The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prawa5626, 2022-07-25 11:00:30

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี-แพรวา(15)

E069E9A3-AC2A-4D57-A23C-0AD0E41E70CC

บุคคลสำคัญทางนาฏศิลป์

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี

ผู้วางรากฐานก่อตั้งโรงเรียน นาฏดุริยางคศาสตร์

จัดทำโดย



น.ส.แพรวา เดชกุล ม.5/1 เลขที่ 15

ประวัติ

- มหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
( 1 มกราคม พ.ศ. 2419 - 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2486 )
นามเดิม สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา เสนาบดีกระทรวง

ธรรมการ(รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา)
- ผู้วางรากฐานการศึกษาภาคบังคับพื้นฐานและการอาชีวศึกษา ผู้ร่วมดำริ

ให้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ(จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
- ประธานสภาผู้แทนราษฏรคนแรก ผู้นำกีฬาฟุตบอลมาเผยแพร่ใน
ประเทศไทย
- ผู้ประพันธ์(นามปากกา “ครูเทพ”) ผู้ประพันธ์เพลงกราวกีฬาทรวม
ทั้งเพลงชาติฉบับก่อนปั จจุบัน

ประวัติ(ต่อ)

การศึกษา

เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข พระตำหนักสวนกุหลาบ และ
โรงเรียนสุนันทาลัย แล้วเข้าศึกษาต่อ ณ โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ระหว่าง
ปี พ.ศ. 2435 - 2437 ได้รับประกาศนียบัตรครู และสอบไล่ได้เป็นที่ 1
ของผู้สำเร็จวิชาครูชุดแรกและทำหน้ าที่สอนประมาณ 2 ปี

พ.ศ. 2431 เมื่ออายุ 12 ปี เข้าเรียนประโยคหนึ่งที่โรงเรียน
บพิตรพิมุข มีพระมหาหนอหรือขุนอนุกิจวิธูร (น้ อย จุลลิธูร) เป็นครู
คนแรก
พ.ศ. 2432 จบประโยคสอง โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบเมื่ออายุ
12 ปี
พ.ศ. 2435 จบประโยคมัธยมศึกษาชั้น 5 ภาษาอังกฤษหลักสูตร
หลวงโรงเรียนตัวอย่างสุนันทาลัยเข้าแล้วศึกษาในโรงเรียนฝึ กหัด
อาจารย์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้ตั้ง
โดยเป็นนักเรียนรุ่นแรกเพียง 3 คน สอบประกาศนียบัตรครูรุ่นแรก
ของกรมศึกษาธิการได้อันดับที่ 1 เมื่ออายุ 16 ปี แล้วทำหน้ าที่เป็น
นักเรียนสอนในกรมศึกษาธิการ
พ.ศ. 2437 เป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์
พ.ศ. 2439 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม จึงได้เป็นนักเรียนทุนหลวง
กระทรวงธรรมการไปศึกษาวิชาครูต่อที่ประเทศอังกฤษ ณ วิทยาลัย
ฝึกหัดครูเบอโรโรด (Borough Road College) ณ เมืองไอส์ลเวิซท์
(Isleworth) ทางใต้ของกรุงลอนดอน ภายใต้การดูแลของเซอร์ โร
เบิร์ต มอแรน จบแล้วได้เดินทางไปดูงานด้านการศึกษาที่ประเทศ
อินเดียและพม่าเป็นเวลา 3 เดือน

ผลงาน

ผลงานของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี อาจสรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
1.นำวิธีการจัดการศึกษาของต่างประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชียบาง
ประเทศมาใช้เป็ นแนวทางในการจัดการศึกษาของประเทศไทย
2.เป็นกรรมการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนจน
กระทั่งได้รับการสถาปนาเป็ นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. เป็ นกรรมการจัดการโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
4.เป็นผู้ตรวจการลูกเสือมณฑลกรุงเทพฯ คนแรก
5.เป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. โรงเรียน
ราษฎร์พ.ศ. 2461
6.เป็นผู้ดำเนินการเพื่อห้ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ประถมศึกษา พ.ศ.
2464
7. ริเริ่มให้มีการฝึ กหัดเล่นฟุตบอลในโรงเรียนและให้มีการแข่งขัน
ฟุตบอลระหว่างโรงเรียน
8.ตั้งสามัคยาจารย์สมาคม เป็นผู้บรรยายวิชาครูและวิธีสอนที่สมาคม
และที่โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์และเริ่มออกหนังสือ “วิทยาจารย์”
9. ริเริ่มส่งเสริมวิชาช่างและหัตถกรรมเพื่ อส่งเสริมให้เห็นความสำคัญ
ของการช่างสาขาต่าง ๆ และจัดตั้งโรงเรียนเพาะช่างขึ้นเพื่อรองรับ
และเพาะขยายศิลปะและการช่าง ซึ่งต่อมาได้แตกออกไปเป็นโรงเรียน
ช่างก่อสร้างอุเทนถวายและคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัยในภายหลัง

10. ริเริ่มการศึกษาด้านเกษตรกรรมโดยการจัดตั้งโรงเรียนฝึ กหัดครู
ประถมกสิกรรมแห่งแรก ขึ้นที่บริเวณหอวังหรือบ้านสวนหลวง สระ
ปทุมเมื่อ พ.ศ. 2460 ได้จัดส่งนักเรียนทุนไปศึกษาเกษตรกรรมต่าง
ประเทศและได้กลับมาเป็น “สามเสือเกษตร" เป็นฉายาที่เจ้าพระยา
ธรรมศักดิ์มนตรี ใช้เรียกแทน บุคคลทั้ง 3 คือหลวงสุวรรณวาจกกสิ
กิจ หลวงอิงคศรีกสิการ และพระช่วงเกษตรศิลปการ ภายหลังท่าน
เหล่านี้ล้วนมีคุณูปการต่อวงการเกษตร

11. ด้านการค้าได้ริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนพาณิชยการขึ้นที่วัดมหาพฤฒาราม
วรวิหาร

ผลงาน(ต่อ)

ด้านการประพันธ์

ความเรียงร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง ซึ่งอาจแบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้
1. แบบเรียน มีตั้งแต่แบบเรียนอนุบาล แบบเรียนวิชาครู ตรรกวิทยา
เรขาคณิต พีชคณิต แบบสอนอ่านธรรมจริยา สุขาภิบาลสำหรับ
ครอบครัว สมบัติผู้ดี และอื่น ๆ อีกมาก
2. โคลง –กลอน แต่งไว้เป็นจำนวนมาก และไดรับการรวบรวมตีพิมพ์
เป็นหนังสือชื่อ “โคลงกลอนของครูเทพ”
3. บทความ ว่าด้วยการศึกษา จรรยา การสมาคม เศรษฐกิจและ
การเมือง และปรัชญา โดยใช้นามปากกาว่า “ครูเทพ” บ้าง “เขียว
หวาน” บ้าง
4. ละครพูด แต่งขึ้นรวม 4 เรื่อง ได้แก่ บ๋อยใหม่ แม่ศรีครัว หมั้นไว้
และตาเงาะ

หนังสือธรรมจริยา แบบสอนอ่านที่เน้ นสอนความเป็น
พิมพ์เมื่อ ร.ศ. 122 (พ.ศ. 2447) พลเมืองดี ความมีเหตุผล
และมีน้ำใจเป็ นนักกีฬา

ผลงาน(ต่อ)

ด้านดนตรี

ได้เป็นผู้ประพันธ์ “เพลงกราวกีฬา” ในนาม “ครูเทพ” เพื่อจูงใจ
ให้นักกีฬารู้จักการแพ้ชนะและรู้จักการให้อภัย ทั้งนี้สืบเนื่องจากการการ
รณรงค์ให้มีการออกกำลังกายและการแข่งขันกีฬาในโรงเรียนทั่วประเทศ
รวมทั้งการริเริ่มให้มีการแข่งขันฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาที่รุนแรง ซึ่งในเวลาต่อ
มาที่มักเกิดการวิวาทกันอยู่เนือง ๆ

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 เจ้าพระยา
ธรรมศักดิ์มนตรีได้เป็ นผู้แต่งเนื้ อร้องเพลงชาติโดยใช้ทำนองเพลงมหา
ฤกษ์มหาชัยเพื่อใช้เป็นเพลงประจำชาติชื่อ “เพลงชาติมหาชัย” อยู่ระยะ
หนึ่ งก่อนที่จะเปลี่ยนใหม่โดยมีเนื้ อร้องดังนี้

“สยามอยู่คู่ฟ้าอย่าสงสัย เพราะชาติไทยเป็นไทยไปทุกเมื่อ
ชาวสยามนำสยามเหมือนนำเรือ ผ่านแก่งเกาะเพราะเพื่อชาติพ้นภัย
เราร่วมใจร่วมรักสมัครหนุน วางธรรมนูญสถาปนาพาราใหม่
ยกสยามยิ่งยงธำรงชัย ให้คงไทยตราบสิ้นดินฟ้า”

นอกจากนี้เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรียังได้แต่งเพลงชื่อ “คิดถึง”
เมื่อ พ.ศ. 2477 (บันทึกเสียงครั้งแรก พ.ศ. 2494 โดยเฉลา ประสบ
ศาสตร์)

อ้างอิง

1.พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง (หน้ า 352)
2. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งตำแหน่งรองเสนาบดีและผู้รั้งปลัด

ทูลฉลองกระทรวงธรรมการ (หน้ า 102)
3.กรมศิลปากร (ผู้รวบรวม). (2503). สาสน์สมเด็จ ลายพระหัตถ์สมเด็จ

เจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชา
นุภาพ (ภาคที่ 55). พระนคร: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม. (พิมพ์เป็น
อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพคุณแม่เต็ม ชวลิตธำรง ณ ฌาปนสถานวัด
หัวลำโพง 28 เมษายน 2503). หน้ า 29.
4. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
5. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง (หน้ า 2312)
6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศตั้งเจ้าพระยา, 3 มกราคม 2460, หน้ า
511-7
7.พระราชทานยศเสือป่า (หน้ า 3328)
8. "พระราชทานตรารัตนวราภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 1929.
29 ตุลาคม 2459. สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม 2564.
9."พระราชทานตราจุลจอมเกล้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 3173. 27
มกราคม 2460. สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม 2564.
10. "พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา.
1837. 22 ตุลาคม 2459. สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม 2564.
11. พระราชทานตราวชิรมาลา
12."พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 25:
3015. 2 กุมภาพันธ์ 2461. สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม 2564.


Click to View FlipBook Version