E-book เรื่รื่ รื่ อ รื่ องทัทั ทัศทั นศิศิศิ ล ศิ ลป์ป์ป์ ทั้ ป์ ทั้ ทั้ ง ทั้ งสี่สี่สี่ ภ สี่ ภาคในประเทศไทย จัดทำ โดย นางสาวปภัสรา สาคร
บทนำ ทัศนศิลป์ เนื้อ นื้ หาเกี่ย กี่ วกับกัทัศทันศิลศิป์ทั้ ป์ ง ทั้4ภาค ประกอบไปด้ว ด้ ย งานจิตจิรกรรม สถาปัตปัยกรรม เเละประติมติากรรมทั้ง ทั้สี่ภ สี่ าคโดยมี ภาค เหนือนืภาคอีสอีาน ภาคกลาง เเละภาคใต้ โดยงานทัศทันศิลศิป์เ ป์ เต่ลต่ะภาคนั้น นั้ มีกมีลิ่น ลิ่ อายของความท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ ที่เ ที่ เตกต่าต่งกันกัออกไปเพื่อ พื่ อนุรันุกรัษ์เ ษ์ เละให้ค ห้ วามสำ คัญคักับกังานทัศทันศิลศิป์ภ ป์ าคกลาง ภาคเหนือนืภาคอีสอีาน ภาคใต้ คนท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ บ้า บ้ งทำ เป็น ป็ อาชีพชีเเละความจรรโลงใจ บางสิ่ง สิ่ ก็ท ก็ รุดรุโทรมเสียสีหาย เช่นช่งาน จิตจิกรรมฝาผนังนัเพื่อ พื่ ให้ค ห้ นรุ่นรุ่ หลังลัได้ศึด้ กศึษารูปรูเเบบงานจิตจิกรรมฝาผนังนัในสมัยมัก่อก่น หรือรืรูปรูเเบบสถาปัตปัยกรรมยังยัเห็น ห็ได้ม ด้ าก มีกมีารบูรบูณะซ่อซ่มเเซมเพื่อ พื่ ไม่ใม่ห้สิ่ห้ ง สิ่ เหล่าล่นี้ จางหายไปจากท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ นายโจนาธาน แพตเตอร์สัน
สารบัญ บั เรื่อง หน้า ทัศนศิลป์ของภาคกลาง ๑-๗ ทัศทันศิลป์ของภาคเหนือนื๘-๑๑ ทัศทันศิลป์ของภาคอีสาน ทัศทันศิลป์ของภาคใต้ ๑๒-๑๕ ๑๖-๑๗
ภาคกลาง ประติมติากรรม www.reallygreatsite.com ภาคกลาง ผู้ทำ งานประติมากรรม เรียกว่า ประติมากร •ประติมากรรม •จิตรกรรม •สถาปัตยกรรม เป็นงานศิลปะเเสดงออกด้วด้ยการปั้น เเกะสลักลัหล่อล่ เเละการจัดองค์ปค์ระกอบความงามอื่นๆ ลงบนสื่อ ต่าต่งๆเช่นช่ ไม้ หินหิ โลหะ สัมฤทธิ์ เพื่อให้เกิดกิรูป เเบบ3มิติมิ ติมีคมีวามลึกลึนูนนูสามารถสื่อถึงถึสิ่งต่าต่งๆ สภาพสังคม วัฒนธรรมรวมถึงถึจิตใจของมนุษนุย์โย์ดย ชิ้นชิ้งานผ่าผ่นการสร้างของประติมติากร ประติมติากร รมเเขนงหนึ่ง นึ่ ของทัศทันศิลป์ งานประติมติากรรมที่เ ที่ กี่ย กี่ วกับกัศาสนามักมัสะกดให้เเตก ฉานต่าต่งออกไปจากคำ ว่า ปฏิมฏิากรรม ผู้ที่ผู้ส ที่ ร้างปฎิมฎิากรรม เรียกว่า ปฏิมฏิากร ความงามของงานประติมติากรรม เกิดกิจากเเสงเเละเงา ที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ ในเเผนงานผลงานการ สร้างงานประติมติากรรม4วิธี
ผลงานการสร้างปฎิมฎิา กรรม4วิธี ดัง ดั นี้ www.reallygreatsite.com การปั้น (casting) เป็นการสร้างรูปทรง3มิติมิ ติจากวัสดุที่ดุเ ที่ หนียนีว อ่อนตัวตั เเละยึดยึจับตัวตักันกั ได้ดีด้ ดีวัสดุที่ดุนิ ที่ ยนิมนำ มาใช้ปั้ช้ปั้น ได้เเก่ ดินดิ เหนียนีว ดินดิน้ำ มันมั ปูน เเป้ง ขี้ผึ้ ขี้ ง ผึ้ กระดาษ หรือ ขี้เ ขี้ ลื่อ ลื่ ย ผสมกาว เป็นต้นต้ การเเกะสลักลั (carving) เป็นการสร้างรูปทรง3มิติมิ ติจากวัสดุที่ดุเ ที่ เข็งข็เปราะ โดย อาศัยเครื่องมือมืวัสดุที่ดุนิ ที่ ยนิมนำ มาเเกะ ได้เเก่ ไม้ หินหิ กระจก เเก้วก้ ปุนปลาสเตอร์ เป็นต้นต้ 3.การหล่อล่ (Molding) เป็นการสร้างรูปทรง3มิติมิจติากวัสดุที่ดุห ที่ ลอมตัวตัเเล้วล้ก ลับลัมาเเข็งข็ตัวตั ได้โดยอาศัยเเม่พิม่ พิมพ์ซึ่ง ซึ่ ทำ ให้เกิดกิผลงาน ที่เ ที่ หมือมืนกันกัทุกทุประการตั้งตั้เเต่2ต่ชิ้นชิ้ขึ้น ขึ้ ไป วัสดุที่ดุนิ ที่ ยนิมมา ใช้หช้ล่อล่ ได้เเก่ โลหะ ปูน เเป้ง เเก้วก้ขี้ผึ้ ขี้ ง ผึ้ ดินดิเรซิ่นซิ่ พลาสติกติรำ มะนา 4..การประกอบขึ้น ขึ้ (construction เป็นการสร้างรูปทรง3มิติมิ ติโดยนำ วัสดุต่ดุาต่งๆมา ประกอบขึ้น ขึ้ เข้าข้ด้วด้ยกันกัเเละยึดยึติดติกับกัด้วด้ยวัสดุต่ดุาต่งๆ วิธีการสร้างสรรค์งค์านขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่บกัวัสดุปดุระติมติากรรมมี อยู่3ยู่ลักลัษณะคือคืเเบบนูนนูต่ำ เเบบนูนนูสูง เเละเเบบ ลอยตัวตั
1.ประติมติากรรมนูนนูต่ำ มีลัมีกลัษณะคล้าล้ยประติมติากรรมนูนนูสูงเเต่จต่ะเเลนหรือ บาง กว่าประติมติากรรมประเถานี้ไนี้ ม่ปม่รากฏมากนักนั ได้ เเก่ ประติมติากรรมที่เ ที่ ป็นลวดลายประดับดัตกเเต่งต่ เช่นช่ เเกะสลักลั ปั้น เป็นต้นต้ 2.ประติมติากรรมนูนนูสูง ประติมติากรรมที่ไที่ ม่มีม่กมีารลอยตัวตัมีพื้มี พื้ นหลังลัมีอมีงค์ปค์ระกอบ ตัวตัประติมติากรรมจะยื่น ยื่ ตัวตั ออกมาจากพื้นหลังลัค่อค่นข้าข้งที่จ ที่ ะสูง ประติมติากรรมที่เ ที่ ป็นลวดลายประดับดัตกเเต่งต่ด้วด้ย เช่นช่ ประติมติากรรมปูนปั้นประดับดักระจกหน้าน้บ้าบ้น พระอุโบสถเเละวิหารต่าต่งๆตลอดจนถึงถึ การประดับดัตกเเต่งต่สถาปัตยกรรมในปัจจุบัน เช่นช่ตกเเต่งต่สะพาน เเละสิ่งก่อก่สร้างต่าต่งๆ 3.ประติมติากรรมลอยตัวตั ประติมติากรรมที่ปั้ที่ ปั้น หล่อล่หรือเเกะสลักลัขึ้น ขึ้ เป็นรูปร่างลอยตัวตัมองได้รด้อบด้าด้นไม่มีม่พื้มี พื้ นหลังลั เช่นช่รูปประติมติากรรมที่เ ที่ ป็นอนุสนุาวรีย์ปย์ระติมติากรรมรูปเหมือมืนพรุพุทธรูปลอยตัวตัสมัยมั ต่าต่งๆ เเละประติมติากรรม
จิตกรรม จิตกรรมฝาผนังนัวิหารลายคำ ที่วั ที่ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร สีที่ใที่ ช้เป็นวรรณสีเย็นย็ที่มี ที่ สีมี สีน้ำ เงินงิคราม เเละสีเขียขีวเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ก็ นี้ มีก็สีมี สีแดง สีเขียขีว สีน้ำ ตาล สีดำ เเละสีทอง ซึ่ง ซึ่ ให้เขียขีนส่วนที่เ ที่ ป็นโลหะ ปิด ด้วด้ยทองคำ เปลวตัดตัด้วด้ยสีแดงดำ เช่นช่ เชิงชิหลังลัคา และยอด ปราสาทหรืออาวุธ เครื่องประดับดัจิตกรรม ฝาผนังนัที่ง ที่ ดงามประดับดัตลอดทั้งทั้อาหาร จิตรกรรมฝาผนังนัเเบ่งบ่ เป็น2ส่วน 1.ภาพลายทองล่อล่งชาด เทคนิคนิฉลุกลุระดาษบนเสาเเละผนังนัด้าด้นหลังลัพระ ประธาน เป็นงานเเบบลวดลายเดือดืบทั้งทั้หมด ลาย ทองบนผนังนัด้าด้นหลังลัพระประธาน จุดเด่นด่คือคืมีกมีารใช้ ทองมากเป็นพิเศษทำ ให้พห้ระพุทธรูปดูเดูด่นด่ เป็นสง่าง่ 2.จิตกรรมภาพเขียขีนสีเป็นภาพเล่าล่ เรื่อง ทิศทิเหนือนื เขียขีนเรื่อง สังข์ทข์อง ทิตทิ ใต้ เขียขีนเรื่องสุวรรณหงส์ ตอนบนทั้งทั้ 2ด้าด้น เขียขีนภาพชุมชุนุมนุเทวดาเเละนิยนิาย ชาดก ผนังนัด้าด้นซ้าซ้ยเขียขีนเรื่องสังข์ทข์อง ด้าด้นขวาเขียขีน เรื่องสุวรรณหงส์
จิจิจิจิตกรรมไทยเเบบประเพณีณี ณีณี เป็นศิลปะประณีตณีสูงมีคมีวามสวยงาม เเสดงความรู้ชีวิชีวิตจิตใจเเละความเป็นไทย ที่มี ที่ มี ความอ่อนโยน ละมุนมุละไม สร้างสรรค์สืค์ สืบต่อต่กันกัมาตั้งตั้เเต่อต่ดีตดีจนได้ลัด้กลัษณะประจำ ชาติ มีลัมีกลัษณะรูปเเบบพิเศษ นิยนิมเขียขีนบนฝาผนังนัภายใน อาคารเกี่ย กี่ วกับกัพระพุทธ ศาสนา อาคารเกี่ย กี่ วกับกักับกับุคคลชั้นชั้สูง เช่นช่ โบสถานะวิหาร พระที่นั่ ที่ งนั่วัง บนผืนผืผ้าผ้ บนกระดาษ เรื่องราวมักมัเกี่ย กี่ วกับกัเรื่องราวในอดีตดีพระพุทธศาสนา พุทธประวัติ ชาดก ไตรภูมิภูมิวรรณคดีเดีเละชีวิชีวิต การตัดตัเส้นภาพ2มิติมิ ติให้คห้วามรู้สึกเพียงด้าด้นกว้างเเละยาวไม่มีม่คมีวามลึกลึ ใดๆทำ ให้จิห้ จิต กรรมฝาผนังนั ไทยมีคมีวามสวยงามลายเส้นชัดชัเจน รูปเเบบลักลัษณะภาพในจิตกรรมฝาผนังนั ไทยไทยสร้างสรรค์อค์อกเเบบไว้เป็นรูปเเบบอุ ดมคติ เเสดงออกทางความคิดคิเห็นห็ ให้สัห้ สัมพันธุ์กับกัเนื้อ นื้ เรื่องเเละความสำ คัญคัของภาพเช่นช่ เทวดา นางฟ้า กษัตริย์ นางพญา หรือนางรำ เป็นต้นต้มีลัมีกลัษณะโดนเด่นด่สง่าง่งาม เเส ดงถึงถึอารมณ์ ความรู้สึกของรูปภาพ เช่นช่ความเศร้าโศกเสียใจ รัก โกธร ด้วด้ย อากัปกักิริกิริยาท่าท่ทาง ยักยัษ์ มาร เเสดงออกด้วด้ยท่าท่ทางที่บึ ที่ กบึนบึเเข็งข็เเรง สำ หรับชาวบ้าบ้นธรรมดาสามัญมันั้นนั้ก็เก็น้นน้ความตลกขบข้นข้ เป็นหลักลั ในการเเสดงสื่อ ร่าเริงหรือเศร้าเสียใจ ซึ่ง ซึ่ จิตรกรไทยนั้นนั้ถ่าถ่ยทอดอารมณ์ สอดเเทรกความรู้สึกในรูป เเบบต่าต่งๆได้อด้ย่าย่งลึกลึซึ้ง ซึ้ เหมาะสม เเละความสวยงาม
สถาปัตยกรรม บ้า บ้ นเรือนไทยเรือน เดี่ยว เรือนไม้ไทย สำ หรับครอบครัวเดี่ย ดี่ วสร้างขึ้น ขึ้ โดยโดยมีปมีระโยชน์ ใช้สช้อยที่เ ที่ พียงพอกับกัครอบครัวเล็กล็ๆ อาจเป็นเรือน เครื่องผูกผูเรือนเครื่องสับ หรือผสมผสานกันกัก็เก็ป็นได้ เเล้วล้ฐานะ ประกอบด้วด้ยเรือนนอน1หลังลัเรือน ครัว1หลังลัระบียงยาว ตลอดเป็นคัวคัเชื่อ ชื่ มห้อห้งนอน เเป็นเรือนไทยประเภทที่นิ ที่ ยนิมมากที่สุ ที่สุด มีลัมีกลัษณะเป็น เรือนยกพื้น ใต้ถุต้งถุสูง สูงจากพื้นดินดิเสมอศีรษะคนยืนยื รูปทรงล้มล้สอบหลังลัคา ทรงสูงชายคายื่น ยื่ ยาว เพื่อกันกั ฝนสาดเเดดส่องนิยนิมวางเรือนไปตามสภาพเเวดล้อล้ม ทิศทิทางลมตามความเหมาะสม รูปเเบบ เรือนฝาปะปนถือถืเป็น เรือนไทยเเท้ เรือนไทย ฝากะปน คือคืเรือนไม้ฝม้าจากไม้สัม้ สัก มีไมีม้เเผ่นผ่ลูกลูตั้งตั้ลูกลู นอน มีเมีเผ่นผ่ ไม้บม้างเข้าข้ลิ้นลิ้ประกบกันกัสนิทนิหน้าน้จั้วก็ ทำ เเบบวิธีเดียดีวกันกั
สถาปัปัปัปั ตยกรรม บ้า บ้ นเรือน www.reallygreatsite.com เรือนหมู่ เรือนหมู่คหบดี คือคืเรือนหลายหลังลัซึ่ง ซึ่ ปลูกลูอยู่ในที่เ ที่ ดียดีวกันกัสมัยมัก่อก่น ลูกลูชายเเต่งต่งานส่วนใหญ่จญ่ะไปอยู่บ้ยู่าบ้นผู้หผู้ญิงญิส่วนผู้ หญิงญิจะนำ เขยเข้าข้บ้าบ้นจะอยู่เรือนหลังลัย่อย่มดีกดีว่า เรือน หลังลัเดิมดิเรียกว่า หอกลาง ส่วนเรือนนอนนอกเรียกว่า หอรี เพราะปลูกลูไปตามยาว ถ้าถ้มีเมีรือนปลูกลูอีหลังลัหนึ่ง นึ่ เป็นด้าด้นสกัดกัเรียกว่า หอขวาง อาจมี หอนั่งนั่ ไว้สำ หรับ นั่งนั่เล่นล่บางเเห่งห่มีหมีอนก ไว้สำ หรับเลี้ย ลี้ งนก เรือนหมู่คมู่หบดีโดีบราณสำ หรับผู้มีผู้ฐมีานะดีลัดีกลัษณะการ จัดเรือนหมู่คมู่หบดีขดีองโบราณเป็นเรือนขนาดใหญ่มีญ่ มี เรือนคู่เเละเรือนหลังลัเล็กล็หลังลัน้อน้ยรวมเข้าข้ด้วด้ยกันกัเเต่ ละหลังลั ใช้ปช้ระโยชน์จน์ากต่าต่งหน้าน้ที่กั ที่ นกัออกไปประกอบ ด้วด้ยเรือนนอก เรือนลูกลูเรือนขวาง เรือนครัว เรือน หอนก และชาน เรือนเเพ สร้างบริเวณชายฝั่งต้อต้งยกพื้นชั้นชั้บนสูง มากไม่สม่ะดวกในหน้าน้ เเล้งล้ทำ ให้เกิดการ สร้างเรือนในลักลัษณะ เรือนแพสามารถ ปรับระดับดัของตนเองขึ้น ขึ้ ลงได้ตด้ามระดับดั
ภาคเหนือ นื •ประติมติากรรม •จิตจิรกรรม•สถาปัต ปั ยกรรม ประติมติากรรม เจดีย์ดีกู่ย์กุกู่ ดกุวัดวัจามเทวี จังจัหวัดวัลำ พูน เป็นป็ โบราณสถานเก่าก่เเก่เก่เละ มีคมีวามสำ คัญคั ในประวัติวัศติาสตร์มร์ากที่สุ ที่ ดสุวัดวัหนึ่ง นึ่ ในจังจัหวัดวัลำ พูน วัดวัจามเทวี ประวัติวัคติวามเป็นป็มาค่อค่นข้าข้งสับสัสนเพียพีง2 เเห่งห่คือคืกู่ จามเทวี หรือรืกู่กุกู่ ดกุหรือรืสุวสุรรณจังจั โกฎเจดีย์ดีกัย์บกัรัตรันเจดีย์ดี ย์เรียรีก กันกั ไปทั่วทั่ว่าว่เจดีย์ดี 8ย์เหลี่ย ลี่ ม มีเมีอกสารเเละตำ นานกล่าล่วว่าว่พระนาง จามเทวีปวีฐมกษัตษัริย์ริเย์เห่งห่เมือมืงหริกุริญกุชัยชั โปรดให้สห้ร้าร้งพระบรม ธาตุสุตุวสุรรณจังจั โกฏ พร้อร้มทั้งทั้ ได้สด้ถาปนาวัดวัจามเทวี ส่วส่นเอกสารกล่าล่วว่าว่พระ ราชโอรสของพระนางจามเทวี คือคืเจ้าจ้มหันหัตยศเเละ เจ้าจ้อนันนัตยศ โปรดให้สห้ร้าร้งขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ ถวายพระเพลิงลิพระศพ ของ พระนางจามเทวี วัดวัมอญหริกุริญกุชัยชัจังจัหวัดวัเชียชีงใหม่ เมือมืงหริกุริญกุชัยชั เป็นป็ ศูนศูย์กย์ลางของอารยธรรมมอญในที่ร ที่ าบลุ่มลุ่ เเม่น้ำม่น้ำปิงปิ ในราว พุทธศตวรรษที่1ที่ 3 นับนัเป็นป็การขยายตัวตัของวัฒวันธรรมจากเมือมืง ละโว้ ขึ้น ขึ้ มาจากทางภาคเหนือนืเมือมืงหริกุริญกุชัยชัจึงจึเป็นป็เมือมืงเหนือนื สุดสุที่รั ที่ บรัวัฒวันธรรมละโว้ เมือมืงหริกุริญกุชัยชัเเต่เต่ดิมดิเป็นป็ ศูนศูย์กย์ลาง การค้าค้ของป่าป่ทำ หน้าน้ที่รั ที่ บรัสินสิค้าค้จากเเหล่งล่ต่าต่งๆ
จิตจิรกรรม จิตจิรกรรมทางภาคเหนือ วัดวับวกนครกหลวง เป็นป็วัดวัที่มี ที่ คมีวามเก่าก่เเก่วัก่ดวัหนึ่ง นึ่ ของเมือมืงเชียชีงใหม่ สร้าร้งขึ้น ขึ้ ในยุคยุสมัยมั ใดไม่มีม่หมีลักลัฐานปรากฎเเน่ชัน่ดชัสักสัเท่าท่ ไหร่ นักนัความโดดเด่นด่ของวัดวับวกนครกหลวงอยู่ที่ยู่ วิ ที่ หวิารทรงล้าล้นนา เป็นป็อาคารก่อก่อิฐอิถือถื ปูนปูหลังลัคาไม้ ภาพจิตจิรกรรมเขียขีนเรื่อ รื่ งราวพุทธประวัติวัเติเละชาดกในนิบนิาต จำ นวน 14 ห้อห้งภาพโดยมีมืมีอมืช่าช่งไตชาวล้าล้นนา จิตจิรกรรมฝาผนังนัของวัดวั ในล้าล้นนา ทว่าว่ที่วิ ที่ หวิารวัดวับวกนครกหลวงมีกมีารเขียขีนเรื่อ รื่ งทศชาติชติาดกมากที่สุ ที่ ดสุคือคืมี 6 พระชาติคืติอคืเตมิยมิชาดก วิฆูวิรฆู ชาดก เเละเวสสันสัดรชาดก สน สีมสีาตรังรัสันสันิษนิฐานอายุปยุระมาณ ต้นต้พุทธศตวรรษที่2ที่ 4 เกิดกิจากการผสมผสานทางศิลศิ ปวัฒวันธรรมของเเต่ลต่ะเมือมืงในโบ ราณหลายเเห่งห่เข้าข้ไว้ด้ว้วด้ยกันกัตั้งตั้เเต่เต่มือมืงเเสน เมือมืงเชียชีงใหม่ พุกามของพม่าม่ละโว้จว้ากทางใต้ ทางศิลศิ ปะจีนจีจนกลายเป็นป็ ศิลศิ ปะ ที่มี ที่ เมีอกลักลัษณ์เณ์ฉพาะตัวตัอ่ออ่นซ้อซ้ยงดงาม เเต่ศิต่ลศิ ปะที่เ ที่ ป็นป็รากฐาน สำ คัญคั ในท้อท้งถิ่นถิ่ภาคเหนือนืคือคืศิลศิ ปะหริกุริญกุชัยชัเเละศิลศิ ปะล้าล้นนา โดยมีงมีานทัศทันศิลศิ ป์สำป์สำคัญคัมากมาย เช่นช่จิตจิรกรรมฝาผนังนัวัดวัพระ สิงสิห์ จิตจิรกรรมวิหวิาร วัดวัภูมิภูนมิทร์ จังจัหวัดวัน่าน่น 1.จิตจิรกรรม เป็นป็งานตกเเต่งต่ สถาปัตปัยกรรมที่มี ที่ จุมีดจุประสงค์นค์อกจากความงามเเล้วล้ยังยัเป็นป็ งานเขียขีนเพื่อ พื่ ให้สห้อดคล้อล้งกับกัคติคติวามเชื่อ ชื่ ทางศาสนา
ภาพจิตจิรกรรมฝาผนัง ในรัชรักาลที่5ที่ นั้นนั้ทรงผมเเละเครื่อ รื่ งเเต่งต่กาย ของผู้หผู้ ญิงญิมีรูมีปรูเเบบ เดียดีวกับกัที่กำ ที่ กำลังลัเป็นป็ที่นิ ที่ ยนิมในสมัยมัยุโยุรปขณะนั้นนั้นอกจากนี้เ นี้ป็นป็ ภาพจิตจิรกรรมฝาผนังนัเรื่อ รื่ งราวพุทธประวัติวัคัตินคัธกุมกุารเเละเนมี ราชชาดก ภาพจิตจิรกรรมหรือรืฮูบฮูเเต้มต้ ในวัดวัภูมิภูนมิทร์ชร์าดกในพระพุทธศาสนาเเต่ถ้ต่าถ้พิจพิารณารายละเอียอีด ของวิถีวิชีถีวิชีตวิของคนในเมือมืงในสมัยมันั้นนั้มีภมีาพที่น่ ที่ าน่สนใจอยู่หยู่ ลาก หลายภาพ ภาพเด่นด่คือคืภาพปู่ม่ปู่าม่นย่าย่ม่าม่น เป็นป็คำ เรียรีก ผู้ชผู้ ายผู้ หญิงญิเเต่งต่กายไทลื้อ ลื้ อย่าย่งเต็มต็ยศ ภาพทำ เนียนีมการอยู่ข่ยู่ ข่วง ของชาวไทลื้อ ลื้ พ่อเเม่จม่ะอนุญนุาต ให้หห้นุ่มนุ่ สาวพบปะกันกัที่ช ที่ านบ้าบ้นในเวลาค่ำ ขณะหญิงญิสาวกำ ลังลั ปั้นปั้ ฝ้าฝ้ย ของป่าป่บนศรีษรีะ
สถาปัต ปั ยกรรม หอไตร วัดวัสิงสิห์วห์รมหาวิหวิาร ตำ บลพระสิงสิห์ อำ เภอเมือมืง เชียชีงใหม่ ชื่อ ชื่ เดิมดิมีชื่มีอ ชื่ ว่าว่วัดวัสีเสีชียชีง เป็นป็พระอารามของนคร เชียชีงใหม่ มาประมาณ700ปีเปีศษนางพญาผายูขยูองกษัตษัริย์ริอย์งค์ ที่5ที่ ในราชวงค์เค์ม็งม็รายโปรดเกล้าล้ ให้สห้ร้าร้งวัดวันี้ในี้ นพศ.1888 วัดวัเจ็ดจ็ยอด (พระอารามหลวง) เป็นป็วัดวั โบราณมีคมีวามสำ คัญคัด้าด้นประวัติวัศติาสตร์วัร์ดวัหนึ่ง นึ่ ของอาณาจักจัร ล้าล้นนาไทยกล่าล่วคือคืเป็นป็วัดวัที่ส ที่ มเด็จด็พระเจ้าจ้ติโติลกราช รัชรักาลที่ 10 เเห่งห่ ราชวงศ์มัศ์งมัรายทรงโปรดเกล้าล้ให้สห้ร้าร้งขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ พศ 1998 โปรดให้หห้มื่น มื่ ด้าด้มพร้าร้คต หรือรืสีหสี โคตจเสนาบดี เป็นป็นายช่าช่ง ทำ การ ก่อก่สร้าร้งศาสนา สถานเเละเสนาสนะขึ้น ขึ้ เป็นป็พระอาราม โปรดให้นิห้มนินต์ พระมหาเถระชื่อ ชื่ พระ อุตอุตมปัญปัญา มาสถิตถิเป็นป็อธิบธิดีสดีงฆ์อฆ์งค์เค์เรกในพระอารามนี้ ที่ไที่ ด้เด้ทศ นาเเก่พก่ระเจ้าจ้สมเด็จด็ติโติลกราชจนเกิดกิ ให้ศห้รัทรัธา
ทัศนศในภาคอีส อี าน ประติมติากรรม ธาตุ ในครั้งเเรกนั้นนั้มักมัเรียกว่า ธาตุไตุม้ โดยใช้ไม้ถม้ากให้เป็น4 เหลี่ย ลี่ มจตุรัตุรัจกว้างยาวไม่เกินด้าด้นละ30 ซม.เเล้วล้ ตกเเต่งต่บัวบัหัวหัเสาให้วิห้ วิจิตรพิสดารต่อต่มาได้พิด้ พิฒนาการก่อก่อิฐปูนปู 1.ฐานปูนปูบุคบุคลสำ คัญคั ธาตุใตุส่กระดูกดูของชาวบ้าบ้นธรรมดา มักมัทำ ขนาดไม่สูม่สูงมาก ทำ เรียบๆ 2.ธาตุบุตุคบุลลสำ คัญคั ธาตุขตุองนายบ้าบ้น ครูใหญ่ กำ นันนัหรือบุคบุคลที่เ ที่ ป็นหน้าน้ เคารพจะมีคมีวาม ประณีตณี ในการสร้างมีรมีวดลายอะเอียดเเต่ไม่มม่ากนักนั 3.ธาตุปูตุนปูพระสงฆ์ เจ้าอาวาท ญาคู หรือ ญาท่าท่น มีคมีวามก่อก่สร้างสูงใหญ่มีญ่คมีวามซับซัซ้อซ้น มากตั้งตั้ ในตำ เเหน่งน่ที่ดู ที่ เดูด่นด่ เป็นสง่าง่ ธาตุเตุเละพระธาตุเตุป็นภาษาถิ่นถิ่ของอีสาน ใช้ เรียนอนุสนุาวรีย์หย์ร่อสิ่งก่อก่สร้างที่บ ที่ รรจุอัฐิธาตุ ของผู้ตผู้ายมีคมีวามหมายเช่นช่ เดียดีวกับสถูปหรือ เจดีย์ดี ใย์นภาษากลาง ธาตุ คือคืที่บ ที่ รรจุของผู้ตผู้าย ที่เ ที่ ป็นผู้คผู้นชาวสามัญมันับนัเเต่ชต่าวบ้าบ้นถึงเจ้าเมือมืง พระสงฆ์อฆ์งค์เค์จ้าทั่วทั่ ไป พระธาตุถู ตุกสร้างขึ้น ขึ้ เพื่อ ประดิษดิฐานเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุขตุององค์ สมเด็จด็พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระอรหันหัต์ เท่าท่นั้นนั้ความโดดเด่นด่ของรูปลักลัษณ์นั้ณ์นนั้ขึ้น ขึ้ อยู่กั ยู่บ ยอด ประติมติากรรมภาคอีสอีาน ธาตุต่า ต่ งๆ
ความเป็นมาของพระในภาคอีส อี าน นักนัวิชาการเชื่อ ชื่ ว่าพระไม้ในอีสานนั้นนั้เเรกเริ่มเดิมดิที่น่ ที่ าน่จะเกิดภาย หลังลัสมัยมั ประปกครองของพระเจ้าฟ้างุ้มงุ้ เเละน่าน่จะเริ่มจากการทำ พุทธรูปประทับทัเป็นยืนยืเลียลีนเเบบพระบาง ซึ่ง ซึ่ พระเจ้าฟ้างุ้มงุ้ ได้ อัญเชิญชิมาจากเมือมืงอินทปัตนคร (กัมพูชา)ต่อต่มาจึงได้เเพร่ กระจายความเชื่อ ชื่ สู่สามัญมัชน เนื่อ นื่ งจากพระไม้ปม้ระทับทัยืนยืค่อค่น ข้าข้งทำ ได้ยด้ากไม่เหมาะสำ หรับช่าช่งพื้นบ้าบ้นจึงเปลี่ย ลี่ นมาสร้างพระ ไม้ปม้ระทับทันั่งนั่ปางต่าต่งๆ ดังดันั้นนั้จึงพบเห็นห็พระไม้ปม้ระทับทันั่งนั่ มากกว่าประทับทัยืนยื การสร้างพระไม้ในอีสานไม่สม่ามารถระบุไบุด้ชัด้ดชัเจนว่ามีปมีระวัติคติวามเป็นมาเเละการสร้าง อย่าย่งไร ใครเป็นผู้สผู้ร้างขึ้น ขึ้ ครั้งแรกเนื่อ นื่ งจากไม่มีม่หมีลักลัฐานที่เ ที่ ป็นเอกสารอ้างอิงชัดชัเจน จากการศึกษา รูปเเบบพระไม้ในอีสานเมื่อ มื่ เปรียบเทียทีบกับพระไม้ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวมีลัมีกลัษณะใกล้เคียคีงกันมากจนเเทบจะเเยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิงชิไม่ได้หด้รืออาจ กล่าล่วได้ว่ด้ว่าสกุลช่าช่งเดียดีวกันที่รั ที่ รับเเลกเปลี่ย ลี่ นอัทธิพลซึ่ง ซึ่ กันเเละกัน จากหลักลัฐานทางประวัติศติาสตร์ได้กด้ล่าล่วอ้างสนับนัสนุนนุเเนวความคิดคิข้าข้งต้นต้ดังดักล่าล่วว่า คือคืชนชาติลติาวได้นัด้บนั ถือพุทธศาสนามาตั้งตั้เเต่สต่มัยมัอยู่ในจีนในสมัยมัเเผ่าผ่นดินดิขุนขุหลวงลีเลีมา ใน ปีพ.ศ.๖๑๒ อยู่ในนครงายลาว อาณาจักรหนองเเสงเเล้วล้ เป็นพุทธศาสนาเเบบมหายาน ภาย หลังลั ได้จด้างหายไปเพราะเเพร่หลายอยู่ในชลชั้นชั้สูงเท่าท่นั้นนั้ ในขณะที่ผู้ ที่ผู้คผู้นส่วนใหญ่ยัญ่งยันับนัถือถืผีฟ้ผี ฟ้า ผีเผีเถน จนกระทั่งทั่พระเจ้าฟ้างุ้มงุ้ขึ้น ขึ้ ครองราชย์จึย์ จึงได้นำด้นำพุทธศาสนาเข้าข้มาสู่อาณาจักรล้าล้นช้าช้ง ใหม่ เมื่อ มื่ พ.ศ.๑๙๐๒ นับนัจากนั้นนั้พุทธศาสนาจึงได้เจริญรุ่งเรืองสืบมา
จิตกรรม ความเชื่อ ชื่ เกี่ย กี่ วกับ กั การทำ พระไม้ของคนอีส อี าน คนอีสานอันหมายรวมถึงชาวบ้าบ้นนั้นนั้ช่าช่งเเกะสลักลัเเละพระสงฆ์มีฆ์คมีวามเชื่อ ชื่ ในการ ทำ พระไม้หม้ลายประการดังดันี้ -เพื่อผลานิสนิงส์ผลบุญบุเเก่คก่นสร้างเเละช่าช่งในอานิสนิงส์ภายภาคหน้าน้ เเละการเกิดกิ ใน ดินดิเเดนของพระศรีอาริยเมตไตย -เพื่อเป็นพระพุทธบูชบูา เมื่อ มื่ ช่วช่งเเกะสลักลัเเล้วล้คนอีสานมักมันำ พระไม้ขม้องตนเองรวมทั้งทั้พระอื่นๆ เข้าข้พิธีพุทธาภิเภิษกเพื่อให้พห้ระพุทธปฏิมฏิากรที่ส ที่ ร้างมีคมีวามศักดิ์สิดิ์ สิทธิ์เเละนำ ไปกราบ ไหว้บูชบูาเเทนองค์สัค์ สัมมาสัมพุทธเจ้า -เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาสร้างเเทนองค์สัค์ สัมมาสัมพุทธเจ้า -เพื่อสืบต่อต่อายุเยุเละสืบชะตา สะเดาะเคราะห์ -เพื่ออุทิศทิส่วนกุศลให้กั ห้บบุพบุการีเเละญาติมิติตมิรผู้ล่ผู้วล่งลับลั -เพื่อสร้างพระพุทธเเทนตนของพระผู้บผู้วชใหม่ ฮูปเเต้มต้วัดยางทวงวรวราราม(วัดบ้าบ้นยาง) จังหวัด มหาสารคาม ฮูปเเต้มต้คือคืภาพจิตรกรรมฝาผนังนั ในภาคอีสานซึ่ง ซึ่ ปรากฏบนผนังนัทั้งทั้ภายนอกเเละภายใน ของโบสถ์ วิหาร หอไตร เเละหอเเจกเเสดงเรื่องราวพุทธประวัติหติรือ วัฒนกรรมพื้นบ้าบ้น เป็นความงามเเบบพื้นบ้าบ้นชื่อ ชื่ ตรง เรียบง่าง่ย ลักลัษณะเด่นด่คือคืเนื้อ นื้ เรื่องเเบ่งบ่ เป็นตอนๆเชื่อ ชื่ ม ต่อต่กันกัช่าช่งเเต้มต้จะใช้เส้นเเถบหรือใช้รช้อบว่างรอบองค์ ประกอบภาพเเทนการคั่นคั่เนื้อ นื้ เรื่องเเต่ลต่ะตอน
ประสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีบุรีรัมย์ รูปเเบบของศิลปะเขมรโบราณที่มี ที่ คมีวามงดงามมากที่สุ ที่สุดเเห่งห่หนึ่ง นึ่ ความ งดงามความยิ่งยิ่ใหญ่ขญ่องปราสาทเเห่งห่นี้ปนี้ รากฎให้เห็นห็ ได้รูด้ รูปเเบบของ สถาปัตยกรรมการจำ หลักลัลสดลายต่าต่งๆของงานการเลือลืกทำ เล ที่ตั้ ที่ งตั้ บนยอดดอย เขามีเมีเผนผังผัตามเเกนที่มี ที่ อมีงค์ปค์ระกอบของสิ่งก่อก่สร้าง ต่าต่งๆ เรียงตัวตักันเป็นเเนวเส้นตรงพุ่งเข้าข้หาจุดศูนย์กย์ลาง คือคื ปราสาท ประธาน เมือมืงนครจำ ปาศรี จังหวัดมหาสารคาม เมือมืงโบราณนครจำ ปาศรี มีสัมี สัณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ย ลี่ มผืนผืผ้าผ้มุมมุมน กว้าง ประมาณ 1,500 เมตร ยาวประมาณ 2,700เมตร ประกอบด้วด้ยเชิงชิเทินทิ หรือคันคัดินดิ2ชั้นชั้มีคูมีน้ำคูน้ำขั้นขั้กวางประมาณ 20เมตร เนินนิดินดิสูงประมาณ 3 เมตร เเละกว้างประมาณ 6 เมตร เมือมืงโบราณเเห่งห่นี้มี นี้ กมีาร พัฒนาการของเมือมืงที่สื ที่ สืบต่อต่มาหลายสมัยมัตั้งตั้เเต่ศต่ตวรรษที่ 12 - 16 นครจำ ปาศรี เริ่มมีกมีารพัฒนาการเมือมืงที่ชั ที่ ดชัเจนขึ้น ขึ้ โดยมีกมีารขุดขุ คูเคูมือมืง-กำ เเพงเมือมืงล้อล้มรอบเพื่อไว้ใช้พื้ช้ พื้ นที่ก ที่ ารเกษตร สถาปัตยกรรม พระธาตุพตุนม ศาสนสถานอันศักดิ์สิดิ์ สิทธิเเห่งห่อีสาน พระบรมธาตุที่ตุเ ที่ เสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาของ นครพนมมาเเต่โบราณกาล สร้างขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ ต้นต้พุทธกาลประมาณ พ.ศ.๘ ในสมัยมัอาณาจักรศรีโคตรบูรบูเจริญรุ่งเรือง ประดิษดิฐ์ฐาน อยู่บยู่นภูกำภูกำพร้าตั้งตั้ตระหง่าง่น อยู่ริยู่ ริมฝั่งโขง เป็นสถานที่ค ที่ รั้งหนึ่ง นึ่ พุทธ
วัดคูเต่า สงขลา ประติมติากรรม ภาคใต้จต้ ะเป็นผลงานเกี่ย กี่ วกับกัพระพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ฮิณ์ ฮินดู ศาสนาอิสลามผลงาน ศิลปะส่วนใหญ่จญ่ะเป็นไปในรูปเเบบอาณาจักร ลังลักาสุกะ อาณาจักรตามพรลิงลิเเละอาณาจักรศรี วิชัยชัเป็นต้นต้ เเหล่งล่ โบราณเขาเวียงเป็นภูเภูขามี เทวรูปศิลา๓ องค์ ล้วล้นเป็น ประติมติากรรมอยู่ในรูปกลุ่มลุ่ เดียดี วกันเเละยังยัพบเศษภาชนะดินดิเผา เคลือลืบเนื้อ นื้ เเกร่ง ตั้งอยู่ที่ตำ บลเเม่ทอม อำ เภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา สร้าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๓ มีงานศิลปกรรมที่เเสดงฝีมือของช่าง ท้องถิ่นภาคใต้เเท้ๆ ทั้งด้านสถาปัตยกรรมเเละประติมากรรม โดยเฉพาะรูปปั้น พระอุโบสถ เขาพระนารายณ์ พังงา
รูปเเบบจิตรกรรมของภาคใต้อต้าจจะสืบ เนื่อ นื่ งจากสมัยมัอยุธยุยาตอนปลายถึงถึสมัยมักรุง รัตนโกสินทร์ จิตรกรรม จิตกรรมฝาผนังนัวัดวิหารเบิก จังหวัดพัทลุงลุ เขียขีนขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ ประมาณ พ.ศ.๒๔๐๓ โดยช่าช่งชาวพัทลุงลุ ชื่อ ชื่ สุ่นขณะนั้นนั้ดำ รงตำ เเหน่งน่หลวงเทพบัณบัฑิตฑิประจำ เมือมืงพัทลุงลุ จิตกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถของวัดวัง เกิดขึ้นเมื่อ สมัยรัชกาลที่๕ ( พ.ศ. ๒๔๐๓) เขียนขึ้นโดยช่างท้องถิ่นเเต่จำ ลองรูปเเบบงาน ให้ เหมือนกับจิตรกรรมในเเถบพระนคร ภาพส่วน ใหญ่นิยมใช้สีเเดง ลักลัษณะเด่นด่ของบ้าบ้นเรือนในภาคใต้จต้ากอากาศร้อน และ มีลมีมทะเล ตลอดเวลาด้วด้ยเหตุกตุารณ์นี้ณ์ นี้ สร้างบ้าบ้นของผู้คผู้นในภาคใต้เน้นน้ เรื่อง ของการระบายความร้อน เป็นพิเศษ มีอมีากาศร้อนฝนตกซุกซุ สถาปัตยกรรม