๔๗
4. สำรวจความเสี่ยงจากสถานการณ์เสี่ยง และตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันภัย เช่น ถังดับเพลิงให้มี
ความพรอ้ มในการใช้งาน เป็นตน้
5. ให้จัดระบบสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ ให้คำนึงถึงการมีระบบไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน สำหรับพื้นที่ที่มี
ความเส่ียงมาก
6. กำหนดผรู้ ับผดิ ชอบงานอบุ ัติภยั ในสถานศึกษา ประสานเครือขา่ ยชุมชน/หนว่ ยงาน รองรับการแจ้ง
เตอื นแจง้ เหตุ
7. สถานศึกษาที่อยู่ในเขตภัยพิบัติ ทบทวนมาตรการเสี่ยงภัยพิบัติของสถานศึกษา อย่างน้อยภาค
เรยี นละ 1 คร้งั
แนวทางการชว่ ยเหลอื
1. แจง้ เหตตุ ามแผนปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยที่สถานศึกษากำหนดไว้
2. แจ้งเหตุในช่องทางการสื่อสารที่ใช้ได้รวดเร็วที่สุด เช่น โทรศัพท์ และช่องทางอื่นที่สามารถแจ้งได้
เป็นต้น
3. จุดรับแจ้งเหตุ สพป.อน. เขต ๒ ศูนย์ฉุกเฉิน โทร. 1669 ศูนย์เตือนภัย โทร. 1860 และสถานี
ตำรวจพืน้ ทเ่ี กดิ เหตุ
4. รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับโดยใช้แบบรายงาน ฉก.01
5. สถานศึกษาใหค้ วามชว่ ยเหลอื บรรเทาความเดือดรอ้ นเบ้อื งต้น
แนวทางการดำเนนิ งานของสำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษา เขต 2
1. รายงานใหเ้ ลขาธิการ กพฐ. ทราบโดยทนั ที
2. มอบหมายทมี ฉก.ชน.สพป.อน. เขต ๒ ประสานใหค้ วามช่วยเหลอื กับสถานศึกษาทันที
3. รายงานข้อมูลรายละเอียดอยา่ งเป็นทางการภายใน 24 ชั่วโมง
4. กรณีมีสือ่ มวลชนเขา้ ตดิ ตามขา่ วสถานการณ์รายงาน ผอ.สพป.อน. เขต ๒ ทันที
5. รายงานผบู้ ังคับบัญชาทราบเปน็ ระยะ ๆ จนกว่าสถานการณ์ดขี ้ึนและกลบั สู่ภาวะปกติ
แหล่งช่วยเหลือ
1. จดุ แจ้งเหตเุ ครือขา่ ยวิทยุส่ือสาร สพป.อน. เขต ๒
2. ศูนยฉ์ ุกเฉิน โทร. 1669
3. ศูนยเ์ ตอื นภยั โทร. 1860
4. สถานตี ำรวจพ้นื ทีเ่ กิดเหตุ
5. ศนู ยป์ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ / จังหวัด และภมู ิภาค
๔๘
ขั้นตอนการคุ้มครองและชว่ ยเหลือนักเรียนกรณอี ่ืน ๆ
การกลน่ั แกลง้ รังแก (Bully)
การกล่ันแกล้งและการคุกคาม (Bully)
การให้ความรแู้ ละทักษะการใช้ชีวิต
มาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรม
คัดกรองระดับความรนุ แรง
แจง้ ผู้ปกครองร่วมหาแนวทางแกไ้ ข
ไม่รุนแรง รนุ แรง ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ผอ.สพป.อน.เขต ๒
เฝ้าระวงั
กลมุ่ ปกติ ใหค้ ำปรกึ ษา ทีม ฉก.ชน.สพป.อน.เขต ๒
สง่ ตอ่ หนว่ ยงานภายนอก ให้คำปรึกษา
ใหค้ วามช่วยเหลอื
ใหค้ วามช่วยเหลอื
๔๙
การกลนั่ แกล้งรังแก (Bully)
การกลั่นแกล้งรังแก หมายถึง พฤติกรรมการกระทำให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์ความเจ็บปวด ทั้งทาง
รา่ งกายและจิตใจ เพ่อื ใหต้ นเองรู้สึกมีอำนาจ มีพลังเหนือกว่าผู้อ่ืน หรือเพือ่ ความสนุกสนาน อีกทั้งการกระทำ
ดังกล่าวจะเกิดขึ้น ซ้ำ ๆ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและมรี ะยะเวลายาวนาน
มาตรการป้องกนั
1. ใหค้ วามรู้เกย่ี วกับโทษของการกระทำความผดิ ทางพระราชบัญญัติคอมพวิ เตอร์
2. ให้ความรคู้ วามเขา้ ใจเรื่องการกลน่ั แกลง้ รังแกและทักษะชีวติ
3. ใชร้ ะบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียนในการเฝา้ ระวัง
4. คัดกรองให้คำปรึกษากบั นักเรยี นและช่วยเหลอื ในการแกป้ ัญหา
5. การเฝา้ ระวังชอ่ งทางการส่ือสารทท่ี ำให้เกดิ การกล่ันแกล้งรงั แก
แนวทางการชว่ ยเหลือ
1. คัดกรองข้อมูลระดับความรนุ แรงของการถูกกลัน่ แกลง้ รังแก
2. ใหค้ ำแนะนำปรึกษาในการแก้ปัญหา
3. หากระดับปญั หามีความรุนแรงให้รายงานผู้บรหิ ารสถานศึกษา
4. สง่ ตอ่ หน่วยงานภายนอกท่ีเก่ียวข้องชว่ ยแก้ปญั หา
5. ติดตามดูแลการให้ความชว่ ยเหลอื ส่วนทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั โรงเรยี น
แนวทางการดำเนินงานของสำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาอุทัยธานี เขต ๒
1. กรณีปญั หามีความรนุ แรงต่อบคุ คล กล่มุ คน ให้รายงานเลขาธกิ าร กพฐ.
2. มอบหมายทมี ฉก.ชน. สพป.อน. เขต ๒ เขา้ ประสานดูแลช่วยเหลือ
3. กรณมี ีส่ือมวลชนเขา้ ติดตามขา่ วให้รายงาน ผอ.สพป.อน. เขต ๒
4. รายงานการให้ความชว่ ยเหลือแกผ่ บู้ งั คบั บัญชาทราบ
แหลง่ ช่วยเหลือ
1. สำนักงานพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย์
2. นักจิตวทิ ยาเดก็ และวัยรุ่น
3. สถานตี ำรวจ
๕๐
บรรณานกุ รม
กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข. คมู่ ือดูแลสุขภาพจติ เดก็ วยั เรียน. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ ร.ส.พ.
กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการประชมุ ปรึกษารายกรณี(Case conference) : ใน
สถานศกึ ษาสำหรบั บุคลากร สาธารณสุขและบุคลากรของสำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ.2551. หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั
กองบริหารกองทนุ สำนกั งานปลดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์. ม.ป.พ.
พระราชบญั ญตั ิคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546. กรงุ เทพมหานคร : กองทนุ คุ้มครองเดก็
พนม เกตมุ าน. ม.ป.พ. คมู่ อื ครปู ัญหาพฤติกรรมทพ่ี บบอ่ ยในนักเรยี นและแนวทางการแกไ้ ข. สาขาวชิ าจิต
เวชเดก็ และวัยรุ่น ภาควชิ าจติ เวชศาสตร์คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
สำนกั อำนวยการสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน. 2556. แนวทางการปฏบิ ตั แิ ละมาตรการ
รกั ษาความปลอดภยั ของสถานศึกษาฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2556. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์
สำนกั งานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาต.ิ
สถาบนั สขุ ภาพจติ เด็กและวยั รุน่ ราชนครนิ ทร์กรมสขุ ภาพจติ . 2556. พระราชบัญญตั คิ ้มุ ครองเดก็ พ.ศ.
2546.กรุงเทพมหานคร: กองทุนคมุ้ ครองเด็ก.
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานกระทรวงศกึ ษาธิการ. แนวทางการปฏิบัตงิ านปกปอ้ งคุ้มครอง
และชว่ ยเหลอื เดก็ . กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทย จำกดั .
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานกระทรวงศึกษาธกิ าร. แนวนโยบายและการดำเนนิ งานป้องกนั
แกไ้ ขและดูแล ปญั หาการต้ังครรภ์ของเยาวชนและประเดน็ อ่ืน ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง.
สำนกั อำนวยการสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน. 2550. แนวทางการปฏบิ ตั งิ านปกปอ้ ง
คุ้มครองและช่วยเหลือเด็ก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
จำกดั .
สำนักการลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรียนกระทรวงศึกษาธิการ. 2553. คมู่ ือการดำเนินการตาม
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา. กรุงเทพมหานคร. :
สำนักพิมพ์คณะรฐั มนตรีและราชกจิ จานเุ บกษา.
ศูนย์ช่วยเหลือสังคมกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
ม่ันคงของมนษุ ย.์ 2556. คู่มอื การปฏิบัติงานOSCC ศูนย์ชว่ ยเหลือสังคม. พิมพ์ครงั้ ท่ี 1
(พ.ศ. 2556). กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ สำนกั งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
ศูนย์เฉพาะกิจคุม้ ครองและชว่ ยเหลอื เด็กนักเรียน สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร. ๒๕๖๓. ค่มู อื การค้มุ ครองและชว่ ยเหลือเด็กนกั เรียนของสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน (ฉบบั พฒั นา พ.ศ.๒๕๖๓)
ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและชว่ ยเหลือนกั เรยี น สำนักงาคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ.2557. แนวทางการป้องกันและช่วยเหลือปญั หาทางเพศของเด็กและวัยรุ่น.
กรงุ เทพมหานคร:โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด
ศูนยเ์ ฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลอื เดก็ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2557. แนว
ทางการจัดการศกึ ษาทางเลอื กเพ่ือเด็กก้าวพลาด. กรุงเทพมหานคร.: โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .
๕๑
บรรณานกุ รม (ตอ่ )
ศูนยเ์ ฉพาะกจิ คุม้ ครองและช่วยเหลือเด็กสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน. 2557.
แนวทางการป้องกันและช่วยเหลือปัญหาทางเพศของเด็กและวัยรุ่น. กรุงเทพมหานคร.: โรงพิมพ์
ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .
ศนู ย์เฉพาะกจิ คุม้ ครองและช่วยเหลอื เด็กสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน. 2557. ทักษะ
ชวี ิตภมู คิ มุ้ กนั ปัญหา สารเสพติดในเด็กและเยาวชนในสถานศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานพทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สถาบันสขุ ภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครนิ ทร์กรมสุขภาพจติ . 2556. สรปุ แนวทางการดูแลชว่ ยเหลือ
นักเรียนจากการแลกเปลี่ยน เรียนรู้School Network Conference : กรณีเกม เพศ ความ
รุนแรงและยาเสพติด. กรุงเทพมหานคร : สถาบันสุขภาพจิตเดก็ และวัยรุน่ ราชนครนิ ทร์. เอกสารอัด
สำเนา.
๕๒
ภาคผนวก
๕๓
รูปแบบการบรหิ ารงานระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรยี นโรงเรยี นบ้านเขาลกู โล่
ด้วย METHODS ASSIST OUR PUPILS Model
โดยมขี ้ันตอนการดำเนินงาน ดังน้ี
ขัน้ P : Plan การวางแผนการทำงาน
M : Management การบริหารงานของระบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียนอยา่ งเปน็ ระบบ
E : Environment การศกึ ษาบริบทของชุมชน สภาพแวดล้อม และการวิเคราะหส์ ภาพ
ปัญหาของนกั เรยี น
T : Team การกำหนดโครงสรา้ งระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรยี นโดยมี
คณะกรรมการอำนวยการ (ทีมนำ) คณะกรรมการประสานงาน
(ทมี ประสาน) และคณะการดำเนนิ งาน (ทีมทำ)
H : Harmony การรว่ มมือของผู้ทีเ่ กย่ี วข้องท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษา
O : Operation การกำหนดแบบแผนและวธิ กี ารดำเนินงาน
D : Destination การกำหนดเป้าหมายระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
S : Standard การกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น
๕๔
ขัน้ D : Do การดำเนินงาน
ASSIST
A : Acquaint การร้จู กั นักเรียนเป็นรายบคุ คล
SS : Screening & Sorting การคดั กรองนกั เรียน
I : Increasing การส่งเสรมิ และสนับสนุนนักเรยี น
S : Solving ปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
T : Transfer การสง่ ต่อ
ขัน้ C : Check การตรวจสอบและประเมนิ ผล
O : Observation การนิเทศ ติดตามผลการดำเนินงานระบบการดูแล
ช่วยเหลือนกั เรียน
U : Urge การกระตุ้นการขบั เคล่อื นงานระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น
ให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธภิ าพ
R : Recheck การตรวจสอบผลการดำเนนิ งานอย่างละเอยี ด
๕๕
ข้ัน A : Act การปรับปรงุ และพัฒนา
U : Unite การรวบรวมข้อมลู ระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น
P : Public การเผยแพรข่ ้อมูลของผลการดำเนนิ งานของระบบการดแู ล
ชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
I : Improvement การปรบั ปรุงและแก้ไขการทำงานระบบการดูแลชว่ ยเหลือ
นักเรยี นใหม้ ีประสทิ ธิภาพและเกดิ ประโยชน์สูงสุด
L : Level การยกระดับคุณภาพชีวิตของนกั เรียนรอบด้าน เสรมิ สร้างทกั ษะชวี ิต
และความปลอดภยั ให้กับนักเรียน
S : Satisfaction การดำเนนิ งานระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี นเปน็ ท่ยี อมรับ
ของภาคเี ครือข่ายและพลงั บวร
แบบ ฉก.01/1 กรณคี วามรนุ แรง ๕๖
กรณไี ม่ไดร้ ับความเป็นธรรมทางการศึกษา
กรณีล่วงละเมิดทางเพศ
กรณีอน่ื ๆ ระบ.ุ .....................................................
แบบบนั ทกึ การคมุ้ ครองและการช่วยเหลอื เดก็ นักเรยี น
สถานศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา อ่ืน ๆ ระบุ
สถานศึกษา/หนว่ ยงาน ทใ่ี ห้การชว่ ยเหลอื อำเภอ จงั หวดั สพป./สพม.
ผ้ปู ระสบเหตุ สถานทเ่ี กิดเหตุ
วัน/เดือน/ปที ่ีมาพบ เวลา น. วัน/เดือน/ปี ทเ่ี กิดเหตุ เวลา น.
ข้อมูลเดก็ ชอ่ื -สกุล อายุ ปี วัน/เดือน/ปี เกดิ เลขบตั รประชาชน
ศกึ ษาระดับช้นั ระบุ การศกึ ษานอกโรงเรยี น ไม่ไดศ้ ึกษา อ่นื ๆ ระบุ ศาสนา
พุทธ อน่ื ๆ ระบุ
สญั ชาติ ไทย อ่ืน ๆ ระบุ ชอ่ื -สกลุ บิดา/มารดา/ผปู้ กครอง เบอร์โทรศพั ท์
ทอ่ี ย่ปู จั จุบนั ทีส่ ามารถตดิ ตอ่ ได้ เบอร์โทรศัพท์
ท่ีอยตู่ ามทะเบียนบา้ น เบอร์โทรศัพท์
ผ้นู ำสง่ ชือ่ -สกลุ ที่อยู่ เบอรโ์ ทรศัพท์
ขณะน้ีอาศัยอยูก่ บั ใคร (เลือกไดห้ ลายข้อ) ข้อมลู พ่อแม/่ ผู้ดูแล ไม่มปี ัญหา
พอ่ แม่ พ่อ แม่ พอ่ เล้ยี ง แมเ่ ลย้ี ง ความพิการ ปัญหาโรคเร้ือรงั ปัญหาเศรษฐกจิ /หนส้ี ิน
ญาติ อยคู่ นเดยี ว แฟน เพื่อน นายจา้ ง ติดสรุ า การใชย้ าเสพตดิ การใชค้ วามรุนแรงในครอบครวั
อนื่ ๆ ระบุ มีอาการทางประสาท/ทางจิต อื่น ๆ ระบุ
สาเหตุหลักการนำเขา้ สกู่ ารคมุ้ ครองและชว่ ยเหลอื นกั เรียน
( ) กรณคี วามรนุ แรง การทำร้ายผู้อ่นื การทำรา้ ยตนเอง การถูกทำร้าย
( ) กรณลี ว่ งละเมดิ การล่วงละเมิดทางเพศ การทำอนาจาร การถูกทำรา้ ยทางอารมณ์ จติ ใจ
( ) กรณีไมไ่ ด้รับความเปน็ ธรรมทางการศกึ ษา ระบุ
( ) กรณอี ่ืน ๆ ตั้งครรภ์ในวยั เรียน ยาเสพติด บุหรี่/สุรา สขุ ภาพจติ อบุ ตั ิเหตุ อบุ ตั ภิ ยั
การปล่อยปละละเลย/ทอดทง้ิ ตดิ เกม/อินเตอรเ์ น็ต อ่นื ๆ ระบุ
การประเมนิ สภาพปญั หาเบือ้ งตน้
การประเมนิ จิตใจ/พฤติกรรมท่ีสงั เกตเห็น (เลอื กได้มากกว่า 1 ขอ้ ) สภาพปัญหาทีพ่ บ
( ) กลวั ( ) วิตกกังวลเครียด ( ) คดิ ฟุง้ ซ่าน ( ) สับสน
( ) ซึม/ไม่พดู ( ) แยกตวั ( ) ปัญหาการเรียน ( ) ซึมเศรา้
( ) นอนไมห่ ลบั ( ) ฝันรา้ ย ( ) หงุดหงดิ ( ) กา้ วร้าว
( ) ไมม่ สี มาธิ ( ) หมดหวงั /ส้ินหวงั ( ) คดิ ฆ่าตวั ตาย ความเส่ยี งทพ่ี บ
( ) พดู เพอ้ เจ้อ/พูดคนเดยี ว ( ) หวาดระแวง ( ) หูแวว่
( ) อื่น ๆ ระบุ .
การดำเนนิ การชว่ ยเหลอื เบื้องต้น (เลอื กไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ) มีการดำเนินคดี ไมม่ กี ารดำเนนิ คดี
คดั กรอง/สง่ ต่อภายใน ระบุ สง่ ตอ่ ภายนอก ระบุ
ประสานทมี สหวิชาชพี ระบุ ประสานหนว่ ยงานตน้ สงั กัด ระบุ
ติดตามเด็ก ( ) พบ ระบุ ( ) ไม่พบ อ่นื ๆ ระบุ
การรายงาน ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา ฉก.ชน.สพฐ. อ่ืน ๆ ระบุ
บันทกึ การติดตามผล
ผูบ้ ันทกึ (ตวั บรรจง) วนั /เดือน/ปี
หมายเหตุ กรอกขอ้ มลู ให้ครบถว้ น เพือ่ ประโยชน์ในการชว่ ยเหลือและตดิ ตามนักเรยี น
๕๗
พระราชบญั ญัติ
คุ้มครองเด็ก
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๖
เป็นปที ่ี ๕๘ ในรชั กาลปัจจบุ นั
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯให้
ประกาศวา่
โดยท่ีเปน็ การสมควรปรบั ปรุงกฎหมายวา่ ดว้ ยการคุ้มครองเด็ก
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึง
มาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และ
มาตรา ๕๐ ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำไดโ้ ดยอาศัยอำนาจตามบทบญั ญัติ
แหง่ กฎหมาย
จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญัติขน้ึ ไวโ้ ดยคำแนะนำและยนิ ยอมของรฐั สภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตินเ้ี รยี กวา่ “พระราชบัญญตั คิ ุม้ ครองเดก็ พ.ศ ๒๕๔๖”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ท่ี ๑๓๒ ลงวันท่ี ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕
(๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวนั ท่ี ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๑๕
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตนิ ้ี
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซ่งึ มอี ายุต่ำกว่าสบิ แปดปบี ริบูรณ์ แตไ่ ม่รวมถึงผูท้ ่ีบรรลุนิติภาวะด้วยการ
สมรส
ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า๑/๒ ตลุ าคม ๒๕๔๖
๕๘
“เด็กเร่ร่อน” หมายความว่า เด็กท่ีไมม่ ีบดิ ามารดาหรอื ผู้ปกครองหรือมีแตไ่ ม่เล้ียงดูหรอื ไมส่ ามารถ
เลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ต่างๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตราย
ตอ่ สวัสดภิ าพของตน
“เด็กกำพร้า” หมายความว่า เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่
สามารถสืบหาบิดามารดาได้
“เด็กท่อี ยูใ่ นสภาพยากลำบาก” หมายความวา่ เด็กท่ีอยู่ในครอบครวั ยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง
ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรอื
กำลงั ความสามารถและสตปิ ญั ญา หรือเด็กทไ่ี มส่ ามารถชว่ ยเหลอื ตัวเองได้
“เด็กพิการ” หมายความว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมอง สติปัญญา หรือจิตใจ ไม่ว่า
ความบกพรอ่ งนั้นจะมมี าแตก่ ำเนดิ หรือเกดิ ข้นึ ภายหลงั
“เดก็ ท่เี สี่ยงต่อการกระทำผิด” หมายความวา่ เด็กท่ปี ระพฤติตนไมส่ มควร เด็กทีป่ ระกอบอาชีพหรือ
คบหาสมาคมกับบุคคลที่น่าจะชักนำไปในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ใน
สภาพแวดล้อมหรือสถานทอี่ นั อาจชกั นำไปในทางเสียหาย ทั้งน้ี ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
“นักเรียน” หมายความว่า เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
ทง้ั ประเภทสามญั ศึกษาและอาชีวศึกษาหรือเทยี บเท่าอยใู่ นสถานศึกษาของรฐั หรือเอกชน
“นกั ศกึ ษา” หมายความว่า เด็กซง่ึ กำลงั รบั การศกึ ษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษา
ของรฐั หรอื เอกชน
“บดิ ามารดา” หมายความวา่ บิดามารดาของเด็กไมว่ ่าจะสมรสกนั หรอื ไม่
“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้ปกครองตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้หมายความรวมถงึ พ่อเลี้ยงแม่เล้ียง ผู้ปกครองสวัสดิภาพ นายจ้าง ตลอดจน
บุคคลอ่นื ซึง่ รบั เด็กไว้ในความอปุ การะเลย้ี งดูหรือซงึ่ เด็กอาศัยอยู่ดว้ ย
“ครอบครวั อปุ ถัมภ์” หมายความว่า บุคคลทีร่ ับเดก็ ไว้อปุ การะเลี้ยงดอู ยา่ งบตุ ร
“การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” หมายความว่า การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็ก
ตามมาตรฐานข้ันต่ำท่ีกำหนดในกฎกระทรวง จนนา่ จะเกดิ อนั ตรายแก่รา่ งกายหรอื จิตใจของเด็ก
“ทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทำหรือละเว้นการกระทำดว้ ยประการใดๆ จน
เป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ การกระทำผิดทางเพศต่อเด็ก การใช้
เด็กให้กระทำหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจหรือขัดต่อกฎหมายหรือ
ศลี ธรรมอันดี ทงั้ น้ี ไม่วา่ เดก็ จะยินยอมหรือไมก่ ็ตาม
“สืบเสาะและพินิจ” หมายความว่า การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนำมา
วิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย และหลักวิชาการอื่นท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั บคุ คลและครอบครวั ของบุคคลนั้น
“สถานรบั เลย้ี งเด็ก” หมายความวา่ สถานท่รี ับเล้ียงและพฒั นาเดก็ ท่ีมีอายุไม่เกินหกปบี ริบูรณ์ และมี
จำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว
ทั้งน้ี ไม่รวมถงึ สถานพยาบาลหรอื โรงเรยี นทั้งของรฐั และเอกชน
“สถานแรกรับ” หมายความว่า สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็ก
และครอบครัว เพอ่ื กำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแกเ่ ดก็ แต่ละราย
“สถานสงเคราะห์” หมายความว่า สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จำต้องได้รับการ
สงเคราะห์ ซ่งึ มีจำนวนตง้ั แตห่ กคนขึ้นไป
๕๙
“สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่า สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความ
ประพฤติ บำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพท้ังทางด้านรา่ งกายและจติ ใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุม้ ครองสวัสดิ
ภาพ
“สถานพัฒนาและฟื้นฟู” หมายความว่า สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้การ
บำบัดรกั ษา การฟ้นื ฟสู มรรถภาพทั้งทางด้านรา่ งกายและจิตใจ ตลอดจนการศกึ ษา แนะแนว และการฝกึ อบรม
อาชีพแก่เด็กท่ีจำต้องไดร้ ับการสงเคราะห์หรือคุม้ ครองสวัสดภิ าพเปน็ กรณีพเิ ศษ
“สถานพินิจ” หมายความว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครสถานพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและ
ครอบครัวในศาลจังหวัด ซึ่งจัดตั้งขึน้ ตามกฎหมายวา่ ด้วยการจดั ตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจิ ารณา
คดเี ยาวชนและครอบครวั
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนคมุ้ ครองเด็ก
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุม้ ครองเด็กแหง่ ชาติ
“พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี” หมายความวา่ ผ้ซู ่งึ รัฐมนตรีแต่งตัง้ ให้ปฏิบตั กิ ารตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
“ผู้ว่าราชการจังหวัด” หมายความว่า รวมถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย
จากผู้ว่าราชการจังหวัด
“ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และ
หมายความรวมถึงผูซ้ ง่ึ ไดร้ บั มอบหมายจากปลดั กระทรวง
“รัฐมนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรีผ้รู ักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้
มาตรา ๕ ใหศ้ าลท่มี ีอำนาจพจิ ารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการจัดต้ัง
ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตาม
พระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในจังหวัดใดยังมิได้เปิดทำการศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและ
ครอบครัวขึน้ ในศาลจังหวัด ให้ศาลจังหวดั มอี ำนาจพจิ ารณาพิพากษาคดตี ามพระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ และรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงยุติธรรม รักษาการตาม
พระราชบัญญัตินี้ และให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าทีก่ ับออกกฎกระทรวงหรอื
ระเบียบเพ่อื ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ทง้ั นี้ ในส่วนท่เี กีย่ วกบั ราชการของกระทรวงนน้ั
กฎกระทรวงหรือระเบยี บนนั้ เม่ือไดป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษาแล้วใหใ้ ช้บงั คบั ได้
หมวด ๑
คณะกรรมการคมุ้ ครองเด็ก
มาตรา ๗ ใหม้ คี ณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ประกอบด้วย รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
อัยการสงู สุด ผูบ้ ัญชาการตำรวจแหง่ ชาติ อธบิ ดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการ อธบิ ดี
กรมสุขภาพจิต อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพ
และพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ใน
๖๐
การงานที่ทำในวิชาชีพสงั คมสงเคราะห์ ครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์ ไม่น้อยกว่าเจด็ ปีวิชาชพี ละสองคน โดย
จะต้องมีผู้แทนจากภาคเอกชนอย่างน้อยวิชาชีพละหนึ่งคน และแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ซึ่งมีผลงานเป็นที่
ประจักษ์ในด้านสวัสดิการเด็กมาไม่น้อยกว่าเจ็ดปีอีกสองคน โดยมีรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษยซ์ งึ่ ปลดั กระทรวงมอบหมายเปน็ กรรมการและเลขานกุ ารกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิตามวรรค
หน่ึง ต้องเปน็ สตรไี ม่น้อยกว่าหนง่ึ ในสาม คณะกรรมการจะแตง่ ต้ังข้าราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความม่นั คงของมนษุ ยไ์ มเ่ กินสองคนเปน็ ผู้ชว่ ยเลขานุการก็ได้
มาตรา ๘ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทำหน้าที่เป็น
สำนักงานเลขานกุ ารของคณะกรรมการ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ปฏบิ ตั งิ านธุรการทัว่ ไปของคณะกรรมการ
(๒) ประสานงานและร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในการ
ดำเนนิ งานเกย่ี วกบั การสงเคราะห์ คุ้มครองสวสั ดภิ าพ และสง่ เสริมความประพฤติเด็ก
(๓) พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการ ตลอดจนให้บริการด้านสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพและ
ส่งเสริมความประพฤติเด็ก
(๔) รวบรวมผลการวิเคราะห์ วิจัย ดำเนินการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายรวมท้ัง
แผนงานในการสงเคราะห์ คมุ้ ครองสวสั ดภิ าพ และส่งเสรมิ ความประพฤติเด็กของหนว่ ยงานของรฐั และเอกชน
ทเี่ กยี่ วข้อง แล้วรายงานใหค้ ณะกรรมการทราบ
(๕) ปฏบิ ตั ติ ามมติของคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๙ กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒมิ ีวาระอยใู่ นตำแหน่งคราวละสามปี
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกิน
สองวาระตดิ ต่อกัน
มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจาก
ตำแหน่ง เมอื่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน
ความสามารถ
(๔) ได้รับโทษจำคกุ โดยคำพพิ ากษาถึงท่สี ดุ ให้จำคุก
(๕) เปน็ บุคคลล้มละลาย
(๖) เปน็ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๗) ขาดการประชมุ ตดิ ต่อกนั สามครง้ั โดยไมม่ เี หตุอนั สมควร
มาตรา ๑๑ ในกรณีทีก่ รรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิพ้นจากตำแหนง่ ก่อนครบวาระ ใหร้ ฐั มนตรี
แต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันตามมาตรา ๗ เป็นกรรมการแทน และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรง
ตำแหนง่ แทนอยใู่ นตำแหนง่ เทา่ กับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึง่ ตนแทน
มาตรา ๑๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้ง
กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิใหม่ ใหก้ รรมการผู้ทรงคณุ วุฒทิ ีพ่ ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏบิ ัตหิ น้าท่ไี ปพลางก่อน
มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน
กรรมการทง้ั หมดจึงเปน็ องคป์ ระชมุ
๖๑
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจ
ปฏิบัติหน้าท่ีได้ใหก้ รรมการซ่งึ มาประชุมเลอื กกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในทป่ี ระชมุ
การวินจิ ฉัยชีข้ าดของท่ปี ระชุมให้ถอื เสียงข้างมาก กรรมการคนหน่งึ ใหม้ เี สยี งหน่ึงในการลงคะแนน ถ้า
คะแนนเสยี งเทา่ กนั ให้ประธานในทีป่ ระชมุ ออกเสียงเพ่ิมข้นึ อกี เสยี งหน่งึ เป็นเสยี งช้ีขาด
มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมอี ำนาจและหนา้ ท่ี ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอความเห็นตอ่ รฐั มนตรีเกย่ี วกบั นโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะห์
คุ้มครองสวสั ดิภาพ และสง่ เสรมิ ความประพฤตเิ ด็กตามพระราชบัญญัตนิ ี้
(๒) เสนอความเหน็ ต่อรฐั มนตรีในการออกกฎกระทรวงและระเบยี บเพื่อปฏิบัตติ ามพระราชบัญญตั นิ ี้
(๓) วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บ
รกั ษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน
(๔) วางระเบียบเกยี่ วกบั วิธกี ารดำเนินการคุม้ ครองสวัสดิภาพเดก็ ตามมาตรา ๔๗
(๕) วางหลักเกณฑใ์ นการแตง่ ตงั้ พนกั งานเจา้ หน้าท่ี
(๖) ให้คำปรึกษา แนะนำ และประสานงานแกห่ นว่ ยงานของรฐั และเอกชนทีป่ ฏบิ ัตงิ านด้านการศึกษา
การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดภิ าพ และส่งเสริมความประพฤตเิ ด็ก รวมทัง้ มีอำนาจเขา้ ไปตรวจสอบในสถานรับ
เลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู สถานพินิจ หรือ
สถานท่ที เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การสงเคราะห์ ค้มุ ครองสวสั ดิภาพ และส่งเสริมความประพฤตเิ ดก็ ทงั้ ของรฐั และเอกชน
(๗) ติดตาม ประเมนิ ผลและตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร
และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด รวมทั้งให้คำแนะนำและเสนอแนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ
สงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดภิ าพ และส่งเสรมิ ความประพฤตเิ ด็กในกรุงเทพมหานครและระดับจงั หวดั
(๘) ดำเนนิ การอน่ื ใดท่เี กย่ี วกบั การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดภิ าพ และสง่ เสริมความประพฤติเดก็
มาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่
คณะกรรมการมอบหมายให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือ
คณะทำงาน โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๖ ใหม้ คี ณะกรรมการคมุ้ ครองเด็กกรงุ เทพมหานคร ประกอบดว้ ย ผู้วา่ ราชการ
กรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้แทนกรม
พัฒนาสังคมและสวัสดิการ ผู้แทนศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้แทนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ
เยาวชนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ
และผู้สูงอายุ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักอนามัย และ
ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิซึ่งผวู้ ่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง
จากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่ทำในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์
วิชาชีพละสองคนโดยจะต้องมีผู้แทนจากภาคเอกชนอย่างน้อยวิชาชีพละหนึ่งคน และแต่งตั้งจากผู้มี
ประสบการณ์ด้านสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมีผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม เป็นกรรมการและ
เลขานุการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเปน็ สตรีไมน่ ้อยกว่าหนึ่งในสามคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก
กรุงเทพมหานครจะแตง่ ตั้งข้าราชการในสำนักสวสั ดกิ ารสังคมไม่เกนิ สองคนเปน็ ผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
๖๒
มาตรา ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน
กรรมการ รองผู้วา่ ราชการจงั หวัดซงึ่ ไดร้ ับมอบหมายจากผูว้ ่าราชการจงั หวดั เป็นรองประธานกรรมการ อยั การ
จังหวัด พัฒนาการจังหวัด แรงงานจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้
บังคับการตำรวจภูธรจงั หวดั ผ้แู ทนศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรอื ผแู้ ทนศาลจังหวัด ในกรณีที่จังหวัด
น้ันไม่มศี าลเยาวชนและครอบครัว ผ้แู ทนสถานพนิ ิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจงั หวัด หรือผู้แทนกระทรวง
ยตุ ิธรรมซ่ึงแต่งตง้ั จากข้าราชการในจงั หวัดในกรณีที่จงั หวัดน้นั ไม่มีสถานพินิจ นายกองค์การบริหารส่วนจงั หวัด
เปน็ กรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซงึ่ ผู้วา่ ราชการจงั หวัดแตง่ ต้ังจากผเู้ ชีย่ วชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการ
งานที่ทำในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์ วิชาชีพละสองคน โดยจะต้องมีผู้แทนจาก
ภาคเอกชนอย่างน้อยวิชาชีพละหนึ่งคนและแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ด้านสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมี
พัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็น
สตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดจะแต่งตั้งข้าราชการในจังหวัดนั้นไม่เกินสองคน
เป็นผชู้ ่วยเลขานุการก็ได้
มาตรา ๑๘ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการ
ดำรงตำแหนง่ การพ้นจากตำแหนง่ การแตง่ ตั้งกรรมการแทน และการปฏิบตั หิ นา้ ที่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ โดยอนุโลม เว้นแต่อำนาจของรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๐ (๓) และมาตรา ๑๑
ให้เปน็ อำนาจของผู้วา่ ราชการกรุงเทพมหานครหรือผ้วู ่าราชการจังหวัดแลว้ แตก่ รณี
มาตรา ๑๙ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับกับการประชุมและการแต่งต้ัง
คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการ
คมุ้ ครองเด็กจงั หวัด โดยอนโุ ลม
มาตรา ๒๐ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดมี
อำนาจและหนา้ ท่ี ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณ และมาตรการในการ
สงเคราะห์ คมุ้ ครองสวสั ดภิ าพ และสง่ เสริมความประพฤติเดก็ ตามพระราชบัญญตั นิ ี้
(๒) ให้คำปรกึ ษา แนะนำ และประสานงานแกห่ น่วยงานของรัฐและเอกชนท่ปี ฏิบัตงิ านด้านการศึกษา
การสงเคราะห์ คุ้มครองสวสั ดภิ าพ และสง่ เสรมิ ความประพฤติเด็ก รวมท้ังมอี ำนาจเข้าไปตรวจสอบในสถานรับ
เลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู สถานพินิจ หรือ
สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กของรัฐและเอกชน
ภายในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจงั หวดั แลว้ แตก่ รณี
(๓) กำหนดแนวทางการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขต
กรงุ เทพมหานครหรือเขตจงั หวดั แล้วแตก่ รณี
(๔) จัดหาทุนเพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขต
กรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี และรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาทุน และการ
จดั การทุนตอ่ คณะกรรมการและคณะกรรมการบรหิ ารกองทุน
(๕) ตรวจสอบหรอื เรียกบุคคลทเี่ กีย่ วข้องมาช้ีแจงกรณมี ีการปฏิบัตติ ่อเด็กโดยมชิ อบ
(๖) เรยี กเอกสารหรือพยานหลักฐานใดๆ หรือขอคำช้ีแจงจากผู้ท่ีเกี่ยวข้องเพือ่ ประกอบการวินิจฉัยใน
การปฏิบัตหิ น้าท่ตี ามพระราชบญั ญตั นิ ี้
(๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะห์ และส่งเสริมความ
ประพฤตเิ ด็กในกรงุ เทพมหานครและระดับจังหวัด แล้วแต่กรณี แลว้ รายงานผลตอ่ คณะกรรมการ
๖๓
(๘) ดำเนนิ การอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๒๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้กรรมการและอนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงาน
ตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒
การปฏิบตั ติ ่อเดก็
มาตรา ๒๒ การปฏิบัติตอ่ เด็กไม่วา่ กรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสดุ ของเด็กเป็น
สำคัญและไม่ให้มกี ารเลือกปฏิบัตโิ ดยไมเ่ ป็นธรรม การกระทำใดเปน็ ไปเพ่ือประโยชนส์ ูงสดุ ของเด็กหรือเปน็
การเลอื กปฏบิ ตั ิโดยไมเ่ ปน็ ธรรมตอ่ เด็กหรือไม่ ให้พิจารณาตามแนวทางทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๓ ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครอง
ดแู ลของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนยี มประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถ่นิ แตท่ ้ังนตี้ อ้ งไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน
ขน้ั ต่ำตามทีก่ ำหนดในกฎกระทรวงและต้องค้มุ ครองสวสั ดภิ าพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่
ในภาวะอนั นา่ จะเกดิ อนั ตรายแกร่ ่างกายหรอื จิตใจ
มาตรา ๒๔ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจงั หวดั ผู้อำนวยการเขต นายอำเภอ ปลัดอำเภอผูเ้ ป็นหวั หน้า
ประจำกิ่งอำเภอ หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่
รับผิดชอบ ไม่ว่าเด็กจะมีผู้ปกครองหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งมีอำนาจและหน้าที่ดูแลและตรวจสอบสถานรับเลี้ยง
เดก็ สถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ สถานค้มุ ครองสวัสดิภาพ สถานพฒั นาและฟ้ืนฟู และสถานพินิจท่ีต้ังอยู่ใน
เขตอำนาจ แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร หรือ
คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ และให้มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงาน
เจา้ หน้าท่ตี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา ๒๕ ผ้ปู กครองตอ้ งไม่กระทำการ ดังต่อไปน้ี
(๑) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่
สาธารณะหรอื สถานทใี่ ดๆ โดยเจตนาท่ีจะไม่รับเด็กกลบั คืน
(๒) ละทิ้งเดก็ ไว้ ณ สถานทีใ่ ดๆ โดยไมจ่ ดั ให้มกี ารป้องกันดแู ลสวัสดภิ าพหรือใหก้ ารเลี้ยงดูทีเ่ หมาะสม
(๓) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตหรือสุขภาพอนามัยจนน่าจะเกิดอันตรายแก่
รา่ งกายหรอื จิตใจของเด็ก
(๔) ปฏิบตั ติ ่อเด็กในลกั ษณะทีเ่ ปน็ การขดั ขวางการเจรญิ เติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก
(๕) ปฏิบตั ติ ่อเด็กในลักษณะทีเ่ ป็นการเล้ียงดูโดยมิชอบ
มาตรา ๒๖ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำ
การ ดงั ต่อไปนี้
(๑) กระทำหรือละเวน้ การกระทำอนั เปน็ การทารณุ กรรมต่อร่างกายหรือจติ ใจของเดก็
(๒) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิตหรือรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของ
ตน จนน่าจะเกดิ อันตรายแกร่ ่างกายหรือจิตใจของเดก็
(๓) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมใหเ้ ด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความ
ประพฤติเส่ยี งต่อการกระทำผดิ
(๔) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่
ญาตขิ องเด็ก เวน้ แต่เป็นการกระทำของทางราชการหรือไดร้ ับอนญุ าตจากทางราชการแล้ว
๖๔
(๕) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน
หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหา
ประโยชนโ์ ดยมชิ อบจากเด็ก
(๖) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงานหรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมี
ผลกระทบต่อการเจรญิ เติบโต หรอื ขัดขวางต่อพฒั นาการของเด็ก
(๗) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรอื ยนิ ยอมให้เดก็ เลน่ กีฬาหรือใหก้ ระทำการใดเพ่ือแสวงหา
ประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะ
เปน็ การทารณุ กรรมต่อเดก็
(๘) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถาน
คา้ ประเวณี หรอื สถานทท่ี ี่ห้ามมใิ ห้เด็กเขา้
(๙) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามก
อนาจาร ไม่วา่ จะเปน็ ไปเพ่ือใหไ้ ด้มาซง่ึ คา่ ตอบแทนหรือเพ่ือการใด
(๑๐) จำหนา่ ย แลกเปล่ยี น หรอื ใหส้ รุ าหรือบหุ ร่ีแก่เดก็ เว้นแต่การปฏิบัตทิ างการแพทย์
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนง่ึ มีโทษตามกฎหมายอนื่ ท่ีหนักกว่าก็ใหล้ งโทษตามกฎหมายน้ัน
มาตรา ๒๗ ห้ามมใิ ห้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสอื่ มวลชนหรอื ส่ือสารสนเทศ
ประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง
เกยี รตคิ ณุ หรอื สทิ ธปิ ระโยชน์อน่ื ใดของเดก็ หรือเพือ่ แสวงหาประโยชนส์ ำหรบั ตนเองหรือผู้อนื่ โดยมิชอบ
มาตรา ๒๘ ในกรณีผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลีย้ งดู อบรม สั่งสอน และพัฒนา
เด็กได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือผู้ปกครองกระทำการใดอันน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพหรือขัดขวางต่อความ
เจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการ
สงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือป้องกันมิให้เด็กได้รับอันตรายหรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
พนกั งานเจา้ หน้าทต่ี อ้ งดำเนนิ การใหก้ ารสงเคราะห์หรอื คุ้มครองสวัสดภิ าพตามพระราชบญั ญตั ินี้
มาตรา ๒๙ ผู้ใดพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตาม
หมวด ๓ และหมวด ๔ จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง
หรือตำรวจ หรือผ้มู หี น้าท่คี ุม้ ครองสวสั ดภิ าพเด็กตามมาตรา ๒๔ โดยมชิ กั ช้า แพทย์ พยาบาล นักจติ วิทยา นัก
สงั คมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าทส่ี าธารณสุข ทีร่ บั ตัวเดก็ ไว้รักษาพยาบาล ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง ซึ่งมีหน้าที่
ดูแลเด็กที่เป็นศิษย์หรือลูกจ้าง จะต้องรายงานให้พนักงานเจา้ หน้าที่หรือผู้มีหน้าทีค่ ุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม
มาตรา ๒๔ หรอื พนักงานฝา่ ยปกครองหรือตำรวจทราบโดยมิชกั ช้า หากเป็นทป่ี รากฎชดั หรือน่าสงสัยวา่ เด็กถูก
ทารณุ กรรมหรอื เจ็บป่วยเนอ่ื งจากการเลีย้ งดโู ดยมชิ อบ
การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับ
ผิดท้งั ทางแพง่ ทางอาญาหรอื ทางปกครอง
มาตรา ๓๐ เพ่อื ประโยชน์ในการปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี ใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทตี่ ามหมวด ๓ และ
หมวด ๔ มีอำนาจและหน้าที่ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใดๆ หรือยานพาหนะใดๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระ
อาทิตยต์ กเพื่อตรวจค้น ในกรณีมเี หตุอันควรสงสัยวา่ มีการกระทำทารุณกรรมเด็ก มกี ารกกั ขงั หรือเลี้ยงดูโดยมิ
ชอบ แต่ในกรณีมีเหตุอันควรเชือ่ ว่าหากไมด่ ำเนินการในทันทเี ด็กอาจไดร้ ับอันตรายแก่ร่างกายหรือจติ ใจ หรือ
ถูกนำพาไปสถานที่อื่นซึง่ ยากแก่การติดตามช่วยเหลือ ก็ใหม้ ีอำนาจเข้าไปในเวลาภายหลังพระอาทติ ย์ตกได้
๖๕
(๒) ซักถามเด็กเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ ใน
กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กอาจนำตัวเด็กไปยังที่ทำการของ
พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว รวมทั้งบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ ทั้งนี้ จะต้อง
กระทำโดยมิชกั ชา้ แตไ่ มว่ า่ กรณใี ดจะกักตัวเด็กไว้นานเกินกว่าสิบสองชั่วโมงไม่ได้ เมื่อพน้ ระยะเวลาดังกล่าวให้
ปฏิบัติตาม (๖) ระหว่างที่เด็กอยู่ในความดูแลจะต้องให้การอุปการะเลี้ยงดูและหากเจ็บป่วยจะต้องให้การ
รกั ษาพยาบาล
(๓) มีหนังสือเรยี กผู้ปกครอง หรอื บคุ คลอ่นื ใดมาให้ถ้อยคำหรือข้อเท็จจริงเก่ียวกับสภาพความเป็นอยู่
ความประพฤติ สขุ ภาพ และความสมั พันธ์ในครอบครวั ของเด็ก
(๔) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็ก นายจ้างหรอื ผู้ประกอบการ เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
สถานที่ที่เดก็ ทำงานหรือเคยทำงาน อาศัยหรือเคยอาศัยอยู่ เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลสถานศึกษาท่ี
เด็กกำลังศึกษาหรือเคยศึกษา หรือผู้ปกครองสวัสดิภาพ ส่งเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่
การศกึ ษา การทำงาน หรอื ความประพฤติของเดก็ มาให้
(๕) เข้าไปในสถานที่อยู่อาศัยของผู้ปกครอง สถานที่ประกอบการของนายจ้างของเด็ก สถานศึกษา
ของเด็ก หรือสถานที่ที่เด็กมีความเกี่ยวขอ้ งดว้ ย ในระหว่างเวลาพระอาทติ ย์ขึน้ ถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อสอบถาม
บุคคลที่อยู่ในที่นั้นๆ และรวบรวมข้อมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ในครอบครัว
การเล้ยี งดู อุปนิสยั และความประพฤตขิ องเด็ก
(๖) มอบตวั เดก็ ใหแ้ กผ่ ู้ปกครองพรอ้ มกับแนะนำหรือตักเตือนผ้ปู กครองใหด้ แู ลและอุปการะเลี้ยงดูเด็ก
ในทางทถี่ ูกต้อง เพือ่ ใหเ้ ด็กไดร้ ับการพัฒนาในทางท่ีเหมาะสม
(๗) ทำรายงานเกี่ยวกับตัวเดก็ เพื่อมอบให้แก่สถานแรกรับในกรณีมีการส่งเด็กไปยงั สถานแรกรับหรอื
หนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้องเมือ่ มกี ารร้องขอ
เด็กทอ่ี ยใู่ นความดูแลของพนกั งานเจา้ หนา้ ทจ่ี ะต้องไดร้ บั การอุปการะเลี้ยงดูและได้รับการศกึ ษาอยา่ งเหมาะสม
และก่อนที่จะจัดให้เด็กเข้าอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ
และสถานพัฒนาและฟื้นฟู จะต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และการแพทย์ก่อน
เท่าท่ีสามารถกระทำได้
ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) (๒) และ (๕) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อนและให้
บคุ คลท่เี กย่ี วข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจา
นุเบกษา
มาตรา ๓๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตาม
ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๓
การสงเคราะห์เดก็
มาตรา ๓๒ เด็กทพ่ี งึ ได้รบั การสงเคราะห์ได้แก่
(๑) เดก็ เรร่ อ่ น หรือเดก็ กำพรา้
(๒) เด็กทถ่ี ูกทอดท้งิ หรอื พลัดหลง ณ ทใี่ ดที่หน่ึง
๖๖
(๓) เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลีย้ งดูได้ด้วยเหตใุ ดๆ เช่น ถูกจำคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ
เจบ็ ป่วยเร้ือรัง ยากจน เป็นผูเ้ ยาว์ หยา่ ถูกท้งิ ร้าง เป็นโรคจิตหรือโรคประสาท
(๔) เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ
ทางร่างกายหรือจติ ใจของเด็กทอี่ ยู่ในความปกครองดูแล
(๕) เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิ
ชอบ ถูกทารุณกรรม หรือตกอยู่ในภาวะอื่นใดอันอาจเป็นเหตุให้เด็กมีความประพฤติเสื่อมเสียในทางศีลธรรม
อันดหี รือเปน็ เหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรอื จติ ใจ
(๖) เด็กพิการ
(๗) เดก็ ทีอ่ ย่ใู นสภาพยากลำบาก
(๘) เดก็ ที่อยูใ่ นสภาพท่ีจำตอ้ งได้รบั การสงเคราะหต์ ามทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๓ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าท่ีหรือผ้มู ีหน้าท่ีค้มุ ครองสวสั ดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ได้รับแจ้ง
จากบุคคลตามมาตรา ๒๙ หรือพบเห็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๒ ให้พิจารณาให้การ
สงเคราะหต์ ามวิธกี ารทเ่ี หมาะสม ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์แก่เด็กและครอบครัวหรือบุคคลที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้
สามารถอปุ การะเลีย้ งดเู ดก็ ไดต้ ามมาตรา ๒๓
(๒) มอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูตาม
ระยะเวลาท่ีเหน็ สมควร แต่ตอ้ งไม่เกนิ หน่งึ เดือน ในกรณีท่ไี ม่อาจดำเนินการตาม (๑) ได้
(๓) ดำเนินการเพื่อให้เด็กได้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตร
บุญธรรม
(๔) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในครอบครัวอุปถัมภ์หรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่เหมาะสมและยินยอมรับ
เด็กไว้อปุ การะ
(๕) ส่งเดก็ เข้ารบั การอุปการะในสถานแรกรบั
(๖) ส่งเด็กเขา้ รับการอปุ การะในสถานสงเคราะห์
(๗) ส่งเด็กเข้าศึกษาหรือฝึกหัดอาชีพ หรือส่งเด็กเข้าบำบัดฟ้ืนฟูสมรรถภาพ ศึกษา หรือฝึกหัดอาชีพ
ในสถานพัฒนาและฟืน้ ฟู หรือส่งเด็กศึกษากล่อมเกลาจิตใจโดยใช้หลักศาสนาในวัดหรือสถานท่ีทางศาสนาอน่ื
ทย่ี ินยอมรบั เด็กไว้
วิธีการให้การสงเคราะห์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่ปลัดกระทรวงกำหนด และไม่ว่ากรณี
ใดๆ การดำเนินการให้การสงเคราะห์ตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ความ
ยินยอมดังกล่าวต้องทำเป็นหนังสือตามแบบที่ปลัดกระทรวงกำหนด หรือยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่าง
น้อยสองคน ในกรณีที่ผู้ปกครองไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันควรหรือไม่อาจให้ความยินยอมได้ ให้
ปลัดกระทรวงหรือผวู้ า่ ราชการจังหวัด แล้วแตก่ รณี มอี ำนาจส่งเด็กเข้ารบั การสงเคราะห์ตามวิธีการดังกล่าวได้
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงหรือผูว้ ่าราชการจังหวัดต้องฟังรายงานและความเห็นของผูเ้ ชี่ยวชาญในสาชาวิชาชีพสังคม
สงเคราะห์และการแพทย์กอ่ น
ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจกำหนดระยะเวลาในการสงเคราะห์
เด็กตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) แต่ถ้ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปอาจจะขยายหรือย่นระยะเวลาที่กำหนดไว้
แลว้ กไ็ ด้ตามแตเ่ ห็นสมควร ในระหว่างระยะเวลาดงั กล่าวให้พนักงานเจ้าหนา้ ที่รีบดำเนินการจัดให้เด็กสามารถ
กลับไปอยใู่ นความปกครองของผู้ปกครองโดยมิชกั ชา้
๖๗
ในกรณีเด็กอยู่ระหว่างการรับการสงเคราะห์ถ้าผูป้ กครองร้องขอและแสดงให้เห็นว่าสามารถปกครอง
และอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี สั่งให้เด็กพ้นจากการ
สงเคราะห์และมอบตัวเด็กให้แก่ผู้ปกครองรับไปปกครองดูแลได้ แม้ว่ายังไม่ครบกำหนดระยะเวลาในการ
สงเคราะห์ก็ตาม
ในกรณีที่บุคคลที่ได้รับการสงเคราะห์มีอายุสิบแปดปีบริบูรณ์แต่ยังอยู่ในสภาพที่จำเป็นจะต้องได้รับ
การสงเคราะห์ต่อไป ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี อาจสั่งให้บุคคลนั้นได้รับการ
สงเคราะห์ตอ่ ไปจนอายยุ ี่สิบปบี รบิ รู ณ์ก็ได้ แต่ถ้ามีเหตจุ ำเป็นต้องให้การสงเคราะห์ตอ่ ไปอีกและบุคคลนั้นมไิ ด้
คัดค้านปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี อาจสั่งให้สงเคราะห์บุคคลนั้นต่อไปตามความจำ
เป็นและสมควร แต่ทง้ั น้ีตอ้ งไม่เกนิ เวลาทบ่ี ุคคลนั้นมีอายคุ รบยส่ี บิ ส่ีปบี ริบรู ณ์
มาตรา ๓๔ ผู้ปกครองหรือญาติของเด็ก อาจนำเด็กไปขอรับการสงเคราะห์ที่กรมพัฒนาสังคมและ
สวัสดิการหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด หรือที่สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ หรือสถาน
พัฒนาและฟื้นฟูของเอกชน เพ่อื ขอรบั การสงเคราะห์ได้
กรณีมกี ารนำเด็กมาขอรบั การสงเคราะห์ที่กรมพฒั นาสังคมและสวัสดิการหรอื
สำนกั งานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวดั ถา้ เปน็ เด็กท่ีจำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่
พิจารณาให้การสงเคราะห์ที่เหมาะสมตามมาตรา ๓๓ แต่ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถหาวิธีการ
สงเคราะห์ท่เี หมาะสมกบั เดก็ ตามมาตรา ๓๓ ได้ จะสง่ เดก็ ไปยงั สถานแรกรับก่อนกไ็ ด้
กรณีมีการนำเด็กมาขอรับการสงเคราะห์ทีส่ ถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู
เด็กของเอกชน ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพรายงานข้อมูลเกี่ยวกับเด็กต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณา
ดำเนินการตามวรรคสองตอ่ ไป
มาตรา ๓๕ เม่ือพนักงานเจ้าหน้าทีห่ รือผู้มีหน้าท่ีคุ้มครองสวสั ดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ พบเห็นเด็กท่ี
พงึ ไดร้ ับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๒ (๑) และ (๒) หรอื ได้รับแจง้ จากบุคคลตามมาตรา ๒๙ ใหส้ อบถามเพื่อ
ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ถ้าเด็กเจ็บป่วยหรือจำต้องตรวจสุขภาพหรือเป็นเด็กพิการต้องรีบจัดให้มีการตรวจ
รักษาทางร่างกายและจิตใจทันที หากเป็นเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์กใ็ ห้พิจารณาใหก้ ารสงเคราะห์
ตามมาตรา ๓๓ และไม่ว่ากรณีใดให้พยายามดำเนินการเพือ่ ให้เด็กสามารถกลับไปอยูก่ ับครอบครัวโดยเร็ว แต่
หากปรากฎวา่ สภาพครอบครวั หรือสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะท่จี ะให้เด็กกลบั ไปอยกู่ ับครอบครัว และมีเหตุจำเป็นที่
จะตอ้ งใหก้ ารค้มุ ครองสวัสดภิ าพแกเ่ ด็ก พนักงานเจ้าหนา้ ทีจ่ ะใชม้ าตรการคมุ้ ครองสวสั ดิภาพแก่เด็กตามหมวด
๔ กไ็ ด้
มาตรา ๓๖ ในระหว่างที่เด็กได้รับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ (๒) (๔) หรือ(๖) หากปรากฎว่าเปน็
เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดและพึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
แล้วแตก่ รณี มอี ำนาจสั่งให้ใชม้ าตรการคมุ้ ครองสวสั ดิภาพแก่เด็กตามหมวด ๔ ได้
มาตรา ๓๗ เมื่อสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูได้รับตัวเด็กไว้ตามมาตรา
๓๓ (๕) (๖) หรือ (๗) ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพรีบสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว และเสนอ
ความเห็นเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะห์หรือคุม้ ครองสวัสดิภาพเด็กแต่ละคนพร้อมด้วยประวตั ิไปยังปลดั กระทรวง
หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี โดยมิชักช้า และให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการตามท่ี
เห็นสมควรตอ่ ไป
มาตรา ๓๘ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้เด็กเข้ารับการสงเคราะห์โดย
ผู้ปกครองไม่ยินยอมตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง กรณีที่ผู้ปกครองของเด็กไม่เห็นด้วยกับกำหนดระยะเวลาตาม
มาตรา ๓๓ วรรคสาม หรือกรณีที่ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอรับเด็กไปปกครองดูแลเองแต่ได้รับการปฏิเสธจาก
๖๘
ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา ๓๓ วรรคสี่ ผู้ปกครองย่อมมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา
๕ ในเขตทอ้ งท่นี นั้ ภายในหน่งึ ร้อยย่ีสบิ วันนับแต่วันรับทราบคำสงั่
มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ผู้ปกครองซ่ึงได้รับเด็กกลับมาอยู่ในความดูแล มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะให้การ
เลี้ยงดูโดยมิชอบแก่เด็กอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ให้
คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง หากผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำก็ให้ยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการ
จังหวัด นายอำเภอหรือปลดั อำเภอผูเ้ ป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี เพื่อเรียกผูป้ กครองมาทำทัณฑ์
บนว่าจะไม่กระทำการใดอันมีลักษณะเป็นการให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบแก่เด็กอีกและให้วางประกันไว้เป็น
จำนวนเงนิ ตามสมควรแก่ฐานานุรูป แตจ่ ะเรยี กประกันไว้ได้ไมเ่ กนิ ระยะเวลาสองปี ถ้ากระทำผิดทณั ฑ์บนให้ริบ
เงนิ ประกันเป็นของกองทนุ ค้มุ ครองเด็กตามมาตรา ๖๙
การให้คำแนะนำหรือการเรียกประกันให้คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองและประโยชน์
สูงสดุ ของเดก็ เป็นสำคญั
หมวด ๔
การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
มาตรา ๔๐ เดก็ ท่พี งึ ได้รบั การคุ้มครองสวสั ดิภาพไดแ้ ก่
(๑) เดก็ ท่ถี กู ทารุณกรรม
(๒) เด็กทเี่ ส่ยี งตอ่ การกระทำผดิ
(๓) เด็กท่ีอยใู่ นสภาพทจี่ ำตอ้ งไดร้ ับการคุ้มครองสวสั ดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๑ ผู้ใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กให้รีบแจ้ง
หรอื รายงานต่อพนักงานเจ้าหนา้ ท่ี พนักงานฝา่ ยปกครองหรือตำรวจ หรอื ผมู้ หี น้าท่คี ุ้มครองสวสั ดิภาพเด็กตาม
มาตรา ๒๔
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม
มาตรา ๒๔ ได้รับแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือเป็นผู้พบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำ
ทารุณกรรมต่อเด็กในสถานที่ใด ให้มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อ
คมุ้ ครองสวสั ดิภาพเดก็ โดยเร็วที่สดุ
การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับ
ผดิ ทัง้ ทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครอง
มาตรา ๔๒ การดำเนินการค้มุ ครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๔๑ วรรคสอง ตอ้ งรีบ
จัดให้มีการตรวจรักษาทางร่างกายและจิตใจทันที ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรต้องสืบเสาะและพินิจ
เกี่ยวกับเด็กและครอบครัวเพ่ือหาวิธกี ารคุม้ ครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแกเ่ ด็ก ก็อาจส่งตัวเดก็ ไปสถานแรกรับ
กอ่ นไดห้ รอื ถ้าจำเป็นต้องให้การสงเคราะหก์ ็ให้พิจารณาใหก้ ารสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ และถ้าจำเป็นต้องให้
การฟืน้ ฟูสภาพจติ ใจกใ็ ห้รบี สง่ เด็กไปยงั สถานพฒั นาและฟืน้ ฟู
การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใดตามวรรคหนึ่งระหว่างการ
สืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินเจ็ดวัน แต่ในกรณีที่มีเหตุ
จำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ของเด็ก พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานอัยการจะยื่นคำร้องขอต่อศาลตาม
มาตรา ๕ เพือ่ มคี ำสั่งขยายระยะเวลาออกไปรวมแลว้ ไมเ่ กนิ สามสบิ วนั ก็ได้
๖๙
มาตรา ๔๓ กรณที ่ผี ู้ปกครองหรือญาติของเด็กเป็นผู้กระทำทารุณกรรมต่อเด็ก ถา้ มีการฟ้องคดีอาญา
แก่ผู้กระทำผดิ และมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องนัน้ จะกระทำทารุณกรรมแก่เดก็ อีก กใ็ หศ้ าลทพี่ จิ ารณาคดีน้ันมี
อำนาจกำหนดมาตรการคุมความประพฤติผู้นั้น ห้ามเข้าเขตกำหนด หรือห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กในระยะที่ศาล
กำหนด เพื่อป้องกันมิให้กระทำการดังกล่าวและจะสั่งให้ผู้นั้นทำทัณฑ์บนตามวิธีการที่กำหนดไว้ตาม มาตรา
๔๖ และมาตรา ๔๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญาดว้ ยกไ็ ด้
หากยงั ไม่มีการฟอ้ งคดีอาญาหรอื ไม่ฟ้องคดอี าญาแต่มีพฤตกิ ารณน์ ่าเชอื่ ว่าจะมีการ
กระทำทารุณกรรมแก่เด็กอีก ใหพ้ นกั งานเจ้าหน้าท่ี พนักงานฝา่ ยปกครองหรือตำรวจ ผู้มีหน้าท่ีคุ้มครองสวัสดิ
ภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ หรือพนักงานอัยการยื่นคำขอต่อศาลตามมาตรา ๕ เพื่อออกคำสั่งมิให้กระทำการ
ดงั กลา่ วโดยกำหนดมาตรการคุมความประพฤติและเรียกประกนั ด้วยก็ได้
ในกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูก
กระทำทารุณกรรมอีก ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมา
กักขังไวม้ กี ำหนดครัง้ ละไมเ่ กนิ สามสบิ วัน
การพิจารณาออกคำสั่งหรือการเรียกประกันตามมาตรานี้ ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็น
สำคัญ
มาตรา ๔๔ เม่อื พนักงานเจ้าหน้าท่ีหรอื ผ้มู หี น้าทค่ี มุ้ ครองสวัสดภิ าพเด็กตามมาตรา
๒๔ พบเห็นหรือได้รับแจ้งจากผู้พบเห็นเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดให้สอบถามเด็กและดำเนินการหา
ข้อเท็จจริงเก่ียวกับตัวเด็ก รวมทั้งสภาพความสัมพนั ธ์ภายในครอบครวั ความเป็นอยู่ การเลี้ยงดู อุปนิสัย และ
ความประพฤติของเด็กเพ่ือทราบข้อมูลเก่ียวกบั เด็ก และถ้าเหน็ วา่ จำเปน็ ตอ้ งคุ้มครองสวสั ดภิ าพแก่เด็ก โดยวิธี
สง่ เขา้ สถานคุ้มครองสวัสดภิ าพหรือสถานพัฒนาและฟน้ื ฟูกใ็ หเ้ สนอประวัติพร้อมความเห็นไปยังปลัดกระทรวง
หรือผู้วา่ ราชการจังหวดั แล้วแตก่ รณี เพื่อพจิ ารณาสั่งให้ใช้วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพท่ีเหมาะสมแก่เด็ก
ในกรณีพนกั งานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่ค้มุ ครองสวสั ดภิ าพเด็กตามมาตรา ๒๔ เหน็ ว่าเด็กจำเป็นต้อง
ได้รับการสงเคราะห์ก็ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ แต่ถ้าเห็นว่ายังไม่สมควรส่งตัวเด็กไปยัง
สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู ก็ให้มอบตัวเด็กแก่
ผู้ปกครองหรือบุคคลที่ยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล โดยอาจแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตามมาตรา
๔๘ หรือไม่กไ็ ด้ และเมือ่ ได้ปรึกษาหารอื รว่ มกับผปู้ กครองหรอื บุคคลทจี่ ะรบั เดก็ ไปปกครองดูแลแล้วอาจจะวาง
ขอ้ กำหนดเพ่ือป้องกันมิใหเ้ ดก็ มีความประพฤตเิ สียหาย หรอื เส่ียงตอ่ การกระทำผดิ โดยให้ผูป้ กครองหรือบุคคล
ท่รี ับเด็กไปปกครองดแู ลตอ้ งปฏบิ ัติขอ้ ใดข้อหน่งึ หรือหลายขอ้ ตามความเหมาะสม ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ระมดั ระวังมใิ ห้เดก็ เขา้ ไปในสถานทห่ี รือทอ้ งทใี่ ดอันจะจูงใจใหเ้ ด็กประพฤติตนไม่สมควร
(๒) ระมัดระวังมิให้เด็กออกนอกสถานที่อยู่อาศัยในเวลากลางคืน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือไปกับ
ผ้ปู กครอง
(๓) ระมดั ระวังมิใหเ้ ดก็ คบหาสมาคมกับบุคคลหรอื คณะบคุ คลท่ีจะชักนำไปในทางเสื่อมเสีย
(๔) ระมดั ระวงั มใิ ห้เด็กกระทำการใดอนั เป็นเหตุใหเ้ ด็กประพฤติเสียหาย
(๕) จดั ใหเ้ ดก็ ไดร้ ับการศึกษาอบรมตามสมควรแก่อายุ สติปัญญา และความสนใจของเด็ก
(๖) จัดให้เดก็ ไดป้ ระกอบอาชพี ทีเ่ หมาะสมกบั ความถนดั และความสนใจของเด็ก
(๗) จัดให้เด็กกระทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเองทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชนต์ อ่
สงั คม
๗๐
หากปรากฏชดั วา่ ผ้ปู กครองหรือผู้ท่ีรับเด็กไวป้ กครองดูแลละเลยไมป่ ฏิบัติตามข้อกำหนดของพนักงาน
เจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครอง
สวัสดภิ าพเด็กรบั เดก็ กลับไปดแู ล
มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้เด็กซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ หรือเข้าไปในสถานที่เฉพาะเพื่อการจำหน่ายหรือ
เสพสุราหรือบุหรี่ หากฝ่าฝืนใหพ้ นักงานเจา้ หนา้ ที่สอบถามเด็กเพือ่ ทราบข้อมลู เกีย่ วกับเด็กและมีหนังสือเรียก
ผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือน ให้ทำทัณฑ์บน หรือมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ
วิธีการและระยะเวลาในการจัดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์และอาจวางข้อ
กำหนดให้ผู้ปกครองต้องปฏิบัติขอ้ ใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามมาตรา ๔๔ วรรคสอง หรือวางข้อกำหนดอื่นใด
เพือ่ แก้ไข หรอื ป้องกนั มิใหเ้ ดก็ กระทำความผดิ ขน้ึ อกี กไ็ ด้
หากปรากฏวา่ ผู้ปกครองของเดก็ ฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหน่ึง ใหน้ ำบทบญั ญัติมาตรา ๓๙ มาใชบ้ ังคบั
โดยอนโุ ลม
การว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน และจัดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์
ตามวรรคหน่ึง ให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๖ ในกรณีท่ีปลดั กระทรวงหรอื ผูว้ ่าราชการจังหวดั ส่ังให้ส่งเดก็ เขา้ รับการคุม้ ครอง สวสั ดิภาพ
หรือในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ออกข้อกำหนดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์ตาม
มาตรา ๔๕ หากผู้ปกครองไม่เห็นด้วยให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา ๕ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วัน
รับทราบคำสงั่
มาตรา ๔๗ วิธีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก นอกจากที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ให้เป็นไปตาม
ระเบยี บทค่ี ณะกรรมการกำหนด
หมวด ๕
ผ้คู ุ้มครองสวสั ดิภาพเด็ก
มาตรา ๔๘ ในการดำเนินการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติแก่เด็กตาม
พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีเหตุสมควรแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
เพื่อกำกับดูแลเด็กคนใด ก็ให้ยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ให้แต่งต้ัง
พนักงานเจ้าหน้าที่ นกั สังคมสงเคราะห์ หรอื บคุ คลทส่ี มคั รใจและมคี วามเหมาะสมเปน็ ผู้ค้มุ ครองสวสั ดิภาพเด็ก
โดยจะกำหนดสถานทอ่ี ยูอ่ าศยั ของเดก็ ทอ่ี ยใู่ นการกำกบั ดูแลของผู้คุ้มครองสวสั ดภิ าพเด็กด้วยก็ได้
กรณีที่เด็กพ้นจากความปกครองดูแลของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ
และสถานที่พัฒนาและฟื้นฟูแล้ว ถ้ามีเหตุผลสมควรก็ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวงหรือ
ผู้วา่ ราชการจงั หวัด แล้วแตก่ รณี ใหต้ งั้ พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี นักสังคมสงเคราะห์ หรือบคุ คลที่สมคั รใจและมีความ
เหมาะสมเปน็ ผู้คมุ้ ครองสวสั ดิภาพเด็กได้
การแตง่ ต้งั ผู้คุ้มครองสวสั ดภิ าพเดก็ ใหม้ ีระยะเวลาคราวละไม่เกนิ สองปี
มาตรา ๔๙ ผ้คู มุ้ ครองสวสั ดิภาพเด็กมีอำนาจและหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) เยี่ยมเยียน ให้คำปรึกษา แนะนำ และตักเตือนเกี่ยวกับเรื่องความประพฤติ การศึกษา และการ
ประกอบอาชีพแกเ่ ดก็ ท่อี ยู่ในการกำกับดแู ล
(๒) เยยี่ มเยียน ใหค้ ำปรกึ ษา และแนะนำแกผ่ ูป้ กครองเก่ียวกับเรื่องการอบรมสง่ั สอนและเล้ียงดูเด็กท่ี
อย่ใู นการกำกับดแู ล
๗๑
(๓) จัดทำรายงานและความเห็นเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของเด็กและของผู้ปกครองเสนอต่อ
ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ คณะกรรมการ คณะกรรมการ
คุม้ ครองเดก็ กรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการคมุ้ ครองเด็กจังหวดั แลว้ แต่กรณี เพ่ือดำเนินการต่อไป
มาตรา ๕๐ ห้ามมิให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพหรือผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เปิดเผยชื่อตัว ชื่อสกุล ภาพ
หรือข้อมูลใดๆ เก่ียวกับตัวเด็ก ผปู้ กครอง ในลักษณะทน่ี า่ จะเกิดความเสียหายแกช่ ื่อเสียง เกียรตคิ ณุ หรือสิทธิ
ประโยชน์อย่างใดอยา่ งหนงึ่ ของเดก็ หรอื ผปู้ กครอง
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และผู้มี
หน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ซึ่งได้ล่วงรู้ข้อมูลดังกล่าวเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วย
โดยอนโุ ลม
ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใดซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยโดย
ฝ่าฝืนบทบญั ญัตใิ นวรรคหน่งึ หรอื วรรคสอง
หมวด ๖
สถานรบั เลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวสั ดภิ าพ
และสถานพัฒนาและฟนื้ ฟู
มาตรา ๕๑ ปลัดกระทรวงมีอำนาจจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน
คุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ได้ทั่วราชอาณาจักร และผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจัดต้ัง
สถานรับเลี้ยงเดก็ สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูภายใน
เขตจงั หวัดนัน้
หน่วยงานอื่นของรัฐนอกจากที่มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้อาจจัดตั้งและดำเนินกิจการได้
เฉพาะสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยแจ้งให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีทราบ และให้
ปลัดกระทรวงหรือผูว้ ่าราชการจังหวัดแนะนำหรอื สนับสนนุ การจดั ตั้งและการดำเนินการดังกลา่ ว
มาตรา ๕๒ ภายใต้บังคับของมาตรา ๕๑ ผู้ใดจะจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถาน
สงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ต้องขอรับใบอนุญาตต่อปลัดกระทรวงหรือ
ผวู้ า่ ราชการจังหวัด แลว้ แตก่ รณี
การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การให้ต่ออายุใบอนุญาต การ
ขอรับใบแทนใบอนุญาตที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด การออกใบแทนใบอนุญาต และการเพิกถอน
ใบอนญุ าต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเง่อื นไขท่กี ำหนดในกฎกระทรวง และใหเ้ สียคา่ ธรรมเนยี มตาม
อตั ราท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๕๓ ให้ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก
กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด กำกับดูแลและส่งเสริมสนับสนนุ การดำเนินงานของ
สถานรับเลีย้ งเดก็ สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟืน้ ฟทู ีอ่ ย่ใู น
เขตพืน้ ที่ทรี่ บั ผิดชอบ
มาตรา ๕๔ ในสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู
จะต้องไมด่ ำเนนิ กจิ การในลักษณะแสวงหากำไรในทางธุรกจิ และตอ้ งมีผปู้ กครองสวัสดภิ าพเป็นผ้ปู กครองดูแล
และบังคับบัญชา
การดำเนินงานของสถานท่ีตามวรรคหนึง่ ให้เปน็ ไปตามระเบยี บทป่ี ลัดกระทรวงกำหนด
๗๒
มาตรา ๕๕ ให้ปลัดกระทรวงและผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้ปกครองสวัสดิ
ภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์
วิธกี าร และเง่ือนไขท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๕๖ ผู้ปกครองสวัสดภิ าพของสถานแรกรบั มีอำนาจและหน้าท่ี ดงั ต่อไปน้ี
(๑) รับตัวเด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพไว้เพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและ
ครอบครัว วินิจฉัยกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กแต่ละคน ถ้า
จำเป็นอาจรับตวั เดก็ ไว้ปกครองดูแลชั่วคราวไดไ้ มเ่ กินสามเดือน
(๒) สืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะ
แห่งจิต นิสัย อาชีพ และฐานะของเด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพรวมทั้งของ
ผปู้ กครอง หรอื บุคคลท่ีเดก็ อาศัยอยูด่ ้วย ตลอดจนส่งิ แวดล้อมทงั้ ปวงเก่ียวกับเด็ก และมูลเหตุทีท่ ำให้เด็กตกอยู่
ในสภาวะจำต้องได้รบั การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ เพือ่ รายงานไปยังหนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
(๓) จดั ใหม้ กี ารตรวจสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ พร้อมท้งั ดำเนินการรกั ษาเยยี วยาแกเ่ ดก็ ทอ่ี ยู่ในความ
ปกครองดแู ล
(๔) จัดที่พักอาศัย ที่หลับนอน เครื่องนุ่งห่ม ให้เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ และจัดอาหารให้ถูก
อนามัยและเพียงพอแกเ่ ด็กทอี่ ยู่ในความปกครองดูแล
(๕) จัดการศึกษา การกีฬา และนันทนาการให้แก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลให้เหมาะสมกับวัย
และสภาพของเด็กแตล่ ะคน
(๖) จดั ส่งเด็กที่ไดด้ ำเนินการตาม (๑) และ (๒) ไปยงั สถานสงเคราะห์ สถานพัฒนาและฟนื้ ฟู โรงเรียน
หรือสถานที่อื่นใดที่มีวัตถุประสงค์ในการสงเคราะห์ หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้เหมาะสมกับวัยและสภาพ
ของเดก็ แตล่ ะคน
(๗) มอบตัวเด็กแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูและถ้า
เห็นสมควรอาจยื่นคำขอให้ปลัดกระทรวงหรือผวู้ ่าราชการจังหวดั แลว้ แต่กรณี แตง่ ตัง้ ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพแก่
เดก็ ตามมาตรา ๔๘
(๘) ให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่ผู้ปกครอง ในกรณีที่เด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือ
คมุ้ ครองสวัสดภิ าพ
ผปู้ กครองสวสั ดภิ าพของสถานแรกรบั ต้องดำเนินการใหเ้ ดก็ สามารถกลบั ไปอยู่กบั ผ้ปู กครองก่อน ส่วน
การจัดให้เดก็ ไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ สถานคมุ้ ครองสวัสดภิ าพ หรือสถานพัฒนาและฟ้ืนฟู ใหด้ ำเนินการเป็น
วธิ สี ดุ ท้าย
มาตรา ๕๗ ผ้รู ับใบอนุญาตและผู้ปกครองสวัสดภิ าพของสถานสงเคราะห์และสถาน
คุ้มครองสวัสดิภาพที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นต้องควบคุมดูแลให้มีการรับเด็กที่จำต้อง
ไดร้ บั การสงเคราะหห์ รือคมุ้ ครองสวัสดิภาพทุกคนไว้อปุ การะเลี้ยงดู
มาตรา ๕๘ ผูป้ กครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะห์มีอำนาจและหน้าทต่ี ามมาตรา ๕๖ (๑) (๒) (๓)
และ (๔) และใหม้ อี ำนาจและหน้าท่ี ดังต่อไปน้ี
(๑) จัดการศึกษา อบรม สั่งสอน และฝึกหัดอาชีพแก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของสถาน
สงเคราะหใ์ หเ้ หมาะสมกบั เด็กแต่ละคน
(๒) จัดบริการแนะแนว ให้คำปรึกษา และชว่ ยเหลอื แกผ่ ู้ปกครอง
(๓) สอดสอ่ งและตดิ ตามให้คำปรึกษา แนะนำ และชว่ ยเหลอื แกเ่ ดก็ ท่อี อกจากสถานสงเคราะห์ไปแล้ว
เพอ่ื เปน็ การสงเคราะหห์ รือคุ้มครองสวัสดภิ าพแก่เด็กที่เคยอยใู่ นสถานสงเคราะหม์ ิให้กลับไปสสู่ ภาพเดิม
๗๓
การสบื เสาะและพินิจตามมาตรา ๕๖ (๒) ถา้ เปน็ กรณที ี่เด็กถูกส่งมาจากสถานแรกรับซึ่งมีรายงานการ
สบื เสาะและพินจิ แล้ว อาจงดการสืบเสาะและพินิจกไ็ ด้
มาตรา ๕๙ ผ้ปู กครองสวัสดิภาพของสถานคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพมอี ำนาจและหน้าที่ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) ปกครองดแู ลและอุปการะเลย้ี งดูเด็กท่อี ยู่ในสถานคุ้มครองสวสั ดภิ าพ
(๒) จัดการศกึ ษา อบรม และฝึกอาชพี แก่เดก็ ทอ่ี ย่ใู นสถานคุ้มครองสวสั ดภิ าพ
(๓) แก้ไขความประพฤติ บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกายจิตใจแก่เด็กที่อยู่ในสถาน
คมุ้ ครองสวัสดภิ าพ
(๔) สอดส่องและติดตามให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่เด็กที่ออกจากสถานคุ้มครองสวัสดิ
ภาพไปแล้ว
มาตรา ๖๐ ผ้ปู กครองสวสั ดภิ าพของสถานพัฒนาและฟืน้ ฟมู ีอำนาจและหน้าท่ี ดังต่อไปน้ี
(๑) รับเดก็ ที่จำตอ้ งไดร้ บั การบำบดั ฟนื้ ฟสู มรรถภาพดา้ นร่างกายหรอื จิตใจไว้ปกครองดูแล
(๒) ทำการสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาและฟื้นฟูเด็ก
แตล่ ะคน
(๓) จัดการศึกษา ฝึกอบรม สั่งสอน บำบัดรักษา แนะแนว และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้
เหมาะสมแก่เดก็ แตล่ ะคนที่อย่รู ะหวา่ งการปกครองดูแล
มาตรา ๖๑ ห้ามมใิ ห้เจา้ ของ ผ้ปู กครองสวสั ดิภาพ และผปู้ ฏบิ ัติงานในสถานรับเลีย้ งเด็ก สถานแรกรับ
สถานสงเคราะห์ สถานค้มุ ครองสวสั ดิภาพ และสถานพฒั นาและฟนื้ ฟู ทำรา้ ยรา่ งกายหรือจิตใจ กักขัง ทอดท้ิง
หรือลงโทษเด็กที่อยูใ่ นความปกครองดูแลโดยวธิ ีการรุนแรงประการอ่ืน เวน้ แตก่ ระทำเทา่ ท่ีสมควรเพื่ออบรมสั่ง
สอนตามระเบียบทีร่ ัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๖๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวง
หรือผวู้ า่ ราชการจังหวัด ให้ผู้ปกครองสวัสดภิ าพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๗
การส่งเสริมความประพฤตนิ ักเรียนและนักศึกษา
มาตรา ๖๓ โรงเรียนและสถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรกึ ษา
และฝึกอบรมแก่นกั เรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อ
สังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน
กฎกระทรวง
มาตรา ๖๔ นักเรียนและนักศึกษาต้องประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษาและ
ตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖๕ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบท่ี
รัฐมนตรีกำหนด และมีอำนาจนำตวั ไปมอบแก่ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาของนกั เรียนหรือนักศึกษาน้นั
เพื่อดำเนินการสอบถามและอบรมสัง่ สอนหรือลงโทษตามระเบียบ ในกรณีที่ไม่สามารถนำตวั ไปมอบได้จะแจ้ง
ดว้ ยวาจาหรอื เป็นหนังสอื ก็ได้
เม่ือไดอ้ บรมสงั่ สอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแล้ว ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าทหี่ รือผู้บริหารโรงเรียน
หรือสถานศึกษาแจง้ ให้ผู้ปกครองวา่ กลา่ วตกั เตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหน่ึง
๗๔
การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้กระทำเท่าที่สมควรเพื่อการอบรมสั่งสอนตามระเบียบที่รัฐมนตรี
กำหนด
มาตรา ๖๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้มีอำนาจดำเนินการเพื่อส่งเสริมความประพฤตินักเรียน
และนกั ศกึ ษา ดงั ต่อไปนี้
(๑) สอบถามครู อาจารย์ หรือหัวหน้าสถานศึกษา เกี่ยวกับความประพฤติ การศึกษา นิสัยและ
สติปัญญาของนกั เรียนหรือนกั ศึกษาทีฝ่ า่ ฝนื มาตรา ๖๔
(๒) เรียกใหผ้ ปู้ กครอง ครู อาจารย์ หรือหวั หนา้ สถานศึกษาทน่ี ักเรยี นหรือนักศึกษาน้ันกำลังศึกษาอยู่
มารบั ตัวนกั เรยี นหรอื นักศกึ ษา เพื่อวา่ กลา่ วอบรมสัง่ สอนต่อไป
(๓) ให้คำแนะนำแก่ผูป้ กครองในเร่อื งการอบรมและสงั่ สอนนกั เรียนหรือนักศึกษา
(๔) เรียกผปู้ กครองมาว่ากล่าวตักเตือน หรือทำทณั ฑ์บนว่าจะปกครองดูแลมิให้นักเรียนหรือนักศึกษา
ฝา่ ฝืนมาตรา ๖๔ อีก
(๕) สอดส่องดูแลรวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลหรือแหล่งที่ชักจูง
นกั เรยี นหรือนักศกึ ษาใหป้ ระพฤตใิ นทางมชิ อบ
(๖) ประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
อ่นื เพ่ือดำเนินการให้เปน็ ไปตามหมวดน้ี
มาตรา ๖๗ ในกรณมี เี หตอุ นั ควรสงสัยวา่ มีการฝา่ ฝืนกฎหมายหรือระเบียบเกย่ี วกับความประพฤติของ
นักเรียนหรือนักศึกษา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ หรือยานพาหนะใดๆ ใน
ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ เพื่อทำการตรวจสอบการฝ่าฝืน
ดังกลา่ วได้
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อน และให้บุคคลท่ี
เกย่ี วขอ้ งอำนวยความสะดวกตามสมควร
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจา
นุเบกษา
หมวด ๘
กองทนุ คุ้มครองเดก็
มาตรา ๖๘ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพ่ือจัดตัง้ กองทุนขึ้นกองทนุ หนึ่งในสำนกั งานปลัดกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียกว่า “กองทุนคุ้มครองเด็ก” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการส่ง
เคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็ก
ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา ๖๙ กองทุนประกอบด้วย
(๑) เงินทนุ ประเดิมท่รี ฐั บาลจดั สรรให้
(๒) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจา่ ยประจำปี
(๓) เงนิ หรอื ทรพั ยส์ ินทม่ี ีผ้บู รจิ าคหรือมอบให้
(๔) เงนิ อดุ หนนุ จากต่างประเทศหรอื องค์การระหว่างประเทศ
(๕) เงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ที่ตกเป็นของกองทุนหรือท่ีกองทนุ ได้รับตามกฎหมายหรือโดยนิติกรรมอ่นื
(๖) เงินทร่ี บิ จากเงนิ ประกันของผปู้ กครองที่ผดิ ทัณฑบ์ นตามมาตรา ๓๙
๗๕
(๗) ดอกผลทีเ่ กิดจากเงนิ หรอื ทรพั ยส์ ินของกองทนุ
มาตรา ๗๐ เงินและดอกผลที่กองทุนได้รับตามมาตรา ๖๙ ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้
แผ่นดนิ
มาตรา ๗๑ ให้มีคณะกรรมการบรหิ ารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทน
สำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกินสามคน ในจำนวนน้ี
ต้องเป็นผู้แทนจากภาคเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการเด็กอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นกรรมการ และให้
รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบ หมายเป็นกรรมการและ
เลขานุการ
มาตรา ๗๒ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา
๑๕ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการบริหารกองทุน
และการแตง่ ต้งั คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยอนโุ ลม
มาตรา ๗๓ ให้คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ มีอำนาจหน้าท่ี ดังต่อไปน้ี
(๑) บริหารกองทนุ ให้เปน็ ไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๒) พจิ ารณาอนุมตั ิการจ่ายเงินเพ่ือการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดภิ าพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก
รวมทั้งครอบครวั และครอบครวั อปุ ถมั ภ์ของเด็กตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการกำหนดหรือตามคำสงั่ ศาล
(๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการ
กำหนด
มาตรา ๗๔ การรับเงิน การจ่ายเงนิ การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทนุ
ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บทีค่ ณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๗๕ ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนจำนวนห้าคน
ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้
ความสามารถและประสบการณ์ดา้ นการเงนิ การสวัสดกิ ารเด็ก และการประเมินผล และให้รองปลัดกระทรวง
การพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ซึง่ ปลดั กระทรวงมอบหมายเปน็ กรรมการและเลขานุการ
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการ
ดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามวรรคหน่ึง
โดยอนุโลม
มาตรา ๗๖ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามมาตรา ๗๕ มีอำนาจหน้าท่ี ดังตอ่ ไปนี้
(๑) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนนิ งานของกองทนุ
(๒) รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านพรอ้ มทัง้ ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ
(๓) มีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลกั ฐานทีเ่ กี่ยวข้องกับกองทนุ จากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาชีแ้ จง
ขอ้ เทจ็ จรงิ เพอื่ ประกอบการพจิ ารณาประเมนิ ผล
มาตรา ๗๗ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุลและบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบ
ภายในหน่ึงรอ้ ยยี่สิบวันนับแต่วนั สิ้นปบี ัญชีทกุ ปี
ให้สำนกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดินเปน็ ผูส้ อบบัญชขี องกองทุนทุกรอบปีแล้วทำรายงานผลการสอบและ
รับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีเพื่อ
คณะกรรมการเสนอตอ่ คณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
๗๖
รายงานผลการสอบบญั ชีตามวรรคสองใหร้ ัฐมนตรีเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาเพือ่
ทราบและจัดใหม้ กี ารประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
หมวด ๙
บทกำหนดโทษ
มาตรา ๗๘ ผใู้ ดฝา่ ฝืนมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ สามเดือน หรอื ปรับไมเ่ กินสามหมื่นบาท
หรอื ท้งั จำท้งั ปรับ
มาตรา ๗๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ มาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๖๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรบั ไมเ่ กินหกหมนื่ บาท หรือทัง้ จำท้งั ปรับ
มาตรา ๘๐ ผู้ใดขัดขวางไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ (๑) หรือ (๕) หรือไม่ยอมส่ง
เอกสารหรือส่งเอกสารโดยรู้อยู่ว่าเป็นเอกสารเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อถูกเรียกให้ส่งตามมาตรา ๓๐ (๔)
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ หนึง่ เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนงึ่ หมนื่ บาท หรือทง้ั จำท้ังปรบั
ผู้ใดไม่ยอมมาให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้ถ้อยคำโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๓๐ (๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน
หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคำกลับให้ข้อความจริงในขณะที่การให้ถ้อยคำยังไม่เสร็จสิ้น
การดำเนินคดอี าญาตอ่ บุคคลนั้นให้เป็นอนั ระงบั ไป
มาตรา ๘๑ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลในการคุมความประพฤติ ห้ามเข้าเขตกำหนด หรือห้ามเข้า
ใกล้ตัวเด็กตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้ง
ปรับ
มาตรา ๘๒ ผู้ใดจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน
คุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูตามมาตรา ๕๒ โดยมิได้รับใบอนุญาตหรือใบอนุญาตถูกเพิก
ถอนหรอื หมดอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึง่ เดือน หรือปรบั ไม่เกินหนง่ึ หมื่นบาท หรือทงั้ จำท้งั ปรบั
ถ้าผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งได้ยื่นคำขออนุญาตหรือยื่นคำขอต่อใบอนุญาตภายในระยะเวลาท่ี
พนกั งานเจ้าหนา้ ที่กำหนด การดำเนนิ คดีอาญาต่อบคุ คลน้นั ใหเ้ ปน็ อันระงบั ไป
มาตรา ๘๓ เจ้าของหรือผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์
สถานคมุ้ ครองสวัสดิภาพ หรอื สถานพัฒนาและฟน้ื ฟผู ูใ้ ดไม่ปฏบิ ัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือ
ระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหม่ืน
บาท หรอื ทงั้ จำทงั้ ปรับ
ถ้าผู้ฝ่าฝนื บทบัญญตั ิในวรรคหนึ่งไดด้ ำเนินการแกไ้ ขหรือปฏบิ ัติตามคำแนะนำของพนกั งานเจ้าหนา้ ที่
หรอื ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดภิ าพเด็กตามมาตรา ๒๔ แลว้ การดำเนินคดีอาญาตอ่ บุคคลนั้นให้เปน็ อนั ระงบั ไป
มาตรา ๘๔ ผู้ใดกระทำการเป็นผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน
คุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูโดยมิได้รับแต่งต้ังตามมาตรา ๕๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
หนึง่ เดือน หรอื ปรบั ไม่เกนิ หนงึ่ หม่นื บาท หรอื ทง้ั จำทั้งปรบั
มาตรา ๘๕ ผู้ใดกระทำการอันเปน็ การยยุ ง ส่งเสริม ช่วยเหลอื หรือสนับสนุนใหน้ กั เรียนหรือนกั ศึกษา
ฝ่าฝืนบทบัญญัติตามมาตรา ๖๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้ง
จำทั้งปรับ
๗๗
มาตรา ๘๖ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๗ ต้อง
ระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หน่งึ เดือน หรือปรบั ไมเ่ กินหนึง่ หมื่นบาท หรือท้ังจำทัง้ ปรบั
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๘๗ ให้สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ และสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
ของหน่วยราชการ หรือของเอกชนที่ได้รับอนุญาต ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ท่ีดำเนนิ กิจการอยู่จนถงึ วนั ที่พระราชบญั ญัติน้ีใชบ้ ังคบั เป็นสถานรับเล้ียงเด็ก สถาน
แรกรบั สถานสงเคราะห์ และสถานคุ้มครองสวสั ดิภาพตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา ๘๘ บรรดากฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม
ความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ และประกาศของคณะ
ปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้คงใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ
พระราชบัญญตั ินี้ จนกวา่ จะมกี ารออกกฎกระทรวง ขอ้ บงั คบั ระเบยี บ ประกาศ หรือคำสง่ั ตามพระราชบัญญัติ
น้ี
ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
พนั ตำรวจโท ทกั ษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบบั น้ี คอื โดยทปี่ ระกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบนั ที่
๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๑๕ ใช้บังคับมาเป็นเวลานานสาระสำคัญและรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิ
ภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก ไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน สมควรกำหนดขั้นตอนและปรับปรุง
วิธีการปฏิบัติต่อเด็กให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และมีพัฒนาการท่ี
เหมาะสม อันเปน็ การส่งเสรมิ ความม่นั คงของสถาบันครอบครวั รวมทัง้ ปอ้ งกันมิให้เด็กถูกทารุณกรรม ตกเป็น
เครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และสมควรปรับปรุงวิธีการ
ส่งเสริมความร่วมมือในการคุ้มครองเด็กระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้
สอดคลอ้ งกบั รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ และอนสุ ัญญาวา่ ด้วย
สิทธิเด็ก จงึ จำเป็นตอ้ งตราพระราชบัญญัตนิ ้ี