เร ื ่ องการป้ องกน ั กา จ ั ดศ ั ตร ู พ ื ช ศ ั ตร ู พ ื ช ประกอบด ้ วย 1. วัชพืช 2. โรคพืช 3. แมลงศ ั ตร ู พ ื ช 4. ส ั ตว ์ ศ ั ตร ู พ ื ช
1. วัชพืช วัชพืช หมายถึง พืชที่ไม่ต้องการหรือพืชที่ขึ้นผิดที่ เป็ นพืชที่ไม่ต้อการเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติใน นา ไร่ สวน โดยทผ ี ่ ้ ู ด ู แลไม ่ ต ้ องการ ส ่ วนใหญ ่ไม ่ ม ี ม ู ลค ่ าทางเศรษฐกิจ หรือ มีน้อย มักสร้างความเสียหายให้พืชเศรษฐกิจ เช่น แย่งน ้า แย่ง อาหาร บังแสงแดด ฯลฯ จัดเป็ นสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพชนิด หน ึ ่ งของมน ุ ษย ์ ทส ี ่ ามรถพบได ้ ทว ั ่ ไป ไม ่ ว ่ าในสนามหญ้า ข้าง ทางร ิ มถนน ร ิ มร ้ ั ว ค ู น า ้ แหล ่ งน า ้
ลักษณะของวัชพืช 1. ขยายพน ั ธ ์ ุ และแพร ่ พน ั ธ ์ ุ ได ้ ง ่ ายและรวดเร ็ ว 2. วช ั พ ื ชผลต ิ เมลด ็ ได ้ มากท ้ ง ั ดน ิ อ ุ ดมสมบ ู รณ ์ มาก หร ื อว ่าแห้งแล้ง 3. วัชพืชสามารถออกดอกและผลิตเมล็ดได้เป็ นระยะเวลาอันยาวนาน 4. เมลด ็ วช ั พ ื ชม ี ช ี วต ิ อย ่ ู ได ้ นาน บางชน ิ ดม ี ระยะฟั กต ั วนาน 5. วัชพืชเจริญเติบโตได้ง่าย แม้แต่ในดินที่ไม่เหมาะสม 6. วัชพืชบางชนิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่พืชได้แม้มีประมาณน้อย 7. ม ี ความทนทานต ่ อการควบค ุ มและกา จ ั ด 8. เป็ นอันตรายต่อคนและสัตว์ www.themegallery.com
การป้องกันก าจัดวัชพืช 1.การควบค ุ มทางกายภาพ เป็ นการกา จ ั ดวช ั พ ื ชโดยตรงเช ่ น การใช้ แรงงานคน การใช้เครื่องมือชนิดต่าง ๆ การใช้วิธีการเผา การใช้น ้าท่วม การควบค ุ มวธ ิี น ี ท ้ า ได ้ ช ั ่ วคราวแต ่ เป็ นวธ ิี ทน ี ่ ิ ยมทา เพราะเกษตรกรไทย มีพื้นที่ท าการเกษตรขนาดเล็กซึ่งเหมาะที่จะใช้วิธีนี้มากทส ี ่ ุ ด 2.การควบค ุ มโดยวธ ิี เขตกรรม เช่น การไถพรวน การจัดระบบการ ปล ู กพ ื ช เช ่ น การปล ู กพ ื ชหม ุ นเวย ี น การปล ู กพ ื ชคล ุ มด ิ น การปล ู กพ ื ช แซม การเล ื อกเมลด ็ พน ั ธ ์ ุ ทปี ่ ราศจากเมลด ็ วช ั พ ื ชไปปล ู กการใช ้ วส ั ด ุ คล ุ มด ิ น การควบค ุ มระด ั บน า ้
การป้องกันก าจัดวัชพืช 3. การควบค ุ มโดยใช ้ สารเคม ี เป็ นวธ ิี การควบค ุ มวช ั พ ื ชโดยใช ้ สารเคม ี กา จัดท าได้ สะดวกซึ่งสามารถจ าแนกได้เป็ น 3.1 สารเคมช ี น ิ ดทา ลายระบบส ั มผส ั ค ื อสารเคมท ี ถ ีู่ กกบ ั วช ั พ ื ชแล ้ วจะท าให้เซล ตายอย่างรวดเร็ว และจะไม่แพร่ขยายไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช แบ่ง 2 ประเภท 1. ชน ิ ดเล ื อกทา ลาย หมายถ ึ งสารเคมท ี ฆ ี่่ า หร ื อหย ุ ดชะงก ั การเจร ิ ญเตบโตของ ิ วัชพืชบางชนิด 2. ชนิดที่ไม่เลือกท าลาย หมายถึงสารเคมีที่ฆ่าวัชพืชทั้งหมดไม่ว่าวัชพืชนั้นจะ เป็ นชนิดใบกว้างหรือใบแคบ 3.2 สารเคมช ี น ิ ดด ู ดซ ึ ม ค ื อ สารเคมท ี ส ี่ามารถด ู ดซ ึ มไปได ้ ท ุ กส ่ วนของพืช ใช้ เวลาประมาณ 7-10 วัน 4.3 สารเคมีที่ใช้ทางดิน คือ สารเคมีที่ป้องกันการเจริญเติบโตของพืชทอ ี่ย ่ ู ใต ้ ดน ิ เป็ นการฆ่า
การป้องกันและก าจัดวัชพืช 4. การควบค ุ มทางช ี วภาพ ค ื อการใช ้ ศ ั ตร ู ของวช ั พ ื ชทม ี ่ ี อย ่ ู ในธรรมชาติ เช่น แมลง โรคพืชบางชนิด หรือสัตว์ ที่กินพืช บางชนิด ซึ่งในประเทศไทยได้มีการใช้เชื้อโรคพืชบางชนิดใน การก าจัดผักตบชวา โดยท าให้ผักตบเป็ นโรคเน่าตาย
ตัวอย่างวัชพืช หญ้าคา หญ ้ าเจ ้ าช ู www.themegallery.com
ตัวอย่างวัชพืช ธ ู ปฤษ ี ไมยราบ www.themegallery.com
2. โรคพืช โรคพืช หมายถึง ลักษณะอาการของพืชที่ผิดไปจากปกติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นบนส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นพืช หรือตลอดทั้ง ต้น และรวมไปจนถึงการแห้งตายไปทั้งต้น
สาเหต ุ ของการเกด ิโรคพ ื ช 1. สภาพโครงสร ้ างของดน ิ ถ ้ าด ิ นขาดน า ้ เป็ นสาเหต ุ ทท าให้พืช ี ่ แคระแกรน ออกดอกออกผลก่อนก าหนดผลผลิตน้อย แต่ถ้าน ้า มากเกินไปจะท าให้ในดินมีก๊าซออกซิเจนไม่เพียงพอกับความ ต้องการของพืช ท าให้รากพืชตาย www.themegallery.com
สาเหต ุ ของการเกด ิโรคพ ื ช 2. การขาดธาต ุ อาหารธาต ุ อาหารทจ ี ่ าเป็ นค ื อไนโตรเจน ฟอสฟอร ั ส โปรแตสเซ ี ยม ถ ้ าขาดธาต ุ ฟอสฟอร ั สจะทา ให ้ ปลายใบม ี ส ี ม ่ วงในพ ื ชตระกล ู หญ ้ าถ ้ าขาดโบรอนพ ื ชจะด ู ด โปแตสเซียมเข้าไปมากจนเกิดเป็ นพิษแก่ต้นพืชได้ เช่น ถ้าพืช ได ้ ร ั บธาต ุ ไนโตรเจนมากเกน ิไปกจ ็ ะทา ให ้ เกด ิ การเฝื อใบ
สาเหต ุ ของการเกด ิโรคพ ื ช 3.สภาพภ ู ม ิ อากาศ ได ้ แก ่ แสงสว ่ างและอ ุ ณหภ ู ม ิ พ ื ชทได้รับ ี ่ แสงสว่างน้อยจะเหลืองซีด แคระแกรน ถ้าได้รับแสงสว่างมาก เกินไปจะเหี่ยวเฉา
สาเหต ุ ของการเกด ิโรคพ ื ช 4.สารเคมีพวกสารฆ่าแมลง สารฆ่าเชื้อรา สารปราบวัชพืช ต ่ างๆถ ้ าใช ้ในอต ั ราทไี ่ ม ่ ถ ู กต ้ อง หร ื อไม ่ ถ ู กวธ ิีจะท าให้เกิด อันตรายแก่ต้นพืชได้หลายอย่าง เช่น ชะงักการเจริญเติบโต เกด ิ อาการไหม ้ กบ ั ส ่ วนทถ ี ่ ู กสาร www.themegallery.com
โรคพืชที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต 1.เช ื ้ อรา เป็ นพ ื ชช ้ ั นต ่ าสม ี ร ู ปร ่ างเป็ นเส ้ นใย สามารถมีชีวิต อย ่ ู ได ้ ท ้ ง ัในด ิ น ในน า ้ และในอากาศ เกด ิโรค เช ่ น ราสนิม ราน ้าค้าง ราแป้ง โรคเหี่ยว เน่าคอดิน
โรคพืช โรคราแป้ง โรคราน ้าค้าง www.themegallery.com
โรคพืช โรคราสนิม โรคเน่าคอดิน www.themegallery.com
โรคพืชที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต การป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา 1. ใช ้ เมลด ็ หร ื อท ่ อนพน ั ธ ์ ุ ทปี ่ ราศจากเช ื ้ อโรค 2. เผาท าลายส่วนของพืชที่เป็ นโรค 3. ก าจัดวัชพืชให้หมด 4. ด ิ นทปี ่ ล ู กควรม ี การระบายน า ้ และอากาศทด ี ่ ี 5. ใช ้ พน ั ธ ์ ุ ทต ี ่ ้ านทานโรค 6. ถ้าจ าเป็ นอาจใช้สารเคมีในการป้องกันก าจัด เช่น แคปแทน ไซ แนบ โลนาโคล ฯลฯ www.themegallery.com
สารเคมีป้องกันเชื้อรา www.themegallery.com
โรคพืชที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต 2. เชื้อแบคทีเรีย เป็ นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและไม่มีคลอโรฟิ ลด์ ม ี ร ู ปร ่ างหลายแบบ เช ่ น กลม ๆ เป็ นท ่ อน ๆ บางอย ่ างเป็ นเกลียว การทวีจ านวนของเชื้อส่วนมากจะใช้การแบ่งตัว
ตัวอย่างพืชที่ติดเชื้อแบคทีเรีย เน่าเละในกะหล ่าปลี โรคเน่าในสับปะรด www.themegallery.com
การป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย 1. ใช ้ พน ั ธ ์ ุ ทต ี ่ ้ านทานโรค 2. ใช ้ เมลด ็ พน ั ธ ์ ุ ทปี ่ ราศจากเช ื ้ อ 3. ควบค ุ มอ ุ ณหภ ู ม ิ ความช ื ้ นให ้ เหมาะสม 4. เล ื อกปล ู กพ ื ชในพ ื น ้ ทท ี ่ ไี ่ ม ่ เคยม ีโรคระบาดมาก ่ อน 5. ก าจัดพาหะของโรค 6. ปล ู กพ ื ชหม ุ นเวย ี น 7. ตัดแต่งส่วนที่เป็ นโรคและเผาท าลายเสีย www.themegallery.com
ตัวอย่างสารเคมีป้องกันเชื้อแบคทีเรีย www.themegallery.com
โรคพืชที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต 3.เชื้อไวรัส มีขนาดเล็กมาก ทวีจ านวนได้ในเซลของ ส ิ ่ งม ี ช ี วต ิ และม ี ค ุ ณสมบ ั ต ิ ทา ให ้ เกด ิโรคกบ ั พ ืชได้ การ แพร่กระจายของเชื้อส่วนมากเป็ นแมลงพวกปากกัด ได้แก่ ด้วงปี กแข็ง ตั๊กแตน เพลี้ยชนิดต่าง ๆ
ด้วงปี กแข็ง www.themegallery.com
ลักษณะพืชที่ติดเชื้อไวรัส โรคใบหงิกของมะเขือเทศ โรคใบด่างของมะละกอ www.themegallery.com
การป้องกันก าจัดโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส 1. ท าลายส่วนของพืชที่เป็ นโรคด้วยการเผาทิ้ง 2. ก าจัดวัชพืชให้หมด 3. ก าจัดแมลงพาหะของโรค 4. ใช ้ เมลด ็ พน ั ธ ์ ุ ทปี ่ ราศจากโรค 5. ใช ้ พน ั ธ ์ ุ ทต ี ่ ้ านทานโรคในการปล ู ก หมายเหต ุ เช ื ้ อไวร ั สไม ่ ม ี สารเคม ีป้ องกน ัได ้ www.themegallery.com
โรคพืชที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต 4. เชื้อไมโครพลาสมา เป็ นเช ื ้ อจ ุ ลน ิ ทร ี ย ์ จะเข ้ าทา ลายการ ขนส่งน ้าและอาหารของพืช ท าลายการงอกของเมล็ด ท าให้ แคระแกรน เหี่ยวเฉา
การป้องกันก าจัดโรคที่เกิดจากเชื้อไมโครพลาสมา 1. ใช ้ พน ั ธ ์ ุ ทต ี่้ านทานโรคในการปล ู ก 2. ใช ้ พน ั ธ ์ ุ ทม ี่าจากแหล ่ งทปี่ราศจากโรค 3. ท าลายส่วนของพืชที่เป็ นโรคด้วยการเผาทิ้ง 4. ใช้ยาปฏิชีวนะแช่รากพืช www.themegallery.com
โรคที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต 5.โรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย ท าลายล าต้นและหัว มักพบท า ความเส ี ยหายมากแก ่ พ ื ชทเ ี ่ พาะปล ู กในเขตหนาวเช ่ น กบ ั ต้นหอม ข้าวโอ๊ต ข้าวไรน์ สตรอเบอรี่ เป็ นต้น เป็ นสาเหต ุ ทา ให ้ พ ื ชตายระยะต ้ นกล ้ า พ ื ชแคระแกรน ห ั วถ ู กทา ลาย บ ิ ด เบี้ยว ล าต้นบวมและบิด ใบร่วง ผลผลิตลดลง
ลักษณะอาการของโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย 1. อาการเหนือดิน -แคระแกรน โตช้า ล าต้นเหี่ยว - ใบเปลี่ยนสี ใบผิดปกติ บิดเบี้ยว - ตาดอกหร ื อจ ุ ดงอกของเมลด ็ ตายไส ้ เด ื อนฝอยทา ลาย ตากล ้ วยไม ้ สตรอเบอร ี ่ ทา ให ้ ตาดอกและจ ุ ดงอกเส ี ยไป - เมล็ดบิดเบี้ยวหรือพองบวมผิดปกติ www.themegallery.com
ลักษณะอาการของโรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย 2. อาการใต้ดิน -รากเป็ นจ ุ ดหร ื อแผลส ี น า ้ ตาลอาการน ี เ ้ กด ิ ข ึ น ้ ได ้ เน ื ่ องจากเนื้อเยื่อพืช ทส ี ่ ่ วนรากถ ู กไส ้ เด ื อนฝอยด ู ดกน ิ น า ้ เลย ี ้ ง ทา ให ้ เกด ิ แผลได้ -รากเป็ นป่ ุ มปม อาการน ี น ้ ั บเป็ นอาการของโรคทพ ี ่ บมากทส ี ่ ุ ด รากพืช ถ ู กไส ้ เด ื อนฝอยเข ้ าไปด ู ดกน ิ น า ้ เลย ี ้ งจะพองโตเป็ นป่ ุ ม เป็ นปม -รากเน่า ไส้เดือนฝอยจะเข้าท าลายที่รากพืชแล้วยังมีเชื้อราและ แบคทเ ี ร ี ย ท ้ ง ั ทเ ี ่ ป็ นสาเหต ุ ของโรคเข ้ าทา ลายซ ้ าทา ให ้ เกดอาการรากเน่าได้ ิ -รากกด ุ ไส ้ เด ื อนฝอยจะเข ้ าทา ลายโดยการด ู ดกน ิ ทปี ่ ลายรากทา ให้ ปลายรากชง ั กการเจร ิ ญเต ิ บโต กด ุ และส ้ ั น www.themegallery.com
อาการพืชที่เกิดจกไส้เดือนฝอย www.themegallery.com
การแพร่กระจายของโรคพืช 1. การแตกสปอร์ เชื้อก็สามารถปลิวไปตามที่ต่าง ๆ ได้ 2. การแพร่กระจายไปกับน ้าที่รดต้นพืช หรือน ้าฝน 3. ลม น าโรคชนิดต่าง ๆ แพร่กระจายไปได้ไกล ๆ 4. ด ิ น โรคหลายชน ิ ดม ี ช ี วต ิ อย ่ ู ในดน ิได ้ เป็ นเวลานาน ๆ 5. แมลง เป็ นพาหะที่น าโรคจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ 6. การต ิ ดไปกบ ั เมลด ็ พน ั ธ ์ ุ 7. การติดไปกับส่วนของพืช 8. มน ุ ษย ์ นก หน ู วว ั ควายเด ิ นผ ่ านแปลงปล ู กทเ ี ่ ป็นโรค
3. แมลงศ ั ตร ู พ ื ช แมลงศ ั ตร ู พ ื ชแบ ่ งได ้2 กล ่ ุ มค ื อ 1. ประเภทปากกัดกิน 2. ประเภทปากด ู ดกน ิ หร ื อปากเข ี ่ ยด ู ด
แมลงปากกัด 1. พวกกัดกินล าต้นและใบ ท าให้การสังเคราะห์แสงของพืชน้อยลง เช ่ น หนอนผเ ี ส ื ้ อชน ิ ดต ่ างๆจ ิ ง ้ หร ี ด ด ้ วงกห ุ ลาบ ต ั ๊ กแตน 2. พวกกด ั กน ิ รากกน ิ ระบบรากอ ่ อนอย ่ ู ทา ให ้ ด ู ดอาหารได ้น้อยลง เกิดการขาดน ้าในต้นพืช 3. พวกเจาะกินล าต้น เจาะในล าต้นกินท่อส่งน ้า ท่อส่งอาหาร และ เนื้อเยื่อพืช เช่น หนอนเจาะล าต้น 4. พวกกัดกินผลและเมล็ด ได้แก่ หนอนของผีเสื้อกลางคืน และ ด้วงต่าง ๆ พวกนี้ท าให้ผลเกิดต าหนิ เป็ นรอยแผล
แมลงปากกัด แมลงค่อมทอง ตั๊กแตน www.themegallery.com
แมลงปากด ู ด พวกน ี จ ้ ะใช ้ปากแทงผ ่ านเย ื ่ อผว ิใบ ด ู ดเม ็ ดส ี เลก ็ ๆ ตลอดจน อาหารที่ละลายน ้าและวิตามินจากใบ สร้างคลอโรฟิ ลล์ ส่งผลให้ เกิดการสังเคราะห์ได้น้อย ได้แก่ เพลี้ยต่าง ๆ เช่นเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ มวนต่าง ๆ
ปากด ู ด เพลี้ยแป้ง แมลงหวี่ขาว www.themegallery.com
วธ ิี การป้ องกน ั และกา จ ั ดแมลงศ ั ตร ู พ ื ช 1. การร ั กษาความสะอาดแปลงปล ู ก 2. เมลด ็ พน ั ธ ์ ุ ควรน ามาจากแหล ่ งทไี ่ ม ่ ม ี แมลงระบาด 3. ใช ้ พ ื ชพน ั ธ ์ ุ ต ้ านทานแมลงปล ู ก 4. ปล ู กพ ื ชหม ุ นเวย ี น 5. ขยายพน ั ธ ์ ุ ของแมลงต ั วห า ้ และต ั วเบ ี ยนทม ี ่ ีประโยชน์ 6. การใช้กลิ่นสาบทางเพศของแมลงล่อ 7. การท าให้แมลงเป็ นหมัน 8. การใช้กับดักแมลงมาท าลาย เช่น ใช้ไฟล่อ 9. การใช้สารเคมีก าจัดแมลงที่ระบาด
ข้อควรปฏิบัติในการใช้สารเคมี 1. เก็บไว้ในที่มิดชิดให้ห่างจากมือเด็ก 2. ควรใช้สารเคมีเมื่อมีความจ าเป็ นจริง ๆเท่านั้น 3. อ่านฉลากยาก่อนใช้ และปฏิบัติตามค าแนะน า 4. ไม่ควรกินอาหารขณะใช้สารเคมี 5. อย ่ าให ้ สารเคม ี ถ ู กต ั วแต ่ ถ ้ าถ ู กควรร ี บล ้ างออกทันที 6. พ ่ นสารเคม ี ควรอย ่ ู เหน ื อลม 7. ควรสวมหน้ากากและเสื้อผ้าปกปิ ดร่างกายให้มิดชิด 8. ทา ลายภาชนะทบ ี ่ รรจ ุ สารเคม ี ด ้ วยการเผาหร ื อฝั ง
4. ส ั ตว ์ ศ ั ตร ู พ ื ช ส ั ตว ์ ทเ ี ่ ป็ นศ ั ตร ู พ ื ชม ี อย ่ ู ด ้ วยกน ั หลายชน ิ ด และถ ื อว ่ าเป็ นศ ั ตร ู ทส ี ่ าคญ ั อย ่ างหน ึ ่ ง ได ้ แก ่ หน ู ป ู นา หอยทาก ค ้ างคาวส ั ตว ์ เหล ่ าน ี ท ้ า ความเสียหายแก่ พ ื ชทปี ่ ล ู กได ้ มากพอสมควรหน ู เป็ นส ั ตว ์ กด ั แทะเลย ี ้ งล ู กด ้ วยนมมีทั้งขนาด เล็กและ ขนาดใหญ่แพร่หลาย ในท ุ กท ้ องท ี ่ พบได ้ เก ื อบท ุ กฤด ู กาล กิน อาหารได้หลายชนิด และยังกัดท าลายข้าวของให้เสียหาย นอกจากเป็ นสัตว์ ทท ี ่ า ลายทร ั พย ์ ส ิ นแล ้ วยง ั เป็ นส ั ตว ์ ทน ี ่ าเช ื ้ อโรคมาส ่ ู มน ุ ษย ์ อก ี เช ่ น เช ื ้ อกาฬ โรค ท้องร่วง ฯลฯ www.themegallery.com
ป ู นา ป ู นา ไม ่ ค ่ อยม ี ผลต ่ อการปล ู กไม ้ ดอกประดบ ั มากน ั ก ส ่ วนมาก จะเกิดความเสียหายแก่การท านาข้าวเป็ นส่วนใหญ่นก มักจะลง จก ิ กน ิ เมลด ็ ข ้ าวในนาข ้ าว บางชน ิ ดจก ิ กน ิ ผลไม ้ ทปี ่ ล ู ก แต่ส่วน ใหญ่จะช่วยในการก าจัดแมลงเพราะเป็ นอาหารของนกเป็ นส่วน ใหญ่ www.themegallery.com
หอยทาก หอยทาก ม ั กจะระบาดในฤด ู ฝน โดยมากจะออกหากน ิในเวลา กลางคืนหรือในช่วงที่มีอากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน กินพืชได้แทบ ท ุ กชน ิ ดขยายพน ั ธ ์ ุ ได ้ เร ็ วมากวางไข ่ รวมเป็ นกล ่ ุ มตามโคน ต้นไม้ หลังวางไข่ 7 วัน ก็ฟักเป็ นตัวและจะเริ่มท าลายพืช ทันที การป้องกันก าจัดหอยทาก www.themegallery.com
วธ ิี การป้ องกน ั กา จ ั ดส ั ตว ์ ศ ั ตร ู พ ื ช 1. ถางพื้นที่ให้โล่ง เตียน ปราศจากวัชพืช 2. ควบค ุ มแหล ่ งน า ้ โดยปิ ดให ้ ม ิ ดช ิ ดอย ่ าให ้ หน ู ม ี น า ้ กิน 3. ใช ้ไฟฟ้ าล ้ อมรอบแปลงปล ู กพ ื ช 4. เลย ี ้ งส ั ตว ์ ทเ ี ่ ป็ นศ ั ตร ู ของหน ู เช ่ น ส ุ น ั ข แมว 5. ใช้กับดัก หรือกรงดัก แล้วจับมาบริโภค 6. ใช้เหยื่อพิษก าจัด ( วธ ิี น ีไ ้ ม ่ ควรน าหน ู มาบร ิโภค ) www.themegallery.com
ข้อสอบหลังเรียน 1. ศ ั ตร ู พ ื ชหมายถ ึ งข ้ อใด ก. วัชพืช ข. โรคพืช ค. แมลงศ ั ตร ู พ ื ช ง. ถ ู กท ุ กข ้ อ 2. การควบค ุ มโรคด ้ วยวธ ิี เขตกรรมหมายถ ึ งข ้ อใด ก. การไถพรวน ข. การใช ้ พน ั ธ ์ ุ ทปี ่ ราศจากโรคและแมลง ค. การปล ู กพ ื ชคล ุ มด ิ น ง. ถ ู กท ุ กข ้ อ
ข้อสอบย่อย น.9 3. การควบค ุ มโรคด ้ วยวธ ิีใดทส ี ่ ามารถทา ได ้ สะดวกรวดเร ็ ว ก. การใช้สารเคมี ข. การใช้วิธีเขตกรรม ค. การควบค ุ มทางช ี วภาพ ง. การควบค ุ มด ้ วยวธ ิี กล 4. โรคพ ื ชเกด ิ จากสาเหต ุ ใดบ ้ าง ก. สภาพโครงสร้างของดิน ข. การขาดธาต ุ อาหาร ค. เกิดจากสิ่งมีชีวิต ง. ถ ู กท ุ กข ้ อ
ข้อสอบย่อย น.9 5. โรคพืชชนิดใดมีขนาดเล็กระบาดได้รวดเร็ว ก. โรคพืชที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ข. โรคพืชที่เกิดจากเชื้อไวรัส ค. โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ง. โรคพืชที่เกิดจากไมโครพลาสมา 6. การป้องกันโรคสามารถท าได้ด้วยวิธีใดบ้าง ก. ใช ้ พน ั ธ ์ ุ ทต ี ่ ้ านทานโรค ข. ท าลายส่วนที่เป็ นโรคทิ้ง ค. การใช้สารเคมี ง. ถ ู กท ุ กข ้ อ
ข้อสอบย่อย น.9 7. อาการทเ ี ่ ด ่ นช ั ดทส ี ่ ุ ดองโรคทเ ี ่ กด ิ จากเช ื ้ อแบคทเ ี ร ี ย ก. เหี่ยว ข. เกิดรากปม ค. เน่า ง. ใบด่าง 8. แมลงปากด ู ดได ้ แก ่ ข ้ อใด ก. ตั๊กแตน ข. เพลี้ย ค. ด้วง ง. หนอน
ข้อสอบย่อย น.9 9. แมลงปากกัดได้แก่ข้อใด ก. ตั๊กแตน ข. เพลี้ย ค. มวน ง. ไส้เดือนดิน 10. พ ื ชน ิ ดใดทส ี ่ ามารถน ามาใช ้ เป็ นสารปราบแมลงศ ั ตร ู พช ื ก. เมล็ดสะเดา ข. ยาส ู บ ค. ตะไคร้หอม ง. ถ ู กท ุ กข ้ อ