The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบเรียนภาษาไทย - พระบรมราโชวาท ม3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanjanaporn Nuthong, 2021-03-04 22:52:57

พระบรมราโชวาท ชั้นมัธยมศึกษษปีที่ 3

แบบเรียนภาษาไทย - พระบรมราโชวาท ม3

พรRะoบyaรl มGรuiาdโaชncวeาท

สาหรบั นักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คำนำ

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้
ภาษาไทยเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของ
ผูเ้ รียนใหส้ ามารถใชภ้ าษาไทยไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง คล่องแคลว่ และเหมาะสมกับวัฒนธรรม
สามารถนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้ภาษาไปใช้ติดต่อสื่อสารและ
เปน็ เครื่องมือศึกษาหาความรูต้ ลอดชวี ิต

ทั้งนี้ แบบเรียนภาษาไทย เรื่อง พระบรมราโชวาท สำหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ ๓ สอดแทรกไปด้วยข้อคิด ข้อเตือนใจที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวันของผู้ที่ศึกษาได้ นอกจากนี้ยังมีในด้านของการใช้ภาษาที่แสดงถึง
วฒั นธรรมการใช้ภาษาในชว่ งสมยั ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว

ผจู้ ัดทำหวังเปน็ อยา่ งย่งิ ว่า แบบเรียนภาษาไทย เรอ่ื ง พระบรมราโชวาท สำหรบั
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จะเป็นสื่อการสอนที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
ใหม้ คี ณุ ภาพบรรลุตามตัวชีว้ ดั และมาตราฐานการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามทหี่ ลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดไว้

กัญจนพร หนทู อง
ผจู้ ัดทำ

สารบญั ๑

แบบฝกึ หดั จบั คู่คำศัพท์ ๓
พระราชประวตั ิ ๕
เหตุการณส์ ำคัญในรชั กาลท่ี ๕ ๗
พระราชนิพนธ์ ๘
ลักษณะคำประพนั ธ์ ๙
ความเป็นมา ๑๐
เน้อื เรอ่ื งย่อ ๑๖
เนอื้ เร่อื ง ๑๙
พระบรมราโชวาทในรัชกาลท่ี ๙ ๒๒
ข้อคดิ ท่นี ำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั ๒๓
สรปุ สาระจากเร่อื ง
แบบฝึกหัดทา้ ยบท

ทดสอบคลงั คำศัพท์ ๑

จบั ค่คู ำศัพท์ให้ถกู ต้อง
Crossword with Royal Guidance

1. การเกก๋ ารก๋ี ก. วชิ าดา้ นภาษา
2. เงนิ กลางปี
3. เงินพระคลงั ข้างที่ ข. คัดเอาแต่ดี
4. เช่อื ตัว
5. เชื่อฤทธิ์ ฃ. ส่วนราชการซึง่ มหี นา้ ทด่ี ูแลทรพั ย์สนิ ส่วน
6. ปอนด์ พระมหากษัตริย์และบรมวงศานุวงศต์ ามทไี่ ดร้ บั
7. พระคลังขา้ งที่ มอบหมาย
8. มสิ เตอร์
9. เลอื กฟั้น ค. ใชเ้ ปน็ คำนำหน้าบุรษุ
10. วิชาหนงั สือ
11. สุรุ่ยสุหร่าย ง. จบั จ่ายโดยไมค่ ำนึงถึงความสน้ิ เปลอื ง
12. เอสไควร์
13. ฮิสรอแยลไฮเนสปรินซ์ จ. ใช้เขียนหลงั ช่อื ผ้ชู ายองั กฤษ แสดงว่าเปน็ ผู้มีอันจะ
กินหรอื ผู้อย่ใู นตระกูลคหบดี
ตรงนมี้ ีคำตอบ
ฉ. เบยี้ หวัดท่ีจ่ายกลางปี

ช. มัน่ ใจในอำนาจ

ซ. ม่ันใจในตนเอง

ฌ. การทำทา่ ทวี า่ งามเขา้ ที ตรงกับว่า โกเ้ ก๋

ญ. มีใจกวา้ งเกินประมาณ ใชจ้ า่ ยมากเกินควรหรือเกิน
ความจำเป็น

ฎ. เงินแผน่ ดินส่วนท่ถี วายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงใช้
ในพระราชกิจตา่ ง ๆ

ฏ. ชื่อหน่วยเงินตราของอังกฤษเทา่ กบั ๑๐๐ เพนซ์
หรอื เรียกว่า ปอนด์สเตอร์ลงิ

ฐ. ถอื เป็นเร่อื งที่ตนควรทำ

ฑ. คำนำหน้าเจา้ นายในพระราชวงศอ์ ังกฤษ



เหตุการณ์สำคญั ในรชั กาลที่ ๕ ๓

พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั
พระราชโอรสองคใ์ หญ่ในพระบาทสมเด็จพระจอม ทรงผนวชเป็นสามเณรตามราชประเพณี เป็นเวลา
๖ เดือน ใน พ.ศ. ๒๔๐๙ ท่ีวัดบวรนเิ วศวหิ าร ใน
เกล้าเจา้ อยู่หวั และสมเดจ็ พระเทพศริ นิ ทราบรม ๒๓๙๖
๒๔๐๙ ระหวา่ งนี้ไดเ้ สดจ็ ฯ ไปหัวเมืองฝ่ายเหนือถึงเมือง
ราชินี (หม่อมเจา้ หญิงรำเพย) เสดจ็ พระราชสมภพ
เมือ่ วันที่ ๒๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ พิษณโุ ลก เมื่อทรงลาผนวชพระบาทสมเดจ็ พระ
จอมเกล้าเจาอยูห่ ัวทรงกวดขันให้เรียนร้งู าน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั โปรดเกลา้ ฯ ๒๔๑๐ ราชการและราชประเพณีอย่างใกล้ชิด

ใหเ้ ลื่อนชั้นเปน็ สมเด็จพระเจ้าลกู ยาเธอ เจา้ ฟ้าฯ ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั เสดจ็ ขนึ้
กรมขุนพินติ ประชานาถทรงกำกบั ราชการมหาดเล็ก ครองราชย์ เม่ือวนั ที่ ๑ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๑๑ ขณะ
กรมพระคลงั มหาสมบัติและกรมทหารบกวงั หนา้ มพี ระชนมายไุ ดเ้ พยี ง ๑๕ พรรษา พระบรมวงศานุ
ในปี พ.ศ. ๒๔๑๐ วงศ์และขุนนางชน้ั ผู้ใหญ่ จงึ ดำเนนิ การประชุมและ
ท่ีประชมุ มีมตเิ หน็ ชอบให้เจา้ พระยาศรสี ุริยวงศ์เปน็
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั เสดจ็ ขน้ึ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจนกวา่ พระองคจ์ ะทรงมี
พระชนมาพรรษา ๒๐ พรรษา
ครองราชย์ด้วยพระองคใ์ นเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๖
๒๔๑๗ ใน พ.ศ. ๒๔๑๗ เกิดวิกฤตการณว์ ังหนา้
๒๔๑๖ ได้ทรงดำเนินการปฏริ ูปประเทศโดยมี
จุดมงุ่ หมายเพอื่ ให้ไทยสามารถรกั ษาเอกราชไวไ้ ด้ แตเ่ หตุการณส์ งบลงภายในระยะเวลาอันสนั้
และมคี วามเจริญทนั สมยั

เหตกุ ารณ์สำคัญในสมัย รัชกาลที่ 5

เหตุการณส์ ำคัญในสมยั รชั กาลท่ี ๕
ฉบับเข้าใจงา่ ย Scan เลย
ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=q3w_GZBCFU4

การปฏิรูปประเทศในระยะแรกท่ีพระองคย์ งั ไม่ทรงมี ๔
พระราชอำนาจสมบรู ณ์ โดยทรงปฏิรูปดา้ นการเงนิ
๒๔๓๖ เกดิ วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) ประเทศ
โดยทรงตัง้ หอรษั ฎากรพิพฒั น์เพ่อื เรง่ รัดการเก็บภาษี ๒๔๒๐ จกั รวรรดฝิ รง่ั เศสใช้เรือรบตฝี ่าแนวกั้นของไทยท่ี
ปากนำ้ และไดป้ ระกาศปิดอ่าวไทยจนกวา่ ไทยจะ
ตงั้ สภาท่ปี รกึ ษา ๒ สภา คอื สภาที่ปรกึ ษาราชการ ยอมทำตามข้อเสนอ และในที่สุดไทยยินยอม สว่ น
แผ่นดนิ และสภาที่ปรึกษาในพระองค์ การยกเลิก อังกฤษก็ไดด้ นิ แดนฝ่ังตะวนั ตกของแม่น้ำสาละวิน
ระบบทาสและไพร่และทรงปฏริ ปู การศกึ ษา และ ๔ หวั เมอื ง มลายู พระองคท์ รงแก้ปัญหาดว้ ย
การเจราจากับผ้นู ำประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเพ่ือให้
การปฏิรูปประเทศระยะทสี่ อง ทรงปฏริ ูปการ รองรับการเปน็ เอกราชของประเทศไทย และเจราจา
กบั ประเทศผ้คู ุกคามโดยตรงเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจว่าไทย
ปกครองทงั้ ส่วนกลางและสว่ นภูมิภาค โดยจดั ตั้ง ๒๔๒๐ ต้องการเปน็ มติ ร

กระทรวงตา่ ง ๆ และมีการจัดตงั้ มณฑลเทศาภบิ าล ๒๔๓๖ พระบามสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู ัว เสด็จ
เพื่อปกครองหัวเมืองอย่างใกล้ชดิ โดยรวมอำนาจเขา้ สวรรคตเมอื่ วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ใน
สศู่ ูนย์กลาง การปฏิรูปกฎหมายและการศาลเพ่ือให้มี ปจั จุบนั วันคลา้ ยวันสวรรคตของพระองค์ถอื เป็นวนั
ความยตุ ิธรรมและทนั สมัย ปฏิรูปการคมนาคมเพอื่ ปยิ มหาราชทช่ี าวไทยต่างน้อมรำลึกถึงพระมหา
ประโยชนท์ างด้านการเมอื งและเศรษฐกิจ รวมถึง กรณุ าธิคณุ ของพระองค์ และนำพวงมาลาไป
การดำเนนิ การเพื่อจำกัดขอบเขตการใชส้ ทิ ธสิ ภาพ สกั การะทีพ่ ระบรมรูปทรงม้า
ภายนอกอาณาเขต

DO YOU KNOW จากตู้แดงสตู่ ู้...
วิวัฒนาการตู้ไปรษณีย์
วนั ท่ี ๔ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๒๖
ประกาศเปดิ รับฝากสง่ จดหมายหรือหนังสือ
เป็นการทดลองในเขตพระนครและธนบุรีข้นึ
ดแู ลโดย สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟา้ ภาณุรังชี
สว่างวงศ์ กรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช

พระราชนิพนธ์ ๕

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
ทรงพระราชนิพนธผ์ ลงานทง้ั ร้อยแกว้ และร้อยกรอง
สามารถจัดจำแนกได้ ดังน้ี
พระราชนิพนธ์ร้อยแกว้

๑. พระราชหัตถเลขาเรื่องไกลบ้านเปน็ เรื่องที่
เด่นทีส่ ดุ ทรงพระราชนิพนธ์เปน็ ลายพระราช
หตั ถเลขา เมอื่ ครัง้ เสด็จประพาสยโุ รปครั้งที่ ๒ เมื่อ
พ.ศ. ๒๔๕๐ รวมจำนวน ๔๓ ฉบบั เสดจ็ ประพาส
ยโุ รปเปน็ ระยะเวลา ๒๒๕ วนั ทรงบนั ทึกเกยี่ วกับ
พระราชภารกิจแตล่ ะวนั และพระราชดำรวิ นิ ิจฉัย
ตอ่ สิ่งตา่ ง ๆ ในแบบพอ่ เล่าให้ลกู ฟัง พระราชทานแก่
สมเดจ็ พระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟา้ นภิ านภดล
วิมลประภาวดี

๒. พระราชวิจารณ์และพระราชวินจิ ฉัยเชิง
ประวตั ศิ าสตรแ์ ละโบราณคดี เรอ่ื งทสี่ ำคญั คอื
พระราชวิจารณ์จดหมายเหตุความทรงจำกรมหลวงน
รินทรเทวี พระบรมราชวนิ ิจฉัยเร่ืองชาดก
พระราชพธิ ีสิบสองเดือน ซึ่งไดร้ บั การยกยอ่ งจาก
วรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแหง่ หนังสือความเรียง
ประเภทอธบิ าย

๓. พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท ดงั ที่
นำมาใชใ้ นบทเรียน

๔. จดหมายเหตรุ ายวันและจดหมายเหตุเสด็จ
ประพาส เช่น พระราชนพิ นธเ์ สดจ็ ประพาสต้น

๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั เสดจ็
พระราชนิพนธ์ สวรรคตเม่ือวันท่ี ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ องค์การศกึ ษา
วิทยาศาสตรแ์ ละวฒั นธรรมแห่งสหประชาชาติ (องคก์ าร
ยูเนสโก) ไดป้ ระกาศยกย่องให้พระองคท์ รงเป็นบุคคลสำคญั
และเป็นผ้มู ีผลงานดีเดน่ ของโลก สาขาการศกึ ษา วัฒนธรรม
สังคมศาสตร์ มานษุ ยวทิ ยา การพฒั นาสังคมและการศกึ ษา
เนื่องในวโรกาสครบ ๑๕๐ ปี ชาตกาล ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖

ลกั ษณะคำประพันธ์

พระราชนพิ นธ์ร้อยกรอง พระบรมราโชวาท พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้า
๑. โคลง เช่น โคลงสุภาษิต โคลงนิราศ โคลง เจา้ อยหู่ ัวทรงพระราชนิพนธ์เป็นรอ้ ยแก้วทรงใชเ้ ทศนาโวหาร
เร่ืองรามเกียรติ ดว้ ยภาษาท่ีส่อื ความชัดเจนและเขา้ ใจง่าย ตอนใดทเ่ี ปน็
๒. บทละคร เชน่ เงาะป่า “คำสงั่ ” และประสงคจ์ ะ ให้ปฏบิ ัติตามจะใช้ คำว่า “จง”
๓. ลิลิต เชน่ ลิลิตนิทราชาครติ ดังขอ้ ความ
๔. พระราชนิพนธล์ ้อเลยี นชวนขนั เช่น บท
เทศนามกิ าทุระ กลอนไดอารีซ่ ึมซาบ “ขอจดหมายคำสง่ั ตามความประสงค์ให้แกล่ ูก
บทละครเรอื่ งวงศเทวราช บรรดาซ่ึงจะให้ออกไปเรยี นหนงั สือในประเทศยุโรป
จงประพฤติตามโอวาททจ่ี ะกล่าวตอ่ ไปน้ี”

เมอื่ มีรับสั่งใหป้ ฏิบัตติ าม ทรงชแี้ จงเหตุผลท่หี นัก
แนน่ และชดั เจนทีพ่ ระราชโอรสตอ้ งทรงปฏบิ ตั ิ
ตามคำสั่งนน้ั ดังขอ้ ความ

“..แต่เห็นว่าซงึ่ จะเปน็ ยศเจา้ ไปนน้ั ไม่เปน็ ประโยชน์
อนั ใดแกต่ ัวนกั ดว้ ยธรรมดาเจา้ นายฝ่ายเขามนี ้อย เจ้านาย
ฝา่ ยเรามีมาก ขา้ งฝา่ ยเขามีน้อยตวั ก็ยกย่องทำนบุ ำรุงกนั
ใหญ่โตมากกวา่ เรา ฝา่ ยเราจะไปมยี ศเสมออย่กู บั เขา
แตค่ วามบริบรู ณแ์ ละยศศักดิไ์ มเ่ ตม็ ทเี่ หมอื นอย่างเขาก็จะ
เปน็ ท่นี ้อยหน้าและเห็นเป็นเจา้ นายเมอื งไทยเลวไป และถ้า
เป็นเจ้านายแล้ว ตอ้ งรกั ษายศศกั ดิใ์ นกิจการท้ังปวงที่จะทำ
ทกุ อยา่ งเปน็ เคร่อื งล่อตาล่อหคู นทั้งปวงทีจ่ ะใหพ้ อใจดู

ลกั ษณะคำประพันธ์ ๗

พอใจฟงั จะทำอันใดก็ตอ้ งระวังตัวไปทุกอยา่ ง ทีส่ ดุ จนจะซ้อื จ่ายอนั ใดก็แพงกว่าคนสามัญ
เพราะเขาถอื ว่ามง่ั มี เป็นการเปลืองทรัพย์ในท่ไี มค่ วรจะเปลอื ง เพราะเหตุว่าถงึ จะเป็นเจา้
กด็ เี ป็นไพรกด็ ี เมอ่ื อย่ใู นประเทศมใิ ชบ่ ้านเมืองของตัว กไ็ ม่มีอำนาจท่จี ะทำฤทธเิ์ ดชอนั ใด
ไปผดิ กบั คนสามญั ได.้ ..”

จากตัวอย่าง ทรงใหเ้ หตุผลท่มี ีความน่าเชื่อถอื และหนักแนน่ แกพ่ ระราชโอรส จงึ ทำให้ผอู้ ่าน
มคี วามเห็นชอบและยินดที จ่ี ะปฏิบัตติ าม
สว่ นตอนใดทเ่ี ป็นคำสอนทรงใช้วิธีโน้มนา้ วใหผ้ ู้ฟังคำสอนเกดิ ความคลอ้ ยตาม โดยทรงยกให้
เห็นท้งั ขอ้ ดีและข้อเสยี ของการเชอื่ ฟงั หรอื ไม่เช่ือฟังในคำสั่งสอน ดงั ขอ้ ความ

“ขอบอกเสียให้รูแ้ ต่ต้นมอื ว่าถา้ ผู้ใดไปเปน็ หน้มี าจะไมย่ อมใช้หนี้ใหเ้ ลย หรือถา้
เปน็ การจำเปน็ จะตอ้ งใช้ จะไมใ่ ช้เปล่าโดยไมม่ โี ทษแก่ตัวเลย พึงรเู้ ถิดว่าต้องใช้หนี้เมอ่ื ใด
กจ็ ะต้องรบั โทษเม่อื น้ันพรอ้ มกัน อย่าเชอื่ ถ้อยคำผู้ใด หรอื อย่าหมายใจวา่ โดยจะใช้สุรุ่ยสุรา่ ย
ไปเหมือนอย่างเช่นคนเขาไปแต่ก่อนๆ แต่พอ่ เขาเป็นขนุ นางเขายงั ใช้กนั ได้ไมว่ า่ ไรกัน ถ้าคดิ
ดงั นัน้ คาดดังนัน้ เป็นผดิ แทท้ ่เี ดยี ว พอ่ รักลกู จริง แต่ไม่รกั ลูกอยา่ งชนิดนน้ั เลย เพราะรเู้ ปน็
แน่ว่าถา้ จะรกั อย่างนัน้ ตามไออยา่ งน้ัน จะไม่เป็นการมคี ุณอนั โตแก่ตวั ลกู ผู้ได้รบั ความรกั
น้นั เลย...”

พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จงึ เป็นทัง้ คำส่ังและคำสอน
ของบิดาท่หี ัวใจเตม็ เป่ียไปดว้ ยความรัก ความกรุณา เมตตา ซงึ่ คำสง่ั และคำสอนทั้งหมดผู้อ่าน
สามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

ความเป็นมา ๘

พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี ๕ ทรงพระราช
นพิ นธพ์ ระบรมราโชวาทเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๒๘ เพอ่ื พระราชทานแกพ่ ระเจ้าลกู ยาเธอ
ทัง้ ๔ พระองค์ท่ีเสดจ็ ไปทรงศกึ ษาตอ่ ต่างประเทศเมื่อครั้งทรงพระเยาว์

พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวทรงห่วงใยในเรอื่ งการปฏบิ ตั ิ
พระองคข์ องพระราชโอรสโดยทรงอบรมมิใหป้ ระพฤฒพิ ระองค์อวดอ้างว่าทรง
เปน็ ชนชนั้ เจ้านาย ให้มคี วามอ่อนน้อมใฝพ่ ระทยั ในการศกึ ษา ใช้สอยพระราช
ทรัพย์อย่างประหยัด จึงนับได้ว่าพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเดจ็ พระ
จลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวเมอื นตัวแทนคำสอนของบิดาท่ีมคี วามปรารถนาดแี ละ
หว่ งใยตอ่ บุตร

พระเจา้ ลกู ยาเธอ พระองคเ์ จา้ ประวติ รวฒั โนดม
(ยนื ด้านหนา้ )

พระเจา้ ลูกยาเธอ พระองคเ์ จ้ารพพี ัฒนศกั ด์ิ
(น่ังด้านซ้าย)

พระเจา้ ลกู ยาเธอ พระองค์เจ้ากติ ยิ ากรวรลักษณ์
(น่งั ดา้ นวา)

พระเจา้ ลูกยาเธอ พระองคเ์ จ้าจริ ประวัติวรเดช
(ยืนดา้ นวา)

เร่ืองยอ่

พระบรมราโชวาท มีเนื้อความทแ่ี สดงถงึ ความรกั และความผกู พันของพระบาทสมเดจ็ พระ

จุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั ที่ทรงมตี ่อพระเจา้ ลกู ยาเธอทงั้ ๔ พระองค์ ในฐานะ “บดิ า” ท่ตี ้องการเห็น “บุตร”

ไดเ้ ติบโตเป็นคนดพี ร้อมดว้ ยสติปัญญา ความรู้ คุณธรรมและไดน้ ำประโยชน์จากการศึกษาเล่าเรียน

มาพัฒนาประเทศชาติ

พระบรมราโชวาทมีเนือ้ ความสง่ั สอนในดา้ นต่าง ๆ ดังน้ี

๑. การวางตน

๒. การรู้จกั ใชส้ อยพระราชทรพั ย์

๓. การรจู้ ักอตุ สาหะเล่าเรียนเพ่อื กลับมาทำคุณประโยชนแ์ กบ่ า้ นเมอื ง

๔. การรูจ้ ักรกั ษาชื่อเสยี งของวงศ์ตระกูล

๕. ความสำคญั ของการเรียนรู้ภาษาอืน่ โดยไม่ละทงิ้ ภาษาไทย

พระบรมราโชวาท แมจ้ ะทรงพระราชนิพนธข์ นึ้ เป็นเวลาร้อยปีแล้ว แต่แนวพระราชดำรยิ ังคง

ทันสมยั เหมาะสมที่บิดามารดาจะนำไปอบรมบุตรหลานของตน และในขณะเดียวกันบคุ คลที่กำลังอยู่

ในวยั ศึกษาเล่าเรยี นกค็ วรนอ้ มนำมาปฏิบตั ิ นอกจากนี้พระบรมราโชวาทบางประการยังสามารถนำไป

ปรับใชไ้ ด้กับบุคคลในชว่ งวัยต่างๆ เชน่ ความประหยัด การวางตน เปน็ ต้น แต่ท้งั นก้ี ารน้อมนำพระบรม

ราโชวาทมาปฏบิ ตั ยิ อ่ มขนึ้ อยกู่ บั วัยและประสบการณข์ องแตล่ ะบุคคล ๙

๑๐

พระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู วั ทรงพระราชนิพนธ์
เมือ่ พ.ศ. ๒๔๒๘

ขอจดหมายคําส่ังตามความประสงค์ให้แก่ลูก
บรรดาซึ่งจะให้ออกไปเรียนหนังสือในประเทศยุโรป
จงประพฤติตามโอวาททีจ่ ะกล่าวตอ่ ไปน้ี
๑. การซึ่งจะให้ออกไปเรียนครั้งนี้ มีความประสงค์มุ่งหมายแต่จะให้ไดว้ ิชาความรู้อย่างเดียว ไม่มั่นหมาย
จะให้เปน็ เกียรตยิ ศชอื่ เสียงอย่างหนงึ่ อย่างใดในชั้นซง่ึ ยังเปน็ ผู้เรียนวชิ าอยู่น้ีเลย เพราะฉะนนั้ ท่ีจะไปครั้งน้ี อย่าให้
ไว้ยศว่าเป็นเจา้ ให้ถือเอาบรรดาศักดิ์เสมอลกู ผู้มีตระกูลในกรุงสยาม คืออย่า ให้ใช้อิสรอแยลไฮเนสปรินซน์ ําหนา้
ชื่อ ให้ใช้แต่ชื่อเดิมของตัวเฉย ๆ เมื่อผู้อื่นเขาจะเติมหน้าช่ือ หรือจะเติมท้ายชื่อตามธรรมเนียมอังกฤษ
เป็นมิสเตอร์หรือเอสไควร์ก็ตามที่เถิด อย่าคัดค้านเขาเลย แต่ไม่ต้องใช้คําว่านายตามอย่างไทย ซึ่งเป็นคํานําของ
ชอื่ ลูกขุนนางทีเ่ คยใช้แทนมสิ เตอร์ เม่ือเรยี กชื่อไทยในภาษาอังกฤษบ่อย ๆ เพราะวา่ เป็นภาษาไทยซึ่งจะทําให้เป็น
ทีพ่ ่งึ ขัด ๆ หูไป

ขออธิบายความประสงค์ข้อนี้ให้ชัดว่า เหตุใดจึงได้ไม่ให้ไปเป็นยศเจ้าเหมือนอาของตัวที่เคย ไปแต่ก่อน
ความประสงค์ข้อนี้ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะไม่มคี วามเมตตากรุณา หรือจะปิดบังซ่อนเร้น ไม่ให้รู้ว่าเป็นลูกอยา่ งนน้ั
เลย พ่อคงรับว่าเป็นลูกและมีความเมตตากรุณาตามธรรมดาที่บิดาจะกรณุ าตอ่ บตุ ร แต่เห็นว่าซ่ึงจะเป็นยศเจ้าไป
น้ันไม่เปน็ ประโยชนอ์ ันใดแก่ตัวนัก ด้วยธรรมดาเจ้านายฝ่ายเขามีน้อย เจ้านายฝ่ายเรามมี าก ข้างฝา่ ยเขามีน้อยตัว
ก็ยกย่องทํานุบํารุงกันใหญ่โตมากกว่าเรา ฝ่ายเราจะไปมียศเสมออยู่กับเขาแต่ความบริบูรณ์และยศศักดิ์ไม่เต็มท่ี
เหมอื นอยา่ งเขาก็จะเป็นทีน่ อ้ ยหน้าและเหน็ เปน็ เจ้านายเมืองไทยเลวไปและถ้าเปน็ เจ้านายแล้ว ต้องรกั ษายศศักดิ์
ในกิจการทั้งปวงที่จะทําทุกอย่างเป็นเครื่องล่อตาล่อหูคนทั้งปวงที่จะให้พอใจดูพอใจฟังจะทําอันใดก็ต้องระวงั ตัว
ไปทุกอย่าง ที่สุดจนจะซื้อจ่ายอันใดก็แพงกว่าคนสามัญ เพราะเขาถือว่ามั่งมีเป็นการเปลืองทรัพย์ในที่ไม่ควรจะ
เปลือง เพราะเหตุวา่ ถึงจะเปน็ เจ้ากด็ เี ป็นไพรก่ ด็ ี เมือ่ อย่ใู นประเทศมิใช่บ้านเมืองของตัว ก็ไม่มีอํานาจท่ีจะทําฤทธ์ิ
เดชอันใดไปผดิ กบั คนสามญั ได้ จะมปี ระโยชนอ์ ย่นู ดิ หน่งึ แตเ่ พียงเข้าที่ประชมุ สงู ๆ ได้ แตถ่ า้ เปน็ ลกู ผู้มตี ระกูลกจ็ ะ
เข้าที่ประชุมสูง ๆ ได้เท่ากันกบั เป็นเจ้าน่ันเอง เพราะฉะนั้นจึงขอห้ามเสียวา่ อย่าให้ไปอวดอา้ งเองหรืออย่าใหค้ น
ใช้สอยอวดอา้ งวา่ เปน็ เจ้านายอันใด จงประพฤตใิ ห้ถูกตามคําสัง่ น้ี

๑๑

๒. เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่คือเงิน ที่เป็นส่วน
สิทธิ์ขาดแก่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่สําหรับจ่ายราชการแผ่นดินเงินรายนี้ไดฝ้ ากไว้ที่แบงก์ ซึ่งจะได้มีคําสั่งให้ราซทูต
จ่ายเป็นเงินสําหรับเรียนวิชาชั้นต้น ๕ ปี ปีละ ๓๒๐ ปอนด์ เงิน ๑,๖๐๐ ปอนด์ รวมเป็นคนละ ๓,๕๐๐ ปอนด์
สําหรับเรียนวิชาชั้นหลังอีก ๕ ปี ปีละ ๔๐๐ ปอนด์เงิน ๒,๐๐๐ บาท จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้นอย่างช้าใน ๑๐ ปี
แต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียน แล้วจะได้ใช้ประโยชน์ของตัวเองตามชอบใจ
เปน็ สว่ นยกให้ เงินสว่ นของใครจะให้ลงช่ือเป็นของผู้อาเงินค่าใช้สอยเองมิได้ จะตัง้ ผจู้ ัดการแทนไว้ ฝากเอง แต่ใน
กําหนดยังไม่ถึงอาย ๒๑ ปีเต็ม จะเรียกเอาเงินคาเชดอก ที่นอกให้เป็นผู้ช่วยจัดการฝากเงินไว้แห่งใดเท่าใด และ
ผูใ้ ดเป็นผู้จัดการจะได้ทาํ หนงั สือมอบใหอ้ ีกฉบับหน่ึง สาํ หรับท่จี ะได้ไปทวงเอาในเวลาต้องการได้

การซึ่งใช้เงินพระคลังข้างที่ไม่ใช้เงินแผ่นดินอย่างเช่นเคยจ่ายให้เจ้านายและบุตรข้าราชการ
ไปเลา่ เรยี นแต่กอ่ นนนั้ เพราะเหน็ วา่ พอ่ มลี กู มากดว้ ยกนั การซึ่งให้มีโอกาสและใหท้ นุ ทรพั ยซ์ ง่ึ จะได้ เลา่ เรียนวิชาน้ี
เป็นทรัพย์มรดกอันประเสริฐดีกว่าทรัพย์สนิ เงนิ ทองอื่น ๆ ด้วยเป็นของติดตัวอยูไ่ ด้ ไม่มีอันตรายท่ีจะเส่ือมสูญลกู
คนใดทีม่ ีสติปญั ญาเฉลียวฉลาดกด็ ีหรอื ไม่มสี ตปิ ญั ญาเฉลียวฉลาดก็ดี ก็จะตอ้ งส่งไปเรียนวชิ าทุกคนตลอดโอกาสที่
จะเปน็ ไปได้เหมอื นหนง่ึ ได้แบ่งทรัพย์มรดกใหแ้ ก่ลูกเสมอ ๆ กันทุกคน ก็ถ้าจะใช้เงินแผ่นดินสําหรับให้ไปเล่าเรียน
แก่ผู้ซึ่งมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด กลับมาไม่ได้ทําราชการคุ้มกับเงินแผ่นดินที่ลงไปก็จะเป็นที่ติเตียนของคนบาง
จําพวกว่ามีลูกมากเกินไป จนต้องใช้เงินแผ่นดินเป็นค่าเล่าเรียนมากมายเหลือเกิน แล้วซ้ ำไม่เลือกชั้นเอาแต่ที่
เฉลียวฉลาดจะได้ราชการ คนโง่ คนเง่าก็เอาไปเล่าเรียนให้เปลืองเงิน เพราะค่าที่เป็นลูก ของพ่อ ไม่อยากจะให้มี
มลทินที่จะพูดติเตียนเกี่ยวข้องกับความปรารถนาซึ่งจะสง เคราะห์แก่ลูกให้ทั่วถึงโดยเที่ยงธรรมนี้จึงมิได้ใช้เงิน
แผ่นดนิ

อีกประการหนึ่งเล่า ถึงว่าเงินพระคลังข้างที่นั้นเองก็เป็นส่วนหนึ่งในแผ่นดินเหมือนกัน เว้นแต่เป็นส่วนท่ี
ยกให้แก่พ่อใช้สอยในการส่วนตัว มีทําการกุศลและสงเคราะห์บุตรภรรยา เป็นต้น เห็นว่าการสงเคราะห์ด้วยการ
เลา่ เรยี นดงั นี้เปน็ ดีกว่าอย่างอื่น ๆ จึงไดเ้ อาเงินรายน้ีใช้เป็นการมคี ุณตอ่ แผ่นดินทีไ่ มต่ ้องแบ่งเงินแผ่นดินมาใช้เป็น
คา่ เลา่ เรยี นขึ้นอีกส่วนหนง่ึ และพ้นจากคําคดั คา้ นต่าง ๆ เพราะเหตุที่พอ่ ได้เอาเงินส่วนท่พี อ่ จะไดใ้ ช้เองนั้นออกให้
เล่าเรียนด้วยเงินรายนี้ ไม่มีผู้หนง่ึ ผู้ใดทจ่ี ะแทรกแซงวา่ “ควรใช้อย่างนนั้ ไม่ควรใช้อย่างนัน้ ได้เลย”

๑๒

๓. จงร้สู กึ ตัวเป็นนิจเถิดว่า เกิดมาเปน็ เจ้านายมียศบรรดาศักดมิ์ ากจริงอยู่ แตไ่ ม่เป็นการจําเป็นเลย
ที่ผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดินขึ้น จะต้องใช้ราชการอันเป็นช่องที่จะหาเกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติ ถ้าจะว่า
ตามการซึ่งเป็นมาแต่ก่อน เจ้าทำราชการมีชื่อเสียงดี ก็อาศัยได้แต่สติปัญญาและความเพียรของตัว
เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะ เล่าเรียนโดยความเพียรอย่างยิ่ง เพื่อจะได้มีโอกาสที่จะทําการให้เป็นคุณแก่
บ้านเมืองของตน และโลก จะได้มาเกิด ถ้าจะถือว่าเกิดมาเป็นเจ้านายแล้วนิ่งนายแล้วนิ่ง ๆ อยู่จนตลอด
ชีวติ ก็เปน็ สบายดังนน้ั ” จะไม่ผิด ะใดกับสตั วด์ ิรจั ฉานอยา่ งเลวนกั สัตวด์ ริ ัจฉานมนั เกดิ มากนิ ๆ นอนๆ แลว้
ก็ตาย แต่สัตว์บางอย่าง ยังมีหนัง มีเขา มีกระดูกเป็นประโยชน์ได้บ้าง แต่ถ้าคนประพฤติอย่างเช่นสัตว์
ดิรัจฉานแล้ว จะไม่มีประโยชน์ อบใดยิ่งกว่าสตั ว์ดิรจั ฉานบางพวกไปอีก เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะทีจ่ ะเรียน
วิชาเข้ามาเป็นกําลังที่จะทําตัวให้ดีกว่าสัตว์ดิรัจฉานให้จงได้ จึงจะนับว่าเป็นการได้สนองคุณพ่อซึ่งได้คิ ด
ทาํ นบุ าํ รุงใหด้ ีตั้งแต่เกดิ มา

๔. อย่าได้ถือตัวว่า ตัวเป็นลูกเจ้าแผ่นดิน พ่อมีอํานาจยิ่งใหญ่อยู่ในบ้านเมือง ถึงจะเกะกะไม่ กลัว
เกรงคมเหงผู้ใด เขาก็คงจะมีความเกรงใจพ่อ ไม่ต่อสู้หรือไม่อาจฟ้องร้องว่ากล่าว/การซึ่งเชื่อใจ ดังนั้นเป็น
การผิดแท้ที่เดียว เพราะความปรารถนาของพ่อไม่อยากจะให้ลูกมีอํานาจที่จะเกะกะอย่างนั้นเลย เพราะรู้
เป็นแน่ว่าเมื่อรักลูกเกินไป ปล่อยให้ไม่กลัวใครและประพฤติการชั่วเช่นนัน้ คงจะ เป็นโทษแก่ตัวลูกนั้นเอง
ทั้งในปัจจุบนั และอนาคต เพราะฉะนั้นจงรู้เถิดว่าถ้าเมื่อได้ทําความผดิ เมื่อใด จะได้รับโทษโดยทนั ทกี ารที่มี
พ่อเป็นเจ้าแผ่นดินนั้นจะไม่เป็นการช่วยเหลืออุดหนุนแก้ไขอันใดได้เลย อีกประการหนึ่งชีวิตสังขารของ
มนุษย์ไม่ยั่งยืนยึดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลาถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ ในขณะหนึ่งก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้
ขณะหนึ่งเป็นแน่แท้ ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ในเวลามีพ่ออยู่แล้ว โดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู่ได้ด้วยอย่าง
หนึ่งอย่างใดเวลาไมม่ ีพ่อ ความชั่วนน้ั คงจะปรากฏเปน็ โทษตดิ ตัวเหมือนเงาตามหลังอยูไ่ มข่ าด เพราะฉะนั้น
จงเป็นคนอ่อนน้อม ว่าง่ายสอนง่ายอย่าให้เป็นทิฐิมานะ ไปในทางที่ผิดจงประพฤติตัวหันมาทางท่ีชอบที่ถูก
อยู่เสมอเปน็ นจิ เถิด จงละเวน้ เวลาท่ีช่วั ซ่งึ รู้ไดเ้ อง แกต่ ัวหรือมผี ้ตู ักเตอื นแนะนาํ ใหร้ ูแ้ ลว้ อยา่ ให้ล่วงให้เป็นไป
ไดเ้ ลยเป็นอนั ขาด

๑๓

๕. เงินทองที่จะใช้สอยในค่ากินอยู่นุ่งห่มหรือใช้สอยเบ็ดเสร็จทั้งปวงจงเขม็ดแขม่ใช้แต่เพียง
พอที่อนุญาตให้ใช้ อย่าทําใจโตมือโตสุรุ่ยสุร่ายโดยถือตัวว่าเป็นเจ้านายมั่งมีมากหรือถือว่าพ่อเป็น เจ้า
แผ่นดิน มีเงินทองถมไป ขอบอกเสียให้รู้แต่ต้นมือวา่ ถา้ ผู้ใดไปเป็นหนี้มาจะไมย่ อมใช้หน้ีให้เลย หรือถ้าเป็น
การจําเป็นต้องใช้จะไม่ใช้เปล่าโดยไม่มีโทษแก่ตัวเลย พึ่งรู้เถิดว่าต้องใช้หนี้เมื่อใดก็จะ ต้องรับโทษเมื่อน้ัน
พร้อมกัน อย่าเชื่อถ้อยคําผู้ใด หรืออย่าหมายใจว่าโดยจะใช้สุรุ่ยสุร่ายไปเหมือนอย่างเช่น คนเขาไปแต่
ก่อน ๆ แต่พ่อเขาเป็นขุนนางเขายังใช้กันได้ไม่ว่าไรกัน ถ้าคิดดังนั้นคาดดังนั้นเป็นผิดแท้ที่เดียว พ่อรักลูก
จริงแตไ่ ม่รักลูกอย่างชนดิ นั้นเลย เพราะรู้เป็นแน่ว่าถ้าจะรักอยา่ งนั้นตามใจอย่างน้ัน จะไม่เป็นการมคี ุณอัน
ใดแก่ตัวลูกผู้ได้รับความรักนั้นเลย เพราะจะเป็นผู้ไม่ได้วิชาที่ปรารถนาจะให้ได้ จะไปได้แต่วิชาที่จะทําให้
เสยี ชอ่ื เสยี งและไดค้ วามร้อนใจอยู่เป็นนิจ จงนกึ ไว้ให้เสมอว่าเงินทองท่ีแลเหน็ มาก ๆ ไม่ได้เปน็ ของหามาได้
โดยง่ายเหมือนเวลาทีจ่ ่ายไปง่ายนั้นเลย เงินที่ส่วนตัวได้รับเบี้ยหวัดหรือเงินกลางปีอยู่เสมอนั้น ก็ด้วยอาศัย
เป็นลูกพ่อ ส่วนเงินที่พ่อได้หรือลูกได้เพราะพ่อนั้น ก็เพราะอาศัยพ่อเป็นผู้ทํานุบํารุงรักษาบ้านเมือง และ
ราษฎรผ้เู จา้ ของทรพั ยน์ นั้ ก็เฉลยเลย กาํ ลังท่จี ะหาความสขุ คุ้มกับค่าทเ่ี หนด็ เหน่อื ย ทตี่ อ้ งรบั การในตําแหน่ง
อนั สูงคือเป็นผรู้ กั ษาความสขุ ของเขาท้ังปวง เงนิ น้นั ไม่ควรจะนาํ มาจําหน่ายในการที่ไมเ่ ปน็ ประโยชน์ไม่เป็น
เรื่อง และเป็นการไม่มีคอ กลับให้โทษแก่ตัว ต้องใช้แต่ในการจําเป็นที่จะต้องใช้ ซึ่งจะเป็นการมี
คุณประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นใน ทางชอบธรรม ซึ่งจะเอาไปกอบโกยใช้หนี้ให้แก่ลูกผู้ทําความชั่วจนเสีย
ทรัพย์ไปนั้นสมควรอยู่หรือ เพราะฉะนั้นจึงต้องว่าไม่ยอมที่จะใช้หนี้ให้ โดยว่าจะต้องใช้ให้ก็จะต้องมีโทษ
เป็นประกัน ม่ันใจว่าจะ ไม่ต้องใช้อีก เพราะจะเข็ดหลาบในโทษที่ทํานั้น จึงจะยอมใช้ให้ได้ใช้ให้เพราะจะ
ไม่ให้ทรัพย์ผู้อื่นสูญเสีย เท่านั้น ใช่จะใช้ให้โดยความรักใคร่อย่างบิดาให้บุตรเมื่อมีค วามยินดีต่อความ
ประพฤตขิ องบตุ รนั้นเลย เพราะฉะนน้ั จงจําไว้ ตง้ั ใจอยใู่ หเ้ สมอว่าตัวเป็นคนจนมีเงินใช้เฉพาะแต่ที่จะรักษา
ความสขุ ของตัว พอสมควรเท่าน้ัน ไมม่ ง่ั มเี หมอื นใคร ๆ อน่ื และไมเ่ หมือนกับผดู้ ฝี รั่งเลย ผ้ดู ีฝร่ังเขาม่ังมีสืบ
ตระกูลกัน มาด้วยได้ดอกเบี้ย ค่าเช่าต่าง ๆ ตัวเองเป็นผู้ได้เงินจากราษฎรเลี้ยง พอสมควรที่จะเลี้ยงชีวิต
และรักษา เกียรติยศเทา่ นัน้ อย่าไปอวดม่งั อวดมีทาํ เทยี บเทียมเขาให้ฟังซ่านไปเป็นอันขาด

อีกอยา่ งหน่ึง จะนกึ เอาเองว่าถงึ โดยเปน็ หนี้สนิ ลงอย่างไร พอ่ จะไมใ่ ช้หรอื จะให้ใช้ก็กลัวต้องทําโทษ
คิดวา่ เงินทองของตวั ทีไ่ ด้ปีหนึง่ ๆ มอี ย่ทู ั้งเบย้ี หวดั และเงนิ กลางปี เวลาออกไปเรยี นไมไ่ ด้ใชเ้ งนิ รายนี้เก็บรวม
อยู่เปล่า ๆ จะเอาเงินรายนี้ใช้หนีเ้ สียตอ่ ไปก็คงได้ทุกปี ซึ่งจะคดิ อย่างนี้แล้วและจับจ่ายเงินทองจนต้องเปน็
หน้กี ลบั เข้ามานน้ั กเ็ ปน็ การไมถ่ ูกเหมอื นกัน เพราะวา่ ผลประโยชน์อันใดท่จี ะได้อยใู่ นเวลามพี ่อกับเวลาไม่มี
พ่อนั้น จะถือเอาเป็นแน่ว่าจะคงที่อยู่นั้นไม่ได้และยิ่งเป็นผู้ใหญ่ขึ้นก็จะมีบ้านเรือนบุตรภรรยามากขึ้น คง
ต้องใชม้ ากข้นึ

๑๔

เงินที่จะได้นนั้ บางทีกจ็ ะไม่พอ จะเชื่อวา่ วชิ าทตี่ ัวไปเรียนจะเป็นเหตุใหไ้ ด้ทาํ ราชการได้ผลประโยชน์
ทันใช้หนี้ก็เชื่อไม่ได้ เพราะเหตุที่ตัวเป็นเจ้านาย ถ้าบางที่จะเป็นเวลากีดขัดข้องเพราะเป็นเจ้านายนั้นก็จะ
ทําอะไรไม่ได้เลย ถ้าจะหันไปข้างทํามาหากินซึง่ เป็นการยากที่จะทําเพราะเป็นเจ้าเหมือนกัน คือไปรับจ้าง
เขาเป็นเสมียนไม่ได้ เป็นต้น เมื่อทุนรอนที่มีเอาไปใช้หนี้เสียหมดแล้ว จะเอาอันใดเป็นทุนรอนทํามาหากิน
เล่า เพราะฉะนั้นจึงวา่ ถ้าจะคิดใชอ้ ยา่ ง เช่นนี้ซ่ึงตัวจะคดิ เห็นว่าเป็นอันไมต่ ้องกวนพ่อแล้วนั้น ก็ยังเป็นการ
เสียประโยชนภ์ ายหนา้ มาก ไมค่ วรจะก่อใหม้ ใี หเ้ ปน็ ขึน้

๖. วิชาที่จะออกไปเรียนนั้น ก็คงต้องเรียนภาษาและหนังสือในสามภาษา คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส
เยอรมนั ใหไ้ ด้แม่นยําชดั เจนคล่องแคล่วจนถึงแต่งหนังสือได้สองภาษาเป็นอย่างนอ้ ย เป็นวิชาหนังสืออย่าง
หน่งึ กบั วชิ าเลขใหเ้ รียนร้คู ดิ ใช้ไดใ้ นการต่าง ๆ อกี อยา่ งหนง่ึ นี้เป็นต้น วิชาสองอยา่ งท่ีจาํ เปน็ จะต้องเรียนให้
รู้ให้ได้จริง ๆ เป็นชั้นต้น แต่วิชาอื่น ๆ ที่จะเรียนต่อไป ให้เป็นวิชาชํานาญ วิเศษในกิจการข้างวิชานั้น จะ
ตัดสินเป็นแน่นอนว่าให้เรียนสิ่งใดในเวลานี้ก็ยังไม่ควร จะต้องไว้เป็นคําสั่งต่อภายหลัง เมื่อรู้วิชาชั้นต้น
พอสมควรแลว้ แตบ่ ัดน้จี ะขอตักเตอื นอย่างหน่ึงก่อนว่า ซ่งึ ให้ออกไปเรียนภาษาวิชาการในประเทศยุโรปนั้น
ใช่ว่าจะต้องการเอามาใช้แต่เฉพาะภาษาฝรัง่ หรืออย่างฝรัง่ นัน้ อย่างเดียว ภาษาไทยและหนังสือไทยซึ่งเปน็
ภาษาของตัวหนังสือตัว คงจะต้องใช้อยู่เป็นนิจ จงเข้าใจว่าภาษาต่างประเทศนั้นเป็นแต่พื้นของความรู้
เพราะวิชาความรู้ในหนังสือไทยที่มีผู้แต่ง ไว้นั้นเป็นแต่ของเก่า ๆ มีน้อย เพราะมิได้สมาคมกับชาติอื่นช้า
นานเหมอื นวชิ าการในประเทศยโุ รปทไ่ี ด้สอบสวนซึง่ กนั และกันจนเจริญรุง่ เรอื งมากแลว้ นัน้ ฝ่ายหนังสือไทย
จึงไม่พอทีจ่ ะเล่าเรียน จึงต้องไปเรียนภาษาอื่นเพื่อจะไดเ้ รียนวิชาให้กวา้ งขวางออกแล้วจะเอากลบั ลงมาใช้
เป็นภาษาไทยทั้งสิน้ เพราะฉะนั้นจะทิ้งภาษาของตัวให้ลมื ถ้อยคําทีจ่ ะพูดให้สมควรเสีย หรือจะลืมวิธีเขียน
หนงั สือไทยทต่ี ัวไดฝ้ ึกหดั แลว้ เสยี น้นั ไม่ได้เลย ถา้ รแู้ ตภ่ าษาต่างประเทศ ไมร่ ู้เขียนอ่านแปลลงเป็นภาษาไทย
ได้กไ็ ม่เปน็ ประโยชน์อันใด ถา้ อยา่ งนั้นหาจ้างแต่ฝรัง่ มาใช้เทา่ ไร ๆ ก็ได้ ทตี่ ้องการน้ัน ต้องใหก้ ลบั แปลภาษา
ต่างประเทศลงเป็นภาษาไทยได้ แปลภาษาไทยออกเป็นภาษาต่างประเทศได้ จึงจะนับว่าเป็นประโยชน์
อยา่ ตืน่ ตวั เองว่าไดไ้ ปร่ำเรยี นภาษาฝร่ังแลว้ ลมื ภาษาไทย กลบั เห็นเปน็ การเกก๋ ารก๋ีอยา่ งเช่นนักเรียนบางคน
มักจะเห็นผิดไปดังนั้น แต่ที่จริงเป็นการเสียที่ควรจะติเตียนแท้ที่เดียว เพราะเหตุฉะนั้นในเวลาที่ออกไป
เรียนวิชาอยู่ขอบังคับว่าให้เขียนหนังสือถึงพ่อทุกคน อย่างน้อยเดือนละฉบับเมื่อเวลายังเขียนหนังสือ
อังกฤษไมไ่ ด้ กใ็ ห้เขียนมาเปน็ หนังสอื ไทย

๑๕

ถ้าเขียนหนังสืออังกฤษหรือภาษาหน่ึงภาษาใดได้ ให้เขียนภาษาอื่นนั้นมาฉบับหนึ่ง ให้เขียนคําแปลเป็น
ภาษาไทยอีกฉบับหนึง่ ติดกันมาอย่าให้ขาด เพราะเหตุที่ลกู ยังเป็นเด็กไมไ่ ด้เรียนภาษาไทยแน่นอนม่ันคงก็
ให้อาศัยไต่ถาม ครูไทยที่ออกไปอยู่ด้วยหรือค้นดูตามหนังสือภาษาไทยซึ่งได้จัดออกไป ให้ด้วยคงจะพอหา
ถอ้ ยคาํ ท่จี ะใช้แปลออกเปน็ ภาษาไทยได้ แต่หนงั สอื ไทยท่จี ะเปน็ กาํ ลงั ชว่ ยอย่างน้ยี งั มนี ้อยจริง เมอื่ เขียนเข้า
มาคําใดผิด จะติเตียนออกไปแล้วจงจําไว้ใช้ให้ถูกต่อไปภายหน้า อย่าให้มีความกลัวความกระดากว่าจะผดิ
ให้ทาํ ตามทีเ่ ตม็ ความอตุ สาหะความแนใ่ จว่าเปน็ ถูกแล้ว เมอื่ ผิดก็แก้ไปไม่เสียหายอนั ใด

๗. จงรู้ว่าการเล่าเรยี นของลกู ท้งั ปวงนน้ั อาของเจ้า กรมหม่ืนเทวะวงศว์ โรประการไดร้ บั ปฏญิ าณตอ่
พ่อว่าจะตั้งใจอตุ สาหะเป็นธุระในการเล่าเรียนของลูกทัง้ ปวงท้ังในปัจจุบันและภายหนา้ พ่อได้มีความวางใจ
มอบธรุ ะสทิ ธ์ขิ าดแกก่ รมหมื่นเทวะวงศ์วโรประการเป็นธุระทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ใน กรุงเทพฯ เมอ่ื มธี ุระขัดข้อง
ประการใด ให้มีหนังสือมาถึงกรมหมื่นเทวะวงศ์ฯ ก็จะรู้ตลอดได้ถึงพ่อและกรมหมื่นเทวะวงศ์ฯ นั้น คงจะ
เอาธุระทํานุบํารุงทุกสิ่งทุกอย่างให้สําเร็จตลอดไปได้ ส่วนที่ในประเทศยุโรปนั้นถ้าไปอยู่ในประเทศใดที่ มี
ราชทตู ของเราอยู่ ราชทูตคงจะเอาเปน็ ธุระตแู ลทุกสงิ่ ทุกอยา่ ง เมอ่ื มกี ารขัดข้องลาํ บากประการใด จงช้ีแจง
แจ้งความให้ท่านราชทูตทราบคงจะจัดการได้ตลอดไป เมื่อไปอยู่ในโรงเรียนแห่งใด จงประพฤติการให้
เรียบร้อยตามแบบอย่างซึ่งเขาตั้งลงไว้ อย่าเกะกะวุ่นวายเชื่อตัวเชื่อฤทธิ์ไปต่าง ๆ จงอุตสาหะพากเพียร
เรียนวชิ าใหร้ ูม้ าไดช้ ว่ ยกาํ ลังพอ่ เป็นท่ชี ่ืนชมยนิ ดสี มกบั ทมี่ ีความรกั นน้ั เถิด

๑๖

“…ความรูท้ ใ่ี ช้ได้ผลน้นั ตอ้ งเป็นความร้ทู ถ่ี กู ตอ้ ง แม่นยำ ชำนาญ นำมาใช้การได้ทนั ที และนอกจากความรู้
ด้านลกึ คอื วชิ าเฉพาะสาขาทศี่ ึกษามาโดยตรงแลว้ ความรดู้ า้ นกว้าง คอื วชิ าการอื่น ๆ ท่ัวไป ยอ่ มเปน็
ปัจจัยประกอบส่งเสริมอกี สว่ นหน่งึ ดว้ ย…”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในพิธีราชทานปรญิ ญาบตั ร
มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒
“...Practical knowledge is the knowledge that provides accuracy, professionalism and
accessibility. Rather than the in-depth knowledge, which is the collections of information
and the skills in direct details, knowledge in general is also the supportive factors
accordingly…”

The Royal Guidance of His Majesty the King Bhumibol Adulyadej in the graduation
ceremony of Chiang Mai University on January 24th, 1989

“...การใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดนั้น จะเปน็ หลักประกันความสมบรู ณพ์ นู สุขของผู้ประหยดั เอง และครอบครวั ช่วย
ปอ้ งกนั ความขาดแคลนในวนั ข้างหนา้ การประหยดั ดงั กล่าวนจี้ ะมีผลดีไมเ่ ฉพาะแกผ่ ู้ท่ปี ระหยัดเท่านน้ั ยงั เปน็
ประโยชน์แกป่ ระเทศชาตดิ ว้ ย...”

พระราชดำรสั พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช
เนอ่ื งในวันข้ึนปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๒
“…Spending economically will reassure the wealth of the spenders
—themselves— and their families. Also, it helps protect the scarcity
in the future. Not only has this frugality had the positive
impact on those who value this practice, but also the whole
nation will be benefited expansively…”

The Royal Guidance of His Majesty the King Bhumibol
Adulyadej on the new year occasion, December 31st, 1959

๑๗

“...สามคั คี หรือการปรองดองกนั ไม่ได้หมายความว่า คนหนงึ่ พดู อย่างหน่ึง...คนอน่ื ต้องพดู เหมือนกันหมด
ลงท้ายชวี ิตกไ็ มม่ ีความหมาย ต้องมคี วามแตกตา่ งกนั แต่ตอ้ งทำงานใหส้ อดคลอ้ งกัน แม้จะขดั กันบา้ ง...ก็
ต้องสอดคลอ้ งกนั …”

พระราชดำรัส พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ
ในโอกาสวันเฉลมิ พระชนมพรรษา ๔ ธนั วาคม ๒๕๓๖
“...Unity or amity doesn’t support the idea of absolute power that allows someone to
speak out his mind, and others must follow him altogether. At some point, things will
become so lifeless. The varieties must stand while working harmoniously is appreciated.
Conflicts may occur sometimes; still, harmony is redeemed…”

The Royal Guidance of His Majesty the King Bhumibol Adulyadej bestowed upon
committees on His Auspicious Birthday December 4th, 1993

“...การสอนให้นักเรยี นมีความร้ดู เี ป็นส่ิงสำคญั มาก แต่มีสิ่งสำคัญย่ิงกว่านน้ั อีก คอื จะตอ้ งฝึกหัดให้นกั เรยี น
รูจ้ ักคดิ พิจารณา นำวิชาความรนู้ ้ันไปใชใ้ นทางทถ่ี ูกตอ้ งเหมาะสมแก่งานไดด้ ้วย การศกึ ษาท่ีใหท้ ง้ั วชิ าการ
และวธิ ีใชว้ ิชาโดยถูกต้องเชน่ นี้ จึงจะเปน็ การศกึ ษาท่ีดี...”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ในพิธีพระราชทานปรญิ ญาบตั ร
แกบ่ ัณฑติ วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๙
“…To instruct students to be well educated is very important, but one thing that is more
vital is to train them how to think critically and how to correctly apply knowledge to the
right tasks properly. Education that provides both academic knowledge and the right
usage is then the decent education…”

The Royal Guidance of His Majesty the King Bhumibol Adulyadej in the graduation
ceremony of the graduates majored in Education at Srinakharinwirot University on
December 15th, 1966

๑๘

“...การท่เี ราศกึ ษาวิชาความร้นู ั้น ความจรงิ ไมใ่ ชเ่ พือ่ ใครเลย แตเ่ พ่อื ตวั เราเองในการท่ีจะได้ดำเนนิ ชีวิตตอ่ ไป
ในวนั หน้า ถ้าเรียนดกี จ็ ะไดใ้ ช้ความรทู้ ี่เรียนมาประกอบกิจการให้เปน็ ประโยชน์เป็นทีพ่ ่ึงแก่ตนและเป็นทชี่ ่ืน
ชมแก่วงศต์ ระกูลตอ่ ไปด้วย...”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธพี ระราชทาน
ประกาศนยี บัตรนักเรียนวชิราวธุ วทิ ยาลยั วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐
“...To acquire knowledge, in reality, is not for anyone else, but it is for the sake of us to
make a living in the future. Well-studied people would apply their knowledge to run
businesses wisely in order to become self-reliant and also to be appreciated by their
families...”

The Royal Guidance of His Majesty the King Bhumibol Adulyadej in the
commencement ceremony of the students at Vajiravudh College on February 16th, 1957

“...คำพูดดจู ะไมน่ า่ จะทำให้เจ็บได้ แตก่ เ็ จบ็ ได้เหมอื นกัน ฉะนน้ั ถ้าเราอยากท่ีจะทำใหค้ นเจบ็ เราก็พดู ด่า
เขาบ้าง หรือพูดอะไรทีท่ ำใหเ้ ขากระทบกระเทือน มันกเ็ จ็บเหมือนกันหมายความว่าคำพดู น้มี ีพลงั พลังน้ีถา้
ใชเ้ ปะปะกเ็ ป็นสิ่งทเ่ี สยี หายต่อผูอ้ ่นื ได.้ ..”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช พระราชทานแกค่ ณะกรรมการ
และสมาชิกของสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย ณ ศาลาดสุ ิดาลยั ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๕
“…Spoken words should not be able to hurt anyone, but they are actually. So, if we like
to hurt others, we condemn them or say anything that can affect them badly. The fact
that they feel hurt means these spoken words are powerful, and if we abuse this power, it
may be destructive to others…”

The Royal Guidance of His Majesty the King Bhumibol Adulyadej bestowed upon the
committees and the members of the speech training association of Thailand at at
Dusidalai pavilion on July 25th, 1972

ขอ้ คิดทส่ี ามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน

พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว มีพระราชประสงค์เพื่อใช้ สั่งสอน อบรม
แนะนำและตกั เตอื น ดงั น้ันผอู้ า่ นจะสามารถค้นพบขอ้ คิดทแ่ี ฝงอยู่ในเน้อื หาและนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ดงั นี้

๑) การวางตน ไมว่ ่าจะอยูใ่ นสังคมใดไม่ควรยกตนเหนือผู้อืน่ ดงั ขอ้ ความ

“ แตเ่ หน็ ว่าซงึ่ จะเปน็ ยศเจา้ ไปนั้นไมเ่ ปน็ ประโยชน์อนั ใดแก่ตัวนัก ด้วยธรรมดาเจา้ นายฝ่ายเขามีน้อย
เจา้ นายฝ่ายเรามมี าก ขา้ งฝ่ายเขามนี ้อยตัวก็ยกยอ่ งทำนบุ ำรุงกันใหญ่โตมากกว่าเรา ฝ่ายเราจะไปมยี ศเสมออยู่
กับเขา แต่ความบริบูรณแ์ ละยศศักดิ์ไมเ่ ต็มที่เหมือนอย่างเขาก็จะเป็นทีน่ ้อยหน้าและเหน็ เปน็ เจ้านายเมืองไทย
เลวไป และถ้าเปน็ เจา้ นายแล้ว ตอ้ งรักษายศศกั ดใ์ิ นกลิ การทงั้ ปวงทย่ี ะทำทุกอยา่ งเป็นเครื่องลอ่ ตาล่อหคู นทัง้
ปวงท่ีอะให้พอใจตูพอใจฟัง อะทำอนั ใดก็ตอ้ งระวงั ตัวไปทกุ อยา่ ง ท่ีสุดจนจะซอื้ จ่ายอนั ใดกแ็ พงกว่าคนสามัญ
เพราะเขาถอื ว่ามั่งมี เป็นการเปลอื งทรพั ยใ์ นทไ่ี มค่ วรอะเปลอื ง เพราะเหตวุ ่าถึงจะเปน็ เจา้ กด็ ีเปน็ ไพรกด็ ี เม่ืออยู่
ในประเทศมิใชบ่ า้ นเมืองของตัว กไ็ ม่มีอำนาจท่ีจะทำฤทธิเ์ ดชอันใดไปผิดกบั คนสามญั ได.้ ..”

จากขอ้ ความน้ี พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัวทรงอบรมพระราชโอรสของพระองคใ์ หท้ รงวาง
พระองคอ์ ย่างเหมาะสม ไม่อวดอ้างความเปน็ เจ้า เพราะย่อมเป็นดาบสองคมถ้าผู้เป็นลูกวางตนเหมาะสมย่อมได้
รับคำขม แตถ่ ้าวางตนไม่เหมาะสมยอ่ มเสือ่ มเสยี ถึงวงศ์ตระกูล

๑๙

๒) การรจู้ ักใช้จา่ ยเงิน ใชจ้ า่ ยเงินในเรื่องท่เี ป็นประโยชน์ ไม่ใช้เงินเกินความจำเป็นจนก่อให้เกิดหน้ีสนิ สรา้ ง

ความเดอื ดร้อนให้คนอนื่

“เงินน้ันไม่ควรจะนำมาจำหน่ายในการท่ไี มเ่ ปน็ ประโยชนไ์ ม่เปน็ เรือ่ ง และเปน็ การไมม่ ีคุณกลบั ให้โทษแก่
ตัว ตอ้ งใชแ้ ตใ่ นการจำเป็นทีจ่ ะตอ้ งใช้ ซ่ึงจะเป็นการมคี ุณประโยชน์แกต่ นและผู้อื่นในทางซอบธรรม ซงึ่ จะเอาไป
กอบโกยใชห้ น้ใี หแ้ กล่ กู ผ้ทู ำความช่ัวจนเสยี ทรัพยไ์ ปน้นั สมควรอยูห่ รือ เพราะฉะน้ันจึงต้องว่าไม่ยอมทจ่ี ะใชห้ น้ีให้
โดยว่าจะตอ้ งใช้ให้กจ็ ะต้องมโี ทษเปน็ ประกนั มั่นใจว่าจะไม่ตอ้ งใช้อีก เพราะอะเข็ดหลาบในโทษทีท่ ำน้ันจงึ จะ
ยอมใช้ใหไ้ ด้ ใช้ให้เพราะจะไม่ใหท้ รัพยผ์ ู้อน่ื สญู เสียเท่านน้ั ใช่จะใชใ้ หโ้ ดยความรักใคร่อยา่ งบิดาใหบ้ ตุ รเมือ่ มี
ความยินดตี ่อความประพฤตขิ องบตุ รนั้นเลย เพราะฉะน้ันองอำไว้ ตัง้ ใจอย่ใู ห้เสมอว่าตัวเป็นคนจน มีเงนิ ใช้
เฉพาะแต่ทีจ่ ะรักษาความสขุ ของตวั พอสมควรเทา่ น้ัน ไมม่ ง่ั มีเหมอื นใคร ๆ อน่ื ๆ

จากขอ้ ความสะทอ้ นใหเ้ ห็นว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัวทรงตั้งพระราชหฤทยั ท่จี ะสงั่
สอนใหพ้ ระราชโอรสของพระองค์ใชจ้ ่ายพระราชทรัพย์อยา่ งประหยดั และรู้คุณคา่ ให้ใช้ชวี ิตอย่างพอเพียงตาม
กำลงั ทรัพย์ของตนเอง ไม่ฟุ้งเฟ้อสรุ ุ่ยสรุ ่าย

๓) การมีความมานะอุตสาหะต้งั ใจใหป้ ระสบความสำเร็จในหน้าท่ีการงาน ควรกระทำดว้ ย

ความรคู้ วามสามารถของตนเอง ไม่อาศัยความชว่ ยเหลือจากผู้อ่นื หรือใชย้ ศถาบรรดาศกั ดิ์เพ่อื ใหป้ ระสบ
ความสำเร็จในหน้าท่กี ารงาน ดงั ข้อความ

“จงรสู้ กึ ตวั เป็นนิจเถดิ วา่ เกดิ มาเป็นเจ้านายมียศบรรดาศักดิ์มากจรงิ อยู่ แตไ่ ม่เปน็ การอำเป็นเลยที่ผใู้ ด
เป็นเจ้าแผ่นดนิ ขน้ึ จะตอ้ งใชร้ าชการอันเป็นชอ่ งทีจ่ ะหาเกียรติยศช่อื เสียงและทรพั ย์สมบัติ ถา้ จะวา่ ตามการซง่ึ
เปน็ มาแตก่ ่อน เจ้านายซ่ึงจะหาชอ่ งทำราชการไดย้ ากกว่าลกู ขนุ นางเพราะเหตุที่เป็นผูม้ ีวาสนาบรรดาศกั ดิ์มาก
ละรับราชการในตำแหนง่ ตำ่ ๆซ่ึงเปน็ กระไดข้นั แรก คอื เปน็ นายรองหมุ้ แพรมหาดเลก็ เป็นตน้ กไ็ ม่ไดเ้ สยี แลว้
จะไปแต่งตั้งใหว้ า่ การใหญ่โตสมแกย่ ศศกั ด์ิ เม่ือไมม่ วี ชิ าความรู้และสตปิ ญั ญาพอท่จี ะทำการในตำแหน่งน้นั ไปได้
ก็เปน็ ไปไม่ได้ เพราะฉะนัน้ เจา้ นายจะเป็นผูไ้ ดท้ ำราชการมีชือ่ เสียงดี ก็อาศัยไดแ้ ตส่ ติปญั ญาความร้แู ละความ
เพียรของตวั เพราะฉะนน้ั จงอุตสาหะเล่าเรียนโดยความเพียรอยา่ งย่ิงเพือ่ จะไดม้ โี อกาสทจี่ ะทำการให้เป็นคุณแก่
บา้ นเมอื งของตน และโลกที่ตวั ได้มาเกิด...”

จากขอ้ ความสะทอ้ นใหเ้ ห็นข้อคิดท่ีพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวทรงอบรมพระราชโอรส
คอื ใหม้ ีความมานะอุตสาหะพยายามในการแสวงหาความรู้ความสามารถ เพื่อนำไปใชร้ บั ราชการและเป็นการ
ไมส่ มควรที่จะใชย้ ศตำแหนง่ ความเป็นเจ้ามาดำรงตำแหน่งทางราชการทั้ง ๆ ท่ไี ม่มคี วามรู้ความสามารถ

๒๐

๒๑

๔) ให้เหน็ ความสำคัญของการเรียนภาษา ต้องรภู้ าษาตา่ งประเทศอยา่ งนอ้ ยสามภาษา โดยทไ่ี ม่

ทอดทง้ิ หรือละเลยภาษาไทย พระองคท์ รงตระหนักว่าการรภู้ าษาของตะวันตกจะเปน็ ประโยชน์ คือชว่ ยใน
การศกึ ษาวทิ ยาการและนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ แต่พระองค์ทรงกำชับให้ใช้ภาษาไทยอย่เู สมอไมล่ ืมหรือ
เหน็ ความสำคญั ของภาษาอืน่ มากกว่าภาษาไทย ดังข้อความ

“ภาษาไทยและหนงั สือไทยซงึ่ เปน็ ภาษาของตวั หนังสือของตัว คงจะตอ้ งใช้อยูเ่ ป็นนิจจงเข้าใจว่า
ภาษาตา่ งประเทศนน้ั เป็นแตพ่ ้ืนของความรู้ เพราะวิชาความรู้ในหนังสือไทยทม่ี ีผูแ้ ต่งไว้นน้ั เปน็ แตข่ องเกา่ ๆ
มนี อ้ ย เพราะมิได้สมาคมกับชาตอิ ื่นชา้ นานเหมอื นวิชาการในประเทศยโุ รปทไ่ี ดส้ อบสวนซง่ึ กันและกนั จน
เจรญิ ร่งุ เรืองมากแลว้ นนั้ ฝา่ ยหนงั สือไทยจึงไมพ่ อที่จะเล่าเรียน จึงต้องไปเรียนภาษาอน่ื เพือ่ จะไดเ้ รียนวิชาให้
กวา้ งขวางออก แลว้ จะเอากลับลงมาใช้เป็นภาษาไทยทงั้ สิ้น เพราะฉะนั้นจะทง้ิ ภาษาของตัวใหล้ ืมถ้อยคำที่จะ
พูดใหส้ มควรเสียหรือจะลืมวิธเี ขียนหนงั สอื ไทยทีต่ ัวไดฝ้ กึ หัดแล้วเสียนนั้ ไม่ได้เลย ถ้ารู้แต่ภาษาตา่ งประเทศ
ไม่รเู้ ขยี นอ่านแปลลงเป็นภาษาไทยได้กไ็ ม่เป็นประโยชน์อนั ใด...”

จากขอ้ ความจะเหน็ ได้วา่ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัวทรงตระหนักถึง
ความสำคญั ของการศึกษาภาษาของตะวนั ตกและภาษาไทย คอื รภู้ าษาตะวนั ตกเพื่อศึกษาศิลปวิทยา
มาพัฒนาประเทศ และตดิ ต่อกบั ต่างชาติไดใ้ นอนาคต รวมท้งั ต้องรภู้ าษาไทยเพอ่ื จะสามารถนำความรู้
ทีไ่ ด้ศกึ ษาจากตะวันตกมาถา่ ยทอดให้ขา้ ราชการไทยไดอ้ ยา่ งเขา้ ใจตรงกนั เพ่ือพัฒนาประเทศจาก
วทิ ยาการท่ีพระราชโอรสทรงเรียนรู้

สรปุ สาระสำคญั

พระบรมราโชวาท แสดงให้เห็นนำ้ พระราชหฤทยั และพระราชดำรใิ นพระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั ทีม่ ีต่อพระราชโอรสในฐานะพระราชบดิ าทท่ี รงเปน็ หว่ งในอนาคต
ของพระราชโอรส จงึ ทรงกำชบั มใิ ห้ประพฤติพระองค์เสอื่ มเสียราโชวาทนีจ้ งึ ทันสมยั อยเู่ สมอ
สมควรทผ่ี ้อู ยใู่ นวัยศกึ ษาเลา่ เรยี นจะน้อมนำมาปฏิบตั ิและเป็นประโยชนต์ อ่ บดิ ามารดาทจี่ ะ
นำไปใช้อบรมบุตรหลานให้เหน็ คุณค่าของการศกึ ษาการใช้เงนิ และการรจู้ ักประพฤตติ นให้
เหมาะสม โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ การปลูกฝงั แนวคดิ ทางการศกึ ษาวา่ สำคญั ท่ีสุด คือการนำ
ความรู้ทีไ่ ด้มาใชพ้ ัฒนาประเทศชาติ

๒๒

๒๓

เสนอ
อาจารยท์ รงศักด์ิ สุริโยธนิ
รายวิชาเทคนิคการใช้สือ่ การเรียนการสอนภาษาไทย

1541004
จดั ทำโดย
นางสาวกญั จนพร หนทู อง รหัส ๐๑๕
สาขาวชิ าภาษาไทย วทิ ยาลยั การฝึกหัดครู


Click to View FlipBook Version