2. Will ใช้ในการคาดเดาหรือแสดงความคดิ เกีย่ วเหตุการณท์ ีจ่ ะ
เกดิ ขน้ึ ในอนาคต
1. Going to ใชใ้ นการพูดถงึ เหตุการณท์ ่จี ะเกิดข้ึนในอนาคต
โดยมีคิดหรอื วางแผนไวก้ ่อนแล้วว่าจะทา
2. Going to ใชใ้ นการพดู ถงึ สง่ิ ทจ่ี ะเกิดขึน้ ในอนาคตค่อนข้าง
แนน่ อน (มีหลักฐานหรือเหตุผลประกอบ)
แผนภาพแสดงความแตกตา่ งของ Will และ Going to
Verb to be
รูปของ Verb to be
Pronoun Present Past Form Perfect Continuous
Form Form Form
I am was have / am / was
had been being
he/she/it และ is was has / had is / was
ประธานเอกพจนอ์ ื่น ๆ
been being
you/we/they have / are / were
had been being
และประธานพหูพจน์ are were
อื่น ๆ
หลกั การใช้ Verb to be
1. Verb to be ทาหนา้ ทเี่ ปน็ กรยิ าหลกั (Main Verbs)
Verb to be ที่ทาเป็นกรยิ าหลักจะทาหน้าท่ีเช่ือมคาหรอื กลุ่มคาทีเ่ ป็น
ประธานท่อี ยหู่ นา้ ขา้ งหน้าเข้ากับคาหรือกลุ่มคาท่อี ยู่ด้านหลงั โดยให้
ความหมายว่า เปน็ , อย,ู่ คือ เช่น
I am Sarah. (ฉนั คอื ซาร่า)
My mom is a teacher. (แม่ของฉันเป็นคร)ู
She is very beautiful. (เธอสวยมาก ๆ)
We were in the office last night. (พวกเราอยทู่ ี่ออฟฟศิ เม่อื คืนน้ี)
2. Verb to be ทาหนา้ ทเี่ ปน็ กรยิ าชว่ ย (Auxiliary Verbs)
Verb to be ทาหน้าที่เป็นกรยิ าช่วยเพ่ือช่วยใหป้ ระโยคสมบูรณข์ นึ้ ใน
กรณตี ่าง ๆ ดังนี้
2.1. ใชเ้ ป็นกรยิ าชว่ ยในประโยค Continuous tense เพอื่ แสดงวา่ “กาลงั
ทา...” เชน่
Nid is eating a sandwich. (นดิ กาลงั กนิ แซนดว์ ชิ )
eating เปน็ กริยาหลัก, is เปน็ กรยิ าชว่ ย
Jack and I are watching a movie. (ฉันกบั แจค็ กาลงั ดหู นัง)
watching เป็นกริยาหลกั , are เป็นกริยาชว่ ย
2.2. ใชใ้ นโครงสร้างประโยคPassive Voice(ประโยคถูกกระทา) โครงสร้าง
S + Verb to be + V.3 เชน่
A house is built by father. (บา้ นถกู สร้างโดยพ่อ)
I was given the letter by him. (ฉันถกู ใหจ้ ดหมายโดยเขา)
เม่อื ทาเปน็ ประโยคปฏเิ สธกใ็ ส่ not หลัง Verb to be ไดเ้ ลย เชน่
My phonewasn’tfixed yesterday. (โทรศัพทข์ องฉันไมไ่ ดถ้ กู ซ่อม
เมอื่ วานนี้)
2.3. ใช้ Verb to be วางหน้าคากริยา infinitive with to จะใหค้ วามหมาย
ว่า “จะ, จะต้อง” เชน่
You’re to get better marks next time. (ในครัง้ หน้าคณุ จะตอ้ งได้
คะแนนทีด่ ีกวา่ )
I’m to work in Tokyo next year. (ฉนั จะไปทางานทโี่ ตเกียวปหี นา้ )
การทา Verb to be เปน็ รปู ปฏเิ สธ
การทา Verb to be เป็นรปู ปฏิเสธ ทาไดโ้ ดย เตมิ not หลงั is, am, are,
was were ดงั น้ี am not / is not = isn’t / are not = aren’t / was not
= wasn’t / were not = weren’t เชน่
I am not a student. (ฉนั ไมใ่ ช่นกั เรียน)
They weren’t in the room last night. (พวกเขาไมไ่ ด้อยู่ในห้องเม่อื
คืนน้)ี
การทา Verb to be เปน็ ประโยคคาถาม
การทา Verb to be เปน็ ประโยคคาถาม ซ่ึงเปน็ ประโยคคาถามแบบ Yes-
No Question ทาได้โดยนา Verb to be มาไวห้ นา้ ประโยค เช่น
Q: Is this your coat? (น่ีคอื เส้อื โคต้ ของคุณใชไ่ หม?)
A: Yes, it is? หรือ No, it isn’t.
Q: Were they in the room last night? (เม่ือคืนพวกเขาอยู่ในห้องใช่
ไหม?)
A: Yes, They were. หรอื No, they weren’t
รปู ของ Verb to have
Subject/Tenses Present Tenses Past Tenses Continuous
Tenses
I/You/We/They had having
และประธาน have had
พหพู จนอ์ ่นื ๆ having
He/She/it
และประธาน has
เอกพจน์อนื่ ๆ
have ในความหมายวา่ "ม"ี เปน็ Stative verbsแสดงความเปน็ เจา้ ของ จะ
ใชใ้ น Continuous tenses ไมไ่ ด้ (เตมิ -ing ไมไ่ ด)้ แตถ่ า้ ในความหมายวา่
"กนิ " เปน็ Dynamic verbsสามารถใชใ้ นรปู -ing ได้
หลกั การใช้ Verb to have
1. Verb to have ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ กรยิ าหลกั (Main Verbs)
Verb to have เมื่อทาหน้าท่ีเปน็ กรยิ าหลักจะมีความหมายว่า “ม”ี และ
“กิน”
Has ใชก้ บั He/She/it และประธานเอกพจนอ์ น่ื ๆ
Have ใช้กบั I/You/We/They และประธานพหพู จน์อ่ืน ๆ
Had เป็นรูปอดีตของ Have/Has ใชไ้ ดก้ ับประธานทกุ ตวั
Ex.1 : I have a new job. (ฉันมีงานใหม)่
Ex. 2 : The dog has a black tail. (หมามีหางสดี า)
Ex.3 : Tom had a big house. (ทอมเคยมบี ้านหลังใหญ)่
Ex. 4 : Mom and I have dinner at 7.00 pm. (แม่และฉันกนิ มือ้ เย็น
ตอนหนึง่ ทุ่ม)
have/has got กม็ คี วามหมายวา่ “ม”ี เช่นเดยี วกนั เพยี งแต่ have/has got เป็น
การพูดแบบ British English ซง่ึ พบในภาษาพูดมากวา่ ในภาษาเขียน เชน่
I have a new job. = I have got a new job. (ฉนั มงี านใหม่)
Tom has a luxury car. = Tom has got a luxury car. (ทอมมีรถหร)ู
หลกั การทาเปน็ ประโยคปฏเิ สธและประโยคคาถาม
เมื่อทาเป็นประโยคปฏเิ สธหรอื ประโยคคาถามตอ้ งใช้กรยิ าชว่ ย Verb to do
เข้ามาช่วย**จาใหแ้ มน่ ! Verb to have ทเี่ ปน็ กรยิ าหลกั หา้ มใส่ not หลงั
have/has
ประโยคปฏเิ สธ
I/You/We/They และประธานพหูพจน์อนื่ ๆ + don’t have…
He/She/it และประธานเอกพจน์อ่ืน + doesn’t have…
Ex. 1 : I don’t have any time. (ฉนั ไม่มีเวลาเลย)
Ex. 2 : My boyfriend doesn’t have a car. (แฟนฉันไม่มีรถ)
ประโยคคาถาม
Yes/No Questions :Do + I/You/We/They และประธานพหพู จนอ์ นื่ ๆ +
have….?
Does + He/She/it และประธานเอกพจนอ์ น่ื ๆ + have…?
Wh-Questions :What/When/Where/Who/How + do + I/you/we/they+
have…?
What/When/Where/Who/How + does + he/she/it +
have…?
Ex. 1 : Do you have any good books for studying English? (คณุ มี
หนังสอื ดี ๆ สาหรับเรยี นภาษาอังกฤษบา้ งไหม?)
Ex. 2 : Does Nid have any brothers or sisters? (นิดมีพชี่ ายนอ้ งชายหรอื
พสี่ าวนอ้ งสาวบ้างไหม?)
Ex. 3 : Where do you usually have lunch? (ปกติคณุ ทานมอ้ื กลางวนั ที่
ไหน?)
2. Verb to have ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ กรยิ าชว่ ย (Auxiliary Verbs)
2.1. เปน็ กรยิ าชว่ ยใน Perfect Tense
โครงสรา้ งประโยค Present Perfect Tense : Subject + have/has/had +
V.3…
โครงสรา้ งประโยค Past Perfect Tense : Subject + had + V.3…
โครงสร้างประโยค Future Perfect Tense : Subject + will have + V.3…
Ex. 1 : I have worked hard this week. (สปั ดาหน์ ฉี้ นั ทางานหนกั )
Ex. 2 : She has been a teacher for over 20 years. (เธอเป็นครมู ากวา่ 20
ปี)
Ex. 3 : Tom had read the book before he watched a film. (ทอมอา่ น
หนังสือก่อนทีเ่ ขาดหู นัง)
Ex. 4 : We will have gone when you arrive. (พวกเราคงจะไปแล้วเมอื่ คุณ
มาถงึ )
2.2. ใช้ have/has/had to ในความหมายวา่ ตอ้ ง
โครงสรา้ งประโยค : Subject + have/has/had to + V.1….
Ex. 1 : Nida has to do it by herself. (นดิ าตอ้ งทามนั ด้วยตวั เอง)
Ex. 2 : I have to get up early. (ฉนั ต้องต่นื แตเ่ ช้า)
2.3. ใชใ้ นประโยคทแี่ สดงถงึ การกระทาทไ่ี มไ่ ดก้ ระทาดว้ ยตวั เอง (Causative
form)มี 2 ประเภท คือ
1. Have someone do somethingให้ใครเปน็ คนทาบางอย่างใหผ้ ู้พูด
โครงสรา้ งประโยค : Subject + have/has/had + ผู้กระทา + V.1
Ex. 1 : I have my son wash my car. (ฉนั ให้ลูกชายล้างรถของฉัน)
Ex. 2 : Tom has his wife cook every day. (ทอมใหภ้ รรยาของเขาทาอาหาร
ทุกวนั )
Ex. 3 : They will have the painter paint their house. (พวกเขาจะให้ชา่ ง
ทาสีมาทาสีบ้านของพวกเขา)
2. Have something doneให้ใครทาบางอย่างโดยไม่ไดพ้ ดู ถงึ ตัวผูก้ ระทา
โครงสร้างประโยค : Subject + have/has/had + สงิ่ ทีถ่ กู กระทา + V.3
Ex. 1 : I have my hair cut every three months. (ฉันตัดผมทกุ สามเดอื น:
คนอ่ืนหรือชา่ งตดั ผมเปน็ คนตัด)
Ex. 2 : He had his watch fixed. (เขาเอานาฬิกาไปซอ่ มมา : คนอ่นื หรอื ช่าง
เปน็ คนซ่อม)
2.4. สานวนทใ่ี ช้ Verb to have ตามดว้ ย a + verbจะทาให้กริยาน้นั กลายเป็น
คานาม และแปลความหมายตามคากริยาที่ตามหลงั
Ex. 1 : I want to have a rest. (ฉันต้องการพกั ผ่อน)
Ex. 2 : He has a walk along the streets to kill time. (เขาเดนิ ไปตามทอ้ ง
ถนนเพ่อื ฆา่ เวลา)
There is/There are
การใช้ There is… – There are…ในประโยคบอกเลา่
There is + คานามนบั ไดเ้ อกพจน์ (singular countable noun) เชน่
There is a cat on the roof. (มแี มวอยบู่ นหลงั คา)
There is a glass of water on the table. (มนี า้ 1 แก้วบนโต๊ะ)
There is a woman by the door. (มผี ู้หญิงอย่ใู กล้ประต)ู
There is a calendar on the wall. (มปี ฏิทนิ อยู่บนผนัง)
There is + คานามนบั ไมไ่ ด้ (uncountable noun) เชน่
There is milk in the fridge. (มีนมอยใู่ นต้เู ย็น)
There is some sugar on the floor. (มนี า้ ตาลอยูบ่ นพน้ื )
There is some beer in the glass. (มีเบยี ร์เหลืออยู่บา้ งในแก้ว)
รปู ยอ่ There is… = There’s…
There are + คานามพหพู จน์ (plural noun) เชน่
There are books in my bag. (มหี นงั สอื (มากกวา่ หน่งึ เล่ม) ในกระเปา๋ ของ
ฉัน)
There are two files in my soup. (มแี มลงวนั สองตัวในซุปของฉัน)
There are some children in the house. (มีเดก็ ๆ อยใู่ นบา้ น)
There are many flowers. (มีดอกไมม้ ากมาย)
There are apples in the basket. (มีแอปเปลิ หลายลูกในตะกรา้ )
การใช้ There is… – There are…ในประโยคปฏเิ สธ
There is not… หรอื รปู ยอ่ วา่ There isn’t… เชน่
There isn’t a book in my bag. (ไม่มหี นงั สอื อยบู่ นโต๊ะ)
There isn’t a dog in the room. (ไม่มีหมาอยู่ในหอ้ ง)
There isn’t any milk in the fridge. (ไมม่ นี มในตู้เย็นเลย)
There isn’t any water in the swimming pool. (ไม่มีนา้ ในสระวา่ ยนา้ เลย)
There are not… หรอื รปู ยอ่ วา่ There aren’t…
There aren’t two dogs in the room. (ไมม่ หี มาสองตวั อยใู่ นห้อง)
There aren’t any children in the park. (ไมม่ เี ด็ก ๆ อยใู่ นสวนเลย)
There aren’t any books here. (ไม่มีหนงั สอื อย่ทู ีน่ ี่เลย)
การทาเปน็ ประโยคคาถาม
1. ประโยคคาถาม Yes-No Question :นา Is / Are มาข้ึนตน้ ประโยค เช่น
Q: Is there a cat on the roof?
A: Yes, there is. / No, there isn’t.
Q: Are there any children in the park.
A: Yes, there are. / No, there aren’t.
2. ประโยคคาถามทตี่ อ้ งการรจู้ านวนของสงิ่ นน้ั จะใช้ How manyตาม
โครงสร้างดงั น้ี
How many + คานามพหพู จน์ (plural noun) + are there + สว่ นเตมิ เตม็
ของประโยค (complement)เช่น
How many cats are there under the bed?
How many people are there in this room?
A/An
การใช้ a an
a an ใชน้ าหน้านามท่ัวทัว่ ไป แปลวา่ หนงึ่ คน หนึ่งตวั หนงึ่ อนั หนงึ่ แห่ง หรือ
บางทไี มต่ ้องแปลก็ได้ เป็นการกล่าวถึงส่งิ ใดสิ่งหน่งึ แบบลอยๆ ไม่รวู้ า่ อนั ไหน
กันแน่ โดยมีกฎกติกาดงั นค้ี อื
an นาหนา้ คานามทข่ี นึ้ ตน้ ดว้ ยสระ (a e i o u) เชน่
• an apple แอปเป้ิลหน่ึงผล
• an ant มดหนึ่งตวั
• an elephant ชา้ งหนึ่งตวั
• an ice-cream ไอศกรมี หน่งึ แทง่
• an orange ส้มหน่ึงผล
• an umbrella รม่ หนึง่ คัน
a นาหนา้ คานามทข่ี น้ึ ต้นดว้ ยพยัญชนะทเ่ี หลือทกุ ตวั เช่น
a man ชายหนงึ่ คน
a teacher ครหู นง่ึ คน
a dog หมาหนง่ึ ตวั
a bird นกหนึ่งตัว
a car รถหนงึ่ คัน
a school โรงเรยี นหนง่ึ แหง่
some/any
Some
Some มคี วามหมายว่า นิดหน่อย / บาง / บา้ ง แตไ่ ม่มกี ารระบจุ านวนท่แี นช่ ดั
โดยมากมักใช้กบั ประโยคบอกเล่าและอาจพบในประโยคคาถาม ซ่งึ มรี ปู แบบ
การใช้ดังต่อไปนี้
1. การใช้ Some ในประโยคบอกเลา่ สามารถใชน้ าหนา้ คานามพหพู จนท์ งั้ ทน่ี บั
ไดแ้ ละนบั ไมไ่ ด้ ตวั อยา่ งเชน่
I have already sent some messages to him.
(ฉันไดส้ ่งขอ้ ความบางอันให้แกเ่ ขาแล้ว)
** some นาหนา้ คานามพหูพจน์
You should add some sugar in your coffee.
(เธอควรเติมนา้ ตาลบา้ งในกาแฟของเธอ)
** some นาหน้าคานามนบั ไม่ได้
2. การใช้ Some ในประโยคคาถามในเชงิ ขอรอ้ ง ออ้ นวอน หรอื ยน่ื ขอ้ เสนอ
เมอ่ื ผถู้ ามมน่ั ใจอยแู่ ลว้ วา่ ผตู้ อบจะตอ้ งตอบวา่ 'Yes' ตวั อยา่ งการใชเ้ ชน่
Can I have some milk, please ?
(ฉันขอนมสักแกว้ หนึง่ ไดห้ รอื เปล่า?)
** ประโยคขอร้อง
Would you like some cookies ?
(คุณต้องการรบั คุกกบ้ี ้างหรอื เปลา่ ?)
** ประโยคยน่ื ขอ้ เสนอ
นอกจากน้ีเรายังอาจพบการใช้ some นาหนา้ คาเหลา่ น้ี เช่น something,
somewhere, someone, somebody เปน็ ต้น โดยใหค้ วามหมายวา่ บาง ...
ตวั อยา่ งการใชเ้ ช่น
Would you like something to drink ?
(คณุ ต้องการอะไรดืม่ หรือเปลา่ ?)
Somsri is planning to go somewhere with her boyfriend on the
weekend.
(สมศรกี าลงั วางแผนไปเที่ยวทไี่ หนซักแหง่ กับแฟนของหล่อนในช่วง
วันหยุด)
Any
Any มคี วามหมายวา่ บาง / บ้าง แตไ่ ม่มีการระบุจานวนทแี่ น่ชดั โดยมี
ความหมายเชน่ เดยี วกบั Some แต่ Any จะใชก้ ับประโยคคาถามและปฏเิ สธ ซงึ่
มรี ปู แบบการใช้ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การใช้ Any ในประโยคคาถาม สามารถใชน้ าหนา้ คานามพหพู จนท์ ง้ั ทนี่ บั ได้
และนบั ไมไ่ ด้ ตวั อยา่ งเชน่
Do you have any questions?
(คณุ มีคาถามอะไรอีกบา้ งหรือเปลา่ ?)
** any นาหนา้ คานามพหพู จน์
Is there any water in the bottle?
(มีน้าในขวดบ้างหรือเปลา่ ?)
** any นาหน้าคานามนบั ไม่ได้
2. การใช้ Anyในประโยคปฏเิ สธ โดยจะมคี วามหมายวา่ เลย เพอ่ื เปน็ การเนน้
ความชดั เจนของการปฏเิ สธ ตวั อยา่ งการใชเ้ ชน่
I don't have any questions.
(ฉันไม่มคี าถามอะไรเลย)
** any กย็ งั คงนาหน้าคานามพหพู จน์ในประโยคปฏิเสธ
There is not any water in the bottle.
(ไมม่ ีนา้ อยู่ในขวดเลย)
** any ก็ยังคงนาหนา้ คานามนบั ไมไ่ ดใ้ นประโยคปฏเิ สธ
I could completely do this assignment without any help.
(ฉันได้สามารถทางานนีเ้ สรจ็ สมบรู ณโ์ ดยปราศจากการช่วยเหลอื ใด ๆ)
** any สามารถนาหนา้ คานามนบั ไม่ไดใ้ นประโยคบอกเลา่ ท่มี คี วามหมายใน
เชงิ ปฏเิ สธ
3. การใช้ Any ในประโยคบอกเลา่ เปน็ การใชใ้ นกรณพี เิ ศษกบั ประโยคทมี่ ี
ความหมายวา่ อะไรกไ็ ด,้ ยงั ไงกไ็ ด,้ ใครกไ็ ด้ ตวั อยา่ งการใช้เชน่
Today, I'm free. You can call me any time.
(วนั นีฉ้ ันวา่ งนะ เธอสามารถโทรมาหาฉนั ตอนไหนก็ได้)
You can choose any dresses in my cupboard.
(เธอสามารถเลอื กเดรสชุดใดก็ไดใ้ นตขู้ องฉนั )
นอกจากนี้ any ยงั สามารถนาหน้าคาอื่น ๆ เหลา่ นไี้ ดเ้ ชน่ เดยี วกับ some เช่น
anyone, anywhere, anything เป็นต้น โดยมคี วามหมายวา่ ...สัก... เชน่ ใคร
สกั คน ที่ไหนสกั แห่ง อะไรสักอยา่ ง เป็นตน้ ตัวอยา่ งเชน่
It's not easy to find anyone who loves me forever.
(มนั ไม่งา่ ยเลยทจี่ ะหาใครก็ได้ท่ีรกั เราตลอดไป) หรืออาจจะแปล anyone
ว่าใครสกั คนกไ็ ด้
Did you travel anywhere last week ?
(คณุ ไดไ้ ปเที่ยวท่ไี หนสักแห่งเมอ่ื สัปดาหท์ แ่ี ล้วหรือเปลา่ ?)
Personal and object pronouns
Object pronoun คอื อะไร
• Object = กรรมของประโยค
• Pronoun = คาสรรพนาม (คาท่ีใชแ้ ทนคานาม)
• Object Pronoun หมายถึง คาสรรพนามท่ีทาหน้าทีเ่ ปน็
กรรมของประโยค
หลกั การใช้
กอ่ นอื่นมาดูองคป์ ระกอบของประโยคกนั ก่อนนะครับ
• ประธาน + กรยิ า + กรรม
ถา้ เราแต่งประโยค เราจะตอ้ งเอาคาสรรพนามทีท่ าหนา้ ทเ่ี ปน็
กรรม (object pronoun) มาวางไวห้ ลงั คากรยิ า จึงจะ
ถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา ถ้าเอา(subject pronoun) มา
แทนที่ จะไม่ถกู ต้อง เชน่
• แซม รกั ฉนั
คาวา่ ฉนั ในภาษาองั กฤษจะมี 2 คาคือ I และ me แล้วเรา
จะเอาคาไหนดลี ่ะ กเ็ อาคาที่เปน็ obbject pronoun ไง
Sam loves I.×
Sam loves me.√
คากริยาคือ loves ดังนั้นให้เอา object pronoun มาวางไว้
หลงั loves
1. การใช้ Apostrophe + s ('s)
โดยนา 's ไปใสท่ ีท่ ้ายคานามท่ีต้องการแสดงความเปน็
เจ้าของ ซงึ่ คานามเอกพจน์ (Singular Noun) และคานาม
พหูพจน์ (Plural Noun) มวี ธิ กี ารใส่ 's แตกต่างกนั ดังนี้
คานามเอกพจน์ (Singular Noun) สามารถใส่ 's ท่หี ลัง
คานามน้นั ไดท้ นั ที เช่น a boy’s bike, a girl’s book, a
student’s name
Ex. My girlfriend’s favorite food is salad.
(อาหารโปรดของแฟนสาวของผมคือสลดั )
Ex. This is Jenny’s car.
(น่ีคือรถของเจนน่ี)
Ex. Who’s bag is this?
(กระเปา๋ ใบนี้คือของใคร)
Ex. Where is Phravid’s watch?
(นาฬิกาของประวติ รอยู่ที่ไหน)
Possessive Pronouns and Adjectives
1. Forms of Possessive Pronouns and Adjectives
Person Pronoun Adjective
1st singular mine my
2ndyours your
3rd (female) hers her
3rd (male) his his
3rd (neutral) its its
1st plural ours our
3rd plural theirs their
2. Using Possessive Pronouns and Adjectives
A possessive pronoun is used instead of a noun:
Julie's car is red. Mine is blue.
A possessive adjective is usually used to describe a
noun, and it comes before it, like other adjectives:
My car is bigger than her car.
Remember:
There are no apostrophes in possessive pronouns
and adjectives.
The dog wagged its tail.
“It's” is not a possessive pronoun or adjective — it
means “it is”:
It's not my dog.
Test
Present Simple (1-4)
1. We never…coffee in the morning.
A) drinks
B) drink
C) drinkes
D) drunk
2. She ___ dinner with her friends every Sunday.
A) has
B) have
C) haves
D) having
3. The civil was in America ___ in 1861.
A) started
B) starts
C) start
D) is starting
4. It was warm, so I___ off my coat.A) will take.
A) took
B) taking
C) takes
D) takes
A/An (5-6)
5. ___ moon is beautiful tonight.
A) A
B) The
C) An
6.My sister is___ university student.
A) a
B) the
C) an
Personal and object pronouns (7-10)
7. The boys are so noisy! I told___ to keep quiet.
A) we
B) them
C) they
8. Hurry up girls! We’re waiting for___!
A) your
B) she
C) you
9. We’re going to the cinema. Would you like to join___?
A) us
B) we
C) they
10. I saw Jenna and Tom today. ___ told me to say hello
To you
A) We
B) Us
C) They
Answer
1. B
2. A
3. A
4. B
5. B
6. A
7. B
8. C
9. A
10. C
บรรณานุกรม
อนิ เทอร์เน็ต
https://anyfilp.com/evfrv/xbqc/basic
หนงั สอื
Move it! Students’book