ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 81
5.1 การนาเขาสบู่ ทเรียน
ครสู นทนาพูดคยกับนกั เรยี นด้วยการสรา้ งบรรยากาศทอี่ บอ่น เพ่อื ให้นกั เรียนเกิดความสบายใจในการเรยี น กลา้
พดู คย กล้าถาม และก่อใหเ้ กดิ การเรยี นร้ทู ส่ี มบรู ณ์ (หนา้ ทขี่ องครใู นชว่ งนคี้ อื การเตรยี มความพรอ้ มให้กบั นักเรยี นทก
คน) และสารวจนกั เรยี นทไ่ี ม่พร้อมกบั กจิ กรรมการเรียนรู้ อาจดว้ ยเจ็บปว่ ย มาสาย สมาธสิ นั้ ความบกพรอ่ งทางการ
เรียนรหู้ รอื กรณอี ื่นๆ ครใู หค้ วามสาคญั เป็นพเิ ศษเพ่อื สรา้ งความเสมอภาคใหเ้ กดิ ข้ึนกบั นกั เรียนทกคน
5.2 การเรยี นรู้
ครูจดั กจิ กรรมการเรียนรดู้ ้วยวธิ กี ารบรรยายประกอบการสาธติ ในหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การคัดลอกลาย
เรื่อง หน้าภาพท้ังสีพ่ วก พระ นาง ยักษ์ ลงิ โดยใหผ้ เู้ รียนรู้ทฤษฏแี ล้วนาไปปฏิบตั ิ ทง้ั นี้ได้ให้ค้นควา้ ด้วยตนเองจาก
ช่องทางการเรยี นรทู้ ต่ี ้นเองถนดั จากส่ือออนไลน์ หนังสือเรยี น สูจบิ ตั รแสดงผลงาน หนงั สอื วาดเขียน เปน็ ตน้
5.3 การสรป
ครแู ละนักเรยี นสรปกจิ กรรมการเรียนการสอนรว่ มกัน และแนะนาใหศ้ ึกษาเพิม่ เตมิ ตามสอ่ื การเรยี นรู้ ตามหนงั สือ
ศลิ ปะการวาดเขียน ตามหนังสือสจู ิบัตร หรือจบั กลม่ กันทาแผนผงั ความคดิ
5.4 การวดั และประเมนิ ผล
-มคี วามร้เู รอ่ื งหน้าภาพท้ังสพ่ี วก พระ นาง ยกั ษ์ ลงิ ด้วยการอธบิ าย ดว้ ยการปฏบิ ัติ
เกณฑ์การประเมินผลั(Assessment)
ระดบ ระดบผลการ ความหมาย ระดบ ระดบผลการ ความหมาย
คะแนน เรยน คะแนน เรยน
การเรยี นพอใช้
80 - 100 4.0 การเรยี นดเยย่ ม 60 – 64 2.0 การเรยี นออน
55 – 59 1.5
75 - 79 3.5 การเรยี นดมาก
ระดบ ระดบผลการ ความหมาย ระดบ ระดบผลการ ความหมาย
คะแนน เรยน คะแนน เรยน
การเรยี นด การเรียนออนมาก
70 - 74 3.0 การเรยี นดพอใช้ 50 – 54 1.0 การเรยี นขน้ ตา่
65 - 69 2.5 0 – 49 0
6. สอ่ื การเรัยนร้/แหลงัการเรยนร้
6.1 สื่อสิง่ พิมพ์
- เอกสารประกอบการบรรยาย
6.2 ส่อื โสตทัศน์ (ถาม)ี
- สอ่ื powerpoit ที่ใชป้ ระกอบการบรรยาย
6.3 หนจาลองหรือของจริง (ถามี)
- ผลงานตวั อย่าง (ภาพวาดลายไทย)
6.4 อน่ื ๆ (ถา้ ม)ี
- หนังสอื วาดเขียนจิตรกรรมไทย
- สือ่ ออนไลน์
7. เอกสารประกอบการจดการเรยนร้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ )
- ใบความรู้
- มอบหมายให้ศึกษาเพม่ิ เตม่ิ จากหนังสื่อ,จากส่ือออนไลน์,จากห้องแสดงงานจิตรกรรม
8. การบรณาการ/ความสมพนธ์กบวชิ าอนื่
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ดว้ ยการบรู ณาการในรายวชิ าศิลปะไทยและทฤษฏสี ี เพือ่ ให้เกิดการเรยี นร้ทู ี่
หลากหลายและต่อยอดความรู้ในเชงิ ชา่ งเขยี น
9. การวดและประเมินผล
9.1 กอนเรยี น
- ใช้ข้อสอบก่อนเรียน
9.2 ขณะเรยี น
- ใช้การสังเกตจากการลงมอื ปฏิบัตงิ าน
9.3 หลงั เรยี น
- ผลงาน
แผนการจัดการเรยั นรั้ หนัวยการเรยนรท้ ่ 4
4 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
ช่อื วชิ าัศลิ ปะไทยัั20300-1005
ัชื่อหนวย การผูกลาย สอนครง้ ทั่ 13-18
จานวน 24 ช่วั โมง
ช่ือเร่อื งั
1. สาระสาคญ
ภาพลายไทย นับว่าสวบงามนา่ ดสู มกับเปน็ ศิลปะจรงิ ๆ จะตอ้ งมี ภาพคน ภาพสัตว์ เข้าประกอบอยู่ดว้ ย จงึ จะ
ได้ชื่อว่าเป็นความสมบูรณ์ของภาพ ที่ช่างได้แสดงลวดลายศิลปะอันงดงามและสมรรถภาพของช่างฝากไว้โดย
ประจักษ์ เปรียบเหมือนป่าจะงดงามเพราะธรรมชาติอย่างเดี่ยวไม่ได้จาเป็นต้องมีก่ิงก้านสาขาแห่งพฤกษชาติ
ตลอดถึงเครือเถาวัลย์และนกสัตว์นานาชนิดอยู่ในป่าด้วย เพราะฉะนั้นการเขียนภาพไทยจึงต้องมีภาพคน เพื่อ
นาไปประกอบลวดลายและกนกต่างๆ ให้วิจติ รพสิ ดารสวยงามยิง่ ข้ึน
2. สมรรถนะประจาหนวย
2.1 สามารถอธิบายขั้นตอนการเขียนหน้าภาพท้ังสจ่ี าพวกได้
2.2 สามารถอธบิ ายความงามหนา้ ภาพทงั้ สจี่ าพวกได้
2.3 สามารถเขยี นหนา้ ภาพทั้งส่จี าพวกเบ้อื งต้นได้
3. จัดประสงค์การเรยนร้
3.1 ดานความรู้
มีความรู้ ความเขา้ ใจ และอธบิ ายความงามหน้าภาพท้ังส่จี าพวกได้
3.2 ดานทกั ษะ
สามารถเขียนหนา้ ภาพทงั้ สจี่ าพวกเบ้ืองตน้ ได้
3.3 คณลักษณะที่พงึ่ ประสงค์
มคี วามรัก ความศรทั ธาในวิชาชพี ซาบซ้งึ ในศิลปวฒั นธรรมทอ้ งถิ่น
4. เน้อื หาสาระการเรยั นร้
ข้นั ตอนการฝึกหัดเขียนหนา้ ภาพทง้ั ส่ีพวก
เร่ิมเขียนภาพไทยครั้งแรก จะต้องเขียนใบหน้า ซ่ึงมีจมูก ปาก ตา หู ก่อนเพราะส่วนของใบหน้า มีส่วนเล็กๆ
และมีความสวยงามย่ิงกว่าส่วนใดๆ ของอวัยวะอ่ืนๆ ทั้งส้ิน ข้ันต่อไปจึงเร่ิมหัดเขียนส่วนประกอบ เช่น มงกฎ
ชฎา และลักษณะท่าทางต่างๆ ต้ังแต่ท่าทาง ต่างๆ ท่าทางง่ายๆ ไปถึงท่าที่ยากๆ เช่น ในลักษณะเห็นหน้า
ด้านข้าง มีเหาะ ท่าเดิน ฯลฯ เป็นต้น ในลักษณะเห็นหน้าตรง เช่นเทพนม เทพรา ฯลฯ ตลอดจนการเขียนส่วน
ตา่ งๆ ของรา่ งกาย
ความสาคญั แหง่ ศิลปะภาพไทย มี 2 ประเภท คือ
1. ประเภทประกอบกบั ลาย เห็นลักษณะแบนๆ รา่ งหรือลงสีเรยี บๆ แลว้ ตดั เส้น
2. ประเภทภาพไมป่ นอยู่กับลาย มรี ะบายสกี ลมกลืน ใหเ้ หน็ ลกั ษณะใกล้เขา้ ไปกับคนและธรรมชาติ แตก่ ารเขียน
ร่างกาย และกิริยาท่าทางต่างๆ ก็คงมีลักษณะอ่อนช้อยงดงามตามแบบศิลปะไทย ซ่ึงเราจะละท้ิงไม่ได้ จึงนับว่า
เป็นการฝึกหัดไปในลักษณะประดิษฐ์เป็นมโนภาพ ศิลปะภาพไทยของเรา ได้อาศัยการประดิษฐ์ไปจากคน
ธรรมชาติ เพื่อให้เป็นศิลปะเข้ากับลวดลายไทย จึงมีภาพท่ีแปลกไปจากธรรมดา คือ มีส่วนเส้นโอนอ่อนและมี
ลวดลายไทยประกอบเป็นส่วนมาก จึงทาให้ศิลปะภาพไทยเป็นศิลปะท่ีดูแล้วสวยงามวิจิตรพิสดารไม่จืดจาง แม้
ชาวตา่ งประเทศก็ไดย้ กย่องสรรเสรญิ ว่าเป็นศิลปะชัน้ เย่ียมของโลก และมีแต่ประเทศไทยเท่านั้น จึงเปน็ ศิลปะอัน
สูงค่าอันมีเกียรติแก่ประเทศชาตอิ ยา่ งยิ่ง
ท่ีมา จากหนังสอื ศิลปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 64
หนา้ พระ หนา้ นาง
ในการเขียนหน้าพระและหน้านาง จะสวมมงกฎหรือไม่สวมมงกฎก็ตาม ลักษณะของภาพจะแสดงความรูส้ ึก
สูงและเป็นลักษณะของความหมายของไทยที่อยู่ในรูปทรงของไทยมาแต่สมัยโบราณและการเขียนหน้าพระ
หน้านางน้ี จะเน้นหลักไปทางลวดลาย โดยเฉพาะมงกฎจะประกอบด้วยลวดลายไทยที่งดงามส่วนการระบายสี
หน้าพระหน้านาง จะลงสีพ้ืนเรียบๆ มงกฎจะลงสีทองหรือสีเหลืองแล้วตัดเส้นด้วยสีแดง ส่วนเคร่ืองทรงจะทาสี
ทองแลว้ ตดั เสน้ ดว้ ยสีแดง
ท่มี า จากหนังสอื ศิลปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 64
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 66
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 67
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 68
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 69
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 70
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 71
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 72
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 73
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 74
หน้าภาพทั้งสี่พวกสวมมงกฎ
ในการเขยี นภาพหนา้ ภาพสวมชฎาและมงกฎในภาพศิลปะไทย มีการสวมหลายแบบ ในการสวมหรือไมส่ วม
น้ี จะเปน็ ไปตามชั้นวรรณะของตัวภาพ เพราะฉะนนั้ การฝกึ หดั เขยี นภาพไทย จงึ ควรรจู้ กั ลกั ษณะของชฎา มงกฎ
ดงั น้ี ชฎา จะไมม่ ลี กู แกว้ ที่ยอด สาหรับมงกฎจะมีลกู แกว้ ทยี่ อด เช่น มงกฎกษัตริย์ เปน็ ตน้
มงกฎจะมขี นาดสูง สองสว่ นครึง่ (ตามแบบครใู นการเขยี นควรอนโลมใชใ้ ห้เหมาะสมตามลกั ษณะอนั ควรแก่
ภาพ) ด้วยเหตนจ้ี งึ พบเหน็ ว่ามี ชฎา มงกฎ ทสี่ ัน้ กวา่ ทกี่ าหนดไวน้ ีอ้ กี หลายลกั ษณะ ความสาคญั ของรปู ทรง ชฎา
มงกฎนน้ั จะต้องเรยี วเล็กไปและตอ้ งไมใ่ หญ่โตนัก จดั เข้ากบั รปู ลกั ษณะโครงหน้า เรยี ก ทรงจอมแห คือยอด
ดา้ นบนเรียวเล็ก และค่อยๆ ผายกว้างลงมาเป็นส่วนลา่ ง
ชฎา มงกฎ ลอมพอก มงคล กะบังหนา้ ฯลฯ เหลา่ นี้เปน็ เครอ่ื งประดบั ศีรษะของภาพ ตามลาดับชน้ั วรรณะ
และเปน็ เครอ่ื งหมายแหง่ ตวั ภาพ เมอ่ื ตวั ใดสวมชฎา หรือมงกฎชนดิ ใด กส็ ามารถ รชู้ ื่อของภาพนนั้ ได้ นอกจากน้ี
ยงั มีชฎา มงกฎต่างๆ อีกหลายชนิดทม่ี ีรปู ลกั ษณะ ลวดลาย ท่ีแปลกๆ กัน
ทม่ี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 75
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 76
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 77
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 78
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 79
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 80
ท่มี า จากหนังสอื ศลิ ปะประจาชาติ ศป.231 หนา้ 81
5.1 การนาเขาสบู่ ทเรยี น
ครสู นทนาพดู คยกบั นักเรยี นดว้ ยการสรา้ งบรรยากาศทอ่ี บอน่ เพ่อื ให้นักเรียนเกิดความสบายใจในการเรยี น กลา้
พดู คย กล้าถาม และกอ่ ใหเ้ กดิ การเรยี นรทู้ ส่ี มบูรณ์ (หนา้ ทข่ี องครใู นชว่ งนคี้ อื การเตรียมความพร้อมให้กบั นักเรยี นทก
คน) และสารวจนกั เรยี นท่ีไมพ่ ร้อมกบั กจิ กรรมการเรียนรู้ อาจดว้ ยเจบ็ ปว่ ย มาสาย สมาธิสนั้ ความบกพรอ่ งทางการ
เรียนรหู้ รอื กรณีอ่ืนๆ ครใู หค้ วามสาคัญเป็นพเิ ศษเพ่อื สรา้ งความเสมอภาคใหเ้ กดิ ข้นึ กบั นักเรียนทกคน
5.2 การเรียนรู้
ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ กี ารบรรยายประกอบการสาธิต ในหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การคัดลอกลาย
เรื่อง หน้าภาพท้ังสี่พวก พระ นาง ยกั ษ์ ลิง โดยให้ผเู้ รยี นรู้ทฤษฏีแลว้ นาไปปฏิบตั ิ ทัง้ นไี้ ด้ให้ค้นคว้าด้วยตนเองจาก
ช่องทางการเรียนรทู้ ตี่ น้ เองถนดั จากส่ือออนไลน์ หนงั สือเรยี น สจู บิ ตั รแสดงผลงาน หนงั สอื วาดเขียน เปน็ ตน้
5.3 การสรป
ครแู ละนกั เรยี นสรปกจิ กรรมการเรียนการสอนรว่ มกนั และแนะนาใหศ้ ึกษาเพิม่ เติมตามสื่อการเรยี นรู้ ตามหนงั สอื
ศลิ ปะการวาดเขยี น ตามหนงั สอื สูจิบตั ร หรอื จบั กลม่ กนั ทาแผนผงั ความคิด
5.4 การวัดและประเมนิ ผล
-มคี วามรู้เรื่องหน้าภาพท้ังส่ีพวก พระ นาง ยักษ์ ลงิ ด้วยการอธบิ าย ด้วยการปฏบิ ตั ิ
เกณฑ์การประเมนิ ผลั(Assessment)
ระดบ ระดบผลการ ความหมาย ระดบ ระดบผลการ ความหมาย
คะแนน เรยน คะแนน เรยน
การเรยี นพอใช้
80 - 100 4.0 การเรยี นดเย่ยม 60 – 64 2.0 การเรยี นออน
55 – 59 1.5
75 - 79 3.5 การเรยี นดมาก
ระดบ ระดบผลการ ความหมาย ระดบ ระดบผลการ ความหมาย
คะแนน เรยน คะแนน เรยน
การเรยี นด การเรียนออนมาก
70 - 74 3.0 การเรยี นดพอใช้ 50 – 54 1.0 การเรยี นขน้ ตา่
65 - 69 2.5 0 – 49 0
6. สอ่ื การเรัยนร้/แหลงัการเรยนร้
6.1 สื่อสง่ิ พิมพ์
- เอกสารประกอบการบรรยาย
6.2 สอ่ื โสตทัศน์ (ถาม)ี
- ส่ือ powerpoit ท่ีใช้ประกอบการบรรยาย
6.3 หนจาลองหรือของจริง (ถามี)
- ผลงานตวั อย่าง (ภาพวาดลายไทย)
6.4 อน่ื ๆ (ถา้ ม)ี
- หนังสอื วาดเขียนจิตรกรรมไทย
- สือ่ ออนไลน์
7. เอกสารประกอบการจดการเรยนร้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ )
- ใบความรู้
- มอบหมายให้ศึกษาเพม่ิ เตม่ิ จากหนังสื่อ,จากส่ือออนไลน์,จากห้องแสดงงานจิตรกรรม
8. การบรณาการ/ความสมพนธ์กบวชิ าอนื่
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ดว้ ยการบรู ณาการในรายวชิ าศิลปะไทยและทฤษฏสี ี เพือ่ ให้เกิดการเรยี นร้ทู ี่
หลากหลายและต่อยอดความรู้ในเชงิ ชา่ งเขยี น
9. การวดและประเมินผล
9.1 กอนเรยี น
- ใช้ข้อสอบก่อนเรียน
9.2 ขณะเรยี น
- ใช้การสังเกตจากการลงมอื ปฏิบัตงิ าน
9.3 หลงั เรยี น
- ผลงาน