โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้
TRIAM UDOM SUKSA SCHOOL OF THE SOUTH
เอกสารบันทึกรายวิชา การจัดสวนหย่อม
รหัสวิชา( ง30276 )
ครูผู้สอน คุณครูวธัญญู ทองเหลือ
นางสาวจุฑาทิพย์ แก้วมณี
เลขที่ 15 ม.5/6
1
โครงการสอน
ง30276 การจัดสวนหยอม
จำนวน 1 หนวยกติ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2564
โรงเรียนเตรียมอดุ มศกึ ษาภาคใต
*************************************************************
คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาความหมายและประโยชนข องสวนหยอ มสวนหยอม คอื การจดั สวนทเี่ ลก็ กะทดั รัด ใชพน้ื นอย จัดเปนเปน
จดุ ๆ ในบริเวณบา น เชน หนา บาน กลางบาน มมุ บา น หรือบรเิ วณหลงั บาน เพื่อเพิ่มความโดดเดนสวยงาม ดูรมรนื่
สบายตาใหก ับพนื้ ทใ่ี นบรเิ วณของเราได การจัดสวนหยอมถอื เปน แบบทีน่ ยิ มมากที่สดุ เพราะประหยัดเนื้อที่ และ
ประหยัดคา ใชจา ย ดแู ลไมยากมากนักครับ และชวยเปลย่ี นบรรยากาศของบานท่ีแตกอ นอาจจะเปนแคมุมธรรมดา จน
กลายเปนมมุ พกั ผอนของสมาชกิ ในครอบครัวไดอีกดวย
ปฏิบตั ฝิ ก ทักษะการการจัดสวนหยอ ม โดยออกแบบดวยลายเสน จัดรปู แบบ จัดหาพันธไุ ม เครื่องปลกู ภาชนะ
ในการจัดทำ ตลอดจนการดูแลรกั ษาสวนหยอม โดยใชภูมิปญญาทองถ่ินและความรูทางวิชาการทจ่ี ะประสานและบรู ณา
การในการทำงานอยางมีความสขุ คำนวณตนทนุ ผลผลิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง โดยหามุมการจดั เลือกจัด
สวนหยอ มในบริเวณทเ่ี รานั่งมองออกมาจากหองรบั แขก ผา นชอ งประตู หรือหนา ตาง แลว สามารถมองเห็นได และ
กำหนดสัดสวนของพื้นท่ีในการจัดสวน การจดั สวนประเภทนใี้ ชอ ุปกรณไมเ ปลือง เชน กอนหิน ตนไมคลมุ ดิน กลุมกับไม
พุมขนาดกลาง อุปกรณต กแตงเชน ตกุ ตา โองดิน เปน ตน
เพือ่ ใหม คี วามรู เปนประโยชนตอชวี ติ ประจำวัน และเปน แนวทางในการประกอบอาชพี หรอื ศึกษาตอ โดย
มคี ณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค คือ มีความรับผิดชอบ ขยัน อดทน ประหยัด ซอ่ื สตั ย รักการทำงาน ทำงานรวมกับผูอ ่ืน
ไดอยา งมีความสุข
ผลการเรียนรู
1. นกั เรยี นอธิบายความรเู บ้ืองตน ในการจดั สวนหยอ มได
2. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของสวนหยอ มได
3. นกั เรียนสามารถอธบิ ายประเภทของสวนหยอมได
4. นักเรยี นอธิบายหลักเกณฑการจดั สวนหยอ มได
5. นกั เรยี นสามารถเขียนสัญลกั ษณในการออกแบบการจัดสวนหยอมได
6. นักเรยี นออกแบบการจัดสวนหยอ มไดถ กู ตอง
7. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจเก่ยี วกบั ประเภทและชนิดของพนั ธุไ มในการจดั สวนหยอ มได
8. นักเรียนปฏิบตั ิการจัดสวนหยอ มตามวธิ ีการขั้นตอนท่กี ำหนดไดอ ยา งถูกตองสวยงาม
ง30276 การจดั สวนหยอม ม.5
2
โครงการสอน
ง30276 การจัดสวนหยอม เวลา 40 คาบ 1 หนว ยกิต
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5
ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2564 อตั ราสว นคะแนน 80:20
ช่อื หนวย ผลการเรียนรู
นำ้ หนักคะแนน
สัปดา หที่ การวัด/
ห นวยท่ี ประเมินผล
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
สาระการเรยี นรู
1 1 ความรู 1. นักเรยี น ความหมายประโยชน 8 13 9 - 22 -สังเกต
-รายงานตนเอง
- เบือ้ งตน อธิบายความรู สวนหยอ ม -สัมภาษณ
4 เกีย่ วกบั เบ้อื งตนในการจัด ความหมายวธิ กี ารจดั -ปฏบิ ตั จิ ริง
สวนหยอม สวนหยอ มได สวนหยอ ม -สอบถามเพ่ือน
2.นักเรยี น -แบบบันทกึ
เขียนแนวทางปฏทิ ิน
สามารถอธิบาย
ความหมายของ การปฏิบัตจิ ัดสวนหยอม
สวนหยอมได เขาใจ และ บอก การ
จดั สวนหยอ มได
5 2 หลกั เกณฑ 3. นกั เรยี น ดำเนนิ งานตามปฏทิ ิน 10 17 11 - 28 -สงั เกต
- การจดั -รายงานตนเอง
9 สวนหยอม สามารถอธบิ าย ปฏิบตั กิ ารจัดสวนหยอม -สมั ภาษณ
ประเภทของ เคร่อื งมือ วตั ถดุ ิบ การ -ปฏิบตั จิ รงิ
สวนหยอมได จดั สวนหยอ ม -สอบถามเพอ่ื น
4. นกั เรยี นอธบิ าย -แบบบันทกึ
หลักเกณฑก ารจัด ปฏบิ ตั ิการจดั สวนหยอ ม -ตรวจขอ สอบ
สวนหยอมได
รางรปู แบบการจัด
สวนหยอมในกระดาษได
10 สอบกลางภาค 18 30 20 - 50
11 3 การปฏิบตั ิติ 5. นกั เรียน เตรียมแยกพันธไุ ม 10 17 - 11 28 -สังเกต
-รายงานตนเอง
- การจดั สามารถเขียน สวนหยอ มถูกตอง -สัมภาษณ
15 สวนหยอม สัญลักษณในการ มีความรแู ละดูแลพนั ธุ -ปฏบิ ตั ิจรงิ
ออกแบบการจัด -สอบถามเพอ่ื น
สวนหยอ มได ไมส วนหยอมตามหลกั -แบบบนั ทึก
6.นักเรียน วิชาการ
ออกแบบการจดั มีความสามารถเลือก
สวนหยอ มได เครอ่ื งมอื ในการจดั
ถกู ตอง สวนหยอ มไดถ ูกตอง
ปฏิบตั จิ ดั สวนหยอ มได
ง30276 การจัดสวนหยอ ม ม.5
3
น้ำหนกั คะแนน
สัปดา หท่ี การวัด/
ห นวย ่ที ประเมินผล
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
ชือ่ หนวย ผลการเรียนรู สาระการเรียนรู
16 4 การดแู ล 7.นักเรยี นมี ดูแล บำรงุ รกั ษา 8 13 9 22 -สงั เกต
- สวนหยอม ความรคู วาม สวนหยอ มใหส วยงาม
19 เขา ใจเก่ียวกับ ตลอดเวลา -รายงานตนเอง
ประเภทและชนิด -สัมภาษณ
20 ของพันธไุ มในการ -ปฏบิ ตั จิ รงิ
จดั สวนหยอ มได -สอบถามเพอ่ื น
8. นกั เรยี น -แบบบนั ทกึ
ปฏบิ ตั กิ ารจัด -ตรวจขอสอบ
สวนหยอ มตาม
วธิ ีการข้ันตอนที่ 18 30 - 20 50
กำหนดไดอยาง 36 60 20 20 100
ถกู ตองสวยงาม
สอบปลายภาค
รวมตลอดภาคเรยี น
ลงช่อื ……………………………….ผสู อน
( นายวธญั ู ทองเหลอื )
ง30276 การจัดสวนหยอ ม ม.5
สำรวจกำรจัดสวนหย่อม
ความหมายและประโยชน์ของสวนหย่อม
ความหมายของสวนหยอ่ ม
คอื การจดั สวนท่ีใชเ้ น้ือที่ในการจดั นอ้ ย เป็นสวนขนาดเลก็ หรือจดั เป็นจุด ๆ ในพ้ืนที่ใหญเ่ พื่อเนน้
บริเวณน้นั ๆ คะ่ อยา่ งเช่น บนพ้ืนสนามหญา้ กวา้ งแต่เนน้ เพยี งจุดเดียว การจดั สวนประเภทน้ีใชอ้ ุปกรณ์ไม่
เปลือง เช่น กอ้ นหิน 1 กอ้ น ตน้ ไมค้ ลุมดิน 1 กลุ่มกบั ไมพ้ ุม่ ขนาดกลาง อีก 1 ตน้ กจ็ ดั ได้ การจดั สวนหยอ่ มน้นั
เป็นการจดั สวนท่ีไม่ยงุ่ ยากซบั ซอ้ น บริเวณท่ีจดั จะเป็นพ้ืนที่ราบ หรือเนินกไ็ ด้ จดั ตามมมุ อาคาร มุมถนนหรือ
โคนตน้ ไม้ เป็นสวนที่มีรูปแบบกะทดั รัด สามารถเปล่ียนแปลงรูปแบบและวสั ดุที่ใชไ้ ดง้ า่ ยถา้ เจา้ ของเกิดความ
เบื่อหน่าย ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนตน้ ไมม้ ากกวา่ อยา่ งอ่ืนนิยมจดั กนั มาก เพราะประหยดั เน้ือที่และคา่ ใชจ้ ่าย
ประโยชน์ของสวนหยอ่ ม
ประโยชน์ของการจดั สวนภายในบริเวณบา้ นน้นั มีประโยชนม์ ากมาย ท้งั ใหค้ วามสวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่
น่ามอง ใชใ้ นการพกั ผอ่ น ตอ้ นรับแขก ญาติ มิตรสหายแลว้ ยงั เป็นส่วนช่วยในการจดั สัดส่วนบริเวณบา้ น และ
เป็นน่าตาใหก้ ลบั บา้ นอีกดว้ ย ซ่ึงจริงๆสวนพนั ธุ์ไมย้ งั มีประโยชน์อ่ืนๆอีกมากมาย เช่น
1.การจดั สวน ช่วยสร้างความสวยงาม น่าอยู่ และร่มรื่นให้กบั บา้ น
2.การจดั สวน ช่วยเพมิ่ บรรยากาศใหส้ ดช่ืน สบายตา หรือสร้างบรรยากาศอื่นๆ ตามรูปแบบการจดั สวนต่างๆ
3.การจดั สวน ช่วยลดอุณหภูมิบริเวณรอบบา้ นไดเ้ ป็นอยา่ งดี
4.การจดั สวน ช่วยในการป้องกนั หรือดกั จบั ฝ่ันละอองภายในและภายนอกบา้ นได้
5.การจดั สวน ทาใหบ้ า้ นมีสีสันและมีชีวติ ชีวามากยง่ิ ข้นึ
6.การจดั สวน เป็นงานอดิเรกไดเ้ ป็นอยา่ งดี
7.การจดั สวน ทาใหฝ้ ึกสร้างจิตนาการและพฒั นาทกั ษะการจดั สวนมากยงิ่ ข้ึน
8.การจดั สวน ทาใหบ้ า้ นจดั สรรเป็นสดั เป็นส่วนมากยงิ่ ข้นึ
9.การจดั สวน พ้ืนท่ีใชเ้ ป็นที่นงั่ เลน่ พกั ผอ่ นหยอ่ นใจไดด้ ี
10.หากมีพ้ืนที่สามารถเปิ ดทาพนั ธุไ์ มแ้ จกหรือขายไดเ้ ลย
อ้างองิ
1. สวนหยอ่ ม [ ออนไลน์ ]. 2011,แหลง่ ที่มา :
http://shorturl.asia/2aq9F?fbclid=IwAR1HwXlpdmD6fPpy8e0RrCg7Piwvaoc28y-
MDHj_96TT44o3ilbL83KnIeY [ 17 พฤศจิกายน 2564 ]
2. 10 ประโยชน์ของการจดั สวนท่ีบา้ น [ ออนไลน์ ]. 2015 แหลง่ ที่มา :
http://garden04.blogspot.com/2015/11/10_39.html.1 [ 17 พฤศจิกายน 2564 ]
นางสาวจุฑาทิพย์ แกว้ มณี เลขท่ี 15 ม.5/6
ประเภทของสวนหย่อม
1.สวนจนี
การจดั สวนไมป้ ระดบั แบบจีน ซ่ึงไดร้ ับความคิดมาจากธรรมชาติ พยายามดึงธรรมชาติใหเ้ ขา้ มาอยใู่ กล้
ตวั มากที่สุด มีเอกลกั ษณ์ การจดั เป็นของตนเองโดยมีความคิดในการจดั คือ
1. การจดั รูปแบบเป็นเนินดินสูง - ต่า (Slope) และปลกู หญา้
2. การจดั แบบพ้ืนราบ มีสระน้า บอ่ น้า ธารน้าและกอ้ นหิน
3. จดั ปลกู ตน้ ไมแ้ บบยนื ตน้ เช่น ตน้ สน หลิว ไผ่ ตน้ หลิวจะปลูกไวต้ ามขอบสระน้า ก่ิงใบจะยอ้ ยลงสู่
พ้ืนน้าอยา่ งสวยงาม ส่วนตน้ สนกจ็ ะตดั แต่งก่ิงกา้ นและลาตน้ ใหค้ ดโคง้ ไปมา
4. จดั ประดบั สวนดว้ ยสถาปัตยกรรมแบบจีน เช่น เก๋งจีน หรือเจดียแ์ บบหกเหล่ียมซอ้ นกนั หลาย ๆ ช้นั
5. จดั สวนดว้ ยสะพานทอดโคง้ ขา้ มลาธาร ขา้ มเกาะ พ้นื สนามที่ปลูกหญา้ จะมีทางเดินคดโคง้ ไปมา
ดว้ ยเส้นที่อ่อนหวานกลมกลืนกบั ธรรมชาติ
2.สวนไทย
▪ พนั ธุไ์ มท้ ่ีนามาปลกู มีท้งั ไมด้ อกและไมผ้ ล เนื่องจากเป้นพืชเศรษฐกิจมา ชา้ นานแลว้
▪ พระเจา้ แผ่นดินและอุปราชเท่าน้นั จึงจะมีพระราชอุทยานหรือสวนขนาด ใหญ่ได้ นิยมสร้างอยนู่ อก
กาแพงวงั เป็นสวนแบบธรรมชาติ เป็นเขตหวง หา้ ม มีผดู้ ูแลสวน ประชาชนทว่ั ไปไมส่ ามารถเขา้ ไป
ได้
▪ สวนท่ีใชเ้ ป็นองคป์ ระกอบทางสถาปัตยกรรมถาวร มกั จะเป็นสวนไมด้ ดั และไมก้ ระถางเป็นส่วน
ใหญ่ อยใู่ นพระราชวงั พระอารามใหญ่ๆ สวนภู เขาจาลองที่เรียกวา่ เขามอ มีอยแู่ ต่ในพระราชวงั วงั
และพระอาราม ตา่ งๆเช่นกนั เพราะถือวา่ จะไทาสวนชนิดจ้ีในบา้ นสามญั ชน เวน้ แตผ่ ทู้ ี่มี บุญบารมี
นอกจากน้ียงั มีเขาก่อซ่ึงเป็นสวนภเู ขาจาลองอีกชนิดหน่ึง เพอื่ ใชใ้ นพระราชพิธีซ่ึงจดั ใน
พระราชฐานเท่าน้นั
3.สวนญ่ีป่ ุน
ไดร้ ับอิทธิพลจากสวนจีน พร้อมๆ กบั การเขา้ มา ของศาสนา พุทธ ในช่วงศตวรรษที่ 6 มีพระภิกษญุ ี่ป่ ุน 2
รูป จาริกไปศึกษา ในดินแดนจีน และกลบั มาต้งั ลทั ธิใหม่ 2 ลทั ธิคอื Shingon และ Tendi ซ่ึงเป็น ศาสนาพุทธ
แบบมหายาน ลทั ธิท้งั สองน้ี เนน้ ทาง ปฏิบตั ิ โดยให้ ผปู้ ฏิบตั ิธรรมหาท่ี วเิ วก เขา้ สู่ความเงียบของธรรมชาติ
ทาสมาธิเพ่ือใหเ้ กิดสติปัญญา การจดั สวน ในญ่ีป่ ุน จึงมีจุดเร่ิมตน้ จากวดั เช่นเดียวกบั การเกิดข้ึนของ สวนจีน
จากน้นั จึง แผข่ ยาย เขา้ ไปในวงั และ บา้ นคหบดี ในเวลาต่อมา
ช่วงศตวรรษ ท่ี 8-12 วดั ในญี่ป่ นุ ส่วนใหญ่เป็นวดั ใน ลทั ธิชินโต มีสถาปัตยกรรม คลา้ ยกบั ท่ีปรากฎใน
ประเทศจีน คือ หลงั คา เป็นทรงโคง้ มกั จะมุงดว้ ยหญา้ ไม่มงุ กระเบ้ือง และจะมี ลานกรวด เพ่ือแสดงถึง
ความเป็นพ้ืนท่ีสงบ ศกั ด์ิสิทธ์ิ ลานกรวดตามวดั ต่างๆ จะถูกสร้างข้ึน อยา่ งประณีต และไม่ปลูกตน้ ไม้ ที่มีใบ
ร่วงไวใ้ น บริเวณใกลเ้ คียง ในตอนปลายสมยั น้ี นิยมสร้างสระน้า ผนื ใหญ่ ไวใ้ นสวน มีศาลา สวดมนต์ ต้งั อยู่
รอบๆ สวนในบา้ นขนุ นาง ช้นั ผใู้ หญ่ หรือคหบดี บริเวณศาลาจะมี การตกแตง่ ประดบั ประดา ดว้ ยอญั มณี มี
คา่ มีการติดโคมไฟ ตลอดจน การทาร้ัวรอบ
4.สวนธรรมชาติ
เป็นสวนที่มกั ใชเ้ สน้ โคง้ ในการออกแบบ ซ่ึงช่วยใหเ้ กิดรูปทรงอิสระ สร้างรูปแบบท่ีนุ่มนวล สบายตา โดย
เลียนแบบธรรมชาติ
1.) ทศั นียภาพของสวนแบบธรรมชาติ - พ้นื ปลูกเป็นพ้นื แขง็ จึงใชพ้ ชื พรรณไมช้ นิดปลูกในกระถาง ท้งั หมด
2.) ทศั นียภาพของสวนธรรมชาติ - ใชพ้ ชื พรรณไมช้ นิดใหค้ วามร่มร่ืน ดอกหอม ตกแตง่ ดว้ ยวสั ดุธรรมชาติ
พวกตอไม้ ศิลาแลง
3.) ทศั นียภาพของสวนธรรมชาติ - ใชพ้ ชื พรรณไมห้ ลากชนิด หลายหลากวสั ดุ ตกแต่ง พรางแสงดว้ ยซุม้ ไม้
เล้ือย
4. ) ทศั นียภาพของสวนธรรมชาติ - ใชพ้ ชื พรรณหลากสีสัน
5.สวนหิน
สวนหิน Rock garden เป็นสวนที่ใชห้ ินและกรวดเป็นองคป์ ระกอบหลกั ในการจดั โดยเลือกใชค้ วาม
หลากหลายจาก ลกั ษณะและชนิดของหิน ที่แตกตา่ งกนั ท้งั สี รูปร่าง และผวิ สัมผสั จากน้นั กน็ าตน้ ไม้ มาปลกู
ประกอบ ใหม้ ีความสัมพนั ธ์และกลมกลืน กบั หินที่เรา จดั วาง อาจจะจดั บนพ้ืนที่ราบเรียบ หรือเป็นช้นั เป็น
เนินก็แลว้ แตน่ กั ออกแบบจะสร้างสรรคข์ ้ึนมา ซ่ึงแนวคิดน้ี ก็คงหนีไมพ่ น้ จาก การนารูปแบบธรรมชาติ เช่น
โขดหิน เนินเขา เกาะแก่ง ลาธาร หรือน้าตก ถอดถ่ายจาลอง เอามาจดั วาง ใหเ้ หมาะสมกบั สถานที่ ท่ีเราจะจดั
อาจวางหินรูปต้งั บา้ ง นอนบา้ ง ก็แลว้ แต่ความเหมาะสม จากน้นั กน็ าตน้ ไม้ มาจดั ประกอบ หรืออาจมีวสั ดุอ่ืน
ๆ อีก กแ็ ลว้ แต่ ความตอ้ งการ บางกรณีสถานที่อาจจะอยใู่ นสภาพแวดลอ้ มที่ดีอยแู่ ลว้ เช่น บา้ นพกั ในชนบท
ที่ติดกบั เขา และธรรมชาติดงั กล่าว นกั ออกแบบสวน อาจจดั บริเวณใหส้ อดคลอ้ งไปกบั ธรรมชาติรอบดา้ น
เช่น หกั ร้างถางพงเคลียร์พ้ืนท่ีรอบ ๆ บริเวณที่พกั คงสภาพหิน หินหรือเนิน ที่เป็นธรรมชาติเอาไว้ และนา
ตน้ ไมไ้ ปแต่งประกอบ แต่อยา่ งไรก็ตอ้ งคงสภาพของเดิม ตามธรรมชาติ เอาไว้ ซ่ึงก็จะเป็นอีกรูปหน่ึง
ลกั ษณะสวนหินน้ีก็นิยมทางประเทศแถบยโุ รปมาก่อนเรียกวา่ Rock Garden สร้างความรู้สึก ใหเ้ ห็นถึง
ความเป็นปึ กแผ่นมีพลงั สนุกสนาน ทางแถบเอเชีย จีน และญี่ป่ นุ ก็นิยมจดั เช่นกนั โดยเฉพาะ สวนหินของ
ญี่ป่ นุ ซ่ึงมกั จะเรียกกนั วา่ Stone Garden ลกั ษณะสวนหินของญี่ป่ นุ จะเป็นลกั ษณะพเิ ศษคอื นอกจากสวนหิน
ที่เป็นลกั ษณะ ลอกเลียนธรรมชาติ แลว้ ยงั มี สวนหินท่ีเป็น ลกั ษณะจินตนาการ ใหผ้ รู้ ับไดใ้ ชฝ้ ึกสมาธิตาม
ลทั ธิเซน จะเป็นการจดั ในพ้ืนราบจดั วางหินเป็นกลุ่มเป็นกอ้ น สมมตุ ิแทนโขดเขาและเกาะแก่ง มีกรวด
ลอ้ มรอบ ทา ริ้วรอยลวดลาย คลา้ ยสายน้าและคล่ืน สวนหินลกั ษณะน้ี จะไมน่ ิยมใชต้ น้ ไม้ มาประกอบเลย
จะดูน่ิงใหใ้ ชฝ้ ึกสมาธิไดเ้ ตม็ ท่ี
6.สวนทาวน์เฮ้าส์
การจดั สวนทาวน์เฮา้ ส์ค่อนยาก เน่ืองจากพ้นื ท่ีจากดั ประมาณ 8 ตร.ม. (2.0x4.0) ส่วนมากมกั จะเทคอนกรีต
ท้งั ๆ ที่คอนกรีต เพ่ิมความร้อนใหก้ บั ตวั บา้ น และการอยแู่ ต่ในหอ้ งทาให้เกิดความเครียดโดยไม่รู้ตวั การมี
สวนเลก็ ๆ ขนาดกระทดั รัด มีผลตอ่ จิตใจมาก จึงควรใชป้ ระโยชนจ์ ากพ้นื ที่ตรงน้ีใหม้ ากที่สุด เราอาจปลูกไม้
คลมุ ดิน บางชนิด เช่น หนวดปลาดุก ดีปลี หรือพลูกามะหยี่ ซ่ึงใหค้ วามเขยี วและความชุ่มช้ืนบนดินทาให้
รู้สึกเยน็ สบาย พ้ืนท่ีบางส่วนปวู สั ดุแขง็ เช่น อิฐดินเผา ศิลาแลง หรือหินทราย ไวใ้ ชว้ างชุดสนาม การปลูกไม้
ยนื ตน้ ควรเป็น ตน้ ไมข้ นาดเลก็ หรือขนาดกลางมีความสูงประมาณ 1.0-1.5 เมตร เช่น โมก แกว้ ราเพย แกว้
เจา้ จอม พดุ หรือ ปาลม์ ขนาดเลก็ เช่น หมากเขยี ว หมากแดง หมากนวล เป็นตน้
สวนหอพกั
ระเบียงของหอพกั โดยทวั่ ไปจะมีขนาดประมาณ 1.50x2.0 เมตร คอ่ นขา้ งจะคบั แคบ แต่กส็ ามารถจดั ใหเ้ ป็น
ท่ีพกั ผอ่ น ไดด้ ว้ ยการจดั เกา้ อ้ีและตน้ ไมใ้ หช้ ิดขา้ งฝาจะทาใหพ้ ้ืนที่ดูกวา้ งข้ึน วสั ดุอปุ กรณ์ท่ีใชจ้ ดั สวนหอพกั
ควรมีน้าหนกั เบา ยกยา้ ยง่าย เพราะผทู้ ี่อยหู่ อพกั ไมใ่ ช่เจา้ ของท่ีถาวรวสั ดุที่มีน้าหนกั เบาไดแ้ ก่ กระบะไม้
หรือกระถางพลาสติก หากใชอ้ ยา่ งใดอยา่ งหน่ึงก็ควรใหเ้ ป็นวสั ดุชนิดเดียวกนั เพ่ือให้กลมกลืนท้งั บริเวณ
ตน้ ไมท้ ี่ใชค้ วรดูแลง่ายสามารถอยใู่ นที่ร่มราไร ถา้ หากมีแสงแดดสาดถึงก็ใชไ้ มด้ อกได้
สวนอาคารชุด
สวนอาคารชุดจะมีลกั ษณะค่อนขา้ งถาวร เพราะผูอ้ ยอู่ าศยั เป็นเจา้ ของ ดงั น้นั การตกแต่ง จึงไมต่ อ้ งคานึงถึง
การโยกยา้ ยบอ่ ยๆ อาจยกระดบั พ้ืนข้นึ ตรงบริเวณท่ีวางชุดนง่ั เล่น กระบะตน้ ไมอ้ าจมีขนาดใหญส่ กั หน่อยก็
ได้ การทาโครงไมร้ ะแนงกเ็ พือ่ ไวแ้ ขวนตน้ ไม้ หรือปลูกไมเ้ ล้ือย ถา้ มีแสงแดดเพยี งพอ
สวนอาคารพาณิชย์
โดยทวั่ ไประเบียงอาคารพาณิชย์ จะมีขนาดค่อนขา้ งแคบ แตอ่ าจออกแบบใหใ้ หญ่ไดห้ ากเจา้ ของตอ้ งการ
อยา่ งไรกต็ าม เอกลกั ษณ์ของ อาคารพาณิชย์ คือเหลก็ ดดั ดงั น้นั จึงน่าออกแบบใหเ้ หลก็ ดดั มีความสวยงาม
น่าดู และใชป้ ระโยชนไ์ ดม้ ากกวา่ กนั ขโมย เช่น ใชเ้ ป็นท่ีวาง กระบะตน้ ไม้ แขวนกระถางตน้ ไมต้ น้ ไมไ้ ม่ควร
มีขนาดใหญ่มาก หากมีแสงนอ้ ย เพ่อื จะไดส้ บั เปล่ียนโยกยา้ ยใหไ้ ดร้ ับแสงโดยทว่ั ถึง พ้ืนจะเป็น กระเบ้ือง
หรือไมข้ ้ึนอยกู่ บั รสนิยม และความเหมาะสมของทิศทาง อา่ งน้าลน้ เป็นของตกแตง่ ท่ีอาจเปล่ียนเป็นอยา่ งอ่ืน
ไดต้ ามความชอบ
สวนบา้ นเด่ียว
หนา้ บา้ น ควรเลือกพนั ธุไ์ มป้ ลกู ตามความเหมาะสมของทิศทางแดด ตวั เอยา่ งเช่น ถา้ หนา้ บา้ นหนั ไปทางทิศ
ตะวนั ตก แดดจะส่องเขา้ บา้ นแรงมาก ในตอนบ่าย ควรปลูกตน้ ไมท้ ี่สามารถบงั แดดไดเ้ พื่อไม่ใหผ้ นงั บา้ น
ร้อน ถา้ บา้ นมีพ้ืนท่ีหนา้ บา้ น มากพอที่จะปลูกตน้ ไม้ ใหร้ ่มเงา เช่น พิกลุ จาปี ปี ป ซ่ึงการดูแลใหต้ น้ ปี ปมีใบ
ดกแน่น ตอ้ งหมน่ั ใหน้ ้า มิฉะน้นั ปี ปจะมีใบโปร่งทาใหไ้ ดร้ ่มเงานอ้ ย แต่ถา้ บา้ นมีเน้ือที่นอ้ ย ควรปลกู ตน้ ไม้
ท่ีไมก่ ินพ้ืนท่ีมากแตส่ ามารถทาใหผ้ นงั บา้ นไดร้ ่มเงา ไดแ้ ก่ ตน้ ไมต้ ระกลู หมาก หรือปาลม์ บางชนิด เช่น
หมากเขยี ว หมากเหลือง หมากนวล เน่ืองจากเป็นตน้ ไมท้ ่ีมีขนาดคอ่ นขา้ งกระทดั รัดและรากไม่รบกวน
โครงสร้างของอาคาร
ถา้ หากหนา้ บา้ นหนั ทางทิศเหนือ หรือ ตะวนั ออก ปัญหาเรื่องแสงแดดจะนอ้ ย เพราะไดเ้ งาของอาคารช่วยใน
ตอนบา่ ย ดงั น้นั จะใช้ ตน้ ไมข้ นาดเลก็ เช่น โมก แกว้ หรือลาดวนก็ได้
หนา้ บา้ น เป็นจุดที่ทุกคน ตอ้ งการใหส้ วย จึงควรจดั เป็นสวนหยอ่ ม และไมค่ วรมีตน้ ไมท้ ี่ทึบมาก จนมองไม่
เห็น หนา้ บา้ น หากมีใครไปใครมา และการจดั สวน ท่ีใหส้ ีสันบา้ งจะใหบ้ รรยากาศตอ้ นรับแก่ผมู้ าเยอื น
การทาสนามหนา้ บา้ น นอกจากจะใหค้ วามรู้สึกร่มร่ืนแลว้ หญา้ จะช่วยเกบ็ ความชุ่มช้ืนใหด้ ิน และช่วยให้
ตน้ ไมเ้ จริญเติบโตดี และใหค้ วาม เยน็ แก่ พ้ืนดิน บริเวณบา้ น ทาใหบ้ า้ นเยน็ สบายมากข้ึน ซ่ึงทาใหช้ ่วยลด
การใชแ้ อร์ และพดั ลมลงได้
อ้างองิ
ณชภทั ร เทศพกุ .การจดั สวน[ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา : https://bit.ly/3Epg4n3 [ 5 ธนั วาคม 2564]
การจดั สวน [ออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา : https://bit.ly/3ol4ELu [ 5 ธนั วาคม 2564]
เร่ืองความสวยงามของหินประดบั ท่ีใชใ้ นงานตกแต่งสวน 3 สไตล์ สุดฮิตตลอดกาล [ออนไลน]์ .
แหล่งท่ีมา : https://bit.ly/3DpURYT [ 5 ธนั วาคม 2564]
ตกแตง่ สวนในตึกแถว ลดความอึดอดั เพิม่ พ้นื ท่ีผ่อนคลาย [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา :
https://bit.ly/3om3cbx [ 5 ธนั วาคม 2564]
จดั สวน แบบสวน แตง่ สวน ตกแต่งสวน สวนหนา้ บา้ น จดั สวนบา้ นเด่ียว [ออนไลน]์ . แหล่งที่มา :
https://bit.ly/3DmAlbt [ 5 ธนั วาคม 2564]
วสั ดุ อปุ กรณ์ และพนั ธ์ุไม้สวนหย่อม
พนั ธ์ุไม้
1.เลบ็ ครุฑ
2.เขม็ เศรษฐี
3.ชวนชม
4.กหุ ลาบขาว
5.ดอกพุด
6.ตน้ ขอย
วสั ดุ
1.ดิน
2.ป๋ ยุ
อุปกรณ์
1.ชอ้ นส้อมพรวนดิน
2.เสียม
นางสาวจุฑาทิพย์ แก้วมณี เลขท่ี 15 ม.5/6
ขอ้ สอบกลางภาค
1.การนำรปู ทรงเรขาคณิตเข้ามาใช้ในการออกแบบและใช้หลกั ศลิ ปะในการจดั สวนแบบสมดลุ โดยมจี ดุ ศนู ยก์ ลาง
เชน่ น้ำพุ รูปป้ัน ตงั้ ไวก้ ลางสวน คอื การจัดสวนประเภทใด
ก. การจัดสวนแบบประดิษฐ์ ข. การจดั สวนแบบธรรมชาติ
ค.การจดั สวนแนวใหม่ ง . การจดั สวนแบบผสมผสาน
2. ขอ้ ใดคือไม้คลุมดนิ
ก. เข็ม กาหลง ราชาวดี
ข. ปตั ตาเวยี เล็บครฑุ มะขามเทศ
ค. คณุ นายต่ืนสาย พลดู า่ ง หนวดปลาดุก ปีกแมลงสาบ
3. เป็นการจดั สวนทีม่ รี ปู แบบผสมผสานระหว่างสวนประดิษฐแ์ ละสวนธรรมชาติโดยเนน้ ท่สี ่ิงตกแต่งสวนเชน่ โตะ
เก้าอ้ี ศาลา โคมไฟ และการปูพ้นื ด้วยวัสดุอ่ืนๆท่ีไม่ใช่หญา้ เพอ่ื ใหม้ พี ้นื ท่ใี ชส้ อยไดอ้ ย่างเตม็ ท่หี มายถงึ สวน
ประเภทใด.
ก. สวนบาหลี ข. สวนแนวใหม่ ค. สวนโมร็อกโค ง. สวนเมืองรอ้ น
4. ใชร้ ูปป้ันมันวาวมาตงั้ วางมีฉากดา้ นหลังที่ปลูกตน้ ไมเ้ ลือ้ ยไวห้ มายถึง.
ก. สวนกว้าง ข. สวนแคบ ค. สวนผสม ง. สวนสาธารณะ
5. จงใชข้ ้อมลู ต่อไปน้ีตอบคำถาม
1.สำรวจและวิเคราะห์สวนเดิมว่ามีพันธไุ์ มใ้ ดบ้างทค่ี วรคงไวพ้ ันธใ์ุ ดควรขนยา้ ยออก
2.ปลูกพันธไุ์ ม้และวางสง่ิ ตกแต่งในสวนตามท่ีออกแบบไว้
3.ปรับพนื้ ที่โดยขนยา้ ยพนั ธ์ุไมแ้ ละสงิ่ ตกแตง่ ท่ีไม่ต้องการออกไป
4.ออกแบบสวนใหมโ่ ดยใช้หลักศิลปะ ความรู้เกยี่ วกบั รูปแบบสวนและส่งิ ท่ใี ช้ตกแต่ง
5.เลอื กซ้ือสง่ิ ตกแตง่ สวนแบบสวนใหมท่ ่ีว่างไว้จากรา้ นคา้ ท่ีจำหนา่ ย
จงเรียงลำดับขน้ั ตอนการตกแต่งสวนก่อน-หลัง
ก. 1 2 3 4 5 ข. 1 4 3 5 2 ค. 3 1 2 4 5 ง. 1 3 4 5 6
6. จดุ ประสงค์หลักของการพรวนดินคือข้อใด.
ก. เพ่อื ใหร้ ากหาอาหารไดง้ า่ ย
ข. เพอ่ื ให้ดินร่วนซยุ
ค. เพื่อใหน้ ้ำซึมผา่ นไดง้ า่ ย
ง. เพอ่ื ใหป้ ุ๋ยซมึ ได้งา่ ย
7. จงใช้ขอ้ มูลต่อไปนตี้ อบคำถาม
1.เลอื กพนั ธุ์ไมท้ ่ปี ลูกใหเ้ หมาะสมตามธรรมชาติ พนั ธุ์ในร่มควรปลูกในรม่
2.ตัดเลม็ หญ้าในสนามทุกเดือนเดือนละ 1 คร้ังโดยใชก้ รรไกรตดั หญา้
3.ตดั แต่งไม้พุ่มและไมย้ นื ตน้ ใหเ้ ป็นระเบยี บไม่รกรุงรงั ไม่ไปเกย่ี วสายไฟฟ้า
4.รดนำ้ พันธ์ุไมใ้ นสวนทุกวัน เชา้ และเยน็ โดยรดนำ้ ใหช้ มุ่ ชนื้ แตไ่ ม่แฉะ
5.พรวนดินถอนหญ้าใส่ป๋ยุ เป็นประจำสมำ่ เสมอในการพรวนดนิ ไม่ควรให้ถกู รากไม้ ถอนหญา้ ใหถ้ อนท้งั
รากเพ่ือไมใ่ หเ้ จริญเติบโต
6.กวาดและเก็บเศษใบไม้ที่ร่วงหลน่ บนพื้นดินสนามหญา้ แปลงปลกู ไม้ดอก
7.ป้องกันและกำจดั โรคหรือแมลงศัตรูพชื ในชว่ งท่ีมกี ารระบาดโดยตัดกิง่ เนา่
จบั แมลงท้ิง ใชน้ ้ำยาท่สี กดั จากพชื สมุนไพรเพ่ือความปลอดภัยของผ้ใู ช้
จากข้อ 1 – 7 มคี วามสัมพนั ธ์กบั หัวขอ้ ใด.
ก. ความหมายและความสำคัญของการดแู ลรักษาและตกแต่งสวน
ข. การดแู ลรกั ษาสวนให้สวยงามและมอี ายยุ าวนาน
ค. วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละการปลกู ไม้ดอกไม้ประดบั
ง. การตกแตง่ สวนและการเลือกพันธ์ุไม้ต่างทีเ่ หมาะสมกบั สวน
8. สงั เกตตารางแล้วตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1. วางก้อนหิน 2. เตรียมพื้นที่ 3. เลือกซ้ือพันธไ์ุ ม้ 4. กำจดั วัชพชื
7. ปรบั หลุมปลูกพนั ธ์ุไม้ 8. ปลกู หญ้า
5. ปลูกพนั ธไุ์ ม้ 6. ปูทางเทา้
ขอ้ ใดเรยี งลำดับข้ันตอนการจดั สวนหย่อมได้ถกู ต้อง
1. 4 2 6 3 7 5 8 1
2. 2 3 7 4 1 5 6 8
3. 3 2 7 4 1 5 8 6
4. 1 6 5 4 7 8 3 2
9. การดแู ลรักษาสวนหย่อมท่ถี กู ต้องตรงกับข้อใด
1. การรดน้ำหญา้ ในสัปดาห์แรกควรรดน้ำวันละหลาย ๆ ครง้ั สัปดาห์ทีส่ องเหลอื วันละครั้ง
2. การกำจดั วชั พชื ควรทำหลังจากที่ปลูกพนั ธ์ุไมท้ ุกชนดิ ไปแลว้ เป็นเวลา 1 เดือน
3. การตัดแตง่ พันธไุ์ มท้ ่ีมีรอยแผลขนาดใหญ่ ต้องพันแผลไวจ้ นกว่าจะแห้ง
4. การให้ปุย๋ แก่พนั ธุไ์ มใ้ นสวนควรทำในเวลาเย็น ทุกสปั ดาห์
10. ข้อใดใชว้ ัสดุและสิ่งตกแตง่ สวนไม่ถกู ต้อง
1. สวนญป่ี ุ่นตกแต่งด้วยรปู ปั้นเหลก็
2. หนิ ทรายรปู ดอกไมใ้ ชต้ กแต่งกำแพง
3. ปหู นิ แผน่ บนพนื้ แลว้ วางเก้าอี้ชดุ สนาม
4. น้ำผุดวางอยสู่ งู กวา่ ไมค้ ลมุ ดินและหญ้าในสนาม
เตรียมการจดั สวนหย่อม
พ้นื ท่ี
วสั ดุ
1.ปุย๋
2. ดิน
อปุ กรณ์
1. กรรไกรตัดแตง่ พ่มุ ไม้
2. ชอ้ นส้อมพรวนดนิ
3.เสียม
นางสาวจฑุ าทิพย์ แก้วมณี เลขท่ี 15 ม.5/6
นางสาวจุฑาทิพย์ แกว้ มณี ชั้นม.5/6 เลขที่ 15
ข้ันตอนการจดั สวนหยอ่ ม
1. เตรยี มสถานที่ ขนาดพ้นื ที่ 4 ตารางเมตร
2. ตดั ตกแตง่ ต้นขอย
3. กวาดให้เรยี บร้อย และเร่มิ วางพนั ธุ์ไม้
4. เรม่ิ จัดตกแต่ง
5. ความสำเรจ็ เมื่อจดั สวนหย่อมเสรจ็
การดแู ลสวนหย่อม
รดน้ำตน้ ไมท้ กุ ตน้
นำงสำวจฑุ ำทพิ ย์ แกว้ มณี เลขที่ 15 ม.5/6
การดูแลสวนหย่อม
ภาพรวมของสวนหยอ่ ม
ความสาคญั ของตน้ ไม้
ตน้ ขอย : เป็นไมพ้ ุม่ ท่ีเมื่อตดั ตกแตง่ ให้เป็นพุ่มแบบสวยงามแลว้ จะดูสวยงามมากๆ
นาประดบั บา้ นไดอ้ ย่างดี ใบร่วงนอ้ ย
กุหลาบ : มีสีสันทส่ี วยงาม ตกแตง่ สวนหยอ่ มไดด้ ี มองแลว้ สะดดุ ตา โดดเด่น เพ่มิ บรรยากาศไดด้ ี
ชวนชม : มดี อกทม่ี สี ีสนั สวยงาม โดนเด่น มองแลว้ เพลินตา ประดบั บา้ นไดด้ ี
ดอกพุด : เป็นดอกเลก็ แต่น่ามอง มกี ล่ิินหอมเลก็ นอ้ ย ดอกมีสีขาวน่าสัมผสั
ตน้ เล็บครุฑ : เป็นตน้ ไมท้ ีเ่ หมาะกบั อากาศเมอื งรอ้ น ปลูกไดง้ า่ ย
ความสาคญั ของวสั ดตุ กแตง่
- เพอ่ื ใหพ้ ืชยนื ตน้ อยู่ได้
- เป็นท่ีกกั เกบ็ น้า สาหรบั ใชใ้ นการเจริญเติบโตของพืช
- ให้แร่ธาตอุ าหารตา่ งๆ ทจ่ี าเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
- ให้อากาศแกร่ ากพชื
นางสาวจฑุ าทพิ ย์ แกว้ มณี เลขท่ี 15 ม.5/6
สวนหยอ่ มสวยดว้ ยมือเรา