พืน้ ทท่ี ฤษฎใี หม่
ทมี่ า “ทฤษฎใี หม่”
หลงั จากท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ เสด็จเยยี่ มราษฎรที่บา้ นกดุ ตอแก่น ต.กุดสินคุม้ ใหญ่ อ.เขาวง
จ.กาฬสินธุ์ เม่ือวนั ที่ 25 พฤศจิกายน 2535 ไดท้ รงเห็นสภาพความยากลาบากของราษฎรในการทาการเกษตรใน
พ้ืนท่ีอาศยั น้าฝน (ปลูกขา้ วไดป้ ระมาณ 1 ถงั / 1 ไร่) เพาะปลูกไดป้ ี ละคร้ังในช่วงฤดูฝนเท่าน้นั มีความเสี่ยงใน
การเสียหายจากความปรวนแปรของดินฟ้าอากาศ และฝนทิ้งช่วง ซ่ึงสภาพดงั กล่าวคงเป็ นสภาพปัญหาของ
เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ แมว้ า่ จะมีการขดุ บ่อน้าไวบ้ า้ งก็มีขนาดไม่แน่นอน น้าใชย้ งั ไม่พอเพียง รวมท้งั
ระบบการปลูกพืชไม่มีหลกั เกณฑแ์ ละส่วนใหญ่ปลูกพืชชนิดเดียว ดว้ ยเหตุน้ี พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ฯ จึง
ทรงศึกษา รวบรวมขอ้ มูลนามาวิเคราะห์และไดพ้ ระราชทานพระราชดาริ เพื่อใหส้ ามารถผา่ นพน้ ช่วงเวลาวกิ ฤติ
การขาดแคลนน้าไดโ้ ดยไม่เดือดร้อนและยากลาบากนกั พระราชดาริน้ี ทรงเรียกว่า "ทฤษฎีใหม่" อนั เป็ นแนว
ทางการจดั การท่ีดินและน้าเพอ่ื การเกษตรในที่ดินขนาดเลก็ ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด โดยทรงทดลองเป็นแห่งแรก
ที่วดั มงคลชยั พฒั นา ตาบลหว้ ยบง อาเภอเมือง จงั หวดั สระบุรีเหตุท่ีเรียกวา่ "ทฤษฎีใหม่"
ทฤษฎีใหม่ ให้แบ่งพืน้ ท่ี ออกเป็ น 4 ส่วน ตามอตั ราส่วน 30:30:30:10 ซ่ึงหมายถงึ
-พ้ืนท่ีส่วนที่หน่ึง ประมาณ 30% ให้ขุดสระเก็บกกั น้า เพื่อใชเ้ ก็บกกั น้าฝนในฤดูฝนและ ใชเ้ สริมการ
ปลูกพชื ในฤดูแลง้ ตลอดจนการเล้ียงสตั วน์ ้าและพชื น้าต่าง ๆ
-พ้ืนท่ีส่วนที่สอง ประมาณ 30% ใหป้ ลูกขา้ วในฤดูฝน เพือ่ ใชเ้ ป็นอาหารประจาวนั สาหรับครอบครัวให้
เพียงพอตลอดปี เพอ่ื ตดั คา่ ใชจ้ ่ายและสามารถพ่ึงตนเองได้
-พ้ืนท่ีส่วนที่สาม ประมาณ 30% ให้ปลูกไมผ้ ล ไมย้ ืนตน้ พืชผกั พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพ่ือใชเ้ ป็ น
อาหารประจาวนั หากเหลือบริโภคกน็ าไปจาหน่าย
-พ้ืนที่ส่วนท่ีสี่ ประมาณ 10% เป็นที่อยอู่ าศยั เล้ียงสตั วแ์ ละโรงเรือนอื่น ๆ
หลกั การและแนวทางสาคญั
1. เป็ นระบบการผลิตแบบพอเพียง ท่ีเกษตรกรสามารถเล้ียงตวั เองไดใ้ นระดบั ที่ประหยดั ก่อน ท้งั น้ี
ชุมชนตอ้ งมีความสามคั คี ร่วมมือร่วมใจในการช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ทานองเดียวกบั การ "ลงแขก" แบบด้งั เดิม
เพื่อลดคา่ ใชจ้ ่าย
2. เนื่องจากขา้ วเป็นปัจจยั หลกั ที่ทุกครัวเรือนจะตอ้ งบริโภค ดงั น้นั จึงประมาณวา่ ครอบครัวหน่ึงทานา 5
ไร่ จะทาใหม้ ีขา้ วพอกินตลอดปี โดยไม่ตอ้ งซ้ือหาในราคาแพง เพือ่ ยดึ หลกั พ่งึ ตนเองไดอ้ ยา่ งมีอิสรภาพ
3. ตอ้ งมีน้าเพ่ือการเพาะปลูกสารองไวใ้ ช้ในฤดูแลง้ หรือระยะฝนทิ้งช่วงไดอ้ ย่างพอเพียง ดงั น้ัน จึง
จาเป็นตอ้ งกนั ที่ดินส่วนหน่ึงไวข้ ดุ สระน้า โดยมีหลกั วา่ ตอ้ งมีน้าเพียงพอท่ีจะทาการเพาะปลูกไดต้ ลอดปี ท้งั น้ีได้
พระราชทานพระราชดาริเป็ นแนวทางว่า ตอ้ งมีน้า 1,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อการเพาะปลูก 1 ไร่ โดยประมาณ
ฉะน้นั เมื่อทานา 5 ไร่ ทาพืชไร่หรือไมผ้ ลอีก 5 ไร่ (รวมเป็น 10 ไร่) จะตอ้ งมีน้า 10,000 ลูกบาศกเ์ มตรต่อปี
ดงั น้นั หากมีพ้นื ที่ 15 ไร่ จึงมีสูตรคร่าว ๆ วา่ แต่ละแปลงประกอบดว้ ย
- นา 5 ไร่
- พืชไร่พชื สวน 5 ไร่
- สระน้า 3 ไร่ ลึก 4 เมตร จุประมาณ 19,000 ลูกบาศกเ์ มตร ซ่ึงเป็น ปริมาณน้าที่เพียงพอที่จะสารองไว้
ใชย้ ามฤดูแลง้
- ท่ีอยอู่ าศยั และอ่ืน ๆ 2 ไร่
รวมท้งั หมด 15 ไร่
4. การจดั แบ่งแปลงที่ดินเพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดน้ี พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงคานวณและ
คานึงจากอตั ราถือครองท่ีดินถวั เฉล่ีย ครัวเรือนละ 15 ไร่ อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรมีพ้ืนท่ีถือครองนอ้ ยกว่า
หรือมากกวา่ น้ี กส็ ามารถใชอ้ ตั ราส่วน 30:30:30:10 ไปเป็นเกณฑป์ รับใชไ้ ด้ กลา่ วคือ
30% ส่วนแรก ขดุ สระน้า (สามารถเล้ียงปลา ปลูกพืชน้า เช่น ผกั บุง้ ผกั กะเฉด ฯลฯ ไดด้ ว้ ย)
30% ส่วนที่สอง ทานา
30% ส่วนท่ีสาม ปลูกพชื ไร่ พืชสวน (ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ ไมใ้ ชส้ อย ไมส้ ร้างบา้ น พชื ไร่ พืชผกั สมุนไพร)
10% สุดทา้ ย เป็ นท่ีอยอู่ าศยั และอื่นๆ (ถนน คนั ดิน กองฟาง ลานตาก กองป๋ ุยหมกั โรงเรือน โรงเพาะ
เห็ด คอกสัตว์ ไมด้ อกไมป้ ระดบั พืชผกั สวนครัวหลงั บา้ น เป็นตน้ )
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนดังกล่าวเป็ นสูตรหรือหลักการโดยประมาณเท่าน้ัน สามารถปรับปรุง
เปล่ียนแปลงไดต้ ามความเหมาะสมโดยข้ึนอยกู่ บั สภาพของพ้ืนที่ ดิน ปริมาณน้าฝนและสภาพแวดลอ้ ม เช่น ใน
กรณีภาคใตท้ ี่มีฝนตกชุกกวา่ ภาคอ่ืน หรือหากพ้ืนที่ท่ีมีแหล่งน้ามาเติมสระไดต้ ่อเน่ือง กอ็ าจลดขนาดของบ่อหรือ
สระน้าใหเ้ ลก็ ลง เพอ่ื เกบ็ พ้นื ที่ไวใ้ ชป้ ระโยชน์อ่ืนต่อไปได้
อา้ งอิง: https://www.chaipat.or.th/2010-06-03-03-39-51.html
https://www.khaokhaow.go.th/select_news.php?news_id=1033
หญ้าแฝก
หญา้ แฝก เป็นพืชใบเล้ียงเด่ียวตระกลู หญา้ ชนิดหน่ึง เช่นเดียวกบั ขา้ วโพด ขา้ วฟ่ าง ออ้ ย ซ่ึงพบกระจาย
อยทู่ ว่ั ไปหลายพ้ืนที่ตามธรรมชาติ จากการสาํ รวจพบวา่ มีกระจายอยทู่ ว่ั โลกประมาณ 12 ชนิด และสาํ รวจพบใน
ประเทศไทย 2 ชนิด ไดแ้ ก่
1.กลุม่ พนั ธุ์หญา้ แฝกลุ่ม ไดแ้ ก่ พนั ธุ์สุราษฎร์ธานี กาํ แพงเพชร 2 ศรีลงั กา สงขลา 3 และพระราชทาน ฯลฯ
2. กลุ่มพนั ธุ์หญา้ แฝกดอน ไดแ้ ก่ พนั ธุ์ราชบุรี ประจวบคีรีขนั ธ์ ร้อยเอด็ กาํ แพงเพชร 1 นครสวรรค์ และเลย เป็น
ตน้
หญา้ แฝกเป็นหญา้ ท่ีข้ึนเป็นกอ หน่อเบียดกนั แน่น ใบของหญา้ แฝกมีลกั ษณะแคบยาว ขอบขนานปลาย
สอบแหลม ดา้ นทอ้ งใบจะมีสีจางกวา่ ดา้ นหลงั ใบ มีรากเป็นระบบรากฝอยท่ีสานกนั แน่นยาว หยง่ั ลึกในดิน มีขอ้
ดอกต้งั ประกอบดว้ ยดอกขนาดเลก็ ดอกจาํ นวนคร่ึงหน่ึงเป็นหมนั
ลกั ษณะพเิ ศษของหญา้ แฝก
การท่ีหญา้ แฝกถูกนาํ มาใชป้ ลูกในการอนุรักษด์ ินและน้าํ เนื่องมาจากมีลกั ษณะเด่นหลายประการ ดงั น้ี
1.มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกนั แน่น ไม่แผข่ ยายดา้ นขา้ ง
2.มีการแตกหน่อและใบใหม่ ไม่ตอ้ งดูแลมาก
3.หญา้ แฝกมีขอ้ ท่ีลาํ ตน้ ถี่ ขยายพนั ธุ์โดยใชห้ น่อไดต้ ลอดปี
4.ส่วนใหญ่ไม่ขยายพนั ธุ์ดว้ ยเมลด็ ทาํ ใหค้ วบคุมการแพร่ขยายได้
5.มีใบยาว ตดั และแตกใหม่งา่ ย แขง็ แรงและทนต่อการยอ่ ยสลาย
6.ระบบรากยาว สานกนั แน่น และช่วยอุม้ น้าํ
7.บริเวณรากเป็นที่อาศยั ของจุลินทรีย์
8.ปรับตวั กบั สภาพต่าง ๆ ไดด้ ี ทนทานต่อโรคพชื ทว่ั ไป
9.ส่วนท่ีเจริญต่าํ กวา่ ผวิ ดิน ช่วยใหอ้ ยรู่ อดไดด้ ีในสภาพต่าง ๆ
การเตรียมกลา้ และดินเพอ่ื ปลูกหญา้ แฝก
1.การกาํ จดั วชั พชื และเตรียมพ้ืนที่
2.การปลูกหญา้ แฝกในช่วงตน้ ฤดูฝน พ้ืนท่ีปลูกตอ้ งมีความชุ่มช้ืน
3.การเตรียมแนวร่องปลูก โดยการวางแนวร่องปลูกขวางความลาดชดั ตามแนวระดบั ขนานไปตามสภาพพ้นื ท่ี
4.การใส่ป๋ ุยหมกั รองกนั หลมุ ในแนวร่องปลูก เพือ่ เพิม่ ความอดุ มสมบูรณ์แก่ดิน
5.การปลูกกลา้ หญา้ แฝกในแปลงปลูก โดยการใชก้ ลา้ เพาะชาํ ถุงขนาดเลก็ ใชร้ ะยะปลูก 10 เซนติเมตร หรือกลา้
รากเปลือยใชร้ ะยะปลูก 5 เซนติเมตร
6.ความห่างของแถวหญา้ แฝกแต่ละแถว ข้ึนกบั ความลาดเทของพ้ืนที่ และชนิดของพ้ืนที่ปลูก โดยขอคาํ แนะนาํ
เพิ่มเติมจากเจา้ หนา้ ท่ี แต่โดยทวั่ ไปจะใชร้ ะยะห่างทางแนวด่ิง 1.5-3 เมตร
7.กลบดินในร่องปลูกใหต้ ่าํ กวา่ ระดบั ผวิ ดินปกติ เพื่อใหน้ ้าํ ขงั และซึมลงดินได้ ช่วยใหด้ ินชุ่มช้ืนข้ึน
8.ควรปลูกซ่อมแซมใหไ้ ดแ้ นวร้ัวหญา้ แฝกที่เป็นแนวยาวต่อเนื่อง
อ้างองิ
1.กรมพฒั นาท่ีดิน โครงการรณรงคก์ ารปลูกหญา้ แฝกเฉลิมพระเกียรติฯ [ออนไลน]์ .2556.แหลง่ ท่ีมา:
https://www.ldd.go.th/link_vetiver/index.htm [17 พฤษจิกายน 2564]
2.ภาพท่ี 1 สาํ นกั งานประมงจงั หวดั นครนายก หญา้ แฝก ประโยชนค์ รอบจกั รวาล [ออนไลน]์ .2563.
แหล่งท่ีมา: https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_activities/16/80170 [18 มิถุนายน 2563]
3.ภาพท่ี 2 งานศึกษาและพฒั นาที่ดิน หญา้ แฝก [ออนไลน]์ .2563. แหลง่ ท่ีมา:
https://www.hongkhraichiangmai.com/main/article.php?p=186 [13 มีนาคม 2563]
นางสาว ธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขที่ 26 มธั ยมศึกษาปี่ ท่ี 4/2
ถ่านไบโอชาร์
ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) คือวสั ดุที่อุดมดว้ ยคาร์บอน ผลิตจากชีวมวล หรือสารอินทรียท์ ี่
ยอ่ ยสลายไดจ้ ากธรรมชาติ หรือวสั ดุเหลือใชจ้ ากการเกษตร เช่น ใบไม้ ก่ิงไม้ หญา้ ฟางขา้ ว เหงา้ มนั สาํ ปะหลงั
ซงั และตน้ ขา้ วโพด มูลสัตว์ กากตะกอนของเสีย เป็ นตน้ แมก้ ระทงั่ มูลสัตวน์ าํ มาผ่านกระบวนการเผาไหมท้ ่ีมี
การควบคุม อุณหภูมิและอากาศหรือจาํ กดั อากาศให้เขา้ ไปเผาไหมน้ อ้ ยท่ีสุดซ่ึงกระบวนการเผาไหมน้ ้ี เรียกว่า
“การแยกสลายดว้ ยความร้อนหรือกระบวนการไพโรไลซิส” ในสภาวะท่ีไม่มีออกซิเจนหรือมีออกซิเจนนอ้ ยมาก
มีงานวิจยั ท่ีไดศ้ ึกษาการใชป้ ระโยชน์ของถ่านชีวภาพมีหลายดา้ น เช่น การปรับปรุงดิน และช่วยเพิม่ ปริมาณและ
คุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงลดระยะเวลาการปลูกไดอ้ ีกดว้ ย แลว้ แต่ชนิดของพืชที่ปลูก มีงานวิจยั
ที่นาํ ถ่านชีวภาพไปใชก้ บั พืชทางการเกษตร ใชเ้ ป็นวสั ดุปลูกร่วมกบั วสั ดุอื่น เพื่อผลิตผลผลิตทางการเกษตร การ
ลดการดูดซับสารเคมีที่ใชก้ าํ จดั วชั พืชและศตั รูพืช และโลหะหนักท่ีอยู่ในดินและน้าํ ของพืชท่ีปลูก โดยถ่าน
ชีวภาพจะตรึงสารเคมีกลุ่มน้ีไว้ ทาํ ใหล้ ดผลกระทบต่อพชื ที่ปลูกจากสารเคมีและโลหะหนกั ท่ีปนเป้ื อน ใชด้ ูดซบั
น้าํ มนั ปิ โตรเลียม ใชเ้ ป็นตวั เร่ง ในปฏิกริยาในกระบวนการผลิตไบโอดีเซละและไบโอแก๊ส ใชเ้ ป็นวสั ดุเพือ่ ผลิต
ชิ้นส่วนอิเลก็ โทรนิกส์ ผลิตกราฟี น เป็นตน้
ถ่านชีวภาพถูกนาํ มาใชม้ าเป็ นเวลาหลายพนั ปี มาแลว้ โดยชุมชนพ้ืนเมืองในแถบลุ่มน้าํ อะเมซอนของ
ทวีปอเมริกาใต้ ไดใ้ ชเ้ ศษพืชจากพ้ืนท่ีเพาะปลูกและมูลสัตว์ เผาให้กลายเป็ นถ่านชีวภาพ ซ่ึงเรียกช่ือตามภาษา
ทอ้ งถ่ินว่า Terra Preta มีความหมายว่าโลกดาํ (black earth) หมายถึง สีของดินบริเวณน้ันมีสีคล้าํ จนเกือบดาํ
เนื่องจากดินดงั กล่าวมีปริมาณธาตุอาหารหรืออินทรียวตั ถุในดินสูงกวา่ พ้ืนที่ที่ไม่ใส่ถ่านชีวภาพ ปัจจุบนั พบวา่
พ้ืนท่ีที่เคยมีการใชถ้ ่านชีวภาพในพ้ืนที่เกษตรกรรม ในหลายพ้ืนท่ีของอเมริกา ยโุ รปและ เอเชีย เช่น เอกวาดอร์
และเปรูในอเมริกาใต้ เบนิน และไลบีเรียในแอฟริกาตะวนั ตกและทุ่งหญา้ สะวนั นาในแอฟริกาใต้ จีนและ
ออสเตรเรีย เป็นตน้ อีกท้งั มีงานวิจยั จาํ นวนมากท่ีเกี่ยวกบั การผลิตและการประยกุ ตใ์ ชง้ านถา่ นชีวภาพ
กระบวนการเผาไหมท้ ่ีมีการควบคุม อุณหภูมิและอากาศหรือจาํ กดั อากาศใหเ้ ขา้ ไปเผาไหมน้ อ้ ยท่ีสุดซ่ึง
กระบวนการเผาไหมน้ ้ี เรียกว่า “การแยกสลายดว้ ยความร้อนหรือกระบวนการไพโรไลซิส” ในสภาวะท่ีไม่มี
ออกซิเจนหรือมีออกซิเจนนอ้ ยมาก ซ่ึงมีสองวิธีหลกั ๆ คือ
-การแยกสลายด้วยความร้อนอย่างช้า (Slow Pyrolysis) อณุ หภูมิเฉลี่ยประมาณ 300-600 องศาเซลเซียส
แต่จะใชเ้ วลาเป็นชวั่ โมง หากใชอ้ ณุ หภูมิเฉล่ียในการเผาไหมป้ ระมาณ 500 องศาเซลเซียส จะไดผ้ ลผลิตของถา่ น
ชีวภาพมากกวา่ 20-50% ท่ีเหลือเป็นแกส๊ ที่จุดติดไฟไดแ้ ละมีของเหลวบางส่วนท่ีควบแน่นได้
-การแยกสลายด้วยความร้อนอย่างเร็ว (Fast Pyrolysis) อณุ หภูมิเฉลี่ยประมาณ 700 องศาเซลเซียส ใช้
เวลาเป็นวินาที ผลผลิตที่ไดจ้ ะเป็นน้าํ มนั ชีวภาพ (Bio-oil) แก๊สสงั เคราะห์ (Syngas) และถ่านชีวภาพ (Biochar)
นาํ ไปปรับปรุงดินเพอื่ ปลูกพชื
การปรับปรุงดิน และช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงลดระยะเวลาการ
ปลูกไดอ้ ีกดว้ ย แลว้ แต่ชนิดของพชื ท่ีปลูก มีงานวิจยั ที่นาํ ถ่านชีวภาพไปใชก้ บั พืชทางการเกษตร เช่น พืชไร่เช่น
ปลูกขา้ ว ขา้ วโพด ถว่ั เหลือง ไมด้ อกไมป้ ระดบั รวมถึงพชื สวน ผกั สวนครัว และกาแฟ เป็นตน้
ใชเ้ ป็นวสั ดุปลูกร่วมกบั วสั ดุอ่ืน เพือ่ ผลิตผลผลิตทางการเกษตร
วสั ดุเพาะตน้ กลา้ ช่วยทาํ ใหเ้ ติบโตไดด้ ี เช่น ไบโอชาร์เปลือกกาแฟใชเ้ พาะตน้ กลว้ ย ไบโอชาร์แกลบใชเ้ พาะผกั
ผกั สลดั เป็นตน้
ดินปลูกผสมไบโอชาร์ ช่วยลดเวลาผลผลิต เช่น กระเจี๊ยบ ดอกแค เป็นตน้
ช่วยลดตน้ ทุนการทาํ เกษตร โดยใชเ้ พียงดินปลูกผสมไบโอชาร์ตามสูตรแม่โจ้ สามารถใชผ้ ลิตผลผลิต
เกษตร เช่น ผกั สลดั ผกั ส่วนครัว โดยที่ไม่ตอ้ งเติมป๋ ุยเพม่ิ เติม ทาํ ใหช้ ่วยลดตน้ ทุนการผลิตสาํ หรับเกษตรกร
การดูดซบั แกส๊ และลดกลิ่น
ลดกล่ินและแก๊สเรือนกระจกของการหมกั ป๋ ุย และช่วยตรึงไนโตรเจน ทาํ ใหป้ ๋ ุยหมกั มีปริมาณ
ไนโตรเจนเพม่ิ ข้ึนและลดระยะเวลาการหมกั
ดูดซบั กลิ่นและแก๊สจากมูลสตั วใ์ นฟาร์ม รวมถึงระบบบาํ บดั น้าํ เสียในฟาร์ม
อ้างองิ
1.ทีมวิจยั ไบโอชาร์ หน่วยวจิ ยั GET (Green and Eco Technology Unit Research) คณะวศิ วกรรมและ
อตุ สาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลยั แม่โจ้ การผลิตถ่านชีวภาพและแนวทางการใชป้ ระโยชน์ [ออนไลน์].2562.
แหลง่ ท่ีมา: https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1072 [13 พฤษจิกายน 2563]
2.ภาพที่ 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไบโอชาร์เป็นทางเลือกสาํ หรับการทาํ เกษตรปลอดภยั [ออนไลน]์ .2562.
แหล่งที่มา: https://www.technologychaoban.com/what-news/article_163184 [5 มีนาคม 2562]
3.ภาพท่ี 2 เทคโนโลยชี ีวภาพ ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ [ออนไลน]์ .2561. แหลง่ ท่ีมา:
https://www.biocharcoal.net/2018/02/biocharcoalnet-test.html [2 มิถุนายน 2562]
นางสาว ธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขท่ี 26 ม.4/2
วธิ ีการขยายพนั ธ์ุพืช ด้วยการปักชําแบบควบแน่น
วิธีอนุรักษพ์ นั ธุพ์ ชื ได้ การขยายพนั ธุ์พชื ผกั พ้นื บา้ นแบบควบแน่นอยา่ งมีประสิทธิภาพ เป็นวธิ ีการท่ี
สามารถลดเวลา ตน้ ทุน และการดูแลรักษา สามารถกาํ หนดปริมาณของผลผลิตใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของ
ตลาดและการบริโภคไดอ้ ยา่ งแม่นยาํ
วสั ดอุ ปุ กรณ์
- ยอดพนั ธุ์ ความแก่อ่อน 40- 60%
- น้าํ สะอาด
- แกว้ พลาสติค ขนาดบรรจุ 6-10 ออนซ์ (หรือภาชนะที่ขนาดใหญ่กวา่ ดูตามขนาดของยอดหรือกิ่งพนั ธุ)์
- ถุงพลาสติคใสขนาด 6x11 นิ้ว (หรือขนาดใหญ่กวา่ )
- ยางวงเส้นเลก็ หรือเชือก
- กรรไกรแต่งกิ่ง และกรรไกรเอนกประสงค์
วธิ ีทํา
- เกบ็ ดินจากบริเวณที่มีอินทรีวตั ถุนอ้ ย ทาํ ดินใหร้ ่วนซุย
- พรมน้าํ คลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั แลว้ ป้ันดู พอติดมือ (กาํ พอเป็นกอ้ น)
- นาํ ดินใส่ใหเ้ ตม็ แกว้ พลาสติคหรือภาชนะกระถางท่ีจะใช้ กดดินใหแ้ น่น ระดบั 80%
- ใชไ้ มแ้ หลมหรือกรรไกรเสียบตรงกลางภาชนะท่ีใส่ดินใหล้ ึกไม่เกิน 3 ใน 4 ส่วนของแกว้
- ใชก้ รรไกรคม ตดั ยอดพืชพนั ธุ์ ตามที่ตอ้ งการ ตดั ใหย้ าวประมาณ 12 - 18 ซม. ขอ้ สาํ คญั อยา่ ใหแ้ ผลท่ีตดั
เปลือกฉีก จะออกรากไม่ดี
- ใชก้ รรไกรตดั หนามออกใหห้ มด ป้องกนั หนามแทงถุง ถา้ อากาศเขา้ จะออกรากยาก
- นาํ ยอดพนั ธุเ์ สียบลงในรูท่ีเตรียมไว้ ใหส้ ุด
- ใชน้ ิ้วหวั แมม่ ือ กดดินรอบกิ่งมะนาวใหแ้ น่น อยา่ ใหห้ ลวม จะออกรากยาก
- นาํ ถุงพลาสติคครอบลงแลว้ รัดดว้ ยยางวงจาํ นวน 2 เส้น แลว้ ดึงกน้ ถุงใหย้ างไปรัดอยทู่ ่ีขอบปากแกว้
- นาํ ไปเกบ็ ไวใ้ นท่ีร่มรําไร หลงั จากน้นั 15 - 20 วนั ใหต้ รวจดูราก พอพบรากใหป้ ลอ่ ยจนรากมีสีน้าํ ตาลคอ่ ย
กลบั ถุง
รูปภาพประกอบ
การกลบั ถุง มีวิธีดงั ต่อไปน้ี
1. ใหน้ าํ ถุงออกจากแกว้ ช่วงเยน็ เพ่ือป้องกนั ความร้อน
2. นาํ ถุงออกแลว้ นาํ แกว้ ควบแน่นที่ออกรากแลว้ ใส่กลบั ลงไปในถุง (เปิ ดปากถุงไว้ ไม่ตอ้ งใชย้ างวงรัด)
3. ทิ้งไวใ้ นร่มรําไร ประมาณ 5 - 7 วนั คอ่ ยนาํ แกว้ ออกจากถุง เพ่อื ใหก้ ่ิงพนั ธุป์ รับตวั เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ ม
4. หลงั จากน้นั นาํ แกว้ ท่ีออกจากถุง พกั ตวั ไวใ้ นร่ม 7 - 10 วนั ค่อยนาํ ไปเพาะในกระถาง หรือนาํ ไปปลูกไดเ้ ลย
อ้างองิ
1.คนกลา้ คืนถ่ิน แนวคิดของนายเฉลิม พรี ี จากศูนยเ์ รียนรู้โครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาํ ริบา้ นวดั ใหม่
ตาํ บลบึงสามคั คี อาํ ภอบึงสามคั คี จงั หวดั กาํ แพงเพชร วธิ ีการขยายพนั ธุพ์ ชื ดว้ ยการปักชาํ แบบควบแน่น
[ออนไลน]์ .2562.แหลง่ ที่มา: http://www.konglakuentin.com/glaroo/190401060818# [3 เมษายน 2562]
2.ภาพท้งั หมดท่ีใชใ้ นการทาํ การทดลองจากการปฏิบตั ิการควบแน่นตน้ มะนาวโดยโทรศพั ทม์ ือถือของ
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขท่ี 26 ม.4/2
การเพาะจุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง
จุลินทรียม์ ีหลายชนิด สามารถใชท้ างการเกษตรได้ และชนิดที่คนอาจจะคุน้ เคยและใชก้ นั แพร่หลายแลว้
คือ จุลินทรีย์ EM (Effective Microorganisms) ลกั ษณะเป็นน้าํ สีน้าํ ตาลเขม้ ที่ขยายพนั ธุ์ดว้ ยกากน้าํ ตาล ไม่ชอบ
แสงแดด แต่วนั น้ีเราจะพาไปทาํ ความรู้จกั กบั จุลินทรียน์ อ้ งใหม่ท่ีชอบแสงแดดและมีประโยชน์ไม่แพก้ นั นนั่ ก็
คือจุลินทรียส์ งั เคราะห์แสง หรือ PSB (Photosynthetic Bacteria) ซ่ึงเป็นจุลินทรียท์ ่ีอยใู่ นกลุ่มของจุลินทรียส์ ีม่วง
พบไดท้ วั่ ไปตามแหล่งน้าํ ธรรมชาติ สามารถใชป้ ระโยชน์ทางการเกษตร บาํ บดั น้าํ เสียจากอาคารบา้ นเรือนและ
อตุ สาหกรรมไดเ้ ช่นกนั จุลินทรียก์ ลุม่ น้ีตอ้ งการสิ่งที่จาํ เป็นในการเจริญเติบโตคือแสงแดด
ประโยชน์จุลินทรียส์ งั เคราะห์แสง มีดงั น้ี
1.ช่วยกระตุน้ ภูมิคุม้ กนั โรคพืชไดด้ ี ทาํ ใหเ้ ปลือกหรือลาํ ตน้ แขง็ แรง ทนต่อการกดั กินของแมลง
2.ช่วยกระตุน้ เซลลเ์ จริญบริเวณปลายรากพืชให้ขยายตวั และแตกแขนงไดด้ ี ทาํ ให้มีรากฝอยท่ีหากินเก่งจาํ นวน
มาก จึงทาํ ใหพ้ ืชสามารถเพม่ิ ผลผลิตไดด้ ีเน่ืองจากการสะสมอาหารไดม้ าก
3.สามารถใชแ้ ทนป๋ ุยยเู รีย ป๋ ุยยเู รีย คือ ป๋ ุยสังเคราะห์ท่ีมีส่วนประกอบของไนโตรเจนในอตั ราที่สูง โดยจุลินทรีย์
ใชห้ ลกั การยอ่ ยสลายกลุ่มกา๊ ซของเสียใหเ้ ป็นไนโตรเจนซ่ึงเป็นธาตุอาหารหลกั ของพืช
4.นาํ จุลินทรียไ์ ปใชผ้ สมผสานร่วมกบั น้าํ หมกั หรือป๋ ุยสูตรต่างๆ จะทาํ ให้ผลผลิตย่ิงเพ่ิม และคุณภาพผลิตดีข้ึน
ตามดว้ ย
5.ลดตน้ ทุนการผลิต เมื่อใช้เป็ นประจาํ และต่อเน่ือง สามารถลดการใชป้ ๋ ุยสูตรต่างๆ ลงไดส้ ูงสุด 50% ทาํ ให้
ตน้ ทุนในการผลิตลดลง กาํ ไรเพิ่มมากข้ึน
6.ช่วยในการบาํ บัดน้ําเสีย ได้ท้ังกับน้ําเสียท่ีอยู่ท่ัวไปในท่อ บ่อปลา ฟาร์มเล้ียงสัตว์ หรือกับน้ําเสียจาก
อุตสาหกรรมกไ็ ด้
7.ช่วยยอ่ ยสลายของเสียในดิน โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซไข่เน่า หรือไฮโดรเจนซลั ไฟด์ จุลินทรียส์ ังเคราะห์แสงจะเขา้
ไปทาํ ลายกาํ จดั ก๊าซไฮโดรเจนโดยนาํ ของเสียน้นั มาเป็ นพลงั งานใชใ้ นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ และขบั
ของเสียออกมาใหอ้ ยใู่ นรูปกลุม่ โกรทฮอร์โมน (growth hormone) ท่ีมีประโยชน์ต่อพืช
8.ช่วยลดสภาวะโลกร้อน เนื่องจากจุลินทรียส์ งั เคราะห์แสงยอ่ ยสลายทาํ ลายโครงสร้างของก๊าซมีเทน (methane)
ซ่ึงเป็นหน่ึงในกา๊ ซเรือนกระจกท่ีสาํ คญั เป็นตวั ทาํ ลายช้นั บรรยากาศของโลกเรา และมีอยมู่ ากในทอ้ งนาท่ีมี
น้าํ ขงั อยู่ เพียงแค่เกษตรกรนาํ จุลินทรียส์ ังเคราะห์แสงไปใส่ในนา นอกจากจะทาํ ให้ตน้ ขา้ วเติบโตแขง็ แรงแลว้
ยงั เป็นการช่วยปกป้องโลกของเราไดด้ ว้ ย
สิ่งท่ีตอ้ งเตรียม ประกอบไปดว้ ย
1.ขวดน้าํ พลาสติก (สามารถเตรียมไดท้ ้งั 3 ขนาด คือ 600 cc / 1500 cc / 6000 cc)
2.น้าํ เปลา่ (สามารถใชน้ ้าํ ฝน น้าํ บ่อ หรือน้าํ ประปาท่ีพกั คา้ งคืนไว)้
3.ไข่ (ไข่ไก่ หรือไขเ่ ป็ดกไ็ ด้ ไข่เน่าแลว้ กย็ งั ได้ จุลินทรียย์ ง่ิ ชอบ)
4.น้าํ ปลา หรือกะปิ
5.ผงชูรส
6.ถว้ ย ชอ้ น ส้อม
7.หวั เช้ือจุลินทรีย์ (ถา้ มี)
ข้นั ตอนการทาํ จุลินทรียส์ งั เคราะห์แสง
1.ลอกพลาสติกที่ปิ ดขวดออกก่อน และกรอกน้าํ ลงไปในขวดใหไ้ ด้ 70% ของขวด
2.ตอกไข่ใส่ถว้ ย ตีไข่ขาวและไข่แดงใหเ้ ป็นเน้ือเดียวกนั ใส่น้าํ ปลา และผงชูรสตามไป ตีจนเขา้ กนั เหมือนกาํ ลงั
ทาํ ไข่เจียว อตั ราส่วน ไข่ 1 ฟอง : น้าํ ปลา 1 ชอ้ นโต๊ะ : ผงชูรส 1 ชอ้ นโต๊ะ จาํ ง่ายๆ คือ 1:1:1)
3.จะใส่หรือไม่ใส่เปลือกไข่ก็ได้ ถา้ ใส่ก็ช่วยเสริมแคลเซียม ให้ตาํ หรือบดใหล้ ะเอียดแลว้ ใส่ลงในไข่ท่ีผสมเป็น
เน้ือเดียวกนั
4.ตกั ใข่ที่ผสมแลว้ ใส่ลงในขวดน้าํ ท่ีเตรียมไว้ ดงั น้ี
สาํ หรับขวด 600 cc ใส่คร่ึงชอ้ นโตะ๊
สาํ หรับขวด 1500 cc ใส่ 1 ชอ้ นโตะ๊
สาํ หรับขวด 6000 cc ใส่ 4 ชอ้ นโต๊ะ
5.เขยา่ ส่วนผสมใหเ้ ขา้ กบั น้าํ แลว้ เติมหวั เช้ือจุลินทรียส์ ังเคราะแสงลงไปใหเ้ หลือพ้ืนที่วางในขวดเลก็ นอ้ ย ปิ ดฝา
ขวดใหแ้ น่น
6.นาํ ขวดไปวางเรียงกนั ในที่ท่ีมีแสงแดดส่องตลอดวนั
7.เขยา่ ขวดบา้ ง หากมีแก๊สในขวดมากกเ็ ปิ ดฝาระบายออกได้ รอจนกวา่ จะเป็นสีแดงเขม้ ท้งั ขวดจึงจะนาํ ไปใชไ้ ด้
(ถา้ ใส่หวั เช้ือใชเ้ วลา 2 อาทิตยจ์ ึงแดงดี ถา้ ไม่มีหวั เช้ือใชเ้ วลาประมาณ 1 เดือน)
อ้างองิ
1.กระตุกต่อมคิด เพื่อพฒั นาความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญา เพื่อนที่แสนดีของต้นไม้ในบ้าน
[ออนไลน์].2563.แหลง่ ท่ีมา: https://www.okmd.or.th/okmd-kratooktomkit/4064/ [13 พฤษภาคม 2564]
2.ภาพท่ี 1 แหล่งรวมประสบการณ์ สาระความรู้ดา้ นการเกษตร บา้ นและสวน หวั เช้ือจุลินทรียส์ ังเคราะห์แสง
[ออนไลน]์ .2562.แหล่งท่ีมา: https://www.nanagarden.com/product/329822 [4 เมษายน 2563]
3.ภาพที่ 2 ออร์แกนิค ฟาร์มไทยแลนด์ จุลินทรียส์ งั เคราะห์แสง [ออนไลน]์ .2562.แหล่งท่ีมา:
https://www.organicfarmthailand.com/how-to-make-photosynthetic-microorganisms/ [9 กนั ยายน 2563]
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขที่ 26 ม.4/2
Ling แอปเพื่อการเกษตรดจิ ทิ ลั
1.การตดิ ต้ังแอป
1.การคน้ หาแอปพลิเคชน่ั เพื่อท่ีจะดาวโหลด
2.เม่ือเจอแอปLing แอปเพ่อื การเกษตรดิจิทลั ใหท้ าํ การดาวโหลดเพื่อใชง้ าน
2.วดั พืน้ ทีเ่ กษตรโรงเรียนเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต้
ถนนนครศรีธรรมราช-ร่อนพบิ ูลย์ เลขที่ 1 หมู่ท่ี 6 ตาํ บลนาพรุ อาํ เภอพระพรหม จงั หวดั นครศรีธรรมราช 80000
1.เขา้ แอปLing แอปเพือ่ การเกษตร 2.เลือกคาํ สง่ั วดั ท่ี
3.เลือกคาํ สง่ั คน้ หาสถานท่ี 4.หาสถานที่ ที่เราจะหาพ้นื ท่ีคือ
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้
5.เม่ือถึงพ้ืนท่ีของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 6.แอปจะคาํ นวณพกิ ดั ท่ีเราวดั ประมาณ
ภาคใตใ้ หเ้ ลือกพกิ ดั ที่จะวดั พ้ืนที่ 4 ไร่ 1 งาน 85 ตารางวา
อ้างองิ
โจ-นาํ พล เลปวทิ ย/์ /.(2017)//.แอปพลิเคชนั่ Ling //[17ธนั วาคม2564].เขียนโดยนางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่4/2 เลขท่ี 26
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์
ธุรกิจ
ธุรกิจ หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่ทาํ ให้มีการผลิตสินคา้ และบริการ มีการซ้ือขายแลกเปล่ียน จาํ หน่าย
และกระจายสินคา้ และมีประโยชน์หรือกาํ ไรจากกิจกรรมน้นั ธุรกิจมีความสําคญั ต่อการดาํ เนินชีวิตของมนุษย์
ในสังคมปัจจุบันมากเพราะนอกจากจะเป็ นองค์การที่ผลิตสินค้า หรือบริการท่ีเป็ นปัจจยั พ้ืนฐานของการ
ดาํ รงชีวิต หรือปัจจยั 4 การประกอบธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ นขนาดเล็ก หรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม สิ่งท่ีสําคญั คือ
กาํ ไร เพราะเป็ นแรงจูงใจของการดาํ เนินการทางธุรกิจ ก่อให้เกิดการแข่งขนั และการขยายตวั ทางธุรกิจให้
เจริญกา้ วหนา้ มากยง่ิ ข้ึน
รูปแบบของธุรกจิ การประกอบธุรกิจในปัจจุบนั มีอยหู่ ลายลกั ษณะท้งั ธุรกิจขนาดเลก็ ธุรกิจขนาดกลาง
และธุรกิจขนาดใหญ่ท่ีมีสาขาทวั่ ประเทศ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการปฏิบตั ิตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบ
ขอ้ บงั คบั ต่างๆ จึงมีการกาํ หนดรูปแบบธุรกิจออกเป็น 5 รูปแบบ ดงั น้ี
1.กิจการของคนเดียว (Sole or Single Proprietorship) เป็ นการประกอบธุรกิจที่บุคคลคนเดียวเป็ นเจ้าของ
กิจการ และบริหารจดั การธุรกิจทุกเรื่องดว้ ยตนเอง การประกอบธุรกิจในรูปแบบน้ีจะใชต้ น้ ทุนต่าํ มีวิธีการ
ดาํ เนินงานท่ีง่าย ไม่ยุ่งยาก การบริหารจดั การต่างๆ มีความคล่องตวั สูง และเป็ นธุรกิจท่ีสามารถพบเห็นใน
ชีวติ ประจาํ วนั มากที่สุด เช่น หาบเร่ แผงลอย ร้านขายของชาํ ร้านเสริมสวย ร้าน
ข้อดแี ละข้อเสียของกจิ การเจ้าของคนเดยี ว
ขอ้ ดี - มีอิสระในการตดั สินใจดาํ เนินงานโดยเจา้ ของคนเดียว ทาํ ใหร้ วดเร็วคล่องตวั
ขอ้ เสีย -ระยะเวลาดาํ เนินงานส้นั ถา้ เจา้ ของเสียชีวติ อาจหยดุ ชะงกั หรือเลิกกิจการ
2.หา้ งหุน้ ส่วน(Partnership) เป็นรูปแบบของการประกอบธุรกิจที่มีบุคคลต้งั แต่ 2 คนข้ึนไป และสามารถทาํ นิติ
กรรมตามกฎหมายได้ โดยการทาํ สญั ญาดว้ ยวาจาหรือลายลกั ษณ์อกั ษรที่จะเขา้ เป็นหุน้ ส่วนกนั ซ่ึงผเู้ ป็นหุน้ ส่วน
จะตอ้ งลงทุนร่วมกนั ดว้ ยเงินหรือแรงกาย เพ่ือวตั ถุประสงคใ์ นการแบ่งกาํ ไรท่ีจะไดร้ ับจากการดาํ เนินกิจการ
ร่วมกนั หา้ งหุน้ ส่วนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership ) เป็ นรูปแบบที่ผูเ้ ป็ นหุ้นส่วนจะตอ้ งรับผิดชอบใน
การชาํ ระหน้ีสินร่วมกนั โดยไม่จาํ กดั จาํ นวน หา้ งหุน้ ส่วนสามญั จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่กไ็ ด้
โดยวตั ถุประสงคจ์ ะแบ่งกาํ ไรและขาดทุนท่ีเกิดจากการประกอบธุรกิจน้นั ในสัดส่วนเท่ากนั ตามจาํ นวนหุ้น
หา้ งหุน้ ส่วนสามญั แบ่งออกเป็น 2 ประเภทไดแ้ ก่
1) หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล (จดทะเบียน) เป็นหา้ งหุน้ ส่วนสามญั ท่ีจดทะเบียนถูกตอ้ งตามกฎหมาย หากมี
การฟ้องร้องตอ้ งฟ้องหา้ งหุน้ ส่วน เม่ือทรัพยส์ ินของหา้ งหุน้ ส่วนไม่พอชาํ ระหน้ีจึงจะฟ้องร้องจากหุน้ ส่วนต่อไป
2) หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล (ไม่จดทะเบียน) เป็นหา้ งหุน้ ส่วนที่ไม่ไดจ้ ดทะเบียนใหถ้ ูกตอ้ งตามกฎหมาย ผทู้ ่ี
เป็นหุน้ ส่วนกบั หา้ งหุน้ ส่วนจะไม่แยกจากกนั เจา้ หน้ีสามารถฟ้องร้องบุคคลใดกไ็ ด้
2.2 ห้างหุ้นส่วนจํากัด (Limited Partnership) เป็ นรูปแบบห้างหุ้นส่วนท่ีจะตอ้ งจดทะเบียนเป็นนิติ
บุคคล จึงมีผลทาํ ให้กิจการน้นั เสมือนเป็นบุคคล และมีสิทธิดาํ เนินการต่างๆตามที่กฎหมายกาํ หนด ซ่ึงผูเ้ ป็น
หุน้ ส่วนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1) หุ้นส่วนประเภทจาํ กดั ความรับผิดชอบ ผูเ้ ป็ นหุ้นส่วนจะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ไดซ้ ่ึงรับผิดชอบเพียง
จาํ นวนเงินหรือทรัพยส์ ินท่ีตนรับวา่ จะลงทุนในหา้ งหุน้ ส่วนเท่าน้นั
2) หุ้นส่วนประเภทไม่จาํ กดั ความรับผิดชอบ ผูเ้ ป็ นหุ้นส่วนจะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ ซ่ึงรับผิดชอบใน
บรรดาหน้ีสินท้งั หมดของหา้ งหุน้ ส่วนโดยไม่จาํ กดั จาํ นวน
3.บริษทั จาํ กดั (Corporation) เป็ นการประกอบการท่ีจดทะเบียนเป็ นนิติบุคคล จดั ต้งั เพื่อวตั ถุประสงคใ์ นการ
แสวงหากาํ ไรจากกิจการ ซ่ึงจะแบ่งทุนออกเป็นหุ้นท่ีมีมูลค่าหุ้นละเท่าๆกนั และมีผถู้ ือหุน้ ต้งั แต่ 7 คนข้ึนไป
แต่ไม่ถึง 100 คน โดยผูถ้ ือหุ้นแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบจาํ กดั เพียงไม่เกินจาํ นวนเงินท่ีตนยงั ส่งไม่ครบ
มูลค่าหุน้ ที่ถืออยู่ ในปัจจุบนั ประเทศไทยแบ่งบริษทั จาํ กดั ออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1.บริษัทเอกชนจํากดั เป็นบริษทั ประเภทหน่ึงซ่ึงจดั ต้งั ดว้ ยการแบ่งทุนเป็นหุน้ มีมูลค่าเท่าๆกนั โดยมีผู้
ถือหุน้ ไม่เกิน 100 คน
2.บริษัทมหาชนจํากดั เป็นบริษทั ที่จดั ต้งั ข้ึนเพื่อวตั ถุประสงคใ์ นการเสนอขายหุน้ ต่อประชาชน ซ่ึงถือ
หุ้นต้งั แต่ 100 คนข้ึนไป โดยผูถ้ ือหุน้ มีความรับผิดชอบจาํ กดั ไม่เกินจาํ นวนเงินค่าหุ้นท่ีตอ้ งชาํ ระ และบริษทั
ดงั กลา่ วไดร้ ะบุความประสงคเ์ ช่นน้นั ไวใ้ นหนงั สือบริคณห์สนธิ
พ.ร.บ.บริษทั มหาชนจาํ กดั พ.ศ.2535 ไดก้ าํ หนดลกั ษณะโครงสร้างของบริษทั มหาชนจาํ กดั ไวพ้ อสรุป
ไดด้ งั น้ี
1) จาํ นวนผถู้ ือหุน้ มีผถู้ ือหุน้ ต้งั แต่ 15 คน ข้ึนไป
2) ทุนจดทะเบียน ไม่มีการกาํ หนดจาํ นวนทุนจดทะเบียนข้นั ต่าํ ไว้
3) มูลค่าหุน้ และการชาํ ระเงินค่าหุน้ หุน้ ของบริษทั มหาชนจาํ กดั แต่ละหุน้ จะตอ้ งมีมูลค่าเท่ากนั และตอ้ งชาํ ระค่า
หุน้ คร้ังเดียวเตม็ มูลคา่ หุน้
4) จาํ นวนกรรมการ ตอ้ งมีจาํ นวนกรรมการของบริษทั ไม่นอ้ ยกวา่ 5 คน และกรรมการไม่นอ้ ยกวา่ ก่ึงหน่ึงตอ้ ง
มีที่อยใู่ นประเทศไทย
4.สหกรณ์ (Cooperative) เป็ นรูปแบบธุรกิจอีกรูปแบบหน่ึง ซ่ึงมีคณะบุคคลต้งั แต่ 10 คนข้ึนไป ที่มีอาชีพ
ความตอ้ งการ ความสนใจท่ีคลา้ ยคลึงร่วมกนั จดั ต้งั ข้ึน และจดทะเบียนถูกตอ้ งตามพระราชบญั ญตั ิ สหกรณ์ที่ใช้
อยใู่ นปัจจุบนั มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือส่งเสริมอาชีพ การครองชีพของสมาชิกและครอบครัวใหม้ ีฐานะความเป็นอยู่
ท่ีดีข้ึน ซ่ึงเป็ นวิธีท่ีให้ประโยชน์ท้งั ต่อสมาชิกของสหกรณ์และต่อส่วนรวมในปัจจุบนั สหกรณ์สามารถแบ่ง
ออกเป็น 2 ประเภท (ตามพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 7) ไดแ้ ก่
1) สหกรณ์จาํ กดั เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกมีความรับผดิ ชอบจาํ กดั เพยี งไม่เกินจาํ นวนคา่ หุน้ ท่ียงั ใชไ้ ม่ครบ
มูลค่หุน้ ท่ีตนถือ
2) สหกรณ์ไม่จํากดั เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกทุกคนมีความรับผดิ ชอบร่วมกนั เพ่อื หน้ีท้งั ปวงของสหกรณ์
ไม่จาํ กดั
5.รัฐวิสาหกิจ(State Enterprise) เป็ นองคก์ รของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐบาลเป็ นเจา้ ของ รวมท้งั บริษทั หรือ
หา้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคลท่ีส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมีหุน้ เกินกวา่ ร้อยละ 50 มีระบบการบริหารงานอยรู่ ะหวา่ ง
ราชการและเอกชน โดยคาํ นึงถึงหลกั สําคญั ทางการบริหารให้เป็ นไปตามข้นั ตอน เพื่อป้องกันการทุจริต
ตลอดจนความสงบสุขของประชาชนในประเทศเป็นหลกั สาํ คญั
รัฐวิสาหกิจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่
-รัฐวิสาหกิจท่ีเป็ นนิติบุคคล เป็ นองคก์ รและหน่วยงานที่จดั ต้งั ข้ึนมีฐานะเป็ นนิติบุคคลตามกฎหมายมี
การดาํ เนินงานท่ีแยกออกจากผูถ้ ือหุ้นหรือเจา้ ของกิจการโดยเฉพาะ เช่น การสื่อสารแห่งประเทศไทย การ
ปิ โตรเลียมแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย องคก์ ารสวนสัตวธ์ นาคารแห่งประเทศไทย บริษทั
ขนส่ง เป็นตน้
-รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็ นนิติบุคคล เป็ นกิจการบางอย่างของรัฐที่จดั ต้งั ข้ึนโดยใช้ทุนดาํ เนินการของรัฐ
ท้งั หมด สังกดั หน่วยงานราชการที่เป็นผกู้ ่อต้งั ข้ึน แต่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เช่นโรงงานยาสูบและสาํ นกั งาน
สลากกินแบ่งรัฐบาล ซ่ึงสงั กดั กระทรวงการคลงั เป็นตน้
จรรยาบรรณทางธุรกจิ
อ้างองิ
1.บริษทั แอคโปรแทค็ จาํ กดั (AccProTax Co.,Ltd) รูปแบบของธุรกิจ [ออนไลน]์ .2562.แหล่งท่ีมา:
https://www.prosofterp.com/Article/Detail/142870 [15 มิถุนายน 2562]
2.บริษทั พฒั นกิจ บญั ชี ภาษี จาํ กดั ประเภทของธุรกิจ [ออนไลน]์ .2561.แหล่งท่ีมา:
https://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=467432&Ntype=124 [2 มกราคม 2562]
3.ผปู้ ระกอบการเอสเอม็ อีไอ การมีหุน้ ส่วนทางธุรกิจ [ออนไลน]์ .2563.แหล่งที่มา:
http://www.thaismescenter.com/10- [20 มีนาคม 2563]
4.บริษทั มติชน จาํ กดั (มหาชน) สหกรณ์นิคมสวรรคโลก [ออนไลน]์ .2562.แหล่งท่ีมา:
https://www.matichon.co.th/publicize/news_3014470 [11 กรกฎาคม 2563]
5.ผรู้ วบรวมวรัญ�ู
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขที่ 26 ม.4/2
ผลงานปักชําและจุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง
ภาพการงอกรากปักชาํ ควบแน่น
ภาพจุลินทรียส์ งั เคราะห์แสง
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขที่ 26 ม.4/2
ธาตุอาหารพืช
ธาตุอาหารหลกั ประกอบด้วย
1.ไนโตรเจน (N)
เป็นส่วนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ท้งั ยงั เป็นอาหารหลกั ของพืช ช่วยทาํ ใหพ้ ืชใบเขียวต้งั ตวั ได้ โดย
ไนโตรเจนยงั เป็นส่วนหน่ึงของเซลลพ์ ชื เป็นส่วนหน่ึงของการสร้างโปรตีน ไนโตรเจนยงั มีส่วนช่วยใน
กระบวนการสร้างอาหารและสร้างพลงั งานใหก้ บั พืชอีกดว้ ย
ไนโตรเจนเป็นส่วนหน่ึงของการสร้างคลอโรฟิ ลล์ ซ่ึงคลอโรฟิ ลลอ์ ยใู่ นส่วนท่ีเป็นสีเขียวของพชื ท่ีทาํ หนา้ ท่ี
สงั เคราะห์แสง ช่วยใหพ้ ชื เจริญเติบโตอยา่ งรวดเร็ว ไนโตรเจนมกั อยใู่ นป๋ ุยหมกั และพืชตระกลู ถวั่ ซ่ึงเราควร
ปลูกพืชตระกลู ถว่ั แลว้ ไถกลบเพือ่ เพิ่มไนโตรเจนใหก้ บั ดิน
2.ฟอสฟอรัส (P)
ฟอสฟอรัสกม็ ีส่วนสาํ คญั ท่ีช่วยในการสงั เคราะห์แสง มีส่วนช่วยในการผลิตแป้งและน้าํ ตาล ฟอสฟอรัสมี
ส่วนช่วยในการเปลี่ยนพลงั งานแสงอาทิตยเ์ ป็นพลงั งานทางเคมีในพชื ช่วยผลิตอาหาร มีส่วนช่วยในการเจริฐ
เติบโต กระตนุ้ การออกดอกและการเจริญเติบโตของราก
ฟอสฟอรัสกจ็ ะมีอยใู่ นป๋ ุยหมกั เศษอาหารและกระดูกป่ นเช่นกนั จะเห็นไดว้ า่ ฟอสฟอรัสกม็ ีส่วนสาํ คญั ไม่
แพธ้ าตุอาหารใด ๆ เลย
3.โพแทสเซียม (K)
โพแทสเซียมจะมีอยใู่ นดินช้นั ล่าง จะถูกดูดซึมโดยรากพชื มีส่วนช่วยในการสร้างโปรตีน ทาํ ใหผ้ ลมี
คุณภาพ ลดโรคพชื โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุท่ีอยใู่ นดิน วตั ถุอินทรียแ์ ละป๋ ุยอินทรีย์
ลกั ษณะการขาดธาตุอาหารของพืช
-ถา้ พชื ขาดไนโตรเจน ใบพชื จะเหลืองจากส่วนปลายใบเขา้ มา
-ถา้ พืชขาดฟอสฟอรัส ใบแก่หรือใบลา่ งจะมีสีม่วงแซมเขยี วอ่อน
-ถา้ พืชขาดโพแทสเซียม ขอบใบแก่จะมีสีเหลืองและจะไดผ้ ลขนาดเลก็ ถา้ เป็นขา้ วกอ็ าจเมลด็ ลีบได้
(นอกจากพชื จะตอ้ งการธาตุอาหารหลกั แลว้ ธาตุอาหารเสริมและรองกข็ าดไม่ไดเ้ ช่นเดียวกนั )
ธาตุอาหารรอง ประกอบด้วย
1.แคลเซียม (Ca)
ช่วยในการแบ่งเซลล์ ผสมเกสร การงอกของเมลด็ มีส่วนสาํ คญั ต่อโครงสร้างของเซลลพ์ ชื ช่วยในการ
ลาํ เลียงอาหาร แคลเซียมช่วยในการปรับสมดุลท้งั กรดและด่างของพชื
2.แมกนีเซียม (Mg)
เป็นองคป์ ระกอบของคลอโรฟิ ลล์ ช่วยในการสงั เคราะห์กรดอะมิโน วติ ามิน ไขมนั และน้าํ ตาล ช่วยในการ
สงั เคราะห์แสง นอกจากน้ียงั ช่วยกระตุน้ การทาํ งานของเอนไซมท์ ่ีจาํ เป็นต่อการเจริญเติบโต
3.กาํ มะถนั (S)
เป็นองคป์ ระกอบของกรดอะมิโน วติ ามินและโปรตีน ช่วนสร้างคลอโรฟิ ลล์ ช่วยเพิม่ การเจริญเติบโตของ
รากและเมลด็ พชื ทาํ ใหพ้ ืชแขง็ แรงและทนต่อความเยน็
ลกั ษณะการขาดธาตุอาหารรองของพชื
-ถา้ ขาดธาตุแคลเซียม จะมีอาหารใบหงิก ใบไม้ ผลแตกหรือกน้ ผลเน่าได้
-ถา้ ขาดธาตุแมกนีเซียม ใบแก่จะเหลืองและร่วงหล่นเร็ว
-ถา้ ขาดธาตุกาํ มะถนั ใบท้งั บนและล่างจะมีสีเหลืองซีด ยอดผลจะชงกั การเจริญเติบโต
และธาตุอาหารเสริมอีก 8 ธาตุที่ถา้ ขาดกจ็ ะทาํ ใหใ้ บออ่ น สีซีด เจริญเติบโตชา้ และไดผ้ ลผลิตนอ้ ย
ธาตุอาหารเสริม แบ่งออกเป็ น 8 ธาตุดงั ต่อไปนี้
1.โบรอน (B)
ช่วยในการสร้างสารอาหารและควบคมุ สารอาหารท่ีจาํ เป็นต่อการพฒั นาการเจริญเติบโตของเมลด็ พนั ธุ์
ช่วยในการออกดอก ผสมเกสร ช่วยในการติดผลและยา้ ยน้าํ ตาลมาสู่ผล
2.ทองแดง (Cu)
ช่วยในการเจริญเติบโตของระบบสืบพนั ธุพ์ ืช ช่วยในการเผาผลาญอาหารของรากพืชและเป็นประโยชน์ต่อ
การใชโ้ ปรตีนของพืช การสงั เคราะห์คลอโรฟิ ลลแ์ ละกระตุน้ การทาํ งานของเอนไซม์
3.คลอรีน (CI)
พบในดิน ช่วยกระตุน้ การยอ่ ยอาหารสาํ หรับพชื มีบทบาทสาํ คญั เก่ียวกบั ฮอร์โมนพชื
4.เหลก็ (Fe)
จาํ เป็นต่อการสร้างคลอโรฟิ ลล์ การสงั เคราะห์คลอโรฟิ ลลแ์ ละสงั เคราะห์แสง
5.แมงกานีส (Mn)
ช่วยในการทาํ งานของเอนไซม์ มีส่วนประกอบของคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละการยอ่ ยไนโตรเจน
6.โมลิบดีนมั (Mo)
ช่วยในการดึงไนโตรเจนออกมาใชง้ านและช่วยในการสงั เคราะหโ์ ปรตีน พบธาตุชนิดน้ีในดิน
7.สงั กะสี (Zn)
ช่วยสงั เคราะห์ฮอร์โมนออกซิน คลอโรฟิ ลลแ์ ละแป้ง ควบคุมการยอ่ ยน้าํ ตาลของพชื เป็นส่วนหน่ึงในการ
ทาํ งานขอเอนไซมท์ ี่มีส่วนในการควบคุมการเจริญเติบโตของพชื และจาํ เป็นต่อการเปล่ียนสภาพของ
คาร์โบไฮเดรต
8.นิกเกิล (Ni)
เป็นธาตุอาหารทาํ สาํ คญั ต่อเอนไซม์ ทาํ หนา้ ท่ีปลดปลอ่ ยไนโตรเจนใหอ้ ยใู่ นรูปที่จะนาํ ไปใชไ้ ด้ และยงั ช่วย
ในกระบวนการงอกของเมลด็ อีกดว้ ย
ลกั ษณะการขาดธาตุอาหารเสริมของพชื
-ถา้ ขาดธาตุโบรอนพืชจะมีการเจริญของตายอด การแตกก่ิงและการออกผลไม่สมบูรณ์ ลาํ ตน้ แคระแกร็น
ลกั ษณะของใบจะออ่ นและบางลง
-ถา้ ขาดธาตุทองแดงพืชจะมีการเจริญของตายอดและลาํ ตน้ ไม่สมบูรณ์ มีการเปล่ียนสีของใบอ่อนเป็นสีเหลือง
เส้นใบเปลี่ยนสีเป็นสีชมพขู าวจาง ลกั ษณะใบเห่ียวเฉาและร่วงโรยไดง้ ่าย
-ถา้ ขาดธาตุเหลก็ ใบอ่อนมีสีขาวหรือเหลืองซีด ในขณะที่ใบท่ีเจริญแลว้ ไม่แสดงอาการเจบ็ ป่ วย
-ถา้ ขาดธาตุแมงกานีสใบออ่ นของพืชจะมีสีเหลืองและสีออ่ นจาง ในขณะที่เส้นใบยงั คงมีเขียวสด ซ่ึงส่งผลต่อ
การเห่ียวเฉาและร่วงโรยของใบพืชในเวลาต่อมา
-ถา้ ขาดธาตุโมลิบดีนมั ใบของพืชจะมีลกั ษณะโคง้ งอหรือมว้ นลง มีสีเหลืองสม้ และสีออ่ นจาง มีจุดประข้ึนตาม
แผน่ ใบ มีดอกและผลแคระแกร็น จากการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์
วธิ ีแกเ้ ม่ือดินขาดธาตุอาหาร
วธิ ีแกค้ ือ เพิ่มอินทรียว์ ตั ถุและป๋ ุยคอกลงปรุงดินก่อนปลูกในแต่ละรอบ และฉีดพน่ ป๋ ุยอินทรียน์ ้าํ ทางใบพืช
เพ่อื ช่วยในการเจริญเติบโต
อา้ งอิง
1.สาํ นกั งานเกษตรและสหกรณ์จงั หวดั อ่างทอง สาํ นกั งานปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธาตุอาหารท่ีจาํ เป็น
สาํ หรับพืช [ออนไลน]์ .2563.แหลง่ ท่ีมา: https://www.opsmoac.go.th/angthong-article_prov-preview-
421891791858 [2 มิถุนายน 2564]
2.รูปภาพที่ 1 สาํ นกั สาํ รวจและวิจยั ทรัพยากรดิน กรมพฒั นาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธาตุอาหารที่
จาํ เป็นต่อการเจริญเติบโตของพชื [ออนไลน]์ .2563.แหลง่ ที่มา:
http://oss101.ldd.go.th/web_soils_for_youth/s_prop_nutri02.htm [12 กนั ยายน 2564]
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขที่ 26 ม.4/2
การปลูกผกั สวนครัว
ช่ือผกั คือ ผกั กาดขาว
ภาชนะท่ีใชป้ ลูก คือ กระถาง
ดินท่ีนาํ มาปลูก
วธิ ีการปลูก
หวา่ นเมลด็ พนั ธุ์ลงในแปลงเพาะกลา้ แลว้ โรยทบั ดว้ ยดิน คลุกป๋ ุยหมกั หรือป๋ ุยคอกหนา 1 เซนติเมตรคลุมดว้ ย
ฟางหรือหญา้ แหง้ รดน้าํ ใหช้ ุ่ม แลว้ รดน้าํ เชา้ เยน็ เมื่อตน้ กลา้ อายไุ ด้ 15-20 วนั กย็ า้ ยไปปลูกในแปลงปลูกที่
เตรียมดินดีแลว้ ใหม้ ีระยะห่าง 30-35 เซนติเมตร โดยควรยา้ ยกลา้ ในตอนเยน็
รูปภาพประกอบ
นางสาวธิดารัตน์ เติมศิริรัตน์ เลขท่ี 26 ม.4/2
การเลยี้ งสัตว์ในประเทศไทย
การเล้ียงสตั ว์ งานเกษตร ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การเพาะพนั ธุ์ การเล้ียงดู และการจดั การ ผลผลิตจากสตั ว์ เพอื่ บ
ริโคหรือเพ่ือจาํ หน่าย
1. ความสาํ คญั ของการเล้ียงสตั ว์
-เล้ียงเพื่อเป็นแหลง่ อาหาร ทดลองใชย้ ารักษาโรค ผลิตเส้ือผา้ และเคร่ืองแต่งกาย
-การเล้ียงเพ่ือความเพลิดเพลิน สร้างความเมตตากรุณา
-การเล้ียงเพอื่ ส่งเสริมการท่องเท่ียว
2.ประเภทของสตั วที่นิยมเล้ียงในประเทศไทย
-สัตว์ปี ก เป็นสตั วท์ ี่เราทุกคนคุน้ เคยพบเห็นไดใ้ นชีวิตประจาํ วนั มีหลากหลายสายพนั ธแ์ ตกต่างกนั ไป
ตามทอ้ งถ่ินต่างๆ สตั วป์ ี กจดั อยใู่ นไฟลมั สตั วม์ ีแกนสนั หลงั ช้นั Aves โดยจดั เป็นสตั วเ์ ลือดอุน่ ท่ีมีลกั ษณะ
แตกต่างจากสตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั ชนิดอื่นๆ ตรงที่สตั วป์ ี กเป็นสตั วเ์ ลือดอ่นุ และมีกระดูกสนั หลงั ชนิดเดียวท่ีเม่ือ
ไขม่ ีการปฏิสนธิภายในร่างกายแลว้ มีการออกไข่และมีการเจริญของตวั อ่อนนอกร่างกายแม่ นอกจากน้ีสตั วป์ ี ก
ยงั มีอวยั วะปกคลุมร่างกายท่ีแตกต่างจากสตั วอ์ ่ืน ๆ
-สัตว์บก เป็นสตั วท์ ่ีอาสยั อยบู่ นพ้ืนดินเป็ฯส่วนมากหรือท้งั หมด มีท้งั 2 ขา 4 ขา หรือมากกวา่ น้นั ท้งั
น้ีมบ่ั รวมมนุษย์ สตั วบ์ กส่วนมากเป็นสตั วท์ ่ีเล้ียงลูกดว้ ยน้าํ นม