การใช้และบาํ รุงรักษา
เครืองดนตรีไทย
อาจารยพ์ งศพชิ ญ์ แก้วกลุ ธร
อาจารยน์ สิ ติ นนั ทนชั ชาวไรอ่ ้อย
ร า ย วิ ช า ศ 2 1 1 0 2 พื น ฐ า น ศิ ล ป ศึ ก ษ า 2
ชั น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ป ที 1 โ ร ง เ รี ย น ส า ธิ ต ม ห า วิ ท ย า ลั ย ศ รี น ค ริ น ท ร วิ โ ร ฒ ป ทุ ม วั น
หน#วยการเรยี นรู,ที่ 2 การใชแ, ละเก็บรักษาเครื่องดนตรไี ทย
การใชแ& ละเก็บรักษาเครอ่ื งดนตรไี ทย
เครื่องดนตรีไทยมีหลายประเภท หลายชนิด แต:ละชนิดจะมีลักษณะและส:วนประกอบที่แตกต:างกันไป ดังนั้นผูFใชF
เครือ่ งดนตรีจึงควรใหคF วามสำคญั เก่ียวกับการใชFและการเก็บรกั ษาใหมF าก ปฏิบตั ใิ หถF กู ตFองตามวิธีการตา: ง ๆ
การใชFเครื่องดนตรี ก:อนใชFจะตFองตรวจดูแลความเรียบรFอยของส:วนประกอบ หลักกลไกต:าง ๆ ที่ทำใหFเกิดเสียง
ว:าเครื่องดนตรีชนิดนั้นมีความพรFอมหรือไม: โดยเฉพาะเรื่องของเสียงเครื่องดนตรี ผูFเล:นจะตFองตรวจดูแลเปTนอย:างดี เพื่อใหF
บทเพลงที่บรรเลงดFวยเครื่องดนตรีเหล:านี้มีคุณภาพ มีความไพเราะน:าฟWง และสามารถใชFงานไดFตลอดไป ไม:เกิดชำรุดเสียหาย
ก:อนงานจะเลิก โดยเฉพาะเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ซึ่งมีส:วนประกอบละเอียดอ:อนชำรุดเสียหายง:าย จึงตFองระวัง
เปTนพเิ ศษในขณะท่ีใชงF านหรือเวลาบรรเลง
การเก็บรักษาเครื่องดนตรี นับว:ามีความสำคัญไม:นFอยกว:าการดูแลความพรFอมใชFก:อนการบรรเลงเช:นกัน ดังไดFกล:าว
มาแลFวว:า เครื่องดนตรีมีหลายชนิด แต:ละชนิดจะมีส:วนประกอบและหลักกลไกท่ีแตกต:างกัน การเก็บรักษาใหFถูกวีจึงเปTน
สิ่งสำคัญที่ผูFเล:นดนตรีจะตFองตระหนักอยู:เสมอ และตFองปฏิบัติใหFถูกตFองตามหลักการ จึงจะทำใหFเครื่องดนตรีมีความคงทน
สามารถใชงF านไดอF ยา: งคมFุ ค:า โดยปฏิบัตดิ ังนี้
1. หลังเลิกเล:นทุกครั้งตFองลดสาย ปลดเชือกหรือทำอย:างอื่นตามลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรีแต:ละชนิดใหF
อย:ูในสภาพท่จี ะเก็บหรือไม:ใชงF าน
2. ทำความสะอาดเครื่องดนตรแี ตล: ะชนดิ ดFวยนำ้ ยา และอปุ กรณท] เี่ หมาะสมกับเครื่องดนตรีแต:ละชนิด
3. เก็บใส:ภาชนะท่ีมลี ักษณะเฉพาะของเครือ่ งดนตรแี ตล: ะชนิด
4. เกบ็ ไวFในที่ท่ีมคี วามเหมาะสม
เอกสารประกอบการเรยี นร,รู ายวิชา ศ21102 พน้ื ฐานศลิ ปศกึ ษา 2 อาจารยLพงศพชิ ญL แกว, กลุ ธร และอาจารยLนิสติ นันทนัช ชาวไรอ# ,อย
หน#วยการเรียนร,ูท่ี 2 การใชแ, ละเก็บรกั ษาเครื่องดนตรีไทย
วิธีใชเ' ครอ่ื งดนตรไี ทยและการดูแลรักษาได'อยา= งถกู ตอ' ง
เครื่องดนตรีไทยสามารถแบ:งออกเปTน 4 ประเภท ไดFแก: ประเภทเครื่องดีด สี ตี เป`า ลักษณะของเครื่องดนตรี
และวิธีการใชFย:อมแตกต:างกัน โดยส:วนใหญ:นิยมสรFางจากวัสดุธรรมชาติ ที่หาไดFตามทFองถิ่น เช:น ไมF หวาย หนังสัตว] งาชFาง
เขาสัตว] เปTนตFน เพื่อใหFเครื่องดนตรี มีสภาพที่คงทนต:อการใชFงานและไม:ชำรุดเสียหาย ดังนั้น นักเรียนจึงควรทราบวิธีการ
ใชเF ครือ่ งดนตรแี ละดแู ลรักษาเครอ่ื งดนตรีแต:ละประเภท ดังนี้
ลำดบั ประเภท เครอื่ งดนตรีไทย วิธกี ารดแู ลรกั ษา
1. ดีด จะเขF 1. วิธีการนั่งบรรเลงจะเขF ใหFนั่งพับเพียบ ตัวตรง โดยดFานกระพุFงอยู:ดFานซFายมือ
ของผูFบรรเลง และดFานลูกบิด อยู:ดFานขวามือของผูFบรรเลง มือซFายใชFสำหรับกด
นมจะเขF และมอื ขวาใชสF ำหรบั พนั ไมดF ีด และดีดสายจะเขF ดังต:อไปน้ี
2. การอุFมจะเขF ตFองอุFมใหFขนานกับพื้น โดยนำกระพุFงเขFาแนบดFานขFางของลำตัว
ใหFสว: นหวั อย:ทู างดFานหนFา
3. เมื่อบรรเลงจะเขFเสร็จ ควรเก็บเขFาชิดขFางฝาผนังหรือดFานในของเวที เพื่อความ
เปนT ระเบียบเรียบรFอย และปbองกันความเสยี หาย
4. การทำความสะอาดจะเขFควรใชFผFาที่มีความนุ:มและแหFงหรือชุบน้ำหมาด ๆ
เช็ดตวั จะเขF
5. ควรมผี าF คลุมตัวจะเขF เพอื่ ปอb งกนั ฝ`นุ ละออง
2. ดีด กระจับปed 1. วิธีการนั่งบรรเลงกระจับปde ผูFบรรเลงนั่งพับเพียบไปดFานขวา ตัวกระจับปdeวาง
บนตักของผูFบรรเลง มือซFายใชFสำหรับกดนมของกระจับปdeตามเสียงต:าง ๆ มือขวา
จบั ทีด่ ีดและดีดสายกระจบั ปde
2. การถือกระจับปde ใหFถือแนบกับลำตัว โดยตั้งฉากกับพื้น ไม:แกว:งไปแกว:งมา
เพือ่ ปbองกนั การกระแทก
เอกสารประกอบการเรียนร,รู ายวิชา ศ21102 พนื้ ฐานศลิ ปศึกษา 2 อาจารยLพงศพชิ ญL แก,วกุลธร และอาจารยLนสิ ติ นนั ทนชั ชาวไรอ# อ, ย
หน#วยการเรียนรูท, ่ี 2 การใช,และเกบ็ รักษาเครอื่ งดนตรไี ทย
ลำดับ ประเภท เคร่ืองดนตรีไทย วธิ กี ารดูแลรกั ษา
กระจบั ปed 3. ควรวางกระจับปdeคว่ำหนFาลง ไม:ควรวางพิงหรือวางชิดขอบเวทีโตhะ เพราะ
(ต:อ) กระจบั ปdeมโี ขนท่โี คFงงอ อาจเกิดการกระทบกระเทือนใหแF ตกหักหรอื เสียหายไดF
4. ควรใชผF าF ที่มคี วามนุ:มและแหงF เช็ดกระจบั ปdeทกุ ครงั้ หลงั จากบรรเลงเสร็จ
5. ควรมีขาตั้งสำหรับวางกระจับปdeโดยเฉพาะ เพื่อสะดวกในการนำเก็บแลFวหยิบใชF
งาน
3. ดดี ซึง 1. วิธีการนั่งบรรเลง ถFาเปTนผูFชายสามารถนั่งขัดสมาธิ ผูFหญิงใหFนั่งพับเพียบ
เนื่องจากผูFหญิงชาวเหนือจะนุ:งผFาซิ่นและดูเรียบรFอยสวยงาม โดยวางส:วน-
กระพุFงแกFมของซึงไวFที่หนFาตักของผูFบรรเลง และส:วนหัวของซึงดFานลูกบิดใหFปลาย
ลกู บิดวางต้งั กับพื้น
2. เนื่องจากที่ดีดซึงมีขนาดเล็ก เมื่อบรรเลงเสร็จ ควรเก็บที่ดีดโดยเหน็บไวF
กับตัวซึง ผูกเชอื กรFอยท่ีดดี ไวFกับตวั ซงึ เพอื่ ปอb งกนั ไมใ: หFสญู หาย
3. ไม:ควรพิงซึงไวFขFางฝาผนัง เพราะอาจลFม หรือตกกระแทกกับพื้นจนเกิด
ความเสยี หายไดF
4. ควรมีขาตั้งสำหรับวางซึงโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการนำเก็บและหยิบ
ใชFงาน ควรนำซึงใส:เก็บไวFในถุงผFาที่มีขนาดพอดีแลFวนำไปแขวนหรือเก็บ เปTนตFน
เพื่อปbองกนั ฝ`นุ ละอองและความเสียหาย
5. การถือซงึ ใหถF ือแนบกับลำตวั ไม:แกวง: ไปแกว:งมาเพ่อื ปbองกนั การกระแทก
4. ดดี พิณอสี าน 1. วิธีการบรรเลงพิณอีสาน ผูFบรรเลงสามารถนั่งหรือยืนบรรเลงก็ไดFโดย มือซFายใชF
กดสายและนมของพณิ และมอื ขวาใชทF ี่ดดี ดีดสายพณิ
2. การเกบ็ พิณ สามารถเกบ็ ไดFหลายลักษณะดงั น้ี
2.1 พิณที่มีลูกบิดเปTนไมF ในการวางพิณใหFวางพิณหงายขึ้น และการเก็บ
ควรเลอื กเกบ็ ใส:ถุงใหเF รยี บรอF ย หรือนำไปแขวนไวFตามความเหมาะสม
2.2 พิณประยุกต] คือ พิณที่มีลูกบิดคลFายลูกบิดของกีตาร]ในการวางใหFวางคว่ำ
ปbองกันไม:ใหFสายพิณลด เพราะอาจทำใหFเสียงเพี้ยนไดF การเก็บควรเก็บใส:ถุง
ใหเF รยี บรอF ย หรอื นำไปแขวนตามความเหมาะสม
3. ควรใชผF Fาทม่ี คี วามนุ:ม และแหFง เชด็ พณิ ทกุ คร้งั หลังจากบรรเลงเสรจ็
4. ไม:ควรพิงพิณอีสาน เพราะอาจเกิดการลFมหรือกระทบกระเทือน จนเกิดความ
เสยี หายไดF
5. ตี ระนาดเอก 1. ลกั ษณะการบรรเลงระนาด ผบFู รรเลงนงั่ พับเพยี บหรอื ขัดสมาธิ โดยใหF ลำตัวอยู:
ระนาดทมFุ ประมาณกึ่งกลางของรางระนาด การจับไมFระนาด โดยการจับบริเวณเหนือปลาย
ไมF ขึ้นมาเล็กนFอย จากนั้นรวบนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วกFอยรัดไมFระนาดไวFกับฝ`า
มอื
เอกสารประกอบการเรียนรู,รายวิชา ศ21102 พ้ืนฐานศลิ ปศึกษา 2 อาจารยLพงศพิชญL แกว, กลุ ธร และอาจารยLนสิ ติ นันทนชั ชาวไรอ# อ, ย
หน#วยการเรยี นรูท, ่ี 2 การใช,และเกบ็ รักษาเครอื่ งดนตรีไทย
ลำดบั ประเภท เครอื่ งดนตรไี ทย วธิ ีการดแู ลรกั ษา
ระนาดเอก 2. เมื่อบรรเลงเสร็จ ควรปลดสายเชือกคลFองหูระนาดดFานซFายมือลงขFางหนึ่งเพื่อ
ระนาดทุมF ปอb งกันไม:ใหFเชือกรบั น้ำหนกั อย:ูตลอดเวลา ซึง่ อาจจะทำใหFเชือกขาดไดF
(ตอ: ) 3. ควรเก็บไมFระนาดเขFาไวFในราง หรือมีถุงเก็บไวFเฉพาะ ไม:วางทิ้งไวFบนผืนระนาด
หรือวางกับพ้นื เพราะอาจเกิดการสญู หายไดF
4. ควรมีผาF คลมุ ระนาด เพ่อื ปอb งกนั ฝน`ุ ละออง
5. การเคลื่อนยFายระนาด ควรใชFวิธีเคลื่อนที่โดยการยกขึ้นทั้งรางไม:ควรลาก
หรอื ดงึ เพราะจะทำใหFรางระนาดลFม และเกดิ ความเสียหายไดF
6. ถFาตะกั่วที่ติดใตFผืนระนาดหลุด ควรใชFไมFขีดไฟหรือไฟแช็กลนเพื่อใหFตะก่ัว
อ:อนตัว แลFวติดเขFาไวFตามเดิม หFามใชFเทียนไขลน เพราะอาจทำใหFน้ำตาเทียนหยด
ผสมกับตะกัว่ ทำใหลF ่ืนและติดไม:ได
6. ตี ฆFองวงใหญ: 1. ในการบรรเลงฆFองวง ผูFเล:นตFองนั่งใหFตรงกลางของฆFองวง วิธีการนั่งสามารถ
ฆอF งวงเลก็ นั่งพับเพียบ และขัดสมาธิ การจับไมFตีฆFองวง ผูFบรรเลงจะตFองรวบนิ้วกลาง นิ้วนาง
และนิ้วกFอยรัดไมFตีฆFองไวFกับฝ`ามือ ใชFนิ้วหัวแม:มือกดดFานในของไมFตีฆFองวง
ดังภาพต:อไปน้ี
2. การเก็บไมFตีฆFองวง ควรมีถุงใส:โดยเฉพาะหรือวางรวมกันไวFบนฆFองวง ไม:ควร
วางท้ิงไวกF บั พน้ื
3. การทำความสะอาด ควรใชFผาF แหFงหรอื หมาดๆ เชด็ ทำความสะอาด
4. ควรวางฆFองวงราบกับพื้น ไม:ควรวางตั้งหรือวางพิงไวFขFางฝาผนัง เพราะอาจ-
ทำใหFวงฆอF งลFมลงหรือหกั ลงไดF
5. การยกฆFองวง ไม:ควรยกเพียงคนเดียว เนื่องจากเปTนเครื่องดนตรีที่มีน้ำหนักมาก
และขนาดใหญ: ควรยกใหวF งฆอF งต้งั ฉากหรอื ขนานกับพื้นโดยไมก: ลับดFา
7. ตี ขิม 1. การบรรเลงขิม ควรนั่ง พับเพียบใหFตัวอยู:กลางขิม ระยะห:างประมาณ 1 คืบ
นั่งตัวตรงไปโนFมเอนไปทางใดทางหนึ่ง การจับไมFตีขิม ใชFนิ้วหัวแม:มือและนิ้วชี้
ท้งั 2 มอื จบั ไมตF ขี ิม นว้ิ ทีเ่ หลอื หFุมในลกั ษณะดอกบวั ตมู
2. เม่ือบรรเลงเสร็จ ควรปดm ฝาหรือเกบ็ ตัวขมิ เขFาในกล:อง หรอื ใสถ: งุ ใหFเรียบรอF ย
3. การเก็บไมFตีขิมควรมีกล:องใส:ที่มิดชิด หรือถFาเปTนถุงตFองระมัดระวังจาก
การกระทบกระเทือน เพราะไมตF ีมคี วามออ: นบาง
4. การทำความสะอาดขิม ควรใชFที่ปWดฝุ`นหรือแปรงขนาดเล็กปWด เพราะผFาไม:
สามารถเช็ดตัวขมิ ไดหF มด
5. ถFาสายขิมขาดควรถอดออก ไม:ควรปล:อยทิ้งไวF เพราะปลายส:วนที่ขาด อาจขีด
ขว: นตัวขิมใหFเปนT รอยหรือเกิดอนั ตรายต:อผบFู รรเลงไดF
เอกสารประกอบการเรียนร,ูรายวิชา ศ21102 พ้นื ฐานศิลปศึกษา 2 อาจารยพL งศพชิ ญL แกว, กลุ ธร และอาจารยLนิสิตนันทนชั ชาวไร#ออ, ย
หนว# ยการเรยี นรท,ู ่ี 2 การใชแ, ละเก็บรักษาเครื่องดนตรไี ทย
ลำดบั ประเภท เครอื่ งดนตรีไทย วธิ กี ารดแู ลรกั ษา
8. ตี โปงลาง 1. วิธีการบรรเลงโปงลาง ผูFบรรเลง นั่งคุกเข:าหรือขัดสมาธิอยู:ดFานขFางของโปงลาง
มือทง้ั สองจับไมFตีโดยจับดาF นที่เปTนดาF มไมF โดยหวั ไมจF ะหันขึน้ ดFานบน
2. เม่อื บรรเลงเสร็จควรใชFผFาเชด็ ลกู โปงลางเพือ่ ทำความสะอาด
3. ควรมถี งุ ใสไ: มตF โี ปงลาง และไมว: างทิ้งไวทF พ่ี นื้ เพราะอาจเกิดการสูญหายไดF
4. ควรมผี าF คลมุ โปงลาง หลังจากเสรจ็ สน้ิ จากการบรรเลง
9. สี ซอดFวง 1. ผูFบรรเลงควรขึ้นสายซอ และเลื่อนหย:องหรือหมอนลงใหFอยู:กึ่งกลางของหนFาซอ
ซออFู จากนั้นเทียบเสียงของซอตามประเภทของซอนั้นๆ ผูFบรรเลงนั่งตัวตรง มือซFายจับ
ซออสี าน คันซอเพื่อกดสายซอ มือขวาจับคันชัก วางกระบอกซอตรงหนFาขาขวาหรือ
กะโหลก-ซอทห่ี นาF ขาขวาขFางลำตัวผูFบรรเลง
2. เมื่อบรรเลงเสร็จ ควรลดสายและปลดหย:อง หมอนขึ้นไวFบนขอบกระบอก
หรือกะโหลกซอ เพื่อปbองกันหนFาซอยุบตัวจากการกดทับของสายและเก็บคันซอ
คลอF งไวFกับลูกปWด โดยนำสว: นทีจ่ ับขึ้นดาF นบน
3. ควรใชFผFาที่มีความนุ:มและแหFง เช็ดซอทุกครั้งหลังจากบรรเลงเสร็จโดยเฉพาะ
อยา: งยิ่งส:วนกระบอกและกะโหลกซอ เพราะจะมีฝุ`นของยางสนตดิ สะสมอยู:
4. การถอื ซอใหFถือแนบกบั ลำตวั โดยตั้งฉากกบั พ้ืน ไมแ: กวง: ไปมา
5. ไม:ควรพิงซอไวFขFางฝาผนัง หรือวางชิดขอบโตhะ เพราะอาจลFมหรือตกจนเกิด
ความเสียหายไดF
6. กล:องหรือถุงเก็บควรมีขนาดพอดีกับซอแต:ละชนิด เพ่ือสะดวกในการนำเก็บ
และการหยบิ ใชสF อย
7. เมื่อนำซอเก็บเขFาไวFในตูF แขวนหรือวางใหFเปTนระเบียบไม:วางซFอนกัน เพราะอาจ
ทำใหFซอเกิดการกระแทกและเสยี หายไดF
10. สี ซอสามสาย 1. วิธีการบรรเลงซอสามสายและสะลFอ ผูFบรรเลง นั่งตัวตรง พับเพียบ การวางซอ
สะลFอ ตFองวางใหFปฏัก (ส:วนแหลมดาF นลา: งของซอ) อย:ูดFานหนFาทำมมุ 45 องศา ประมาณ
กึ่งกลาง ของตัวผูFบรรเลง มือซFายประคองคันซอ และมือขวาของผูFบรรเลงถือคัน
ชักซอ
2. เมื่อบรรเลงเสร็จ ควรเลื่อนหย:องออกจากหนFาซอก:อน เพื่อปbองกันหนFาซอ
ยุบตัวจากการกดทบั ของสาย
3. การถอื ซอใหถF ือแนบลำตัว ไม:แกว:งไปมา
4. ควรใชFผาF ทม่ี คี วามนมุ: และแหFง เชด็ ซอทกุ ครง้ั หลงั จากบรรเลงเสรจ็
5. ควรมีถุงไวFสำหรับใส:คันชักซอ และควรมีถุงใส:ซอสามสายอีกถุง จากนั้นนำถุง
คันชักใส:ในถุงซอสามสายอีกที เพื่อปbองกันการสูญหายหรือกระทบกระเทือน หรือ
นำใส:กล:องทีม่ ขี นาดพอดี หรอื ใสเ: ฉพาะซอสามสาย
เอกสารประกอบการเรยี นรูร, ายวชิ า ศ21102 พนื้ ฐานศิลปศึกษา 2 อาจารยพL งศพิชญL แก,วกุลธร และอาจารยLนสิ ติ นนั ทนชั ชาวไรอ# ,อย
หน#วยการเรียนร,ทู ี่ 2 การใช,และเกบ็ รกั ษาเครอ่ื งดนตรไี ทย
ลำดบั ประเภท เครอื่ งดนตรีไทย วิธกี ารดแู ลรกั ษา
11. เป`า ขลุย: 1. ในการบรรเลงขลุ:ยและปde สามารถปmดรูเสียง ตามเสียงต:างๆ ที่ตFองการโดยใหF
ปed มือซFายอยู:ดFานล:างและมือขวาอยู:ดFานบน นั่งตัวตรงเพื่อใหFมีกำลังในการใชFลม
ปจed มุ ในการเปา`
2. เมื่อบรรเลงเสร็จ ควรทำความสะอาดรูที่ปากเป`าดFวยน้ำหรือแอลกอฮอล]
จากนั้นเช็ดดวF ยผFาแหFงท่ีสะอาดเพ่ือปbองกนั เช้ือโรค
3. ไม:ควรวางขลุย: หรอื ปeทd งิ้ ไวFกบั พ้นื เพราะอาจกลงิ้ ชนหรอื ตกเสียหายไดF
4. ไม:ควรนำขลุ:ยหรือปdeไปลFางน้ำทั้งเลา เพราะอาจทำใหFเนื้อไมFขยายตัวส:งผล
ต:อระบบเสยี ง
5. ควรเก็บใส:ถงุ ใหเF รยี บรFอยหรือรอF ยเชือกแขวนไวใF หFเปTนระเบียบ
สรปุ เร่ืองการเก็บรักษาเครื่องดนตรไี ทย
ก:อนใชFตFองตรวจดูแลความเรียบรFอยของส:วนประกอบ หลักกลไกต:าง ๆ ที่ทำใหFเกิดเสียงว:าเครื่องดนตรีชนิดนั้นมีความ
พรFอมหรือไม: โดยเฉพาะเรือ่ งของเสียงเคร่ืองดนตรี เพ่ือใหFบทเพลงทบ่ี รรเลง มคี วามไพเราะน:าฟWง
ตัวอย?างการเก็บรกั ษาเครือ่ งดนตรีไทย
1. การเก็บรกั ษาขลุย:
1.1 หลงั การเปา` ควรเช็ดใหFสะอาด
1.2 เก็บใส:ถุงใหเF รียบรFอย
1.3 หากเลาขล:ยุ แตก ใหFใชกF าวตดิ
2. การเก็บรกั ษาซอ
2.1 เมื่อเลิกเล:นใหFลดสายดFวยการหมุนลูกบิดลงประมาณครึ่งรอบ แลFวเลื่อนหมอนรองสายขึ้นไวFบนขอบ
กะโหลกซอ
2.2 ทำความสะอาดโดยใชFผาF แหงF เชด็
2.3 แขวนหรอื ใสถ: งุ เกบ็ ใส:ตใFู หมF ิดชิด
3. การเกบ็ รักษาจะเขF
3.1 เกบ็ ไวFในตูFและคลุมดวF ยผาF ทีเ่ ย็บเขาF รูป
3.2 เมื่อใชFบรรเลงเสรจ็ ไม:ควรลดสาย เพราะสายจะเขกF ับหย:องจะเสยี ดสีกัน ทำใหFหยอ: งสกึ
3.3 หากนมจะเขFหลดุ ใหใF ชFกาวตดิ ไวFในตำแหนง: เดิม
4. การเก็บรักษาระนาดเอก-ระนาดทมFุ
4.1 ปลดเชือกคลFองหูระนาดขFางซFายมือลงขาF งหนง่ึ
4.2 ใชFผFาคลมุ กันฝุ`นจบั
4.3 ถFาเลิกใชFงานโดยถาวร ควรมFวนผืนระนาดเก็บ การมFวนผืนระนาดควรหาผFารองหลังผืนระนาดเพื่อปbองกัน
การเกดิ ร้วิ รอย
เอกสารประกอบการเรยี นรร,ู ายวชิ า ศ21102 พ้ืนฐานศิลปศกึ ษา 2 อาจารยLพงศพชิ ญL แก,วกลุ ธร และอาจารยLนสิ ิตนันทนชั ชาวไรอ# อ, ย
หนว# ยการเรียนรทู, ี่ 2 การใชแ, ละเกบ็ รกั ษาเคร่ืองดนตรีไทย
4.4 หากตะกัว่ หลุด ควรตดิ ใหFอยใ:ู นสภาพเดิม
4.5 หากผFาพันไมตF หี ลุด ใหรF บี พนั ไวอF ย:างเดมิ ปอb งกนั ลูกระนาดแตก
5. การเกบ็ รกั ษาฆอF งวง
5.1 เวลาเกบ็ ใหวF างราบกบั พนื้ ไม:ควรวางตงั้ จะทำใหวF งฆFองหกั เร็ว แลวF ใชFผFาคลุมใหเF รยี บรFอย
5.2 ระวงั อย:าใหนF ้ำถูกเชือกแขวนลกู ฆFอง
5.3 หากตะก่ัวถ:วงลูกฆอF งหลดุ ตFองติดใหFเรยี บรอF ย
6. การเก็บรกั ษาเครื่องหนงั
6.1 ควรเกบ็ ไวใF นท่ีทมี่ ีความชื้นนอF ย
6.2 เครื่องหนงั บางชนิด เช:น ตะโพน กลองทดั ควรแกะขาF วทใ่ี ชFถว: งหนFา และลาF งใหสF ะอาด
6.3 กลองบางอย:าง เชน: กลองมลายู ควรลดสายท่ีเรง: เสยี งใหหF นFาหย:อน
7. การเกบ็ รักษาเคร่อื งกำกบั จงั หวะ
7.1 ทำความสะอาดทง้ั กอ: นและหลงั เลน:
7.2 ควรมหี บี หรือกล:องใส:
7.3 ไมค: วรเก็บรวมกนั เพราะจะทำใหไF ม:สะดวกต:อการหยบิ ใชF
_____________
เอกสารอา' งอิง
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2545). ดนตรใี นวถิ ชี วี ิตไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพค; ุรสุ ภา ลาดพรAาว.
ปญC ญา รงEุ เรอื ง. (2521). ประวัตกิ ารดนตรไี ทย.พิมพ;คร้ังท่ี 4 กรงุ เทพฯ : สำนักพิมพ;ไทยวฒั นาพาณิช.
มนตรี ตราโมท. (2530). ดนตรีไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพก; ารศาสนา.
สงบศกึ ธรรมวหิ าร. (2540). ดุรยิ างค<ไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ;แหงE จฬุ าลงกรณ;มหาวทิ ยาลัย.
อรวรรณ ขมวัฒนาและวีร;สุดา บญุ นาค.(2554). ดนตร-ี นาฏศิลปA ชัน้ มัธยมศกึ ษาปGท่ี 1. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)
เอกสารประกอบการเรียนร.ูA (2558). วิธีใชเ' ครื่องดนตรีไทยและการดูแลรักษาไดอ' ยMางถกู ต'อง. สบื คนA เมอ่ื วันท่ี 19 ตุลาคม 2559
จาก www.sa.ac.th/multimedia/song02/plan/plan5act5.doc.
เอกสารประกอบการเรยี นร,ูรายวชิ า ศ21102 พน้ื ฐานศิลปศกึ ษา 2 อาจารยพL งศพชิ ญL แก,วกุลธร และอาจารยนL สิ ิตนันทนชั ชาวไร#อ,อย