การใช้ถ้อยคำถูกต้อง
ชัดเจน เหมาะสม
จบ
ความหมาย
ใช้ให้เหมาะสมกับความหมาย
ใช้คำและกลุ่มคำให้ถูกต้องเหมาะสมตามความนิยม
ใช้คำและกลุ่มคำให้ถูกต้องเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
ใช้คำและกลุ่มคำไม่ซ้ำซาก
การใช้คำและกลุ่มคำให้ถูกต้องเหมาะสมตามความหมาย
การใช้คำที่มีความหมายนัยตรง
ไม่ใช้คำที่ทำให้คนเข้าใจความหมายมากกว่า ๑ อย่าง
ต้องรู้จักความหมายเฉพาะของคำ
เลือกใช้คำที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคำอื่น
การใช้คำที่มีความหมายนัยตรง
ต้องระวังไม่ให้ผู้ฟังหรือผู้รับสารคิดไปในทาง
ที่มีความหมายโดยนัยประหวัด โดยต้องใช้
คำที่มีความหมายกระชับ หรือใช้บริบท เช่น
“เราต้องทำงานเหล่านี้อย่างมีแผนนะ”
ความหมายโดยนัยตรง
คือ การเตรียมอย่างรอบคอบ
ความหมายโดยนัยประหวัด
คือ การใช้อุบายหรือเล่ห์เหลี่ยม
ผู้โดยสาร : จากที่นี่ไปสถานีขนส่ง ๑๐ นาทีถึงไหม
คนขับรถโดยสาร : ไม่ถึง
ปรากฏว่าเพียง ๕ นาทีก็ถึงสถานีแล้วผู้โดยสารจึงร้องว่า
ผู้โดยสาร : ไหนว่า ๑๐ ทีจะไม่ถึงสถานีไงล่ะ
คนขับรถโดยสาร : อ้าว ! ก็ ๕ นาที ยังไม่ถึง ๑๐ นาทีต่างหาก
ควรถามว่า
“จากที่นี่ใช้เวลา ๑๐ นาที จะถึงสถานีไหม”
คำตอบ “ไม่ถึงหรอกครับ”
ต้องรู้จักความหมายเฉพาะของคำ
มิฉะนั้นอาจจะใช้คำผิดความหมายหรือความ
หมายคลาดเคลื่อนไปจากวัตถุประสงค์ อาจ
ทำให้เข้าใจผิดหรือเข้าใจสับกัน เช่น
“กล้วยปิ้ง” กับ “กล้วยเผา”
กล้วยที่ปอกเปลือก กล้วยที่ทำให้สุก
แล้วทำให้สุกโดยวาง ทั้งเปลือกด้วยวิธี
เรียงไว้บนเตา เดียวกันต้องใช้คำ
ต้องใช้คำว่า ใช้คำว่า
กล้วยปิ้ง กล้วยเผา
เลือกใช้คำที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคำอื่น
คำประเภทนี้ไม่สามารถกำหนดความหมายได้
แน่ชัด เพราะไม่แสดงสถานการณ์ ปรากฏการณ์
โดยตรง แต่เป็นคำที่มีความสำคัญทำให้เกิด
ความหมายชัดเจนในการสื่อสาร
เลือกใช้คำที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคำอื่น
“เกิดอุบัติเหตุกลางทะเล เรือเดินสมุทรชน
ดับมีผู้โดยสารเสียชีวิตอย่างน้อย ๒๐ ศพ”
เป็นคำตอบที่ ผิด
เลือกใช้คำที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคำอื่น
“เกิดอุบัติเหตุกลางทะเล เรือเดินสมุทรชน
ดับ มีผู้โดยสารเสียชีวิตอย่างน้อย ๒๐ คน”
เป็นคำตอบที่ ถูกต้องนะครับ
คำที่มีความหมายเหมือนกัน
• บางครั้งอาจจะใช้แทนกันได้
• แต่บางครั้งก็อาจจะใช้แทนกันไม่ได้
ตัวอย่างคำที่มีความหมายว่า “มาก”
ที่นี่ยุงชุม
ที่นี่ทุเรียนดก
เมื่อคืนนี้ฝนตกหนัก
ปีนี้ฝนตกชุกกว่าปีกลาย
โจรผู้ร้ายในบ้านเมืองเราชุกชุม
ผู้คนชมงานกันแน่นขนัด
ผู้คนเข้าร่วมพิธีการอย่างล้นหลาม
• การใช้คำในที่สาธารณะหรือสถานที่สำคัญ
• การพูดกับบุคคลที่เรายกย่อง
ตัวอย่าง การพูดเรื่องการกลับบ้านผิดเวลา
• พ่อพูดกับลูกชาย “อู๊ด แกไปไหนของแกมานะ กลับค่ำ.
ทุกวัน บอกมาซิ”
• ลูกสาวพูดกับแม่ “คุณแม่คะ หมู่นี้คุณแม่กลับบ้านค่ำๆ
ทุกวันล่ะค่ะ
• เพื่อนพูดกับเพื่อน “ เฮ้ย วิทย์ มีคนบอกว่า หมู่นี้มีคน
กลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ จริงไหม”
ตัวอย่าง การขอให้ช่วยจดบันทึกข้อความ
• ครูพูดกับลูกศิษย์
“เธอช่วยจดบันทึกสั้นๆ ไว้เรียนอาจารย์นงเยาว์ด้วยนะ
ขอบใจมาก”
• นักธุรกิจพูดกับภรรยาของเพื่อนทางโทรศัพท์ “คุณจี๊ด
กรุณาช่วยจดข้อความนี้ไว้ให้บุญชัยเขาด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ”
การใช้คำและกลุ่มคำไม่ซ้ำซาก
การใช้คำเดิม ๆ อาจจะทำให้ข้อความไม่
น่าสนใจ ดังนั้นจึงต้องรู้จักวิธีหลากคำ
คือการเลือกใช้คำให้ต่างกันออกไป
แต่คำเหล่านั้นมีความหมายคล้ายคลึงกัน
ตัวอย่างเช่น
การใช้คำที่มีความหมายคล้ายกัน
มีอยู่มากในภาษาไทย คำเหล่านี้ถึงแม้จะมี
ความหมายร่วมกัน แต่ก็ยังมีส่วนที่ต่าง
กัน จำต้องพิจารณาเลือกใช้ให้ตรงกับ
ความหมายแท้จริงตามความประสงค์
ตัวอย่าง
ตัด ฟัน ฝาน เฉือน
มีความหมายร่วมกัน คือ ทำให้ขาดจากกัน
ตัด เป็นอาการที่ไม่ต้องยกแขนขึ้น
๏ เขาตัดกระดาษเป็นชิ้นเล็กๆ
ฟัน ต้องยกแขนขึ้นฟาด
๏ เขาฟันหยวกกล้วยเต็มแรง
ฝาน ตัดออกเป็นแผ่นๆ
๏ แม่ฝานมะม่วงไว้ให้ลูก
เฉือน ตัดเพียงบางส่วน
๏ แม่เฉือนหมูแบ่งแช่ไว้ในตู้เย็น
ตัวอย่าง
เพ่ง จ้อง มอง ดู
ความหมายร่วมกันคือ เห็นด้วยสายตา
เพ่ง เป็นอาการดูอย่างเจาะจง อย่างพิจารณา
๏ เขาเพ่งตัวหนังสือจนปวดตา
จ้อง เป็นอาการดูอย่างเจาะจง
๏ เธอรู้สึกเขินที่ถูกจ้อง
มอง เป็นอาการทอดสายตาตรงไปยังสิ่งหนึ่ง สิ่งใด
อาจเห็นหรือไม่เห็นก็ได้
๏ เขามองไปข้างหน้า
ดู เป็นอาการทอดสายตาตรงไปยังสิ่งหนึ่งสิ่งใด และ
เห็นสิ่งนั้น
๏ เขาชอบดูละคร
ตัวอย่าง
คั่ว ผัด ทอด รวน เจียว
มีความหมายร่วมกัน คือ ทำให้สุก
(ตัวอย่างที่๑) (ตัวอย่างที่ ๒ )
การใช้คำและกลุ่มคำที่ทำให้มองเห็นภาพหรือ
ให้ความรู้สึกชัดขึ้นเป็นพิเศษ
ความรู้สึกที่ผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น
กาย ใจ ทั้ง ๖ ทางนี้ ปกติแล้วมีคำ
ใช้มากมายในภาษา
ทางตา มีคำที่บอกลักษณะของสี รูปร่าง
ระยะทาง ฯลฯ เช่น เขียว แดง ใหญ่
ยาว ไกล ใกล้ เป็นต้น
หู มีคำที่บอกลักษณะของเสียง เช่น แหลม
ทุ้ม ก้อง ค่อย ดัง เป็นต้น
ทางจมูก มีคำที่บอกลักษณะของกลิ่น เช่น หอม
เหม็น หืน อับ เป็นต้น
ทางลิ้น มีคำที่บอกลักษณะของรส เช่น เปรี้ยว
เค็ม หวาน ฝาด ขม เป็นต้น
ทางกาย มีคำที่บอกลักษณะของความรู้สึกสัมผัส
เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง
หย่อน ตึง เป็นต้น
ทางใจ มีคำที่บอกลักษณะของความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ภายในใจ เช่น กลัว สนุก
ดีใจ โกรธ เกลียด โลภ หลง สงสาร เป็นต้น
ตัวอย่าง
คำ เขียว อาจขยายด้วยคำ ขจี เป็น เขียวขจี
เช่นประโยค “ในฤดูฝนทุ่งหญ้าเขียวขจีผิดกับฤดู
แล้ง” ขจี ช่วยขยายความว่า เขียวอ่อนอย่างสี
ใบไม้ใบหญ้า
คำ หอม ยังไม่ให้ความรู้สึกชัด แต่เมื่อเติมคำ กรุ่น
ฟุ้ง เย็น เป็น หอมกรุ่น หอมฟุ้ง หอมเย็น จะ
ช่วยขยายความว่าหอมอย่างไร
จะต้องใช้คำให้ถูกต้องและเหมาะสม
กล่าวคือ ใช้คำที่มีตัวสะกดถูกต้อง
ตรงความหมาย ตรงหน้าที่เหมาะ
สมตามระดับบุคคล
พวกเราผูกพันกับโรงเรียนมาก (ไม่ใช่ผูกพันธุ์)
ฝีมือเย็บผ้าของคุณประณีตมาก (ไม่ใช่ปราณีต)
รัฐบาลศรีลังกาปราบปรามพวกกบฏทมิฬไม่สำเร็จ
(ไม่ใช่กบฏ, กบถ)
นักเรียนขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ (ไม่ใช่อัฒจรรย์, อัศจรรย์)
เขาเป็นคนเอาแต่ได้ถ่ายเดียว (ไม่ใช่ไถ่เดียว)
โจรปล้นธนาคารยังคงลอยนวลอยู่ (ไม่ใช่ลอยชาย)
เขาวิ่งมาโรงเรียนจนเหงื่อโซมกาย. (ไม่ใช่โทรม, โซรม)
โรงเรียนใช้เงินทดรองจ่ายให้ไปก่อน. (ไม่ใช่ทดลองจ่าย)
เขายอมรับความพ่ายแพ้โดยดุษณีภาพ (ไม่ใช่ดุษฎีภาพ)
☑ วิกฤตการณ์ครั้งนี้ผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย
☒ วิกฤติครั้งนี้ผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย
เพราะคำว่า “วิกฤตการณ์” เป็นนามทำหน้าที่เป็น
ประธาน ไม่ใช้คำว่า “วิกฤติ” ซึ่งเป็นวิเศษณ์
☑ บัตรนี้ใช้สะดวก
☒ บัตรนี้สะดวกใช้
เพราะคำว่า “สะดวก” เป็นวิเศษณ์ขยายคำว่า
“ใช้” อยู่หลังคำที่มันขยายจะไม่อยู่หน้า
☑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ
พระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีประชาชนคอยเฝ้า
ทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เป็นจำนวนมาก
☑ บิดามารดาเป็นพรหมของบุตร
☒พ่อเป็นคนเงียบๆ แต่มารดาเป็นคนชอบบ่น
☑ แพทย์นิมนต์พระภิกษุที่อาพาธไปรักษาที่ โรง
พยาบาลสงฆ์
คือ ใช้ประโยคตามแบบแผนภาษาไทย
ไม่ใช้รูปประโยคที่เลียนแบบภาษาต่าง
ประเทศ ไม่ใช้คำกำกวม ไม่ใช้คำ
ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นต้องใช้ถ้อยคำให้
กะทัดรัดชัดเจน
☒ มันเป็นการยากที่จะยอมรับพรรคการเมืองนี้
☑ (ผม) ยอมรับพรรคการเมืองนี้ได้ยาก
☒ หนังสือเล่มนี้แต่งโดยพระยาอุปกิตศิลปสาร
☑พระยาอุปกิตศิลปะสารแต่งหนังสือเล่มนี้
☒ เขาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษเมื่อ ๑๐ ปีก่อน
☑ เขาอยู่ในประเทศอังกฤษเมื่อ ๑๐ ปีก่อน
☒ ครูไม่ชอบเสียงดังอึกทึกครึกโครม
☑ ครูไม่ชอบเสียงดัง
☒ หล่อนคอยปรนนิบัติรับใช้เจ้านายอย่างใกล้ชิด
☑ หล่อนคอยรับใช้เจ้านายอย่างใกล้ชิด
☑ สหประชาชาติสนับสนุนการยับยั้งโรคเอดส์ในไทย
คือ การใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดความ
เข้าใจคลาดเคลื่อน ผู้ฟังหรือผู้อ่านอาจ
ตีความได้หลายทาง ประโยคกำกวม
เกิดขึ้นได้เพราะสาเหตุดังนี้
☒ เขาไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่มแต่งงานกับน้องของเขา
(ประโยคนี้กำกวมเพราะ “กับน้องของเขา”
อาจขยาย “ไป” หรือ “แต่งงาน” )
แก้ไขได้ - เขากับน้องไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่งแต่งงานกัน
หรือ - เขาไปเยี่ยมเพื่อนและน้องที่เพิ่งแต่งงานกัน
☒รถขนขยะไปตั้งแต่เช้า
(ประโยคนี้กำกวมที่ “รถขนขยะ” อาจเป็นคำประสม หรือ
ประโยค คือ ถ้า “รถขนขยะ+ไป+ตั้งแต่เช้า” จะเป็นคำ
ประสม แต่ถ้า “รถ+ขน+ขยะ+ไป+ตั้งแต่เช้า”
จะเป็นประโยค)
☒ ฉันไม่ชอบกินมันเลย
(ประโยคนี้กำกวมที่ “มัน” อาจหมายถึง พืช หรือเป็น
สรรพนามแทนอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง)
☒ บทความนี้เป็นเรื่องของชาวบ้าน
(ประโยคนี้กำกวมที่ “เรื่องของชาวบ้าน” อาจหมายความว่า
“เรื่องที่ชาวบ้านเป็นผู้เขียน หรือ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชาวบ้าน” )
☒ ในที่สุดเขาก็ตกลงไปด้วยอีกคน
(ประโยคนี้กำกวม อาจเว้นวรรคดังนี้ “ใน
ที่สุดเขาก็ตกลง ไปด้วยอีกคนหนึ่ง” หรือ “ใน
ที่สุดเขาก็ตก ลงไปด้วยอีกคน”)
☒เขาให้เงินคนจนหมดตัว
ประโยคนี้กำกวม อาจเว้นวรรคดังนี้
☑ เขาให้เงินคน จนหมดตัว
☑ เขาให้เงิน คนจนหมดตัว