The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือคุณแม่ Final

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natta1972, 2022-07-29 03:47:25

หนังสือคุณแม่ Final

หนังสือคุณแม่ Final

ก า ร อ‹ า น คื อ ร า ก ฐ า น ท่ี สำ คั ญ

การอา‹ นคอื โอกาสใหสŒ มองไดอŒ อกกำลังกายผา‹ นตัวอกั ษร
ที่เรยี งรŒอยมาอย‹ูบนหนาŒ กระดาษ



01

ทำความรูจŒ ัก

แม‹

ประวตั คิ ณุ แม‹

แมร‹ กั เร‹ สมั ภวะผล เกดิ วนั จนั ทร เดอื นอาŒ ย ปม‚ ะแม

พ.ศ.๒๔๗๔ มีบิดาชื่อนายสวัสดิ์ ภูมิประยงค ผูŒตรวจการ
สขุ าเมอื งนครราชสมี า และมารดาชอ่ื นางสายบวั รตั นเนนย
เนื่องจากคุณพ‹อเสียชีวิตตั้งแต‹ขŒาพเจŒาเพิ�งเกิดไดŒอายุเพียง
๒ เดอื น คณุ แมจ‹ งึ พาขาŒ พเจาŒ กลบั มาอยบ‹ู าŒ นทโ่ี คราช เนอ่ื งจาก
ตอนนน้ั คณุ แมอ‹ ายยุ งั นอŒ ยดวŒ ยวยั เพยี ง ๑๘ ป‚ คณุ ตาพระประสทิ ธ์ิ
และคณุ ยายโสธร รตั นเนนย จงึ เปนš ผเŒู ลย้ี งดขู าŒ พเจาŒ จนเตบิ ใหญ‹
ซง่ึ ใหทŒ ง้ั การศกึ ษาและการเลย้ี งดเู ปนš อยา‹ งดี จนจบปรญิ ญาตรี
จาก ม.ศ.ว พิษณุโลก การศึกษาประโยคครูอนุบาลและ
การประถมศกึ ษาวฒุ กิ ารศกึ ษา คอื มธั ยมศกึ ษาปท‚ ่ี ๖ จาก
โรงเรยี นสรุ นารี อำเภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสมี า เรยี นตอ‹
ทโ่ี รงเรยี นการเรอื น จบประโยคการเรอื นชน้ั สงู จากโรงเรยี น
การเรอื นพระนคร ซง่ึ ไดอŒ พยพไปตง้ั การศกึ ษาอยท‹ู จ่ี งั หวดั
นครราชสมี า เนอ่ื งจากภยั สงครามโลก ครง้ั ท่ี ๒ พ.ศ.๒๔๙๔
และไดศŒ กึ ษาตอ‹ ในวชิ าประโยคครอู นบุ าล ทโ่ี รงเรยี นการเรอื น
พระนคร ใน พ.ศ.๒๔๙๔ ถงึ พ.ศ.๒๔๙๕ ขาŒ พเจาŒ ไดอŒ ยท‹ู โ่ี คราช
ตงั้ แตน‹ ้นั จนจบการศกึ ษาในป‚ พ.ศ.๒๔๙๕ เปนš ครสู อนช้นั
เด็กเลก็ และช้ันอนบุ าลท่โี รงเรียนอนบุ าลนครราชสมี า

แมร‹ ักเร‹ สัมภวะผล เกดิ วันจนั ทร เดือนอาŒ ย �ป‚มะแม พ.ศ.๒๔๗๔ มบี ิดาชอ่ื นายสวัสด์ิ ภมู ปิ ระยงค ผูตŒ รวจการสขุ าเมอื งนครราชสีมา และมารดาชอ่ื �นางสายบวั รตั นเนนย เนือ่ งจากคุณพ‹อเสียชวี ติ ต้งั แต‹ขาŒ พเจŒาเพ�ิงเกดิ ไดอŒ ายเุ พียง ๒ เดือน คณุ แม‹จึงพาขาŒ พเจาŒ กลบั มาอยบู‹ าŒ นท่โี คราช เนือ่ งจากตอนนน้ั คุณแม‹อาย�ุ ยงั นŒอยดŒวยวยั เพียง ๑๘ ป‚ คุณตาพระประสิทธ์ิและคุณยายโสธร รตั นเนนย จงึ เปšนผŒเู ลี้ยงดขู ŒาพเจŒาจนเตบิ ใหญ‹ ซึ่งใหทŒ ั้งการศกึ ษาและการเล้ยี งดเู ปšนอยา‹ งดี จนจบปริญญาตรีจาก ม.ศ.ว พษิ ณโุ ลก การศกึ ษาประโยคครูอนบุ าลและการประถมศกึ ษาวุฒกิ ารศกึ ษา คือ มธั ยมศกึ ษาป‚ที่ ๖ จากโรงเรยี นสุรนารี อำเภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา เรียนต‹อที่โรงเรยี นการเรอื น จบประโยคการเรอื นช้นั สูง จากโรงเรียนการเรือนพระนคร ซ่งึ ไดอŒ พยพไปต้งั การศกึ ษาอยทู‹ ี่จังหวดั นครราชสมี า เนอ่ื งจากภัยสงครามโลก ครัง้ ที่ ๒ พ.ศ.๒๔๙๔ และไดŒศกึ ษาต‹อในวิชาประโยคครูอนุบาล �ที่โรงเรียนการเรอื นพระนคร ใน พ.ศ.๒๔๙๔ ถงึ พ.ศ.๒๔๙๕ ขาŒ พเจŒาไดŒอย‹ทู ี่โคราชต้ังแต‹น้นั จนจบการศกึ ษาในป‚ พ.ศ.๒๔๙๕ เปšนครูสอนชั้นเด็กเล็กและชัน้ อนบุ าลที่โรงเรียนอนบุ าลนครราชสมี า
Lorem ipsum

แมเ‹ กดิ ท่ีไหน

สมยั คณุ แมส‹ ายบวั อายยุ งั นอŒ ยและไดมŒ าอยก‹ู รงุ เทพฯ
ทต่ี ำบลบางพลดั กบั คณุ ปา‡ ซง่ึ เปนš พส่ี าว คณุ ตาพระ
ประสทิ ธ์ิ ชอ่ื คณุ ยายนอŒ ม คณุ แมไ‹ ดตŒ ง้ั ครรภข าŒ พเจาŒ ถงึ
กำหนดคลอดจงึ ไดไŒ ปคลอดทโ่ี รงพยาบาลวชริ ะ ซง่ึ ใน
สมยั นน้ั เจรญิ มาก และคนนยิ มไปคลอดกนั คณุ แมจ‹ งึ
ไปฝากทอŒ งและคลอดทน่ี น่ั และเนอ่ื งจากคณุ พอ‹ เปนš คน
อยธุ ยา อำเภออทุ ยั จงึ พาลกู และเมยี ไปอยก‹ู บั ยา‹ เสมา
ทอ่ี ำเภออทุ ยั จงั หวดั อยธุ ยา

ทำไมจึงช่ือวา‹ “รกั เร‹”
ใครตงั้ ใหŒ

คุณแม‹ไดŒพาไปโคราช คุณทวด ของขŒาพเจŒา
ชื่อคุณหญิงสารภี ซึ่งเปšนยายของแม‹เห็นว‹าขŒาพเจŒาเกิดมา

กเ็ ร‹ไปเร‹มาไมห‹ ยุดหยอ‹ น จึงไดŒตัง้ ชอื่ ขาŒ พเจาŒ วา‹ “รักเร‹”

และไดŒอธิบายว‹า “รักเร‹” เปšนชื่อของตŒนไมŒมีดอกสวยงาม

ซึ่งคุณทวดเห็นว‹าขŒาพเจŒาเกิดมาตอนคนนิยมปลูกตŒน
รักเร‹กันมากเพราะมีดอกผสมที่สวยงามและมีหลากหลาย
สีสัน ลกู หลานทา‹ นถŒาเปšนหญิงจะตัง้ ช่ือเปนš ดอกไมทŒ ั้งหมด

การศกƒ ษา

- ประถมศกึ ษา ทโ่ี รงเรยี นศริ วิ ทิ ยากร หรอื อกั ษร
ยอ‹ วา‹ ศ.ว.ก.

- มธั ยมปลาย ทโ่ี รงเรยี นสรุ นารวี ทิ ยา
- ประโยคการเรอื นชน้ั สงู ทโ่ี รงเรยี น
การเรอื นนครราชสมี า
- ประโยคครอู นบุ าล ทโ่ี รงเรยี นการเรอื นพระนคร
ปจ˜ จบุ นั คอื มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ
- จบการศกึ ษาพเิ ศษครมู ธั ยมและมศว.พษิ ณโุ ลก

เนอ่ื งจากขาŒ พเจาŒ ไดรŒ บั ตำแหนง‹ รกั ษาการในตำแหนง‹
อาจารยใหญ‹ทางกระทรวงการศึกษาธิการจึงส‹งขŒาพเจŒา
ไปศึกษาต‹อที่ มศว.พิษณุโลก ระยะเวลา ๒ ป‚ ไดŒวุฒิ
การศึกษาบัณฑิต (กศบ.) จากนั้นขŒาพเจŒาไดŒรับราชการ
ทโ่ี รงเรยี นอนบุ าลประจำจงั หวดั ตลอดมา

เนอ่ื งดวŒ ยการทล่ี กู ๆ เรยี นสงู ขน้ึ จงึ ตอŒ งใชเŒ งนิ ในการศกึ ษา
และยาŒ ยไปอยใ‹ู นจงั หวดั ทล่ี กู เรยี นมหาวทิ ยาลยั นน้ั ๆ ซง่ึ เงนิ ท่ี
มกี ห็ มดไปกบั การเรยี น การกนิ อย‹ู และทพ่ี กั ขาŒ พเจาŒ จึงตŒอง
ผันตัวเองมาเปšนแม‹คŒา โดยทำขนมส‹งตามโรงเรียนต‹าง ๆ
เช‹น โรงเรียนอนุบาล ที่จะตŒองทำอาหารเลี้ยงนักเรียนแต‹
ถึงกระนั้นก็ยังไม‹สมดุลรายไดŒกับรายจ‹าย ขŒาพเจŒาจึงมาคิด
ว‹าจะทำอยา‹ งไรถงึ จะไดเŒ งินมากพอ

ดŒวยขŒาพเจŒาเปšนคนรักสวยรักงามในเครื่องประดับ
จึงผันตัวเองมาเปšนแม‹คŒาพลอยต‹าง ๆ จึงเดินทางขŒามไป
ฝ˜›งพม‹า เพื่อซื้อพลอยสีต‹าง ๆ หลังจากพาลูกเดินขายไป
ตามจังหวัดต‹าง ๆ ที่มีโรงเรียนอนุบาลและจังหวัดที่
ขŒาพเจาŒ รูŒจกั เพื่อนฝงู คนรูŒจกั ผปŒู กครองนักเรยี น ไดŒชว‹ ยกนั
อดุ หนนุ

ดŒวยความเชื่อใจว‹าเราเอาของแทŒของจริงมาขายไดŒ
กำไรบŒางเอาแต‹พอควร กิจการรุ‹งเรือง แต‹ดŒวยความที่
ขŒาพเจŒาไดŒรับการอบรมสั่งสอนจากคุณยายว‹า..
ทกุ สง�ิ ทุกอย‹างใหŒทำแตพ‹ อตัว ไมห‹ วงั อะไรที่สงู เกนิ ไป
ขŒาพเจŒาจึงตั้งใจว‹าพอลืมตาอŒาปากไดŒและลูกเรียนจนจบ
ปริญญาตรี ทุกคนแลŒวจะหยุดทำการคŒาทันที ซึ่งขŒาพเจŒา
ก็ไดŒทำตามที่ตั้งใจไวŒ คือ โดยเริ�มซื้อบŒานทาวนเฮŒาสที่
หมบ‹ู าŒ นเฉลมิ สขุ นเิ วศน ๖ และบาŒ นเลขท่ี ๘๘/๕๓ หม‹ูบาŒ น
เฉลมิ สุขนิเวศน ๖ อย‹ูกบั ลูกคนโตและลกู คนเล็ก



02

คตคิ วรสำนึก
ของ
สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ
วดั พระศรมี หาธาตุ

๑. อารมณดี มนุษยมีไวŒครองโลก ป˜ญญา มนุษยมี
ไวŒตบแต‹งจักรวาล ถŒามนุษยไม‹มีอารมณดีแลŒว ชีวิตนี้ก็
สูญสิ�นความหมาย เพราะอารมณดีเปšนวิญญาณของมนุษย

๒. สามส‹วนสี่ของบุคคลที่ท‹านไดŒพบปะมา ลŒวนแต‹
หิวกระหายอยากจะไดŒรับความเห็นอกเห็นใจ ดังนั้น ท‹าน
จงใหŒความเห็นอกเห็นใจแก‹เขาดŒวยเมตตาการุณย และเขา
กจ็ ะรักนบั ถือท‹าน

๓. สาธุชนพึงใหคŒ ำปฏิญาณแก‹ตนเองวา‹ …
" ขŒาจะไม‹เปšนทุกขขŒาจะไม‹รŒองไหŒ ขŒาจะเผชิญหนŒามันดŒวย
ความขยันหมั่นเพียรและอดทนต‹อสูŒกับหนักยากลำบาก
เมื่อเจŒายากจนมี ขŒาจะเอาชนะมันดŒวยการทำงานเมื่อ
เจŒาโง‹เขลามี ขŒาจะเอาชนะมันดŒวยการศึกษาศิลปะวิชา
เมื่อเจŒาชั่วมี ขŒาจะเอาชนะมันดŒวยการปฏิบัติคุณธรรม "

๔. ใจของคนสันโดษต‹างหาก มิใช‹ถุงเงินที่ทำใหŒ
คนเปšนเศรษฐีถŒาหัวใจของคนแหŒงแลŒงเพราะไม‹มีสันโดษ
แลŒว ถุงที่เต็มไปดŒวยเงินก็จะมีประโยชนที่ตรงไหน

๕. เชิญปฏิบัติคุณธรรมเถิด อย‹าผลัดวันประกัน
พรุ‹งเลย ปดวันวานกับกั้นวันพรุ‹งนี้เสีย จงจับวันนี้ใหŒมั่น
และใชŒมันปฏิบัติคุณธรรมใหŒเกิดผลน‹าปลื้มใจแก‹ตน
เพราะวันวานคือความฝ˜น แมŒวันพรุ‹งนี้ก็คือมโนภาพ
สว‹ นผลทไ่ี ดรŒ บั วนั น้ี จะทำใหคŒ วามฝน˜ เมอ่ื วานเปนš ความฝน˜
อนั แสนจะเอิบอ�ิม

๖. คนไมม‹ เี มตตาการณุ ยเ ทา‹ นน้ั ชอบตำหนติ เิ ตยี น
ปรักปรำลงโทษและบ‹นว‹า ซึ่งส‹วนใหญ‹เขาปฏิบัติมาแลŒว
ส‹วนคนมีเมตตาการุณยรูŒจักควบคุมตนเอง เขŒาใจผูŒอื่น
เขŒากับผูŒอื่นไดŒ ยินดีใหŒอภัยและแสดงใหŒเห็นถึงอัธยาศัย
ไมตรีของตน โดยทางการปฏิบัติต‹อผูŒอื่น

๗. ถŒามีสิ�งใดชักจูงเขาใหŒดุด‹าท‹านแลŒว ท‹านจง

ระลึกถึงภาษิตนี้ก‹อนว‹า "ตบมือขŒางเดียวไม‹มีเสียง"



03

ประหยดั ทรพั ย

ของ

สมวดัเดพจ็ รพะรศะรมีมหหาาวธีราวตงุศ

ทกุ คนคงจำไดดŒ วี า‹ เวลาเกดิ นน้ั เราไมม‹ ที รพั ยอ ะไร
ติดตัวมาแมŒสักอย‹าง แต‹เราเลี้ยงชีวิตใหŒอยู‹เย็นเปšนสุขไดŒ
ดŒวยทรัพยที่หามาเมื่อเกิดแลŒว แมŒเราจะมีสมบัติรองรังไวŒ
ช‹วยตัวในคราวจำเปšนต‹าง ๆ หรือจะมีเสบียงไวŒเลี้ยงตัว
ในวัยชรา ซึ่งเปšนเวลาจะทำมาหากินไม‹ไดŒแลŒวและจะมีทุน
ไวŒสรŒางหลักฐานของตน ใหŒมั่งคั่งเปšนปƒกแผ‹นแน‹นหนาขึ้น
นน้ั เรากจ็ ะตอŒ งขยนั หมน่ั เพยี รแสวงหาทรพั ยใหไŒ ดมŒ าสบื ตอ‹
โดยไม‹ขาดระยะและจะตŒองรูŒจักรักษาทรัพยที่ไดŒมาไวŒดŒวย
การประหยัด

วิธีปฏิบัติเช‹นไร เรียกว‹า การประหยัดทรัพย

การขยันหมั่นหาทางใหŒทรัพยเกิดขึ้นมาเปšนรายไดŒแลŒว
ตั้งจำกัดรายจ‹ายใหŒพอควรแก‹กำลังทรัพยรายไดŒ มิใหŒ
ฝ„ดเคืองและฟูมฟายนัก เก็บรวบรวมรายไดŒอันควร เก็บไวŒ
ใหŒเปšนรายเหลือ สำหรับใชŒประโยชนแก‹ตนและสมาคม
หรือคนอื่นในภายหนŒารูŒจักใชŒทรัพยรายเหลือใหŒเกิดดอก
ออกผล เขŒาใจคุŒมครองรักษาไวŒใหŒปลอกภัยสนใจบุรณะ
ทรัพยเก‹าอันควรบุรณะใหŒกลับใชŒไดŒ และขยันหมั่นหา
ทรัพยใหม‹มาเพิ�มเติม วิธีปฏิบัติเช‹นนี้แหละ คือ

“การประหยัดทรัพย”

ทกุ คนคงจำไดดŒ วี า‹ เวลาเกดิ นน้ั เราไมม‹ ที รพั ยอ ะไร
ติดตัวมาแมŒสักอย‹าง แต‹เราเลี้ยงชีวิตใหŒอยู‹เย็นเปšนสุขไดŒ
ดŒวยทรัพยที่หามาเมื่อเกิดแลŒว แมŒเราจะมีสมบัติรองรังไวŒ
ช‹วยตัวในคราวจำเปšนต‹าง ๆ หรือจะมีเสบียงไวŒเลี้ยงตัว
ในวัยชรา ซึ่งเปšนเวลาจะทำมาหากินไม‹ไดŒแลŒวและจะมีทุน
ไวŒสรŒางหลักฐานของตน ใหŒมั่งคั่งเปšนปƒกแผ‹นแน‹นหนาขึ้น
นน้ั เรากจ็ ะตอŒ งขยนั หมน่ั เพยี รแสวงหาทรพั ยใหไŒ ดมŒ าสบื ตอ‹
โดยไม‹ขาดระยะและจะตŒองรูŒจักรักษาทรัพยที่ไดŒมาไวŒดŒวย
การประหยัด

ทกุ คนคงจำไดดŒ วี า‹ เวลาเกดิ นน้ั เราไมม‹ ที รพั ยอ ะไร
ติดตัวมาแมŒสักอย‹าง แต‹เราเลี้ยงชีวิตใหŒอยู‹เย็นเปšนสุขไดŒ
ดŒวยทรัพยที่หามาเมื่อเกิดแลŒว แมŒเราจะมีสมบัติรองรังไวŒ
ช‹วยตัวในคราวจำเปšนต‹าง ๆ หรือจะมีเสบียงไวŒเลี้ยงตัว
ในวัยชรา ซึ่งเปšนเวลาจะทำมาหากินไม‹ไดŒแลŒวและจะมีทุน
ไวŒสรŒางหลักฐานของตน ใหŒมั่งคั่งเปšนปƒกแผ‹นแน‹นหนาขึ้น
นน้ั เรากจ็ ะตอŒ งขยนั หมน่ั เพยี รแสวงหาทรพั ยใหไŒ ดมŒ าสบื ตอ‹
โดยไม‹ขาดระยะและจะตŒองรูŒจักรักษาทรัพยที่ไดŒมาไวŒดŒวย
การประหยัด

รายไดŒนั้นเสมือนหนึ่งยาบำรุงธาตุ รายจ‹ายคลŒาย
กับยาระบายแต‹ถŒารายจ‹ายออกไปมาก ไดŒมาเท‹าใดเปšน
จา‹ ยไปเทา‹ นน้ั จะกลายเปนš ยาถา‹ ยอยา‹ งแรง สว‹ นรายเหลอื
เสมอื นหนง่ึ ยายอ‹ ยอาหาร การประหยดั รายไดนŒ น้ั สำคญั อย‹ู
ทใ่ี หมŒ รี ายเหลอื ไวŒ เมอ่ื รายไดเŒ กดิ มามาก มรี ายเหลอื ไวคŒ รง่ึ
หรือมากกว‹าครึ่งนับเปšนกำไร มีรายเหลือไวŒนŒอยกว‹าครึ่ง
นบั เปนš ทนุ ถาŒ รายไดมŒ มี ามากนอŒ ยเทา‹ ไร เปนš รายจา‹ ยทง้ั หมด
นบั เปนš ขาดทุน และนั่นคอื สรุ ุ‹ยสุรา‹ ย เขาŒ ตำราคนกŒนถุงร่ัว
ซึ่งจะไมม‹ อี ะไรเหลอื อย‹แู มแŒ ตน‹ Œอย

ทรพั ยท ห่ี ามาไดแŒ ลวŒ จะมรี ายเหลอื ไวพŒ อเปนš คา‹ ครองชพี
ใหŒอยู‹เปšนสุขนั้น เราตŒองรูŒจักประหยัดตามหลักธรรมใน
พระศาสนา คอื แบง‹ ไวจŒ า‹ ยเลย้ี งชวี ติ สว‹ นหนง่ึ แบง‹ ไวปŒ ระกอบ
การงาน ๒ ส‹วน แบง‹ ไวŒช‹วยตัวในคราวมีการจำเปšนเกดิ ข้ึน
ส‹วนหนึ่ง อีกอย‹างหนึ่ง แบ‹งใชŒหนี้เก‹า หมายถึงจ‹ายทรัพย
สนองบุญคุณพ‹อแม‹ ตามหลักธรรมในขŒอว‹า

“ ทา‹ นเลย้ี งเรามาแลวŒ ตอŒ งเลย้ี งทา‹ นตอบ ”

แบ‹งใหŒกูŒยืม หมายถึง จ‹ายทรัพยเลี้ยงบุตรธิดา ซึ่งเมื่อเขา
เติบใหญ‹แลŒว จะไดŒสนองบุญคุณมิสูญเปล‹า แบ‹งทิ�งเหว
หมายถงึ จา‹ ยทรพั ยเ ลย้ี งชวี ติ ซอ้ื ของมาบรโิ ภคแลวŒ ไมค‹ งอย‹ู
เหมอื นทง�ิ ลงเหว และแบง‹ ฝง˜ ไวŒ หมายถงึ จา‹ ยทรพั ยท ำบญุ
เพราะทำบุญแลŒวไม‹สูญหายมีปกติติดตามเราไปเหมือน
เงาตามตัว

คนนสิ ยั
ประหยัดทรพั ย

คนนิสยั ประหยัดทรัพย

เปนš คนรอบคอบละเอยี ดลออถถ่ี วŒ น รจŒู กั หาทรพั ยใ หม‹
รูŒจักบุรณะทรัพยเก‹า รูŒจักเก็บทรัพยรายไดŒที่ควรเก็บรูŒจัก
ตั้งจำกัดรายจ‹ายตามหลักธรรมในพระศาสนา อุตสาหะ
เลย้ี งชวี ติ ใหเŒ ปนš อยอ‹ู ยา‹ งงา‹ ย ไมใ‹ หสŒ น�ิ เปลอื งในทางทม่ี จิ ำเปนš
และไม‹แสวงหาความสุขดŒวยความฟุ†มเฟ„อย พยายามเก็บ
หอมรอมรบิ ทรพั ยท ลี ะเลก็ ละนอŒ ย สามารถตง้ั หลกั ฐานของตน
ขึน้ ถึงขีดม่ังค่ังไดŒ มีสมบตั ิพัสถานเปนš ของตวั มากมาย เชน‹
มที ด่ี นิ เปนš ของตวั มบี าŒ นเรอื นเปนš ของตวั มีที่สวนเปšนของตัว
มที น่ี าเปนš ของตวั เชดิ ชชู วี ดิ ใหรŒ ง‹ุ โรจนเ ปนš เกยี รตแิ กต‹ นและ
ชาตศิ าสนา

อย‹าเชื่อโชคชะตาเลย แต‹เชื่อเถิดว‹าการประหยัด
นำสมบตั มิ หาศาลมาใหแŒ กเ‹ รา เพราะการประหยดั เปนš แหลง‹
กำเนดิ รายไดŒอันมากมายพึงทราบว‹า

“ เศรษฐีในการเกบ็ เปšนเศรษฐสี มบัติ
แตเ‹ ศรษฐีในการจา‹ ยเปนš เศรษฐวี บิ ตั ิ ”
ท‹านจงเปšนเศรษฐีในการเก็บ อย‹าเปšนเศรษฐีใน
การจ‹ายดŒวยว‹าทรัพยที่เก็บไวŒเท‹ากับทรัพยที่ไดŒมาการเก็บ
เล็กเก็บนŒอย นั้นคือความมั่งคั่ง ซึ่งพอกพูนทรัพยขึ้นเปšน
กองโต เสกไวŒว‹า
“ คนโง‹ไมร‹ จŒู ักค‹าของเงินเล็ก ๆ นอŒ ย ๆ
ยอ‹ มจะผลาญเงนิ จำนวนมากดŒวย ”
แลวŒ ระวงั การจา‹ ยเลก็ ๆ นอŒ ย ๆ เพราะการสน�ิ เปลอื ง
แห‹งทรัพยนั้น ส‹วนใหญ‹ย‹อมมาจากเศษเล็กเศษนŒอยที่ทิ�ง
เสียเปลา‹ ดูเถดิ รรู ่วั นิดเดียวยังทำเรอื จมไดŒ

คนนิสยั สุรุย‹ สรุ า‹ ยไม‹ชอบประหยดั ทรัพย

เปšนคนมักง‹ายสะเพร‹า หละหลวมอ‹อนแอ แมŒจะมีความ
อุตสาหะพากเพียรประกอบธุรกิจไดŒ หาทรัพยมามากมาย
แตใ‹ ชจŒ า‹ ยฟ†มุ เฟอ„ ย จ‹ายทรัพยตามอำเภอใจหามาไดเŒ ทา‹ ใด
เปšนใชŒไปหมดเท‹านั้น ก็จะเปšนคนจนหาเชŒากินค่ำ หรือเขา
จะมีสมบัติเปšนทุนรองรังปานดังเศรษฐี ซึ่งถŒาใชŒเกินส‹วน
ของรายไดŒและใชŒแต‹ทรัพยที่มีอยู‹ถ‹ายอย‹างเดียว ก็มีแต‹จะ
เขŒาเนื้อไปทุกทีเพราะทรัพยที่มีอยู‹มากนŒอยเท‹าไรนั้นจะไม‹
เหลือหลอ ทำใหŒหมดเนื้อหมดตัว ตŒองกูŒหนี้ยืมสิน

ความสุรุ‹ยสุร‹ายนั้น พึงทราบว‹าเปšนเครื่องจงจำ
คนสรุ ย‹ุ สุรา‹ ย ชอื่ วา‹ จองจำตัวเอง
คนจองจำตัวเองย‹อมเพาะเชื้อโรคคือหนี้สินไวŒในตัวเมื่อใน
ตัวมเี ช้อื โรคแลวŒ โรคคอื ความจนก็เกดิ มีคนเปนš โรคจนตอŒ ง
กระหายทุกอย‹าง กระหายจนมิสามารถจะหาใหŒไดŒตามที่
ตนกระหายตอŒ งยอมตนลงเทย่ี วขอทานเขากนิ บาŒ ง ลกั ขโมย
เขากนิ บาŒ ง ซง่ึ เปนš เหตใุ หโŒ ลกเขาชงั นำ้ หนาŒ และเกดิ ทกุ ขภ ยั
แกต‹ นท้งั คนอ่นื อีกดŒวย มีสภุ าษติ บทหนึ่งจากวชริ ญาณ
ร.ศ. ๑๑๒ วา‹ …

ยามจนคนเขาเคยี ดแคนŒ ชิงชงั
ยามมงั่ มคี นประนัง นอบนอŒ ม
เฉกพฤกษด กนกหวัง เวียนสู‹ เสมอนา
ปางหมดผลนกพรŒอม พรากสนิ� บินหน.ี

พงึ รŒสู กึ ตัวแต‹วนั นวี้ ‹า คนผูŒมหี น้ีสินตดิ ตัวนั้น
เปšนทุกขเดือดรŒอนใหญ‹ในโลก แมŒหนี้สินมีเพียงเล็กนŒอย
ก็ทำใหŒเปšนลูกหนี้ ถŒาหนี้สินจำนวนมากจะทำใหŒมีศัตรูเขŒา
รุมตัดความสุขของเรา และเปšนสิ�งทำลายลŒางความเปšน
ไทยแก‹ตนทำใหŒตŒองสละความชอบไปประกอบทางผิด
ผูŒเปลืองหนี้สินเสียไดŒย‹อมสิ�นศัตรูและกลับมีความเปšนไทย
แก‹ตน มองดูโลกไดŒดŒวยหนŒาตาชื่นบานแน‹เหลือเกิน เราจะ
มองโลกไดŒเต็มดวงหนŒา ถŒาเรามิไดŒเปšนหนี้ใคร ๆ และเรา
เขŒานอนโดยไม‹มีอาหารค่ำดีกว‹าตื่นขึ้นมากับหนี้สิน

ตอŒ งอยา‹ นึกว‹าหนสี้ ินเปนš ของดี เพราะเมอื่ ลงไดเŒ ปšน
หนเ้ี ขาแลวŒ หนน้ี น้ั จะกลบั ทวขี น้ึ ทกุ ที ไหนจะตอŒ งเสยี ดอกเบย้ี
ทบทวีขึ้น และไหนจะหาเลี้ยงชีพไม‹พอ จำใหŒหยิบยืมก‹อ
หนี้สินเปšนดินพอกหางหมูขึ้นอีก หวังจากเปลื้องทุกขออก
จากตน ตอŒ งรนเขŒาไปหาทุกขดวŒ ยซำ้ ทำนองนกติดแรŒว ซงึ่
ย�งิ ดิน� ไปกย็ ิง� ตดิ แนน‹ เขŒา

มีทรัพยไม‹ประหยดั สิ�งใด ควรนา
ทรพั ยห มดก‹อหนไี้ ป เกยี รตสิ น�ิ
หวังสขุ แตท‹ ุกขภ ยั มาส‹ู ตนแฮ
ดจุ นกติดแรŒวดนิ� เพ่ือพŒนภยั ถึง.

คนท่เี ปนš หน้ีโดยมากนัน้ มกั จะรักษาความสตั ยไวŒไม‹อย‹ู
เพราะเจŒาหนี้เปšนคนโหดรŒายยิ�งกว‹านาย คือนายเปšน
เจŒาของแห‹งตัวของทาสเท‹านั้น ส‹วนเจŒาหนี้เปšนเจŒาของ
แห‹งเกียรติของลูกหนี้ จะขู‹เข็นด‹าว‹าอย‹างไรก็ไดŒ และไม‹
เคยปรานลี กู หนใ้ี นเงนิ ตนŒ และดอกเบย้ี แมโŒ ดยการผอ‹ นผนั
ใด ๆ เลย เมื่อเจŒาหนี้ทวงเขาแลŒว ตัวผูŒเปšนลูกหนี้ยังไม‹มี
เงินที่จะใชŒเขาก็จำหาทางออก หากออกดŒวยเล‹หไม‹ไดŒ
ก็จำออกดŒวยกลยอมกล‹าวเท็จผัดเขาเอาตัวรอดไปคราว
หนึ่ง ๆ มีภาษิตเปšนพยานอยู‹ว‹า

“ หน้สี ินและคำมุสาน้นั
โดยปกติย‹อมสะสมอยู‹ดŒวยกัน ”

เม่อื เราสรรเสรญิ ชวี ติ ท่ีปลอดโปรง‹ ไม‹มหี น้ีสนิ และ
หวังมีความเปšนไทยแก‹ตนแลŒว ตŒองอย‹าเปšนหนี้ใคร
ควรสงวนตัวใหŒประพฤติอยู‹ในทางที่ชอบ หลีกหนีหนี้สิน
ใหŒไกลแสนไกล ตั้งหนŒาอุตส‹าหหาทรัพยใหŒไดŒมา และ
รูŒจักประหยัดทำตัวใหŒเปšนคลังออมสิน คอยเก็บรวบรวม
สะสมทรัพยไวŒเปšนกำลังเลี้ยงตัวทั้งครอบครัว และจะไดŒ
เปนš ทนุ ทำมาหากนิ สราŒ งฐานะของตนใหอŒ น‹ุ หนาฝาคง่ั ตอ‹ ไป
น่คี ติเตอื นใจจากสภุ าษติ สอนหญงิ ว‹า

มีสลงึ พงึ ประจบใหคŒ รบบาท
อย‹าใหŒขาดดŒวยของตŒองประสงค
ถาŒ ทำนอŒ ยกนิ นŒอยค‹อยบรรจง
อยา‹ จา‹ ยลงใหมŒ ากจะยากนาน
ไม‹ควรซอ้ื กอ็ ยา‹ ไปพิไลซ้อื
ใหŒเปšนมอื้ เปšนคราวทั้งคาวหวาน.

เมื่อเราเปšนคนปลอดโปร‹งไม‹มีหนี้สินติดตัวเลย
แมŒทรัพยที่หามาไดŒนั้นก็ควรประหยัดเก็บเปšนทุนไวŒ
เพื่อช‹วยตัวในคราวเคราะหกรรมจะนำทุกขภัยมาใหŒ
จะไดŒเปšนเครื่องระงับทุกขภัยที่มาพบพานนั้นซึ่งที่หนักจะ
ทำใหบŒ รรเทาลง ท่ีเบาจะแกไŒ ขใหŒหายสิน� ไป พอท่จี ะถงึ แก‹
ลม‹ จมจะกใŒู หเŒ ปนš แตข‹ ดั สนไปชว่ั คราว และผวิ า‹ จะถงึ แกน‹ ำ้ ตา
เชด็ หัวเข‹า กจ็ ะผอ‹ นใหไŒ ดรŒ บั แตค‹ วามเดอื ดรอŒ นบาŒ งเลก็ นอŒ ย
ดังสุภาษติ จากหิโตปเทศกลอนลิลิตว‹า

สงวนทรพั ยล บั หลกี พนŒ อนั ตราย เทอญนา
ปางเมอ่ื ภยั หลากหลาย เกดิ ใกลŒ
จะไดผŒ อ‹ นขยบั ขยาย ทกุ ขถ า‹ ย ตนแฮ
พอนริ าศภยั ไดŒ สวสั ดด์ิ วŒ ยสง�ิ สงวน.

ขŒอสำคญั ของการประหยัดทรัพยน ้ี
อยู‹ที่รูŒจักใชŒทรัพยใหŒเกิดผลตามหลักธรรมในพระพุทธ
ศาสนา และรูŒจักนำรายเหลือฝากเก็บไวŒในธนาคารหรือ
เขŒาหุŒนส‹วนในบริษัทที่เชื่อถือไดŒว‹าจะเกิดดอกออกผลมา
เพิ�มอีก แต‹มิไดŒหมายความว‹าใหŒเก็บเงินนอนไวŒในกำป˜›น
เสมอไปบŒานเมืองใดที่พลเมืองต‹างเก็บเงินนอนนิ�งไวŒ แมŒ
บŒานเมืองนั้นจะมีเงินมากก็เหมือนหนึ่งมีเงินนŒอย เพราะ
เงินไปตายดŒานอยู‹ในกำป˜›นเสียหมดไม‹ไดŒนำออกจับจ‹าย
หมุนเวียนใหŒเปšนประโยชนแก‹บŒานเมืองเลย

ดูเถิด ประเทศที่จริงทั้งหลาย ซึ่งไดŒจัดตั้งธนาคาร
ไวŒใหŒประชาชนนำเงินฝากและคิดดอกเบี้ยใหŒผูŒฝากแต‹เล็ก
นŒอย แลŒวจะจ‹ายเงินเหล‹านั้นใหŒพ‹อคŒากูŒทำทุนคŒาขายหรือ
ก‹อสรŒางสิ�งที่เปšนสาธารณประโยชน เช‹น ก‹อสรŒางอาคาร
ถนนหนทาง สะพาน อ‹างเก็บน้ำ ขุดคลองและขุดสระ
เปšนตŒน นอกนี้ยังตั้งบริษัทต‹าง ๆ ไวŒเปดรับประชาชนใหŒ
เขŒาหุŒนส‹วน กิจการทั้งหมดนี้ก็เพื่อหมุนเงินใหŒเกิดดอก
ออกผลเพ�ิมพนู ขน้ึ แกน‹ ตนและประเทศชาตินนั่ เอง

ถŒาบŒานเมืองมีเงินไม‹นอนอยู‹เปล‹า ไดŒนำออกใชŒ
หมุนเวียน ดำเนินกิจการใหŒกวŒางขวางเช‹นนี้ ก็จะเจริญ
รุ‹งเรืองโดยรวดเร็ว เมื่อเราหวังความเจริญรุ‹งเรืองแลŒว
ควรใชŒทุนที่เหลืออยู‹ใหŒเปšนประโยชนแก‹ตนและบŒานเมือง
แมŒจะไม‹เขŒาหุŒนส‹วนในทางใด ๆ เพียงแต‹นำฝากธนาคาร
หรือคลังออมสินไวŒ ก็ยังจะใหŒเกิดดอกออกผลงอกงามขึ้น
แก‹ตนอีกทั้งจะไดŒความอุ‹นใจสิ�นกังวลในการที่ตŒองเฝ‡า
รักษาอีกส‹วนหนึ่งดŒวย

การมีทรัพยสมบัติเปšนทุนอยู‹กับตนนั้น ย‹อมช‹วย
ใหŒเราเปšนอิสระ มีอารมณสงบปราศจากความทุรนทุราย
และภูมิใจแลดูโลกไดŒดŒวยความชื่นบานสราญรมย เพราะ
รสŒู กึ ตวั วา‹ ตนมกี ำลงั พอเปนš ทพ่ี ำนกั แหง‹ ตนเองไดŒ สามารถ
บำรุงบุตรหลานใหŒเขามีวิชาและหลักฐานไดŒตามสมควร
ไม‹ตŒองไปรบกวนเพื่อนบŒานใหŒไดŒความขุ‹นเข็ญ และยังพอ
ช‹วยเหลือ เกื้อหนุนแก‹เพื่อนบŒานและชาติไดŒอีก นับเปšน
ศรีสง‹าแกช‹ าติ

นอกนี้ยังเปšนโอกาสที่เราไดŒก‹อสรŒางบุญกุศลไวŒ
เปนš เครือ่ งอุ‹นใจชีวติ วา‹ บุญกศุ ลจักเปนš ทพี่ ง่ึ ใหŒเรามีสคุ ติไป
ในโลกหนŒา

จริงทีเดียว ความเจริญรุ‹งเรืองเหล‹านี้ คือชีวิตอัน
รุ‹งโรจน ความเปšนอยู‹สุขสำราญ ความมั่งคั่งสมบูรณดŒวย
ทรัพยสิน และความเปšนคนมีที่พึ่งยอมเปšนผลสืบเนื่อง
มาแตก‹ ารประหยดั ทรพั ยทีละเล็กละนอŒ ย ส‹วนความมีชวี ติ
ที่อับเฉา ความมีทุกขภัยเดือดรŒอน ความเปšนคนยากจน
ค‹นแคŒนและความเปšนคนไรŒที่พึ่งเหล‹านี้ก็มิใช‹อื่น คือผลที่
สืบเนื่องมาแต‹โรคสุรุ‹ยสุร‹ายไม‹รูŒจักประหยัดทรัพยนั่นเอง

เอาเปนš ตกลงว‹าการประหยดั ทรพั ยน ้ี
๑. ย‹อมอำนวยผลดีแก‹เราทำใหŒ
๒. มง่ั ค่งั สมบูรณดวŒ ยทรพั ยส นิ
๓. มีหลักฐานอน‹ุ หนาฝาคั่ง
๔. ชว‹ ยตวั เองไดใŒ นยามขดั สน
๕. ช‹วยเพื่อนบŒานไดใŒ นคราวจำเปนš
๖. ช‹วยชาตไิ ดใŒ นคราวทรี่ ัฐตŒองการ
๗. มโี อกาสไดบŒ ำเพ็ญกุศลไวŒเปนš ที่พ่งึ ในภพหนาŒ

เพราะฉะนั้น เราตŒองอย‹าเปšนโรคไม‹มีเงินเก็บ
เพราะโรคไม‹เก็บเงินทำใหŒคนไขŒชอบผัดวันประกันพรุ‹งว‹า
เมื่อนั่นเถอะ เมื่อนี่เถอะ จึงจะเริ�มเก็บเงินและทำใหŒคนไขŒ
ชอบแกตŒ วั วา‹ ตอŒ งจา‹ ยมากไดไŒ มพ‹ อใชŒ ไดเŒ ทา‹ ไรตอŒ งใชหŒ มด
ไม‹มีเหลือใหŒเก็บไดŒเลย คำแกŒตัวเช‹นนี้ ก็แบบเดียวกันกับ
คำแกŒตัวของคนไขโŒ รคไม‹มเี วลา เราเกดิ มามหี นŒาทท่ี ำงาน
แสวงหาทรัพยเ ครอื่ งเลี้ยงชีพ ไดŒมาแลŒวตŒองใชŒจ‹ายภายใน
กรอบของผลรายไดŒ และเหลือเปšนส‹วนเก็บไวŒบŒาง
ตามคำสอนในพระศาสนา ส‹วนที่เก็บไวŒนั้น ก็เพื่อใชŒใน
คราวจำเปšนต‹าง ๆ ทั้งเพื่อประกอบก‹อร‹างสรŒางตัวไวŒเปšน
หลกั ฐาน

เมอ่ื เราหามาไดŒมากควรแบง‹ เก็บใหŒมาก หามาไดŒ
นอŒ ยควรแบง‹ เกบ็ แตน‹ อŒ ย ถาŒ เราหามาไดไŒ มพ‹ อจา‹ ย ตอŒ งลด
รายจ‹ายลงใหŒพอกันหรือลงแรงหาใหŒไดŒมากเพิ�มขึ้นจนพอ
เหมาะกับส‹วนหลักมีเท‹านี้เปšนอันเถียงไมขึ้Œน หากจะขืน
เถยี งไป กเ็ ปนš ขอŒ แกตŒ วั ทง้ั สน�ิ ปฏบิ ตั ผิ ดิ หลกั นแ้ี ลวŒ ความผดิ
ยอ‹ มตกเปนš ของเราเอง ยง�ิ แกตŒ วั กย็ ง�ิ ถกู หวั เราะเยาะ โบราณวา‹


ปศ‚ าจชอบนอนฟก˜ ตวั อยใ‹ู นหบี เงนิ ของคนสรุ ย‹ุ สรุ า‹ ย

แมคŒ นสุรุย‹ สุรา‹ ยก็ยอมแพŒ
มอบความเปนš อิสระแก‹ปศ‚ าจดวŒ ย ”

เราระวังตัวใหŒจงดี ถŒากลัวป‚ศาจแลŒวก็ตŒองอย‹าเปšน
คนสรุ ‹ยุ สรุ ‹าย

บดั นไ้ี ดเŒ วลาแลวŒ ซึ่งเราทุกคนจะตŒองสรŒาง

หลักฐานดŒวยการประหยัดทรัพย เริ�มตั้งตŒนเก็บเงินเสีย
แต‹วันนี้ เก็บหอมรอบริบไวŒสำหรับซื้อความเปšนอิสระ
เลิกนอนใจที่ใหŒผัดวันประกันพรุ‹งเสีย เมื่อเราตั้งใจแบ‹ง
ทรัพยเก็บไวŒทุก ๆ ครั้งที่ไดŒมาทรัพยนั้นจะพอกพูนขึ้น
เปนš กองโต พอสราŒ งหลกั ฐานใหรŒ ง‹ุ โรจนไดŒ คนทไ่ี มม‹ เี งนิ เกบ็
คอื คนทำงานไดทŒ รพั ยม าแลวŒ แตใ‹ ชจŒ า‹ ยสรุ ย‹ุ สรุ า‹ ย ตกเปนš คนไขŒ
แห‹งโรคเก็บเงินไม‹ไดŒตลอดชีวิตเชิญเถิดเรามาพากัน
ขะมักเขมŒนสรŒางตัวเองดŒวยการเก็บเงิน รับเอาคติที่ว‹า

“ ทำผลประโยชนไดเŒ มอ่ื ใด
ตง้ั ตนŒ เกบ็ เงนิ เมอ่ื นน้ั หาเงนิ ไดแŒ ตว‹ นั ไหน

ตง้ั ตนŒ เกบ็ เงนิ แตว‹ นั นน้ั เถดิ ”

เรื่องการประหยัดทรัพยของสมเด็จพระมหาวีรวงศ
วัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งเขียนไวŒในหนังสือระเบียบปฏิบัติ
ของอุบาสก อุบาสิกา และการตั้งนิธิวัดพระศรีมหาธาตุ
เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร
พิมพเปšนที่ระลึกในการบำเพ็ญกุศลอุทิศบูรพาจารยและ
การบำเพ็ญสามัคคีอุโบสถ ประจำป‚ ๒๕๒๔ เขียนไวŒใน
เรอื่ งการใชŒจ‹ายทรัพยท ห่ี ามาไดŒ แบง‹ ใชเŒ ปนš สว‹ น ๆ
ตามหลักธรรมในพระศาสนา ดงั น้ี

๑. เล้ยี งชวี ติ ๑ ส‹วน
๒. ประกอบการงาน ๒ สว‹ น
๓. เก็บไวŒใชคŒ ราวจำเปนš ทีเ่ กิดข้ึน ๑ สว‹ น
๔. เล้ยี งพ‹อแม‹ตอบแทน
๕. เลีย้ งลกู ใหเŒ ติบใหญ‹มีอาชีพ
๖. ไวŒทำบุญ

จากหลกั ธรรมนี้เองซงึ่ ขาŒ พเจาŒ ไดถŒ อื ปฏบิ ตั ิใน
การดำเนินชีวติ และส่ังสอนลกู หลานใหŒปฏบิ ัติตามเพ่ือจะ
ไดมŒ ีชีวิตร‹งุ เรอื ง ร‹มเย็นเปนš สุขตลอดไป
จากวนั นลี้ ูกหลาน
ไดมŒ ารวมกนั ขŒาพเจŒาขอใหŒพรแก‹ทกุ ๆ ท‹าน ดังนี้

ใหŒสุขใจเยือกเย็นเหมือนดงั นำ้ ในคงคา
ใหสŒ ุขกายสขุ ตาเหมือนดงั ดวงจนั ทรวนั เพญ็
ใหŒมีชวี ิตสดใสดงั น้ำคาŒ งพรา‹ งพรม
ใหŒทรพั ยสินอดุ มและไดรŒ บั แตค‹ วามรง‹ุ เรอื ง




Click to View FlipBook Version