The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือสารสนเทศโรงเรียนสว่างแดนดิน ปีการศึกษา 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chollatis Arwornwan, 2020-06-12 22:52:31

คู่มือสารสนเทศโรงเรียนสว่างแดนดิน ปีการศึกษา 2563

คู่มือสารสนเทศโรงเรียนสว่างแดนดิน ปีการศึกษา 2563

Keywords: คู่มือสารสนเทศ 2563,swd,โรงเรียนสว่างแดนดิน,สว่างแดนดิน,สด,ส.ด.,swdschool,sawangdiandin

ภาคเรียนที่ 1 ระดบั ชนั� มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 หอ้ งเรียนศิลป์– คณติ ศาสตร์ (4/6)

รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรียนท่ี 2
รายวชิ าพืน้ ฐาน
ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1 ชม./
คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1
รหัส สังคมศึกษา 1 นก./ชม. สัปดาห์ รหสั รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม./สัปดาห์
ประวตั ิศาสตร์ 1
ท 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 8.5 (340) 17 รายวิชาพืน้ ฐาน 8.5 (340) 17
ค 31101 ศลิ ปะ 1 1.0 (40) 2
ส 31101 การงานอาชีพ 1 1.0 (40) 2 ท 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 2
ส 31102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 2
พ 31101 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.0 (40) 2 ค 31102 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 2 0.5 (20) 1
ศ 31101 วิทยาการคานวณ 1 0.5 (20) 1
ง 31101 รายวิชาเพิ่มเตมิ 1.0 (40) 2 ส 31103 สังคมศึกษา 2 0.5 (20) 1
อ 31101 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 1 0.5 (20) 1
ว 31141 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 1 0.5 (20) 1 ส 31104 ประวตั ิศาสตร์ 2 1.0 (40) 2
ว 31103 ภาษาไทยเพม่ิ เติม 1.5 (60) 3
พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 1 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
อ 30207 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 1
อ 31201 ตา้ นทจุ ริต 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 ศลิ ปะ 2 8.0 (320) 16
ท 30201 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 1 0.5 (20) 1
ส 30201 ภาษาจีนฟัง-พูด 1 0.5 (20) 1 ง 31102 การงานอาชีพ 2 1.0(40) 2
อ 30213 ภาษาเวยี ดนาม 1 1.0(40) 2
ส 31201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 1.0 (40) 2 อ 31102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 0.5(20) 1
จ 31205 0.5 (20) 1
จ 31206 1.5 (60) 3 ว 31121 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 0.5(20) 1
ต 30201 0.5 (20) 1
ค 31201 1.0 (40) 2 ว 31104 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 (20) 1
1.0 (40) 2
7.5 (300) 15 รายวิชาเพม่ิ เตมิ 1.5 (60) 3
0.5 (20) 1
0.5 (20) 1 อ30208 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 2

1.0 (40) 2 อ 31202 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 2

1.0 (40) 2 ท 30202 ภาษาไทยเพิม่ เติม

0.5 (20) 1 ส 30202 พระพทุ ธศาสนา

0.5 (20) 1 อ 30214 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 2

0.5 (20) 1 ส 31202 ตา้ นทจุ ริต 2

0.5 (20) 1 จ 31207 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 2

0.5 (20) 1 จ 31208 ภาษาจีนฟัง-พดู 2

1.0 (40) 2 ต 30202 ภาษาเวียดนาม 2

1.5 (60) 3 ค 31202 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 2

I 30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้*

ก 31901 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน - 80 4 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว - 20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน - 20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 31905 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ กิจกรรมเพื่อสงั คมและ
สาธารณประโยชน์ - 20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ -20 1
ประชุม/โฮมรูม - 20 1
16.0 (720) 36 รวม 16.5 (720) 36
รวม

45

ระดบั ช�ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ห้องเรียนศิลป์-ภาษาจนี (4/7)

ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียน ท่ี 2

รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวิชา/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
รายวิชาพื้นฐาน สัปดาห์ สัปดาห์
ท 31101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1 8.5 (340) ท 31102 รายวชิ าพื้นฐาน 8.5 (340)
ค 31101 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 1 1.0 (40) 17 ค 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 17
ส 31101 สังคมศึกษา 1 1.0 (40) 2 ส 31103 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 2 1.0 (40) 2
ส 31102 ประวตั ิศาสตร์ 1 1.0 (40) 2 ส 31104 สงั คมศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
พ 31101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 1 0.5 (20) 2 พ 31102 ประวตั ิศาสตร์ 2 0.5 (20) 2
ศ 31101 ศลิ ปะ 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 0.5 (20) 1
ง 31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 ง 31102 ศลิ ปะ 2 0.5 (20) 1
อ 31101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 0.5 (20) 1 อ 31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1
ว 31141 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.0 (40) 1 ว 31121 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 1
ว 31103 วิทยาการคานวณ 1 1.5 (60) 2 ว 31104 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 1.5 (60) 2
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 1.0 (40) 3 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.0 (40) 3
อ 30207 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 1 2 อ30208 2
อ 31201 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 1 7.0 (280) อ 31202 รายวิชาเพ่มิ เตมิ 7.5 (300)
ท 30201 ภาษาไทยเพิม่ เติม 0.5 (20) 14 ท 30202 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 2 0.5 (20) 15
ส 30201 พระพุทธศาสนา 1.0 (40) 1 ส 30202 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 2 1.0 (40) 1
อ 30213 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 1 1.0 (40) 2 อ 30214 ภาษาไทยเพิ่มเติม 1.0 (40) 2
ส 31201 ตา้ นทุจริต 1 0.5 (20) 2 ส 31202 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 2
จ 31201 ภาษาจีนพ้ืนฐาน 1 0.5 (20) 1 จ 31203 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 2 0.5 (20) 1
จ 31202 ภาษาจีน อา่ น – เขยี น 1 0.5 (20) 1 จ 31204 ตา้ นทจุ ริต 2 0.5 (20) 1
1.5 (60) 1 I 30201 ภาษาจีนพ้ืนฐาน 2 1.5 (60) 1
1.5 (60) 3 ภาษาจีน อ่าน – เขยี น 2 1.5 (60) 3
3 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้* 0.5 (20) 3
1

ก 31901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -80 4 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 31905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพือ่ สังคมและ -20 -20
สาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ
ประชุม/โฮมรูม -20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ 1
15.5 (700) 1
รวม 35 รวม 16.0 (700) 35

46

ระดบั ชนั� มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ห้องเรียน -ภาษาญป่ี ่ ุน (4/7)

ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียน ท่ี 2

รหัส รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 31101 รายวิชาพืน้ ฐาน 8.5 (340) ท 31102 รายวิชาพื้นฐาน 8.5 (340)
ค 31101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1 1.0 (40) 17 ค 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 17
ส 31101 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 1 1.0 (40) 2 ส 31103 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 2
ส 31102 สังคมศกึ ษา 1 1.0 (40) 2 ส 31104 สังคมศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
พ 31101 ประวตั ิศาสตร์ 1 0.5 (20) 2 พ 31102 ประวตั ิศาสตร์ 2 0.5 (20) 2
ศ 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 2 0.5 (20) 1
ง 31101 ศลิ ปะ 1 0.5 (20) 1 ง 31102 ศิลปะ 2 0.5 (20) 1
อ 31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 อ 31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1
ว 31141 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 1 ว 31121 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 1
ว 31103 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.5 (60) 2 ว 31104 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 1.5 (60) 2
วิทยาการคานวณ 1 1.0 (40) 3 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.0 (40) 3
อ 30207 2 อ30208 2
อ 31201 รายวิชาเพิม่ เตมิ 7.0 (280) อ 31202 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 7.5 (300)
ท 30201 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 1 0.5 (20) 14 ท 30202 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 2 0.5 (20) 15
ส 30201 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 1 1.0 (40) 1 ส 30202 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 2 1.0 (40) 1
อ 30213 ภาษาไทยเพม่ิ เติม 1.0 (40) 2 อ 30214 ภาษาไทยเพิม่ เติม 1.0 (40) 2
ส 31201 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 2 ส 31202 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 2
ญ 31201 ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร 1 0.5 (20) 1 ญ 31203 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 2 0.5 (20) 1
ญ 31202 ตา้ นทุจริต 1 0.5 (20) 1 ญ 31204 ตา้ นทุจริต 2 0.5 (20) 1
ภาษาญ่ปี ่ นุ พ้ืนฐาน 1 1.5 (60) 1 I 30201 ภาษาญ่ีป่ นุ พ้ืนฐาน 2 1.5 (60) 1
ภาษาญ่ีป่ นุ อ่าน - เขียน 1 1.5 (60) 3 ภาษาญีป่ ่ นุ อ่าน - เขียน 2 1.5 (60) 3
3 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้* 0.5 (20) 3
1

ก 31901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -80 4 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 31905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพื่อสงั คมและ -20 -20
สาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพอื่ สังคมและ
ประชุม/โฮมรูม -20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ 1
15.5 (700) 1
รวม 35 รวม 16.0 (700) 35

47

ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ห้องเรียนศิลป์ -ภาษาเกาหลี (4/7)

ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียน ท่ี 2

รหัส รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหัส รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ รายวชิ าพืน้ ฐาน สัปดาห์
ท 31101 รายวชิ าพืน้ ฐาน 8.5 (340) ท 31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2 8.5 (340)
ค 31101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 17 ค 31102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 2 1.0 (40) 17
ส 31101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 2 ส 31103 สังคมศกึ ษา 2 1.0 (40) 2
ส 31102 สงั คมศกึ ษา 1 1.0 (40) 2 ส 31104 ประวตั ิศาสตร์ 2 1.0 (40) 2
พ 31101 ประวตั ิศาสตร์ 1 0.5 (20) 2 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 0.5 (20) 2
ศ 31101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 1 0.5 (20) 1 ศ 31102 ศลิ ปะ 2 0.5 (20) 1
ง 31101 ศลิ ปะ 1 0.5 (20) 1 ง 31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1
อ 31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 อ 31102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 2 0.5 (20) 1
ว 31141 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1 1.0 (40) 1 ว 31121 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 1.0 (40) 1
ว 31103 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.5 (60) 2 ว 31104 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.5 (60) 2
วทิ ยาการคานวณ 1 1.0 (40) 3 รายวชิ าเพมิ่ เติม 1.0 (40) 3
อ 30207 2 อ30208 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 2 2
อ 31201 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 7.0 (280) อ 31202 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 2 7.5 (300)
ท 30201 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 1 0.5 (20) 14 ท 30202 ภาษาไทยเพิ่มเติม 0.5 (20) 15
ส 30201 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 1 1.0 (40) 1 ส 30202 พระพุทธศาสนา 1.0 (40) 1
อ 30213 ภาษาไทยเพม่ิ เติม 1.0 (40) 2 อ 30214 ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร 2 1.0 (40) 2
ส 31201 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 2 ส 31202 ตา้ นทุจริต 2 0.5 (20) 2
ก 31201 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 1 0.5 (20) 1 ก 31203 ภาษาเกาหลีพ้นื ฐาน 2 0.5 (20) 1
ก 31202 ตา้ นทจุ ริต 1 0.5 (20) 1 ก 31204 ภาษาเกาหลี อา่ น - เขียน 2 0.5 (20) 1
ภาษาเกาหลีพ้ืนฐาน 1 1.5 (60) 1 I 30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้* 1.5 (60) 1
ภาษาเกาหลี อา่ น - เขยี น 1 1.5 (60) 3 1.5 (60) 3
3 0.5 (20) 3
1

ก 31901 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -80 4 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3
ก 31903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 31902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 31905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 31904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ -20 -20
สาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพ่อื สังคมและ
ประชุม/โฮมรูม -20 1 ก 31906 สาธารณประโยชน์ 1
15.5 (700) 1
รวม 35 รวม 16.0 (700) 35

48

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 5 ห้องเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ (5/1,5/3,5/4,5/5)

รหัส ภาคเรียนท่ี 1 นก./ชม. ชม./ รหัส ภาคเรียนที่ 2 นก./ชม. ชม./
7.0(280) สัปดาห์ สัปดาห์
ท 32101 รายวชิ า/กิจกรรม 1.0(40) ท 32102 รายวิชา/กจิ กรรม 7.0(280)
ค 32101 รายวชิ าพื้นฐาน 1.0(40) 14 ค 32102 รายวิชาพื้นฐาน 1.0(40) 14
ส 32101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 3 1.0(40) 2 ส 32103 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 4 1.0(40) 2
ส 32102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 3 0.5(20) 2 ส 32104 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 4 1.0(40) 2
พ 32101 สังคมศกึ ษา 3 0.5(20) 2 พ 32102 สังคมศึกษา 4 0.5(20) 2
ศ 32101 ประวตั ิศาสตร์ 3 0.5(20) 1 ศ 32102 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5(20) 1
ง 32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา3 0.5(20) 1 ง 32102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 4 0.5(20) 1
อ 32101 ศลิ ปะ 3 1.0(40) 1 อ 32102 ศลิ ปะ 4 0.5(20) 1
ว 32103 การงานอาชีพ 3 1.0(40) 1 ว 32104 การงานอาชีพ 4 1.0(40) 1
ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 3 9.5 (380) 2 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1.0(40) 2
ว 32203 วิทยาการคานวณ 2 2.0(80) 2 ว 32204 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 2
ว 32223 รายวิชาเพ่มิ เติม 2.0(80) 19 ว 32224 รายวิชาเพมิ่ เติม 9.0 (360)
ว 32243 ฟิ สิกส์เพ่มิ เติม 3 1.5(60) 4 ว 32244 ฟิสิกส์เพิม่ เติม 4 2.0(80) 18
ค 32201 เคมเี พ่มิ เติม 3 1.5(60) 4 ค 32202 เคมเี พ่มิ เติม 4 2.0(80) 4
ส 30203 ชีววิทยาเพ่มิ เติม 3 0.5(20) 3 ส 30204 ชีววิทยาเพิม่ เติม 4 1.5(60) 4
อ 30209 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 3 0.5 (20) 3 อ302010 คณิตศาสตร์เพ่ิมเติม 4 1.5(60) 3
อ 30215 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1 อ 30216 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 3
ส 32201 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 3 0.5(20) 1 ส 32202 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 4 0.5 (20) 1
I 30202 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 3 0.5(20) 1 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 4 0.5 (20) 1
ตา้ นทจุ ริต 3 1 ก 32902 ตา้ นทจุ ริต 4 0.5(20) 1
ก 32901 การสื่อสารและการนาเสนอ* -60 1 ก 32904 1
ก 32903 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -20 3 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมแนะแนว -20 1 I 30903 กิจกรรมแนะแนว -60 3
ก 32905 ชุมนุม/รักษาดินแดน 1 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพื่อสังคมและ -20 การจดั กิจกรรมการนาองคค์ วามรู้ไป -20 1
สาธารณประโยชน์ 16.5 (720) 1 ใชบ้ ริการสังคม1
รวม 36 -20 1
รวม 16.0 (700) 35

49

ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 5 ห้องเรียนวอลเลย์บอล (5/2)

ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2

รหสั รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 32101 รายวชิ าพืน้ ฐาน 7.0 (280) ท 32102 รายวิชาพืน้ ฐาน 7.0(280)
ค 32101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 3 1.0 (40) 14 ค 32102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 14
ส 32101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 3 1.0 (40) 2 ส 32103 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 2
ส 32102 สังคมศกึ ษา 3 1.0 (40) 2 ส 32104 สงั คมศกึ ษา 4 1.0 (40) 2
พ 32101 ประวตั ิศาสตร์ 3 0.5 (20) 2 พ 32102 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5 (20) 2
ศ 32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา3 0.5 (20) 1 ศ 32102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 4 0.5 (20) 1
ง 32101 ศิลปะ 3 0.5 (20) 1 ง 32102 ศลิ ปะ 4 0.5 (20) 1
อ 32101 การงานอาชีพ 3 0.5 (20) 1 อ 32102 การงานอาชีพ 4 0.5 (20) 1
ว 32103 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 3 1.0 (40) 1 ว 32104 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 1
วิทยาการคานวณ 2 1.0 (40) 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 (40) 2
2 2

ว 32203 รายวชิ าเพมิ่ เติม 10.5 (420) 21 รายวชิ าเพม่ิ เติม 10.0 (400) 20
ว 32223 ฟิ สิกส์เพมิ่ เติม 3 2.0 (80) 4 ว 32204 ฟิสิกส์เพิม่ เติม 4 2.0 (80) 4
ว 32243 เคมีเพ่มิ เติม 3 2.0 (80) 4 ว 32224 เคมเี พม่ิ เติม 4 2.0 (80) 4
ส 30203 ชีววทิ ยาเพม่ิ เติม 3 1.5 (60) 3 ว 32244 ชีววิทยาเพิม่ เติม 4 1.5 (60) 3
อ 30209 พระพุทธศาสนา 0.5 (20) 1 ส 30204 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1
อ 30215 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 3 0.5 (20) 1 อ302010 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 4 0.5 (20) 1
ส 32201 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 3 0.5 (20) 1 อ 30216 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 4 0.5 (20) 1
พ 32203 ตา้ นทุจริต 3 0.5 (20) 1 ส 32202 ตา้ นทุจริต 4 0.5(20) 1
พ 32201 วทิ ยาศาสตร์การกีฬา 7 0.5 (20) 1 พ 32204 วทิ ยาศาสตร์การกีฬา 8 0.5 (20) 1
I 30202 วอลเลยบ์ อล 7 2.0 (80) 4 พ 32202 วอลเลยบ์ อล 8 2.0 (80) 4
การสื่อสารและการนาเสนอ* 0.5 (20) 1

กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 3 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
กิจกรรมแนะแนว -20
ก 32901 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 32902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 32903 กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ
สาธารณประโยชน์ -20 1 ก 32904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 32905 17.5 (760)
รวม การจดั กิจกรรมการนาองคค์ วามรู้ไป

1 I 30903 ใชบ้ ริการสังคม1 -20 1

38 รวม 17.0 (740) 37

50

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 5 ห้องเรียนภาษา-คณิตศาสตร์ (5/6)

ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2

รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวิชา/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
รายวิชาพื้นฐาน สัปดาห์ สัปดาห์
ท 32101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 3 7.0 (280) ท 32102 รายวชิ าพื้นฐาน 7.0 (280)
ค 32101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 3 1.0 (40) 14 ค 32102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 14
ส 32101 สงั คมศึกษา 3 1.0 (40) 2 ส 32103 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 4 1.0 (40) 2
ส 32102 ประวตั ิศาสตร์ 3 1.0 (40) 2 ส 32104 สงั คมศึกษา 4 1.0 (40) 2
พ 32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา3 0.5 (20) 2 พ 32102 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5 (20) 2
ศ 32101 ศิลปะ 3 0.5 (20) 1 ศ 32102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 4 0.5 (20) 1
ง 32101 การงานอาชีพ 3 0.5 (20) 1 ง 32102 ศลิ ปะ 4 0.5 (20) 1
อ 32101 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 3 0.5 (20) 1 อ 32102 การงานอาชีพ 4 0.5 (20) 1
ว 32103 วิทยาการคานวณ 2 1.0 (40) 1 ว 32104 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1.0 (40) 1
1.0 (40) 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 (40) 2
2 2

ว 32101 รายวิชาเพ่มิ เตมิ 9.5 (380) 19 รายวชิ าเพิ่มเตมิ 8.5 (340) 17
ค 32201 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 2.0 (80) 4 ว 32281 วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป 1 1.0 (40) 2
ท 30203 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 3 1.5 (60) 3 ค 32202 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 4 1.5 (60) 3
ส 30203 ภาษาไทยเพ่มิ เติม 1.0 (40) 2 ท 30204 ภาษาไทยเพิ่มเติม 1.0 (40) 2
อ 30209 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1 ส 30204 พระพทุ ธศาสนา 0.5 (20) 1
อ 30215 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 3 0.5 (20) 1 อ302010 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 4 0.5 (20) 1
อ 30203 ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร 3 0.5 (20) 1 อ 30216 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 4 0.5 (20) 1
ญ 30203 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 3 1.0 (40) 2 อ 30204 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 4 1.0 (40) 2
ส 32201 ภาษาญป่ี ่ นุ 3 1.0 (40) 2 ญ 30204 ภาษาญ่ปี ่ นุ 4 1.0 (40) 2
จ 32201 ตา้ นทุจริต 3 1 ส 32202 ตา้ นทจุ ริต 4
จ 32202 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 3 0.5 (20) 1 จ 32203 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 4 0.5 (20) 1
I 30202 ภาษาจีนฟัง-พดู 3 0.5 (20) 1 จ 32204 ภาษาจีนฟัง-พดู 4 0.5 (20) 1
การส่ือสารและการนาเสนอ* 0.5 (20) 1 0.5 (20) 1
0.5 (20)

ก 32901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -80 4 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -80 4
ก 32903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 32902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ก 32905 ประชุม/โฮมรูม -20 1 (นอกเวลา) ประชุม/โฮมรูม -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 32904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
กิจกรรมเพอื่ สังคมและ การจดั กิจกรรมการนาองคค์ วามรู้ไป
สาธารณประโยชน์ -20 1 (นอกเวลา) I 30903 ใชบ้ ริการสังคม1 -20 1
16.5 (740) 37 15.5 (700) 35
รวม รวม

51

ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ห้องเรียน SMTE (6/1)

ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2

รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม./ รหสั รายวชิ า/กิจกรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวชิ าพืน้ ฐาน 7.0 (280) ท 33102 รายวิชาพืน้ ฐาน 13 (520)
ค 33101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 14 ค 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0(40) 26
ส 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ส 33102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 6 1.0(40) 2
พ 33101 สงั คมศกึ ษา 5 1.0(40) 2 พ 33102 สงั คมศกึ ษา 6 1.0(40) 2
ศ 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 5 0.5(20) 2 ศ 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 6 0.5(20) 2
ง 33101 ศลิ ปะ 5 0.5(20) 1 ง 33102 ศิลปะ6 0.5(20) 1
อ 33101 การงานอาชพี 5 1.0(40) 1 อ 33102 การงานอาชีพ 6 1.0(40) 1
ว 33103 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ว 33161 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0(40) 2
วทิ ยาการคานวณ 3 1.0(40) 2 ว 33101 โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้นื ฐาน 1.0(40) 2
2 ว 33121 ฟิ สิกส์พ้ืนฐาน 2.0 (80) 2
ว 33141 เคมีพ้นื ฐาน 1.5 (60) 4
ว 33104 ชีววิทยาพ้ืนฐาน 1.5 (60) 3
การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 3
2

ค 33201 รายวิชาเพมิ่ เตมิ 10.5 (420) 21 รายวิชาเพม่ิ เติม 4.5 (180) 9
ส 33201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 5 1.5 (60) 3 ค 33202 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 6 1.5(60) 3
ค 33203 ตา้ นทจุ ริต 5 0.5 (20) 1 ส 33202 ตา้ นทุจริต 6 0.5(20) 1
คณิตศาสตร์กา้ วหนา้ 5 (AP) 0.5 (20) 1 ค 33204 คณิตศาสตร์กา้ วหนา้ 6 (AP) 0.5(20) 1

อ 30217 ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 6 0.5 (20) 1
อ 302011 0.5 (20) 1 อ302012 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ว 33205 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 5 2.0 (80) 4
ว 33225 ฟิ สิกส์เพ่ิมเติม 5 1.5 (60) 3 -60 3
ว 33245 เคมเี พ่มิ เติม 5 1.5 (60) 3 -20 1
ว 30285 ชีววิทยาเพ่มิ เติม 5 1.0 (40) 2 -20 1
โครงงาน 2 3 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน -20 1
ก 33901 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -60 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว 17.5 (760) 38
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน
ก 33905 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33906 กิจกรรมเพื่อสังคมและ
กิจกรรมเพือ่ สงั คม และ -20
สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์
17.5 (760) 38 รวม
รวม

52

ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6 ห้องเรียนการอาหารและการโรงแรม (6/2)

รหัส ภาคเรียนที่ 1 นก./ชม. ชม./ รหัส ภาคเรียนที่ 2 นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวิชา/กิจกรรม 7.0 (280) ท 33102 รายวิชา/กจิ กรรม 8.0 (320)
ค 33101 รายวชิ าพื้นฐาน 1.0 (40) 14 ค 33102 รายวิชาพื้นฐาน 1.0 (40) 16
ส 33101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 5 1.0 (40) 2 ส 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
พ 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0 (40) 2 พ 33102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
ศ 33101 สงั คมศึกษาฯ 5 0.5 (20) 2 ศ 33102 สงั คมศกึ ษา 6 0.5 (20) 2
ง 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา5 0.5 (20) 1 ง 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา6 0.5 (20) 1
อ 33101 ศลิ ปะ 5 1.0 (40) 1 อ 33102 ศลิ ปะ6 1.0 (40) 1
ว 33103 การงานอาชพี 5 1.0 (40) 2 ว 33104 การงานอาชีพ 6 1.0 (40) 2
ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 5 1.0 (40) 2 ว 33161 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
วิทยาการคานวณ 3 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 2
โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้นื ฐาน 2

อ 30217 รายวชิ าเพ่มิ เติม 8.5 (340) 17 รายวชิ าเพมิ่ เติม 8.5 (340) 17
อ 302011 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 6 0.5 (20) 1
ว 33281 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 5 0.5 (20) 1 อ302012 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ส 33201 วิทยาศาสตร์ทว่ั ไป 2 1.0(40) 2 ว 33282 วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป 3 1.0(40) 2
ง 30271 ตา้ นทุจริต 5 0.5(20) 1 ส 33202 ตา้ นทุจริต 6 0.5(20) 1
ง 30272 การแปรรูปอาหาร 1.5 (60) 3 ง 30275 การนาเสนออาหาร 1.5 (60) 3
ง 30273 การเป็นผปู้ ระกอบการ 1.5 (60) 3 ง 30276 โครงงานวิชาคหกรรม 1.5 (60) 3
วิชาศลิ ปะการประดิษฐใ์ บตอง 1.5 (60) 3 ง 30277 ศลิ ปะการประดิษฐ์ดอกไมม้ าลยั 1.5 (60) 3
ง 30274 3 ง 30278 งานบรรจุภณั ฑแ์ ละการสร้าง
ศลิ ปะการจดั ตกแต่งโต๊ะอาหาร 1.5 (60) 1.5 (60) 3
เครื่องหมายทางการคา้

ก 33901 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน -80 4 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 33905 -20 1
กิจกรรมจิตอาสา -20 1 ก 33906 กิจกรรมจิตอาสา
ประชุม / โฮมรูม -20 1 16.5 (720) 36
15.5 (700) 35 รวม
รวม

53

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ห้องเรียนวทิ ยาศาสตร์-คณติ ศาสตร์ (6/3-6/7)

ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2

รหสั รายวชิ า/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./ รหัส รายวิชา/กจิ กรรม นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวิชาพืน้ ฐาน 7.0 (280) ท 33102 รายวชิ าพื้นฐาน 13.0 (520)
ค 33101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 14 ค 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 26
ส 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ส 33102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
พ 33101 สงั คมศกึ ษาฯ 5 1.0(40) 2 พ 33102 สังคมศึกษา 6 1.0 (40) 2
ศ 33101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 5 0.5(20) 2 ศ 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา6 0.5 (20) 2
ง 33101 ศิลปะ 5 0.5(20) 1 ง 33102 ศลิ ปะ6 0.5 (20) 1
อ 33101 การงานอาชพี 5 1.0(40) 1 อ 33102 การงานอาชีพ 6 1.0 (40) 1
ว 33103 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 5 1.0(40) 2 ว 33104 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
วิทยาการคานวณ 3 1.0(40) 2 ว 33161 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 2
2 ว 33101 โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้ืนฐาน 1.0 (40) 2
ว 33121 ฟิ สิกส์พ้ืนฐาน 2.0 (80) 2
ว 33141 เคมีพ้นื ฐาน 1.5 (60) 4
ชีววิทยาพ้ืนฐาน 1.5 (60) 3
3

ส 33201 รายวิชาเพม่ิ เตมิ 9.0 (360) 16.0 รายวิชาเพิ่มเติม 3.0 (160) 6.0
ค 33201 ตา้ นทุจริต 5 0.5(20) 1 ส 33202 ตา้ นทจุ ริต 6 0.5(20) 1
อ 30217 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 5 1.5(60) 3 ค 33202 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 6 1.5(60) 3
อ 30211 ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 6 0.5 (20) 1
ว 33205 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 5 0.5 (20) 1 อ 30212 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ว 33225 ฟิ สิกส์เพ่ิมเติม 5 2.0 (80) 4
ว 33245 เคมีเพ่มิ เติม 5 1.5(60) 3
ชีววิทยาเพ่มิ เติม 5 1.5 (60) 3

ก 33901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -100 5 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 33905 กิจกรรมเพอ่ื สงั คม และ -20 1
สาธารณประโยชน์ -20 กิจกรรมเพ่ือสังคมและ
โฮมรูม -20 1 ก 33906 สาธารณประโยชน์ 16.0 (740) 35
ประชุม -20 1
1
รวม 16.0 (740)
35 รวม

54

ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 ห้องเรียนเน้นภาษา – คณิตศาสตร์ (6/8)

รหสั ภาคเรียนท่ี 1 นก./ชม. ชม./ รหัส ภาคเรียนที่ 2 นก./ชม. ชม./
สัปดาห์ สัปดาห์
ท 33101 รายวิชา/กิจกรรม 7.0 (280) ท 33102 รายวิชา/กจิ กรรม 8.0 (320)
ค 33101 รายวชิ าพื้นฐาน 1.0 (40) 14 ค 33102 รายวชิ าพืน้ ฐาน 1.0 (40) 16
ส 33101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 5 1.0 (40) 2 ส 33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
พ 33101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 5 1.0 (40) 2 พ 33102 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 6 1.0 (40) 2
ศ 33101 สังคมศึกษาฯ 5 0.5 (20) 2 ศ 33102 สังคมศกึ ษา 6 0.5 (20) 2
ง 33101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา5 0.5 (20) 1 ง 33102 สุขศึกษาและพลศกึ ษา6 0.5 (20) 1
อ 33101 ศิลปะ 5 1.0 (40) 1 อ 33102 ศลิ ปะ6 1.0 (40) 1
ว 33103 การงานอาชพี 5 1.0 (40) 2 ว 33104 การงานอาชีพ 6 1.0 (40) 2
ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 5 1.0 (40) 2 ว 33161 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.0 (40) 2
วทิ ยาการคานวณ 3 2 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 (40) 2
โลกดาราศาสตร์และอวกาศพ้ืนฐาน 2

ค 33201 รายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 (320) 16 รายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 (320) 16
อ 30217 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 5 1.5 (60) 3 ค 33202 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 6 1.5 (60) 3
อ 30205 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 5 0.5 (20) 1 อ 30218 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 6 0.5 (20) 1
อ 302011 ภาษาองั กฤษ ฟัง- พูด 5 1.0 (40) 2 อ 30206 ภาษาองั กฤษ ฟัง- พดู 6 1.0 (40) 2
ว 33281 เสริมทกั ษะการอ่านภาษาองั กฤษ 5 0.5 (20) 1 อ302012 เสริมทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษ 6 0.5 (20) 1
ส 33201 วทิ ยาศาสตร์ทว่ั ไป 2 1.0 (40) 2 ว 33282 วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป 3 1.0 (40) 2
ญ 30205 ตา้ นทจุ ริต 5 0.5 (20) 1 ส 33202 ตา้ นทจุ ริต 6 0.5 (20) 1
จ 33201 ภาษาญ่ปี ่ นุ 5 1.0 (40) 2 ญ 30206 ภาษาญีป่ ่ นุ 6 1.0 (40) 2
จ 33202 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 5 1 จ 33203 ภาษาจีนเบ้ืองตน้ 6
ต 30205 ภาษาจีนฟัง-พดู 5 0.5 (20) 1 จ 33204 ภาษาจีนฟัง-พดู 6 0.5 (20) 1
ภาษาเวียดนาม 5 0.5 (20) 2 ต 30206 ภาษาเวียดนาม 6 0.5 (20) 1
1.0 (40) 1.0 (40) 2

ก 33901 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -100 5 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -60 3
ก 33903 กิจกรรมแนะแนว -20 1 ก 33902 กิจกรรมแนะแนว -20 1
ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1 ก 33904 ชุมนุม/รักษาดินแดน -20 1
ก 33905 -20 1
กิจกรรมจิตอาสา -20 1 ก 33906 กิจกรรมจิตอาสา
โฮมรูม -20 1 16.0 (700) 35
ประชุม -20 1
15.0 (700) 35 รวม
รวม

55

(สาํ เนา)
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรอ่ื ง แนวปฏบิ ัตใิ นการเรียนซํา้ ตามหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๕

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ กําหนดใหสถานศึกษาเปนผูจัดทําระเบียบวาดวยการวัดและ
ประเมนิ ผลตามหลกั สูตรสถานศึกษาโดยใหเปนแนวทางการประเมินผลการเรยี น ซึง่ ตองพิจารณาจากพัฒนาการของผูเรียน
ความประพฤติ พฤติกรรมการเรียน การรวมกิจกรรม และการทดสอบควบคูกันไป เพอื่ นําผลการประเมนิ ไปพัฒนาผูเรยี นใน
กรณีท่ีพบว่าผูเรียนทีมีผลการประเมินไมผานเกณฑ ท่ีสถานศึกษากําหนดและมีความจําเปนอยางยิ่งท่จี ะตอ งไดร ับการ
พฒั นา เพม่ิ เตมิ ในดา นตางๆ เปนอยางมากโรงเรยี นก็สามารถจะใหเ รยี นซ้ําช้ันได

จากการติดตามการใชหลักสูตรในสวนท่ีเก่ยี วของกับการวัดและประเมินผล พบว่าสถานศกึ ษาหลายแหงเขาใจวา
การวัดและประเมินผลตามหลักสูตรไมมีการใหนักเรียนตกซ้าํ ชั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดแนวปฏิบัตใิ นการเรียนซํ้า
ชนั้ ตามหลักสตู รการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๔๔๔ ดงั น้ี

๑. ในการจดั การเรยี นการสอนใหมกี ารประเมนิ ผลการเรยี นเปนระยะๆ ระหว่างเรยี นเพอื่ ปรบั ปรงุ พฒั นา ถาพบ
บัญหาหรอื ขอ บกพรอ่ งในตัวผเู รียนตอ งซอ มเสรมิ ทนั ที และประเมนิ ผลปลายป/ปลายภาค เพือ่ ตดั สนิ ผลการเรยี น ซ่งึ ในการ
ดําเนินการดงั กล่าวจะทาํ ใหผ ูเ รียนเกิดการพัฒนาการครบถวนและใหความสนใจในการเรยี นในช้ันเรียนอยางจรงิ จงั

๒. เรยี นซ่อมเสริมและสอบแกตวั ในกรณที ่ผี ูเ รยี นไมผานเกณฑก ารประเมนิ รายวิชา โดยมี ขอ บกพรองเพยี ง
เล็กนอย

๓. เรยี นซา้ํ รายวิชา ในกรณีที่เรียนซอ่ มเสริมและสอบแกต วั แลว ผูเ รียนไมผา่ นเกณฑก ารประเมินรายวชิ าใดใหเ รียน
ซํา้ ในรายวิชานนั้

๔. ใหมีการเรียนซ้ําข้ัน ในกรณีท่ีพบว่าผูเรียนมีระดับผลการเรียนเฉล่ียของปีท่ีผ่านมาต่ำกวา ๑.๐๐ และ ไมให
ความเอาใจใสในการเรียน และคณะครูผูรับผิดชอบเห็นสมควรใหเรียนซ้ำชัน้ เนื่องจากจะเปนปญหาต่อผูเรียนใน การเรียน
ระดบั สูงขึ้น ก็จะจดั ใหเรียนซ้ําชั้น แลวใหยกเลกิ ผลการเรยี นเดิม และใหใ ชผลการเรียนใหมแ ทน

ประกาศ ณ วันท่ี ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๘

(นายจาตรุ นต ฉายแสง)
รฐั มนตรีวา การกระทรวงศึกษาธกิ าร

55

ประกาศโรงเรยี นสวางแดนดนิ
เรอื่ งใหใชระเบยี บการวดั และประเมินผลโรงเรยี นสวางแดนดินพทุ ธศักราช ๒๕๖๒
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๒

................................................................................
ระเบยี บวดั ผลประเมนิ ผลโรงเรยี นสวางแดนดนิ พทุ ธศักราช ๒๕๖๒ เปนระเบียบวดั ผลประเมินผลทมี่ ีความ
สอดคลองกับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสวางแดนดินพุทธศักราช ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๒)และไดดําเนนิ การตามคาํ สัง่ กระทรวงศึกษาธิการทสี่ พฐ ๑๒๓๙/๒๕๖๐
ลงวนั ที่ ๗ เดอื นสิงหาคมพ. ศ. ๒๕๖๐ เพอื่ ใหใชหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ โดยระเบียบนี้
กาํ หนดใหใชควบคูกบั หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นสวางแดนดนิ พทุ ธศักราช๒๕๖๑ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขัน้ พืน้ ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๒)
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดมีมติเห็นชอบใหใชระเบียบวัดผลประเมินผล โรงเรียนสวางแดนดิน พุทธศักราช
๒๕๖๒ ในระดับมัธยมศึกษา โดยจะเริ่มใชในปการศึกษา ๒๕๖๒ ตั้งแตวันที่ ๑๓ เดือนพฤษภาคม พศ. ๒๕๖๒ จึงประกาศ
ใหใชระเบียบวัดผลประเมินผลโรงเรียนสวางแดนดินพุทธศกั ราช ๒๕๖๒

ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒

(ดร.กษม โสมศรแี พง) (นายธวชั ทมุ มนตร)ี
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน ผูอํานวยการโรงเรยี นสวางแดนดนิ

56

ระเบยี บโรงเรยี นสวางแดนดนิ
วาดวยการวัดและประเมนิ ผลการศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒

............................................................
ตามทีโ่ รงเรียนสวา งแดนดนิ ไดประกาศใชหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานพทุ ธศักราช ๒๕๖๒ ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑(ฉบับปรับปรุงพ.ศ.๒๕๖๒) ตามคําสัง่ กระทรวงศกึ ษาธิการ
ทส่ี พฐ ๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ และคาํ ส่งั สพฐที่ ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
เรอื่ ง ใหใ ชห ลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑(ฉบบั ปรบั ปรุง๒๕๖๒) จึงเปน การสมควรท่ี
กําหนดระเบียบโรงเรียนสวา งแดนดนิ วา ดว ยการวดั และประเมินผลการเรียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑(ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒) เพ่ือใหส ามารถดาํ เนนิ การไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพและสอดคลอ ง กับ คาํ สง่ั
ดงั กลา ว
ฉะน้นั อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๓๙ แหง พระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พ.ศ.๒๕๔๖ และกฎกระทรวงแบง สว นราชการคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการของสถานศกึ ษาโดย
ความเหน็ ชอบของคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานจึงวางระเบยี บไวด ังตอไปน้ี
ขอ ๑ ระเบยี บน้เี รียกวา “ระเบียบโรงเรียนสวางแดนดนิ วา ดว ยการวดั และประเมินผลการเรยี นตาม หลักสูตร
สถานศึกษาพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๒)
ขอ ๒ ระเบยี บนใี้ หใ ชบังคบั ต้งั แตปก ารศกึ ษา ๒๕๖๒ เปน ตน ไป
ขอ ๓ ใหยกเลิกระเบียบ ขอ บังคบั โรงเรียนสวา งแดนดนิ ที่ขดั แยง กับระเบียบน้ี ใหใชร ะเบียบนีแ้ ทน
ขอ ๔ ใหใ ชร ะเบยี บนีค้ วบคกู บั หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนสวางแดนดนิ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒)
ขอ ๕ ใหผบู รหิ ารสถานศึกษาโรงเรยี นสวา งแดนดิน รักษาการใหเปน ไปตามระเบยี บน้ี

57

หมวด
หลกั การในการประเมนิ ผลการเรียน
ขอ ๖ การวดั และประเมินผลการเรยี น ใหเ ปนไปตามหลกั การตอไปนี้
๖.๑ สถานศึกษาเปนผูรับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรูของผูเ รียนโดยเปดโอกาสให ทุกฝายท่ี
เกยี่ วขอ งมสี วนรวม
๖.๒ การวัดและประเมินผลการเรียนรมู จี ดุ มงุ หมายเพื่อพฒั นาผูเรียนและตดั สินผลการเรยี น
๖.๓ การวัดและประเมินผลการเรียนรูตองสอดคลองและครอบคลมุ มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชี้วดั ตามกลุม
สาระการเรียนรูท ่ีกําหนดในหลักสูตรและจัดใหมีการประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงค
ตลอดจนกิจกรรมพฒั นาผเู รียน
๖.๔ การวัดและประเมินผลการเรียนรูเปนสวนหน่งึ ของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ตอ งดาํ เนินการ
ดว ยเทคนิควิธีการทีห่ ลากหลาย เพือ่ ใหสามารถวัดและประเมินผลผูเ รียนไตอยางรอบดานท้ังดานความรูความคิด
กระบวนการพฤตกิ รรมและเจตคติ เหมาะสมกับสิง่ ท่ตี องการวัด ธรรมชาตวิ ิชาและระดับช้นั ของผเู รียน โดยตงั้ อยูบน
พื้นฐานความเที่ยงตรงยุติธรรม และเชือ่ ถือได
๖.๕ การประเมินผลผูเรยี นพจิ ารณาจากพฒั นาการชองผเูรยี น ความประพฤติ การสังเกตพฤตกิ รรมการ
เรียนรู การรวมกิจกรรมและการทดสอบ ควบคูไ ปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสม ของแตล ะระดบั
๖.๖ เปดโอกาสใหผ ูเรยี นและผูม ีสว นเกี่ยวขอ งตรวจสอบผลการประเมนิ ผลการเรียนรู
๖.๗ ใหมกี ารเทยี บโอนผลการเรยี นระหวางสถานศกึ ษาและรปู แบบการศึกษาตางๆ
๖.๘ ใหสถานศึกษาจัดทําเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเปนหลักฐานการประเมินผลการ เรียนรูรายงาน
ผลการเรียน แสดงวุฒิการศกึ ษาและรบั รองผลการเรยี นของผูเรียน
ขอ ๗ กาํ หนดใหมีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรูใน ๔ ระดบั ไดแ ก, ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศกึ ษา ระดับเขต
พื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ทุกระดับมีเจตนารมณเชนเดียวกัน คือ ตรวจสอบความกาวหนาในการเรียนรูของผูเรียน
เพือ่ นาํ ผลการประเมินมาใชเปน ขอมูลในการพัฒนาอยางตอ เนอ่ื งตอ ไป

หมวด
วธิ ีการประเมินผลการเรยี น
ขอ ๘ การประเมนิ ผลเพอ่ื พฒั นาผเู รียน ใหประเมินตามองคประกอบ ๔ ดาน ดังน้ี
๘.๑ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรตู ามกลมุ สาระการเรียนรูมวี ิธีการดังน้ี
(๑) ผสู อนทําการวัดและประเมินผลการเรียนรผู ูเรียนเปนรายวิชาตามตัวชี้วัดในรายวิชา พื้นฐานและตาม
ผลการเรียนรใู นรายวิชาเพิม่ เตมิ ตามทก่ี ําหนดในหนวยการเรยี นรู
(๒) ใหใชวิธกี ารทหี่ ลากหลายจากแหลงขอมลู หลายๆ แหลงเพอื ใหไดผลการประเมนิ สะทอนความรู
ความสามารถท่ีแทจ ริงของผเู รยี น
(๓) ใหทําการวดั และประเมินผลการเรียนรูไ ปพรอมกับการจัดการเรียนการสอน โดย สังเกตพัฒนาการ
และความประพฤตขิ องผเู รียน สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี น การรวมกจิ กรรมและการทดสอบ

58

(๔) ใหผ สู อนนาํ นวตั กรรมการวดั และประเมินผลการเรียนรูทีห่ ลากหลาย เชน การประเมินสภาพจริงการ
ประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงานและการประเมินจากแฟมสะสมงาน ไปใชใน การประเมินผลการเรียนรู
ควบคไู ปกับการใชแบบทดสอบแบบตา งๆ อยา งสมดลุ

(๕) ใหความสําคัญกับการประเมินระหวางป มากกวาการประเมนิ ปลายป
(๖) ใหนำผลการประเมนิ ใชเ ปน ขอ มลู เพ่ือประเมินการเลอื่ นชัน้ เรียนและการจบการศกึ ษา
๘.๒ การประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะหและเขยี น มวี ธิ กี ารดังนี้
(๑) การประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะหแ ละเขียน เปนการประเมนิ ศกั ยภาพของผเู รียน ในการอานหนังสือ
เอกสาร และสือ่ ตา งๆ เพ่ือหาความรู เพมิ่ พูนประสบการณเ พือ่ ความสนุ ทรียและประยุกตใ ช
(๒) ใหนาํ เนื้อหาสาระทีอานมาคดิ วเิ คราะหนําไปสกู ารแสดงความคดิ เหน็ การสังเคราะห สรางสรรค
การแกปญหาในเรอ่ื งตางๆ
(๓) ใหถ า ยทอดความคดิ นั้นดว ยการเขยี นทมี่ ีภาษาถูกตอง มีเหตผุ ลและลาํ ดบั ข้นั ตอนในการนาํ เสนอความ
เขา ใจแกผ อู า นไดอยางชัดเจนตามระดับความสามารถในแตล ะระดบั ชน้ั

(๔) การประเมนิ การอา น คิดวิเคราะห และเขยี นใหดาํ เนนิ การอยา งตอ เนื่องและสรปุ ผลเปน รายป
(๕) วินจิ ฉยั ผลการประเมินและใชเปนขอมูลในการพฒั นาผูเ รยี น และประเมนิ การเล่ือนช้ันเรยี น และการ
จบการศกึ ษา
๘.๓ การประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค มีวธิ กี ารดงั น้ี
(๑) ใหการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคเปนการประเมินคุณลักษณะท่ีตองการ ใหเกิดขึ้นกับผูเรียน
อันเปนคุณลักษณะท่ีสังคมตองการในดานคุณธรรม จริยธรรม คานิยม จิตสํานึก สามารถ อยูรวมกับผูอ่ืนในสังคมไดอยางมี
ความสุข ทัง้ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก
(๒) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ๘ คุณลักษณะใหประเมินแตละคุณลักษณะ แลวรวบรวมผล
การประเมนิ จากผปู ระเมินทุกฝา ย และแหลง ขอ มลู หลายแหลง
(๓) ใหนาํ ขอ มลู ท่ไี ดจ ากแหลงตา งๆ น้นั นํามาสรุปผลเปน รายภาค/ป
(๔) วินิจฉยั ผลการประเมินและใชเปนขอมูลเพ่ือพฒั นาผเู รียนและประเมินการเล่ือน ชัน้ เรียน และการจบ
การศกึ ษา
๘.๔ การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน มวี ธิ กี ารดังน้ี
(๑) การประเมินกิจกรรมพฒั นาผูเรยี น ใหเปนการประเมนิ การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและ ผลงานของผูเรยี น
และเวลาในการเขารว่ มกจิ กรรมตามเกณฑท่กี ําหนดไวในแตล ะกจิ กรรม
(๒) ใหผูเ รยี นไดค น หาศกั ยภาพของตนเอง การทาํ งานกลุม ทกั ษะการอยรู ว มกันและมจี ติ สาธารณะ
(๓) ใหทุกฝายมสี วนรวมในการประเมิน เชน ครู ผปู กครอง เพ่ือนนักเรยี น
(๔) สถานศึกษามีการประเมนิ ผลเปน ระยะๆเพื่อรวบรวมขอมูลและพฒั นาอยางตอเน่ือง
(๔) นําผลการประเมินใชเ ปน ขอมูลประเมนิ การเลอ่ื นชน้ั และการจบการศกึ ษา
ขอ ๙ การประเมินผลเพ่ือพฒั นาผเู รยี น ใหถอื ปฏบิ ัตดิ งั นี้
๙.๑ แจงใหผูเรยี นทราบมาตรฐาน/ตวั ชี้วัด วธิ ีการประเมนิ ผลการเรยี น เกณฑการผานมาตรฐาน /
ตวั ชว้ี ัดในรายวิชากอนสอนรายวชิ านั้น
๙.๒ ประเมนิ ผลกอนเรยี น เพ่ือศึกษาความรพู น้ื ฐานของผเู รียน
๙.๓ วดั และประเมินผลระหวางเรียน เพ่ือศกึ ษาผลการเรียน เพื่อจดั การสอนซอมเสริม และเพ่ือนําคะแนน
จากการวัดผลและประเมินผลไปรวมกับการวัดผลปลายภาคเรียนโดยใหว ัดและประเมนิ ผล ตามมาตรฐาน/ตวั ชี้วัด

59

๙.๔ วัดผลกลางภาคเรยี นอยา งนอ ย ๑ ครง้ั
๙.๔ ประเมนิ การอาน คดิ วิเคราะห และเขียน และประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคตลอดปการศึกษา
๙.๖ วัดผลปลายภาคเรียน เพ่ือเพื่อตรวจสอบผลการเรียนโดยวัดใหครอบคลุมมาตรฐานและตัวช้ีวัดที่
กาํ หนด
ขอ ๑๐ การตัดสนิ ผลการเรียนใหนำคะแนนระหวา งภาครวมกบั คะแนนปลายภาคตามอัตราสว น ทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด
แลว นํามาเปล่ียนเปน ระดับผลการเรียน
ขอ ๑๑ ใหใ ชตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรยี นในแตละรายวิชาตังต่อไปน้ี

4 หมายถึง ผลการเรยี นดเี ยยี่ ม
๓.5 หมายถงึ ผลการเรยี นดีมาก
๓ หมายถึง ผลการเรยี นดี
๒.5 หมายถงึ ผลการเรยี นค่อนขางดี
๒ หมายถงึ ผลการเรียนนาพอใจ
1.5 หมายถงึ ผลการเรียนพอใช
๑ หมายถงึ ผลการเรยี นผา นเกณฑข น้ั ตำ่
๐ หมายถงึ ผลการเรียนตา่ํ กวาเกณฑขน้ั ตํ่า
ขอ ๑๒ ใหใชอักษรแสดงผลการเรยี นที่มีเง่ือนไขในแตล ะรายวชิ าดงั น้ี
มส หมายถึง ไมม ีสิทธเิ์ ขารบั การประเมนิ ผลปลายปก ารศึกษา
ร หมายถงึ รอการตดั สินหรือตัดสนิ ยังไมไ ด
ขอ ๑๓ การประเมินผลการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ใหใ ชระดบั ตัวเลขแสดงผลการประเมินเปน 4 ระดับ ดงั นี้
๓ หมายถงึ ดีเยี่ยม
๒ หมายถึง ดี
๑ หมายถึง ผา น
๐ หมายถึง ไมผ า น
ขอ ๑๔ การประเมินผลคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ใหใชร ะดับตัวเลขแสดงผลการประเมินเปน 4 ระดับ ดังน้ี
๓ หมายถึง ดเี ยย่ี ม
๒ หมายถึง ดี
๑ หมายถงึ ผา น
๐ หมายถึง ไมผ าน
ขอ ๑5 การประเมินกจิ พฒั นาผูเรียนใหใ ชต ัวอักษรแสดงผลการประเมิน ดงั นี้
ผ หมายถึง ผา นเกณฑการประเมนิ โดยมเี วลาเขารว มกิจกรรมพฒั นา
ผูเรียนไมน อ ยกวา่ รอ ยละ ๘๐ ของเวลาทง้ั หมดท่ีจดั กิจกรรม ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและมีผลงานตามเกณฑตามทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
มผ หมายถึง ไมผา นเกณฑการประเมินโดยมีเวลาเขารว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รียนไม
ถึงรอ ยละ ๘๐ ของเวลาทง้ั หมดทีจ่ ดั กจิ กรรม ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและมีผลงานไมเปนไปตามเกณฑตามทีส่ ถานศึกษากาํ หนด

60

หมวด
การตดั สินผลการเรียน
ขอ ๑๖ การตดั สินผลการเรยี น ใหถือปฏิบัตดิ ังนี้
๑๖.๑ พิจารณาตดั สนิ ผลการเรยี นเปนรายวิชา
๑๖.๒ พจิ ารณาตดั สนิ วาผูเรียนไดหนวยการเรียนเฉพาะผทู ี่สอบไดร ะดบั ผลการเรยี น๑ ถึง ๔ เทา น้นั
๑๖.๓ จัดผลปลายภาคเฉพาะผูท่ีมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม นอยกวารอยละ ๘๐ ของเวลาเรียน
ท้งั หมดในรายวชิ าน้นั การอนญุ าตใหผเู รียนเขา รบั การจดั ผลปลายภาคเรยี นสําหรับผมู ีเวลาเรยี นไมถึงรอยละ ๘๐ ของเวลา
เรียนในรายวชิ านนั้ ใหอ ยใู นดลุ ยพินิจชองหวั หนาสถานศึกษา
๑๖.๔ ผูเรียนทม่ี ีเวลาเรียนไมถ งึ รอยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมดในรายวิชาน้นั และไมได รบั การผอ นผัน
ใหเขา รับการวัดผลปลายภาค ใหไดผ ลการเรยี น “มส”
๑๖.๕ ผเู รยี นทไี่ มผานเกณฑข นั้ ต่ําทก่ี ําหนดไวใหไ ดร ะดบั ผลการเรียน “๐”
๑๖.๖ ผูเ รียนทท่ี ุจรติ ในการสอบหรือทุจรติ ในงานที่มอบหมายใหท าํ ในรายวชิ าใดคร้ังใดก็ ตาม ใหได
คะแนน “๐” ในคร้งั นน้ั
๑๖.๗ ผเู รยี นท่ไี มไ ดว ดั ผลกลางภาค ไมไ ดวัดผลปลายภาคเรียน ไมไดส งงานที่ไดรบั มอบหมายหรือทําใหมี
เหตสุ ดุ วสิ ัยท่ที าํ ใหป ระเมนิ ผลการเรยี นใหไ ดผลการเรียน “ร”
ขอ ๑๗ การตดั สินผลการอาน คิดวิเคราะห และเขียน และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคใ หถือปฏิบัติดังน้ี
๑๗.๑ พจิ ารณาตัดสนิ ในแตละรายวชิ า
๑๗.๒ ใหผลการประเมินเปนผาน และไมผาน กรณีที่ผานใหระดับผลการประเมนิ เปน ดีเย่ียม ดี และผา น
(๑, ๒ และ ๓)
ขอ ๑๘ การตดั สินกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี นใหถือปฏบิ ตั ดิ งั น้ัน
๑๘.๑ พจิ ารณาท้ังเวลาเขารวมกจิ กรรม การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม และผลงานของผเู รยี นตาม เกณฑท่ี
สถานศึกษากําหนด
๑๘.๒ ใหผลการประเมนิ เปน "ผ" เมื่อผา่ นเกณฑก ารประเมิน ถา ไมผ ่านเกณฑก ารประเมนิ ใหไดผ ลการ
เรยี น “มผ”
ขอ ๑๙ การเปล่ยี นระดับผลการเรยี นในรายวชิ า ใหถ อื ปฏิบัติดังนี้
๑๙.๑ การเปลีย่ นระดบั ผลการเรยี นจาก “๐” ใหสถานศึกษาจัดสอนซอมเสริมในมาตรฐาน การเรยี นรู/
ตวั ชวี้ ัดท่ีผเู รยี นสอบไมผา นกอ น แลวจงึ สอบแกตวั ให และใหส อบแกตัวไดไมเ กนิ ๒ ครั้งทัง้ นี้ตองดําเนนิ การใหเ สร็จสิ้นภาย ๑
ภาคเรียนแรกของปการศกึ ษาถดั ไป การสอบแกต วั ใหไดระดบั ผลการเรยี นไมเกนิ “๑” ถาสอบแกต วั ๒ ครงั้ แลวยังได้
ระดบั ผลการเรยี น “๐” อกี ใหปฏบิ ตั ดิ ังนี้
๑๙.๑.๑ ถา เปน รายวชิ าพ้นื ฐานใหเ รียนซา้ํ รายวชิ าน้ัน
๑๙.๑.๒ ถาเปนรายวชิ าอ่ืนๆใหอยใู่ นดุลยพนิ จิ ของหวั หนาสถานศึกษาทจ่ี ะใหเรียนซํ้า หรือเปลย่ี น
รายวชิ าเรียนใหม(เฉพาะรายวิชาเพ่ิมเติม)หรอื ไมต อ งสอบแกตัวอกี แลว แตกรณี
๑๙.๒ การเปลย่ี นผลการเรียน “ร” แยกเปน ๒ กรณี ดังนี้
๑๙.๑ ในกรณีทผี่ เู รยี นผลการเรยี น “ร” เพราะเหตสุ ุดวิสยั เม่อื ผเู รียนไดเขา สอบหรือ สง ผลงานท่ตี ดคา ง
อยเู สรจ็ เรียบรอ ยแลว หรอื แกปญ หาเสร็จสิ้นแลว ใหไ ดร ะดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต ๐-๔)
๑๙.๒ ในกรณีท่ีผูเรียนไดผลการเรียน “ร” โดยสถานศึกษาพิจารณาแลวเห็นวาไมใช เหตุสุดวิสัยเม่ือ
ผูเรียนไดเขาสอบ หรือสงผลงานท่ีติดคางอยูเสร็จเรียบแลวแลวหรือแกปญหาเสร็จสิ้นแลวใหได ระดับผลการเรียนไมเกิน
“๑”การเปลยี่ นผลการเรียน “ร” ใหก ระทําใหเสร็จสน้ิ ภาย ๑ ภาคเรยี นในปก ารศึกษาถัดไป

61

๑๙.๓ การเปลยี่ นผลการเรยี น “มส” แยกเปน ๒ กรณี ดงั น้ี ๑๙.๓.๑ กรณีผูเรยี นไดผลการเรยี น “มส”
เพราะมีเวลาเรียนไมถึงรอยละ ๘๐ แตม ี เวลาเรยี นไมนอยกวารอยละ ๖๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด

ใหสถานศึกษาจดั ใหผเู รียนเรยี นเพ่ิมเติม โดยใชช ว่ั โมง สอนซอ มเสริม หรอื เวลาวา ง หรอื จันทรห ยดุ หรอื มอบหมาย
งานใหทําจนมีเวลาเรียนครบตามที่กําหนดไวสําหรับ รายวิชานั้น แลวจึงสอบใหเปนกรณีพิเศษ ผลการสอบแก “มส” ใหไ ด
ระดับผลการเรียนไมเกนิ “๑”การแก “มส” กรณนี ใ้ี หกระทําใหแ ลวเสรจ็ ภายในคร่ึงปการศกึ ษาแรกของปการศึกษาถดั ไป

๑๙.๓.๒ กรณผี เู รยี นไดผลการเรียน “มส” และมเี วลาเรียนนอ ยกวา รอ ยละ ๖๐ ของเวลาเรียน
ท้งั หมด ใหส ถานศึกษาจดั ใหเรยี นซํ้า หรอื เปล่ยี นรายวิชาเรียนใหมส าํ หรบั รายวชิ าเพ่มิ เตมิ

๑๙.๓.๓ การเรียนซา้ํ ใหอยูใ นดุลยพนิ ิจของหัวหนาสถานศกึ ษาท่จี ะกําหนดชว งเวลาในการเรียนซ้ํา ใหเหมาะสม และตอง
ประเมินผลการเรยี นตามท่ีระเบียบน้ีกาํ หนดไวการเรยี นซาํ้ ใหไดร ะดับผลการเรียนตาม ขอ ๑๑

๑๙.๔ การแกไขผเู รียนกรณไมผ านเกณฑก ารประเมินการอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน ดังนี้
๑๙.๔.๑ใหค รูผสู อนและคณะกรรมการประเมนิ จัดกิจกรรมสงเสริมและพฒั นาใหผ เู รียนมคี วามกาวหนา

ในตวั ชว้ี ัดทีม่ ีจดุ บกพรอง สมควรไดร ับการแกไขในระยะเวลาพอสมควรที่ผเู รียนจะเกดิ การเรียนรู และสราง ผลงานทีส่ ะทอ น
ความสามารถในตัวช้ีวัดที่ตองปรบั ปรุงแกไ ขไดอ ยางแทจรงิ

๑๙.๔.๒ ในการพฒั นาปรบั ปรงุ แกไขใหใชวธิ ีการทีห่ ลากหลาย เชน มอบหมายงานใหผูเ รียนไดอา น
ไดค ิดวเิ คราะหจากเรอื่ งทอ ี าน และสามารถสอื่ สารสาระสาํ คญั จากเรอื่ งทอ ี านโดยการเขยี นอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
นาํ ผลงานไปเทียบกับแนวการใหคะแนนและเกณฑการตดั สนิ ทีส่ ถานศกึ ษา กําหนดตงั้ แตระดบั ดีเยยี่ ม ดี ผานการแกไข
กรณีไมผานเกณฑการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขียนนใี้ หกระทําให แลวเสรจ็ ภายใน ๑ ภาคเรยี นแรกของป
การศกึ ษาถดั ไป

๑๙.5 การแกไขผเู รยี นกรณไี มผา นเกณฑก ารประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ดังนี้
๑๙.5.๑ ใหครูผูส อน ครูทีป่ รึกษา ครูประจําขัน้ และคณะกรรมการประเมินดําเนินการ จัดระบบการ
ปรบั ปรงุ แกไข หรอื ปรบั พฤตกิ รรมดวยวิธีการท่เี หมาะสม และสง ตอขอมูลของผูเรยี นเพอ่ื พฒั นา อยา งตอเนื่อง
๑๙.5.๒ ใหผ ลการประเมินตง้ั แตดีเยย่ี ม ดี ผา น การแกไ ขกรณไี มผ านเกณฑก ารประเมนิ คณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงคน ้ใี หกระทําใหแลวเสร็จภายใน ๑ ภาคเรยี นแรกของปก ารศกึ ษาถดั ไป
๑๙.๖ การแกไ ขผเู รยี นกรณีไมผา นกิจกรรมพฒั นาผเู รียน
๑๙.๖.๑ ใหสถานศึกษาจดั ซอ มเสรมิ ใหผ เู รียนทาํ กจิ กรรมในสวนทผ่ี เู รยี นไมไ ดเ ขา รว ม หรอื ไมไ ดทําจน
ครบถว น แลวจึงเปลีย่ นผลการเรียนจาก “มผ” เปน “ผ” ได
การแกไ ขกรณไี มผา นเกณฑกจิ กรรมพฒั นาผ ูเรียนใหดําเนินการใหเ สร็จสนิ้ ภายในภาค เรยี นนั้นๆ ยกเวน มีเหตุสุดวสิ ยั
ใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาทีจ่ ะขยายเวลาออกไปอกี ไมเกิน ๑ ภาคเรยี น แตตองดาํ เนินการใหเสร็จสน้ิ ภายใน
ปการศึกษานน้ั
ขอ ๒๐ การพจิ ารณาเลือ่ นชนั้ เรยี นทุกชัน้ ใหพจิ ารณาจากผลการเรยี นรายวชิ าจาก ๘ กลุมสาระ การเรยี นรู
พจิ ารณาการผลการประเมนิ การอาน คดิ วเิ คราะห และเขียน พจิ ารณาจากผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
และพจิ ารณาจากผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น
๒๐.๑ ผูเรยี นตอ งมเี วลาเรยี นไมนอ ยกวา รอยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
๒๐.๒ ผเู รยี นตอ งไดรับการประเมนิ ทุกตัวซีว้ ดั และผานตามเกณฑท ี่สถานศกึ ษากาํ หนด
๒๐.๓ ผเู รียนตอ งไดรับการตัดสินผลการเรียนทกุ รายวชิ า
๒๐.๔ ผเูรยี นตองไดรบั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผานตามเกณฑทีส่ ถานศึกษากําหนดในการอาน
คดิ วิเคราะห และเขียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค และกิจกรรมพฒั นาผเู รียน

62

ขอ ๒๑ เกณฑการใหระดบั ผลการเรยี นผเูรยี นที่ไดรบั การตดั สินผลการเรยี น สถานศกึ ษาสามารถใหระดับผลการ
เรยี น หรือระดบั คณุ ภาพการปฏิบตั ิชองผูเ รียน ดงั นี้

๒๑.๑ ผเู รียนทไี่ ดรบั การตัดสินผลการเรียนในแตล ะรายวิชาของกลมุ สาระการเรียนรใู หใ ชต ัวเลขแสดง
ระดับผลการ 8 ระดบั ดงั นี้

4 หมายถงึ ผลการเรียนดเี ย่ยี ม

๓.๕ หมายถงึ ผลการเรยี นดมี าก

๓ หมายถึง ผลการเรยี นดี

๒.๕ หมายถงึ ผลการเรยี นคอนขางดี
๒ หมายถงึ ผลการเรียนนาพอใจ

1.5 หมายถงึ ผลการเรยี นพอใช

๑ หมายถึง ผลการเรยี นผานเกณฑขนั้ ต่ํา
๐ หมายถงึ ผลการเรยี นตํา่ กวา เกณฑข ้ันตํ่า

๒๑.๒ ใหใชอ กั ษรแสดงผลการเรียนท่ีมเี ง่ือนไชในแตล ะกลุมสาระ ดังนี้

มส หมายถึง ไมม สี ทิ ธเิ์ ขารับการประเมินผลปลายป

ร หมายถงึ รอการตัดสนิ หรือตดั สนิ ยงั ไมได

มก หมายถึง เรียนโดยไมน บั หนว ยการเรยี น ผเู รยี นมีเวลาเรยี นครบ
รอ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้งั หมด

๒๑.๓ ผูเรยี นที่ไดรบั การตดั สินผลการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี นนนั้ ใหผลการประเมนิ เปน
ผา นและไมผา น กรณีทผี่ านใหระดบั ผลการเรยี นเปน ดเี ยย่ี ม ดี และ ผา น

๒๑.๔ ผเู รยี นทไี่ ดรับการตดั สินผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคน นั้ ใหผลการ ประเมนิ เปน ผาน
และไมผ า น กรณที ่ีผานใหร ะดบั ผลการประเมนิ เปน ดีเย่ียม ดี และผาน

๒๑.๕ ผเู รยี นที่ไดร บั การตดั สินผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเ ูรยี นนน้ั ตองพจิ ารณา ทงั้ เวลาการเขา รว ม
กิจกรรม การปฏิบตั กิ จิ กรรม และผลงานของผเู รียนตามเกณฑที่สถานศกึ ษากาํ หนด และให ผลการประเมนิ เปน ผา นและไม
ผาน

ขอ ๒๒ เกณฑก ารเลื่อนชนั้
ผเู รียนท่ไี ดรบั พิจารณาใหเ ล่ือนช้ันเรียน ตอ งผานเกณฑการเล่ือนชั้นตามที่สถานศกึ ษากําหนด ดงั น้ี

๒๒.๑ ผเู รยี นมีเวลาเรียนตลอดปการศึกษาไมนอยกวารอ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด
๒๒.๒ ผูเรียนมีผลการประเมนิ ผา่ นทกุ รายวขิ าพ้นื ฐาน
๒๒.๓ ผูเรียนมีผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค
และกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น ผานตามเกณฑทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
๒๒.๔ กรณีท่ีผูเรียนมีหลกั ฐานการเรียนรูทีแ่ สดงวา มีความสามารถดเี ลิศ สถานศึกษา อาจใหโ อกาสผเู รียน
เล่ือนช้ันกลางปการศึกษา โดยสถานศึกษาแตงตั้งคณะกรรมการประกอบดวยฝายวิชาการ ของสถานศึกษา และผแู ทนของ
เขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาหรอื ดน สังกดั ประเมินผูเ รยี น ตรวจสอบคุณสมบัตใิ หค รบ ถว นตามตามเง่อื นไข ที่สถานศกึ ษากาํ หนด

63

๒๒.๕ การอนมุ ัติใหเ ลื่อนชั้นกลางปก ารศึกษาไปเรยี นชนั้ สงู ขนึ้ ได ๑ ระดับชนั้ นี้ตองไดร บั
การยินยอมจากผเู รยี นและผูป กครอง และตอ งดาํ เนนิ การใหเสร็จสิ้นกอนเปด ภาคเรยี นที่ ๒ ของปก ารศึกษาน้ัน

๒๒.๖ กรณีท่พี บว่ามีผูเ รียนกลุม พเิ ศษประเภทตางๆ ท่ีมบี ญั หาในการเรยี นรใู หสถานศกึ ษา ดําเนินงานรวม
กับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา / ศูนยการศึกษาพิเศษจังหวัด / ศูนยการศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา / หนวยงานตนสงั กัด
โรงเรยี นเฉพาะความพิการหาแนวทางการแกไขและพฒั นา

ขอ ๒๓ การสอนซอ มเสรมิ สถานศกึ ษาจดั สอนเสรมิ เพ่ือพฒั นาการเรยี นรขู องผเู รยี นเตม็ ตามศักยภาพ ดังน้ี
๒๓.๑ การสอนซอมเสริมเปนการสอนเพื่อแกไขขอบกพรอง กรณีทีผ่ ูเ รียนมีความรูท ักษะ กระบวนการ

หรือเจตคต/ิ คุณลักษณะไมเ ปนไปตามท่ีสถานศึกษากาํ หนด
๒๓.๒ สถานศกึ ษาจัดสอนซอมเสริมเปนกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติเพือ่ พฒั นาใหผ ูเรียน

บรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู / ตวั ชีว้ ดั ท่ีกําหนดไวเปนการใหโ อกาสแกผ เู รียนไดเ รยี นรู และพฒั นา
๒๓.๓ ใหจัดกจิ กรรมการเรียนรูท่หี ลากหลาย และตอบสนองความแตกตางระหวา่ งบุคคล

ขอ ๒๔ การเรียนซํ้าชนั้
24.1 ผูเรียนที่ไมผานรายวิชาจํานวนมากและมีแนวโนมวาจะเปนปญหาตอการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงชั้น

สถานศึกษาอาจต้ังคณะกรรมการการพิจารณาใหเรียนซํ้าช้ันได ทั้งน้ีใหคํานึงถึงวุฒิภาวะและ ความรูความสามารถของ
ผเู รียน

24.2 ผูเรียนท่ีไมมีคุณสมบัติตามเกณฑการเลื่อนชั้น สถานศึกษาควรจัดใหเรียนซ้ําชั้นทั้งนี้สถานศึกษา
อาจใชดุลพนิ จิ ใหเ ล่อื นชั้นไดห ากพจิ ารณาวา ผเู รยี นมคี ุณสมบัตติ ามทสี่ ถานศึกษากาํ หนด

24.3 กอ นใหผ ูเรียนซํา้ ชนั้ สถานศกึ ษาตอ งแจง ใหผ ปู กครองและผเู รยี นทราบเหตผุ ลของการเรียนซ้ําช้ัน
หมวด

การอนมุ ตั ิการจบหลักสตู ร
ขอ ๒๕ เกณฑก ารจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน

๒๕.๑ ผ ูเรยี นเรยี นรายวิชาพนื ฐานและรายวิชาเพมิ เตมิ ไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนวชิ าพื้นฐาน
๖๖ หนวยกิต และรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ตามที่สถานศึกษากาํ หนด

๒๕.๒ ผูเรยี นตองไดหนวยกติ ตลอดหลักสูตรไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนรายวิชา พนื้ ฐาน
๖๖ หนวยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ตามทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด

๒๕.๓ ผูเรียนมีผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ในระดับผานเกณฑการประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาํ หนด

๒๕.๔ ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคในระดับผานเกณฑการประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาํ หนด

๒๕.๕ ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมนิ ผา นเกณฑการประเมินตามทสี่ ถานศึกษา
กาํ หนด

ขอ ๒๖ เกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
๒๖.๑ ผเู รยี นเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและรายวิชาเพิม่ เติมไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนวิชาพนื้ ฐาน

๔๑ หนวยกติ และรายวชิ าเพิ่มเติมตามที่สถานศกึ ษากําหนด
๒๖.๒ ผูเรยี นตองไตหนวยกติ ตลอดหลักสูตรไมนอยกว่า ๙๐ หนวยกติ โดยเปนรายวิชา พนื้ ฐาน

๔๑ หนวยกิต และรายวชิ าเพมิ่ เติมตามที่สถานศึกษากาํ หนด
๒๖.๓ ผูเ รียนมีผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห และเขียน ในระดับผ่านเกณฑการ ประเมินตามที

สถานศกึ ษากาํ หนด

64

๒๖.๔ ผูเรยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคในระดับผ่านเกณฑการประเมนิ ตามที่
สถานศกึ ษากาํ หนด
หมวด
การเทยี บโอนผลการเรยี น
ขอ ๒๗ สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรยี นของผเู รียนจากสถานศึกษาไดใ นกรณีตางๆดังน้ี
๒๗.๑ การยายสถานศกึ ษา
๒๗.๒ การเปลีย่ นรปู แบบการศกึ ษา
๒๗.๓ การยา ยหลักสูตร
๒๗.๔ การละท้ิงการศึกษาและการขอกลับเขารบั การศึกษาตอ
๒๗.5 การศกึ ษาจากตางประเทศและขอเขาศึกษาตอในประเทศ
๒๗.๖ สามารถเทียบโอนความรู ทักษะ ประสบการณจากแหลงเรียนรูอ่ืนๆ เชน สถานประกอบการ
สถาบนั ทางศาสนา สถาบันการฝกอบรมอาชีพ การจดั การศึกษาโดยครอบครวั
๒๗.๗ ใหด าํ เนนิ การเทยี บโอนในชวงกอนเปดภาคเรียนแรก หรือตน ภาคเรียนแรกท่ีสถาน ศึกษารบั ผขู อ
เทียบโอนเปน ผเู รยี น
๒๗.๘ ผเู รียนท่ีไดรบั การเทียบโอนผลการเรยี นตอ งศกึ ษาตอเนอ่ื งในสถานศึกษาที่รบั เทียบ โอนอยา งนอย
๑ ภาคเรยี น
๒๗.๙ สถานศกึ ษาทีร่ บั การเทยี บโอนเปนผูกาํ หนดรายวชิ า จาํ นวนหนวยกติ ทีร่ บั เทยี บโอนตามความ
เหมาะสม
๒๗.๑๐ การเทียบโอนผลการเรียนใหดําเนินในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอน
๒๗.๑๑ วิธีการและแนวทางการเทียบตอนผลการเรียนใหเปนไปตามลักษณะการและแนว ทางการเทียบ
โอนผลการเรยี น ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเร่ืองการเทียบโอนผลการเรยี นการศึกษา ข้ันพืน้ ฐาน และการศึกษา
ระดับอุดมศึกษา ระดับตํ่ากวาปริญญาตรี ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๐ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการเทียบ
โอนผลการเรียนเขาสูการศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน ซ่ึงจัดทําโดย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สงิ หาคม ๒๔๔๙)
หมวด
บทเฉพาะกาล
ขอ ๒๘ ใหใชร ะเบียบนกี้ บั นกั เรยี นโรงเรยี นสวางแดนดนิ ต้งั แตป ก ารศึกษา ๒๕๕๓ เปน ตนไป
ขอ ๒๙ การเปลย่ี นแปลงแกไข เพมิ่ เติมระเบยี บน้ี ตอ งไดร ับการพิจารณาจาก คณะกรรมการ บริหารหลักสูตรและ
วิชาการของสถานศึกษา แลวเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พ้ืนฐานของโรงเรียนเพ่ือประกาศใช
ตอไป
ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๖ เดอื น พฤษภาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๐

(นายธวัช ทมุ มนตรี)
ผูอาํ นวยการโรงเรียนสวางแดนดนิ

65

งานทะเบยี น - วัดผล
วนั ที่ติดตอ วนั ราชการตัง้ แตเวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. เวนวันหยุดราชการและวนั หยุดนกั ขัตฤกษ
การแตงกาย ชดุ นักเรยี น ถูกตองตามระเบียบ
การตดิ ตอ ขอรับหลักฐานการศึกษา

๑. ขอรบั ปพ.๑ และ ปพ.๗ ใหป ฏบิ ัติดังน้ี
๑.๑ ยืน่ คํารอ งล่วงหนา ๑ วัน (ตามแบบฟอรมท่ีโรงเรยี นกําหนด)
๑.๒ รูปถาย 1.๕ นิว้ ชดุ นักเรียน จํานวน ๑ รูป ตอ ๑ ฉบับ
๑.๓ สําเนาทะเบียนบา น (มบี ิดา,มารดา,ชื่อตน)

๒. ขอ Transcript ใหป้ ฏิบัติดงั น้ี
๒.๑ ยื่นคํารองลวงหนา ๓ วนั (ตามแบบฟอรมทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด)
๒.๒ รูปถาย 1.๕ นว้ิ ชดุ นักเรยี น จํานวน ๑ รูป ตอ ๑ ฉบบั
๒.๓ สาํ เนาทะเบยี นบา น (มีบิดา, มารดา, ช่อื ตน)
๒.๔ ขอมูลท้ังหมดใหเ ขยี นเปนภาษาอังกฤษ ถกู ตองตามพาสปอรต (หนงั สือเดนิ ทาง)

๓. ขอหลักฐานเพ่อื ยายสถานศึกษาไปศกึ ษาตอ่ สถานศกึ ษาอ่ืน ใหปฏบิ ัตดิ งั น้ี
๓.๑ ติดต่อโรงเรยี นทจ่ี ะยา ยไปศึกษาต่อใหเรียบรอยกอนย่นื คาํ รอ งขอหลักฐานตา่ งๆ
๓.๒ ย่นื คํารองขอยายสถานศึกษาล่วงหนา ๑ วัน (ตามแบฟอรมทโี่ รงเรียนกาํ หนด)
๓.๓ รปู ถ่าย 1.๕ นิว้ ชุดนกั เรยี น จาํ นวน ๒ รูป (หามใชภาพถา ยภาพโพลารอยด)
๓.๔ สําเนาทะเบยี นบา น (มีบิดา, มารดา, ช่อื ตน)

เมื่อมีการเปล่ียนซื่อ ยา ยท่ีอยู
เมอ่ื มีการเปลยี่ นชอื่ ยา ยที่อยู ใหน ักเรียนนาํ หลกั ฐานการเปลีย่ นช่ือ การยายท่ีอยูไ ปแจงท่ีงานทะเบียน ภายใน ๗
วัน ตลอดจนแกไ ข ช่อื นามสกุล ทีถ่ กู ตองดว ย ภายในวันที่ ๓๑ ธนั วาคม ของทุกป

66

กลมุ บริหารงานกจิ การนกั เรียน

นายมงคล สินธนันชัย
รักษาการรองผอู าํ นวยการกลมุ บริหารกจิ การนักเรยี น

67

กฎกระทรวง
วาดว ยความประพฤติของนักเรยี นและนกั ศึกษา

พ.ศ. 2548

อาศัย อํานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ.254๖ รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารออกกฎกระทรวงไวด ังตอไปน้ี

ขอ 1 ในกฎกระทรวงน้ี
“ เด็ก ” หมายความวา บุคคลซึ่งมีอายุตํ่ากวาสิบแปดปบรบิ ูรณ แตไมรวมถึงผทู ่ีบรรลุนิติภาวะ ดวยการ

สมรสประเภทสามญั ศึกษาและอาชวี ศกึ ษาหรือเทียบเทา อยใู นสถานศึกษาของรฐั บาลและเอกชน
“ นักเรียน ” หมายความวา เดก็ ซง่ึ กําลังรบั การศึกษาขนั้ พนื้ ฐานระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศึกษา
“ นักศึกษา ” หมายความวา เดก็ ซงึ่ กาํ ลงั รับการศึกษาระดบั อุดมศึกษาหรือเทียบเทาอยูใน สถานศกึ ษาของ

รัฐหรือเอกชน
ขอ 2 นักเรียนและนักศึกษาตอ งไมป ระพฤตติ น ดังตอไปน้ี
(1) หนีเรยี นหรอื ออกนอกสถานศึกษาโดยไมไ ดรับอนุญาตในชว งเวลาเรียน
(2) เลนการพนัน หรือจัดใหมกี ารเลน การพนนั ทีผ่ ดิ กฎหมาย
(3) พกพาอาวุธหรอื วัตถุระเบดิ หรอื วัตถุซงึ่ ไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตสามารถใชประทุษรายแก รางกาย

อยางอาวุธได
(4) ซ้ือ จําหนา ย แลกเปลย่ี น เสพสุรา สิ่งมนึ เมา บหุ รี่ หรือยาเสพติด
(5) ลักทรัพย กรรโชกทรัพย ขมขู หรือบงั คบั ขืนใจ หรอื รดี ไถบุคคลอื่น
(6) กอเหตทุ ะเลาะววิ าท ทํารายรางกายผอู ืน หรอื เตรยี มการหรอื กระทําการใดๆ อันนาจะกอให เกิดความ

ไมสงบเรยี บรอย หรอื ขดั ตอศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน หรอื รวมกลุม หรอื มัว่ สุมเพือ่ กระทาํ การดงั กลาว (แกไขป 2562)
(๗) แสดงพฤตกิ รรมทางชสู าวอันไมเ หมาะสมการกระทาํ การลามก อนาจาร แตง กายลอ แหลม หรอื ไม

เรยี บรอ ยในโรงเรยี นหรอื สถานศกึ ษา หรอื แตง เคร่อื งแบบนกั เรยี นนกั ศกึ ษาไมเ รยี บรอ ย (แกไ ขป 2562)
(๘) เก่ยี วขอ งกบั การคา ประเวณี
(๙) ออกนอกสถานท่ีพกั เวลากลางคนื เพ่อื เท่ียวเตรห รอื รวมกลมุ อนั เปน การสรา งความเสียหาย ใหแ ก

ตนเองหรอื ผอู ่ืน
ขอ 3 ใหโรงเรียนหรือสถานศึกษา กําหนดระเบียบวาดวยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา ทั้งน้ีตองไม

ขัดหรือแยงกับกฎกระทรวงนี้
ใหไ ว ณ วันที่ 18 มกราคม พ .ศ . 2548

อดิศัย โพธารามิก
(นายอดศิ ยั โพธารามกิ )
รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ

68

ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ าร
วาดวยการปฏิบัติหนาท่ีของพนักงานเจาหนาที่
สงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็กพ.ศ.๒๕๔๖ รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงศึกษาธกิ ารจึงวางระเบยี บไว ดังตอไปนี้

ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการปฏิบัติหนาที่ของพนักงานเจาหนา ท ี่ส งเส ริม
ค วาม ป ระ พ ฤ ต นิ ัก เรีย น แ ล ะ น ัก ศ ึก ษ า พ .ศ . 2548”

ขอ 2 ระเบียบนี้ใชบ ังคบั ตงั้ แตวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตน ไป
ขอ 3 ในระเบียบน้ี

พนักงานเจาหนาท่ี หมายความวา พนักงานเจาหนาที่สงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ตาม
หมวด 7 แหงพระราชบญั ญัติคุม ครองเด็ก พ.ศ. 2546

ขอ 4 พนักงานเจา หนาท่ีมีอาํ นาจดําเนนิ การเพื่อสง เสรมิ ความประพฤตินกั เรยี นและนักศึกษาดังตอไปนี้
(1) สอบถามครู อาจารย หรือหัวหนาสถานศึกษา เก่ียวกับความประพฤติ การศึกษา นิสัยและ

สติปญญาของนักเรียนหรือนักศึกษาที่ฝาฝน กฎกระทรวงวาดวยความประพฤติของนักเรยี นและนกั ศึกษาหรือระเบียบของ
โรงเรียนหรอื สถานศกึ ษา

(2) เรียกใหผ ปู กครอง ครู อาจารย หรอื หัวหนาสถานศึกษาท่ีนักเรียนหรือนักศึกษานนั้ กาํ ลงั ศึกษา อยมู ารับ
ตัวนกั เรียนหรือนักศึกษา เพื่อวา กลา ว อบรม สั่งสอน ตอไป

(3) ใหค าํ แนะนําแกผ ูปกครองในเรอ่ื งการอบรมและสั่งสอนนกั เรยี นหรอื นกั ศึกษา
(4) เรียกผูปกครองมาวากลาวตักเตือนหรือทําทัณฑบนวาจะปกครองดูแลมิใหนักเรยี นหรือ นักศึกษา
ฝาฝนกฎกระทรวงวาดวยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา หรือระเบียบของโรงเรียนหรือ สถานศกึ ษา
(5) สอดสอง ดูแล รวมทั้งรายงานตอคณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติเก่ียวกับพฤติกรรมของบุคคล
หรอื แหลง ท่ชี กั จูงนกั เรยี นและนกั ศึกษาใหประพฤตใิ นทางมิชอบ
(6) ประสานงานกับผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผูปกครอง ตาํ รวจ หรือพนักงานเจาหนาที่
อ่ืน
ขอ 5 เม่ือพนักงานเจาหนาที่พบเห็นนักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติตนไมเหมาะสมตามกฎกระทรวง วาดวย
ความประพฤติของนกั เรยี นและนกั ศึกษา หรือระเบยี บของโรงเรียนหรือสถานศึกษาใหป ฏบิ ตั ดิ งั นี้
(1) แสดงบัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาที่
(2) บันทึกขอมูลที่เก่ียวกับนักเรียนหรือนักศึกษาและพฤติการณการกระทํา ณ สถานท่ีที่พบการกระทํา
นั้น
(3) ซักถามขอเท็จจริงท่ีเกี่ยวกับการกระทําของนักเรียนหรือนักศึกษา โดยไมบังคับขมขูกล่ันแกลงหรือ
ทําใหเกิดความหวาดกลัวรวมท้ัง ใหการอบรมสั่งสอนอยางสุภาพและชวยเหลือในเบื้องตนโดยคํานึง ถึงอายุและสภาพ
จติ ใจของนักเรยี นหรือนักศึกษา
(4) นําตัวไปสงมอบแกผูบริหารโรงเรียนหรอื สถานศึกษาของนักเรียนและนักศึกษานั้นเพื่อดําเนินการ
สอบถามและอบรมส่งั สอนหรอื ลงโทษตามระเบียบ ในกรณที ีไ่ มส ามารถนาํ ตัวไปมอบไดจ ะแจงดว ย วาจา

69

ขอ 6 ในกรณีพนักงานเจาหนาท่ีพบนักเรียนหรือนักศึกษาท่ีมีพฤติการณเขาขายกระทําความผิดทางอาญา
และอาจกอ ใหเกิดภยันตรายอยา งรา ยแรง หรือกอเหตทุ ะเลาะววิ าทจนไมอาจควบคุมสถานการณไวไดใหแจง เจา พนกั งาน
ตํารวจเพ่อื ระงับเหตุ รวมท้ังใหประสานงานกับโรงเรียนหรอื สถานศกึ ษาและสวนราชการตนสงั กดั โดยเร็ว

ขอ 7 ในกรณที มี่ นี ักเรียนหรือนักศึกษาถูกกลา วหาวากระทําความผิดทางอาญาและถูกจับกุมควบคุมตัว ใหพ นักงาน
เจา หนา ที่ประสานใหส ถานศึกษาและผปู กครอง เพื่อใหก ารสงเคราะหชว ยเหลอื เบ้อื งตน โดยเรว็

ขอ 8 สวนราชการของกระทรวงศึกษาธิการ อาจจัดใหมีศูนยการประสานงานสงเสริมความประพฤติ นักเรียน
และนักศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือในเขตพ้ืนท่ีจังหวัด แลวแตกรณีเพ่ือทําหนาท่ีสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของ
พนักงานเจาหนาท่ี และประสานงานกับหนวยงานที่เกี่ยวของเพ่ือดาํ เนินการใหเปนไปตามพระราชบัญญัตคิ ุมครองเด็ก
พ.ศ.2546

ขอ 9 ใหปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการใหเปนไปตามระเบียบน้ี และใหมีอํานาจตีความและวินิจฉัย ปญญา
เกี่ยวกบั การปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี

ประกาศ ณ วนั ที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548
นายอดศิ ยั โพธารามกิ
(นายอดศิ ัย โพธารามิก)

รัฐมนตรีวา การกระทรวงศกึ ษาธิการ

70

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
วาดวยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จึงวางระเบยี บวาดวยการลงโทษนักเรยี นและนกั ศึกษาไวดงั ตอไปนี้

ขอ 1 ระเบยี บนีเ้ รียกวา”ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วาดว ยการลงโทษนักเรยี นหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548”
ขอ 2 ระเบยี บนใี้ หใชบ งั คบั ต้ังแตวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
ขอ 3 ใหย กเลิกระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการวาดว ยการลงโทษนกั เรยี นหรือนักศึกษา พ.ศ.2543
ขอ 4 ในระเบียบน้ี

ผูบรหิ ารสถานศึกษา หมายความวา ผูบ รหิ ารสถานศึกษาของโรงเรยี นหรอื สถานศกึ ษานน้ั
กระทาํ ความผดิ หมายความวา การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติฝาฝนระเบียบ ขอบังคับ
ของสถานศกึ ษา หรือของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรอื กฎกระทรวงวา ดวยความประพฤติของนักเรยี นและนกั ศกึ ษา
การลงโทษหมายความวา การลงโทษนกั เรยี นหรอื นักศึกษาทีก่ ระทาํ ความผดิ โดยมคี วามมุงหมายเพอื่ การอบรมส่งั สอน
ขอ 5 โทษที่จะลงโทษแกนกั เรยี นหรือนักศึกษาทก่ี ระทาํ ความผิด มี ๔ สถาน ดงั นี้
(๑) วากลา วตักเตือน
(๒) ทาํ ทัณฑบ น
(๓) ตดั คะแนนความประพฤติ
(๔) ทํากิจกรรมเพ่ือใหปรับเปลย่ี นพฤติกรรม
ขอ 6 หามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาดวยวิธีรุนแรง หรือแบบกล่ันแกลง หรือลงโทษดวยความโกรธ หรือดวย
ความพยาบาท โดยใหค าํ นึงถงึ อายุของนักเรียนหรอื นักศกึ ษา และความรา ยแรงของพฤติการณป ระกอบ การลงโทษดวย
การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาใหเปนไปเพ่ือเจตนาท่ีจะแกนิสัยและความประพฤติไมดีของ นักเรียนหรือ
นกั ศกึ ษาใหร ูสํานึกในความผดิ และกลับประพฤตติ นในทางทด่ี ีตอไป
ใหผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผูที่ผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเปนผูมี อํานาจในการ
ลงโทษนักเรยี น นกั ศึกษา
ขอ 7 การวากลาวตกั เตือนใชในกรณีนักเรยี นหรือนกั ศึกษากระทําความผิดไมร ายแรง
ขอ 8 การทําทัณฑบนใชในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไมเหมาะสมกับสภาพนักเรียน หรือ
นักศึกษาตามกฎกระทรวงวาดวยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาหรือกรณีทําใหเสื่อมเสียช่ือเสียงและเกียรติศักดิ์
ของสถานศึกษา หรอื ฝา ฝนระเบียบของสถานศึกษา หรือไดร ับโทษวากลา วตักเตือนแลว แตย ัง ไมเข็ดหลาบ การทําทัณฑ
บนใหทาํ เปน หนงั สือและเชญิ บิดามารดาหรอื ผปู กครองมาบันทกึ รับทราบความผิดและรับรองการทาํ ทณั ฑบนไวดว ย
ขอ 9 การตัดคะแนนความประพฤติใหเปนไปตามระเบียบปฏิบัติวา ดวยการตัดคะแนนความประพฤติ นักเรียน
และนกั ศกึ ษาของแตละสถานศึกษากาํ หนด และใหท าํ บนั ทกึ ขอ มลู ไวเ ปนหลกั ฐาน
ขอ 10 ทํากิจกรรมเพ่ือใหปรับเปล่ียนพฤติกรรมใชในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทําความผิดที่สมควร
ตองปรับเปลย่ี นพฤติกรรม การจัดกิจกรรมใหเปน ไปตามแนวทางทก่ี ระทรวงศึกษาธกิ ารกําหนด
ขอ 11 ใหปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการใหเปนไปตามระเบียบนี้และใหมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปญหา
เกี่ยวกบั การปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันท่ี 18 มกราคม พ.ศ. 2548
อดิศยั โพธารามิก

(นายอดศิ ยั โพธารามกิ )
รฐั มนตรวี า การกระทรวงศึกษาธิการ

71

แนวทางการปฏบิ ตั วิ าดวยการควบคมุ พฤตกิ รรมนกั เรียน
การกระทําความผดิ ของนกั เรยี น แบง เปน 2 กลุม ดงั นี้

กลมุ ท่ี 1
1. มาโรงเรียนสายเกนิ 08.00 น. 3 คร้ัง
2. รบั ประทานอาหาร หรอื ของขบเค้ียวในเวลาเรียน และในหอ งเรยี น
3. สงเสยี งดังกอ ความรําคาญในหองเรยี น และนอกหอ งเรียน
4. ใชว าจาหยาบคายหรือแสดงกริ ยิ าไมสภุ าพตอเพื่อน
5. กล่ันแกลงเพื่อนในหองเรยี น และบรเิ วณโรงเรยี น
6. แตง กายผิดระเบยี บของโรงเรียน / ชดุ นกั เรยี น / ชดุ พลศึกษา / ชุดเครอ่ื งแบบกจิ กรรม ลูกเสือ/บําเพ็ญประโยชน /
ยวุ กาชาด
6.1 ทรงผมผิดระเบียบ
- ซอย, สไลด, ยอม , สับ , เซ็ต
6.2 ใสค อนแทคเลนสแฟชน่ั ฺ(Big eye)
6.3 ใสรองเทา มีลวดลาย
6.4 ใสร องเทา ทบั สน / ถุงเทาตาํ่ กวา ขอเทา
6.5 ไวเ ล็บมือ และทาสเี ลบ็
6.6 ใสตมุ หู เครื่องประดับอื่นๆ เชน สรอยคอ , สรอยแขน ฯลฯ
6.7 ใชก ระเปาผิดระเบียบ
6.8 ไมติดเข็มตราโรงเรียน ดาว,ชื่อบนเส้อื
7. ไมเ ขา รว มกจิ กรรมโฮมรมู เคารพธงชาติ หนคี าบเรยี น ประชมุ ประจําสัปดาหแ ละกจิ กรรมอ่นื ๆของโรงเรยี นโดยไมม เี หตอุ นั ควร
8. ไมร ักษาความสะอาดในหองเรียนและบรเิ วณโรงเรียนรวมถงึ ไมปฏิบตั ิหนา ที่เวรรักษาความสะอาดประจาํ หอ งเรียน
9. สรางขา วลือใหเกิดความวนุ วายในโรงเรยี น
10. ซือ้ ขนมหรืออาหารภายนอกโรงเรียน โดยไมไ ดรบั อนญุ าต
11. ไมนาํ เอกสารหรือขา วสารจากทางโรงเรียนแจงใหผูปกครองทราบ
12. พูดเท็จหรือใหการเท็จตอครู
13. เลนกับเพือ่ นจนเปนเหตุใหเกิดการทะเลาะวิวาท

กลุมที่ 2
1. หนเี รยี น หรอื ออกนอกสถานศกึ ษา โดยไมไดร บั อนุญาตในชวงเวลาเรยี น
2. เลนการพนัน หรือจดั ใหมีการเลน การพนัน
3. พกพาอาวธุ วตั ถุระเบิด หรือวตั ถุ ซึ่งไมเปน อาวุธโดยสภาพ แตส ามารถใชประทุษราย แกร างกายอยางอาวธุ ได
4. ซ้อื จําหนา ย แลกเปล่ียน ครอบครอง หรอื เสพสุรา ส่ิงมึนเมา บุหรี่หรือยาเสพตดิ
5. ลกั ทรัพย กรรโชกทรพั ย ขมขูหรือบังคับขืนใจ หรอื รีดไถบุคคลอืน่
6. กอ เหตุทะเลาะวิวาท ทํารา ยรางกายผอู ่นื หรือเตรียมการ หรือกระทาํ การใด อันนาจะกอ ใหเกดิ ความไมส งบ

เรียบรอย หรอื ขัดตอศลี ธรรมอนั ดีของประชาชน

72

7. แสดงพฤติกรรมทางชูส าว ในโรงเรยี นและนอกโรงเรยี น
8. เกีย่ วของกับการคาประเวณี
9. ออกนอกสถานทพี่ ักเวลากลางคืนเพื่อเทีย่ วเตร หรือรวมกลมุ อันเปน การสรางความเสียหาย ใหแกตนเองและผูอ ื่น
10.แสดงกิริยาไมส ภุ าพ หรอื ไมเหมาะสมนอกบรเิ วณโรงเรยี น
11.นําหนงั สือหรอื สง่ิ ลามกอนาจารเขามาโรงเรียน
12. ปลอมแปลงเอกสาร ลายเซ็น เพอื่ ผลประโยชนใหต นเองหรือผอู ืน่
13. แอบอา งช่ือเพ่อื น ครู ในโรงเรยี นเพอ่ื ประพฤตติ นในทางมิชอบ
14. ขัดขวางการปฏบิ ตั ิงานของเจา หนา ท่ี และครูทป่ี ฏบิ ตั ิหนาท่ีโดยชอบ
15. กระทาํ การเปน เหตุใหเกดิ ความเสยี หายตอ ทรัพยสนิ ของโรงเรยี น และบคุ คลอื่น
16. แสดงพฤตกิ รรมกา วรา วตอ ครทู ้งั การเขียน กริ ยิ า และวาจา
17. ลักขโมยทรัพยส ินของโรงเรยี น
18. มั่วสุมในสถานทสี่ าธารณะ สถานประกอบการบนั เทิง หรือสถานที่เลนพนันรวมถึง สนุกเกอร รา นเกมส
19. ปาวัตถุระเบดิ จุดประทัด หรือวัตถุอนั กอ ใหเกดิ ความราํ คาญ หรอื เปนอนั ตรายตอทรัพยสินและบุคคลอ่ืน
20. ถูกลงโทษฐานประพฤติผิดตามกฎหมายทางราชการ
21. ประพฤตชิ ัว่ หรือกระทําการใดๆ ทท่ี าํ ใหเสอ่ื มช่อื เสยี งเกยี รติยศแกโรงเรยี น และบุคคลอนื่
22. ทุจริตการสอบ
23. เก่ยี วของกบั สารเสพติดทกุ ชนดิ ที่อยใู น พรบ.สารเสพตดิ ตามกฎหมายประกาศ

73

ระเบียบโรงเรียนสวางแดนดิน

วาดว ยคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน พ.ศ. 2551
เพ่อื ใหการควบคุมดูแลแกไขพฤติกรรมนักเรียน มหี ลักเกณฑใ นการดําเนินงานอยางเปนข้ันตอนสามารถปฏบิ ัตเิ ปนแบบ
เดยี วกันอยางมีประสิทธิภาพ และเพือ่ ใหคะแนนความประพฤติเปนเกณฑการพิจารณาดําเนินงานการลงโทษ หรอื แกไขความ
ประพฤติ นักเรียนท่ไี มเหมาะสมตลอดจนใชเปน กําลงั ใจแกนักเรียนที่ประพฤตดิ ปี ระพฤตชิ อบ จึงวางระเบยี บวาดว ยคะแนน
ความประพฤตนิ ักเรยี นไวด ังน้ี

1. ระเบยี บนเี้ รยี กวา “ระเบียบโรงเรียนสวา งแดนดิน” วาดวยคะแนนความประพฤตนิ ักเรยี นพ.ศ. 2551
2. ในระเบียบคาํ วา “นักเรยี น” หมายถึง นักเรยี นปจจุบนั ของโรงเรียนสวา งแดนดนิ

คําวา “คร”ู หมายถงึ ครปู จจบุ ันของโรงเรียนสวางแดนดนิ

คําวา “ผูอ าํ นวยการ” หมายถึง ผดู าํ รงตาํ แหนง ผอู าํ นวยการโรงเรยี นสวางแดนดิน

คาํ วา “โรงเรยี น” หมายถึง โรงเรยี นสวางแดนดนิ

คําวา “คะแนน” หมายถงึ คะแนนความประพฤตนิ ักเรียน

3. กาํ หนดใหนักเรยี นทกุ คนมีคะแนนความประพฤติคนละ 100 คะแนน ทนั ทีท่เี ขา เปนนกั เรียนและนักเรยี นทกุ คน

ตองรักษาคะแนนนไี้ วไมใ หถ กู ตัดสนิ 30 คะแนน จนกวา จะเรยี นจบชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน (ม.3) และ ตอนปลาย(ม.6) แลว แต

กรณี

4. นกั เรยี นจะถกู ตัดคะแนนตามระเบยี บนี้ เมอ่ื กระทาํ การใดๆ อนั เปนการฝาฝนระเบยี บแบบแผนและขอบังคับ

ของโรงเรยี น

5. ครทู กุ คนมีสทิ ธิ์ “เสนอคะแนน” ตามความเหมาะสมของความดีของนักเรียนและตามเกณฑทีก่ าํ หนดไวใน

ระเบียบนี้

6. ครูทุกคนมีสิทธิ์ “ตัดคะแนน” ตามความเหมาะสมของความผิดของนักเรียนตามระเบียบนี้ โดยเมื่อรวม

คะแนนแตละคร้ังแลวไมเกินเกณฑต อไปนี้

6.1 ครทู ุกคนมีสิทธ์ิตดั คะแนนไดครงั้ ละไมเกิน 10 คะแนน

6.2 รองหัวหนาระดับ หัวหนาคณะ รองหัวหนาคณะและหัวหนางานในกลุมบริหารกิจการนักเรียน

กลุมสามารถมีสิทธิ์ตดั คะแนนคนใดคนหนึ่งไดค ร้ังละไมเกิน 20 คะแนน

6.3 หัวหนากลุมงานกิจกรรมนักเรียน หัวหนางานสงเสริมงานกิจกรรม หัวหนางานแกไขพฤติกรรม

นักเรยี นมสี ิทธิ์ตัดคะแนนนักเรยี นคนใดคนหนงึ่ คร้งั ละ ไมเกิน 30 คะแนน

6.4 รองผูอ ํานวยการมสี ิทธิ์ตดั คะแนนนักเรยี นคนใดคนหนึ่งไดครงั้ ละไมเกิน 40 คะแนน

6.5 การตัดคะแนนเกิน 40 คะแนน ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการกลุมบริหารกิจการนักเรียน

พิจารณาคะแนนความประพฤติตามขอ 8

7. การตดั คะแนนตามขอ 6.1 – 6.5 จะมีผลเมอ่ื ไดรับความเห็นชอบจากรองผูอ ํานวยการกลุม บริหารกิจการนักเรยี น

8. ใหค ณะกรรมการกลมุ บรหิ ารงานกจิ การนักเรยี นพิจารณาคะแนนความประพฤตปิ ระกอบดวย
8.1 รองผูอาํ นวยการกลุม บรหิ ารกิจการนกั เรยี น ประธาน

8.2 หวั หนากลมุ งานพฒั นาคุณลักษณะอันพึงประสงค รองประธาน

8.3 หัวหนาระดบั ทกุ ระดบั กรรมการ

8.4 คณะกรรมการที่โรงเรียนแตง ต้งั

74

9. นกั เรยี นจะถูกพิจารณาโทษ เม่อื รวมคะแนนท่ีถูกตดั เปนไปตามกฎเกณฑด งั น้ี
9.1 นอ ยกวา 30 คะแนน เชญิ ผปู กครองมารับทราบขอความรวมมือควบคุมดูแลแกไข ปรับพฤติกรรม

ของนักเรียน
9.2 30 - 49 คะแนน เชญิ ผูปกครองมารบั ทัณฑบ นนักเรยี น
9.3 50 คะแนนขึน้ ไป พักการเรียน หรือทําทัณฑบ นครงั้ ที่ 2 (ระดับ ม.ตน )
9.4 หลังจากลงโทษพักการเรียนแลวหากนักเรียนกระทําผิดอีกไมวาเปนความผิดใดใหเชิญผูปกครอง

มารับทราบทกุ ครงั้ และอาจพจิ ารณาพักการเรยี นไดอีกหนึ่งคร้งั
9.5 เมื่อรวมที่ถูกตัดคะแนนเกิน 80 คะแนน หรือหลังพักการเรียนคร้ังท่ี 2ถานักเรียน มีความผิดอีก

ไมว า จะเปน ความผิดใด ใหเชญิ ผูปกครองมารว มแกป ญ หาและใหน ักเรียนเปล่ยี น บรรยากาศในการเรียน
9.6 เมือ่ คะแนนทถี่ กู ตดั เกนิ 100 คะแนน ไมวาความผิดคร้ังสุดทายจะเปนอยา งไร หรือ จะเปนกรณใี ดๆ หรอื

แมแตจะไมเคยถูกลงโทษใดๆ ก็ตามใหเชิญผูปกครองมารวมแกปญหาและเปล่ียน บรรยากาศ การเรียนและบันทึกในทะเบยี น
หรือหลักฐานของโรงเรียนวา “มคี วามประพฤตไิ มเรยี บรอ ย” หรอื ถูกตัดคะแนน ความประพฤตเิ กิน 100 คะแนน

9.7 สําหรับนักเรียนช้ันม.3 ผูที่ถูกตัดคะแนนต้ังแต 30 คะแนนขึ้นไปหรือถูกลงโทษทําทัณฑบน 2 คร้ัง
ข้นึ ไป โรงเรยี นอาจจะตัดสทิ ธใิ์ นการพิจารณาเขา ศกึ ษาตอ ในระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่4 ในปการศกึ ษาถัดไป

10. ผูอํานวยการมีสิทธิ์ยับย้ัง ลด เพ่ิม การตัดคะแนน การเพิ่มคะแนน การลงโทษทุกประเภททุกกรณีตามที่
เห็นสมควร

11. โรงเรยี นมอบหมายการลงโทษนกั เรยี นตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวาดว ยการลงโทษ นักเรยี นหรือ
นักศึกษา พ.ศ.2548 ตามความเหมาะสมดงั นี้

11.1 มอบหมายครูทุกคนวากลาวตักเตือนหรือตัดคะแนนดวยก็ไดท้ังนี้เปนไปตามระเบียบนี้ โดย
ประสานงานกบั ครทู ีป่ รกึ ษาและหวั หนาระดบั เชญิ ผูปกครองรวมกันแกป ญ หา

11.2 มอบหมายรองผูอํานวยการกลุมบริหารงานกิจการนักเรียน โดยทําทัณฑบนหรือพักการเรียนไม
เกินวันทาํ การ

11.3 การลงโทษพักการเรียนเกิน 3 วันทําการใหรองผูอํานวยการกลุมบริหารงานกิจการนักเรียนหรือ
คณะกรรมการพัฒนาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค เสนอโรงเรยี นเพ่อื ขอความเหน็ ชอบกอน

12. ถาการถูกส่ังพักการเรียนหมดสิทธิ์สอบในรายวิชาใดนักเรียนไมสามารถนําเหตุนี้ไป เปนเหตุผลในการย่ืน
คาํ รอ งขอมสี ทิ ธส์ิ อบในรายวชิ านน้ั

13. ในกรณีแตง งานเปน ทีป่ ระจกั ษต อ สาธารณชนตอ งพน สภาพการเปน นักเรยี นโรงเรียนสวางแดนดนิ โดยทันที

75

1.4 เกณฑการตัดคะแนน

กรณคี วามผิด ไมเ กนิ (คะแนน/ หมายเหตุ

ครง้ั ) ใหโอกาสแกไขไมเ กิน 1 วนั
รายงานตัวเปนประจํา
1. การแตงกาย 5 ใหโ อกาสแกไ ขไมเกิน 1 วัน
1.1 ทรงผมผิดระเบียบแกไขไดโ ดยเรว็ 20 ใหโ อกาสแกไขไมเ กิน 1 วนั
1.2 ทรงผมผิดระเบยี บแกไขไมไ ดเรว็ 5
1.3 ไวเ ครา หนวด จอน แกไ ขไดท นั ที 5 ยึดมาและเชญิ ผปู กครองมารับ
1.4 เสอ้ื กางเกง กระโปรง เข็มขดั ถงุ เทา ดว ยตนเอง
ใหแ กไ ขทนั ที
คอซอง (แหงละ) ผดิ ระเบียบ 5 ใหแกไ ขทันที
1.5 มี หรอื ใชเครอื่ งประดับมีคา หรอื ไม ใหแกไ ขทนั ที

เหมาะสมตอ การเปนนักเรยี น 5 ใหแ กไ ขทนั ที
1.6 มี หรอื ใชเครื่องสาํ อางเติมแตง 5 ยดึ มาและเชญิ ผูปกครองมารับ
1.7 ไวเลบ็ ยาว , เคลอื บเลบ็ ,ทาสเี ล็บ 5 ดวยตนเองภายใน 7 วัน
1.8 ตกแตง ทรงผม (เชน ยอ ม, ถกั , โกน,สบั ,เซต ยึดมาและเชิญผปู กครองมารับ
ดว ยตนเองภายใน 7 วัน
ซอยโกรกทําสีโบวทค่ี าดผม 5 แกไขตามกรณี
1.9 สวมหมวก 5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไขตามกรณี
1.10 สวมแวนตาท่ไี มใชแ วนสายตาหรอื กรอบสี
อบรมแกไขตามกรณี
ฉดู ฉาด 5
1.11 ใชนาฬิกาสฉี ูดฉาดหรอื กรอบสีหรอื มีราคาสูง อบรมแกไขตามกรณี
อบรมแกไ ขตามกรณี
เกินไป 5 เตือนหลายคร้ังไมแกไ ขเชญิ ผูปกครอง
1.12 สวมชดุ พลศกึ ษาในวนั ทไี่ มมกี ารเรยี นพลศกึ ษา 5
1.13 เจาะหู ใสตมุ หู ผดิ ระเบยี บหรือเจาะอวยั วะ เตือนหลายครง้ั ไมแ กไขเชญิ ผูปกครอง

อื่นตามแฟชนั่ 5
1.14 สัก, เขยี นลาย ติดสตกิ เกอรตามอวยั วะตางๆ

และเขยี นขอ ความบนเสือ้ ผา 5
1.15 นักเรยี นหญงิ ไมสวมเส้ือทบั 5
1.16 สวมเสอื้ ซับในสีฉูดฉาดหรือมลี วดลาย 5
1.17 นักเรียนหญิงใสกระโปรงสัน้ เลยกลางสะบาหัว

เขาขนึ้ ไป 5
1.18 นกั เรียนชายใสกางเกงเอวตาํ

76

กรณีความผดิ ไมเ กนิ (คะแนน/ครัง้ ) หมายเหตุ
2. การเรยี นและการรวมกจิ กรรม
5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไข
2.1 มาโรงเรียนสายบอ ยคร้ัง 5 เชญิ ผปู กครองรว มแกไข
2.2 เขา เรยี น/เขา แถว/เขาประชุมชากวา ที่ 5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไข
โรงเรยี นกาํ หนด
2.3 หนีโรงเรยี น/หนแี ถว/หนีประชุม/ไมเขา 5 เชญิ ผปู กครองรว มแกไข
รว มกิจกรรมท่โี รงเรียนจดั
2.4 หนีโรงเรียน หรือขาดเรียนโดยไมม ี 5 เชิญผูปกครองรว มแกไข
เหตุผลอันสมควร 5 เชญิ ผปู กครองรวมแกไข
2.5 ไมเ ขา รวมกิจกรรมโฮมรูม
2.6 เปด ไฟ เปดพัดลม เปดนํ้าท้งิ ไวโดยไมมี 30 ชดใชค า เสียหายและพจิ ารณาโทษช้นั สูง
เหตผุ ล อนั สมควร ยดึ และเชญิ ผปู กครองมา
2.7 ขีดเขียน หรือพนสตี างๆ หรือทาํ ให
ทรพั ยส ินของผอู นื่ ไดรับความเสียหาย 10 รบั ทราบและคนื ภายใน 7 วัน
2.8 การนําอุปกรณสื่อสารมาใชไมถ ูก
กาลเทศะ 10 แกไขตามกรณี
2.9 การนาํ เงนิ จํานวนมากมาโรงเรียนโดยไม
มีเหตุอนั ควร 5 แกไ ขตามกรณี
2.10 ประมาทเลินเลอไมระมดั ระวังอุปกรณ
ไมเ ปนระเบียบ 5 เชญิ ผูปกครองรวมแกไขเม่อื ทาํ ผิดครงั้ ท่ี 3
2.11 เลนกีฬาในท่ีหา มเลน 10 แกไ ขตามกรณี
2.12 ใชห รือเลนโทรศพั ทใ นเวลาเรียน
3. การรักษาความสะอาด 50 แกไ ขตามกรณี
3.1 ทง้ิ ขยะไมเ ปน ที่ครั้งละไมเ กิน 5 แกไ ขตามกรณี
3.2 ส่งั น้ํามูกหรือถมนํ้าลายไมเปนท่ี 5 แกไ ขตามกรณี
3.3 ไมทาํ เวรรกั ษาความสะอาดหองเรียน 5 แกไ ขตามกรณี
3.4 รบั ประทานอาหารหรือนําอาหารข้ึนไป
บนอาคารเรียน 5 แกไ ขตามกรณี
3.5 นาํ อาหารออกจากบรเิ วณโรงอาหาร
โดยไมไดร ับอนญุ าต

77

กรณีความผิด ไมเกิน(คะแนน/ครั้ง) หมายเหตุ
3.6 เดินรับประทานอาหาร 5 แกไ ขตามกรณี
3.7 รบั ประทานอาหารในเวลาเรียน 5 แกไ ขตามกรณี
3.8 นาํ อปุ กรณรบั ประทานอาหารออกจาก 5 เชญิ ผูปกครองรวมแกไข
บริเวณโรงอาหาร โดยไมไ ดร บั อนญุ าต
3.9 ทาํ ใหเกิดความสกปรกภายในโรงเรียน 10 เชญิ ผูปกครองรว มแกไ ข
4. ความปลอดภัย
4.1 การนาํ รถของนักเรยี นมาโรงเรยี น/แกะงดั 10 เชิญผปู กครองรว มแกไข
แงะอปุ กรณไ ฟฟา
4.2 การขามถนนหนาโรงเรียนโดยไมใ ช 5 แกไ ขตามกรณี
สะพานลอย
4.3 การนาํ พาบคุ คลภายนอก เขา มาใน 10 เชิญผูป กครองรว มแกไ ข
โรงเรยี นโดยไมไ ดรบั อนุญาต
4.4 การเขามาจอดรถรบั – สง 5 เชิญผูป กครองรวมแกไข
นกั เรยี นภายในโรงเรยี น
4.5 การหาซอื้ อาหารจากภายนอกโรงเรียน 10 เชญิ ผูปกครองรว มแกไข
5. เอกสารและความผิดอื่นๆ
5.1 ปลอมลายเซน็ ผปู กครอง 30 พิจารณาใหรับโทษชน้ั สงู
5.2 แกไ ขเอกสารของโรงเรยี นของผปู กครอง 30 พิจารณาใหร ับโทษชั้นสงู
5.3 นาํ บุคคลอ่ืนมาแอบอา งเปน ผป ู กครอง 30 พิจารณาใหร บั โทษช้นั สงู
5.4 แอบอา งช่ือบุคคลอ่นื มาเปน ช่ือตน 30 พิจารณาใหรับโทษชนั้ สงู
5.5 กลา วเท็จใหก ารเท็จ 30 พิจารณาใหรับโทษชัน้ สูง
5.6 นาํ เอกสารของโรงเรยี นไปใชใ นโรงเรยี น 10 พิจารณาใหรบั โทษชน้ั สงู
หรอื ไมเ ปน ไปตามท่ีโรงเรยี นมอบหมาย
5.7 ไมน าํ หนงั สือเชิญผปู กครองไปใหผ ป ู กครอง 30 พจิ ารณาใหร ับโทษชัน้ สงู
ตามท่ีไดร บั มอบหมาย
5.8 ประพฤตผิ ิดนอกโรงเรยี น โดยแตง เคร่อื ง 50 พิจารณาใหรบั โทษช้นั สูง
แบบ นกั เรยี นหรอื โดยแสดงตนเปน นกั เรยี น
โรงเรยี นสวา งแดนดินหรอื กระทําการใดๆ
อนั ทาํ ใหโ รงเรยี นเส่อื มเสีย

78

กรณคี วามผดิ ไมเ กิน(คะแนน/คร้งั ) หมายเหตุ
5.9.1 ประพฤติตนไมเ หมาะสมกบั สภาพความ 50 พิจารณาใหรับโทษช้นั สูง
เ ป น นั ก เ รี ย น ต า ม ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ว า ด ว ย ค ว า ม
ประพฤตินักเรียนนักศึกษาหรือกรณีทําใหเส่ือม 50 พิจารณาใหรับโทษช้นั สงู
เสียช่ือเสียงและเกียรติศักดขิ์ องสถานศึกษา หรือ 50 พจิ ารณาใหร ับโทษชั้นสูง
ไดร บั โทษวากลา วตกั เตอื นแลวแตย ังไมเข็ดหลาบ
5.9.2 เลนการพนนั หรือจัดใหมีการเลน พนนั ทผ่ี ิด 50 พจิ ารณาใหรบั โทษช้ันสูง
กฎหมาย 50 พิจารณาใหร บั โทษชน้ั สงู
5.9.3 พกพาอาวธุ วตั ถรุ ะเบดิ หรือวตั ถซุ งึ่ ไมเปน 50 พิจารณาใหรบั โทษชั้นสูง
อาวุธโดยสภาพ แตส ามารถใชป ระทษุ รายแก
รา งกายอยางอาวธุ ได 50 พจิ ารณาใหรับโทษชั้นสงู
5.9.4 ซอื้ จําหนา ย แลกเปลยี่ นครอบครองหรือ 50 พิจารณาใหร ับโทษชั้นสูง
เสพสุราส่ิงมนึ เมา บุหรหี่ รอื ยาเสพติดทุกชนดิ 50 พิจารณาใหรบั โทษช้นั สงู
5.9.5 ลักทรัพย กรรโชกทรพั ย ขม ขหู รือบังคับขืน
ใจหรอื รดี ไถผอู ่ืน บคุ คลอืน่ 50 พิจารณาใหร ับโทษชน้ั สงู
5.9.6 กอ เหตุทะเลาะวิวาททํารา ยรา งกายผอู ื่น 50 พิจารณาใหรบั โทษชนั้ สูง
หรือเตรียมการ หรือกระทําการใดๆ อันนาจะกอ
ความไมสงบ 50 พิจารณาใหร ับโทษช้ันสูง
5.9.7 มีพฤตกิ รรมในทางชสู าวทั้งในหรอื นอก
โรงเรยี น 50 พิจารณาใหร ับโทษชั้นสูง
5.9.8 เกย่ี วขอ งกับการคา ประเวณี
5.9.9 ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืนเพ่ือเที่ยว
เตรห รอื รวมกลมุ อนั เปนการสรา งความเสียหาย
ใหแ กต นเองและผูอนื่
5.9.10 แสดงกริยาไมสภุ าพ หรอื ไมเ หมาะสม
5.9.11 ปลอมแปลงเอกสาร ลายเซน็ เพื่อ
ประโยชนแกตนเอง และผูอืน่ ผลประโยชนแ ก
ตนเองและผอู ืน่
5.9.12 แอบอา งชือ่ ครู นกั เรียน หรือบคุ ลากร
ในโรงเรียนเพื่อประโยชนหรอื ประพฤตใิ น
ทางมิชอบ
5.9.13 ขดั ขวางการปฏบิ ัติงานของเจาหนาท่ีหรือ
ครทู ป่ี ฏบิ ตั ิหนาท่ีโดยชอบ

79

กรณีความผิด ไมเ กิน(คะแนน/ครั้ง) หมายเหตุ
5.9.14 กระทาํ การอนั เปนเหตใุ หเกิดความ
เสยี หายตอ ทรัพยสินของโรงเรียนหรือบุคคลอื่น 50 พิจารณาใหรับโทษชัน้ สูง

5.9.15 แสดงพฤติกรรมกาวราวตอครูทั้ง 50 พิจารณาใหรับโทษชั้นสูง
กิรยิ า วาจา หรือขีดเขยี น

5.9.16 ลกั ขโมยทรัพยสินของโรงเรยี น 50 พจิ ารณาใหรบั โทษชัน้ สงู
5.9.17 มั่วสุมในสถานที่สาธารณะสถาน 50 พิจารณาใหรบั โทษชน้ั สูง
บันเทงิ หรอื สถานทเี่ ลน การพนัน ตูเกมส สนกุ

เกอร

5.9.18 ปาวัตถรุ ะเบดิ จดุ ประทดั หรอื วตั ถุ 50 พจิ ารณาใหรบั โทษชน้ั สงู

อนั กอใหเ กิดความ รําคาญ หรือเปน อนั ตรายตอ

ทรัพยสนิ และบุคคลอ่ืน

5.9.19 ถกู โทษฐานประพฤติผดิ ตามกฎหมาย 50 พจิ ารณาใหร ับโทษชั้นสงู

ทางราชการ

5.9.20 ประพฤติผดิ หรอื กระทําการใดๆ ท่ี ทาํ 50 พิจารณาใหร บั โทษชนั้ สูง
ใหเ สอื่ มเสยี ช่อื เสยี งเกยี รติยศแกโรงเรยี นและ

บคุ คลอน่ื

5.9.21 ทุจริตสอบ 50 พิจารณาใหร ับโทษชน้ั สงู
6. การใชโทรศพั ทหรืออุปกรณ IT

6.1 ในขณะเรยี น เลนเกม หรือคยุ กับเพื่อน 10 เชญิ ผปู กครองรวมแกไขเมื่อกระทาํ ผิดครง้ั ที่ 2

ขณะครสู อน

6.2 ใชฟ ง เพลงในเวลาเรยี น/ ดูแฟม ภาพถา ย 10 เชิญผูป กครองรว มแกไข

6.3 ใชภาพถา ยลามกอนาจารแล้วเผยแพรใน 20 เชญิ ผูปกครองรว มแกไข

กลุมเพอื่ นๆ หรอื นดั หมายบคุ คลภายนอก

7. การลงเวลาไปกลบั
7.1 ไมมาลงเวลาสแกนลายนิว้ มอื เขาโรงเรียน 5 เชญิ ผปู กครองรว มแกไขเมื่อกระทาํ ผดิ คร้งั ท่ี 3

ตามกาํ หนด

7.2 ไมสแกนลายนิว้ มือเมอ่ื เลิกเรยี น 5 เชิญผปู กครองรว มแกไขเมื่อกระทําผดิ คร้งั ท่ี 3
7.3 แจงหมายเลขโทรศัพทของผปู กครองใน 20 เชญิ ผูปกครองรวมแกไข
การสง SMS ไมถ ูกตอง

80

15. ความผิดอ่ืนใดที่มิไดระบุไวในขอ 1.3 หรือจําเปนตองตีความใหคณะกรรมการกลุมบริหารกิจการ นักเรียน
ตามขอ 8 พิจารณาคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน ตคี วาม

16. กรณีถกู ตัดคะแนนเกนิ 80 คะแนน ขน้ึ ไปใหงดออกใบรับรองความประพฤติ (ยกเวน กรณีมีคะแนนจิตอาสา)
17. กรณมี ีพฤติกรรมเก่ยี วของกับสารเสพติดไมสามารถนาํ คะแนนจติ อาสามาหกั ลางคะแนนความผดิ ได
โทษช้ันสงู คือ
1. ทําทัณฑบน
2. พักการเรยี น ท้ังระดับช้นั ม.ตน
3. ยา ยสถานศกึ ษา ในระดบั ชั้น ม.ตน

ระเบยี บโรงเรียนสวางแดนนดนิ
วาดวยการควบคมุ ความประพฤตนิ ักเรยี นปก ารศกึ ษา 2563
เม่ือนักเรียนถูกตัดคะแนนความประพฤติ 80 คะแนนข้ึนไป ใหกลุมงานบริหารงานกิจการนักเรียนควบคุม
ความประพฤตนิ กั เรียนโดยใหป ฏบิ ตั ิดงั น้ี
1. ใหนักเรยี นทีถ่ ูกตดั คะแนนความประพฤติมาลงลายมือชื่อทีห่ องกลมุ งานกจิ การ นักเรียน
ภาคเชา กอน 08.00 น.
ภาคเท่ียง 12.00 น.– 13.00 น.
ภาคบาย 15.30 น.– 16.00 น.
2. ใหครทู ปี่ รึกษาลงลายมอื รับทราบทุกวนั หลงั เลิกเรยี น
3. ใหค รูประจาํ วิชาลงลายมอื ช่อื ทกุ ครั้งหลงั หมดคาบเรยี นนัน้ ๆ
4. ใหน ําแบบบนั ทกึ ใหหวั หนาระดบั ลงลายมือรับทราบทุกสัปดาห
5. ใหนาํ แบบบนั ทึกใหผ ปู กครองลงลายมือรับทราบทุกสปั ดาห
6. ระยะเวลาควบคุมความประพฤตใิ หอยใู นดลุ ยพินิจของหวั หนา ระดบั ชั้นหรอื เปนไปตามระเบียบ
โรงเรียนสวา งแดนดนิ ขอ 18
7. เมื่อควบคุมพฤติกรรมแลวพฤติกรรมไมเปล่ียนแปลงตามเปาประสงคนักเรียนจะตองเขาคายเพื่อปรับ
พฤติกรรมหรือบําเพ็ญสาธารณะประโยชนโดยผุปกครองตองสนับสนุนคาใชจายตลอดเขาคายระยะนั้น ๆ โดยนักเรียน
จะลกี เลี่ยงไมไ ดโ ดยเดด็ ขาด
8. เมื่อใชร ะเบยี บควบคมุ ประพฤตแิ ลว พฤติกรรมยงั ไมมกี ารเปลีย่ นแปลงในทางที่ดขี น้ึ ใหเปลย่ี นบรรยากาศการเรยี น

81

ระเบยี บโรงเรียนสวา งแดนดนิ
วาดว ย การยกยอ ง ใหกาํ ลังใจแกนักเรียนผูประพฤติดี พ.ศ.2557
โรงเรียนสวางแดนดินเห็นเปนการสมควรใหกําหนดระเบียบวาดวยการยกยองใหกําลังใจ นักเรียนผูประพฤติดี
เพ่ือใหนักเรยี นมีความตั้งใจทจ่ี ะประพฤติดี สงเสรมิ ใหนักเรยี นเปนผูมีคุณธรรม จรยิ ธรรมทีด่ ีงามและสงเสริมใหน ักเรียน
ปฏบิ ัตติ นใหถูกตอ งตามระเบียบวินยั จึงเหน็ สมควรใหก าํ หนด ระเบียบไวด งั ตอ ไปนี้
ขอ 1 ระเบยี บนเ้ี รียนกวา “ระเบยี บโรงเรยี นสวางแดนดนิ ”วา ดว ยการยกยอ งใหกาํ ลังใจแกน ักเรียนผูประพฤติดี
พ.ศ. 2557
ขอ 2 ใหใชระเบียบนี้ตั้งแตวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เปนตนไป ขอ 3 “นักเรียน” หมายถึง นักเรียน
โรงเรยี นสวา งแดนดิน
ขอ 4 “นักเรยี นผูประพฤติดี” หมายถึง
4.1 ผทู ่ีเก็บเงนิ หรือของมีคา ได
4.2 ผทู ่มี ีความประพฤตดิ ีถูกตองตามระเบียบวนิ ัยของโรงเรียน
4.3 ผทู เ่ี สยี สละชวยเหลืองานสว นรวม เชน กิจกรรมภายในโรงเรยี นหรือสงั คมภายนอก
4.4 บคุ คลท่คี ณะกรรมการงานสงเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม พจิ ารณาเห็นวา เปนผู ประพฤตดิ มี นี า้ํ ใจ
ขอ 5 “คร”ู หมายถงึ ครโู รงเรยี นสวา งแดนดนิ และบุคลากรท่ที าํ หนา ที่สอนในโรงเรยี นสวา งแดนดนิ
ขอ 6 “คณะกรรมการงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม” ประกอบดวยหัวหนางานสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม
เปนประธานและครูทไ่ี ดรบั แตงต้ังจากโรงเรยี น
ขอ 7 หลกั เกณฑการกาํ หนดนกั เรยี นผูป ระพฤตดิ ี
7.1 ใหครูที่ปรึกษาและคณะกรรมการงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรมเสนอชื่อผูประพฤติดีซ่ึงปฏิบัติ
ตอโรงเรียนและสังคมภายนอก เพื่อใหคณะกรรมการสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม และครูท่ีเปนหัวหนา งานสงเสริม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมเหน็ สมควรเชิญมารวมพจิ ารณา
7.2 การยกยอ งผูทีป่ ระพฤติดี
7.2.1 ผูท่ีมีความประพฤติถูกตองตามระเบียบวินัยของโรงเรียนผูท่ีชวยเหลืองานสวนรวมและผูที่
คณะกรรมการสง เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม พจิ ารณาเห็นวา ผูทีป่ ระพฤติดีมนี า ใจให ประกาศชมเชยที่ หนาเสาธง
7.2.2 นักเรียนท่ีเก็บเงินไดหรือของมีคาและนํามามอบใหเจาของ จะไดรับการประกาศชมเชยที่
หนา เสาธง และนกั เรยี นทเ่ี ก็บของมคี าไดมมี ลู คา เกนิ 500 บาท จะทาํ หนงั สอื ชมเชยถงึ ผูปกครองและครูที่ปรึกษา
ขอ 8 การแจง ชอื่ นักเรียนผปู ระพฤติดีหรือนักเรียนท่นี าํ เงินหรือของที่เก็บไดใหแจงที่
8.1 แจงทีส่ าํ นกั งานกลุมงานกิจการนักเรยี น
8.2 ครูท่ปี รกึ ษาของนักเรยี น
8.3 ผทู ีค่ ณะกรรมการงานสง เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรมมอบหมาย
8.4 คณะกรรมการงานสงเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
ขอ 9 เกณฑการใหค ะแนนความประพฤตนิ ักเรยี น ในโอกาสตางๆอยา งรบั ผิดชอบและเต็ม ความสามารถ

82

*ไดค ะแนนความประพฤติ 5 คะแนน
1. อาสาชว ยเหลือครแู ละบคุ ลากรในโรงเรียน ในโอกาสตางๆอยางรบั ผดิ ชอบและเตม็ ความสามารถ
2. เก็บเงิน หรือสงิ่ ของท่มี ีมูลคาไมเกิน 100 บาท
3. เขารวมกิจกรรมวันสําคญั ของชาติ
4. เขา รว มกจิ กรรมของโรงเรยี นในแตละครั้งทจ่ี ัด

*ไดค ะแนนความประพฤติ 10 คะแนน
1. เกบ็ เงินหรือสง่ิ ของที่มมี ลู คาไมเ กิน 500 บาท
2. เขารว มกจิ กรรมพัฒนาหรือบําเพ็ญประโยชน
3. มีหนงั สอื ชมเชยจากบุคคลภายในโรงเรยี นและนอกโรงเรียน

*ไดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน
1. เกบ็ เงินหรอื สิ่งของที่มมี ลู คาไมเกิน 1,000 บาท
2. ไดร ับเกยี รติบัตรจากกลมุ โรงเรยี น หรือจงั หวัด หรอื หนวยงานอื่น
3. มหี นังสอื ชมเชยจากหนว ยงานภายนอกโรงเรียน

*ไดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน
1. เกบ็ เงินหรอื สิ่งของท่ีมมี ลู คาไมเกนิ 1,000 บาท
2. ไดร บั เกียรตบิ ตั รจากกลุมโรงเรยี น หรอื จงั หวัด หรอื หนวยงานอนื่
3. มหี นังสือชมเชยจากหนว ยงานภายนอกโรงเรียน

*ไดคะแนนความประพฤติ 30 คะแนน
1. เก็บเงนิ หรือสิง่ ของที่มีมลู คาเกิน 1,000 บาท
2. ไดร บั เกียรตบิ ัตรจากเขตตรวจราชการ, ระดบั ภาค

*ไดค ะแนนความประพฤติ 50 คะแนน
1. ไดร ับเกยี รติบตั รจากกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และกระทรวงอน่ื ๆ
2. สรางช่ือสียงใหโ รงเรียน ในระดับกระทรวงหรอื ประเทศ

83

ขอ 10 การยกยองนกั เรียนผูประพฤตดิ ี
10.1 นักเรียนทุกคนเม่ือเขาเรียน จะมคี ะแนนความประพฤติ คนละ 100คะแนน
10.2 นักเรยี นทม่ี คี วามประพฤตถิ ูกตองตามระเบียบวินยั ของโรงเรยี น ชว ยเหลอื งานสว นรวม มนี ้ําใจช

วยเหลือผูอ ื่น เก็บของมคี าและเงินนาํ มามอบและคืนเจาของ จะไดรับคะแนนเพิ่มตาม ระเบียบ (ตามขอ 9)
10.3 เกณฑการยกยองนกั เรียนประพฤติดี
10.3.1 นักเรียนสะสมคะแนนความประพฤติ 150 ถึง 199 คะแนน จะไดรับใบประกาศ

เกยี รติบัตร เมอ่ื ส้ินปก ารศกึ ษา
10.3.2 นักเรียนสะสมคะแนนความประพฤติถึง 200 คะแนนจะไดรับโลประกาศเกียรติคุณ

เม่ือสนิ้ ปก ารศกึ ษา
10.3.3 นักเรียนท่ีไดรับโลหรือเกียรติบัตรจะตองไมเคยถูกตัดคะแนนความ ประพฤติเลยในป

การศกึ ษาน้นั
10.4 นักเรียนทีเรียนอยในโรงเรยี นสวางแดนดนิ ตลอดระยะเวลา 1 ชวงชน้ั จะตองไมเคยถูกตัดคะแนนความ

ประพฤติเลย จะไดร บั ใบประกาศเกียรติคุณบตั ร เปนนักเรยี นทมี่ คี ณุ ลกั ษณะอัน พงึ ประสงคดีเดนเปน “คนดสี วางแดนดนิ ”
ขอ 11 กรณอี ่ืนๆ นอกจากท่กี าํ หนดไวใ นระเบียบน้ี หรอื มปี ญหาเก่ยี วกับการปฏิบัตติ าม ระเบยี บนใ้ี หอ ยูในดุลย

พนิ จิ ของผูอ ํานวยการโรงเรยี นสวา งแดนดินเปน ผูว นิ ิจฉัยช้ีขาด
ขอ 12 ใหรองผูอํานวยการโรงเรียนสวางแดนดิน กลุมบริหารงานกิจการนักเรียนรักษาการใหเปนไปตาม

ระเบยี บนี้

หลกั ปฏิบัตติ างๆ ของโรงเรยี นสวางแดนดนิ
1. การมาโรงเรียนของนกั เรียน

1.1 การมา – กลับ โรงเรยี น
1.1.1 นักเรียนทุกคนตองมาถึงโรงเรียนทุกวันทําการไมเกินเวลา 08.00 น.และทําการสแกนน้ิวมือท่ี

เคร่ืองทกุ คร้งั ระบบจะสง SMS แจงไปยงั ผูปกครองใหร ับทราบทนั ที
1.1.2 นกั เรยี นที่มาหลงั เวลา 08.00 น. ใหถ ือวามาสาย
1.1.3 นกั เรียนท่มี ารถประจาํ ทาง หรอื ผูปกครองมาสงใหล งตรงบริเวณทกี่ ําหนดใหจอดรถแลวเดนิ เรียง

แถวใหเปนระเบียบ ชิดขวา เขามาในโรงเรียนจนกระท่ังถึงหองเรียนหามผูปกครองนํารถเขามาสงนักเรียนในบริเวณ
โรงเรียนยกเวนกรณฝี นตก

1.1.4 การรอข้ึนรถประจาํ ทางเพื่อกลบั บา น นักเรยี นตองเขาแถวรอบบนทางเทา
1.1.5 การขา มถนนหนา โรงเรียนประตดู านทิศเหนอื ใหน ักเรยี นใชส ะพานลอย หรือขา มถนนทท่ี างมา
ลายดวยความระมัดระวงั
1.1.6 การใชยานพาหนะมาโรงเรียน โดยเฉพาะรถจักรยานยนตตองปฏิบัติใหถูกตองตาม กฎหมาย
และหลักปฏบิ ตั ติ างๆ ของโรงเรียนและหามนาํ รถยนตมาโรงเรียนโดยเด็ดขาด

84

1.2 การมาสาย
1.2.1.1 นกั เรยี นท่ีมาไมทนั เคารพธงชาติถอื วา มาสาย ตองปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1.2.1.2 นักเรียนที่มาสายหลัง 08.00 น. ใหพบครูเวรประจําวันบริเวณประตูทางเขาและเขา แถวรอ

จนกวาจะเสรจ็ พิธีการหนาเสาธง
1.2.1.2 นักเรียนท่ีมาสายเกิน 3 ครั้ง กลุมบริหารกิจการนักเรียนจะดําเนินการลงโทษ ตามแต จะ

พจิ ารณาเพ่ือปรับปรงุ พฤติกรรมการมาสายใหดขี ึน้ หรืออาจเชิญผูปกครองมาพบ
1.3 การลา
1.3.1 ทุกครั้งท่ีนักเรียนไมมาโรงเรียนจะตองเขียนใบลาสงทุกครั้ง โดยผูปกครองท่ีนํานักเรียนมามอบ

ตวั ลงนามรบั รองทกุ ครัง้ ท่ีลา
1.3.2 การลากิจใหสง ใบลาลวงหนา อยางนอย 1 วนั
1.3.3 การลาปวยเกนิ 3 วนั ใหนําใบรบั รองแพทยมาแสดงตอครูท่ปี รกึ ษา

1.4 การออกนอกบริเวณโรงเรยี นนักเรียนที่มีความจำ เปน ตองออกนอกบรเิ วณโรงเรียน จะตอ งปฏบิ ตั ิ จะตอง
ปฏบิ ตั ติ ามเงอ่ื นไขดังตอไปนี้

1.4.1 ขอแบบฟอรมการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนที่หองกิจการนักเรียนหรือบริเวณปอม
ยามดา นทิศเหนือและทิศใต

1.4.2 กรอกแบบฟอรมใหเรยี บรอยท้ังสองสวน
1.4.3 ใหครเู วรประจาํ วนั หรือใหครปู ระจําสํานักงานฝา ยกจิ การนักเรียนเปนผูเ ซน็ อนญุ าต
1.4.5 การออกนอกบริเวณโรงเรยี นโรงเรยี นในกรณีเจ็บปวยตอ งไดรับคํายนิ ยอมอนุญาตจากครูฝา ยพยาบาล
1.4.6 โรงเรยี นไมอนุญาตใหนักเรียนออกไปซื้อของหรือเอาอุปกรณที่ลืมไวท ี่บา น
1.5 การขาดเรียน
1.5.1 ถานกั เรียนขาดเรียนติดตอ กันเกนิ 3 วันผปู กครองตองแจง ใหทางโรงเรยี นทราบโดยดวน
1.5.2 เมื่อเปดภาคเรียนแลว ถานักเรียนไมมาเรียน โดยไมแจงสาเหตุใหโรงเรียนทราบ โรงเรียน จะทํา
หนังสือแจงผูปกครองทางไปรษณียลงทะเบียน ใหมาติดตอกับทางโรงเรียนภายในระยะเวลาท่ีกําหนด เมื่อครบกําหนด
แลว ยังไมมาติดตอกับทางโรงเรียน จะจําหนายเพราะเหตุขาดเรียนนาน และถาหนังสือแจงไม ถึงผูปกครองโดยทาง
ไปรษณียค นื หนังสือมาใหโรงเรียน ถือวาเปนหลักฐานในการจําหนายออกเพราะขาดเรียน นานไมไ ด เม่อื มีการเปลี่ยนที่
อยใู หม ตองแจง ใหท างโรงเรยี นทราบทุกครง้ั
2. ระเบียบการใชอาคารสถานท่ีท่ีนกั เรียนตอ งปฏิบตั ิมดี ังน้ี
2.1 ไมเลนบนอาคารเรยี น
2.2 ไมเลน สวิตซไ ฟฟาในหองเรยี น และแผงสวิตซค วบคมุ ไฟฟา ประจําอาคาร
2.3 ไมเลนฟุตบอลในอาคารเรยี นและบรเิ วณใกลเ คียง
2.4 หามเลนถังนํา้ ยาดบั เพลิง
2.5 หามน่ัง ยืนบนโตะ ทุกชนิด
2.6 นกั เรยี นตอ งชวยรักษาความสะอาด และทาํ ความสะอาดในเขตพนื้ ทค่ี วามรับผิดชอบของตนเอง

85

2.7 ตองขออนญุ าตกอนทาํ การเคล่อื นยายอุปกรณแระจาํ อาคารทกุ ครัง้ และตองเคล่อื นยา ยดวยความ ระมัดระวัง
2.8 หา มปน หนา ตางเลน และหา มลงไปที่กันสาด
2.9 หามปดประกาศตามฝาผนงั อาคารดวยวสั ดุชนดิ ทที่ ําใหส ีผนังลอก (ใหตดิ เฉพาะท่ีกาํ หนดไวเทานั้น)
2.10 หามเขยี น ขุดขีด หรอื พน สี ทาํ ใหอาคารสถานทหี่ รือโตะเกาอีส้ กปรก
2.11 หา มนําอาหารและเครื่องดม่ื ข้นึ บนอาคารเรียน
2.12 หามทาํ ลายสมบัติของโรงเรียน กรณีที่นักเรียนทาํ ความเสียหายเก่ียวกับวัสดุอุปกรณในดาน อาคาร
สถานท่ีจะตอง ชดใชตามราคาสง่ิ ของที่เปนจริง
2.13 นักเรียนมีหนา ท่ีศึกษาและปฏิบตั ติ ามระเบียบการใชห อ งพิเศษตางๆ
3. การปฏิบตั ติ นขณะอยใู นบริเวณโรงเรียนของนักเรียน
3.1 เมือ่ มาถงึ โรงเรยี น นักเรียนตองอยูในความดแู ลรบั ผิดชอบตามคําสังและกฎระเบียบขอบังคบั ของโรงเรยี น
หามออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นในขณะทาํ การสอนเวนแตไดรับอนญุ าต
3.2 ตองเช่ือฟงและอยูในโอวาท คําแนะนาํ ของ ครทู กุ ทา น
3.3 ตอ งประพฤตใิ หเหมาะสมกบั สภาพนักเรยี นท่ีดี เชน ไมสบู บหุ รี่ หรอื ยาเสพตดิ ทุกชนิด ไมด ่ืมเหลา
เลนการพนนั ไมพดู จาหยาบคาย ไมหนีเรียน
3.4 มีความสภุ าพออนโยนตอบคุ คลทั่วไป
3.5 เปนผมู วี ินัยในตนเอง
3.6 เม่ือเขาพบครู ใหน กั เรียนยืนดวยความเคารพและสุภาพในลักษณะสํารวม ถา เขาพบพรอ มกนั หลายคน
ตองเขาแถวตามลําดับกอนหลัง ไมค วรยืนรมุ ลอมครู
3.7 รวมมือกนั รกั ษาความสามคั คีในหมูคณะ
3.8 ตอ งชวยกนั ดแู ลรักษาทรัพยส มบัตขิ องหองเรยี นและของโรงเรียน
3.9 ตองชวยกันประหยัดการใชนํ้า และกระแสไฟฟาของทางโรงเรียน อันเปนการประหยัดพลังงาน ของชาติ
นักเรียนคนใดท่ีออกจากหองเรียน หองปฏิบัติการ เปนคนสุดทาย ใหปดไฟฟา หรือพัดลม ทุกคร้ัง หากพบวาหองใดมี
การเปดไฟทิ้งไวจะตองถกู ลงโทษ
3.10 ไมส ง เสียงรบกวนหอ งเรียนขา งเคียง
3.11 เม่ือตองเดินสวนทางกับครู ใหนักเรียนทําความเคารพทุกครั้งโดยการยกมือไหว ถาในมือถือส่ิงของ อยูให
นกั เรียนยนื ตรงใหค รผู านไปกอ น
3.12 ไมกระทําการใดๆ อนั จะนําความเสื่อมเสียชอ่ื เสยี งของทางโรงเรียนและคณะ
3.13 รกั ษาคาํ พดู รับปากวาจะทําอยา งไร กต็ องทําอยางนั้นเสมอ
3.14 เม่ือเลิกเรียนใหนักเรียนรีบกลับบาน เวนแตมีกิจกรรมที่ครูควบคุมการฝกซอม ดนตรี กีฬาหรือ การจัด
กิจกรรมอืน่ ๆ โดยมแี บบฟอรมขออนุญาตผปู กครองผูป กครองนักเรยี นและนักเรียนไมค วรอยูในโรงเรียน เกินเวลา17.30 น.

86

4. การปฏิบตั ติ นขณะทม่ี ีชว่ั โมงเรยี น
4.1 ต้งั ใจเรยี นไมนําวิชาอนื่ ขึ้นมาอา น หรือทาํ ในขณะเรยี นวชิ าใดวชิ าหน่ึง
4.2 ไมลุก ยายท่ีนั่ง พูดคุย หรือทําเสียงดังใหเสียบรรยากาศของหองเรียน และสมาธิของครูและ นักเรียนคน

อนื่ ยกเวน บางวิชาทไี่ ดรบั อนุญาตใหท าํ งานกลมุ
4.3 หา มใชโ ทรศัพท ฟง วทิ ยุ ฟง เพลง ในขณะเรยี นโดยเด็ดขาด
4.4 หากมีปญ หาหรือขอสงสัยใหยกมือขออนญุ าตเม่ือไดรับอนญุ าตแลวจงึ ยืนขึ้นถามหรือแสดงความเหน็ ได

5. การออกนอกหอ งเรียน
5.1 ในขณะมีชัว่ โมงเรยี นตองอยใู นหอ งเรยี นหรอื หอ งปฏบิ ัติการในวชิ านั้นๆ จะอยใู นสถานทอี่ ืน่ เชน หอ งสมดุ

โรงอาหาร หรอื ท่อี น่ื ๆ ไมไ ด เวน แตไดรับอนุญาตจากครทู ท่ี ําการสอนในชวั่ โมงนน้ั ๆ
5.2 ถามคี วามจาํ เปนตอ งออกนอกหองใหขออนญุ าตครูท่กี าํ ลงั สอนทุกครง้ั หากไมมีครูใหแจง หัวหนาหองเรียน
5.3 กอ นเขา หองเรียนในเวลาเชา และระหวางพักกลางวัน ควรทาํ ธุระกิจสว นตัวใหเ รียบรอย ไมค วร ขออนุญาต

ออกนอกหองเรียนในชว่ั โมงแรกของภาคเชาและภาคบา ย
6. การเลน

6.1 หา มเลนกีฬาบนถนน ในหองเรียน หองประชมุ ใตถนุ อาคารเรียน หรือสวนหยอม และทุกบริเวณรอบอาคารเรยี น
6.2 ขณะเลน กีฬาในสนามภายในโรงเรียนควรเลนดว ยความระมัดระวัง อยาใหอุปกรณการเลนไปถูก ผูอื่นหรือ
ทําใหทรัพยสินของทางโรงเรียนเสียหาย เมื่อเลนเสร็จใหนําอุปกรณที่นักเรียนเลนไปเก็บในที่ที่ทาง โรงเรียน
กําหนดทุกคร้ัง
6.3 สถานท่ีเลน คือ โซนกีฬา ซ่ึงเปนสถานที่เลนของโรงเรียน ไดแก สนามฟุตบอล สนามเทนนิส สนาม
วอลเลยบอล สนามตะกรอ สนามบาสเกตบอล และลานอเนกประสงคห นาอาคาร 4
7. การรบั ประทานอาหาร
7.1 ใหรับประทานอาหารที่โรงอาหาร และสถานที่ทางโรงเรียนจัดให หรืออนุญาตเปนการช่ัวคราวหาม
รบั ประทานอาหารในหองเรยี นเดด็ ขาด
7.2 ไมเ ดนิ รบั ประทานอาหาร เคร่ืองด่ืม หรือของขบเค้ยี วทุกชนิด
7.3 การซอื้ อาหารตองเขา แถวตามลาํ ดับกอนหลงั
7.4 ภายหลังรับประทานอาหารแลว ใหน ําภาชนะใสอ าหารไปสง คนื ยังท่ีๆ จดั ไว ถุงพลาสติก ไมเ สียบ อาหาร
เศษอาหารใหทิ้งลงในถงั ขยะที่จดั ไว
7.5 ไมอ อกนอกบรเิ วณโรงเรยี นไปรบั ประทานอาหารขางนอก หรอื ซอื้ ของริมร้ัวโดยเด็ดขาด
8. การรักษาสภาวะแวดลอมและความสะอาด
8.1 ไมบวนหรือถมน้ําลาย (ตองบวนใสกระดาษ แลวนําไปทงิ้ ในถงั ขยะ หรือในทที่ เ่ี หมาะสม)
8.2 ไมขวางปาทิ้งเศษกระดาษ หรือสิ่งของเหลือใชออกนอกหองเรียน หรือทิ้งลงบนพ้ืนหองเรียนหอง
ปฏิบัติการ สนาม หรือบรเิ วณโรงเรียน คุคลอง ตอ งทง้ิ ลงในถังขยะทุกครง้ั
8.3 ไมข ดี เขยี นขอความ รปู บนฝาผนัง ประตู หนาตา ง โตะ เรยี น หอ งนํา้ ทิ้งในทลี่ บั และทแ่ี จง
8.4 ไมดึง เดด็ ตน ไม กิ่งไม ดอกไม ในบรเิ วณโรงเรียนและในท่สี าธารณะทัว่ ไป

87

8.5 รักษาความสะอาดหองเรียน อาคารเรียน บริเวณท่ัวไปของโรงเรียน และรักษาทรัพยสินตางๆ ของ
หอ งเรยี น และโรงเรียนใหอ ยูในสภาพดี และเรยี บรอยอยเู สมอ

8.6 ไมเ คลื่อนยา ยโตะ เกา อ้ี ครภุ ัณฑออกนอกหองเรยี น โดยไมไดร ับอนญุ าต
8.7 ไมท ําลายส่ิงของตา งๆใหชาํ รุดเสยี หาย
8.8 ตอ งรบั ผิดชอบชดใชค า เสยี หาย ในกรณีทําทรพั ยส ินของโรงเรยี นเสยี หายโดยประมาท
8.9 ชว ยกันรกั ษาธรรมชาติ ตนไม และสภาวะแวดลอมใหสวยงามอยูตลอดเวลา หามเดินลดั สนามโดยเด็ดขาด
9. การใชโ ทรศพั ทข องโรงเรียน
9.1 โรงเรียนไมประสงคใหนักเรยี นใชโ ทรศัพทของโรงเรียน และไมประสงคใหผูปกครองติดตอกับนกั เรียนทาง
โทรศัพทในเวลาเรียน
9.2 โรงเรียนไมอ นญุ าตใหนักเรียนนําโทรศัพทมือถอื มาใชใ นเวลาเรยี นโดยเด็ดขาดหากฝาฝนทางฝาย กิจการ
นกั เรยี นจะทําการยึดโทรศัพทและแจง ใหผูปกครองเพ่ือมารับกลับคืน
หมายเหตุ โรงเรียนสวา งแดนดนิ ประกาศเร่อื งการใชโทรศัพทม ือถือของนักเรียน
10. การติดตอระหวางบา นกบั โรงเรียน
10.1 โรงเรียนจะเชิญผูปกครองมาโรงเรียน เมื่อนักเรียนมีปญหาเก่ียวกับความประพฤติหรือพฤติกรรมตางๆของ
นกั เรยี นเพ่ือจะไดชวยปรบั ปรงุ และพัฒนานักเรียน
10.2 ผูปกครองมีกิจธุระ จะขอพบหรือเย่ียมนักเรียนในเวลาเรียนใหแจง ความจํานงที ประชาสัมพันธโรงเรยี น
จะติดตอ ใหนักเรียนมาพบตามตองการ
10.3 ผปู กครองท่ีมีปญหาเก่ียวกับนักเรียนในปกครองของทานโปรดไปพบเพื่อปรึกษากับกลุม บริหาร
กจิ การนักเรยี นไดใ นเวลาราชการ ณ อาคารสํานกั งานกิจการนักเรียน ขางอาคาร 3 ดานทิศตะวันออก
10.4 ผูท่ีไมไดเปนผูปกครองนักเรียน ไมมีสิทธิ์ขออนุญาตรับนักเรียนออกนอกโรงเรียนในเวลาเรียน ยกเวน
ไดรบั มอบหมายจากผปู กครองเปนลายลกั ษณอักษร และโรงเรยี นพิจารณาตามความเหมะสมเสียกอน
10.5 นักเรียนไมควรนัดเพื่อนไปพบท่ีโรงเรียนในเวลาเรียน เพราะจะทําใหเสียการเรียน โรงเรียนจะไมติดตอ
นกั เรยี นใหม าพบ จะพิจารณาอนุญาตเฉพาะรายทม่ี คี วามจาํ เปน จรงิ ๆ เทา นั้น
10.6 ผูปกครองนักเรียนที่นาํ ของฝากใหน ักเรียนในเวลาเรียนโปรดตดิ ตอและฝากของไดท่สี ํานักงาน กลุมบริ
หารกจิ การนักเรียนของโรงเรียน และควรเขียนชอ่ื ชนั้ นกั เรียนใหช ัดเจนทกุ ครงั้
11. การมาโรงเรียนในวันหยดุ
ในวันหยุดราชการ ถานักเรียนมีความจําเปนตอ งเขามาในโรงเรียน เน่ืองจากกิจกรรมใดๆ ก็ตามนักเรียน จะตอง
ไดรบั อนญุ าตจากผูปกครองนักเรียนเสียกอน โดยขออนญุ าตผูป กครองจากกลุมบรหิ ารกจิ การนกั เรยี น ผานครู อาจารย
ท่เี ปน ผคู วบคมุ กิจกรรมนัน้ ๆ
12. การใสเคร่ืองประดบั
โรงเรียนไมอนุญาตใหนักเรียนสวมใสเครื่องประดับหรืออาภรณใดๆ เชน ตางหูไมวาขนาดใด สรอย แหวน
ฯลฯ ยกเวนนาฬิกาท่ีใช สายสุภาพ ราคาไมแพงเกินควร สรอยสแตนเลสท่ีมีพระเครื่องราง สายสรอยยาวพอ ท่ีจะอยูในเสื้อ
กระดุมเมด็ ท่ี 2 ลงไป และโรงเรยี นไมรับผดิ ชอบเรอ่ื งการสญู หาย

88

13. การแตงกาย
13.1 การตดิ ตอราชการตองแตงกายชุดนกั เรยี นเทา นนั้
13.2 การใสร องเทา ตอ งไมส วมรองเทาทับสน รองเทาตองเปน รองเทา สีลวนไมม ีลวดลาย ถงุ เทา เลยขอ เทา

ประมาณ 2 นิ้ว
13.3 ไมอนุญาตใหไวเลบ็ มือ และทาสเี ล็บ
13.4 การแตงกายชุดพลศึกษา ตองแตงตามแบบของโรงเรียนสวางแดนดิน ตองไมตัด, เติม, เพ่ิม, แตงเด็ดขาด

และใหแ ตง กายชุดพละไดในวันทีม่ คี าบเรยี นพละศึกษาเทาน้ัน
14.ระเบียบขอใบรับรองความประพฤติ

เพื่อเปนเอกสารประกอบการเพอื่ สมัครเรียนตอ หรือเปน เอกสารประกอบคดคี วาม ใหขอแบบฟอรม ไดท ่กี ลุม
บริหารกจิ กรรมนักเรยี น แลวปฏบิ ตั ิดงั น้ี

14.1 ใหย่ืนคําขอที่สมบรู ณแ ลวกอ น 1 สปั ดาห ดวยตนเอง
14.2 ใหลงคะแนนความประพฤติที่ถูกตัดและเพิ่มโดยใหไปขอดูจากครูทีป่ รกึ ษาหรือกลุม บริหารงาน กจิ การนักเรยี น
14.3 ในการขอใบรับรองความประพฤตติ องแนบรปู ถาย 1.5 น้ิว เทา กบั จาํ นวนแผน ท่ีตอ งการ
14.4 ครผู ูร ับรองความสามารถพเิ ศษตองเปนครูผูเ กี่ยวของกับความสามารถพิเศษนั้นๆ
14.5 หลงั ย่นื คําขอ 1 สัปดาหใหตดิ ตอ รบั ใบรบั รองความประพฤติดว ยตนเองที่กลุมบรหิ ารงานกิจการ นักเรยี น
14.6 ในกรณที ี่คําขอไมสมบูรณก ลุมบริหารกิจการนักเรียนจะไมสามารถออกใบรับรองความประพฤติใหได
14.7 ในกรณีท่ีถกู ตัดคะแนนความประพฤติต้ังแต 50 คะแนน ขึ้นไปใหอยูในดุลยพินิจของคณะกรรมการกลุมบริหาร
กจิ การนักเรียน ถานักเรียนมีคะแนนเพมิ่ ความดกี ็จะนํามาหักลา งกับคะแนนทต่ี ิดลบไดบางกรณี หรอื มีใบงานจติ อาสา (แบบฟอรมใบ
งานจิตอาสาขอไดท ่ีกลุมบริหารกิจการนักเรยี น)
15.ระเบียบการขอบัตรเขาหองสอบ
เม่ือเวลาเขาสอบกลางภาค, ปลายภาค ทางกลุมบริหารกิจการนักเรียนและกลุมบริหารงานวิชาการจะดําเนนิ การตรวจ
เครื่องแตงกาย เพื่อออกบัตรอนุญาตเขาหองสอบตอกรรมการผูควบคุมหองสอบโดยขอรับ แบบฟอรมการเขาหองสอบไดท่ีกลุม
บริหารกจิ การนกั เรยี นแลวปฏบิ ตั ดิ ังนี้
15.1 ใหน กั เรยี นนาํ บัตรอนุญาตเขาหองสอบไปใหครูทปี่ รึกษาตรวจสอบในเบื้องตน เพ่ือลงลายมือรับรอง
15.2 ครูผูเปนกรรมการควบคุมหองสอบจะเปนผูตรวจสอบวานักเรียนมีคุณสมบัตรครบถวนหรือ ไม พรอมลงลายมือ
อนญุ าตในวนั ทําการสอบ (สําหรับนักเรียน หามแตงกายชดุ พลศกึ ษาเขาหอ งสอบ โดยเด็ดขาด)
15.3 นักเรยี นตองนําบัตรน้ีมาเพอ่ื ใชแ สดงในการเขา หองสอบทุกครงั้ และทุกวนั ทมี่ ีการสอบ
15.4 หากมปี ญหาอ่นื ๆ ใหน ักเรยี นพบ รองผูอํานวยการกลุมบริหารกจิ การนักเรยี น
15.5 หา มมีรอยลบ – ขีดหรอื แกไ ขในบตั รอนุญาตดวยน้ํายาลบคาํ ผดิ

89

17. การใชร ถจักรยาน / จกั รยานยนตม าโรงเรยี น
17.1 ใหนกั เรยี นทุกคนปฏบิ ัตติ ามกฎจราจรของโรงเรยี น โดยเครง ครดั
17.2 การจอดรถจกั รยานยนตใหจอดในทีท่ ีโ่ รงเรยี นจดั ใหอยางเปนระเบียบ ถาจอดรถนอกจดุ ทีกําหนด จะมีความผดิ

ตามบทเฉพาะกาลของการจัดการจราจรภายในโรงเรยี นสวางแดนดนิ ทัง้ ปรบั และตดั คะแนน ความประพฤติ
17.3 หา มนาํ รถจักรยาน / จกั รยานยนต ออกนอกบรเิ วณโรงเรียนจนกวา จะถงึ เวลาเลิกเรียน
17.4 หา มนกั เรียนเขาไปมวั่ สุมในบริเวณจอดรถจักรยาน / จักรยานยนต เปน อันขาด
17.5 ตองสวมหมวกนิรภัยทั้งผขู บั ข่แี ละผซู อนทาย
17.6 ตองหยุดรถ เพอื่ ทําความเคารพครเู วรประจําวันทุกคร้ัง

18. เกณฑค ะแนนพฤตกรรมเพ่ือการพจิ ารณาลงโทษนกั เรยี น
18.1 นกั เรียนทุกคนจะมคี ะแนนพฤติกรรมเตม็ คนละ 100 คะแนน
18.2 นักเรียนท่ีกระทําผิดระเบียบวินัยของโรงเรียนใหตัดคะแนนพฤติกรรม ตํามระเบียบฯ วาดวยกํารดูแลแกไข

พฤตกิ รรมนกั เรยี น
18.3 นกั เรียนที่ถูกตัดคะแนนพฤติกรรมถึง 20 คะแนน
18.3.1 แจงใหผูปกครองทรําบ
18.3.2 ปฏบิ ตั ิกิจกรรมเปน เวลา 3 ชว่ั โมง
18.4 นกั เรยี นท่ถี ูกตดั คะแนนพฤติกรรม 40 คะแนน
18.4.1 เชิญผูปกครองทำสัญญาปรับปรุงพฤติกรรม
18.4.2 คุมความประพฤตริ ะยะเวลา 2 สัปดาห
18.4.3 ปฏบิ ัติกจิ กรรมเปนเวลา 6 ชว่ั โมง (1 วัน)
18.5 นกั เรียนทีถ่ ูกตัดคะแนนพฤติกรรม ครบ 60 คะแนน
18.5.1 ผปู กครองมสี ว นรว มในกํารคุมความประพฤต
18.5.2 เชญิ ผปู กครองมาทาํ ทัณฑบน
18.5.3 คมุ ความประพฤตริ ะยะเวลา 2 เดอื น
18.5.4 ปฏิบตั กิ จิ กรรมเปนเวลา 12 ชว่ั โมง (2 วนั )
18.6 นักเรยี นที่ถูกตัดคะแนนพฤติกรรม ครบ 80 คะแนน
18.6.1 เชิญผูปกครองรับทรําบบันทกึ พฤติกรรม
18.6.2 คมุ ความประพฤติ 1 ภาคเรียน
18.6.3 ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปนเวลา 30 ช่วั โมง (5 วนั )
18.7 นกั เรียนทถ่ี ูกตัดคะแนนพฤติกรรม ครบ 100 คะแนน
18.7.1 ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม 60 ชว่ั โมง (10 วัน)
18.7.2 คมุ ความประพฤติ 2 ภาคเรียน

90

18.8 กรณีที่นักเรียนไมทำกิจกรรมเพ่ือปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมใหอยูในดุลยพินิจของผอู ำนวยการ โรงเรียนในการ
พจิ ารณาโทษ
19. กิจกรรมประกอบการลงโทษ

เมื่อนักเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมประกอบกํารลงโทษแลว ใหคณะกรรมการหรือผูที่ไดรับมอบหมายพิจารณาเพิ่มคะแนน
ใหต ามผลของงานทีป่ ฏบิ ัตโิ ดยกิจกรรมประกอบการลงโทษ มีดังนี้

1. ตดั แตง/รกั ษา/พฒั นาสวนหยอม
2. ถางหญา /ถางปา
3. ขุดดนิ /ปรับพืน้ ที่
4. งานปูน/งานกอสรางอืน่ ๆ
5. งานซอ มแซมวสั ด/ุ อุปกรณ
6. ปฏิบัติกิจกรรมทไ่ี ดรบั มอบหมาย
7. ลางงหอ งนำ้ หอ งสว ม
8. เก็บขยะ/ถังขยะบริเวณโรงเรียน
9. ลอกทางระบายนำ้
10. ทำความสะอาดหอ งเรยี น/อาคารเรยี น และหอ งพกั ครู
11. ขนขยะไปทงิ้
12. ลบขอ ความท่ไี มต องกํารบนผนงั หอ งเรียน/หอ งสว ม/โตะ /เกา อี้
13. ปฏิบัตหิ นาที่จราจร
14. ปฏิบตั ิหนาํ ท่ตี ามทไ่ี ดร บั มอบหมาย
15. ปฏบิ ัตหิ นาที่อ่นื ๆ ตามความเหมาะสม

91

แนวปฏิบัติแบบบนั ทกึ กิจกรรมจิตอาสา

1. แนวปฏิบัติ

1. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 4 ครงั้ คร้งั ละ 2 ช่ัวโมง จํานวน 8 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น (ไมซํ้าวนั / สถานท)่ี

2. รวมกลมุ จัดกิจกรรม หรือเปลยี่ นกลมุ จดั กิจกรรมได

3. ตอ งมผี ูรับรองการปฏบิ ัติงานลงนามในสมุดกิจกรรม (ตองระบุ – สกุล / ตําแหนง / เบอรโทรศพั ท ให

ชัดเจน)
4. ตองมภี าพการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเปน หลักฐาน (1 ภาพ / 1 กจิ กรรม) ตดิ ภาพบนกระดาษ A4 พรอ มเขยี น

บรรยายความรูสึกประทับใจในการทํากจิ กรรม

5. อาสางานกบั ผูอํานวยการ ไดภ าคเรียนละ 1 ครง้ั คะแนนทไ่ี ดอยูในดุลยพินิจของผูอ ํานวยการ

6. อาสางานกบั รองผูอ ํานวยการ ไดภาคเรียนละ 2 คร้ัง ครั้งละ 5 คะแนน หรอื อยใู นดลุ พนิ จิ ของรอง

ผอู ํานวยการ

7. อาสางานกับหวั หนางานแกไขพฤติกรรมนักเรยี นไดค รัง้ ละไมเกิน 5 คะแนน

8. อาสางานกบั ครหู ัวหนาระดบั ของตนเองไดภ าคเรียนละ 2 คร้งั คร้ังละไมเ กิน 5 คะแนน

9. อาสางานกับครูท่ปี รึกษาภาคเรียนละ 3 ครง้ั คร้งั ละ 3 คะแนน แตไมเกิน 10 คะแนนตอ ภาคเรียน

10. อาสางานกับครโู รงเรียนสวา งแดนดินไดคร้งั ละ 2 คะแนน

11. นาํ ใบจิตอาสาทมี่ ีคะแนนแลว สง ทก่ี ลุม บริหารกจิ การนักเรียนเพ่ือลงคะแนนความประพฤติดี

12. อาสางานในชมุ ชนของตนเอง ภาคเรียนละ 2 คร้ัง ครั้งละ 5 คะแนน โดยใหห วั หนา ชุมชน เชน ผใู หญบ าน

กาํ นนั อบต. ประธานชุมชน ลงนามรบั รอง

13. ในกรณีทโี่ รงเรียนประกาศรบั สมัครนกั เรยี นจติ อาสา เขารวมกจิ กรรมจะไดรับคะแนนตง้ั แต 10 คะแนน ขน้ึ ไป

หรอื ข้ึนอยูกับเวลาทป่ี ฏิบตั ิ

14. สง ผลกิจกรรมภายใน วันที่ 31 สงิ หาคม (ภาคเรยี นที่ 1)

วนั ที่ 31 มกราคม (ภาคเรียนที่ 2)

2. จิตอาสา คือผูท่ีมีจิตใจที่เปนผูใหเชน ใหส่ิงของ ใหเงิน ใหความชวยเหลือดวยกําลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเปนการ

เสียสละสิ่งที่ตนเองมีแมกระทั่งเวลา เพื่อเผื่อแผ ใหกับสวนรวม อีกทั้งยังชวยลดอัตรา หรือความเปนตัวเปนตน ของ

ตนเองลงไดบา ง

ลกั ษณะกจิ กรรม

1. เปน กิจกรรมอาสาพฒั นาหรือสรางสรรคส ังคม

2. เปนกจิ กรรมชวยเหลอื สงั คมสว นรวมในรูปแบบอาสาสมคั รดวยจติ อาสา

- งานอาสาสมัครในโรงเรียน (ตองเสนอโครงการโดยมคี รเู ปนผูร ับผิดชอบ)

- งานอาสาสมคั รเพือ่ ชุมชนในชุมชนของตนเอง เชน โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ

- บาํ เพญ็ ประโยชนตามศาสนา เชน มัสยดิ โบสถครสิ ต

3. อาสาสมัคร เปนงานที่เกิดจากผูท่ีมี จิตอาสา ซึ่งมีความหมายอยางมาก กับสังคมสวนรวมเปนผูท่ีเอ้ือเฟอเสียสละ

เวลา แรงกายแรงใจ เพือ่ ชวยเหลือผอู น่ื หรอื สงั คมใหเกิดประโยชนแ ละความสุขมากขน้ึ

92

แบบเครื่องหมายของโรงเรียน

ใหนักเรียนทุกคนใชแบบตัวอักษรและขนาดของตัวเทานั้นเทาน้ี แบบปกอักษรยอและเลขประจําตัวของ
นักเรียน (อกดา นซา ย)

ส.ด.

แบบปก ช่ือ-สกลุ และเครอื่ งหมายระดับชัน้ เรียน (อกดานซา ย) ปการศกึ ษา 2563

ม.1 สีแดง ม.2 สีน้าํ เงนิ ม.3 สเี หลอื ง

ม.4 สแี ดง ม.5 สีน้าํ เงนิ ม.6 สีเหลือง

รกั สวา ง ศรีแดนดิน

ใหรองผูอ ํานวยการกลมุ บรหิ ารกจิ การนักเรยี นเปน ผูรักษาการใหเ ปนไปตามระเบยี บน้ี ทงั้ น้ีต้งั แต
1 พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช 2563 เปนตนไป

หมายเหตุ หองเรยี น Intensive English Program(IEP) ใหปก ชื่อเปน ภาษาอังกฤษ
(นายธวัช ทมุ มนตรี)

ผูอํานวยการโรงเรียนสวางแดนดิน

93


Click to View FlipBook Version