สรุปการอบรม
ประจาปีการศึกษา 2562
นางสาววรวลญั ช์ ตรชี าติวฒุ พิ งศ์
โรงเรยี นธีรธาดา พษิ ณโุ ลก
485 หมู่ 3 ถ.พิษณุโลก-อตุ รดติ ถ์ ต.สมอแข อ.เมอื ง จ.พษิ ณโุ ลก 65000
โทร.089-7501140
ตารางสรปุ อบรม
ท่ี ว/ด/ป หัวข้อเรอ่ื งเขา้ ปะชุม/ ชอิ่ วิทยากร สถานทป่ี ระชุม หนว่ ยงานทจี่ ัด จานวน
1 13พ.ค.62 อบรม ห้องประชุมใหญ่ ชว่ั โมง
รศ.นพ.สรุ ิยเดว ทรีปาตี โรงเรียนธีรธาดา
วนิ ยั กบั ครอบครัว พิษณุโลก 3
2 30ก.ย.- เรอ่ื ง สมรรถนะ “คร”ู สู่ อาจารยม์ ารุต ทรรศนากรกลุ ห้องSTUDY โรงเรียนธีรธาดา 24
พิษณุโลก
สมรรถนะ “เด็ก”
2 ต.ค.62
3 5-10 การศึกษาดูงานท่ี คณะครูและผบู้ ริหารของแตล่ ะ ประเทศญปี่ ่นุ โรงเรียนธรี ธาดา 40
พษิ ณุโลก
ต.ค.62 ประเทศญป่ี ่นุ โรงเรียน
รายงานสรปุ การเขา้ รว่ มรับฟงั บรรยาย
เร่ือง วินัยกบั ครอบครัว
รศ.นพ.สุริยเดว ได้กล่าวว่าผู้ใหญ่ส่วนมากหาที่ชาร์ตแบตชีวิตได้ทั่วไป เช่น การนอน การเท่ียว การ
กิน เป็นต้น แต่เด็กยังหาที่ชาร์ตแบตชีวิตตนเองไม่เจอ เด็กบางคนระบบนิเวศน์รอบตัวก็ป่วยมากกว่าตัวเด็ก
อีก สชู้ ีวิตกนั จนจติ วิญญาณวิ่งตามเราไม่ทนั หากเรารู้จกั ขอบคณุ ร่างกายตนเองในทุก ๆ วนั จะเปน็ วันท่ีดีของ
ทั้งร่างกายและจิตใจของเรา ปัจจุบันภายในครอบครัวส่วนใหญ่พ่ี
เลย้ี งจะมีบทบาทในชวี ิตของลูกมากกว่าพ่อแม่ทแ่ี ทจ้ รงิ ลกู เลือกที่จะ
อยู่กับพ่ีเล้ียงมากกว่าพ่อกับแม่ และพี่เล้ียงมีความเข้าใจนิสัยใจคอ
ลูกมากกว่าพ่อแม่ หากพ่อแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูกไม่ใช่ซ้ือทุก
อย่างให้ลูกแทนเวลา อาจจะทาให้ลูกเข้าใจและต้องการพ่อแม่
มากกว่าพ่ีเล้ียงก็ได้ เราทุกคนเกิดมามีต้นทุนชีวิตในระดับหน่ึงแล้ว
จะมีเพ่ิมขึ้นตามการเล้ียงดูของพ่อแม่ ส่ิงแวดล้อมท่ีดี และความ
ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่โลกยุคเทคโนโลยีในปจั จบุ ัน ทาให้ชีวิตผู้คนมี
ความเป็นวัตถุนิยม ห่างไกลธรรมชาติมากขึ้น ต้องแย่งกันอยู่ แย่งกันกิน แย่งกันเรียน แย่งกันทามาหากิน พ่อ
แม่เลี้ยงลูกด้วยเงิน ขาดความเข้าใจในพัฒนาการ มีความ
คาดหวังเกินความเป็นจริงจนเกิดความเครียด เด็กๆ คร่าเคร่ง
กับการเรียน ผู้ใหญ่คร่าเคร่งกับการทางานหาเงิน การวัดคุณค่า
จึงแตกต่างจากอดีต คุณค่าที่จาเป็นต่อการมีชีวิตท่ีดีถูกบ่ันทอน
โดยไม่รู้ตัว เด็กคนไหนโชคดีเกิดมาท่ามกลางครอบครัวและ
ส่ิงแวดล้อมที่อบอุ่น มีความเข้าอกเข้าใจกันชีวิตก็จะพัฒนา
เพ่ิมพูนเป็นทุนที่เข้มแข็ง เด็กคนไหนโชคไม่ดีเกิดมาท่ามกลางความขัดสน ด้อยโอกาส เติบโตในสังคม
สิ่งแวดล้อมท่ีไม่เอ้ือต่อการเรียนรู้ส่ิงท่ีดี ต้นทุนชีวิตก็จะค่อยๆ ถูกบั่นทอน ลดลงไปเรื่อยๆ
ส่วนหนึ่งเพราะวันน้ีสังคมเปล่ียน ระบบนิเวศรอบตัวเด็กเปล่ียน เริ่มจากครอบครัว ท่ีต้องให้เวลา ให้
ความรักและทากิจกรรมร่วมกับลูกมีเวลาท่ีจะรับฟังทุกอย่างที่ลูกอยากเล่าอยากบอกกับเรา ทาให้เค้าดูเป็น
ตัวอย่างเราปฏิบัติรักและดูแลแม่ของเราแบบไหน ลูกๆ ก็จะปฏิบัติตามแบบอย่างเราเหมือนในคลิปวีดีโอ ครู
ประจักษ์ ทาเป็นกิจวัตร จนกิจวัตรกลายเป็นวิถีชีวิต เป็นการเรียนรู้แบบซึมซาบ ก็จะเปล่ียนพฤติกรรมของ
เดก็ ไดท้ นั ที
รายงานสรปุ การเขา้ ร่วมรับฟงั บรรยาย
เรอื่ ง สมรรถนะ “คร”ู สู่สมรรถนะ “เดก็ ”
การกาหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ (Objectives) เป็นการกาหนดสิ่งท่ีต้องการให้ผู้เรียนมีหรือบรรลซุ ึ่งมที ้งั
ด้านความรู้ ทักษะและเจตคติ จุดประสงค์การเรียนรู้จะได้มาจากระดับของหลักสูตร คือต้ังแต่จุดหมายของ
หลักสูตร จุดประสงคข์ อสาขาวิชา มาตรฐานวชิ าชีพสาขาวิชาและสาขางานจนถึงระดับรายวิชา คอื จุดประสงค์
รายวชิ า มาตรฐานรายวิชาและคาอธบิ ายรายวชิ า ที่ตอ้ งการจดั การเรียนรเู้ พ่ือมงุ่ ไปสผู่ ลสัมฤทธต์ิ ามจุดประสงค์
ระดับหลักสูตร ท้ังนี้ การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีสมบูรณ์น้ันจะต้องเขียนให้ครอบคลุมพฤติกรรมทั้ง 3
ด้าน ดา้ นทกั ษะพสิ ัย ด้านพุทธพิ สิ ยั ด้านจิตพิสัย
สมรรถนะ คอื K Cognitive = พทุ ธพิ ิสยั
Knowledge = ความรู้
ทกั ษะ คอื P Psychomotor = ทกั ษะพสิ ัย
Practice = ทกั ษะการปฏบิ ตั ิ
ความสามารถ คือ A Affective = จติ พสิ ยั
Attribute = คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
การคัดเลือกเน้ือหาสาระ ท่ีต้องเป็นเนื้อหาท่ีทาให้เกิดการเรียนรู้
พิจารณาธรรมชาติของรายวิชาและครอบคลมุ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้เร่ิมจาก
การศึกษาวิเคราะห์ทั้งหลกั สตู รแกนกลาง หลกั สูตรสถานศกึ ษา หลกั สูตร
รายวิชา เอกสารตาราประกอบการสอนที่เก่ียวข้อง ร่วมกับการวิเคราะห์
ผู้เรียนให้ครบท้ังความรู้ ทักษะ เจตคติและความพร้อม ผ่านการพิจารณา
รูปแบบแนวคิดทฤษฎี หลักการ วิธีการ กระบวนการ เทคนิคต่าง ๆ ของกิจกรรมให้นาไปสู่การเรียนรู้และ
เลือกใช้สื่อประกอบการสอนหรือแหล่งเรียนรู้ให้มีความสอดคล้องตลอดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไปจนถึง
กระบวนการวัดผลประเมินผลกการเรียนรู้ คือ การวัด Measurement เพื่อกาหนดค่า การประเมิน
Assessment ปรบั ปรุงคุณภาพในอนาคต การประเมิน Evaluaion เพอ่ื ตดั สนิ คณุ ภาพ
รายงานสรุปการศึกษาดงู านทป่ี ระเทศญ่ปี ุ่น
เร่ือง ความสะอาด
1.ความสะอาดของพื้นและบริเวณจุดต่าง ๆ ของโรงเรยี น
2.ความเปน็ ระเบียบของการจัดวางเรียงรองเท้า
3. มารยาทในการรับประทานอาหารท่นี ักเรยี นไมส่ ่งเสยี งดังในเวลา
รบั ประทานอาหาร
4.การจดั เกบ็ ภาชนะทใี่ ชแ้ ลว้ เขา้
ที่อยา่ งเปน็ ระเบียบ ทั้งก่อนใช้
งานและหลังใช้งาน
5.การจดั เกบ็ อุปกรณ์ทาความ
สะอาด
ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีชงชา เป็นงานพิธีกรรมชงชา แต่เดิม
วัฒนธรรมการด่ืมชาได้รับมาจากประเทศจีนและมีการพัฒนาให้เป็นแบบ
ของญี่ปุ่นเองก็รับความ ซ่ึงได้รับ
ความนิยมซ่ึงเป็นการผ่อนคลายของ
หมู่นักรบในช่วงสงคราม นั้นเพ่ือให้
รู้สึกถึงฤดูกาล ได้มีการจัดวางดอกไม้
และภาพแขวนผนัง และพถิ ีพิถัน
ในการเลอื กถว้ ยชา ขนมญ่ปี ุ่น
การจัดห้องเรียน
1.ห้องเรียนเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย
จัดเปน็ หมวดหม่งู ่ายต่อการหยบิ ใช้
2. มีช้ันวางท่ีแบง่ ชอ่ งสาหรับจัดเกบ็
กระเป๋าและอุปกรณ์ประจาตัวของแต่
ละคน
การเรียนและการฝึกปฏิบัติของกจิ กรรมพละ
1.นักเรียนมีความพร้อม
พยี งในการนับจงั หวะ
2.การมีระเบียบวินัยมี
สมาธิในการฝึกปฏิบัติ
โดยไม่ต้องรอคาส่ังจาก
ครู
3.นักเรยี นมคี วามแข็งแรงและต้ังใจฝกึ ตามแบบที่ครูให้ฝกึ
4.ครใู ช้สัญญาณนกหวีดในแทนคาส่ังเพื่อใหน้ กั เรยี นรูจ้ กั การฟังและปฏิบตั ิตาม
ห้องเรียนในญี่ปุ่นจึงอุดมไปด้วยเป้าหมายต่างๆ
ทาให้เด็กๆ คุ้นชินกับการมีจุดหมายในใจและร่วมมือ
กันทาใหเ้ ปา้ หมายนน้ั สาเรจ็ ซึง่ เป้าหมายของโรงเรียนใน
การปลูกฝังเด็กของญี่ปุ่น ก็มีเช่น อยากให้เด็กมี
ความเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน เป็นเด็กที่อดทน ไม่ย่อท้อต่อ
อุปสรรคใดๆ เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายท่ีตั้งไว้ หรือ
ต้องการใหเ้ ดก็ ร้จู กั คิดด้วยตนเอง รวมถึงสามารถเรียนรู้
ร่วมกนั กับเพ่ือนๆ ได้
ความรับผิดชอบต่อการรักษาความสะอาดเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็ก ทุกชั้น
เรียนแต่ละคนจะมีหน้าท่ีในการจัดชั้นเรียนของตัวเองและสถานที่อ่ืน ๆ ภายในน้ัน ระยะเวลาทาความสะอาด
จะเกิดข้ึนหลังเลิกเรียนประมาณครึ่งช่ัวโมง แต่ละชั้นเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่มท่ีเรียกว่า “ฮัน” ซึ่งมีหน้าท่ี
รับผิดชอบในการทาความสะอาด เช่น การปัดฝุ่น เช็ดพ้ืน หรือดูดฝุ่นในแต่ละวัน พื้นที่อื่น ๆ ท่ีพวกเขาต้องทา
ความสะอาด คือ หอ้ งน้า ห้องยิม หอ้ งโถง และตกึ เรียน