The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สีน้ำตาล-ปกรายงาน-ลายไทย-หน้าปก-เอกสารขนาด-A4_20231215_093829_0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mrr win, 2023-12-14 21:47:29

หมอชีวกโกมารกัจจ์

สีน้ำตาล-ปกรายงาน-ลายไทย-หน้าปก-เอกสารขนาด-A4_20231215_093829_0000

หมอชีชีชี ว ชี วกโกมารภัภั ภั จ ภั จจ์จ์จ์จ์


สารบัญ เรื่อ รื่ ง หน้า ประวัติ คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง คำ สอน 3-7 8-11 12


ประวัติ วัติ หมอชีวกโกมารภัจจ์ คือ ผู้มีความสามารถด้านการแพทย์ในสมัยพุทธกาล นอกจากความรู้ทางการแพทย์ที่สั่งสม จนได้รับตำ แหน่งแพทย์ของพระ เจ้าพิมพิสาร และหมอประจำ ของพระพุทธเจ้า “หมอชีวกโกมารภัจจ์” ยัง อุทิศตัวเพื่อพุทธศาสนา โดยหนึ่งในหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับหมอชีวกโกมาร ภัจจ์ ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน ก็คือ พระธรรมวินัวินัยว่าว่ด้วยเรื่อรื่งโรคอันตราย 5 ประการ ที่ไม่สามารถบวชได้ อันได้แก่ โรคเรื้อรื้น โรคฝี โรคกลาก โรค มองคร่อ (โรคหลอดลมพอง) และ โรคลมบ้าหมูกรอบ


ประวัติ วัติ ก่อนเฉลย ขอเกริ่นริ่ถึงประวัติวั ติหมอชีวกโกมารภัจจ์เสียก่อน ใน “พระ ไตรปิฎก” กล่าวไว้ว่ว้าว่ชีวกกุมารเป็นบุตรของนางสาลวดี หรือรืหญิงงาม เมืองประจำ นครราชคฤห์ ที่มีค่าตัวถึงคืนละ 100 กษาปณ์ เชี่ยวชาญ และ เก่งกาจ ด้านการฟ้อนรำ ขับร้อง รวมไปถึงบรรเลงเครื่อรื่งดนตรี ทว่าว่วันวัหนึ่ง นางสาลวดีเกิดตั้งครรภ์ขึ้น พอคลอดออกมา และทราบว่าว่เป็น เพศชาย ก็ไม่ต้องการเลี้ยงดู เพราะบุตรชายนั้น ไม่มีประโยชน์อันใดต่อ อาชีพของนาง ก่อนจะสั่งให้หญิงคนใช้เอาเด็กไปทิ้งกองขยะ โชคยังเป็นของเด็กชาย เมื่อพระอภัยราชกุมารผ่านมาพบเข้า จึงทรงสั่ง ให้คนไปดูทารก ระหว่าว่งนั้น ทรงร้องถามว่าว่ยังมีชีวิตวิหรือรืไม่ คนที่ไปดูทูล ตอบว่าว่ยังมีชีวิตวิอยู่ เป็นที่มาของนาม “ชีวก” ซึ่งแปลว่าว่ชีวิตวิหรือรืมีชีวิตวิ อยู่ พระอภัยราชกุมารทรงเลี้ยงดูชีวกกุมาร ในฐานะพระโอรสบุญธรรม ด้วยความรักใคร่เอ็นดู ก่อนจะประทานชื่อให้เพิ่มเติมว่าว่ “โกมารภัจจ์” หมายถึง ผู้ที่พระราชกุมารเลี้ยง จนกลายมาเป็น “ชีวกโกมารภัจจ์”


อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่ปรากฏในหนังสือบาลี-สันสกฤต ชื่อ “คัมภีร์มูล สรวาสติวาทวินวิยวัสวัต” กลับอธิบายประวัติวั ติหมอชีวกโกมารภัจจ์แตกต่าง ออกไป โดยกล่าวว่าว่ชีวกกุมารเป็นบุตรของหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง ที่พระ เจ้าพิมพิสารลักลอบมีสัมพันธ์ลับ ๆ ในเวลาที่สามีของนางออกไปทำ งาน ต่างเมือง เมื่อตั้งครรภ์นางจึงรีบรีกราบทูลให้พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบ ทันที พระองค์ได้พระราชทานแหวนให้หนึ่งวง และทรงสัญญากับหญิงนั้น ว่าว่คลอดแล้วให้วางทารกไว้บว้ริเริวณหน้าพระราชวังวั ขณะที่พระเจ้าพิมพิสารประทับอยู่กับพระอภัยราชกุมาร ข้าราชบริพริารได้ กราบทูลว่าว่พบตะกร้าหน้าประตูพระราชวังวัเมื่อเจ้าชายทรงได้ยินเรื่อรื่ง ตะกร้า จึงกราบทูลพระราชาว่าว่สิ่งที่มีอยู่ในนั้นควรมอบให้แก่หม่อมฉัน พอทราบว่าว่ภายในเป็นเด็กทารก พระราชาก็ตรัสถามว่าว่ทารกนั้นยังมีชีวิตวิ อยู่หรือรืไม่ ก่อนจะทรงทราบว่าว่ยังมีชีวิตวิอยู่ เมื่อพระองค์ทรงเห็นแหวนที่ เคยมอบให้หญิงชาวบ้านคนนั้น ทำ ให้ทรงทราบโดยนัยว่าว่ทารกคือใคร จึงพระราชทานทารกให้กับพระอภัยราชกุมาร ต่อมาเจ้าชายได้ให้พระนาม ว่าว่ “ชีวกกุมารภฤตะ” เนื่องจากพระเจ้าพิมพิสารเคยตรัสถามว่าว่ “มีชีวิตวิ อยู่หรือรืไม่?” และได้รับการเลี้ยงดูจากพระอภัยราชกุมาร แม้ไม่ทราบว่าว่ชาติกำ เนิดแท้จริงริเป็นเช่นไร แต่ต่อมาชีวกโกมารภัจจ์ได้ เติบโตเป็นหมอผู้มีชื่อเสียง จากการรักษาชาวบ้านให้หายจากโรคภัย ไม่ เกี่ยงว่าว่เป็นคนรวย หรือรืจน ความเก่งกาจของหมอชีวกโกมารภัจจ์ระบือไกลไปทั่วเมือง ได้ถวายการ รักษาพระเจ้าพิมพิสาร และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแพทย์ประจำ ราชสำ นัก ก่อนจะกลายเป็นแพทย์ประจำ ของพระพุทธเจ้า และถวายตัวให้กับ พระพุทธศาสนา รวมถึงช่วยรักษาพระสงฆ์ที่เจ็บป่วย ประวัติ วัติ


วัน วั หนึ่ง แคว้น ว้ มคธเกิดโรคระบาด ผู้คนมากมายต่างล้ม ป่วยด้วย 5 โรคร้าย ได้แก่ โรคเรื้อ รื้ น โรคฝี โรคกลาก โรค มองคร่อ และ โรคลมบ้าหมู ทุกคนต่างหวัง วั พึ่งพาหมอชีวก โกมารภัจจ์ แต่หมอเองก็มีคนป่วยที่ต้องดูแลรักษาอยู่ล้น มือ ทำ ให้ต้องปฏิเสธชาวบ้านเหล่านั้นไป แม้ว่าว่ชาวบ้านจะ ยอมจ่ายทรัพย์สินจำ นวนมาก หรือ รื ยอมเป็นทาสเพื่อให้หมอ รักษาก็ตาม ด้วยความกลัวตาย ชาวบ้านที่เป็นชายจึงบวชเป็นพระภิกษุ สงฆ์ เนื่องจากทราบว่าว่ชีวิตวิของพระสงฆ์นั้น เต็มไปด้วย ความสบาย ทั้งหมอชีวกโกมารภัจจ์ยังรักษาพระสงฆ์ที่เจ็บ ไข้ได้ป่วยเป็นอย่างดี แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด หมอชี วกโกมารภัจจ์รักษาพวกเขา เมื่อหายจากโรคร้าย ร่างกายกลับมาแข็งแรง ชาวบ้านก็ลา สิกขาทันที แม้หมอชีวกโกมารภัจจ์สงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามถึง สาเหตุการลาสึก จนวัน วั หนึ่ง ได้เอ่ยปากถามชาวบ้านที่เคย บวชพระ และได้คำ ตอบว่าว่เหตุผลที่เข้ามาในร่ม กาสาวพัสตร์ ก็เพราะต้องการให้หมอชีวกโกมารภัจจ์รักษา โรคให้เท่านั้นเอง ไม่ได้บวชประสงค์รู้ใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อรู้เหตุผลที่แท้จริงริหมอผู้มีฝีมือในสมัยพุทธกาลท่านนี้ จึงทูลให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ ดังปรากฏในบทความ “บทบาทหมอชีวกโกมารภัจจ์ต่อพระพุทธศาสนา” ของพระ มหาฉัตรชัย สุฉตฺตชโย หัวหน้าภาควิชวิาตะวัน วั ออก คณะ มนุษยศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยมหามกุฏราชวิทวิยาลัย ว่าว่ ประวัติ วัติ


ประวัติ วัติ “…หมอชีวกได้ฟังดังนั้นกล่าวตำ หนิไปต่าง ๆ แล้วนำ ความไปกราบทูลพระพุทธองค์ถึง ผลกระทบจากการที่มีคนเข้ามาบวชในลักษณะดังกล่าว จะทำ ให้เกิดความเสื่อมเสียแก่หมู่ พระสงฆ์เป็นอย่างมาก นำ พาความเดือดร้อนวุ่นวุ่ วายมาให้ในภายหลัง ฉะนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่ว้ ก่อนแก้ จึงกราบทูลพระพุทธองค์ขอให้ทรงมีพระบัญญัติ ห้ามไม่ให้บวชคนที่เป็นโรคติดต่อ ประกอบไปด้วยโรคที่ผู้คนในแคว้นว้มคธเป็นกันอยู่ใน ขณะนั้น 5 ชนิดคือ โรคเรื้อรื้น โรคฝี โรคกลาก โรคไข้มองคร่อ โรคลมบ้าหมู ซึ่งเน้นหนัก ไปที่โรคผิวหนังที่สามารถติดต่อกันได้ ที่ไม่สามารถติดต่อกันได้แต่ก็ทำ ให้ผิวไม่น่าดูเป็นที่ น่ารังเกียจ ดังนั้น จึงไม่ควรให้บวช” นี่จึงเป็นเหตุผลว่าว่ทำ ไมถึงมีการระบุเรื่อรื่งโรคอันตราย 5 ประการ ที่รับรู้กันในปัจจุบัน


คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง 1.มุ่งมั่นไปสู่เป้าหมาย ชีวกโกมารภัจจ์มีความตั้งใจ แน่ว แน่ตั้งแต่เด็ก อยากจะศึกษาวิชวิาแพทย์ จากเด็ก กำ พร้า ถูกเก็บมาเลี้ยง ชีวกโกมารภัจจ์สามารถศึกษา จนสำ เร็จ เป็นแพทย์ได้สมความตั้งใจ


คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง 2. ใฝ่รู้และพากเพียร ชีวกโกมารภัจจ์มีความสนใจใฝ่ รู้และ วิริวิยริะอุตสาหะในการศึกษาวิชวิา และตั้งใจศึกษา วิชวิาจาก อาจารย์ด้วยขยัน หมั่นเพียร และอดทน จน กระทั่งสำ เร็จ การศึกษาได้ในระยะเวลาอันสั้น


คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง 3. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง แม้จะได้ รับ รางวัล วั มากมายจากพระเจ้าพิมพิสาร เมื่อรักษา อาการป่วย หาย แต่ชีวกโกมารภัจจ์ก็ปฏิเสธที่จะรับ เพราะถือว่าว่การ ให้การรักษาเป็นหน้าที่ที่พึงกระทำ


คุณธรรมทีควรถือเป็นแบบอย่าง 4. เสียสละ หมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นทั้งแพทย์หลวง แพทย์ ประจำ พระองค์ของพระพุทธเจ้า และต้องดูแล รักษา ประชาชนด้วย จึงนับว่าว่ต้องอุทิศเวลาเสียสละ ความสุขส่วน ตัวให้อย่างมาก


คำ สอนของหมอชีวกโกมารภัจจ์ เจออะไรก็มีประโยชน์ทั้งนั้นหากรู้จักมอง แต่เป็น เพราะเรา มองไม่เป็น เมื่อเจอสิ่งไม่พึงปรารถนา จึง ปล่อยให้มันทํา ร้ายจิตใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ หรือ รื ถึงกับหมดอาลัยตาย อยากกับชีวิตวิแต่ถึงจะทุกข์ อย่างไร ก็ไม่สายที่จะหา ประโยชน์จากมัน โดย เฉพาะการเปิดใจรับสัจธรรมจากมัน แต่จะทำ เช่นนั้น ได้ก็ต่อเมื่อมีสติ เห็นทุกข์ ไม่เผลอเป็นผู้ ทุกข์ "หากเห็นมันอย่างแจ่มแจ้ง สัจธรรมที่มันเผย แสดงออกมา ย่อมช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้ในที่สุด"


จัดทำ โดย นายชวนากร ช่วยอุระชน ชั้นม.5/3 เลขที่ 1 นายชิติพัทธ์ จงผึ้ง ชั้นม.5/3 เลขที่ 8


Click to View FlipBook Version