6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงที่ 1
ขน้ั นำ
1. ครูพูดคุยซักถามนักเรียนเกี่ยวกับ การใช้ชีวิตประจำวัน “นักเรียนติดเล่นโทรศัพท์มือถือกันมากแค่ไหน
อย่างไร”ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า ปัญหาการใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสมในปัจจุบันคือปัญหาที่
ตอ้ งการแกไ้ ข
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่าง การใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งบอกว่าปัญหาที่จำเป็นต้องแกค้ อื
อะไร สาเหตุ และผลกระทบต่อการดำเนินชวี ิตประจำวันอย่างไร
3. ครูอธิบายเพิม่ เติมให้นกั เรียนเข้าใจวา่ ส่งิ อำนวยความสะดวกในชวี ิตประจำวันของมนุษย์ลว้ นเปน็ เทคโนโลยี ซึ่ง
เกิดจากกระบวนการคิดที่เป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นแต่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีอย่างไม่
เหมาะสมก็อาจเปน็ โทษได้
4. นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
5. ครถู ามคำถามกระตุน้ ความคดิ จากหนงั สอื เรยี น ว่าเทคโนโลยีมสี ่วนชว่ ยในการดำรงชวี ติ อยา่ งไรแลว้ ให้นักเรียน
ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ และตอบคำถาม
(แนวตอบ : เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ ช่วยในการแก้ปัญหาผ่านกระบวนการ
เทคโนโลยี ซึ่งเป็นขั้นเป็นตอนที่มีส่วนช่วยในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ใช้ความรู้ด้าน
วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา จนได้ออกมาเป็นสิ่งที่ตอบสนองความจำเป็นหรือความต้องการ
ของมนษุ ย์ซึ่งกระบวนการเทคโนโลยเี ปน็ สงิ่ ที่ชว่ ยตอบสนองความจำเป็นและความตอ้ งการของมนษุ ย)์
ขนั้ สอน
ขั้นกำหนดปญั หา
1. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวขอ้ กับนักเรียน ในหนังสือเรียน ว่า กระบวนการเทคโนโลยีช่วยตอบสนองความ
จำเป็นและความต้องการของมนษุ ย์อย่างไร
(แนวตอบ : กระบวนการเทคโนโลยีชว่ ยตอบสนองความต้องการของชีวติ มนษุ ยใ์ นปัจจบุ นั ดา้ นเทคโนโลยีเพ่ือ
สามารถพัฒนาทางดา้ นส่งิ อำนวยความสะดวก เพอ่ื ให้การใชช้ ีวติ ประจำวนั ไดส้ ะดวกสบายยงิ่ ข้ึน)
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 – 4 คน แล้วให้สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศึกษาและสบื คน้ ข้อมูลเกยี่ วกบั ความหมาย
และองคป์ ระกอบของกระบวนการเทคโนโลยี
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภิปรายขอ้ มูลที่สืบค้นได้ภายในกลุ่ม แล้วรว่ มกันสรุปลงในกระดาษ A4 แลว้ นำมาส่ง
ครูเพอ่ื ให้ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความหมายและองค์ประกอบของกระบวนการเทคโนโลยี ช่วยตอบสนองความ
จำเป็นและความต้องการของมนุษย์อย่างไรจากน้ันร่วมกันสรปุ ว่า กระบวนการเทคโนโลยีช่วยตอบสนองความ
จำเป็นและความต้องการของมนุษย์ เพราะเป็นกระบวนการที่เป็นระบบที่ช่วยในการแก้ปัญหาและตอบสนอง
ความต้องการของมนุษย์ซึ่งประกอบด้วย การระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา การเลือก
วิธีการแกป้ ัญหา การออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หา การทดสอบ การปรับปรงุ แก้ไข และการนำเสนอผลงาน
5. ครตู ั้งคำถาม แลว้ สมุ่ ตวั แทนแตล่ ะกลมุ่ ตอบคำถาม ดังน้ี
กระบวนการเทคโนโลยีมีความสำคัญอยา่ งไร
(แนวตอบ :ช่วยแก้ปญั หาและสนองความจำเป็นและความต้องการของมนษุ ยไ์ ด้)
องค์ประกอบของกระบวนการเทคโนโลยีมีกี่ข้นั ตอน อะไรบ้าง
(แนวตอบ : 7 ข้นั ตอน ได้แก่ 1.การระบุปัญหาหรือความตอ้ งการ 2.การรวบรวมข้อมูลที่เก่ยี วข้องกับปัญหา 3.
การเลือกวิธีการแก้ปัญหา 4.การออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา 5.การทดสอบ 6.การปรับปรุงแก้ไขและประเมินผล
7.การนำเสนอผลงาน)
6. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกีย่ วกับความหมายและองคป์ ระกอบของกระบวนการเทคโนโลยี
7. ครนู ำปา้ ยกระดาษท่ีเขียนคำว่า “ปัญหาการใช้เทคโนโลยีไมเ่ หมาะสมในชวี ิตประจำวนั ” ไปตดิ ไวบ้ รเิ วณหน้า
8. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่าง การระบุปัญหา และอภิปรายหัวข้อที่ครูติดไว้บริเวณหน้า ครูกำหนดเวลาในการร่วม
อภิปราย 5 นาทจี ากนั้นนกั เรียนร่วมกนั เสนอปัญหาที่หลากหลาย และเลอื กปญั หาที่สนใจ
9. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ เลอื กปัญหาตามความสนใจ แตล่ ะกลุ่มสรปุ ปัญหาและความต้องการที่กลุ่มสนใจ โดยระบุปัญหาที่
จำเป็นหรือความต้องการคืออะไร
ชั่วโมงท่ี 2
ขนั้ สอน
ข้ันทำความเขา้ ใจปัญหา
1. ครตู งั้ คำถามใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอบ ดังน้ี
องค์ประกอบของการระบุปญั หา ได้แก่องค์ประกอบใดบ้าง
(แนวตอบ : 1. ปัญหา คือ ส่ิงที่จำเป็นต้องแก้ไข 2. ใคร คือ ผู้ทเ่ี ผชิญปัญหาทเ่ี ราจำเปน็ ต้องแก้
3. เหตุผล คอื เหตใุ ดปญั หาน้ีจึงจำเปน็ ตอ้ งแก)้
นวัตกรรมและสิ่งประดษิ ฐ์มีความแตกต่างกันอยา่ งไร
(แนวตอบ : นวตั กรรม (innovation) คือ การนำเอาวิทยาการตา่ งๆ มาออกแบบเพ่ือตอบสนองความจำเป็น
หรอื ความต้องการ สามารถนำมาใชก้ ่อใหเ้ กิดประโยชนท์ างเศรษฐกิจและสงั คมได้ สามารถนำมาทำการค้าได้
สามารถสร้างผลกำไรให้กบั ธุรกจิ เชน่ หุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ เปน็ ตน้
สงิ่ ประดิษฐ์ (invention)คอื สง่ิ ทีเ่ ปน็ การคดิ คน้ ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น พมิ พ์ดีด วิทยุ โทรทัศน์
เปน็ ต้น)
2. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรม Design จากนั้นครูสุ่มถามคำตอบของนักเรียนเป็นรายบุคคลทีละสถานการณ์
จนครบ โดยระหว่างที่นักเรียนตอบ ให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆและครูร่วมกันพิจารณาคำตอบ เพื่อตรวจสอบ
ความถูกต้อง และร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน
3. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันอภิปราย ตั้งคำถามในประเด็นที่อยากรู้ ระดมสมองหาความหมาย คำนิยาม และ
อธิบายสถานการณ์ของปัญหา จัดทำสรุปลงในกระดาษ A4 ตามประเด็น ดังน้ี
ปญั หาท่ีจำเปน็ ตอ้ งแกค้ ืออะไร
ใครคือผทู้ ่เี ผชญิ ปัญหาทีเ่ ราจำเป็นต้องแก้
เหตุใดปัญหาน้จี งึ จำเปน็ ต้องแก้
แล้วรว่ มกนั ออกแบบวิธีการนำเสนอผลงานท่นี ่าสนใจ
4. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ทีละกลมุ่ จนครบทกุ กลมุ่ เมื่อแต่ละ
กลุม่ เสนอผลงานจบแล้วใหน้ ำผลงานไปตดิ ไวต้ ามบรเิ วณรอบๆหอ้ งเรยี น
5. ครใู หเ้ วลานักเรยี น 3 นาทีในการเดนิ ชมผลงานของกลุ่มอนื่ ๆ เพอ่ื เปรียบเทียบกับผลงานของกล่มุ ตนเอง จากนัน้
ให้นักเรยี นร่วมกันวเิ คราะห์สถานการณข์ องปญั หาการใชเ้ ทคโนโลยไี มเ่ หมาะสมในชีวิตประจำวัน
6. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมวา่ นอกจากปญั หาท่เี ป็นสถานการณ์ศกึ ษาแลว้ ยงั มปี ัญหาอนื่ ๆ อีกมากมาย ดังนัน้ เราสามารถ
ใชก้ ระบวนการเทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาเพือ่ การตอบสนองความจำเป็นหรอื ความตอ้ งการได้
ช่วั โมงที่ 3
ขนั้ สอน
ขนั้ การดำเนินการศกึ ษาค้นคว้า
1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบว่า การรวบรวมข้อมูลที่เก่ียวข้องกับปัญหามีอะไรบ้าง
(แนวตอบ : การรวบรวมข้อมูล การรวบรวมข้อมูลมีหลายแบบ เช่น การพูดคุยหรือการสัมภาษณ์ การสังเกต
การรว่ มประสบการณ์ การศกึ ษาจากหนังสอื วารสาร สบื คน้ จากอนิ เทอร์เนต็ เปน็ ตน้ )
2. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่าง การรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับปัญหา
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม ตามประเด็นปัญหาของแต่ละกลุ่ม แล้วแบ่ง
หน้าที่กัน จัดเรียงลำดับการทำงาน กำหนดเป้าหมายของงาน ระยะเวลา ค้นคว้าและบันทึกข้อมูล
4. ครูอธิบายเรื่องการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหา โดยการรวบรวมข้อมูลทำได้ 2 วิธีการหลัก ดังนี้ การ
รวบรวมข้อมูลข้ันปฐมภูมิ การรวบรวมข้อมูลข้ันทุติยภูมิ
5. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรม Design Activity จากน้ันครูสุ่มถามคำตอบของนกั เรียนเป็นรายบุคคลทีละภาพ
จนครบ โดยระหว่างที่นักเรียนตอบ ให้เพื่อนนักเรียนคนอ่ืนๆ และครูร่วมกันพิจารณาคำตอบ เพื่อตรวจสอบ
ความถูกต้อง และร่วมกันอภิปรายเพ่ือหาข้อสรุปร่วมกัน
ข้ันสงั เคราะห์ความรู้
1. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ แลกเปล่ียนข้อมูล ความคิดเหน็ โดยผเู้ รยี นแต่ละคนนำความรู้มานำเสนอภายในกลมุ่ ครแู ละ
นักเรยี นคนอ่ืนๆ ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง เหมาะสม และหาความรู้เพิ่มเติม
2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบว่า การสร้างสรรค์เทคโนโลยีช่วยในการแก้ปัญหาได้อย่างไร และ
ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง
(แนวตอบ : การสร้างสรรคเ์ ทคโนโลยี คือ การเลือกวธิ แี ก้ปัญหาซ่ึงทำให้เทคโนโลยีทีจ่ ะถกู สร้างขน้ึ สามารถตอบ
โจทย์กับปัญหา โดยการเลือกวิธีการแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ พิจารณาจากการทำงานที่ดีขึ้น เร็วข้ึน
ประหยัดขน้ึ สะดวกขน้ึ ความเป็นไปได้ เปน็ ตน้ )
3. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า เหตุผลที่กระบวนการเทคโนโลยีมีขั้นตอนการเลือกวิธีการเพราะต้องการหาวิธีการ
แกป้ ญั หาทด่ี ีท่ีสดุ
4. ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษาตัวอย่าง การเลอื กวิธกี ารแก้ปัญหา และการออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา
5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันอภิปรายเลือกวิธีการแก้ปัญหา ตามปัญหาของแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้ง
ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา สรุป แล้วให้เขียนในรูปแบบแผนผังมโนทัศน์
6. ครใู หค้ วามรเู้ พมิ่ เติมว่า ตน้ แบบ คือ การสรา้ งแบบจำลองของเทคโนโลยีเพ่ือตรวจสอบว่าตรงกับความต้องการ
หรือไม่ การออกแบบวิธีการแก้ปัญหาจึงสามารถทดสอบสมมติฐานได้เมื่อเราออกแบบวิธีการแก้ปัญหาแล้ว
ข้ันต่อไปคือการทดสอบเพ่ือการตรวจสอบช้ินงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์เพื่อ
หาข้อบกพร่อง และดำเนินการปรับปรุงให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ หลังจากการทดสอบก็เป็นขั้นปรับปรุง
แก้ไข และประเมินผล
7. ครูอธิบายเรื่องการทดสอบ เป็นขั้นตอนการทดสอบว่าแนวคิดของเทคโนโลยีนั้นตอบโจทย์ของผู้ใช้งาน
หรือไม่ มีส่วนใดที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขบ้าง การปรับปรุง แก้ไข และประเมินผล หลังจากการทดสอบแล้ว
พบว่าเทคโนโลยีที่เราต้องออกแบบนั้นมีข้อบกพร่อง ข้ันตอนต่อไปของกระบวนการเทคโนโลยีก็จะเป็นการ
ปรับปรุง แก้ไข โดยอาจปรับปรุงแก้ไขจากต้นแบบเดิม นำเสนอผลงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญของ
กระบวนการเทคโนโลยี เป็นการนำเสนอแนวคิด หรือชิ้นงาน
ช่ัวโมงท่ี 4
ข้ันสรปุ
ข้ันสรปุ และประเมนิ ค่าของคำตอบ
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้ แล้วจัดทำเป็น PowerPoint โดยครูให้
นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งชื่อเรื่องที่นำเสนอได้อย่างอิสระ ซึ่งชื่อเรื่องจะต้องสอดคล้องกับเนื้อหาที่นำเสนอ เช่น
ปัญหาการใชส้ ่อื ออนไลนไ์ มเ่ หมาะสม เป็นตน้
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอปญั หาท่สี นใจ โดยใช้ PowerPoint ประกอบการนำเสนอ ขณะที่นักเรียนแต่
ละกลมุ่ นำเสนอใหค้ รูคอยแนะนำและเสรมิ ข้อมูลทีถ่ ูกตอ้ งให้นกั เรยี น
3. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด ว่า วิศวกรเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ผ่านกระบวนการ
เทคโนโลยีอย่างไร
(แนวตอบ :วศิ วกรจะประยุกต์ใช้หลกั การทางวิทยาศาสตร์ผ่านคณิตศาสตร์ และใชเ้ ทคโนโลยีสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
ผ่านกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซ่งึ มอี งค์ประกอบ 2 สว่ น คือสว่ นท่ีนำเอาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
มาใช้ใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ละส่วนท่ีออกแบบให้ได้ผลงานทตี่ ้องการ)
4. ครแู ละนกั เรยี นดตู วั อยา่ ง แลว้ รว่ มกนั วิเคราะห์ กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
5. ครูอธิบายเพิม่ เตมิ เก่ียวกบั ความเชือ่ มโยงของกระบวนการเทคโนโลยีกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมโดย
อธิบายในเรอื่ งกระบวนการเทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
6. นักเรียนทำกจิ กรรม Design Activity จากหนงั สือเรียน เสร็จแล้วนำส่งครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
7. ครูเปิด PowerPointเรื่องกระบวนการเทคโนโลยี ให้นักเรยี นดู แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป ตาม
ประเดน็ ดงั น้ี
กระบวนการเทคโนโลยีคอื อะไร อธิบายความหมาย ความสำคัญ
กระบวนการเทคโนโลยีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตอยา่ งไร บอกองค์ประกอบหลักกระบวนการเทคโนโลยี
อธบิ ายลกั ษณะเฉพาะขององค์ประกอบหลกั แต่ละส่วน
8. ครูใหน้ กั เรียนสอบถามเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั เน้อื หาใน PowerPoint ทยี่ ังไม่เขา้ ใจ แล้วให้ความรู้เพม่ิ เติมในสว่ นน้ัน
9. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง กระบวนการเทคโนโลยี เมื่อทำเสร็จแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย
คำตอบ
10.ครูมอบหมายให้นักเรียนสรปุ ความรู้เรื่อง กระบวนการเทคโนโลยี เปน็ ผังมโนทัศน์ ลงในกระดาษ A4 เสร็จแล้ว
นำส่งครู
ขัน้ นำเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครตู รวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ครูตรวจและประเมนิ ผลใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง กระบวนการทางเทคโนโลยี
3. ครูตรวจและประเมินผล PowerPointเรือ่ ง การแกป้ ัญหาผา่ นกระบวนการเทคโนโลยี
4. ครตู รวจและประเมนิ ผลผงั มโนทศั นเ์ รือ่ ง กระบวนการเทคโนโลยี
5. ครตู รวจและประเมนิ ผลผงั มโนทศั น์ เรอื่ ง ปัญหาการใชเ้ ทคโนโลยีไมเ่ หมาะสมในชวี ิตประจำวนั
6. ครูประเมนิ ผล โดยสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7.การบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลักความ พอประมาณกับเวลา นักเรียนสามารถเรยี นรู้ เร่ือง กระบวนการเทคโนโลยี ได้ทนั เวลา
พอประมาณ พอประมาณกับสมาชิก นกั เรียนสามารถแบง่ กลุ่ม เพียงพอตอ่ การร่วมกันทำงานเป็นกลุม่
พอประมาณกับสถานท่ี ห้องเรียนคอมพวิ เตอร์เพยี งพอกบั จำนวนนกั เรยี น
หลักมเี หตผุ ล ในการจดั การเรียนการสอน นกั เรียนสามารถปฏบิ ัตแิ บบฝึกหัด จากเรอื่ ง กระบวนการ
เทคโนโลยี ได้
หลกั การสร้าง การจดั การเรียนสอนแตล่ ะครั้ง นกั เรยี นเกดิ ความเขา้ ใจในการเรียน เนือ้ หา ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
ภมู ิคมุ้ กันในตวั ท่ีดี ทุกคนมีส่วนรว่ มในการเรยี นการสอนไดเ้ ป็นอยา่ งดี
เงื่อนไขความรู้ นกั เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจเรื่อง กระบวนการเทคโนโลยี ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
เง่อื นไขคณุ ธรรม รจู้ ักการทำงานร่วมกลุ่ม ซื่อสัตย์ มีความรบั ผดิ ชอบ
8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี เรือ่ ง กระบวนการเทคโนโลยี
2) ใบงานที่ 2.1 เรื่องกระบวนการเทคโนโลยี
3) PowerPoint เร่ือง การแก้ปัญหาผ่านกระบวนการเทคโนโลยี
8.1 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
9. การวัดและประเมินผล วิธีวัด เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
รายการวัด
9.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ประเมินตามสภาพจริง
- แบบทดสอบก่อนเรยี น กอ่ นเรียน
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2
เรื่อง กระบวนการ
เทคโนโลยี
9.2 การประเมินระหวา่ งการ
จัดกิจกรรม
1) กระบวนการเทคโนโลยี - ตรวจใบงานท่ี 2.1 - ใบงานท่ี 2.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานท่ีนำเสนอ ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
3) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกต ระดับคณุ ภาพ 2
รายบุคคล การทำงารายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล
4) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2
กลุ่ม การทำงานกลมุ่ พฤติกรรมการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
กล่มุ
5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวนิ ยั - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
และมงุ่ มัน่ ในการ อันพึงประสงค์
ทำงาน
ใบงานท่ี 2.1
เร่อื ง กระบวนการเทคโนโลยี
*************************************************************************************************
คำชี้แจง : เตมิ ข้อความหรอื ความหมายของคำลงในชอ่ งวา่ งให้ถกู ตอ้ ง
1. กระบวนการเทคโนโลยี คอื
2. กระบวนการเทคโนโลยปี ระกอบดว้ ย 7 ขน้ั ตอน
1)
2)
3)
4)
5)
6)
7)
3. กระบวนการเทคโนโลยี และ กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม แตกต่างกันอย่างไร
…………………...................................................... …………………......................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
. .
เฉลย ใบงานที่ 2.1
เร่ือง กระบวนการเทคโนโลยี
*********************************************************************************************************
คำชแี้ จง : เตมิ ขอ้ ความหรอื ความหมายของคำลงในชอ่ งวา่ งให้ถูกตอ้ ง
1. กระบวนการเทคโนโลยี คือ วิธีการหรอื กระบวนการทำงานในการแก้ปญั หาหรือสนองความตอ้ งการอย่างเป็นข้ันตอนที่
ชดั เจน มีส่วนชว่ ยในการสรา้ งสรรคเ์ ทคโนโลยที ่ีมีประสทิ ธิภาพและตอบโจทยส์ งั คม และเปน็ กระบวนการทีว่ ิศวกรนำไปใช้
ร่วมกบั ความรดู้ ้านวทิ ยาศาสตร์และคณติ ศาสตรใ์ นการแก้ปญั หา
2. กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบด้วย 7 ขัน้ ตอน ดงั น้ี
1. กำหนดปัญหาหรือความต้องการ คือ การทำความเข้าใจหรือวเิ คราะหป์ ัญหาหรอื ความต้องการหรอื
สถานการณเ์ ทคโนโลยอี ย่างละเอยี ด เพอ่ื กำหนดกรอบของปัญหาหรือความต้องการใหช้ ัดเจนมากข้ึน
2. รวบรวมข้อมลู คอื การรวบรวมขอ้ มูลต่างๆ ท่เี กี่ยวข้องกับปัญหาหรือความต้องการทีก่ ำหนดไวใ้ นขน้ั กำหนด
ปัญหาหรอื ความต้องการจากแหลง่ ข้อมลู ทีเ่ ชือ่ ถอื ได้ เช่น ศกึ ษาจากตำรา วารสาร บทความ เป็นต้น
3. เลอื กวิธกี าร คอื การพจิ ารณาและเลอื กวิธีการแกป้ ญั หาหรือสนองความต้องการที่เหมาะสมและสอดคลอ้ งกับ
ปญั หาหรือความตอ้ งการมากท่สี ุด โดยใช้กระบวนการตดั สนิ ใจเลือกจากวิธกี ารท่ีสรุปได้ในขัน้ รวบรวมข้อมลู
4. ออกแบบและปฏิบัติการ คือ การถ่ายทอดความคิดหรอื ลำดบั ความคิดหรอื จนิ ตนาการใหเ้ ปน็ ข้นั ตอน
เกย่ี วกบั วิธกี ารแกป้ ัญหาหรือสนองความตอ้ งการ โดยใชก้ ารร่างภาพ 3 มิติ รา่ งภาพฉาย แบบจำลอง และวางแผนการ
ปฏบิ ัติงานอย่างเปน็ ขน้ั ตอน
5. ทดสอบ คือ การตรวจชน้ิ งานหรอื แบบจำลองวิธกี ารทสี่ รา้ งข้ึนวา่ สอดคลอ้ งตามแบบที่ได้ถา่ ยทอดความคิดไว้
หรอื ไม่ สามารถทำงานหอื ใช้งานไดห้ รอื ไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร เปน็ ตน้
6. ปรับปรุง แก้ไข และประเมนิ ผล คอื การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากขัน้ ทดสอบว่าควรปรับปรุงชน้ิ งานหรือ
แบบจำลองวธิ กี ารในสว่ นใด ควรปรับปรุงแกไ้ ขอย่างไร แล้วจงึ ดำเนินการปรบั ปรุงแกไ้ ข แล้วประเมนิ ผล
7. นำเสนอผลงาน คอื การส่อื สารวธิ ีการแก้ไขปัญหาใหผ้ ู้ใช้และสังคมเข้าใจ
3.กระบวนการเทคโนโลยี และ กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม แตกต่างกันอยา่ งไร
ขัน้ ตอนกระบวนการเทคโนโลยี ข้ันตอนกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
ระบปุ ญั หาหรือความต้องการ
รวบรวมขอ้ มลู ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ระบุปญั หาหรือความต้องการ
ปัญหา ระดมสมองหาคำตอบทเ่ี ป็นไปได้
เลือกวิธีการแกป้ ญั หา หาข้อมูลและสำรวจแนวทางแก้ปัญหา
ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา ระบุข้อจำกดั และกำหนดเกณฑ์
ทดสอบ เลือกวธิ กี ารแก้ปญั หา
ปรบั ปรุง แก้ไข และประเมินผล การเขียนร่างการแกป้ ญั หา
นำเสนอผลงาน ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา
ทดสอบ
ปรบั ปรงุ แก้ไข และประเมนิ ผล
สรา้ งชน้ิ งาน
นำเสนอผลงาน
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว21103
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง กระบวนการเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เร่อื ง วิวฒั นาการของเทคโนโลยี เวลา 1 ชวั่ โมง
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว 4.1 ม.1/2 ระบุปัญหาหรือความตอ้ งการในชีวิตประจำวนั รวบรวมวเิ คราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่เี กยี่ วข้องกบั ปัญหา
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายและสรุปววิ ัฒนาการของเทคโนโลยีได้และการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีในชวี ติ ประจำวนั ได้ (K)
2. รวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มูลววิ ัฒนาการของเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได(้ P)
3. เหน็ ประโยชนข์ องการเรียนวชิ าออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนกั ในคุณคา่ ของความรวู้ ิวฒั นาการของ
เทคโนโลยี (A)
3. สาระการเรยี นรู้
1. ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันพบได้จากหลายบริบทขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ประสบ เช่น การเกษตร
อาหาร
2. การแก้ปัญหาจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูลความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนว
ทางการแกป้ ญั หา
4. สาระสำคัญ
ปญั หาหรอื ความต้องการในชวี ิตประจำวันของมนษุ ย์พบได้จากหลายสาเหตุขึน้ อยกู่ ับสถานการณ์ที่ มนุษยแ์ ต่
ละคนจะประสบเช่นปัญหาทางด้านการเกษตรปัญหาจากการขาดแคลนอาหารเป็นต้นดังนั้นการแก้ปัญหาผู้ที่ทำ
หน้าท่ีในการแกป้ ญั หาจำเปน็ ต้องสืบค้นรวบรวมขอ้ มูลความรู้จากศาสตร์ตา่ งๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งเพ่อื นำไปสู่การออกแบบ
แนวทางการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบในด้านลบต่อสิง่ ตา่ งๆ เช่น สภาพแวดล้อม ทรัพยากรวิถี
ชีวติ ของมนษุ ย์เป็นต้น
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวินัย รับผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
2) ทักษะการคิดอยา่ งสร้างสรรค์
3) ทกั ษะการคดิ อย่างเปน็ ระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี 1
ขั้นนำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า “นักเรียนคิดว่ามนุษย์ยคุ หินเก่ามีการดำรงชีวิตอย่างไรบ้าง จากนั้นครู
ถามนักเรยี นตอ่ ว่า “ถ้านักเรียนหลุดเขา้ ไปอยใู่ นยุคหนิ จะมีวิวฒั นาการในการดำรงชีวิตอยา่ งไร
(แนวตอบ : มนุษย์ยุคน้ีจะเร่ร่อนเคลื่อนย้ายตามแหล่งอาหาร มีที่อยู่อาศัยช่ัวคราว เป็นต้น
เล้ียงสตั ว์ ทำเกษตรกรรม ประดษิ ฐ์อุปกรณ์ในการล่าสัตว์ และมกี ารสร้างท่อี ยอู่ าศัย
เปน็ หลักแหล่ง เปน็ ตน้ )
2. ครูเปิดภาพเกยี่ วกับสง่ิ ประดษิ ฐ์ ขวานหิน เข็มทีท่ ำจากกระดูก เตาไฟ ท่ใี ชใ้ นการดำรงชีวิตในยุคหิน มาให้นักเรียนดู
แลว้ สอบถามนกั เรยี นวา่ เคยเหน็ สง่ิ ประดษิ ฐเ์ หลา่ นหี้ รือไม่และสิง่ ประดิษฐ์น้ีใชท้ ำอะไรจากนนั้ จึงนำภาพส่ิงประดิษฐ์
ตัง้ แตอ่ ดตี ในปจั จุบันมาให้นกั เรยี นดู แล้วบอกวา่ สง่ิ ทีน่ ักเรียนเห็นนีค้ ือววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
ข้ันสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูใหน้ กั เรยี นจบั คู่กัน แลว้ ร่วมกนั สบื คน้ ข้อมลู เก่ียวกับเครอ่ื งมือและวตั ถมุ ผี ลกระทบต่อววิ ฒั นาการของมนุษย์และ
สังคมอย่างไรและเขียนเครื่องมือและวตั ถุมผี ลกระทบต่อวิวัฒนาการของมนุษย์และสังคมลงในกระดาษกระดาษ
จากนั้นครูสมุ่ เรยี กนกั เรียนทลี ะกลุ่ม ออกมาบอกถงึ ผลกระทบต่อววิ ฒั นาการ
2. ครถู ามคำถามสำคัญประจำหวั ขอ้ กับนักเรยี นวา่ เคร่อื งมือและวตั ถุมผี ลกระทบตอ่ วิวฒั นาการของมนุษย์ และสังคม
อยา่ งไร
(แนวตอบ : เครื่องมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการของมนุษย์โดยการที่มนุษย์สามารถนำความคิดมา
พัฒนาเครือ่ งมือและวัตถใุ หม้ คี วามกา้ วหนา้ และสามารถใชง้ านในการอำนวยความสะดวกในชีวติ ประจำวัน)
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายและสรุปวิวัฒนาการของมนุษยแ์ ละเทคโนโลยพี ร้อมกับเขียนเปน็ ผงั มโนทศั น์
3. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม แล้วให้แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาคน้ คว้าและเปรียบเทยี บสิง่ ประดิษฐย์ ุคเก่ากับส่ิงประดิษฐ์
ยคุ ปัจจบุ ัน โดยประวตั ศิ าสตร์ของเทคโนโลยี แบง่ ออกเป็น 9 ยคุ ดังน้ี
- ยุคพาลิโอลิธคิ - ยคุ เหลก็ - ยุคเมโซลธิ ิค - ยคุ กลาง
- ยุคนโิ อลิธิค - ยคุ เรอเนสซองส์ - ยุคสำริด
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายและสรุปววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
5. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า วิวัฒนาการที่เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีมีมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และ
ช่วยในหารอำนวยความสะดวก
6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจำแนกยุคของการประวัติศาสตร์เทคโนโลยี โดยสรุปเป็นผังมโนทัศน์
ลงในกระดาษ A4 เสรจ็ แล้วให้แตล่ ะกลุ่มออกแบบวิธีการนำเสนอผลงานที่หนา้ ช้นั เรียน
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนทลี ะกลุ่มจนครบทกุ กลมุ่ โดยกำหนดเวลาในการ
นำเสนอกลุ่มละ 3 นาที
2. นักเรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายและสรปุ เกีย่ วกบั ยคุ ประวัติศาสตร์เทคโนโลยี
3. ครตู ั้งคำถามว่า จากประวัตศิ าสตร์ของเทคโนโลยีสามารถบ่งบอกววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี นกั เรียนมีแนวทาง
ในการพฒั นาเทคโนโลยอี ย่างไรบ้าง
4. ครใู ห้นักเรยี นทำใบงานที่ 2.2 เรือ่ ง ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยี
ขน้ั สรุป
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปววิ ฒั นาการของเทคโนโลยรี ว่ มกัน
2. ครูนำนกั เรียนอภิปรายและสรปุ เร่ือง ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี ตามประเด็นดังน้ี
เคร่ืองมือและวัตถุมผี ลกระทบต่อวิวฒั นาการของมนุษยแ์ ละสงั คมอย่างไรบ้าง
ประวตั ศิ าสตร์ของเทคโนโลยมี อี ะไรบา้ งอธิบายลักษณะเฉพาะของแต่ละสว่ นยคุ
แนวทางการพัฒนาวิวฒั นาการของเทคโนโลยีท่นี กั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้มอี ะไรบ้าง
วิวฒั นาการของเทคโนโลยมี ีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตอย่างไร
3. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
4. ครูมอบหมายให้นักเรยี นทำ Unit Activity แลว้ ส่งครตู รวจในช่วั โมงถดั ไป
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบทดสอบหลงั เรียน
2. ครูตรวจและประเมินผลใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
3. ครตู รวจและประเมินผลผังมโนทศั น์ เรื่อง วิวัฒนาการของเทคโนโลยี
4. ครูประเมินผล โดยสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7.การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลกั ความ พอประมาณกับเวลา นักเรยี นสามารถเรยี นรู้ เร่อื ง ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี ได้ทนั เวลา
พอประมาณ พอประมาณกบั สมาชิก นักเรยี นสามารถแบ่งกลุ่ม เพยี งพอตอ่ การรว่ มกนั ทำงานเปน็ กลุ่ม
พอประมาณกับสถานที่ ห้องเรยี นคอมพิวเตอร์เพียงพอกับจำนวนนกั เรียน
หลกั มีเหตุผล ในการจดั การเรียนการสอน นักเรยี นสามารถปฏบิ ัติแบบฝกึ หัด จากเรือ่ ง ววิ ัฒนาการของ
เทคโนโลยี ได้
หลกั การสร้าง การจัดการเรียนสอนแต่ละครัง้ นักเรียนเกิดความเข้าใจในการเรยี น เนือ้ หา ได้เปน็ อยา่ งดี
ภูมคิ มุ้ กนั ในตวั ท่ีดี ทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการเรยี นการสอนไดเ้ ปน็ อย่างดี
เงื่อนไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจเร่อื ง วิวัฒนาการของเทคโนโลยี ไดเ้ ปน็ อย่างดี
เงอื่ นไขคุณธรรม รู้จกั การทำงานร่วมกลุ่ม ซอ่ื สตั ย์ มคี วามรับผดิ ชอบ
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี เรือ่ ง กระบวนการเทคโนโลยี
2) ใบงานท่ี 2.2 เรื่องววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) ห้องสมุด
3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
9. การวัดและประเมินผล วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวดั
- ตรวจใบงานที่ 2.2 - ใบงานท่ี 2.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
9.1 การประเมินระหว่างการ
จัดกิจกรรม - ประเมินการ - ผลงานทีน่ ำเสนอ ระดับคณุ ภาพ 2
1) ววิ ัฒนาการของ นำเสนอ ผลงาน
เทคโนโลยี - สังเกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน การทำงานรายบุคคล
- แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
3) พฤตกิ รรมการทำงาน - สังเกตพฤตกิ รรม
รายบุคคล การทำงานกลมุ่ พฤตกิ รรมการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
- สังเกตความมวี นิ ยั
4) พฤตกิ รรมการทำงาน รับผดิ ชอบ ใฝ่ รายบคุ คล
กลมุ่ เรยี นรู้ และมุ่งมน่ั
ในการทำงาน - แบบสังเกพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2
5) คณุ ลักษณะ ตรวจแบบทดสอบ
อันพงึ ประสงค์ หลังเรียน การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
9.2 การประเมนิ หลงั เรยี น - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
- แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
เรื่อง กระบวนการ
เทคโนโลยี อันพึงประสงค์
แบบทดสอบหลงั เรยี น ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ใบงานที่ 2.2
เร่อื ง ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยี
********************************************************************************************************
คำช้แี จง : จงอธบิ ายลักษณะเดน่ และวเิ คราะหก์ ารเปล่ยี นแปลงววิ ฒั นาการของเทคโนโลยี ในแต่ละยคุ
ยคุ พาลิโอลธิ ิค ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยคุ เมโซลิธคิ ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยุคนีโอลิธิค ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยุคสำริด ……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยุคเหล็ก ……………………………………………………………………………………………………………..………………
ยคุ กลาง ……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยคุ เรอเนสซองส์
……………………………………………………………………………………………………………..………………
ยคุ อตุ สาหกรรม ……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ยุคข้อมูลข่าวสาร
……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………..………………
……………………………………………………………………………………………..………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..
เฉลย ใบงานท่ี 2.2
เรื่อง วิวฒั นาการของเทคโนโลยี
*************************************************************************************************************
*
คำชแ้ี จง : จงอธิบายลักษณะเดน่ และวเิ คราะหก์ ารเปลย่ี นแปลงววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี ในแตล่ ะยุค
ยุคพาลโิ อลธิ คิ ลักษณะเดน่ : เป็นยคุ หนิ เก่า
มคี วามต้องการทางดา้ นอาหาร จงึ มกี ารเคลื่อนย้ายถ่ินฐานตามแหล่งอาหาร
ยคุ เมโซลิธิค ลักษณะเด่น : เป็นยคุ หินกลาง
มกี ารเลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรกรรม และตั้งทีอ่ ย่อู าศยั
ยุคนีโอลธิ คิ ลกั ษณะเด่น : เป็นยคุ หินใหม่
มกี ารแบ่งงานตามความเชี่ยวชาญ เร่ิมสร้างสง่ิ ประดษิ ฐต์ า่ งๆ เชน่ พีระมดิ เป็นต้น
ยคุ สำรดิ ลักษณะเดน่ : เป็นยุคแห่งสถาปตั ยกรรมโดยเฉพาะการผลิตสำรดิ
ยคุ เหล็ก มีการใชส้ ำรดิ ที่ผสมจากทองแดงและดบี กุ แทนเครอ่ื งมือต่างๆท่ีเป็นหิน ประดิษฐเ์ ครอื่ งมอื
ยุคกลาง อาวุธท่ที นทานแขง็ แรง
ยุคเรอเนสซองส์ ลกั ษณะเดน่ : สถาปัตยกรรมถกู สร้างจากเหล็ก
เร่มิ มีการปกครองทางทหาร มีวฒั นธรรม ผลิตอาวุธหรือเครอ่ื งมือการเกษตรทีท่ ำจาก
ยคุ อุตสาหกรรม เหล็ก เชน่ ธนู เป็นต้น
ยคุ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ลกั ษณะเด่น : เป็นยคุ หลังจากอาณาจกั รโรมันลม่ สลาย
ยุคกลางตอนต้น ประชากรลดลง ยคุ กลางสงู สุด มีเรม่ิ ระบบศกั ดินา ประชากรเพิม่ ขนึ้ มี
นวตั กรรมด้านการเกษตร ยุคกลางตอนปลาย เกิดสงคราม
ลกั ษณะเด่น : เปน็ ยุคการฟืน้ ฟูอิทธิพลของสถาปัตยกรรมคลาสสกิ มีการแบ่งปันความคดิ
การสร้างเครอื่ งมอื และอุปกรณต์ า่ งๆ เกดิ จากการสงั เกตปรากฏการณท์ างธรรมชาติ เช่น
กลอ้ งโทรทรรศน์ กล้องจุลทรรศน์ เทอร์มอมเิ ตอร์ เป็นต้น
ลกั ษณะเด่น : เป็นยคุ ท่ีมกี ารเรมิ่ ใชเ้ ครื่องจกั ร มโี รงงาน และสังคมเมือง
การปฏิวตั อิ ุตสาหกรรมเกดิ ศูนย์กลางของเมอื ง เกิดระบบเศรษฐกิจ มกี ารพฒั นาคุณภาพ
ชวี ติ ของมนุษย์ มีเคร่อื งใช้ไฟฟา้ รถยนต์ เครือ่ งบิน เปน็ ต้น
ลกั ษณะเดน่ :เป็นยคุ แหง่ การรวบรวม จดั การ แก้ไข และการแบง่ ปันข้อมลู ขา่ วสาร
ข้อมูล ข่าวสารมกี ารแพรก่ ระจายอย่างรวดเรว็ และมีการเพม่ิ ของประชากรอยา่ งรวดเร็ว
มีคอมพวิ เตอร์ พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว21103
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เร่ือง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 เรอื่ ง การเลือกใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่อื งมือ เวลา 2 ชัว่ โมง
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้ และทักษะท่ีเกีย่ วกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่อื งมอื กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เพ่ือแกป้ ัญหา
หรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายและสรปุ การเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมอื และการประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ (K)
2. รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลการเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่อื งมือ และการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีใน
ชีวิตประจำวันได้ (P)
3. เหน็ ประโยชนข์ องการเรียนวชิ าออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนักในคณุ ค่าของความรูว้ ิวฒั นาการของ
เทคโนโลยี (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. วสั ดุแต่ละประเภทมสี มบตั ิแตกตา่ งกนั เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมกี ารวิเคราะห์สมบัติ เพ่ือเลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกับ
ลกั ษณะของงาน
2. การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรือ่ ง กลไก ไฟฟ้า อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เชน่ LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า
3. อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และ
ปลอดภัย รวมทง้ั ร้จู ักเก็บรักษา
4. สาระสำคญั
การสร้างผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ควรคำนึงถึงวัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ
พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน และการสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้
เร่ือง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟา้ ดังนัน้ อปุ กรณแ์ ละเคร่อื งมอื ในการสร้างช้ินงาน
หรือพฒั นาวธิ ีการมีหลายประเภท ตอ้ งเลือกใชใ้ หถ้ ูกต้องเหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งรูจ้ ักการเก็บรักษาใหถ้ กู ตอ้ ง
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวนิ ัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ซ่อื สตั ย์ สุจรติ
1) ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 3. ใฝ่เรยี นรู้
2) ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์
3) ทกั ษะการคิดอยา่ งเปน็ ระบบ 4. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ขน้ั นำ
กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูเปิดคลิปวีดิโอ นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สมัยใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แล้วตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบวา่
“การสรา้ งสรรค์เทคโนโลยี รถยนตไ์ ฟฟ้า มีวิธกี ารเลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ อย่างไร”
(แนวตอบ : การสร้างสรรค์เทคโนโลยี ควรมีการวิเคราะห์สมบัติของวัสดุท่ีเลือกใช้ เพื่อให้
เหมาะสมกับลักษณะช้ินงาน เพื่อให้ช้ินงานมีคุณภาพและเกิดประโยชน์กับผู้ใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า
โครงสร้างควรเป็นโลหะเพราะมีความแข็งแรงทนทาน ส่วนเคร่ืองยนต์ทำจากเซรามิก เพราะ
น้ำหนักเบา ทนความร้อน ทนต่อการขัดสี ลดการเสียดทาน)
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอยา่ ง การสร้างสรรค์นวัตกรรม ส่ิงประดิษฐ์ พร้อมทงั้ บอกการเลอื กวัสดุ อุปกรณ์
และเครื่องมือ และใช้เทคโนโลยมี าชว่ ยอำนวยความสะดวกในการสร้างชิ้นงาน
3. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง ผลงานการออกแบบและเทคโนโลยี
4. ครถู ามคำถามสำคัญประจำหวั ข้อกับนักเรยี นจากหนงั สอื เรียน ว่า วสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่อื งมอื มีความสำคัญใน
การสรา้ งชนิ้ งานอยา่ งไร
(แนวตอบ : วัสดุ อุปกรณ์ มคี วามสำคัญกับชิ้นงานตรงท่ี เมือ่ เราเลือกใชง้ านของใหถ้ ูกวธิ ี มคี วาม
เหมาะสม กับช้ินงานทจ่ี ะทำ ซึง่ จะชว่ ยให้ชิ้นงานท่ที ำออกมามีความคงทน และใช้ประโยชน์ได้อยา่ ง
ถูกวธิ ี)
5. ครูเปิดคลิปวีดิโอ เกี่ยวกับสิ่งประดษิ ฐ์ “ปลั๊กไฟต่อได้แบบเลโก้ หมุนได้ 360 องศา” พร้อมทั้งถามคำถามกระตนุ้
ความคิดให้นักเรียนว่า เคยเห็นสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้หรือไม่ จากนั้นจึงนำภาพปลั๊กไฟ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมาให้
นักเรียนดู แล้วบอกว่าสิ่งที่นักเรียนเห็นนี้คือผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ที่อาศัยหลักการในการเลือกวัสดุ
อปุ กรณ์ และเคร่ืองมอื ใหเ้ หมาะสม
ข้ันสอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูจัดนกั เรียนเข้ากล่มุ คละความสามารถ (เก่ง กลาง อ่อน) กลมุ่ ละ 4 คน พรอ้ มต้ังชื่อกลุม่ โดยสมาชิกภายในกลุ่ม
จะไดร้ บั มอบหมายใหศ้ กึ ษาเนอื้ หาคนละ 1 ส่วน และหาคำตอบในประเด็น การเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ
2. ครูนำประเด็นท่ีต้องการให้นักเรียนศึกษา เรื่อง ประเภทของวัสดุ ไปวางไว้เป็นฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน ได้แก่ วัสดุ
ประเภทโลหะ วัสดุพอลิเมอร์ วสั ดเุ ซรามิก และวสั ดผุ สม โดยสมาชิกของแต่ละกลมุ่ แยกย้ายไปรวมกับสมาชิกกลุ่ม
อืน่ ตามฐานต่าง ๆ ต้งั เปน็ กลมุ่ ผ้เู ชีย่ วชาญ (expert group) ขนึ้ มา และร่วมกันทำความเขา้ ใจในเน้ือหาอยา่ งละเอียด
และร่วมกันอภปิ รายหาคำตอบประเด็นต่างๆ ท่ีได้รับมอบหมาย
3. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มของตนเอง จากนั้นอธิบายให้ความรู้ และช่วยสอนเพื่อนสมาชิกในกลุ่มให้
เข้าใจสาระที่ตนได้ศกึ ษามา แล้วอภิปรายร่วมกัน พร้อมทัง้ เปิดโอกาศให้ซกั ถามข้อสงสัย ตอบปัญหา ทบทวน ให้
เกดิ ความเขา้ ใจอยา่ งชดั เจน
4. สมาชกิ ทกุ คนได้เรียนร้ภู าพรวมของสาระทง้ั หมด
ชัว่ โมงท่ี 2
ข้นั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูนำประเด็น เร่อื ง สมบตั ิและการเลือกใชว้ ัสดุ ไปวางไวเ้ ปน็ ฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน คอื สมบัตทิ างเคมี สมบัติทาง
กายภาพ สมบตั ิเชงิ กล และสมบัติเชงิ มิติ โดยสมาชกิ ของแตล่ ะกลมุ่ แยกย้ายไปรวมกบั สมาชิกกล่มุ อืน่ ตามฐานต่าง
ๆ ตั้งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (expert group) เช่นเดิม ร่วมกันทำความเข้าใจในเนื้อหาอย่างละเอียด และร่วมกัน
อภปิ รายหาคำตอบประเด็นต่าง ๆ ท่ีได้รับมอบหมาย
2. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มของตนเอง และอธิบายให้ความรู้ รวมทั้งช่วยสอนเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม ให้
เข้าใจสาระที่ตนได้ศึกษามา และร่วมกันอภิปราย ซักถามข้อสงสัย ตอบปัญหา ทบทวนให้เกิดความเข้าใจอย่าง
ชัดเจน
3. สมาชกิ ทุกคนได้เรียนรู้ภาพรวมของสาระทง้ั หมด
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ มีความสำคัญในการสร้างชิ้นงาน ควรวิเคราะห์
สมบัตขิ องวัสดใุ หเ้ หมาะสมกบั ชิ้นงาน
2. ครสู มุ่ นกั เรียน 3-4 คน ใหย้ กตวั อยา่ ง ส่ิงประดิษฐ์ การเลอื กใช้วัสดุ อปุ กรณ์และเคร่ืองมอื
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภิปราย เรอ่ื ง การเลือกวสั ดุ อปุ กรณ์ และเครอื่ งมอื เปน็ ผังมโนทัศน์ ลงในกระดาษ
A4 เสรจ็ แลว้ ให้แตล่ ะกล่มุ ออกแบบวธิ กี ารนำเสนอผลงาน
4. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น โดยกำหนดเวลาในการนำเสนอ กลุ่มละ 3 นาที
5. นักเรยี นทำใบงานท่ี 3.1 เรื่อง การเลอื กใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือ
ขน้ั สรุป
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นกั เรียนอภปิ รายและสรุป การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ตามประเด็น ดังนี้
หลกั การเลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่อื งมอื
ตัวอย่าง วสั ดปุ ระเภทพลาสติกและไม้
ประเภทของวสั ดุ
สมบัตแิ ละการเลือกใชว้ ัสดุ
2. นกั เรียนทำ Design Activity แล้วส่งครูตรวจในชัว่ โมงถดั ไป
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 เร่ือง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
2. ครตู รวจใบงานท่ี 3.1 เร่ือง การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื
3. ครตู รวจผงั มโนทัศน์ เร่ือง การเลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ
4. ครปู ระเมินผล โดยสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7.การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
หลักความ พอประมาณกับเวลา นักเรยี นสามารถเรยี นรู้ เร่อื ง การเลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมอื
พอประมาณ ได้ทันเวลา
พอประมาณกับสมาชกิ นักเรียนสามารถแบ่งกลุ่ม เพยี งพอต่อการรว่ มกนั ทำงานเป็นกลมุ่
หลักมเี หตุผล พอประมาณกบั สถานท่ี หอ้ งเรยี นคอมพวิ เตอร์เพยี งพอกบั จำนวนนกั เรียน
ในการจดั การเรียนการสอน นักเรียนสามารถปฏิบัติแบบฝึกหัด จากการเลอื กใชว้ สั ดุ
อุปกรณ์ และเครื่องมือได้
หลักการสร้าง การจดั การเรียนสอนแต่ละครัง้ นักเรียนเกดิ ความเขา้ ใจในการเรียน เนอ้ื หา ได้เป็นอย่างดี
ภูมคิ ้มุ กันในตวั ทดี่ ี ทุกคนมสี ว่ นร่วมในการเรียนการสอนไดเ้ ป็นอย่างดี
เงอ่ื นไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเรื่อง การเลือกใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือได้เป็นอยา่ งดี
เงือ่ นไขคณุ ธรรม รู้จักการทำงานรว่ มกลมุ่ ซ่ือสัตย์ มคี วามรับผิดชอบ
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน การออกแบบและเทคโนโลยี
2) ใบงานท่ี 3.1 เรอื่ ง การเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือ
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
9. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
9.1 การประเมินกอ่ นเรยี น ตรวจแบบทดสอบกอ่ น แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมนิ ตามสภาพ
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรยี น จรงิ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3
เร่อื ง ผลงานออกแบบ
และเทคโนโลยี
9.2 การประเมินระหว่างการ
จดั กจิ กรรม
1) การเลอื กวสั ดุ อุปกรณ์ - ตรวจใบงานท่ี 3.1 - ใบงานที่ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่าน
และเครื่องมือ เกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานที่นำเสนอ ระดับคุณภาพ 2
เกย่ี วกับการเลอื กวสั ดุ ผลงาน ผ่านเกณฑ์
อปุ กรณ์ และเคร่อื งมือ
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
4) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2
กลุม่ การทำงานกลุม่ การทำงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์
5) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 2
อนั พึงประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
และมุ่งม่นั ในการ อันพงึ ประสงค์
ทำงาน
ใบงานท่ี 3.1
เรื่อง การเลือกใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ
*************************************************************************************************************
คำชแ้ี จง : เตมิ ขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างใหถ้ กู ตอ้ ง
1. แนวคดิ หลักของการเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือ คือ
..................................................................... ..................................................................................................................................................... ..
................................................................................................................................................................. .................
2. วัสดุ จำแนกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท ดงั น้ี จงอธิบายความหมาย ลักษณะ พร้อมทั้งยกตวั อย่างการนำไปใช้
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เชน่ ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เช่น ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เชน่ ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนำไปใช้ เช่น ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
3. สมบัติของวัสดุ แบ่งออกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท จงอธบิ ายลกั ษณะของแตล่ ะสมบตั ิ
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
สมบัตขิ องวัสดุ
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
เฉลย ใบงานท่ี 3.1
เร่ือง การเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเคร่อื งมอื
********************************************************************************************************
คำช้ีแจง : เติมขอ้ ความหรอื ความหมายของคำลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
1. แนวคิดหลกั ของการเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือ คอื การสร้างช้ินงาน ควรมกี ารวเิ คราะหส์ มบตั ขิ องวสั ดุท่ี
เลือกใช้ เพ่ือให้เหมาะสม เช่น ความแข็งแรง ทนความร้อน น้ำหนกั เบา เป็นตน้ …………..…………..……
2. วัสดุ จำแนกไดเ้ ป็น 4 ประเภท ดงั นี้ จงอธบิ ายความหมาย ลักษณะ พรอ้ มท้ังยกตัวอย่างการนำไปใช้
โลหะ คอื สารอนินทรีย์ทีป่ ระกอบด้วยธาตทุ ีเ่ ปน็ โลหะ มี การนำไปใช้ เชน่ ตวั ถงั รถ สะพาน
โครงสร้างเปน็ ผลกึ นำความรอ้ นและไฟฟา้ ที่ดี คอ่ นขา้ งแข็งแรง กระป๋องเครอื่ งด่มื เคร่ืองประดบั
วัสดพุ อลิเมอร์ คอื สารอนิ ทรยี ม์ ีคาร์บอนเป็นองคป์ ระกอบ การนำไปใช้ เช่น กล่องพลาสติก
ความแขง็ แรงหลากหลาย ความหนาแนน่ ตำ่ นำไฟฟา้ ไม่ดี ขวดน้ำพลาสตกิ ซิลิโคน เมลามนี
วัสดุเซรามกิ คอื สารอนินทรีย์ มีความแข็งแรงสูง น้ำหนกั เบา การนำไปใช้ เช่น จาน ถว้ ย
ทนความรอ้ น ทนตอ่ การเสียดสี ลดการเสียดทาน เปน็ ฉนวน กระเบอ้ื งบุผนังกระสวยอวกาศ
วสั ดุผสม คือ ของผสมท่ไี ด้จากวสั ดุ 2 ชนดิ สว่ นมาก การนำไปใช้ เชน่ เสน้ ใยแก้ว
ประกอบดว้ ยสารเติมหรือวสั ดเุ สรมิ แรง มสี มบัติตามต้องการ เสรมิ แรง เส้นใยคารบ์ อนเสรมิ แรง
3. สมบตั ิของวัสดุ แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท จงอธิบายลักษณะของแตล่ ะสมบัติ
สมบตั ิทางเคมี เปน็ สมบตั ิเฉพาะตวั ทีเ่ กี่ยวกบั สมบัติทางกายภาพ เป็นสมบัติที่เกี่ยวกับอัตรา
โครงสร้างและองค์ประกอบของธาตุ ท่เี ป็น การเกิดปฏิกิรยิ ากบั พลงั งาน เช่น สี ความ
วสั ดนุ ้ัน ทราบได้จากการทดลอง วเิ คราะห์ หนาแน่น การหลอมเหลว สนามไฟฟา้
สมบตั ขิ องวัสดุ
สมบัติเชงิ กล เปน็ สมบัติเฉพาะตัวของวสั ดุท่ี สมบัตเิ ชิงมิติ เป็นสมบัติที่จะต้องพิจารณาใน
ถูกกระทำด้วยแรง เช่น การยืดและหดตัวของ การเลอื กใช้วสั ดุ เชน่ ขนาด รูปร่าง ความ
วัสดุ ความแขง็ การรับนำ้ หนัก ความสกึ หรอ คงทน ลักษณะของผวิ หยาบ ละเอียด เรยี บ
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว21103
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 6 เรอื่ ง ศึกษากรณีตัวอยา่ ง เวลา 4 ช่วั โมง
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว 4.1 ม.4/5 ใชค้ วามรู้ และทักษะทีเ่ กีย่ วกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมอื กลไก ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ เพอ่ื แกป้ ญั หา
หรือพฒั นางานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการประยุกต์ใช้กระบวนการเทคโนโลยีจากกรณีตัวอยา่ ง (K)
3. อธิบายเกยี่ วกับการแกป้ ญั หาจากกรณีตัวอยา่ งผ่านกระบวนการเทคโนโลยีได้ (P)
4. วิเคราะหส์ าเหตุ หรือปจั จัยที่สง่ ผลต่อการแก้ปัญหาจากกรณตี ัวอยา่ งโดยใชก้ ระบวนการ
เทคโนโลยีได้ (P)
5. เห็นคณุ ประโยชน์ของการเรยี นวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนกั ในคุณค่าของความรู้ไปแกป้ ญั หาใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน (A)
3. สาระการเรยี นรู้
1. วสั ดุแต่ละประเภทมีสมบัตแิ ตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จงึ ตอ้ งมีการวิเคราะห์สมบัติ เพอ่ื เลือกใช้ให้เหมาะสม
กบั ลักษณะของงาน
2. การสรา้ งชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรือ่ ง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนกิ ส์ เชน่ LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟา้
3. อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และ
ปลอดภยั รวมท้ังรู้จกั เก็บรกั ษา
4. สาระสำคัญ
เทคโนโลยีในปัจจุบันมีส่วนช่วยอำนวยประโยชน์ให้การดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์มีความสะดวกสบายมาก
ยงิ่ ข้นึ และมีการพัฒนาผ่านกระบวนการเทคโนโลยีท่ีเปน็ ระบบมาอย่างตอ่ เน่ือง เพื่อให้นำมาใชง้ านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการนำกระบวนการเทคโนโลยมี าใช้ในการสรา้ งสรรคช์ ้นิ งาน
การนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาหรือความตอ้ งการผ่านกระบวนการเทคโนโลยีเพ่ือสร้างสรรค์ชิน้ งาน สามารถศึกษา
กรณตี ัวอยา่ ง หมวกจกั รยานอัจฉริยะ และหุ่นยนต์ปากกา
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
2) ทักษะการคิดอย่างสรา้ งสรรค์
3) ทักษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ขั้นนำ
1. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกบั นักเรียนจากหนังสอื เรียน ว่า การประยุกต์ใชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ามารถ
ทำได้อย่างไรบ้าง
(แนวตอบ : การประยกุ ตใ์ ช้กระบวนการเทคโนโลยสี ามารถดำเนนิ การไดต้ ามข้ันตอน ดังน้ี
ขนั้ ตอนที่ 1 ระบปุ ัญหา หรือความต้องการ
ขน้ั ตอนที่ 2 รวบรวมขอ้ มูลทเี่ กย่ี วข้องกบั ปัญหา
ขั้นตอนท่ี 3 เลอื กวธิ ีการแกป้ ญั หา
ข้ันตอนที่ 4 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
ขน้ั ตอนที่ 5 ทดสอบ
ขนั้ ตอนท่ี 6 ปรบั ปรุง แก้ไข และประเมินผล
ขั้นตอนที่ 7 นำเสนอผลงาน)
2. ครูยกตัวอย่างข่าวสถานการณ์ “รถกระบะชนนักปั่นจักรยานรอบโลกเสียชีวิต” แล้วกระตุ้นความสนใจของ
นักเรียนโดยการตง้ั คำถามวา่ จากเหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขึน้ เกดิ ขึน้ เพราะเหตใุ ด อยา่ งไร
3. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด จากข่าวสถานการณต์ ัวอย่าง ปัญหาที่จำเป็นต้องแก้คืออะไร มีวิธีการแก้ปัญหา
นน้ั อย่างไร และผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวนั เปน็ อย่างไร แล้วใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและตอบ
คำถาม
(แนวตอบ : ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจากการปั่นจักรยาน นอกจากความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์แลว้
อีกเหตุผลหนึ่ง คือ จักยานไม่มีสัญญาณไฟที่ชัดเจน ถ้าปั่นในเวลากลางคืน อาจจะทำให้คนขับรถมองไม่เห็น
และไม่มีสัญญาณไฟเลีย้ วต้องใช้ภาษามือในการส่งสัญญาณ วิธีการในการแก้ปัญหา จะต้องอุปกรณ์ที่ให้ความ
สว่างติดกับตัวจักรยานและนักปั่นมากยิ่งขึ้น หรือประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ช่วยส่งสัญญาณแทนการใช้มือ ถ้าเรา
สามารถป้องกันอนั ตรายได้ จะทำให้นกั ป่ันมั่นใจในการป่นั จกั รยานมากขึ้น)
ขนั้ สอน
ขนั้ กำหนดปัญหา
1. ครูกระตุ้นความสนใจโดยการพานักเรียนไปสนามฟุตบอล ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3 – 4 คน
2. ครูให้นกั เรยี นแข่งขนั ปน่ั จกั รยานรอบสนามฟตุ บอล โดยสรา้ งด่านวบิ าก 2 ด่าน ซ่ึงครูเป็นผเู้ ตรยี มจกั รยาน และ
อุปกรณป์ ้องกนั อนั ตรายให้นักเรียน
3. ครูบอกวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งบอกกติกาการแข่งขันปั่นจักรยานให้นักเรียนเข้าใจตรงกันว่า ให้นักเรียนแสดง
สัญญาณการเลี้ยวประกอบด้วยทุกครั้ง ครูแนะนำการใส่อุปกรณ์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และให้นักเรียนป่ัน
จักรยานด้วยความไม่ประมาท โดยแต่ละจดุ จะมีกรรมการและผู้สังเกตการณอ์ ยูเ่ พอ่ื ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. สมาชิกในแตล่ ะกล่มุ แบง่ หนา้ ที่กันรับผิดชอบ คอื ผเู้ ข้ารว่ มแข่งขัน ผู้สงั เกตการณ์ กรรมการตัดสิน
5. ครูผ้สู อนตดิ ตามการแขง่ ขนั สังเกตพฤตกิ รรมการเลน่ ของนกั เรียน พร้อมท้งั ให้คำปรกึ ษา
6. ครใู ห้รางวลั กบั กล่มุ ท่ชี นะการแข่งขัน พรอ้ มท้ังช่วยนักเรยี นเก็บอปุ กรณแ์ ล้วขนึ้ ห้องเรยี น
ชั่วโมงท่ี 2
ข้ันสอน
ข้ันทำความเข้าใจปัญหา
1. ครตู ัง้ คำถามใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ ดงั นี้
ประโยชนข์ องการแขง่ ขนั ปั่นจกั รยาน
(แนวตอบ : สนุกสนาน ออกกำลังกาย ร่างกายแขง็ แรง)
ปญั หาและอุปสรรคท่ีเกดิ ข้ึนระหว่างการแขง่ ขนั ปนั่ จักรยาน
(แนวตอบ : ตอนเลยี้ วรถจักรยานกตกิ าตอ้ งใหใ้ ชส้ ญั ญาณทกุ ครงั้ โดยผู้แข่งขันใชส้ ัญญาณมอื ในการส่ง
สัญญาณเพื่อขอทางก็ต้องปล่อยมอื ออกจากที่จับจักรยานซง่ึ อาจจะทำให้เสียหลักในการทรงตัวและล้มลงได้
ดา่ นวบิ ากกเ็ ป็นอุปสรรคในการทรงตัวของผู้ป่นั จักรยาน เปน็ สาเหตุของการเกดิ อบุ ตั เิ หตไุ ด้)
2. ครูนำป้ายคำว่า “หมวกจักรยานอัจฉริยะแก้ปัญหาอุบัติเหตุในการปั่นจักรยาน” ไปติดไว้ด้านหน้าห้อง ให้
นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั ศกึ ษาคน้ คว้า โดยประยกุ ตใ์ ชผ้ า่ นกระบวนการเทคโนโลยี
3. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ระบุปญั หาหรือความตอ้ งการท่ีจะสร้างช้นิ งาน “หมวกจักรยานอัจฉริยะ” พร้อมทั้งร่วมกัน
อภิปราย ตั้งคำถามในประเด็นท่ีอยากรู้ ระดมสมองอธิบายสถานการณ์ของปัญหา สรุปลงในกระดาษ A4 ตาม
ประเด็น ดังนี้
ปญั หาท่ีจำเปน็ ตอ้ งแก้คอื อะไร
ใครคอื ผู้ทเี่ ผชิญปญั หาทเ่ี ราจำเป็นต้องแก้
เหตุใดปัญหานจ้ี งึ จำเปน็ ตอ้ งแก้
แล้วร่วมกันออกแบบวธิ กี ารนำเสนอผลงานทน่ี า่ สนใจ
4. ครูถามคำถามให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า จากการทดลองป่ันจักรยานด้วยตนเองแล้ว เราสามารถเข้าใจ
ถึงปัญหาของการส่งสัญญาณขณะปั่นจักรยาน ด้วยวิธีการใดบ้าง อย่างไร
(แนวตอบ : 1. การสมั ภาษณ์จากนกั ปั่นจักรยานผูม้ ปี ระสบการณใ์ นการปั่นจักยานสงู
2. สังเกตวิธกี ารส่งสญั ญาณ ประเมนิ ความเหมาะสมและความปลอดภยั
3. ทดลองปั่นจกั รยานจะได้ทราบปัญหาจากประสบการณต์ รง)
ดำเนินการศึกษาคน้ ควา้
1. นักเรียนศึกษา แผนผังความเข้าใจ ซึ่งเป็นการสรุปความเข้าใจของปัญหาและการเลือกวิธีการแก้ปัญหา
จากหนังสือเรียน
2. ครูนำวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือวางไว้บนโต๊ะในแต่ละฐานของห้องเรียน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแยกย้าย
ไปศึกษาวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น หมวกจักรยาน ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน สายไฟ หลอดLED แผงวงจร
ไฟฟ้า ไม้ โลหะ พลาสติก เป็นต้น
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีตัวอย่าง จากหนังสือเรียน แล้วสรุปลงในกระดาษ A4
4. นักเรียนแต่ละคนกลับเข้ากลุ่ม ระดมสมอง ประดิษฐ์หมวกจักรยานอัจฉริยะ ครูกระตุ้นให้นักเรียนแต่ละ
กลุ่ม ใช้ทักษะการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ ให้เกิดประโยชน์
ชัว่ โมงท่ี 3
ขั้นสอน
ขน้ั สังเคราะหค์ วามรู้
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน อภิปรายร่วมกัน พร้อมทั้งตั้งคำถามเพื่อสร้างความคิดรวบยอดใน
การศกึ ษากรณีตวั อย่างการออกแบบสรา้ งช้ินงาน “หนุ่ ยนต์ปากกา”
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ แยกยา้ ยไปแลกเปลีย่ นขอ้ มูล ความคิดเหน็ กบั กลมุ่ อืน่ ๆ โดยแต่ละคนนำความร้ทู ่ีได้จากการ
อภปิ รายกับกล่มุ อื่น ๆ มานำเสนอภายในกลุ่มตนเอง พร้อมท้ังชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง เหมาะสม และหา
ความรูเ้ พ่มิ เตมิ
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ อภปิ รายร่วมกนั หาวิธีการพัฒนาออกแบบการสรา้ งชิ้นงาน ห่นุ ยนตป์ ากกา จากกรณีศึกษา
ตัวอย่าง ให้เพิ่มประโยชน์มากยิ่งขึ้น และลดข้อจำกัดให้น้อยลง พร้อมทั้งสรุปลงในกระดาษ A4 แล้วร่วมกัน
ออกแบบวธิ กี ารนำเสนอทน่ี ่าสนใจ
4. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานตามท่ีได้ออกแบบไว้
ชั่วโมงท่ี 4
ขนั้ สรุป
ขั้นสรุปและประเมนิ ค่าของคำตอบ
1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้ จากการศึกษากรณีตัวอย่าง “หมวก
จักรยานอัจฉริยะ” และ “หุ่นยนต์ปากกา” แล้วจัดทำเป็นแผนผังความคิด แล้วร่วมกนั ออกแบบวิธกี ารนำเสนอ
ทีน่ า่ สนใจ
2. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ทีละกลุ่ม จนครบทุกกลุ่ม ขณะที่
นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอใหค้ รคู อยแนะนำและเสริมข้อมูลท่ถี ูกต้องให้นกั เรียน เมอ่ื แตล่ ะกลุม่ เสนอผลงานแล้ว
ให้นำผลงานไปตดิ ไว้บริเวณรอบ ๆ ห้องเรยี น
3. ครใู หเ้ วลานกั เรียน 3 นาที ในการเดนิ ชมผลงานของกลมุ่ อืน่ ๆ เพ่อื เปรียบเทียบกบั ผลงานของกลุม่ ตนเอง
4. ครูใหน้ กั เรียนทำใบงานท่ี 1.2 เรือ่ ง ศึกษากรณตี วั อยา่ ง หมวกจกั รยานอัจฉริยะ และหุน่ ยนตป์ ากกา จากนั้นครู
และนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบ
ขัน้ นำเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครตู รวจใบงานท่ี 3.2 เรื่อง ศกึ ษากรณีตัวอยา่ ง หมวกจักรยานอจั ฉริยะ และหุ่นยนตป์ ากกา
2. ครูตรวจแผนผงั ความคิด เร่อื ง ศึกษากรณีตัวอย่าง หมวกจกั รยานอจั ฉริยะ และหุน่ ยนต์ปากกา
3. ครูประเมินผล โดยสงั เกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7.การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลกั ความ พอประมาณกบั เวลา นกั เรยี นสามารถเรยี นรู้ เรือ่ ง ศกึ ษากรณีตวั อยา่ ง ได้ทันเวลา
พอประมาณ พอประมาณกับสมาชกิ นักเรียนสามารถแบ่งกลุ่ม เพยี งพอต่อการร่วมกนั ทำงานเปน็ กล่มุ
พอประมาณกับสถานท่ี หอ้ งเรยี นคอมพิวเตอร์เพียงพอกบั จำนวนนกั เรยี น
หลกั มีเหตผุ ล ในการจัดการเรียนการสอน นักเรยี นสามารถปฏิบัติแบบฝกึ หัด จากเรอื่ ง ศกึ ษากรณี
ตวั อย่าง ได้
หลักการสรา้ ง การจดั การเรียนสอนแตล่ ะครงั้ นักเรียนเกิดความเขา้ ใจในการเรยี น เนอื้ หา ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ภูมิคุม้ กนั ในตัวทด่ี ี ทุกคนมีสว่ นร่วมในการเรยี นการสอนได้เป็นอยา่ งดี
เงือ่ นไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเรอื่ ง ศกึ ษากรณีตัวอย่าง ได้เปน็ อย่างดี
เงื่อนไขคณุ ธรรม รู้จกั การทำงานรว่ มกลมุ่ ซ่ือสตั ย์ มคี วามรบั ผิดชอบ
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น
2) ใบงานที่ 3.2 เร่อื ง ศึกษากรณีตัวอย่าง หมวกจักรยานอจั ฉรยิ ะ และห่นุ ยนต์ปากกา
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์
2) หอ้ งสมดุ
3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
9. การวดั และประเมินผล
รายการวัด วิธีวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
9.1 การประเมนิ ระหว่างการ
จัดกิจกรรม
1) ศกึ ษากรณีตัวอยา่ ง - ตรวจใบงานท่ี 3.2 - ใบงานที่ 3.2 ร้อยละ 60 ผา่ น
หมวกจกั รยาน เกณฑ์
อัจฉริยะ และ
หุ่นยนต์ปากกา
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - ผลงานทน่ี ำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล การทำงาน พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล การทำงาน
รายบคุ คล
4) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2
กลุ่ม การทำงานกลมุ่ พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การทำงานกล่มุ
5) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
และมุง่ ม่ันในการ อนั พงึ ประสงค์
ทำงาน
ใบงานที่ 3.2
เรือ่ ง ศึกษากรณีตัวอย่าง หมวกจกั รยานอัจฉรยิ ะ และหุน่ ยนต์ปากกา
************************************************************************************************************
คำชีแ้ จง : เติมขอ้ ความหรอื ความหมายของคำลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง
1. เทคโนโลยีในปจั จบุ นั มคี วามสำคัญอย่างไรในการออกแบบผลงาน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จากศึกษากรณีตัวอย่าง หมวกจกั รยานอัจฉรยิ ะ และห่นุ ยนต์ปากกา ให้นักเรียนออกแบบพัฒนา ตอ่ ยอดชิ้นงานให้มี
ประโยชนม์ ากขึน้
ศกึ ษากรณีตัวอยา่ ง การพฒั นาตอ่ ยอดสง่ิ ประดิษฐ์
หมวกจักรยานอจั ฉริยะ การออกแบบแนวทางการพัฒนาต่อยอดส่งิ ประดษิ ฐ์
หุ่นยนต์ปากกา ……………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดสิง่ ประดษิ ฐ์
……………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
เฉลย ใบงานที่ 3.2
เร่อื ง ศึกษากรณตี ัวอยา่ ง หมวกจักรยานอัจฉรยิ ะ และหุ่นยนต์ปากกา
*********************************************************************************************************
คำชี้แจง : เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำลงในชอ่ งวา่ งให้ถกู ตอ้ ง
1. เทคโนโลยีในปจั จุบันมีความสำคัญอยา่ งไรในการออกแบบผลงาน
เทคโนโลยมี ีสว่ นสำคญั ทช่ี ่วยอำนวยประโยชน์ใหก้ ารดำเนินชวี ิตประจำวันของมนุษย์มคี วามสะดวกสบายมากยิง่ ขึ้น
และมีการพฒั นาผ่านกระบวนการเทคโนโลยที ีเ่ ป็นระบบมาอย่างต่อเน่อื งเพื่อใหน้ ำมาใชง้ านได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ โดย
การนำกระบวนการเทคโนโลยมี าใชใ้ นการสรา้ งสรรค์ช้นิ งาน
2. จากศึกษากรณตี วั อยา่ ง หมวกจักรยานอัจฉรยิ ะ และหนุ่ ยนต์ปากกา ให้นกั เรียนออกแบบพัฒนา ต่อยอดชิ้นงานให้มี
ประโยชน์มากขึ้น
ศึกษากรณีตัวอย่าง การพัฒนาตอ่ ยอดสิง่ ประดษิ ฐ์
การออกแบบแนวทางการพัฒนาต่อยอดส่ิงประดษิ ฐ์
หมวกจักรยานอจั ฉรยิ ะ 1. หมวกจักรยานทีส่ ามารถสง่ สญั ญาณไฟเลีย้ วได้ จะติดต้ังอปุ กรณ์ทีเ่ ปลี่ยน
จากพลังงานกลจากการปน่ั จกั รยานเปน็ พลังงานไฟฟา้ ทีส่ ามารถชาร์ต
แบตเตอรีไ่ ปในตัวในขณะท่ีเราขีจ่ กั รยาน
2. หมวกจักรยานท่สี ามารถสง่ สัญญาณไฟเล้ยี วได้ จะตดิ ต้ังอุปกรณ์สายไฟต่อ
กบั หฟู งั เวลาปั่นจักรยานเราสามารถฟงั เพลงไปในตวั ไดอ้ กี ด้วย
การออกแบบแนวทางการพฒั นาต่อยอดสงิ่ ประดิษฐ์
1. ปากกาที่สามารถเขยี นได้เองตามคำส่ังเสยี ง จะปรับปรุงพัฒนาซอฟแวร์ให้
สามารถเขียนตวั อักษรได้หลากหลายภาษามากยงิ่ ข้ึน
หนุ่ ยนตป์ ากกา 2 ปากกาที่สามารถเขียนได้เองตามคำสง่ั เสยี ง จะปรับปรงุ ให้มีขนาดเลก็ ลง
เพือ่ การพกพาท่งี ่ายขึ้น
3. ปากกาท่ีสามารถเขยี นไดเ้ องตามคำส่งั เสยี ง จะพัฒนาซอฟแวรใ์ หม้ ีการ
ติดตง้ั ทล่ี บคำผดิ ไวใ้ นตัวด้วย
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว21103
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 7 เรอื่ ง พฒั นาโครงงาน เวลา 5 ช่ัวโมง
1. มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ว 4.1 ม.4/5 ใชค้ วามรู้ และทกั ษะทีเ่ กย่ี วกับวัสดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์
เพ่อื แกป้ ัญหาหรือพัฒนางานได้อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการออกแบบพฒั นาโครงงาน ระบปุ ัญหาทต่ี ้องการแก้หรอื ตอบสนองความตอ้ งการได้ (K)
3. วิเคราะหป์ ญั หา ออกแบบการแกป้ ัญหาผา่ นการพฒั นาโครงงานได้ (P)
4. ลงมอื ปฏิบตั พิ ฒั นาโครงงานแกป้ ญั หาโดยใช้กระบวนการเทคโนโลยไี ด้ (P)
5. เห็นประโยชน์ของการเรียนวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนักในคุณค่าของความรู้ไปใช้แก้ปัญหาใน
ชวี ติ ประจำวนั (A)
3. สาระการเรยี นรู้
1. วสั ดแุ ต่ละประเภทมสี มบัตแิ ตกตา่ งกนั เชน่ ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะหส์ มบัติ เพ่ือเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ
ลกั ษณะของงาน
2. การสร้างชิน้ งานอาจใชค้ วามรู้ เร่ือง กลไก ไฟฟ้า อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เชน่ LED บซั เซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟา้
3. อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และ
ปลอดภัย รวมท้ังรู้จกั เกบ็ รักษา
4. สาระสำคัญ
การใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาหรือความต้องการผ่านการพัฒนาโครงงาน ทำให้เกิดทักษะสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็น
การศึกษาเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านทางโครงงานประเภทประดิษฐ์ เป็นการประยุกต์ทฤษฎี หรือ
หลกั การทางวทิ ยาศาสตร์หรอื ด้านอนื่ ๆ มาประดิษฐ์ของเล่น เครอ่ื งมอื เคร่อื งใช้หรืออปุ กรณ์ เพอื่ ประโยชนใ์ ชส้ อยต่าง ๆ
ซึง่ อาจจะเป็นสิ่งประดิษฐใ์ หม่ หรือปรบั ปรงุ เปลีย่ นแปลงของเดิมใหม้ ีประสทิ ธิภาพมากย่ิงข้ึน หรอื การสรา้ งแบบจำลองเพ่ือ
อธิบายแนวคิดตา่ ง ๆ
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
2) ทักษะการคดิ อย่างสรา้ งสรรค์
3) ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงท่ี 1
ขั้นนำ
ข้ันใหค้ วามร้พู ืน้ ฐาน
1. ครเู ปดิ คลิปวิดโี อทีน่ ำเสนอสงิ่ ประดษิ ฐ์หรือนวตั กรรม เชน่ รายการสมรภูมไิ อเดีย ตอน ไอเดยี ไฟฟ้าทชี่ ว่ ยให้ชีวิต
คุณง่ายขึ้น เสนอสิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า “อุปกรณ์เตือนกระแสไฟฟ้าเกินสำหรับปล๊ักพ่วง” แล้วกระตุ้นความ
สนใจของนกั เรียนโดยการต้ังคำถามวา่ เมือ่ ไดร้ ับชมแลว้ นักเรยี นมคี วามคิดอย่างไรบา้ งกับส่ิงประดิษฐช์ ิ้นนี้
2. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด จากคลิปวิดีโอ นักเรียนสามารถนำเอาหลักการโครงงานวิทยาศาสตร์ มาใช้ใน
การสร้างพัฒนาสงิ่ ประดิษฐไ์ ดอ้ ย่างไร แลว้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ และตอบคำถาม
(แนวตอบ : เทคโนโลยีปจั จุบันก้าวไกลไปมาก การสร้างสิ่งประดษิ ฐ์ นวัตกรรมต่าง ๆ สามารถเรียนรู้ได้
จากโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการศึกษาเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็น
แนวทางในการแก้ปัญหา เพื่อให้ได้ผลงานที่มีความสมบูรณ์ โดยโครงงานประเภทประดิษฐ์ เป็นโครงงานท่ี
เกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่น ๆ มาประดิษฐ์ของเล่น เครื่องมือ
เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
ของเดิมใหม้ ปี ระสิทธิภาพมากยง่ิ ข้นึ หรือการสรา้ งแบบจำลองเพ่ืออธิบายแนวคิดตา่ ง ๆ)
3. ครูให้ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับ จุดมุ่งหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ ในการทำโครงงาน
วิทยาศาสตรม์ ีจุดมุ่งหมาย ดงั นี้
• เพ่อื ฝกึ ให้นักเรียนสามารถนำเอาวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์มาใชใ้ นการแก้ปัญหา ศึกษาคน้ ควา้ หรอื ประดิษฐ์
คดิ คน้
• เพื่อให้นักเรียนใช้ความรู้และประสบการณ์เลือกทำโครงงานตามที่สนใจ โดยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีในแต่ละทอ้ งถิน่
• เพื่อใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษาค้นควา้ หาความรู้ หาขอ้ มลู จากแหลง่ ความรู้ต่าง ๆ ดว้ ยตนเอง
• เพื่อให้นกั เรียนไดแ้ สดงออกซง่ึ ความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์
• เพื่อให้นักเรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการ
แก้ปญั หา
4. ครูนำโปสเตอร์ ตวั อยา่ งโครงงานวทิ ยาศาสตรป์ ระเภทตา่ ง ๆ ไปตดิ ไว้ตามฐาน ครูให้นักเรียน
แบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน โดยสมาชกิ ในกล่มุ แยกย้ายไปศึกษาฐานต่าง ๆ
5. นักเรยี นรวมกลมุ่ เดิม อภปิ รายร่วมกันแลว้ สรุปเก่ียวกับรูปแบบและข้นั ตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ พร้อม
ท้ังศึกษา สืบค้นข้อมลู เพิม่ เติม เรือ่ ง การจดั ทำโครงงานประเภทสิง่ ประดิษฐ์ ตามประเดน็ ท่ีกำหนดให้ ดงั น้ี
• ความหมายและความสำคญั ของโครงงานประเภทสง่ิ ประดิษฐ์
• หลักการออกแบบท่ีดคี วรคำนึงถึงส่ิงใด
• ขัน้ ตอนการทำโครงงานประเภทส่ิงประดษิ ฐ์
• การประเมินผลงานโครงงานประเภทส่งิ ประดิษฐ์
ข้ันสอน
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1. ครใู ห้นักเรยี นคน้ หาคลิปวดิ โี อ เกยี่ วกบั การแขง่ ขนั โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์ระดบั ประเทศ หรือ
การแขง่ ขนั การประดิษฐห์ ุน่ ยนต์ จากน้ันครูถามกระต้นุ ความสนใจนกั เรียนว่า จากคลปิ วดิ ีโอ นักเรยี นมีความคิด
สรา้ งสรรคอ์ ยากจะสรา้ งส่ิงประดษิ ฐใ์ ดบา้ ง เพราะเหตใุ ด
2. ครูจัดเตรียมชิ้นงานโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนที่เคยได้รับรางวัลออกมาให้นักเรียนศึกษา จาก
ผลงานสง่ิ ประดิษฐ์จรงิ พรอ้ มทัง้ เตรยี มวัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ เชน่ ไม้ โลหะ พลาสติกเทอรโ์ มมิเตอร์
ไฮกรอมิเตอร์ รอก เชือก สปรงิ เซนเซอร์วัดคา่ ความช้ืน ตวั ตา้ นทาน สายไฟ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า เป็นต้น
3. ครูถามคำถามนักเรียนว่า “ ทำไมกอ่ นฝนตกอากาศจึงรอ้ นอบอ้าว ” แล้วสุม่ ให้นกั เรียนตอบ 3-4 คน
(แนวตอบ : อากาศร้อนก่อนฝนตกเนอื่ งจาก ความชืน้ สูงและลักษณะอากาศรอ้ นจัด ความช้นื ทำให้
เราไมส่ ามารถระบายความร้อนผ่านเหง่ือทางรขู ุมขน ทำให้เรารสู้ กึ รอ้ นอบอา้ ว ถ้าความช้ืนในอากาศมีมาก
การระเหยของน้ำจากแหล่งต่าง ๆ จะน้อย เสื้อผ้าที่ตากจะแห้งช้า หรือรู้สึกเหนียวตัวและอึดอัด แต่ถ้า
ความช้นื ในอากาศมนี อ้ ยหรืออากาศแห้ง จะรู้สกึ เย็นสบาย เส้อื ผ้าแหง้ ง่าย)
4. ครูเตรียมอุปกรณไ์ ฮกรอมิเตอร์ ให้แต่ละกลมุ่ ไดท้ ำการทดลองหา ความช้นื ในอากาศ โดยครูเปน็ ผใู้ ห้คำปรึกษา
และตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการใช้อปุ กรณ์
ชัว่ โมงท่ี 2
ขั้นสอน
ขั้นจดั กลุ่มร่วมมือ
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มค้นหาคลปิ วิดโี อ เก่ยี วกับ การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศของประเทศไทยและตา่ งประเทศ
หรอื อากาศโลกแปรปรวน แลว้ พลดั กันนำเสนอคลปิ ของกลมุ่ ตนเอง พรอ้ มทั้งอภิปรายรว่ มกนั
2. ครเู ป็นผู้กำหนดปัญหา “เน่อื งจากอากาศเปล่ยี นแปลงบ่อย เราสามารถเก็บผ้าตอนฝนตกในเวลาที่เราไม่อยู่บ้าน
ได้อยา่ งไร” ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกนั หาแนวทางในการแกป้ ัญหา
3. ครนู ำขอ้ ความ “ราวตากผ้าอัจฉรยิ ะ” ตดิ ไวห้ น้าหอ้ งเรียน พรอ้ มท้ังรูป ราวตากผา้ แบบด้ังเดิม สมุ่ ถามนกั เรียน
3-4 คน ให้แสดงคิดเหน็ “นกั เรยี นมีวิธีการพฒั นาราวตากผ้าท่แี กป้ ัญหานอี้ ย่างไร”
4. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ศึกษาหาขอ้ มลู เพิ่มเตมิ เก่ียวกับ โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ในคร้งั น้ี ตามหลักขั้นตอนของ
กระบวนการเทคโนโลยี
5. ครูให้ความรู้เพิ่มเติม ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ครัง้ น้ี พร้อมท้ังใหค้ ำปรกึ ษา และตรวจสอบความถกู ต้องของ
เนือ้ หาของแต่ละกลมุ่
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ ในรูปแบบของ Storyboard แสดง
ขั้นตอนของกระบวนการเทคโนโลยี ตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ หลังจากท่ีนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน
แล้ว ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนกลมุ่ อ่ืนร่วมกันอภปิ ราย ซกั ถามข้อสงสัยและข้อเสนอแนะร่วมกัน เม่ือแต่ละกลุ่ม
เสนอผลงานแลว้ ให้นำผลงานไปติดไว้รอบ ๆ ห้องเรียน
7. ครูให้เวลานักเรียน 5 นาที ในการเดินชมผลงานของกลุ่มอื่น ๆ เพื่อเปรียบเทียบกับผลงานของกลุ่มตนเอง
ชั่วโมงที่ 3
ขั้นสอน
ขนั้ แสวงหาความรู้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ลงมือปฏิบัติจัดทำโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ “ราวตากผ้าอัจฉริยะ” โดยมีครูเป็นที่
ปรึกษา ให้คำแนะนำในการใชอ้ ปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ
2. นกั เรยี นปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีของตนตามข้อตกลงของกลุ่ม พร้อมท้ังร่วมมอื กันปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยขอคำปรึกษาจากครู
เปน็ ระยะเมอื่ มีขอ้ สงสัยหรือปญั หาเกิดขนึ้
3. ครเู ป็นผู้สงั เกตการณ์ ระหว่างท่นี กั เรยี นลงมือปฏิบตั ิโครงงาน ดกู ารเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือ
ชวั่ โมงท่ี 4
ข้ันสรุป
ขน้ั สรปุ สง่ิ ทีเ่ รียนรู้
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่ม อภิปรายร่วมกันเพื่อจัดทำรายงานโครงงานของกลุ่มตนเอง ตามหัวข้อ การเขียนรายงาน
โครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทโครงงานประดิษฐ์ ท่ีมีรายละเอียด ดังนี้
• บทท่ี 1 บทนำ
- ท่ีมาและความสำคัญ
- วัตถุประสงค์
- สมมติฐาน
- ตัวแปรท่ีศึกษา
- ขอบเขตการทดลอง
- ประโยชน์ท่ีได้รับ
• บทท่ี 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
• บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ
• บทที่ 4 ผลการทดลอง
• บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีการนำเสนอผลงานให้น่าสนใจ เช่น นำเสนอโดยใช้ power point
เป็นต้น หลังจากที่นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานแล้ว ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนกลุ่มอื่นร่วมกันอภิปราย
ซกั ถามขอ้ สงสยั และข้อเสนอแนะรว่ มกัน
ชวั่ โมงท่ี 5
ข้ันสรปุ
ขั้นสรุปสิง่ ทีเ่ รยี นรู้
1. ครสู รปุ เกยี่ วกบั การพฒั นาโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐว์ ่า ปจั จบุ นั ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีสามารถ
ช่วยในการแกป้ ัญหา อำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของมนุษย์ โดยผา่ นการเลอื กใช้
วัสดุ อปุ กรณ์และเคร่ืองมือทเี่ หมาะสม เช่น การสร้างตึกสงู 40 ช้ัน มีการใช้เครนซง่ึ เป็นเครอ่ื งมอื ทใี่ ช้
เทคโนโลยีชว่ ยในการกอ่ สร้าง
2. นักเรียนแต่ละกลุม่ ทำ Unit Activity จากหนังสือเรียน ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน นักเรียนแต่ละ
กลุ่มสร้างเครนจำลองจากวัสดุอุปกรณ์ที่ครูจัดเตรียมไว้ให้ โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการใช้
อุปกรณ์ เครื่องมอื
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเขียนรายงานลงสมุดรายงาน และส่งครูเพ่อื ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ของนักเรียนหลังการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เรื่อง ผลงาน
ออกแบบและเทคโนโลยี
ขน้ั นำเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยท่ี 3 เรือ่ ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
2. ครูตรวจใบงานท่ี 3.3 เร่อื ง พฒั นาโครงงาน
3. ครตู รวจและประเมินผลการนำเสนอชน้ิ งาน เรอื่ ง รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
4. ครตู รวจและประเมินผลการเขียนรายงาน เร่ือง รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
5. ครปู ระเมนิ ผล โดยสงั เกตการตอบคำถาม การรว่ มกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7.การบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลกั ความ พอประมาณกับเวลา นักเรียนสามารถเรียนรู้ เร่ือง ออกแบบพฒั นาโครงงาน ได้ทนั เวลา
พอประมาณ พอประมาณกบั สมาชกิ นักเรยี นสามารถแบ่งกลุ่ม เพียงพอตอ่ การร่วมกันทำงานเป็นกลุม่
พอประมาณกับสถานที่ หอ้ งเรียนคอมพิวเตอร์เพยี งพอกับจำนวนนกั เรียน
หลักมีเหตุผล ในการจัดการเรยี นการสอน นักเรยี นสามารถปฏิบัติแบบฝกึ หัด จากเรอื่ ง ออกแบบพฒั นา
โครงงาน ได้
หลกั การสร้าง การจดั การเรยี นสอนแตล่ ะคร้งั นกั เรียนเกิดความเขา้ ใจในการเรียน เนื้อหา ได้เปน็ อยา่ งดี
ภมู คิ ุ้มกนั ในตัวท่ดี ี ทุกคนมสี ่วนร่วมในการเรยี นการสอนไดเ้ ป็นอย่างดี
เงือ่ นไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจเร่อื ง กระบวออกแบบพฒั นาโครงงาน ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
เงอื่ นไขคุณธรรม ร้จู กั การทำงานร่วมกลมุ่ ซื่อสัตย์ มีความรบั ผิดชอบ
8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน การออกแบบและเทคโนโลยี
2) ใบงานที่ 3.3 พฒั นาโครงงาน
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
9. การวดั และประเมนิ ผล วิธีวดั เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
รายการวดั
9.1 การประเมินหลังเรียน ตรวจแบบทดสอบหลัง แบบทดสอบหลงั เรยี น ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
- แบบทดสอบหลังเรียน เรียน
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เรื่อง
ผลงานออกแบบและ
เทคโนโลยี
9.2 การประเมนิ ระหวา่ งการ
จดั กจิ กรรม
1) พัฒนาโครงงาน - ตรวจใบงานท่ี 3.3 - ใบงานที่ 3.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - ผลงานทน่ี ำเสนอ ระดับคณุ ภาพ 2
เกย่ี วกบั โครงงาน ผลงาน ผ่านเกณฑ์
สง่ิ ประดษิ ฐ์
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
4) พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
การทำงานกล่มุ การทำงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์
5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2
อันพึงประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้ คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
และมุ่งม่ันในการ อันพงึ ประสงค์
ทำงาน
ใบงานท่ี 3.3
เรอ่ื ง พัฒนาโครงงาน
**********************************************************************************************************
คำชแ้ี จง : เติมขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
1. โครงงานวิทยาศาสตร์ แบ่งออกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท จงอธบิ าย
โครงงานประเภทสำรวจ โครงงานประเภทการทดลอง
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
โครงงานประเภทสิง่ ประดษิ ฐ์ โครงงานประเภททฤษฎี
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
2. ข้ันตอนการดำเนินงานของโครงงานวทิ ยาศาสตร์
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
3. จงยกตวั อย่างโครงงานประเภทสงิ่ ประดษิ ฐ์
1) ช่ือเรื่อง ……………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………….
2) บทคดั ย่อ
………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….
………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….
3) ประโยชนใ์ นการนำไปใช้
………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….
………………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….……….
เฉลย ใบงานที่ 3.3
เรอ่ื ง พัฒนาโครงงาน
*****************************************************************************************************
คำชี้แจง : เติมขอ้ ความหรอื ความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถกู ต้อง
1. โครงงานวทิ ยาศาสตร์ แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท จงอธบิ าย
โครงงานประเภทสำรวจ โครงงานประเภทการทดลอง
โครงงานประเภทต้องการสำรวจและรวบรวมข้อมลู แล้ว โครงงานประเภทนเ้ี ปน็ โครงงานท่ีมกี ารออกแบบการ
นำขอ้ มูลเหล่าน้นั มาจำแนกเป็นหมวดหมู่ และนำเสนอใน ทดลองเพ่อื ศกึ ษาผลของตวั แปรหนึ่งท่มี ีผลต่อตวั แปรอีก
รปู แบบต่างๆ เพอื่ ใหเ้ หน็ ลักษณะหรอื ความสัมพนั ธ์ใน ตวั หน่ึงท่ตี อ้ งการศึกษา โดยควบคุมตัวแปรอืน่ ๆ ทีอ่ าจมี
เรือ่ งทต่ี อ้ งการศกึ ษาไดช้ ดั เจนยง่ิ ขึน้ ผลตอ่ ตวั แปรท่ีต้องการศึกษาไว้
โครงงานประเภทส่ิงประดษิ ฐ์ โครงงานประเภททฤษฎี
โครงงานนี้เปน็ การประยกุ ตห์ ลักการทางวิทยาศาสตร์ มา โครงงานนีเ้ ป็นการนำเสนอทฤษฎี หลักการหรือแนวคิด
ประดษิ ฐ์ของเล่น เครื่องมือ อาจเป็นสิง่ ประดษิ ฐใ์ หม่ หรอื ใหม่ๆ อาจจะอยใู่ นรปู ของสตู รสมการ หรือคำอธบิ ายกไ็ ด้
ปรับปรุงเปลีย่ นแปลงของเดมิ ท่มี อี ยู่ หรอื การสรา้ ง โดยผเู้ สนอได้ตง้ั กตกิ าขึน้ มาเอง แล้วนำเสนอทฤษฎี ผล
แบบจำลองเพอ่ื อธิบายแนวคิดต่าง ๆ การอธบิ ายอาจจะใหม่ยงั ไมม่ ใี ครคิดมากอ่ น
2. ขั้นตอนการดำเนนิ งานของโครงงานวิทยาศาสตร์
กำหนดปญั หา กำหนด ตง้ั สมมติฐาน ออกแบบการ
วตั ถุประสงค์ ทดลอง
สรุปและ วเิ คราะห์ รวบรวมขอ้ มลู ดำเนนิ การ
อภิปราย ทดลอง
3. จงยกตวั อย่างโครงงานประเภทสง่ิ ประดิษฐ์
1) ชื่อเรือ่ ง สอ้ มตะเกยี บ 2in1
2) บทคดั ย่อ
ส้อม ตะเกียบ 2in1 เป็นสง่ิ ประดษิ ฐ์ทต่ี อบสนองความต้องการในการใช้ตะเกียบ และสอ้ มในเวลาเดียวกันโดย
ปลายด้านหนง่ึ เป็นสอ้ มปลายอกี ดา้ นหนงึ่ เป็นตะเกียบ มีการออกแบบด้วยความคิดสรา้ งสรรค์
3) ประโยชน์ในการนำไปใช้
ชว่ ยอำนวยความสะดวก , เหมาะสมในการพกพา , ประหยดั คา่ ใช้จ่าย , สามารถต่อยอดจัดจำหนา่ ย
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วิธีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมิน
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผูอ้ นื่
3 การทำงานตามหนา้ ทีท่ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
4 ความมีน้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชือ่ ................................................... ผ้ปู ระเมนิ
............/.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครัง้
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับที่ ชอ่ื –สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมนี ำ้ ใจ การมี รวม
ของนักเรียน ความคดิ เห็น ฟงั คนอนื่ ตามทไี่ ดร้ บั ส่วนร่วมใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ผลงานกลมุ่
321321321321321
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชื่อ ................................................... ผ้ปู ระเมิน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนา
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ก่ยี วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริย์ตามทโ่ี รงเรยี นจดั ขน้ึ
2. ซ่ือสัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ขอ้ มูลทถี่ กู ต้องและเปน็ จรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ต้อง
3. มวี ินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว
มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวนั
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้
4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เช่ือฟงั คำสั่งสอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรียนอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยัดและรู้คุณค่า
5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออุปสรรคเพ่อื ให้งานสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สำนกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏบิ ัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จกั ช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ ักการดูแลรกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและส่ิงแวดล้อมของห้องเรยี นและโรงเรยี น
ลงชอื่ .................................................. ผู้ประเมนิ
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตบิ างครงั้
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดมี าก
51–60 ดี
41–50 พอใช้
30–40 ปรับปรงุ
ต่ำกวา่ 30
บันทกึ ผลหลงั การสอน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
สอน ได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
สอน ไม่ได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนือ่ งจาก....................................................................................................
2. สรุปผลการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. .........................................................
.....................................................................................................................................................................................................
3. ปญั หา / อุปสรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
มีนักเรยี นทำใบงาน / ใบกิจกรรม ไมท่ ันตามเวลาทกี่ ำหนด
มนี ักเรยี นที่ไม่สนใจเรียน
อนื่ ๆ........................................................................................................................................................................
4. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนฯไปปรับปรุง เรือ่ ง................................................................................................................................
แนวทางการแก้ไขนกั เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
สอนเพมิ่ เตมิ มอบหมายใหไ้ ปศกึ ษาความรเู้ พิม่ เตมิ
ไม่มขี อ้ เสนอแนะ
อน่ื ๆ........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...................................................ผู้สอน
(นางสาวอาชริ ญาณ์ เกษสุวรรณ์)
ความเหน็ หวั หน้ากล่มุ สาระฯ ความเหน็ หวั หนา้ งานวิชาการ
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง ทเี่ น้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญ มาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผ้เู รยี น เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกต่างกันของผเู้ รียน
ทย่ี งั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป ท่ยี ังไมเ่ น้นผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้ ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ 4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
................................................................................................ ................................................................................................
ลงช่ือ ลงชอ่ื
(นางสาวเบญจวรรณ ทองเสน) (นางสาวณฐั ิญา คาโส)
หวั หนา้ ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี