The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Karin Thaipitak, 2023-09-14 22:12:48

ilovepdf_merged

ilovepdf_merged

การรายงานผลการคัดกรองการอ่านการเขียน ปี การศึกษา 2565 การอ ่ านออกเส ี ยง การอ ่ านร ู ้ เร ื่อง การเขียนค า การเขียนประโยค โรงเรียน อ าเภอ จ านวนนร. ทุกชั้น ขนาด จ านวนนร./ ครู 1 คน ครู ร้อยละการอ่าน ออกเขียนได้ ป.1 11 บ้านหนองหม้อข้าว(ศิริ ทวีอุปถัมภ์) สวนผึ้ง 48เล็ก 16.00 3 722.62 2 12บ้านร่องเจริญ บ้านคา 121กลาง 20.17 6 2120.24 4 13 บ้านหินสี (สาขาบ้าน ลานคา) ปากท่อ 47เล็ก 11.75 4 520.00 1 14วัดชัฏใหญ่ จอมบึง 70เล็ก 14.00 5 1520.00 3 15วัดศรัทธาราษฎร์ วัดเพลง 110เล็ก 12.22 9 1020.00 2 16 วัดนาหนอง(วิธาน ราษฎร์อนุกูล) เมืองราชบุรี 61เล็ก 10.17 6 919.44 2 17บ้านทุ่งศาลา สวนผึ้ง 83เล็ก 11.86 7 1618.75 3 18ชุมชนวัดคูบัว เมืองราชบุรี 59เล็ก 11.80 5 1118.18 2 19บ้านอ่างหิน ปากท่อ 72เล็ก 14.40 5 717.86 1 20อนุบาลบ้านคา บ้านคา 330กลาง 30.00 11 3017.50 5 จ านวนนร.ที่ต้องสอนเสริม


การรายงานผลการคัดกรองการอ่านการเขียน ปี การศึกษา 2565 การอ ่ านออกเส ี ยง การอ ่ านร ู ้ เร ื่อง การเขียนค า การเขียนประโยค โรงเรียน อ าเภอ จ านวนนร. ทุกชั้น ขนาด จ านวนนร./ ครู 1 คน ครู ร้อยละการอ่าน ออกเขียนได้ ป.1 จ านวนนร.ที่ต้องสอนเสริม 21บ้านหนองขนาก จอมบึง 60เล็ก 15.00 4 1317.31 2 22บ้านมะขามเอน สวนผึ้ง 70เล็ก 17.50 4 1317.31 2 23บ้านกล้วย สวนผึ้ง 58เล็ก 11.60 5 616.67 1 24 วดัโพธิ์ราษฏรศ์รทธาั ธรรม เมืองราชบุรี 207กลาง 23.00 9 1915.79 3 25วัดเขาไก่แจ้ สวนผึ้ง 2260ใหญ่พิเศษ 205.45 11 3415.44 5 26บ้านวังปลา จอมบึง 92เล็ก 15.33 6 515.00 1 27 วัดน ้าพุ (ส านักงาน สลากกินแบ่ง สงเคราะห์ 54) เมืองราชบุรี 456กลาง 22.80 20 5614.73 8 28บ้านทุ่งแจง จอมบึง 120เล็ก 17.14 7 1713.24 2 29ชุมชนบ้านบ่อ สวนผึ้ง 710ใหญ่ 23.67 30 11013.18 15 30บ้านหนองกระทุ่ม จอมบึง 208กลาง 18.91 11 1913.16 3 31 วัดนาขุนแสน(แกละ ประชานุกูล) สวนผึ้ง 163กลาง 18.11 9 2313.04 3 32บ้านสวนผึ้ง สวนผึ้ง 326กลาง 18.11 18 3012.50 4 33บ้านท่ามะขาม สวนผึ้ง 428กลาง 18.61 23 5511.82 7 34วัดสว่างอารมณ์ ปากท่อ 211กลาง 17.58 12 3110.48 3


•จัดท ำสื่อ ค ่ ู ม ื อ •อบรมกำรใช ้ ค ่ ู ม ื อ สื่อ ให ้ คร ู ร และ คร ู ข •โครงกำรอ่ำนออก เขียนได้ภำษำไทย •โรงเรียนทเ ี ่ ดก ็ ม ีปั ญหาอ ่ านออกเข ี ยนได้ 63 โรงเรียน+2 ตชด. ในอ ำเภอสวนผึ้ง อ ำเภอบ้ำนคำ อ าเภอปากท่อ อ าเภอเมือง อ าเภอวัดเพลง และอ ำเภอจอมบึง • จา นวนเดก ็ ทม ี ่ ีปั ญหาอ ่ านออกเข ี ยนได้ รวม 197 คน


กระบวนการ 1.ค ั ดกรองเดก ็ ดว ้ ยคร ู ในโรงเร ี ยน ด้วยชุด กรองก่อนฝึก 2.ค ั ดแยกเดก ็ ทม ี ่ ีปั ญหาเร ื ่ องการอ ่ านออก เขียนได้ภาษาไทย 3.สอนซ ่ อมเสร ิ มใหก ้ั บเดก ็ ทม ี ่ ีปั ญหาผ่าน การเล่นเกม-นิทาน 4. ติดตามและวัดประเมินผล 5. สร ุ ปผลการดา เน ิ นงาน เพอ ื ่ วางแผนใน ระยะต่อไป


=-0987654321 ASdfuiop[]\ บทสังเคราะห์ และบทสรุป โครงการการประสานงานเพื่อศึกษาบริบทพื้นที่และการขับเคลื่อนกลไก อศม. ในพื้นที่ขยายผล 8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ในโครงการการพัฒนาระบบอาสาสมัครการศึกษาหมู่บ้าน (อศม.) เพื่อทดแทนการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ดร. จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ และคณะ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย (เดือนมีนาคม 2565 - มีนาคม 2566)


1 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 บทสรุป สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และหน่วยงานภาคี ได้ด าเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาการ พูด อ่าน เขียนภาษาไทย โดยให้มีการพัฒนาระบบอาสาสมัครการศึกษาหมู่บ้าน (อศม.) เพื่อทดแทนการเรียนรู้ ที่ถดถอย (Learning Loss) ในโรงเรียนพื้นที ่ห่างไกล โดยพร้อมกันนี้ยังให้มีการด าเนินงานประสานงานเพื่อ ศึกษาบริบทพื้นที่และการขับเคลื่อนกลไก อศม.ในพื้นที่ขยายผล 8 จังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมส าหรับ การขยายผลการด าเนินงานของสภากาชาดไทย ซึ่งภายใต้งานประสานดังกล่าวมุ่ง 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของ โรงเรียนในพื้นที่เป้าหมายและปริบทโรงเรียน 2) วิเคราะห์หน่วยงานที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนและบริหาร จัดการระบบ อศม.ในพื้นที่3) ศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการ อศม. ในพื้นที ่ขยายผลทั ่วไป โดยมี พื้นที่เป้าหมายใน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา สกลนคร กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ผลการด าเนินงานใน 8 จังหวัด พบว่า 1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนในพื้นที่เป้าหมายและปริบทโรงเรียน ชี้ว่า ข้อมูลพื้นฐานมี ความหลากหลายตามบริบทพื้นที่ โดยทุกจังหวัดที่ศึกษาส ารวจข้อมูลส ่งต่อสภากาชาดไทยในปี 2565และก าลัง ทบทวนข้อมูลนักเรียนและโรงเรียนที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายด้านการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโรงเรียนที่ คาดว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายขยายผลใน 8 จังหวัด พบสถานการณ์ส าคัญว่า 1) โรงเรียนที่เผชิญกับปัญหาเด็ก ที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ซึ่งวิกฤตมากในกลุ่มนักเรียนชาติพันธุ์ที ่ใช้ภาษาแม่เป็นภาษาหลักโดยเฉพาะช่วยที่ โรงเรียนปิด ทั้งในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลางบางแห ่งพบว่า 1 ใน 3 ของเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ส ่วน โรงเรียนขนาดเล็ก พบว่า 1 ใน 2 เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ 2) โรงเรียนส่วนใหญ่มีสื่อการเรียนรู้ที่พอเพียง แต่มี ข้อจ ากัดด้านการจัดการชั้นเรียน ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ และปัญหาพฤติกรรมหรือความไม่พร้อมในการเรียน ซึ่งท าให้ครูต้องเร่งแก้ปัญหาการปรับพฤติกรรมเพื่อให้มีความพร้อมด้านการเรียนก่อนเป็นอันดับแรก และจัดการ ส่งเสริมพัฒนาการฟังพูดอ่านเขียนเป็นล าดับต่อมา 3) ความต้องการของโรงเรียน คาดหวังให้มี อศม.มีกิจกรรม ส ่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับโรงเรียน และการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษหรือเด็กบกพร ่องทางการ เรียนรู้ โดยส่วนใหญ่ยังพบข้อจ ากัดด้านการจัดหา อศม. ในพื้นที่ 2. หน่วยงานที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการระบบ อศม.ในพื้นที่ พบว่า หน่วยงาน ที่น่าจะเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักคือส านักงานเหล่ากาชาดจังหวัด โดยอาจเป็นทั้งหน่วยประสานและบริหาร จัดการ โดยศึกษาธิการจังหวัดน่าจะมีบทบาทเป็นหน่วยเลขาร่วมประสานการท างาน ส่วนส านักงานเขตพื้นที่ ประถมศึกษาซึ่งที่เชื่อมโยงนโยบายต้นสังกัดสู่การปฏิบัติงาน มีข้อมูลที ่สามารถชี้เป้าทั้งจ านวนเด็กและโรงเรียนที่ คาดว่าจะเป็นพื้นที่เป้าหมาย สถาบันอุดมศึกษาถือเป็นหน่วยที่จะร่วมขับเคลื่อนและสร้างองค์ความรู้ นอกจากนี้ หน่วยงานการศึกษาและภาคีต่าง ๆ เป็นหน่วยงานร่วมที่จะเป็นพลังขับเคลื่อน และพลัง อศม. ที่ส าคัญ ทั้งนี้ การมี ข้อมูลสภาพจริง ข้อมูลเชิงพื้นที่มีนัยส าคัญต่อการตัดสินใจ เนื่องจากทุกจังหวัดมีต้นทุนการท างานที่กระจาย อยู่ในหน่วยงานการศึกษาจ าเป็นต้องเชื่อมโยงการท างานเชิงบูรณาการองค์กรร่วมขับเคลื่อนงาน ส ่วน การ


2 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 ขับเคลื่อนงานภาคปฏิบัติ ทุกจังหวัดเห็นความส าคัญของการมี อศม. เข้ามาช่วย โดยต้องประสานและควร การออกแบบกลไกการท างานให้เชื่อมโยง “ไม่ซ ้าซ้อน ทับทาง แต่หนุนเสริมกันและกัน” เพื่อให้เด็กได้รับ ประโยชน์สูงสุดจากโครงการ นอกจากนี้จ าเป็นต้องเชื่อมประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการรวบรวม อศม. ไป ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ 3. การศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการ อศม. ในพื้นที่ขยายผลทั่วไป พบว่า มีความ เป็นไปได้ในการพัฒนากลไกหลากหลายรูปแบบที่กาชาดจังหวัดสามารถผลักดันให้เกิดการท างานร่วมได้ โดยมี ระดับของการบริหารจัดการ อศม. ได้แก่ กลไกจังหวัดผ่านการท างานร่วมของกาชาดจังหวัด ซึ่งมีพลังและ สามารถดึงความร่วมมือภาคีหลายภาคส่วนบูรณาการงานให้บรรลุเป้าหมาย กลไกท้องถิ่นผ่านการท างานร่วม ระหว่างอบต.และเขตพื้นที่การศึกษา กลไกระดับเขตพื้นที่การศึกษา โดยน าร่องในโรงเรียนที่มีความเป็นไปได้ อยากเข้าร่วมโครงการ กลไกระดับโรงเรียนและเครือข่ายโรงเรียน พบในหลายพื้นที่ เช่น โรงเรียนขนาดเล็ก ในพื้นที่ภาคเหนือเชียงราย เครือข่ายโรงเรียนที่พื้นสูง โรงเรียนกพด. กลไกระดับโรงเรียนและชุมชน โดยความ สมัครร่วมกัน โดยภาพรวม การศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการ อศม. ในพื้นที่ขยายผลทั่วไป น าไปสู่ การพัฒนาระบบและกลไกบริหารจัดการ อศม. ของเหล ่ากาชาดจังหวัดใน 8 จังหวัด น าโดยเหล ่ากาชาด จังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ส านักงานเขตประถมศึกษาเขตพื้นที่ใน 8 จังหวัด สถาบันอุดมศึกษา และภาคีใน พื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย โดยมีโรงเรียนที่มีความ เป็นไปได้ที่จะน าร่องขยายผล 28 โรงเรียน/สถานศึกษา 2 องค์กรจัดการเรียนรู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา/ บ้านพัก และมีเครือข่าย อศม. ในลักษณะต่าง ๆ ทั้งเป็นครูเกษียณษอายุราชการ 30 คน อาสาสมัครที่เป็น นักศึกษาและเยาวชน 40 คน และเด็กวัยเรียนที่สมัครเป็นยุวอาสาส่งเสริมการเรียนรู้ในระดับโรงเรียน 30 คน ร่วมกับหน่วยงานส าคัญทั้งในและนอกพื้นที่ ซึ่งก าลังด าเนินงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยให้กับนักเรียนในโรงเรียนที่คาดว่าจะเป็นไปหมายต่อไป (ภาคผนวก)


3 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 บทสังเคราะห์ ผลโครงการการประสานงานเพื่อศึกษาบริบทพื้นที่และการขับเคลื่อนกลไก อศม. ในพื้นที่ขยายผล 8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) โครงการการประสานงานเพื่อศึกษาบริบทพื้นที่และการขับเคลื่อนกลไก อศม. ในพื้นที่ขยายผล 8 จังหวัด ภายใต้โครงการการพัฒนาระบบอาสาสมัครการศึกษาหมู่บ้าน (อศม.) เพื่อทดแทนการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ในโรงเรียนพื้นที ่ห่างไกล โดยมุ่ง 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนในพื้นที่เป้าหมายและ ปริบทโรงเรียน 2) วิเคราะห์หน่วยงานที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการระบบ อศม.ในพื้นที่ 3) ศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการ อศม. ในพื้นที่ขยายผลทั่วไป โดยมีพื้นที่เป้าหมายใน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา สกลนคร กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ด าเนินงานตั้งแต่เดือน มีนาคม 2565 – มีนาคม 2566 สรุปผลการด าเนินงานได้ดังนี้ 1. ระดับภาพรวมโครงการ ทีมประสานโครงการได้การด าเนินงานขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์โครงการ พัฒนาระบบอาสาสมัครการศึกษาหมู่บ้าน (อศม.) เพื่อลดปัญหาการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) ในช่วงโควิด-19 ภายใต้คณะท างานความร ่วมมือโครงการส ่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียน ภาษาไทย โดยความร ่วมมือ ระหว่างสภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และส านักงาน เหล่ากาชาดจังหวัดน าร่อง และภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยด าเนินงานตามวัตถุประสงค์ แผนงาน และมีการน าเสนอ ความเคลื่อนไหวและผลการด าเนินงาน รายงานต่อคณะท างานความร่วมมือฯ การประชุมติดตามการท างาน ของคณะท างานในทุกเดือน


4 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 2. ระดับโครงการย่อยที่ 3 ด าเนินงานใน 8 จังหวัด ทีมประสานโครงการได้ประสานการท างานเชื่อมโยงโครงการหลักร่วมกับหน่วยงานที ่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ส านักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเป้าหมาย ศึกษาธิการจังหวัด สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที ่ ส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขตต่าง ๆ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อศึกษาบริบทและความเป็นไปได้ในการขยายผลโครงการ โดยมีกระบวนการ ลงพื้นที่ประสานและหารือความเป็นไปได้ในความร่วมมือด าเนินงานโครงการ และเช็คทุนเครือข่ายในพื้นที่ เข้า พบท่านนายกเหล ่ากาชาดจังหวัด จัดประชุมและกิจกรรมพบปะแกนน าเครือข่ายต่าง ๆ โดยได้ศึกษาข้อมูล พื้นฐานบริบทของจังหวัดเป้าหมาย ความเป็นไปได้ในการขยายผล ประสานพลังครูในเครือข่ายมูลนิธิรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีใน 8 จังหวัด และร ่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดค้นหาอาสาสมัครทางการศึกษาในจังหวัด กลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังได้การร่วมกับสภากาชาดไทยจัดประชุมคณะท างานเหล่ากาชาดจังหวัด และภาคีที่ เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลความเป็นไปได้ระดับพื้นที่ วางแผนร ่วมกับจังหวัดในการขับเคลื่อนการท างาน โครงการ ภายใต้การปรึกษาหารือร่วมกับที่ปรึกษา ผู้ช่วยผู้อ านวยการส านักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดและ คณะ ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พร้อมด้วยคณะวิจัยโครงการย่อย และหัวหน้าโครงการวิจัย หลัก นายกเหล ่ากาชาดจังหวัด บุคลากรของส านักงานกาชาดจังหวัด หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ นักวิชาการ/ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ เครือข่ายภาคีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการประสานงานยังน าไปสู่ความ ร่วมมือกับคณะท างานจังหวัดในการน าร่องขยายผลการด าเนินงานในโรงเรียนเป้าหมายตามความพร้อม และแนวทางพัฒนาที่แตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ผลการด าเนินงาน สรุปได้ ดังนี้


5 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 2.1 ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลพื้นฐานในด้านการอ่านของเด็ก พบว่า ทุกจังหวัดมีผลการทดสอบเพื่อประเมินความสามารถ ในการอ่าน (Reading Test : RT) ส าหรับเด็กประถมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศในปี 2563 เป็นข้อมูลพื้นฐาน แต่ หลายพื้นที ่ยังประสบปัญหาความเที่ยงตรงหรือสมบูรณ์ของข้อมูล เนื่องจากหลายพื้นที่ไม่สามารถเก็บข้อมูล จากนักเรียนทั้งหมดได้ หน่วยงานด้านการศึกษาของจังหวัดได้อาศัยข้อมูลทั้งในปี 2563 และ 2654 ประกอบ ในการด าเนินงานช่วยเหลือพัฒนานักเรียนที่ประสบปัญหาอ่านออกเขียนได้ ทั้งนี้ โรงเรียนได้เตรียมทบทวนข้อมูลที่จะมีการทดสอบในต้นภาคเรียนของปีการศึกษา 2565 แต่ละ แห่งได้มีการส ารวจและคัดกรองนักเรียนที่คาดว่าจะอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ส่งให้กับส านักงานเหล่ากาชาดจังหวัด เพื่อวิเคราะห์และคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายส าหรับโครงการต่อไป (รายละเอียดในรายงานวิจัยฉบับเต็ม) อย่างไร ก็ตาม ในการด าเนินงานจึงอาศัยข้อมูลการส ารวจในจังหวัดเป้าหมายโดยผ ่านกลไกการส ารวจข้อมูลของ สภากาชาดไทยที่ได้ให้แต่ละจังหวัดส่งข้อมูล เพื่อด าเนินงานจัดส่งถุงยังชีพเพื่อการศึกษาและด าเนินโครงการ ส่งเสริมและพัฒนาการพูดอ่านเขียนภาษาไทย นอกจากนี้ ผลการประสานและด าเนินงานร่วมกับจังหวัดเป้าหมายทั้ง 8 จังหวัดนี้ น าไปสู่การทบทวน ข้อมูลและศึกษาบริบทโรงเรียนที่มีความเป็นไปได้ในการด าเนินงาน 30 พื้นที่/โรงเรียน โดยภาพรวมของข้อมูล ระดับโรงเรียนพบประเด็นส าคัญที่ว่า 1) โรงเรียนที่ลงพื้นที่ศึกษาเพื่อค้นหาโรงเรียนเป้าหมาย โดยส ่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่อยู่ชาย ขอบ/ชายแดนห่างไกลทุรกันดาร อยู่ในบริบทที่หลากหลาย “ป่า เขา นา เล” ตามภูมิประเทศของแต่ละจังหวัด 2) นักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนเป็นเด็กชาติพันธุ์ มีภาษาชนเผ่าเป็นภาษาหลักในการสื่อสารใน ชีวิตประจ าวัน ครอบครัวมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ 3) ครอบครัวของเด็กมีความหลากหลายและเหลื่อมล ้าด้านความเป็นอยู่ เด็กส ่วนใหญ่อยู่ใน บริบทครอบครัวที่ยากล าบาก หรือมีภาวะเปราะบาง ผู้ปกครองประกอบอาชีพเกษตรการ รับจ้าง และไป ท างานต่างประเทศ เด็กอยู่ในครอบครัวที่ผู้ดูแลเป็นผู้สูงอายุ/พ่อ/แม่/เครือญาติ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีข้อจ ากัด ด้านภาษา ขาดการเลี้ยงดูที่ส่งเสริมการใช้ภาษาไทยและพื้นฐานการเรียนรู้ส าคัญ 4) นักเรียนที่ถูกคัดกรองและคาดว่าจะเป็นเด็กกลุ่มเป้าหมายในโครงการ เป็นเด็กที่ไม่ได้ใช้ ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในชีวิตประจ าวัน ขาดความพร้อมด้านการเรียนรู้ โดยพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ส่งเสริม หรือเตรียมความพร้อมและสร้างวินัยหรือแรงจูงใจเพื่อการเรียนภาษาไทยให้เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ เด็กมีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ในช ่วงโรงเรียนปิด หันไปสนใจสื่อหรือสิ่งแวดล้อมอื่นที่สนุกและบันเทิง มากกว่าการเรียนและการฝึกพูด อ่าน เขียนภาษาไทย 5) ครูในโรงเรียนส ่วนใหญ ่ ไม ่ได้จบสายวิชาเอกด้านภาษาไทย จัดการสอนตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาศัยประสบการณ์และการเรียนรู้จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อช่วยพัฒนานักเรียน แต่ยังประสบ ปัญหาด้านการจัดการชั้นเรียน และการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โควิด-19 และหลังเปิด เรียนปี 2565


6 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 2) ด้านนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่โรงเรียนส่วนใหญ่ด าเนินงานอยู่ พบว ่า ทุกจังหวัดมี นวัตกรรมและคู่มือจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในแง่การใช้งานอยู่ และก าลัง พัฒนาให้เกิดการน าคู่มือที่พัฒนาขึ้นในพื้นที่ เป็นแนวทางที่ครูหลายโรงเรียนใช้ในการจัดการสอน อาทิ สื่อการ สอนของผศ.ศิวกานต์ ปทุมสูติ สื่อการสอนธารปัญญา แบบเรียนมานะ-มานี ในกรณีของสามจังหวัดใช้นวัตกรรม การสอนในแบบเริ่มเรียนมูลาบาฮาซา โดยครูจัดการสอนแบบบูรณาการ มีการใช้นวัตกรรมการสอน BrainBased learning /Project-based learning ทั้งนี้ สิ่งที่โรงเรียนแต่ละแห่งต้องการมีทั้งการจัดส่ง อศม. ช่วยสอนเสริม สื่อการเรียนรู้ หนังสือ/นิทาน สนับสนุนการเรียนรู้ กิจกรรมการพัฒนาครู กิจกรรมค่ายส่งเสริมภาษาไทยให้นักเรียน จนถึงสื่อและกิจกรรม ห้องสมุดเพื่อส่งเสริมการอ่านเขียนภาษาไทย คู่มือการสอน นวัตกรรมสื่อในพื้นที่ คณะวิชาการลงพื้นที่ขับเคลื่อนท างาน พบว่า มีการใช้คู่มือการสอน ภาษาไทยหลายรูปแบบ อาทิ คู่มือการสอนภาษาไทยอาจารย์ศิวกานต์ ปทุมสูต ตชด.) จ.เชียงราย แบบเรียนภาษาไทยมานะ มานี การแจกลูกสะกดค า ศศช. และสพฐ.บางโรงเรียนในอ.อมก อย จ.เชียงใหม่ อ.เชียงค า จ.พะเยา จ.กาญจนบุรี อ.กาบัง จ.ยะลา) กิจกรรมการเรียนรู้สื่อ พรรษา ร.ร.ในกพด. ตชด. สพฐ. หนังสือเรียนอ่านออกเขียนได้ ธารปัญญา) จ.พะเยา แบบเริ่มเรียนภาษาไทยมูลาบาฮาซา พัฒนาโดยมรภ .ยะลา) ใน โรงเรียนสพฐ. และเอกชน ในจ.ยะลา คู่มือการสอนตามแนวทาง พัฒนาโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ. สกลนคร


7 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 ทั้งนี้ จากประเด็นส าคัญของข้อมูลสถานการณ์เด็กที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายและแนวทางการ พัฒนา น าไปสู่การค้นหาโรงเรียนที่จะเป็นกลุ่มเป้าหมายเพื่อการขยายผล สรุปได้ว่า มี 52 พื้นที่/โรงเรียน/บ้าน โดยกระจายสังกัด สรุปเป็นแผนภาพ ดังนี้ จุดร ่วมของโรงเรียนเหล ่านี้คือเป็นโรงเรียนที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการขับเคลื่อน มีกลไก ประสานการท างานระหว่างเหล่ากาชาดจังหวัด หน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียน และมีความเป็นไปได้ที ่จะ จัดหาอศม. มาร่วมสนับสนุนโรงเรียนได้ ซึ่งน าไปสู่การวางแผนและคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายจนได้มีการทดลอง น าร่องขยายผลตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่ในช่วงปลายปี 2565-2566 2.2 การวิเคราะห์หน่วยงานที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการระบบ อศม. ใน พื้นที่ ผลการด าเนินงานสรุปได้ว่า หน่วยงานที่ศักยภาพในการขับเคลื่อนและบริหารระบบอศม. ใน พื้นที่ ในเบื้องต้นจากการประสานพบกลไกการท างาน มีหน่วยงานที ่เกี่ยวข้องหลากหลาย มีความพร้อมและ ศักยภาพที่แตกต่างกัน แต่ยังไม่ได้มีการเชื่อมโยงการท างาน โดยพบว่า 1) หน่วยงานส าคัญที่น่าจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและบริหารระบบ อศม. ในพื้นที่ คือ ส านักงานเหล่ากาชาดจังหวัด เนื่องจากมีนโยบายจากสภากาชาดไทยในการด าเนินโครงการอยู่ มีนายกเหล่า กาชาดจังหวัดเป็นผู้รับนโยบาย อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานที่สามารถประสานกลไกการท างานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย 2) หน่วยงานที่มีศักยภาพในการเป็น “แกนน า” หรือ “ผู้เชื่อมต่อ” การท างาน ซึ่งพบว่า ความ เป็นไปได้ในการบริหารจัดการ อศม. จึงเป็นต้องมีแกนน าหรือผู้ที ่สามารถประสานหน ่วยงานส าคัญ อาทิ คณะท างานเหล่ากาชาดจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขตต่างๆ ส านักงาน ส ่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัดต่าง ๆ และภาคีส าคัญที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้น


8 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 พบว่า “แกนน า” หรือ “ผู้เชื่อมต่อ” การท างานนั้น มีอยู่ 2 หน่วยงานที่น่าจะเป็นหน ่วยส าคัญที ่สามารถ ด าเนินการในฐานะผู้ประสานให้เกิดการขับเคลื่อนกลไกในจังหวัดได้ คือ (1) เจ้าหน้าที่ประจ าส านักงานเหล ่ากาชาดจังหวัด (จปห.) ท าหน้าที ่ในการประสาน เครือข่ายองค์กรต่าง ๆ ที่ด าเนินโครงการ ผ ่านกลไกการท างานร่วมกับเหล ่ากาชาดจังหวัดในการขับเคลื่อน โครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย (2) ศึกษาธิการจังหวัด ท าหน้าที ่ในการประสานเขตพื้นที่การศึกษา การรวบรวมข้อมูล เป็น เลขาฯ ด้านการศึกษาในคณะท างานขับเคลื่อนโครงการฯ โดยเฉพาะกรณีที่จังหวัดต้องการจัดตั้งคณะท างาน โครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย โดยการพัฒนาระบบอาสาสมัครการศึกษาหมู่บ้าน (อศม.) เพื่อทดแทนการเรียนรู้ที่ถดถอย (3) หน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ เป็นหน่วยงานส าคัญที ่สามารถชี้หมุดหมายของเด็กที่ ประสบปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ว่าอยู่ในโรงเรียนหรือพื้นที่ใด และเป็นหน่วยที่จะช่วยวิเคราะห์สถานการณ์และ ปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการส่งเสริมการพูดอ่าน เขียนภาษาไทยของเด็กในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ พบว่า หน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ อาทิส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต ต่าง ๆ จะมีบทบาทส าคัญในการส ารวจและค้นหาเด็กที่ประสบปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และโรงเรียนที่ สอดคล้องกับการเข้าร ่วมโครงการ ส ่วนส านักงานส ่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดต่าง ๆ จะมีประสบการณ์และบทบาทส าคัญในการส ่งเสริมการเรียนรู้อ ่านออกเขียนได้นอกระบบ การศึกษา โดยมีการจัดให้มีครูอาสาไปช่วยสอนหนังสือให้กับเด็กเยาวชนและผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือตามหมู่บ้าน ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ได้มีการด าเนินงานตามนโยบายของต้นสังกัดในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ ภาษาไทยอยู่ โดยเป็นการด าเนินงานส ่งเสริมการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบการสอนโดยตรงที่ครูเป็น ผู้จัดการเรียนรู้และผ่านโครงการหรือกิจกรรมที่สถานศึกษาสนับสนุน นอกจากนี้สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที ่ยังเป็นหน่วยส าคัญที่จะเป็นพี่เลี้ยง และด าเนินงานวิจัยและ พัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องการส่งเสริมการพัฒนาการพูดอ่านเขียนภาษาไทยเพื่อสนับสนุนการท างาน และ การวิจัยสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับประเมินและถอดบทเรียนองค์ความรู้การท างาน อย่างไรก็ตาม จากการสะท้อนข้อคิดจากหน่วยงานด้านการศึกษาในหลายพื้นที่ พบว่า ทุกหน่วยงาน แม้มีความพยายามด าเนินงานตามนโยบายเร่งด่วน แต่หลายพื้นที่ก็อาจยังไล่ไม่ทันต่อสถานการณ์การอ่านไม่ ออกเขียนไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กและเด็กวัยประถมศึกษาที่เผชิญกับการไม่ได้มาโรงเรียนหรือโรงเรียนปิด ๆ เปิด ๆ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในปี 2563-2564ต้องเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์หรือ คู่มือแบบฝึกที ่บ้าน ซึ่งท าให้เกิดการสั่งสมปัญหาการเผชิญภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนและการไม่ ตื่นตัวต่อการเรียนการสอนในระบบปกติ ซึ่งท าให้หน่วยงานด้านการศึกษาหลายจังหวัดมีความต้องการให้เกิดการ พัฒนาระบบ อศม. และส่ง อศม. เป็นกลไกช่วยสนับสนุนการด าเนินงานช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ (4) หลากหลายหน่วยงานร่วมที่สามารถเข้ามาร่วมเป็น อศม. ในจังหวัด ผลการศึกษาพบว่า ในแต่ละจังหวัดมีความเป็นไปได้ในการค้นหา อศม. โดยเบื้องต้นสภากาชาดไทยมีระบบการรับสมัครอาสา


9 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 กาชาดผ่านเว็บไซด์ https://vb.redcross.or.th/และแอปพลิเคชั่น “อาสาสมัครกาชาด” ของสภากาชาดไทย ซึ่งสามารถลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครได้ทุกจังหวัด นอกจากนี้ในจังหวัดยังมีกลไกอาสาอีกหลายหน่วยงาน อาทิ ครูในเครือข่ายมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีในจังหวัดต่าง ๆ อดีตข้าราชการบ านาญ อาสาสมัคร สาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน (อสม.) กลไกยุวกาชาด บัณฑิตอาสา อาสาสมัครชุมชน ฯลฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้ใน การร่วมเป็นอาสาสมัครทางการศึกษาที่สอดคล้องกับโครงการ เป็นต้น 2.3 การศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการ อศม. ในพื้นที่ขยายผลทั่วไป ข้อค้นพบชี้ว่า มีความเป็นไปได้ในในการบริหารจัดการ อศม. ในพื้นที่ขยายผล ซึ่งขึ้นอยู่กับความ พร้อมและการจัดการของคณะท างานจังหวัด โดยมีปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) การมีข้อมูลสภาพจริง ข้อมูลเชิงพื้นที่มีนัยส าคัญต่อการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ และ วางแผนการท างาน เนื่องจากทุกจังหวัดมีต้นทุนการท างานที่กระจายอยู่ในหน่วยงานการศึกษา ซึ่งจ าเป็นต้อง มีการประสานและเชื่อมโยงการท างานเชิงบูรณาการขับเคลื่อนงาน ที่ส าคัญหน่วยงานขับเคลื่อนควรได้มี การศึกษาและวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ปัญหา ความต้องการการช ่วยเหลือของเด็ก ๆ และโรงเรียน เป้าหมาย อาทิ ด้านสื่อ/คู่มือ/เครื่องมือ ถ้าขาดแคลนก็ให้มีการจัดการสื่อเพื่อสนับสนุน หรือการส ารวจค้นหา ครูอาสา/อาสาสมัครทางการศึกษาเพื่อช่วยส ่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ในโรงเรียนหรือชุมชนที่มีความ ต้องการ อศม. หรือการจัดการด้านกลไกส่งเสริมสนับสนุน ระบบการช่วยเหลือรายกรณีเช่น คลินิกภาษา เป็นต้น (2) การขับเคลื่อนงานภาคปฏิบัติปัจจุบันผู้ด าเนินงานหลักคือครู ซึ่งท างานด้านการจัดการเรียน การสอนหรือส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ ดังนั้นการสร้างระบบ อศม. เพื่อเป็นหน่วยสนับสนุนจ าเป็นต้องอาศัยข้อมูล เด็ก โรงเรียนเป้าหมายและบริบทที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถส่งเสริมการพัฒนาการพูดอ่าน เขียนภาษาไทยของเด็ก ที่ประสบปัญหาได้สอดคล้องกับความต้องการจ าเป็นและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ อย ่างไรก็ดี บางจังหวัดมีความพยายามน าร ่องส ่งอาสาสมัครกาชาดเข้าไปช ่วยเหลือผ ่านกลไก คณะท างานกาชาดจังหวัด ซึ่งต้องท างานประสานกับครูและโรงเรียนเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการท างาน แต่ยัง เป็นระยะเริ่มต้น ดังนั้นการท างานต่อเนื่องให้เกิดการด าเนินงานที่เป็นรูปธรรมในภาคปฏิบัติจ าเป็นต้องมีการ ออกแบบการท างานให้เชื่อมโยง “ไม่ซ ้าซ้อน ทับทาง แต่หนุนเสริมกันและกัน” เพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริม อย่างเหมาะสมและบรรลุเป้าหมายโครงการ (3) การเชื่อมโยงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในจังหวัด บางจังหวัดมีความพร้อมที่หลากหลาย ซึ่ง ยังต้องส ารวจความพร้อมของอาสาสมัครที ่จะร่วมสนับสนุนโครงการ กล ่าวคือ ยังคงเห็นทั้งโอกาส เงื่อนไข ข้อจ ากัดที่แตกต่างกันตามบริบทพื้นที่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าต้องมีการหารือวางแนวทางการท างานร่วมกันในระยะต่อ ๆ ไป อาทิ การค้นหาบุคคลที่จะเป็น อศม. (ทั้งจ านวนคนและข้อมูลพื้นฐาน) บริบทของโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นเงื่อนไขในการจัดส่ง อศม. ไปช่วย โดยเฉพาะข้อจ ากัดด้านโรงเรียนห่างไกลหรือพื้นที่ทรุกันดาร การ


10 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 ฝึกอบรมหรือเตรียมความพร้อมของ อศม. ที่จะไปจัดการเรียนรู้ (ด้านจิตวิทยาการจัดการเรียนรู้ ความรู้ด้าน ภาษาถิ่น-ภาษาไทย) ฯลฯ ในภาพรวมของการด าเนินงาน สรุปได้ว่า ทุกจังหวัดมีความเป็นไปได้ที่หลากหลาย และมีความพร้อม ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ แต่ละจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมในการด าเนินงานน าร่องการพัฒนาระบบ อศม. ด้วยกลไกการท างานที่พัฒนาขึ้นจากกลไกของคณะท างานเหล่ากาชาดจังหวัด เชื่อมไปสู่กลไกภาคีการศึกษา/ ภาควิชาการในพื้นที่ โดยมีปัจจัยที่ท าให้เกิดการขับเคลื่อนได้คือ การมีทุนการท างานในจังหวัดที่อาจมีจุดแข็ง แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมเดียวกันที่สามารถเชื่อมโยงและประสานพลังหน่วยงานส าคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วม ท างานบนบริบทข้อมูลและความพร้อมความต้องการของโรงเรียนที่หลากหลายต่อไป 2.2การน าร่องขยายผล : หลากหลายแนวทางสร้างตัวแบบ ในการประสานโครงการได้น าไปสู่การด าเนินงานร่วมกันระหว่างเหล ่ากาชาดจังหวัด 8 จังหวัดกับ หน่วยงานทางการศึกษาและภาคีในพื้นที่ โดยร ่วมมือกันขับเคลื่อนการพัฒนากลไกอศม. ตามบริบทความ พร้อมของแต่ละจังหวัด ซึ่งพบว่า ความพยายามน าร่องขยายผลใน 8 จังหวัด ท าให้เห็นการริเริ่มการท างานที่มี แนวทางขับเคลื่อนที่หลากหลายที่สะท้อนให้ถึงตัวอย่างที่สามารถพัฒนาต่อไปสู่การขับเคลื่อนงานต่อยอดขยาย ผลต่อเนื่องได้ในระยะต่อ ๆ ไป อาทิ • ตัวแบบเชิงพื้นที่ พลังของเครือข่ายโรงเรียน ข้อค้นพบจากการทดลองน าร่องขยายผลใน จังหวัดต่าง ๆ ท าให้เห็นตัวอย่างของกลไกการท างานเชิงพื้นที่ที่มีการจัดการในหลายระดับตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที ่การศึกษา ระดับท้องถิ่น กรณีการขับเคลื่อนงานน าร่องของคณะท างานจังหวัดเชียงรายที่ได้ เชื่อมโยงกิ่งกาชาดอ าเภอเวียงแก่น ร ่วมกับกองบังคับการต ารวจตระเวนชายแดนภาค3 (บก.ตชด.ภาค 3) และส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 4 และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งร่วมกับขับเคลื่อน ระดับอ าเภอเพื่อสนับสนุน อศม. ช่วยโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 4 แห ่งในอ าเภอเวียงแก่น เช่นเดียวกับจังหวัด ยะลากลไกจังหวัดไปสู่การขับเคลื่อนระดับพื้นที่และเชื่อมกับกิ่งอ าเภอเบตง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเขต 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา TKPark มาร่วมขับเคลื่องาน นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการน าร่อง ขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับพื้นที่และโรงเรียน ซึ่งยังเห็นได้ในอีกหลายจังหวัดที่ เป็นจังหวัดเป้าหมาย และน่าจะเป็นการพัฒนากลไกการท างานที่สามารถขับเคลื่อนให้มีพลังเพื่อเป็นตัวแบบ ส าหรับการขยายผลต่อไป • น าร่องจากหนึ่งเพื่อเตรียมสู่การขยาย โจทย์ส าคัญของการพัฒนากลไก อศม. จังหวัดโดยให้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสมัครใจของจังหวัดนั้นคือสิ่งส าคัญ ในกลไกของจังหวัดจัดการตนเองจึงได้เห็น ตัวอย่างการน าร่องสร้าง “ตัวแบบ 1 เพื่อขยับไปสู่หลาย” เช่นกรณีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่เริ่มเคลื่อนจาก โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดนบ้านป ่าหมากไปสู่การเตรียมความพร้อมขยับไปในระดับเขตพื้นที่และกิ่ง


11 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 กาชาดอ าเภอ หรือกรณีจังหวัดนราธิวาสที่เริ่มต้นจากโรงเรียนบ้านหัวเขาเพื่อขยับไปสู่กิ่งกาชาดอ าเภอแว้งและ ทั้งจังหวัดในระยะต่อ ๆ ไป จึงเป็นกลไกท างานที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับจังหวัดนราธิวาสที ่ก าลังขยายไปสู่กิ่ง อ าเภอแว้ง และจังหวัดประจวบก าลังขยายไปสู่กิ่งอ าเภอปราณบุรี และเขตพื้นที่การศึกษาอื่น ๆ • เสริมพลังครู สร้างกลไกหนุนเสริมจากนอกและภายใน ข้อค้นพบที่น่าสนใจของการพัฒนา กลไกการขับเคลื่อน อศม. ในพื้นที่ คือ การพัฒนากลไก อศม. ให้มีหลากหลายบททบาททั้งในมิติของการเสริม พลังครูและมิติของการพัฒนาเด็กโดยตรง ตัวอย่างการท างานจากจังหวัดพะเยาที่มีครูทองค า ทากัน ครูอ า พรรณ รัตนแพทย์ อดีตข้าราชาการบ านาญที่เข้าพัฒนาครูในโรงเรียนเป้าหมายร่วมกับศึกษานิเทศ ส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยาเขต 2 จังหวัดพะเยา กรณีจังหวัดปัตตานีที่มีนายสุธรรม นุ้ยไกร ครู ช านาญการพิเศษ โรงเรียนวัดพนาสณฑ์ อศม. จากเหล ่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส มาเป็น อศม. ฝึกอบรมให้ครู จังหวัดปัตตานี หรือกรณีอ.รอมีหยะ นิมุ อดีตศึกษานิเทศก์ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา และผศ.ซอและ เกปัน ผู้อ านวยการสถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยยะลามาร่วมกันฝึกอบรมพัฒนาครูและจัดท าคู่มือแบบเรียนแบบฝึกส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยให้กับนักเรียน ซึ่งล้วนแล้วแต่สะท้อนบทบาทของ อศม. ที่เข้าเป็นกลไกการพัฒนาครูในฐานะ ครูก. เป็นผู้สร้างความรู้และเสริมพลังอ านาจความสามารถในการเรียนรู้ให้กับครูผู้อยู่หน้างานการสอน หรือในบางกรณี อศม. ในพื้นที่ก็ผันไปสู่การเป็นครูอศม. ช่วยสอนเสริมในห้องเรียนเป้าหมายดัง กรณีตัวอย่างครูอศม.ที่มาจาก 6 โรงเรียนมาช่วยสอนเสริมให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านหัวเขา อ าเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส และอีกหลายโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดนที่พัฒนาระบบ อศม. ภายใน โรงเรียนเพื่อช่วยสอนเสริมให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งล้วนสะท้อนบทบาทของอศม. ครูข. ที่เป็นพลัง ส าคัญของการช่วยเหลือเด็กในภาวะเร่งด่วนในโรงเรียน ตัวอย่างเหล่านี้ได้เริ่มต้นขับเคลื่อนแล้วและอยู่ในระยะ น าร่องซึ่งจะต้องด าเนินงานให้เกิดความต่อเนื่องต่อไป • อศม. ในหย ่อมบ้าน ตัวแบบครอบครัวควบคู่โรงเรียน ข้อค้นพบจากการขยายผลระยะ เริ่มต้นได้มีน าร ่องขับเคลื่อนอศม.ในหย่อมบ้าน โดยกรณีตัวอย่างบ้านพักแสนสุข อ าเภอแม่จันที่ได้ร ่วมกับ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขา อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรม อศม. สอนเสริมให้กับ นักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว ณ บ้านเด็กที่อยู่นอกโรงเรียน โดยอาศัยกลไกของครอบครัวแบบหอพักเป็นหน่วย สนับสนุนอศม. ที ่เป็นผู้ปกครองชนเผ ่าอาข ่าที ่สามารถสอนภาษาไทยมาสร้างการเรียนรู้ทางภาษาให้กับ นักเรียนชนเผ่าที่พูดอ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ กรณีอศม. ในหย่อมบ้านยังมีพี่ ๆ น้อง ๆ ชนเผ่าที่เก่งภาษาไทย มาร ่วมกับเป็นยุวอศม. ช่วยประกบสอนเสริมเพื่อให้การเรียนรู้ภาษาไทยบรรลุเป้าหมาย ถือเป็นตัวแบบที่ น่าสนใจที่น่าจะได้ขยายผลให้อีกหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เด็กนักเรียนชนเผ่าต้องมาอยู่ตามบ้านพัก หรือ กรณีการขยายผลไปสู่ครอบครัวและชุมชนเช่นกรณีโรงเรียนบ้านคลองน ้าใส อ าเภอกาบัง จังหวัดยะลา ที่ครูสุเทพ


12 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 เท่งประกิจ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีพยายามขยายผลความร ่วมมือสร้างกลไก อศม. เพื่อสนับสนุนการ เรียนรู้ในบ้านในชุมชน • ยุวอาสาวัยเรียน พลังเล็ก ๆ ที่มีความหมาย กรณียุวอาสาที่เป็นเด็กชนเผ่าของโรงเรียน นิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขา อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย กว่า 15 ชีวิตที่สมัครเป็น ยุวอศม. เพื่อช่วย ส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยด้วยวิธีสอนแบบประกบตัวให้กับเด็กชนเผ่า ณ บ้านพักแสนสุข หรือกรณี ยุวอศม. จัดท าหนังสือเล่มเล็ก/กิจกรรมห้องสมุดจ านวน 8 คนในโรงเรียนบ้านธาตุขิงแกง อ าเภอจุน ซึ่งล้วนเป็นตัวอย่างของ ยุวอศม. ที่พัฒนาขึ้นจากพลังและการรวมกลุ่มของเด็กวัยเรียนที่มีพื้นฐานการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา ที่อาสาเข้าไปมีบทบาทในการช่วยเหลือเด็กรุ่นน้องหรือเพื่อนที่ประสบ ปัญหาไม่สามารถพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ ตัวอย่างเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นวาระและกิจกรรม แต่สิ่งส าคัญคือการ เกิดขึ้นและด าเนินการในจังหวะเวลาและสถานการณ์วิกฤต จะเห็นได้ว่า แม้เป็นพลังเล็ก ๆ แต่เด็ก ๆ เหล่านี้ก าลัง ท างานในฐานะ อศม.สอนเสริม และสร้างการเปลี่ยนแปลง ณ ที่เกิดเหตุ เป้าหมายคือเด็ก ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ของ พวกเขาสามารถพูด อ่าน เขียนภาษาไทย ซึ่งพลังเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนในภาพรวมที่ น่าจะสนับสนุนต่อยอดหรือท าให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างพลังยุวอศม. (เด็กวัยเรียน) ให้เป็นพลังเพื่อ พัฒนาตนเองและสังคมเช่นเดียวกับที่สภากาชาดไทยขับเคลื่อนยุวกาชาด • พลังนักศึกษา ครู ด. เพื่อเด็กบนดอย ทุกจังหวัดต่างมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นหน่วยที่ช่วย สนับสนุนทางวิชาการ แต่นอกเหนือจากบทบาทดังกล่าวแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทของการส่งเสริมสนนับส นุนและพัฒนากลไก อศม. โดยเฉพาะ อศม. ในกลุ ่มคณาจารย์และนักศึกษา กรณีตัวอย ่างค ่ายกิจกรรม นักศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ที่ได้จัดท าค่ายอาสาณ โรงเรียน ต ารวจตระเวนชายแดนชนัตถ์ปิยะอุย โรงเรียนสมถวิลจินตมัยห้วยแล้ง (ตชด.อนุสรณ์) ในพื้นที่อ าเภอเวียงแก่น และยังขยายการจัดค่าย ณ โรงเรียนบ้านทุ่งยั้งหัวฝายวิทยา อ าเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ซึ่งจะเห็นได้ว่า แม้ การออกค ่ายอาจเป็นกิจกรรมหลักที่มหาวิทยาลัยสนับสนุนมาอย ่างต ่อเนื ่อง แต ่การประสานขับเคลื่อน โครงการก็ได้น าไปสู่การพัฒนาระบบการจัดการ อศม. และค่ายอาสาที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องการส่งเสริม ภาษาไทย ซึ่งท าให้นอกจากค่ายอาสาช่วยเหลือด้านทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างการเรียนรู้ทักษะ ชีวิตโดยทั่วไปอย่างที่เคยท าแล้ว การส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยก็กลายเป็นกิจกรรมส าคัญ ที่น าไปสู่การสร้างการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยเด็กกลุ่มเป้าหมาย และช่วยพัฒนาความเป็นครูในกลุ่ม นักศึกษาในชั้นปีต่าง ๆ ที่จะเติบโตต่อไปเพื่อไปเป็นครูที่ดี กรณีเช่นนี้ นับเป็นตัวอย่างของการพัฒนากลไก ยุวอศม. (ครูด./พลังนักศึกษา) ที่ในอีกหลายจังหวัด จะสามารถขยับต่อได้และอาจท าได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น กรณีส ่งนักศึกษาช่วยสอน หรือการจัดท า โครงงานพัฒนาสื่อ/นวัตกรรมสื่อสนับสนุนการสอนโดยนักศึกษา เช่น กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยพะเยามา ช่วยสอนเสริมในโรงเรียนราชานุเคราะห์ อ าเภอเชียงค า จังหวัดพะเยา นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี


13 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 จัดท าโครงงานนวัตกรรมสื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยให้โรงเรียนบ้านป่าหมาก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาร่วมเป็น อศม. ช่วยสอนในโรงเรียนเป้าหมายที่ยะลาช่วงปิดภาคเรียน เป็นต้น โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่า 8 จังหวัด ก าลังขับเคลื่อนการน าร่องในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งต่างสะท้อน ให้เห็นตัวอย่างที่น่าสนใจทั้งในมิติของการพัฒนากลไกการท างาน อศม. รวมถึงตัวอย่างของ อศม. ที่ก าลัง ด าเนินงานอยู่ในหลายลักษณะหลายพื้นที่ โดยทั้ง 8 จังหวัดได้เริ่มต้นและท าให้เห็นตัวอย่างแล้ว แต่การเคลื่อน เหล ่านี้ยังไม่อาจสรุปผลและบทเรียนการท างานได้ ยังคงต้องอาศัยกระบวนการท างานที่ต้องก้าวต่อไปในปี 2566 ที่หลายจังหวัดก าลังพัฒนากลไกการบริหารจัดการและแผนงานส าหรับปีการศึกษา 2566 เพื่อสร้าง ระบบการด าเนินงานและติดตามที่ดีต่อไป 2.4 ปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ความคืบหน้าของการด าเนินงานขึ้นอยู่กับบริบทและปัจจัยเงื่อนไขที่เป็นแรงผลักแตกต่างกัน โดย พบว่า ปัจจัยส าคัญที่ว่า 1) กลไกการบริหารจัดการงานและทรัพยากร โดยเฉพาะการน าโดยนายกเหล ่ากาชาดผู้ขับเคลื่อน นโยบายส ่งเสริมและพัฒนาการพูดอ ่านเขียนภาษาไทย พร้อมด้วยคณะท างานเหล ่ากาชาดที่มีทุนในการ ด าเนินงานด้านการศึกษา อาทิ มีอดีตศึกษานิเทศก์ร ่วมเป็นอาสาสมัครกาชาด หรือมีอดีตครู/ข้าราชการ บ านาญ รวมถึงอาสาสมัครกาชาดที่มีความรู้ด้านการจัดการเรียนการสอนหรือการส่งเสริมภาษาไทยเป็นภูมิรู้ และประสบการณ์ในการท างาน และมีการด าเนินงานงานภาคีทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นส่วนส าคัญ ที่สัมพันธ์กับการมีกลไกการบริหารจัดการที่ดีมีส่วนท าให้การขยายผลท างานได้ 2) การข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่ดี ท าให้การเลือกโรงเรียนเป้าหมายได้ชัดเจน สามารถดึงหน่วยงาน / อศม. ที่เกี่ยวข้องมาช่วยคณะท างานได้ 3) การมีกลไกภาคีที่เชื่อมโยงการท างานร่วมกันได้ โดยที่เหล่ากาชาดจังหวัดเป็นหน่วยประสานความ ร ่วมมือจากพลังภาคส ่วนต่าง ๆ มาร ่วมด าเนินงานให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และโรงเรียน เป้าหมายที่มีสถานภาพและสังกัดที่แตกต่างกัน 4) การมีหมุดหมายที่ชัดเจน เริ ่มจากความพร้อมและความสามารถในการดูแลบริหารจัดการได้ ขับเคลื่อนอย่างมีหลักคิดและทิศทางที่ดี ซึ่งหลายจังหวัดเริ่มขับเคลื่อนน าร่องขยายผลแล้วโดยมีการขยายทั้งใน เชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ ซึ่งขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่แตกต่างกันตามพื้นที่ ซึ่งจะได้น าไปสู่แนวทางการพัฒนาการด าเนินงานในปี 2566 ต่อไป 5) การติดตามต่อเนื่อง ประเมินวิเคราะห์และเสริมพลังการท างานซึ่งกันและกัน มีผลอย่างมากต่อการ ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับโครงการ ต่อยอดและขยายผล ซึ่งผลจากการด าเนินงาน หลายจังหวัดจะได้มีการ ทบทวนแผนงาน และผลด าเนินงานในภาคเรียนที่ 2 ปี 2565 เพื่อการวางแผนส าหรับการด าเนินงานขับเคลื่อน อย่างเป็นระบบในภาคเรียนปี 2566 และระยะยาวต่อไป


14 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 ตารางสรุปภาพรวมการด าเนินงานรายจังหวัด จังหวัด ผู้ร่วมขับเคลื่อนหลัก ส ารวจข้อมูล โรงเรียน จ านวนเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ (กาชาด 1 ก.พ. 65) กิจกรรมที่จังหวัดด าเนินงานอยู่ สิ่งที่พบ/แผนด าเนินงานต่อ เชียงราย* เหล่ากาชาดจังหวัด เชียงราย มรภ.เชียงราย และภาคี 9 โรงเรียน --------------- น าร่องขยายผล 4 โรงเรียน 1 บ้านพัก 2 ค่ายกิจกรรม เตรียมขยายผล เชิงพื้นที่อบต. เทอดไทย 242 คน แจกถุงยังชีพด้านการศึกษา อบรมและพัฒนาครูในโรงเรียนตชด. จัดการ เรียนรู้ - น าร่องใน 4 โรงเรียน 1) ศูนย์การเรียนต ารวจตระเวนชายแดนบ้าน ฟ้าไทยงาม (ศกร.ตชด.) 2) ศูนย์การเรียนต ารวจตระเวนชายแดนบ้านห๊วยกุ๊ก อ.เวียงแก่น 3) โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดน ชนัตถ์ปิยะอุย 4) โรงเรียนสม ถวิลจินตมัย บ้านห้วยแล้ง (ตชด.อนุสรณ์) (ตชด.-สพฐ.) - น าร่องในระดับพื้นที่หย่อมบ้านในบ้านพักแสนสุขบ้าน/หอพักนักเรียนชาติ พันธุ์ โดยท างานร่วมกับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ชาวเขา ต.แม่สลองใน จัดอ ศม. และยุวอศม.ช่วยสอนเด็กชาวไทยภูเขา - มีอศม.นักศึกษามรภ.เชียงรายจัดค่ายส่งเสริมภาษาไทยในอ าเภอเวียงแก่น - มีการสนับสนุนสื่อและทรัพยากรให้แก่อศม. จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ - ติดตามโรงเรียนที่เป็น กลุ่มเป้าหมาย ขับเคลื่อนงาน - มีคู่มือการสอนโดยใช้สื่อของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ส าหรับเด็กบนพื้นที่สูง และ กลไกกศน. ร่วมเป็นอศม. -พัฒนากลไกยุวอศม. และอศม. นักศึกษาเข้ามาร่วมด าเนินงาน เพิ่มขึ้น พะเยา* เหล่ากาชาดจังหวัด พะเยา ศธจ. -ศน. 60 โรงเรียน (ก.พ.64) --------------- น าร่องขยายผล 3 โรงเรียน 456 คน ศึกษาข้อมูลปี 65 รวบรวมวิเคราะห์ 3 เขต ค้นหาโรงเรียน และอศม. - น าร่องใน 3 โรงเรียน สพป. เขตที่ 2 1) โรงเรียนราชานุเคราะห์ 3) โรงเรียนบ้านธาตุขิงแกง 3) โรงเรียนบ้านหย่วน - มีการส่งอศม. เข้าไปช่วยพัฒนาครูและพัฒนากลไกยุวอศม. เพื่อช่วย ส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องสมุด/ภาคบ่ายโรงเรียนบ้านธาตุขิงแกง - ค้นหาโรงเรียนและอาสาสมัคร เพื่อด าเนินงานในโรงเรียน เป้าหมาย - มีคู่มือการสอนของ ผศ.ศิว กานต์ และการแจกลูกสะกดค า สกลนคร* เหล่ากาชาดจังหวัด สกลนคร ศธจ. -ศน. 9 โรงเรียน --------------- น าร่องขยายผล 34 โรงเรียน 3 เขตพื้นที่ การศึกษา 67 คน อบรมการใช้ชุดฝึกทักษะ Scaffolding แก่ อศม./ครูใน 3 เขต รวม 86 คน - น าร่องในโรงเรียน 34 โรง (เขต 1 จ านวน 27 โรงเรียน เขต 2 จ านวน 4 โรงเรียน เขต 3 จ านวน 4 โรงเรียน) เด็กที่ได้รับประโยชน์ 254 คน - มีอศม. กาชาด และอศม. ในเขตพื้นที่เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนให้ครู สามารถจัดการเรียนรู้โดยใช้ Scaffolding ได้ - พัฒนากลไกนิเทศติดตามจากภายในและภายนอก ทดลองน าร่องโรงเรียนต่างๆ และ ติดตามผล มีการนิเทศเยี่ยมเยือน และวิเคราะห์สะท้อนผลการ ด าเนินงานน าโดยสภากาชาดไทย ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดและ สพป. 3 เขตและภาคีหลัก


15 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 ตารางสรุปภาพรวมการด าเนินงานรายจังหวัด (ต่อ) จังหวัด ผู้ร่วมขับเคลื่อนหลัก ส ารวจข้อมูล โรงเรียน จ านวนเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ (กาชาด 1 ก.พ. 65) กิจกรรมที่จังหวัดด าเนินงานอยู่ สิ่งที่พบ/แผนด าเนินงานต่อ กาญจนบุรี* เหล่ากาชาดจังหวัด พะเยา ศธจ. กาญจนบุรี 13 โรงเรียน --------------- ศึกษาบริบท เตรียมน าร่อง ขยายผล 3 โรงเรียน 709 คน โรงเรียนท างานตามนโยบายสพฐ. โรงเรียนตชด.ด าเนินงานสื่อถุงยังชีพ ด าเนินงานตามสังกัด โดยมีศธจ.และเขตพื้นที่การศึกษาร่วมขับเคลื่อน สนับสนุน - วิเคราะห์เตรียมขยายใน 3 โรงเรียน 1) โรงเรียนตชด.บ้านเรดาร์ 2) โรงเรียนบ้านเลาขวัญ 3) โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดบ้านหนอง อ าเภอจีน 2 - อศม. ช่วยจัดหาสื่อและกิจกรรมสนับสนุน - ศึกษาโรงเรียนค้นหา กลุ่มเป้าหมาย - มีคู่มือการสอนมานะมานี มีกศน.ร่วมขับเคลื่อนเป็นอศม. - มีการแจกสื่อการสอนสนับสนุน และการจัดหาเครื่องเคลือบเพื่อ ช่วยการผลิตสื่อ ประจวบคีรีขันธ์ เหล่ากาชาดจังหวัด ประจวบฯ ศธจ. 13 โรงเรียน --------------- น าร่องขยายผล 1 โรงเรียน เตรียมขยาย 2 กิ่งกาชาดอ าเภอ 324 คน แจกถุงยังชีพ มีแผนด าเนินงานโรงเรียนเป้าหมาย 8 โรงเรียน - น าร่องโดยให้โรงเรียนตชด.บ้านป่าหมากเป็นโมเดลตั้งต้นของจังหวัด มี การพัฒนาคู่มือ สื่อและทดลองใช้นแผนการสอนของโรงเรียนสาธิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - อยู่ระหว่างการด าเนินงาน เตรียมขับเคลื่อนงาน และ เชื่อมโยงกับส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 และเตรียมขยายผลระดับ อ าเภอ/กิ่งกาชาด ยะลา* เหล่ากาชาดจังหวัด พะเยา มรภ.ยะลา ครู รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า มหาจักรี 6 โรงเรียน --------------- น าร่องขยายผล 6 โรงเรียน 1 กิ่งกาชาด อ าเภอเบตง 664 คน -มีการรับสมัครอาสาและแผนการด าเนินงาน -น าร่องส่งเสริมการพัฒนาการพูดอ่านเขียนภาษาไทย : ค่ายแม่ลูกผูกพัน(รัก ภาษาไทย) อบรมการพัฒนาครูประจ าการและอศม. น าร่องปฏิบัติการสอน - น าร่องใน 7 โรงเรียน 1) โรงเรียนศาสโนวาทวิทยา 2) โรงเรียนบ้านพงยือ ไร 3) โรงเรียนบ้านตะบิงติงงี4) บ้านธารมะลิ5) โรงเรียนตชด.เฉลิมพระ เกียรติฯ 50 พรรษา สังกัดกองก ากับการตระเวนชายแดนที่ 44 6) โรงเรียน สมบูรณ์ศาสน์ 7) โรงเรียนร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนบ้านคลองน ้าใส (ครูสุเทพ เท่งประกิจ PMCA 2562) - ขับเคลื่อนการพัฒนาครูและ อาสาสมัครมรภ.ยะลา มี นวัตกรรมภาษาไทยมูลาบาฮาซา (ไทย-มลายู) อบรมพัฒนาครู - คู่มือการสอนภาษาไทยตาม แบบเรียนมานะมานี - ด าเนินงานน าร่องและ เตรียมการนิเทศ และติดตามผล


16 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 ตารางสรุปภาพรวมการด าเนินงานรายจังหวัด จังหวัด ผู้ร่วมขับเคลื่อนหลัก ส ารวจข้อมูล โรงเรียน จ านวนเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ (กาชาด 1 ก.พ. 65) กิจกรรมที่จังหวัดด าเนินงานอยู่ สิ่งที่พบ/แผนด าเนินงานต่อ ปัตตานี* ศธจ. (ศน.) เหล่า กาชาดจังหวัด มอ. ปัตตานี ศึกษาธิการ ส่วนหน้า 6 โรงเรียน --------------- น าร่องขยายผล 6 โรงเรียน 286 คน แจกถุงยังชีพ โรงเรียนลองเลือกน าไปใช้พัฒนาครูในโรงเรียนเป้าหมายให้ สามารถจัดการเรียนการสอนภาษาไทยโดยใช้สื่อส่งเสริมการเรียนรู้ -น าร่องในโรงเรียน 1) โรงเรียนธรรมพิทยาคาร 2) โรงเรียนบากงพิทยา 3) โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดนพีระยานุเคราะห์ 4)โรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา 5) โรงเรียนบ้านเจาะบาแน 6) โรงเรียนชุมชนบ้านบางเก่า - อศม. ช่วยพัฒนาครูในโรงเรียนเป้าหมาย และมีอศม. นิเทศเข้าไปหนุนเสริม - ขอเก็บข้อมูลใหม่ในปี 65 ลง พื้นที่ใโรงเรียนเป้าหมายเพื่อ ขับเคลื่อน นราธิวาส* เครือข่ายผู้บริหาร โรงเรียน เหล่ากาชาด จังหวัด ศน. 22 โรงเรียน --------------- น าร่องขยายผล 1 โรงเรียน เตรียมขยาย 1 กิ่งกาชาดอ าเภอ แว้ง 373 แจกถุงยังชีพ เตรียมส ารวจโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย - น าร่องในโรงเรียนบ้านหัวเขา โดยการจัดหาอศม.จาก 6 โรงเรียนในเขต 1 เข้าไปสนับสนุนโรงเรียนเป้าหมายจนเกิดผลลัพธ์ที่ดี และเตรียมขยายผล - ขยายต่อในระดับกิ่งกาชาดอ าเภอแว้ง 5 โรงเรียน (1) โรงเรียนศึกษา สงเคราะห์ 2) โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 3) โรงเรียนยะขอ 4) โรงเรียน เพลินพิศ 5) โรงเรียนบ้านกูวา) - โรงเรียนมีคู่มือการสอนแบบ แจกลูกสะกดค า -นวัตกรรมการเรียนรู้แบบ BBL - เหล่ากาขาดจังหวัดเตรียมขยาย ผลระดับเขต-กิ่งกาชาดอ าเภอ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสนับสนุน การขยายผลทั้งจังหวัด รวม 138 โรงเรียน 138 โรงเรียน 3,121 คน ด าเนินงานตามต้นสังกัด ถุงยังชีพการศึกษา การจัดการสอนและส่งเสริม ภาษาไทยตามบริบทพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของเขตพื้นที่การศึกษา มหาวิทยาลัยและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน มีการน าร่องระดับจังหวัด ตามความพร้อมและความสมัครใจของโรงเรียน โดยจัดหาอศม. เข้าไป ส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาครูประจ าการ ร่วมประชุมแผนงานจังหวัด / ติดตาม /น าร่อง และพัฒนา กลไกนิเทศร่วมกับอศม. เพื่อ ช่วยพัฒนาการเรียนการสอน รวมทั้งเตรียมขยาย กลุ่มเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้ ร่วมกับจังหวัด


17 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 ตารางสรุปจ านวนอศม. ที่คาดว่าจะเกิด/เกิดแล้วในโรงเรียนน าร่องขยายผล 8 จังหวัด อศม. รร./บ้าน ครูก ครู ข ครู ร (ครูโรงเรียนที่ รับการพัฒนา/ ด าเนินงาน) ครู ด เชียงราย 5 โรงเรียน (1 บ้านพัก) 5 6 4 ยุวอาสาในหย่อมบ้าน (บ้านพัก) เด็กประถม 16 นักศึกษา 40 คน พะเยา 3 โรงเรียน 5 4 4 ยุวอาสา ประถมศึกษา 8 (เพื่อนช่วยเพื่อน,พี่ช่วยน้อง) สกลนคร 26 โรงเรียน 10 10 245 - กาญจนบุรี* 3 โรงเรียน 3 2 15 - ประจวบ 2 โรงเรียน 5 ในพื้นที่/ สาธิตจุฬาฯ 5 5 นักศึกษามรภ.เพชรบุรี 10 นรา 1 ต้นแบบ + 5 เตรียม ขยายผล 6 8 8 ยะลา 6+1 (6 เป้าหมาย หลัก 1 คู่ขนาน) 10 10 18 (นักศึกษา) 10 ปัตตานี 6 โรงเรียน 5 5 30 รวม 52 โรงเรียน 49 50 324 84 หมายเหตุ : * ยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นระบบ


18 สถาบันรามจิตติ. บทสังเคราะห์และสรุป อศม.8 จังหวัด (โครงการย่อย 3) ภายใต้งาน MOVE สภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็เจ้าฟ้ามหาจักรี กสศ. มธจ. , 2565-2566 3. ข้อเสนอส าหรับการด าเนินงานระยะต่อไป 1. ข้อเสนอส าหรับคณะท างานวิชาการ 1.1 การด าเนินงานประสานและสนับสนุนให้เหล ่ากาชาดจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร ่วมกัน ขับเคลื ่อนกลไกการจัดการ อศม. เพื ่อส ่งเสริมและพัฒนาการพูด อ ่าน เขียนภาษาไทยส าหรับเด็กในจังหวัด เป้าหมายอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ 1.2 การพัฒนากลไกการจัดการเชิงพื้นที่ในหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างเครือข่ายอศม. เครือข่ายครู และเครือข่ายโรงเรียน เพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายในพื้นที่ต่างกัน 1.3 การมีกลไก/แผนการด าเนินงานติดตามช ่วยเหลือ เสริมพลังอย ่างเป็นระบบ เพื ่อขับเคลื ่อน โครงการ และต่อยอดขยายผล 2. ข้อเสนอส าหรับการด าเนินงานทางวิชาการ 2.1 การรวบรวม สังเคราะห์เครื ่องมือและองค์ความรู้เพื ่อเป็นเมนูช ่วยครูในการสอนภาษาไทย โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่มีครูภาษาไทย 2.2 ศึกษาปัจจัยการแก้ปัญหาและยกระดับการอ่านออกเขียนได้โดยเน้นแนวทางการแก้ปัญหาราย โรงเรียน และขับเคลื่อนการพัฒนาไปพร้อมกับการมีกลไกหนุนเสริมและโค้ชเป็นรายพื้นที่และรายจังหวัด 2.3 มีการสนับสนุนให้มีกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยให้หลากหลาย สอดคล้องตามสภาพและบริทบทของโรงเรียน/พื้นที่ติดตามหนุนเสริมและถอดบทเรียนเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ในระดับพื้นที่


โครงการส่งเสริมและพัฒนา การพูด อ่าน เขียนภาษาไทย คณะกรรมการนิเทศ ติดตามตรวจเยี่ยมโครงการฯ ชุดที่ 4 จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 7 มีนาคม 2566


CONTENT โรงเรียนชุมชนป้ อมเพชร อ.พระนครศรีอยุธยา โรงเรียนวัดท าใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา


โรงเรียนชุมชนป้อมเพชร ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา สังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อปท.) เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่ขาดทักษะด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทย จ านวน 12 คน มีนวัตกรรมในการสอนเสริมของตนเองที่ใช้อยู่ภายในโรงเรียน เป็นสื่อที่มีสีสันและรูปแบบการสอนที่หลากหลาย เด็กชื่นชอบกิจกรรมการวาดรูป และระบายสีเป็นอย่างมาก จัดการสอนเสริมด้วยชุดฝึก Scaffolding ใช้เวลาช่วงพักกลางวัน และการฝึกจากบัตรค า ของส านักพิมพ์ธารธารา และบัตรค า ท ามือที่โรงเรียนผลิตเอง ผู้ปกครองให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการช่วยดูแล และกวดขันเด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ เป็นอย่างดี


01.02468 1. หลักสูตร คู่มือ สื่อนวัตกรรม 01.02468 - ส่อ ื นวัตกรรมของโรงเร ี ยนท่ผ ี ลิตข ้ ึ นเอง (ใช้เป็นหลัก เพราะใช้สอนเสริมอยู่แล้ว) - คู่มือ Scaffolding 2. การคัดกรองนักเรียน กลุ่มเป้ าหมาย - แบบทดสอบการอ่านและการเขียนภาษาไทย (ผลการเรียนภาษาไทยท่ผี่านมาล่าสดุของนักเรียน) - จากการสอบถามผู้ปกครองของนักเรียน - จากชุดกรองก่อนฝึก ของคู่มือ Scaffolding


3. วิธีการสอนเสริม 4. วิธีการประเมินผล - สอนเสริมช่วงพักกลางวัน หลังเด็กรับประทานอาหาร กลางวันเสร็จ โดยใช้ชุดฝึกทักษะ Scaffolding การฝึกจากบัตรค า ของส านักพิมพ์ธารธารา และบ ั ตรคา ทา ม ื อ ท ่โี รงเร ี ยนผลิตเอง - ประเมินผลจากใบงาน ตามเกณฑ์คะแนน บ ั ญช ี คา ท ่ ก ี า หนด ของบ ั ตรคา จากส ่อนั้น ื - ประเมินผลจากการท าแบบทดสอบ ของชุดฝึกทักษะ Scaffolding


5. ผลจากการใช้คู่มือ Scaffolding - เด็กกลุ่มเป้าหมายมีพัฒนาการในการเรียนรู้ภาษาไทยที่ดีขึ้น (เมื่อวัดผลจากการผ่านแบบฝึกหัด ชุดฝึกทักษะ Scaffolding และเกณฑ์บัญชีค าพื้นฐานที่ก าหนดของบัตรค า) - เด็กให้ความสนใจกับสื่อใหม่ ที่มีรูปภาพ มีสีสันสวยงาม และชื่นชอบกิจกรรมการวาดรูปและระบายสีเป็นอย่างมาก


โรงเรียนวัดท าใหม่ ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่ขาดทักษะด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทย จ านวน 8 คน มีโมเดลรูปแบบในการบริหารงานทุกระดับชั้น ครูประจ าการของโรงเรียนเป็นครูบรรจุใหม่ ที่มีพื้นฐานทักษะการสอนที่ทันสมัย ทั้งในด้านการพัฒนา สื่อการสอนและสื่อสารสนเทศที่ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มาประกอบในการเรียนของนักเรียน ให้เกิดความน่าสนใจ โดยนักเรียนในโรงเรียน นับถือศาสนาพุทธ 50% และศาสนาอิสลาม 50% ซึ่งครูผู้สอนก็นับถือศาสนาอิสลามเช่นกัน แต่ใช้ภาษาไทยเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร และใช้ในการเรียนการสอน ครูสนับสนุนให้เด็กได้ร่ว มจัดท า นิทรรศการโชว์ผลงานของนักเรียน เพื่อให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และสอนนักเรียนในเรื่องความพอเพียง สอนปลูกต้นไม้ และปลูกพืชผักสวนครัว การประเมินผลครั้งล่าสุด พบว่า เด็กนักเรียนระดับชั้น ป.1 ของโรงเรียนวัดท าใหม่ ปัจจุบันไม่มีเด็กที่อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้แล้ว นอกจากนั้น ยังพบว่าเด็กระดับชั้น ป.6 ยังสามารถน าคู่มือ Scaffolding ของสภากาชาดไทย มาใช้ในการฝึกทักษะได้ด้วย มีเด็ก LD จ านวน 1 คน ที่ผ่ านการสังเกตพฤติกร รมจากครูประจ าชั้น โดยได้ท าการเรียน ร่วมกับเด็กกลุ่มปกติ ซึ่งครูและเพื่อน ร่วมชั้นเรียนได้ให้ความดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ จึงท าให้เด็ก LD มีพัฒนาการการเรียนรู้ด้านภาษาไทยดีขึ้น และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ได้มากขึ้น


2. การคัดกรองนักเรียนกลุ่มเป้ าหมาย 1. หลักสูตร คู่มือ สื่อนวัตกรรม - ส ่ อ ื นว ั ตกรรมของโรงเร ี ยนท ่ ผ ี ล ิ ตข ้ นเอง ึ (ใช้เป็นหลัก เพราะใช้สอนเสริมอยู่แล้ว) - คู่มือ Scaffolding - แบบคัดกรอง Strengths and Difficulties Questionnaire (SDQ) ของ สพฐ. - จากชุดกรองก่อนฝึก ของคู่มือ Scaffolding


3. วิธีการสอนเสริม - สอนเสริมช่วงพักกลางวัน หลังเด็กรับประทาน อาหารกลางวันเสร็จ จ านวน 2 วัน / สัปดาห์ (วันจันทร์กับวันศุกร์) - ใช้กระบวนการในการท ากิจกรรม Professional Learning Community (PLC) - ใช้นวัตกรรมการสอนเสริม ของโรงเรียนวัดท าใหม่ ซึ่งเป็นสื่อการสอนภายในโรงเรียน ชื่อว่า “ไม้บรรทัดสะกดค า” และ “ดินสอสอนอ่าน” - ใช้ชุดฝึกทักษะ Scaffolding


4. วิธีการประเมินผล 5. ผลจากการใช้คู่มือ Scaffolding - เด็กกลุ่มเป้ าหมายมีพัฒนาการในการเรียนรู้ภาษาไทยดีขึ้น เช่น สามารถรู้จักตัวอักษรได้มากขึ้น 80% เป็นต้น (เมื่อวัดผลจากการผ่านแบบฝึกหัด Scaffolding) - เด็กนักเรียน ระดับชั้น ป.6 ยังสามารถน าคู่มือ Scaffolding ของสภากาชาดไทย มาใช้ในการฝึกทักษะเรียนเสริมได้ด้วย - ประเมินจากบันทึกหลังการสอนของครู แบบบันทึกคะแนน และแฟ้ มประจ าตัว ของนักเรียน (เป็นรายคน) - ประเมินผลจากแบบทดสอบ ของชุดฝึกทักษะ Scaffolding


ข้อสังเกต - มีเด็ก LD จ านวน 1 คน ที่ผ่านการสังเกตพฤติกรรมจากครูประจ าชั้น โดยได้ท าการเรียนร่วมกับเด็กกลุ่มปกติ ซึ่งครูและเพื่อนร่วมชั้นเรียน ได้ให้ความดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ จึงท าให้เด็ก LD มีพัฒนาการการ เรียนรู้ด้านภาษาไทยดีขึ้น และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนร่วม ชั้นเรียน ได้มากขึ้น - ครูมีทักษะการพัฒนาที่สูงมาก มีโมเดลรูปแบบในการบริหารงาน ทุกระดับชั้น ครูประจ าการของโรงเรียนเป็นครูบรรจุใหม่ ที่มีพื้นฐาน ทักษะการสอนที่ทันสมัย ทั้งในด้านการพัฒนา สื่อการสอน และสื่อสารสนเทศที่ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ น ามาประยุกต์ใช้ประกอบ ในการเรียนการสอน ให้เกิดความน่าสนใจแก่นักเรียน - นักเรียนในโรงเรียน นับถือศาสนาพุทธ 50% และศาสนาอิสลาม 50% ซึ่งครูผู้สอนก็นับถือศาสนา อิสลามเช่นกัน แต่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลัก ในการสื่อสาร และใช้ในการเรียนการสอนด้วย - ครูสนับสนุนให้เด็กได้ร่วมจัดท านิทรรศการโชว์ผลงาน ของนักเรียน เพื่อให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และสอนนักเรียนในเรื่องความพอเพียง ทักษะอาชีพ สอนปลูกต้นไม้ และปลูกพืชผักสวนครัว


ขอขอบคุณ


Click to View FlipBook Version