“พระธาตุช่อแฮ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองแพร่และเป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีขาล ซึ่งตามมติความ เชื่อเรื่องไหว้ “พระธาตุประจำปีเกิด” ของล้านนาโบราณ เชื่อว่าคนที่เกิดปีขาลเมื่อมาไหว้พระธาตุช่อแฮจะ ได้รับอานิสงส์ผลบุญที่สูงล้น ดังนั้นหากใครที่เดินทางมาเยือนเมืองแพร่ ต้องหาเวลาไปนมัสการองค์พระธาตุ ช่อแฮ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว “พระธาตุช่อแฮ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองแพร่และเป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีขาล ซึ่งตามมติความ เชื่อเรื่องไหว้”พระธาตุประจำปีเกิด” ของล้านนาโบราณ เชื่อว่าคนที่เกิดปีขาลเมื่อมาไหว้พระธาตุช่อแฮจะ ได้รับอานิสงส์ผลบุญที่สูงล้น ความเป็นมาของพระธาตุองค์นี้ว่า เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึง เมืองพล (เมืองแพร่) พระองค์ได้มาประทับ ณ บริเวณดอยโกสัยธชัคคะบรรพต ขณะนั้นมีเจ้าลาวนามว่า “ขุนลัวะอ้ายก้อม” ได้มากราบไหว้พระพุทธเจ้า จากนั้นพระพุทธเจ้าได้แสดงอิทธิปาฎิหารย์ให้ขุนลัวะอ้ายก้อม เห็นเนื่องจากสถานที่นี้เป็นที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับตั้งเป็นที่ไว้ในพระพุทธศาสนา พระองค์ได้ประทานพระบรม สารีริกธาตุ โดยเอาเส้นพระเกศาเส้นหนึ่งให้แก่ขุนลัวะอ้ายก้อมไว้ และทรงสั่งว่า เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธ์ ปรินิพพานไปแล้ว ให้เอาพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ ณ สถานที่นี้ และต่อไปภายหน้าจะได้ชื่อว่า “เมืองแพร่” ดังนั้นหากใครที่เดินทางมาเยือนเมืองแพร่ ต้องหาเวลาไปนมัสการองค์พระธาตุช่อแฮ เพื่อความเป็นสิริมงคล กับตัวเองและครอบครัว ตำนานพระธาตุช่อแฮจากข้อมูลประชาสัมพันธ์ของทางวัดพระธาตุช่อแฮ ตำนานพระธาตุช่อแฮอีกทางหนึ่ง กล่าวถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าได้เสด็จมาถึงเมืองพล (เมือง แพร่) ประทับ ณ ดอยโกสัยธชัคคะบรรพต ขณะนั้นมีหัวหน้าชาวลัวะนามว่าขุนลัวะอ้ายก้อมได้มากราบไหว้ พระพุทธเจ้าที่บนดอยนี้ พระพุทธเจ้าได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้ขุนลัวะอ้ายก้อมเห็น เนื่องจากสถานที่นี้เป็นที่ ร่มรื่นเหมาะสมที่จะตั้งเป็นสถานที่ไว้ในพระพุทธศาสนา พระองค์ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุที่ระลึกโดย เอาเส้นพระเกศาเส้นหนึ่งให้แก่ขุนลัวะอ้ายก้อมไว้ มีรับสั่งให้เอาเส้นพระเกศานี้ไปไว้ในถ้ำที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ พระองค์มีรับสั่งอีกว่าเมื่อพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ให้เอาพระบรมสารีริกธาตุพระศอกข้างซ้าย มาบรรจุไว้ ณ สถานที่นี้และต่อไปภายหน้าจะได้ชื่อว่าเมืองแพร่ โดยเป็นเมืองใหญ่ซึ่งพระองค์เคยเสด็จประทับ นั่ง ณ ใต้ต้นหมากนี้ เมื่อทรงทำนายแล้วก็เสด็จจาริกไปยังเมืองต่าง ๆ ที่ทรงเห็นว่าควรจะเป็นที่ตั้งพระธาตุได้ จากนั้นจึงเสด็จกลับไปยังพระเชตวันอารามและหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว 218 ปี ตรงกับสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้าอโศกมหาราชและพระอรหันต์ทั้งปวงได้ร่วมกันอธิษฐานว่าเมื่อ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น เคยเสด็จไปยังถิ่นฐานบ้านเมืองหลายแห่ง แล้วทรงหมาย สถานที่ที่ควรจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้จึงขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ได้บรรจุในโกศที่เตรียมไว้นั้นไป สถิตอยู่ในสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงหมายไว้นั้นเถิด เมื่ออธิษฐานแล้วพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายก็เสด็จ ออกจากโกศโดยทางอากาศไปตั้งอยู่ที่แห่งนั้น ๆ ทุกแห่ง ส่วนพระบรมสารีริกธาตุเหลืออยู่ พระอรหันต์ทั้งปวง ก็อัญเชิญไปบรรจุในพระเจดีย์ 84,000 องค์นั้น แล้วประกาศแก่เทวดาทั้งหลายให้พิทักษ์รักษาตลอดไป จนกว่า จะหมดอายุแห่งพระพุทธศาสนา 5,000 พระวัสสา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระธาตุช่อแฮ เป็น โบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และได้ประกาศกำหนด ขอบเขตโบราณสถาน เล่มที่ 97 ตอนที่ 159 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2523 สำหรับชื่อพระธาตุช่อแฮนั้น บ้างว่าได้มาจากชื่อผ้าแพรชั้นดีซึ่งทอจากสิบสองปันนาที่ชาวบ้านนำมา ผูกบูชาพระธาตุ บ้างก็ว่ามาจากผ้าแพรที่ขุนลัวะอ้ายก้อมนำมาถวาย ทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 9 ค่ำ- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 (ประมาณเดือนมีนาคม)
ประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า พลนคร,เมืองพล หรือ เวียงโกศัย นั้นกล่าวว่า ในสมัย ขอมเรืองอำนาจ ระหว่างปี พ.ศ.1470 – 1560 พระนางจามเทวีเข้าครอบครองแคว้นล้านนาได้เปลี่ยนชื่อเมือง จากเมืองพลนครเป็น “โกศัยนคร” หรือ “เวียงโกศัย” ซึ่งแปลว่า “ผ้าแพร” นับแต่นั้นมาก็มีเจ้าผู้ครองนครสืบ ต่อกันมาโดยตลอดจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยเจ้าพิริยะชัย เทพวงศ์ เจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์ที่ 18 เป็นเจ้าหลวงกำกับด้วยข้าหลวงซึ่งโปรดเกล้าฯให้พระยาไชยบูรณ์ เป็น ข้าหลวงองค์แรกต่อมาในปี พ.ศ.2445 พวกเงี้ยวได้ก่อการกบฏขึ้นโดยยึดสถานีตำรวจ ศาลากลาง ปล้นเงินคลัง และปล่อยนักโทษออกจากคุก พระยาไชยบูรณ์ถูกพวกเงี้ยวจับตัวและถูกบังคับให้ยกเมืองให้ แต่พระยาไชย บูรณ์ไม่ยินยอมจึงถูกจับประหารชีวิต เมื่อความทราบถึงในหลวงรัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาสุร ศักดิ์มนตรีนำทัพหลวงเข้าปราบปรามพวกเงี้ยวจนราบคาบ เจ้าพิริยะชัยเทพวงศ์ เกรงพระราชอาญาจึงลี้ภัยไป อยู่ที่เมืองหลวงพระบางและถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ.2452 นับแต่นั้นมาก็ไม่มีเจ้าผู้ครองนครแพร่อีกเลย ปัจจุบันเมืองแพร่แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเมืองที่การท่องเที่ยวคึกคักมากนัก แต่ด้วยเป็นเมืองที่มีธรรมชาติ ขุนเขาป่าไม้เขียวขจี เมื่อรวมกับศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ที่คนเมืองแพร่ ยึดถือปฏิบัติจนกลายเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะแบบแล้ว จึงเป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเมืองแห่งนี้มักยิ่งขึ้น วัดพระธาตุช่อแฮ เลี้ยงเจ้าพ่อขุนลัวะอ้ายก้อม เพื่อสืบสานประเพณีและเพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 7 มี.ค.65 เวลา 09.39 น. ที่หออารักษ์ เจ้าพ่อขุนลัวะอ้ายก้อม พระโกศัยเจติยารักษ์ รองเจ้า คณะจังหวัดแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง พระครูบัณฑิตเจติยานุการ พระครูภาวนาเจติ ยานุกิจ ผู้ช่วยผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดและชาวบ้านพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่จัดพิธีเลี้ยงเจ้าพ่อขุนลัวะอ้ายก้อม ตาม ประเพณีที่ปฏิบัติกันมานาน ก่อนที่งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวงจะเริ่มขึ้น เพื่อบอก กล่าวและขอให้คุ้มครองในการจัดงานเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยมีชาวบ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก สำหรับเจ้าพ่อขุนลัวะอ้ายก้อม ตามหนังสือตำนานพระเจ้าเลียบโลก กล่าวว่าสมัยครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จมา ณ ดอยโกสิยะแห่งนี้(วัดพระธาตุช่อแฮ) และได้มอบพระเกศาให้กับ ขุนลัวะอ้ายก้อม ขุนลัวะอ้ายก้อมได้นำมาใส่ในท้องสิงห์ทองคำบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์พระธาตุช่อแฮ เพื่อไว้เป็นที่เคารพ สักการะสืบมา แหล่งที่มา https://www.chiangmainews.co.th/newsies/1952425/ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีขาล พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดปีเสือ (ปีขาล) พระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุ1 ใน 12 ราศี คือ เป็นพระธาตุประจำปีเกิด สำหรับคน ที่เกิดปีเสือ (ปีขาล) หากนำผ้าแพรสามสีไปถวายจะทำให้ชีวิตมีพลัง คุ้มครองป้องกันศัตรูได้ การสวดและไหว้ ให้เริ่มต้นนะโม 3 จบ แล้วสวดตามด้วยคาถาบูชาพระธาตุ 5 จบ พลัง บารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น พระธาตุช่อแฮ หมายถึง เจดีย์บรรจุพระบรม สารีริกธาตุพระศอกซ้ายและ พระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี แหล่งเรียนรู้ในพระธาตุช่อแฮ
พระธาตุช่อแฮ : พระธาตุประจำปีเกิดปีเสือ (ปีขาล) พระธาตุช่อแฮ หมายถึง เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การสวดและไหว้ ให้เริ่มต้นนะโม 3 จบ แล้วสวดตามด้วยคาถาบูชาพระธาตุ 5 จบ พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น หลวงพ่อช่อแฮ : เป็นพระประธานประดิษฐานในพระอุโบสถ ศิลปะล้านนา เชียงแสน สุโขทัย สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นหลังจากสร้างองค์พระธาตุช่อแฮแล้ว มีอายุหลายร้อยปี พระพุทธโลกนาถบพิตร : เป็นพระพุทธรูปสำริดปางนาคปรก ประดิษฐานอยู่ในวิหารศิลปะลานนาประยุกต์ ภายในมีภาพจิตกรรมฝาผนัง อย่างสวยงาม สร้างขึ้นในปี 2534 หลวงพ่อทันใจ หรือพระเจ้าทันใจ : พระเจ้าทันใจ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้นิยมมากราบไหว้ บนบาน ศาลกล่าวอยู่เสมอ เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใครมาขอพรแล้ว จะได้สิ่งนั้นอย่างสมประสงค์ พระพุทธเจดีย์โกศัย : เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองจังโก ศิลปะล้านนาผสมสุโขทัย มีทั้งหมด 3 องค์ มีจารึกใต้ฐานพระพุทธรูป ชื่อ พระพุทธเจดีย์โกศัย ทั้งสามองค์มีขนาดต่างกัน ระฆังโบราณ : เป็นระฆังหล่อด้วยทองจังโก ที่เหลือจากการหล่อ พระพุทธเจดีย์โกศัย สูง ๖๖ เซนติเมตร กว้าง 46 เซนติเมตร หล่อโดยครูบาชัยลังกา วัดพระหลวง (ธาตุเนิ้ง) อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เป็นศิลปะล้านนา กรุอัฐิครูบาศรีวิชัย : บรรจุอัฐิธาตุส่วนที่ 5 จากจำนวน 7 ส่วนของครูบาศรีวิชัย สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก บุญคุณที่ท่านได้ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา บันไดกุมภัณฑ์: เป็นบันไดทางขึ้นด้านหน้าวัดพระธาตุช่อแฮ ตั้งอยู่ทิศตะวันออก มีบันไดทั้งหมด 78 ขั้น ลักษณะของราวบันไดเป็นรูปปั้นพญานาค 5 เศียร หางของพญานาคมีกุมภัณฑ์นั่งทับอยู่ทั้ง 2 ข้าง เชื่อว่ามี ยักษ์กุมภัณฑ์ทับไว้ไม่ให้นาคแอบไปเล่นน้ำแม่ก๋อน-แม่สาย ซึ่งอยู่ใกล้ๆ วัด บันไดนาค : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ในอดีตเป็นบันไดขึ้นด้านหลังองค์พระธาตุช่อแฮ อยู่ติดศาลาพระนอน มี พญานาคเฝ้าบันไดอยู่ข้างละ 2 ตัว คาบซ้อนกันมีขั้นบันไดจำนวน 119 ขั้น ภายหลังได้กลายมาเป็นบันไดทาง ขึ้นหลักของวัด บันไดสิงห์: ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกด้านหน้าองค์พระธาตุขนานกับบันไดนาค โดยติดอยู่กับถนนช่อแฮ มีรูปปั้น สิงห์ข้างละ 2 ตัว และมีรูปปั้นเสืออยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ปีชาล (เสือ) มี ขั้นบันไดจำนวน 94 ขั้น บันไดนาคขด : ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัด ราวบันไดเป็นรูปปั้นพญานาค 5 เศียร มีขั้นบันได จำนวน 44 ขั้น บันไดสุระอ้ายก้อม : ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ลักษณะเป็นบันไดนาค 5 เศียร สีขาว มีขั้นบันได จำนวน 44 ขั้น ซึ่ง เป็นบันไดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากสะดวกในการจอดรถ และมีช่วงสั้นที่สุด สวนรุกขชาติช่อแฮ : ตั้งอยู่ที่ดินของวัด มีพื้นที่ 52 ไร่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาพันธุ์ไม้ มี ต้นไม้นานาพันธุ์กว่า 1,000 ชนิด ต้นหมาก : หมากจัดเป็นไม้ยืนต้นจำพวกปาล์ม มีความสูงของต้นประมาณ 10 – 15 เมตร ลำต้นตั้ง ตรง เป็นต้นเดี่ยวไม่แตกกิ่งก้าน ลักษณะของลำต้นเป็นรูปทรงกระบอก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 – 15 เซนติเมตร เปลือกลำต้นเป็นรอยขวั้นรอบๆ ขึ้นไปตลอดลำต้น ต้นสะแก (ต้นจองแข้) : จัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูงของต้นประมาณ 5 - 10 เมตร เปลือกต้นเรียบ เป็นสีเทานวล ตามกิ่งอ่อนเป็นสันสี่มุม ส่วนต่างๆ ของลำต้นมีขนเป็นเกล็ดกลมๆ
ต้นสัก : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ ที่มีความสูงของต้นตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป และอาจสูงได้ถึง 30 เมตร มีลำต้นตรง เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลมค่อนข้างทึบ เปลือกต้นหนาเป็นเทา หรือสีน้ำตาลอ่อนแกมเทา เปลือกต้นเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ ตามความยาวของลำต้น ต้นประดู่ป่า : ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15 – 30 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ทึบ เปลือกนอกสีน้ำตาลดำ หนา แตกสะเก็ด เปลือกในสีน้ำตาล มีน้ำเลี้ยงสีแดง เนื้อไม้แข็งสีแดงอมเหลือง มี ลวดลายสวยงาม ต้นมะค่าโมง : เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ และนิยมนำเนื้อไม้มาใช้ประโยชน์ใน การก่อสร้างหรือแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เนื่องจากเนื้อไม้มีความแข็งแรง ทนทาน และมีสีสันที่สวยงาม ต้นยมหิน : เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดแพร่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราช ชนนี พันปีหลวง พระราชทานเพื่อปลูกเป็นต้นไม้ประจำจังหวัด ต้นยมหินมีความสูง 15 - 25 เมตร เปลือกมีสี น้ำตาลถึงน้ำตาลดำ เพื่อลำต้นมีอายุเพิ่มขึ้น เปลือกในสีแดงออกน้ำตาลชมพู แก่นไม้มีสีเหลืองเข้มถึงน้ำตาล แดง ต้นตะแบก : เป็นต้นไม้ผลัดใบ 15 – 30 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยใบอ่อนสี แดง มีขนสั้นอ่อนนุ่มปกคลุม ใบแก่ขนจะหลุดหายไป แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 5 – 7 เซนติเมตร ยาว 12 – 20 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนสอบ ดอกสีม่วงอมชมพูต่อมาเปลี่ยนเป็นสี ขาวหรือเกือบขาว ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผล รูปรี ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ต้นเสลา : เป็นต้นไม้ที่มีขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยมีความสูงประมาณ 10 - 20 เมตร และ เป็นไม้ผลัดใบมีเรือนยอดเป็นพุ่มแน่น กิ่งห้อยย้อย ลำต้นกลม แข็งแรงในระดับหนึ่ง เปลือกมีสีเทาแกมดำ มี รอยแตกเป็นริ้วยาวตลอดลำต้น