The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาฏยศัพท์ โดยคุณครูจิตติภัส ขวัญส่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jittipas25161973, 2022-11-12 02:01:45

นาฏยศัพท์ โดยคุณครูจิตติภัส ขวัญส่ง

นาฏยศัพท์ โดยคุณครูจิตติภัส ขวัญส่ง

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

เรื่องนาฏยศัพท์
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
คุณครูจิตติภัส ขวัญส่ง

โรงเรียนเขาฉกรรจ์วิทยาคม

สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว

มาตรฐานการเรียนรู้
ที่เป็นเป้าหมาย

มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์
อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ
ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตัวชี้วัด : สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้

๑. มีทักษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ

จุดประสงค์การเรียนรู้

1.อธิบายและฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์ที่ใช้ในการแสดงนาฏศิลป์ไทย
2.เห็นประโยชน์ของการฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์

แบบทดสอบก่อนเรียน

ให้นักเรียนสแกน Qr-code เพื่อทำ
แบบทสอบก่อนเรียน

https://forms.gle/6XqeRuHJuoScJHyQ8

นาฏยศัพท์

การศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ไทยประเภทต่าง ๆ นั้น ท่าทางที่ผู้แสดงถ่ายทอด
ออกมาจะมีความหมายเฉพาะ เมื่อได้ศึกษา ทำความเข้าใจ จะทำให้เข้าใจในเรื่อง
การแสดงมากยิ่งขึ้น ซึ่งพื้นฐานในการฝึกหัดการแสดงนาฏศิลป์ คือ นาฏยศัพท์

นาฏยศัพท์ หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับท่ารำ ทั้งลักษณะท่ารำที่ใช้ในการฝึกหัด
เพื่อใช้ในการแสดงละคร และคำที่ใช้ในวงการนาฏศิลป์ไทย เพื่อสื่อความหมายใน
การแสดง

นาฏยศัพท์แบ่งออกเป็น
๓ ประเภท ได้แก่


๑. นามศัพท์
นามศัพท์ หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อท่า
รำ หรือชื่อท่าที่บอกอาการกระทำของผู้
นั้น เช่น ตั้งวง จีบ สลัดมือ คลายมือ
กระทุ้ง จรด แตะ ซอยเท้า ประเท้า ขยั่น ตี
ไหล่ กล่อมไหล่ ยักตัว

2. กิริยาศัพท์


กิริยาศัพท์ หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกในการปฏิบัติบอกอาการกิริยา แบ่งเป็น

2.1 ศัพท์เสริม หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกเพื่อปรับปรุงท่าทางให้ถูกต้อง
สวยงาม เช่น กันวง ส่งมือ หักข้อ ตั้งเอว ตั้งไหล่ กันเข่า หลบศอเปิดคาง

2.2 ศัพท์เสื่อม หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อท่ารำหรือท่วงท่าของผู้รำที่ไม่
ถูกต้องตามมาตรฐานเพื่อให้ผู้รำรู้ตัวและแก้ไขท่ารำของตนเองให้ดีขึ้น
เช่น วงล้า วงควํ่า วงเหยียด วงหัก เกร็งคอ รำลน รำเลื้อย

3. นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด

นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด หมายถึง
ศัพท์ต่าง ๆ ที่ใช้เรียกในภาษา
นาฏศิลป์ นอกเหนือไปจากกิริยา
ศัพท์และนามศัพท์ เช่น จีบยาว
จีบสั้น ทลายท่า นายโรง

นาฏยศัพท์แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย ดังนี้

3.1 ส่วนศีรษะ ใบหน้า และไหล่

1. เอียงศีรษะ

เอียงศีรษะ คือ การโน้มศีรษะลงด้านข้างพอ
ประมาณพร้อมกับการกดไหล่ด้านนั้นลงด้วย
โดยต้องตั้งลำคอและใบหน้าให้ตรงก่อนคือให้
รู้สึกว่าใบหูนั้นขนานตรงกับไหล่ สามารถปฏิบัติ
ได้ทั้งสองข้างทั้งซ้ายและขวา

2. กดไหล่

กดไหล่หรือเอียงไหล่ คือ การกดล
ดระดับของไหล่ลงด้านข้างพอ
ประมาณ แต่ต้องระวังไม่ให้ไหล่อีก
ข้างนั้นยกขึ้น เวลาที่กดไหล่นั้นต้อง
กดเกลียวหน้า (บริเวณใต้ราวนม)
ลงมาพร้อมกันด้วย สามารถปฏิบัติ
ได้ทั้งข้างซ้ายและข้างขวาแต่ต้อง
ปฏิบัติทีละข้าง มักปฏิบัติพร้อมๆ กับ
การเอียงศีรษะและลักคอ

นาง พระ

3.2 ส่วนแขนและมือ กิริยามือจีบในลักษณะต่างๆ

1. จีบ จีบปรกหน้า

จีบ การจีบ หมายถึง อาการ จีบคว่ำ จีบล่อแก้ว
ของมือที่ใช้นิ้วหัวแม่มือจรดที่ข้อ
แรกของนิ้วชี้ นิ้วทั้งสามที่เหลือ
เหยียดออกตึงกรีดนิ้วไปด้าน
หลังมือให้มากที่สุดมีลักษณะ
เหมือนรูปพัด
หักข้อมือเข้าหาลำแขน จีบแบ่ง
ได้หลายลักษณะ ดังนี้

จีบส่งหลัง

นาง 1.1 จีบหงาย พระ

จีบหงาย คือการจีบที่หงายฝ่ามือขึ้นให้ปลายนิ้วที่จีบชี้ขึ้นด้านบนหักข้อมือเข้าหาลำแขน

นาง 1.2 จีบคว่ำ พระ

จีบคว่ำ คือการจีบที่คว่ำมือลงด้านล่างให้ปลายนิ้วที่จีบชี้ลงเบื้องล่าง ลักษณะเหมือนกับ
จีบหงายเพียงแต่ฝ่ามือคว่ำลงและหักข้อมือเข้าหาลำแขน

นาง 1.3 จีบปรกหน้า พระ

จีบปรกหน้าหรือจีบตลบหน้า คือการจีบที่อยู่ในระดับใบหน้าให้ลำแขนยกขึ้น
ด้านหน้า ปลายนิ้วที่จีบชี้เข้าหาใบหน้าระดับหน้าผาก

นาง 1.4 จีบปรกข้าง พระ

จีบปรกข้าง คือการตั้งลำแขนอยู่ข้างขนานกับลำตัว ปลายนิ้วที่จีบอยู่ระดับศีรษะ

1.5 จีบหลัง นาง พระ

จีบหลังหรือจีบส่งหลัง คือการ
เหยียดทอดแขนไปด้านหลังให้
ตึงมือที่จีบพลิกหงายขึ้นปลาย
นิ้วที่จีบชี้ขึ้นด้านบน การจีบส่ง
หลัง จะต้องเหยียดแขนให้ตึง
และทอดไปด้านหลังให้สุด
หักข้อมือเข้าหาลำแขน

1.6 จีบล่อแก้ว

จีบล่อแก้ว คือ ลักษณะ
ของจีบพิเศษ โดยใช้นิ้ว
กลางจรดที่ข้อแรกของนิ้ว
หัวแม่มือเป็นรูปวงกลมนิ้ว
ที่เหลือกรีดออกตึงหักข้อ
มือเข้าหาลำแขน

นาง พระ

2. ตั้งวง

การตั้งวง คืออาการของมือที่
เหยียดตึงและแขนยกขึ้นมาใน
ลักษณะอ่อนโค้ง อุ้งมือตึง นิ้วทั้งสี่
เหยียดตรง เก็บนิ้วหัวแม่มือเข้าหา
ฝ่ามือ การตั้งวงให้สวยงามนั้น
ต้องหักข้อมือเข้าหาลำแขนให้มาก
จะต้องทอดแขนให้เป็นวงโค้งที่มี
องศาได้สัดส่วนสวยงาม การตั้งวง
แบ่งได้เป็น 5 ลักษณะ ดังนี้

นาง 2. 1 วงบน พระ

วงบนหรือวงสูง คือ การยกส่วนโค้งของลำแขนขึ้นในระดับสูง

2. 2 วงกลาง

วงกลาง คือ การยก
ส่วนโค้งของลำแขนให้
ปลายนิ้ว อยู่สูงระดับ
ไหล่ทั้งตัวพระและ
ตัวนาง

นาง พระ

2. 3 วงล่าง

วงล่าง คือ การตั้ง
วงระดับต่ำที่สุด โดย
ทอดส่วนโค้งของ
ลำแขนลงข้างล่างอยู่
ระดับเอว โดยตั้งวงอยู่
ที่หัวเข็มขัดหรือชายพก
ตัวพระจะกันศอกออก
ไปเล็กน้อย

นาง พระ

2. 4 วงหน้า

วงหน้าคือ การยกมือที่
ตั้งวงขึ้น ทอดลำแขนให้
โค้งอยู่ด้านหน้า ปลายนิ้ว
สูงระดับปาก

นาง พระ

2. 5 วงบัวบาน

วงบัวบานหรือวงเทอด
คือ วงที่มีลักษณะพิเศษ
โดยการยกลำแขนขึ้นตั้ง
ฉากระดับไหล่ หงาย
ฝ่ามือแบ ปลายนิ้วชี้ออก
ด้านข้าง หักข้อมือเข้าหา
ลำแขน

นาง พระ

3. กราย

กราย เป็นอาการของมือที่เดิมอยู่ในลักษณะของการจีบหงาย ลำแขนเหยียดตึง
แล้วค่อยๆ หมุนข้อมือให้จีบคว่ำลง แล้วปล่อยจีบม้วนมือเปลี่ยนเป็นตั้งวง

นาง พระ นาง พระ

กรายจังหวะที่ 1 กรายจังหวะที่ 2

ค่อยๆ หมุนข้อมือให้จีบคว่ำ แล้วปล่อยจีบม้วนมือ
เปลี่ยนเป็นตั้งวง

4. คลายมือ

คลายมือ คือ กิริยามือสืบเนื่องจากการจีบคว่ำ ค่อยๆ ปล่อยจีบให้คลายออกให้
ข้อมือ หงายขึ้น ปล่อยจีบออกช้าๆ จนมือแบหงายอยู่ แล้วจึงกลับฝ่ามือตั้งขึ้น




นาง พระ นาง พระ นาง พระ

คลายมือจังหวะที่ 1 คลายมือจังหวะที่ 2 คลายมือจังหวะที่ 3
จีบ
คว่ำ กลับฝ่ามือตั้งขึ้น
ปล่อยจีบให้คลายออกให้ข้อมือ หงายขึ้น
ปล่อยจีบออกช้าๆ จนมือแบหงาย

5. ม้วนมือ

ม้วนมือคือ กิริยามือเนื่องมาจากการจีบหงาย ค่อยๆ ม้วนข้อมือให้จีบที่หงายอยู่
หมุนข้อมือให้จีบชี้ลงด้านล่าง แล้วคลายจีบออกเป็นมือตั้งวง

นาง พระ นาง พระ นาง พระ

ม้วนมือจังหวะที่ 1 ม้วนมือจังหวะที่ 2 ม้วนมือจังหวะที่ 3
จีบหงาย คลายจีบออก
เป็นมือตั้งวง
ค่อยๆ ม้วนข้อมือให้จีบที่หงายอยู่
หมุนข้อมือให้จีบชี้ลงด้านล่าง

6. ประเท้า

ประเท้า คือ อาการของเท้าข้างใดข้าง
หนึ่ง ใช้จมูกเท้าตบพื้นเบาๆ แล้วยกเท้า
ขึ้นโดยให้เท้าอีกข้างหนึ่งยืนย่อเข้ารับน้ำ
หนักตัวการประเท้าของตัวพระและ
ตัวนางจะแตกต่างกันตรงที่ ตัวพระจะ
ต้องแยกเข่ากันออกให้ได้เหลี่ยม ตัวนาง
ไม่ต้องกันเข่า

นาง พระ

7. ยกเท้า

ยกเท้า คือ การยกเท้าขึ้นให้
หน้าขาขนานกับพื้น เชิดปลายนิ้ว
เท้าให้งอนขึ้นเล็กน้อย หักข้อเท้า
เข้าหาลำขา โดยตัวพระจะยกเท้า
ขึ้นกันเข่าออกไปด้านข้างยกสูง
ระดับเข่าของข้างที่ยืน ส่วน
ตัวนางไม่ต้องกันเข่า ส่วนสูงของ
การยกเท้าอยู่ระดับครึ่งน่องของ
นาง พระ ข้างที่ยืนปลายเท้าชี้ออกด้านหน้า

8. จรดป
ลายเท้า

จรดปลายเท้า คือ อาการของ
เท้าข้างใดข้างหนึ่งวางอยู่ข้างหน้า
ใช้จมูกเท้าแตะลงบนพื้น เปิดส้น
เท้าน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหลังสามา
รถปฎิบัติได้ทั้งในขณะที่ขายืนรับ
น้ำหนัก เหยียดตรงหรือย่อลง

นาง พระ

9. วาง
ส้นเท้า

วางส้นเท้า คือการวาง
ส้นเท้าลงกับพื้น เปิดปลาย
เท้าขึ้น เชิดนิ้วเท้าหัก
ข้อเท้าขึ้น

นาง พระ

10. ซอยเท้า

ซอยเท้าคือ การย่ำเท้าถี่ๆ
เท้าทั้งสองอยู่เสมอกันเปิด
ส้นเท้าเล็กน้อยตัวพระกันเข่า
ส่วนตัวนางไม่ต้องกันเข่า ให้
เคลื่ อนตัวไปในทิศทางต่างๆ
หรืออยู่กับที่

นาง พระ

แบบทดสอบ
หลังเรียน

สแกน QR-Code
สำหรับทำแบบทดสอบหลังเรียน

https://forms.gle/L9QadC7ncWyUxKVE7


Click to View FlipBook Version