ก า ร อ า น คื อ ร า ก ฐ า น ท่ี สำ คั ญ
การอา นคอื โอกาสใหส มองไดอ อกกำลังกายผา นตัวอกั ษร
ที่เรยี งรอยมาอยูบนหนา กระดาษ
01
ทำความรูจ ัก
แม
ประวตั คิ ณุ แม
แมร กั เร สมั ภวะผล เกดิ วนั จนั ทร เดอื นอา ย ปม ะแม
พ.ศ.๒๔๗๔ มีบิดาชื่อนายสวัสดิ์ ภูมิประยงค ผูตรวจการ
สขุ าเมอื งนครราชสมี า และมารดาชอ่ื นางสายบวั รตั นเนนย
เนื่องจากคุณพอเสียชีวิตตั้งแตขาพเจาเพิ�งเกิดไดอายุเพียง
๒ เดอื น คณุ แมจ งึ พาขา พเจา กลบั มาอยบู า นทโ่ี คราช เนอ่ื งจาก
ตอนนน้ั คณุ แมอ ายยุ งั นอ ยดว ยวยั เพยี ง ๑๘ ป คณุ ตาพระประสทิ ธ์ิ
และคณุ ยายโสธร รตั นเนนย จงึ เปน ผเู ลย้ี งดขู า พเจา จนเตบิ ใหญ
ซง่ึ ใหท ง้ั การศกึ ษาและการเลย้ี งดเู ปน อยา งดี จนจบปรญิ ญาตรี
จาก ม.ศ.ว พิษณุโลก การศึกษาประโยคครูอนุบาลและ
การประถมศกึ ษาวฒุ กิ ารศกึ ษา คอื มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๖ จาก
โรงเรยี นสรุ นารี อำเภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสมี า เรยี นตอ
ทโ่ี รงเรยี นการเรอื น จบประโยคการเรอื นชน้ั สงู จากโรงเรยี น
การเรอื นพระนคร ซง่ึ ไดอ พยพไปตง้ั การศกึ ษาอยทู จ่ี งั หวดั
นครราชสมี า เนอ่ื งจากภยั สงครามโลก ครง้ั ท่ี ๒ พ.ศ.๒๔๙๔
และไดศ กึ ษาตอ ในวชิ าประโยคครอู นบุ าล ทโ่ี รงเรยี นการเรอื น
พระนคร ใน พ.ศ.๒๔๙๔ ถงึ พ.ศ.๒๔๙๕ ขา พเจา ไดอ ยทู โ่ี คราช
ตงั้ แตน ้นั จนจบการศกึ ษาในป พ.ศ.๒๔๙๕ เปน ครสู อนช้นั
เด็กเลก็ และช้ันอนบุ าลท่โี รงเรียนอนบุ าลนครราชสมี า
แมร ักเร สัมภวะผล เกดิ วันจนั ทร เดือนอา ย �ปมะแม พ.ศ.๒๔๗๔ มบี ิดาชอ่ื นายสวัสด์ิ ภมู ปิ ระยงค ผูต รวจการสขุ าเมอื งนครราชสีมา และมารดาชอ่ื �นางสายบวั รตั นเนนย เนือ่ งจากคุณพอเสียชวี ติ ต้งั แตขา พเจาเพ�ิงเกดิ ไดอ ายเุ พียง ๒ เดือน คณุ แมจึงพาขา พเจา กลบั มาอยบู า นท่โี คราช เนือ่ งจากตอนนน้ั คุณแมอาย�ุ ยงั นอยดวยวยั เพียง ๑๘ ป คุณตาพระประสิทธ์ิและคุณยายโสธร รตั นเนนย จงึ เปนผเู ลี้ยงดขู าพเจาจนเตบิ ใหญ ซึ่งใหท ั้งการศกึ ษาและการเล้ยี งดเู ปนอยา งดี จนจบปริญญาตรีจาก ม.ศ.ว พษิ ณโุ ลก การศกึ ษาประโยคครูอนบุ าลและการประถมศกึ ษาวุฒกิ ารศกึ ษา คือ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๖ จากโรงเรยี นสุรนารี อำเภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา เรียนตอที่โรงเรยี นการเรอื น จบประโยคการเรอื นช้นั สูง จากโรงเรียนการเรือนพระนคร ซ่งึ ไดอ พยพไปต้งั การศกึ ษาอยทู ี่จังหวดั นครราชสมี า เนอ่ื งจากภัยสงครามโลก ครัง้ ที่ ๒ พ.ศ.๒๔๙๔ และไดศกึ ษาตอในวิชาประโยคครูอนุบาล �ที่โรงเรียนการเรอื นพระนคร ใน พ.ศ.๒๔๙๔ ถงึ พ.ศ.๒๔๙๕ ขา พเจาไดอยทู ี่โคราชต้ังแตน้นั จนจบการศกึ ษาในป พ.ศ.๒๔๙๕ เปนครูสอนชั้นเด็กเล็กและชัน้ อนบุ าลที่โรงเรียนอนบุ าลนครราชสมี า
Lorem ipsum
แมเ กดิ ท่ีไหน
สมยั คณุ แมส ายบวั อายยุ งั นอ ยและไดม าอยกู รงุ เทพฯ
ทต่ี ำบลบางพลดั กบั คณุ ปา ซง่ึ เปน พส่ี าว คณุ ตาพระ
ประสทิ ธ์ิ ชอ่ื คณุ ยายนอ ม คณุ แมไ ดต ง้ั ครรภข า พเจา ถงึ
กำหนดคลอดจงึ ไดไ ปคลอดทโ่ี รงพยาบาลวชริ ะ ซง่ึ ใน
สมยั นน้ั เจรญิ มาก และคนนยิ มไปคลอดกนั คณุ แมจ งึ
ไปฝากทอ งและคลอดทน่ี น่ั และเนอ่ื งจากคณุ พอ เปน คน
อยธุ ยา อำเภออทุ ยั จงึ พาลกู และเมยี ไปอยกู บั ยา เสมา
ทอ่ี ำเภออทุ ยั จงั หวดั อยธุ ยา
ทำไมจึงช่ือวา “รกั เร”
ใครตงั้ ให
คุณแมไดพาไปโคราช คุณทวด ของขาพเจา
ชื่อคุณหญิงสารภี ซึ่งเปนยายของแมเห็นวาขาพเจาเกิดมา
กเ็ รไปเรมาไมห ยุดหยอ น จึงไดตัง้ ชอื่ ขา พเจา วา “รักเร”
และไดอธิบายวา “รักเร” เปนชื่อของตนไมมีดอกสวยงาม
ซึ่งคุณทวดเห็นวาขาพเจาเกิดมาตอนคนนิยมปลูกตน
รักเรกันมากเพราะมีดอกผสมที่สวยงามและมีหลากหลาย
สีสัน ลกู หลานทา นถาเปนหญิงจะตัง้ ช่ือเปน ดอกไมท ั้งหมด
การศก ษา
- ประถมศกึ ษา ทโ่ี รงเรยี นศริ วิ ทิ ยากร หรอื อกั ษร
ยอ วา ศ.ว.ก.
- มธั ยมปลาย ทโ่ี รงเรยี นสรุ นารวี ทิ ยา
- ประโยคการเรอื นชน้ั สงู ทโ่ี รงเรยี น
การเรอื นนครราชสมี า
- ประโยคครอู นบุ าล ทโ่ี รงเรยี นการเรอื นพระนคร
ปจ จบุ นั คอื มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ
- จบการศกึ ษาพเิ ศษครมู ธั ยมและมศว.พษิ ณโุ ลก
เนอ่ื งจากขา พเจา ไดร บั ตำแหนง รกั ษาการในตำแหนง
อาจารยใหญทางกระทรวงการศึกษาธิการจึงสงขาพเจา
ไปศึกษาตอที่ มศว.พิษณุโลก ระยะเวลา ๒ ป ไดวุฒิ
การศึกษาบัณฑิต (กศบ.) จากนั้นขาพเจาไดรับราชการ
ทโ่ี รงเรยี นอนบุ าลประจำจงั หวดั ตลอดมา
เนอ่ื งดว ยการทล่ี กู ๆ เรยี นสงู ขน้ึ จงึ ตอ งใชเ งนิ ในการศกึ ษา
และยา ยไปอยใู นจงั หวดั ทล่ี กู เรยี นมหาวทิ ยาลยั นน้ั ๆ ซง่ึ เงนิ ท่ี
มกี ห็ มดไปกบั การเรยี น การกนิ อยู และทพ่ี กั ขา พเจา จึงตอง
ผันตัวเองมาเปนแมคา โดยทำขนมสงตามโรงเรียนตาง ๆ
เชน โรงเรียนอนุบาล ที่จะตองทำอาหารเลี้ยงนักเรียนแต
ถึงกระนั้นก็ยังไมสมดุลรายไดกับรายจาย ขาพเจาจึงมาคิด
วาจะทำอยา งไรถงึ จะไดเ งินมากพอ
ดวยขาพเจาเปนคนรักสวยรักงามในเครื่องประดับ
จึงผันตัวเองมาเปนแมคาพลอยตาง ๆ จึงเดินทางขามไป
ฝงพมา เพื่อซื้อพลอยสีตาง ๆ หลังจากพาลูกเดินขายไป
ตามจังหวัดตาง ๆ ที่มีโรงเรียนอนุบาลและจังหวัดที่
ขาพเจา รูจกั เพื่อนฝงู คนรูจกั ผปู กครองนักเรยี น ไดชว ยกนั
อดุ หนนุ
ดวยความเชื่อใจวาเราเอาของแทของจริงมาขายได
กำไรบางเอาแตพอควร กิจการรุงเรือง แตดวยความที่
ขาพเจาไดรับการอบรมสั่งสอนจากคุณยายวา..
ทกุ สง�ิ ทุกอยางใหทำแตพ อตัว ไมห วงั อะไรที่สงู เกนิ ไป
ขาพเจาจึงตั้งใจวาพอลืมตาอาปากไดและลูกเรียนจนจบ
ปริญญาตรี ทุกคนแลวจะหยุดทำการคาทันที ซึ่งขาพเจา
ก็ไดทำตามที่ตั้งใจไว คือ โดยเริ�มซื้อบานทาวนเฮาสที่
หมบู า นเฉลมิ สขุ นเิ วศน ๖ และบา นเลขท่ี ๘๘/๕๓ หมูบา น
เฉลมิ สุขนิเวศน ๖ อยูกบั ลูกคนโตและลกู คนเล็ก
02
คตคิ วรสำนึก
ของ
สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ
วดั พระศรมี หาธาตุ
๑. อารมณดี มนุษยมีไวครองโลก ปญญา มนุษยมี
ไวตบแตงจักรวาล ถามนุษยไมมีอารมณดีแลว ชีวิตนี้ก็
สูญสิ�นความหมาย เพราะอารมณดีเปนวิญญาณของมนุษย
๒. สามสวนสี่ของบุคคลที่ทานไดพบปะมา ลวนแต
หิวกระหายอยากจะไดรับความเห็นอกเห็นใจ ดังนั้น ทาน
จงใหความเห็นอกเห็นใจแกเขาดวยเมตตาการุณย และเขา
กจ็ ะรักนบั ถือทาน
๓. สาธุชนพึงใหค ำปฏิญาณแกตนเองวา …
" ขาจะไมเปนทุกขขาจะไมรองไห ขาจะเผชิญหนามันดวย
ความขยันหมั่นเพียรและอดทนตอสูกับหนักยากลำบาก
เมื่อเจายากจนมี ขาจะเอาชนะมันดวยการทำงานเมื่อ
เจาโงเขลามี ขาจะเอาชนะมันดวยการศึกษาศิลปะวิชา
เมื่อเจาชั่วมี ขาจะเอาชนะมันดวยการปฏิบัติคุณธรรม "
๔. ใจของคนสันโดษตางหาก มิใชถุงเงินที่ทำให
คนเปนเศรษฐีถาหัวใจของคนแหงแลงเพราะไมมีสันโดษ
แลว ถุงที่เต็มไปดวยเงินก็จะมีประโยชนที่ตรงไหน
๕. เชิญปฏิบัติคุณธรรมเถิด อยาผลัดวันประกัน
พรุงเลย ปดวันวานกับกั้นวันพรุงนี้เสีย จงจับวันนี้ใหมั่น
และใชมันปฏิบัติคุณธรรมใหเกิดผลนาปลื้มใจแกตน
เพราะวันวานคือความฝน แมวันพรุงนี้ก็คือมโนภาพ
สว นผลทไ่ี ดร บั วนั น้ี จะทำใหค วามฝน เมอ่ื วานเปน ความฝน
อนั แสนจะเอิบอ�ิม
๖. คนไมม เี มตตาการณุ ยเ ทา นน้ั ชอบตำหนติ เิ ตยี น
ปรักปรำลงโทษและบนวา ซึ่งสวนใหญเขาปฏิบัติมาแลว
สวนคนมีเมตตาการุณยรูจักควบคุมตนเอง เขาใจผูอื่น
เขากับผูอื่นได ยินดีใหอภัยและแสดงใหเห็นถึงอัธยาศัย
ไมตรีของตน โดยทางการปฏิบัติตอผูอื่น
๗. ถามีสิ�งใดชักจูงเขาใหดุดาทานแลว ทานจง
ระลึกถึงภาษิตนี้กอนวา "ตบมือขางเดียวไมมีเสียง"
03
ประหยดั ทรพั ย
ของ
สมวดัเดพจ็ รพะรศะรมีมหหาาวธีราวตงุศ
ทกุ คนคงจำไดด วี า เวลาเกดิ นน้ั เราไมม ที รพั ยอ ะไร
ติดตัวมาแมสักอยาง แตเราเลี้ยงชีวิตใหอยูเย็นเปนสุขได
ดวยทรัพยที่หามาเมื่อเกิดแลว แมเราจะมีสมบัติรองรังไว
ชวยตัวในคราวจำเปนตาง ๆ หรือจะมีเสบียงไวเลี้ยงตัว
ในวัยชรา ซึ่งเปนเวลาจะทำมาหากินไมไดแลวและจะมีทุน
ไวสรางหลักฐานของตน ใหมั่งคั่งเปนปกแผนแนนหนาขึ้น
นน้ั เรากจ็ ะตอ งขยนั หมน่ั เพยี รแสวงหาทรพั ยใหไ ดม าสบื ตอ
โดยไมขาดระยะและจะตองรูจักรักษาทรัพยที่ไดมาไวดวย
การประหยัด
วิธีปฏิบัติเชนไร เรียกวา การประหยัดทรัพย
การขยันหมั่นหาทางใหทรัพยเกิดขึ้นมาเปนรายไดแลว
ตั้งจำกัดรายจายใหพอควรแกกำลังทรัพยรายได มิให
ฝดเคืองและฟูมฟายนัก เก็บรวบรวมรายไดอันควร เก็บไว
ใหเปนรายเหลือ สำหรับใชประโยชนแกตนและสมาคม
หรือคนอื่นในภายหนารูจักใชทรัพยรายเหลือใหเกิดดอก
ออกผล เขาใจคุมครองรักษาไวใหปลอกภัยสนใจบุรณะ
ทรัพยเกาอันควรบุรณะใหกลับใชได และขยันหมั่นหา
ทรัพยใหมมาเพิ�มเติม วิธีปฏิบัติเชนนี้แหละ คือ
“การประหยัดทรัพย”
ทกุ คนคงจำไดด วี า เวลาเกดิ นน้ั เราไมม ที รพั ยอ ะไร
ติดตัวมาแมสักอยาง แตเราเลี้ยงชีวิตใหอยูเย็นเปนสุขได
ดวยทรัพยที่หามาเมื่อเกิดแลว แมเราจะมีสมบัติรองรังไว
ชวยตัวในคราวจำเปนตาง ๆ หรือจะมีเสบียงไวเลี้ยงตัว
ในวัยชรา ซึ่งเปนเวลาจะทำมาหากินไมไดแลวและจะมีทุน
ไวสรางหลักฐานของตน ใหมั่งคั่งเปนปกแผนแนนหนาขึ้น
นน้ั เรากจ็ ะตอ งขยนั หมน่ั เพยี รแสวงหาทรพั ยใหไ ดม าสบื ตอ
โดยไมขาดระยะและจะตองรูจักรักษาทรัพยที่ไดมาไวดวย
การประหยัด
ทกุ คนคงจำไดด วี า เวลาเกดิ นน้ั เราไมม ที รพั ยอ ะไร
ติดตัวมาแมสักอยาง แตเราเลี้ยงชีวิตใหอยูเย็นเปนสุขได
ดวยทรัพยที่หามาเมื่อเกิดแลว แมเราจะมีสมบัติรองรังไว
ชวยตัวในคราวจำเปนตาง ๆ หรือจะมีเสบียงไวเลี้ยงตัว
ในวัยชรา ซึ่งเปนเวลาจะทำมาหากินไมไดแลวและจะมีทุน
ไวสรางหลักฐานของตน ใหมั่งคั่งเปนปกแผนแนนหนาขึ้น
นน้ั เรากจ็ ะตอ งขยนั หมน่ั เพยี รแสวงหาทรพั ยใหไ ดม าสบื ตอ
โดยไมขาดระยะและจะตองรูจักรักษาทรัพยที่ไดมาไวดวย
การประหยัด
รายไดนั้นเสมือนหนึ่งยาบำรุงธาตุ รายจายคลาย
กับยาระบายแตถารายจายออกไปมาก ไดมาเทาใดเปน
จา ยไปเทา นน้ั จะกลายเปน ยาถา ยอยา งแรง สว นรายเหลอื
เสมอื นหนง่ึ ยายอ ยอาหาร การประหยดั รายไดน น้ั สำคญั อยู
ทใ่ี หม รี ายเหลอื ไว เมอ่ื รายไดเ กดิ มามาก มรี ายเหลอื ไวค รง่ึ
หรือมากกวาครึ่งนับเปนกำไร มีรายเหลือไวนอยกวาครึ่ง
นบั เปน ทนุ ถา รายไดม มี ามากนอ ยเทา ไร เปน รายจา ยทง้ั หมด
นบั เปน ขาดทุน และนั่นคอื สรุ ุยสุรา ย เขา ตำราคนกนถุงร่ัว
ซึ่งจะไมม อี ะไรเหลอื อยแู มแ ตน อย
ทรพั ยท ห่ี ามาไดแ ลว จะมรี ายเหลอื ไวพ อเปน คา ครองชพี
ใหอยูเปนสุขนั้น เราตองรูจักประหยัดตามหลักธรรมใน
พระศาสนา คอื แบง ไวจ า ยเลย้ี งชวี ติ สว นหนง่ึ แบง ไวป ระกอบ
การงาน ๒ สวน แบง ไวชวยตัวในคราวมีการจำเปนเกดิ ข้ึน
สวนหนึ่ง อีกอยางหนึ่ง แบงใชหนี้เกา หมายถึงจายทรัพย
สนองบุญคุณพอแม ตามหลักธรรมในขอวา
“ ทา นเลย้ี งเรามาแลว ตอ งเลย้ี งทา นตอบ ”
แบงใหกูยืม หมายถึง จายทรัพยเลี้ยงบุตรธิดา ซึ่งเมื่อเขา
เติบใหญแลว จะไดสนองบุญคุณมิสูญเปลา แบงทิ�งเหว
หมายถงึ จา ยทรพั ยเ ลย้ี งชวี ติ ซอ้ื ของมาบรโิ ภคแลว ไมค งอยู
เหมอื นทง�ิ ลงเหว และแบง ฝง ไว หมายถงึ จา ยทรพั ยท ำบญุ
เพราะทำบุญแลวไมสูญหายมีปกติติดตามเราไปเหมือน
เงาตามตัว
คนนสิ ยั
ประหยัดทรพั ย
คนนิสยั ประหยัดทรัพย
เปน คนรอบคอบละเอยี ดลออถถ่ี ว น รจู กั หาทรพั ยใ หม
รูจักบุรณะทรัพยเกา รูจักเก็บทรัพยรายไดที่ควรเก็บรูจัก
ตั้งจำกัดรายจายตามหลักธรรมในพระศาสนา อุตสาหะ
เลย้ี งชวี ติ ใหเ ปน อยอู ยา งงา ย ไมใ หส น�ิ เปลอื งในทางทม่ี จิ ำเปน
และไมแสวงหาความสุขดวยความฟุมเฟอย พยายามเก็บ
หอมรอมรบิ ทรพั ยท ลี ะเลก็ ละนอ ย สามารถตง้ั หลกั ฐานของตน
ขึน้ ถึงขีดม่ังค่ังได มีสมบตั ิพัสถานเปน ของตวั มากมาย เชน
มที ด่ี นิ เปน ของตวั มบี า นเรอื นเปน ของตวั มีที่สวนเปนของตัว
มที น่ี าเปน ของตวั เชดิ ชชู วี ดิ ใหร งุ โรจนเ ปน เกยี รตแิ กต นและ
ชาตศิ าสนา
อยาเชื่อโชคชะตาเลย แตเชื่อเถิดวาการประหยัด
นำสมบตั มิ หาศาลมาใหแ กเ รา เพราะการประหยดั เปน แหลง
กำเนดิ รายไดอันมากมายพึงทราบวา
“ เศรษฐีในการเกบ็ เปนเศรษฐสี มบัติ
แตเ ศรษฐีในการจา ยเปน เศรษฐวี บิ ตั ิ ”
ทานจงเปนเศรษฐีในการเก็บ อยาเปนเศรษฐีใน
การจายดวยวาทรัพยที่เก็บไวเทากับทรัพยที่ไดมาการเก็บ
เล็กเก็บนอย นั้นคือความมั่งคั่ง ซึ่งพอกพูนทรัพยขึ้นเปน
กองโต เสกไววา
“ คนโงไมร จู ักคาของเงินเล็ก ๆ นอ ย ๆ
ยอ มจะผลาญเงนิ จำนวนมากดวย ”
แลว ระวงั การจา ยเลก็ ๆ นอ ย ๆ เพราะการสน�ิ เปลอื ง
แหงทรัพยนั้น สวนใหญยอมมาจากเศษเล็กเศษนอยที่ทิ�ง
เสียเปลา ดูเถดิ รรู ่วั นิดเดียวยังทำเรอื จมได
คนนิสยั สุรุย สรุ า ยไมชอบประหยดั ทรัพย
เปนคนมักงายสะเพรา หละหลวมออนแอ แมจะมีความ
อุตสาหะพากเพียรประกอบธุรกิจได หาทรัพยมามากมาย
แตใ ชจ า ยฟมุ เฟอ ย จายทรัพยตามอำเภอใจหามาไดเ ทา ใด
เปนใชไปหมดเทานั้น ก็จะเปนคนจนหาเชากินค่ำ หรือเขา
จะมีสมบัติเปนทุนรองรังปานดังเศรษฐี ซึ่งถาใชเกินสวน
ของรายไดและใชแตทรัพยที่มีอยูถายอยางเดียว ก็มีแตจะ
เขาเนื้อไปทุกทีเพราะทรัพยที่มีอยูมากนอยเทาไรนั้นจะไม
เหลือหลอ ทำใหหมดเนื้อหมดตัว ตองกูหนี้ยืมสิน
ความสุรุยสุรายนั้น พึงทราบวาเปนเครื่องจงจำ
คนสรุ ยุ สุรา ย ชอื่ วา จองจำตัวเอง
คนจองจำตัวเองยอมเพาะเชื้อโรคคือหนี้สินไวในตัวเมื่อใน
ตัวมเี ช้อื โรคแลว โรคคอื ความจนก็เกดิ มีคนเปน โรคจนตอ ง
กระหายทุกอยาง กระหายจนมิสามารถจะหาใหไดตามที่
ตนกระหายตอ งยอมตนลงเทย่ี วขอทานเขากนิ บา ง ลกั ขโมย
เขากนิ บา ง ซง่ึ เปน เหตใุ หโ ลกเขาชงั นำ้ หนา และเกดิ ทกุ ขภ ยั
แกต นท้งั คนอ่นื อีกดวย มีสภุ าษติ บทหนึ่งจากวชริ ญาณ
ร.ศ. ๑๑๒ วา …
ยามจนคนเขาเคยี ดแคน ชิงชงั
ยามมงั่ มคี นประนัง นอบนอ ม
เฉกพฤกษด กนกหวัง เวียนสู เสมอนา
ปางหมดผลนกพรอม พรากสนิ� บินหน.ี
พงึ รสู กึ ตัวแตวนั นวี้ า คนผูมหี น้ีสินตดิ ตัวนั้น
เปนทุกขเดือดรอนใหญในโลก แมหนี้สินมีเพียงเล็กนอย
ก็ทำใหเปนลูกหนี้ ถาหนี้สินจำนวนมากจะทำใหมีศัตรูเขา
รุมตัดความสุขของเรา และเปนสิ�งทำลายลางความเปน
ไทยแกตนทำใหตองสละความชอบไปประกอบทางผิด
ผูเปลืองหนี้สินเสียไดยอมสิ�นศัตรูและกลับมีความเปนไทย
แกตน มองดูโลกไดดวยหนาตาชื่นบานแนเหลือเกิน เราจะ
มองโลกไดเต็มดวงหนา ถาเรามิไดเปนหนี้ใคร ๆ และเรา
เขานอนโดยไมมีอาหารค่ำดีกวาตื่นขึ้นมากับหนี้สิน
ตอ งอยา นึกวาหนสี้ ินเปน ของดี เพราะเมอื่ ลงไดเ ปน
หนเ้ี ขาแลว หนน้ี น้ั จะกลบั ทวขี น้ึ ทกุ ที ไหนจะตอ งเสยี ดอกเบย้ี
ทบทวีขึ้น และไหนจะหาเลี้ยงชีพไมพอ จำใหหยิบยืมกอ
หนี้สินเปนดินพอกหางหมูขึ้นอีก หวังจากเปลื้องทุกขออก
จากตน ตอ งรนเขาไปหาทุกขดว ยซำ้ ทำนองนกติดแรว ซงึ่
ย�งิ ดิน� ไปกย็ ิง� ตดิ แนน เขา
มีทรัพยไมประหยดั สิ�งใด ควรนา
ทรพั ยห มดกอหนไี้ ป เกยี รตสิ น�ิ
หวังสขุ แตท ุกขภ ยั มาสู ตนแฮ
ดจุ นกติดแรวดนิ� เพ่ือพนภยั ถึง.
คนท่เี ปน หน้ีโดยมากนัน้ มกั จะรักษาความสตั ยไวไมอยู
เพราะเจาหนี้เปนคนโหดรายยิ�งกวานาย คือนายเปน
เจาของแหงตัวของทาสเทานั้น สวนเจาหนี้เปนเจาของ
แหงเกียรติของลูกหนี้ จะขูเข็นดาวาอยางไรก็ได และไม
เคยปรานลี กู หนใ้ี นเงนิ ตน และดอกเบย้ี แมโ ดยการผอ นผนั
ใด ๆ เลย เมื่อเจาหนี้ทวงเขาแลว ตัวผูเปนลูกหนี้ยังไมมี
เงินที่จะใชเขาก็จำหาทางออก หากออกดวยเลหไมได
ก็จำออกดวยกลยอมกลาวเท็จผัดเขาเอาตัวรอดไปคราว
หนึ่ง ๆ มีภาษิตเปนพยานอยูวา
“ หน้สี ินและคำมุสาน้นั
โดยปกติยอมสะสมอยูดวยกัน ”
เม่อื เราสรรเสรญิ ชวี ติ ท่ีปลอดโปรง ไมมหี น้ีสนิ และ
หวังมีความเปนไทยแกตนแลว ตองอยาเปนหนี้ใคร
ควรสงวนตัวใหประพฤติอยูในทางที่ชอบ หลีกหนีหนี้สิน
ใหไกลแสนไกล ตั้งหนาอุตสาหหาทรัพยใหไดมา และ
รูจักประหยัดทำตัวใหเปนคลังออมสิน คอยเก็บรวบรวม
สะสมทรัพยไวเปนกำลังเลี้ยงตัวทั้งครอบครัว และจะได
เปน ทนุ ทำมาหากนิ สรา งฐานะของตนใหอ นุ หนาฝาคง่ั ตอ ไป
น่คี ติเตอื นใจจากสภุ าษติ สอนหญงิ วา
มีสลงึ พงึ ประจบใหค รบบาท
อยาใหขาดดวยของตองประสงค
ถา ทำนอ ยกนิ นอยคอยบรรจง
อยา จา ยลงใหม ากจะยากนาน
ไมควรซอ้ื กอ็ ยา ไปพิไลซ้อื
ใหเปนมอื้ เปนคราวทั้งคาวหวาน.
เมื่อเราเปนคนปลอดโปรงไมมีหนี้สินติดตัวเลย
แมทรัพยที่หามาไดนั้นก็ควรประหยัดเก็บเปนทุนไว
เพื่อชวยตัวในคราวเคราะหกรรมจะนำทุกขภัยมาให
จะไดเปนเครื่องระงับทุกขภัยที่มาพบพานนั้นซึ่งที่หนักจะ
ทำใหบ รรเทาลง ท่ีเบาจะแกไ ขใหหายสิน� ไป พอท่จี ะถงึ แก
ลม จมจะกใู หเ ปน แตข ดั สนไปชว่ั คราว และผวิ า จะถงึ แกน ำ้ ตา
เชด็ หัวเขา กจ็ ะผอ นใหไ ดร บั แตค วามเดอื ดรอ นบา งเลก็ นอ ย
ดังสุภาษติ จากหิโตปเทศกลอนลิลิตวา
สงวนทรพั ยล บั หลกี พน อนั ตราย เทอญนา
ปางเมอ่ื ภยั หลากหลาย เกดิ ใกล
จะไดผ อ นขยบั ขยาย ทกุ ขถ า ย ตนแฮ
พอนริ าศภยั ได สวสั ดด์ิ ว ยสง�ิ สงวน.
ขอสำคญั ของการประหยัดทรัพยน ้ี
อยูที่รูจักใชทรัพยใหเกิดผลตามหลักธรรมในพระพุทธ
ศาสนา และรูจักนำรายเหลือฝากเก็บไวในธนาคารหรือ
เขาหุนสวนในบริษัทที่เชื่อถือไดวาจะเกิดดอกออกผลมา
เพิ�มอีก แตมิไดหมายความวาใหเก็บเงินนอนไวในกำปน
เสมอไปบานเมืองใดที่พลเมืองตางเก็บเงินนอนนิ�งไว แม
บานเมืองนั้นจะมีเงินมากก็เหมือนหนึ่งมีเงินนอย เพราะ
เงินไปตายดานอยูในกำปนเสียหมดไมไดนำออกจับจาย
หมุนเวียนใหเปนประโยชนแกบานเมืองเลย
ดูเถิด ประเทศที่จริงทั้งหลาย ซึ่งไดจัดตั้งธนาคาร
ไวใหประชาชนนำเงินฝากและคิดดอกเบี้ยใหผูฝากแตเล็ก
นอย แลวจะจายเงินเหลานั้นใหพอคากูทำทุนคาขายหรือ
กอสรางสิ�งที่เปนสาธารณประโยชน เชน กอสรางอาคาร
ถนนหนทาง สะพาน อางเก็บน้ำ ขุดคลองและขุดสระ
เปนตน นอกนี้ยังตั้งบริษัทตาง ๆ ไวเปดรับประชาชนให
เขาหุนสวน กิจการทั้งหมดนี้ก็เพื่อหมุนเงินใหเกิดดอก
ออกผลเพ�ิมพนู ขน้ึ แกน ตนและประเทศชาตินนั่ เอง
ถาบานเมืองมีเงินไมนอนอยูเปลา ไดนำออกใช
หมุนเวียน ดำเนินกิจการใหกวางขวางเชนนี้ ก็จะเจริญ
รุงเรืองโดยรวดเร็ว เมื่อเราหวังความเจริญรุงเรืองแลว
ควรใชทุนที่เหลืออยูใหเปนประโยชนแกตนและบานเมือง
แมจะไมเขาหุนสวนในทางใด ๆ เพียงแตนำฝากธนาคาร
หรือคลังออมสินไว ก็ยังจะใหเกิดดอกออกผลงอกงามขึ้น
แกตนอีกทั้งจะไดความอุนใจสิ�นกังวลในการที่ตองเฝา
รักษาอีกสวนหนึ่งดวย
การมีทรัพยสมบัติเปนทุนอยูกับตนนั้น ยอมชวย
ใหเราเปนอิสระ มีอารมณสงบปราศจากความทุรนทุราย
และภูมิใจแลดูโลกไดดวยความชื่นบานสราญรมย เพราะ
รสู กึ ตวั วา ตนมกี ำลงั พอเปน ทพ่ี ำนกั แหง ตนเองได สามารถ
บำรุงบุตรหลานใหเขามีวิชาและหลักฐานไดตามสมควร
ไมตองไปรบกวนเพื่อนบานใหไดความขุนเข็ญ และยังพอ
ชวยเหลือ เกื้อหนุนแกเพื่อนบานและชาติไดอีก นับเปน
ศรีสงาแกช าติ
นอกนี้ยังเปนโอกาสที่เราไดกอสรางบุญกุศลไว
เปน เครือ่ งอุนใจชีวติ วา บุญกศุ ลจักเปน ทพี่ ง่ึ ใหเรามีสคุ ติไป
ในโลกหนา
จริงทีเดียว ความเจริญรุงเรืองเหลานี้ คือชีวิตอัน
รุงโรจน ความเปนอยูสุขสำราญ ความมั่งคั่งสมบูรณดวย
ทรัพยสิน และความเปนคนมีที่พึ่งยอมเปนผลสืบเนื่อง
มาแตก ารประหยดั ทรพั ยทีละเล็กละนอ ย สวนความมีชวี ติ
ที่อับเฉา ความมีทุกขภัยเดือดรอน ความเปนคนยากจน
คนแคนและความเปนคนไรที่พึ่งเหลานี้ก็มิใชอื่น คือผลที่
สืบเนื่องมาแตโรคสุรุยสุรายไมรูจักประหยัดทรัพยนั่นเอง
เอาเปน ตกลงวาการประหยดั ทรพั ยน ้ี
๑. ยอมอำนวยผลดีแกเราทำให
๒. มง่ั ค่งั สมบูรณดว ยทรพั ยส นิ
๓. มีหลักฐานอนุ หนาฝาคั่ง
๔. ชว ยตวั เองไดใ นยามขดั สน
๕. ชวยเพื่อนบานไดใ นคราวจำเปน
๖. ชวยชาตไิ ดใ นคราวทรี่ ัฐตองการ
๗. มโี อกาสไดบ ำเพ็ญกุศลไวเปน ที่พ่งึ ในภพหนา
เพราะฉะนั้น เราตองอยาเปนโรคไมมีเงินเก็บ
เพราะโรคไมเก็บเงินทำใหคนไขชอบผัดวันประกันพรุงวา
เมื่อนั่นเถอะ เมื่อนี่เถอะ จึงจะเริ�มเก็บเงินและทำใหคนไข
ชอบแกต วั วา ตอ งจา ยมากไดไ มพ อใช ไดเ ทา ไรตอ งใชห มด
ไมมีเหลือใหเก็บไดเลย คำแกตัวเชนนี้ ก็แบบเดียวกันกับ
คำแกตัวของคนไขโ รคไมมเี วลา เราเกดิ มามหี นาทท่ี ำงาน
แสวงหาทรัพยเ ครอื่ งเลี้ยงชีพ ไดมาแลวตองใชจายภายใน
กรอบของผลรายได และเหลือเปนสวนเก็บไวบาง
ตามคำสอนในพระศาสนา สวนที่เก็บไวนั้น ก็เพื่อใชใน
คราวจำเปนตาง ๆ ทั้งเพื่อประกอบกอรางสรางตัวไวเปน
หลกั ฐาน
เมอ่ื เราหามาไดมากควรแบง เก็บใหมาก หามาได
นอ ยควรแบง เกบ็ แตน อ ย ถา เราหามาไดไ มพ อจา ย ตอ งลด
รายจายลงใหพอกันหรือลงแรงหาใหไดมากเพิ�มขึ้นจนพอ
เหมาะกับสวนหลักมีเทานี้เปนอันเถียงไมขึ้น หากจะขืน
เถยี งไป กเ็ ปน ขอ แกต วั ทง้ั สน�ิ ปฏบิ ตั ผิ ดิ หลกั นแ้ี ลว ความผดิ
ยอ มตกเปน ของเราเอง ยง�ิ แกต วั กย็ ง�ิ ถกู หวั เราะเยาะ โบราณวา
“
ปศ าจชอบนอนฟก ตวั อยใู นหบี เงนิ ของคนสรุ ยุ สรุ า ย
แมค นสุรุย สุรา ยก็ยอมแพ
มอบความเปน อิสระแกปศ าจดว ย ”
เราระวังตัวใหจงดี ถากลัวปศาจแลวก็ตองอยาเปน
คนสรุ ยุ สรุ าย
บดั นไ้ี ดเ วลาแลว ซึ่งเราทุกคนจะตองสราง
หลักฐานดวยการประหยัดทรัพย เริ�มตั้งตนเก็บเงินเสีย
แตวันนี้ เก็บหอมรอบริบไวสำหรับซื้อความเปนอิสระ
เลิกนอนใจที่ใหผัดวันประกันพรุงเสีย เมื่อเราตั้งใจแบง
ทรัพยเก็บไวทุก ๆ ครั้งที่ไดมาทรัพยนั้นจะพอกพูนขึ้น
เปน กองโต พอสรา งหลกั ฐานใหร งุ โรจนได คนทไ่ี มม เี งนิ เกบ็
คอื คนทำงานไดท รพั ยม าแลว แตใ ชจ า ยสรุ ยุ สรุ า ย ตกเปน คนไข
แหงโรคเก็บเงินไมไดตลอดชีวิตเชิญเถิดเรามาพากัน
ขะมักเขมนสรางตัวเองดวยการเก็บเงิน รับเอาคติที่วา
“ ทำผลประโยชนไดเ มอ่ื ใด
ตง้ั ตน เกบ็ เงนิ เมอ่ื นน้ั หาเงนิ ไดแ ตว นั ไหน
ตง้ั ตน เกบ็ เงนิ แตว นั นน้ั เถดิ ”
เรื่องการประหยัดทรัพยของสมเด็จพระมหาวีรวงศ
วัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งเขียนไวในหนังสือระเบียบปฏิบัติ
ของอุบาสก อุบาสิกา และการตั้งนิธิวัดพระศรีมหาธาตุ
เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร
พิมพเปนที่ระลึกในการบำเพ็ญกุศลอุทิศบูรพาจารยและ
การบำเพ็ญสามัคคีอุโบสถ ประจำป ๒๕๒๔ เขียนไวใน
เรอื่ งการใชจายทรัพยท ห่ี ามาได แบง ใชเ ปน สว น ๆ
ตามหลักธรรมในพระศาสนา ดงั น้ี
๑. เล้ยี งชวี ติ ๑ สวน
๒. ประกอบการงาน ๒ สว น
๓. เก็บไวใชค ราวจำเปน ทีเ่ กิดข้ึน ๑ สว น
๔. เล้ยี งพอแมตอบแทน
๕. เลีย้ งลกู ใหเ ติบใหญมีอาชีพ
๖. ไวทำบุญ
จากหลกั ธรรมนี้เองซงึ่ ขา พเจา ไดถ อื ปฏบิ ตั ิใน
การดำเนินชีวติ และส่ังสอนลกู หลานใหปฏบิ ัติตามเพ่ือจะ
ไดม ีชีวิตรงุ เรอื ง รมเย็นเปน สุขตลอดไป
จากวนั นลี้ ูกหลาน
ไดม ารวมกนั ขาพเจาขอใหพรแกทกุ ๆ ทาน ดังนี้
ใหสุขใจเยือกเย็นเหมือนดงั นำ้ ในคงคา
ใหส ุขกายสขุ ตาเหมือนดงั ดวงจนั ทรวนั เพญ็
ใหมีชวี ิตสดใสดงั น้ำคา งพรา งพรม
ใหทรพั ยสินอดุ มและไดร บั แตค วามรงุ เรอื ง