The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อ้างอิงจากฉบับจริงที่แจกนักเรียน
(อาจจะมีการใช้อักษรที่ไม่ใช่อักษรข้าราชการ)
ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kittisak Chanlim, 2022-05-11 09:40:04

คู่มือโรงเรียนมณีเสวตรอุปถัมภ์

อ้างอิงจากฉบับจริงที่แจกนักเรียน
(อาจจะมีการใช้อักษรที่ไม่ใช่อักษรข้าราชการ)
ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

คูมอื นักเรยี น
โรงเรยี นมณเี สวตรอปุ ถัมภ
(ฉบบั อา งอิงจากฉบบั ทแ่ี จกนักเรยี น)

ระเ$ยบป()*เ+ยว-บงานทะเ$ยน 3
ระเ$ยบงาน2ดผลและประเ7นผล 7
ห9กฐานทางการ<กษา 15
>องสAดกาญจนาDเษก โรงเFยนมHเสวตรJปKมL 17
MวอNาง ปพ. PควรRSก 20

ระเ$ยบป()*เ+ยว-บงานทะเ$ยน

>> การรับนักเรียนเขาเรียน <<

โรงเรยี นรับนักเรียนชายและหญิง ประเภทไปและกลับ มผี ูปกครองซึง่ เปน
บิดาและมารดา หรอื เปน ผูที่บรรลุนติ ภิ าวะมีอาชีพเปนหลกั ฐานและอยใู นทะเบยี น
บา นเดยี วกัน สมัครไดต ามวันเวลาทกี่ ระทรวงศกึ ษาธิการหรือโรงเรยี นกำหนด

>> การจำหนายนักเรียนออกจากทะเบียน <<

โรงเรยี นจะจำหนายนกั เรียนออกจากทะเบยี นในกรณดี ังตอไปน้ี
1. จบหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน

หรอื จบหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
2. ยา ยสถานศึกษา
3. ลาออกจากโรงเรียนโดยผูปกครองยนิ ยอมและยนื่ คำรอ งขอลาออก

เปน ลายลักษณอ กั ษร
4. ขาดเรยี นติดตอกนั นานเกินสองสปั ดาห และทางโรงเรยี นจะติดตอ

ผูปกครอง ผูปกครองมิไดม าติดตอแจงใหท างโรงเรยี นทราบเปน ลายลักษณอ กั ษร
ใหด ำเนินการนำรายชอ่ื เขาบญั ชนี กั เรยี นแขวนลอย

5.นักเรยี นถงึ แกก รรม

>> การมอบตวั <<

ผูท่ีทำหนาทีม่ อบตัวนักเรียนตองเปนผูปกครองซ่ึงรบั ผิดชอบนักเรียน มชี ่ือ
อยใู นสำเนาทะเบียนบา นเดยี วกันกับนกั เรียน บรรลนุ ติ ิภาวะ และ มอี าชีพเปน
หลกั ฐานพรอ มท้งั นำเอกสารดังตอไปนมี้ ามอบในวนั มอบตัว

✔ ใบมอบตัวการเปน นกั เรยี นของโรงเรยี นตามแบบฟอรม ของโรงเรียน
✔ สำเนาหลกั ฐานแสดงผลการเรียน(ปพ.1) จำนวน 1 ฉบับ พรอ มนำ
เอกสารฉบับจริงมาแสดงดว ย
✔ สำเนาสตู ิบัตรหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนกั เรยี น
✔ สำเนาหลกั ฐานการเปลย่ี นชือ่ หรอื หลกั ฐานการเปลี่ยนนามสกุล(ถามี)
พรอ มฉบบั จรงิ
✔ สำเนาทะเบียนบา นหรือสำเนาบัตรประจำตวั ประชาชนของนกั เรยี น บดิ า
และมารดา
✔ รปู ถายขนาด 1.5 นวิ้

>> การขอพักการเรียน <<

การขอพักการเรยี นกระทำไดใ นขณะท่นี ักเรียนไมส ามารถมาเรยี นไดต ามปกติ
เชน ไดร บั อุบัติเหตุ ปว ยเร้ือรัง เขารว มโครงการแลกเปลี่ยนกับตางประเทศ ฯลฯ
ใหผ ูปกครองย่ืนคำรอ งขอหยดุ การเรยี นพรอ มหลกั ฐาน เชน ใบรับรองแพทย ฯลฯ

>> การขอพักการเรียน <<

ใหผ ูปกครองทลี่ งชื่อในวนั มอบตวั ยื่นคำรอ งขอลาออกตามแบบคำรอ งของ
โรงเรยี นและลงลายมอื ชื่อเปน ลายลักษณอ กั ษร

>> การขอใบรับรองผลการศึกษาเปน หลกั ฐาน <<

กรณผี ูขอใบรับรองผลการศกึ ษาเปนนกั เรยี นตองปฏบิ ัตดิ ังน้ี
1)ขอรบั ใบคำรอ งและกรอกขอมูลใหค รบถวน โดยเขียนชือ่ -นามสกลุ ของ

บดิ า มารดา ใหถ ูกตองและชัดเจนและเปนปจ จบุ ัน ถามียศหรอื บรรดาศกั ดิใ์ ห
เขียนยศหรอื บรรดาศักดปิ์ จ จุบัน(ไมเ ขยี นอกั ษรยอ )

2)สงรูปถายนกั เรียนปจจุบันท่ถี กู ตองตามระเบียบของโรงเรยี น
ขนาด 1.5 นวิ้ (**ไมใ ชร ปู โพราลอยด* *) เพ่ือประกอบการจดั ทำเอกสาร
ฉบับละ 2 รูป

3)ยนื่ คำรอ ง พรอ มรปู ถาย และมารับเอกสารหลังยน่ื คำรอ งแลว
( 3 วันในวันและเวลาราชการ )

>> การขอระเบยี บแสดงผลการเรียน(ฉบับท2่ี )<<
>> (ฉบบั เกา สญู หาย) <<

1) ขอรับใบคำรอ งและกรอกขอมลู ใหค รบถวน
2) สงรูปถายปจ จบุ นั ไมส งั กดั สถานศึกษาใดๆ ถายไวไ มเ กนิ 6 เดอื น
แตงกายสุภาพ เส้อื สีขาวคอปก มแี ขนไมส วมหมวกและแวน ตาดำ ผมสภุ าพ
เรียบรอ ย ไมส วมเครอ่ื งประดับ ขนาด 1.5 น้ิว (**ไมใ ชร ูปโพราลอยด) เพ่อื ประกอบ
การจัดทำเอกสาร ฉบับละ 2 รูป หากเปน นักเรยี นทจ่ี บกอ นปก ารศกึ ษา 2547
ใชร ูปถายขนาด 2 นว้ิ
3) ใบแจงความเอกสารหาย
4) ยน่ื คำรอ ง พรอ มรูปถาย และมารบั เอกสาร หลงั ยื่นคำรอ งแลวในวนั และ
เวลา 3 วนั ทำการ

>> การขอแกไ ขหลักฐานของผูเรยี น <<

การขอเปลีย่ นชื่อ-นามสกุล นักเรยี น บดิ า มารดา ควรดำเนนิ การทนั ทีเม่ือ
มกี ารเปลย่ี นแปลงหลักฐาน เพือ่ ใหห ลกั ฐานถกู ตองและเปน ปจ จบุ ันโดยปฏิบัติ
ดังน้ี

(1) ขอรับคำรอ งและกรอกแบบคำรอ งขอป ล่ยี น ขอแกไ ขหลักฐานของ
นักเรยี นที่งานทะเบียนและวัดผล

(2) นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ และ/หรอื นามสกลุ พรอ มทัง้ สำเนาหนังสอื
สำคัญ การเปลย่ี นแปลงสำเนาทะเบียนบา น สตู ิบัตรที่รบั รอ งสำเนาถูกตองมา
แสดง



ระเ$ยบงาน2ดผลและประเ7นผล

>> การขอแกไ ขหลักฐานของผูเรียน <<

งานวัดผลเปน งานสำคัญของโรงเรยี นเพราะเปน งานที่ทำใหโ รงเรยี นไดท ราบ
ผลสมั ฤทธท์ิ ี่เกดิ ขึ้นจากตวั ผูเรยี นไดผ านกระบวนการจัดการเรยี นรแู ลวการประเมนิ
ตามแนวทางที่กำหนดในหลักสตู รการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ผูเรยี นจะตองผานการ
ประเมินเพือ่ ตัดสนิ การเรยี นผานชว งช้นั ถงึ 4 ดา น ดังนี้

1 การประเมนิ การเรียนกลุมสาระการเรยี นรู 8 กลุมสาระ
2 การประเมนิ การอา น คดิ วิเคราะหแ ละเขยี น
3 การประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
4 การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน

1.การประเมินการเรยี นกลุมสาระการเรียนรู 8 กลุมสาระ

การตดั สนิ ผลการเรียนกลุมสาระการเรยี นรู 8 กลุม เปน เง่ือนไขหนึ่งทผ่ี ูเรยี น
ทกุ คนตองไดร บั การตัดสินผลการเรียนใหเ ปนไปตามเกณฑท ่ีโรงเรยี นกำหนดโดย
โรงเรียนตองจดั ใหผ ูเรยี นไดเ รยี นตามกลุมสาระการเรยี นรทู ั้ง 8 กลุมทง้ั นี้ กำหนด
เปน รายวิชาในรายภาค ซึ่งครอบคลมุ มาตรฐานตัวชวี้ ัดและผลการเรียนรรู ายภาคที่
โรงเรียนกำหนด

1.1 การตดั สนิ ผลการเรยี นกลุมสาระการเรยี นรรู ายปห รอื
รายภาคผฒ"àÃ็ลฒÂÕ ¹

การประเมนิ ผลการเรียน ใชส ัดสวนการประเมนิ ผลระหวา งเรียนมากกวา การ
ประเมินผลปลายภาค ตามอตั ราสวน คะแนน ระหวา งภาค ปลายภาค เทากับ
80:20 ระดบั ผลการเรยี นกลุมสาระการเรียนรรู ายวิชาจำแนกเปน 8 ระดับดงั น้ี

เกรด ชว งคะแนน
4 80-100
3.5 75-79
3 70-74
2.5 65-69
2 60-64
1.5 55-59
1 50-54
0 0-49

1.2 การตัดสินผลการเรยี นกลุมสาระการเรียนรชู ว งชน้ั

ผูเรยี นทกุ กลุมสาระดารเรยี นรทู ั้ง 8 กลุม ครบ 3 ป และไดร บั การตดั สนิ
การเรียนใหผ านทกุ การเรียน ใหผ านทกุ รายวิชาจงึ ถอื วา ผานเกณฑก ารประเมิน
การเรียนรชู ว งชนั้

2.การประเมินการอา น คิด วเิ คราะห

การประเมินโดยคณะกรรมการอา นคิดวเิ คราะหแ ละเขยี น เปน ผานและไมผ าน
ซึ่งผานกำหนดเกณฑก ารตัดสินออกเปน 4 กลุม ดังน้ี

ดเี ยีย่ ม มผี ลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอา นคิด
วเิ คราะหแ ละเขียนท่ีมีคุณภาพเลศิ สุดเสมอ

ดี มผี ลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอา นคดิ
วเิ คราะหแ ละเขียนทม่ี คี ณุ ภาพเปน ทยี่ อมรับ

ผาน มีผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา นคิด
วิเคราะหแ ละเขยี นท่มี ีคณุ ภาพเปน ทย่ี อมรบั แตยงั มขี อ
บกพรอ งบางประการ

ไมผ าน ไมม ีผลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการอา นคิด
วิเคราะหแ ละเขียน หรือถามีผลงาน ผลงานนั้นยงั มี
ขอบกพรอ งทตี่ องไดร บั การปรบั ปรงุ แกไ ขหลายประการ

3.การประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค จำนวน 8 คณุ ลักษณะ คอื

1) รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ 

2) ซื่อสตั ยส จุ ริต •
3)มวี นิ ัย 8)มจี ิตสาธารณะ
4)ใผเรยี นรู
5)อยอู ยา งพอเพียง
6)มงุ มัน่ ในการทำงาน
7)รักความเปน ไทย

การประเมนิ ลักษณะอันเพงิ่ ประสงคของผูเรยี นเปน ผานและไมผ าน ซึ่งผาน
กำหนดเกณฑก ารตัดสนิ ออกเปน 4 กลุมดังนี้

ดีเยี่ยม ผูเรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเปน นิสัย จำนวน
5-8 คุณลักษณะ และ ไมม ีคุณลักษณะใดไดผ ลการ

ประเมินตำ่ กวา ระดับดี

ดี ผูเรยี นมีคณุ ลกั ษณะในการปฏิบัตติ ามเกณฑ เพอ่ื ให
เปน การยอมรบั ของสังคม ไดร ับผลการประเมนิ ระดบั
ดเี ยย่ี ม จำนวน 1-4 คณุ ลกั ษณะ

ผาน ผูเรยี นรบั รแู ละปฏบิ ตั ิตามกฎเกณฑแ ละเง่อื นไขที่
โรงเรยี นกำหนด ไดร ับผลการประเมินระดบั ผาน
ทงั้ 8 คุณลกั ษณะ

ไมผ าน ผูเรียนรับรแู ละปฏบิ ตั ไิ ดไ มค รบตามกฎเกณฑแ ละ
เง่อื นไขท่โี รงเรียนกำหนด โดยพจิ ารณาจากผลการ

ประเมนิ ระดับไมผ านต้งั แต 1 คณุ ลักษณะ

2.การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผูเรียน

การตัดสินการเขารว มกิจกรรม ตองเขารว มกิจกรรมไมน อยกวา รอ ยละ 80
ของเวลาทั้งหมดและผานจุดประสงคไมน อยกวา รอ ยละ 60 โดยใหร ะดับผลการ

ประเมินเปน “ผาน” ในกรณีที่ “ไมผ าน” การเขารว มกิจกรรมพฒั นาผูเรียน ให
ผูเรยี นเขารบั การซอมเสรมิ หรอื เลือกกิจกรรมใหมจ น “ผาน” ครบทุก
กจิ กรรมตามหลักสตู รทโ่ี รงเรยี นกำหนด

>> การขอเปล่ยี นระดับผลการเรียน <<

>เม่ือนักเรยี นไดร ับผลการเรียน "0" ตองปฏิบัตดิ ังน้ี
(5.1) ยื่นคำรอ งขอสอบแกต วั ตามเวลาทโ่ี รงเรียนกำหนด นกั เรยี นจะไดร บั

สำเนาคำรอ งขอสอบแกต ัวทกุ รายวชิ าเปนหลักฐานการเขาสอบ
(5.2) นำใบคำรอ งขอสอบแกต วั แสดงตออาจารยป ระจำวชิ า เพอื่ เขาซอม

เสรมิ และสอบแกต วั ทุกรายวิชาเปน หลักฐานการเขาสอบ
(5.3) ใหส อบแกต วั เพียง 2 ครงั้ เทา นั้น ภายในเวลาทีโ่ รงเรียนกำหนด

ผลการสอบไดไ มเ กนิ " 1 "
(5.4) ถาสอบแกต วั 2 ครั้งเเลวไมผ านจะตองลงทะเบียนเรียนซ้ำตามวนั เเละ

เวลาทีโ่ รงเรยี นกำหนด
>การเปลี่ยนผลการเรยี น " ร "
นักเรยี นทไ่ี มไ ดเ ขารับการประเมินผลปลายภาคเรยี น ทำใหต ดั สนิ ผลการเรียน

ไมไ ดใ นรายวชิ าใดทำใหไ ด " ร " ในรายวชิ านน้ั ใหป ฏบิ ตั ดิ งั นี้
1) ใหผ ูปกครองย่นื คำรอ งขอเลื่อนการสอบพรอ มเอกสารแสดงความ

จำเปน หรือเหตสุ ุดวสิ ยั ท่ีงานวดั และประเมินผลการเรยี น กอ นการสอบหรอื
ภายใน1-2 วนั ทำการ นบั ตั้งแตวนั ทข่ี าดสอบ เพ่ืออนุมัติใหจ ัดสอบในกรณพี เิ ศษ

2) นักเรยี นจะตองนำเอกสารการอนุมตั ใิ หส อบในขอ 1 ไปตดิ ตอครูผูสอน
โดยตรง เพอื่ นดั หมายการสอบในกรณที ีไ่ ด " ร " เน่ืองจากปว ยหรือมเี หตสุ ดุ วิสัย
ทที่ ำใหก ารตัดสนิ ผลการเรยี นไมไ ดแ ละไมไ ดบ นั ทกึ แจงเปน รายลกั ษณอ กั ษรตอ
โรงเรียน ภายหลงั การแก " ร " ผูเรียนจะไดร บั ผลการเรียนปกตคิ อื 0-4 กรณีที่
ได " ร " โดยไมแ จงเหตุผลหรอื มเี หตุไมส มควรหรอื ไมใ ชเ หตุสุดวิสัยหรอื ไมไ ดบ นั ทกึ
แจงเปน รายลกั ษณอ ักษรตอโรงเรียนไว ภายหลังการแก " ร " ผูเรยี นจะไดร บั ผล
การเรียนไมเ กิน 1

>> การมสี ิทธิ์เขารบั การประเมินผลปลายภาคเรียน <<

1) นักเรียนจะตองมเี วลาเรยี นในรายวชิ าน้ันๆ ไมน อยกวา รอ ยละ 80ของ
เวลาเรียนท้งั หมด

2) กรณีนักเรียนมเี วลาเรียนในรายวชิ าน้ันๆ นอยกวา รอ ยละ 80 ของเวลา
เรียนทง้ั หมด แบง การดำเนนิ การเปน 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี

2.1) มเี วลาเรียนนอยกวา รอ ยละ 80 แตมากกวา 60 ของเวลาเรยี น
ทั้งหมด ใหป ฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

2.1.1 พบครูประจำวิชาเพอ่ื ขอเรยี นเพม่ิ เตมิ หรือทำงานตามที่ไดร ับมอบ
หมายเพอื่ ชดเชยเวลาเรยี นที่ขาดไปจะมเี วลาเรยี นครบรอ ยละ 80 ของเวลาเรียน
ท้งั หมด

2.1.2 ย่นื คำรอ งขอมสี ทิ ธิ์สอบปลายภาค ตามประกาศของโรงเรียนเพ่อื
อนมุ ตั ิใหเ ขาสอบปลายภาคเรียน

2.2 กรณเี วลาเรียนนอยกวา รอ ยละ 60 ของเวลาเรียนท้ังหมด
นักเรยี นจะไมม ีสทิ ธส์ิ อบปลายภาคจะตองลงทะเบียนเรยี นซำ้

>> การลงทะเบียนเรียนซ้ำรายวชิ า <<

นกั เรยี นตองลงทะเบียนเรยี นซำ้ รายวิชา ในกรณที ี่ไดร ับผลการเรียน 0 ใน
รายวิชาของสาระการเรยี นรู 8 กลุมและ สอบแกต ัว 2 ครง้ั แลวยงั ไมผ าน หรอื ได
รบั ผลการเรียน ร ในรายวชิ าใดวชิ าหน่งึ และไมส ามารถแกไ ขใหเ สรจ็ สน้ิ ในภาคเรียน
ถัดไป นักเรียนทตี่ องเรียนซ้ำตองปฏบิ ตั ิ ดังนี้

1) ติดตองานทะเบยี นและวัดผล เพ่ือขอลงทะเบียนเรยี นซ้ำตามเวลาท่ี
โรงเรยี นกำหนด

2) นำเอกสารแสดงรายวชิ าทตี่ องเรียนซำ้ และใบลงทะเบยี นเรยี นซำ้ ให
ผูปกครองและครูท่ปี รกึ ษาลงชื่อรับทราบ

3) นำไปลงทะเบียนเรยี นซำ้ สงคนื ท่งี านทะเบียนและวัดผล
4) ติดตอกับครูแตละรายวิชาและหวั หนากลุมสาระการเรยี นรอู ยา งสมำ่ เสมอ
เพ่อื ขอแกไ ขปรับปรงุ ผลงานตามเวลาที่กำหนด
5) เม่อื แกไ ขปรบั ปรุงผลงานเรียบรอ ยแลว ครปู ระจำวชิ าลงลายมืออนุมตั ิผล
การเรยี น นกั เรยี นสงผลการเรยี นซ้ำผานงานทะเบยี นและวดั ผล นกั เรียนสามารถ
ติดตอเพ่อื ขอรบั ทราบผลการเรียนตอไป
6) นกั เรยี นสามารถตดิ ตอขอรับทราบผลการเรียนกับงานทะเบียนของ
โรงเรยี นหลงั จากอนุมตั ิผลการเรยี น

1.3 การตัดสน้ิ ผลซ้ำชั้น มี 2 ลกั ษณะ คือ

(1) ผูเรียนไดร ับการตัดสนิ ผลการเรยี นเฉลี่ยรวมเเลวตำ่ กวา 1.00
(2) ผูเรียนมีผลการเรียน 0,ร,มส เกินครง่ึ หนึง่ ของรายวชิ าทลี่ งทะเบยี นเรยี น
ในปก ารศึกษาในปก ารศึกษานนั้ จะไดร ับการตัดสนิ ผลใฟซำ้ ชั้นเรียน

> การเปล่ยี นผลการเรียน " มผ "

8.1 ย่นื คำขอรอ งแก " มผ " ในกรณที ไ่ี มผ าน ตามวันเวลาทก่ี ำหนด
8.2 พบครูทป่ี รกึ ษากจิ กรรม ทำกิจกรรมในสวนท่ยี ังขาดอยใู หเ สร็จสน้ิ โดย
เร็ว กรณีไมผ านและไมแ ก " มผ " จะไมจ บหลักสูตร

> การทจุ ริตในการสอบหรอื ในงานท่ไี ดร บั มอบหมาย
ผูเรยี นท่ีทำการทจุ ริตในการสอบหรือกระทำการทุจริตในงานท่ไี ดร ับ

มอบหมายในรายวิชาใด ใหไ ดค ะแนน " 0 " ในครั้งนน้ั

>>> การตดั สนิ ผลการเรยี นผานชว งชนั้ จนจบหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาตอนตน และระดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย

ผูเรยี นทม่ี ีผลการประเมนิ ผานเกณฑม าตรฐานครบทงั้ 4 เกณฑเ ปน ผูทรี่ บั
การตดั สินใหผ านในชว งชน้ั ดงั นี้
; ผูที่ผานชว งชัน้ มธั ยมสาปท ี่ 1-3 เปน ผูจบหลักสูตรแกนกลางขั้นพน้ื ฐาน
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน
; ผูที่ผานชว งชั้นมธั ยมสาปท ี่ 4-6 เปนผูจบหลักสูตรแกนกลางข้นั พื้นฐาน
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย

ห9กฐานทางการ<กษา

>> ระเบียนแสดงผลการเรยี น << (Transcript) (ปพ.1)

เปน เอกสารสำหรบั บันทึกขอมูลผลการเรยี นรขู องผูเรยี นตามเกณฑก ารผาน
ชว งช้ันของหลกั สูตรการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานแตละชว งช้นั ไดแ ก การเรยี นรตู ามกลุม
สาระการเรียนรู 8 กลุม ผลการประเมินการอา น คดิ วเิ คราะห เขียน ผลการ
ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคของโรงเรยี น และผลการประเมินกิจกรรม
พัฒนาผูเรียน โรงเรียนจะตองจดั ทำและออกเอกสารใหก บั ผูเรียนเปน รายบุคคล
และเปน หลักฐานในการสมคั รเขาศกึ ษาตอหรือสมคั รเขาทำงานได

>> หลักฐานแสดงวตุ ิการศึกษา << (ประกาศนียบัตร) (ปพ.2)

เปน วฒุ มิ อบใหแ กผ ูสำเรจ็ การศกึ ษา หลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พืน้ ฐาน ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตนและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพอ่ื
ประกาศและรับรองวตุ กิ ารศึกษาของผูเรยี น สงผลใหผ ูเรยี นไดร ับสักและสิทธติ์ างๆ
ของผูเรียน สำเร็จการศกึ ษาตามวุตแิ หง ประกาศนียบัตรนน้ั

>> แบบรายงานผูสำเรจ็ การศึกษา << (ปพ.3)

เปน แบบรายงานชื่อและขอมูลของผูสำเรจ็ การศกึ ษาตามหลักสตู รแกนกลาง
ขน้ั พน้ื ฐาน ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนตนและระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย เพ่อื
ใชเ ปน หลกั ฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยนั และรบั รองความสำเรจ็ และวุติการศึกษา
ของผูสำเรจ็ การศกึ ษาแตละคนท่ีจะจบการศึกษาชว งช้ันเดียวกัน รนุ เดียวกัน ไวใ น
เอกสารฉบับเดียวกนั ตอเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาและกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

>> แบบแสดงผลการพัฒนาคณุ ลักษณะอันพึงประสงค << (ปพ.4)

เปน เอกสารรายงานการพัฒนาการ ดา นคณุ ลกั ษณะของผูเรยี นเกย่ี วกบั คณุ ธรรม
จรยิ ธรรม คานิยมและคณุ ลกั ษณะอนั เพิง่ ประสงคท่สี ถานศกึ ษากำหนดขน้ึ

>> แบบบนั ทกึ การพฒั นาคุณภาพผูเรยี น << (ปพ.5)

เปน เอกสารสำหรับครผู ูสอนใชบ ันทกึ เวลาเรียน ขอมูลผลการวัดและประเมินผล
การเรียนและขอมูลการพัฒนาคุณลกั ษณะอันเพงิ่ ประสงคของผูเรยี นของแตละคน
ท่ีเรียนในหอ งเรียนหรือกลุมเดยี วกัน เพ่อื ใชเ ปน ขอมูลในการจัดกิจกรรมการเรยี น
การสอน ปรบั ปรงุ แกไ ข สงเสรมิ และตัดสินผลการเรียนของผูเรยี น รวมทง้ั ใช
เปน หลักฐานสำหรบั ตรวจสอบยืนยัน สภาพทางการเรยี น การมสี วนรว มใน
กิจกรรมตางๆและผลสัมฤทธิ์ของผูเรยี น

>> เอกสารรายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพผูเรียนรายบุคคล<< (ปพ.6)

เปน เอกสารสำหรับบันทกึ ขอมูลเก่ยี วกบั ผลการเรยี น พัฒนาการในดา นตางๆและ
ขอมลู อ่ืนๆของผูเรยี นทงั้ ที่โรงเรยี นและบา น เพอ่ื ใชส ำหรับสอื่ สารระหวา งโรงเรียน
กบั ผูปกครองของผูเรียน ใหร ับทราบและเกิดความเขาใจในตวั ผูเรยี นรว มกนั

>> ใบรบั รองผลการเรยี น << (ปพ.7)

เปน เอกสารทส่ี ถานศกึ ษาออกใหก บั ผูเรยี นเปน การเฉพาะกจิ เพ่อื ใชเ ปน เอกสาร
สำหรับรบั รองสถานภาพผูเรยี นหรือผลการเรียนของผูเรียนเปน การช่วั คราว ตามที่
ผูเรียนรอ งขอ ท้งั กรณีทผ่ี ูเรยี นกำลังศกึ ษาอยใู นโรงเรยี นและเมือ่ จบการศกึ ษาไป
แลว

!องส%ดกาญจนา,เษก โรงเ1ยนม4เสวตร7ป9ม:

>> วสิ ยั ทัศน <<

มีนิสยั รักการอา น กา วทนั เทคโนโลยี

มคี ณุ ธรรม นอมนำภูมปิ ญ ญา

รักษาความเปน ไทย ใสใจสง่ิ แวดลอม

>> วตั ถุประสงค <<

1) เปน แหลงการศึกษา
2) ชว ยในการศกึ ษาคนควส ดว ยตนเอง
3) ฝก นิสยั รกั การอา น
4) ใชเ วลาวา งใหเ กิดประโยชน

>> ผูมสี ิทธเ์ิ ขาใชบ รกิ ารหอ งสมดุ <<

1) ครู (teachers)

2) นักเรยี น (students)
3) นกั การภารโรง(janitor)
4)ชมุ ชน(community)

>> การทำบัตรสมาชกิ หอ งสมุด <<

1)นำรูปถายขนาด 1 นว้ิ พรอ มเขียนชอ่ื -นามสกลุ ชั้น เลขประจำตัวไวด า น

หลงั รูปใหช ัดเจน
2) กรณีบัตรสมาชิกหายจะตองขอทำบัตรใหมโ ดยเสยี คาปรบั 5 บาท
3) บัตรสมาชิกใชไ ด 3 ปก ารศึกษา เชน ม.1,2,3 หรอื ม.4,5,6

>> การยืมหนงั สอื <<

1) ยืมไดค รงั้ ละ 2 เลม เปน เวลา 7 วนั
2) หนงั สือเลมเดยี วกันสามารถยืมตดิ ตอกนั ได 2 ครง้ั
3) นำบัตรสมาชิกหอ งสมุดมาดว ยทกุ ครง้ั ท่ียมื
4) หา มใชบ ตั รผูอนื่ ในการยืม
5) เวลายืมหนงั สือ คอ เวลาพกั หรือหลงั เลกิ เรียน
**หมายเหตุ**
ยืมได 2 วิธี คอื - ยืมดว ยการเขียนยืม

- ยืมดว ยระบบ E-Library

>> หนังสือจอง <<

หนังสือจอง คือ หนังสือทค่ี รปํ ระจำวิชาส่งั เฉพาะใหน ักเรียนคนควส ทำ
รายงาน ยืมออกไดเ วลา 15:30 น. แลวสงคืนในวนั รงุ ขึ้นกอ นเวลา 08:00 น.

>> การสงคนื หนงั สอื <<

1) สงกอ นหรือตามกำหนดทีป่ ระทับไวห ลังปกหนังสอื
2) สงคนื โดยตรงกบั เจาหนาท่ีเทาน้ัน
3) นำบตั รสมาชิกมาดว ยทุกคร้ัง
4) หนงั สือทส่ี งเกินกำหนดจะถกู ปรับวันละ 1 บาท
5) ถาหนงั สอื ชำรุดหรือสูญหายตองชดใชเ ปน เงนิ 2 เทาของราคาหนังสือ

>> ระเบยี บของหอ งสมุด <<

1)หา มนำกระเปา ถงุ กรรไกร และของมีคมเขาหอ งสมดุ
2) หา มนำสมุดหรอื หนงั สือท่ีไมใ ชข องหอ งสมดุ เขาหอ งสมุด ยกเวน ใบงาน

3) หา มนำขนม ลูกกวาด หมากฝร่งั อาหารและเคร่อื งด่มื เขามารบั ประทาน
4) ไมท ำลายสิ่งของในหอ งสมุดใหเ สยี หาย
5) ไมข ดี เขยี นใดๆ ในหนังสอื
6) ไมล ัก ตัด ฉีก ขโมย หนังสือ

>> ขอควรปฏิบัติในหอ งสมุด <<

1) ไมส งเสยี งดงั
2) ไมห ยิบหนงั สอื มาอา นทีละหลายๆเลม
3) เม่ืออา นหนงั สอื เสรจ็ เรยี บรอ ยเเลวควรเก็บท่ีเดิม
4) ไมท งิ้ เศษกระดาษหรอื หนงั สอื สกปรก
5) ไมว งิ่ เลนในหอ งสมดุ
6) จัดโตะ เกา อี้ เขาทีเ่ ดิมใหเ รยี บรอ ย กอ นออกจากหอ งสมุด

;วอ<าง ปพ. >ควร@Aก
ปพ.1 : ระเบยี บแสดงผลการเรยี น

<<ดา นหนา

ดา นหลงั >>

ปพ.2 : ใบประกาศนียบตั ร

ปพ.4 : แบบแสดงผลการพฒั นาคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค

ปพ.6 : เอกสารรายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพ

ปพ.7 : ใบรบั รองผลการเรยี น


Click to View FlipBook Version