กฎจราจร ในประเทศไทย
1. คาดเข็ม ข็ ขัด ขั นิรนิภัยทุก ทุ ครั้ง รั้ ก่อนจะสตาร์ตร์รถทุก ทุ ครั้งรั้อย่า ย่ งแรกที่ควรปฏิบัติบั ติคือการ คาดเข็ม ข็ ขัดขันิรนิภัย เพราะถ้าเกิดอุบัติบั ติเหตุห ตุ รือรืสิ่งสิ่ที่ไม่ คาดติดขึ้นขึ้มาขณะขับขัขี่ การคาดเข็ม ข็ ขัดขันิรนิภัยจะเป็น ป็ ตัว คอยเซฟและช่ว ช่ ยบรรเทาจากหนักนั ให้เ ห้ป็น ป็ เบาได้ หาก ฝ่าฝืนจะถือว่า ว่ มีคมีวามผิดผิต้องระวางโทษปรับรัคนขับขั 500 บาท และผู้โผู้ดยสารอีก 500 บาท 2. ทางม้า ม้ ลายต้องหยุดให้ค ห้ นข้า ข้ ม หากเห็น ห็ คนกำ ลังรอข้า ข้ มถนนบริเริวณทางม้า ม้ ลาย ตามกฎหมายนั้นนั้ผู้ใผู้ช้ร ช้ ถจะต้องหยุดให้ค ห้ นข้า ข้ ม ทางม้า ม้ ลายก่อน โดยเมื่อมื่เห็น ห็ ทางม้า ม้ ลายควรต้องชะลอความเร็ว ร็ ไม่ค ม่ วรเร่ง ร่ ความเร็ว ร็ และห้า ห้ มแซงในระยะ 30 เมตร มีโมีทษปรับรัสูง สู สุด สุ ไม่เ ม่ กิน 1,000 บาท
4. สำ เนาภาพคู่มื คู่ อ มื จดทะเบีย บี นรถควรมีติ มี ติดรถไว้ ผู้ขัผู้ บ ขั ขี่ค ขี่ วรจะต้องพกหรือ รื มีเ มี ล่มทะเบีย บี นรถหรือ รื สำ เนาเล่มทะเบีย บี นติดรถไว้เ ว้ พราะตามกฎหมายผู้ ขับ ขั รถต้องพบใบอนุญนุ าตขับ ขั รถหรือ รืใบขับ ขั ขี่แ ขี่ ละ สำ เนาคู่มื คู่ อ มื จดทะเบีย บี นรถในขณะขับ ขั ขี่แ ขี่ ละสามารถ แสดงต่อเจ้า จ้ หน้าที่เมื่อ มื่ มีก มี ารเรีย รี กตรวจดู มีโมี ทษปรับ รัไม่เ ม่ กิน 1,000 บาท 3. ห้า ห้ มจอดรถทับทางม้า ม้ ลาย ทางม้า ม้ ลาย เป็น ป็ สัญ สั ลักษณ์ห ณ์ รือ รื เส้น ส้ ทางที่มีไมี ว้เ ว้ พื่อ พื่ ให้ค ห้ นเดินดิข้า ข้ มถนน ผู้ใผู้ช้ร ช้ ถจะหยุดรถทับทางม้า ม้ ลาย ไม่ไม่ ด้ ถือว่า ว่ มีค มี วามผิดผิ ผู้ฝ่ผู้ ฝ่ าฝืนมีโมี ทษปรับ รั 500 บาท
5. ใบอนุญาตขับขี่ต้องมีติดตัว เมื่อขับขี่ยานพาหนะไปบนท้องถนน จำ เป็นต้อง พกใบขับขี่ตัวจริง ริ ติดตัวไปด้วยทุกครั้ง โดยถ้าหากขับรถแล้วไม่มีใบขับขี่ จะมีความผิด ผู้ใดขับรถ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ รืปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ รื ทั้งจำ ทั้งปรับ แต่ในปัจจุบันสามารถใช้ ใบขับขี่ รถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ แสดงแทนใบขับขี่ตัวจริง ริ ให้แก่เจ้าหน้าที่เมื่อถูกขอดูและตรวจสอบแทนได้ 6. เลี้ยวรถต้องเปิดสัญญาณไฟ ผู้ใช้รถขณะที่จะเลี้ยวรถหรือ รื เปลี่ยนช่องทาง จราจรจะต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนทุกครั้ง ซึ่งตามกฎหมายกำ หนดว่า ว่ ควรเปิดก่อนเลี้ยว 30 เมตร และให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า ว่ 60 เมตร เพื่อให้รถคันหลังที่ตามมาได้รู้ ไม่ควร เลี้ยวหรือ รื เปลี่ยนเลนแบบกะทันหัน เพราะอาจทำ ให้ เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้
7. ขับรถในความเร็วที่กฎหมายกำ หนด ผู้ใช้รถบนถนนจะต้องขับรถตามที่กฎหมาย กำ หนดไว้ โดยความเร็วการใช้รถยนต์ของ ประเทศไทยยึดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก และพระราชบัญญัติจราจรทางหลวง โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ถ้าขับรถบนถนนในกรุงเทพมหานคร, เมือง พัทยา และเทศบาลทุกจังหวัด วั จะสามารถใช้ ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. ถ้าขับรถอยู่บนทางหลวงระหว่า ว่ งจังหวัด วั จะ สามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 90 กม./ ชม. ส่วนบนทางมอเตอร์เวย์ และวงแหวน กาญจนาภิเษก จะใช้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยถ้าหากไม่ปฏิบัติตามกฎ นอกจากจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังจะโดนโทษ ปรับสูงสุด 1,000 บาท
9. แซงเส้นทึบ ขณะขับขี่อยู่บนท้องถนนเราจะเห็นเส้นปะและเส้นทึบที่แบ่งช่องจราจร โดยถ้าเป็นเส้นปะ เราจะ สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางจราจรเพื่อทำ การแซง รถได้ แต่ก็ควรใช้ความระมัดระวัง วั แต่ถ้าจะแซง บริเ ริ วณเส้นทึบ ซึ่งจะเห็นและพบได้บ่อยแทบจะเกิดขึ้นทุกที่บนท้องถนน โดยการทำ ลักษณะเช่นนี้ นอกจากจะเสี่ยงให้เกิดอันตรายต่อรถเพื่อนร่วม ทางที่ขับสวนทางมา โดยได้ระบุโทษในข้อหาแซง ในเส้นทึบ โดยมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 400-1,000บาท ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงในการขับขี่เร่งแซงใน เส้นทึบเพื่อความปลอดภัย 8. ไม่จอดในที่ห้ามจอด ทุกวัน วั นี้ในขณะที่เราขับรถอยู่บนท้องถนนนั้น สิ่ง ที่เราจะเห็นได้บ่อยอย่างหนึ่งคือ มักจะมี รถจอด อยู่ในบริเ ริ วณที่ห้ามจอด เช่น บริเ ริ วณทางร่วมทาง แยก, จอดรถด้านขวาของทางเดินรถ, จอดรถบน ทางเท้า หรือ รื จอดรถกีดขวางการจราจร จะมีโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท อีกด้วย
10. ให้รถในวงเวีย วี นไปก่อน เมื่อเราขับรถมาถึงบริเ ริ วณที่เป็นวงเวีย วี น อย่าง แรกควรที่จะชะลอความเร็วของรถลง และตาม มารยาทควรให้รถที่อยู่ในวงเวีย วี นด้านขวาขับผ่าน ไปก่อน เมื่อผู้ขับขี่ซึ่งขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทาง แยก ทางข้าม เส้นให้รถหยุด หรือ รื วงเวีย วี น ต้องลดความเร็วของรถ รวมทั้งถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วม ทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถในทางร่วมทางแยกนั้น ผ่านไปก่อน ซึ่งถ้าฝ่าฝืนมีความผิดและมีโทษปรับ ไม่เกิน 500 บาท 11. เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด การขับรถในทุกวัน วั นี้หลายคนอาจจะเคยชินและ ละเลยกฎจราจร อย่างเช่นการขับรถเลี้ยวซ้าย ผ่านตลอด เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่อ รื่ งหมาย "เลี้ยวซ้าย ผ่านตลอด" ควรหยุดรอให้คนข้ามถนนและรถ ที่มาจากทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อน แล้วจึง เลี้ยวซ้ายผ่านไป แต่ถ้าไม่มีป้ายติดไว้แ ว้ ล้วเลี้ยว ผ่านไปจะถือว่า ว่ ผิดกฎจราจร เพราะการเลี้ยวทาง แยกต่าง ๆ ต้องรอสัญญาณไฟเขียวเท่านั้นถึง จะเลี้ยวซ้ายได้
12. ฝ่าไฟเหลือง การฝ่าไฟสัญญาณจราจร โดยเฉพาะไฟเหลือง เป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อยบนท้องถนน ซึ่งถือว่า ว่ ผิดกฎหมายและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้ จากตัวบทกฎหมาย หากผู้ขับขี่เห็นสัญญาณไฟ เหลือง ควรแตะเบรกเตรีย รี มหยุดรถ แต่หากเป็น ลักษณะคาบเกี่ยวรถเลยเส้นให้หยุดไปแล้ว และ สัญญาณไฟเหลืองเพิ่งแสดงขึ้นมา ก็ให้เลยไปได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่ผู้ขับขี่จงใจฝ่าไฟ เหลืองเหยียบคันเร่งเมื่อเห็นไฟสัญญาณ ก็จะเป็น ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานว่า ว่ จะต้องรับโทษปรับ ตามกฎหมายหรือ รืไม่ โดยโทษของการฝ่าไฟเหลือง จะผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 22 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
13. ไม่ขับรถยนต์แช่ขวา เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะพบบ่อยมากบนท้อง ถนน ก็คือการขับรถแช่ช่องจราจรด้านขวา ซึ่งถือ เป็นการกระทำ ความผิดในข้อหาขับรถกีดขวาง จราจร เพราะไม่ว่า ว่ คุณจะขับรถเร็วหรือ รื ช้าอย่างไร ก็ไม่ควรขับรถในช่องทางขวา เพราะเลนขวามีไว้ สำ หรับแซงเท่านั้น หากมีรถที่ขับเร็วกว่า ว่ ต้องหลบ ให้แซงขึ้นไป โดยผู้ที่ขับแช่เลนขวาจะโดนปรับไม่ เกิน 1,000 บาท 14. ไฟตัดหมอกเปิดใช้เมื่อจำ เป็น ไฟตัดหมอก จะสามารถเปิดใช้งานได้ แต่ก็ไม่ สามารถที่จะเปิดอย่างพร่ำ เพรื่อ รื่ได้ ไฟตัดหมอก สามารถใช้ได้ต่อเมื่อรถวิ่ง วิ่ อยู่ในสภาพอากาศที่ไม่ เอื้ออำ นวย เช่น หมอก ควัน วั ฝุ่น ฝุ่ ละออง ฝน ตกหนัก รวมถึงมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการเดินทาง นอกเหนือจากนี้หากเปิดใช้โดยเจ้าหน้าที่พบเห็น อาจมีความผิด โดยปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
15. รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า การขับขี่ยานพาหนะที่มียางล้อใหม่บน พื้นถนนที่แห้ง ท่านจำ เป็นต้องเว้น ว้ ระยะ ห่างระหว่า ว่ งรถประมาณ 100 เมตร ที่ ความเร็ว 100 กม./ชม. และ 80 เมตร ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. หากขับขี่ยานพาหนะที่ยางล้อรถเก่าบน ถนนเปียกน้ำ ฝน ท่านจำ เป็นต้องเว้น ว้ ระยะห่างเป็นสองเท่า สรุปคือ ท่านจำ เป็นต้องคำ นึงถึงสภาพ อากาศ สภาพถนน ล้อรถ และปัจจัย อื่นๆ ในการรักษาระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการชนปะทะ หากรถคันหน้า มีการหยุดรถกะทันหันด้วยเหตุผลบาง อย่าง
16. อย่าขับรถตัดหน้ารถคันอื่น! อย่าเปลี่ยนเลนโดยไม่จำ เป็น อย่าเปลี่ยน เลนที่ทำ ให้รถที่ตามมาข้างหลังต้องเบรกรถกะทันหัน หรือ รื ต้องหักหลบเพื่อไม่ให้ ชนท่าน ระหว่า ว่ งเปลี่ยนเลน จะต้องมอง กระจกหลังเสมอ และมองข้ามไหล่เพื่อดู รถที่ขับตามมา ปกติแล้ว การเปลี่ยนเลนและขับตัดหน้ากะทันหัน ทำ ให้ผู้ขับขี่จะ ต้องหักพวงมาลัยกะทันและกระทืบเบรคซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
17. อย่าขับรถบนไหล่ทาง! การจอดรถบนไหล่ทางด่วน ทำ ได้ในกรณีที่ จำ เป็นต้องหยุดรถชั่วคราวอันเนื่องจาก อุบัติเหตุหรือ รื รถเสีย ไหล่ทางมีไว้สำ ว้ สำหรับรถ ตำ รวจ รถพยาบาล หรือ รื ยานพาหนะฉุกเฉิ นอื่นๆ ที่ต้องใช้วิ่ง วิ่ ในกรณีฉุกเฉิน การขับรถกีดขวางอยู่บนไหล่ทาง เป็น อุปสรรคต่อการทำ งานของยานพาหนะ ฉุกเฉิน ฉะนั้น อย่าขับรถบนไหล่ทาง แม้ว่าว่ การจราจรติดขัดก็ตาม
18. เมาแล้วขับ มาแล้วขับครั้ง รั้ แรก จำ คุกไม่เกิน 1 ปี มีโทษปรับตั้ง ตั้ แต่ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้ง ทั้ จำ ทั้ง ทั้ ปรับ เมาแล้วขับซ้ำ ภายใน 2 ปี นับ ตั้ง ตั้ แต่วันที่เมาแล้วขับครั้ง รั้ แรก จำ คุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000 - 100,000 บาท ซึ่งศาลจะทั้ง ทั้ ลงโทษจำ คุกและปรับค่าเสียหาย
19. ระวัง วั การใช้ไฟสูง รถที่ขับขี่บนทางด่วนใช้ความเร็วสูงกว่า ว่ รถที่ขับขี่บนถนนปกติ และผู้ขับขี่จำ เป็น ต้องรู้สภาพถนนและสภาพการจราจรที่ อยู่เบื้องหน้ามากกว่า ว่ ผู้ขับขี่บนถนนปกติ ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อขับรถผ่าน อุโมงค์และสถานที่อื่นที่ทัศนวิสั วิสั ยต่ำ บน ทางด่วน ทั้งในเวลากลางวัน วั และกลาง คืน ตามหลักแล้วท่านควรเปิดไฟหน้า เพื่อเพิ่มการมองเห็นในระยะที่ไกลขึ้นเมื่อ เทียบกับถนนปกติ ยิ่งกว่า ว่ นั้น เมื่อรถวิ่ง วิ่ สวนกัน ผู้ขับขี่ควร ปรับความสว่า ว่ งและมุมของไฟลงเพื่อไม่ เป็นการรบกวนสายตาผู้ขับขี่รายอื่น
20. ผู้ขับขี่และคนโดยสารรถ จักรยานยนต์ต้องสวม “หมวก นิรภัย” ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และคน โดยสารรถจักรยายนต์ ต้อง สวมหมวกที่จัดทำ ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันอันตราย
21. ห้ามมีให้เสพยาบ้า (แอมเฟตามีน) ขณะขับรถ ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวาง โทษจำ คุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ รืปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือ รื ทั้งจำ ทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ขับขี่ แต่ถ้าการกระทำ นั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 10 ปี หรือ รืปรับตั้งแต่ 40,000 บาท ถึง 80,000 บาท หรือ รื ทั้งจำ ทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
22. ห้ามมิให้แข่งรถในทางหรือ รื ถนน ห้ามมิให้ผู้ใดแข่งรถในทางหรือ รื จัด สนับสนุน หรือ รื ส่งเสริม ริให้มีการแข่งรถ ทั้งจำ ทั้งปรับ เว้น ว้ แต่จะได้รับอนุญาต เป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ รืปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท หรือ รื ทั้งจำ ทั้งปรับ และให้ ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมี กำ หนดไม่น้อยกว่า ว่ 1 เดือน หรือ รื เพิก ถอนใบอนุญาตขับขี่
23. การจอดรถคาสัญญาณ ไฟจราจร ในเวลาที่ขับแยกไฟแดงที่มีรถ ติดในปริม ริ าณมาก ๆ มักมี รถยนต์หลายคันจอดคาใน พื้นที่ไฟแดง เนื่องจากรถ เคลื่อนตัวออกไปไม่พ้น ซึ่ง เป็นการกระทำ ที่ฝ่าฝืน กฎหมาย เพราะในกรณีที่รถ ไม่สามารถขับผ่านแยกไฟแดง ได้ทันสัญญาณไฟเขียว จะ ต้องหยุดรถก่อน
24. ใช้มือถือขณะขับ ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย เช่น อุปกรณ์เสริม หูฟัง หรือหูฟังไร้สาย ใช้อุปกรณ์เสริมยึดหรือติดโทรศัพท์ ไว้ส่วนหน้ารถ โดยห้ามบดบังวิสัย ทัศน์ในการขับรถเด็ดขาด ถ้าจำ เป็นต้องจับหรือถือมือถือ ควร หยุดขับรถและจอดรถในสถานที่ที่ ปลอดภัยก่อนใช้มือถือ หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนใช้มือจับหรือถือมือถือ ขณะขับรถ หรือไม่ปฏิบัติตามแนวทาง ตามที่กฎหมายจราจรฉบับใหม่ระบุเอาไว้มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
25. ฝ่าสัญญาณไฟจราจรใน จุดที่คนข้ามถนนผู้ขับขี่รถยนต์ หลายคน มักไม่ให้ความเคารพ กับ สัญญาณไฟจราจร มากนัก โดยเฉพาะในบริเ ริ วณที่เป็นจุด ข้ามถนน เพราะเข้าใจว่า ว่ หาก ไม่มีคนข้ามถนนในบริเ ริ วณดัง กล่าว รถยนต์ก็จะยังสามารถวิ่ง วิ่ สัญจรต่อไปได้ตามปกติ ซึ่งถือ เป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย จราจรเป็นอย่างมาก และมีโทษ ปรับไม่เกิน 1000 บาท