The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

PPT การจัดการเรียนรู้แบบค้นพบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natta1972, 2022-01-30 07:47:06

PPT การจัดการเรียนรู้แบบค้นพบ

PPT การจัดการเรียนรู้แบบค้นพบ

การจดั การเรยี นรูแ้ บบคน้ พบ

(Discovery Method)

ผศ.ดร.มิ่งขวญั คงเจริญ
คณะศึกษาศาสตร์ มศว.

การจดั การเรียนรูแ้ บบคน้ พบ

เป็ นกระบวนการเรียนรู้ท่ีเน้นใหผ้ ู้เรียนคน้ หาคาตอบ หรือ
ความรูด้ ว้ ยตนเอง ผูส้ อนจะเป็ นผูส้ รา้ งสถานการณ์ในลักษณะที่
ผู้เรียนจะเผชิญกับปั ญหา จึงเป็ นวิธีจัดการเรียนรู้ท่ีเน้น
กระบวนการเหมาะสาหรับวิชา ผูเ้ รียนจะตอ้ งนาขอ้ มูลทาการ
วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปเพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ คน้ พบใหม่หรือเกิด
ความคิดรวบยอดในเร่ืองน้ัน โดยแบ่งเป็ น 2 รปู แบบ

1 การคน้ พบที่มีแนวทาง (Guide Discovery Method)

ผูส้ อนนาผูเ้ รียนเขา้ สู่เน้ ือหาโดยการใชค้ าถามที่สรา้ งข้ ึน
อยา่ งเหมาะสมและอธิบายผเู้ รียนคน้ พบความคดิ รวบยอด

2 การคน้ พบดว้ ยตนเอง (Pure Discovery Method)

เป็ นวิธีการใหผ้ ูเ้ รียนลงมือคิดลงมือกระทาดว้ ยตนเองหลาย
เร่ืองหลายดา้ นสรุปความคิดรวบยอดที่หลากหลายมาผูก
โยงเป็ นหลักการท่ีผู้เรียนสรา้ งข้ ึนได้เองและนาไปใชใ้ น
โอกาสต่างๆ

วตั ถุประสงค์

1.เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รียนไดฝ้ ึกทกั ษะการสงั เกต การคิดวเิ คราะห์

ทาใหเ้ กิดการเรียนรูแ้ ละสามารถสรุปหรือคน้ พบหลกั การ
กฎเกณฑป์ ระเด็นสาคญั หรือความจริงไดด้ ว้ ยตนเอง

2.เพือ่ ช่วยใหผ้ ูเ้ รียนไดเ้ รียนรู้ หลกั การหรือกฎเกณฑต์ ่างๆ

และสามารถนาไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาในสถานการณท์ ่ี
หลากหลายได้

การจดั การเรยี นรูแ้ บบคน้ พบ มีหลายวิธีการ เชน่
การแนะใหผ้ ูเ้ รียนพบหลักการทางคณิตศาสตร์ด้วย
ตนเองโดยวิธีอุปนัย ซึ่งผูส้ อนจดั โปรแกรมไวใ้ หผ้ ูเ้ รียน
ใช้การคิดแบบอุปนัยและนิ รนัยในเรื่องต่างๆ ก็
สามารถได้ข้อคน้ พบด้วยตนเอง ผู้สอนจะเป็ นผู้ให้
คาปรึกษา แนะนาหรือกระตุ้นใหผ้ ู้เรียนใช้วิธีหรือ
กระบวนการที่เหมาะสมจากเหตุผลดังกล่าว ข้นั ตอน
การเรียนรู้จึงปรับเปล่ียนไปตามวิธีหรือกรอ บ
กระบวนการต่างๆ ที่ใช้

การสอนแบบคน้ พบความรู้ (Discovery)

การสอนแบบคน้ พบความรู้ คือ การสอนท่ีผูเ้ รียนคน้ พบคาตอบหรือความรูด้ ว้ ย
ตนเองสิ่งท่ีคน้ พบน้ันมีผูค้ น้ พบมาก่อนแลว้ การคน้ พบของผูเ้ รียนน้ ีเป็ นผลมา
จากที่ไดเ้ ผชิญกับปัญหาหรือสถานการณ์ แลว้ รวบรวมขอ้ มูลท่ีเกี่ยวขอ้ งโดย
อาจจะใชว้ ธิ ีการศึกษาคน้ ควา้ จากเอกสาร การทดลอง การสอบถามจากผูร้ ูห้ รือผู้
ท่ีเกี่ยวขอ้ ง วิธีการสอนแบบน้ ีสามารถนามาใชใ้ นการสอนไดท้ ุกวิชา เพราะเป็ น
วิธีการท่ีเน้นกระบวนการเรียนรู้ โดยมีผูเ้ รียนเป็ นศูนยก์ ลางการจดั กิจกรรมการ
เรียน หรือเป็ นผูก้ ระทากิจกรรมเพื่อการเรียนรูเ้ อง ซ่ึงเป็ นการศึกษาตลอดชีวิต
สาหรับปวงชน สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติปี พ .ศ.
2542 มาตรา 8 และ มาตารา 22

ขอ้ ดีการสอนแบบคน้ พบความรู้ ขอ้ จากดั การสอนแบบคน้ พบความรู้

1. การท่ีผูเ้ รียนคน้ พบความรดู้ ว้ ยตนเองทาให้ 1. เป็ นวิธีการเรียนท่ีผูเ้ รียนแตล่ ะคนใชเ้ วลาใน
สามารถจดจาความรนู้ ้ันไดน้ าน มีความภมู ิใจและ การเรียนค่อนขา้ งมาก และผูเ้ รียนแตล่ ะคนจะใช้
เกิดแรงจงู ในในการเรียนรู้ เวลาไมเ่ ท่ากนั

2. ผูเ้ รียนมีโอกาสพฒั นาทกั ษะและเจตคติท่ี 2. เอกสารตาราและส่ือการเรียนอ่ืนๆ จะผลิตข้ นึ
จาเป็ นสาหรบั การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง ในรปู ของการบอกความรใู้ หก้ บั ผูเ้ รียนมากกวา่
การใหผ้ ูเ้ รียนคน้ พบความรูด้ ว้ ยตนเอง
3. ผูเ้ รียนมีโอกาสพฒั นาทกั ษะทางสมองระดบั สงู
ไดแ้ ก่ การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ และการหยงั่ รู้ 3. ผูเ้ รียนมกั จะคน้ พบส่ิงต่างๆ ท่ีนอกเหนือจากสิ่ง
(Intuitive Thinking) ท่ีตอ้ งการใหค้ น้ พบ ทาใหข้ อบเขตของการศึกษา
คน้ ควา้ ขยายกรอบกวา้ งมากเกินไป
4. ผูเ้ รียนมีโอกาสฝึกทกั ษะการอา้ งอิงโดยใชก้ าร
คิดอยา่ งมีเหตุผล ท้งั การคิดแบบอุปนัย และการ 4. ผูเ้ รียนบางคนไมส่ ามารถคน้ พบความรูต้ ามท่ี
คิดแบบนิรนัย มุง่ หวงั ไว้ อาจมาจากขากทกั ษะพ้ นื ฐานท่ีจาเป็ น
ในการเรียนรโู้ ดยวิธีน้ ี
5. ผูเ้ รียนจะเรียนรโู้ ดยเขา้ ใจไดอ้ ยา่ งลึกซ้ ึงในสิ่งท่ี
ตวั เองศึกษา

รปู แบบการเรียนรูแ้ บบผเู้ รียนคน้ พบคาตอบ

การเรยี นรแู้ บบผเู้ รยี นคน้ พบคาตอบดว้ ยตนเองหรือ Discovery Learning จะเป็ น
รปู แบบการเรยี นการสอนที่มุ่งใหผ้ เู้ รียนมีบทบาทในการแสวงหาความรูแ้ ละพบ
คาตอบดว้ ยตนเอง รูปแบบการเรียนรแู้ บบน้ ีเกดิ ผลดีต่อการเรียนการสอน ดงั น้ ี

ขอ้ ดีของรปู แบบ

1. ชว่ ยใหผ้ เู้ รียนไดค้ ิดอยา่ งมเี หตุผล
2. ช่วยใหผ้ เู้ รียนจดจาในสิ่งท่ีตนคน้ พบไดน้ านและเขา้ ใจอยา่ งแจม่ แจง้
3. ช่วยใหผ้ เู้ รียนมพี ฒั นาการทางดา้ นความคิด
4. ผเู้ รียนรจู้ กั การทางานเป็ นกลุ่มเมื่อผเู้ รียนไดร้ ว่ มกนั ศึกษาเพอื่ หาคาตอบ
5. ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ถูกกาหนดโดยผสู้ อน
6. ทกั ษะท่ีเรียนจากการคน้ พบดว้ ยตวั ผเู้ รียนจะถ่ายทอดไปยงั การเรียนเรื่องใหมไ่ ดง้ ่ายข้ ึน

ขอ้ ควรระวงั

1. การเรียนรแู้ บบน้ ีตอ้ งใชเ้ วลาในการสอนมาก เพราะเป็ นการเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนหา
คาตอบมากกวา่ การบอกคาตอบ
2. การเรียนรแู้ บบน้ ีอาจไมเ่ หมาะกบั ช้นั เรียนที่นักเรียนมคี วามสามารถแตกต่างกนั มาก
เพราะผเู้ รียนที่เรียนรไู้ ดช้ า้ จะเกิดความทอ้ แทเ้ ม่อื เห็นเพือ่ นทาได้
3. การสอนแบบคน้ พบคาตอบดว้ ยตนเองอาจเหมาะสาหรบั เน้ ือหาบางตอนและเน้ ือหาท่ีไม่
เคยเรียนมาก่อน
4. การเรียนรแู้ บบน้ ีตอ้ งคิดเหตุผลและต้งั สมมุติฐานอาจไมเ่ หมาะกบั ผเู้ รียนที่อยใู่ นช่วงช้นั ท่ี
ยงั ไมส่ ามารถเรียนรเู้ กี่ยวกบั เรื่องท่ีเป็ นนามธรรม
5. ผเู้ รียนท่ีมีความสามารถตา่ กวา่ เฉล่ียจะเกิดความยุง่ ยากในการเรียน

แนวทางการจดั กิจกรรมการสอนแบบคน้ พบความรู้



ผูส้ อนจะตอ้ งรอบรใู้ นวิชาน้ัน กาหนดปัญหาและสถานการณ์
เพื่อแกไ้ ขปัญหาหรือใหค้ าแนะนา เพื่อใหเ้ กิดการคน้ พบความรู้

 

มีอุปกรณ์ ส่ือการเรียนและ มีการประเมนิ ผลเพอื่ พิจารณา
แหล่งขอ้ มลู อยา่ งเหมาะสม ดา้ นความรแู้ ละกระบวนการ

 เรียนรูท้ ่ีผูเ้ รียนไดร้ บั



สรา้ งโอกาสใหน้ ักเรียนได้ ผูเ้ รียนตอ้ งมีเวลา มพี ้ ืนฐานความรู้
แลกเปลี่ยนประสบการณก์ าร ท่ีเพียงพอ มคี วามสามารถในการ

คน้ พบความรขู้ องตน คิดวิเคราะห์ และสรุปขอ้ มูล

รูปแบบวธิ ีการสอนแบบคน้ พบ โดยใชท้ กั ษะ 7 ส

ทฤษฎีการสอนของเจอรร์ มู บรเู นอร์ (Jerome Bluner) ผูส้ นับสนุนวิธีการสอนแบบ
คน้ พบ และทฤษฎกี ารเรียนรโู้ ดยการกระทาของจอหน์ ดิวอ้ ี (John Dewey) โดยนา
วิธีการจัดการเรียนรู้ 2 แบบมาประยุกต์ใหเ้ ป็ นวิธีการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ
กระบวนการการเรยี นรู้

1. ข้นั นา สงั เกต

สงสยั

2. ข้นั สอน

สมั ผสั สารวจ สืบคน้

3. ข้นั ฝึกทกั ษะ

สงั่ สม

4. ข้นั สรุป

สรุปผล

ข้นั ตอนการสอนแบบคน้ พบโดยใช้ 7 ส

1. ข้นั นา

สงสยั โดยครสู รา้ งสถานการณห์ รอื คาถามใหผ้ ูเ้ รยี นเกิดความสงสยั
สงั เกต โดยฝึกใหผ้ ูเ้ รียนมองหารายละเอียดของเร่อื งท่ีเกดิ ความสงสยั

2. ขน้ั สอน

สมั ผสั โดยฝึกใหผ้ ูเ้ รียนใชป้ ระสาทสมั ผสั ท้งั 5 ในการเรยี นรู้
สารวจ โดยฝึกใหผ้ ูเ้ รยี นมองหาความสมั พนั ธ์ ความเช่ือมโยง ความเกย่ี วขอ้ ง
สืบคน้ โดยใหผ้ ูเ้ รยี นลงมอื ปฏิบตั ิเพ่อื ใหเ้ กิดองคค์ วามรู้ หลกั การ แนวคิด

3. ข้นั ฝึกทกั ษะ

สงั่ สม โดยใหผ้ ูเ้ รียนพฒั นาตนเองสู่ความชานาญ นาแนวคิดมาใชใ้ น

สถานการณท์ ี่หลากหลาย

4. ข้นั สรุป

สรุปผล โดยใหผ้ ูเ้ รียนรวบรวมแนวคิดมาสรุปเป็ นองคค์ วามรดู้ ว้ ยตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล

1. การวดั และประเมินผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน
2. การวดั และประเมินผลทกั ษะ/กระบวนการ

และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

วธิ ีการวดั

1. ตรวจผลงาน เช่น แบบฝึก ใบงาน แบบทดสอบ
2. สงั เกตความสามารถดา้ นทกั ษะ/กระบวนการและคุณลกั ษณะ

อนั พึงประสงคข์ ณะปฏิบตั ิกจิ กรรม

เครือ่ งมือวดั

1. แบบฝึก ใบงาน แบบทดสอบ
2. แบบวดั ความสามารถดา้ นทกั ษะ/กระบวนการและคุณลกั ษณะ

อนั พงึ ประสงค์

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การประเมนิ แบบทดสอบ แบบฝึก ใบงาน ใบกจิ กรรม
2. การวดั ความสามารถดา้ นทกั ษะ/กระบวนการและคุณลกั ษณะ

อนั พงึ ประสงค์ ใหส้ งั เกตจากพฤติกรรมท่ีผูเ้ รยี นแสดงออก

ขอ้ มลู จาก : ประภสั รา โคตะขนุ . (ม.ป.ป.). การจดั การเรียนรแู้ บบคน้ พบ (Discovery Method). สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 20 มกราคม 2565.


Click to View FlipBook Version