รายงาน เรื่อง ค าเป็นค าตาย โดย นางสาว ขวัญหทัย ขันติ์ถม ม.5/8 เลขที่ 7 เสนอ คุณครู พิสมัย สืบเลย รายงานเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท32102 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสีชมพูศึกษา อ าเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น องค์กรบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
ค าน า รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2566 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษา ความรู้ที่ได้จากเรื่อง ค าเป็นค าตาย ซึ่งรายงานนี้มี เนื้อหาเกี่ยวกับความรู้จาก ค าเป็นค าตาย ผู้จัดท าให้เลือก หัวข้อนี้ในกสรท ารายงานเนื่องจากเป็นที่น่าสนใจและ ผู้เขียนตระหนักถึงเรื่อง ค าเป็นค าตายหลักไทยซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นเรื่องที่ท าให้ผู้ที่ศึกษา เรียนรู้เพิ่มเติมและได้ท าความเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิมเกี่ยวกับ หลักของภาษาไทยที่ใช่ในเรื่องค าเป็นค าตาย หลักการสังเกต หลักการวิเคราะห์ในการอ่านให้ถูกต้องตามหลัก ต้องขอขอบคุณ คุณครู พิสมัย สืบเลย และ คุณครู นพคุณ สืบเลย ผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา เพื่อน ๆทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผู้จัดท าหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์ แก่ผู้อ่านทุก ๆคน นางสาว ขวัญหทัย ขันติ์ถม 13 กุมภาพันธ์ 2567
สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข บทน า ๑ ค าเป็นค าตาย ๑ ค าเป็นค าตาย คืออะไร ๒ เทคนิคการจ าลักษณะของค าเป็น ๓ เทคนิคการจ าลักษณะของค าตาย ๔ สรุปวิธีพิจารณา ๕ กลวิธีในการจ า ค าเป็น ค าตาย ๕ วิธีจ าค าเป็น ๖ วิธีจ าค าตาย ๖ วิธีการพิจารณาแยกระหว่างค าเป็น และค าตาย ๗ ความส าคัญในการเรียนรู้ค าเป็น ค าตาย ๗ ความส าคัญของค าเป็น ค าตาย ในหลักภาษาไทย ๘ บทสรุป ๙ บรรณานุกรม ๑o
๑ บทน า ค าเป็น-ค าตาย มีหลักวิธีการจ ายังไง ต้องสังเกตยังไง ถึงจะเข้าใจการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง โดย ค า เป็น-ค าตาย คือ การจ าแนกค าตามลักษณะที่ใช้ระยะเวลาออกเสียงต่างกัน ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะท าให้ค าที่มี เสียงพยัญชนะต้นเป็นรูปเดียวกัน มีเสียงวรรณยุกต์ต่างกัน ในภาษาไทย ค าเป็นและค าตายเป็นส่วนประกอบ ส าคัญที่ช่วยสร้างความหมายและความสมบูรณ์ให้กับภาษา การเข้าใจความแตกต่างระหว่างค าเป็นและค าตาย เป็นสิ่งจ าเป็นในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องและสื่อสารได้อย่างชัดเจน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึง ความหมาย ลักษณะ และวิธีสังเกตค าเป็น ค าตาย เพื่อให้คุณสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างแม่นย าและ คล่องแคล่ว ค าเป็น ค าตาย ค าเป็นและค าตาย เป็นค าสองประเภทในภาษาไทยที่แตกต่างกันตามลักษณะของเสียงสระและตัวสะกด ค าเป็นเป็นค าที่มีเสียงสระเสียงยาว หรือมีตัวสะกดอยู่ในแม่กง กน กม เกย เกอว ค าตายเป็นค าที่มีเสียงสระ เสียงสั้น และมีตัวสะกดอยู่ในแม่กก กด กบ การใช้ค าเป็นและค าตายอย่างถูกต้องจะช่วยให้การสื่อสารมีความ ชัดเจนและสละสลวยยิ่งขึ้น ค าเป็น ค าตาย คือการประสมค าจากสระ และตัวสะกดขึ้นมาเป็นค าที่เราใช้สื่อสารกันในภาษาไทยให้ ถูกต้อง ก่อนที่จะรู้ความแตกต่างระหว่างค าเป็นและค าตาย นักเรียนจะต้องมีความรู้เรื่องสระ และ มาตรา ตัวสะกด เสียก่อน การจ าแนกค าตามลักษณะที่ใช้ระยะเวลาออกเสียงต่างกัน ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะท าให้ค าที่มีเสียง พยัญชนะต้นเป็นรูปเดียวกัน มีเสียงวรรณยุกต์ต่างกัน ตัวอย่างเช่น คา เป็นอักษรต่ า ค าเป็น พื้นเสียง เป็น เสียงสามัญ ส่วน คะ เป็นอักษรต่ าค าตาย เสียงสั้น พื้นเสียงเป็นเสียงตรี จะเห็นได้ว่า ทั้งสองค าที่มีพยัญชนะ ต้นเป็นรูปเดียวกันคือ “ค”เมื่อประสมกับสระเสียงยาวและสั้นแตกต่างกันทพให้ค าว่า “คา เป็นค าเป็นและค า
๒ ว่า “คะ” เป็นค าตาย ท าให้ทั้งสองค ามีพื้นเสียงวรรณยุกต์แตกต่างกัน ดังนั้น การศึกษาเรื่องค าเป็นและค าตาย จึงมีความส าคัญเป็นอย่างยิ่ง” ก็คือการแบ่งพยางค์หรือค า ออกเป็น 2 ประเภท โดยใช้เสียง หนัก เบา สั้น ยาว ของสระ และพยัญชนะ ตัวสะกดเป็นหลักในการแบ่ง ค าเป็น มี 3 ลักษณะ ดังนี้ 1. ต้องประสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา เช่น สระอา อี อือ แอ เอีย อัว ฯลฯ ตัวอย่างค าเช่น ป้า พลี มือ แพ้ เขี่ย กลัว ท้อแท้ เสื้อผ้า ฯลฯ 2. ต้องเป็นพยางค์หรือค าที่สะกดด้วยพยัญชนะแม่ กน กม เกย เกอว กง ตัวอย่างค าเช่น ดิน จม เลย ดาว คง ชมเชย แกงส้ม ฯลฯ 3. ต้องเป็นค าที่ประสมด้วยสระ อ า ใอ ไอ เอา ถึงแม้จะเป็นสระเสียงสั้นแต่ก็นับเป็นค าเป็นด้วย เพราะออก เสียงโดยมีเสียงตัว ม ย ว เป็นตัวสะกดอยู่ด้วย คือ อ า = อัม (อะ + ม) ใอ, ไอ = อัย (อะ + ย) เอา = อัว (อะ + ว) ตัวอย่างค า เช่น จ าใจ ไปไกล ไฟไหม้ เบาใจ เสาไฟ เงาด า ฯลฯ ค าตาย มี 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. ต้องประสมด้วยสระเสียงสั้นในแม่ ก กา เช่น สระอะ อิ อุ แอะ เอาะ ฯลฯ ตัวอย่างค าเช่น มะระ กะทิ ธุระ แกะ เพราะ ทะเลาะ ตะกละ นะคะ ฯลฯ 2. ต้องเป็นพยางค์ที่สะกดด้วยพยัญชนะแม่ กก กบ กด ตัวอย่างค าเช่น นก กลับ หมด เสพติด วรรค สาป เหตุ สัตว์บก ฯลฯ
๓ เทคนิคการจ าลักษณะของค าเป็น 1. ในเรื่องการใช้สระเสียงยาว ให้คิดว่าค าเป็นก็เหมือนคนเป็น (คนที่ยังมีชีวิตอยู่) ซึ่งมีชีวิตยืนยาวกว่าคนที่ ตายแล้ว ฉะนั้นค าเป็น (คนเป็น) จึงต้องใช้สระเสียงยาว ส่วนเรื่องสระเสียงยาวที่มี 14 ตัวนั้น เราไม่จ าเป็นต้อง จ าให้ได้ทั้งหมด แต่นักเขียนแนะน าให้ลองออกเสียงค านั้นดูโดยลองออกเสียงลากยาว ถ้าเป็นสระเสียงยาว เวลาออกเสียงจะสามารถลากเสียงให้ยาวได้นั่นเอง แต่ถ้าเป็นสระเสียงสั้น (ค าตาย) จะไม่สามารถลากเสียง ค าให้ยาวได้ ผู้อ่านลองออกเสียงค าสองค านี้เปรียบเทียบกันดูนะคะ 1. นา (ค าเป็น) 2. นะ (ค าตาย) ถ้าลอง ออกเสียงดู ค าว่า นา สามารถลากเสียงให้ยาวได้แต่ค าว่า นะ ไม่สามารถลากเสียงให้ยาวได้ และถ้าพยายาม ลากเสียง นะ ให้ยาว จากค าว่า นะ ก็จะกลายเป็นค าว่า นา อยู่ดีนั่นเอง 2. ในเรื่องค าที่มีตัวสะกดแม่กน กม เกย เกอว กง ให้จ ามาตราโดยแปลงเป็นค าว่า “นมยวง” อ่านว่า นม – ยวง ค านี้เมื่อน ามาแยกจะได้พยัญชนะทั้งหมด 5 ตัว ดังนี้ น = กน ม = กม
๔ ย = เกย ว = เกอว ง = กง ครบทั้ง 5 มาตราตัวสะกด แบบนี้เราก็ไม่ต้องมานั่งท่องว่า แม่กน แม่กม...ให้ยุ่งยากค่ะ หรือจะใช้วิธีการออก เสียงค าแบบลากยาวดูก็ได้โดยเวลาออกเสียงค าที่สะกดด้วย “น ม ย ว ง” จะสามารถออกเสียงลากยาวได้ อย่างต่อเนื่องและแนบเนียนค่ะ เช่น ดม, เลย 3. ในเรื่องสระ อ า ใอ ไอ เอา ซึ่งเป็นสระเสียงสั้นนั้น เราก็จ าว่าเป็นข้อยกเว้นส าหรับสระ 4 ตัวนี้ที่มาอยู่ใน ลักษณะของค าเป็นค่ะ เทคนิคการจ าลักษณะของค าตาย 1. ในเรื่องการใช้สระเสียงสั้น ให้คิดว่าค าตายก็เหมือนคนที่ตายแล้ว ซึ่งมีชีวิตสั้นกว่าคนที่ยังอยู่ ฉะนั้นค าตาย จึงต้องใช้สระเสียงสั้น ส่วนเรื่องสระเสียงสั้นที่มี 18 ตัวนั้น เราก็ไม่จ าเป็นต้องจ าให้ได้ทั้งหมด แต่ให้ลองออก เสียงค านั้นดู โดยลองออกเสียงลากยาว ถ้าเป็นค าตายจะไม่สามารถลากเสียงค าให้ยาวได้ตามที่ได้กล่าวไว้ใน หัวข้อเทคนิคการจ าลักษณะค าเป็นค่ะ 2. ในเรื่องค าที่มีตัวสะกดแม่ กก กบ กด ให้จ ามาตราโดยแปลงเป็นค าว่า “กบด” อ่านว่า กะ – บด ค านี้เมื่อ น ามาแยกจะได้พยัญชนะทั้งหมด 3 ตัว ดังนี้ ก = กก บ = กบ ด = กด
๕ ครบทั้ง 3 มาตราตัวสะกด จ าง่ายขึ้นใช่ไหมล่ะคะ หรือถ้าจะลองออกเสียงค าที่สะกดด้วยมาตรา “ก บ ด” แบบลากยาว ค าเหล่านั้นก็ไม่สามารถออกเสียงลากยาวได้อย่างต่อเนื่อง และแนบเนียนเหมือนกับค าเป็น เช่น ค าว่า “ตบ” ถ้าพยายามลากเสียงค าให้ยาว ก็จะมีช่วงที่เสียงหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง แล้วจึงจะสามารถลากเสียง ต่อไปได้ซึ่งไม่ต่อเนื่องและแนบเนียนเหมือนกับค าเป็นค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะส าหรับเทคนิคการแยกแยะค าเป็น - ค าตาย อาจจะดูตลกสักหน่อย แต่วิธีนี้ใช้ได้ผลกับตัว ผู้เขียนมานานแล้วค่ะ ขอเพิ่มเติมอีก 2 เรื่อง คือ ถ้าเป็นค าที่มีตัวสะกดเราไม่ต้องดูสระ ให้ดูเฉพาะตัวสะกด เท่านั้น เช่น ค าว่า “กิน” ไม่ต้องสนใจสระอิให้ดูเฉพาะตัว น ซึ่งอยู่ในแม่กน ดังนั้น ค าว่า “กิน” จึงเป็นค าเป็น และถ้าเป็นค าที่มีหลายพยางค์ เราจะต้องแยกพยางค์ออกมาให้อยู่ในรูปของค าอ่าน แล้วค่อยแยกแยะว่าเป็น ค าเป็นหรือค าตาย เช่น ค าว่า "โทรศัพท์" อ่านว่า โท - ระ - สับ โท = ค าเป็น (สระโอ เสียงยาว) ระ = ค าตาย (สระอะ เสียงสั้น) สับ = ค าตาย (ถ้ามีตัวสะกด ดูเฉพาะตัวสะกด คือตัว บ อยู่ในแม่กบจึงเป็นค าตาย) สรุปวิธีพิจารณา 1. สังเกตที่ตัวสะกดเป็นหลักถ้าค าที่ต้องการพิจารณามีตัวสะกดให้ดูที่ตัวสะกดไม่ต้องค านึงถึงสระเสียงสั้น สระ เสียงยาว ควรดูว่าค านั้นมีตัวสะกดหรือไม่ ถ้ามีให้ขีดเส้นใต้ตัวสะกด 2.ดูว่าตัวสะกดนั้นเป็น กบด หรือไม่ ( แม่ กก กบ กด) ถ้าใช่ ค านั้นจะเป็นค าตาย ถ้าไม่ใช่ กบด ค านั้นจะเป็น ค าเป็น 3.ในกรณีที่ไม่มีตัวสะกด ให้ดูว่าค านั้นประสมด้วยสระเสียงสั้น หรือ สระเสียงยาว กลวิธีในการจ า ค าเป็น ค าตาย -พวกที่เป็น กบด ต้องตายก่อน (สะกดด้วยแม่กก กบ กด) -อายุสั้นต้องตายตาม (ประสมด้วยสระเสียงสั้น) -สะกดด้วยแม่ กน กม เกย เกอว กง -อายุยาวเป็น (ประสมด้วยสระเสียงยาว)
๖ ควรจ าในส่วนของค าตายให้ได้เพราะจ าง่าย คือ กบด ต้องตายก่อน และอายุสั้นต้องตายตาม กล่าวคือ สะกดด้วยแม่ กก กบ กด (กรณีมีตัวสะกด) และประสมด้วยสระเสียง สั้น (กรณีไม่มีตัวสะกด) เป็นค าตาย นอกเหนือจากนี้เป็นค าเป็นทั้งหมด ดังนั้นสรุปได้ว่า ค าที่ประสมด้วยสระ ำ ใ- ไ- เ-า เป็นค าเป็นเพราะนับว่ามีตัวสะกด ในมาตราแม่กม แม่เกย และ แม่เกอว ตามล าดับ วิธีจ าค าเป็น ถ้าหากว่าการจ าสระและตัวสะกด ยากเกินไป น้องๆสามารถใช้เทคนิคการจ าค าเป็นได้ง่ายๆว่า ถ้าเราสามารถ อ่านออกเสียงค านั้นๆได้ยาวมาก จนสุดเสียง โดยที่ไม่สะดุดเลยล่ะก็ ค านั้นจะเป็นค าเป็น หรือจ าว่า กาเป็นยาว นมยวง ตัวอย่างค าเป็น • เปลหนึ่งเพลิงโสม • มา ดูปูเวลา ปี • จริง กิน กรรม สาว ฉุย • ค่า • นก • นกน้อย • นกแก้ • ต้นไม้ • ใบไม้ • ดอกไม้ • บ้าน • รถยนต์ • โรงเรียน • มนุษย์ ค าเหล่านี้เป็นค าที่มีเสียงสระเสียงยาว หรือมีตัวสะกดอยู่ในแม่กง กน กม เกย เกอว จึงจัดเป็นค าเป็น วิธีจ าค าตาย ถ้าหากว่าการจ าสระและตัวสะกด ยากเกินไป น้องๆสามารถใช้เทคนิคการจ าค าเป็นได้ง่ายๆว่า ถ้าเราสามารถ อ่านออกเสียงค านั้นๆได้สั้นๆ ไม่สามารถออกเสียงยาวๆได้ค านั้นจะเป็นค าตาย
๗ หรือจ าว่า กาตายสั้น กบด ตัวอย่างค าตาย • เตะรักอิฐโลภ • ธุระ กะทิ เกะกะ • บทบาท ลาภ เมฆ เลข ธูป • คะ ค่ะ นะคะ • ของ • ที่ • กับ • ใน • คน • แมว • สุนัข • หนังสือ • ดินสอ • โต๊ะ • ค าเหล่านี้เป็นค าที่มีเสียงสระเสียงสั้น และมีตัวสะกดอยู่ในแม่กก กด กบ จึงจัดเป็นค าตาย วิธีการพิจารณาแยกระหว่างค าเป็น และค าตาย นอกจากการจ าความแตกต่างระหว่างค าเป็นและค าตายแล้ว ยังมีวิธีจ าแนกระหว่างค าเป็น ค าตาย ที่เป็นกฎ ตายตัวอยู่เช่นกัน โดยให้ใช้หลักนี้ในการพิจารณา 1. ให้สังเกตที่ตัวสะกดเป็นหลัก ถ้าค าที่ต้องการพิจารณามีตัวสะกดให้ดูที่ตัวสะกด ไม่ต้องค านึงถึงสระ เสียงสั้นยาว ดูว่าค านั้นมีตัวสะกดหรือไม่ ถ้ามีให้ขีดเส้นใต้ตัวสะกด 2. ดูว่าตัวสะกดนั้นเป็น กบด หรือไม่ ( แม่ กก กบ กด ) ถ้าใช่ ค านั้นจะเป็นค าตาย ถ้าไม่ใช่ กบด ค านั้น จะเป็นค าเป็น 3. ในกรณีที่ไม่มีตัวสะกด ให้ดูว่าค านั้นประสมด้วยสระเสียงสั้นหรือเสียงยาว ถ้าอายุสั้น ( เสียงสั้น ) ต้อง ตาย ถ้าอายุยาว ( เสียงยาว ) จึงเป็น ความส าคัญในการเรียนรู้ค าเป็น ค าตาย การเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างระหว่างค าเป็นและค าตายเป็นสิ่งส าคัญในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องและ สละสลวย ผู้เรียนภาษาไทยควรทราบถึงลักษณะของค าทั้งสองประเภท รวมถึงการผันวรรณยุกต์ของค าเป็น เพื่อให้สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
๘ ตัวอย่างการใช้ค าเป็น ค าตายในชีวิตประจ าวัน • ค าเป็น: บ้าน, รถยนต์, โรงเรียน, ครู, นักเรียน, หนังสือ, ดินสอ, ปากกา • ค าตาย: ของ, ที่, กับ, ใน, คน, แมว, สุนัข, กิน, นอน, เล่น การใช้ค าเป็นและค าตายอย่างถูกต้องจะช่วยให้การสื่อสารมีความชัดเจนและสละสลวยขึ้น นอกจากนี้ยังช่วย ให้ผู้เขียนและผู้พูดสามารถถ่ายทอดความหมายและความรู้สึกได้อย่างตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ความส าคัญของค าเป็น ค าตาย ในหลักภาษาไทย ถ้าเรามองในมุมมองทางภาษาศาสตร์ค าเป็นและค าตายเป็นส่วนส าคัญของภาษาที่มีบทบาทในการสร้าง ความหมายและความเชื่อมโยงในประโยค นอกจากนี้ความเข้าใจและการใช้งานที่ถูกต้องของค าเหล่านี้ยังเป็น สิ่งส าคัญในการพูดและเขียนในภาษาไทย การรู้จักค าเป็นและค าตายจึงเป็นประโยชน์ที่มีค่าอย่างมาก เพราะ หากเราเข้าใจความหมายและการใช้งานของค าเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างชัดเจนและ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ความรู้เกี่ยวกับค าเป็นและค าตายยังมีผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ภาษาที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การศึกษาวรรณคดี ค าบรรยาย หรือการแปลงความหมายของประโยค เป็นต้น ดังนั้น การศึกษาและความ เข้าใจในด้านนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันและการศึกษาได้มากยิ่งขึ้น ถ้า เราต้องการเติบโตและพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาไทยของเราให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต การเริ่มต้นด้วยค าเป็น และค าตายคือขั้นตอนที่ดีที่สุดที่เราสามารถท าได้เสมอ
๙ บทสรุป ค าเป็น คือค าที่สะกดในมาตราแม่กง กน กม เกย เกอว โดยประสมสระเสียงสั้นหรือยาวก็ได้ หรือ เป็นค าไม่มีตัวสะกดที่ประสมสระเสียงยาว ค าตาย คือค าที่สะกดในมาตราแม่กก กด กบ โดยประสมสระเสียง สั้นหรือยาวก็ได้ หรือเป็นค าไม่มีตัวสะกดที่ประสมสระเสียงสั้นค าเป็นและค าตายเป็นส่วนส าคัญของภาษาไทย การเข้าใจความแตกต่างระหว่างค าทั้งสองประเภทช่วยให้เราสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง และสื่อสารความหมายได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การเรียนรู้ค าเป็น ค าตายอย่างแม่นย าจึงเป็นพื้นฐานส าคัญใน การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
๑o บรรณานุกรม ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล * ราชบัณฑิตยสถาน. (2559). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. * ราชบัณฑิตยสถาน. (2563). คู่มือการใช้ภาษาไทย ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. * ราชบัณฑิตยสถาน. (2565). ไวยากรณ์ไทย ภาค 1. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. * ศิริวรรณ ว่องไว. (2563). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. * สมบัติ คีรีรัตน์. (2565). หลักภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ มหาวิทยาลัยรามค าแหง.