.2541 และได้รับ
รางวลั สถาปัตยกรรมดเี ด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามประจาปี 2541 การเดินทาง จากอาเภอเมืองไปตาม
ทางหลวงหมายเลข 214 เข้าทางหลวงหมายเลข 215 ถงึ อาเภอสวุ รรณภูมิ เลีย้ วเข้าซอยข้างอาเภอตรงไป
ประมาณ 5 กโิ ลเมตร
หน้า 33 จาก 40
หน้า 34 จาก 40
วดั ประชาคมวนาราม
วดั ประชาคมวนาราม จากความประทบั ใจในความยง่ิ ใหญ่อลงั การของมหาเจดีย์แหง่ นี ้เมือ่ ครงั้ หลวงป่ศู รี
มหาวีโร ไปปฏบิ ตั ศิ าสนกจิ ถึงมหาเจดีย์บโุ รพุทโธ ประเทศอินโดนเี ซยี จงึ ได้เกิดเจดยี ์ขนาดใหญท่ ีส่ ร้างจาก
หนิ ทรายธรรมชาติขึน้ เป็นแหง่ แรกในไทย
นอกจากลกั ษณะสถาปัตยกรรมทโ่ี ดดเด่นในตวั และยอดเจดยี ท์ องคานา้ หนกั ถงึ 101 บาทแล้ว ภายในจดุ
ศนู ย์กลางของพระเจดียย์ งั เป็นทปี่ ระดษิ ฐานพระบรมสารีริกธาตุ รวมทงั้ ภาพบนฝาผนงั เลา่ เร่ืองราวพระ
พทุ ธประวตั แิ ละเวสสนั ดรชาดก
หน้า 35 จาก 40
หน้า 36 จาก 40
Street Art
แลนด์มาร์กแหง่ ใหม่ของจงั หวดั ต้องท่ีเท่ียวร้อยเอ็ดนเี ้ลย “Street Art ร้อยเอ็ด” หรือทีเ่ รียกว่างาน
ศลิ ปะแบบกราฟิตี ซ่งึ กาแพงรูปภาพเหลา่ นมี ้ ีอย่ใู นบริเวณคเู มอื งทิศตะวนั ตก ด้วยพนื ้ ท่ยี าวกว่า 200 เมตร
และได้ศิลปินเกือบ 50 ชวี ิตมาร่วมสร้างสรรคผ์ ลงานบนกาแพง ในหวั ข้อ ร้อยเอ็ดในมมุ มองของคณุ ซึง่
นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยงั สามารถดึงดดู นกั ท่องเทีย่ วให้มาชม และเกบ็ เป็นภาพที่ระลึกลงใน
โซเชียลของตวั เองอีกด้วย ใครอยากมีรูปชิค ๆ เปลย่ี นโปรไฟลล์ ะก็ พลาดไม่ได้เลยน้า
หน้า 37 จาก 40
หน้า 38 จาก 40
ภำคผนวก
https://www.tatcontactcenter.com/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8
%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A
2%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0
%B8%A1/451
https://www.paiduaykan.com/province/Northeast/roiet/buangparan
chai.
https://www.tatcontactcenter.com/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E
0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B
8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%8
4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/451html
http://i-san.tourismthailand.org/5083/
https://travel.trueid.net/detail/KaZB5BORlpwa
https://www.museumthailand.com/th/museum/Roi-Et-National-
Museum
https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%
87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%
E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%
B9%87%E0%B8%94
หน้า 39 จาก 40
https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/ite
mid/1116
http://www.isan.clubs.chula.ac.th/simboard/post_view.php?room_n
o=0&id_main=2038&star=0
https://www.m-
culture.go.th/roiet/ewt_news.php?nid=1258&filename=index
https://www.paiduaykan.com/province/Northeast/roiet/mahamong
kolbua.html
https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/ite
mid/1129
https://www.khaoatsamart.com/2019/11/blog-post_18.html?m=1
https://www.touronthai.com/article/2944
http://i-san.tourismthailand.org/5081/
http://www.xn--2562-4doaaa8ch6k1al4a4ib7aacd9hxa7a6d2exafe6duc82b1a.com/Travel/Details/13
หน้า 40 จาก 40