ตํา น า น เ สี ย ง ป ริ ศ น า จ า ก ใ ต้ ท้ อ ง ท ะ เ ล
THE
BLOOP
BY : WITTAWAT CHATAKEN 081
The Bloop
ตํานานเสียงปริศนาจากใต้ท้องทะเล
ท้องทะเลนันถือเปนอกี สงิ หนงึ ทมี นษุ ย์หลายๆ คนตา่ งก็
พากนั ตังขอ้ สงสยั ครับวา่ ภายใตค้ วามลึกอันสุดจะหยัง
มันมอี ะไรซอ่ นตวั อยู่จากมนุษยอ์ กี บา้ ง ดว้ ยเหตนุ ีเอง
เหล่านักวทยาศาสตร์จงึ ได้ทําการสํารวจพืนทะเลกนั มา
อย่างยาวนานนับตังแต่อดตี จนถงึ ปจจุบนั เพือคน้ หาคาํ
ตอบดังกล่าว
.
พอกาลเวลาผา่ นไปโลกของเราเรมมวี ทยาการทางดา้ น
การนําเอาคลนื เสยี งและเทคโนโลยอี ันลําหน้าใชใ้ นการ
สํารวจใต้ท้องทะเลมามากขึน สิงทตี ามมากย็ อ่ มหนไี ม่พน้
ตํานานอันลีลบั ซึงเกิดขนึ ภายใต้พืนนําสนี ําเงิน
.
โดยในบทความนผี มจะพาเพอื นๆ ผู้อา่ นทกุ ทา่ นมาร่วม
ออกเดนิ ทางสาํ รวจเรองราวสดุ ประหลาดซึงเกิดขึนจาก
สญั ญาณคลนื เสยี งทียังคงเปนปรศนาวา่ สรุปแล้วมนั คอื
อะไรกันแน่
-1-
คลนื เสยี งลึกลับ
เรองราวทังหมดของเราเรมตน้ ขนึ ในชว่ ง
กลางฤดรู ้อนป 1997 เมอื อยดู่ ีๆ องคก์ ร
สมทุ รศาสตร์และบรรยากาศแห่งประเทศ
สหรัฐอเมรกาดนั จับคลนื สัญญาณความถตี ํา
ซงึ อยู่บรเวณมหาสมทุ รแปซิฟคได้โดย
บังเอญิ วา่ กันวา่ คลนื เสยี งดังกล่าวนันมันดัง
ตอ่ เนืองกนั เปนระยะเวลายาวนานถึงเกอื บ 1
นาทแี ละนา่ จะเดินทางจากจุดสง่ สญั ญาณมา
ไกลถึงเกือบ 5,000 กโิ ลเมตร คาํ ถามสําคัญ
ก็คือสิงมชี วี ตหรออะไรกันแน่ทีสามารถทาํ
เสียงได้ดังถึงขนาดนี
-2-
ทงั นีหากตัวการแหล่งกาํ เนดิ เสียงเปน
สิงมีชวี ตนนั หมายความวา่ มนั จะต้อง
เปนสัตวท์ มี ีขนาดใหญท่ ีสุดในโลก
กระนนั กม็ ผี อู้ อกมาโตแ้ ย้งครับวา่
เสยี งทีเกดิ ขนึ อาจมาจากการถลม่ ของ
ภูเขานาํ แข็งกเ็ ปนไดด้ ้วยเหตุนีเอง
ประเด็นดงั กล่าวจึงยังคงเปนทถี ก
เถยี งกันอยู่ในแวดวงผู้ชืนชอบเรอง
ลลี บั และกล่มุ นกั สมทุ รศาสตร์วา่ มนั
คืออะไรกันแน่
-3-
ขอ้ เทจ็ จริงเกียวกบั
The Bloop
ทังนีถงึ แมว้ า่ เรองราวของ The Bloop จะเปน
ปรศนาขนาดใหญภ่ ายใตท้ ้องทะเล แตก่ ระนัน
มนั กม็ ผี ทู้ ีออกมานําเสนอทฤษฎีอนั นา่ สนใจอยู่
อย่างหนึงครับนนั คือ The Bloop อาจเปน
เพยี งแค่การเคลือนตัวของภูเขานําแข็งก็ได้
.
ซึงทฤษฎดี ังกลา่ วถูกยอมรับโดยเหล่านกั
วทยาศาสตร์กลุม่ หนงึ แตม่ ันกย็ ังมีผู้ทีไม่เชือและ
ตงั ข้อสงสัยวา่ รัฐบาลพยายามจะปกปดอะไร
บางอยา่ งจากประชาชนแน่ๆ
-4-
5 ตํานานสตั ว์
ลกึ ลับมหมึ า ทถี ูก
เลา่ ขานว่ามขี นาด
ใหญ่จนไม่น่าเชือ
-5-
5 ตาํ นานสตั ว์ลึกลับมหึมา
คุณคดิ วา่ สัตวท์ ตี วั ใหญท่ สี ดุ เทา่ ที
มนษุ ย์เคยมหี ลักฐานการคน้ พบคอื อะไร
หลายๆ คนอาจนึกย้อนไปถึงยคุ
ไดโนเสาร์ แต่จรงๆ ไมต่ ้องย้อนกลบั ไป
ถึงยุคไดโนเสาร์ ในยุคปจจบุ ันนี กม็ ี
หลักฐานการคน้ พบบางส่วนพอทีจะระบุ
ได้วา่ มีสตั วล์ ึกลับทีมีขนาดมหมึ ายิงกวา่
ทคี ณุ รู้จักบนโลกใบนอี ยดู่ ้วย ลองมาดู
กนั วา่ ตํานานของสตั วท์ งั 5 นี จะน่า
ตกใจขนาดไหน
-6-
1. สตั วป์ ระหลาด ทีโจมตเี รอ USS Stein
ในปี 1976 เรอื USS Stein กาํ ลังมุง หน าเขา ไปยงั ทา เรือ
หลังจากท่ีระบบ SONAR เกดิ เสียข้นึ อยางไมท ราบ
สาเหตุ แตเ ม่อื นําตรวจสอบทีอ่ ยางละเอยี ดท่ีทาเรือแลวก็
พบวา ยางพเิ ศษทใ่ี ชป องกนั โดมของ SONAR มรี องรอย
ถูกตดั ขนาดยาว 4 ฟตุ โดยลกั ษณะของมันเป็นรอยโคง
เหมอื นกบั กรงเล็บหรอื เขยี้ วของสัตวบางชนิดโดยชาวเรอื
สนั นิษฐานวา การโจมตคี รงั้ นี้อาจจะเกีย่ วของกบั ปลาหมกึ
ยักษ แตดว ยรอ งรอยท่ีใหญเ กินกวา ปลาหมกึ ยกั ษ
ธรรมดาจะทาํ ได จงึ คาดวา หากเป็นปลาหมึกยกั ษ มนั จะ
ตอ งมีความยาวถงึ 150 ฟตุ เลยทเี ดยี ว
-7-
2. Bloop เสียงปรศนาใต้ทะเลลึก
Bloop เป็นช่ือเรียกของเสียงความถีต่ ่าํ มากใตม หาสมุทรซ่ึง องคการ
สมทุ รและบรรยากาศแหง ชาตขิ องสหรัฐอเมรกิ า (NOAA) สามารถ
ตรวจจบั ไดใ นชว งฤดูรอ นของปี 1997 โดยทม่ี าของ Bloop เกิดข้นึ ใน
บรเิ วณชายฝั่งตะวนั ตกเฉียงใตของทวปี อเมริกาใตในมหาสมทุ ร
แปซิฟิก บรเิ วณเสนศนู ยสตู ร ซ่ึงใชร ะบบฟังเสียงใตน ้ําของนาวกิ โยธิน
อเมริกาท่ีเดิมใชตรวจหาเรือดําน้ําของสหภาพโซเวยี ต สามารถจับเสยี ง
ของบลปุ ไดหลายครัง้ NOAA ไดบ รรยายวา Bloop นัน้ มคี วามถสี่ ูงข้นึ
เร่ือยๆเป็นเวลากวา หน่ึงนาที และเป็นเสยี งดังในบริเวณกวา งพอที่
เซนเซอรจาํ นวนมากในระยะกวา 5,000 กโิ ลเมตรสามารถตรวจจบั ได
นักวิทยาศาสตรไ ดก ลา วอกี วา เสียง Bloop เหมือนกับเสยี งรองของ
สัตว แตไมมีสัตวน้ําชนิดใดในโ,กท่เี รารจู กั ท่จี ะสามารถสรา งเสยี งเชน นี้
ได และถา หากเสยี งนี้มาจากสตั ว มันตองขนาดใหญก วา ปลาวาฬ
สีน้ําเงนิ ซ่ึงเป็นสตั วท ่มี ีขนาดใหญท ีส่ ุดในโลกหลายเทา ตัว
-8-
3. สตั วล์ ึกลับ ทีกนิ ฉลามขาวขนาด 9 ฟตุ
ในประเทศออสเตรเลีย นักวทิ ยาศาสตรจ ะตดิ อปุ กรณ
ติดตามตวั ไวก บั ฉลามขนาด 9 ฟุต เพ่อื เป็นการเรียนรู
พฤติกรรมเก่ยี วกับพวกมนั แตมอี ยูครัง้ หน่ึง ที่นัก
วทิ ยาศาสตรก ลบั พบอปุ กรณทีต่ ิดตามฉลามมาเกยต้ืน
อยูร มิ ชายหาดจากการตรวจสอบขอมูลจากอุปกรณพบ
วา ในชว งทีอ่ ุปกรณยังติดอยกู ับตัวฉลาม ไดมกี าร
เปลยี่ นแปลงของอณุ หภมู อิ ยางฉับพลนั นัน่ อาจหมาย
ถงึ เจาฉลามถูกกินและระดับความลึกเพิม่ ข้ึนอยา ง
รวดเร็ว ซ่ึงเจาตัวท่กี ินฉลามนี้ไดพามนั ลงไปยังระดับ
ความลึกถึง 2,000 ฟุต และไมกีว่ นั ตอ มา มันไดข บั ถา ย
อุปกรณนี้ออกมา โดยนักวิทยาศาสตรกย็ ังไมส ามารถ
อธบิ ายไดวา เจา นักลา ตวั นี้คอื ตวั อะไรกนั แน
-9-
4. มังกรยกั ษ์ เมก้าลาเนีย
สตั วเลือยคลานขนาดยกั ษท คี่ าดวา นาจะสญู พันธืไุ ป
แลว กวา 30,000 ปีมาแลว ขนาดของมันใหญกวาเจา
มังกรโคโมโดหลายเทา ซ่งึ คาดวาขนาดของมันจะพอๆ
กบั รถโรงเรยี น หรอื มีความยาวกวา 40 ฟตุ เลยทเี ดยี ว
แตสิง่ ทนี่ าสนใจคือ ยงั มหี ลักฐานบางอยา งที่แสดงใหเห็น
วา อาจจะมีเมกาลาเนียอยูใ นปัจจบุ นั นี้ เร็กซ กอรด อน
นักวจิ ัยไดศ ึกษาเก่ยี วกับหลักฐานการมีอยขู องมนั ใน
แถบชนบทของออสเตรเลีย ซ่ึงเขาสามารถรวบรวมรอย
เทา ที่มีลกั ษณะตรงกนั และกระดกู ของเมกา ลาเนีย ท่ี
มอี ายเุ พียง 300 ปีเทา นัน้ นัน่ อาจเป็นหลักฐานบางอยาง
ท่ีแสดงใหเหน็ วา มันอาจยงั ไมส ูญพนั ธุกเ็ ป็นได
-10-
5. ภาพงยู กั ษ์ ของ พนั เอกเรมี แวน เลริ ์ด
ในชว งสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 พันเอกเรมี นักบนิ ชาวเบลเยียม
ไดขบั เคร่ืองบินขบั ไลบินกลบั ไปยงั ฐานทัพทีค่ องโก แตใน
ระหวางทางท่เี ขาขับผานปาในแอฟรกิ านัน้ เขาสังเกตุเห็นงู
ขนาดมหึมาท่ีเล้ือยคดเคีย้ วไปมาอยบู นพ้ืนดานลาง เขาจึงสัง่
ใหลูกทีมของเขาบนิ วนดรู อบๆ เพ่อื ท่ีจะเห็นมนั ชัดๆ และถา ย
ภาพเกบ็ เอาไว
เขาเดาวา งูตวั นี้นาจะมีความยาวถึง 50 ฟุต แตเ ม่อื ภาพถาย
ถูกสงไปให CIA ตรวจสอบ โดยนํามาวิเคราะหก บั ขนาดของ
ตน ไมแ ละกอ นหนิ ท่อี ยขู า งลา ง สรปุ คอื เจา งูยักษต วั นี้นาจะมี
ความยาวถึง 200 ฟุตเลยทเี ดยี ว ถาเทยี บกบั งูท่ยี าวท่สี ุดใน
โลกปัจจบุ ัน ยงั มขี นาดแค 34 ฟุตเทา นัน้ เอง
-11-
บทสรุปของปรศนาสุดแปลก
ทม่ี าของบลปุ นัน้ สามารถระบไุ ดว า เป็นบริเวณ 50°S 100°W / 50°S
100°W (ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใตของทวปี อเมรกิ าใต) ในมหาสมุทร
แปซฟิ ิก บริเวณเสนศนู ยส ตู ร ซ่งึ ใชระบบฟังเสยี งใตน ้ําของนาวกิ โยธนิ
อเมริกาทีเ่ ดิมใชต รวจหาเรอื ดาํ น้ําของสหภาพโซเวียต สามารถจบั เสยี ง
ของบลุปไดห ลายครงั้ NOAA ไดบ รรยายวาบลุปนัน้ มีความถีส่ งู ข้นึ
เร่ือยๆเป็นเวลากวาหน่ึงนาที และเป็นเสยี งดังในบรเิ วณกวา งพอที่
เซนเซอรจ าํ นวนมากในรัศมี 5,000 กโิ ลเมตรสามารถตรวจจับได
นักวทิ ยาศาสตรซ ่ึงไดศึกษาบลปุ และตงั้ สมมตฐิ านระบวุ ารปู มีลกั ษณะ
เหมอื นเสยี งของสัตว แตไ มมีสตั วน ้ําชนิดใดที่เรารจู กั ซ่ึงสามารถสราง
เสยี งเชน นี้ได ถาเสยี งนี้มาจากสัตว มนั ตองเป็นมีขนาดใหญกวาวาฬ
สีน้ําเงินหลายเทา ตัว
อยางไรกต็ ามถึงแมว าในปัจจุบันนี้จะยงั ไมม ีขอ สรปุ ทชี่ ดั เจนเก่ยี วกับ
ตํานานของ The Bloop วา แทจ รงิ แลว มันคืออะไรกนั แน แลว มันเป็น
สัตวประหลาดขนาดยกั ษห รอื เปลาเราคงจองรอติดตามกนั ตอ ไปใน
อนาคตครบั
-12-
-13-
แหล่งขอ้ มลู
https://www.blockdit.com/posts/5eae87c44d6f140cc1f15495
https://petmaya.com/5-legendary-creatures-25
อางองิ "Tuning in to a deep sea monster". CNN.com.
June 13, 2002.
1. John von Radowitz, (June 13, 2002). "Beware the
Bloop". The Age.
2. Richard Stenger (September 7, 2001). "Scientists
tune in to sounds of the sea". CNN.
แหลง ขอมลู อ่ืน
"Bloop" NOAA Vents Program for Acoustic
Monitoring. Has a link to a wav file of the (sped
up) sound, as well as a spectrogram.
-14-
3573275 การทอ่ งเทียวทางทะเลและชายหาด
เสนอ
อาจารย์กาญจนรัตน์ รัตนสนธิ
-15-