การเคล่ือนท่ี การเคล่ือนท่ีของสิ่งมีชีวติ
Overview 7.1การเคลื่อนทขี่ องส่ิงมชี ีวติ เซลล์เดยี ว
- การเคล่อื นท่ีของสง่ิ มชี ีวติ เซลลเ์ ดียว สิ่งมีชีวติ เซลลเ์ ดียวใช้ cytoskeleton เป็นท้งั
- การเคล่ือนท่ีของสตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั โครงสร้างในการค้าจุนใหเ้ ซลลค์ งรูป และ
หลงั โครงสร้างท่ีทา้ ใหเ้ กิดการเคล่ือนท่ี โดย
- การเคล่อื นท่ีของสตั วม์ ีกระดกู สนั หลงั ส่ิงมีชีวติ เซลลเ์ ดียวแต่ละชนิดมีวธิ ีการ
เคล่ือนท่ีแตกต่างกนั ไปตามโครงสร้างและ
จดั ทาโดย ลกั ษณะของเซลล์
นายภมู ริ พี วราวิทย์
7.1.1Amoeboid movement
เสนอ อะมีบา ใชเ้ ทา้ เทียม
ครูวนั ดี อรญั วงศ์
(pseudopodium) ในการเคล่ือนท่ี
รายงานนีเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของรายวิชา การย่ืน ของเทา้ เทียมเกิดจากการท่ี
ชีววทิ ยา 10 ว33250 ภาคเรยี นท่ี 1 ปี
cytoplasm ของอะมีบาแบง่ เป็น 2 ส่วนท่ี
2563 ตา่ งกนั ดงั นี้ ectoplasm > ชน้ั นอก เป็น
โรงเรยี นแกลง”วิทยสถาวร” สารก่ึงแขง็ ก่ึงเหลว (gel) endoplasm
> ชน้ั ใน เป็นสารเหลว (sol)
การเปลี่ยนไปมาระหวา่ ง 7.12การเคล่ือนทโี่ ดยอาศัยแฟลเจลลมั หรือซีเลยี
ส่ิงมีชีวติ เซลลเ์ ดียวที่มี flagellum เช่น ยกู ลีนา
ectoplasm และ จะใชก้ ารโบกพดั ของ flagellum ในการ
endoplasm เกิดจาก การแยกและรวมตวั ของ เคล่ือนที่ ส่วนสิ่งมีชีวติ เซลลเ์ ดียวที่มี cilia เช่น
actin ซ่ึงเป็น ส่วนประกอบของ พารามีเซียม จะใชก้ ารโบกพดั ของ cilia โดย
microfilament กบั cytoplasm ทา้ ให้ โครงสร้างของท้งั flagellum และ cilia
สามารถควบคุมการ ไหลของ cytoplasm ไป ประกอบดว้ ย microtubule แบบ 9 + 2 ดงั รูป
ในทิศทางท่ี เซลลจ์ ะเคล่ือนที่ไปได้ เรียกการ และมี โปรตีน dynein เชื่อมระหวา่ ง
เคลื่อนท่ีแบบน้ีวา่ การเคล่ือนท่ีแบบ อะมีบา
microtubule
(amoeboid movement)
บริเวณฐานของ flagellum และ cilia จะยดึ กบั 7.2 การเคลื่อนทขี่ องสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลงั
โครงสร้างภายใน เซลล์ เรียกบริเวณน้ีวา่ basal 7.2.1 แมงกะพรุน แมงกะพรุนมีเน้ือเยอ่ื 2 ช้นั
body ท่ีประกอบจาก microtubule มี โครงสร้าง และมีช้นั ระหวา่ งเน้ือเยอื่ เรียก mesoglea มี
แบบ 9 + 0 ดงั รูป ลกั ษณะคลา้ ยวนุ้ เจลาติน ท่ีขอบกระดิ่งและผนงั
ลา้ ตวั ของ แมงกะพรุนมีกลา้ มเน้ือบีบตวั ดนั น้า
เสรมิ ส่งิ มีชีวติ โปรคารโี อตบางชนดิ ท่ีมี เพ่อื ใหเ้ กิดการเคลื่อนที่ไปทิศ ทางตรงขา้ มกบั
flagellum ก็สามารถใช้ flagellum ในการ ทิศการพุ่งของน้า
เคล่ือนท่ีได้ แต่โครงสรา้ งของ flagellum จะ
ต่างจาก ของยคู ารโี อต โดยจะประกอบไปดว้ ย 7.2.2 หมึก มีท่อ siphon สาหรับพ่นน้า
โปรตีน flagellin แทน และไมไ่ ดม้ ี โครงสรา้ ง ออกมาดนั ใหร้ ่างกายเคลื่อนที่ไปทิศ ตรงกนั
เป็น 9 + 0 ขา้ มกบั ทิศทางของน้า
7.2.3 ดาวทะเล ในร่างกายของดาวทะเลมี 7.2.4 ไสเ้ ดือนดิน ไสเ้ ดือนดินมีกลา้ มเน้ือ 2 ชุด คือ
กลา้ มเน้ือตามยาว (longitudinal muscle) ซ่ึงเรียงตวั
ระบบท่อน้า (water vascular ตามยาวขนานกบั ความยาวลา้ ตวั และกลา้ มเน้ือวง
system) อยดู่ งั รูป ซ่ึงช่วยในการเคล่ือนที่ (circular muscle) ซ่ึงเรียงตวั เป็นวงกลมรอบๆ ลาตวั
โดยรูเปิ ด madreporite จะเปิ ดใหน้ ้า การประสานงานกนั ของกลา้ มเนือ้ ตามยาวและ
จากภายนอกเขา้ สู่ระบบท่อน้า ซ่ึงจะส่งน้าไป กลา้ มเนือ้ วง ทา้ ให้ ไสเ้ ดือนดนิ สามารถเคล่ือนท่ีไป
ยงั ท่อในขาแต่ละขา้ ง ซ่ึง ท่อเหล่าน้ีต่อกบั
กระเปาะ ampulla และ ampulla จะ ขา้ งหนา้ ได้ โดยกลา้ มเนือ้ ทง้ั สองจะ ทา้ งานตรงขา้ ม
ติดอยกู่ บั tube feet ดงั รูป
เม่ือกลา้ มเนือ้ รอบ ampulla หดตวั จะ กนั (antagonism) กล่าวคือ หากกลา้ มเนือ้
ตามยาวหด ตวั กลา้ มเนือ้ วงจะคลายตวั หาก
ดนั นา้ เขา้ ไปใน tube feet ทา้ ให้ tube กลา้ มเนือ้ ตามยาวคลายตวั กลา้ มเนือ้ วง จะหดตวั
feet ยืดยาวออกไปแตะพนื้ ผวิ และเม่ือ ทา้ ใหเ้ กิดการเคล่ือนท่ีคลา้ ยระลอกคล่ืน (Wave
กลา้ มเนือ้ รอบ ampulla หดตวั จะทา้ ให้ like motion หรอื peristalsis)
tube feet สนั้ ลง โดยการยืดหดของ
tube feet จะทา้ ใหด้ าวทะเลเคล่ือนท่ีไป
ได้ นอกจากนี้ ปลาย tube feet มี
ลกั ษณะคลา้ ยแผน่ ดดู (sucker) ทา้ ใหย้ ดึ
เกาะกบั พนื้ ผวิ ไดด้
นอกจากกลา้ มเนือ้ แลว้ ไสเ้ ดือนดนิ ยงั มีเดือน extensor คลาย จะทา้ ใหข้ างอเขา้
(Setae) ซง่ึ เป็นขน แข็งย่ืนออกมาจากผนงั ในทางกลบั กนั หากกลา้ มเน้ือ flexor
ลา้ ตวั ชว่ ยจกิ และยดึ เกาะดนิ ทา้ ใหเ้ คล่ือนท่ี คลายตวั และกลา้ มเน้ือ extensor หดตวั
ได้ จะทา้ ใหข้ าเหยยี ดออก
การบินของแมลง เกิดจากการทา้ งานร่วมกนั
7.2.5 แมลง การยดื หดขาของแมลง เกิดจาก
การทา้ งานของกลา้ มเน้ือบริเวณ ขอ้ ต่อของขา แบบ antagonism ระหวา่ งกลา้ มเน้ือท่ี
โดยมีกลา้ มเน้ือ 2 ชุดทา้ งานตรงขา้ มกนั คือ ยดึ เปลือกหุม้ ส่วนอก และกลา้ มเน้ือตามยาว
กลา้ มเน้ือ flexor และกลา้ มเน้ือ โดยปี ก จะยกข้ึนเมื่อกลา้ มเน้ือยดึ เปลือกหุม้
extensor เม่ือกลา้ มเน้ือ flexor หดและ ส่วนอกหดตวั และปี กจะกดลงเมื่อ กลา้ มเน้ือ
กลา้ มเน้ือ
ยดึ เปลือกหุม้ ส่วนอกคลายตวั
7.3 การเคลื่อนทขี่ องสัตว์มกี ระดูกสันหลงั 7.3.2 นก การบินของนก อาศยั การทา้ งานแบบ
7.3.1 ปลา ขณะปลากา้ ลงั เคลื่อนที่ไปขา้ งหนา้
ร่างกายของปลาจะโคง้ ไปมา ซ่ึงเกิดจากการ antagonism ระหวา่ ง กลา้ มเน้ือยกปี ก
หดและคลายตวั ของกลา้ มเน้ือที่ติดกบั กระดูก และกลา้ มเน้ือกดปี ก ซ่ึงยดึ ระหวา่ งกระดูกโคน
สนั หลงั ครีบหลงั ครีบอก และครีบสะโพก ปี ก (Humerus) และกระดูกอก
(Sternum)
ของปลา ทา้ ใหป้ ลาสามารถ เคลื่อนท่ีใน
แนวด่ิงได้ รวมถึงการควบคุมความหนาแน่น
ของร่างกาย โดยถุงลม และแรงลอยตวั ของน้า
กม็ ีส่วนในการเคลื่อนที่ในแนวด่ิงของ ปลา
ปลาสามารถลดแรงเสียดทานของน้าขณะ
เคล่ือนที่ ทา้ ใหป้ ระหยดั พลงั งานได้ โดยการ
หลง่ั เมือกมาเคลือบผวิ หนงั ของปลา
7.3.3 เสือชีตา้ เสือชีตา้ เป็นสตั วท์ ี่วงิ่ ไดเ้ ร็วท่ีสุด 2.) กระดูกรยางค์ (appendicular
ที่ประมาณ 110 km/hr. ซ่ึงเกิด จากการ skeleton) เป็นกระดูกที่ยน่ื ออกไปจาก
ประสานงานกนั อยา่ งลงตวั ระหวา่ งขา หวั ไหล่ แนวแกนกลางลา้ ตวั มีท้งั หมด 126 ชิ้น เช่น
และสะโพก กระดูกแขน กระดูกขา กระดูกสะบกั กระดูกไห
7.3.4 มนุษย์ 7.3.4.1 ระบบโครงกระดูก 1.) ปลา ร้า กระดูกเชิงกราน
กระดูกแกน (axial skeleton) เป็นกระดูกที่อยู่
แนวแกนกลางลา้ ตวั ของมนุษย์ มีท้งั หมด 80 ชิ้น 3.) ขอ้ ต่อ (Joints) ขอ้ ต่อ คือตา้ แหน่งท่ี
เช่น กะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลงั กระดูก กระดูกสองชิ้นหรือมากกวา่ มาต่อกนั มี
ซี่โครง กระดูกอก กระดูกกน้ กบ ความส้าคญั ในการเคลื่อนไหวของร่างกายอยา่ ง
ยงิ่ เราอาจแบ่ง ชนิดขอ้ ต่อตามโครงสร้างและผล
ต่อการเคล่ือนไหวร่างกายดงั น้ี ขอ้ ต่อแบบบาน
พบั เช่น ขอ้ ต่อบริเวณขอ้ ศอก เข่า ขอ้ ต่อแบบลูก
กลมในเบา้ เช่น ขอ้ ต่อบริเวณหวั ไหล่ ขอ้ ต่อ
แบบเดือย เช่น ขอ้ ต่อระหวา่ งคอกบั กะโหลก ขอ้
ต่อแบบสไลด์ เช่น ขอ้ ต่อกระดูกมือ ขอ้ ต่อแบบ
อานมา้ เช่น ขอ้ ต่อกระดูกนิ้วโป้ง ขอ้ ต่อแบบ
เคล่ือนไหวไม่ได้ เช่น ขอ้ ต่อระหวา่ งกระดูก
กะโหลกแต่ละแผน่
บริเวณขอ้ ต่อ จะมีน้าไขขอ้ (Synovial fluid) 7.3.4.2 ระบบกลา้ มเน้ือ
1.) กลา้ มเน้ือโครงร่าง หรือ กลา้ มเน้ือลาย
หล่อเล้ียงอยู่ ช่วยลดการเสียดสีของกระดูก
และทา้ ใหก้ ารเคลื่อนไหวของกระดูก ง่ายข้ึน (Skeletal muscle) เป็นกลา้ มเน้ือที่อยู่
4.) เอน็ ยดึ ขอ้ (ligament) เป็นเน้ือเยอื่ เก่ียวพนั ภายใตอ้ า้ นาจจิตใจ ควบคุมการ เคลื่อนไหวของ
ที่เหนียวและทน มีหนา้ ที่ยดึ กระดูกให้ เช่ือม ร่างกายโดยตรง มีจุดยดึ เกาะกบั กระดูก เซลล์
ติดกนั กลา้ มเน้ือลายมีลกั ษณะเป็นทรงกระบอกยาว มี
หลายนิวเคลียสอยู่ บริเวณขอบเซลลแ์ ละมีลาย
แถบสีอ่อนสลบั เขม้ ตวั อยา่ งเช่น กลา้ มเน้ือ
biceps, triceps ที่แขน
2.) กลา้ มเน้ือหวั ใจ (Cardiac 3.) กลา้ มเน้ือเรียบ (Smooth muscle)
เป็นกลา้ มเน้ือท่ีอยตู่ ามอวยั วะภายใน เช่น ผนงั ลา้
muscle) ไส้ ผนงั หลอดเลือด ควบคุมโดยระบบ
เป็นกลา้ มเน้ือที่พบเฉพาะที่หวั ใจ ควบคุม
โดยระบบ ประสาทอตั โนวตั ิ กล่าวคือ ประสาทอตั โนวตั ิ เซลลม์ ีลกั ษณะ คลา้ ยกระสวย
นอกเหนืออา้ นาจจิตใจ เซลลเ์ ป็น หวั ทา้ ยแหลม แต่ละเซลลม์ ี 1 นิวเคลียสอยกู่ ลาง
ทรงกระบอกที่ตอนปลายของเซลลม์ ีการ เซลล์ และไม่เห็นลายแถบเหมือนในกลา้ มเน้ือ
แตกแขนงและมีการ เชื่อมต่อกบั เซลลท์ ่ีอยู่ ลาย
ติดกนั ผา่ น intercalated disc มี 1-2
นิวเคลียสอยกู่ ลางเซลล์
4.) การทา้ งานของกลา้ มเน้ือลาย กลา้ มเน้ือลายแต่ละมดั ประกอบดว้ ยเส้นใย
การงอและเหยยี ดแขน เกิดจากการทา้ งาน
กลา้ มเน้ือ (muscle fiber) ซ่ึงเกิดจาก
ร่วมกนั แบบ antagonism ระหวา่ ง เสน้ ใยกลา้ มเน้ือเลก็ (myofibril) เรียง
กลา้ มเน้ือ bicep และกลา้ มเน้ือ tricep ซอ้ นกนั โดย myofibril ประกอบดว้ ย
โดย เมื่อ bicep หดตวั และ tricep คลาย microfilament ชนิดบางซ่ึง เป็นสาย
ตวั จะทา้ ใหแ้ ขนงอเขา้ และ เมื่อ bicep โปรตีน actin และ microfilament
คลายตวั และ tricep หดตวั จะทา้ ใหแ้ ขน ชนิดหนา้ ซ่ึงเป็นสาย โปรตีน myosin
เหยยี ดออก การทา้ งานของกลา้ มเน้ือตน้ แขน เรียงตวั ขนานกนั ดงั รูป โดยการเรียงตวั น้ีทา้
ท้งั สอง อาศยั หลกั การ ทา้ งานแบบคาน
(lever) โดยมีจุดหมุนเป็นขอ้ ศอก และมี ให้ เกิดลายของกลา้ มเน้ือลาย
กระดูก เป็นคาน
เอน็ ยดึ กระดูก (tendon) เป็นเน้ือเยอื่
เก่ียวพนั ที่เหนียวและ แขง็ แรง มีหนา้ ที่ยดึ
ระหวา่ งกลา้ มเน้ือกบั กระดูก เช่น เอน็ ร้อย
หวาย (Achilles Tendon)
การหดตวั ของกลา้ มเน้ือเป็นไปตาม
สมมติฐานการเลื่อน ของฟิ ลาเมนท์
(sliding filament hypothesis)
โดยเมื่อเซลล์ กลา้ มเน้ือไดร้ ับสัญญาณ
ประสาท จะหลง่ั Ca2+ ที่สะสมไวใ้ น
sarcoplasmic reticulum (คือช่ือ
เฉพาะของ smooth endoplasmic
reticulum ของกลา้ มเน้ือ) ออกมาใน
cytoplasm โดย Ca2+ และ ATP จะ
ทา้ ให้ actin จบั กบั myosin แลว้
actin เลื่อนเขา้ หากนั ตรงกลางโดย
myosin อยนู่ ิ่งๆ จากน้นั Ca2+ จะถูก
ดูดซึมกลบั สู่ sarcoplasmic
reticulum ทา้ ให้ actin หลุดออกจาก
myosin กลา้ มเน้ือคลายตวั