The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตัวละครรามเกียรติ์-ebook_

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krittapas.omsin, 2021-12-02 09:18:31

ตัวละครรามเกียรติ์-ebook_

ตัวละครรามเกียรติ์-ebook_

เรื่อง ตวั ละครหลักจากวรรณคดี เรื่อง รามเกียรต์ิ

เสนอ
อาจารย์ ชุติมา ลม่ิ ศิลา

จัดทาโดย เลขท่ี1
ด.ช.กฤตภาส สังวาลวงษ์ เลขท่ี 5
ด.ช.ทตั พงศ์ พรมมานอก เลขท่ี 7
ด.ช.ธรี ภัทร ชลสิ ลาพงศ์ เลขที่ 8
ด.ช.นนทวฒั น์ กิตติวิวฒั น์ เลขท่ี 10
ด.ช.ศิวกร แสงศรี เลขท่ี 11
ด.ช.สิรภัทร พิณธุรักษ์

ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3/1

รายงานน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของการเรียนวิชาภาษาไทย 6
รหสั วิชา ท23102 ภาคเรียนที่2 ปี การศึกษา2564
โรงเรียนพชิ ัยรัตนาคาร



เรื่อง ตวั ละครหลักจากวรรณคดี เรื่อง รามเกียรต์ิ

เสนอ
อาจารย์ ชุติมา ลม่ิ ศิลา

จัดทาโดย เลขท่ี1
ด.ช.กฤตภาส สังวาลวงษ์ เลขท่ี 5
ด.ช.ทตั พงศ์ พรมมานอก เลขท่ี 7
ด.ช.ธรี ภัทร ชลสิ ลาพงศ์ เลขที่ 8
ด.ช.นนทวฒั น์ กิตติวิวฒั น์ เลขท่ี 10
ด.ช.ศิวกร แสงศรี เลขท่ี 11
ด.ช.สิรภัทร พิณธุรักษ์

ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3/1

รายงานน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของการเรียนวิชาภาษาไทย 6
รหสั วิชา ท23102 ภาคเรียนที่2 ปี การศึกษา2564
โรงเรียนพชิ ัยรัตนาคาร



คานา

รายงานเล่มน้ีจดั ทาข้ึนเพ่อื เป็นส่วนหน่ึงของวิชา ภาษาไทย รหสั ท23102 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี
3 เพ่อื ใหไ้ ดศ้ ึกษาหาความรู้ในเรื่อง ตวั ละครหลกั รามเกียรต์ิ และไดศ้ ึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพอื่ เป็น
ประโยชนก์ บั การเรียนต่อไป ซ่ึงประกอบไปดว้ ยความเป็นมา ประวตั ผิ แู้ ต่ง ลกั ษณะคา
ประพนั ธ์ เรื่องยอ่ ตวั ละครหลกั ในรามเกียรต์ิ

รายงานเล่มน้ีสาเร็จลลุ ่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาและความอนุเคราะหจ์ าก อาจารย์ ชุตมิ า ลมิ่ ศลิ า
ทกี่ รุณาสละเวลาอนั มคี า่ ใหค้ าปรึกษาและขอ้ เสนอแนะต่างๆ ต้งั แตเ่ ริ่มตน้ จนสาเร็จเรียบร้อย
ผจู้ ดั ทาขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง

ขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาสน้ี ผูจ้ ดั ทาหวงั ว่า รายงานเลม่ น้ีจะเป็นประโยชนก์ บั ผอู้ า่ น
หรือนกั เรียน นกั ศึกษา ทกี่ าลงั หาขอ้ มลู เรื่องน้ีอยหู่ ากมีขอ้ แนะนาหรือขอ้ ผิดพลาดประการใด
ผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรับไวแ้ ละขออภยั มา ณ ที่น้ีดว้ ย

คณะผู้จดั ทา

25 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2564



สารบญั

เรื่อง หน้า

คานา…………………………………………………………………………………. ..ก

สารบญั ……………………………………………………………………………….. ข-ค

บทนา………………………………………………………………………………….. ง

ประวตั ิผแู้ ต่ง 1

ความเป็ นมา 2-3

ลกั ษณะคาประพนั ธ์ 4

เรื่องยอ่ 5

องคต 6

สุครีพ และ พาลี 7

พระราม 8

พระลกั ษมณ์ 9

นางสีดา 10

พระอศิ วร 11

ทศกณั ฐ์ 12

นางมณโฑ 13

พระอุมาเทวี และ พระนารายณ์ 14

พระอนิ ทร์ และ พิเภก 15

สารบญั (ต่อ) ค

เรื่อง หน้า
อนิ ทรชิต และ กุมภกรรณ 16
หนุมาน และ สุพรรณมจั ฉา 17
มจั ฉานุ และ นิลพทั 18



บทนา

วรรณคดีไทยเป็นมรดกทางวฒั นธรรมอนั ทรงคุณคา่ ยิ่งในสงั คมไทย ดว้ ยเพราะวรรณคดี
ไทย มที ้งั ความเป็นศาสตร์และศลิ ป์ ในตนเอง เป็ นศาสตร์แห่งการใชถ้ อ้ ยคา และยงั มีความเชื่อมโยง
สัมพนั ธก์ บั ศาสตร์แขนงอ่นื ๆ เป็นจานวนมาก ท้งั ประวตั ิศาสตร์สังคมศาสตร์ภูมิศาสตร์เป็ นตน้

นอกจากน้ีวรรณคดีไทยยงั มคี วามเช่ือมโยงสมั พนั ธก์ บั ศิลปะแขนงอ่ืน ๆ ท้งั งาน จิตรกรรม
ประตมิ ากรรม สถาปัตยกรรม และนาฏกรรม ทาให้กลา่ วไดว้ า่ วรรณคดีไทยน้นั ผูกพนั ธ์และเป็น
ส่วน หน่ึงของวถิ ีชีวิตไทยมาชา้ นานแลว้ ไม่วา่ จะเรื่อง รามเกียรต์ิ, ขนุ ชา้ งขนุ แผน , สุดสาคร หรือ
พระอภยั มณี เป็นตน้

ผจู้ ดั ทาสื่อสร้างสรรคท์ างอเิ ล็กทรอนิกส์เเบบงา่ ยตอ่ การเรียนรู้เพอื่ เป็นการนาความรู้จากวชิ า
ภาษาไทยมาสร้างสรรคส์ ื่อเพอ่ื ให้เกิดประโยชนอ์ ยา่ ง เเกผ่ ูช้ มเพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั
ตวั ละครหลกั รามเกียรต์ิ โดยผจู้ ดั ทาไดส้ ร้างสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์เพอื่ เขา้ ใจง่ายในการจูงใจ

1

ประวัติผู้แต่งรามเกยี รต์ิ

รามเกียรต์ิ เป็นวรรณคดสี าคญั เรื่องหน่ึงของไทย โดยมตี น้ เคา้ จากวรรณคดีอนิ เดีย คอื มหา
กาพยร์ ามายณะท่ฤี ๅษีวาลมกี ิ ชาวอนิ เดีย แตง่ ข้ึนเป็ นภาษาสนั สกฤต เมอ่ื ประมาณ 2,400 ปี เศษ เช่ือ
วา่ น่าจะเป็นทร่ี ู้จกั ในหมชู่ าวไทยมาต้งั แตส่ มยั โบราณ จากอิทธิพลของลทั ธิพราหมณฮ์ ินดู โดยแฝง
ไวซ้ ่ึงคตยิ กยอ่ งพระมหากษตั ริย์ ซ่ึงเชื่อกนั วา่ เป็นอวตารของพระนารายณ์

สาหรับเรื่องรามเกียรต์ิ ของไทยน้นั มมี าต้งั แตส่ มยั อยธุ ยา ในสมยั กรุงธนบุรี สมเด็จพระเจา้
กรุงธนบุรี ไดท้ รงพระราชนิพนธ์สาหรบั ใหช้ ุมนุมละครโรงเรียนสวนกหุ ลาบวิทยาลยั เลน่ ปัจจบุ นั
มอี ยไู่ ม่ครบ ตอ่ มาในสมยั รตั นโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไดท้ รง
พระราชนิพนธข์ ้นึ เพ่ือรวบรวมเร่ืองรามเกียรต์ิ ซ่ึงมีมาแตเ่ ดิมให้ครบถว้ น สมบูรณ์ต้งั แตต่ น้ จนจบ

พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั ไดท้ รงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรต์ิ
เพ่ือให้ละครหลวงเล่น โดยไดท้ รงเลอื กมาเป็นตอน ๆ ในสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้
เจา้ อยหู่ วั ทรงพระราชนิพนธบ์ ทละครเร่ืองรามเกียรต์ิ โดยใชฉ้ บบั ของอนิ เดีย (รามายณะ) มาพระ
ราชนิพนธ์ ใชช้ ื่อว่า "บ่อเกิดรามเกียรต์"ิ

2

ความเป็ นมารามเกยี รต์ิ

เร่ืองรามเกียรต์มิ กี าเนิดจากอินเดีย ฉบบั เดิมเรียกวา่ คมั ภรี ์รามายณะ ผแู้ ต่งคือฤาษีวาลมกิ ิ ชาว
อินเดียถือกนั ว่าเป็นเรื่องจริงและมอี ิทธิพลเหนือจิตใจชาวอนิ เดียมาก เชื่อกนั ว่าเป็นเรื่องจริง และ
เป็นเรื่องของพระนารายณผ์ เู้ ป็นเจา้ อวตาลลงมาเป็นพระรามเพือ่ ปราบอธรรม ชาวอนิ เดียเชื่อกนั วา่
ใครอ่านคมั ภีร์รามยณะแลว้ เหมือนลา้ งบาปให้หมดส้ินไดแ้ ละปรารถนาสิ่งใดกจ็ ะไดส้ มปรารถนา
ผใู้ ดอา่ นแมแ้ ตโ่ ศลกเดียว ถา้ ไมม่ ลี ูกก็จะไดล้ ูก ถา้ ไมม่ ที รัพยก์ ็จะไดท้ รัพย์ แมผ้ ตู้ ายไปแลว้ ตาม
ประเพณีลทั ธิแห่งพวกฮินดู มกั นาศพไปเผาทรี่ ิมฝ่ังแมน่ ้า ผูต้ ามศพตอ้ งพร่าบน่ วา่ “ราม สตั ยา
ราม” ตลอดทาง เพอ่ื ผตู้ ายจะไดร้ ับส่วนบญุ ไปสู่สุคติ ตานานการแตง่ รามยณะน้นั มหี ลายกระแสขอ
เกบ็ ความในหนงั สืออปุ กรณร์ ามเกียรต์ิ ของเสถยี รโกเศศดงั น้ี

ตานานมีเร่ืองเล่าว่า พระวาลมิกิ พรหมฤาษไี ปสู่สานกั พระนารทพรหมฤาษี สนทนาไต่ถาม
ถงึ บุคคลสาคญั ในโลกน้ีวา่ ใครเป็นผแู้ กลว้ กลา้ สามารถและมคี ณุ สมบตั ิดีเลิศ ฤาษนี ารทเลา่ ประวตั ิ
พระรามจนตลอด เพราะฤาษีวาลมกิ ิไมเ่ คยไดย้ นิ ไดฟ้ ังเรื่องพระรามมาเลย คร้ันกลบั จากสานกั ฤาษี
นารท พระวาลมกิ ิเดินไปตามทาง เห็นพรานยงิ นกกะเรียนซ่ึงกาลงั ร่ืนรมยค์ ู่กับคูข่ องตน พลดั ตกลง
มาตายตวั หน่ึงเป็นตวั ผู้ ฤาษวี าลมิกิเกิดสลดใจสมเพชนกนกั หนาถงึ กบั ทนนิ่งอยไู่ มไ่ ด้ จึงกลา่ วสาป
พรานน้นั ว่า “นิษาท พรานเอย เจา้ อยา่ ไดถ้ ึงความมน่ั คงแลว้ เป็นเวลานานปี เพราะไดพ้ รากนกกะ
เรียนลงตวั หน่ึง ซ่ึงหลงเพลนิ ในกาม”

คร้ันเดินทางต่อมา หวนระลกึ ถึงเหตกุ ารณ์กเ็ สียใจที่สาปพรานผูน้ ้นั ดว้ ยมิใช่กิจอะไรของ
ตนเมื่อไมส่ ามารถบรรเทาความโทมนสั น้นั ให้สงบดว้ ยตนเองได้ ซ่ึงยง่ิ กลมุ้ กลดั ข้ึนทกุ ที ทา้ ว
มหาพรหมทรงพระกรุณามาปรากฏพระกายใหเ้ ห็น ช่วยปลอบโยนเอาใจว่าไม่ควรเสียใจในการที่
กลา่ วคาสาปน้นั เพราะแทจ้ ริงคาสาปพรานน้นั กลายเป็นความหมายในทางสรรเสริญพระนารายณ์
เป็นเจา้ ทรงปราบยกั ษ์ คอื มีความหมายว่า “มานิษาท ขา้ แต่พระองคผ์ เู้ ป็นที่ประทบั แห่งพระลกั ษมี
พระองคไ์ ดท้ รงถงึ ความมน่ั คงแลว้ เป็นนานปี เพราะไดพ้ รากคูย่ กั ษล์ งตนหน่ึง ซ่ึงหลงเพลนิ ในกาม”

3

ทา้ วมหาพรหมกล่าวตอ่ ว่าโศลก และให้เป็นบทแรกของรามยณะ ซ่ึงให้วาลมิกิรจนา
ตอ่ ไป เมอื่ โศลกน้ีเป็ นตน้ ของรามยณะ ฤาษวี าลมกิ ิไดร้ จนารามยณะตอ่ ไปจนจบเรื่อง รวมเป็น
โศลกถึงสองหมื่นส่ีพนั สาหรบั ให้มนุษยอ์ า่ น

ในพระราชนิพนธ์บอ่ เกิดของรามเกียรต์ิ มเี รื่องราวแตกต่างกวา่ ขา้ งตน้ เลก็ นอ้ ย คือพระวาลมิ
กิมุนีไดอ้ าราธนาพระนารทฤาษี ให้แสดงเร่ืองรามยณะใหฟ้ ัง ต่อมาพระวาลมิกิไดไ้ ปฝั่งน้าตมสา
ใกลแ้ มน่ ้าพระคงคา พบนกกะเรียนคู่หน่ึง นายพรานไดย้ ิงตวั ผตู้ ายไป นางนกโอดครวญ พระวาลมิ
กิมีความสังเวช จึงแสดงความสงั เวชน้นั ออกมาเป็นวาจา แลว้ จึงนึกว่าถอ้ ยคาที่กลา่ วดูเป็นคณะฉนั ท์
ใหม่ และโดยเหตทุ ี่ฉนั ทน์ ้ีไดเ้ กิดข้ึนจากความเศร้าใจ (โศก) จึงให้นามว่า “โศลก” พระพรหมผู้
เป็นปรพราหมณ์ และอาทิกวี (คือกวีคนแรก) จึงลงมาตรสั สัง่ ให้พระวาลมกิ ิรจนาเรื่องรามายณะข้ึน
โดยฉนั ทโ์ ศลกน้นั แลว้ พระวาลมกิ ิก็เขา้ ฌานสมาธิเล็งเห็นเรื่องรามยณะแต่ตน้ จนปลาย พระวาลมกิ ิ
จึง ไดร้ จนารามายณะแต่ตน้ จนปลาย รวมเป็นฉนั ท์ ๒๔๐๐๐ โศลก

4

ลกั ษณะคาประพนั ธ์ของเร่ืองรามเกยี รต์ิ

กลอนบทละคร

หมายถงึ กลอนทแี่ ต่งข้ึนเพื่อใชใ้ นการแสดงละครหลกั เกณฑใ์ นการแต่งโดยทวั่ ไปก็
เหมอื นกบั การแต่งกลอนสุภาพแตล่ ะวรรคมีคาไดต้ ้งั แต่ 6-9 คา การนบั กลอนบทละครจะนบั เป็น
คากลอน นนั่ คอื 2 วรรคเทา่ กบั 1 คากลอน การจะใชค้ ามากนอ้ ยข้นึ อยกู่ บั ทานองร้องเป็นสาคญั

การข้นึ ตน้ กลอนบทละคร

"เมอื่ น้นั " ใชเ้ ม่ือข้นึ ตน้ กบั ตวั ละครที่สาคญั เช่นตวั เอกหรือกษตั ริย์

"บดั น้ัน "ใชข้ ้ึนตน้ ตวั ละครท่ีเป็นตวั รอง เช่นเสนา อามาตยห์ รือตวั ละครธรรมดา

"มาจะกลา่ วบทไป"ใชข้ ้ึนตน้ เมื่อเริ่มตอนใหม่ นอกจากน้นั ยงั มีการข้นึ ตน้ ดว้ ยวลี ต้งั แต่ 2-4
คาหรืออาจมากกว่ากไ็ ด้

5

เรื่องยอ่

เหตเุ กิดเมื่อนนทกไปเกิดใหม่เป็นทศกณั ฐ์มีสิบหนา้ ยส่ี ิบมือตามคาพระนารายณ์กอ่ นน้นั เม่ือพระ
นารายณส์ งั หารนนทกแลว้ ไดไ้ ปขอพระอิศวรจะใหเ้ หลา่ เทวดา และตนไปตามสังหารนนทกใน
ชาตหิ นา้ หลงั จากน้นั ทหารเอกท้งั ห้า จึงเกิดตามกนั ไป ไดแ้ ก่ หนุมานเกิดจากเหลา่ ศาสตราวธุ ของ
พระอิศวรไปอยใู่ นครรภน์ างสวาหะ สุครีพ เกิดจากพระอาทติ ยแ์ ลว้ โดนคาสาปฤๅษที ี่เป็นพ่อของ
นางสวาหะ องคต เป็นลูกของพาลีทีเ่ ป็นพีข่ องสุครีพ ชมพูพาน เกิดจากการชุบเล้ยี งของพระอินทร์
นิลพทั เป็นลูกของพระกาฬ ฝ่ายพระรามและฝ่ายทศกณั ฐ์ไดเ้ กิดศกึ ชิงนางสีดา จนไพลพ่ ลฝ่ายยกั ษ์
ลม้ ตายเป็นจานวนมาก และสุดทา้ ย ทศกณั ฐเ์ องก็ถูกพระรามฆ่าตายเช่นเดียวกนั

6

ตวั ละครหลกั ในรามเกยี รต์ิ

องคต

องคต เป็นลิงมีกายสีเขียว เป็นบตุ รของพาลี กบั นางมณโฑ เม่อื พาลแี ยง่ นางมณโฑมาจาก
ทศกณั ฐแ์ ลว้ นางตอ้ งเป็ นภรรยาของพาลีจนกระทงั่ ต้งั ครรภ์ ทศกณั ฐไ์ ปฟ้องฤาษอี งั คตั อาจารยข์ อง
พาลี จนพาลียอมคืนนางมณโฑใหแ้ ต่ขอลูกไว้ ฤาษอี งั คตั จึงทาพธิ ีเอาลกู ออกจากทอ้ งนางมณโฑ
ไปใส่ในทอ้ งแพะ เมอื่ ครบกาหนดคลอด พระฤาษกี ็ทาพธิ ีให้ออกจากทอ้ งแพะ ใหช้ ่ือวา่ องคต
ส่วนทศกณั ฐ์ยงั ผูกใจเจบ็ จึงแปลงกายเป็นปูยกั ษค์ อยอยกู่ น้ แม่น้า เพ่อื จะฆา่ องคตขณะทาพิธีลงสรง
แตถ่ ูกพาลจี บั ได้ แลว้ เอามาผกู ไวใ้ หล้ ูกลากเลน่ อยเู่ จด็ วนั จึงปลอ่ ยไป เมื่อสุครีพขอใหพ้ ระรามมา
ช่วยปราบพาลี กอ่ นทพ่ี าลีจะสิ้นใจตาย ไดส้ านึกตนว่าทาผดิ ตอ่ สุครีพ ท้งั ไม่รกั ษาคาสตั ยส์ าบาน
จึงไดท้ ูลฝากฝังสุครีพและองคตไวก้ บั พระราม องคตไดช้ ่วยทาศึกกบั กองทพั ของทศกณั ฐ์อยา่ งเตม็
ความสามารถพระรามเคยส่งองคตเป็นทูตไปเจรจากบั ทศกณั ฐ์ เพอื่ ทวงนางสีดาคืน แมจ้ ะไม่สาเร็จ
แต่กไ็ ดแ้ สดงความเฉลียวฉลาดและความกลา้ หาญ ใหป้ ระจกั ษแ์ ก่ตาของทศกณั ฐ์

7

สุครีพ

สุครีพ เป็นลงิ มกี ายสีแดง เป็นลกู ของพระอาทิตยก์ บั นางกาลอจั นา สุครีพมศี กั ด์ิเป็นนา้ ของ
หนุมาน เมื่อพระฤาษีโคดมรู้ความจริงจากนางสวาหะวา่ สุครีพไมใ่ ช่ลูกของตน แตเ่ ป็นลูกชู้ จึงสาป
ให้กลายเป็นลิงพร้อมกบั พาลผี เู้ ป็นพชี่ าย ซ่ึงเป็นลกู ของพระอินทร์ แลว้ ไล่ให้เขา้ ป่ าไป ต่อมาสุครีพ
ไดเ้ ป็นทหารเอกของพระราม ไดร้ บั ความไวว้ างพระทยั จากพระราม ใหเ้ ป็นผจู้ ดั การกองทพั ออกสู้
รบกบั กองทพั ของกรุงลงกาอยเู่ สมอ

พาลี

พาลี เป็นลิงมีกายสีเขยี ว เป็นโอรสของพระอินทร์กบั นางอจั นา ถกู ฤาษีโคดมสาปให้
กลายเป็นลิงพร้อมๆ กบั สุครีพผูเ้ ป็นนอ้ ง หลงั จากทฤ่ี าษีรู้ความจริงว่าท้งั สองเป็นลูกชู้ พระอินทร์

8

สงสารโอรสท่ตี อ้ งซดั เซพเนจรอยใู่ นป่ า จึงสร้างเมอื งขดี ขนิ ให้ปกครอง และต้งั นามโอรสว่า พระ
ยากากาศ ภายหลงั ไดน้ ามใหมว่ า่ พาลี แลว้ ใหส้ ุครีพเป็นมหาอปุ ราช คร้ังหน่ึง พระอิศวรฝากนาง
ดารามากบั พาลี เพ่อื เป็นรางวลั ให้สุครีพ แตพ่ าลีกลบั ยึดนางไวเ้ ป็นภรรยาของตนเสียเอง และต่อมา
พาลีกย็ งั แยง่ นางมณโฑมาจากทศกณั ฐ์ ขณะท่ีทศกณั ฐ์พานางเหาะผ่านเมอื งขีดขิน ภายหลงั พาลถี กู
พระรามสังหารดว้ ยศรจนส้ินชีวิต

พระราม

พระราม คือ พระนารายณอ์ วตาร (แบ่งภาค) ลงมา ถือกาเนิดเป็นพระราชโอรสของทา้ วทศ
รถ กบั นางเกาสุริยา เพ่ือจะปราบทศกณั ฐ์ พระรามมพี ระอนุชาตา่ งพระมารดา ๓ พระองค์ คอื พระ
พรต พระลกั ษมณ์ และพระสัตรุต ซ่ึงต่างกม็ ีความรกั ใคร่กนั อยา่ งมาก พระมเหสีของพระราม คือ
นางสีดา

พระรามมกี ายสีเขียว สามารถปรากฏร่างเป็นพระนารายณม์ ีสี่กรได้ อาวุธประจาพระองค์ คือ
ศร ซ่ึงเป็นอาวุธวเิ ศษ ท่ีไดป้ ระทานมาจากพระอศิ วร
บทบาททส่ี าคญั ในเรื่องรามเกียรต์ิ ไดแ้ ก่
-เมือ่ เยาวว์ ยั พระรามไดร้ ับการศกึ ษาศลิ ปศาสตร์ กบั สานกั ฤาษสี วามติ ร หรือวิศวามิตร มคี วาม
เก่งกลา้ ถงึ กบั ฆา่ กากนาสูร และสวาหุ ซ่ึงมารบกวนเหล่าฤาษีชีไพร

9

-ทา้ วชนกจกั รวรรด์ิ(ฤาษชี นก) ไดใ้ ห้หมูก่ ษตั ริยม์ าประลองยกศรรัตนธนู เพอื่ อภเิ ษกกบั นางสีดา
พระรามกส็ ามารถยกรัตนธนูไดส้ าเร็จ และไดอ้ ภิเษกกบั นางสีดา ระหวา่ งเดินทางกลบั กรุงอโยธยา
สามารถปราบรามสูร(ยกั ษผ์ ถู้ ือขวาน) และไดร้ บั ศรจากรามสูร
-ไดฆ้ ่าพระยาขร และพระยาทษู ณ์ พ่ีชายของนางสามนกั ขา
-ระหวา่ งออกเดินป่ า ไดป้ ราบพริ าบยกั ษ์
-ไดช้ ่วยสุครีพปราบพาลี
-ไปรบกบั ทศกณั ฐ์ และไดฆ้ า่ ทศกณั ฐไ์ ดส้ าเร็จ
-สถาปนาพิเภกใหค้ รองกรุงลงกา

พระลกั ษมณ์

พระลกั ษมณ์ คือ พญาอนนั ตนาคราช ทปี่ ระทบั ของพระนารายณ์มาเกิด มกี ายสีทอง เป็น
พระโอรสของทา้ วทศรถ กบั นางสมุทรเทวี มีพระอนุชาร่วมพระมารดา คอื พระสตรุต พระ
ลกั ษมณม์ คี วามจงรกั ภกั ดีตอ่ พระรามมาก เมื่อพระรามตอ้ งออกเดินป่ าถงึ ๑๔ ปี พระลกั ษมณ์ก็ได้
ติดตามไปดว้ ย และยงั ช่วยออกรบกบั กองทพั ของกรุงลงกา อยา่ งกลา้ หาญ

10

นางสีดา

นางสีดา คอื พระลกั ษมี มเหสีอของพระนารายณ์ อวตารลงมาเกิดเพอื่ เป็นคู่ครองของ
พระราม ตามบญั ชาของพระอศิ วร นางสีดาเป็นพระธิดาของทศกณั ฐ์ กบั นางมณโฑ แตเ่ ม่ือประสูติ
แลว้ พิเภกไดท้ านายวา่ นางเป็นกาลกิณีแกพ่ ระบดิ าและบา้ นเมอื ง ทศกณั ฐ์จึงสัง่ ใหน้ านางใส่ผอบ
ลอยน้าไป พระฤาษีชนกพบเขา้ จึงเก็บไปเล้ียงเป็นลกู โดยฝังดินฝากแม่พระธรณีไว้ เวลาผา่ นไปถึง
๑๖ ปี พระฤาษชี นกเบือ่ หน่ายการบาเพญ็ พรต คิดกลบั ไปครองกรุงมิถิลาเช่นเดิม จึงลาเพศพรหม
จรรยไ์ ปขดุ นางข้นึ มา แลว้ ต้งั ช่ือให้วา่ สีดา (แปลว่ารอยไถ) จากน้นั พานางพานางเขา้ เมอื งมถิ ิลาจดั
พธิ ียกศรคบู่ า้ นคเู่ มือง เพ่ือเส่ียงทายหาคคู่ รองให้นางสีดา พระรามยกศรได้ จึงไดอ้ ภเิ ษกสมรสกบั
นางสีดา

11

พระอิศวร

พระอิศวร คอื เทวดาผเู้ ป็นใหญใ่ นสวรรค์ มีกายสีขาว แตพ่ ระศอเป็นสีดาเพราะเคย
ด่ืมยาพิษ มพี ระเนตรถึง ๓ ดวง ดวงท่ี ๓ อยกู่ ลางพระนลาฎ ซ่ึงตามปกตจิ ะหลบั อยู่ เน่ืองจากพระ
เนตรดวงท่ี ๓ น้ี มีอานุภาพร้ายแรงมาก หากลมื ข้ึนเมือ่ ใดจะเผาผลาญทกุ อยา่ งใหม้ อดไหมไ้ ด้

พระมเหสีของพระองค์ คอื พระอมุ า มีพระราชโอรสดว้ ยกนั ๒ พระองค์ คอื พระขนั ทกุมาร
เทพเจา้ แห่งสงคราม และพระพิฆเณศวร์ เทพเจา้ แห่งศิลปะ

พระอิศวร มนี าคเป็นสงั วาล มีพระจนั ทร์เป็นปิ่ น อาวุธประจาพระองค์ คอื ตรีศูล(หลาว
สามง่าม) พาหนะของพระองค์ คอื โคอศุ ภุ ราช พระอิศวรมชี ่ือเรียกอกี หลายช่ือ เช่น พระศุลีพระ
ศิวะ พระภเู ตศวร พระตรีเนตร พระสยมภู พระมเหศวร ชาวฮินดนู บั ถือพระอศิ วรน้ีว่า เป็นเทพเจา้
สูงสุดในบรรดาเทพท้งั สาม ไดแ้ ก่ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม โดยถือว่าพระอศิ วรเป็นเทพ
เจา้ แห่งการทาลาย

บทบาททส่ี าคญั ในเร่ืองรามเกียรต์ิ ไดแ้ ก่

-ให้พรแกห่ ิรัญยกั ษ์ ใหส้ ามารถมว้ นแผน่ ดินได้ ทาใหเ้ กิดความเดือดร้อนแก่ชาวโลก จึงตอ้ งใหพ้ ระ
นารายณล์ งไปปราบหิรันตยกั ษ์ โดยพระนารายณ์แปลงเป็นหมปู ่ าขวดิ ฆา่ หิรันตยกั ษไ์ ดส้ าเร็จ

-ให้พรแก่นนทกยกั ษ์ หรือนนทกุ ยกั ษท์ ท่ี าหนา้ ที่ลา้ งเทา้ เทวดา ใหม้ ีนิ้วเพชรสามารถช้ีใครใหถ้ งึ แก่
ความตายได้

12

-ให้พระพายซดั อาวธุ เขา้ ปากนางสวาหะ จนเกิดเป็นหนุมานทหารเอกของพระราม
-ขวา้ งงาชา้ งปักอกทศกณั ฐ์ ขณะท่ีทศกณั ฐ์กาลงั ไลฆ่ า่ กเุ ปรนั
-ยกนางดาราใหแ้ กส่ ุครีพ เป็นบาเน็จในการยกเขาพระสุเมร โดยฝากนางดาราไปกบั พาลี และพาลีก็
สาบานวา่ จะไม่ลว่ งเกินนาง แตพ่ าลีกผ็ ิดคาสาบาน ทาใหพ้ าลตี อ้ งเสียชีวิตดว้ ยศรพระราม
-เจา้ เมืองบาดาลช่ือวริ ุณหก ไปเฝา้ พระอิศวรถูกตุ๊กแกลอ้ เลยี น จึงขวา้ งตุ๊กแกดว้ ยสงั วาล ทาให้เขา
พระสุเมรุเอยี ง ทศกณั ฐ์สามารถชลอได้ ทศกณั ฐ์จึงทูลขอพระอมุ าเป็นรางวลั พระอิศวรจาเป็นตอ้ ง
ยกให้ แตท่ ศกณั ฐ์ไมส่ ามารถลว่ งเกินได้ จึงไดข้ อนางมณโฑไปแทน
-ใหศ้ รพรหมมาสตร์แก่อนิ ทรชิต
-เกล้ียกล่อมให้พระรามกบั นางสีดาคืนดี

ทศกณั ฐ์

ทศกณั ฐ์ เป็นกษตั ริยแ์ ห่งกรุงลงกา นบั ว่าเป็นตวั เอกของเรื่องรามเกียรต์ิ มกี ายสีเขียว มี ๑๐ พกั ตร์ ๒๐
กร ทรงมงกุฏชยั ลกั ษณะปากแสยะ ตาโพลง ดงั โคลงทก่ี ล่าวว่า

"ทศกณั ฐส์ ิบพกั ตร์ข้ึน เศียรตรี
ทรงมงกุฏชยั เขียวสี อาตมไ์ ท้

13

กรย่ีสิบพรศุลี ประสาทฤทธ์ิ ย่งิ นา
ถอดจิตจากตนได้ ป่ิ นดา้ ว ลงกา"
ทศกณั ฐ์ เดิมเป็นยกั ษน์ นทกกลบั ชาตมิ าเกิด เพ่ือรบกบั พระนารายณ์ ซ่ึงอวตารมาเกิดเป็นมนุษย์ ไม่มีใครฆา่ ให้
ตายได้ เพราะทศกณั ฐ์ถอดดวงใจใส่กลอ่ ง ฝากไวก้ บั พระฤาษีโบตุ รผเู้ ป็นอาจารย์ ทศกณั ฐ์มนี ิสยั เจา้ ชู้ มชี ายา
และนางสนมมากมาย แตถ่ งึ กระน้นั เมือ่ รู้ว่านางสีดาเป็นหญงิ ทมี่ ีความงดงามมาก แมน้ างจะมพี ระสวามีอยแู่ ลว้
ก็ยงั ลกั พาตวั ไป จึงเป็นสาเหตใุ ห้ตอ้ งทาศกึ กบั พระราม จนญาตมิ ิตรลม้ ตายไปเป็นจานวนมาก และในที่สุด
ตนเองก็ถูกพระรามฆา่ ตาย

นางมณโฑ

นางมณโฑ คอื พระมเหสีของทศกณั ฐ์ มชี าติกาเนิดเดิมเป็นกบ อาศยั อยใู่ กลอ้ าศรมของพระฤาษี ๔ ตน
พระฤาษมี กั จะให้ทานน้านมนางกบอยเู่ สมอ วนั หน่ึง นางกบเห็นนางนาคมาคายพิษใส่อา่ งน้านม เพือ่ ฆ่าพระ
ฤาษีท้งั ๔ นางจึงสละชีวิตกระโดดลงไปกินนมในอา่ งจนตาย พระฤาษไี ดช้ ุบชีวติ นางใหฟ้ ้ื นข้นึ เพื่อถามเร่ืองราว
เมอ่ื ทราบความจริงแลว้ จึงชุบนางกบให้เป็นมนุษย์ มีความสวยงามมาก ต้งั ชื่อใหว้ ่า มณโฑ (แปลวา่ กบ) แลว้ นา
นางไปถวายพระอุมาบนสวรรค์ ตอ่ มาพระอิศวรประทานนางมณโฑใหแ้ ก่ทศกณั ฐ์ เป็นรางวลั ตอบแทนทยี่ กเขา
ไกรลาสให้ต้งั ตรงเหมอื นเดิมได้ แต่ถกู พาลชี ิงนางไประหว่างทาง นางตอ้ งเป็นภรรยาของพาลีจนต้งั ครรภ์ พระ
ฤาษอี งั คตจึงสงั่ ให้คนื นางให้แกท่ ศกณั ฐ์ โดยผา่ ทอ้ งนาทารกไปฝากไวใ้ นทอ้ งแพะ ต่อมาจึงเกิดมาเป็นองคต

14

พระอุมาเทวี

พระอมุ าเทวี เป็นมเหสีของพระอศิ วร มีสองภาคคอื ภาคใจดีกบั ภาคดุร้าย พระอมุ าในภาคใจดีเป็นเป็น
หญงิ สาวทมี่ ีรูปโฉมงดงามมาก ส่วนในภาคดรุ ้าย จะมรี ูปร่างน่าเกลียดน่ากลวั มีหวั กะโหลกมนุษยห์ อ้ ยทีพ่ ระศอ
มี ๑๐ กร แตล่ ะกรถอื อาวธุ ตา่ งๆ กนั ท้งั ยงั มีจิตใจโหดเห้ียมมาก แมแ้ ต่พระอศิ วรเองกย็ งั เกรงพระอมุ าในภาคดุ
ร้ายน้ี พระนามของพระอุมาในภาคดุร้าย มีช่ือเรียกอยา่ งอนื่ เช่น ทรุ คา กาลี จณั ฑี

พระนารายณ์

พระนารายณ์ เป็นเทวดาผูเ้ ป็นใหญ่ฝ่ ายปราบปราม มกี ายเป็นสีดอกตะแบก มี ๔ กร ซ่ึงกรท้งั ๔ น้ัน ถือ
อาวุธตา่ งๆ กนั คอื คทา ตรี จกั ร สังข์ ทรงมงกุฎชยั (ชฎาเดินหน) ประทบั อยกู่ ลางเกษยี รสมทุ รบนหลงั
พญานาค ช่ืออนั ตนาคราชพระมเหสีของพระองค์ คือ พระลกั ษมี ทรงใชค้ รุฑเป็นพาหนะ พระนารายณ์ มชี ่ือ
เรียกอยา่ งอนื่ อีก เช่น พระทรงครุฑ พระสี่กร พระทรงสงั ข์ พระวิษณุ พระธราธร พระสังขกร

15

พระอินทร์

พระอนิ ทร์ คอื เทวดาผูเ้ ป็นใหญ่ในสวรรคช์ ้นั ดาวดึงส์ กายสีเขียว มพี ระเนตรถึงพนั ดวง ใชว้ ชั ระ
(สายฟ้า) เป็นอาวธุ มชี า้ งเอราวณั เป็นพาหนะ พระองคม์ ีมเหสี ๔ องค์ คือ สุจิตรา สุธรรมา สุนนั ทา และสุชาดา
พระอินทร์เป็นผดู้ ูแลทุกขส์ ุขของมนุษยโ์ ลก ยามใดที่มเี รื่องเดือดร้อนข้นึ บนโลกมนุษย์ อาสนะของพระองคท์ ี่
เคยอ่อนนุ่ม กจ็ ะแข็งกระดา้ ง หรือบางคร้งั ก็ร้อนจนไมส่ ามารถประทบั อยไู่ ดพ้ ระอินทร์มชี อื่ เรียกอยา่ งอ่นื เช่น
ทา้ วสหัสนยั น์ ทา้ วโกลีย์ ทา้ วสกั กะ เทวราช อมรินทร์ ศกั รินทร์ มฆั วาน เพชรปาณี

พเิ ภก

พเิ ภก คอื เทพบตุ รเวสสุญาณ จตุ ลิ งมาเกิดเพอื่ ช่วยพระรามปราทศกณั ฐ์ มกี ายสีเขยี ว เป็นนอ้ งของ
ทศกณั ฐ์มคี วามรู้ทางโหราศาสตร์อยา่ งยอดเยีย่ ม สามารถทานายเหตกุ ารณล์ ว่ งหนา้ ไดอ้ ยา่ งแมน่ ยาเม่อื ทศกณั ฐ์
ลกั พานางสีดามา พิเภกไดท้ ูลตกั เตือน และแนะนาใหส้ ่งนางสีดาคืนไป ทาให้ทศกณั ฐโ์ กรธมาก จนขบั ไล่พิเภก
ออกไปจากเมือง พิเภกจึงไปสวามภิ กั ด์ิกบั พระราม ใหค้ าแนะนาทเี่ ป็นประโยชน์ จนกระทง่ั พระรามชนะ
สงคราม หลงั จากเสร็จศกึ แลว้ พระรามไดส้ ถาปนาใหพ้ เิ ภกเป็นกษตั ริยค์ รองกรุงลงกา มพี ระนามวา่ ทา้ วทศครี ึ
วงศ์

16

อนิ ทรชิต

อนิ ทรชิต เป็นยกั ษม์ ีกายสีเขยี ว เป็นโอรสของทศกณั ฐก์ บั นางมณโฑ เดิมชื่อรณพกั ตร์ เมื่อสามารถรบ
ชนะพระอินทร์ได้ ทศกณั ฐพ์ อใจมากจึงเปลี่ยนช่ือใหว้ า่ อินทรชิต อินทรชิตมชี ายาช่ือ สุวรรณกนั ยมุ า มีโอรส
๒ องค์ คือ ยามลิวนั และกนั ยเุ วก มีศรนาคบาศ ศรพรหมาสตร์ และศรวษิ ณุปาฌมั เป็นอาวุธ ท้งั ยงั สามารถแปลง
กายเป็นพระอินทร์ไดอ้ ีกดว้ ย พระพรหมเคยประทานพรให้ว่า เวลาจะตายตอ้ งตายบนอากาศ และอยา่ ให้ศีรษะ
ขาดตกถึงพ้ืน มิฉะน้นั จะกลายเป็นไฟบรรลยั กลั ป์ ลา้ งโลก ตอ้ งใชพ้ านแวน่ ฟ้าของพระพรหมมารองรับ โลดจึง
จะปลอดภยั ดงั น้นั เม่ือพระลกั ษมณ์จะแผลงศรไปตดั คออินทรชิต จึงตรัสส่ังให้องคตเอาพานแวน่ ฟ้ามาคอยรบั

กุมภกรรณ

กมุ ภกรรณ เป็นยกั ษม์ ีกายสีเขยี ว มีหอกโมกขศกั ด์ิเป็นอาวธุ ไดช้ ่ือวา่ กมุ กรรณ (หูหมอ้ ) เพราะมีร่างกาย
ใหญ่โตจนเอาหมอ้ ใส่ไวใ้ นหูได้ กุมภกรรณ เป็นนอ้ งร่วมมารดาของทศกณั ฐ์ โดยเป็นพี่ของพิเภก คร้งั หน่ึง กุม
ภกรรณออกรบกบั พระลกั ษมณ์ ไดพ้ ุ่งหอกโมกขศกั ด์ิไปถูกพระลกั ษมณ์จนสลบ แต่พเิ ภกและหนุมานช่วย
แกไ้ ขให้ฟ้ืนได้ ต่อมา กมุ ภกรรณไดท้ าพิธีทดน้า โดยเนรมิตรกายให้ใหญโ่ ตขวางทางน้าไว้ เพื่อใหก้ องทพั ของ
พระรามอดน้าตาย แตถ่ ูกหนุมานทาลายพิธีคร้งั สุดทา้ ย กมุ ภกรรณออกรบกบั พระราม ถูกศรของพระรามจน
เสียชีวิต

17

หนุมาน

หนุมาน เป็นลิงเผอื ก (กายสีขาว) มลี กั ษณะพเิ ศษ คือ มเี ข้ยี วแกว้ อยกู่ ลางเพดานปาก มีกณุ ฑลขนเพชร
สามารถแผลงฤทธ์ิใหม้ สี ่ีหนา้ แปดมือ แลหาวเป็นดาวเป็นเดือนได้ ใชต้ รีเพชร (สามงา่ ม) เป็นอาวธุ ประจาตวั
(จะใชเ้ มื่อรบกบั ยกั ษต์ วั สาคญั ๆ) มคี วามเก่งกลา้ มาก สามารถแปลงกายหายตวั ได้ ท้งั ยงั อยยู่ งคงกระพนั แมถ้ กู
อาวุธของศตั รูจนตาย เมื่อมีลมพดั มาก็จะฟ้ื นข้นึ ไดอ้ ีก เม่ือนางสวาหะถกู มารดาสาปใหไ้ ปยนื ตีนเดียวเหนี่ยวกิน
ลม พระอิศวรจึงบญั ชา ใหพ้ ระพายนาเทพอาวุธของพระองคไ์ ปซัดเขา้ ปากของนาง นางจึงต้งั ครรภแ์ ละคลอด
บุตรเป็นลิงเผือก เหาะออกมาจากปาก ไดช้ ื่อวา่ หนุมาน หนุมานจึงถอื วา่ พระพายเป็นพ่อของตน หนุมานได้
ถวายตวั เป็นทหารเอกของพระราม ช่วยทาการรบจนสิ้นสงคราม

สุพรรณมจั ฉา

สุพรรณมจั ฉา เป็นลูกของทศกณั ฐก์ บั นางปลา รูปร่างทอ่ นบนของนางจึงเป็นมนุษย์ ส่วนท่อนลา่ งเป็น
ปลาเมอื่ พระรามสง่ั หนุมานใหพ้ าบริวารลิงขนหินมาถมสมุทร เพอ่ื ทาถนนขา้ มไปกรุงลงกา ทศกณั ฐก์ ็ส่ังให้นาง
สุพรรณมจั ฉากบั พวกปลาท้งั หลาย ช่วยกนั ขนหินไปทิ้ง หนุมานมคี วามสงสยั ดาน้าลงไปดจู ึงพบนางสุพรรณ
มจั ฉา ท้งั สองมคี วามรกั ต่อกนั นางจึงยอมเป็นภรรยาของหนุมาน ต่อมานางสุพรรณมจั ฉาต้งั ครรภ์ และคลอด
บุตรชายชื่อมจั ฉานุ

18

มจั ฉานุ

มจั ฉานุ เป็นบตุ รของหนุมานกบั นางสุพรรณมจั ฉา จึงมรี ่างกายเป็นลงิ เผือกเช่นเดียวกบั หนุมาน แตม่ ี
หางเป็นปลา เม่ือนางสุพรรณมจั ฉาคลอดมจั ฉานุออกมาแลว้ ก็กลวั ทศกณั ฐ์จะรู้ จึงนามจั ฉานุไปทงิ้ ท่ชี ายหาด
ไมยราพณ์ซ่ึงเป็นญาติกบั ทศกณั ฐ์มาพบเขา้ มคี วามสงสาร จึงไดน้ าไปเล้ยี งไวเ้ ป็นบตุ รบญุ ธรรม ต่อมา
ไมยราพณล์ กั พาตวั พระรามมาไวท้ ีเ่ มอื งบาดาล หนุมานติดตามมาดว้ ย ไดพ้ บกบั มจั ฉานุจึงตอ่ สู้กนั แตไ่ ม่
สามารถเอาชนะกนั ได้ จนกระทงั่ ไดร้ ู้ว่าเป็นพ่อลูกกนั

นิลพทั

นิลพทั เป็นลงิ มีกายสีน้ารกั (สีดาสนิท) มเี ข้ยี วแกว้ เช่นเดียวกบั หนุมาน มฤี ทธ์ิเดชเก่งกลา้ มากเมอ่ื
พระรามใหพ้ วกวานรทาถนนขา้ มไปกรุงลงกา นิลพทั กบั หนุมานเกิดทะเลาะววิ าท และต่อสูก้ นั แต่ไมม่ ใี คร
เอาชนะได้ เพราะต่างก็มีฤทธ์ิเดชเท่าเทยี มกนั พระรามกริ้วมาก สง่ั ให้นิลพทั ไปรักษาเมอื งขีดขนิ คอยส่งเสบยี ง
อาหารให้กองทพั ของพระราม ส่วนหนุมานกใ็ ห้ทาถนนให้เสร็จภายใน ๗ วนั

บรรณานุกรม

กานต์ทติ า หนูจ้อย. (2562). ลกั ษณะคำประพนั ธ.์ เข้าถงึ ได้จาก :ฟห่วสกาดว่ สาฟห่กดาสฟ่ หกวด
ส่าดกกhttps://sites.google.com/site/kunkrukan9/laksna-kha- หกดฟหกดฟหกดฟหกดฟหกดฟดหก
ฟกหด praphanth?fbclid=IwAR2TQtt4ac9y359kgYDczlhvbnyCPpLMVpUydaqxrByoGDtXmM
ฟกหด DF-bFehu8 (วนั ท่คี น้ ขอ้ มูล : 25 พฤศจิกายน 2564).

ประวตั ิรามเกียรต์แิ ละผแู้ ต่ง. (2560). เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :
https://sites.google.com/site/projectnc9902/home/prawati-ramkeiyrti-laea-phu-
taeng?fbclid=IwAR31STsDXxH015FsDCQJHetUzPss8-
Zvp7190qBO0wlR5UZaJfeu06VlBbY (วนั ที่คน้ ขอ้ มูล : 25 พฤศจิกายน 2564).

ประวตั คิ วามเป็นมา "รามเกียรต์"ิ . (2558). เขา้ ถึงไดจ้ าก : สกห่ดวสาฟ่ วสดา่ สาฟห่าส่ดวสาฟ่สกาด่
สาห่ดhttps://sites.google.com/site/rakhengaramkeiyrti/thima?fbclid=IwAR1Az8uaaZQwH-1-ฟห
กดฟดwxHtR1VsKoZpWoVCxAOQGgzRo9VMUvYFFCpQUaEmaIY

(วนั ที่คน้ ขอ้ มลู : 25 พฤศจิกายน 2564).

เร่ืองยอ่ . (2558). เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://sites.google.com/site/pavatrammakand/reuxng-yx
(วนั ทีค่ น้ ขอ้ มลู : 25 พฤศจิกายน 2564).

เน้ือเร่ืองยอ่ . (ม.ป.ป.). เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :
https://vajirayana.org/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0
%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%
E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2
%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%

B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8

%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD (วนั ท่คี น้ ขอ้ มลู : 25
พฤศจิกายน 2564).




Click to View FlipBook Version