ขันลงหิน
ภูมิปั ญญาท้ องถิ่ น
หัตถศิ ลป์ ริมคลองบางกอกน้อย
ขันลงหิน
ภูมิปัญญาท้ องถิ่ น
หั ตถศิ ลป์ ริมคลองบางกอกน้อย
...ขันลงหิน...
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย
...จุดเริ่มต้นของขันลงหิน...เริ่มต้นขึ้นเมื่อสมัยอยุทธยา ใช้กันใน
พระราชสำนัก เจ้านายชั้นต่าง ๆ พ่อค้า คณะบดี ส่วนชาวบ้านทั่วไปไม่มีโอกาสได้
ใช้ นิยมใช้กันเป็นขันล้างหน้า ขันน้ำมนต์ ขันใส่น้ำดื่ม หรือใช้ในงานพิธีมงคล
กรรมวิธีในการผลิตค่อนข้างยาก มีหลายขั้นตอน ต้องใช้ความอะเอียด ความ
ประณีต และความอดทน
ในสมัยกรุงศรีอยุทธยาจะใช้ “ทองม้าล่อ” ซึ่งเป็นส่วนผสมของทองแดง
ผสมดีบุกและเศษเครื่องดนตรีจีน พวก ฉาบ โหม่ง หรืออาจจะใช้สำริดเป็น
วัตถุดิบหลักในการผลิต ช่างฝีมือจะใช้ก้อนหินมาขัดจนขึ้นเงา ด้วยเหตุนี้ จึงเรียก
การผลิตขันนี้ว่า "ขันลงหิน"
ขันลงหิน 1
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย
ขันลงหิน - บ้านบุ การทำขันลงหินหรือขันบุคืออาชีพ
เก่าแก่ที่ทำกันในครัวเรือนมาตั้งแต่สมัย
แหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น หัตถศิลป์ริมคลองบางกอกน้อย อยุธยา โดยที่คำว่า “บุ” หมายถึงการตี
ให้เข้ารูปจะใช้กับงานโลหะ ในอดีตนิยมใช้
ขันลงหิน ถือเป็นงานหัตถกรรม ใส่น้ำดื่ม ใช้ทำขันน้ำมนต์ในงานบุญ งาน
เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สืบทอดมา มงคล โดยที่คุณสมบัติเด่นของขันชนิด
ตั้งแต่โบราณ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็น นี้ก็คือสามารถเก็บความเย็นได้นาน ใน
งานประณีตศิลป์ ที่รวบรวมเอางานช่าง พระราชสำนัก บุคคลระดับสูง หรือเจ้า
ฝีมือแขนงต่าง ๆ มาถ่ายทอดความรู้ นายชั้นผู้ใหญ่จึงนิยมใช้ แต่ในปัจจุบัน
ความสามารถ และงานฝีมือ ที่สะท้อนถึง สถานะของขันลงหินได้เปลี่ยนไปจากเดิม
ความคิด ภูมิปัญญา ความวิจิตรบรรจง จากเดิมที่เคยเป็นภาชนะใช้งานเปลี่ยนไป
รังสรรค์จนเป็น “ขันลงหิน” สืบทอดและ เป็นของตกแต่งบ้านหรือของที่ระลึก
สืบสานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังที่เรา มากกว่านำไปใช้งานจริง
ได้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
.......ลักษณะพิ เศษของขันลงหิน
ชุมชนบ้านบุ เป็นแหล่งชุมชนริม คือ มีความแข็ง เหนียว ทนทาน
คลองบางกลองน้อยฝั่ งธนบุรี เป็นพื้นที่ เมื่อเคาะจะมีเสียงกังวาน มีผิวสุกใสเป็น
เดียวในไทย และพื้นที่เดียวในโลกที่มีการ
สืบสาน สืบทอดและรักษา การทำขัน เงางาม ไม่ขุ่นมัวได้ง่าย
ลงหินตามกรรมวิธีแบบโบราณ จนทำให้ เมื่อใช้ใส่ข้าวสุก ข้าวจะมีกลิ่นหอมและทำ
การผลิตขันลงหินของชุมชนแห่งนี้เป็น ไม่บูดง่ายเมื่อนำไปใส่น้ำเย็นจะทำให้เก็บ
เอกลักษณ์ เพราะผลงานทุกชิ้น และ
กรรมวิธีการผลิตทุกขั้นตอนทำด้วยมือ ความเย็นไว้ได้เป็นเวลานาน.......
จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ ผสมศาสตร์
และศิลป์จนออกมาเป็นผลงานอัน
ประณีตที่ทรงคุณค่าแก่การอนุรักษ์และ
สานต่อ
ขันลงหิน 2
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย
ขันลงหิน 3
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย
ส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตขันลงหินประกอบไปด้วย ทองแดง ซึ่งทองแดงจะมี
คุณสมบัติที่สามารถขยายตัว แยกตัวได้ดี เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี อ่อนและเหนียว ทนต่อ
การกัดกร่อน ดีบุก เป็นโลหะที่แข็งแรงและเหนียว มีความอ่อนตัวสูง ต้านทานต่อการ
กัดกร่อสูง และมีคุณสมบัติด้านการหล่อลื่นดีมีคุณลักษณะแปรผันหลากหลาย และ
สัมฤทธิ์ หรือ สำริด เท่านั้น จะมีอย่างอื่นปนด้วยไม่ได้เพราะจะทำให้ส่วนผสมไม่ประสาน
กันเมื่อตีแล้วจะแตกทันที อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของการผลิตขันลงหิน คือ ทุกขั้นตอนจะ
ผลิตด้วยมือจากช่างฝีมือ ทำให้ผลงานออกมามีความประณีตทรงคุณค่า อีกทั้งยัง
เป็นการรวบรวมช่างฝีมือแขนงต่าง ๆ มารวมกันไว้ในขันแต่ละใบอีกด้วย ซึ่งมีช่าง
แขนงต่าง ๆ ดังนี้
ช่างตี ช่างลาย ช่างกรอ
ช่างตี หน้าที่ของช่างตีถือ ช่างลาย จะทำหน้าที่ต่อ ช่างกรอ หรือ ช่างตะไบ
เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดเป็นการ จากช่างตี โดยจะทำการตีลาย แต่เดิมในสมัยที่ยังไม่มีไฟฟ้า
หลอมส่วนผสมโลหะทั้งหมดบน ขันบนกระล่อนด้วยค้อน ตีและ ช่างฝีมือจะใช้ตะไบในการแต่ง
เตาให้เป็นเนื้อเดียวกันและต้อง แต่งให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ ปากขันให้มีลักษณะเป็นทรงกลม
คอยระวังไม่ให้มีอย่างอื่นที่นอก ให้เนื้อภาชนะเรียบเสมอกัน โดย แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นเครื่อง
เหนือจากส่วนผสมตกลงไป ก่อนตีลายต้องทาดินหม้อให้ทั่ว ใช้ไฟฟ้าในการปรับปากขันให้เป็น
หากมีสิ่งแปลกปลอมตกลงไปจะ ภาชนะ เพื่อให้ผิวลื่น ไม่ฝืดเวลา รูปทรง
ไม่สามารถตีขึ้นรูปขันได้ จาก ตี เป็นขั้นตอนที่ต้องมีความ
นั้นจะใช้ค้อนตีแผ่ ขึ้นรูปขัน และ ละเอียดสูง
เผาให้สุกร้อนได้ที่
ช่างกลึง ช่างกลึง จะมีหน้าที่กลึงพื้นผิวของขันให้มีลักษณะที่เรียน
เสมอกันทั้งใบ การกลึงขันมีหลายรูปแบบ เช่น การกลึงดำ คือ
การเอาสีดำไว้ด้านนอกขัน หรือ การกลึงขาว คือการกลึงทั้งสอง
ด้านทั้งด้านในและด้านนอกให้มีสีทองเสมอกัน โดยการกลึงนั้นจะ
ต้องทาชันติดขันเข้าอุปกรณ์ที่ใช้ในการกลึงและใช้เหล็กกลึงจนเห็น
สีผิวทองสุกปลั่ง
ช่างเจียร จะใช้ ช่างขัด มีหน้าที่
เครื่องเจียรตกแต่งรอย ขัดเงาให้ขันมีความเงา
บนผิวขันให้มีความ งาม ในสมัยก่อนใช้หิน
เรียบเสมอกันสร้าง ละเอียดผสมน้ำห่อผ้า
ความประณีตให้กับชิ้น ขัดลบรอยต่าง
งานที่ผลิต
แต่ในปัจจุบันจะขัด
ในสมัยก่อนจะไม่มี ขันด้วยน้ำยาขัดเงา
ช่างฝีมือประเภทช่าง เครื่องปั่ นติดลูกทราย
เจียรเหตุเพราะในสมัย และลูกผ้าขัดเป็นขั้น
ก่อนยังไม่ม่ไฟฟ้า ตอนสุดท้าย ปั่ นจนขัน
เกิดความเงางาม
ช่างเจียร ช่างขัด
ความพิ เศษของขันลงหิน..... ขั้นตอนการผลิตขันลงหิน
ถึงแม้ว่าส่วนผสมในการผลิตขันแต่ละใบ ในยุคปัจจุบันกรรมวิถีการผลิต
จะมาจากทองแดง ดีบุก และสำริด ขันลงหินมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ก่อน
แต่เมื่อนำมาเป็นภาชนะใส่อาหารกลับไม่มี การผลิตทุกครั้งจะต้องเตรียมขี้เถ้า
กลิ่นแร่ธาตุดังกล่าวเจอปนกับอาหาร แกลบ ผสมกับดินเหนียวแล้วปั้ นเป็น
จากเดิมที่เคยเป็นภาชนะใส่น้ำไว้ล้างหน้า เบ้า โดยดินเหนียวเป็นดินเหนียว
สำหรับชนชั้นสูง เป็นขันน้ำมนต์ในงาน พิเศษไม่มีสิ่งเจือปน เรียกว่า “ดิน
มงคล แต่ในยุคปัจจุบันกลับมีความพิเศษ กลางใจเมือง” มาผสมให้เข้ากันแล้ว
ที่ต่างไปจากเดิม เพื่อให้ตรงกับความเป็น ปั้ นเป็นเบ้านำไปตากแดดให้แห้งเพื่อ
ไปของกาลเวลาและยุคสมัย นำไปใช้สำหรับใส่ดีบุกกับ ทองแดง
หลอมในเตาเผา มีขั้นตอนการผลิตขัน
จากที่เคยเป็นขันก็เปลี่ยนมาเป็น ลงหินดังนี้
ชามสลัด ชามผลไม้ ถาดเค้ก จาน ชุด
กาแฟ ชุดน้ำตาล ขันน้ำพานรอง ชุด 1. หลอมตีขึ้นรูป
สำรับกับข้าว เป็นต้น รวมทั้งพัฒนา 2. การลายขัน
สร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ ภาชนะด้วยการ 3. การกรอ
เพิ่มลวดลายลงไปให้มีความสวยงาม และ 4. การกรึง
สร้างความน่าสนใจให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น 5. การเจียร
ด้วย 6. การสลักลาย
ในอดีตขั้นตอนการผลิตขันลงหินมี
เพียง 4 ขั้นตอน คือ การตีขึ้นรูป การ
ลายเก็บเนื้อให้เรียบ การตะไบและการกลึง
แต่ในปัจจุบันมีการเพิ่ มขั้นตอนเข้าไปเพื่ อ
สร้างมูลค่าให้กับชิ้นงาน
ขันลงหิน 4
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย
ขันลงหิน 5
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย
ขันลงหิน 6
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย
ขันลง
หิน
ภูมิปั ญ ญ
า ท้ อ ง ถิ่ น
หั ตถศิ ลป์ ที่ กำลั งจะเลื อนหาย
ออกแบบและเรียบเรียง
นางสาววัลฤดี โมอ่ อน
รหั สนิสิต 64199130010