ภาคเรียนที่ 1 ระดบั ชนั� มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 หอ้ งเรียนศิลป์– คณติ ศาสตร์ (4/6)
รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรียนท่ี 2
รายวชิ าพืน้ ฐาน
ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1 ชม./
คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1
รหัส สังคมศึกษา 1 นก./ชม. สัปดาห์ รหสั รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม./สัปดาห์
ประวตั ิศาสตร์ 1
ท 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 8.5 (340) 17 รายวิชาพืน้ ฐาน 8.5 (340) 17
ค 31101 ศลิ ปะ 1 1.0 (40) 2
ส 31101 การงานอาชีพ 1 1.0 (40) 2 ท 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 2
ส 31102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 2
พ 31101 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.0 (40) 2 ค 31102 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 2 0.5 (20) 1
ศ 31101 วิทยาการคานวณ 1 0.5 (20) 1
ง 31101 รายวิชาเพิ่มเตมิ 1.0 (40) 2 ส 31103 สังคมศึกษา 2 0.5 (20) 1
อ 31101 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 1 0.5 (20) 1
ว 31141 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 1 0.5 (20) 1 ส 31104 ประวตั ิศาสตร์ 2 1.0 (40) 2
ว 31103 ภาษาไทยเพม่ิ เติม 1.5 (60) 3
พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 1 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
อ 30207 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 1
อ 31201 ตา้ นทจุ ริต 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 ศลิ ปะ 2 8.0 (320) 16
ท 30201 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 1 0.5 (20) 1
ส 30201 ภาษาจีนฟัง-พูด 1 0.5 (20) 1 ง 31102 การงานอาชีพ 2 1.0(40) 2
อ 30213 ภาษาเวยี ดนาม 1 1.0(40) 2
ส 31201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 1.0 (40) 2 อ 31102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 0.5(20) 1
จ 31205 0.5 (20) 1
จ 31206 1.5 (60) 3 ว 31121 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 0.5(20) 1
ต 30201 0.5 (20) 1
ค 31201 1.0 (40) 2 ว 31104 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 (20) 1
1.0 (40) 2
7.5 (300) 15 รายวิชาเพม่ิ เตมิ 1.5 (60) 3
0.5 (20) 1
0.5 (20) 1 อ30208 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 2
1.0 (40) 2 อ 31202 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 2
1.0 (40) 2 ท 30202 ภาษาไทยเพิม่ เติม
0.5 (20) 1 ส 30202 พระพทุ ธศาสนา
0.5 (20) 1 อ 30214 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 2
0.5 (20) 1 ส 31202 ตา้ นทจุ ริต 2
0.5 (20) 1 จ 31207 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 2
0.5 (20) 1 จ 31208 ภาษาจีนฟัง-พดู 2
1.0 (40) 2 ต 30202 ภาษาเวียดนาม 2
1.5 (60) 3 ค 31202 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 2
I 30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้*
ก 31901 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน - 80 4 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว - 20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน - 20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 31905 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ กิจกรรมเพื่อสงั คมและ
สาธารณประโยชน์ - 20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ -20 1
ประชุม/โฮมรูม - 20 1
16.0 (720) 36 รวม 16.5 (720) 36
รวม
45
ระดบั ช�ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ห้องเรียนศิลป์-ภาษาจนี (4/7)
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียน ท่ี 2
รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวิชา/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
รายวิชาพื้นฐาน สัปดาห์ สัปดาห์
ท 31101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1 8.5 (340) ท 31102 รายวชิ าพื้นฐาน 8.5 (340)
ค 31101 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 1 1.0 (40) 17 ค 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 17
ส 31101 สังคมศึกษา 1 1.0 (40) 2 ส 31103 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 2 1.0 (40) 2
ส 31102 ประวตั ิศาสตร์ 1 1.0 (40) 2 ส 31104 สงั คมศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
พ 31101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 1 0.5 (20) 2 พ 31102 ประวตั ิศาสตร์ 2 0.5 (20) 2
ศ 31101 ศลิ ปะ 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 0.5 (20) 1
ง 31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 ง 31102 ศลิ ปะ 2 0.5 (20) 1
อ 31101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 0.5 (20) 1 อ 31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1
ว 31141 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.0 (40) 1 ว 31121 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 1
ว 31103 วิทยาการคานวณ 1 1.5 (60) 2 ว 31104 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 1.5 (60) 2
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 1.0 (40) 3 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.0 (40) 3
อ 30207 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 1 2 อ30208 2
อ 31201 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 1 7.0 (280) อ 31202 รายวิชาเพ่มิ เตมิ 7.5 (300)
ท 30201 ภาษาไทยเพิม่ เติม 0.5 (20) 14 ท 30202 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 2 0.5 (20) 15
ส 30201 พระพุทธศาสนา 1.0 (40) 1 ส 30202 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 2 1.0 (40) 1
อ 30213 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 1 1.0 (40) 2 อ 30214 ภาษาไทยเพิ่มเติม 1.0 (40) 2
ส 31201 ตา้ นทุจริต 1 0.5 (20) 2 ส 31202 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 2
จ 31201 ภาษาจีนพ้ืนฐาน 1 0.5 (20) 1 จ 31203 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 2 0.5 (20) 1
จ 31202 ภาษาจีน อา่ น – เขยี น 1 0.5 (20) 1 จ 31204 ตา้ นทจุ ริต 2 0.5 (20) 1
1.5 (60) 1 I 30201 ภาษาจีนพ้ืนฐาน 2 1.5 (60) 1
1.5 (60) 3 ภาษาจีน อ่าน – เขยี น 2 1.5 (60) 3
3 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้* 0.5 (20) 3
1
ก 31901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -80 4 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 31905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพือ่ สังคมและ -20 -20
สาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ
ประชุม/โฮมรูม -20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ 1
15.5 (700) 1
รวม 35 รวม 16.0 (700) 35
46
ระดบั ชนั� มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ห้องเรียน -ภาษาญป่ี ่ ุน (4/7)
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียน ท่ี 2
รหัส รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 31101 รายวิชาพืน้ ฐาน 8.5 (340) ท 31102 รายวิชาพื้นฐาน 8.5 (340)
ค 31101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1 1.0 (40) 17 ค 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 17
ส 31101 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 1 1.0 (40) 2 ส 31103 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 2
ส 31102 สังคมศกึ ษา 1 1.0 (40) 2 ส 31104 สังคมศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
พ 31101 ประวตั ิศาสตร์ 1 0.5 (20) 2 พ 31102 ประวตั ิศาสตร์ 2 0.5 (20) 2
ศ 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 2 0.5 (20) 1
ง 31101 ศลิ ปะ 1 0.5 (20) 1 ง 31102 ศิลปะ 2 0.5 (20) 1
อ 31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 อ 31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1
ว 31141 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 1 ว 31121 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 1
ว 31103 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.5 (60) 2 ว 31104 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 1.5 (60) 2
วิทยาการคานวณ 1 1.0 (40) 3 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.0 (40) 3
อ 30207 2 อ30208 2
อ 31201 รายวิชาเพิม่ เตมิ 7.0 (280) อ 31202 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 7.5 (300)
ท 30201 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 1 0.5 (20) 14 ท 30202 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 2 0.5 (20) 15
ส 30201 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 1 1.0 (40) 1 ส 30202 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 2 1.0 (40) 1
อ 30213 ภาษาไทยเพม่ิ เติม 1.0 (40) 2 อ 30214 ภาษาไทยเพิม่ เติม 1.0 (40) 2
ส 31201 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 2 ส 31202 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 2
ญ 31201 ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร 1 0.5 (20) 1 ญ 31203 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 2 0.5 (20) 1
ญ 31202 ตา้ นทุจริต 1 0.5 (20) 1 ญ 31204 ตา้ นทุจริต 2 0.5 (20) 1
ภาษาญ่ปี ่ นุ พ้ืนฐาน 1 1.5 (60) 1 I 30201 ภาษาญ่ีป่ นุ พ้ืนฐาน 2 1.5 (60) 1
ภาษาญ่ีป่ นุ อ่าน - เขียน 1 1.5 (60) 3 ภาษาญีป่ ่ นุ อ่าน - เขียน 2 1.5 (60) 3
3 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้* 0.5 (20) 3
1
ก 31901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -80 4 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 31905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพื่อสงั คมและ -20 -20
สาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพอื่ สังคมและ
ประชุม/โฮมรูม -20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ 1
15.5 (700) 1
รวม 35 รวม 16.0 (700) 35
47
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ห้องเรียนศิลป์ -ภาษาเกาหลี (4/7)
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียน ท่ี 2
รหัส รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหัส รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ รายวชิ าพืน้ ฐาน สัปดาห์
ท 31101 รายวชิ าพืน้ ฐาน 8.5 (340) ท 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 8.5 (340)
ค 31101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 17 ค 31102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 17
ส 31101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 2 ส 31103 สังคมศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
ส 31102 สงั คมศกึ ษา 1 1.0 (40) 2 ส 31104 ประวตั ิศาสตร์ 2 1.0 (40) 2
พ 31101 ประวตั ิศาสตร์ 1 0.5 (20) 2 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 0.5 (20) 2
ศ 31101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 ศลิ ปะ 2 0.5 (20) 1
ง 31101 ศลิ ปะ 1 0.5 (20) 1 ง 31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1
อ 31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 อ 31102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 0.5 (20) 1
ว 31141 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 1 ว 31121 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 1.0 (40) 1
ว 31103 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.5 (60) 2 ว 31104 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.5 (60) 2
วทิ ยาการคานวณ 1 1.0 (40) 3 รายวชิ าเพมิ่ เติม 1.0 (40) 3
อ 30207 2 อ30208 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 2 2
อ 31201 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 7.0 (280) อ 31202 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 2 7.5 (300)
ท 30201 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 1 0.5 (20) 14 ท 30202 ภาษาไทยเพิ่มเติม 0.5 (20) 15
ส 30201 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 1 1.0 (40) 1 ส 30202 พระพุทธศาสนา 1.0 (40) 1
อ 30213 ภาษาไทยเพม่ิ เติม 1.0 (40) 2 อ 30214 ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร 2 1.0 (40) 2
ส 31201 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 2 ส 31202 ตา้ นทุจริต 2 0.5 (20) 2
ก 31201 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 1 0.5 (20) 1 ก 31203 ภาษาเกาหลีพ้นื ฐาน 2 0.5 (20) 1
ก 31202 ตา้ นทจุ ริต 1 0.5 (20) 1 ก 31204 ภาษาเกาหลี อา่ น - เขียน 2 0.5 (20) 1
ภาษาเกาหลีพ้ืนฐาน 1 1.5 (60) 1 I 30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้* 1.5 (60) 1
ภาษาเกาหลี อา่ น - เขยี น 1 1.5 (60) 3 1.5 (60) 3
3 0.5 (20) 3
1
ก 31901 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -80 4 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 31905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ -20 -20
สาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพ่อื สังคมและ
ประชุม/โฮมรูม -20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ 1
15.5 (700) 1
รวม 35 รวม 16.0 (700) 35
48
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 5 ห้องเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ (5/1,5/3,5/4,5/5)
รหัส ภาคเรียนท่ี 1 นก./ชม. ชม./ รหัส ภาคเรียนที่ 2 นก./ชม. ชม./
7.0(280) สัปดาห์ สัปดาห์
ท 32101 รายวชิ า/กิจกรรม 1.0(40) ท 32102 รายวิชา/กจิ กรรม 7.0(280)
ค 32101 รายวชิ าพื้นฐาน 1.0(40) 14 ค 32102 รายวิชาพื้นฐาน 1.0(40) 14
ส 32101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 3 1.0(40) 2 ส 32103 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 4 1.0(40) 2
ส 32102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 3 0.5(20) 2 ส 32104 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 4 1.0(40) 2
พ 32101 สังคมศกึ ษา 3 0.5(20) 2 พ 32102 สังคมศึกษา 4 0.5(20) 2
ศ 32101 ประวตั ิศาสตร์ 3 0.5(20) 1 ศ 32102 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5(20) 1
ง 32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา3 0.5(20) 1 ง 32102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 4 0.5(20) 1
อ 32101 ศลิ ปะ 3 1.0(40) 1 อ 32102 ศลิ ปะ 4 0.5(20) 1
ว 32103 การงานอาชีพ 3 1.0(40) 1 ว 32104 การงานอาชีพ 4 1.0(40) 1
ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 3 9.5 (380) 2 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1.0(40) 2
ว 32203 วิทยาการคานวณ 2 2.0(80) 2 ว 32204 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 2
ว 32223 รายวิชาเพ่มิ เติม 2.0(80) 19 ว 32224 รายวิชาเพมิ่ เติม 9.0 (360)
ว 32243 ฟิ สิกส์เพ่มิ เติม 3 1.5(60) 4 ว 32244 ฟิสิกส์เพิม่ เติม 4 2.0(80) 18
ค 32201 เคมเี พ่มิ เติม 3 1.5(60) 4 ค 32202 เคมเี พ่มิ เติม 4 2.0(80) 4
ส 30203 ชีววิทยาเพ่มิ เติม 3 0.5(20) 3 ส 30204 ชีววิทยาเพิม่ เติม 4 1.5(60) 4
อ 30209 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 3 0.5 (20) 3 อ302010 คณิตศาสตร์เพ่ิมเติม 4 1.5(60) 3
อ 30215 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1 อ 30216 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 3
ส 32201 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 3 0.5(20) 1 ส 32202 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 4 0.5 (20) 1
I 30202 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 3 0.5(20) 1 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 4 0.5 (20) 1
ตา้ นทจุ ริต 3 1 ก 32902 ตา้ นทจุ ริต 4 0.5(20) 1
ก 32901 การสื่อสารและการนาเสนอ* -60 1 ก 32904 1
ก 32903 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -20 3 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมแนะแนว -20 1 I 30903 กิจกรรมแนะแนว -60 3
ก 32905 ชุมนุม/รักษาดินแดน 1 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพื่อสังคมและ -20 การจดั กิจกรรมการนาองคค์ วามรู้ไป -20 1
สาธารณประโยชน์ 16.5 (720) 1 ใชบ้ ริการสังคม1
รวม 36 -20 1
รวม 16.0 (700) 35
49
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 5 ห้องเรียนวอลเลย์บอล (5/2)
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
รหสั รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 32101 รายวชิ าพืน้ ฐาน 7.0 (280) ท 32102 รายวิชาพืน้ ฐาน 7.0(280)
ค 32101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 3 1.0 (40) 14 ค 32102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 14
ส 32101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 3 1.0 (40) 2 ส 32103 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 2
ส 32102 สังคมศกึ ษา 3 1.0 (40) 2 ส 32104 สงั คมศกึ ษา 4 1.0 (40) 2
พ 32101 ประวตั ิศาสตร์ 3 0.5 (20) 2 พ 32102 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5 (20) 2
ศ 32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา3 0.5 (20) 1 ศ 32102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 4 0.5 (20) 1
ง 32101 ศิลปะ 3 0.5 (20) 1 ง 32102 ศลิ ปะ 4 0.5 (20) 1
อ 32101 การงานอาชีพ 3 0.5 (20) 1 อ 32102 การงานอาชีพ 4 0.5 (20) 1
ว 32103 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 3 1.0 (40) 1 ว 32104 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 1
วิทยาการคานวณ 2 1.0 (40) 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 (40) 2
2 2
ว 32203 รายวชิ าเพมิ่ เติม 10.5 (420) 21 รายวชิ าเพม่ิ เติม 10.0 (400) 20
ว 32223 ฟิ สิกส์เพมิ่ เติม 3 2.0 (80) 4 ว 32204 ฟิสิกส์เพิม่ เติม 4 2.0 (80) 4
ว 32243 เคมีเพ่มิ เติม 3 2.0 (80) 4 ว 32224 เคมเี พม่ิ เติม 4 2.0 (80) 4
ส 30203 ชีววทิ ยาเพม่ิ เติม 3 1.5 (60) 3 ว 32244 ชีววิทยาเพิม่ เติม 4 1.5 (60) 3
อ 30209 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 1 ส 30204 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1
อ 30215 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 3 0.5 (20) 1 อ302010 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 4 0.5 (20) 1
ส 32201 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 3 0.5 (20) 1 อ 30216 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 4 0.5 (20) 1
พ 32203 ตา้ นทุจริต 3 0.5 (20) 1 ส 32202 ตา้ นทุจริต 4 0.5(20) 1
พ 32201 วทิ ยาศาสตร์การกีฬา 7 0.5 (20) 1 พ 32204 วทิ ยาศาสตร์การกีฬา 8 0.5 (20) 1
I 30202 วอลเลยบ์ อล 7 2.0 (80) 4 พ 32202 วอลเลยบ์ อล 8 2.0 (80) 4
การสื่อสารและการนาเสนอ* 0.5 (20) 1
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
กิจกรรมแนะแนว -20
ก 32901 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 32902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 32903 กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ
สาธารณประโยชน์ -20 1 ก 32904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 32905 17.5 (760)
รวม การจดั กิจกรรมการนาองคค์ วามรู้ไป
1 I 30903 ใชบ้ ริการสังคม1 -20 1
38 รวม 17.0 (740) 37
50
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 5 ห้องเรียนภาษา-คณิตศาสตร์ (5/6)
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2
รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวิชา/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
รายวิชาพื้นฐาน สัปดาห์ สัปดาห์
ท 32101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 3 7.0 (280) ท 32102 รายวชิ าพื้นฐาน 7.0 (280)
ค 32101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 3 1.0 (40) 14 ค 32102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 14
ส 32101 สงั คมศึกษา 3 1.0 (40) 2 ส 32103 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 4 1.0 (40) 2
ส 32102 ประวตั ิศาสตร์ 3 1.0 (40) 2 ส 32104 สงั คมศึกษา 4 1.0 (40) 2
พ 32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา3 0.5 (20) 2 พ 32102 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5 (20) 2
ศ 32101 ศิลปะ 3 0.5 (20) 1 ศ 32102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 4 0.5 (20) 1
ง 32101 การงานอาชีพ 3 0.5 (20) 1 ง 32102 ศลิ ปะ 4 0.5 (20) 1
อ 32101 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 3 0.5 (20) 1 อ 32102 การงานอาชีพ 4 0.5 (20) 1
ว 32103 วิทยาการคานวณ 2 1.0 (40) 1 ว 32104 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 1
1.0 (40) 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 (40) 2
2 2
ว 32101 รายวิชาเพ่มิ เตมิ 9.5 (380) 19 รายวชิ าเพิ่มเตมิ 8.5 (340) 17
ค 32201 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 2.0 (80) 4 ว 32281 วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป 1 1.0 (40) 2
ท 30203 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 3 1.5 (60) 3 ค 32202 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 4 1.5 (60) 3
ส 30203 ภาษาไทยเพ่มิ เติม 1.0 (40) 2 ท 30204 ภาษาไทยเพิ่มเติม 1.0 (40) 2
อ 30209 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1 ส 30204 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1
อ 30215 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 3 0.5 (20) 1 อ302010 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 4 0.5 (20) 1
อ 30203 ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร 3 0.5 (20) 1 อ 30216 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 4 0.5 (20) 1
ญ 30203 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 3 1.0 (40) 2 อ 30204 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 4 1.0 (40) 2
ส 32201 ภาษาญป่ี ่ นุ 3 1.0 (40) 2 ญ 30204 ภาษาญ่ปี ่ นุ 4 1.0 (40) 2
จ 32201 ตา้ นทุจริต 3 1 ส 32202 ตา้ นทจุ ริต 4
จ 32202 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 3 0.5 (20) 1 จ 32203 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 4 0.5 (20) 1
I 30202 ภาษาจีนฟัง-พดู 3 0.5 (20) 1 จ 32204 ภาษาจีนฟัง-พดู 4 0.5 (20) 1
การส่ือสารและการนาเสนอ* 0.5 (20) 1 0.5 (20) 1
0.5 (20)
ก 32901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -80 4 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -80 4
ก 32903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 32902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 32905 ประชุม/โฮมรูม -20 1 (นอกเวลา) ประชุม/โฮมรูม -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 32904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพอื่ สังคมและ การจดั กิจกรรมการนาองคค์ วามรู้ไป
สาธารณประโยชน์ -20 1 (นอกเวลา) I 30903 ใชบ้ ริการสังคม1 -20 1
16.5 (740) 37 15.5 (700) 35
รวม รวม
51
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ห้องเรียน SMTE (6/1)
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวชิ าพืน้ ฐาน 7.0 (280) ท 33102 รายวิชาพืน้ ฐาน 13 (520)
ค 33101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 14 ค 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0(40) 26
ส 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ส 33102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 6 1.0(40) 2
พ 33101 สงั คมศกึ ษา 5 1.0(40) 2 พ 33102 สงั คมศกึ ษา 6 1.0(40) 2
ศ 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 5 0.5(20) 2 ศ 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 6 0.5(20) 2
ง 33101 ศลิ ปะ 5 0.5(20) 1 ง 33102 ศิลปะ6 0.5(20) 1
อ 33101 การงานอาชพี 5 1.0(40) 1 อ 33102 การงานอาชีพ 6 1.0(40) 1
ว 33103 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ว 33161 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0(40) 2
วทิ ยาการคานวณ 3 1.0(40) 2 ว 33101 โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้นื ฐาน 1.0(40) 2
2 ว 33121 ฟิ สิกส์พ้ืนฐาน 2.0 (80) 2
ว 33141 เคมีพ้นื ฐาน 1.5 (60) 4
ว 33104 ชีววิทยาพ้ืนฐาน 1.5 (60) 3
การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 3
2
ค 33201 รายวิชาเพมิ่ เตมิ 10.5 (420) 21 รายวิชาเพม่ิ เติม 4.5 (180) 9
ส 33201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 5 1.5 (60) 3 ค 33202 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 6 1.5(60) 3
ค 33203 ตา้ นทจุ ริต 5 0.5 (20) 1 ส 33202 ตา้ นทุจริต 6 0.5(20) 1
คณิตศาสตร์กา้ วหนา้ 5 (AP) 0.5 (20) 1 ค 33204 คณิตศาสตร์กา้ วหนา้ 6 (AP) 0.5(20) 1
อ 30217 ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 6 0.5 (20) 1
อ 302011 0.5 (20) 1 อ302012 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ว 33205 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 5 2.0 (80) 4
ว 33225 ฟิ สิกส์เพ่ิมเติม 5 1.5 (60) 3 -60 3
ว 33245 เคมเี พ่มิ เติม 5 1.5 (60) 3 -20 1
ว 30285 ชีววิทยาเพ่มิ เติม 5 1.0 (40) 2 -20 1
โครงงาน 2 3 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -20 1
ก 33901 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว 17.5 (760) 38
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน
ก 33905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33906 กิจกรรมเพื่อสังคมและ
กิจกรรมเพือ่ สงั คม และ -20
สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์
17.5 (760) 38 รวม
รวม
52
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6 ห้องเรียนการอาหารและการโรงแรม (6/2)
รหัส ภาคเรียนที่ 1 นก./ชม. ชม./ รหัส ภาคเรียนที่ 2 นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวิชา/กิจกรรม 7.0 (280) ท 33102 รายวิชา/กจิ กรรม 8.0 (320)
ค 33101 รายวชิ าพื้นฐาน 1.0 (40) 14 ค 33102 รายวิชาพื้นฐาน 1.0 (40) 16
ส 33101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 5 1.0 (40) 2 ส 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
พ 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0 (40) 2 พ 33102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
ศ 33101 สงั คมศึกษาฯ 5 0.5 (20) 2 ศ 33102 สงั คมศกึ ษา 6 0.5 (20) 2
ง 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา5 0.5 (20) 1 ง 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา6 0.5 (20) 1
อ 33101 ศลิ ปะ 5 1.0 (40) 1 อ 33102 ศลิ ปะ6 1.0 (40) 1
ว 33103 การงานอาชพี 5 1.0 (40) 2 ว 33104 การงานอาชีพ 6 1.0 (40) 2
ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 5 1.0 (40) 2 ว 33161 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
วิทยาการคานวณ 3 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 2
โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้นื ฐาน 2
อ 30217 รายวชิ าเพ่มิ เติม 8.5 (340) 17 รายวชิ าเพมิ่ เติม 8.5 (340) 17
อ 302011 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 6 0.5 (20) 1
ว 33281 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 5 0.5 (20) 1 อ302012 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ส 33201 วิทยาศาสตร์ทว่ั ไป 2 1.0(40) 2 ว 33282 วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป 3 1.0(40) 2
ง 30271 ตา้ นทุจริต 5 0.5(20) 1 ส 33202 ตา้ นทุจริต 6 0.5(20) 1
ง 30272 การแปรรูปอาหาร 1.5 (60) 3 ง 30275 การนาเสนออาหาร 1.5 (60) 3
ง 30273 การเป็นผปู้ ระกอบการ 1.5 (60) 3 ง 30276 โครงงานวิชาคหกรรม 1.5 (60) 3
วิชาศลิ ปะการประดิษฐใ์ บตอง 1.5 (60) 3 ง 30277 ศลิ ปะการประดิษฐ์ดอกไมม้ าลยั 1.5 (60) 3
ง 30274 3 ง 30278 งานบรรจุภณั ฑแ์ ละการสร้าง
ศลิ ปะการจดั ตกแต่งโต๊ะอาหาร 1.5 (60) 1.5 (60) 3
เครื่องหมายทางการคา้
ก 33901 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -80 4 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 33905 -20 1
กิจกรรมจิตอาสา -20 1 ก 33906 กิจกรรมจิตอาสา
ประชุม / โฮมรูม -20 1 16.5 (720) 36
15.5 (700) 35 รวม
รวม
53
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ห้องเรียนวทิ ยาศาสตร์-คณติ ศาสตร์ (6/3-6/7)
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
รหสั รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหัส รายวิชา/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวิชาพืน้ ฐาน 7.0 (280) ท 33102 รายวชิ าพื้นฐาน 13.0 (520)
ค 33101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 14 ค 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 26
ส 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ส 33102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
พ 33101 สงั คมศกึ ษาฯ 5 1.0(40) 2 พ 33102 สังคมศึกษา 6 1.0 (40) 2
ศ 33101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 5 0.5(20) 2 ศ 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา6 0.5 (20) 2
ง 33101 ศิลปะ 5 0.5(20) 1 ง 33102 ศลิ ปะ6 0.5 (20) 1
อ 33101 การงานอาชพี 5 1.0(40) 1 อ 33102 การงานอาชีพ 6 1.0 (40) 1
ว 33103 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ว 33104 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
วิทยาการคานวณ 3 1.0(40) 2 ว 33161 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 2
2 ว 33101 โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้ืนฐาน 1.0 (40) 2
ว 33121 ฟิ สิกส์พ้ืนฐาน 2.0 (80) 2
ว 33141 เคมีพ้นื ฐาน 1.5 (60) 4
ชีววิทยาพ้ืนฐาน 1.5 (60) 3
3
ส 33201 รายวิชาเพม่ิ เตมิ 9.0 (360) 16.0 รายวิชาเพิ่มเติม 3.0 (160) 6.0
ค 33201 ตา้ นทุจริต 5 0.5(20) 1 ส 33202 ตา้ นทจุ ริต 6 0.5(20) 1
อ 30217 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 5 1.5(60) 3 ค 33202 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 6 1.5(60) 3
อ 30211 ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 6 0.5 (20) 1
ว 33205 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 5 0.5 (20) 1 อ 30212 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ว 33225 ฟิ สิกส์เพ่ิมเติม 5 2.0 (80) 4
ว 33245 เคมีเพ่มิ เติม 5 1.5(60) 3
ชีววิทยาเพ่มิ เติม 5 1.5 (60) 3
ก 33901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -100 5 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 33905 กิจกรรมเพอ่ื สงั คม และ -20 1
สาธารณประโยชน์ -20 กิจกรรมเพ่ือสังคมและ
โฮมรูม -20 1 ก 33906 สาธารณประโยชน์ 16.0 (740) 35
ประชุม -20 1
1
รวม 16.0 (740)
35 รวม
54
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 ห้องเรียนเน้นภาษา – คณิตศาสตร์ (6/8)
รหสั ภาคเรียนท่ี 1 นก./ชม. ชม./ รหัส ภาคเรียนที่ 2 นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวิชา/กิจกรรม 7.0 (280) ท 33102 รายวิชา/กจิ กรรม 8.0 (320)
ค 33101 รายวชิ าพื้นฐาน 1.0 (40) 14 ค 33102 รายวชิ าพืน้ ฐาน 1.0 (40) 16
ส 33101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 5 1.0 (40) 2 ส 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
พ 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0 (40) 2 พ 33102 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 6 1.0 (40) 2
ศ 33101 สังคมศึกษาฯ 5 0.5 (20) 2 ศ 33102 สังคมศกึ ษา 6 0.5 (20) 2
ง 33101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา5 0.5 (20) 1 ง 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา6 0.5 (20) 1
อ 33101 ศิลปะ 5 1.0 (40) 1 อ 33102 ศลิ ปะ6 1.0 (40) 1
ว 33103 การงานอาชพี 5 1.0 (40) 2 ว 33104 การงานอาชีพ 6 1.0 (40) 2
ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 5 1.0 (40) 2 ว 33161 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
วทิ ยาการคานวณ 3 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 2
โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้ืนฐาน 2
ค 33201 รายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 (320) 16 รายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 (320) 16
อ 30217 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 5 1.5 (60) 3 ค 33202 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 6 1.5 (60) 3
อ 30205 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 6 0.5 (20) 1
อ 302011 ภาษาองั กฤษ ฟัง- พูด 5 1.0 (40) 2 อ 30206 ภาษาองั กฤษ ฟัง- พดู 6 1.0 (40) 2
ว 33281 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 5 0.5 (20) 1 อ302012 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ส 33201 วทิ ยาศาสตร์ทว่ั ไป 2 1.0 (40) 2 ว 33282 วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป 3 1.0 (40) 2
ญ 30205 ตา้ นทจุ ริต 5 0.5 (20) 1 ส 33202 ตา้ นทจุ ริต 6 0.5 (20) 1
จ 33201 ภาษาญ่ปี ่ นุ 5 1.0 (40) 2 ญ 30206 ภาษาญีป่ ่ นุ 6 1.0 (40) 2
จ 33202 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 5 1 จ 33203 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 6
ต 30205 ภาษาจีนฟัง-พดู 5 0.5 (20) 1 จ 33204 ภาษาจีนฟัง-พดู 6 0.5 (20) 1
ภาษาเวียดนาม 5 0.5 (20) 2 ต 30206 ภาษาเวียดนาม 6 0.5 (20) 1
1.0 (40) 1.0 (40) 2
ก 33901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -100 5 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 33905 -20 1
กิจกรรมจิตอาสา -20 1 ก 33906 กิจกรรมจิตอาสา
โฮมรูม -20 1 16.0 (700) 35
ประชุม -20 1
15.0 (700) 35 รวม
รวม
55
(สาํ เนา)
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรอ่ื ง แนวปฏบิ ัตใิ นการเรียนซํา้ ตามหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๕
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ กําหนดใหสถานศึกษาเปนผูจัดทําระเบียบวาดวยการวัดและ
ประเมนิ ผลตามหลกั สูตรสถานศึกษาโดยใหเปนแนวทางการประเมินผลการเรยี น ซึง่ ตองพิจารณาจากพัฒนาการของผูเรียน
ความประพฤติ พฤติกรรมการเรียน การรวมกิจกรรม และการทดสอบควบคูกันไป เพอื่ นําผลการประเมนิ ไปพัฒนาผูเรยี นใน
กรณีท่ีพบว่าผูเรียนทีมีผลการประเมินไมผานเกณฑ ท่ีสถานศึกษากําหนดและมีความจําเปนอยางยิ่งท่จี ะตอ งไดร ับการ
พฒั นา เพม่ิ เตมิ ในดา นตางๆ เปนอยางมากโรงเรยี นก็สามารถจะใหเ รยี นซ้ําช้ันได
จากการติดตามการใชหลักสูตรในสวนท่ีเก่ยี วของกับการวัดและประเมินผล พบว่าสถานศกึ ษาหลายแหงเขาใจวา
การวัดและประเมินผลตามหลักสูตรไมมีการใหนักเรียนตกซ้าํ ชั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดแนวปฏิบัตใิ นการเรียนซํ้า
ชนั้ ตามหลักสตู รการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๔๔๔ ดงั น้ี
๑. ในการจดั การเรยี นการสอนใหมกี ารประเมนิ ผลการเรยี นเปนระยะๆ ระหว่างเรยี นเพอื่ ปรบั ปรงุ พฒั นา ถาพบ
บัญหาหรอื ขอ บกพรอ่ งในตัวผเู รียนตอ งซอ มเสรมิ ทนั ที และประเมนิ ผลปลายป/ปลายภาค เพือ่ ตดั สนิ ผลการเรยี น ซ่งึ ในการ
ดําเนินการดงั กล่าวจะทาํ ใหผ ูเ รียนเกิดการพัฒนาการครบถวนและใหความสนใจในการเรยี นในช้ันเรียนอยางจรงิ จงั
๒. เรยี นซ่อมเสริมและสอบแกตวั ในกรณที ่ผี ูเ รยี นไมผานเกณฑก ารประเมนิ รายวิชา โดยมี ขอ บกพรองเพยี ง
เล็กนอย
๓. เรยี นซา้ํ รายวิชา ในกรณีที่เรียนซอ่ มเสริมและสอบแกต วั แลว ผูเ รียนไมผา่ นเกณฑก ารประเมินรายวชิ าใดใหเ รียน
ซํา้ ในรายวิชานนั้
๔. ใหมีการเรียนซ้ําข้ัน ในกรณีท่ีพบว่าผูเรียนมีระดับผลการเรียนเฉล่ียของปีท่ีผ่านมาต่ำกวา ๑.๐๐ และ ไมให
ความเอาใจใสในการเรียน และคณะครูผูรับผิดชอบเห็นสมควรใหเรียนซ้ำชัน้ เนื่องจากจะเปนปญหาต่อผูเรียนใน การเรียน
ระดบั สูงขึ้น ก็จะจดั ใหเรียนซ้ําชั้น แลวใหยกเลกิ ผลการเรยี นเดิม และใหใ ชผลการเรียนใหมแ ทน
ประกาศ ณ วันท่ี ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๘
(นายจาตรุ นต ฉายแสง)
รฐั มนตรีวา การกระทรวงศึกษาธกิ าร
55
ประกาศโรงเรยี นสวางแดนดนิ
เรอื่ งใหใชระเบยี บการวดั และประเมินผลโรงเรยี นสวางแดนดินพทุ ธศักราช ๒๕๖๒
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๒
................................................................................
ระเบยี บวดั ผลประเมนิ ผลโรงเรยี นสวางแดนดนิ พทุ ธศักราช ๒๕๖๒ เปนระเบียบวดั ผลประเมินผลทมี่ ีความ
สอดคลองกับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสวางแดนดินพุทธศักราช ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๒)และไดดําเนนิ การตามคาํ สัง่ กระทรวงศึกษาธิการทสี่ พฐ ๑๒๓๙/๒๕๖๐
ลงวนั ที่ ๗ เดอื นสิงหาคมพ. ศ. ๒๕๖๐ เพอื่ ใหใชหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ โดยระเบียบนี้
กาํ หนดใหใชควบคูกบั หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นสวางแดนดนิ พทุ ธศักราช๒๕๖๑ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขัน้ พืน้ ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒)
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดมีมติเห็นชอบใหใชระเบียบวัดผลประเมินผล โรงเรียนสวางแดนดิน พุทธศักราช
๒๕๖๒ ในระดับมัธยมศึกษา โดยจะเริ่มใชในปการศึกษา ๒๕๖๒ ตั้งแตวันที่ ๑๓ เดือนพฤษภาคม พศ. ๒๕๖๒ จึงประกาศ
ใหใชระเบียบวัดผลประเมินผลโรงเรียนสวางแดนดินพุทธศกั ราช ๒๕๖๒
ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒
(ดร.กษม โสมศรแี พง) (นายธวชั ทมุ มนตร)ี
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน ผูอํานวยการโรงเรยี นสวางแดนดนิ
56
ระเบยี บโรงเรยี นสวางแดนดนิ
วาดวยการวัดและประเมนิ ผลการศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒
............................................................
ตามทีโ่ รงเรียนสวา งแดนดนิ ไดประกาศใชหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานพทุ ธศักราช ๒๕๖๒ ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑(ฉบับปรับปรุงพ.ศ.๒๕๖๒) ตามคําสัง่ กระทรวงศกึ ษาธิการ
ทส่ี พฐ ๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ และคาํ ส่งั สพฐที่ ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
เรอื่ ง ใหใ ชห ลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑(ฉบบั ปรบั ปรุง๒๕๖๒) จึงเปน การสมควรท่ี
กําหนดระเบียบโรงเรียนสวา งแดนดนิ วา ดว ยการวดั และประเมินผลการเรียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑(ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒) เพ่ือใหส ามารถดาํ เนนิ การไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพและสอดคลอ ง กับ คาํ สง่ั
ดงั กลา ว
ฉะน้นั อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๓๙ แหง พระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พ.ศ.๒๕๔๖ และกฎกระทรวงแบง สว นราชการคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการของสถานศกึ ษาโดย
ความเหน็ ชอบของคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานจึงวางระเบยี บไวด ังตอไปน้ี
ขอ ๑ ระเบยี บน้เี รียกวา “ระเบียบโรงเรียนสวางแดนดนิ วา ดว ยการวดั และประเมินผลการเรยี นตาม หลักสูตร
สถานศึกษาพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๒)
ขอ ๒ ระเบยี บนใี้ หใ ชบังคบั ต้งั แตปก ารศกึ ษา ๒๕๖๒ เปน ตน ไป
ขอ ๓ ใหยกเลิกระเบียบ ขอ บังคบั โรงเรียนสวา งแดนดนิ ที่ขดั แยง กับระเบียบน้ี ใหใชร ะเบียบนีแ้ ทน
ขอ ๔ ใหใ ชร ะเบยี บนีค้ วบคกู บั หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนสวางแดนดนิ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒)
ขอ ๕ ใหผบู รหิ ารสถานศึกษาโรงเรยี นสวา งแดนดิน รักษาการใหเปน ไปตามระเบยี บน้ี
57
หมวด
หลกั การในการประเมนิ ผลการเรียน
ขอ ๖ การวดั และประเมินผลการเรยี น ใหเ ปนไปตามหลกั การตอไปนี้
๖.๑ สถานศึกษาเปนผูรับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรูของผูเ รียนโดยเปดโอกาสให ทุกฝายท่ี
เกยี่ วขอ งมสี วนรวม
๖.๒ การวัดและประเมินผลการเรียนรมู จี ดุ มงุ หมายเพื่อพฒั นาผูเรียนและตดั สินผลการเรยี น
๖.๓ การวัดและประเมินผลการเรียนรูตองสอดคลองและครอบคลมุ มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชี้วดั ตามกลุม
สาระการเรียนรูท ่ีกําหนดในหลักสูตรและจัดใหมีการประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงค
ตลอดจนกิจกรรมพฒั นาผเู รียน
๖.๔ การวัดและประเมินผลการเรียนรูเปนสวนหน่งึ ของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ตอ งดาํ เนินการ
ดว ยเทคนิควิธีการทีห่ ลากหลาย เพือ่ ใหสามารถวัดและประเมินผลผูเ รียนไตอยางรอบดานท้ังดานความรูความคิด
กระบวนการพฤตกิ รรมและเจตคติ เหมาะสมกับสิง่ ท่ตี องการวัด ธรรมชาตวิ ิชาและระดับช้นั ของผเู รียน โดยตงั้ อยูบน
พื้นฐานความเที่ยงตรงยุติธรรม และเชือ่ ถือได
๖.๕ การประเมินผลผูเรยี นพจิ ารณาจากพฒั นาการชองผเูรยี น ความประพฤติ การสังเกตพฤตกิ รรมการ
เรียนรู การรวมกิจกรรมและการทดสอบ ควบคูไ ปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสม ของแตล ะระดบั
๖.๖ เปดโอกาสใหผ ูเรยี นและผูม ีสว นเกี่ยวขอ งตรวจสอบผลการประเมนิ ผลการเรียนรู
๖.๗ ใหมกี ารเทยี บโอนผลการเรยี นระหวางสถานศกึ ษาและรปู แบบการศึกษาตางๆ
๖.๘ ใหสถานศึกษาจัดทําเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเปนหลักฐานการประเมินผลการ เรียนรูรายงาน
ผลการเรียน แสดงวุฒิการศกึ ษาและรบั รองผลการเรยี นของผูเรียน
ขอ ๗ กาํ หนดใหมีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรูใน ๔ ระดบั ไดแ ก, ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศกึ ษา ระดับเขต
พื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ทุกระดับมีเจตนารมณเชนเดียวกัน คือ ตรวจสอบความกาวหนาในการเรียนรูของผูเรียน
เพือ่ นาํ ผลการประเมินมาใชเปน ขอมูลในการพัฒนาอยางตอ เนอ่ื งตอ ไป
หมวด
วธิ ีการประเมินผลการเรยี น
ขอ ๘ การประเมนิ ผลเพอ่ื พฒั นาผเู รียน ใหประเมินตามองคประกอบ ๔ ดาน ดังน้ี
๘.๑ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรตู ามกลมุ สาระการเรียนรูมวี ิธีการดังน้ี
(๑) ผสู อนทําการวัดและประเมินผลการเรียนรผู ูเรียนเปนรายวิชาตามตัวชี้วัดในรายวิชา พื้นฐานและตาม
ผลการเรียนรใู นรายวิชาเพิม่ เตมิ ตามทก่ี ําหนดในหนวยการเรยี นรู
(๒) ใหใชวิธกี ารทหี่ ลากหลายจากแหลงขอมลู หลายๆ แหลงเพอื ใหไดผลการประเมนิ สะทอนความรู
ความสามารถท่ีแทจ ริงของผเู รยี น
(๓) ใหทําการวดั และประเมินผลการเรียนรูไ ปพรอมกับการจัดการเรียนการสอน โดย สังเกตพัฒนาการ
และความประพฤตขิ องผเู รียน สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี น การรวมกจิ กรรมและการทดสอบ
58
(๔) ใหผ สู อนนาํ นวตั กรรมการวดั และประเมินผลการเรียนรูทีห่ ลากหลาย เชน การประเมินสภาพจริงการ
ประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงานและการประเมินจากแฟมสะสมงาน ไปใชใน การประเมินผลการเรียนรู
ควบคไู ปกับการใชแบบทดสอบแบบตา งๆ อยา งสมดลุ
(๕) ใหความสําคัญกับการประเมินระหวางป มากกวาการประเมนิ ปลายป
(๖) ใหนำผลการประเมนิ ใชเ ปน ขอ มลู เพ่ือประเมินการเลอื่ นชัน้ เรียนและการจบการศกึ ษา
๘.๒ การประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะหและเขยี น มวี ธิ กี ารดังนี้
(๑) การประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะหแ ละเขียน เปนการประเมนิ ศกั ยภาพของผเู รียน ในการอานหนังสือ
เอกสาร และสือ่ ตา งๆ เพ่ือหาความรู เพมิ่ พูนประสบการณเ พือ่ ความสนุ ทรียและประยุกตใ ช
(๒) ใหนาํ เนื้อหาสาระทีอานมาคดิ วเิ คราะหนําไปสกู ารแสดงความคดิ เหน็ การสังเคราะห สรางสรรค
การแกปญหาในเรอ่ื งตางๆ
(๓) ใหถ า ยทอดความคดิ นั้นดว ยการเขยี นทมี่ ีภาษาถูกตอง มีเหตผุ ลและลาํ ดบั ข้นั ตอนในการนาํ เสนอความ
เขา ใจแกผ อู า นไดอยางชัดเจนตามระดับความสามารถในแตล ะระดบั ชน้ั
(๔) การประเมนิ การอา น คิดวิเคราะห และเขยี นใหดาํ เนนิ การอยา งตอ เนื่องและสรปุ ผลเปน รายป
(๕) วินจิ ฉยั ผลการประเมินและใชเปนขอมูลในการพฒั นาผูเ รยี น และประเมนิ การเล่ือนช้ันเรยี น และการ
จบการศกึ ษา
๘.๓ การประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค มีวธิ กี ารดงั น้ี
(๑) ใหการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคเปนการประเมินคุณลักษณะท่ีตองการ ใหเกิดขึ้นกับผูเรียน
อันเปนคุณลักษณะท่ีสังคมตองการในดานคุณธรรม จริยธรรม คานิยม จิตสํานึก สามารถ อยูรวมกับผูอ่ืนในสังคมไดอยางมี
ความสุข ทัง้ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก
(๒) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ๘ คุณลักษณะใหประเมินแตละคุณลักษณะ แลวรวบรวมผล
การประเมนิ จากผปู ระเมินทุกฝา ย และแหลง ขอ มลู หลายแหลง
(๓) ใหนาํ ขอ มลู ท่ไี ดจ ากแหลงตา งๆ น้นั นํามาสรุปผลเปน รายภาค/ป
(๔) วินิจฉยั ผลการประเมินและใชเปนขอมูลเพ่ือพฒั นาผเู รียนและประเมินการเล่ือน ชัน้ เรียน และการจบ
การศกึ ษา
๘.๔ การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน มวี ธิ กี ารดังน้ี
(๑) การประเมินกิจกรรมพฒั นาผูเรยี น ใหเปนการประเมนิ การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและ ผลงานของผูเรยี น
และเวลาในการเขารว่ มกจิ กรรมตามเกณฑท่กี ําหนดไวในแตล ะกจิ กรรม
(๒) ใหผูเ รยี นไดค น หาศกั ยภาพของตนเอง การทาํ งานกลุม ทกั ษะการอยรู ว มกันและมจี ติ สาธารณะ
(๓) ใหทุกฝายมสี วนรวมในการประเมิน เชน ครู ผปู กครอง เพ่ือนนักเรยี น
(๔) สถานศึกษามีการประเมนิ ผลเปน ระยะๆเพื่อรวบรวมขอมูลและพฒั นาอยางตอเน่ือง
(๔) นําผลการประเมินใชเ ปน ขอมูลประเมนิ การเลอ่ื นชน้ั และการจบการศกึ ษา
ขอ ๙ การประเมินผลเพ่ือพฒั นาผเู รยี น ใหถอื ปฏบิ ัตดิ งั นี้
๙.๑ แจงใหผูเรยี นทราบมาตรฐาน/ตวั ชี้วัด วธิ ีการประเมนิ ผลการเรยี น เกณฑการผานมาตรฐาน /
ตวั ชว้ี ัดในรายวิชากอนสอนรายวชิ านั้น
๙.๒ ประเมนิ ผลกอนเรยี น เพ่ือศึกษาความรพู น้ื ฐานของผเู รียน
๙.๓ วดั และประเมินผลระหวางเรียน เพ่ือศกึ ษาผลการเรียน เพื่อจดั การสอนซอมเสริม และเพ่ือนําคะแนน
จากการวัดผลและประเมินผลไปรวมกับการวัดผลปลายภาคเรียนโดยใหว ัดและประเมนิ ผล ตามมาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
59
๙.๔ วัดผลกลางภาคเรยี นอยา งนอ ย ๑ ครง้ั
๙.๔ ประเมนิ การอาน คดิ วิเคราะห และเขียน และประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคตลอดปการศึกษา
๙.๖ วัดผลปลายภาคเรียน เพ่ือเพื่อตรวจสอบผลการเรียนโดยวัดใหครอบคลุมมาตรฐานและตัวช้ีวัดที่
กาํ หนด
ขอ ๑๐ การตัดสนิ ผลการเรียนใหนำคะแนนระหวา งภาครวมกบั คะแนนปลายภาคตามอัตราสว น ทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด
แลว นํามาเปล่ียนเปน ระดับผลการเรียน
ขอ ๑๑ ใหใ ชตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรยี นในแตละรายวิชาตังต่อไปน้ี
4 หมายถึง ผลการเรยี นดเี ยยี่ ม
๓.5 หมายถงึ ผลการเรยี นดีมาก
๓ หมายถึง ผลการเรยี นดี
๒.5 หมายถงึ ผลการเรยี นค่อนขางดี
๒ หมายถงึ ผลการเรียนนาพอใจ
1.5 หมายถงึ ผลการเรียนพอใช
๑ หมายถงึ ผลการเรยี นผา นเกณฑข น้ั ตำ่
๐ หมายถงึ ผลการเรียนตา่ํ กวาเกณฑขน้ั ตํ่า
ขอ ๑๒ ใหใชอักษรแสดงผลการเรยี นที่มีเง่ือนไขในแตล ะรายวชิ าดงั น้ี
มส หมายถึง ไมม ีสิทธเิ์ ขารบั การประเมนิ ผลปลายปก ารศึกษา
ร หมายถงึ รอการตดั สินหรือตัดสนิ ยังไมไ ด
ขอ ๑๓ การประเมินผลการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ใหใ ชระดบั ตัวเลขแสดงผลการประเมินเปน 4 ระดับ ดงั นี้
๓ หมายถงึ ดีเยี่ยม
๒ หมายถึง ดี
๑ หมายถึง ผา น
๐ หมายถึง ไมผ า น
ขอ ๑๔ การประเมินผลคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ใหใชร ะดับตัวเลขแสดงผลการประเมินเปน 4 ระดับ ดังน้ี
๓ หมายถึง ดเี ยย่ี ม
๒ หมายถึง ดี
๑ หมายถงึ ผา น
๐ หมายถึง ไมผ าน
ขอ ๑5 การประเมินกจิ พฒั นาผูเรียนใหใ ชต ัวอักษรแสดงผลการประเมิน ดงั นี้
ผ หมายถึง ผา นเกณฑการประเมนิ โดยมเี วลาเขารว มกิจกรรมพฒั นา
ผูเรียนไมน อ ยกวา่ รอ ยละ ๘๐ ของเวลาทง้ั หมดท่ีจดั กิจกรรม ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและมีผลงานตามเกณฑตามทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
มผ หมายถึง ไมผา นเกณฑการประเมินโดยมีเวลาเขารว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รียนไม
ถึงรอ ยละ ๘๐ ของเวลาทง้ั หมดทีจ่ ดั กจิ กรรม ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและมีผลงานไมเปนไปตามเกณฑตามทีส่ ถานศึกษากาํ หนด
60
หมวด
การตดั สินผลการเรียน
ขอ ๑๖ การตดั สินผลการเรยี น ใหถือปฏิบัตดิ ังนี้
๑๖.๑ พิจารณาตดั สนิ ผลการเรยี นเปนรายวิชา
๑๖.๒ พจิ ารณาตดั สนิ วาผูเรียนไดหนวยการเรียนเฉพาะผทู ี่สอบไดร ะดบั ผลการเรยี น๑ ถึง ๔ เทา น้นั
๑๖.๓ จัดผลปลายภาคเฉพาะผูท่ีมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม นอยกวารอยละ ๘๐ ของเวลาเรียน
ท้งั หมดในรายวชิ าน้นั การอนญุ าตใหผเู รียนเขา รบั การจดั ผลปลายภาคเรยี นสําหรับผมู ีเวลาเรยี นไมถึงรอยละ ๘๐ ของเวลา
เรียนในรายวชิ านนั้ ใหอ ยใู นดลุ ยพินิจชองหวั หนาสถานศึกษา
๑๖.๔ ผูเรียนทม่ี ีเวลาเรียนไมถ งึ รอยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมดในรายวิชาน้นั และไมได รบั การผอ นผัน
ใหเขา รับการวัดผลปลายภาค ใหไดผ ลการเรยี น “มส”
๑๖.๕ ผเู รยี นทไี่ มผานเกณฑข นั้ ต่ําทก่ี ําหนดไวใหไ ดร ะดบั ผลการเรียน “๐”
๑๖.๖ ผูเ รียนทท่ี ุจรติ ในการสอบหรือทุจรติ ในงานที่มอบหมายใหท าํ ในรายวชิ าใดคร้ังใดก็ ตาม ใหได
คะแนน “๐” ในคร้งั นน้ั
๑๖.๗ ผเู รยี นท่ไี มไ ดว ดั ผลกลางภาค ไมไ ดวัดผลปลายภาคเรียน ไมไดส งงานที่ไดรบั มอบหมายหรือทําใหมี
เหตสุ ดุ วสิ ัยท่ที าํ ใหป ระเมนิ ผลการเรยี นใหไ ดผลการเรียน “ร”
ขอ ๑๗ การตดั สินผลการอาน คิดวิเคราะห และเขียน และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคใ หถือปฏิบัติดังน้ี
๑๗.๑ พจิ ารณาตัดสนิ ในแตละรายวชิ า
๑๗.๒ ใหผลการประเมินเปนผาน และไมผาน กรณีที่ผานใหระดับผลการประเมนิ เปน ดีเย่ียม ดี และผา น
(๑, ๒ และ ๓)
ขอ ๑๘ การตดั สินกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี นใหถือปฏบิ ตั ดิ งั น้ัน
๑๘.๑ พจิ ารณาท้ังเวลาเขารวมกจิ กรรม การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม และผลงานของผเู รยี นตาม เกณฑท่ี
สถานศึกษากําหนด
๑๘.๒ ใหผลการประเมนิ เปน "ผ" เมื่อผา่ นเกณฑก ารประเมิน ถา ไมผ ่านเกณฑก ารประเมนิ ใหไดผ ลการ
เรยี น “มผ”
ขอ ๑๙ การเปล่ยี นระดับผลการเรยี นในรายวชิ า ใหถ อื ปฏิบัติดังนี้
๑๙.๑ การเปลีย่ นระดบั ผลการเรยี นจาก “๐” ใหสถานศึกษาจัดสอนซอมเสริมในมาตรฐาน การเรยี นรู/
ตวั ชวี้ ัดท่ีผเู รยี นสอบไมผา นกอ น แลวจงึ สอบแกตวั ให และใหส อบแกตัวไดไมเ กนิ ๒ ครั้งทัง้ นี้ตองดําเนนิ การใหเ สร็จสิ้นภาย ๑
ภาคเรียนแรกของปการศกึ ษาถดั ไป การสอบแกต วั ใหไดระดบั ผลการเรยี นไมเกนิ “๑” ถาสอบแกต วั ๒ ครงั้ แลวยังได้
ระดบั ผลการเรยี น “๐” อกี ใหปฏบิ ตั ดิ ังนี้
๑๙.๑.๑ ถา เปน รายวชิ าพ้นื ฐานใหเ รียนซา้ํ รายวชิ าน้ัน
๑๙.๑.๒ ถาเปนรายวชิ าอ่ืนๆใหอยใู่ นดุลยพนิ จิ ของหวั หนาสถานศึกษาทจ่ี ะใหเรียนซํ้า หรือเปลย่ี น
รายวชิ าเรียนใหม(เฉพาะรายวิชาเพ่ิมเติม)หรอื ไมต อ งสอบแกตัวอกี แลว แตกรณี
๑๙.๒ การเปลย่ี นผลการเรียน “ร” แยกเปน ๒ กรณี ดังนี้
๑๙.๑ ในกรณีทผี่ เู รยี นผลการเรยี น “ร” เพราะเหตสุ ุดวิสยั เม่อื ผเู รียนไดเขา สอบหรือ สง ผลงานท่ตี ดคา ง
อยเู สรจ็ เรียบรอ ยแลว หรอื แกปญ หาเสร็จสิ้นแลว ใหไ ดร ะดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต ๐-๔)
๑๙.๒ ในกรณีท่ีผูเรียนไดผลการเรียน “ร” โดยสถานศึกษาพิจารณาแลวเห็นวาไมใช เหตุสุดวิสัยเม่ือ
ผูเรียนไดเขาสอบ หรือสงผลงานท่ีติดคางอยูเสร็จเรียบแลวแลวหรือแกปญหาเสร็จสิ้นแลวใหได ระดับผลการเรียนไมเกิน
“๑”การเปลยี่ นผลการเรียน “ร” ใหก ระทําใหเสร็จสน้ิ ภาย ๑ ภาคเรยี นในปก ารศึกษาถัดไป
61
๑๙.๓ การเปลยี่ นผลการเรยี น “มส” แยกเปน ๒ กรณี ดงั น้ี ๑๙.๓.๑ กรณีผูเรยี นไดผลการเรยี น “มส”
เพราะมีเวลาเรียนไมถึงรอยละ ๘๐ แตม ี เวลาเรยี นไมนอยกวารอยละ ๖๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด
ใหสถานศึกษาจดั ใหผเู รียนเรยี นเพ่ิมเติม โดยใชช ว่ั โมง สอนซอ มเสริม หรอื เวลาวา ง หรอื จันทรห ยดุ หรอื มอบหมาย
งานใหทําจนมีเวลาเรียนครบตามที่กําหนดไวสําหรับ รายวิชานั้น แลวจึงสอบใหเปนกรณีพิเศษ ผลการสอบแก “มส” ใหไ ด
ระดับผลการเรียนไมเกนิ “๑”การแก “มส” กรณนี ใ้ี หกระทําใหแ ลวเสรจ็ ภายในคร่ึงปการศกึ ษาแรกของปการศึกษาถดั ไป
๑๙.๓.๒ กรณผี เู รยี นไดผลการเรียน “มส” และมเี วลาเรียนนอ ยกวา รอ ยละ ๖๐ ของเวลาเรียน
ท้งั หมด ใหส ถานศึกษาจดั ใหเรยี นซํ้า หรอื เปล่ยี นรายวิชาเรียนใหมส าํ หรบั รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
๑๙.๓.๓ การเรียนซา้ํ ใหอยูใ นดุลยพนิ ิจของหัวหนาสถานศกึ ษาท่จี ะกําหนดชว งเวลาในการเรียนซ้ํา ใหเหมาะสม และตอง
ประเมินผลการเรยี นตามท่ีระเบียบน้ีกาํ หนดไวการเรยี นซาํ้ ใหไดร ะดับผลการเรียนตาม ขอ ๑๑
๑๙.๔ การแกไขผเู รียนกรณไมผ านเกณฑก ารประเมินการอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน ดังนี้
๑๙.๔.๑ใหค รูผสู อนและคณะกรรมการประเมนิ จัดกิจกรรมสงเสริมและพฒั นาใหผ เู รียนมคี วามกาวหนา
ในตวั ชว้ี ัดทีม่ ีจดุ บกพรอง สมควรไดร ับการแกไขในระยะเวลาพอสมควรที่ผเู รียนจะเกดิ การเรียนรู และสราง ผลงานทีส่ ะทอ น
ความสามารถในตัวช้ีวัดที่ตองปรบั ปรุงแกไ ขไดอ ยางแทจรงิ
๑๙.๔.๒ ในการพฒั นาปรบั ปรงุ แกไขใหใชวธิ ีการทีห่ ลากหลาย เชน มอบหมายงานใหผูเ รียนไดอา น
ไดค ิดวเิ คราะหจากเรอื่ งทอ ี าน และสามารถสอื่ สารสาระสาํ คญั จากเรอื่ งทอ ี านโดยการเขยี นอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
นาํ ผลงานไปเทียบกับแนวการใหคะแนนและเกณฑการตดั สนิ ทีส่ ถานศกึ ษา กําหนดตงั้ แตระดบั ดีเยยี่ ม ดี ผานการแกไข
กรณีไมผานเกณฑการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขียนนใี้ หกระทําให แลวเสรจ็ ภายใน ๑ ภาคเรยี นแรกของป
การศกึ ษาถดั ไป
๑๙.5 การแกไขผเู รยี นกรณไี มผา นเกณฑก ารประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ดังนี้
๑๙.5.๑ ใหครูผูส อน ครูทีป่ รึกษา ครูประจําขัน้ และคณะกรรมการประเมินดําเนินการ จัดระบบการ
ปรบั ปรงุ แกไข หรอื ปรบั พฤตกิ รรมดวยวิธีการท่เี หมาะสม และสง ตอขอมูลของผูเรยี นเพอ่ื พฒั นา อยา งตอเนื่อง
๑๙.5.๒ ใหผ ลการประเมินตง้ั แตดีเยย่ี ม ดี ผา น การแกไ ขกรณไี มผ านเกณฑก ารประเมนิ คณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงคน ้ใี หกระทําใหแลวเสร็จภายใน ๑ ภาคเรยี นแรกของปก ารศกึ ษาถดั ไป
๑๙.๖ การแกไ ขผเู รยี นกรณีไมผา นกิจกรรมพฒั นาผเู รียน
๑๙.๖.๑ ใหสถานศึกษาจดั ซอ มเสรมิ ใหผ เู รียนทาํ กจิ กรรมในสวนทผ่ี เู รยี นไมไ ดเ ขา รว ม หรอื ไมไ ดทําจน
ครบถว น แลวจึงเปลีย่ นผลการเรียนจาก “มผ” เปน “ผ” ได
การแกไ ขกรณไี มผา นเกณฑกจิ กรรมพฒั นาผ ูเรียนใหดําเนินการใหเ สร็จสนิ้ ภายในภาค เรยี นนั้นๆ ยกเวน มีเหตุสุดวสิ ยั
ใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาทีจ่ ะขยายเวลาออกไปอกี ไมเกิน ๑ ภาคเรยี น แตตองดาํ เนินการใหเสร็จสน้ิ ภายใน
ปการศึกษานน้ั
ขอ ๒๐ การพจิ ารณาเลือ่ นชนั้ เรยี นทุกชัน้ ใหพจิ ารณาจากผลการเรยี นรายวชิ าจาก ๘ กลุมสาระ การเรยี นรู
พจิ ารณาการผลการประเมนิ การอาน คดิ วเิ คราะห และเขียน พจิ ารณาจากผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
และพจิ ารณาจากผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น
๒๐.๑ ผูเรยี นตอ งมเี วลาเรยี นไมนอ ยกวา รอยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
๒๐.๒ ผเู รยี นตอ งไดรับการประเมนิ ทุกตัวซีว้ ดั และผานตามเกณฑท ี่สถานศกึ ษากาํ หนด
๒๐.๓ ผเู รียนตอ งไดรับการตัดสินผลการเรียนทกุ รายวชิ า
๒๐.๔ ผเูรยี นตองไดรบั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผานตามเกณฑทีส่ ถานศึกษากําหนดในการอาน
คดิ วิเคราะห และเขียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค และกิจกรรมพฒั นาผเู รียน
62
ขอ ๒๑ เกณฑการใหระดบั ผลการเรยี นผเูรยี นที่ไดรบั การตดั สินผลการเรยี น สถานศกึ ษาสามารถใหระดับผลการ
เรยี น หรือระดบั คณุ ภาพการปฏิบตั ิชองผูเ รียน ดงั นี้
๒๑.๑ ผเู รียนทไี่ ดรบั การตัดสินผลการเรียนในแตล ะรายวิชาของกลมุ สาระการเรียนรใู หใ ชต ัวเลขแสดง
ระดับผลการ 8 ระดบั ดงั นี้
4 หมายถงึ ผลการเรียนดเี ย่ยี ม
๓.๕ หมายถงึ ผลการเรยี นดมี าก
๓ หมายถึง ผลการเรยี นดี
๒.๕ หมายถงึ ผลการเรยี นคอนขางดี
๒ หมายถงึ ผลการเรียนนาพอใจ
1.5 หมายถงึ ผลการเรยี นพอใช
๑ หมายถึง ผลการเรยี นผานเกณฑขนั้ ต่ํา
๐ หมายถงึ ผลการเรยี นตํา่ กวา เกณฑข ้ันตํ่า
๒๑.๒ ใหใชอ กั ษรแสดงผลการเรียนท่ีมเี ง่ือนไชในแตล ะกลุมสาระ ดังนี้
มส หมายถึง ไมม สี ทิ ธเิ์ ขารับการประเมินผลปลายป
ร หมายถงึ รอการตัดสนิ หรือตดั สนิ ยงั ไมได
มก หมายถึง เรียนโดยไมน บั หนว ยการเรยี น ผเู รยี นมีเวลาเรยี นครบ
รอ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้งั หมด
๒๑.๓ ผูเรยี นที่ไดรบั การตดั สินผลการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี นนนั้ ใหผลการประเมนิ เปน
ผา นและไมผา น กรณีทผี่ านใหระดบั ผลการเรยี นเปน ดเี ยย่ี ม ดี และ ผา น
๒๑.๔ ผเู รยี นทไี่ ดรับการตดั สินผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคน นั้ ใหผลการ ประเมนิ เปน ผาน
และไมผ า น กรณที ่ีผานใหร ะดบั ผลการประเมนิ เปน ดีเย่ียม ดี และผาน
๒๑.๕ ผเู รยี นที่ไดร บั การตดั สินผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเ ูรยี นนน้ั ตองพจิ ารณา ทงั้ เวลาการเขา รว ม
กิจกรรม การปฏิบตั กิ จิ กรรม และผลงานของผเู รียนตามเกณฑที่สถานศกึ ษากาํ หนด และให ผลการประเมนิ เปน ผา นและไม
ผาน
ขอ ๒๒ เกณฑก ารเลื่อนชนั้
ผเู รียนท่ไี ดรบั พิจารณาใหเ ล่ือนช้ันเรียน ตอ งผานเกณฑการเล่ือนชั้นตามที่สถานศกึ ษากําหนด ดงั น้ี
๒๒.๑ ผเู รยี นมีเวลาเรียนตลอดปการศึกษาไมนอยกวารอ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด
๒๒.๒ ผูเรียนมีผลการประเมนิ ผา่ นทกุ รายวขิ าพ้นื ฐาน
๒๒.๓ ผูเรียนมีผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค
และกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น ผานตามเกณฑทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
๒๒.๔ กรณีท่ีผูเรียนมีหลกั ฐานการเรียนรูทีแ่ สดงวา มีความสามารถดเี ลิศ สถานศึกษา อาจใหโ อกาสผเู รียน
เล่ือนช้ันกลางปการศึกษา โดยสถานศึกษาแตงตั้งคณะกรรมการประกอบดวยฝายวิชาการ ของสถานศึกษา และผแู ทนของ
เขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาหรอื ดน สังกดั ประเมินผูเ รยี น ตรวจสอบคุณสมบัตใิ หค รบ ถว นตามตามเง่อื นไข ที่สถานศกึ ษากาํ หนด
63
๒๒.๕ การอนมุ ัติใหเ ลื่อนชั้นกลางปก ารศึกษาไปเรยี นชนั้ สงู ขนึ้ ได ๑ ระดับชนั้ นี้ตองไดร บั
การยินยอมจากผเู รยี นและผูป กครอง และตอ งดาํ เนนิ การใหเสร็จสิ้นกอนเปด ภาคเรยี นที่ ๒ ของปก ารศึกษาน้ัน
๒๒.๖ กรณีท่พี บว่ามีผูเ รียนกลุม พเิ ศษประเภทตางๆ ท่ีมบี ญั หาในการเรยี นรใู หสถานศกึ ษา ดําเนินงานรวม
กับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา / ศูนยการศึกษาพิเศษจังหวัด / ศูนยการศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา / หนวยงานตนสงั กัด
โรงเรยี นเฉพาะความพิการหาแนวทางการแกไขและพฒั นา
ขอ ๒๓ การสอนซอ มเสรมิ สถานศกึ ษาจดั สอนเสรมิ เพ่ือพฒั นาการเรยี นรขู องผเู รยี นเตม็ ตามศักยภาพ ดังน้ี
๒๓.๑ การสอนซอมเสริมเปนการสอนเพื่อแกไขขอบกพรอง กรณีทีผ่ ูเ รียนมีความรูท ักษะ กระบวนการ
หรือเจตคต/ิ คุณลักษณะไมเ ปนไปตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด
๒๓.๒ สถานศกึ ษาจัดสอนซอมเสริมเปนกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติเพือ่ พฒั นาใหผ ูเรียน
บรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู / ตวั ชีว้ ดั ท่ีกําหนดไวเปนการใหโ อกาสแกผ เู รียนไดเ รยี นรู และพฒั นา
๒๓.๓ ใหจัดกจิ กรรมการเรียนรูท่หี ลากหลาย และตอบสนองความแตกตางระหวา่ งบุคคล
ขอ ๒๔ การเรียนซํ้าชนั้
24.1 ผูเรียนที่ไมผานรายวิชาจํานวนมากและมีแนวโนมวาจะเปนปญหาตอการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงชั้น
สถานศึกษาอาจต้ังคณะกรรมการการพิจารณาใหเรียนซํ้าช้ันได ทั้งน้ีใหคํานึงถึงวุฒิภาวะและ ความรูความสามารถของ
ผเู รียน
24.2 ผูเรียนท่ีไมมีคุณสมบัติตามเกณฑการเลื่อนชั้น สถานศึกษาควรจัดใหเรียนซ้ําชั้นทั้งนี้สถานศึกษา
อาจใชดุลพนิ จิ ใหเ ล่อื นชั้นไดห ากพจิ ารณาวา ผเู รยี นมคี ุณสมบัตติ ามทสี่ ถานศึกษากาํ หนด
24.3 กอ นใหผ ูเรียนซํา้ ชนั้ สถานศกึ ษาตอ งแจง ใหผ ปู กครองและผเู รยี นทราบเหตผุ ลของการเรียนซ้ําช้ัน
หมวด
การอนมุ ตั ิการจบหลักสตู ร
ขอ ๒๕ เกณฑก ารจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน
๒๕.๑ ผ ูเรยี นเรยี นรายวิชาพนื ฐานและรายวิชาเพมิ เตมิ ไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนวชิ าพื้นฐาน
๖๖ หนวยกิต และรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ตามที่สถานศึกษากาํ หนด
๒๕.๒ ผูเรยี นตองไดหนวยกติ ตลอดหลักสูตรไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนรายวิชา พนื้ ฐาน
๖๖ หนวยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ตามทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
๒๕.๓ ผูเรียนมีผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ในระดับผานเกณฑการประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาํ หนด
๒๕.๔ ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคในระดับผานเกณฑการประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาํ หนด
๒๕.๕ ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมนิ ผา นเกณฑการประเมินตามทสี่ ถานศึกษา
กาํ หนด
ขอ ๒๖ เกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
๒๖.๑ ผเู รยี นเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและรายวิชาเพิม่ เติมไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนวิชาพนื้ ฐาน
๔๑ หนวยกติ และรายวชิ าเพิ่มเติมตามที่สถานศกึ ษากําหนด
๒๖.๒ ผูเรยี นตองไตหนวยกติ ตลอดหลักสูตรไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนรายวิชา พนื้ ฐาน
๔๑ หนวยกิต และรายวชิ าเพมิ่ เติมตามที่สถานศึกษากาํ หนด
๒๖.๓ ผูเ รียนมีผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ในระดับผ่านเกณฑการ ประเมินตามที
สถานศกึ ษากาํ หนด
64
๒๖.๔ ผูเรยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคในระดับผ่านเกณฑการประเมนิ ตามที่
สถานศกึ ษากาํ หนด
หมวด
การเทยี บโอนผลการเรยี น
ขอ ๒๗ สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรยี นของผเู รียนจากสถานศึกษาไดใ นกรณีตางๆดังน้ี
๒๗.๑ การยายสถานศกึ ษา
๒๗.๒ การเปลีย่ นรปู แบบการศกึ ษา
๒๗.๓ การยา ยหลักสูตร
๒๗.๔ การละท้ิงการศึกษาและการขอกลับเขารบั การศึกษาตอ
๒๗.5 การศกึ ษาจากตางประเทศและขอเขาศึกษาตอในประเทศ
๒๗.๖ สามารถเทียบโอนความรู ทักษะ ประสบการณจากแหลงเรียนรูอ่ืนๆ เชน สถานประกอบการ
สถาบนั ทางศาสนา สถาบันการฝกอบรมอาชีพ การจดั การศึกษาโดยครอบครวั
๒๗.๗ ใหด าํ เนนิ การเทยี บโอนในชวงกอนเปดภาคเรียนแรก หรือตน ภาคเรียนแรกท่ีสถาน ศึกษารบั ผขู อ
เทียบโอนเปน ผเู รยี น
๒๗.๘ ผเู รียนท่ีไดรบั การเทียบโอนผลการเรยี นตอ งศกึ ษาตอเนอ่ื งในสถานศึกษาที่รบั เทียบ โอนอยา งนอย
๑ ภาคเรยี น
๒๗.๙ สถานศกึ ษาทีร่ บั การเทยี บโอนเปนผูกาํ หนดรายวชิ า จาํ นวนหนวยกติ ทีร่ บั เทยี บโอนตามความ
เหมาะสม
๒๗.๑๐ การเทียบโอนผลการเรียนใหดําเนินในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอน
๒๗.๑๑ วิธีการและแนวทางการเทียบตอนผลการเรียนใหเปนไปตามลักษณะการและแนว ทางการเทียบ
โอนผลการเรยี น ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเร่ืองการเทียบโอนผลการเรยี นการศึกษา ข้ันพืน้ ฐาน และการศึกษา
ระดับอุดมศึกษา ระดับตํ่ากวาปริญญาตรี ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๐ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการเทียบ
โอนผลการเรียนเขาสูการศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน ซ่ึงจัดทําโดย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สงิ หาคม ๒๔๔๙)
หมวด
บทเฉพาะกาล
ขอ ๒๘ ใหใชร ะเบียบนกี้ บั นกั เรยี นโรงเรยี นสวางแดนดนิ ต้งั แตป ก ารศึกษา ๒๕๕๓ เปน ตนไป
ขอ ๒๙ การเปลย่ี นแปลงแกไข เพมิ่ เติมระเบยี บน้ี ตอ งไดร ับการพิจารณาจาก คณะกรรมการ บริหารหลักสูตรและ
วิชาการของสถานศึกษา แลวเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พ้ืนฐานของโรงเรียนเพ่ือประกาศใช
ตอไป
ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๖ เดอื น พฤษภาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๐
(นายธวัช ทมุ มนตรี)
ผูอาํ นวยการโรงเรียนสวางแดนดนิ
65
งานทะเบยี น - วัดผล
วนั ที่ติดตอ วนั ราชการตัง้ แตเวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. เวนวันหยุดราชการและวนั หยุดนกั ขัตฤกษ
การแตงกาย ชดุ นักเรยี น ถูกตองตามระเบียบ
การตดิ ตอ ขอรับหลักฐานการศึกษา
๑. ขอรบั ปพ.๑ และ ปพ.๗ ใหป ฏบิ ัติดังน้ี
๑.๑ ยืน่ คํารอ งล่วงหนา ๑ วัน (ตามแบบฟอรมท่ีโรงเรยี นกําหนด)
๑.๒ รูปถาย 1.๕ นิว้ ชดุ นักเรียน จํานวน ๑ รูป ตอ ๑ ฉบับ
๑.๓ สําเนาทะเบียนบา น (มบี ิดา,มารดา,ชื่อตน)
๒. ขอ Transcript ใหป้ ฏิบัติดงั น้ี
๒.๑ ยื่นคํารองลวงหนา ๓ วนั (ตามแบบฟอรมทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด)
๒.๒ รูปถาย 1.๕ นว้ิ ชดุ นักเรยี น จํานวน ๑ รูป ตอ ๑ ฉบบั
๒.๓ สาํ เนาทะเบยี นบา น (มีบิดา, มารดา, ช่อื ตน)
๒.๔ ขอมูลท้ังหมดใหเ ขยี นเปนภาษาอังกฤษ ถกู ตองตามพาสปอรต (หนงั สือเดนิ ทาง)
๓. ขอหลักฐานเพ่อื ยายสถานศึกษาไปศกึ ษาตอ่ สถานศกึ ษาอ่ืน ใหปฏบิ ัตดิ งั น้ี
๓.๑ ติดต่อโรงเรยี นทจ่ี ะยา ยไปศึกษาต่อใหเรียบรอยกอนย่นื คาํ รอ งขอหลักฐานตา่ งๆ
๓.๒ ย่นื คํารองขอยายสถานศึกษาล่วงหนา ๑ วัน (ตามแบฟอรมทโี่ รงเรียนกาํ หนด)
๓.๓ รปู ถ่าย 1.๕ นิว้ ชุดนกั เรยี น จาํ นวน ๒ รูป (หามใชภาพถา ยภาพโพลารอยด)
๓.๔ สําเนาทะเบยี นบา น (มีบิดา, มารดา, ช่อื ตน)
เมื่อมีการเปล่ียนซื่อ ยา ยท่ีอยู
เมอ่ื มีการเปลยี่ นชอื่ ยา ยที่อยู ใหน ักเรียนนาํ หลกั ฐานการเปลีย่ นช่ือ การยายท่ีอยูไ ปแจงท่ีงานทะเบียน ภายใน ๗
วัน ตลอดจนแกไ ข ช่อื นามสกุล ทีถ่ กู ตองดว ย ภายในวันที่ ๓๑ ธนั วาคม ของทุกป
66
กลมุ บริหารงานกจิ การนกั เรียน
นายมงคล สินธนันชัย
รักษาการรองผอู าํ นวยการกลมุ บริหารกจิ การนักเรยี น
67
กฎกระทรวง
วาดว ยความประพฤติของนักเรยี นและนกั ศึกษา
พ.ศ. 2548
อาศัย อํานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ.254๖ รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารออกกฎกระทรวงไวด ังตอไปน้ี
ขอ 1 ในกฎกระทรวงน้ี
“ เด็ก ” หมายความวา บุคคลซึ่งมีอายุตํ่ากวาสิบแปดปบรบิ ูรณ แตไมรวมถึงผทู ่ีบรรลุนิติภาวะ ดวยการ
สมรสประเภทสามญั ศึกษาและอาชวี ศกึ ษาหรือเทียบเทา อยใู นสถานศึกษาของรฐั บาลและเอกชน
“ นักเรียน ” หมายความวา เดก็ ซง่ึ กําลังรบั การศึกษาขนั้ พนื้ ฐานระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศึกษา
“ นักศึกษา ” หมายความวา เดก็ ซงึ่ กาํ ลงั รับการศึกษาระดบั อุดมศึกษาหรือเทียบเทาอยูใน สถานศกึ ษาของ
รัฐหรือเอกชน
ขอ 2 นักเรียนและนักศึกษาตอ งไมป ระพฤตติ น ดังตอไปน้ี
(1) หนีเรยี นหรอื ออกนอกสถานศึกษาโดยไมไ ดรับอนุญาตในชว งเวลาเรียน
(2) เลนการพนัน หรือจัดใหมกี ารเลน การพนนั ทีผ่ ดิ กฎหมาย
(3) พกพาอาวุธหรอื วัตถุระเบดิ หรอื วัตถุซงึ่ ไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตสามารถใชประทุษรายแก รางกาย
อยางอาวุธได
(4) ซ้ือ จําหนา ย แลกเปลย่ี น เสพสุรา สิ่งมนึ เมา บหุ รี่ หรือยาเสพติด
(5) ลักทรัพย กรรโชกทรัพย ขมขู หรือบงั คบั ขืนใจ หรอื รดี ไถบุคคลอื่น
(6) กอเหตทุ ะเลาะววิ าท ทํารายรางกายผอู ืน หรอื เตรยี มการหรอื กระทําการใดๆ อันนาจะกอให เกิดความ
ไมสงบเรยี บรอย หรอื ขดั ตอศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน หรอื รวมกลุม หรอื มัว่ สุมเพือ่ กระทาํ การดงั กลาว (แกไขป 2562)
(๗) แสดงพฤตกิ รรมทางชสู าวอันไมเ หมาะสมการกระทาํ การลามก อนาจาร แตง กายลอ แหลม หรอื ไม
เรยี บรอ ยในโรงเรยี นหรอื สถานศกึ ษา หรอื แตง เคร่อื งแบบนกั เรยี นนกั ศกึ ษาไมเ รยี บรอ ย (แกไ ขป 2562)
(๘) เก่ยี วขอ งกบั การคา ประเวณี
(๙) ออกนอกสถานท่ีพกั เวลากลางคนื เพ่อื เท่ียวเตรห รอื รวมกลมุ อนั เปน การสรา งความเสียหาย ใหแ ก
ตนเองหรอื ผอู ่ืน
ขอ 3 ใหโรงเรียนหรือสถานศึกษา กําหนดระเบียบวาดวยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา ทั้งน้ีตองไม
ขัดหรือแยงกับกฎกระทรวงนี้
ใหไ ว ณ วันที่ 18 มกราคม พ .ศ . 2548
อดิศัย โพธารามิก
(นายอดศิ ยั โพธารามกิ )
รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ
68
ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ าร
วาดวยการปฏิบัติหนาท่ีของพนักงานเจาหนาที่
สงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็กพ.ศ.๒๕๔๖ รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงศึกษาธกิ ารจึงวางระเบยี บไว ดังตอไปนี้
ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการปฏิบัติหนาที่ของพนักงานเจาหนา ท ี่ส งเส ริม
ค วาม ป ระ พ ฤ ต นิ ัก เรีย น แ ล ะ น ัก ศ ึก ษ า พ .ศ . 2548”
ขอ 2 ระเบียบนี้ใชบ ังคบั ตงั้ แตวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตน ไป
ขอ 3 ในระเบียบน้ี
พนักงานเจาหนาท่ี หมายความวา พนักงานเจาหนาที่สงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ตาม
หมวด 7 แหงพระราชบญั ญัติคุม ครองเด็ก พ.ศ. 2546
ขอ 4 พนักงานเจา หนาท่ีมีอาํ นาจดําเนนิ การเพื่อสง เสรมิ ความประพฤตินกั เรยี นและนักศึกษาดังตอไปนี้
(1) สอบถามครู อาจารย หรือหัวหนาสถานศึกษา เก่ียวกับความประพฤติ การศึกษา นิสัยและ
สติปญญาของนักเรียนหรือนักศึกษาที่ฝาฝน กฎกระทรวงวาดวยความประพฤติของนักเรยี นและนกั ศึกษาหรือระเบียบของ
โรงเรียนหรอื สถานศกึ ษา
(2) เรียกใหผ ปู กครอง ครู อาจารย หรอื หัวหนาสถานศึกษาท่ีนักเรียนหรือนักศึกษานนั้ กาํ ลงั ศึกษา อยมู ารับ
ตัวนกั เรียนหรือนักศึกษา เพื่อวา กลา ว อบรม สั่งสอน ตอไป
(3) ใหค าํ แนะนําแกผ ูปกครองในเรอ่ื งการอบรมและสั่งสอนนกั เรยี นหรอื นกั ศึกษา
(4) เรียกผูปกครองมาวากลาวตักเตือนหรือทําทัณฑบนวาจะปกครองดูแลมิใหนักเรยี นหรือ นักศึกษา
ฝาฝนกฎกระทรวงวาดวยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา หรือระเบียบของโรงเรียนหรือ สถานศกึ ษา
(5) สอดสอง ดูแล รวมทั้งรายงานตอคณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติเก่ียวกับพฤติกรรมของบุคคล
หรอื แหลง ท่ชี กั จูงนกั เรยี นและนกั ศึกษาใหประพฤตใิ นทางมิชอบ
(6) ประสานงานกับผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผูปกครอง ตาํ รวจ หรือพนักงานเจาหนาที่
อ่ืน
ขอ 5 เม่ือพนักงานเจาหนาที่พบเห็นนักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติตนไมเหมาะสมตามกฎกระทรวง วาดวย
ความประพฤติของนกั เรยี นและนกั ศึกษา หรือระเบยี บของโรงเรียนหรือสถานศึกษาใหป ฏบิ ตั ดิ งั นี้
(1) แสดงบัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาที่
(2) บันทึกขอมูลที่เก่ียวกับนักเรียนหรือนักศึกษาและพฤติการณการกระทํา ณ สถานท่ีที่พบการกระทํา
นั้น
(3) ซักถามขอเท็จจริงท่ีเกี่ยวกับการกระทําของนักเรียนหรือนักศึกษา โดยไมบังคับขมขูกล่ันแกลงหรือ
ทําใหเกิดความหวาดกลัวรวมท้ัง ใหการอบรมสั่งสอนอยางสุภาพและชวยเหลือในเบื้องตนโดยคํานึง ถึงอายุและสภาพ
จติ ใจของนักเรยี นหรือนักศึกษา
(4) นําตัวไปสงมอบแกผูบริหารโรงเรียนหรอื สถานศึกษาของนักเรียนและนักศึกษานั้นเพื่อดําเนินการ
สอบถามและอบรมส่งั สอนหรอื ลงโทษตามระเบียบ ในกรณที ีไ่ มส ามารถนาํ ตัวไปมอบไดจ ะแจงดว ย วาจา
69
ขอ 6 ในกรณีพนักงานเจาหนาท่ีพบนักเรียนหรือนักศึกษาท่ีมีพฤติการณเขาขายกระทําความผิดทางอาญา
และอาจกอ ใหเกิดภยันตรายอยา งรา ยแรง หรือกอเหตทุ ะเลาะววิ าทจนไมอาจควบคุมสถานการณไวไดใหแจง เจา พนกั งาน
ตํารวจเพ่อื ระงับเหตุ รวมท้ังใหประสานงานกับโรงเรียนหรอื สถานศกึ ษาและสวนราชการตนสงั กดั โดยเร็ว
ขอ 7 ในกรณที มี่ นี ักเรียนหรือนักศึกษาถูกกลา วหาวากระทําความผิดทางอาญาและถูกจับกุมควบคุมตัว ใหพ นักงาน
เจา หนา ที่ประสานใหส ถานศึกษาและผปู กครอง เพื่อใหก ารสงเคราะหชว ยเหลอื เบ้อื งตน โดยเรว็
ขอ 8 สวนราชการของกระทรวงศึกษาธิการ อาจจัดใหมีศูนยการประสานงานสงเสริมความประพฤติ นักเรียน
และนักศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือในเขตพ้ืนท่ีจังหวัด แลวแตกรณีเพ่ือทําหนาท่ีสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของ
พนักงานเจาหนาท่ี และประสานงานกับหนวยงานที่เกี่ยวของเพ่ือดาํ เนินการใหเปนไปตามพระราชบัญญัตคิ ุมครองเด็ก
พ.ศ.2546
ขอ 9 ใหปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการใหเปนไปตามระเบียบน้ี และใหมีอํานาจตีความและวินิจฉัย ปญญา
เกี่ยวกบั การปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี
ประกาศ ณ วนั ที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548
นายอดศิ ยั โพธารามกิ
(นายอดศิ ัย โพธารามิก)
รัฐมนตรีวา การกระทรวงศกึ ษาธิการ
70
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
วาดวยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จึงวางระเบยี บวาดวยการลงโทษนักเรยี นและนกั ศึกษาไวดงั ตอไปนี้
ขอ 1 ระเบยี บนีเ้ รียกวา”ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วาดว ยการลงโทษนักเรยี นหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548”
ขอ 2 ระเบยี บนใี้ หใชบ งั คบั ต้ังแตวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
ขอ 3 ใหย กเลิกระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการวาดว ยการลงโทษนกั เรยี นหรือนักศึกษา พ.ศ.2543
ขอ 4 ในระเบียบน้ี
ผูบรหิ ารสถานศึกษา หมายความวา ผูบ รหิ ารสถานศึกษาของโรงเรยี นหรอื สถานศกึ ษานน้ั
กระทาํ ความผดิ หมายความวา การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติฝาฝนระเบียบ ขอบังคับ
ของสถานศกึ ษา หรือของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรอื กฎกระทรวงวา ดวยความประพฤติของนักเรยี นและนกั ศกึ ษา
การลงโทษหมายความวา การลงโทษนกั เรยี นหรอื นักศึกษาทีก่ ระทาํ ความผดิ โดยมคี วามมุงหมายเพอื่ การอบรมส่งั สอน
ขอ 5 โทษที่จะลงโทษแกนกั เรยี นหรือนักศึกษาทก่ี ระทาํ ความผิด มี ๔ สถาน ดงั นี้
(๑) วากลา วตักเตือน
(๒) ทาํ ทัณฑบ น
(๓) ตดั คะแนนความประพฤติ
(๔) ทํากิจกรรมเพ่ือใหปรับเปลย่ี นพฤติกรรม
ขอ 6 หามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาดวยวิธีรุนแรง หรือแบบกล่ันแกลง หรือลงโทษดวยความโกรธ หรือดวย
ความพยาบาท โดยใหค าํ นึงถงึ อายุของนักเรียนหรอื นักศกึ ษา และความรา ยแรงของพฤติการณป ระกอบ การลงโทษดวย
การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาใหเปนไปเพ่ือเจตนาท่ีจะแกนิสัยและความประพฤติไมดีของ นักเรียนหรือ
นกั ศกึ ษาใหร ูสํานึกในความผดิ และกลับประพฤตติ นในทางทด่ี ีตอไป
ใหผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผูที่ผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเปนผูมี อํานาจในการ
ลงโทษนักเรยี น นกั ศึกษา
ขอ 7 การวากลาวตกั เตือนใชในกรณีนักเรยี นหรือนกั ศึกษากระทําความผิดไมร ายแรง
ขอ 8 การทําทัณฑบนใชในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไมเหมาะสมกับสภาพนักเรียน หรือ
นักศึกษาตามกฎกระทรวงวาดวยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาหรือกรณีทําใหเสื่อมเสียช่ือเสียงและเกียรติศักดิ์
ของสถานศึกษา หรอื ฝา ฝนระเบียบของสถานศึกษา หรือไดร ับโทษวากลา วตักเตือนแลว แตย ัง ไมเข็ดหลาบ การทําทัณฑ
บนใหทาํ เปน หนงั สือและเชญิ บิดามารดาหรอื ผปู กครองมาบันทกึ รับทราบความผิดและรับรองการทาํ ทณั ฑบนไวดว ย
ขอ 9 การตัดคะแนนความประพฤติใหเปนไปตามระเบียบปฏิบัติวา ดวยการตัดคะแนนความประพฤติ นักเรียน
และนกั ศกึ ษาของแตละสถานศึกษากาํ หนด และใหท าํ บนั ทกึ ขอ มลู ไวเ ปนหลกั ฐาน
ขอ 10 ทํากิจกรรมเพ่ือใหปรับเปล่ียนพฤติกรรมใชในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทําความผิดที่สมควร
ตองปรับเปลย่ี นพฤติกรรม การจัดกิจกรรมใหเปน ไปตามแนวทางทก่ี ระทรวงศึกษาธกิ ารกําหนด
ขอ 11 ใหปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการใหเปนไปตามระเบียบนี้และใหมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปญหา
เกี่ยวกบั การปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันท่ี 18 มกราคม พ.ศ. 2548
อดิศยั โพธารามิก
(นายอดศิ ยั โพธารามกิ )
รฐั มนตรวี า การกระทรวงศึกษาธิการ
71
แนวทางการปฏบิ ตั วิ าดวยการควบคมุ พฤตกิ รรมนกั เรียน
การกระทําความผดิ ของนกั เรยี น แบง เปน 2 กลุม ดงั นี้
กลมุ ท่ี 1
1. มาโรงเรียนสายเกนิ 08.00 น. 3 คร้ัง
2. รบั ประทานอาหาร หรอื ของขบเค้ียวในเวลาเรียน และในหอ งเรยี น
3. สงเสยี งดังกอ ความรําคาญในหองเรยี น และนอกหอ งเรียน
4. ใชว าจาหยาบคายหรือแสดงกริ ยิ าไมสภุ าพตอเพื่อน
5. กล่ันแกลงเพื่อนในหองเรยี น และบรเิ วณโรงเรยี น
6. แตง กายผิดระเบยี บของโรงเรียน / ชดุ นกั เรยี น / ชดุ พลศึกษา / ชุดเครอ่ื งแบบกจิ กรรม ลูกเสือ/บําเพ็ญประโยชน /
ยวุ กาชาด
6.1 ทรงผมผิดระเบียบ
- ซอย, สไลด, ยอม , สับ , เซ็ต
6.2 ใสค อนแทคเลนสแฟชน่ั ฺ(Big eye)
6.3 ใสรองเทา มีลวดลาย
6.4 ใสร องเทา ทบั สน / ถุงเทาตาํ่ กวา ขอเทา
6.5 ไวเ ล็บมือ และทาสเี ลบ็
6.6 ใสตมุ หู เครื่องประดับอื่นๆ เชน สรอยคอ , สรอยแขน ฯลฯ
6.7 ใชก ระเปาผิดระเบียบ
6.8 ไมติดเข็มตราโรงเรียน ดาว,ชื่อบนเส้อื
7. ไมเ ขา รว มกจิ กรรมโฮมรมู เคารพธงชาติ หนคี าบเรยี น ประชมุ ประจําสัปดาหแ ละกจิ กรรมอ่นื ๆของโรงเรยี นโดยไมม เี หตอุ นั ควร
8. ไมร ักษาความสะอาดในหองเรียนและบรเิ วณโรงเรียนรวมถงึ ไมปฏิบตั ิหนา ที่เวรรักษาความสะอาดประจาํ หอ งเรียน
9. สรางขา วลือใหเกิดความวนุ วายในโรงเรยี น
10. ซือ้ ขนมหรืออาหารภายนอกโรงเรียน โดยไมไ ดรบั อนญุ าต
11. ไมนาํ เอกสารหรือขา วสารจากทางโรงเรียนแจงใหผูปกครองทราบ
12. พูดเท็จหรือใหการเท็จตอครู
13. เลนกับเพือ่ นจนเปนเหตุใหเกิดการทะเลาะวิวาท
กลุมที่ 2
1. หนเี รยี น หรอื ออกนอกสถานศกึ ษา โดยไมไดร บั อนุญาตในชวงเวลาเรยี น
2. เลนการพนัน หรือจดั ใหมีการเลน การพนัน
3. พกพาอาวธุ วตั ถุระเบิด หรือวตั ถุ ซึ่งไมเปน อาวุธโดยสภาพ แตส ามารถใชประทุษราย แกร างกายอยางอาวธุ ได
4. ซ้อื จําหนา ย แลกเปล่ียน ครอบครอง หรอื เสพสุรา ส่ิงมึนเมา บุหรี่หรือยาเสพตดิ
5. ลกั ทรัพย กรรโชกทรพั ย ขมขูหรือบังคับขืนใจ หรอื รีดไถบุคคลอืน่
6. กอ เหตุทะเลาะวิวาท ทํารา ยรางกายผอู ่นื หรือเตรียมการ หรือกระทาํ การใด อันนาจะกอ ใหเกดิ ความไมส งบ
เรียบรอย หรอื ขัดตอศลี ธรรมอนั ดีของประชาชน
72
7. แสดงพฤติกรรมทางชูส าว ในโรงเรยี นและนอกโรงเรยี น
8. เกีย่ วของกับการคาประเวณี
9. ออกนอกสถานทพี่ ักเวลากลางคืนเพื่อเทีย่ วเตร หรือรวมกลมุ อันเปน การสรางความเสียหาย ใหแกตนเองและผูอ ื่น
10.แสดงกิริยาไมส ภุ าพ หรอื ไมเหมาะสมนอกบรเิ วณโรงเรยี น
11.นําหนงั สือหรอื สง่ิ ลามกอนาจารเขามาโรงเรียน
12. ปลอมแปลงเอกสาร ลายเซ็น เพอื่ ผลประโยชนใหต นเองหรือผอู ืน่
13. แอบอา งช่ือเพ่อื น ครู ในโรงเรยี นเพอ่ื ประพฤตติ นในทางมิชอบ
14. ขัดขวางการปฏบิ ตั ิงานของเจา หนา ท่ี และครูทป่ี ฏบิ ตั ิหนาท่ีโดยชอบ
15. กระทาํ การเปน เหตุใหเกดิ ความเสยี หายตอ ทรัพยสนิ ของโรงเรยี น และบคุ คลอื่น
16. แสดงพฤตกิ รรมกา วรา วตอ ครทู ้งั การเขียน กริ ยิ า และวาจา
17. ลักขโมยทรัพยส ินของโรงเรยี น
18. มั่วสุมในสถานทสี่ าธารณะ สถานประกอบการบนั เทิง หรือสถานที่เลนพนันรวมถึง สนุกเกอร รา นเกมส
19. ปาวัตถุระเบดิ จุดประทัด หรือวัตถุอนั กอ ใหเกดิ ความราํ คาญ หรอื เปนอนั ตรายตอทรัพยสินและบุคคลอ่ืน
20. ถูกลงโทษฐานประพฤติผิดตามกฎหมายทางราชการ
21. ประพฤตชิ ัว่ หรือกระทําการใดๆ ทท่ี าํ ใหเสอ่ื มช่อื เสยี งเกยี รติยศแกโรงเรยี น และบุคคลอนื่
22. ทุจริตการสอบ
23. เก่ยี วของกบั สารเสพติดทกุ ชนดิ ที่อยใู น พรบ.สารเสพตดิ ตามกฎหมายประกาศ
73
ระเบียบโรงเรียนสวางแดนดิน
วาดว ยคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน พ.ศ. 2551
เพ่อื ใหการควบคุมดูแลแกไขพฤติกรรมนักเรียน มหี ลักเกณฑใ นการดําเนินงานอยางเปนข้ันตอนสามารถปฏบิ ัตเิ ปนแบบ
เดยี วกันอยางมีประสิทธิภาพ และเพือ่ ใหคะแนนความประพฤติเปนเกณฑการพิจารณาดําเนินงานการลงโทษ หรอื แกไขความ
ประพฤติ นักเรียนท่ไี มเหมาะสมตลอดจนใชเปน กําลงั ใจแกนักเรียนที่ประพฤตดิ ปี ระพฤตชิ อบ จึงวางระเบยี บวาดว ยคะแนน
ความประพฤตนิ ักเรยี นไวด ังน้ี
1. ระเบยี บนเี้ รยี กวา “ระเบียบโรงเรียนสวา งแดนดิน” วาดวยคะแนนความประพฤตนิ ักเรยี นพ.ศ. 2551
2. ในระเบียบคาํ วา “นักเรยี น” หมายถึง นักเรยี นปจจุบนั ของโรงเรียนสวา งแดนดนิ
คําวา “คร”ู หมายถงึ ครปู จจบุ ันของโรงเรียนสวางแดนดนิ
คําวา “ผูอ าํ นวยการ” หมายถึง ผดู าํ รงตาํ แหนง ผอู าํ นวยการโรงเรยี นสวางแดนดิน
คาํ วา “โรงเรยี น” หมายถึง โรงเรยี นสวางแดนดนิ
คําวา “คะแนน” หมายถงึ คะแนนความประพฤตนิ ักเรียน
3. กาํ หนดใหนักเรยี นทกุ คนมีคะแนนความประพฤติคนละ 100 คะแนน ทนั ทีท่เี ขา เปนนกั เรียนและนักเรยี นทกุ คน
ตองรักษาคะแนนนไี้ วไมใ หถ กู ตัดสนิ 30 คะแนน จนกวา จะเรยี นจบชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน (ม.3) และ ตอนปลาย(ม.6) แลว แต
กรณี
4. นกั เรยี นจะถกู ตัดคะแนนตามระเบยี บนี้ เมอ่ื กระทาํ การใดๆ อนั เปนการฝาฝนระเบยี บแบบแผนและขอบังคับ
ของโรงเรยี น
5. ครทู กุ คนมีสทิ ธิ์ “เสนอคะแนน” ตามความเหมาะสมของความดีของนักเรียนและตามเกณฑทีก่ าํ หนดไวใน
ระเบียบนี้
6. ครูทุกคนมีสิทธิ์ “ตัดคะแนน” ตามความเหมาะสมของความผิดของนักเรียนตามระเบียบนี้ โดยเมื่อรวม
คะแนนแตละคร้ังแลวไมเกินเกณฑต อไปนี้
6.1 ครทู ุกคนมีสิทธ์ิตดั คะแนนไดครงั้ ละไมเกิน 10 คะแนน
6.2 รองหัวหนาระดับ หัวหนาคณะ รองหัวหนาคณะและหัวหนางานในกลุมบริหารกิจการนักเรียน
กลุมสามารถมีสิทธิ์ตดั คะแนนคนใดคนหนึ่งไดค ร้ังละไมเกิน 20 คะแนน
6.3 หัวหนากลุมงานกิจกรรมนักเรียน หัวหนางานสงเสริมงานกิจกรรม หัวหนางานแกไขพฤติกรรม
นักเรยี นมสี ิทธิ์ตัดคะแนนนักเรยี นคนใดคนหนงึ่ คร้งั ละ ไมเกิน 30 คะแนน
6.4 รองผูอ ํานวยการมสี ิทธิ์ตดั คะแนนนักเรยี นคนใดคนหนึ่งไดครงั้ ละไมเกิน 40 คะแนน
6.5 การตัดคะแนนเกิน 40 คะแนน ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการกลุมบริหารกิจการนักเรียน
พิจารณาคะแนนความประพฤติตามขอ 8
7. การตดั คะแนนตามขอ 6.1 – 6.5 จะมีผลเมอ่ื ไดรับความเห็นชอบจากรองผูอ ํานวยการกลุม บริหารกิจการนักเรยี น
8. ใหค ณะกรรมการกลมุ บรหิ ารงานกจิ การนักเรยี นพิจารณาคะแนนความประพฤตปิ ระกอบดวย
8.1 รองผูอาํ นวยการกลุม บรหิ ารกิจการนกั เรยี น ประธาน
8.2 หวั หนากลมุ งานพฒั นาคุณลักษณะอันพึงประสงค รองประธาน
8.3 หัวหนาระดบั ทกุ ระดบั กรรมการ
8.4 คณะกรรมการที่โรงเรียนแตง ต้งั
74
9. นกั เรยี นจะถูกพิจารณาโทษ เม่อื รวมคะแนนท่ีถูกตดั เปนไปตามกฎเกณฑด งั น้ี
9.1 นอ ยกวา 30 คะแนน เชญิ ผปู กครองมารับทราบขอความรวมมือควบคุมดูแลแกไข ปรับพฤติกรรม
ของนักเรียน
9.2 30 - 49 คะแนน เชญิ ผูปกครองมารบั ทัณฑบ นนักเรยี น
9.3 50 คะแนนขึน้ ไป พักการเรียน หรือทําทัณฑบ นครงั้ ที่ 2 (ระดับ ม.ตน )
9.4 หลังจากลงโทษพักการเรียนแลวหากนักเรียนกระทําผิดอีกไมวาเปนความผิดใดใหเชิญผูปกครอง
มารับทราบทกุ ครงั้ และอาจพจิ ารณาพักการเรยี นไดอีกหนึ่งคร้งั
9.5 เมื่อรวมที่ถูกตัดคะแนนเกิน 80 คะแนน หรือหลังพักการเรียนคร้ังท่ี 2ถานักเรียน มีความผิดอีก
ไมว า จะเปน ความผิดใด ใหเชญิ ผูปกครองมารว มแกป ญ หาและใหน ักเรียนเปล่ยี น บรรยากาศในการเรียน
9.6 เมือ่ คะแนนทถี่ กู ตดั เกนิ 100 คะแนน ไมวาความผิดคร้ังสุดทายจะเปนอยา งไร หรือ จะเปนกรณใี ดๆ หรอื
แมแตจะไมเคยถูกลงโทษใดๆ ก็ตามใหเชิญผูปกครองมารวมแกปญหาและเปล่ียน บรรยากาศ การเรียนและบันทึกในทะเบยี น
หรือหลักฐานของโรงเรียนวา “มคี วามประพฤตไิ มเรยี บรอ ย” หรอื ถูกตัดคะแนน ความประพฤตเิ กิน 100 คะแนน
9.7 สําหรับนักเรียนช้ันม.3 ผูที่ถูกตัดคะแนนต้ังแต 30 คะแนนขึ้นไปหรือถูกลงโทษทําทัณฑบน 2 คร้ัง
ข้นึ ไป โรงเรยี นอาจจะตัดสทิ ธใิ์ นการพิจารณาเขา ศกึ ษาตอ ในระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่4 ในปการศกึ ษาถัดไป
10. ผูอํานวยการมีสิทธิ์ยับย้ัง ลด เพ่ิม การตัดคะแนน การเพิ่มคะแนน การลงโทษทุกประเภททุกกรณีตามที่
เห็นสมควร
11. โรงเรยี นมอบหมายการลงโทษนกั เรยี นตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวาดว ยการลงโทษ นักเรยี นหรือ
นักศึกษา พ.ศ.2548 ตามความเหมาะสมดงั นี้
11.1 มอบหมายครูทุกคนวากลาวตักเตือนหรือตัดคะแนนดวยก็ไดท้ังนี้เปนไปตามระเบียบนี้ โดย
ประสานงานกบั ครทู ีป่ รกึ ษาและหวั หนาระดบั เชญิ ผูปกครองรวมกันแกป ญ หา
11.2 มอบหมายรองผูอํานวยการกลุมบริหารงานกิจการนักเรียน โดยทําทัณฑบนหรือพักการเรียนไม
เกินวันทาํ การ
11.3 การลงโทษพักการเรียนเกิน 3 วันทําการใหรองผูอํานวยการกลุมบริหารงานกิจการนักเรียนหรือ
คณะกรรมการพัฒนาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค เสนอโรงเรยี นเพ่อื ขอความเหน็ ชอบกอน
12. ถาการถูกส่ังพักการเรียนหมดสิทธิ์สอบในรายวิชาใดนักเรียนไมสามารถนําเหตุนี้ไป เปนเหตุผลในการย่ืน
คาํ รอ งขอมสี ทิ ธส์ิ อบในรายวชิ านน้ั
13. ในกรณีแตง งานเปน ทีป่ ระจกั ษต อ สาธารณชนตอ งพน สภาพการเปน นักเรยี นโรงเรียนสวางแดนดนิ โดยทันที
75
1.4 เกณฑการตัดคะแนน
กรณคี วามผิด ไมเ กนิ (คะแนน/ หมายเหตุ
ครง้ั ) ใหโอกาสแกไขไมเ กิน 1 วนั
รายงานตัวเปนประจํา
1. การแตงกาย 5 ใหโ อกาสแกไ ขไมเกิน 1 วัน
1.1 ทรงผมผิดระเบียบแกไขไดโ ดยเรว็ 20 ใหโ อกาสแกไขไมเ กิน 1 วนั
1.2 ทรงผมผิดระเบยี บแกไขไมไ ดเรว็ 5
1.3 ไวเ ครา หนวด จอน แกไ ขไดท นั ที 5 ยึดมาและเชญิ ผปู กครองมารับ
1.4 เสอ้ื กางเกง กระโปรง เข็มขดั ถงุ เทา ดว ยตนเอง
ใหแ กไ ขทนั ที
คอซอง (แหงละ) ผดิ ระเบียบ 5 ใหแกไ ขทันที
1.5 มี หรอื ใชเครอื่ งประดับมีคา หรอื ไม ใหแกไ ขทนั ที
เหมาะสมตอ การเปนนักเรยี น 5 ใหแ กไ ขทนั ที
1.6 มี หรอื ใชเครื่องสาํ อางเติมแตง 5 ยดึ มาและเชญิ ผูปกครองมารับ
1.7 ไวเลบ็ ยาว , เคลอื บเลบ็ ,ทาสเี ล็บ 5 ดวยตนเองภายใน 7 วัน
1.8 ตกแตง ทรงผม (เชน ยอ ม, ถกั , โกน,สบั ,เซต ยึดมาและเชิญผปู กครองมารับ
ดว ยตนเองภายใน 7 วัน
ซอยโกรกทําสีโบวทค่ี าดผม 5 แกไขตามกรณี
1.9 สวมหมวก 5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไขตามกรณี
1.10 สวมแวนตาท่ไี มใชแ วนสายตาหรอื กรอบสี
อบรมแกไขตามกรณี
ฉดู ฉาด 5
1.11 ใชนาฬิกาสฉี ูดฉาดหรอื กรอบสีหรอื มีราคาสูง อบรมแกไขตามกรณี
อบรมแกไ ขตามกรณี
เกินไป 5 เตือนหลายคร้ังไมแกไ ขเชญิ ผูปกครอง
1.12 สวมชดุ พลศกึ ษาในวนั ทไี่ มมกี ารเรยี นพลศกึ ษา 5
1.13 เจาะหู ใสตมุ หู ผดิ ระเบยี บหรือเจาะอวยั วะ เตือนหลายครง้ั ไมแ กไขเชญิ ผูปกครอง
อื่นตามแฟชนั่ 5
1.14 สัก, เขยี นลาย ติดสตกิ เกอรตามอวยั วะตางๆ
และเขยี นขอ ความบนเสือ้ ผา 5
1.15 นักเรยี นหญงิ ไมสวมเส้ือทบั 5
1.16 สวมเสอื้ ซับในสีฉูดฉาดหรือมลี วดลาย 5
1.17 นักเรียนหญิงใสกระโปรงสัน้ เลยกลางสะบาหัว
เขาขนึ้ ไป 5
1.18 นกั เรียนชายใสกางเกงเอวตาํ
76
กรณีความผดิ ไมเ กนิ (คะแนน/ครัง้ ) หมายเหตุ
2. การเรยี นและการรวมกจิ กรรม
5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไข
2.1 มาโรงเรียนสายบอ ยคร้ัง 5 เชญิ ผปู กครองรว มแกไข
2.2 เขา เรยี น/เขา แถว/เขาประชุมชากวา ที่ 5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไข
โรงเรยี นกาํ หนด
2.3 หนีโรงเรยี น/หนแี ถว/หนีประชุม/ไมเขา 5 เชญิ ผปู กครองรว มแกไข
รว มกิจกรรมท่โี รงเรียนจดั
2.4 หนีโรงเรียน หรือขาดเรียนโดยไมม ี 5 เชิญผูปกครองรว มแกไข
เหตุผลอันสมควร 5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไข
2.5 ไมเ ขา รวมกิจกรรมโฮมรูม
2.6 เปด ไฟ เปดพัดลม เปดนํ้าท้งิ ไวโดยไมมี 30 ชดใชค า เสียหายและพจิ ารณาโทษช้นั สูง
เหตผุ ล อนั สมควร ยดึ และเชญิ ผปู กครองมา
2.7 ขีดเขียน หรือพนสตี างๆ หรือทาํ ให
ทรพั ยส ินของผอู นื่ ไดรับความเสียหาย 10 รบั ทราบและคนื ภายใน 7 วัน
2.8 การนําอุปกรณสื่อสารมาใชไมถ ูก
กาลเทศะ 10 แกไขตามกรณี
2.9 การนาํ เงนิ จํานวนมากมาโรงเรียนโดยไม
มีเหตุอนั ควร 5 แกไ ขตามกรณี
2.10 ประมาทเลินเลอไมระมดั ระวังอุปกรณ
ไมเ ปนระเบียบ 5 เชญิ ผูปกครองรวมแกไขเม่อื ทาํ ผิดครงั้ ท่ี 3
2.11 เลนกีฬาในท่ีหา มเลน 10 แกไ ขตามกรณี
2.12 ใชห รือเลนโทรศพั ทใ นเวลาเรียน
3. การรักษาความสะอาด 50 แกไ ขตามกรณี
3.1 ทง้ิ ขยะไมเ ปน ที่ครั้งละไมเ กิน 5 แกไ ขตามกรณี
3.2 ส่งั น้ํามูกหรือถมนํ้าลายไมเปนท่ี 5 แกไ ขตามกรณี
3.3 ไมทาํ เวรรกั ษาความสะอาดหองเรียน 5 แกไ ขตามกรณี
3.4 รบั ประทานอาหารหรือนําอาหารข้ึนไป
บนอาคารเรียน 5 แกไ ขตามกรณี
3.5 นาํ อาหารออกจากบรเิ วณโรงอาหาร
โดยไมไดร ับอนญุ าต
77
กรณีความผิด ไมเกิน(คะแนน/ครั้ง) หมายเหตุ
3.6 เดินรับประทานอาหาร 5 แกไ ขตามกรณี
3.7 รบั ประทานอาหารในเวลาเรียน 5 แกไ ขตามกรณี
3.8 นาํ อปุ กรณรบั ประทานอาหารออกจาก 5 เชญิ ผูปกครองรวมแกไข
บริเวณโรงอาหาร โดยไมไ ดร บั อนญุ าต
3.9 ทาํ ใหเกิดความสกปรกภายในโรงเรียน 10 เชญิ ผูปกครองรว มแกไ ข
4. ความปลอดภัย
4.1 การนาํ รถของนักเรยี นมาโรงเรยี น/แกะงดั 10 เชิญผปู กครองรว มแกไข
แงะอปุ กรณไ ฟฟา
4.2 การขามถนนหนาโรงเรียนโดยไมใ ช 5 แกไ ขตามกรณี
สะพานลอย
4.3 การนาํ พาบคุ คลภายนอก เขา มาใน 10 เชิญผูป กครองรว มแกไ ข
โรงเรยี นโดยไมไ ดรบั อนุญาต
4.4 การเขามาจอดรถรบั – สง 5 เชิญผูป กครองรวมแกไข
นกั เรยี นภายในโรงเรยี น
4.5 การหาซอื้ อาหารจากภายนอกโรงเรียน 10 เชญิ ผูปกครองรว มแกไข
5. เอกสารและความผิดอื่นๆ
5.1 ปลอมลายเซน็ ผปู กครอง 30 พิจารณาใหรับโทษชน้ั สงู
5.2 แกไ ขเอกสารของโรงเรยี นของผปู กครอง 30 พิจารณาใหร ับโทษชั้นสงู
5.3 นาํ บุคคลอ่ืนมาแอบอา งเปน ผป ู กครอง 30 พิจารณาใหร บั โทษช้นั สงู
5.4 แอบอา งช่ือบุคคลอ่นื มาเปน ช่ือตน 30 พิจารณาใหรับโทษชนั้ สงู
5.5 กลา วเท็จใหก ารเท็จ 30 พิจารณาใหรับโทษชัน้ สูง
5.6 นาํ เอกสารของโรงเรยี นไปใชใ นโรงเรยี น 10 พิจารณาใหรบั โทษชน้ั สงู
หรอื ไมเ ปน ไปตามท่ีโรงเรยี นมอบหมาย
5.7 ไมน าํ หนงั สือเชิญผปู กครองไปใหผ ป ู กครอง 30 พจิ ารณาใหร ับโทษชัน้ สงู
ตามท่ีไดร บั มอบหมาย
5.8 ประพฤตผิ ิดนอกโรงเรยี น โดยแตง เคร่อื ง 50 พิจารณาใหรบั โทษช้นั สูง
แบบ นกั เรยี นหรอื โดยแสดงตนเปน นกั เรยี น
โรงเรยี นสวา งแดนดินหรอื กระทําการใดๆ
อนั ทาํ ใหโ รงเรยี นเส่อื มเสีย
78
กรณคี วามผดิ ไมเ กิน(คะแนน/คร้งั ) หมายเหตุ
5.9.1 ประพฤติตนไมเ หมาะสมกบั สภาพความ 50 พิจารณาใหรับโทษช้นั สูง
เ ป น นั ก เ รี ย น ต า ม ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ว า ด ว ย ค ว า ม
ประพฤตินักเรียนนักศึกษาหรือกรณีทําใหเส่ือม 50 พิจารณาใหรับโทษช้นั สงู
เสียช่ือเสียงและเกียรติศักดขิ์ องสถานศึกษา หรือ 50 พจิ ารณาใหร ับโทษชั้นสูง
ไดร บั โทษวากลา วตกั เตอื นแลวแตย ังไมเข็ดหลาบ
5.9.2 เลนการพนนั หรือจัดใหมีการเลน พนนั ทผ่ี ิด 50 พจิ ารณาใหรบั โทษช้ันสูง
กฎหมาย 50 พิจารณาใหร บั โทษชน้ั สงู
5.9.3 พกพาอาวธุ วตั ถรุ ะเบดิ หรือวตั ถซุ งึ่ ไมเปน 50 พิจารณาใหรบั โทษชั้นสูง
อาวุธโดยสภาพ แตส ามารถใชป ระทษุ รายแก
รา งกายอยางอาวธุ ได 50 พจิ ารณาใหรับโทษชั้นสงู
5.9.4 ซอื้ จําหนา ย แลกเปลยี่ นครอบครองหรือ 50 พิจารณาใหร ับโทษชั้นสูง
เสพสุราส่ิงมนึ เมา บุหรหี่ รอื ยาเสพติดทุกชนดิ 50 พิจารณาใหรบั โทษช้นั สงู
5.9.5 ลักทรัพย กรรโชกทรพั ย ขม ขหู รือบังคับขืน
ใจหรอื รดี ไถผอู ่ืน บคุ คลอืน่ 50 พิจารณาใหร ับโทษชน้ั สงู
5.9.6 กอ เหตุทะเลาะวิวาททํารา ยรา งกายผอู ื่น 50 พิจารณาใหรบั โทษชนั้ สูง
หรือเตรียมการ หรือกระทําการใดๆ อันนาจะกอ
ความไมสงบ 50 พิจารณาใหร ับโทษช้ันสูง
5.9.7 มีพฤตกิ รรมในทางชสู าวทั้งในหรอื นอก
โรงเรยี น 50 พิจารณาใหร ับโทษชั้นสูง
5.9.8 เกย่ี วขอ งกับการคา ประเวณี
5.9.9 ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืนเพ่ือเที่ยว
เตรห รอื รวมกลมุ อนั เปนการสรา งความเสียหาย
ใหแ กต นเองและผูอนื่
5.9.10 แสดงกริยาไมสภุ าพ หรอื ไมเ หมาะสม
5.9.11 ปลอมแปลงเอกสาร ลายเซน็ เพื่อ
ประโยชนแกตนเอง และผูอืน่ ผลประโยชนแ ก
ตนเองและผอู ืน่
5.9.12 แอบอา งชือ่ ครู นกั เรียน หรือบคุ ลากร
ในโรงเรียนเพื่อประโยชนหรอื ประพฤตใิ น
ทางมิชอบ
5.9.13 ขดั ขวางการปฏบิ ัติงานของเจาหนาท่ีหรือ
ครทู ป่ี ฏบิ ตั ิหนาท่ีโดยชอบ
79
กรณีความผิด ไมเ กิน(คะแนน/ครั้ง) หมายเหตุ
5.9.14 กระทาํ การอนั เปนเหตใุ หเกิดความ
เสยี หายตอ ทรัพยสินของโรงเรียนหรือบุคคลอื่น 50 พิจารณาใหรับโทษชัน้ สูง
5.9.15 แสดงพฤติกรรมกาวราวตอครูทั้ง 50 พิจารณาใหรับโทษชั้นสูง
กิรยิ า วาจา หรือขีดเขยี น
5.9.16 ลกั ขโมยทรัพยสินของโรงเรยี น 50 พจิ ารณาใหรบั โทษชัน้ สงู
5.9.17 มั่วสุมในสถานที่สาธารณะสถาน 50 พิจารณาใหรบั โทษชน้ั สูง
บันเทงิ หรอื สถานทเี่ ลน การพนัน ตูเกมส สนกุ
เกอร
5.9.18 ปาวัตถรุ ะเบดิ จดุ ประทดั หรอื วตั ถุ 50 พจิ ารณาใหรบั โทษชน้ั สงู
อนั กอใหเ กิดความ รําคาญ หรือเปน อนั ตรายตอ
ทรัพยสนิ และบุคคลอ่ืน
5.9.19 ถกู โทษฐานประพฤติผดิ ตามกฎหมาย 50 พจิ ารณาใหร ับโทษชั้นสงู
ทางราชการ
5.9.20 ประพฤติผดิ หรอื กระทําการใดๆ ท่ี ทาํ 50 พิจารณาใหร บั โทษชนั้ สูง
ใหเ สอื่ มเสยี ช่อื เสยี งเกยี รติยศแกโรงเรยี นและ
บคุ คลอน่ื
5.9.21 ทุจริตสอบ 50 พิจารณาใหร ับโทษชน้ั สงู
6. การใชโทรศพั ทหรืออุปกรณ IT
6.1 ในขณะเรยี น เลนเกม หรือคยุ กับเพื่อน 10 เชญิ ผปู กครองรวมแกไขเมื่อกระทาํ ผิดครง้ั ที่ 2
ขณะครสู อน
6.2 ใชฟ ง เพลงในเวลาเรยี น/ ดูแฟม ภาพถา ย 10 เชิญผูป กครองรว มแกไข
6.3 ใชภาพถา ยลามกอนาจารแล้วเผยแพรใน 20 เชญิ ผูปกครองรว มแกไข
กลุมเพอื่ นๆ หรอื นดั หมายบคุ คลภายนอก
7. การลงเวลาไปกลบั
7.1 ไมมาลงเวลาสแกนลายนิว้ มอื เขาโรงเรียน 5 เชญิ ผปู กครองรว มแกไขเมื่อกระทาํ ผดิ คร้งั ท่ี 3
ตามกาํ หนด
7.2 ไมสแกนลายนิว้ มือเมอ่ื เลิกเรยี น 5 เชิญผปู กครองรว มแกไขเมื่อกระทําผดิ คร้งั ท่ี 3
7.3 แจงหมายเลขโทรศัพทของผปู กครองใน 20 เชญิ ผูปกครองรวมแกไข
การสง SMS ไมถ ูกตอง
80
15. ความผิดอ่ืนใดที่มิไดระบุไวในขอ 1.3 หรือจําเปนตองตีความใหคณะกรรมการกลุมบริหารกิจการ นักเรียน
ตามขอ 8 พิจารณาคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน ตคี วาม
16. กรณีถกู ตัดคะแนนเกนิ 80 คะแนน ขน้ึ ไปใหงดออกใบรับรองความประพฤติ (ยกเวน กรณีมีคะแนนจิตอาสา)
17. กรณมี ีพฤติกรรมเก่ยี วของกับสารเสพติดไมสามารถนาํ คะแนนจติ อาสามาหกั ลางคะแนนความผดิ ได
โทษช้ันสงู คือ
1. ทําทัณฑบน
2. พักการเรยี น ท้ังระดับช้นั ม.ตน
3. ยา ยสถานศกึ ษา ในระดบั ชั้น ม.ตน
ระเบยี บโรงเรียนสวางแดนนดนิ
วาดวยการควบคมุ ความประพฤตนิ ักเรยี นปก ารศกึ ษา 2563
เม่ือนักเรียนถูกตัดคะแนนความประพฤติ 80 คะแนนข้ึนไป ใหกลุมงานบริหารงานกิจการนักเรียนควบคุม
ความประพฤตนิ กั เรียนโดยใหป ฏบิ ตั ิดงั น้ี
1. ใหนักเรยี นทีถ่ ูกตดั คะแนนความประพฤติมาลงลายมือชื่อทีห่ องกลมุ งานกจิ การ นักเรียน
ภาคเชา กอน 08.00 น.
ภาคเท่ียง 12.00 น.– 13.00 น.
ภาคบาย 15.30 น.– 16.00 น.
2. ใหครทู ปี่ รึกษาลงลายมอื รับทราบทุกวนั หลงั เลิกเรยี น
3. ใหค รูประจาํ วิชาลงลายมอื ช่อื ทกุ ครั้งหลงั หมดคาบเรยี นนัน้ ๆ
4. ใหน ําแบบบนั ทกึ ใหหวั หนาระดบั ลงลายมือรับทราบทุกสัปดาห
5. ใหนาํ แบบบนั ทึกใหผ ปู กครองลงลายมือรับทราบทุกสปั ดาห
6. ระยะเวลาควบคุมความประพฤตใิ หอยใู นดลุ ยพินิจของหวั หนา ระดบั ชั้นหรอื เปนไปตามระเบียบ
โรงเรียนสวา งแดนดนิ ขอ 18
7. เมื่อควบคุมพฤติกรรมแลวพฤติกรรมไมเปล่ียนแปลงตามเปาประสงคนักเรียนจะตองเขาคายเพื่อปรับ
พฤติกรรมหรือบําเพ็ญสาธารณะประโยชนโดยผุปกครองตองสนับสนุนคาใชจายตลอดเขาคายระยะนั้น ๆ โดยนักเรียน
จะลกี เลี่ยงไมไ ดโ ดยเดด็ ขาด
8. เมื่อใชร ะเบยี บควบคมุ ประพฤตแิ ลว พฤติกรรมยงั ไมมกี ารเปลีย่ นแปลงในทางที่ดขี น้ึ ใหเปลย่ี นบรรยากาศการเรยี น
81
ระเบยี บโรงเรียนสวา งแดนดนิ
วาดว ย การยกยอ ง ใหกาํ ลังใจแกนักเรียนผูประพฤติดี พ.ศ.2557
โรงเรียนสวางแดนดินเห็นเปนการสมควรใหกําหนดระเบียบวาดวยการยกยองใหกําลังใจ นักเรียนผูประพฤติดี
เพ่ือใหนักเรยี นมีความตั้งใจทจ่ี ะประพฤติดี สงเสรมิ ใหนักเรยี นเปนผูมีคุณธรรม จรยิ ธรรมทีด่ ีงามและสงเสริมใหน ักเรียน
ปฏบิ ัตติ นใหถูกตอ งตามระเบียบวินยั จึงเหน็ สมควรใหก าํ หนด ระเบียบไวด งั ตอ ไปนี้
ขอ 1 ระเบยี บนเ้ี รียนกวา “ระเบยี บโรงเรยี นสวางแดนดนิ ”วา ดว ยการยกยอ งใหกาํ ลังใจแกน ักเรียนผูประพฤติดี
พ.ศ. 2557
ขอ 2 ใหใชระเบียบนี้ตั้งแตวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เปนตนไป ขอ 3 “นักเรียน” หมายถึง นักเรียน
โรงเรยี นสวา งแดนดิน
ขอ 4 “นักเรยี นผูประพฤติดี” หมายถึง
4.1 ผทู ่ีเก็บเงนิ หรือของมีคา ได
4.2 ผทู ่มี ีความประพฤตดิ ีถูกตองตามระเบียบวนิ ัยของโรงเรียน
4.3 ผทู เ่ี สยี สละชวยเหลืองานสว นรวม เชน กิจกรรมภายในโรงเรยี นหรือสงั คมภายนอก
4.4 บคุ คลท่คี ณะกรรมการงานสงเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม พจิ ารณาเห็นวา เปนผู ประพฤตดิ มี นี า้ํ ใจ
ขอ 5 “คร”ู หมายถงึ ครโู รงเรยี นสวา งแดนดนิ และบุคลากรท่ที าํ หนา ที่สอนในโรงเรยี นสวา งแดนดนิ
ขอ 6 “คณะกรรมการงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม” ประกอบดวยหัวหนางานสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม
เปนประธานและครูทไ่ี ดรบั แตงต้ังจากโรงเรยี น
ขอ 7 หลกั เกณฑการกาํ หนดนกั เรยี นผูป ระพฤตดิ ี
7.1 ใหครูที่ปรึกษาและคณะกรรมการงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรมเสนอชื่อผูประพฤติดีซ่ึงปฏิบัติ
ตอโรงเรียนและสังคมภายนอก เพื่อใหคณะกรรมการสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม และครูท่ีเปนหัวหนา งานสงเสริม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมเหน็ สมควรเชิญมารวมพจิ ารณา
7.2 การยกยอ งผูทีป่ ระพฤติดี
7.2.1 ผูท่ีมีความประพฤติถูกตองตามระเบียบวินัยของโรงเรียนผูท่ีชวยเหลืองานสวนรวมและผูที่
คณะกรรมการสง เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม พจิ ารณาเห็นวา ผูทีป่ ระพฤติดีมนี า ใจให ประกาศชมเชยที่ หนาเสาธง
7.2.2 นักเรียนท่ีเก็บเงินไดหรือของมีคาและนํามามอบใหเจาของ จะไดรับการประกาศชมเชยที่
หนา เสาธง และนกั เรยี นทเ่ี ก็บของมคี าไดมมี ลู คา เกนิ 500 บาท จะทาํ หนงั สอื ชมเชยถงึ ผูปกครองและครูที่ปรึกษา
ขอ 8 การแจง ชอื่ นักเรียนผปู ระพฤติดีหรือนักเรียนท่นี าํ เงินหรือของที่เก็บไดใหแจงที่
8.1 แจงทีส่ าํ นกั งานกลุมงานกิจการนักเรยี น
8.2 ครูท่ปี รกึ ษาของนักเรยี น
8.3 ผทู ีค่ ณะกรรมการงานสง เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรมมอบหมาย
8.4 คณะกรรมการงานสงเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
ขอ 9 เกณฑการใหค ะแนนความประพฤตนิ ักเรยี น ในโอกาสตางๆอยา งรบั ผิดชอบและเต็ม ความสามารถ
82
*ไดค ะแนนความประพฤติ 5 คะแนน
1. อาสาชว ยเหลือครแู ละบคุ ลากรในโรงเรียน ในโอกาสตางๆอยางรบั ผดิ ชอบและเตม็ ความสามารถ
2. เก็บเงิน หรือสงิ่ ของท่มี ีมูลคาไมเกิน 100 บาท
3. เขารวมกิจกรรมวันสําคญั ของชาติ
4. เขา รว มกจิ กรรมของโรงเรยี นในแตละครั้งทจ่ี ัด
*ไดค ะแนนความประพฤติ 10 คะแนน
1. เกบ็ เงินหรือสง่ิ ของที่มมี ลู คาไมเ กิน 500 บาท
2. เขารว มกจิ กรรมพัฒนาหรือบําเพ็ญประโยชน
3. มีหนงั สอื ชมเชยจากบุคคลภายในโรงเรยี นและนอกโรงเรียน
*ไดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน
1. เกบ็ เงินหรอื สิ่งของที่มมี ลู คาไมเกิน 1,000 บาท
2. ไดร ับเกยี รติบัตรจากกลมุ โรงเรยี น หรือจงั หวัด หรอื หนวยงานอื่น
3. มหี นังสอื ชมเชยจากหนว ยงานภายนอกโรงเรียน
*ไดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน
1. เกบ็ เงินหรอื สิ่งของท่ีมมี ลู คาไมเกนิ 1,000 บาท
2. ไดร บั เกียรตบิ ตั รจากกลุมโรงเรยี น หรอื จงั หวัด หรอื หนวยงานอนื่
3. มหี นังสือชมเชยจากหนว ยงานภายนอกโรงเรียน
*ไดคะแนนความประพฤติ 30 คะแนน
1. เก็บเงนิ หรือสิง่ ของที่มีมลู คาเกิน 1,000 บาท
2. ไดร บั เกียรตบิ ัตรจากเขตตรวจราชการ, ระดบั ภาค
*ไดค ะแนนความประพฤติ 50 คะแนน
1. ไดร ับเกยี รติบตั รจากกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และกระทรวงอน่ื ๆ
2. สรางช่ือสียงใหโ รงเรียน ในระดับกระทรวงหรอื ประเทศ
83
ขอ 10 การยกยองนกั เรียนผูประพฤตดิ ี
10.1 นักเรียนทุกคนเม่ือเขาเรียน จะมคี ะแนนความประพฤติ คนละ 100คะแนน
10.2 นักเรยี นทม่ี คี วามประพฤตถิ ูกตองตามระเบียบวินยั ของโรงเรยี น ชว ยเหลอื งานสว นรวม มนี ้ําใจช
วยเหลือผูอ ื่น เก็บของมคี าและเงินนาํ มามอบและคืนเจาของ จะไดรับคะแนนเพิ่มตาม ระเบียบ (ตามขอ 9)
10.3 เกณฑการยกยองนกั เรียนประพฤติดี
10.3.1 นักเรียนสะสมคะแนนความประพฤติ 150 ถึง 199 คะแนน จะไดรับใบประกาศ
เกยี รติบัตร เมอ่ื ส้ินปก ารศกึ ษา
10.3.2 นักเรียนสะสมคะแนนความประพฤติถึง 200 คะแนนจะไดรับโลประกาศเกียรติคุณ
เม่ือสนิ้ ปก ารศกึ ษา
10.3.3 นักเรียนท่ีไดรับโลหรือเกียรติบัตรจะตองไมเคยถูกตัดคะแนนความ ประพฤติเลยในป
การศกึ ษาน้นั
10.4 นักเรียนทีเรียนอยในโรงเรยี นสวางแดนดนิ ตลอดระยะเวลา 1 ชวงชน้ั จะตองไมเคยถูกตัดคะแนนความ
ประพฤติเลย จะไดร บั ใบประกาศเกียรติคุณบตั ร เปนนักเรยี นทมี่ คี ณุ ลกั ษณะอัน พงึ ประสงคดีเดนเปน “คนดสี วางแดนดนิ ”
ขอ 11 กรณอี ่ืนๆ นอกจากท่กี าํ หนดไวใ นระเบียบน้ี หรอื มปี ญหาเก่ยี วกับการปฏิบัตติ าม ระเบยี บนใ้ี หอ ยูในดุลย
พนิ จิ ของผูอ ํานวยการโรงเรยี นสวา งแดนดินเปน ผูว นิ ิจฉัยช้ีขาด
ขอ 12 ใหรองผูอํานวยการโรงเรียนสวางแดนดิน กลุมบริหารงานกิจการนักเรียนรักษาการใหเปนไปตาม
ระเบยี บนี้
หลกั ปฏิบัตติ างๆ ของโรงเรยี นสวางแดนดนิ
1. การมาโรงเรียนของนกั เรียน
1.1 การมา – กลับ โรงเรยี น
1.1.1 นักเรียนทุกคนตองมาถึงโรงเรียนทุกวันทําการไมเกินเวลา 08.00 น.และทําการสแกนน้ิวมือท่ี
เคร่ืองทกุ คร้งั ระบบจะสง SMS แจงไปยงั ผูปกครองใหร ับทราบทนั ที
1.1.2 นกั เรยี นที่มาหลงั เวลา 08.00 น. ใหถ ือวามาสาย
1.1.3 นกั เรียนท่มี ารถประจาํ ทาง หรอื ผูปกครองมาสงใหล งตรงบริเวณทกี่ ําหนดใหจอดรถแลวเดนิ เรียง
แถวใหเปนระเบียบ ชิดขวา เขามาในโรงเรียนจนกระท่ังถึงหองเรียนหามผูปกครองนํารถเขามาสงนักเรียนในบริเวณ
โรงเรียนยกเวนกรณฝี นตก
1.1.4 การรอข้ึนรถประจาํ ทางเพื่อกลบั บา น นักเรยี นตองเขาแถวรอบบนทางเทา
1.1.5 การขา มถนนหนา โรงเรียนประตดู านทิศเหนอื ใหน ักเรยี นใชส ะพานลอย หรือขา มถนนทท่ี างมา
ลายดวยความระมัดระวงั
1.1.6 การใชยานพาหนะมาโรงเรียน โดยเฉพาะรถจักรยานยนตตองปฏิบัติใหถูกตองตาม กฎหมาย
และหลักปฏบิ ตั ติ างๆ ของโรงเรียนและหามนาํ รถยนตมาโรงเรียนโดยเด็ดขาด
84
1.2 การมาสาย
1.2.1.1 นกั เรยี นท่ีมาไมทนั เคารพธงชาติถอื วา มาสาย ตองปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1.2.1.2 นักเรียนที่มาสายหลัง 08.00 น. ใหพบครูเวรประจําวันบริเวณประตูทางเขาและเขา แถวรอ
จนกวาจะเสรจ็ พิธีการหนาเสาธง
1.2.1.2 นักเรียนท่ีมาสายเกิน 3 ครั้ง กลุมบริหารกิจการนักเรียนจะดําเนินการลงโทษ ตามแต จะ
พจิ ารณาเพ่ือปรับปรงุ พฤติกรรมการมาสายใหดขี ึน้ หรืออาจเชิญผูปกครองมาพบ
1.3 การลา
1.3.1 ทุกครั้งท่ีนักเรียนไมมาโรงเรียนจะตองเขียนใบลาสงทุกครั้ง โดยผูปกครองท่ีนํานักเรียนมามอบ
ตวั ลงนามรบั รองทกุ ครัง้ ท่ีลา
1.3.2 การลากิจใหสง ใบลาลวงหนา อยางนอย 1 วนั
1.3.3 การลาปวยเกนิ 3 วนั ใหนําใบรบั รองแพทยมาแสดงตอครูท่ปี รกึ ษา
1.4 การออกนอกบริเวณโรงเรยี นนักเรียนที่มีความจำ เปน ตองออกนอกบรเิ วณโรงเรียน จะตอ งปฏบิ ตั ิ จะตอง
ปฏบิ ตั ติ ามเงอ่ื นไขดังตอไปนี้
1.4.1 ขอแบบฟอรมการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนที่หองกิจการนักเรียนหรือบริเวณปอม
ยามดา นทิศเหนือและทิศใต
1.4.2 กรอกแบบฟอรมใหเรยี บรอยท้ังสองสวน
1.4.3 ใหครเู วรประจาํ วนั หรือใหครปู ระจําสํานักงานฝา ยกจิ การนักเรียนเปนผูเ ซน็ อนญุ าต
1.4.5 การออกนอกบริเวณโรงเรยี นโรงเรยี นในกรณีเจ็บปวยตอ งไดรับคํายนิ ยอมอนุญาตจากครูฝา ยพยาบาล
1.4.6 โรงเรยี นไมอนุญาตใหนักเรียนออกไปซื้อของหรือเอาอุปกรณที่ลืมไวท ี่บา น
1.5 การขาดเรียน
1.5.1 ถานกั เรียนขาดเรียนติดตอ กันเกนิ 3 วันผปู กครองตองแจง ใหทางโรงเรยี นทราบโดยดวน
1.5.2 เมื่อเปดภาคเรียนแลว ถานักเรียนไมมาเรียน โดยไมแจงสาเหตุใหโรงเรียนทราบ โรงเรียน จะทํา
หนังสือแจงผูปกครองทางไปรษณียลงทะเบียน ใหมาติดตอกับทางโรงเรียนภายในระยะเวลาท่ีกําหนด เมื่อครบกําหนด
แลว ยังไมมาติดตอกับทางโรงเรียน จะจําหนายเพราะเหตุขาดเรียนนาน และถาหนังสือแจงไม ถึงผูปกครองโดยทาง
ไปรษณียค นื หนังสือมาใหโรงเรียน ถือวาเปนหลักฐานในการจําหนายออกเพราะขาดเรียน นานไมไ ด เม่อื มีการเปลี่ยนที่
อยใู หม ตองแจง ใหท างโรงเรยี นทราบทุกครง้ั
2. ระเบียบการใชอาคารสถานท่ีท่ีนกั เรียนตอ งปฏิบตั ิมดี ังน้ี
2.1 ไมเลนบนอาคารเรยี น
2.2 ไมเลน สวิตซไ ฟฟาในหองเรยี น และแผงสวิตซค วบคมุ ไฟฟา ประจําอาคาร
2.3 ไมเลนฟุตบอลในอาคารเรยี นและบรเิ วณใกลเ คียง
2.4 หามเลนถังนํา้ ยาดบั เพลิง
2.5 หามน่ัง ยืนบนโตะ ทุกชนิด
2.6 นกั เรยี นตอ งชวยรักษาความสะอาด และทาํ ความสะอาดในเขตพนื้ ทค่ี วามรับผิดชอบของตนเอง
85
2.7 ตองขออนญุ าตกอนทาํ การเคล่อื นยายอุปกรณแระจาํ อาคารทกุ ครัง้ และตองเคล่อื นยา ยดวยความ ระมัดระวัง
2.8 หา มปน หนา ตางเลน และหา มลงไปที่กันสาด
2.9 หามปดประกาศตามฝาผนงั อาคารดวยวสั ดุชนดิ ทที่ ําใหส ีผนังลอก (ใหตดิ เฉพาะท่ีกาํ หนดไวเทานั้น)
2.10 หามเขยี น ขุดขีด หรอื พน สี ทาํ ใหอาคารสถานทหี่ รือโตะเกาอีส้ กปรก
2.11 หา มนําอาหารและเครื่องดม่ื ข้นึ บนอาคารเรียน
2.12 หามทาํ ลายสมบัติของโรงเรียน กรณีที่นักเรียนทาํ ความเสียหายเก่ียวกับวัสดุอุปกรณในดาน อาคาร
สถานท่ีจะตอง ชดใชตามราคาสง่ิ ของที่เปนจริง
2.13 นักเรียนมีหนา ท่ีศึกษาและปฏิบตั ติ ามระเบียบการใชห อ งพิเศษตางๆ
3. การปฏิบตั ติ นขณะอยใู นบริเวณโรงเรียนของนักเรียน
3.1 เมือ่ มาถงึ โรงเรยี น นักเรียนตองอยูในความดแู ลรบั ผิดชอบตามคําสังและกฎระเบียบขอบังคบั ของโรงเรยี น
หามออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นในขณะทาํ การสอนเวนแตไดรับอนญุ าต
3.2 ตองเช่ือฟงและอยูในโอวาท คําแนะนาํ ของ ครทู กุ ทา น
3.3 ตอ งประพฤตใิ หเหมาะสมกบั สภาพนักเรยี นท่ีดี เชน ไมสบู บหุ รี่ หรอื ยาเสพตดิ ทุกชนิด ไมด ่ืมเหลา
เลนการพนนั ไมพดู จาหยาบคาย ไมหนีเรียน
3.4 มีความสภุ าพออนโยนตอบคุ คลทั่วไป
3.5 เปนผมู วี ินัยในตนเอง
3.6 เม่ือเขาพบครู ใหน กั เรียนยืนดวยความเคารพและสุภาพในลักษณะสํารวม ถา เขาพบพรอ มกนั หลายคน
ตองเขาแถวตามลําดับกอนหลัง ไมค วรยืนรมุ ลอมครู
3.7 รวมมือกนั รกั ษาความสามคั คีในหมูคณะ
3.8 ตอ งชวยกนั ดแู ลรักษาทรัพยส มบัตขิ องหองเรยี นและของโรงเรียน
3.9 ตองชวยกันประหยัดการใชนํ้า และกระแสไฟฟาของทางโรงเรียน อันเปนการประหยัดพลังงาน ของชาติ
นักเรียนคนใดท่ีออกจากหองเรียน หองปฏิบัติการ เปนคนสุดทาย ใหปดไฟฟา หรือพัดลม ทุกคร้ัง หากพบวาหองใดมี
การเปดไฟทิ้งไวจะตองถกู ลงโทษ
3.10 ไมส ง เสียงรบกวนหอ งเรียนขา งเคียง
3.11 เม่ือตองเดินสวนทางกับครู ใหนักเรียนทําความเคารพทุกครั้งโดยการยกมือไหว ถาในมือถือส่ิงของ อยูให
นกั เรียนยนื ตรงใหค รผู านไปกอ น
3.12 ไมกระทําการใดๆ อนั จะนําความเสื่อมเสียชอ่ื เสยี งของทางโรงเรียนและคณะ
3.13 รกั ษาคาํ พดู รับปากวาจะทําอยา งไร กต็ องทําอยางนั้นเสมอ
3.14 เม่ือเลิกเรียนใหนักเรียนรีบกลับบาน เวนแตมีกิจกรรมที่ครูควบคุมการฝกซอม ดนตรี กีฬาหรือ การจัด
กิจกรรมอืน่ ๆ โดยมแี บบฟอรมขออนุญาตผปู กครองผูป กครองนักเรยี นและนักเรียนไมค วรอยูในโรงเรียน เกินเวลา17.30 น.
86
4. การปฏิบตั ติ นขณะทม่ี ีชว่ั โมงเรยี น
4.1 ต้งั ใจเรยี นไมนําวิชาอนื่ ขึ้นมาอา น หรือทาํ ในขณะเรยี นวชิ าใดวชิ าหน่ึง
4.2 ไมลุก ยายท่ีนั่ง พูดคุย หรือทําเสียงดังใหเสียบรรยากาศของหองเรียน และสมาธิของครูและ นักเรียนคน
อนื่ ยกเวน บางวิชาทไี่ ดรบั อนุญาตใหท าํ งานกลมุ
4.3 หา มใชโ ทรศัพท ฟง วทิ ยุ ฟง เพลง ในขณะเรยี นโดยเด็ดขาด
4.4 หากมีปญ หาหรือขอสงสัยใหยกมือขออนญุ าตเม่ือไดรับอนญุ าตแลวจงึ ยืนขึ้นถามหรือแสดงความเหน็ ได
5. การออกนอกหอ งเรียน
5.1 ในขณะมีชัว่ โมงเรยี นตองอยใู นหอ งเรยี นหรอื หอ งปฏบิ ัติการในวชิ านั้นๆ จะอยใู นสถานทอี่ ืน่ เชน หอ งสมดุ
โรงอาหาร หรอื ท่อี น่ื ๆ ไมไ ด เวน แตไดรับอนุญาตจากครทู ท่ี ําการสอนในชวั่ โมงนน้ั ๆ
5.2 ถามคี วามจาํ เปนตอ งออกนอกหองใหขออนญุ าตครูท่กี าํ ลงั สอนทุกครง้ั หากไมมีครูใหแจง หัวหนาหองเรียน
5.3 กอ นเขา หองเรียนในเวลาเชา และระหวางพักกลางวัน ควรทาํ ธุระกิจสว นตัวใหเ รียบรอย ไมค วร ขออนุญาต
ออกนอกหองเรียนในชว่ั โมงแรกของภาคเชาและภาคบา ย
6. การเลน
6.1 หา มเลนกีฬาบนถนน ในหองเรียน หองประชมุ ใตถนุ อาคารเรียน หรือสวนหยอม และทุกบริเวณรอบอาคารเรยี น
6.2 ขณะเลน กีฬาในสนามภายในโรงเรียนควรเลนดว ยความระมัดระวัง อยาใหอุปกรณการเลนไปถูก ผูอื่นหรือ
ทําใหทรัพยสินของทางโรงเรียนเสียหาย เมื่อเลนเสร็จใหนําอุปกรณที่นักเรียนเลนไปเก็บในที่ที่ทาง โรงเรียน
กําหนดทุกคร้ัง
6.3 สถานท่ีเลน คือ โซนกีฬา ซ่ึงเปนสถานที่เลนของโรงเรียน ไดแก สนามฟุตบอล สนามเทนนิส สนาม
วอลเลยบอล สนามตะกรอ สนามบาสเกตบอล และลานอเนกประสงคห นาอาคาร 4
7. การรบั ประทานอาหาร
7.1 ใหรับประทานอาหารที่โรงอาหาร และสถานที่ทางโรงเรียนจัดให หรืออนุญาตเปนการช่ัวคราวหาม
รบั ประทานอาหารในหองเรยี นเดด็ ขาด
7.2 ไมเ ดนิ รบั ประทานอาหาร เคร่ืองด่ืม หรือของขบเค้ยี วทุกชนิด
7.3 การซอื้ อาหารตองเขา แถวตามลาํ ดับกอนหลงั
7.4 ภายหลังรับประทานอาหารแลว ใหน ําภาชนะใสอ าหารไปสง คนื ยังท่ีๆ จดั ไว ถุงพลาสติก ไมเ สียบ อาหาร
เศษอาหารใหทิ้งลงในถงั ขยะที่จดั ไว
7.5 ไมอ อกนอกบรเิ วณโรงเรยี นไปรบั ประทานอาหารขางนอก หรอื ซอื้ ของริมร้ัวโดยเด็ดขาด
8. การรักษาสภาวะแวดลอมและความสะอาด
8.1 ไมบวนหรือถมน้ําลาย (ตองบวนใสกระดาษ แลวนําไปทงิ้ ในถงั ขยะ หรือในทที่ เ่ี หมาะสม)
8.2 ไมขวางปาทิ้งเศษกระดาษ หรือสิ่งของเหลือใชออกนอกหองเรียน หรือทิ้งลงบนพ้ืนหองเรียนหอง
ปฏิบัติการ สนาม หรือบรเิ วณโรงเรียน คุคลอง ตอ งทง้ิ ลงในถังขยะทุกครง้ั
8.3 ไมข ดี เขยี นขอความ รปู บนฝาผนัง ประตู หนาตา ง โตะ เรยี น หอ งนํา้ ทิ้งในทลี่ บั และทแ่ี จง
8.4 ไมดึง เดด็ ตน ไม กิ่งไม ดอกไม ในบรเิ วณโรงเรียนและในท่สี าธารณะทัว่ ไป
87
8.5 รักษาความสะอาดหองเรียน อาคารเรียน บริเวณท่ัวไปของโรงเรียน และรักษาทรัพยสินตางๆ ของ
หอ งเรยี น และโรงเรียนใหอ ยูในสภาพดี และเรยี บรอยอยเู สมอ
8.6 ไมเ คลื่อนยา ยโตะ เกา อ้ี ครภุ ัณฑออกนอกหองเรยี น โดยไมไดร ับอนญุ าต
8.7 ไมท ําลายส่ิงของตา งๆใหชาํ รุดเสยี หาย
8.8 ตอ งรบั ผิดชอบชดใชค า เสยี หาย ในกรณีทําทรพั ยส ินของโรงเรยี นเสยี หายโดยประมาท
8.9 ชว ยกันรกั ษาธรรมชาติ ตนไม และสภาวะแวดลอมใหสวยงามอยูตลอดเวลา หามเดินลดั สนามโดยเด็ดขาด
9. การใชโ ทรศพั ทข องโรงเรียน
9.1 โรงเรียนไมประสงคใหนักเรยี นใชโ ทรศัพทของโรงเรียน และไมประสงคใหผูปกครองติดตอกับนกั เรียนทาง
โทรศัพทในเวลาเรียน
9.2 โรงเรียนไมอ นญุ าตใหนักเรียนนําโทรศัพทมือถอื มาใชใ นเวลาเรยี นโดยเด็ดขาดหากฝาฝนทางฝาย กิจการ
นกั เรยี นจะทําการยึดโทรศัพทและแจง ใหผูปกครองเพ่ือมารับกลับคืน
หมายเหตุ โรงเรียนสวา งแดนดนิ ประกาศเร่อื งการใชโทรศัพทม ือถือของนักเรียน
10. การติดตอระหวางบา นกบั โรงเรียน
10.1 โรงเรียนจะเชิญผูปกครองมาโรงเรียน เมื่อนักเรียนมีปญหาเก่ียวกับความประพฤติหรือพฤติกรรมตางๆของ
นกั เรยี นเพ่ือจะไดชวยปรบั ปรงุ และพัฒนานักเรียน
10.2 ผูปกครองมีกิจธุระ จะขอพบหรือเย่ียมนักเรียนในเวลาเรียนใหแจง ความจํานงที ประชาสัมพันธโรงเรยี น
จะติดตอ ใหนักเรียนมาพบตามตองการ
10.3 ผปู กครองท่ีมีปญหาเก่ียวกับนักเรียนในปกครองของทานโปรดไปพบเพื่อปรึกษากับกลุม บริหาร
กจิ การนักเรยี นไดใ นเวลาราชการ ณ อาคารสํานกั งานกิจการนักเรียน ขางอาคาร 3 ดานทิศตะวันออก
10.4 ผูท่ีไมไดเปนผูปกครองนักเรียน ไมมีสิทธิ์ขออนุญาตรับนักเรียนออกนอกโรงเรียนในเวลาเรียน ยกเวน
ไดรบั มอบหมายจากผปู กครองเปนลายลกั ษณอักษร และโรงเรยี นพิจารณาตามความเหมะสมเสียกอน
10.5 นักเรียนไมควรนัดเพื่อนไปพบท่ีโรงเรียนในเวลาเรียน เพราะจะทําใหเสียการเรียน โรงเรียนจะไมติดตอ
นกั เรยี นใหม าพบ จะพิจารณาอนุญาตเฉพาะรายทม่ี คี วามจาํ เปน จรงิ ๆ เทา นั้น
10.6 ผูปกครองนักเรียนที่นาํ ของฝากใหน ักเรียนในเวลาเรียนโปรดตดิ ตอและฝากของไดท่สี ํานักงาน กลุมบริ
หารกจิ การนักเรียนของโรงเรียน และควรเขียนชอ่ื ชนั้ นกั เรียนใหช ัดเจนทกุ ครงั้
11. การมาโรงเรียนในวันหยดุ
ในวันหยุดราชการ ถานักเรียนมีความจําเปนตอ งเขามาในโรงเรียน เน่ืองจากกิจกรรมใดๆ ก็ตามนักเรียน จะตอง
ไดรบั อนญุ าตจากผูปกครองนักเรียนเสียกอน โดยขออนญุ าตผูป กครองจากกลุมบรหิ ารกจิ การนกั เรยี น ผานครู อาจารย
ท่เี ปน ผคู วบคมุ กิจกรรมนัน้ ๆ
12. การใสเคร่ืองประดบั
โรงเรียนไมอนุญาตใหนักเรียนสวมใสเครื่องประดับหรืออาภรณใดๆ เชน ตางหูไมวาขนาดใด สรอย แหวน
ฯลฯ ยกเวนนาฬิกาท่ีใช สายสุภาพ ราคาไมแพงเกินควร สรอยสแตนเลสท่ีมีพระเครื่องราง สายสรอยยาวพอ ท่ีจะอยูในเสื้อ
กระดุมเมด็ ท่ี 2 ลงไป และโรงเรยี นไมรับผดิ ชอบเรอ่ื งการสญู หาย
88
13. การแตงกาย
13.1 การตดิ ตอราชการตองแตงกายชุดนกั เรยี นเทา นนั้
13.2 การใสร องเทา ตอ งไมส วมรองเทาทับสน รองเทาตองเปน รองเทา สีลวนไมม ีลวดลาย ถงุ เทา เลยขอ เทา
ประมาณ 2 นิ้ว
13.3 ไมอนุญาตใหไวเลบ็ มือ และทาสเี ล็บ
13.4 การแตงกายชุดพลศึกษา ตองแตงตามแบบของโรงเรียนสวางแดนดิน ตองไมตัด, เติม, เพ่ิม, แตงเด็ดขาด
และใหแ ตง กายชุดพละไดในวันทีม่ คี าบเรยี นพละศึกษาเทาน้ัน
14.ระเบียบขอใบรับรองความประพฤติ
เพื่อเปนเอกสารประกอบการเพอื่ สมัครเรียนตอ หรือเปน เอกสารประกอบคดคี วาม ใหขอแบบฟอรม ไดท ่กี ลุม
บริหารกจิ กรรมนักเรยี น แลวปฏบิ ตั ิดงั น้ี
14.1 ใหย่ืนคําขอที่สมบรู ณแ ลวกอ น 1 สปั ดาห ดวยตนเอง
14.2 ใหลงคะแนนความประพฤติที่ถูกตัดและเพิ่มโดยใหไปขอดูจากครูทีป่ รกึ ษาหรือกลุม บริหารงาน กจิ การนักเรยี น
14.3 ในการขอใบรับรองความประพฤตติ องแนบรปู ถาย 1.5 น้ิว เทา กบั จาํ นวนแผน ท่ีตอ งการ
14.4 ครผู ูร ับรองความสามารถพเิ ศษตองเปนครูผูเ กี่ยวของกับความสามารถพิเศษนั้นๆ
14.5 หลงั ย่นื คําขอ 1 สัปดาหใหตดิ ตอ รบั ใบรบั รองความประพฤติดว ยตนเองที่กลุมบรหิ ารงานกิจการ นักเรยี น
14.6 ในกรณที ี่คําขอไมสมบูรณก ลุมบริหารกิจการนักเรียนจะไมสามารถออกใบรับรองความประพฤติใหได
14.7 ในกรณีท่ีถกู ตัดคะแนนความประพฤติต้ังแต 50 คะแนน ขึ้นไปใหอยูในดุลยพินิจของคณะกรรมการกลุมบริหาร
กจิ การนักเรียน ถานักเรียนมีคะแนนเพมิ่ ความดกี ็จะนํามาหักลา งกับคะแนนทต่ี ิดลบไดบางกรณี หรอื มีใบงานจติ อาสา (แบบฟอรมใบ
งานจิตอาสาขอไดท ่ีกลุมบริหารกิจการนักเรยี น)
15.ระเบียบการขอบัตรเขาหองสอบ
เม่ือเวลาเขาสอบกลางภาค, ปลายภาค ทางกลุมบริหารกิจการนักเรียนและกลุมบริหารงานวิชาการจะดําเนนิ การตรวจ
เครื่องแตงกาย เพื่อออกบัตรอนุญาตเขาหองสอบตอกรรมการผูควบคุมหองสอบโดยขอรับ แบบฟอรมการเขาหองสอบไดท่ีกลุม
บริหารกจิ การนกั เรยี นแลวปฏบิ ตั ดิ ังนี้
15.1 ใหน กั เรยี นนาํ บัตรอนุญาตเขาหองสอบไปใหครูทปี่ รึกษาตรวจสอบในเบื้องตน เพ่ือลงลายมือรับรอง
15.2 ครูผูเปนกรรมการควบคุมหองสอบจะเปนผูตรวจสอบวานักเรียนมีคุณสมบัตรครบถวนหรือ ไม พรอมลงลายมือ
อนญุ าตในวนั ทําการสอบ (สําหรับนักเรียน หามแตงกายชดุ พลศกึ ษาเขาหอ งสอบ โดยเด็ดขาด)
15.3 นักเรยี นตองนําบัตรน้ีมาเพอ่ื ใชแ สดงในการเขา หองสอบทุกครงั้ และทุกวนั ทมี่ ีการสอบ
15.4 หากมปี ญหาอ่นื ๆ ใหน ักเรยี นพบ รองผูอํานวยการกลุมบริหารกจิ การนักเรยี น
15.5 หา มมีรอยลบ – ขีดหรอื แกไ ขในบตั รอนุญาตดวยน้ํายาลบคาํ ผดิ
89
17. การใชร ถจักรยาน / จกั รยานยนตม าโรงเรยี น
17.1 ใหนกั เรยี นทุกคนปฏบิ ัตติ ามกฎจราจรของโรงเรยี น โดยเครง ครดั
17.2 การจอดรถจกั รยานยนตใหจอดในทีท่ ีโ่ รงเรยี นจดั ใหอยางเปนระเบียบ ถาจอดรถนอกจดุ ทีกําหนด จะมีความผดิ
ตามบทเฉพาะกาลของการจัดการจราจรภายในโรงเรยี นสวางแดนดนิ ทัง้ ปรบั และตดั คะแนน ความประพฤติ
17.3 หา มนาํ รถจักรยาน / จกั รยานยนต ออกนอกบรเิ วณโรงเรียนจนกวา จะถงึ เวลาเลิกเรียน
17.4 หา มนกั เรียนเขาไปมวั่ สุมในบริเวณจอดรถจักรยาน / จักรยานยนต เปน อันขาด
17.5 ตองสวมหมวกนิรภัยทั้งผขู บั ข่แี ละผซู อนทาย
17.6 ตองหยุดรถ เพอื่ ทําความเคารพครเู วรประจําวันทุกคร้ัง
18. เกณฑค ะแนนพฤตกรรมเพ่ือการพจิ ารณาลงโทษนกั เรยี น
18.1 นกั เรียนทุกคนจะมคี ะแนนพฤติกรรมเตม็ คนละ 100 คะแนน
18.2 นักเรียนท่ีกระทําผิดระเบียบวินัยของโรงเรียนใหตัดคะแนนพฤติกรรม ตํามระเบียบฯ วาดวยกํารดูแลแกไข
พฤตกิ รรมนกั เรยี น
18.3 นกั เรียนที่ถูกตัดคะแนนพฤติกรรมถึง 20 คะแนน
18.3.1 แจงใหผูปกครองทรําบ
18.3.2 ปฏบิ ตั ิกิจกรรมเปน เวลา 3 ชว่ั โมง
18.4 นกั เรยี นท่ถี ูกตดั คะแนนพฤติกรรม 40 คะแนน
18.4.1 เชิญผูปกครองทำสัญญาปรับปรุงพฤติกรรม
18.4.2 คุมความประพฤตริ ะยะเวลา 2 สัปดาห
18.4.3 ปฏบิ ัติกจิ กรรมเปนเวลา 6 ชว่ั โมง (1 วัน)
18.5 นกั เรียนทีถ่ ูกตัดคะแนนพฤติกรรม ครบ 60 คะแนน
18.5.1 ผปู กครองมสี ว นรว มในกํารคุมความประพฤต
18.5.2 เชญิ ผปู กครองมาทาํ ทัณฑบน
18.5.3 คมุ ความประพฤตริ ะยะเวลา 2 เดอื น
18.5.4 ปฏิบตั กิ จิ กรรมเปนเวลา 12 ชว่ั โมง (2 วนั )
18.6 นักเรยี นที่ถูกตัดคะแนนพฤติกรรม ครบ 80 คะแนน
18.6.1 เชิญผูปกครองรับทรําบบันทกึ พฤติกรรม
18.6.2 คมุ ความประพฤติ 1 ภาคเรียน
18.6.3 ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปนเวลา 30 ช่วั โมง (5 วนั )
18.7 นกั เรียนทถ่ี ูกตัดคะแนนพฤติกรรม ครบ 100 คะแนน
18.7.1 ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม 60 ชว่ั โมง (10 วัน)
18.7.2 คมุ ความประพฤติ 2 ภาคเรียน
90
18.8 กรณีที่นักเรียนไมทำกิจกรรมเพ่ือปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมใหอยูในดุลยพินิจของผอู ำนวยการ โรงเรียนในการ
พจิ ารณาโทษ
19. กิจกรรมประกอบการลงโทษ
เมื่อนักเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมประกอบกํารลงโทษแลว ใหคณะกรรมการหรือผูที่ไดรับมอบหมายพิจารณาเพิ่มคะแนน
ใหต ามผลของงานทีป่ ฏบิ ัตโิ ดยกิจกรรมประกอบการลงโทษ มีดังนี้
1. ตดั แตง/รกั ษา/พฒั นาสวนหยอม
2. ถางหญา /ถางปา
3. ขุดดนิ /ปรับพืน้ ที่
4. งานปูน/งานกอสรางอืน่ ๆ
5. งานซอ มแซมวสั ด/ุ อุปกรณ
6. ปฏิบัติกิจกรรมทไ่ี ดรบั มอบหมาย
7. ลางงหอ งนำ้ หอ งสว ม
8. เก็บขยะ/ถังขยะบริเวณโรงเรียน
9. ลอกทางระบายนำ้
10. ทำความสะอาดหอ งเรยี น/อาคารเรยี น และหอ งพกั ครู
11. ขนขยะไปทงิ้
12. ลบขอ ความท่ไี มต องกํารบนผนงั หอ งเรียน/หอ งสว ม/โตะ /เกา อี้
13. ปฏิบัตหิ นาที่จราจร
14. ปฏิบตั ิหนาํ ท่ตี ามทไ่ี ดร บั มอบหมาย
15. ปฏบิ ัตหิ นาที่อ่นื ๆ ตามความเหมาะสม
91
แนวปฏิบัติแบบบนั ทกึ กิจกรรมจิตอาสา
1. แนวปฏิบัติ
1. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 4 ครงั้ คร้งั ละ 2 ช่ัวโมง จํานวน 8 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น (ไมซํ้าวนั / สถานท)่ี
2. รวมกลมุ จัดกิจกรรม หรือเปลยี่ นกลมุ จดั กิจกรรมได
3. ตอ งมผี ูรับรองการปฏบิ ัติงานลงนามในสมุดกิจกรรม (ตองระบุ – สกุล / ตําแหนง / เบอรโทรศพั ท ให
ชัดเจน)
4. ตองมภี าพการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเปน หลักฐาน (1 ภาพ / 1 กจิ กรรม) ตดิ ภาพบนกระดาษ A4 พรอ มเขยี น
บรรยายความรูสึกประทับใจในการทํากจิ กรรม
5. อาสางานกบั ผูอํานวยการ ไดภ าคเรียนละ 1 ครง้ั คะแนนทไ่ี ดอยูในดุลยพินิจของผูอ ํานวยการ
6. อาสางานกบั รองผูอ ํานวยการ ไดภาคเรียนละ 2 คร้ัง ครั้งละ 5 คะแนน หรอื อยใู นดลุ พนิ จิ ของรอง
ผอู ํานวยการ
7. อาสางานกับหวั หนางานแกไขพฤติกรรมนักเรยี นไดค รัง้ ละไมเกิน 5 คะแนน
8. อาสางานกบั ครหู ัวหนาระดบั ของตนเองไดภ าคเรียนละ 2 คร้งั คร้ังละไมเ กิน 5 คะแนน
9. อาสางานกับครูท่ปี รึกษาภาคเรียนละ 3 ครง้ั คร้งั ละ 3 คะแนน แตไมเกิน 10 คะแนนตอ ภาคเรียน
10. อาสางานกับครโู รงเรียนสวา งแดนดินไดคร้งั ละ 2 คะแนน
11. นาํ ใบจิตอาสาทมี่ ีคะแนนแลว สง ทก่ี ลุม บริหารกจิ การนักเรียนเพ่ือลงคะแนนความประพฤติดี
12. อาสางานในชมุ ชนของตนเอง ภาคเรียนละ 2 คร้ัง ครั้งละ 5 คะแนน โดยใหห วั หนา ชุมชน เชน ผใู หญบ าน
กาํ นนั อบต. ประธานชุมชน ลงนามรบั รอง
13. ในกรณีทโี่ รงเรียนประกาศรบั สมัครนกั เรยี นจติ อาสา เขารวมกจิ กรรมจะไดรับคะแนนตง้ั แต 10 คะแนน ขน้ึ ไป
หรอื ข้ึนอยูกับเวลาทป่ี ฏิบตั ิ
14. สง ผลกิจกรรมภายใน วันที่ 31 สงิ หาคม (ภาคเรยี นที่ 1)
วนั ที่ 31 มกราคม (ภาคเรียนที่ 2)
2. จิตอาสา คือผูท่ีมีจิตใจที่เปนผูใหเชน ใหส่ิงของ ใหเงิน ใหความชวยเหลือดวยกําลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเปนการ
เสียสละสิ่งที่ตนเองมีแมกระทั่งเวลา เพื่อเผื่อแผ ใหกับสวนรวม อีกทั้งยังชวยลดอัตรา หรือความเปนตัวเปนตน ของ
ตนเองลงไดบา ง
ลกั ษณะกจิ กรรม
1. เปน กิจกรรมอาสาพฒั นาหรือสรางสรรคส ังคม
2. เปนกจิ กรรมชวยเหลอื สงั คมสว นรวมในรูปแบบอาสาสมคั รดวยจติ อาสา
- งานอาสาสมัครในโรงเรียน (ตองเสนอโครงการโดยมคี รเู ปนผูร ับผิดชอบ)
- งานอาสาสมคั รเพือ่ ชุมชนในชุมชนของตนเอง เชน โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ
- บาํ เพญ็ ประโยชนตามศาสนา เชน มัสยดิ โบสถครสิ ต
3. อาสาสมัคร เปนงานที่เกิดจากผูท่ีมี จิตอาสา ซึ่งมีความหมายอยางมาก กับสังคมสวนรวมเปนผูท่ีเอ้ือเฟอเสียสละ
เวลา แรงกายแรงใจ เพือ่ ชวยเหลือผอู น่ื หรอื สงั คมใหเกิดประโยชนแ ละความสุขมากขน้ึ
92
แบบเครื่องหมายของโรงเรียน
ใหนักเรียนทุกคนใชแบบตัวอักษรและขนาดของตัวเทานั้นเทาน้ี แบบปกอักษรยอและเลขประจําตัวของ
นักเรียน (อกดา นซา ย)
ส.ด.
แบบปก ช่ือ-สกลุ และเครอื่ งหมายระดับชัน้ เรียน (อกดานซา ย) ปการศกึ ษา 2563
ม.1 สีแดง ม.2 สีน้าํ เงนิ ม.3 สเี หลอื ง
ม.4 สแี ดง ม.5 สีน้าํ เงนิ ม.6 สีเหลือง
รกั สวา ง ศรีแดนดิน
ใหรองผูอ ํานวยการกลมุ บรหิ ารกจิ การนักเรยี นเปน ผูรักษาการใหเ ปนไปตามระเบยี บน้ี ทงั้ น้ีต้งั แต
1 พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช 2563 เปนตนไป
หมายเหตุ หองเรยี น Intensive English Program(IEP) ใหปก ชื่อเปน ภาษาอังกฤษ
(นายธวัช ทมุ มนตรี)
ผูอํานวยการโรงเรียนสวางแดนดิน
93