อนุทนิ ชีวติ ครู
สวสั ดเี ชาวนั พธุ วนั ส้นิ เดือนของเดอื นมิถนุ ายนและเปน วันสุดทายของการออกฝก ที่ 30
มถิ ุนายน 2564 ของขาพเจา และเพื่อนๆรวมหนว ยฝกทุกหนวยฝก ถา นับตามวันแลววันน้เี ปน วนั ที่ 20
ของการออกฝกประสบการณวิชาชพี ครูระหวางเรยี น 1 ณ โรงเรยี นชุมชนบานวังหิน อำเภอตรอน
จังหวดั อุตรดติ ถ วนั นี้ขาพเจาไมไ ดมาเตรยี มแจกแบบฝก หดั ใหแ กน ักเรยี นแตอยางใดแตขาพเจามา
เตรยี มเอกสารใหผอู ำนวยการเซ็นเพม่ิ เติมจากสว นของเม่ือวานและไดน ำเอกสารสง ตวั นักศึกษา
กลับไปสง ที่ไปรษยี ตรอนและกลบั มาเคลียรเ อกสารตอท่ีหองพกั ครพู รอมท้ังทำความสะอาดหอ งพกั ครู
กอ นท่จี ะเดินทางกลบั ในเวลา 16.00 นาิกา
การศกึ ษารายกรณี (Case Study)
ชือ่ -สกุล นักเรยี น เดก็ ชาย ไกรสิทธิ ชติ จำปา ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 เลขที่ 1
1. สภาพปญหาของนักเรยี น
นักเรียนมคี วามบกพรอ งทางการเรียนรู เด็กไมคอยมาโรงเรียน ขาดเรียนบอ ยตามความเปน จริงแลว
นกั เรียนจะตองข้นึ ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 แตตอนน้ีอยชู ้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 เนื่องจากนักเรียนมปี ญหา
ทางดานการเรียนรู (เรยี นรูไดชา กวาคนอ่ืนๆ) และสภาพครอบครวั ของนกั เรียนก็มีฐานะคอนขา งท่ีจะ
ยากจน
2. จุดประสงคใ นการศึกษา
1. เพือ่ ใหนักศึกษาไดท ราบถงึ สภาพปญ หา และวเิ คราะหสาเหตขุ องปญหาทีเ่ กิดขน้ึ จริงเกี่ยวกับนักเรยี น
2. เพ่ือใหน ักศกึ ษาไดเ ขา ใจถงึ ปญ หาและศึกษาวธิ แี กไ ขปญ หาอยางถูกตองเหมาะสม
3. เพื่อจะชว ยเหลือนักเรยี นในเรื่องการเรยี น และปรับปรงุ พฤติกรรมของนกั เรียนใหเ ขากบั เพ่ือนรวม
หองเรยี นและสังคมภายนอกใหด ียง่ิ ข้นึ
3. ระยะเวลาในการศึกษา 4 อาทิตย ( 1 เดือน )
4. สภาพท่วั ไปเก่ยี วกับนักเรยี น
4.1 ประวัตสิ วนตวั
ชอื่ -สกุล เด็กชายไกรสิทธิ ชติ จำปา ชื่อเลน ปม
วนั เดอื น ปเ กิด 6 เมษายน 2549
ท่ีอยูปจจบุ ัน บานเลขท่ี 113/2 หมูท ี่ 4 ถนน - ตำบล วงั แดง อำเภอ ตรอน
จงั หวัด อุตรดติ ถ รหัสไปรษณีย 53140
ชื่อ-สกุล บดิ า นายคมกิต ชติ จำปา อาชีพ รับจางทัว่ ไป
รายไดต อเดอื น - บาท หมายเลขโทรศพั ท -
ชื่อ-สกุล มารดา นางสาคร ชิตจำปา อาชีพ รับจางทวั่ ไป
รายไดต อ เดอื น - บาท หมายเลขโทรศพั ท -
ชอ่ื -สกุล ผปู กครอง นางบุญเรยี บ ชติ จำปา อาชพี รับจางทว่ั ไป
รายไดตอ เดอื น 6,000 บาท หมายเลขโทรศัพท -
ที่อยผู ูป กครอง บานเลขที่ 113/2 หมทู ่ี 4 ถนน - ตำบล วงั แดง อำเภอ ตรอน
จังหวัด อตุ รดิตถ รหัสไปรษณยี 53140
นกั เรยี นมพี ีน่ องรว มบิดามารดา 3 คน (รวมนกั เรยี น)
คนที่ เพศ อายุ ประกอบอาชีพ การศกึ ษา หมายเหตุ
1 ชาย 20 นักศึกษา มหาวิทยาลยั การกีฬาแหงชาติ
2 หญงิ 17 นกั ศึกษา วิทยาลยั อาชีวะศึกษาอุตรดติ ถ
3 ชาย 15 นักศึกษา โรงเรยี นชุมชนบา นวงั หิน
4.2 ประวตั ิและผลการเรียน ระดบั โรงเรยี น ผลการเรียน
ปการศกึ ษา
2560 ประถมศกึ ษาปท่ี 5 ชมุ ชนบา นวังหนิ 2.41
2561 ประถมศึกษาปท่ี 6 ชุมชนบา นวงั หิน 2.34
2562 มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ชุมชนบา นวังหนิ 2.32
4.3 ประวตั ิดา นสขุ ภาพ
อายุ 15 ป นำ้ หนัก 65 กโิ ลกรมั สวนสงู 168 เซนตเิ มตร
4.4 สภาพครอบครวั และฐานะทางเศรษฐกจิ (เขยี นเชิงบรรยายจากการสงั เกต/สัมภาษณ)
- อาศยั อยูกบั ยายและพี่สาว สภาพครอบครวั คอนขางมีฐานะยากจน บางครง้ั เด็กตอ งไปรับจางตัดหญา
ขนนำ้ แข็งขายเพอ่ื หาเงนิ มาโรงเรียนและเล้ียงครอบครวั
4.5 ทัศนคติของบคุ คลรอบขา งทีม่ ตี อนกั เรียน
บดิ า-มารดา-ผูป กครอง
- นกั เรยี นมีความรักและเคารพ กตญั ูกตเวทีตอบุพการแี ละยายเปนอยา งดี
4.6 ความคดิ เห็นของครทู ่ีปรึกษาที่มีตอ นักเรียน
ดานการเรียน
- อยากใหเ ด็กมีความกระตือรอื รนในการเรยี นและการทำงานใหมากข้ึน มคี วามรบั ผิดชอบตองานท่ี
ไดรบั มอบหมายใหมากและควรมีจิตสาธารณะคอยชวยเหลอื ผูอ่ืนอยเู สมอ
พฤติกรรมและลักษณะนสิ ัย
- เปนคนที่ดเู งยี บขรึม ไมค อยพูด ไมกลาสบตา ไมคอยกลาแสดงออก (ขี้อาย)และไมมน่ั ใจในตนเอง
- เปน คนท่ชี อบใสเ สื้อกันหนาวมาโรงเรยี นทกุ วนั ไมย อมถอดออกเลย ไมว า จะใสชุดไหนก็ตาม
นักเรยี นก็มักจะใสเ สื้อกนั หนาวทับมาอีกชั้นขางนอกอยูด ี
สุขภาพรา งกาย
- มีสุขภาพรา งกายที่แข็งแรงสมบรู ณด ี สามารถทำกจิ กรรมตางๆในโรงเรยี นไดต ามชวงอายุวยั
ดานสังคมและการอยรู วมกบั เพื่อในชัน้ เรยี น (จากการสังเกตและสอบถามเพ่อื น)
- นกั เรยี นสามารถอยรู ว มกบั กลุมเพื่อนชัน้ ม.3 ไดเ ปนอยา งดี (เขา กับเพ่อื นไดดี) แตจะเปน คนเงยี บๆ
ไมคอยพูดสกั เทาไรในกลมุ นักเรียนช้นั ม.2 (ในกลมุ เพื่อนเวลาเพอ่ื นถามก็ตอบเปนบางคำ)
สิง่ ท่ีนักศึกษาคิดวา ควรจะปรับปรุงหรือแกปญหาใหกับนักเรียน
- คิดวา ควรปรับปรงุ แกไขพฤติกรรมของนกั เรยี นท่ีไมค อยกลา แสดงออก ไมค อยพดู
- ควรปรบั ปรงุ เร่อื งการขาดเรยี นบอ ยจึงทำใหเ รียนไมทันเพื่อนๆ
- ใสเสอื้ กันหนาวทับเสอื้ ตัวขางในมาโรงเรยี นทกุ วัน
4.7 บุคลกิ ภาพทัว่ ไปของนกั เรยี น
ลักษณะทางรางกาย (สังเกต รูปราง หนาตา การแตง กาย กิริยา วาจา ฯลฯ)
- รูปราง หนา ตาเหมาะสมกับวัย กิริยามารยาทสภุ าพเรยี บรอ ย พูดจามหี างเสยี ง
- แตท างดานการแตงกายนนั้ จะชอบใสเสอ้ื กันหนาวทับมาจึงทำใหม องไมเห็นเสอ้ื ขา งในวาสะอาด
และถูกระเบียบหรือไม (ครูที่ยนื เวรหนา ประตเู คยถามและจะใหเขาถอดแตเขาไมยอมถอด)
ลกั ษณะทางอารมณ (การแสดงออกทางอารมณ สดชน่ื รา เรงิ หรอื เงยี บขรึม การควบคุมอารมณ ฯลฯ)
- นกั เรยี นไมคอ ยพูด เงยี บขรมึ หากอยูกับนักเรียนชนั้ ม.2 แตถา อยูกับกลมุ เพื่อนชั้นม. 3 กจ็ ะราเริง
ขึ้นมานิดหนอย
- การควบคุมอารมณ มกี ารควบคมุ อารมณด ีมากถาหากวาเขาโกรธใครมากๆ เขาจะพยายามระงบั
อารมณของตัวเองดว ยการวาดภาพ
ลักษณะทางสตปิ ญญา (ความสามารถในการเรียน ความสามารถพิเศษ ความถนดั หรือความสนใจพิเศษ)
- มีความบกพรองทางการเรยี นรูทำใหเ รียนรูไ ดชา กวาคนอื่นๆ แตเมอ่ื มีงานใหทำก็สามารถทำงาน
มาสง ไดต รงเวลาแตเ นอ้ื หาท่ีทำก็อาจจะไมถูกเลย
ลักษณะทางสงั คม (การปรบั ตัวเขากับเพื่อน ครู บิดา มารดา หรือผปู กครอง)
เพ่ือน
- มีการปรบั ตัวทจ่ี ะอยูรว มกบั เพอื่ นไดดี เพราะมีการควบคุมอารมณทด่ี ี และมเี พื่อนบางกลมุ ท่คี อย
ใหค วามชว ยเหลอื
ครู
- มคี วามออนนอมถอมตน มสี มั มาคารวะและมีมารยาทท่ีดี มีน้ำใจชว ยเหลอื ครู
บดิ า มารดา หรอื ผูป กครอง
- มคี วามกตัญูกตเวทตี อยาย บุพการี ชวยเหลืองานที่บานเปน อยา งดี
4.8 พฤติกรรมทคี่ วรปรบั ปรงุ แกไข (เรียงลำดบั จากมากไปนอ ย จากการวิเคราะหต ามแบบประเมินตนเองของ
นกั เรียน)
- พฤตกิ รรมดานการเรียน ผเู รียนควรพยายามอยาขาดเรยี นและพยายามทจ่ี ะเรียนรูด วยตนเอง
เพือ่ ทจี่ ะสามารถพัฒนาตนเองไมใ หเ รยี นซ้ำช้ันอกี
- พฤตกิ รรมดานสงั คม เนื่องจากนกั เรยี นไมค อยพูดจงึ มีเพื่อนนอยและเปน คนที่ชอบปลกี ตวั อยูคน
เดียวในบางเวลา
- พฤตกิ รรมดานครอบครวั นกั เรยี นนา จะมีปญหาเกี่ยวกบั เร่อื งการขอคำปรกึ ษาเวลามเี รอ่ื งที่ไม
สบายใจ จะไมสามารถขอคำปรกึ ษาจากผูปกครองไดเ พราะเดก็ ไมไดอาศยั อยูก บั พอแม
5. สมมตฐิ านของปญหา
หลังจากไดศึกษานักเรยี นดว ยวธิ ีการตา ง ๆ แลว ไดขอมูลท่ีนา สนใจ ดงั น้ี นักเรยี นขาดเรียนบอยเนื่องจาก
นกั เรียนมคี วามบกพรองทางการเรยี นรูท ำใหเ รยี นรูไดช า และมฐี านะทางครอบครัวคอนขางที่จะยากจน
6. แนวทางการแกป ญ หา
1. แจง ใหผ ูปกครองรบั ทราบวา เดก็ ควรมาโรงเรียนทุกวนั สว นเร่ืองเงนิ ทจ่ี ะตองหามาเลีย้ งจะแจง ใหทาง
ผูใหญบานทราบถึงรายไดในแตละเดือนและใหเขาแกป ญหาหาทางออกใหอ ีกที
2. จัดการเรยี นการสอนโดยการนำส่อื เขามาชว ยสอนในวชิ าตา งๆ ถา ในวิชาภาษาองั กฤษเรยี นเรื่อง
คำศัพทก ็ควรมกี ารทำ flash card ใหนกั เรยี นไดไปศึกษาและทอ งท่ีบา นเปน ประจำทุกวัน
3. ขออนญุ าตทางผปู กครองวา ควรมกี ารสอนเสรมิ ใหกับเดก็ นักเรียนในทกุ ๆวนั หลังเลกิ เรยี นและในวัน
เสารก ับอาทติ ยดวย
7. การตดิ ตามผล
เริม่ ทำการศึกษาต้งั แตว นั ที่ 2 มถิ ุนายน ถึงวนั ที่ 25 มิถนุ ายน 2564
และไดท ำการติดตามผลเปนชวง ๆ ดงั น้ี
การตดิ ตามชวงที่ 1 (ควรระบุวนั เดอื น ป ในการตดิ ตามผล)
วนั ท่ี 2 มิถนุ ายน 2564 ผูเรียนขาดเรยี นไปเม่ือวานน้ีซ่ึงเปนวนั แรกของการเปดเทอมทำใหไมท ราบวา
เม่อื วานเขาเรียนอะไรกนั บา ง
การติดตามชว งท่ี 2 (ควรระบวุ ัน เดือน ป ในการติดตามผล)
วันที่ 10 มถิ ุนายน 2564 ผูเ รยี นมาโรงเรยี นบอยขึ้นถึงจะมีบา งบางวนั ที่มาแคช ว งเชาสว นชว งบา ยขอ
อนุญาตออกไปทำงานและสามารถทำงานสง ไดทนั เวลาเรยี นทนั เพื่อนบางเปนบางวชิ า
การตดิ ตามชวงท่ี 3 (ควรระบุวัน เดอื น ป ในการติดตามผล)
วันที่ 22 มิถนุ ายน 2564 ผเู รยี นมาโรงเรียนเกือบทกุ วัน เขา ใจในเน้ือหาทคี่ รสู อน ทำงานสง ตรงตามเวลา
และทำแบบฝก หัดถูกตองเกือบท้งั หมด
สรุปผลการติดตามผล
- ผเู รยี นมกี ารเรียนรูท ด่ี ขี นึ้ เมอื่ วดั จากการการทำแบบฝกหัดสงในแตละคาบของแตล ะรายวิขาท่ีไดสอน
เสริมหลงั เลกิ เรยี น
- ผเู รยี นมาโรงเรยี นเกือบทุกวนั และไมลาหรอื ขออนุญาตขอออกไปทำงานในชวงบา ยอีกแลวเนอื่ งจาก
ทางโรงเรียนไดพดู กบั ทางผูปกครองเก่ียวกบั เรื่องการเขาเรียนของผูเรียนในวนั ท่ีมีการประขมุ ผปู กครอง
8. ขอเสนอแนะ/ปญ หาและอุปสรรค
- อยากใหนักเรียนพยามยามมาโรงเรยี นใหบ อยขึน้ พยายามอยา ขาดเรยี นถา ไมมเี หตุจำเปนอะไร
- อยากใหน ักเรียนมีความพยายามที่จะคนควา หาความรอู ยเู สมอไมจ ำเปน ตองรอเรยี นจากครูแตเพียงทาง
เดยี วเทานั้น
- อยากใหผ ูเรียนมีความกลา ท่ีจะแสดงออก กลาพูด กลาทำและกลา คดิ มากกวาน้ี
9. การศกึ ษารายกรณคี รงั้ น้ีไดรับประโยชน ดังนี้
1. ชว ยใหครเู ขาใจถงึ สาเหตุและเง่ือนไขตา งๆ ที่กอใหเ กดิ พฤติกรรมทเ่ี ปน ปญหา ทำใหมองเหน็ ลูทางท่ี
จะชว ยเหลอื แกไขปญหาใหกับนักเรยี นไดอยางเหมาะสม
2. เพื่อชว ยใหนกั เรียนไดเ กิดความเขา ใจในตนเอง สามารถพัฒนาวางแผนชวี ติ และตัดสินใจเลอื ก
แนวทางการศกึ ษาตอ และเลอื กอาชพี ท่เี หมาะสม
3. ชว ยใหน กั เรยี นมีกำลังใจและมีความเต็มใจที่จะดำเนินชวี ติ ตอ ไปอยางมีความหวัง
4. ชว ยใหเขา ใจถึงบทบาทหนา ท่ขี องความเปนครู
5. ชวยใหโรงเรยี นไดทราบความเท็จจริงตางๆ เกย่ี วกบั ปญหาและความตองการของตวั เด็ก
ทำใหสามารถ นำขอเท็จจรงิ เหลาน้ันมาใชใ นการปรบั ปรุงการเรยี นการสอน การจัดกจิ กรรมและการ
ใชบริการดา นตา งๆ แกน ักเรียนไดอยางเหมาะสม
กิจกรรมท่ี 1
ยืนเวรหนา ประตูโรงเรียน (ทกุ วันพฤหสั บดีและวันศกุ ร)
ขอ คดิ ทเ่ี กิดขึ้นจากการทำงานในครงั้ น้ี
ความตรงตอ เวลาและการปฏบิ ัตติ นเปนคนไทยทีถ่ ูกตอ ง
กิจกรรมท่ี 2
สงั เกตการณส อนในชั้นเรียน
ขอ คดิ ทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการทำงานในครั้งน้ี
อาชพี ครไู มใ ชง านทีส่ บายตอ งมีความอดทนเมตตาเอาใจใสดแู ล
กิจกรรมท่ี 3
การปฏิบตั กิ ารสอนแทนคณุ ครูพี่เล้ยี ง
ขอ คิดที่เกิดข้ึนจากการทำงานในครัง้ นี้
วธิ กี ารในการสอนในแตละคาบ การแกปญหาเฉพาะหนา
กิจกรรมที่ 4
ตรวจเวรทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน
ขอคดิ ท่ีเกิดขึ้นจากการทำงานในครงั้ น้ี
ความรับผดิ ชอบตอ หนาที่ การปฏิบัตหิ นาทข่ี องตนเองอยา งเครง ครดั ความสามัคคี
กิจกรรมที่ 5
กิจกรรมวิธีพทุ ธตอนเชา และตอนเยน็ ในทกุ ๆวนั องั คาร
(กิจกรรมประชุมอบรม เจรญิ ศลี สมาธิ)
ขอคิดทเ่ี กิดขนึ้ จากการทำงานในครง้ั นี้
มีจิตใจแนว แน เกิดสมาธสิ ติปญญาและการปฏิบัติตนตามวถิ ีของชาวพทุ ธ
กิจกรรมท่ี 6
กจิ กรรมการเลอื กตั้งประธานนักเรยี นและสมาชกิ สภานกั เรยี น
ขอ คดิ ทเ่ี กดิ ขึ้นจากการทำงานในคร้งั นี้
การใชสทิ ธเ์ิ ลอื กต้งั การยอมรบั บุคคลจากเสยี งขา งมาก และความเปน ประชาธิปไตย
กิจกรรมที่ 7
กิจกรรมงานฝม ือ (รีไซเคิลกลอ งนม)
ขอ คิดที่เกิดขน้ึ จากการทำงานในคร้งั นี้
ความคิดสรางสรรคในการสรางชน้ิ งาน การแบงปน
กจิ กรรมท่ี 8
กิจกรรมประชมุ ผูปกครองประจำป 2564
ขอ คดิ ทเี่ กดิ ขนึ้ จากการทำงานในคร้งั น้ี
การมีจิตสาธารณะ ความมรี ะเบียบ
กิจกรรมท่ี 9
กจิ กรรมวันไหวค รู
ขอ คิดทีเ่ กดิ ขนึ้ จากการทำงานในคร้ังนี้
ครยู ังมีครู ศษิ ยก ็ตอ งมีครู การไหวครูเปน พิธีทศ่ี กั ดิ์สทิ ธ์ิ
กิจกรรมท่ี 10
กจิ กรรมทอดผา ปา ฉลองครบรอบ 100 ปข องโรงเรียนชมุ ชนบา นวังหนิ
ขอ คิดที่เกิดขน้ึ จากการทำงานในครัง้ น้ี
คนที่จะเปนครไู ดจ ะตอ งทำไดท กุ อยาง ปฏบิ ตั ไิ ดหลายหนาท่ใี นเวลาเดยี วกนั
กจิ กรรมที่ 11
จดั บอรด สมาชกิ เวรทำความสะอาดหอ งและทำบอรดความรูเก่ียวกบั สกลุ เงนิ
ขอคิดท่เี กดิ ขน้ึ จากการทำงานในคร้งั น้ี
การวางแผนการทำงานอยางถกู ตองและไมผ ดิ พลาด