รหัสวิชา 20302-2005
การออกแบบ
สร้างสรรค์
ปวช 1 การออกแบบ
หน่วยที่ 4
องค์ประกอบของการสร้างสรรค์
แนวความคิด
สมรรถนะประจำหน่วย
1. องค์ประกอบการสร้างแนวความคิดการออกแบบ
2. ส่วนประกอบการสร้างสรรค์ในงานออกแบบ
3. ทักษะการสร้างผลงานออกแบบแบบสร้างสรรค์
จากแนวความคิด
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายและความสำคัญการออกแบบ
ได้
2. จำแนกประเภทของการออกแบบ และองค์
ประกอบของการออกแบบได้
แนวคิดใน
การออกแบบ
แนวคิดในการออกแบบ
แสดงออกให้เห็นได้ในผลงานที่ออกแบบหากผู้ออกแบบมี
แนวคิดที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ และมีเอกลักษณ์ของตนการ
ออกแบบนั้นก็จะได้ผลงานที่ดี มีคุณค่า และมีเอกลักษณ์
หากผู้ออกแบบไม่มีแนวคิดที่ดี ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ และไม่มี
เอกลักษณ์ของตน
หรือว่าเพียงแต่เอางานที่มีอยู่เดิมแล้ว มาปรับเปลี่ยนเล็กน้อย
หรือลอกเลียนการออกแบบของผู้อื่น มาดัดแปลงเพียงเล็กน้อย
ผลงานที่ออกมาก็จะไม่มีคุณค่า ไม่มีเอกลักษณ์
เป็นเพียงผลงานการออกแบบที่พื้นๆ ธรรมดา
แนวคิดในการออกแบบที่ดีนั้น
ควรจะต้องมีการคิดอย่างสร้างสรรค์
นักออกแบบที่ดี อย่างน้อยควรมีความรู้พื้นฐาน ในการแก้ไขปัญหาเมื่อมี
ปัญหาก็สามารถรู้ว่าปัญหานั้นเคยได้รับการแก้ไขอย่างไร
นักออกแบบที่ดีควรให้ความสนใจกับ โครงสร้างของงานชิ้นนั้นๆและมี
ความรู้พื้นฐาน ในโครงสร้างลักษณะของการทำงานและลักษณะการใช้งาน
ของสิ่งที่ได้ออกแบบ
แนวคิดในการออกแบบที่ดี ผู้ออกแบบจะต้องไม่สนใจแต่ในความงามเพียง
อย่างเดียว
แนวคิดในการออกแบบที่ดี ต้องใช้งานง่าย และสร้างประโยชน์แก่ผู้ใช้ได้อย่าง
สูงสุด
โดยนักออกแบบที่ดีจะต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากร ได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์นั้น เป็นการผสมผสาน
จินตนาการประสบการณ์ ข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่หรือผล
งานใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนกระบวนการความคิดสร้างสรรค์นั้น
ขึ้นอยู่กับความสามารถของนักออกแบบแต่ละคนนักออกแบบที่ดี
ควรจะมีคุณสมบัติ เช่น จะต้องเป็นคนช่างสังเกตรู้จักตั้งข้อสังเกต
และ มีความมุ่งมั่นทางความคิดไม่ล้มเลิกความคิดนั้นโดยง่า
เพราะในการจะเกิดสิ่งใหม่ๆ อาจจะมาจากการลองผิดลองถูกหลาย
ครั้งหลายหน รู้จักการพิจารณา การคิดวิเคราะห์ปัญหา รู้จักใฝ่หา
เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอสามารถเชื่อมโยงความรู้ ประสบการณ์ และ
จินตนาการสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว
วิธีการคิดและการแก้ปัญหา
นักออกแบบที่ดีควรจะต้องรู้จักที่จะเลือก วิธีการคิดที่เหมาะสมกับ
งานนั้นๆโดยวิธีการคิดและการแก้ปัญหานั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลาย
วิธี ยกตัวอย่างเช่น
การระดมความคิด
นักออกแบบที่ดีควรจะต้องรู้จักที่จะเลือก วิธีการคิดที่เหมาะสมกับ
งานนั้นๆโดยวิธีการคิดและการแก้ปัญหานั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลาย
วิธี ยกตัวอย่างเช่น
การคิดแบบทีละขั้น
เป็นการคิดโดยใช้ประสพการณ์ และความรู้ ในการเรียงลำดับขั้น
ตอนของงานและปัญหาเป็นกระบวนการคิดที่แยกย่อยปัญหาและขั้น
ตอนของงาน ตามลำดับความสำคัญในการออกแบบสิ่งต่างๆ ล้วน
แต่จะต้องมีความสัมพันธ์กับหน้าที่ของสิ่งนั้นมีความสัมพันธ์กับ
ประโยชน์ใช้สอยในการใช้งาน และความสวยงาม
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสิ่งใดๆ หากผู้ออกแบบได้แสดงออกให้
เห็นถึงแนวความคิดที่ดีผสมผสานความมีเสน่ห์ในรูปลักษณ์ กับ
ประโยชน์ใช้สอย มีการใช้งานที่ไม่ยุ่งยากจึงจะถือได้ว่าเป็นการ
ออกแบบที่มีเอกลักษณ์ เป็นการออกแบบที่ดีและนับได้ว่า เป็นการ
ออกแบบที่ประสบความสำเร็จ
ส่วนประกอบสร้างสรรค์
ในงานออกแบบ
ส่วนประกอบสร้างสรรค์
ในงานออกแบบ
ส่วนประกอบสร้างสรรค์ในงานออกแบบหมายถึงสิ่งที่ปรากฏ
แก่สายตารอบๆตัว โดยผู้ออกแบบสามารถนำมาประสานให้เกิดเป็น
ผลงาน ดังนั้น ผู้ออกแบบจึงจำเป็นต้องศึกษาวิเคราะห์ถึง
คุณสมบัติและบทบาทของส่วนประกอบพื้นฐานต่างๆ ให้เกิดความ
เข้าใจพื้นฐานอย่างแท้จริงในข้อดีและข้อจำกัดต่างๆ เพื่อจะได้นำ
ข้อดีของส่วนประกอบมาใช้กับงานออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ
1. จุด (dot)
จุด หมายถึง รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลม ๆ ปรากฎที่พื้นผิว จอร์จ เซอรา (Georges Pierre Seurat) ศิลปินชาวฝรั่งเศส
ซึ่งเกิดจากการจิ้ม กด กระแทก ด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ดินสอ A Sunday on La Grande Jatte
ปากกา พู่กัน และวัสดุปลายแหลมทุกชนิด จุด เป็นต้นกำเนิดของ
เส้น รูปร่าง รูปทรง แสงเงา พื้นผิว ฯลฯ เช่น นำจุดมาวางเรียงต่อ (บ่ายวันอาทิตย์บนเกาะลากร็องด์ฌัต) ปี 1884-1886
กันจะเกิดเป็นเส้น และการนำจุดมาวางให้เหมาะสม ก็จะเกิดเป็นรูป
ร่าง รูปทรง และลักษณะผิวได้
จุดยังได้สร้างความงามธรรมชาติให้เกิดขึ้นอีกมากมาย เช่น
2. เส้น
เส้น โดยพื้นฐานของการออกแบบ ก็คือการเริ่มจาก จุด
หากนำจุดมาเรียงต่อ ๆ กันไปอย่างต่อเนื่อง ก็จะเกิดเป็นเส้นและ
เกิดเป็นรูปร่างขึ้นองค์ประกอบของการออกแบบของ รูปทรง รูป
ร่างก็คือการนำเส้นมาเรียงร้อยประกอบกัน จนเป็นรูปทรงต่างๆ
โดยลักษณะของเส้นจะมี 2 ลักษณะ คือ
เส้นตรง (Straight Line)และ เส้นโค้ง (Curve Line
เส้นแนวนอน เส้นตั้ง เส้นโค้ง เส้นเฉียงหรือเส้น
ทะแยง
ให้ความรู้สึกแสดงออกถึง ให้ความรู้สึกแสดงออกถึง ให้ความรู้สึกแสดงออกถึง
ความเงียบสงบ,ผ่อน ความรู้สึกมั่นคง จริงจัง ความมีชีวิตชีวา ความ ให้ความรู้สึกแสดงออกถึง
คลาย,นิ่งเฉย,เฉื่อยชา อ่อนไหว อ่อนโยน ,มี ความกระตือรือร้น,ว่องไว,ไม่
ความเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง,ไม่มั่นคง
เส้นหยักหรือเส้น เส้นโค้ง เส้นโค้งแบบคลื่ น
ซิกแซก
ให้ความรู้สึกแสดงออกถึง
ให้ความรู้สึกแสดงออกถึง ความเศร้า,อ่อไหว,อ่อนแอ ให้ความรู้สึกแสดงออกถึง
ความตื่นเต้น,ไม่หยุด ความลื่นไหล,การ
นิ่ง,สับสน,วุ่นวาย เคลื่อนไหว,สุภาพ,นุ่มนวล
3. รูปรา งและรูปทรง (shape & form)
รูปร่างและรูปทรง เกิดจากเส้นที่เดินทางครบวงจร ในการ
ออกแบบมักจะกล่าวถึงรูปร่างและรูปทรงควบคู่กันไป แต่โดยข้อเท็จ
จริงแล้ว รูป่างจะมี2มิติ ได้แก่ความกว้างกับความยาวในระนาบ
แบน เหมือนกับการฉายไฟฉายไปที่วัตถุแล้วไฟตกทอดที่ฉาก
ลักษณะเงานั้นถือว่าเป็นรูปร่าง ส่วนรูปทรง3มิติ ได้แก่ ความกว้าง
ความยาวและความลึกนั้นอาจกล่าวได้ว่า ตัววัตถุคือรูปทรง ส่วนเงา
คือรูปร่าง
รูปร่างและรูปทรงซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการออกแบบ
นั้น สามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
- รูปธรรมชาติ (Natural Shape) หมายถึง รูปร่างที่เกิดขึ้นเอง
ตามธรรมชาติ เช่น คน สัตว์ และพืช เป็นต้น
- รูปเรขาคณิต (Geometrical Shape) หมายถึง รูปร่างที่
มนุษย์สร้างขึ้นมีโครงสร้างแน่นอน เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม
และรูปวงกลม เป็นต้น
- รูปอิสระ (Free Shape) หมายถึง รูปร่างที่เกิดขึ้นตามความ
ต้องการของผู้สร้างสรรค์ ให้ความรู้สึกที่เป็นเสรี ไม่มีโครงสร้างที่
แน่นอนของตัวเอง เป็นไปตามอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม เช่นร่างของ
หยดน้ำ เมฆ และควัน เป็นต้น
4. แสงและเงา (Light & Shade)
แสงและเงาหมายถึงแสงจากธรรมชาติเช่นแสงจากดวงอาทิตย์
และแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น แสงจากหลอดไฟ แสงจากเทียนไข ที่
ส่องมากระทบพื้นผิวที่มีสีอ่อน-แก่และพื้นผิวสูงต่ำ โค้งนูนเรียบ
หรือขรุขระ ทำให้ปรากฏแสงและเงาแตกต่างกัน ความเข้มของเงาจะ
ขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มี แสงสว่างมาก เงาจะเข้มขึ้น
และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะเบาบางลงไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสง
สว่างจะ ไม่มีเงาและเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอค่าน้ำหนัก
ของแสงและเงาที่เกิดบนวัตถุสามารถจำแนก เป็นลักษณะที่ต่างๆได้
ดังนี้
4.1 บริเวณแสงสว่างจัด (Hi-light)
เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดของแสงมากที่สุด และจะมี
ความสว่างมากที่สุดในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแสงออกมาให้เห็น
ได้ชัดที่สุด
4.2 บริเวณแสงสว่าง (Light)
เป็นบริเวณที่ส่วนของวัตถุที่ไม่ถูกแสงโดยตรง แต่อยู่ใน พื้นที่ที่
ได้รับแสง
4.3 เงา (Shadow)
เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่างเพียงเล็กน้อย ค่าน้ำหนักในบริเวณ
นี้ จะออกเป็นกลางๆ
4.4 เงามืด(Core of Shadow)
เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงเลยจะมีน้ำหนักเข้มที่สุด
4.5 แสงสะท้อน(ReflectedLight)
เป็นบริเวณที่ไม่ได้ถูกแสงโดยตรงแต่เป็นบริเวณที่ กระทบแสง
สะท้อนจากวัตถุน้ำหนักบริเวณนี้จะอ่อนกว่าบริเวณเงามืด
4.6 เงาตกทอด(CastShadow)
เป็นบริเวณที่เงาตกทอดขึ้นอยู่กับรูปร่างของวัตถุนั้นๆ ตั้งอยู่
บริเวณนี้จะมีนำ้หนักมากกว่าบริเวณที่เป็นแสงสะท้อนค่าความอ่อน-
แก่ของเงาตกทอดจะไม่เท่ากัน ทั้งหมดโดยบริเวณที่ใกล้วัตถุมาก
ที่สุดจะมีน้ำหนักความเข้มมากกว่าบริเวณอื่ น
5. บริเวณว่าง (Space) หรือ ช่องไฟ
หมายถึง บริเวณที่เป็นความว่างไม่ใช่ส่วนที่เป็นรูปทรง หรือ
เนื้อหา ในการจัดองค์ประกอบใดก็ตามถ้าปล่อยให้มีพื้นที่ว่างมาก
และให้มีรูปทรงน้อย การจัดนั้นจะให้ความรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว ใน
ทางตรงกันข้าม ถ้าให้มีรูปทรงมากหรือเนื้อหามาก โดยไม่ปล่อยให้มี
พื้นที่ว่างเลยก็จะให้ความรู้สึกอึดอัด คับแคบดังนั้นการจัดวางใน
อัตราส่วนที่พอเหมาะก็จะให้ความรู้สึกที่พอดีทำให้ได้ภาพที่ได้สัดส่วน
งดงาม
ความหมายของบริเวณว่างในทางทัศนศิลป์
คนเราอาศัยอยู่ในบริเวณว่างในโลกที่เป็น 3 มิติ ที่แสดงความ
กว้าง ความยาว และความลึก ที่ว่างตามปกติจะจะเป็นบริเวณที่หา
ขอบเขตไม่ได้ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เช่นเดียวกับความเวิ้งว้างใน
อวกาศ แต่เมื่อมีสิ่งใด สิ่งหนึ่งปรากฎขึ้น ก็จะเกิดปฎิกริยากับที่ว่าง
นั้นทันที เช่นเดียวกับบริเวณว่าง บนพื้นโลก เมื่อเราอยู่บนที่สูง มอง
ไปรอบ ๆ ตัว เราจะเห็นบางสิ่งใกล้ตัว บางสิ่งไกลออกไป เกิดระยะ
ทางใกล้ ไกล บริเวณว่างลักษณะนี้เรียกว่า.
บริเวณว่างจริง (Physical Space) หรือ
บริเวณว่าง 3 มิติ(Three Dimension Space)
5. สี (Colour)
เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ และมีความโดดเด่น สีเกิดจากแสงที่
ส่องกระทบวัตถุแล้วสะท้อนมาเข้าตาเราทำ ให้เราเห็นเป็นสีฉะนั้นสี
จึงมีความสัมพันธ์กับแสง วัตถุจะดูดสีทั้งหมดของแสงและสะท้อนสี
ของวัตถุออกมา เราจึงเห็นแสงของวัตถุสีในงานศิลปะ ที่เราเรียกว่า
แม่สีวัตถุธาตุหรือสีช่างเขียน ซึ่งเป็นสีที่เกิดจากการผสมของวัตถุ
ธาตุจากธรรมชาติสีเป็นสิ่งที่สร้างงานศิลปะให้สดใสสวยงาม มีชีวิต
ชีวา ตื่นเต้น เร้าใจ และยังมีอิทธิพลต่อมนุษย์ในการมองและให้ความ
รู้สึกทางด้านจิตใจ
วงจรสี ( Colour Wheel)
หมายถึงสีที่เกิดจากการผสมสีเป็นคู่ๆได้จำนวน 6 คู่หรือ 12 สีด้วย
กัน
สีขั้นที่ 1 (Primary Colour) คือสีพื้นฐานมีแม่สี3สีได้แก่สีแดงสี
เหลืองสีน้ำเงิน
สีขั้นที่ 2 (Secondary Colour) เป็นสีที่เกิดขึ้นจากการนำสีขั้น
ที่1หรือแม่สีนำมาผสมกันจะเกิดเป็น สีขั้นที่2จำนวน3สีได้แก่สีส้มสีม่วง
และสีเขียว
สีขั้นที่ 3 (Intermediate Colour)คือสีที่เกิดจากการผสมผสาน
กันระหว่างสีของแม่สีกับสีขั้นที่2 จะเกิดสีขึ้นอีก6สีได้แก่สีน้ำเงินม่วง
(Blue-Violet) สีเขียวน้ำเงิน(Blue-Green) สีเขียวเหลือง (Yellow-
Green) สีส้มเหลือง (Yellow-Orange) สีส้มแดง (Red-Orange) สี
ม่วงแดง (Red-Violet)
สีแท้
หมายถึง สีที่เป็นแม่สีรวมทั้งสีที่เกิดจากการผสมของแม่สีเป็นสีใน
ขั้นที่ 2 และสีขั้นที่ 3ในวงจรสี
สีกลมกลืน (Harmony)
คือ เป็นลักษณะของการใช้สีหรือน้ำหนักของสีให้ใกล้เคียงกัน หรือ
คล้ายคลึงกัน เช่น การใช้สีแบบเอกรงค์เป็นการใช้สีเดียวที่มีน้ำหนักอ่อน-
แก่ หลายลำดับ การใช้สี เคียงข้างกันเป็นการใช้สี2-3สีในวงสีเช่นสีแดงสี
ส้มแดงและสีม่วงแดง เช่น
สีตัดกัน (Contrast)
คือ สีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงจรสีการใช้สีให้ตัดกัน มีความจำเป็น
อย่างมากในงานการออกแบบเพราะช่วยให้เกิดความน่าสนใจในทันทีที่
พบเห็น
ในกรณีการใช้สีตัดกันผู้ใช้มีวิธีการใช้หลายวิธีเช่นใช้สีให้มีปริมาณต่างกัน
เช่นใช้สีแดง20% สีเขียว 80% ในการออกแบบหรือการจัดภาพ สีมี
คุณสมบัติที่ทำให้เกิดความกลมกลืน หรือขัดแย้ง สีสามารถทำให้เกิดจุด
เด่นและการรวมกันให้เกิดเป็นหน่วยเดียวกันได้
อิทธิพลของสีที่มีต่อการออกแบบ
1. สีสร้างความรู้สึก เป็นสีที่ผู้พบเห็นมีความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์ของแต่ละคน สีบางสีสามารถรักษาบำบัดโรค
บางชนิดได้ตลอดจนการใช้สีในการออกแบบ ตกแต่งภายในหรือภายนอก
อาคารก็จะมีผลต่อการสร้างบรรยากาศให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมได้
2. สีสร้างความน่าสนใจ สีบางสีมีอิทธิพลต่องานศิลปะการออกแบบ
โดยจะช่วยสร้าง ความประทับใจและความน่าสนใจต่อการพบเห็น
3. สีบอกสัญลักษณ์ของวัตถุ สีสามารถบอกสัญลักษณ์ของวัตถุชนิด
ต่างๆเช่น สีแดงบอก สัญลักษณ์ของอันตรายสีเขียวบอกสัญลักษณ์ของ
ความปลอดภัย
4. สีช่วยในการรับรู้และจดจำ สีที่นำมาใช้ในศิลปะการออกแบบมีความ
ต้องการให้ผู้พบเห็น เกิดการจดจำในรูปแบบและผลงานหรือเกิดความ
ประทับใจการใช้สีจะต้องสะดุดตาและมีเอกภาพ
จิตวิทยาของสี
สีต่างๆที่เราสัมผัสด้วยตาจะทำให้เกิดความรู้สึกขึ้นภายในตาเราทันที
ที่เรามองเห็นสีไม่ว่าจะเป็น การแต่งกายบ้านที่อยู่อาศัยเครื่องใช้ต่างๆ
ตามหลักจิตวิทยาสีทำให้เกิดความรู้สึกต่างๆดังนี้
สีแดง ให้ความรู้สึกกล้าหาญ ร้อนแรงอันตราย
สีส้ม ให้ความรู้สึกกระตุ้นตื่นเต้นสนุกมีพลัง
สีม่วง ให้ความรู้สึกภูมิฐานเศร้าหมอง
สีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกเงียบสงบหนักแน่นสุขุม
สีเขียว ให้ความรู้สึกเงียบสงบสดชื่นสุขุม
สีเหลือง ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา ร่าเริง
สีชมพู ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์มีชีวิตสดชื่น
สีดำ ให้ความรู้สึกเศร้าลึกลับความตาย
สีขาว ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา
สีเทา ให้ความรู้สึกเก่ามีอายุ
สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกทรุดโทรมเก่าแก่
สีทอง ให้ความรู้สึกหรูหรา โอ่อ่าความสุขมั่งคั่ง
ขอบคุณครับ