สวสั ดีนกั เรียนท่ีน่ารักทุกคนคะ
เรียนรู้ภาษาเพอ่ื สื่อสารอยา่ งมีประสิทธิภาพ
๑. ภาษาพฒั นาความคดิ ๒. คุณธรรมและมารยาทในการ
ส่อื สาร
๓. ชาญฉลาด ๔. วิจารณญาณใน
ถามตอบ การฟังและการอา่ น
รอบคอบคดิ
๕. การพดู ตอ่ ที่
ประชุมชน
๖. การสอื่ สารในการ ๗. การเขยี นรายงาน
ประชุม เชิงวิชาการ
๘. การเขยี นส่อื สารเชิง ๙. การเขยี นเรยี งความ
กจิ ธุระ เกีย่ วกบั การมจี ติ
สาธารณะ
ภาษาพฒั นาความคดิ
ตวั ชี้วดั
➢ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคดิ เหน็ โตแ้ ยง้ เกย่ี วกบั เรอ่ื งท่ี
อ่าน และเสนอความคดิ ใหมอ่ ยา่ งมเี หตุผล
(ท ๑.๑ ม.๔-๖/๕)
ภาษากบั ความคิด ทศิ ทางการคิด
ประเภทของการคดิ การแสดงเหตุผลโดยใช้ภาษา
ปัจจยั ทส่ี ง่ เสรมิ การคดิ อุปสรรคในการคิด
ภาษากบั ความคดิ
การคิดเป็นกระบวนการทางานของสมอง โดยนาข้อมูล ความรู้
ประสบการณต์ ่าง ๆ ท่ีเก็บสะสมไวแ้ ละไดร้ บั ใหม่มาจัดอย่างเป็ นระบบ
เพ่ือนามาใช้ หรือเพ่ือหาคาตอบหรือทางออกเก่ียวกับเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง
เชน่ การคดิ แกป้ ัญหา การคดิ สรา้ งสรรคส์ ่งิ ใหม่ ๆ
ซง่ึ ผลของกระบวนการคดิ ก็คอื ความคิด
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากบั ความคดิ
ความคิดของมนษุ ยส์ ามารถแสดงออกมาไดโ้ ดยการใชภ้ าษา ทาใหภ้ าษากบั ความคดิ มคี วามสมั พนั ธก์ นั อย่างแยกไม่ออก ดงั นี้
๑. ภาษาเป็ นเคร่อื งมอื สอ่ื ความคิด
ภาษาแบง่ เป็นภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาท่าทาง มนุษยต์ ิดต่อกันโดย
ใชภ้ าษาเป็นส่อื ภาษาจึงเป็นเคร่ืองมือในการรวบรวมประสบการณก์ ารเรียนรู้
ของมนษุ ย์ และถ่ายทอดความคดิ ของตนเองใหผ้ อู้ ่นื รบั รู้
๒. ภาษามอี ิทธพิ ลตอ่ ความคิด ภาษาช่วยกาหนดความคิดของมนุษย์ เช่น ในการตัง้ ช่ือบุคคลหรือสถานท่ี
และความคดิ กม็ อี ิทธิพลตอ่ ภาษา มกั ตง้ั ช่อื ใหเ้ ป็น
สริ มิ งคลแกต่ น
นอกจากนี้ เม่ือมนษุ ยต์ ้องการถ่ายทอดความต้องการของตน ก็จะเลือก
ถอ้ ยคาท่สี ่อื ความหมายใหต้ รงกบั ความคิด
๓. ภาษาชว่ ยพฒั นาความคดิ และ ความสามารถในการคิดและการใชภ้ าษาเป็นส่ิงท่ีคู่กนั มนษุ ยใ์ ช้ภาษาในการ
ความคดิ ช่วยพฒั นาภาษา แสดงความคิด เพ่อื ใหผ้ อู้ ่นื เขา้ ใจโดยการนาถอ้ ยคามาเรียบเรียงและถ่ายทอด ซ่งึ การทา
เช่นนีท้ าให้ความคิดได้รับการขัดเกลา เม่ือมีความคิดกว้างไกลก็จะรูจ้ ักใช้ภาษาได้
กวา้ งขวางขนึ้
ทศิ ทางการคดิ
ความคิดของมนษุ ยเ์ ป็นส่งิ ท่ีไม่มีตัวตน แต่เราสามารถรูค้ วามคิดของบคุ คลต่าง ๆ ได้ เม่ือบคุ คลน้นั แสดงความคิดออกมาเป็น
คาพดู และการกระทา ซ่งึ ทิศทาง การคิดแบง่ ไดด้ งั นี้
๑. การคิดใน การคดิ ในส่งิ ท่เี ป็นประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวมทาใหเ้ กิดความเจริญงอกงาม เม่ือ
ทางวฒั นะ มที ิศทาง
การคดิ ท่เี ป็นประโยชนย์ อ่ มสง่ ผลใหเ้ รามีการกระทาท่ดี ีดว้ ย
๒. การคดิ ใน
ทางหายนะ การคดิ ท่กี ่อใหเ้ กิดความเดอื ดรอ้ นแก่ตนเอง
และผอู้ ่นื การคดิ ในทิศทางนจี้ ะนาพาใหเ้ รามกี ารกระทา
ท่ไี ม่ดี ไม่ถกู ตอ้ ง สรา้ งความเสยี หายตา่ ง ๆ
ประเภทของการคดิ มี ๒ ประเภท
๑. การคดิ อย่างมีเหตผุ ล เป็นการคิดเพ่ือหาขอ้ สรุปของเร่ืองใดเร่ืองหน่งึ อย่างสมเหตุสมผล โดย
อาศัยหลักการหรือข้อเท็จจริงท่ีถูกต้องมาสนับสนุนอย่างเพียงพอ โอกาส
ผิดพลาดจงึ มนี อ้ ย
๒. การคิดอย่างไม่มเี หตผุ ล เป็นการคิดท่ขี าดขอ้ เทจ็ จริงมาสนับสนนุ ผลของการคิดจงึ มักผิดพลาด
ไม่เกิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสว่ นรวม
ตวั อยา่ งการคิดอยา่ งมีเหตุผล
การท่ขี า้ พเจา้ ไดบ้ รจิ าคเงนิ ช่วยเหลอื เพ่อื นมนษุ ยท์ ่ปี ระสบภยั พบิ ตั ิในประเทศตา่ ง ๆ เพราะตอ้ งการช่วยชีวิตพวกเขา ตอ้ งการ
ใหพ้ วกเขามคี วามสขุ ไมอ่ ดอยาก และชว่ ยเหลอื ประเทศตา่ ง ๆ ท่ปี ระสบอบุ ตั ิภยั ใหอ้ ย่รู อดได้
ขอ้ สนับสนุนดงั กล่าวนีล้ ว้ นเป็ นเหตุผลทตี่ งั้ อยใู่ นหลกั ความเป็ นจรงิ และพสิ ูจน์ได้
ตวั อยา่ งการคิดอยา่ งไมม่ ีเหตผุ ล
การท่ขี า้ พเจา้ ไดบ้ ริจาคเงินชว่ ยเหลอื เพ่อื นมนษุ ยท์ ่ปี ระสบภยั พิบตั ิ
ในประเทศต่าง ๆ เพราะจะชว่ ยใหข้ า้ พเจา้ มอี ายยุ ืน ชาตหิ นา้ จะไดไ้ มอ่ ดอยาก
และจะไดเ้ กิดในประเทศท่อี ดุ มสมบรู ณ์
ขอ้ สนับสนุนดงั กลา่ วนีเ้ ป็ นความเช่ือทพี่ สิ ูจนไ์ ม่ได้ และไม่สามารถเหน็ ไดจ้ รงิ
การแสดงเหตุผลโดยใช้ภาษา
การแสดงเหตผุ ลตอ้ งประกอบดว้ ยส่วนสาคญั ๒ สว่ น คอื
เหตุผลหรือ
ข้อสนับสนุน
ข้อสรุป
(ใจความสาคญั )
การใช้ภาษาเพอ่ื แสดงเหตผุ ลจงึ มีหลกั ในการเรียบเรียง ดงั นี้
๑. ใช้สันธานเพอื่ แสดงเหตุผล เชน่ เพราะวา่ เพราะฉะนนั้ โดยท่ี
ฉะนนั้ เน่ืองดว้ ย...จงึ ทงั้ นีเ้ พราะวา่ เหตผุ ลก็คอื
เน่ืองจากเนอื้ ปลาเป็นโปรตีนท่ีย่อยง่าย ปราศจากไขมนั มีราคาย่อมเยา และหาซือ้ ไดง้ ่าย เพราะฉะนั้นขา้ พเจา้ จึงนิยม
รบั ประทานอาหารประเภทปลา
เนื่องดว้ ยเกดิ อทุ กภยั ท่จี งั หวดั อยธุ ยา มชี าวบา้ นจานวนมากไดร้ บั ความเดือดร้อนอดอยากไร้
ท่อี ยอู่ าศยั ขา้ พเจา้ จงึ ตดั สนิ ใจบรจิ าคเงินช่วยเหลอื ในครงั้ นดี้ ว้ ย
๒. เรยี บเรยี งเนือ้ ความใหเ้ ป็ นเหตุเป็ นผลกัน โดยไม่ตอ้ งใช้สันธานเชอื่ ม
ช่วงนกี้ ารจราจรตดิ ขดั ขอใหต้ ารวจจราจรปฏิบตั ิ
หนา้ ท่อี ย่างเตม็ ความสามารถ
อณุ หภมู ลิ ดลงทาใหด้ อกไมบ้ างชนดิ บานเต็มท่ี
การปิดไฟดวงท่ไี ม่ใชง้ านชว่ ยลดภาวะโลกรอ้ นได้
ปัจจัยทส่ี ่งเสริมการคดิ
แมก้ ารคดิ จะเป็นกระบวนการทางานของสมอง แต่ยอ่ มเก่ยี วโยงถงึ จติ ใจและร่างกาย รวมถงึ สภาพแวดลอ้ มท่ีเป็นอย่ใู นขณะ
คิดดว้ ย การคดิ จะมปี ระสทิ ธิภาพหรอื ไม่จงึ ขนึ้ อยกู่ บั ปัจจยั ต่อไปนี้
๑. ความรู้ ๒. ทกั ษะการใช้ภาษา
๓. สภาพรา่ งกาย ๔. สภาพแวดลอ้ ม
และจติ ใจ
๑. ความรู้ นบั เป็นเร่อื งสาคญั ของการคดิ ผทู้ ่หี ม่นั ศึกษาหาความรูจ้ ะ
สามารถหาขอ้ เท็จจรงิ ท่ถี กู ตอ้ งในเร่อื งท่คี ิดไดม้ าก ถา้ ผใู้ ดไม่มีความรูก้ ็
จะไมส่ ามารถคิดอยา่ งมเี หตผุ ลได้ หรอื ท่เี รยี กวา่ ไม่มคี วามคดิ
๒. ทักษะการใช้ภาษา ผูท้ ่ีมีทักษะการใช้ภาษาดีจะรู้จักเลือกใช้
ถอ้ ยคามาสอ่ื ความหมาย
ในการคดิ ไดช้ ดั เจน ทาใหค้ ดิ ไดก้ วา้ งไกล
สว่ นผทู้ ่ไี มร่ ูจ้ กั ใชถ้ อ้ ยคาจะคดิ ไดแ้ คบ
เพราะไมม่ ีเคร่อื งชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจความคิดได้
๓. สภาพร่างกายและจิตใจ บคุ คลท่ีมีสุขภาพร่างกายและ
จติ ใจแข็งแรงยอ่ มคดิ อะไรไดถ้ ่ถี ว้ น สว่ นบคุ คลท่ีมีสขุ ภาพร่างกายและ
จติ ใจไม่ปกติ สมรรถภาพในการคดิ ก็อาจบกพร่องตามไปดว้ ย
สภาพแวดล้อม การอย่ใู นสภาพแวดลอ้ มท่ีเย็นสบาย เงียบ
สงบ ทาให้การคิดฉับไว แต่การอยู่ในสถานท่ีท่ีมีเสียงอึกทึก ผู้คน
พลกุ พลา่ น อากาศถา่ ยเท
ไม่สะดวก ย่อมทาใหก้ ารคดิ ตดิ ขดั ได้
อุปสรรคในการคดิ
๑. อคติ
๒. ความเร่งรัด
๓. ความซา้ ซากจาเจ
๑. อคติ ความลาเอยี งเขา้ ขา้ งฝ่ายใดฝ่ายหนง่ึ ทาใหข้ าดเหตผุ ล
ไม่พิจารณาตามความเป็นจริง การคิดท่ีดีจงึ ควรพิจารณาตามความถูกตอ้ ง และขจดั ความรูส้ ึก
ชอบหรอื ไม่ชอบออกไป
๒. ความเร่งรัด การคดิ ท่มี เี หตผุ ลตอ้ งใชเ้ วลาไตรต่ รองใหร้ อบคอบเพ่ือหาขอ้ เท็จจริงท่ีถูกตอ้ งมาสนับสนนุ การคิด
อยา่ งเรง่ รบี กจ็ ะ
ทาใหค้ ดิ ไดไ้ ม่ละเอยี ดหรอื ผดิ พลาด
๓. ความ การทางานหนกั ตรากตราหรอื ซา้ ซากจาเจ ถงึ แมจ้ ะมสี ขุ ภาพดีก็อาจทาใหเ้ กิดความเหน่ือยลา้ หรือ
ซา้ ซากจาเจ เบอ่ื หนา่ ย สง่ ผลใหค้ วามคดิ ไม่มปี ระสทิ ธิภาพได้
ภาษาพฒั นาความคดิ
• การคิด คือกระบวนการทางานของจิตใจหรือสมองมนุษยใ์ นขณะทพี่ ยายามหาคาตอบเกี่ยวกบั
เร่อื งใดเรือ่ งหน่ึง
• ความคิด คือผลของการคิด ภาษา คือระบบสญั ลกั ษณท์ ม่ี กี ฎเกณฑต์ า่ งๆ
• ระเบียบวธิ ีคดิ มี ๓ วิธีคอื ๑. วิธีคดิ วิเคราะห์ ๒. คดิ สังเคราะห์ ๓. คดิ ประเมินคา่
ระเบียบวธิ ีคดิ
ระเบียบวธิ ีคดิ มี ๓ วธิ ีคอื
• ๑. วิธีคดิ วเิ คราะห์
• ๒. วิธีคิดสงั เคราะห์
• ๓. วธิ ีคิดประเมินคา่
การคิดวเิ คราะห์ (CRITICAL THINKING)
• การคดิ วเิ คราะห์ (CRITICAL THINKING) คาว่า คดิ หมายถงึ นึกคดิ ระลึก ตรึกตรอง ส่วนคาว่า วิเคราะห์
หมายถึงว่า ดู สังเกต ใคร่ครวญ อย่างละเอยี ดรอบครอบในเร่ืองราวต่างๆ อย่างมีเหตผุ ล โดยหาส่วนดี ส่วน
บกพร่อง หรือจุดเด่นจุดด้อยของเรื่องน้ันๆ แล้ว เสนอแนะส่ิงที่ดที ี่สุด ...
• วธิ ีคิด 1. การวเิ คราะห์ส่วนประกอบ 2. การวิเคราะห์ความสัมพนั ธ์ 3.การคดิ วเิ คราะห์หลักการ
การคิดสงั เคราะห์ (SYNTHESIS – TYPE THINK)
• การคิดสังเคราะห์ หมายถึงความสามารถในการคิดท่ีดึงองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ มาหลอมรวมกันภายใตโ้ ครงร่างใหมอ่ ยา่ ง
เหมาะสม เพื่อให้เกิดสิ่งใหมท่ ่ีมีลักษณะเฉพาะแตกต่างไปจากเดิม
• วิธีการคดิ
• กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ของสิ่งใหม่ทีต่ ้องการสร้างหรือสังเคราะห์ขนึ้
• ศึกษาส่วนประกอบหรือวเิ คราะห์ข้อมูลท่สี อดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์
• เลือกและนาข้อมูลทีส่ อดคล้องกับวัตถุประสงค์มาจัดทากรอบแนวคดิ สาหรบั สร้างส่ิงใหม่
• สร้างสิ่งใหม่ตามวัตถุประสงค์และกรอบแนวคดิ ท่กี าหนดโดยการผสมผสานส่วนประกอบ/ข้อมูลที่เลือกรวมท้ังข้อมูลอ่ืน ๆ ตาม
ความเหมาะสมและความจาเป็ น
• ตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม ปรับปรุงแก้ไข และนาไปใช้ประโยชน์
การคดิ ประเมนิ ค่า
• การประเมินคา่ คอื การใช้ดลุ ยพินิจพจิ ารณาแล้วตดั สินคุณค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่ิงน้ันอาจเป็ น วตั ถุ
ผลงาน การกระทา หรือกิจกรรม ก็ได้ ในการตัดสินคณุ ค่าอาจบง่ ชวี้ า่ สิ่งน้ันดหี รือเลว เป็ นคณุ หรือโทษ
มีประโยชนห์ รือไม่มีประโยชน์ คมุ้ หรือไมค่ มุ้
• วธิ ีคดิ ประเมนิ คา่ มีแนวปฏิบัติดังนี้
• ๑. ทาความเขา้ ใจกับส่ิงทเ่ี ราจะประเมนิ (วเิ คราะห)์
• ๒. กาหนดหลักเกณฑใ์ นการประเมินค่าใหช้ ัดเจน
• ๓. ถา้ จะประเมนิ คา่ โดยไมใ่ ช้เกณฑ์
เรียนรู้อย่างมสี ตแิ ละปัญญา
• คดิ ก่อนพดู