The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดความรู้การป้องกันโรคติดต่อไม่เรื้อรังในพระสงฆ์ - โครงการวิจัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yuttapong.aun, 2021-03-10 02:38:52

ชุดความรู้การป้องกันโรคติดต่อไม่เรื้อรังในพระสงฆ์

ชุดความรู้การป้องกันโรคติดต่อไม่เรื้อรังในพระสงฆ์ - โครงการวิจัย

Keywords: NCDs,Budha,Knowledge

ชดุ ความรูอ้ งคค์ วามรูแ้ ละการพัฒนานวัตกรรม
การป้องกนั และการเสริมสร้างสขุ ภาพของ
พระสงฆ์เก่ียวกับโรคไมต่ ดิ ตอ่ เร้อื รัง
ของภาคเี ครือข่ายในภาคเหนอื

ดร.สุวรรณี สรอ้ ยสงค์
พระครสู นุ ทรธรรมนทิ ัศน,์ ผศ. ดร.

พระศักดธิ ชั สวํ โร, ดร.
นางคุณญา แก้วทนั คํา
นายยุทธพงศ์ อณุ หทวีทรัพย์
นางสาวน้ําทพิ ย์ จองศริ ิ

โครงการวิจยั ยอ่ ยที่ 1: องคค์ วามรู้และการพฒั นานวตั กรรมการ
ป้องกันและการเสรมิ สรา้ งสุขภาพของพระสงฆ์
ของภาคีเครอื ข่ายในภาคเหนือ



คาํ นาํ

ชุดความรู้ฉบับย่อน้ี เป็นผลผลิตจากการสกัดความรู้ของ
โครงการวิจัยชุดย่อยท่ี 1 เร่ือง “องค์ความรู้และการพัฒนา
นวัตกรรมการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์
เกย่ี วกบั โรคไม่ติดตอ่ เรอ้ื รังของภาคเี ครือขา่ ยในภาคเหนอื ”

เนื้อหาความรู้ในเล่มนี้ ประกอบด้วย โรคไม่ติดต่อเรื้อรังท่ีพบ
บ่อยในพระสงฆ์ ได้แก่ อ้วน/อ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง ความดัน
โลหิตสูง และเบาหวาน โดยเน้ือหามุ่งเน้นการป้องกันและการ
เสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์โดยใช้หลัก 3อ 3ส เพื่อให้พระสงฆ์
สามารถนาความรู้ไปใชใ้ นการดูแลสุขภาพให้มีสขุ ภาวะท่ดี ีต่อไป

คณะผู้จัดทาขอขอบพระคุณ รศ. ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชยั
ศรี ท่ีอนุญาตให้ใช้เน้ือหาสมาธบิ าบดั SKT 8 ทา่ และศ. ดร.จงจิตร
อังทะวานิช ที่กรุณาให้ใช้เนื้อหาและรูปภาพ ตลอดจนพระครู
ภาวนาปัญญาคุณ วิ. เจ้าคณะอาเภอจังหวัดแพร่ ท่ีให้ความ
อนุเคราะหใ์ นการเป็นผแู้ สดงทา่ สมาธบิ าบดั SKT มา ณ โอกาสนี้

ดร.สุวรรณี สร้อยสงค์ และคณะ
28 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564



สารบญั

หน้า

คานา ก

สารบัญ ค

โรคไม่ติดตอ่ เร้ือรัง 1

โรคไม่ติดตอ่ เร้อื รงั (NCDs) 4 โรคทพี่ บบ่อย 1

สาเหตุหรือปัจจัยเสยี่ งของการเกดิ โรคไม่ตดิ ตอ่ เรือ้ รัง 3

การปอ้ งกนั และการเสรมิ สร้างสขุ ภาพพระสงฆ์โดยใช้หลัก 3อ 3 ส 5

อ1 : อาหาร 5

อ2 : ออกกาลงั กาย 11

อ3 : อารมณ์ 19

ส1 : สติ 20

ส2 : สงิ่ แวดลอ้ ม 21

ส3 : สรา้ งเครือขา่ ย 22

บทสรุป 23

เอกสารอ้างอิง 24

1

โรคไมต่ ิดตอ่ เร้อื รัง

โรคไมต่ ิดต่อเร้ือรัง
(Non-Communicable Diseases: NCDs )

ปั จ จุ บั น พ ระ ส งฆ์ มี ปั ญ ห าท างสุ ข ภ าพ ด้ ว ย โรค ไม่ ติ ด ต่ อ เรื้ อ รั ง
(Non-Communicable Diseases: NCDs) เช่น โรคไขมันในเลือดสูง
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ภาวะนํ้าหนักเกินหรืออ้วนทั้งตัว อ้วน
ลงพุง [1] โรคหัวใจและหลอดเลอื ด โรคไตเร้ือรงั และโรคมะเร็ง

2

โรคไมต่ ดิ ต่อเร้ือรัง (NCDs) 4 โรคทพ่ี บบอ่ ย

โรคไขมนั ใน
เลอื ดสูง

โรคอ้วน โรคความดนั
ทง้ั ตวั /อ้วน โลหิตสงู

ลงพุง

โรคเบาหวาน

3

สาเหตหุ รอื ปจั จยั เส่ียงของการเกดิ โรค NCDs

สาเหตุหรอื ปจั จัยเสีย่ งท่ีทาํ ใหพ้ ระสงฆ์เปน็ โรคไมต่ ดิ ต่อเร้ือรัง [1-5]
1. การฉันอาหาร ส่วนใหญ่พระสงฆ์ฉันอาหารรสหวาน

มีไขมันและโซเดยี มสงู ด่มื นา้ ปานะหรือเคร่อื งด่ืมทีม่ นี า้ ตาลมาก[1-3]
2. การออกกําลังกายหรือกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ

การออกกาลังกายของพระสงฆ์มีข้อจากัด[3] พระสงฆ์ควรอยู่ใน
อาการสารวม เนือ่ งจากเปน็ ผ้ดู ารงศลี 227 ข้อ

3. ด้านจิตใจ ได้แก่ ความเครียด ความวิตกกังวล โดยเฉพาะ
พระสงฆ์ท่ีเจ็บป่วยจะมีความวิตกกังวลต่อการเจ็บป่วยของตน และ
ไม่มีผู้ดูแลยามเจ็บป่วยทั้งขณะจาวัดหรือในสถานพยาบาล [4]
อีกทั้งระบบการเข้าถึงบริการสุขภาพท้ังการตรวจสุขภาพประจาปี
หรอื เมือ่ พระสงฆ์อาพาธยังมขี ้อจากดั

4

4. ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมภายในวัด ได้แก่ มีการนาสัตว์มา
ปล่อยในวัด ควันจาการจุดธูปเทียน ขยะจากพวงหรีด ความแออัด
ของสถานที่ เปน็ ตน้ [5]

5. ขาดการบูรณาด้านการดูแลสุขภาพพระสงฆ์จากภาคี
เครือข่ายต่าง ๆ เมื่อพระสงฆ์เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังขาดผู้ดูแล
ไมม่ ีการตรวจสุขภาพประจาปี [4, 6]

การป้องกันและการเสริมสร้างสขุ ภาพพระสงฆโ์ ดยใชห้ ลัก 5

3อ3ส

3 อ: อาหาร ออกกาํ ลงั กาย อารมณ์
3 ส: สติ สงิ่ แวดลอ้ ม สรา้ งเครอื ข่าย
อาหาร/โภชนาการดี พระสงฆ์ควรพิจารณาอาหาร-ปานะ

โดยใช้สูตรพินิจโภชนา ปานะ และญาติโยมท่ีทาบุญใส่บาตร
ควรคานงึ ถงึ คุณค่าของอาหารทม่ี ีตอ่ สุขภาพพระสงฆ์ [2,7]

อ1
อาหาร

6

พินจิ โภชนา ตามสูตรสงฆ์ไทยไกลโรค
การพนิ จิ โภชนาของศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงจงจติ ร
องั คทะวานิช มหี ลกั จางา่ ย ๆ 4 อยา่ ง คือ ขา้ ว ผกั ปลา กะทิ [2,7]

ทม่ี า : จงจิตร อังคทะวานิช , 2562 [2,7]

7

จานอาหารเพื่อสขุ ภาพ 2:1:1
2 คอื ผกั ผลไม้ 2 ส่วน หรือ 50% [8]
1 คือ ขา้ วกล้อง ขา้ วหรือแปง้ ไม่ขัดสี ธัญพืช 1 สว่ น หรอื 25%
1 คือ โปรตนี เนื้อสตั วไ์ ขมนั ตา่ ไมม่ ีหนงั 1 สว่ นหรือ 25%

ทม่ี า: สพุ ชิ ชา วงคจ์ ันทร์ และคณะ. (บรรณาธกิ าร), 2561

ลดอาหารหวาน มนั เคม็ ของทอด ของหมกั ดอง
ลดอาหารโซเดยี มสูง

ลดอาหารจานดว่ นหรือฟาสตฟ์ ดู้

8

หัวใจสาํ คัญของการฉนั อาหาร

1. ควรได้รับสารอาหารครบถว้ น ปริมาณเพียงพออยา่ งสมดุล
2. เลอื กฉันอาหารโดยยดึ หลักโภชนบัญญัติ และธงโภชนาการ
3 . ยึ ด ท างส าย ก ล างต าม ห ลั ก พ ระพุ ท ธศ าส น า คื อ
มัชฌิมาปฏิปทา มีสติขณะฉันอาหารเลือกฉันอาหารที่มีประโยชน์
สัดส่วนปริมาณพอเหมาะ
4. หากฉนั มากเกินไป หรือน้อยเกินไปก็ใหโ้ ทษ หรือเกดิ ผลเสีย
ตอ่ รา่ งกายได้ อาหารที่ไมม่ ปี ระโยชน์ ควรหลกี เล่ียง
5. ในแต่ละวันควรแบ่งปริมาณอาหารท่ีแนะนาตามธง
โภชนาการ (กลุ่มข้าวแป้ง กลุ่มผัก กลุ่มผลไม้ กลุ่มเนื้อสัตว์ กลุ่มนม)
เปน็ ๒ มื้อหลัก และอาหารว่าง ๒ ม้ือ
6. หากเวลาเช้าฉันอาหารกลุ่มใดมาก เวลาเพลต้องฉันอาหาร
กลุ่มน้ันน้อยลง ฉันอาหารเช้ากลุ่มใดน้อย ต้องฉันอาหารเพลกลุ่ม
นนั้ มากข้นึ เพอ่ื ให้ไดต้ ามปรมิ าณทแ่ี นะนา
7. การฉันนม ไม่ควรฉันหลังอาหารทันที เพราะจะขัดขวาง
การดูดซึมธาตุเหล็กจึงควรฉันระหว่างมื้อ เช่น อาหารว่างเช้า
อาหารว่างบา่ ย เปน็ ตน้

9

ที่มา : จงจิตร องั คทะวานิช, รงุ่ ฉตั ร อานวย และพรชนก เศรษฐอนกุ ูล, 2560[7]

10

พินจิ เครอ่ื งดืม่

ท่มี า : จงจติ ร อังคทะวานิช , 2562,
“ค่มู อื โภชนาการสงฆไ์ ทยไกลโรค 4.0” [2,7]

11

พินจิ เครื่องด่ืม
ศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงจงจติ ร องั คทะวานิช แนะนา
ให้พระสงฆด์ ม่ื เครอ่ื งดืม่ ดงั นี้ [2,7]
1. ฉันนา้ เปล่า หรอื น้าเปลา่ เย็น ๆ เพอื่ ดับกระหาย อาจฉันนา้

สมนุ ไพรที่ไม่เตมิ น้าตาล หรือเติมนา้ ตาลเลก็ นอ้ ย แชเ่ ย็นให้
ชว่ ยคลายรอ้ น
2. เครือ่ งดมื่ เกลอื แรเ่ ย็น ๆ หากทางานกลางแจง้ เสียเหง่ือมาก
3. นมววั หรอื โยเกิร์ต หรอื นมถว่ั เหลือง หากประสงคก์ าลงั
งานและโปรตีน ควรเลือกชนดิ ธรรมดา หวานนอ้ ย ไขมนั ตา่
4. หากประสงคฉ์ ันเพ่อื ไมใ่ ห้ท้องวา่ งและช่วยการดูดซมึ ยาบาง
ชนดิ ควรฉันนมววั หรือโยเกริ ต์ หรอื นมถั่วเหลือง ชนดิ
หวานนอ้ ย 1 กลอ่ ง หรอื 3 ใน 4 กลอ่ ง
5. ฉนั กาแฟไม่เติมน้าตาลหรอื เติมนา้ ตาลไม่เกิน 1 ช้อนชา
และใส่นมววั ไมเ่ กนิ 2 ชอ้ นโต๊ะ

12

ตัวอยา่ งอาหารสขุ ภาพ: อาหารพ้นื บา้ นภาคเหนือ

13

อ2
ออกกําลัง

กาย

การบริหารรา่ งกายที่เหมาะสม ได้แก่

เดินบิณฑบาต เดินจงกรม

อยา่ งต่อเน่ือง 30 นาท/ี วัน
กิจกรรมทางกายระดับปานกลาง ได้แก่
การกวาดลานวัด ทาสวน ทาความสะอาดวัด

เดินเรว็ ควรทาวันละ 30 นาที/วนั
โดยทาให้ได้ 150 นาที/สปั ดาหห์ รอื มากกวา่
ก่อนและหลังออกกาลงั กายควรมีการอบอุ่น
ร่างกายประมาณ 5-10 นาที โดยยืดเหยยี ด
กล้ามเนื้อเพอ่ื ปอ้ งกันการบาดเจบ็ ของกลา้ มเนือ้ [8]

14

การออกกาํ ลังกาย “สมาธบิ ําบัด SKT 8 เทคนิค”

เพอื่ เสรมิ สร้างสขุ ภาพให้ดีขึน้ และลดโรค NCDs

SKT คือ คาย่อมาจากชื่อของรองศาสตราจารย์ ดร.สมพร

กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี อดีตข้าราชการ คณะสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้คิดและพัฒนาเทคนิคนี้ SKT 1-8
สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยโรคเรอ้ื รังให้มีสุขภาพดีขึ้น และช่วยสร้าง
เสริมสุขภาพในผู้ท่ีปฏิบัติอย่างต่อเน่ือง อย่างพอเหมาะ พอดีกับ
ตนเอง [9-10]

15

เทคนิคที่ 1 (SKT1) “น่งั ผอ่ นคลาย ประสานกายประสานจิต”

เทคนิคท่ี 1 ทาไดท้ กุ อิริยาบถ โดยหายใจออกทางปากเบายาว
แล้วหายใจเขา้ ลกึ สุด กลน้ั นิด หายใจออกเบายาวสุด

เทคนคิ ท่ี 2 (SKT2) “ยนื ผ่อนคลาย ประสานกาย ประสานจิต”

16

เทคนิคท่ี 3 (SKT3) “นัง่ ยืด -เหยยี ดผ่อนคลาย ประสานกาย
ประสานจิต”

เทคนคิ ท่ี 4 (SKT 4) “กา้ วย่างอยา่ งไทย เยยี วยากาย
ประสานจติ ”

17

เทคนคิ ท่ี 5 (SKT 5) “ยืดเหยียดอยา่ งไทย เยียวยากาย
ประสานจติ ”

เทคนคิ ท่ี 6 (SKT 6) “เทคนิคการฝกึ สมาธกิ ารเยยี วยาไทย
จนิ ตภาพ”

..

18

เทคนคิ ท่ี 7 (SKT 7) “เทคนคิ สมาธเิ คลอ่ื นไหวไทยชีก่ ง”

เทคนิคท่ี 8 (SKT 8) “เทคนิคสมาธิกดจุดรับสัญญาณบนศีรษะ”

ช่วยให้เกดิ การผ่อนคลายความตงึ เครียด บรรเทาอาการ
ปวดศรี ษะ ทาให้เกิดความสขุ สบาย หรอื ใช้กบั ผูป้ ว่ ยหนกั

ไม่รูส้ ึกตัว ผู้ปว่ ยไมเกรนหรือออทิสตกิ

19

อ3
อารมณ์

อารมณ์ดีด้วยการใช้หลักจิตตภาวนา ทาให้จิตใจสงบ

คลายความเครียด ความวิตกกังวล ทาให้จิตใจเข้มแข็งม่ันคง เจริญ
งอกงามด้วยคุณธรรม พระสงฆ์ปฏิบัติทาวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น
เจรญิ สมาธิภาวนา หรือการเจรญิ อานาปานสติ นาสกู่ ารปฏิบัติธรรม
ทาให้เกิดการรักษาสุขภาพจิตเพ่ือบรรเทาหรือควบคุมภาวะของ
ความผิดปกติในร่างกาย หรือความเจ็บป่วยให้อยู่ในสภาพที่ควบคุม
ได้ [11] อีกท้ังพระสงฆ์ควรได้มีโอกาสพูดคุย ปรึกษาภาวะสุขภาพ
ความเจ็บป่วยให้กับพระคิลานุปัฏฐากและญาติโยมท่ีช่วยอุปถัมภ์
พระสงฆเ์ พอ่ื หาวธิ ี/แนวทางการแก้ไขและเยียวยาอยา่ งเหมาะสม

20

ส1
สติ

มีสติ คือความระลึกได้ ความสานึกน้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ

จิตอยู่กับเรื่องที่กาลังทาอยู่ขณะนั้น อีกทั้งพระสงฆ์ต้องปฏิบัติตาม
พระธรรมวินยั อยา่ งมีสตอิ ยเู่ สมอโดยพจิ ารณาอยเู่ นอื งๆ [11]

ส2 21

สง่ิ แวดลอ้ ม

สงิ่ แวดล้อมภายในวัดดี ถือวา่ มีความสาคัญในการสรา้ งเสริม
สุขภาพของพระสงฆ์ การจัดการส่ิงแวดล้อมในวัด ได้แก่ ไม่ปล่อย
สุนัขในวัด การกาจัดขยะ ลดมลพิษจากการจุดธูป พื้นที่วัดควร
สะอาด และเป็นระเบียบ โดยยึดหลัก 5 ส. (สะสาง สะดวก สะอาด
สุขลักษณะ สร้างนิสัย) มีความร่มร่ืน มีการปลูกไม้ในพุทธศาสนา
เป็นต้น [12]

ส3 22

สรา้ งเครือขา่ ย

การปอ้ งกันและเสริมสรา้ งสขุ ภาพของพระสงฆต์ อ้ งมีความร่วมมือ
ของภาคีเครือข่าย ทั้งสานักพระพุทธศาสนา องค์กรคณะสงฆ์
สถานศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคประชาชน ร่วมกับทีม
สาธารณสุข เพ่ือให้เกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม อย่างต่อเนื่อง
ย่ังยืน[13]

23

บทสรปุ
ผลการศึกษาวจิ ัยเรื่อง “องค์ความรู้และการพัฒนานวตั กรรม
การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์เกี่ยวกับโรค
ไม่ติดต่อเรื้อรังของภาคีเครือข่ายในภาคเหนือ” พบว่า หลังใช้
นวัตกรรมชุดความรู้ฯ พระสงฆ์มีคะแนนความรู้การป้องกันและ
เสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์เก่ียวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มากกว่า
กอ่ นใชน้ วตั กรรมชุดความรฯู้ อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถติ ิ และ
พระสงฆ์มีความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมชุดความรู้ฯ อยู่ใน
ระดบั มาก

พระสงฆ์สามารถนาหลัก 3 อ 3ส ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สุขภาพของตนเองเพอ่ื ส่งเสรมิ ให้พระสงฆ์มีสุขภาพทดี่ ี ช่วยสบื ทอด
พระพทุ ธศาสนาใหย้ ั่งยนื ถาวรตอ่ ไป

24

เอกสารอ้างองิ

[1] กรมอนามัยให้ความรู้พระสงฆ์ทั่วกทม. ลดอ้วน-โรคเร้ือรัง หลังพบ
พฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพ.[อินเตอร์เน็ต]. 2561. [เข้าถึงเมื่อ 10
ธันวาคม 2563]. เข้าถึงจาก https://www.matichon.co.th/
local/quality-life/news_1288757

[2] จงจิตร อังคทะวานิช. คู่มือโภชนาการสงฆ์ไทยไกลโรค 4.0.
กรุงเทพมหานคร: ปัญญมติ รการพมิ พ์; 2562.

[3] ชมพูนุท สิงหมณี, วโรดม เสมอเชื้อ และสมศรี สัจจะสกุลรัตน์.
พฤติกรรมสุขภาพของพระสงฆ์ในจังหวดั พะเยา. วารสาร มจร. นคร
นา่ นปรทิ รรศน์ 2560; 1(1): 43-55.

[4] คณิตศฉัตร์ วุฒิศักดิ์สกุล. ปัจจัยท่ีมีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของ
พระสงฆ์ในเขตอาเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสมาคม
พยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ 2561; 24(1): 71-83.

[5] ธนศักด์ิ โปตระนันท์, ทวีศักด์ิ กสิผล, และชฏาภา ประเสริฐพวง. ตัว
แปรท่ีมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการดูแลตนเองตาม
องค์ประกอบสุขภาพที่ดีของพระสงฆ์ในเขตดุสิ กรุงเทพมหานคร
วารสารเกษมบัณฑติ 2560; 18(1): 135-145.

[6] พระครูสุวิธานพัฒนบัณฑิต, ธวัลรัตน์ แดงหาญ, และสรัญญา วภัชช
วิธี. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวมของพระสงฆ์ใน
จงั หวดั ขอนแก่นโดยเนน้ การมีส่วนรว่ มของเครอื ข่าย. วารสาร
สานักงานควบคุมโรคที่ 6 จงั หวดั ขอนแกน่ 2557; 22(2): 117-128

[7] จงจิตร อังคทะวานิช, รุ่งฉัตร อานวย และพรชนก เศรษฐอนุกูล. บาตร
ไทยไกลโรค 4.0. [อินเทอรเ์ น็ต]. 2560 [เขา้ ถึงเมื่อ 30 กรกฎาคม 2563].
เข้าถงึ ได้จาก: https://shorturl.me/ GH7d4mP

25

[8] สุพิชชา วงค์จันทร์ และคณะ. (บรรณาธิการ). คู่มือกระบวนการ
จัดการคลินิกไร้พงุ (DPAC). นนทบรุ :ี ทีเอส อนิ เตอรพ์ ร้นิ ; 2561.

[9] สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี. การปฏิบัติสมาธิเพ่ือการเยียวยาสุขภาพ
(พมิ พ์ครง้ั ท่ี 12).นนทบุรี :หา้ งหุ้นสว่ นนติ ิบุคคลเจีย๊ ฮว้ั ; 2556

[10] สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี. Mahidol Channel. สมาธิบาบัด
SKT ทางเลือกใหม่ไร้โรค [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเม่ือ 30 ก.ค.
2563]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: shorturl.at/ouFPU

[11] พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับ
ประมวลศัพท์ (พิมพ์คร้ังที่ 5) .กรุงเทพฯ:มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย; 2546.

[12] กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม. วัดกับการจัดการส่ิงแวดล้อม [อินเทอร์เน็ต]. 2563
[เข้ า ถึ ง เมื่ อ 2 5 ก ุม ภ า พ ัน ธ ์ 2 5 6 4 ]. เ ข ้า ถ ึง ไ ด ้จ า ก :
shorturl.at/chAP1

[13] พระครูสังฆรักษ์บุญเสริม กิตติวณฺโณ ,ดร.และคณะ.สุขภาวะ
พระสงฆ:์ การพฒั นารปู แบบการเสรมิ สรา้ งสุขภาวะตามแนววิถพี ทุ ธ
โด ย ก า ร บู ร ณ า ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข ชุ ม ช น เพ่ื อ คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ท่ี ดี ใน
ภาคเหนือตอนบน (หน้า 70).รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ; 2561.

26

คณะผ้จู ัดทาํ

ดร.สุวรรณี สร้อยสงค์ พระครสู นุ ทรธรรมนิทัศน์, ผศ. ดร.

ภาควชิ าการพยาบาลผูใ้ หญแ่ ละผู้สูงอายุ ผอู้ านวยการวิทยาลัยสงฆ์แพร่
วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี พทุ ธชินราช มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย

วทิ ยาเขตแพร่

นางคณุ ญา แก้วทันคํา พระศกั ดิธัช สวํ โร, ดร.

ศูนย์เบาหวาน โรงพยาบาลแพร่ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วทิ ยาเขตแพร่

นางสาวนํ้าทพิ ย์ จองศิริ นายยุทธพงศ์ อณุ หทวีทรัพย์

กลุ่มงานโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลแพร่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหดิ ล

27


Click to View FlipBook Version