The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

01-3 เครื่องดนตรีไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nanthanat, 2020-06-29 22:15:29

01-3 เครื่องดนตรีไทย

01-3 เครื่องดนตรีไทย

เครอื่ งดนตรีไทย

เอกสารประกอบการเรียนรู้
รหสั วชิ า ศ21101 รายวิชาพน้ื ฐานศิลปศึกษา 1 (ดนตรไี ทย)
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563

อาจารย์พงศพิชญ์ แกว้ กุลธร
และอาจารยน์ สิ ิตนนั ทนชั ชาวไร่อ้อย

กลมุ่ สาระการเรียนรูศ้ ลิ ปะ
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วนั

เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาพ้นื ฐานศิลปศึกษา 1 (ดนตรีไทย) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563

เครอ่ื งดนตรไี ทย (Thai Instruments)

เครื่องดนตรไี ทย คือ สิ่งท่ีสร้างขึ้นสาหรับทาเสียงให้เป็นทานอง หรือจังหวะ เคร่ืองดนตรีไทยสามารถแบ่งได้เป็น
4 ประเภท โดยจาแนกจากวธิ ีการทาใหเ้ กิดเสียง ดังนี้

1.เคร่อื งดดี เปน็ เครื่องดนตรีท่ีมีสายสาหรับใช้มอื หรือส่งิ ใดสิง่ หน่งึ ดีดท่สี ายแลว้ เกิดเสียงดงั ขน้ึ

2.เครือ่ งสี เปน็ เครอ่ื งดนตรีท่ีมสี ายสาหรับสี โดยใชเ้ สน้ หางมา้ หลาย ๆ เส้นรวมกนั สไี ปมาที่สายแล้ว

เกดิ เสียงดงั ขึ้น

3.เครื่องตี เปน็ เคร่อื งดนตรีทใ่ี ชม้ ือหรือไม้ตีทส่ี ิ่งนนั้ แลว้ เกดิ เสียงดงั ขึ้น

4.เครื่องเปา่ เปน็ เครื่องดนตรีท่ีใชป้ ากเป่าลมเข้าไปในสิ่งนน้ั แล้วเกดิ เสยี งดังข้นึ

เครอื่ งดดี
เครื่องดนตรีประเภทดีด สันนิษฐานว่ามีพัฒนาการมาจาก

คันธนขู องนายพราน ซึง่ เสียงของสายธนูในขณะท่ีส่งลูกธนูออกไปคงจะ
เปน็ เสียงทีน่ ่าฟงั ทาใหค้ นนิยมดีดสายธนูเพื่อฟังเสียงท่ีไพเราะน้ัน และ
ในเวลาต่อมาก็ก็ถูกพัฒนาเป็นเคร่ืองดนตรี โดยนาสายขนาดต่าง ๆ
มาสรา้ งเสยี งตา่ ง ๆ เพ่ิมข้นึ บา้ งก็ใช้หยอ่ งหรือนมในการสร้างเสยี งตา่ งๆ
เพิ่มขึน้ ยกตัวอย่างเครื่องดนตรี ดงั นี้

จะเข้ กาเนิดในสมยั อยธุ ยา นยิ มทาจากไม้ขนุน มีสาย 3 สาย
รูปร่างคล้ายจระเข้ มีนม 11 นม ใช้ไม้ดีดที่ทามาจากไม้ กระดูกสัตว์
หรืองาชา้ ง ใช้บรรเลงเดยี่ ว วงเครือ่ งสาย และวงมโหรี

พิณเพ๊ียะ หรือพิณเปี๊ยะ เป็นเคร่ืองดนตรีที่เก่าแก่ มีสาย
ต้ังแต่ 2-7 สาย เป็นพิณคอยาว กะโหลกทาจากกะลามะพร้าวผ่าคร่ึง
คันพิณทาจากไม้กลึงกลม ปลายคันพิณเจาะรูสาหรับร้อยสาย
เชือ่ มระหว่างกะลาตอนบนกบั คันเพี๊ยะ

กระจับบปี่ เป็นพณิ 4 สาย มกี ลอ่ งเสยี งคล้ายกตี าร์ของสากล
แต่เป็นทรงกลมรี คอพิณยาว ตอนปลายแบนและงอโค้งไปด้านหลัง
ใชใ้ นการบรรเลงพิณ บรรเลงในวงมโหรโี บราณ

เครอ่ื งดนตรี อาจารย์พงศพชิ ญ์ แกว้ กุลธร และอาจารย์นิสิตนนั ทนัช ชาวไรอ่ ้อย

2 เอกสารประกอบการเรยี นรู้ รายวชิ าพ้ืนฐานศิลปศึกษา 1 (ดนตรีไทย) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

พิณน้าเต้า เป็นพิณคอยาวสายเดียว ท่ีเรียกว่าพิณน้าเต้า
เป็นเพราะใช้เปลือกผลน้าเต้ามาทากะโหลก คอพิณทาด้วยไม้
เหลาใหป้ ลายขา้ งหนง่ึ เรยี วงอนโคง้ ขนึ้ สาหรบั ผูกสาย

ซึง เป็นเคร่ืองดนตรีทางภาคเหนือ มี 4 สาย แบ่งสาย
ออกเป็นคู่ ๆ ละ 1 เสียง ลักษณะคล้ายกระจับป่ี แต่มีขนาดเล็กกว่า
กล่องเสียงและคอพิณทาจากไม้ช้ินเดียว คว้านกล่องเสียงให้เป็นโพรง
ปิดหน้ากล่องด้วยแผ่นไม้บางเจาะรูตรงกลาง คอซึงเป็นสี่เหลี่ยมแบน
ดา้ นบนไว้สาหรับติดนม 9 นม

เครอ่ื งสี

เครอ่ื งดนตรีประเภทสี เปน็ เครือ่ งดนตรีที่กาเนิดเสียงโดยการ ซอดว้ ง รูปร่างคล้ายดว้ งดักสัตว์จึงเรียกว่า ซอด้วง ทาจากไม้

ส่ันสะเทือนของสาย ด้วยการเสียดสีกับหางม้าจานวนมาก ๆ หรืองาช้าง กระบอกซอหุ้มด้วยหนังงู คันชักอยู่ในตัวซอ มีสาย 2 สาย

มีสว่ นประกอบหลกั ไดแ้ ก่ คันซอ กะโหลกซอ สาย คนั ชกั ลูกบิด รัดอก มเี สยี งแหลมสูง ใชบ้ รรเลงในวงเครอื่ งสายและวงมโหรี

และหย่อง ยกตวั อย่างเครื่องดนตรี ดงั นี้ ซออู้ มีเสียงทุ้มต่า จึงเรียกว่าซออู้ กะโหลกซอทาด้วย

ซอสามสาย มี 3 สาย มีส่วนประกอบ ได้แก่ กะโหลกซอ กะลามะพร้าว ตัวซอทาจากไม้หรืองาช้าง คันชักอยู่ในตัวซอ มีสาย

ที่ทาจากกะละมะพร้าวซอ ดัดให้เห็นพลู 3 พลูชัดเจน กะโหลกจะเป็น 2 สาย ใช้บรรเลงในวงเคร่อื งสาย วงมโหรี และวงปพ่ี าทย์ไมน้ วม

ทรงสามเหลี่ยมมนคว่า ขึ้นด้วยหนังแพะหรือหนังลูกวัว คันทวน ซอดว้ ง ซออู้

แบ่งเป็น 3 ตอน คือ ทวนบน ทาจากไม้ (บริเวณลูกบิด) ทวนกลาง

ทาจากเหล็ก (บริเวณมือจับ) และทวนล่าง ทาจากไม้ (บริเวณเท้าซอ

ใต้กะโหลก) คันชักทาด้วยไม้ขึงด้วยหางม้า มีหย่องสาหรับรับแรงกด

จากสายสู่หน้าซอ มีถ่วงหน้าท่ีประดับด้วยเพชรหรือพลอยสาหรับถ่วง

กงั วานเสียง นิยมบรรเลงในวงมโหรี

เครอื่ งดนตรี อาจารยพ์ งศพิชญ์ แกว้ กุลธร และอาจารย์นิสิตนันทนัช ชาวไรอ่ อ้ ย

3 เอกสารประกอบการเรยี นรู้ รายวชิ าพน้ื ฐานศิลปศึกษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563

สะล้อ เป็นเคร่ืองดนตรีทางภาคเหนือ กล่องเสียงทาด้วย
กะลามะพร้าว ตัดท้ิง 1 ใน 3 ส่วน คันทวนทาจากไม้ มีสาย 2 สาย
ทท่ี าจากโลหะ คันชักอยนู่ อกตวั ซอ

เครอื่ งตี

เคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองตี เป็นเคร่ืองดนตรีที่เก่าแก่ท่ีสุด กรับพวง ตัวกรับทาจากไม้เน้ือแข็ง มี 2 ช้ิน ประกบข้าง

และเป็นประเภทท่ีเกิดขึ้นก่อนเคร่ืองดนตรีประเภทอ่ืน ๆ เกิดเสียง ตรงกลางมีแผ่นทองเหลืองสลับกับไม้แผ่นเบา ๆ เจาะรูด้านล่างสองรู

โดยการตี การเคาะ เคร่ืองดนตรีประเภทน้ีแบ่งออกเป็น 3 พวก (แบ่ง สาหรับใช้เชือกร้อยให้ติดกัน ใช้ในงานพระราชพิธี ประกอบจังหวะ

ตามวัสดุ) คือ 1) เครื่องตีที่ทาด้วยไม้ 2) เคร่ืองตีท่ีทาด้วยโลหะ เพลงพื้นบ้าน และประกอบจงั หวะวงมโหรี

3) เครื่องตีทข่ี ึงดว้ ยหนัง

1. เครือ่ งตีทีท่ าด้วยไม้

เกราะ ทาจากกระบอกไม้ไผ่เจาะช่อง ตัวเกราะไม่มีขนาด

ที่แนน่ อน มีรูร้อยเชอื กเพื่อแขวน ใชไ้ มไ้ ผ่ขนาดเลก็ เป็นไม้ตี ถ้ากระบอก

ใหญเ่ สียงจะย่ิงดังขึ้น ใชต้ ีให้จงั หวะ ตเี ปน็ สัญญาณประชมุ

กรับเสภา ทาจากไม้ชิงชันหรือไม้พยุง เรียกว่ากรับเสภา
1 สารับ มี 2 ข้าง สาหรับมือซ้ายและมือขวา เรียกวิธีการบรรเลงว่า
“ขยับกรับ” ไม้กรับลักษณะเป็นเหล่ียม ใช้ตีประกอบการขับเสภา
โกร่ง ทาจากไม้ไผ่เจาะช่องตามปล่อง ขนาดความยาว และใช้ประกอบจงั หวะในวงป่พี าทย์ไมแ้ ขง็
ประมาณ 1 เมตร ใส่ขาสาหรับตั้งทั้ง 2 ข้าง ใช้ไม้ไผ่ตี สามารถตี
คนเดียวหรอื สองคนได้ ใช้ตีประกอบการแสดงโขนละครเพอ่ื ให้สัญญาณ
และกากับจังหวะ

เครื่องดนตรี อาจารย์พงศพิชญ์ แกว้ กุลธร และอาจารย์นิสิตนนั ทนัช ชาวไร่ออ้ ย

4 เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาพ้ืนฐานศิลปศกึ ษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

ระนาดเอก ผืนระนาดเอกทาจากไม้เนื้อแข็ง มีจานวน ฉาบใหญ่ ทาจากโลหะ มีฝา 2 ฝา เรียกว่าฉาบ 1 คู่ มีเชือก

ลูกระนาดเอกท้ังหมด 21-22 ลูก ติดตะกั่วด้านล่างของผืนระนาดเพ่ือ ผูกร้อยระหว่างฝา ตีกระทบกันแล้วยกข้ึนมีเสียง แช่ แช่ ใช้ตีปะกอบ

ปรับระดับเสียง มีรางระนาดรูปร่างคล้ายเรือ มีขา 1 ขา ใช้ไม้ตีที่เป็น จังหวะในวงดนตรีที่ใช้ฉาบใหญ่ตปี ระกอบจังหวะ

ไมแ้ ขง็ และไมน้ วม ใช้บรรเลงประกอบพิธีกรรม ประกอบงานทั้งมงคล

และอวมงคล ประกอบการแสดง และบรรเลงเด่ยี ว

ฆ้องโหม่ง ทาจากโลหะ เป็นใบมีปุ่มตรงกลางใบ สาหรับตี
ระนาดทุ้ม ผืนระนาดทุ้มนิยมทาจากไม่ไผ่ หรือไม้เนื้อแข็ง ใช้ไม้ตี มีร้านฆ้องสาหรับแขวนตี ใช้ตีประกอบจังหวะในวงดนตรี
บางชนิด มีจานวนลูกระนาดท้ังหมด 17 ลูก มีเสียงทุ้ม ติดตะกั่วเพ่ือ ท่ใี ช้โหม่งตีประกอบจังหวะ
ปรับระดับเสียง รางระนาดคล้ายเรือ มีขา 4 มุม ตีด้วยไม้นวม
ใช้บรรเลงประกอบพิธีกรรม ประกอบงานท้ังมงคลและอวมงคล
ประกอบการแสดง และบรรเลงเดย่ี ว

ฆ้องราว ทาจากโลหะ มีฆ้องโหม่ง 3 ใบ 3 ขนาด ให้เสียงที่ตี

2. เครอ่ื งตที าด้วยโลหะ ว่า “มง โมง หมุ่ย” ตามลาดับ ใช้ตีประกอบในวงป่ีพาทย์เคร่ืองใหญ่

ฉ่ิง ทาจากโลหะ มีฝา 2 ฝา เรียกว่า ฉ่ิง 1 คู่ มีเชือกผูกร้อย และวงป่ีพาทยม์ อญ

ระหว่างฝา ตีประกบกันแล้วยกข้ึนมีเสียง ฉิ่ง ตีประกบกัน มีเสียง ฉับ

ใชต้ ีกากบั จังหวะในวงดนตรที ีใ่ ชฉ้ ง่ิ ตีประกอบจังหวะ

ฉาบเลก็ ทาจากโลหะ มฝี า 2 ฝา เรียกว่าฉาบ 1 คู่ มเี ชอื กผูก
ร้อยระหว่างฝา ตีกระทบกันแล้วยกข้ึนมีเสียง แช่ แช่ ตีขัดกับฉิ่ง
ใชต้ ปี ะกอบจังหวะในวงดนตรีทีใ่ ชฉ้ าบเล็กตปี ระกอบจังหวะ

เครอ่ื งดนตรี อาจารยพ์ งศพิชญ์ แก้วกุลธร และอาจารยน์ ิสติ นนั ทนัช ชาวไร่ออ้ ย

5 เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาพ้ืนฐานศิลปศึกษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

ฆ้องวงใหญ่ ลูกฆ้องทาจากโลหะผสม มีจานวน 16 ลูก ระนาดเอกเหล็ก ผืนระนาดทาจากเหล็ก มีจานวนลูกระนาด

ไล่เสียงต่าไปสูง จากซ้ายไปขวา มีร้านฆ้องเพ่ือแขวนลูกฆ้อง 21-22 ลูก วางอยู่บนรางรูปร่างคล้ายกล่องส่ีเหลี่ยมผืนผ้า มีขา 4 มุม

ทาจากหวาย มีไม้ตีฆ้อง 1 คู่ ทาจากหนังหรือไม้หุ้มด้วยผ้า ใช้บรรเลง ใช้ไมห้ นงั ในการตี ใชบ้ รรเลงในวงปพี่ าทย์เครือ่ งใหญ่

ทานองหลกั ในวงปี่พาทย์

ฆ้องวงเล็ก ลูกฆ้องทาจากโลหะผสม มีจานวน 18 ลูก ระนาดทุ้มเหล็ก ผืนระนาดทาจากเหล็ก มีจานวนลูกระนาด

ไล่เสียงต่าไปสูง จากซ้ายไปขวา มีร้านฆ้องเพ่ือแขวนลูกฆ้อง 17 ลูก วางอยู่บนรางรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหล่ียมผืนผ้า มีขา 4 มุม

ทาจากหวาย มีไม้ตีฆ้อง 1 คู่ ทาจากหนังหรือไม้หุ้มด้วยผ้า สร้างสมัย ใช้ไม้หนังในการตี ใช้บรรเลงในวงป่ีพาทย์เครื่องใหญ่ และวงปี่พาทย์

รชั กาลท่ี 3 ใชบ้ รรเลงในวงป่พี าทยเ์ ครื่องคู่ ดึกดาบรรพ์

ฆ้องมอญวงใหญ่ ฆ้องของชาวรามัญ (ชาวมอญ) ลูกฆ้อง 3. เครื่องตที ข่ี งึ ดว้ ยหนงั

มีลักษณะเดียวกันกับฆ้องวงใหญ่ ร้านฆ้องต้ังขึ้นแกะสลักเป็นลวดลาย กลองทัด กลองข้ึนด้วยหนัง มี 2 ลูก ตัวผู้มีเสียง “ตูม”

อย่างสวยงาม ใช้ไม้พันผ้าตี ใช้บรรเลงเป็นทานองหลักในวง ตัวเมยี มเี สียง “ตอ้ ม” ขึงดว้ ยหนังวัว ตรึงด้วยมุด มีหูระวิง (ห่วงสาหรับ

ปพี่ าทยม์ อญ คลอ้ งกับไมต้ ัง้ ) มไี มต้ งั้ กลองและไม้ตี 1 คู่ ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ

ในวงป่พี าทยป์ ระกอบการแสดงโขน และละคร

ตะโพนไทย กลองมี 2 หน้า หน้าเลก็ เรยี กว่า “มัด” หน้าใหญ่

ฆ้องมอญวงเล็ก ฆ้องของชาวรามัญ (ชาวมอญ) ลูกฆ้อง เรียกว่า “เท่ง” มีขาตั้งเรียกว่า “เท้าตะโพน” เวลาตีต้องติดข้าวสุก

มีลักษณะเดียวกันกับฆ้องวงเล็กร้านฆ้องตั้งขึ้นแกะสลักเป็นลวดลาย หรือกล้วยตากตา เพ่ือให้ได้เสียงสูง-ต่า ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ

อย่างสวยงาม ใชไ้ ม้พันผา้ ตี ใชบ้ รรเลงในวงปีพ่ าทย์มอญ ในวงป่พี าทย์ประกอบการแสดงโขน และละคร

เครือ่ งดนตรี อาจารย์พงศพิชญ์ แกว้ กุลธร และอาจารยน์ ิสติ นนั ทนัช ชาวไรอ่ ้อย

6 เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาพื้นฐานศลิ ปศกึ ษา 1 (ดนตรีไทย) ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563

กลองแขก เป็นกลองที่ได้แบบอย่างมาจากชวา มี 2 ใบ เปิงมางคอก มีลกู เปิงท่มี โี ครงสร้างทาจากไม้และหุ้มด้วยหนัง

เรียกวา่ กลองแขก 1 คู่ ตัวผู้มีเสียงสูง ตวั เมียเสยี งตา่ หนุ่ กลองทาจากไม้ ทั้ง 2 ขา้ ง ขนาดของหน้ากลองลดหล่นั กนั ลงไป มคี อกล้อมรอบลักษณะ

เนื้อแข็ง ขึงด้วยหนัง 2 ด้าน ใช้มือตี ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ โค้งและใช้ตะขอติด ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับในวงปี่พาทย์มอญ

ในวง ปพี่ าทย์ โดยตีผสมกับตะโพนมอญ

โทน รามะนา ตัวโทนทาจากดินเผาหรือไม้เน้ือแข็ง ขึงหน้า
ด้วยหนัง ข้ึนหนังด้วยไหมหรือเอ็น ตีคู่กับรามะนา ท่ีทาจากไม้ ขึงด้วย
หนังหน้าเดียวและตรึงด้วยหมุด ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ
ในวงเคร่อื งสาย และวงมโหรี

กลองสองหน้า สันนิษฐานว่าทาเลียนแบบลูกเปิงมาง ขนาด
ของกลองมีความยาวกว่าเปิงมากคอก หุ้มด้วยหนัง 2 ด้าน เวลาตี
หน้าท่ีใหญ่ต้องติดข้าวสุกบดผสมข้ีเถ้า เพ่ือถ่วงกังวาน ใช้ตีประกอบ
จังหวะหน้าทบั ในวงป่พี าทย์เสภา

ตะโพนมอญ ลักษณะคล้ายตะโพนไทยแต่มีขนาดใหญ่กว่า
เวลาตีต้องติดข้าวสุก หรือกล้วยตากตา เพื่อให้ได้เสียงสูง -ต่า
ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับในวงป่ีพาทย์มอญ โดยตีผสมกับ
เปงิ มางคอก

เครอ่ื งดนตรี อาจารยพ์ งศพชิ ญ์ แก้วกุลธร และอาจารยน์ ิสิตนันทนัช ชาวไรอ่ อ้ ย

7 เอกสารประกอบการเรยี นรู้ รายวชิ าพื้นฐานศิลปศึกษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563

เครอ่ื งเปา่ ขลุย่ หลบิ ขลุย่ อู้
เคร่ืองเป่าเป็นเครื่องดนตรีท่ีทาให้เกิดเสียงด้วยการเป่าลมไป ขลยุ่ เพยี งออ ปใี่ น

ที่เคร่ืองดนตรีในการบรรเลง ประเภทของเคร่ืองเป่าแบ่งตามลักษณะ ป่นี อก
อุปกรณ์ของเคร่ืองดนตรีประกอบไปด้วย เคร่ืองเป่าท่ีไม่มีลิ้น และ ปก่ี ลาง
เคร่อื งเปา่ ทีม่ ลี นิ้

1. เครอื่ งเป่าทีไ่ มม่ ีล้ิน
ขลุ่ยหลิบ มีขนาดเล็กที่สุด และมีเสียงแหลมเล็กสูง ทาจาก
ไมเ้ น้ือแข็ง ไมไ้ ผ่ หรือทอ่ PVC มีรู เสียง 7 รู ใชบ้ รรเลงในวงเคร่ืองสาย-
เครือ่ งคู่ วงเคร่ืองสายปช่ี วา วงมโหรเี ครือ่ งคู่ และวงมโหรเี คร่อื งใหญ่
ขลุ่ยเพียงออ มีขนาดกลางพอดี และมีเสียงอยู่ในระดับกลาง
ทาจากไม้เนื้อแข็ง ไม้ไผ่ หรือท่อ PVC นิยมใช้บรรเลงในวงดนตรี
เกือบทุกชนิด มีรูเสียง 7 รู ใช้บรรเลงในวงป่ีพาทย์ไม้นวม วงป่ีพาทย์-
ดกึ ดาบรรพ์ วงเครือ่ งสาย และวงมโหรี
ขลุ่ยอู้ มีขนาดที่ใหญ่ท่ีสุด และมีเสียงอยู่ในระดับต่า ทาจาก
ไม้เนื้อแข็ง หรือท่อ PVC มีรูเสียง 6 รู ใช้บรรเลงในวงป่ีพาทย์-
ดกึ ดาบรรพ์
2. เครือ่ งเครือ่ งเป่าที่มลี ้ิน
ปี่นอก มีขนาดใหญ่ปานกลาง ตัวเลาป่ีทาจากไม้เนื้อแข็ง มีรู
6 รู ระดบั เสียงสูง ลนิ้ ปท่ี าจากของท่อทองเหลืองและใบตาลตัดให้พอดี
เรียกว่า กาพวด (เคย)ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์เคร่ืองคู่ และวงปี่พาทย์-
เครื่องใหญ่
ป่ีกลาง มขี นาดใหญ่ปานกลาง ตัวเลาปี่ทาจากไม้เนื้อแข็ง มีรู
6 รู ระดับเสียงกลาง ล้ินป่ีทาจากของท่อทองเหลืองและใบตาล
ตัดให้พอดี เรียกว่า กาพวด (เคย)ใช้บรรเลงในในวงปี่พาทย์
ประกอบการแสดงหนงั ใหญ่
ป่ีใน มีขนาดใหญ่ที่สุด ตัวเลาป่ีทาจากไม้เน้ือแข็ง มีรู 6 รู
ระดับเสียงกลาง ลิ้นปี่ทาจากของท่อทองเหลืองและใบตาลตัดให้พอดี
เรยี กวา่ กาพวด ใช้บรรเลงในวงปีพ่ าทย์ไมแ้ ขง็
ปี่ชวา ทาจากไม้หรืองาช้าง แต่มีขนาดใหญ่และยาวกว่า มีรู
7 รู ล้ินปี่ทาจากของท่อทองเหลืองและใบตาลตัดให้พอดี และมี
กระบังลมไว้รองปากสาหรับการเป่า ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์นางหงส์
วงเครอ่ื งสายปช่ี วา และวงบัวลอย (ทัง้ 3 วง เป็นวงดนตรีท่ีใช้ในงานศพ
เทา่ นั้น)

ป่ชี วา เอกสารอา้ งองิ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2545). ดนตรีในวถิ ชี วี ติ ไทย. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พค์ ุรุสภา ลาดพร้าว.
เครอ่ื งดนตรี กาญจนา อนิ ทรสุนานนท์. (2549). สารานกุ รมดนตรีและเพลงไทย. กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์ พ.ศ.

พฒั นา จากดั .
ปญั ญา รงุ่ เรือง. (2521). ประวตั กิ ารดนตรีไทย. พิมพค์ ร้งั ท่ี 4 กรุงเทพฯ : สานักพมิ พ์ไทยวฒั นา

พาณชิ .
มนตรี ตราโมท. (2530). ดนตรไี ทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพก์ ารศาสนา.

อาจารย์พงศพิชญ์ แก้วกุลธร และอาจารย์นิสิตนนั ทนชั ชาวไรอ่ อ้ ย


Click to View FlipBook Version