The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มืออธิบาย_พรบ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน_ปี_2535

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by คนาวุฒิ แตงวิเชียร, 2022-05-26 23:06:46

คู่มืออธิบาย_พรบ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน_ปี_2535

คู่มืออธิบาย_พรบ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน_ปี_2535

คมู ือ
คาํ อธิบายพระราชบญั ญตั ิ
การสง เสริมการอนุรักษพ ลังงาน
พ.ศ. ๒๕๓๕ (ฉบับแกไ ขเพม่ิ เติม)
สําหรบั โรงงานควบคุมและอาคารควบคมุ

สงิ หาคม 2552

ฉบบั วนั ท่ี 17 สิงหาคม 2552

สารบญั หนา

๑. คาํ นําและโครงสรางของกฎหมาย ๓
๒. ขอบเขตการบงั คบั ใชพ ระราชบัญญตั ิฯ ๔
๓. ลักษณะของโรงงานควบคมุ และอาคารควบคมุ ๕
๔. การอนรุ ักษพลังงานตามพระราชบัญญัติฯ ๖

๔.๑ การอนรุ ักษพ ลงั งานในโรงงาน
๔.๒ การอนุรกั ษพ ลงั งานในอาคาร ๘
๔.๓ สิทธใิ นการขอผอนผนั การปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญัตฯิ

ของโรงงานควบคุมและอาคารควบคมุ ๙
๔.๔ การอนรุ กั ษพลงั งานในเครอ่ื งจักรหรืออุปกรณแ ละสงเสริมการใชว ัสดุ ๑๐
๑๐
หรอื อปุ กรณเ พือ่ การอนุรักษพ ลงั งาน ๑๐
๕. หนา ทข่ี องโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม ๑๑
๖. การจดั ใหมผี ูรบั ผิดชอบดานพลังงาน ๑๑
๑๓
๖.๑ คุณสมบัติของผูรบั ผดิ ชอบดานพลังงาน ๑๔
๖.๒ จํานวนของผูรบั ผดิ ชอบดานพลังงาน ๑๖
๖.๓ หนา ท่ีของผรู ับผดิ ชอบดานพลังงาน ๑๖
๖.๔ การแจง การแตงต้งั ผูร ับผดิ ชอบดานพลงั งาน ๑๗
๖.๕ การแจงการพนหนา ทีข่ องผรู ับผิดชอบดานพลังงาน ๑๘
๗. การจดั การพลังงาน ๑๘
๗.๑ การจัดใหม คี ณะทาํ งานดานการจัดการพลังงาน
๗.๒ การประเมินสถานภาพการจดั การพลังงานเบือ้ งตน ๑๘
๗.๓ การกําหนดนโยบายอนุรกั ษพ ลงั งาน ๑๘
๗.๔ การจัดใหมกี ารประเมนิ ศกั ยภาพการอนรุ กั ษพ ลงั งาน
๗.๕ การจัดใหม กี ารกาํ หนดเปาหมายและแผนอนุรกั ษพ ลังงาน ๑๙
๗.๖ การจัดใหมีการควบคมุ ดูแล การตรวจสอบและวิเคราะหการปฏบิ ัติ ๑๙

ตามเปาหมายและแผนอนรุ ักษพลงั งาน
๗.๗ การจดั ใหม ีการตรวจตดิ ตาม และประเมนิ การจดั การพลังงาน
๗.๘ การจัดใหม ีการทบทวน วเิ คราะห และแกไ ขขอ บกพรอ ง

ของการจดั การพลงั งาน
๗.๙ การตรวจสอบและรบั รองการจดั การพลงั งาน และการสง รายงาน

-๒- หนา

๘. กองทุนเพอ่ื สง เสรมิ การอนุรักษพ ลงั งาน ๑๙
๘.๑ แหลง เงินกองทุนฯ ๒๐
๘.๒ วตั ถปุ ระสงคของการใชเ งินกองทนุ ฯ ๒๐
๒๑
๙. สทิ ธกิ ารขอรบั การสงเสริมและชว ยเหลอื จากกองทนุ ฯ ๒๑
๑๐. การชาํ ระคา ธรรมเนียมพิเศษการใชไฟฟา และการอุทธรณ ๒๒
๑๑. บทกําหนดโทษ

ภาคผนวก ก พระราชบญั ญตั ิการสง เสรมิ การอนุรักษพลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕
(ฉบับแกไ ขเพม่ิ เตมิ )

ภาคผนวก ข พระราชกฤษฎกี ากาํ หนดอาคารควบคมุ พ.ศ. ๒๕๓๘
ภาคผนวก ค พระราชกฤษฎีกากาํ หนดโรงงานควบคมุ พ.ศ. ๒๕๔๐
ภาคผนวก ง กฎกระทรวงกาํ หนดประเภทหรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน

หลักเกณฑ และวิธีการในการออกแบบอาคารเพ่อื การอนุรกั ษพ ลงั งาน
พ.ศ. ๒๕๕๒
ภาคผนวก จ กฎกระทรวงกาํ หนดคุณสมบตั ิ หนาท่ี และจํานวนของผูรับผดิ ชอบ
ดานพลงั งาน พ.ศ. ๒๕๕๒
ภาคผนวก ฉ กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวธิ กี ารจัดการพลังงาน
ในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. ๒๕๕๒

คมู ือคําอธบิ ายพระราชบญั ญัติ
การสง เสรมิ การอนรุ ักษพ ลงั งาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ฉบับแกไขเพมิ่ เติม)

สําหรับโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม

๑. คํานาํ และโครงสรา งของกฎหมาย

เนื่องจากความตองการใชพลังงานเพื่อตอบสนองการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของ
ประเทศไดเ พมิ่ ขึน้ ในอัตราทสี่ งู อนั เปน ภาระแกป ระเทศในการลงทนุ เพอ่ื จดั หาพลงั งานทั้งในและนอกประเทศ
ไวใชตามความตอ งการทีเ่ พิม่ ข้นึ ดังกลาว และปจ จุบนั การดําเนนิ การอนรุ กั ษพลังงานเพ่ือใหม ีการผลิตและการ
ใชพลังงานอยางประหยัดและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการกอใหเกิดการผลิตเคร่ืองจักรและอุปกรณทมี่ ี
ประสทิ ธิภาพสงู และวัสดุท่ใี ชในการอนุรักษพลังงานข้นึ ภายในประเทศนั้น ยังไมส ามารถเรงรดั ดําเนนิ งานให
บรรลุเปาหมายได ดวยเหตุนก้ี รมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนุรักษพ ลงั งาน (พพ.) จึงไดยกรา งกฎหมาย
สงเสรมิ การอนุรักษพลังงานข้ึนมา เพ่ือกาํ หนดมาตรการในการกาํ กับ ดูแล สงเสรมิ และชว ยเหลือเก่ยี วกบั การ
ใชพลังงาน โดยมีการกาํ หนดนโยบายอนุรักษพลงั งาน เปา หมายและแผนอนรุ กั ษพลงั งาน การตรวจสอบและ
วิเคราะหการอนุรกั ษพลงั งาน วธิ ีปฏบิ ตั ิในการอนรุ กั ษพลังงาน การกําหนดระดับการใชพลังงานในเครื่องจักร
และอปุ กรณ การจัดต้งั กองทนุ เพื่อสงเสรมิ การอนรุ กั ษพลงั งานเพื่อใหก ารอุดหนุน ชว ยเหลอื ในการอนุรักษ
พลังงาน การปองกันและแกไ ขปญ หาสง่ิ แวดลอ มจากการใชพลงั งาน ตลอดจนการคน ควาวิจยั เกีย่ วกับพลังงาน
และกําหนดมาตรการเพื่อสง เสริมใหมีการอนุรักษพลังงาน หรือผลติ เครื่องจักรอุปกรณทม่ี ปี ระสิทธิภาพสูง
หรือวัสดเุ พ่อื ใชใ นการอนรุ ักษพลังงาน ในทา ยที่สดุ “พระราชบัญญัตกิ ารสงเสริมการอนรุ กั ษพลงั งาน พ.ศ.
๒๕๓๕” ก็ไดผานการพจิ ารณาจากสภานิตบิ ัญญตั ิแหง ชาตแิ ละไดมพี ระบรมราชโองการฯ ใหประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕ โดยมีผลบังคบั ใชตั้งแตว นั ที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕

อยา งไรก็ดี เน่อื งจากพระราชบัญญตั กิ ารสง เสริมการอนรุ ักษพลงั งาน พ.ศ.๒๕๓๕ มีบทบัญญัติ
บางประการไมเหมาะสมกบั สภาวการณใ นปจจุบนั ฝายนติ ิบญั ญัติจึงเห็นสมควรแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ
ดังกลาวเพื่อใหส ามารถกํากับและสง เสริมการใชพลังงานการอนุรกั ษพ ลังงานใหมีประสิทธิภาพและสามารถ
ปรบั เปลีย่ นแนวทางการอนุรักษพลังงานใหทันตอเทคโนโลยี กําหนดมาตรฐานดา นประสทิ ธภิ าพของการผลิต
เครื่องจักรและอุปกรณ การเกบ็ รกั ษาเงินและทรัพยสนิ ของกองทนุ เพื่อสงเสรมิ การอนรุ กั ษพลังงานตลอดจน
การมอบหมายใหบ ุคคลหรือนติ บิ ุคคลตรวจสอบและรับรองการจดั การพลังงาน การใชพ ลังงานในเคร่ืองจักร
หรอื อุปกรณ และคณุ ภาพวัสดหุ รืออุปกรณเ พ่ือการอนรุ กั ษพ ลงั งานแทนพนักงานเจาหนาทเ่ี พ่อื ใหทนั ตอการ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จึงไดตรา “พระราชบัญญัติการสงเสริมการอนุรักษพลังงาน
(ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๐” ขึ้นใชบ ังคับ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเม่ือวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๐ และใหม ี
ผลใชบังคับเมือ่ พนกําหนด ๑๘๐ วันนับแตวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ซ่ึงมีผลใชบงั คับตั้งแตวันที่ ๑
มถิ ุนายน พ.ศ.๒๕๕๑ เปน ตนไป



พระราชบัญญัติการสงเสริมการอนรุ ักษพลงั งาน พ.ศ.๒๕๓๕ ซ่งึ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญตั ิ
การสงเสริมการอนรุ กั ษพ ลังงาน (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๐ มีวตั ถุประสงคหลกั อยู ๓ ประการดงั น้ี

(๑) เพอื่ กาํ กับดแู ล สง เสริม และสนบั สนุนใหผทู ่ีตอ งดําเนินการอนรุ ักษพลงั งานตามกฎหมายมี
การอนรุ กั ษพลังงานดวยการผลติ และใชพลังงานอยา งมีประสิทธภิ าพและประหยัด

(๒) เพือ่ สง เสรมิ และสนับสนุนใหเกิดการผลิตเครื่องจกั รและอุปกรณท ่ีมีประสิทธิภาพสงู รวมทั้ง
วัสดุที่ใชใ นการอนุรกั ษพ ลงั งานข้ึนใชในประเทศ และใหม ีการใชอ ยา งแพรหลาย

(๓) เพ่ือสง เสรมิ และสนบั สนุนใหมีการอนรุ กั ษพ ลังงานอยางเปน รูปธรรม โดยการจดั ต้ัง “กองทุน
เพ่ือสงเสริมการอนุรักษพลงั งาน” เพอ่ื ใชเปนกลไกในการใหความชวยเหลือทางการเงินแกผ ูที่ตองดาํ เนนิ การ
อนรุ ักษพลังงานตามกฎหมาย

พระราชบญั ญตั ิการสงเสริมการอนรุ ักษพ ลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบบั แกไ ขเพิม่ เติม) ประกอบดว ย
บทบญั ญัตทิ ั้งส้นิ ๙ หมวดดงั นี้

บทบญั ญัติท่ัวไปและคํานยิ ามศพั ท (มาตรา ๑-๖)

หมวด ๑ การอนุรักษพ ลังงานในโรงงาน (มาตรา ๗-๑๖)

หมวด ๒ การอนรุ กั ษพ ลงั งานในอาคาร (มาตรา ๑๗-๒๒)

หมวด ๓ การอนุรกั ษพ ลงั งานในเครอื่ งจกั รหรอื อุปกรณและสงเสริม

การใชวัสดุหรอื อปุ กรณเ พื่อการอนุรกั ษพลงั งาน (มาตรา ๒๓)

หมวด ๔ กองทนุ เพื่อสงเสริมการอนรุ ักษพลังงาน (มาตรา ๒๔-๓๙)

หมวด ๕ มาตรการสงเสริมและชวยเหลอื (มาตรา ๔๐-๔๑)

หมวด ๖ คาธรรมเนียมพิเศษ (มาตรา ๔๒-๔๖)

หมวด ๗ พนกั งานเจาหนา ที่ (มาตรา ๔๗-๔๙)

หมวด ๘ การอทุ ธรณ (มาตรา ๕๐-๕๒)

หมวด ๙ บทกาํ หนดโทษ (มาตรา ๕๓-๖๑)

รายละเอียดของพระราชบัญญัติการสงเสริมการอนุรักษพลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแกไข
เพม่ิ เติม) อยใู นภาคผนวก ก

ในการนี้ กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนุรกั ษพลงั งานจึงไดจดั ทําคําอธิบายการปฏิบัติตาม
พระราชบญั ญัตกิ ารสง เสรมิ การอนรุ กั ษพลงั งาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบบั แกไ ขเพม่ิ เตมิ ) สาํ หรบั โรงงานควบคุมและ
อาคารควบคุมข้ึนเพื่อใหสอดคลอ งกับพระราชบัญญัติและกฎหมายลําดับรองท่ีไดปรับปรุงแกไขใหม ท้ังน้ี
เพื่อใหเจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุม ตลอดจนผูท่ีเก่ียวของ ไดเขาใจถึงแนวทางการ
ดําเนินการอนรุ กั ษพ ลงั งานตามกฎหมายฉบับน้ี อนั จะนําไปสกู ารปฏบิ ตั ิตามกฎหมายไดอยางถกู ตอ ง



๒. ขอบเขตการบงั คับใชพระราชบัญญัติฯ

โดยท่ีพระราชบัญญัติการสงเสริมการอนุรักษพลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแกไขเพิ่มเติม)
มวี ัตถุประสงคหลักเพ่ือกํากับดูแล สงเสริม และสนับสนุนให “โรงงานควบคุม” และ “อาคารควบคุม”
ดําเนนิ การอนุรักษพ ลังงานดวยการผลิตและใชพลงั งานอยางมปี ระสทิ ธภิ าพและประหยดั และเพ่ือสง เสรมิ และ
สนบั สนุนใหเกิดการผลติ เคร่อื งจกั รหรืออุปกรณทมี่ ีประสทิ ธิภาพสูง รวมทงั้ สงเสริมการใชวสั ดุหรืออุปกรณ
เพ่อื การอนรุ กั ษพลังงานขึ้นในประเทศและใหมีการใชอยางแพรห ลาย ฉะน้ัน กลมุ เปาหมายทร่ี ัฐมุง เขา ไปกํากบั
ดูแล สง เสริม และสนบั สนนุ เพอื่ ใหเ กดิ การดําเนินการอนรุ กั ษพลังงานตามพระราชบญั ญตั นิ ้ีจงึ ประกอบดวย ๓
กลุมดงั น้ี

(๑) โรงงานควบคุม

(๒) อาคารควบคมุ

(๓) ผูผลติ หรอื ผจู าํ หนา ยเคร่ืองจกั รหรืออุปกรณทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพสูง รวมถงึ วัสดุหรืออุปกรณเพื่อ
การอนุรักษพลงั งาน

ดวยเหตุน้ีพระราชบัญญัติการสงเสริมการอนุรักษพลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแกไขเพิ่มเติม)
จงึ บังคบั ใชก ับกลมุ เปาหมายเพยี ง ๓ กลมุ ทก่ี ลาวมาขา งตนเทา นน้ั

ในสว นของกลุม โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมท่ีอยภู ายใตบังคับของพระราชบัญญัติฯ น้ัน
จะมุง เนนโรงงานและอาคารทีม่ ีการใชพลังงานในปริมาณมากและมศี ักยภาพพรอมท่ีจะดําเนินการอนุรักษ
พลังงานไดทันที ท้ังนี้ โรงงานหรืออาคารใดจะเขาขายเปนโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมหรือไม
ยอมเปนไปตามท่พี ระราชกฤษฎีกากําหนดโรงงานควบคุม พ.ศ.๒๕๔๐ และพระราชกฤษฎีกากําหนดอาคาร
ควบคุม พ.ศ.๒๕๓๘ ไดก ําหนดไว ซ่ึงจะไดกลา วโดยละเอยี ดตอไปในหวั ขอ ๓

ในสวนของกลุมผูผ ลิตหรือผูจาํ หนายเคร่ืองจักรหรืออุปกรณท ่มี ีประสทิ ธิภาพสูง รวมถงึ วัสดุหรือ
อุปกรณเพือ่ การอนุรักษพ ลังงานน้นั จะไดรับสิทธิอุดหนุนชวยเหลือทางการเงินเพ่อื ใหม ีการผลิตหรือจําหนาย
เคร่ืองจักร อุปกรณ และวัสดุเหลาน้ีจําหนายใหแกประชาชนอยางแพรหลายและมีราคาถูก ซึ่งจะชวยให
ประชาชนทวั่ ไปลดการใชพลังงานลงได ทง้ั น้ี การกาํ หนดเครอื่ งจักรหรืออุปกรณต ามประเภท ขนาด ปริมาณ
การใชพลงั งาน อัตราการเปลย่ี นแปลงพลังงาน และประสิทธิภาพการใชพลงั งานอยา งใด เปนเคร่ืองจกั รหรือ
อุปกรณท ี่มปี ระสิทธิภาพสูงท่อี ยูภายใตบ ังคบั ของพระราชบัญญัตินี้ ยอ มเปนไปตามกฎกระทรวงซึ่งไดกาํ หนด
เปนเร่ืองๆ ไป เชน กฎกระทรวงกําหนดเคร่ืองปรับอากาศท่ีมีประสิทธิภาพสูง พ.ศ.๒๕๕๒ กฎกระทรวง
กําหนดตูเยน็ ทีม่ ีประสิทธิภาพสูง พ.ศ.๒๕๕๒ หรือกฎกระทรวงกําหนดหมอ หงุ ขาวไฟฟา ทม่ี ีประสทิ ธิภาพสูง
พ.ศ.๒๕๕๒ เปนตน และเชนเดียวกัน การกําหนดวัสดุหรืออุปกรณเพื่อการอนุรกั ษพลังงานตามประเภท
คุณภาพและมาตรฐานอยางใดเปนวัสดุหรืออุปกรณเพ่ือการอนุรักษพลังงานท่ีอยูภายใตบังคับของ
พระราชบญั ญัตินี้ ยอ มเปนไปตามกฎกระทรวงซึ่งไดกาํ หนดเปน เร่ืองๆ ไป เชน กฎกระทรวงกําหนดกระจก
เพอื่ การอนุรักษพ ลงั งาน พ.ศ.๒๕๕๒ เปนตน



๓. ลกั ษณะของโรงงานควบคมุ และอาคารควบคมุ

ผูที่มหี นา ทต่ี องดาํ เนนิ การอนรุ ักษพลังงานตามพระราชบัญญัตกิ ารสง เสริมการอนุรกั ษพ ลงั งาน
พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแกไขเพ่ิมเตมิ ) นน้ั จะถูกเรียกวา “โรงงานควบคุม” หรือ “อาคารควบคุม” แลว แตก รณี
โดยจะเนนไปที่โรงงานและอาคารที่มีการใชพลังงานในปริมาณมากและมีศักยภาพพรอมท่ีจะดําเนินการ
อนุรักษพลังงานไดทันที ทั้งนี้ ลักษณะของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมยอมเปนไปตามที่พระราช
กฤษฎีกากําหนดโรงงานควบคุม พ.ศ.๒๕๔๐ และพระราชกฤษฎีกากําหนดอาคารควบคุม พ.ศ.๒๕๓๘
ไดกาํ หนดไว ดังนี้

โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม หมายถึง โรงงานหรืออาคารทมี่ ีหนาท่ีตองดาํ เนินการอนรุ กั ษ
พลังงานตามพระราชบัญญัติการสงเสริมการอนรุ ักษพลงั งาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแกไขเพ่ิมเติม) ซึ่งโรงงาน
หรืออาคารทเี่ ขาขายเปนโรงงานควบคมุ หรืออาคารควบคมุ นนั้ จะตองมีลักษณะการใชพ ลงั งานอยา งหน่ึงอยา ง
ใดดงั ตอ ไปน้ี

(๑) เปนโรงงานหรืออาคารทีไ่ ดรับอนมุ ตั ิจากผจู ําหนายพลังงานใหใ ชเ ครอ่ื งวดั ไฟฟาหรอื ใหต ิดต้ัง
หมอ แปลงไฟฟา ชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกนั มีขนาดตง้ั แต ๑,๐๐๐ กิโลวัตต หรือ ๑,๑๗๕ กิโลโวลทแอมแปร
ข้ึนไป หรอื

(๒) เปนโรงงานหรอื อาคารทใี่ ชไฟฟาจากระบบของผูจ ําหนายพลงั งาน ความรอ นจากไอนํา้ จากผู
จําหนายพลงั งาน หรือพลงั งานส้ินเปลืองอื่นจากผูจําหนายพลงั งานหรือของตนเอง อยางใดอยา งหนึ่งหรือ
รวมกันตัง้ แตว ันท่ี ๑ มกราคมถึงวนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคมของปท่ีผานมา มปี รมิ าณพลังงานท้งั หมดเทียบเทา พลงั งาน
ไฟฟาต้ังแต ๒๐ ลานเมกะจลู ขนึ้ ไป

อยา งไรก็ดี สําหรบั อาคารบางประเภทแมม ีลกั ษณะการใชพลงั งานเขา ขา ยเปน อาคารควบคมุ ตามที่
กลาวมาขางตน แตพระราชกฤษฎกี ากําหนดอาคารควบคุม พ.ศ.๒๕๓๘ กไ็ ดกําหนดยกเวนไวไ มใหอาคาร
ดังตอไปนี้เปนอาคารควบคมุ ซ่งึ ไดแก อาคารทใี่ ชเปน พระที่นงั่ หรือพระราชวัง อาคารทีท่ ําการสถานทตู หรือ
สถานกงสุลตางประเทศ อาคารท่ีทําการขององคก ารระหวา งประเทศหรือท่ีทําการของหนวยงานท่ีตง้ั ขนึ้ ตาม
ความตกลงระหวา งรัฐบาลไทยกบั รฐั บาลตางประเทศ โบราณสถาน วัดวาอารามหรอื อาคารตา งๆ ที่ใชเพื่อการ
ศาสนา ซง่ึ มีกฎหมายควบคุมการกอสรา งไวแ ลว โดยเฉพาะ

สําหรบั การคาํ นวณปรมิ าณการใชพลังงานตาม (๒) ขา งตนใหค าํ นวณตามหลักเกณฑท ี่กําหนดไว
ในพระราชกฤษฎกี าฯ ดังน้ี

(๑) กรณีไฟฟา ใหคาํ นวณปริมาณการใชไ ฟฟา เปน หนว ยกโิ ลวตั ตชัว่ โมงแลวคูณดว ย ๓.๖๐

(๒) กรณีความรอนจากไอนํ้า ใหค ํานวณปริมาณความรอนจากไอนํ้าเปนพลังงานไฟฟาเทยี บเทา
โดยใชสูตรดงั ตอไปน้ี

Es = (hs - hw) x S x eff.

โดย Es หมายถงึ ปริมาณความรอนจากไอนาํ้ เปนพลงั งานไฟฟาเทยี บเทา หนว ยเปนเมกะจลู /ป



hs หมายถงึ คา Enthalpy ของไอนา้ํ ทใี่ ช หนว ยเปนเมกะจลู /ตัน จากตารางไอนํา้
(steamtable) ทั่วไป

hw หมายถึง คา Enthalpy ของนาํ้ ท่ีอุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดันหน่ึงบรรยากาศ
ในท่นี ีใ้ หใชค าเทากับ ๑๑๓ เมกะจูล/ตนั

S หมายถงึ ปริมาณไอนํ้าท่ใี ช หนวยเปนตัน/ป ดูจากเคร่ืองวัดปริมาณไอน้ําของอาคารหรือ
โรงงาน

eff. หมายถึง ประสิทธภิ าพการเปลย่ี นพลงั งานความรอนเปนพลังงานไฟฟาเทียบเทา ในทีน่ ้ใี ชคา
๐.๔๕

(๓) กรณีพลังงานสิ้นเปลืองอ่ืน ใหคํานวณปริมาณความรอนจากพลังงานสิ้นเปลืองอื่นเปน
พลังงานไฟฟา เทยี บเทา โดยใชส ูตรดงั ตอ ไปนี้

Ef = F x HHV x eff.

โดย Ef หมายถึง ปรมิ าณความรอ นจากพลงั งานสิ้นเปลืองอื่นเปน พลังงานไฟฟาเทยี บเทา
หนว ยเปน เมกะจูล/ป

F หมายถงึ ปริมาณการใชพ ลงั งานสิน้ เปลือง หนวยเปนหนว ยน้ําหนกั หรือปริมาตรตอ ป

HHV หมายถงึ คา ความรอ นสงู (higher heating value) ของพลังงานสนิ้ เปลืองที่ใชหนวย
เปนเมกะจูล/หนวยนา้ํ หนกั หรอื ปรมิ าตร

eff. หมายถงึ ประสทิ ธิภาพการเปล่ียนพลงั งานความรอนเปน พลงั งานไฟฟา เทยี บเทา
ในท่นี ี้ใชค า ๐.๔๕

ในกรณที ่ีไมมคี าความรอนสูงจากผูจาํ หนาย ใหใชความรอนเฉลี่ยท่ีกรมพัฒนาพลังงานทดแทน
และอนรุ ักษพ ลังงานกําหนด

รายละเอียดของพระราชกฤษฎีกากําหนดอาคารควบคุม พ.ศ.๒๕๓๘ และพระราชกฤษฎีกา
กาํ หนดโรงงานควบคุม พ.ศ.๒๕๔๐ อยูในภาคผนวก ข และภาคผนวก ค ตามลําดบั

๔. การอนรุ กั ษพ ลังงานตามพระราชบัญญตั ฯิ

พระราชบญั ญัตกิ ารสง เสรมิ การอนรุ ักษพลงั งาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแกไ ขเพ่ิมเตมิ ) ไดกาํ หนดการ
ดําเนินการเพ่ือการอนุรักษพลังงานในโรงงานควบคุม อาคารควบคุม และในเครื่องจักรหรืออุปกรณและ
สง เสรมิ การใชว สั ดหุ รอื อุปกรณเ พ่อื การอนุรกั ษพลังงานไว ท้งั น้ี เพ่ือใหผูท่ีมีหนาท่เี ก่ียวของทัง้ ในสวนผูป ฏบิ ตั ิ
และผูกํากับดูแลมีความเขาใจชัดเจนตรงกันวาการดําเนินการอยา งใดทถ่ี ือวาเปนการอนุรักษพลงั งานตาม
กฎหมายน้ี ซงึ่ ไดแก



๔.๑ การอนรุ กั ษพลังงานในโรงงาน

การอนรุ ักษพ ลงั งานในโรงงานตามมาตรา ๗ ไดแ ก การดําเนินการอยา งใดอยางหนง่ึ

ดงั ตอ ไปนี้

(๑) การปรบั ปรงุ ประสทิ ธิภาพของการเผาไหมเ ชอ้ื เพลิง

(๒) การปอ งกนั การสญู เสยี พลงั งาน

(๓) การนาํ พลงั งานท่ีเหลอื จากการใชแ ลว กลบั มาใชใ หม

(๔) การเปลีย่ นไปใชพลงั งานอีกประเภทหน่งึ

(๕) การปรบั ปรุงการใชไฟฟาดวยวิธปี รบั ปรุงตัวประกอบกาํ ลงั ไฟฟา การลดความตองพลงั

ไฟฟาสูงสุดในชว งความตองการใชไฟฟาสูงสดุ ของระบบการใชอุปกรณไ ฟฟาใหเหมาะสมกับภาระและวิธีการ
อน่ื

(๖) การใชเครือ่ งจักรหรอื อุปกรณท ีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู ตลอดจนระบบควบคุมการทาํ งานและ
วัสดทุ ี่ชวยในการอนรุ กั ษพลงั งาน

(๗) การอนรุ ักษพลังงานโดยวธิ ีอ่ืนตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

อน่ึง เพ่ือประโยชนในการอนุรักษพลังงานในโรงงานควบคุม มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง
ไดกําหนดใหรฐั มนตรวี าการกระทรวงพลังงานโดยคําแนะนําของคณะกรรมการนโยบายพลงั งานแหง ชาติมี
อาํ นาจออกกฎกระทรวงในเร่ืองดงั ตอไปน้ี

(๑) กําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวธิ กี ารจดั การพลังงานใหเ จาของโรงงานควบคมุ ตอง
ปฏิบัติ

(๒) กาํ หนดใหเ จา ของโรงงานควบคมุ ตองจดั ใหม ีผรู บั ผดิ ชอบดานพลังงานประจําในโรงงาน
ควบคุมแตล ะแหง ตลอดจนกาํ หนดคุณสมบตั แิ ละหนา ทข่ี องผูรบั ผิดชอบดา นพลงั งาน

นอกจากน้ี ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรใหอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ
พลังงานมีอํานาจออกคําสั่งใหเจาของโรงงานควบคุมรายใดแจงขอเท็จจริงเก่ียวกับการใชพลังงานเพื่อ
ตรวจสอบใหการอนุรักษพลงั งานเปนไปตามมาตรฐาน หลกั เกณฑและวิธีการทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวงที่ออก

โดยรัฐมนตรีวา การกระทรวงพลังงาน และใหเ จา ของโรงงานควบคุมรายน้ันปฏิบตั ิตามภายใน ๓๐ วันนับแต
วนั ทีไ่ ดรบั คําส่ังนนั้ ตามมาตรา ๑๐



๔.๒ การอนุรกั ษพ ลงั งานในอาคาร

การอนุรกั ษพ ลังงานในอาคารตามมาตรา ๑๗ ไดแก การดาํ เนนิ การอยา งใดอยางหน่ึง

ดังตอไปนี้

(๑) การลดความรอ นจากแสงอาทิตยทเ่ี ขามาในอาคาร

(๒) การปรบั อากาศอยา งมปี ระสิทธิภาพ รวมทง้ั การรกั ษาอุณหภมู ิภายในอาคารใหอยใู น
ระดับที่เหมาะสม

(๓) การใชวัสดุกอ สรางอาคารที่จะชว ยอนุรักษพ ลงั งาน ตลอดจนการแสดงคณุ ภาพของวสั ดุ
กอสรางนนั้ ๆ

(๔) การใชแ สงสวา งในอาคารอยางมีประสทิ ธิภาพ

(๕) การใชและการตดิ ต้งั เคร่อื งจักร อปุ กรณ และวสั ดทุ ก่ี อใหเกิดการอนรุ กั ษพลังงานใน
อาคาร

(๖) การใชระบบควบคมุ การทาํ งานของเครอ่ื งจกั รและอปุ กรณ

(๗) การอนุรกั ษพ ลังงานโดยวิธีอืน่ ตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง

ทั้งนี้ เพื่อประโยชนใ นการอนุรักษพ ลังงานในอาคารท่ีจะทาํ การกอสรา งหรือดัดแปลง มาตรา
๑๙ วรรคหนงึ่ ไดก ําหนดใหร ัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแหงชาติมีอาํ นาจออก
กฎกระทรวงในเรื่องดังตอ ไปนี้

(๑) กําหนดประเภท หรือขนาดของอาคารที่จะทําการกอสรา งหรอื ดดั แปลงท่ีจะตอ งมีการ
ออกแบบเพอื่ การอนรุ กั ษพ ลงั งาน

(๒) กําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวิธกี ารในการออกแบบอาคารตาม (๑) เพอื่ การอนรุ ักษ

พลงั งาน

รายละเอียดของกฎกระทรวงกําหนดประเภทหรอื ขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลกั เกณฑและ
วิธกี ารในการออกแบบอาคารเพอ่ื การอนุรักษพ ลังงาน พ.ศ.๒๕๕๒ อยใู นภาคผนวก ง

ในการออกกฎกระทรวงดังกลา วขางตน มาตรา ๒๐ กําหนดวาถา คณะกรรมการควบคมุ อาคาร
ตามกฎหมายวา ดวยการควบคมุ อาคารไดพจิ ารณาใหความเห็นชอบท่ีจะนํามาใชบงั คับกบั การควบคุมอาคาร

ตามกฎหมายวา ดวยการควบคุมอาคารดว ยแลว ใหถ ือวากฎกระทรวงดงั กลา วมีผลเสมอื นเปนกฎกระทรวงท่ี
ออกตามมาตรา ๘ แหง พระราชบัญญตั ิควบคมุ อาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ และใหผูมีอาํ นาจหนา ท่ีตามกฎหมายวา
ดวยการควบคุมอาคารมีอํานาจหนาทีค่ วบคมุ ดแู ลใหการกอ สรา งหรือดดั แปลงอาคารเปนไปตามกฎกระทรวง

ดังกลาว และในกรณีเชนวานี้แมวาอาคารท่ีเขาลักษณะเปนอาคารควบคุมจะอยใู นทอ งท่ีที่ยงั มิไดมีพระราช
กฤษฎีกาใชบังคับกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคารกต็ าม ใหถือวาอยูในบังคับแหง กฎหมายวาดวยการ
ควบคมุ อาคารดวย ท้ังนี้ เฉพาะในขอบเขตที่เกย่ี วของเพือ่ ประโยชนใ นการปฏิบัตติ ามพระราชบญั ญัตินี้



นอกจากน้ี เพื่อประโยชนในการอนุรักษพลังงานในอาคารควบคุม มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง
กําหนดใหรัฐมนตรโี ดยคาํ แนะนาํ ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแหง ชาตมิ ีอาํ นาจออกกฎกระทรวงในเรื่อง
ดงั ตอ ไปน้ี

(๑) กาํ หนดมาตรฐาน หลกั เกณฑ และวธิ กี ารจดั การพลงั งานใหเ จา ของอาคารควบคุมตอ งปฏิบัติ

(๒) กําหนดใหเ จาของอาคารควบคมุ ตองจัดใหม ีผรู ับผิดชอบดานพลงั งานประจําในอาคารควบคมุ
แตละแหง ตลอดจนกาํ หนดคุณสมบัติและหนาที่ของผรู ับผดิ ชอบดานพลังงาน

อนึ่ง ในกรณีทมี่ ีเหตุอันสมควรใหอ ธบิ ดีกรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนุรกั ษพลงั งานมีอํานาจ
ออกคาํ สง่ั ใหเจาของอาคารควบคุมรายใดแจงขอเท็จจรงิ เก่ียวกับการใชพลงั งานเพื่อตรวจสอบใหการอนรุ กั ษ
พลงั งานเปนไปตามมาตรฐาน หลักเกณฑและวิธีการทีก่ ําหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีวาการ
กระทรวงพลังงาน และใหเ จาของอาคารควบคมุ รายนน้ั ปฏิบตั ิตามภายใน ๓๐ วนั นับแตวันที่ไดรับคําสงั่ นั้น
ตามมาตรา ๒๑ ประกอบมาตรา ๑๐

๔.๓ สิทธใิ นการขอผอ นผันการปฏิบตั ิตามพระราชบัญญตั ิฯ ของโรงงานควบคมุ และอาคาร
ควบคมุ

ในกรณีทเี่ จา ของโรงงานควบคมุ หรือเจาของอาคารควบคุมแหง ใดใชพ ลงั งานตํ่ากวาขนาดหรือ
ปริมาณท่ีกาํ หนดในพระราชกฤษฎีกากําหนดโรงงานควบคุม พ.ศ.๒๕๔๐ หรือพระราชกฤษฎีกากาํ หนดอาคาร
ควบคุม พ.ศ.๒๕๓๘ และจะใชพลงั งานในระดับดงั กลาวตอ ไปเปน เวลาติดตอกันไมน อยกวา ๖ เดือน เจาของ
โรงงานควบคมุ หรือเจาของอาคารควบคมุ แหงน้นั อาจแจงรายละเอยี ดพรอ มดวยเหตผุ ล และมคี าํ ขอใหอธบิ ดี
กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนุรักษพลังงานผอนผันการที่ตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัตนิ ้ีตลอดเวลา
ดงั กลา วได และในกรณีท่ีมีคําขอดงั กลาวใหอธิบดีพิจารณาผอนผันหรอื ไมผอนผันและมีหนังสอื แจงผลให
เจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมทราบโดยเร็วตามมาตรา ๘ วรรคสามหรือมาตรา ๑๘
ประกอบมาตรา ๘ วรรคสาม แลว แตก รณี

เมื่อเจา ของโรงงานควบคมุ หรือเจาของอาคารควบคุมไดรบั หนังสือแจงผลแลว ไมเห็นดวยกับ
หนงั สือแจงดังกลา ว ใหเ จาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมอทุ ธรณตอรัฐมนตรีวาการกระทรวง
พลังงานภายใน ๓๐ วันนับแตวันท่ไี ดรับแจง ในกรณีเชนวานี้ใหกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ
พลังงานรอการดําเนินการไวกอนจนกวาจะมคี ําวินิจฉัยของรัฐมนตรีและแจงคําวินิจฉัยใหเจาของโรงงาน
ควบคุมหรอื เจาของอาคารควบคุมซ่ึงเปนผูย่นื คาํ รอ งทราบแลวตามมาตรา ๕๐ ท้ังนี้ รฐั มนตรีตองพจิ ารณา
อุทธรณใหเ สรจ็ โดยเร็ว และคําวนิ จิ ฉัยของรัฐมนตรีใหเ ปน ท่ีสุดตามมาตรา ๕๒

หากเจา ของโรงงานควบคุมหรือเจา ของอาคารควบคุมแหง ใดแจง รายละเอียดหรอื เหตผุ ลในการใช
พลังงานต่ํากวาขนาดหรือ ปริมาณที่กําหนดในพระราชกฤษฎกี าฯ อันเปนเท็จ เจาของโรงงานควบคมุ หรือ
เจาของอาคารควบคมุ ดังกลาวตองระวางโทษจาํ คุกไมเกิน ๓ เดือน หรือปรับไมเกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท หรือ
ทัง้ จาํ ท้งั ปรบั ตามมาตรา ๕๓



๔.๔ การอนุรักษพลังงานในเคร่ืองจักรหรืออุปกรณและสงเสริมการใชวัสดหุ รอื อุปกรณเพอื่
การอนรุ กั ษพลงั งาน

สําหรับการอนุรักษพลงั งานในเครื่องจักรหรอื อปุ กรณและการสง เสริมการใชว สั ดหุ รืออุปกรณ
เพื่อการอนุรักษพลังงานนนั้ พระราชบญั ญัตกิ ารสงเสรมิ การอนุรกั ษพ ลงั งานฯ ไมไ ดก าํ หนดการดาํ เนนิ การเพอื่
การอนุรักษพลังงานไว แตเพื่อประโยชนในการอนรุ ักษพ ลงั งานในเคร่ืองจักรหรืออุปกรณ รวมทง้ั ใหม ีการ

สง เสริมการใชวัสดุหรืออุปกรณเพ่ือการอนุรักษพลังงาน มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง กําหนดใหรัฐมนตรีโดย
คาํ แนะนําของคณะกรรมการนโยบายพลงั งานแหงชาตมิ ีอาํ นาจออกกฎกระทรวงในเร่อื งดังตอ ไปนี้

(๑) กําหนดมาตรฐานดา นประสิทธิภาพการใชพ ลงั งานของเคร่ืองจักร หรอื อปุ กรณ

(๒) กําหนดเครื่องจักร หรอื อุปกรณตามประเภท ขนาด ปริมาณการใชพลังงาน อัตราการ
เปลยี่ นแปลงพลังงาน และประสทิ ธภิ าพใชพลงั งานอยา งใด เปน เครือ่ งจกั รหรืออุปกรณท ม่ี ปี ระสิทธิภาพสูง

(๓) กําหนดวสั ดหุ รืออุปกรณเ พื่อการอนรุ ักษพลังงานตามประเภท คณุ ภาพและมาตรฐาน
อยางใด เปน วสั ดุหรืออุปกรณเ พื่อการอนุรักษพลงั งาน

(๔) กาํ หนดใหผผู ลติ และผจู ําหนา ยเครอ่ื งจักร หรืออุปกรณ ตองแสดงคาประสิทธิภาพการใช

พลงั งาน

ทั้งนี้ มาตรา ๒๓ วรรคสอง กาํ หนดวา ผูผลติ และผจู ําหนา ยเคร่ืองจักรหรืออุปกรณ หรือ
วัสดุหรืออุปกรณเพ่ือการอนุรักษพลังงานท่ีมีประสิทธิภาพสูง ตาม (๒) หรือ (๓) ยอมมีสิทธิขอรับการ

สงเสรมิ และชว ยเหลือตามมาตรา ๔๐ แหงพระราชบัญญัตินี้ได

๕. หนาทีข่ องโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม

พระราชบัญญัติการสงเสรมิ การอนรุ ักษพลงั งานฯ และกฎหมายลําดับรองตามพระราชบญั ญตั นิ ้ีได
กาํ หนดใหเ จา ของโรงงานควบคมุ และเจา ของอาคารควบคมุ มหี นา ทต่ี องดําเนนิ การอนรุ ักษพลังงานดังตอ ไปน้ี

(๑) จดั ใหมผี ูรับผิดชอบดานพลังงานประจําในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคมุ แตละแหง โดย
มจี าํ นวนและคุณสมบัติตามทก่ี ําหนดไวใ นกฎกระทรวงกําหนดคุณสมบัติ หนาท่ี และจํานวนของผูรับผิดชอบ
ดานพลังงาน พ.ศ.๒๕๕๒ ซึง่ จะไดก ลาวโดยละเอียดในหัวขอ ๖ ตอ ไป

(๒) จัดใหมกี ารจัดการพลงั งานในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคมุ ตามทีก่ าํ หนดไวใ น
กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน หลกั เกณฑ และวธิ กี ารจดั การพลังงานในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคุม
พ.ศ.๒๕๕๒ ซ่งึ จะไดก ลา วโดยละเอยี ดในหัวขอ ๗ ตอ ไป

(๓) ปฏบิ ตั ิตามคําสั่งของอธบิ ดีตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๒๑ ประกอบมาตรา ๑๐ แลวแตกรณี
ทีส่ ง่ั ใหผนู น้ั แจงขอ เทจ็ จรงิ เกีย่ วกบั การใชพ ลังงานเพ่ือตรวจสอบใหการอนรุ กั ษพ ลังงานเปนไปตามมาตรฐาน
หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารท่กี ําหนดในกฎกระทรวงตาม (๑) และ (๒)

๑๐

๖. การจัดใหม ผี รู บั ผิดชอบดา นพลังงาน

การจัดใหมผี ูรับผิดชอบดานพลังงานประจําในโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมแตละแหง มี
วัตถุประสงคเ พ่ือใหผ ูร ับผดิ ชอบดา นพลงั งานซง่ึ มีความรูเ ฉพาะทางเปนผูช ว ยเจา ของโรงงานควบคุมหรือเจา ของ
อาคารควบคุมในการดําเนินการอนุรักษพลังงานตามกฎหมายใหเปนไปอยางมปี ระสิทธิภาพ โดยรายละเอียด
เกยี่ วกบั คณุ สมบัติ จํานวน หนา ที่ การแจง การแตง ต้ัง และการแจง การพนหนา ท่ีของผูรับผิดชอบดานพลังงาน
น้นั เปนไปตามกฎกระทรวงกําหนดคุณสมบัติ หนาที่ และจํานวนของผูรับผิดชอบดานพลังงาน พ.ศ.๒๕๕๒
ตามรายละเอียดในภาคผนวก จ ซ่งึ มีสาระสาํ คัญดังตอ ไปน้ี

๖.๑ คณุ สมบตั ิของผูรับผิดชอบดา นพลงั งาน

ผูรับผดิ ชอบดานพลงั งานตองมีคณุ สมบตั ิอยางหนงึ่ อยางใด ดังตอไปน้ี

(๑) เปนผูไ ดรบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้นั สงู และมปี ระสบการณการทํางานในโรงงานหรอื
อาคารอยา งนอ ย ๓ ป โดยมผี ลงานดา นการอนรุ ักษพลังงานตามการรับรองของเจา ของโรงงานควบคุมหรอื
เจาของอาคารควบคุม

(๒) เปน ผไู ดร ับปริญญาทางวศิ วกรรมศาสตรหรือทางวิทยาศาสตร โดยมผี ลงานดานการ
อนรุ ักษพลังงานตามการรับรองของเจา ของโรงงานควบคุมหรือเจา ของอาคารควบคุม

(๓) เปนผูสาํ เรจ็ การฝกอบรมดานการอนุรักษพ ลงั งานหรอื การฝก อบรมทม่ี วี ัตถปุ ระสงค
คลา ยคลึงกันทีอ่ ธบิ ดกี รมพฒั นาพลงั งานทดแทนและอนรุ ักษพ ลงั งานใหความเห็นชอบ

(๔) เปนผูสาํ เรจ็ การฝกอบรมหลักสตู รผูรบั ผิดชอบดา นพลงั งานอาวโุ สท่อี ธบิ ดีกรมพัฒนา
พลงั งานทดแทนและอนรุ กั ษพ ลงั งานใหความเหน็ ชอบ

(๕) เปนผูทีส่ อบไดตามเกณฑท ี่กําหนดจากการจดั สอบผูร ับผิดชอบดานพลังงาน ซ่ึงจัดโดย
กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนรุ กั ษพ ลงั งาน

การรบั รองผลงานดานการอนุรักษพลงั งานของเจาของโรงงานควบคุมหรอื เจาของอาคาร
ควบคุมตามขอ (๑) และ (๒) ใหเปน ไปตามแบบทีอ่ ธบิ ดปี ระกาศกาํ หนด

๖.๒ จํานวนของผูร ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน

เจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมตองจัดใหมีผูรับผิดชอบดานพลังงาน
ประจําที่โรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ แตล ะแหง โดยมีจาํ นวนและคณุ สมบตั ดิ ังตอ ไปนี้

๑๑

(๑) ในกรณีท่ีเปนโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคมุ ที่ไดรับอนุมตั ิจากผูจ ําหนา ยพลังงาน
ใหใชเคร่ืองวัดไฟฟาหรือใหติดตั้งหมอแปลงไฟฟาชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกันมีขนาดตํ่ากวา ๓,๐๐๐
กิโลวัตต หรือ ๓,๕๓๐ กิโลโวลทแอมแปร หรือมีการใชพลังงานไฟฟา พลังงานความรอนจากไอนํ้า หรือ
พลังงานสิ้นเปลืองอ่ืนจากผูจําหนายพลังงานหรือของตนเอง อยางใดอยางหน่ึงหรือรวมกันตั้งแตวันที่ ๑
มกราคมถึงวนั ที่ ๓๑ ธนั วาคมของปที่ผานมา มปี ริมาณพลังงานท้งั หมดเทยี บเทาพลังงานไฟฟา ต่ํากวา ๖๐
ลา นเมกะจูล ตองจัดใหมีผูรับผิดชอบดานพลังงานอยา งนอย ๑ คน โดยมีคุณสมบัติอยางหนึ่งอยา งใดใน
๕ ประการตามหวั ขอ ๖.๑

(๒) ในกรณที ่ีเปนโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ ที่ไดรับอนุมตั จิ ากผูจําหนายพลังงาน
ใหใ ชเคร่อื งวัดไฟฟา หรือใหตดิ ตั้งหมอแปลงไฟฟาชุดเดยี วหรือหลายชดุ รวมกันมขี นาดตั้งแต ๓,๐๐๐ กโิ ลวัตต
หรือ ๓,๕๓๐ กิโลโวลทแอมแปรข้ึนไป หรือมีการใชพลงั งานไฟฟา พลังงานความรอนจากไอนํ้า หรือพลังงาน
ส้ินเปลอื งอน่ื จากผูจําหนายพลังงานหรอื ของตนเอง อยา งใดอยางหนึ่งหรือรวมกันตง้ั แตวันที่ ๑ มกราคมถึง
วนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคมของปท่ีผานมา มีปริมาณพลังงานทั้งหมดเทยี บเทา พลงั งานไฟฟา ต้ังแต ๖๐ ลานเมกะจลู ข้นึ
ไป ตองจัดใหมีผูรับผิดชอบดานพลังงานไมน อยกวา ๒ คน โดยอยางนอย ๑ คนตองมีคุณสมบัตติ าม
หวั ขอ ๖.๑ (๔) หรอื (๕) สําหรบั ผูร บั ผิดชอบดานพลงั งานจํานวนที่เหลือตอ งมีคุณสมบัติอยา งหน่ึงอยางใดใน
๕ ประการตามหวั ขอ ๖.๑ ดว ย

๖.๓ หนาทขี่ องผูรบั ผดิ ชอบดานพลงั งาน

ผูร บั ผดิ ชอบดา นพลังงานมีหนา ท่ดี งั ตอ ไปน้ี

(๑) บํารุงรกั ษาและตรวจสอบประสิทธภิ าพของเครือ่ งจักรและอปุ กรณที่ใชพลงั งานเปน
ระยะๆ

(๒) ปรับปรุงวิธีการใชพ ลังงานใหเปน ไปตามหลักการอนรุ ักษพ ลงั งาน

(๓) ชว ยเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคมุ ในการจดั การพลงั งานตาม
กฎกระทรวงกาํ หนดมาตรฐาน หลกั เกณฑ และวิธกี ารจดั การพลังงานในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคมุ

(๔) ชว ยเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคมุ ปฏบิ ัติตามคําสั่งของอธิบดตี าม
มาตรา ๑๐ แหงพระราชบญั ญตั กิ ารสงเสรมิ การอนุรกั ษพลังงานฯ

๖.๔ การแจง การแตงตั้งผูรบั ผดิ ชอบดา นพลังงาน

เจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมตองแจงการแตงตั้งผูรับผิดชอบดาน
พลังงานตออธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงานภายในกําหนดเวลาและเงอ่ื นไขการเปน
โรงงานควบคมุ หรืออาคารควบคมุ ดังตอ ไปนี้

๑๒

(๑) กรณีทเ่ี ปน โรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ ตามหัวขอ ๖.๒(๑) ใหเ จา ของโรงงาน
ควบคมุ หรือเจาของอาคารควบคุมจดั ใหมผี ูรับผิดชอบดานพลังงานอยางนอย ๑ คน ซง่ึ มีคุณสมบตั ิอยา งหนง่ึ
อยางใดตามทีก่ ําหนดในหัวขอ ๖.๑ ภายใน ๑๘๐ วนั นับแตวันท่ีเปน โรงงานควบคมุ หรืออาคารควบคมุ แลว
แจงใหอธบิ ดที ราบโดยทนั ที

(๒) กรณีเปน โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมตามหัวขอ ๖.๒(๒) ใหเจาของโรงงาน
ควบคุมหรอื เจาของอาคารควบคมุ จัดใหม ผี รู บั ผิดชอบดา นพลังงานไมนอ ยกวา ๒ คน ภายใน ๑๘๐ วนั นบั แต
วนั ท่ีเปนโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ โดยอยา งนอย ๑ คน ตอ งมีคณุ สมบัติตามหวั ขอ ๖.๑(๔) หรือ
(๕) สําหรบั ผูรบั ผดิ ชอบดา นพลงั งานจาํ นวนที่เหลอื ตองมคี ณุ สมบัตอิ ยางหน่ึงอยา งใดตามหวั ขอ ๖.๑ แลว แจง
ใหอธบิ ดีทราบโดยทนั ที

(๓) กรณที ี่เปนโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมตามหัวขอ ๖.๒(๑) อยูกอ นหรอื ในวนั ท่ี
กฎกระทรวงกาํ หนดคุณสมบัติ หนาที่ และจํานวนของผรู ับผิดชอบดานพลังงานฯ ใชบังคับ และเจาของ
โรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมไดจัดใหม ผี ูรับผดิ ชอบดา นพลังงานซึง่ มคี ุณสมบตั ิอยา งหนงึ่ อยา ง
ใดตามหัวขอ ๖.๑ (๑) (๒) หรือ (๓) อยูแลว ใหแจงใหอธิบดีทราบ และใหผูรับผิดชอบดานพลังงาน
ดงั กลาวเปนผรู ับผิดชอบดา นพลงั งานตามกฎกระทรวงน้ี

สําหรับกรณีท่เี จาของโรงงานควบคมุ หรือเจาของอาคารควบคมุ ตามหัวขอ ๖.๒(๑)
ดังกลาวขา งตน ยงั มไิ ดจ ดั ใหมผี ูร ับผิดชอบดานพลงั งานใหเ จา ของโรงงานควบคมุ หรือเจาของอาคารควบคุมจดั
ใหม ีผรู ับผิดชอบดา นพลงั งานตามจํานวน และคุณสมบัตทิ ีก่ ําหนดในกฎกระทรวงนี้ ภายใน ๑๘๐ วนั นับแต
วนั ท่ีกฎกระทรวงนใ้ี ชบงั คบั

(๔) กรณีท่ีเปน โรงงานควบคมุ หรอื อาคารควบคมุ ตามหัวขอ ๖.๒(๒) อยกู อนหรอื ในวนั ที่
กฎกระทรวงน้ีใชบังคับ และเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมไดจัดใหม ีผูรับผิดชอบดาน
พลังงานซงึ่ มคี ุณสมบัตอิ ยา งหนึ่งอยางใดตามหัวขอ ๖.๑(๑) (๒) หรือ (๓) อยแู ลว ใหแ จง ใหอธบิ ดีทราบ
และใหผ รู ับผิดชอบดานพลงั งานดงั กลา วเปนผูรบั ผดิ ชอบดานพลังงานตามกฎกระทรวงนี้

เม่อื ไดแจงใหอธิบดีทราบแลว ใหเ จาของโรงงานควบคมุ หรอื เจาของอาคารควบคุม
ดงั กลาวขา งตน ดําเนนิ การดงั ตอ ไปนี้

(๔.๑) จัดใหมีผูรับผิดชอบดานพลังงานตามจํานวนและคุณสมบัติท่ีกําหนดใน
กฎกระทรวงนี้ ภายใน ๑๘๐ วนั นบั แตว ันทกี่ ฎกระทรวงน้ใี ชบงั คบั แลวแจง ใหอธิบดีทราบโดยทนั ที

(๔.๒) กรณที ่ีไมส ามารถจัดใหมีผูรับผิดชอบดา นพลงั งานซึ่งมีคณุ สมบตั ติ ามหวั ขอ
๖.๑ (๔) หรือ (๕) ภายใน ๑๘๐ วัน ตามท่ีกาํ หนดในหัวขอ (๔.๑) ได โดยไมใ ชเ ปนความผิดของเจา ของ
โรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุม ใหเจา ของโรงงานควบคมุ หรอื เจาของอาคารควบคุมน้นั มหี นงั สือ
ชแี้ จงเหตุผลเพอ่ื ขอขยายระยะเวลาดงั กลา วตออธิบดีและใหอ ธบิ ดมี อี าํ นาจอนุมัตใิ หข ยายระยะเวลาตอไปไดไม
เกิน ๒ ป นบั แตว ันท่ีกฎกระทรวงนใ้ี ชบงั คับ ทงั้ นี้ โดยใหเ จาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมจัด
ใหม ผี ูรับผดิ ชอบดา นพลังงานภายในระยะเวลาทไ่ี ดรับอนุมัติ แลว แจงใหอธิบดีทราบโดยทนั ที

๑๓

(๕) กรณีที่เปน โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคมุ ตามหัวขอ ๖.๒(๒) อยูกอนหรือในวันท่ี
กฎกระทรวงนใ้ี ชบังคับ และเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมยังมไิ ดจดั ใหมีผูรบั ผดิ ชอบดาน
พลงั งาน ใหเจา ของโรงงานควบคมุ หรือเจา ของอาคารควบคุมนั้น ดําเนินการจัดหาผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน
ภายในระยะเวลาและเง่ือนไขทก่ี าํ หนดไวใ นหวั ขอ (๔.๑) และ (๔.๒)

(๖) กรณที ี่เปนโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคุมตามหัวขอ ๖.๒(๒) นับแตวนั ถัดไปจาก
วันทกี่ ฎกระทรวงนี้ใชบ งั คับ และยังไมพ นระยะเวลา ๒ ป นบั แตว ันที่กฎกระทรวงน้ีใชบ ังคบั ใหเ จาของโรงงาน
ควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมจัดใหม ีผูรับผิดชอบดานพลงั งานตามจํานวนและคุณสมบัติทีก่ ําหนดใน
กฎกระทรวงน้ี ภายใน ๑๘๐ วนั นบั แตว นั ทีเ่ ปนโรงงานควบคมุ หรืออาคารควบคุม แลว แจง ใหอธิบดที ราบโดย
ทันที

สาํ หรับกรณีทีเ่ จาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคมุ ยังไมส ามารถจัดใหมี
ผูรับผิดชอบดานพลงั งานซึง่ มคี ุณสมบัตติ ามหัวขอ ๖.๑(๔) หรือ (๕) ภายในระยะเวลาที่กาํ หนด ๑๘๐ วนั ได
โดยไมใชเปนความผดิ ของเจา ของโรงงานควบคุมหรอื เจาของอาคารควบคุม ใหเจาของโรงงานควบคุมหรือ
เจาของอาคารควบคุมดังกลาวดําเนินการจัดใหม ีผูรับผิดชอบดานพลังงานตามวธิ ีการและขนั้ ตอนในหวั ขอ
(๔.๒)

วธิ ีการแจงการแตงตั้งผูรับผิดชอบดานพลังงาน พรอมท้ังเอกสารและหลักฐาน
ประกอบการแจงตามกฎกระทรวงนี้ ใหเปนไปตามแบบท่ีอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ
พลังงานประกาศกาํ หนด

๖.๕ การแจงการพน หนา ท่ขี องผรู บั ผิดชอบดานพลงั งาน

ในกรณีท่ผี ูรับผิดชอบดานพลังงานพนจากหนาท่ี ใหเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของ
อาคารควบคมุ ดาํ เนนิ การภายในระยะเวลาท่กี ําหนดในกรณตี างๆ ดงั ตอไปนี้

(๑) ในกรณที ีผ่ รู บั ผิดชอบดานพลังงานพน จากหนาที่ไปและมผี ลทําใหโ รงงานควบคุมหรือ

อาคารควบคุมน้นั มผี รู ับผิดชอบดานพลังงานไมครบตามหลักเกณฑทก่ี ําหนดในหวั ขอ ๖.๒ ใหเจา ของโรงงาน
ควบคุมหรือเจาของอาคารควบคมุ ดําเนนิ การดงั ตอไปนี้

(๑.๑) มีหนังสือแจงใหอธิบดีทราบถึงการพนจากหนาท่ีของผูรับผิดชอบดาน

พลงั งานโดยทนั ที

(๑.๒) จัดใหมีผูรับผิดชอบดานพลังงานข้ึนแทนภายใน ๙๐ วัน นับแตวันที่
ผรู ับผดิ ชอบดานพลงั งานเดมิ พนจากหนา ที่ และแจงใหอ ธบิ ดที ราบโดยทันที

๑๔

(๒) ในกรณีท่ีผรู ับผิดชอบดานพลงั งานซึ่งมคี ุณสมบัตติ ามหวั ขอ ๖.๑(๔) หรือ (๕) พน
จากหนาทีไ่ ปภายในระยะเวลา ๒ ป นบั จากวันท่ีกฎกระทรวงนี้ใชบังคับ และมผี ลทําใหโรงงานควบคุมหรือ

อาคารควบคุมนนั้ มผี รู ับผิดชอบดา นพลงั งานไมครบตามหลกั เกณฑท่กี าํ หนดในหวั ขอ ๖.๒ ใหเจาของโรงงาน
ควบคมุ หรือเจา ของอาคารควบคมุ ดงั กลา วดําเนนิ การดังตอไปนี้

(๒.๑) มีหนังสอื แจงใหอธิบดีทราบถึงการพนหนาท่ีของผูรับผิดชอบดานพลังงาน

โดยทนั ที

(๒.๒) จัดใหมีผูรับผิดชอบดานพลังงานตามจํานวนและคุณสมบัติที่กําหนดใน

กฎกระทรวงนี้ ภายใน ๑๘๐ วัน นับแตวันท่ผี ูรบั ผิดชอบดานพลงั งานเดิมพนจากหนาท่ี แลวแจงใหอ ธิบดี
ทราบโดยทนั ที

(๒.๓) กรณีที่ไมสามารถจัดใหมีผูรับผิดชอบดานพลังงานซึ่งมีคุณสมบัติตามท่ี
กาํ หนดในหัวขอ ๖.๑(๔) หรือ (๕) ภายในระยะเวลา ๑๘๐ วัน ตามทก่ี าํ หนดไวใ นหัวขอ (๒.๒) ได โดยไมใช
เปนความผิดของเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุม ใหเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของ

อาคารควบคุมนั้น มีหนงั สือชแ้ี จงเหตุผลเพ่ือขอขยายระยะเวลาดังกลาวตออธิบดี และใหอธิบดมี ีอํานาจอนุมตั ิ
ใหข ยายระยะเวลาตอ ไปไดไ มเกิน ๒ ป นบั แตวันทกี่ ฎกระทรวงนี้ใชบ ังคบั ท้ังน้ี โดยใหเจาของโรงงานควบคุม
หรือเจาของอาคารควบคุมจัดใหมผี ูรบั ผิดชอบดานพลังงานแทนคนเดิมภายในระยะเวลาทีไ่ ดรบั อนุมัติ แลว
แจง ใหอธิบดีทราบโดยทนั ที

รายละเอียดของขั้นตอนและวิธกี ารแตงต้ังผูรบั ผิดชอบดานพลังงานศกึ ษาไดจากคูมอื การ
แตง ตงั้ ผรู บั ผิดชอบดา นพลังงานของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม ซึ่งจดั ทําโดยกรมพัฒนาพลังงาน
ทดแทนและอนุรกั ษพลังงาน

๗. การจดั การพลังงาน

เจา ของโรงงานควบคมุ และเจา ของอาคารควบคมุ ตอ งดําเนินการจดั การพลงั งานในโรงงานควบคุม
และในอาคารควบคุมของตนใหเ ปนไปตามมาตรฐาน หลักเกณฑ และวิธีการจัดการพลงั งานท่ีกําหนดไวใ น
กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวิธกี ารจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม
พ.ศ.๒๕๕๒ ตามรายละเอยี ดในภาคผนวก ฉ เพื่อใหเกิดการอนุรกั ษพลังงานอยางมปี ระสิทธิภาพ และเพ่ือให
รัฐมีขอมูลในการประเมินประสทิ ธภิ าพของการจัดการพลงั งานในโรงงานควบคุมหรอื ในอาคารควบคุมอันเปน
ประโยชนในการอนรุ กั ษพลังงาน กฎกระทรวงฉบับดังกลา วไดกําหนดวิธีการจดั การพลังงานโดยแบงออกเปน
๘ ขั้นตอน ตามรายละเอียดในขอ ๗.๑-๗.๘ สําหรับในขอ ๗.๙ เปนเรื่องเกี่ยวกบั วิธีการจัดสงรายงานผลการ
ตรวจสอบและรับรองการจดั การพลังงาน โดยมแี ผนผงั ของโครงสรา งการจดั การพลังงานดงั ตอ ไปนี้

๑๕
๑. การแตงต้งั คณะทาํ งานดานการจดั การพลลังงาน
๒. การประเมนิ สถานภาพการจดั การพลงั งานเบ้ืองตน

๓. การกาํ หนดนโยบายอนรุ ักษพลังงาน

๘. การทบทวน วิเคราะห และแกไ ขขอ บกพรอง ๔. การประเมินศักยภาพ
ของการจดั การพลงั งาน การอนรุ กั ษพ ลังงาน

๗. การตรวจตดิ ตาม และประเมนิ ๕. การกําหนดเปา หมายและแผน
การจัดการพลังงาน อนุรกั ษพ ลงั งาน

๖. การควบคุมดแู ล การตรวจสอบและวเิ คราะห
การปฏบิ ตั ติ ามเปา หมาย
และแผนอนรุ กั ษพ ลงั งาน

แผนผังโครงสรางการจัดการพลงั งาน

๑๖

๗.๑ การจัดใหม คี ณะทํางานดา นการจดั การพลงั งาน

เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมตองจัดใหมีคณะทํางานดานการจัด
การพลังงานข้นึ มาคณะหน่ึง ซ่ึงขน้ึ ตรงตอ เจา ของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคมุ พรอ มทั้งกําหนด
โครงสราง อํานาจหนาที่ และความรับผิดชอบของคณะทาํ งานดานการจดั การพลังงาน โดยจัดทําเปนเอกสาร
เพ่ือเผยแพรใหบ คุ ลากรของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคมุ ทราบ

อํานาจหนาทข่ี องคณะทาํ งานดา นการจัดการพลงั งานอยางนอยตอ งมีดงั ตอไปนี้

(๑) ดําเนินการจัดการพลงั งานใหส อดคลองกับนโยบายอนุรกั ษพ ลังงาน และวิธกี ารจดั
การพลังงานของโรงงานควบคมุ หรอื อาคารควบคุม

(๒) ประสานงานกับหนวยงานที่เก่ียวของเพ่ือขอความรวมมือในการปฏิบัติการตาม
นโยบายอนุรักษพลังงานและวิธีการจัดการพลังงาน รวมท้ังจัดการฝกอบรมหรือกิจกรรมเพื่อสรางจิตสาํ นึก
ของบุคลากรทเ่ี กย่ี วขอ ง

(๓) ควบคมุ ดูแลใหก ารจดั การพลังงานของโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคุมเปนไปตาม
นโยบายอนุรักษพ ลังงานและวธิ กี ารจัดการพลงั งาน

(๔) รายงานผลการอนุรกั ษแ ละการจัดการพลงั งานตามนโยบายอนุรกั ษพลงั งานและวิธีการ
จดั การพลงั งานของโรงงานควบคมุ หรอื อาคารควบคมุ

(๕) เสนอแนะเกี่ยวกับการกําหนดหรือทบทวนนโยบายอนุรักษพลังงานและวิธีการจัด
การพลงั งานใหเจาของโรงงานควบคมุ หรอื เจา ของอาคารควบคมุ ทราบ

(๖) สนับสนุนเจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมในการดําเนินการตาม
กฎกระทรวงน้ี

๗.๒ การประเมนิ สถานภาพการจดั การพลงั งานเบ้ืองตน

ในกรณีท่ีเปนการนําวิธีการจดั การพลังงานมาใชเปนครัง้ แรก เจาของโรงงานควบคุมหรือ
เจาของอาคารควบคุมอาจยังไมทราบถึงสถานภาพการจัดการพลังงานท่ีเปนอยูของตนเอง จึงตองมีการ
ประเมินสถานภาพเบอื้ งตน โดยพิจารณาจากการดําเนินงานดานพลงั งานทีผ่ า นมา เพ่ือใหท ราบถงึ สถานภาพ
การจดั การพลังงานขององคก รทเ่ี ปน อยใู นปจ จุบัน มีจดุ ออ น หรือจุดแขง็ ในดานใด และนําขอ มูลท่ีไดมาเปน
แนวทางในการกาํ หนดนโยบายอนุรักษพ ลังงาน รวมท้ัง ทศิ ทางและแผนดําเนินการจัดการพลังงานของโรงงาน
ควบคุมหรอื อาคารควบคมุ ตอ ไป

๑๗

ในการประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องตนนั้น ใหคณะทํางานดานการจัด
การพลังงานใชตารางประเมินการจัดการพลงั งาน (Energy Management Matrix) ในการประเมนิ สถานภาพ
เบอื้ งตน ซ่ึงในตารางดังกลา วนน้ั จะพจิ ารณาระบบซ่ึงแบง ออกเปนองคป ระกอบที่สาํ คัญ ๖ สว น คือ นโยบาย
การจัดการพลังงาน การจัดองคกร การกระตุนและสรางแรงจูงใจ ระบบขอ มลู ขาวสาร การประชาสัมพนั ธ
และการลงทนุ โดยแตล ะองคป ระกอบจะมีคะแนนระหวาง ๐ - ๔ คะแนน ซ่งึ คณะทํางานฯ จะตองทําการ
ประเมนิ องคป ระกอบแตล ะสวนดงั กลา วนน้ั อยา งเปนกลาง เพื่อใหท ราบถงึ สถานภาพการจดั การพลงั งานทีเ่ ปน
จริงในปจจุบนั ไดมากที่สดุ หลังจากนั้นจึงกําหนดเปาหมายในองคป ระกอบแตละสว น เพอ่ื กําหนดทิศทางของ
นโยบายอนุรกั ษพ ลงั งานตอไป

๗.๓ การกาํ หนดนโยบายอนรุ ักษพลังงาน

เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมตองกําหนดนโยบายอนุรักษพ ลงั งานเพื่อ
แสดงเจตจํานงและความมุงมน่ั ในการจัดการพลงั งานในโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคมุ สรางความเขาใจ
และจิตสํานึกของพนกั งาน ลกู จางหรือบุคลากรทเ่ี กย่ี วของในโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ ในการอนุรกั ษ
พลงั งานและเปนแนวทางใหบ ุคคลดังกลาวปฏิบัตใิ นการอนรุ กั ษพลงั งานในโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ
โดยจดั ทาํ เปน เอกสารและลงลายมอื ชอ่ื เจาของโรงงานควบคุมหรอื เจาของอาคารควบคมุ

นโยบายอนุรกั ษพลังงานดงั กลาวอยางนอ ยตองมรี ายละเอียดดังตอ ไปนี้

(๑) ขอ ความระบวุ า การอนรุ กั ษพลงั งานเปน สวนหนง่ึ ของการดําเนินงานของเจาของโรงงาน
ควบคมุ หรือเจา ของอาคารควบคมุ

(๒) นโยบายอนรุ ักษพ ลังงานที่เหมาะสมกับลักษณะและปริมาณพลงั งานทใี่ ชในโรงงาน
ควบคุมหรอื อาคารควบคมุ นั้น

(๓) การแสดงเจตจํานงทจี่ ะปฏิบตั ติ ามกฎหมายทเี่ กีย่ วของกบั การอนรุ กั ษพ ลังงานและ
การจดั การพลังงาน

(๔) แนวทางในการปรับปรุงประสิทธภิ าพการใชพ ลงั งานอยางตอ เนอื่ ง

(๕) แนวทางในการจัดสรรทรัพยากรอยางมีประสิทธภิ าพในการดาํ เนนิ การตามวธิ ีการจดั
การพลังงาน

นอกจากน้ี เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมตองจัดใหม ีการเผยแพรนโยบาย
อนรุ ักษพ ลังงานที่จดั ทาํ ข้ึน โดยปดประกาศไวใ นทีซ่ ่งึ เหน็ ไดงายในโรงงานควบคมุ หรืออาคารควบคุม หรือโดย
วิธีอื่นทีเ่ หมาะสม เพอื่ ใหบ ุคลากรทเ่ี กี่ยวขอ งทราบและปฏิบัติตามนโยบายอนรุ ักษพ ลงั งานได

๑๘

๗.๔ การจดั ใหมกี ารประเมนิ ศกั ยภาพการอนรุ กั ษพลังงาน

เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมตองจัดใหมีการประเมินศักยภาพการ
อนุรักษพลงั งาน โดยการตรวจสอบและประเมินการใชพลังงานทีม่ ีนัยสําคัญทุกกจิ กรรมท่ีเกิดขึ้นในโรงงาน
ควบคุมหรืออาคารควบคมุ โดยเริ่มต้งั แตการรวบรวมขอมูลทว่ั ไป ขอมูลการผลิตและการบริการ และขอ มูลที่
เกี่ยวกับการใชพลงั งานในเคร่ืองจักรและอุปกรณ และภาพรวมของการใชพลังงานในโรงงานควบคุมและ
อาคารควบคมุ เพอื่ นําไปสงู การประเมินการใชพลงั งานในระดับองคกร ระดับผลิตภัณฑ หรอื การบริการ และ
ระดับเครื่องจักร อุปกรณ ท้งั นี้ ใหเ ปน ไปตามหลักเกณฑแ ละวธิ ีการท่กี าํ หนดไวในประกาศกระทรวงพลังงาน
เร่ือง หลักเกณฑและวิธีการดําเนินการเก่ียวกับการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม
พ.ศ.๒๕๕๒

๗.๕ การจัดใหมกี ารกําหนดเปาหมายและแผนอนุรักษพลงั งาน

เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมตองจดั ใหมีการกําหนดเปาหมายและแผน
อนุรกั ษพลงั งานที่ประสงคจะใหลดลง โดยกําหนดเปนรอ ยละของปรมิ าณพลังงานท่ใี ชเดมิ หรอื กําหนดระดับ
ของการใชพลังงานตอ หนวยผลผลติ หรอื บริการ รวมทงั้ ระบรุ ะยะเวลาการดาํ เนินการเพือ่ ใหบรรลุเปาหมาย ซง่ึ
แผนอนุรักษพลังงานอยา งนอยตองประกอบดวยระยะเวลาของการดําเนินการ การลงทนุ และผลทคี่ าดวาจะ
ไดรับจากการดําเนินการ ทัง้ น้ี ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวธิ ีการท่ีกําหนดไวใ นประกาศกระทรวงพลงั งาน
เร่ือง หลักเกณฑและวิธีการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม
พ.ศ.๒๕๕๒

นอกจากน้ี เจา ของโรงงานควบคมุ และเจา ของอาคารควบคุมตอ งจดั ใหม ีแผนการฝกอบรมและจัด
ใหมีกิจกรรมเพ่ือสง เสรมิ การอนุรกั ษพลงั งาน โดยใหบุคลากรของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมเขารวม
ฝกอบรมและรวมกิจกรรมอยา งตอเนื่อง เพ่ือเปนการใหความรูและสรางจิตสาํ นึกใหเกิดความตระหนักถึง
ผลกระทบจากการใชพ ลังงาน และเผยแพรใ หบคุ ลากรดังกลาวทราบอยางท่วั ถงึ

๗.๖ การจดั ใหม ีการควบคมุ ดูแล การตรวจสอบและวเิ คราะหก ารปฏิบตั ิตามเปา หมายและ
แผนอนุรักษพ ลังงาน

เจา ของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคมุ ตองควบคมุ ดูแลใหม ีการดําเนินการตาม
แผนอนุรักษพ ลังงาน รวมทงั้ ตรวจสอบและวิเคราะหการปฏิบัตติ ามเปาหมายและแผนอนุรกั ษพลังงานท่ไี ด
จดั ทําขึ้น ตามหลกั เกณฑและวิธีการท่ีกําหนดไวในประกาศกระทรวงพลงั งาน เร่ือง หลักเกณฑและวิธีการ
ดาํ เนนิ การเก่ยี วกับการจัดการพลงั งานในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคมุ ฯ

๗.๗ การจดั ใหม กี ารตรวจติดตาม และประเมนิ การจัดการพลังงาน

เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมตองจัดใหมีการตรวจติดตาม และ
ประเมินผลการจดั การพลงั งานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคมุ ตามชว งเวลาท่กี าํ หนดอยา งเหมาะสมเปน
ประจําอยางนอยปละ ๑ ครั้ง ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดไวในประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง
หลักเกณฑแ ละวิธีการดาํ เนินการเกี่ยวกับการจัดการพลังงานในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคุมฯ

๑๙

๗.๘ การจัดใหม กี ารทบทวน วิเคราะห และแกไ ขขอ บกพรองของการจัดการพลังงาน

เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมตองจัดใหม ีการทบทวน วิเคราะห และ
แกไขขอบกพรองของการจัดการพลงั งานตามชวงเวลาทีก่ ําหนดอยา งเหมาะสมเปนประจําอยางนอยปละ ๑
คร้ัง ตามหลักเกณฑแ ละวธิ ีการท่ีกาํ หนดไวในประกาศกระทรวงพลังงาน เรือ่ ง หลกั เกณฑและวิธีการดําเนินการ
เกย่ี วกบั การจดั การพลังงานในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคุมฯ

๗.๙ การตรวจสอบและรบั รองการจัดการพลังงาน และการสง รายงาน

เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคมุ ตองจดั ใหมีการตรวจสอบและรับรองการ
จัดการพลังงานโดยผูตรวจสอบและรับรองท่ีไดข้ึนทะเบียนไวกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ
พลงั งานตามกฎกระทรวงวาดว ยการกาํ หนดคุณสมบตั ิของผูรบั ใบอนุญาต และหลักเกณฑ วธิ กี าร และเง่ือนไข
การขอรบั ใบอนุญาต การอนุญาต และการตอ อายุใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจดั การพลงั งานและสง
รายงานดังกลา วใหแ กอธิบดีกรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนุรักษพลงั งานภายในเดือนมนี าคมของทุกป
เวนแตในปทผี่ านมาน้ัน เจาของโรงงานควบคุมและเจาของอาคารควบคุมมีระยะเวลาที่ตองดําเนินการจัด
การพลงั งานตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวงฯ นี้ จนถงึ วันที่ ๓๑ ธนั วาคม นอยกวา ๑๘๐ วนั ใหเ จาของโรงงาน
ควบคุมและเจาของอาคารควบคุมนั้นจัดสงรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานของ
ระยะเวลาดงั กลา วใหแกอธิบดีกรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนรุ กั ษพ ลงั งานภายในเดือนมีนาคมของปถ ัดไป

การจัดสงรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานใหกระทําโดยสงเปน
เอกสารตน ฉบบั พรอมแผน CDไฟลอเิ ลคทรอนิคส ดวยวิธกี ารดงั ตอไปน้ี

(๓.๑) นําสงดวยตนเอง หรือ

(๓.๒) จัดสง ทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ โดยใหถือวนั ท่ลี งทะเบยี นเปน วนั สงรายงาน

รายละเอียดของขั้นตอน วิธกี ารดําเนินการจัดการพลงั งานและการสง รายงานตามทก่ี ลาวไวใน
ขอ ๗ ใหศ ึกษาไดจ ากคูมือพฒั นาระบบการจดั การพลงั งานสาํ หรับโรงงานควบคมุ และอาคารควบคุม ซึ่ง
จดั ทาํ โดยกรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนรุ กั ษพลงั งาน

๘. กองทุนเพื่อสงเสรมิ การอนุรกั ษพ ลงั งาน

พระราชบัญญตั ิการสงเสรมิ การอนรุ ักษพลังงานฯ กําหนดใหม ีการจดั ต้ังกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่ง
เรียกวา “กองทุนเพื่อสง เสริมการอนุรกั ษพลังงาน” ในกระทรวงพลังงาน เพ่ือใหเ ปนทนุ หมนุ เวียนและใชจ าย
เพ่อื ชว ยเหลือหรืออดุ หนนุ การดาํ เนินงานเกยี่ วกบั การอนุรกั ษพลังงาน โดยสรปุ ไดด งั นี้

๒๐

๘.๑ แหลงเงนิ กองทนุ ฯ

กองทุนฯ ประกอบดวยเงนิ และทรัพยสนิ ดงั ตอ ไปน้ี

(๑) เงินโอนมาจากกองทุนน้ํามันเชอ้ื เพลิง

(๒) เงินท่ีผผู ลติ ผูนําเขาและผูจาํ หนายนํ้ามันเชื้อเพลงิ และกา ชเพื่อใชในราชอาณาจักร
ตอ งนําสงเขา กองทนุ ฯ

(๓) เงินคา ธรรมเนียมพเิ ศษการใชไฟฟา

(๔) เงนิ อุดหนนุ จากรัฐบาลเปน คราว ๆ

(๕) เงินหรือทรัพยสินท่ีไดรับจากภาคเอกชนท้ังภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาล
ตางประเทศหรือองคการระหวางประเทศ

(๖) เงนิ ดอกผลและประโยชนทเี่ กิดจากกองทุนนี้

๘.๒ วัตถปุ ระสงคของการใชเ งนิ กองทนุ ฯ

มาตรา ๒๕ ไดกาํ หนดวตั ถุประสงคของการใชเงินกองทนุ ฯ ไวด ังตอ ไปน้ี

(๑) เปนเงนิ หมนุ เวียน เงนิ ชวยเหลอื หรือเงินอุดหนุนสําหรบั การลงทุนและดําเนนิ งานใน
การอนุรักษพลงั งานหรือการแกไขปญหาสิ่งแวดลอ มที่เกดิ ขึ้นจากการอนรุ ักษพ ลังงานของสว นราชการหรือ
รฐั วิสาหกิจ

(๒) เปน เงนิ หมุนเวียน เงินชวยเหลือหรือเงินอุดหนุนใหแกเ อกชนสําหรับการลงทนุ และ
ดาํ เนินงานในการอนรุ ักษพ ลังงานหรอื เพอื่ การแกไ ขปญหาส่ิงแวดลอ มทเี่ กดิ จากการอนรุ ักษพลงั งาน

(๓) เปน เงนิ ชวยเหลือหรืออดุ หนุนใหแ กส ว นราชการ รัฐวสิ าหกจิ สถาบันการศึกษา หรือ
องคก รเอกชนในเรื่องตอไปนี้

(๓.๑) โครงการทางดา นการอนุรักษพ ลังงานหรือโครงการทีเ่ กีย่ วกบั การปองกันและ
แกไขปญ หาสงิ่ แวดลอ มทเ่ี กดิ ขึ้นจากการอนรุ ักษพ ลังงาน

(๓.๒) การคนควา วิจยั การศกึ ษาเกี่ยวกับการพัฒนา การศึกษาเกยี่ วกบั การพฒั นา
การสง เสรมิ และการอนรุ กั ษพลงั งาน การปองกันและแกไขปญหาสิ่งแวดลอ มทเี่ กิดข้ึนจากการอนรุ ักษพลงั งาน
และเก่ียวกับการกาํ หนดนโยบายและวางแผนการอนุรกั ษพ ลังงาน

(๓.๓) การศึกษา การฝก อบรม และการประชมุ เก่ยี วกับพลงั งาน

(๓.๔) โครงการสาธิต หรือโครงการที่ริเริม่ ใหม การโฆษณา การเผยแพรขอมูล และ
การประชาสัมพันธเกี่ยวกับการพัฒนาการสงเสริมการอนุรักษพลังงาน และการปองกันและแกไขปญหา
สง่ิ แวดลอมทีเ่ กิดขนึ้ จากการอนรุ ักษพ ลงั งาน

(๔) เปนคาใชจายในการบรหิ ารงานการสงเสริมการอนรุ ักษพลงั งานเพ่ือใหเ ปนไปตาม
พระราชบญั ญตั นิ ี้

๒๑

๙. สทิ ธกิ ารขอรบั การสง เสรมิ และชว ยเหลอื จากกองทนุ ฯ

โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่จะตองจัดใหมีการอนุรักษพลังงาน รวมทั้งการจัดใหมี
เครอ่ื งจกั ร อปุ กรณ เคร่ืองมอื เครอื่ งใช และวัสดุท่ีจาํ เปนเพ่ือการอนุรักษๆ หรือผูผลิตหรือผูจาํ หนาย
เครือ่ งจักรหรอื อปุ กรณทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพสงู หรอื วสั ดุเพ่อื ใชในการอนุรักษพลังงาน มสี ทิ ธิขอรบั การสง เสรมิ และ
ชว ยเหลอื ไดต ามมาตรา ๔๐ วรรคหน่ึง ดังตอ ไปนี้

(๑) ขอรับยกเวนคาธรรมเนียมพิเศษการใชไฟฟาตามพระราชบัญญัตินี้ไดตามมาตรา
๔๐(๑) โดยคาธรรมเนียมพิเศษการใชไฟฟาน้ันเปนมาตรการกํากับดูแลในลกั ษณะของคาปรับที่ใชเปน
บทลงโทษสาํ หรับเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมทไี่ มด ําเนินการอนุรักษพ ลังงานใหเ ปน ไป
ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวธิ กี ารจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม
พ.ศ.๒๕๕๒ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๙ (๑) และมาตรา ๒๑ (๑) โดยเจาของโรงงานควบคุมหรอื เจาของ
อาคารควบคมุ ผูนั้นตอ งชําระเงินคาธรรมเนียมพิเศษการใชไฟฟาเขากองทนุ เพ่ือสงเสรมิ การอนุรักษพลังงาน
ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึง่ ทง้ั นี้จะไดกลาวโดยละเอียดในหวั ขอ ๑๐ ตอไป

(๒) ขอรับเงินชวยเหลือหรือเงินอุดหนุนจากกองทุนเพ่ือสงเสริมการอนุรักษพลังงาน
ตามพระราชบญั ญัตินี้ (มาตรา ๔๐(๒)) ทง้ั นี้ เนื่องจากวัตถุประสงคหลักประการหน่ึงของการจัดต้งั กองทุน
เพอื่ สงเสรมิ การอนุรักษพ ลังงานขึน้ มาก็เพือ่ ใชเ ปน เงนิ ชว ยเหลอื หรอื อดุ หนนุ ใหแ กเจาของโรงงานควบคมุ หรือ
เจาของอาคารควบคมุ ในการดําเนนิ การอนุรักษพลงั งานตามกฎหมายใหม ีประสิทธิภาพ ตามรายละเอียดที่
กาํ หนดไวใ นมาตรา ๒๕

นอกจากนี้ เจาของโรงงานหรือเจาของอาคาร สวนราชการหรือรฐั วิสาหกิจท่ีไมมีหนาที่ตอ งจัดใหม ี
การอนุรกั ษพลงั งาน แตต องการจะดําเนนิ การใหม เี ครอ่ื งจักร อปุ กรณ เครื่องมือ เคร่อื งใชหรือระบบควบคุม
การทาํ งานของตนเองเพื่อทําการอนุรกั ษพลังงาน ใหมีสทิ ธิขอรับการสง เสริมชวยเหลอื ไดเชน เดียวกัน

๑๐. การชําระคาธรรมเนยี มพเิ ศษการใชไ ฟฟาและการอุทธรณ

นอกเหนือจากมาตรการกาํ กับดูแลโดยมบี ทลงโทษในลกั ษณะของคา ปรับแลว พระราชบัญญัติน้ยี งั
มีการกําหนด “คาธรรมเนยี มพิเศษการใชไฟฟา” ใหเ จาของโรงงานควบคมุ หรอื เจาของอาคารควบคุมที่ไม
ดําเนินการอนุรักษพลังงานใหเปนไปตามตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวิธีการจัด
การพลงั งานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ.๒๕๕๒ ซ่งึ ออกตามความในมาตรา ๙ (๑) และมาตรา
๒๑ (๑) ตองชาํ ระคา ธรรมเนียมพเิ ศษการใชไ ฟฟา ตามมาตรา ๔๒ วรรคหน่งึ

ทง้ั น้ี คา ธรรมเนียมพิเศษการใชไ ฟฟาดงั กลาวจะเรียกเก็บจากโรงงานควบคมุ หรืออาคารควบคุม
ตามปรมิ าณไฟฟาที่ซอ้ื หรอื ไดมาจากการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย การไฟฟานครหลวง หรอื การไฟฟา
สว นภูมภิ าคตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง ในอัตราท่ีคณะกรรมการกองทุนเพื่อสงเสริมการอนุรักษพลังงาน
กาํ หนดข้นึ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแหงชาตติ ามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง

๒๒

เมื่อมีกรณีทต่ี องดําเนินการเรียกเก็บคาธรรมเนียมพิเศษการใชไฟฟา ใหอธิบดีกรมพัฒนา
พลังงานทดแทนและอนุรักษพลงั งานมีหนังสือแจงใหเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุมที่
จะตองชําระคา ธรรมเนียมพเิ ศษการใชไฟฟา ทราบ และใหภ าระการชําระคาธรรมเนยี มพิเศษการใชไฟฟา เร่มิ มี
ผลต้ังแตว ันท่ี ๑ ของเดือนถัดไปนับแตวันที่ไดรบั แจงจากอธิบดี โดยใหการไฟฟาฝายผลติ แหงประเทศไทย
การไฟฟานครหลวง หรือการไฟฟาสว นภูมิภาคเปนผูจัดเก็บคาธรรมเนียมพิเศษการใชไฟฟาจากโรงงาน
ควบคุมหรืออาคารควบคุมท่ซี ้ือหรอื ไดไปจากตนพรอมกบั การจัดเก็บคา ไฟฟา ปกตปิ ระจาํ เดือน และนําสง
กองทุนเพื่อสง เสริมการอนรุ ักษพลงั งานภายใน ๓๐ วนั นับแตวนั ที่ไดร ับคา ธรรมเนียมพเิ ศษการใชไ ฟฟา ตาม
มาตรา ๔๔

ในระหวางที่โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมตองชําระคาธรรมเนียมพิเศษการใชไฟฟา
ใหคณะกรรมการกองทุนเพื่อสงเสริมการอนุรักษพลังงานพิจารณาระงับสิทธิการขอรับการสงเสริมและ
ชว ยเหลือแกโ รงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ นั้นเปนการชัว่ คราวได หรือใหระงับ หรือลดการใหการสงเสริม
หรือชวยเหลือเปนการชั่วคราวในกรณีที่โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมดังกลา วไดรับการสงเสริมและ
ชว ยเหลอื อยูแ ลว ไดต ามทเี่ ห็นสมควรตามมาตรา ๔๕

เจา ของโรงงานควบคมุ หรือเจาของอาคารควบคุมท่ีไดรับหนังสือแจง ใหชําระคาธรรมเนียมพิเศษ
การใชไฟฟา หากไมเ ห็นดวยกับหนงั สือแจงใหอุทธรณตอ รฐั มนตรีวา การกระทรวงพลังงานภายใน ๓๐ วันนับ
แตวันท่ีไดรับแจง โดยการอุทธรณดังกลา วไมเปนเหตุทุเลาการบังคับตามกฎหมาย เวนแตรัฐมนตรีจะ
เหน็ สมควรใหมีการทุเลาการบังคบั ตามกฎหมายนนั้ ไวช่ัวคราวตามมาตรา ๕๑ ท้ังน้ี รัฐมนตรีตองพิจารณาการ
อุทธรณใ หเ สรจ็ โดยเร็ว และคําวินจิ ฉัยของรัฐมนตรใี หเปนทสี่ ุดตามมาตรา ๕๒

๑๑. บทกําหนดโทษ

พระราชบัญญตั กิ ารสงเสรมิ การอนุรักษพ ลงั งานฯ เปน กฎหมายทเ่ี นน การสง เสรมิ และชวยเหลือแก
โรงงานควบคุมและอาคารควบคมุ แตอ ยา งไรก็ตามเพื่อใหพ ระราชบัญญัติมีสภาพบงั คับ จึงตองมีบทกาํ หนด
โทษในลักษณะของคา ปรับสาํ หรบั ผูท ่ีไมดําเนินการตามกฎหมาย ไมว าจะเปน เรื่องการที่เจาของโรงงานควบคุม
หรือเจาของอาคารควบคุมไมดําเนินการจัดการพลังงานตามที่กําหนดในกฎกระทรวง การไมแจงแตงต้ัง
ผูรับผดิ ชอบดา นพลังงาน รวมถงึ การทผี่ ูรับใบอนญุ าตตรวจสอบและรับรองการจดั การพลังงานไดร ายงานผล
การตรวจสอบฯ อนั เปนเทจ็ หรือไมต รงตามความเปนจริง และอื่นๆ สําหรับบทกาํ หนดโทษของผูทีฝ่ าฝนไม
ปฏิบัตติ ามพระราชบัญญตั ิและกฎหมายลาํ ดบั รองของพระราชบัญญัตนิ ้ีมดี ังตอไปนี้

๒๓

ลกั ษณะของการกระทาํ ความผิด บทลงโทษ

๑. เจาของโรงงานควบคุมแหงใดแจงรายละเอียดหรือ ตอ งระวางโทษจําคุกไมเ กิน ๓ เดือน หรือปรับ

เหตุผลในการมีคําขอใหอธิบดีผอนผันการที่ตอง ไมเกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ปฏิบัตติ ามพระราชบญั ญัตินี้ตามมาตรา ๘ วรรคสาม (มาตรา ๕๓)
อนั เปนเท็จ

๒. เจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของอาคารควบคุม

ผใู ดไมปฏบิ ัตติ ามคําสง่ั ของอธบิ ดีตามมาตรา ๑๐
และมาตรา ๒๑ ท่ีส่งั ใหผนู ้ันแจง ขอเทจ็ จริงเก่ียวกับ ตองระวางโทษปรับไมเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

การใชพลังงานเพ่ือตรวจสอบใหการอนุรกั ษพลังงาน (มาตรา ๕๔)

เปนไปตามมาตรฐาน หลักเกณฑและวิธีการทก่ี ําหนด

ในกฎกระทรวง

๓. เจาของโรงงานควบคุม เจา ของอาคารควบคมุ หรอื

ผูรั บ ผิ ดชอ บ ดา น พลัง งา น ผู ใดไ มปฏิบั ติตา ม

กฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๙ หรือมาตรา

๒๑ อนั ไดแก กฎกระทรวงในเรอื่ งตางๆ ดงั นี้

- การกําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ และวิธีการจัด

การพลังงานใหเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของ ตองระวางโทษปรับไมเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

อาคารควบคุมตอ งปฏบิ ัติ (มาตรา ๕๕)

- การกําหนดใหเจาของโรงงานควบคุมหรือเจาของ

อาคารควบคุมตองจัดใหม ีผูรับผิดชอบดานพลังงาน

ประจําในโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมแตละ

แหง ตลอดจนกําหนดคุณสมบัติและหนาท่ีของ

ผรู บั ผิดชอบดา นพลงั งาน

๔. ผูรับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัด

การพลังงาน การใชพลังงานในเครื่องจักรหรือ ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกิน ๓ เดือน หรือปรบั
อุปกรณ และคุณภาพวัสดุหรืออุปกรณเพื่อการ ไมเกิน ๒๐๐,๐๐๐บาท หรือท้ังจําท้ังปรับ
อนุรักษพลงั งานตามมาตรา ๔๘/๑ ผใู ดรายงานผล (มาตรา ๕๖)

การตรวจสอบและรบั รองตามมาตรา ๔๗ (๓) อันเปน

เท็จหรือไมตรงตามความเปนจรงิ

๒๔

ลกั ษณะของการกระทาํ ความผิด บทลงโทษ

๕. ผูใ ดไมสง เงินเขา กองทนุ หรือสง เงนิ เขากองทุนไมค รบ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแต ๓ เดือนถึง ๒ ป

ตามจํานวนท่ตี องสง ตามมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ หรอื หรอื ปรับตงั้ แต ๑๐๐,๐๐๐ บาทถึง๑,๐๐๐,๐๐๐

มาตรา ๓๗ บาท หรือท้ังจาํ ทั้งปรับ (มาตรา ๕๘)

๖. ผูใดขัดขวางหรอื ไมอาํ นวยความสะดวกแกพนักงาน ตองระวางโทษปรับไมเกิน ๕,๐๐๐ บาท
เจา หนาท่ซี ึง่ ปฏิบตั ิหนา ทตี่ ามมาตรา ๔๗ (๒)
(มาตรา ๖๐)

ภาคผนวก ก
พระราชบัญญตั กิ ารสง เสรมิ การอนุรกั ษพลงั งาน

พ.ศ. ๒๕๓๕
(ฉบบั แกไขเพม่ิ เตมิ )

ภาคผนวก ข
พระราชกฤษฎกี ากําหนดอาคารควบคุม

พ.ศ. ๒๕๓๘

ภาคผนวก ค
พระราชกฤษฎีกากําหนดโรงงานควบคุม

พ.ศ. ๒๕๔๐

ภาคผนวก ง
กฎกระทรวงกาํ หนดประเภทหรอื ขนาดของ
อาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ และวธิ ีการ
ในการออกแบบอาคารเพ่อื การอนรุ กั ษพ ลงั งาน

พ.ศ. ๒๕๕๒

ภาคผนวก จ
กฎกระทรวงกาํ หนดคณุ สมบตั ิ หนาที่ และ

จาํ นวนของผูรับผดิ ชอบดา นพลังงาน
พ.ศ. ๒๕๕๒

ภาคผนวก ฉ
กฎกระทรวงกาํ หนดมาตรฐาน หลกั เกณฑ

และวิธีการจดั การพลังงานใน
โรงงานควบคุม พ.ศ. ๒๕๕๒


Click to View FlipBook Version