The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Gypzy Publishing, 2022-05-23 00:07:29

แม่มดประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท พิมพ์ครั้งที่ 2

üćãðÐāòâŞÑüÖèĀÐùĀÜ×òéèúèśāÐòÿãāø
ëĈśíăùðĀñČùöÖúāÓöāðòĈśČôÿïĈðăêŠÜÜāĎúðŚðāéòòâÐāòèĀÐüŚāè

แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท
Witchcraft History



อัคนี มูลเมฆ

แมมด: ประวัติศาสตรแหงไสยเวท
Witchcraft History
อัคนี มูลเมฆ: เขียน
พิมพครั้งที่ 1 2561
พิมพครั้งทีี่ 2 2562
ราคา 230 บาท
ขอมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแหงชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
อัคนี มูลเมฆ.
แมมด: ประวัติศาสตรแหงไสยเวท Witchcraft History.-- พิมพครั้งที่ 2.-- กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุป, 2562.
256 หนา.
1. แมมด. l. ชื่อเรื่อง.
133.4

ISBN 978-616-301-680-5

c ขอความในหนังสือเลมนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558
การคัดลอกสวนใดๆ ในหนังสือเลมนี้ไปเผยแพรไมวาในรูปแบบใดตองไดรับอนุญาตจากเจาของลิขสิทธิ์กอน
ยกเวนเพื่อการอางอิง การวิจารณ และประชาสัมพันธ
บรรณาธิการอำนวยการ : คธาวุฒิ เกนุย
บรรณาธิการบริหาร : สุรชัย พิงชัยภูมิ
ผูชวยบรรณาธิการบริหาร : วาสนา ชูรัตน
บรรณาธิการเลม : ธรรธร วีระสุรีย
กองบรรณาธิการ : คณิตา สุตราม พรรณิกา ครโสภา ดารียา ครโสภา
เลขากองบรรณาธิการ : อรทัย ดีสวัสดิ์
พิสูจนอักษร : ขมพร ไชยลอม
รูปเลม : คีย ริชเนสส
ออกแบบปก : Rabbithood Studio
ผูอำนวยการฝายการตลาด : นุชนันท ทักษิณาบัณฑิต
ผูจัดการฝายการตลาด : ชิตพล จันสด
ผูจัดการทั่วไป : เวชพงษ รัตนมาลี
จัดพิมพโดย : บริษัท ยิปซี กรุป จำกัด เลขที่ 37/145 รามคำแหง 98
แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
โทร. 0 2728 0939 โทรสาร. 0 2728 0939 ตอ 108
www.gypsygroup.net
พิมพที่ : บริษัท วิชั่น พรีเพรส จำกัด โทร. 0 2147 3175
จัดจำหนาย : บริษัท ยิปซี กรุป จำกัด โทร. 0 2728 0939
www.facebook.com/gypsygroup.co.ltd
LINE ID : @gypzy

สนใจสั่งซื้อหนังสือจำนวนมากเพื่อสนับสนุนทางการศึกษา สำนักพิมพลดราคาพิเศษ ติดตอ โทร. 0 2728 0939



คานาจากสานักพิมพ์



เร่องราวท่เกิดข้นในอดีตให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้น้นมีอยู่มากมาย แต่ละ




ภูมิปัญญาท่วโลกต่างก็เป็นส่วนประกอบของอารยธรรมโดยรวมด้วยกันท้งส้น







เพ่อการชมโลกท่ครบถ้วน ขอนาเสนอเร่องราวทางประวัติศาสตร์ของไสยเวท
หนึ่งในสิ่งที่จะเติมเต็มให้ความรอบรู้ของเราได้ขยายขอบเขตออกไป
Witchcraft History แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท หนังสือเชิง
ประวัติศาสตร์สังคม นาท่านไปรู้จักกับผู้ใช้ความรู้ทางไสยเวทท่สืบทอดกันมา


แต่โบราณ ไขปริศนาของลัทธิแม่มดอันลี้ลับ น�าเสนอพร้อมเรื่องราวที่เกี่ยวโยง


อยู่กับศาสนา และความซับซ้อนของอานาจอันส่งผลให้เกิดการเปล่ยนแปลง
แท้จริงแล้วแม่มดคืออะไร? ต่างจากแม่มดท่เราเคยเข้าใจอย่างไร? หวังใจว่า

หนังสือเล่มนี้คงเป็นที่พอใจส�าหรับนักอ่านทุกท่าน
ส�านักพิมพ์ยิปซี

อารัมภบท







ด้วยความสนใจส่วนตัวทาให้ข้าพเจ้าเร่มค้นคว้าประวัติศาสตร์ของไสยลัทธ ิ
ในโลกตะวันตก ด้วยเดิมทีให้ความสนใจต่อการกวาดล้างแม่มดในยุโรป การ





ค้นคว้าทาให้ล่วงลึกไปยังท่มาเบ้องต้นของกลุ่มศาสนาโบราณ น่นทาให้ต้องสาว
ย้อนไปไกลกว่าที่คิด

หนังสือเล่มน้จึงกอปรไปด้วยโครงสร้างของเน้อหาท่เร่มต้นด้วยการ






อารัมภบทถึงท่มาของลัทธิแม่มด ความเช่อเร่องลัทธิซาตานในคริสต์ศาสนา








เรอยไปถงการไตสวนและทรมานกลมนอกรต กระทงมาจบลงทความเชอในไสย







ลัทธิยุคใหม่ เช่อว่าโครงสร้างเช่นนี้จะทาให้ผู้อ่านมองเห็นภาพรวมของประเด็น
ทั้งหมด ทั้งอ�านวยให้เกิดความเข้าใจความเป็นมาแต่ต้นจรดปลาย
เมื่อเปิดออกอ่าน ท่านจะพบว่าเนื้อหาระหว่างบรรทัดสะท้อนความรู้ข้าง


เคียงเก่ยวกับประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนา ความขัดแย้งทางความเช่อในยุโรป

พัฒนาการของความขัดแย้ง กระท่งคล่คลายมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะ

สถานการณ์ทางความคิดและความเชื่อในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อโลก


ตะวันตกประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนท่มีผลครอบคลุมไปท้ง
โลก


ไม่ว่าอย่างไร สารคดีเชิงประวัติศาสตร์เล่มน้ให้ภาพแม่มดท่แตกต่างจาก





โลกบนเทง เช่นในนทานสาหรบเดก ภาพยนตร์ หนงสือการตน หรอในนวนิยาย






ประโลมโลกย์ แม่มดในความเป็นจริงแตกต่างจากประสบการณ์ท่ผู้อ่นยัดเยียด



ให้ ประวัติศาสตร์ท่เขียนข้นมาจากมุมมองฝ่ายเดียวไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น

ประวัติศาสตร์ท่ถูกต้อง แต่เป็นบทโฆษณาชวนเช่อท่มุ่งครอบงาหรือทาลายคู่




ปรปักษ์เท่านั้น

เช่นนั้นก็ตาม หนังสือเล่มนี้ให้ได้เพียงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไสยลัทธิ
ที่มิอาจหยั่งลึกเข้าไปสู่รายละเอียดอันมหาศาลบนทางผ่านของมนุษยชาติ ท่าน

ท่สนใจสามารถค้นคว้าด้วยตัวเองลงไปยังหุบเหวแห่งความรู้ด้วยเส้นเชือกอัน
เปราะบางท่ข้าพเจ้าขึงไว้ และหากเป็นไปได้ช่วยแก้ไขหมุดแห่งความผิดพลาดท ่ ี















ขาพเจาตอกไว้บนเสนทาง เผอวาอาจชวยนกคนควารายใหมใหทางานไดสะดวก
ยิ่งขึ้น








สดท้าย การกล่าวถงค่ปฏปักษ์ฝ่ายหนงโดยธรรมชาตย่อมยากจะหลก

เล่ยงการเปิดโปงความผิดพลาดของอีกฝ่ายหน่ง กระน้นข้าพเจ้ามิได้จงใจจะ







ตาหนิคริสต์ศาสนาหรือคริสตจักรคาธอลิก อันท่จริงชาวคริสต์น่นเองท่ลุกข้น

มาแก้ไขความผิดพลาดของพวกเขา ขณะผู้ให้ความสนใจอย่างเราทาได้เพียงแต่
เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบนอกเท่านั้น.
อัคน มูลเมฆ

บ้านม่อนมายา อ�าเภอหางดง เชียงใหม่
มีนาคม 2561



สารบัญ






บทท่หน่ง
อรุณรุ่งของไสยลัทธิ...10


บทท่สอง
ปีศาจวิทยา...34


บทท่สาม
ลัทธิซาตาน...68

บทที่สี่
นอกรีต...96


บทท่ห้า

ล่าแม่มด...122


บทท่หก
สอบสวนและทรมาน...164



บทท่เจ็ด
แม่มดยุคใหม่...196

ภาคผนวก
สมุนไพรและสัตว์เลี้ยงของแม่มด...222

ภาพวาดแสดง
โคเวนของแม่มด
ยุคโบราณ







อรุณรุ่ง

ของไสยลัทธิ




The Dawn
of Witchcraft

The Dawn of Witchcraft











บทท่หน่ง







แม่มดมาพร้อมกับมนตราและความลึกลับ มีความเป็นมายาวนานพร้อมกับ




การกาเนิดอารยธรรมของโลก เป็นความเช่อท่สามารถสืบย้อนไปได้ไกลถึง

40,000 ปี การใช้เวทมนตร์เป็นเคร่องมือเพ่อบรรลุวัตถุประสงค์ถูกเรียกในภาษา

สมัยใหม่ว่าลัทธิแม่มด หรือ ‘ไสยลัทธิ’ (witchcraft) ถือได้ว่าเป็นศาสนา
1
ดั้งเดิมและเป็นพื้นฐานก่อนที่ศาสนาอื่นใดจะอุบัติขึ้น

จากการสืบค้นของนักโบราณคดีพบว่าลัทธิแม่มดมีมาต้งแต่ยุคหิน
เก่า (Paleolithic) ผู้คนในโลกบรรพกาลให้ความนับถือเทพเจ้าแห่งการล่า
(Hunter god) และเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ (Fertility Goddess) มา



ยาวนาน ข้อพิสูจน์ของเร่องน้คือภาพเขียนบนผนังถาท่มีอายุเก่าแก่กว่า



30,000 ปี บนน้นวาดเป็นรูปคนท่มีศีรษะเป็นกวาง ท้งมีภาพสตรีมีครรภ์ยืนอย ู่


ในวงล้อมของผู้คน 11 คน วงกลมน้ชาวแม่มดสมัยใหม่เรียกว่า ‘โคเวน’

(Coven) การนับถือเทพและเทพีของแม่มดมีมาก่อนเทพเจ้าองค์ใด
2
ในยุคโบราณ ‘witchcraft’ หมายถึง ‘craft of the wise’ (ทักษะ

ของผู้มีปัญญา) เป็นศาสตร์อันก้าวหน้าและหลักแหลม เน่องจากผู้มีปัญญาคือ


ผู้รู้จักสังเกตธรรมชาต ท้งปฏิบัติตามแนวทางของธรรมชาต มีความรู้เก่ยวกับ


ยาและสมุนไพร เป็นผู้ให้คาปรึกษาแก่ผู้คนจนได้รับการยกย่องเป็น ‘หมอยา’


อรุณรุ่งของไสยลัทธ 11

Witchcraft History

(healer) เป็นผู้น�าทางจิตวิญญาณของหมู่บ้านและชุมชน



แม่มดเรียนรู้จากธรรมชาต พวกเขาเช่อว่าความเข้าใจธรรมชาติเป็นความ
สูงส่งของมนุษย์ ขณะมนุษย์เองก็กอปรส่วนอยู่ในธรรมชาติหรือในองค์รวม
แม่มดมีคติท่ว่ามนุษย์มิได้เป็นเจ้าของโลก แต่เป็นส่วนหน่งของโลก ชาวไสย



ลัทธิเข้าใจดีว่าเม่อมนุษย์เอาประโยชน์จากธรรมชาติจักต้องคืนกลับไปให้





ธรรมชาต เพ่อดารงไว้ซ่งดุลยภาพ พวกเขาใช้ไสยเวทในฐานะเป็นศาสนาท่แท้
ของธรรมชาติและเทพเจ้า
ในภาษาลาติน คาท่บ่งถึง ‘แม่มด’ คือ Maleficarum ขณะเพศชาย



หรือพ่อมดเรียกว่า Maleficus หรือ Malefica แต่บางกรณีใช้คา Malefi-
corum เพ่อบ่งเฉพาะผู้ชาย หรือท้งชายและหญิงก็ได้หากจาเป็นต้องบ่งถึง



ร่วมกัน
ในภาษาอังกฤษ witch หรือแม่มดมีมาก่อนภาษาของชาวแองโกล-

แซกซัน (Anglo-Saxon) ในภาษาเก่าใชคา ‘Wicca’ เพ่อบ่งถึงพอมด และ




เรียกแม่มดว่า ‘Wicce’ ส่วนคา ‘wicker’ เป็นภาษาเยอรมันโบราณหมายถึง
นักพยากรณ์ (Soothsayer)

ตามปกติคาว่า witch หมายถึงแม่มดหรือนักไสยเวทสตร กระน้นใน




ภาษาอังกฤษยังมีคา Wizard และ sorcerer ท่บ่งถึง ‘พ่อมด’ ในอดีต

‘witch’ มีความหมายคล้ายบุคคลทางศาสนาผู้สูงส่ง มีหัวใจบริสุทธ์ท่สามารถ

ติดต่อกับจิตวิญญาณ แม่มดคือผู้มีจิตเมตตา ยึดมั่นในหลักจริยธรรม มีพลัง
เหนอธรรมชาตเป็นพรสวรรค์ ทางานเพอปัดเป่าความเจบปวดและความทกข์







ยากให้กับผู้คน



ทว่าโลกสมัยใหม่กลับมองแม่มดในทางร้าย ท้งน้อาจเน่องมาแต่อคติท ่ ี
ติดมาจากยุคกลางของยุโรป เม่อกล่าวถึงแม่มดผู้คนจะนึกถึงภาพหญิงชราท ่ ี

จมูกงองุ้ม มีไม้กวาดเป็นยานพาหนะ น่าตาเห่ยวย่นน่าเกลียดน่ากลัว กระทา �

12 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft


แต่เร่องเลวร้าย โดยใช้เวทมนตร์เป็นอาวุธ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ‘witch’ ใช้
เรียกชาวไสยลัทธิทั้งสองเพศ
ไสยเวทหรือไสยลัทธิถือเป็นศาสนาโบราณ เป็นการภักดีต่อธรรมชาติใน



ู้

รูปแบบท่บริสุทธ เป็น ‘Wicca’ หรือวิถีของผู้รอบร ทาให้ผู้ศรัทธาถอยห่างจาก
ความช่วร้าย แม่มดมองตัวเองว่าเป็นผู้พิทักษ์โลก เป็นผู้รับใช้เทพีแห่งธรรมชาต ิ

ผูกพันตัวเองเข้ากับฤดูกาล-พืชพันธุ์-สรรพสัตว์ และโลกรอบกาย เพ่อแสวงหา

ความสมดุลของชีวิต ว่าไปแล้วพวกเขาท�าตัวเหมือนเป็นนักนิเวศวิทยา

แม่มดท่แท้มิใช่ผู้นับถือลัทธิซาตาน (Satanism), นับถือปีศาจ (devil)
หรือคุณไสย (black magic) หรือเป็นหมอผ (shamanist) ท้งมิใช่ผู้นับถือ


ลัทธิวูดู (Voodoo) แม้เขาเหล่านี้จะมีวิธีที่คล้ายคลึงและถูกท�าให้เกี่ยวพันกัน
ก็ตาม




























■ การรักษาตามวิธีดั้งเดิม
ของพ่อมดพื้นบ้าน
ชาวอินเดียน





อรุณรุ่งของไสยลัทธ 13

Witchcraft History

เป็นไปไม่ได้ท่จะทาความเข้าใจประวัติศาสตร์ของแม่มดโดยไม่รับรู้ถึง



ด้านมืดของเวทมนตร์ ถึงอย่างน้นเป็นเร่องสาคัญท่ต้องตระหนักว่าแม่มดไม่ได้



ใช้มนตร์ด�า ทั้งมีประเด็นต้องท�าความเข้าใจว่าไสยเวทเป็นศาสตร์ทั่วไป ถูกน�า



ไปใช้ท้งด้านบวกและลบโดยผู้คนต่างๆ แม้กระท่งโดยผู้ท่อ้างตัวว่าเป็นแม่มด

หรือบุคคลทางศาสนา ในสมัยโบราณเวทมนตร์เป็นเร่องสามัญท่แฝงอยู่ในวิถ ี

ชีวิตและชุมชน ในยุคแรกแม่มดเป็นเพียงหมอพ้นบ้าน (Folk healer) คาถา



ท่ใช้ก็เป็นเพียงคาถาพ้นบ้าน (Folk Magic) เวทมนตร์ในภาษาลาตินได้มา
ทีหลัง จากโรมันและคริสต์ศาสนานั่นเอง
































โฮมเมอร์ กวีกรีก
(900-850 ปีก่อนคริสตศักราช)




14 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft

ในโลกโบราณ อาณาจักรต่างๆ เช่น อียิปต์ กรีก และโรม ผู้คนล้วน




ประกอบกิจกรรมด้านเวทมนตร์ เพราะส่งนคือความสูงส่งเสมือนเป็นวิทยา

















ศาสตรของยคบรรพกาล ผคงแก่เรยนตองเรยนรวิธการรกษาผปวย รสรรพคณ



ของสมุนไพร ร้วธใช้ของมันแม้กระท่งเพ่อทาให้คนหลับ ต้องเข้าใจสมปชัญญะ





ของมนุษย์ ท้งสามารถเช่อมพิธีกรรมเข้ากับการใช้เวทย์มนตร์และการสวดอ้อนวอน


ผู้คงแก่เรียนของกรีกท่สมัยใหม่เรียกว่าปราชญ์ อย่างเช่น ไพธากอรัส

(Pythagoras) ซ่งปัจจุบันถือว่าเป็นนักคณิตศาสตร์, นักปรัชญา และเป็น
3

นักวิทยาศาสตร์ ทว่าแท้แล้วเขายังเป็นนักไสยเวทผู้หน่ง แม้ไม่ถูกเรียกว่าพ่อ
มดก็ตาม ไพธากอรัสมีอิทธิพลทางความคิดต่อเพลโต (Plato) ในเวลาต่อมา

ในข้อเขียนท่ช่อ Dialogues ของอริสโตเติล (Aristotle) ได้กล่าวถึง

อิทธิพลของทฤษฎีไสยเวทไว้ในบท History of Animal อันท่จริงในฐานะ



ผู้มีการศึกษาและเฉลียวฉลาดท้งเพลโตและอริสโตเติลรู้ดีว่าแม่มดคืออะไรเร่อง
4
ราวของไสยลัทธิยังปรากฏชัดอยู่ใน ‘โอดีสซีย์’ (Odyssey) ของกวีโฮเมอร์
(Homer)



ก่อนหน้าน้นในอียิปต์ ยังมีนักบวชสตรีคอยทาหน้าท่อยู่ในวิหารแห่ง





เดลฟี (Oracle of Delphi) พวกเธออทศตัวให้กบเทพเจ้า ทงทาตวเป็นนก





พยากรณ์และโหราจารย์ สตรีเหล่าน้จะน่งอยู่เหนือรอยแยกของหิน มีไอ

สมุนไพรลอยข้นมาห่อหุ้มอยู่รอบกาย สมุนไพรช่วยให้เกิดสภาวะฌาน ท่น่นเอง


พวกเธอทานายอนาคตระหว่างน้นจะมีนักบวชอีกคนคอยอธิบายความหมายท ี ่








เธอส่อออกมา เน่องจากบ่อยคร้งมักซ่อนรหัสท่เข้าใจยาก กระน้นคาทานาย



หลายอย่างเป็นความจริง พิธีกรรมลักษณะน้ดาเนินต่อเน่องกันมาหลายพันปี

ในรูปแบบที่หลากหลาย
ในอดีต สังคมกรีกมีแม่มดผู้ย่งใหญ่มากมาย อย่างเช่น มีเดีย (Medea) 5





แม่มดซงมชอโด่งดงทสดในยคนน เธอเข้มแขงแต่บางครงอาจวกลจรตและ














อรุณรุ่งของไสยลัทธ 15

Witchcraft History

























■ นักบวชสตรีในวิหารแห่งเดลฟี



6
โหดร้าย ฮีเคท (Hecate) เป็นเทพีแห่งดวงจันทร์คนแรก แต่ต่อมาถูกถือว่า


เป็นเทพีแห่งแม่มดผู้ปกครองรัตติกาล และเป็นนายแห่งปีศาจท่น่ากลัวท้งปวง
ส่วนเซิร์ซ (Circe) เป็นแม่มดผู้สาปเหล่าคนรักของเธอไปเป็นสุกรเมื่อเธอเบื่อ
หน่ายพวกเขาแล้ว
แม่มดผู้เก่งกล้าเหล่าน้ถูกมองว่าเป็นคนช่วร้าย น่นบางทีอาจเน่องจาก





การท่พวกนางให้ความภักดีต่อเทพธิดาตามทาเนียมของศาสนาโบราณ เหล่า

ผู้นับถือศาสนาที่ใหม่กว่าจึงมองแม่มดเหล่านั้นว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เช่นเดียว
กับท่ทากันอยู่ในวัฒนธรรมท้งหลาย ทว่าในการพิสูจน์ความจริงพบว่า ตาราท้ง





ปวงต่างเน้นยาถึงความรู้ด้านสมุนไพรและเวทมนตร์ของแม่มด อีกท้งความรู้



ของพวกเธอได้รับการสืบทอดต่อมาจนปัจจุบันโดยแม่มดยุคใหม่








แพน (Pan) คอเทพเจาดงเดมทสดทไดรบการภกดจากแมมด พระองค ์







มีศีรษะเป็นกวางมีร่างเป็นมนุษย์ ทรงเป็นเทพแห่งธรรมชาติของชาวไสยลัทธ ิ
16 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft



เป็นส่วนหน่งของพืชและสัตว์ท่มีชีวิต ทรงสถิตอยู่กับเหล่าเทพีและเหล่าผู้ที่เรียก
ตัวเองว่า ‘ผู้พิทักษ์โลก’ (Guardians of Earth)
การแปลงร่าง (Shape Changing) เป็นความสามารถพิเศษประการ



หน่งท่เช่อกันว่าสามารถทาได้โดยมนตราของแม่มด ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ แต่


การแปลงร่างถือเป็นเร่องธรรมดาอยู่ในเทพปกรณัมและวรรณกรรมของกรีก
อย่างเช่นในตานานรักของเทพซีอุส (Zeus) พระองค์ทรงแปลงร่างเป็นหงส์





และเป็นวัว หรือกระท่งเป็นสายฝนทองคา ว่าไปแล้วทรงทาทุกส่งทุกอย่างได้
ตามความปรารถนา ความเช่อซ่งมาทีหลังเช่นนี้ได้รับอิทธิพลมาจากแม่มดหรือไม่?


ในข้อเขียนโบราณช่อ Golden Ass (ลาทองคา) เขียนโดยอาปูไลอุส


แห่งมาดอรา (Apuleius of Madaura) ก็กล่าวถึงการแปลงร่าง ในนั้นเป็น

ตานานของชายชาวกรีก ท่เล่าถึงหนุ่มผู้หน่งว่าภายใต้ความช่วยเหลือของแม่มด


อ่อนหัด เขากลายไปเป็นลาโดยบังเอิญ หลังจากเที่ยวออกไปผจญภัยมากมาย

เทพีไอซิส (Isis) ช่วยให้เขาเปล่ยนร่างกลับกลายมาเป็นนักบวชผู้ภักดีของเธอ

เหล่าน้คือตัวอย่างช้ถึงความเป็นสามัญของไสยลัทธิในยุคโบราณ ชาว

โรมันเองก็ใช้เวทมนตร์มากมายในชีวิตประจาวัน พวกเขาใช้วิชาโหราศาสตร์,

เครื่องราง, การเสกเป่า เพื่อการเยียวยาและเพื่อสาปแช่ง



ในยุคน้นชาวโรมันมีเคร่องมือท่น่าสนใจอย่างหน่ง คล้ายกระดานผีถ้วย


แก้ว หรือ Ouija board ท่ใช้ในการทรงเจ้าหรือเรียกภูตผ เป็นกระดานเหล็ก

มีตัวอักษรและเคร่องหมายต่างๆ เขียนไว้ กระดานมีขาหย่งสามขาทาด้วยไม้





ผู้ทาพิธีกรรมจะแขวนกระด่งไว้ด้วยเส้นด้ายทางขวาเหนือกระดาน เม่อปีศาจให้







คาทานาย กระด่งจะแกว่งคล้ายลูกตุ้มไปตามตัวอักษรเหล่าน้นเพ่อตอบคาถาม
ของผู้ประกอบพิธีกรรม
คัมภีร์ท่เรียกว่า ‘Aeneid’ ของโรมัน พรรณนาถึงการใช้เวทมนตร์
7

อย่างเข้มข้น ในนนกล่าวถึง ‘ไดโด’ (Dido) ว่าเป็นแม่มดทรงอานาจ แต่ท้าย




อรุณรุ่งของไสยลัทธ 17

Witchcraft History


ท่สุดเธอหันมาต่อต้านตัวเองเช่นเดียวกับแม่มดมีเดียของกรีก ส่วนบทละครท ่ ี

8
เขียนโดยฮอเรซ (Horace) ให้ภาพแม่มดที่น่ากลัวและเตมไปด้วยความชั่ว
ร้าย เช่นพรรณนาถึงพิธีกรรมอันน่าพรั่นพรึงรวมทั้งการสังหารเด็ก
กล่าวกันว่าชาวโรมันมักให้ภาพแม่มดไปในทางร้ายด้วยพึงใจในความ

โหดร้าย ผู้คนชอบดูเกมต่อสู้ในสังเวียน ระหว่างคนกับคนหรือมนุษย์กับสัตว์



ร้าย ท้งช่นชอบความโหดร้ายในสงคราม เร่องเล่าของแม่มดสะท้อนรสนิยมแบบ
นี้ได้ดี ไม่น่าสงสัยที่ว่าท�าไมแม่มดโรมันจึงมีแต่ด้านมืด เนื้อเรื่องในต�านานมัก

ระบุว่าบ่อยคร้งแม่มดใช้ยาพิษ ทาพิธีทรงเจ้าเข้าผ ปลุกวิญญาณ และสร้าง




ปีศาจซอมบ แม้จะมีข้อเท็จจริงท่ว่ามีชาวโรมันมากมายเขียนมนตราไว้บน



แผ่นตะก่วเพ่อสาปแช่งปฏิปักษ์ของตน ท้งหมดน้ถือเป็นช่วงเวลาท่น่าเศร้า


ส�าหรับสาวกของศาสนาโบราณอย่างแม่มด



ตรงกันข้ามกับชาวอียิปต์ ชนชาติผู้ให้กาเนิดอารยธรรมในยุคแรก ท่น่น


ผู้คนเช่อถือมนตราดุจด่งวิทยาศาสตร์ มนตราผสมผสานอยู่ในศาสนา พิธีกรรม


ต้องกระทาอย่างพิถีพิถัน ในเทพปกรณัมและตารามนตราต่างๆ สะท้อนอย่าง

ชัดแจ้งว่าพวกเขามีระบบความเช่อท่วางอยู่บนวิชาการ มีการแบ่งแยกตาราออก


เป็นวิชาโหราศาสตร์ (astrology), การแปรธาต (alchemy) และสูตรท่องจา �








■ มีเดีย
เทพีของชาวกรีก





18 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft








สาหรบมนตราท่ใช้ในชวิตประจาวัน เป็นต้น ผ้ประกอบพิธกรรมต้องเป็น








ผเช่ยวชาญ คนสามญนอกจากตองปรึกษาผเช่ยวชาญแลว ยงตองซอเครองราง







และสมุนไพรเพื่อปกป้องตัวเอง ทั้งต้องร่ายเวทด้วยตัวเองอีกด้วย
ใน The Book of Dead หรือ ‘คัมภีร์แห่งความตาย’ ของอียิปต์
9

ระบุว่าประตูของโลกแห่งความตายจะไม่เปิดให้กับผู้ไม่รู้จักช่อลับของตน หรือ


ผ้ทออกเสยงไม่ถกต้อง แต่ละประตต้องออกเสยงและอ่านชอประตให้ถกต้อง












ชาวอียิปต์มีตารามากมายเก่ยวกับสูตรมนตรา รวมท้งการทานายโชคชะตา,

ค�าสาปแช่ง และเครื่องรางส�าหรับใช้ในชีวิตประจ�าวัน


เคร่องรางถือเป็นของสาคัญท่ขาดไม่ได้ มันใช้สวมสาหรับผู้ยังมีชีวิตและ





วางไว้บนร่างผู้ตาย เคร่องรางอาจทาด้วยวัสดุต่างๆ บางคร้งจารึกไว้ด้วยมนตรา
บางอันมีรูปร่างเป็นที่นิยม เช่น รูปแมงสะคารับ (scarab) และรูปหัวใจ ชาว

อียิปต์บางคนมีเคร่องรางไว้ปกป้องอวัยวะแต่ละส่วน บางตารากล่าวถึงความฝัน

และการแปลงร่าง เช่น มีคาสาปอยู่ในตารา Book of Dead สอนให้ผู้เพ่ง



ตายแปลงร่างเป็นนก, จระเข้ หรือ อสรพิษ


ภาพเชิงบวกของแม่มดดาเนินมาหลายช่วอายุคน อย่างไรก็ตาม ท้าย

ท่สุดลทธิพระเจ้าองค์เดียว (Monotheism) เข้ายึดครองโลกตะวันตก แรก

สุดคือลัทธิยูดาย (Judaism) และต่อมาคือคริสต์ศาสนา และแล้วสถานภาพ
ของแม่มดกลายเป็นความเลวร้าย ไบเบลกล่าวถงแม่มดไปในทางลบ บางยค



แม่มดถูกนักบวชในคริสต์ศาสนาประหารอย่างโหดเหี้ยม
10

แม่มดมีช่อรายหน่งคือ ‘แม่มดแห่งเอ็นดอร์’ (Witch of Endor) เธอ

เป็นหน่งในผู้รอดชีวิตหลังจากเหล่าแม่มดถูกเข่นฆ่าโดยกษัตริย์ซาอูล (King

Saul) ตามค�าสั่งของซามูเอล (Samuel)-ศาสดาพยากรณ์
ในยุคแรก โมเสส (Moses) และอารอน (Aaron) ต่างนับถือมนตรา
ของอียิปต์ ดังพรรณนาอยู่ในคัมภีร์ Exodus เช่นกล่าวว่าโมเสสสามารถเสก

อรุณรุ่งของไสยลัทธ 19

Witchcraft History



ก่งไม้ให้เป็นงูในระหว่างแข่งขันกับผู้วิเศษชาวอียิปต์ เม่อโรคระบาดเข้าจู่โจม


ชาวอียิปต์ ผู้คนเช่อว่าเป็นฝีมือของแม่มดผู้ช่วร้าย แต่ไบเบิลของคริสต์กล่าวถึง
โรคระบาดเหล่านั้นว่าเป็นการลงโทษของพระเจ้า
กล่าวกันว่ากษัตริย์โซโลมอน (King Solomon) ราชบุตรของดาวิด

(David) ทรงเป็นผู้ฉลาดท่สุดในยุคของพระองค์ หรือกระทั่งฉลาดท่สุดใน


บรรดาส่งมีชีวิตบนผิวโลก ทรงเป็นพ่อมดผู้วิเศษเช่นเดียวกัน หนังสือ ‘The


11
Wisdom of Solomon’ (ปัญญาของโซโลมอน) เขียนข้นหลายปีหลังจาก


พระองค์ส้นพระชนม์ แต่ข้อความไม่น้อยในน้นได้มาจากปากคาของพระองค์




เอง ทรงกล่าวว่าพระเจ้ามอบอานาจและความรู้ให้พระองค์ และส่งท่พระองค์
เรียนรู้มิได้มีเพียงศาสตร์ต่างๆ เท่าน้น แต่รวมท้งมนตราด้วย ในภายหลังผู้คน


ชื่นชมในพระองค์ว่าทรงเป็น ‘พ่อมดขาว’ (white witch)

ตามต้นฉบับเดิมระบุว่ากษัตริย์โซโลมอนมีอานาจเหนือปีศาจ (demons)


แต่มาเขียนผิดเป็น ‘เหนือพายุ’ (wind) เพราะสองคาน้คล้ายกันมากในภาษา





ฮบรูว์ นอกจากนยังอ้างว่าทรงมความรู้ด้าน ‘การไล่ผ’ (exorcism) ในครง ั ้



กระโน้นการไล่ผีมีบทบาทสาคัญ เพราะมีโรคภัยหลายชนิดท่ทาให้ผู้ป่วยม

อาการเหมือนถูกผีเข้า


โดยท่วไปศาสนาใหม่กาเนิดข้นจากอิทธิพลของศาสนาเก่า ด้วยเหตุน้จึง


มีไสยเวทและการพยากรณ์ดวงชะตามากมายปรากฏอยู่ในคัมภีร์ทางศาสนาของ
ฮบรูว์ เช่นในพระคมภร์ ‘โทราห์’ (Torah) พระคัมภร์เล่มน้มถ้อยคาจานวน








มากที่บ่งถึงมนตราและพิธีกรรม
ดังเช่น:


nahash เป็นนาม แปลว่า ง (snake) เม่อเป็นกริยา แปลว่า ส่งเสียงฟ่อ
(hissing) หรืออาจแปลว่า เสียงกระซิบ (whispering)
Onan แปลว่า เมฆ (clouds) มีนัยยะถึงการใช้มนตรา
20 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft

Kashaph มีความหมายก�ากวม กล่าวคือตามรากศัพท์แปลว่า พึมพ�า

(mutter) หากเป็น kash คาเดียวแปลว่าสมุนไพร hapalah แปลว่าใช้

(using) รวมแล้วแปลว่า ใช้สมุนไพร
ba’alob แปลว่านายแห่งวิญญาณ (master of spirits)

yidde’oni แปลว่าผู้รับข่าวสารจากปีศาจ (gainer of information
from ghosts)
เหล่านี้คือตัวอย่างไสยลัทธิที่ปรากฏอยู่ในศาสนายูดายของชาวยิว






































■ แพน
เทพเจ้าแห่ง
ธรรมชาติ





อรุณรุ่งของไสยลัทธ 21

Witchcraft History


แม้กระน้นยังมีข้อความระบุไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่าชาวคริสต์ต้อง “ไม่
ยินยอมให้แม่มดมีชีวิตอยู่” (Do not allow a sorceress to live. /


Exodus 22: 18) เหตุผลน้นง่ายมาก นักมานุษยวิทยาอธิบายว่าแม่มดไม่เพียง


ภักดีต่อศาสนาคู่แข่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของสังคมท่สตรีมีอานาจ (Matriar-
chal Society) สังคมท่ปกครองโดยผู้หญิงเป็นภัยต่อยิวและคริสต์ท่ถือเอา


ผู้ชายเป็นใหญ่
คริสต์ศาสนายุคแรกมองสตรีว่าเป็นสาเหตุของบาปกาเนิด (Original





Sin) อันเน่องมาจากตานานทว่าอีฟชักชวนอาดัมให้กนแอปเปิลของซาตาน

คริสตจักรยังมองสตรีว่าอ่อนแอ, โง่เง่า, ไร้ศรัทธา อ่อนไหวต่อบาป สตรีจึงถูก
ริบสิทธิ, ไร้การปกป้อง และไร้เกียรติในทุกทาง ตรงกันข้ามกับศาสนาด้งเดิม


อ่นๆ ท่สตรีสามารถเป็นนักบวช, เป็นแม่มด, เป็นหมอยา และเป็นคร อาชีพ


ทั้งหมดได้รับการยกย่องในสังคม

การต้งรกรากในคานาอาน (Canaan) ของชาวอิสราเอลเป็นจุดผกผัน




ทางประวัติศาสตร์ มันช้ว่าอานาจของศาสนาเก่าหรืออานาจของไสยลัทธิเร่ม


















■ คัมภีร์มรณะของชาวอียิปต์




22 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft








เส่อมคลาย แม้ใช้เวลาหลายศตวรรษและมการสรบอย่างดุเดือด ทว่าทายท่สด
ศาสนาท่เป็นธรรมชาติและอ่อนโยนก็พ่ายแพ้แก่ศาสนาใหม่ท่ทรงอานาจและม ี







กาลังทางทหารเหนอกว่า ความเช่อแบบยิว-ครสเตียนได้ทาลายล้างทุกส่งทุก


อย่างด้วยวิถีอันรุนแรงกระทั่งสามารถพิชิตโลกตะวันตก



สาหรับชาวยิว-คริสเตียน แม่มดหรือไสยลัทธิเป็นความเช่อท่มาจากลัทธ ิ

นอกศาสนา (Paganism) ท้งถือว่าแม่มดเป็นหนึ่งในกลุ่ม ‘นอกรีต’ (Heresy)


ท่ต้องถูกกาจัด แม้ว่าในสังคมยุโรปยุคโน้นผู้คนจานวนมากยังประกอบไสยเวท






เป็นอาชพหรือก่งอาชีพ แม่มดในยุโรปเช่อม่นในการใช้มนตราและสมุนไพรเพ่อ

รักษาโรค ใช้เวทมนตร์ช้รูปพรรณของคนร้าย ทานายอนาคตล่วงหน้า ค้นหา


ทรัพย์สินท่สูญหาย ท้งหมดน้นเพ่อแลกกับค่าจ้าง พวกเธอยังต่อต้านการใช้



ไสยเวทไปในทางชั่วร้ายอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการใช้มนตราในระดับล่าง ใน
ยุคฟื้นฟูศิลปะและวิทยาการ (Renaissance) เหล่าผู้คงแก่เรียนฝึกการใช้มน
ตราในระดับสูง เขาเหล่าน้นได้แก่นักบวชในคริสต์ศาสนา รวมท้งผู้เช่ยวชาญท ี ่



ศึกษาด้านเทววิทยาภายใต้อิทธิพลของลัทธิเพลโตใหม่ (Neo-Platonism)


เป็นความซับซ้อนท่มองการทาไสยเวทว่าเป็นส่วนหน่งของระบบทางจิตวิญญาณ



ระหว่างศตวรรษท 12-15 ยามท่คริสต์ศาสนาได้รับการเผยแพร่ไปท่ว



ยุโรปแล้ว กระน้นโดยท่วไปยังปนเปอยู่กับความเช่อแบบไสยเวท ผู้คนหลาก



หลายอาชีพยังคงใช้เวทมนตร์กันอยู่ในชีวิตประจาวัน นักบวช, แพทย์, ศัลย-
แพทย์, หมอตาแย, หมอยา และโหราจารย์ เหล่าน้ล้วนใช้คาถาอาคมอยู่ใน


วิชาชีพทั้งสิ้น

หนังสือและตาราต่างๆ ในสมัยน้นผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นนักบวชมากกว่า





เปนฆราวาส ในยุคที่คนสวนใหญไมรูหนังสือนักบวชคือชนชั้นผูอานออกเขียน






ได้ พวกเขามีเวลาทางานเขียนตลอดท้งวัน ท้งใช้มนตราเพ่อเยียวยารักษาโรค


อรุณรุ่งของไสยลัทธ 23

Witchcraft History

ให้กับผู้คน อารามหรือโบสถ์แต่ละแห่งถูกคาดหวังว่าสามารถจะช่วยรักษา



เยียวยาผู้คนให้หายจากโรคภัยโดยใช้มนตรา หรือเคร่องราง หรือยาส่ง เพ่อ

ก�าจัดอาการป่วยไข้

นักบวชสามัญในเขตปกครองใดๆ อาจมีประสบการณ์เก่ยวกับยา อย่าง




น้นก็ใช้มนตราควบคู่ไปด้วย เช่น ในศตวรรษท 12 พระมีหน้าท่ต้องทาพิธีกรรม



ทางด้านเกษตรเพ่อความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ พิธีกรรมอาจต้องใช้เวลาท้งวัน



















เช่น ขดดินประพรมนาศกดิสทธ์ททาดวยนามนพช, นม, นาผง, สมนไพร ขณะ





สวดมนต์ไปด้วย ส่งน้มองว่าเป็นพิธีกรรมแบบคริสต์ เน่องจากเป็นมนตราท่ได้


จากพระคมภร์ไบเบิล การใช้มนตราเช่นน้แพร่หลายท่วไป มนถูกมองว่าเป็น



กิจกรรมภายใต้ร่มของคริสต์ศาสนา แม้จะเก่ยวพันอยู่กับการใช้เวทมนตร์ก็ตาม

การเยียวยาในยุคกลาง (Middle Age) บ่อยคร้งอยู่ในรูปของ ‘มนตร์

ธรรมชาติ’ อย่างเช่นท่ปรากฏใน ‘Leechbook’ หรือ ‘คู่มือแพทย์’ ท่รวบรวม


ไว้ซ่งสมุนไพรท้งหลาย เป็นต้นว่าในการรักษาโรคผวหนังซ่งต้องใช้สมุนไพร แต ่




ในนั้นมีคาแนะนาให้เจาะเลือดออกจากคอของผู้ป่วย แล้วเทลงในกระแสนา � ้


ไหล หยดเลือดลงในน�้าสามครั้ง ตามด้วยคาถาบางอย่าง เป็นอันเสร็จพิธี

ในคู่มือแพทย์ท่ช่อ ‘Lucnunga’ แนะนาให้ใช้ยารักษาโรคท่ได้จาก






วัฒนธรรมพ้นบ้านของยุโรป กระน้นไม่วายเก่ยวโยงอยู่กับการใช้เวทมนตร์


เช่น กาหนดให้มีผู้สวดมนตร์กลุ่มหน่งมาน่งสวดอยู่เบ้องหน้าส่วนผสมของยา


แล้วนาส่งน้นไปผสมกับฟางท่มีช่อของนักบุญติดอย เช่นนักบุญ แมทธิว, มารค,





ู่



ลุ๊ค และ จอห์น เป็นต้น บ่อยคร้งมีคาสวดคาถาในภาษาลาตินกากับเคร่องยา


ไว้ด้วย

กิจวัตรเหล่าน้เกิดข้นในขณะมีการประณามไสยลัทธิอยู่ในไบเบิล เช่น


ในพระคัมภีร์เก่าบทท่ช่อ Deuteronomy ข้อ 18:11-12 ซ่งกล่าวประณาม “ผ ู้


เสกมนตร์, ผู้เป็นร่างทรง, เป็นแม่มด, หรือหารือกับปีศาจ” ท้งระบุว่า “ผู้ใด

24 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft























■ โมเสสเนรมิตอสรพิษเบื้องหน้าฟาโรห์





ปฏิบัติเช่นน้ถือเป็นท่รังเกียจของพระเจ้า แลด้วยการปฏิบัติท่น่ารังเกียจน ี ้
พระเจ้าจะขับไล่เขาเหล่านั้น”
ว่าไปแล้วศาสดาของคริสต์ศาสนา คือพระเยซูยังถูกศาสนาเก่ามองว่า

แท้แล้วทรงเป็นพ่อมดคนหน่ง กล่าวคือตามประวัติพระเยซูรักษาคนป่วยด้วย

การ ‘วางมือ’ ลงบนร่างกาย ทรงให้คาทานาย สามารถทาให้คนตายฟื้นคืน แม้








กระท่งพระองค์เองเม่อส้นชีพแล้วยังฟื้นคืนข้นมาได้ ทรงกาเนิดมาจากเทพเจ้า

(ทรงเป็นพระบุตร) ทรงกาเนิดมาจากสตรีพรหมจรรย์ (Virgin Birth) ทรง


อ้างว่าพลังของพระองค์มาจากพระเจ้า คุณสมบัติเหล่าน้พระองค์จะเป็นอ่นไป
ไม่ได้นอกจากพ่อมดผู้วิเศษ!

เห็นได้ชัดว่ามนตรา-ไสยเวท-และแม่มดเป็นวัฒนธรรมด้งเดิมท่ทรง










อทธพลและแฝงฝังอย่ในวถชวตจนยากจะขจดออกไปได้ในเวลาอันสน มน




ปรากฏอยู่ในความเชอ, ในคาถาอาคม, ตานาน และเทพนิยาย กระทงพัฒนา






มาถึงโลกยุคใหม่ ไสยลัทธิทาหน้าทเป็นหมอพ้นบ้าน, เป็นทพ่งทางจิต





อรุณรุ่งของไสยลัทธ 25

Witchcraft History





















■ กษัตริย์โซโลมอนแห่งเยรูซาเล็มผู้ได้ชื่อว่าเป็นพ่อมดขาว


วิญญาณ, เป็นพิธีกรรมทางสังคม เป็นความเริงรมย์อยู่ในบทละคร, นิยาย และ
วรรณคดีพื้นถิ่น

ว่าแต่ในความเป็นจริงแม่มดเป็นอย่างไร แน่นอน-เป็นมากกว่าการ


ร่ายมนตร์ มันคือศาสนา มีหลักคาสอน มีความยึดม่นในหลักปฏิบัต ม ี



พิธกรรม มีการรับสมาชิกหรือศาสนิก มีความยึดม่นและลึกซงต่อโลก มีการ


สืบทอดความเชื่อกันมายาวนาน แม่มดเป็นมากกว่าที่บ่งไว้ในนวนิยาย


แม่มดคือผู้ใช้เวทมนตร์เพ่อสร้างพลัง เป็นผู้มีพรสวรรค์พิเศษท่อาจใช้
พลังไปสร้างคุณหรือโทษ กระนั้นแม่มดต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมไร้ศีลธรรม



แม่มดเช่อว่าพลงในร่างกายมีอยู่จริง ผู้ฝึกตนจนสาเร็จร่างกายจะปลดปล่อย


สนามแม่เหล็กออกมาเป็นรังส เรียกกันในโลกสมัยใหม่ว่า ‘ออร่า’ (Aura) ทงน ้ ี

เป็นไปตามการพิสูจน์ของนักปรจิตวิทยา (Parapsychologist)


แม่มดยังเช่อเร่องแยกจิตออกจากกาย หรือปล่อยให้จิตไปมีประสบการณ์



นอกร่างกาย (out of body experience) เรยกย่อๆ วา OBE กระนนบาง



คนเช่อว่าส่งน้เป็นเพียงความฝัน หรืออาการหลอน บ้างว่าเป็นสานึกท่ยืดออก



26 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft




ไปจากตัวเอง แต่แม่มดเช่อว่าตัวเองแยกจิตออกจากกายได้ ท้งน้โดยผ่านการ
ฝึกฝนอย่างเข้มงวด
คนท่วไปเช่อว่าแม่มดสามารถบินได้ แต่ในทางปฏิบัติพวกนางเหินบิน



ด้วยการถอดจิตออกจากกาย ความจริงเร่องน้ได้จากการสารภาพของแม่มดเม่อ


ถูกจับตัวมาทรมาน การบินสามารถทาได้ด้วยการใช้สมุนไพรหลอนประสาทบาง

อย่าง

อย่างไรก็ตาม ดร.ไอลิล อาร์เบล (Dr. Ilil Arbel) ผู้ค้นคว้าเก่ยวกับ

แม่มด กล่าวถึงหลักความเช่อของชาวไสยเวทไว้ใน Witchcraft Encyclo-


pedia Mythica ว่าในฐานะเป็นศาสนาโบราณ ชาวไสยลทธิเช่อว่าโลกและ












เอกภพเกดจากพลงงานซงเปนสวนผสมระหวางสสารกบอเธอร (Ether) ทงเชอ


ว่าในไฟมีชีวิตและความคิด องค์ภวันต์สูงสุด (Supreme Being) ใช้หมอก



ควันจากพลังงานน้ควบแน่นเป็นนา, ดินและอากาศ เม่อผนวกเข้ากับไฟ สรรพ

สิ่งได้กอปรขึ้นเป็นชีวิตทางกายภาพและจิตวิญญาณ




ภวันต์ท่มีปัญญาต่างๆ ได้กาเนิดมาเป็นชีวิต บางชนิดมีภาวะตากว่า
มนุษย เช่น สัตวและพืช บางภวันต์มีภาวะสูงกว่ามนุษย์ เช่น ปวงเทพและจิต



วิญญาณอ่นๆ ท้งหมดค่อยพัฒนาตัวเองอย่างช้าๆ ผ่านกาลเวลานับล้านปี กลาย

เป็นภาวะซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตา


สรรพส่งเหล่าน้เคยเกิดข้นและยังจะเกิดข้นต่อไป ใช่เพียงบนโลกของ


เราเท่านั้นแต่ทั่วทั้งเอกภพ พลังงานที่ยิ่งใหญ่ภายใต้การก�ากับของภวันต์สูงสุด
จะเตบโต ขยายตว และบงเกิดเป็นสรรพสง ตงแตสงเลกท่สดเร่อยไปถงระบบ















ของดวงดาว




นับแต่จิตวิญญาณปรากฏข้น ความคิดก็เป็นรูปแบบหน่งของส่งน จาก



การถ่ายทอดความคิดทาให้มนุษย์สามารถสรรค์สร้างส่งต่างๆ ข้นจากพลังงาน

ส่วน ‘มนตรา’ ก็ทาหน้าท่สร้างสรรค์เช่นกัน มันก่อให้เกิดข้นซ่งเหตุการณ์และ





อรุณรุ่งของไสยลัทธ 27

Witchcraft History

วัตถุต่างๆ ในแบบที่แตกต่างจากวิถีปกติ



แม่มดเช่อในความจริงท่ว่ามนุษย์กอปรด้วย 3 ส่วน ได้แก่ กายซ่งเป็น

พาหะทางโลก จิตเป็นส่วนของเหตุผล วิญญาณเป็นส่วนของความเป็นอมตะ
วิญญาณอิงอาศัยอยู่ในกายต่างๆ มากหลาย จนกว่าจะเรียนรู้พอท่จะกลับไปส ู่

ภวันต์สูงสุด


ชาวไสยเวทเช่อในการกลับชาติมาเกิด (Reincarnation) ท้งเช่อว่าการ



เกิดใหม่น้ก่อให้เกิดความสืบเน่องทางการเรียนรู้ ด้วยว่าชีวิตในร่างกายท่ยึด

ครองไว้ด้วยวิญญาณจะสอนและท�าให้วิญญาณบริสุทธิ์ขึ้น เป็นการเตรียมการ
































■ พระเยซูรักษาผู้ป่วย
ด้วยการวางมือ






28 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท

The Dawn of Witchcraft





อย่างช้าๆ ของวิญญาณ เพ่อว่าในท้ายท่สุดเม่อนาประสบการณ์เดิมกลับมาสู่

การเกิดใหม่ มันจะรวมตัวเข้ากับพลังสร้างสรรค์เพ่อยกระดับคุณภาพของตัว
เอง

ดงนนธรรมชาตจงคอท่มาของพลงชวิต เราทกคนเป็นส่วนหนงของ























ธรรมชาต การทาลายส่วนทเล็กทสดใดๆ กเทากบทาลายส่วนทงหมด ชาวลัทธ ิ



แม่มดจึงงดเว้นการทาลายธรรมชาต ตรงกันข้าม พวกนางเรียกตัวเองว่า ‘ผู้
พทักษ์โลก’ (The Guardian of the Earth) แม่มดพยายามหาวิธปกป้อง



และเยียวยาโลก สาหรับพวกนางแล้ว ต้นไม้ ใบหญ้า หอยทาก หรือช้าง ม ี

ความสาคัญท้งส้น แม่มดท่แท้เช่อว่าตัวเองและระบบนิเวศเป็นส่งเดียวกัน พวก





นางจะรู้สึกปวดร้าวเมื่อธรรมชาติถูกท�าลาย



ศาสนาโบราณน้ไม่มีพระคัมภีร์ มีแต่หลักคาสอนท่สืบทอดกันมา หลัก



คาสอนดังกล่าวมีพ้นฐานอยู่บนกฎธรรมชาต ท่มุ่งเน้นความสมดุลของชีวิตใน



ธรรมชาติของโลก รวมท้งของเอกภพท่หมุนวนเป็นวัฏสงสาร ส่วนความดีและ

ช่วน้นเป็นเพียงความคิดของมนุษย์ พลังท่แม่มดยึดถือมีภาวะเป็นกลางต่อความ


ดีและช่ว พลังอาจนามาใช้เยียวยาหรือทาลายล้างก็ได้ กระน้นชาวไสยลัทธิดารง





ชีวิตอยู่ในกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการท�าลายล้างสิ่งใดๆ
ชาวลทธแมมดมงแสวงหาความดสงสด (Absolute Good) โดยผาน



ุ่








การค้นหาและแก้ไขความไม่สมบรณ์ของตวเอง ความดภายในตวมาจากองค์





ภวันต์สูงสุด ความช่วคือส่งต้องหลีกเล่ยง การสมคบกับความช่วร้ายจะฉุดร้ง


การแสวงหาความดีสูงสุด อย่างไรก็ตาม เน่องจากสรรพส่งถูกสร้างข้นโดยองค์



ภวันต์สูงสุด จึงมิใช่หน้าท่ของแม่มดท่จะตัดสินพฤติกรรมของผู้อ่น ปัจเจกชน

ต้องรับผิดชอบการกระท�าของตัวเอง

ดังน้แม่มดจึงไม่สาปแช่งหรือให้ร้ายผู้ใด เพราะส่งน้นจะส่งผลร้ายกลับ





มาส่ตวนางเอง ธรรมชาตอย่นอกเหนอการควบคุมของพวกเธอ แม่มดทาได้




อรุณรุ่งของไสยลัทธ 29

Witchcraft History





เพียงหลีกเล่ยงหลุมพราง หลีกเล่ยงการตาหนิหรือกล่าวโทษส่งแวดล้อมรอบ
ข้าง เช่นเทพเจ้าหรือมนุษย์คนใดว่าเป็นเหตุแห่งความโชคร้ายของพวกนาง ท้ง ั
พยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากเหตุการณ์อันยุ่งยาก
ชาวไสยลัทธิไม่มีโบสถ์ แม่มดนับถือพลังสร้างสรรค์ท่แสดงตัวผ่าน

ธรรมชาติ หรือผ่านเทพและเทพีแห่งธรรมชาติ กระนั้นในฐานะเป็นศาสนาของ



สตร แม่มดยกย่องเทพีสูงกว่าเทพเจ้า สาหรับเทพเจ้าน้นถือเป็นพลังฝ่ายบุรุษ
ผู้สร้างโลกให้อบอุ่นและก่อให้เกิดพืชพันธ พระองค์ได้รับการนับถือว่าเป็นพลัง
ุ์
แห่งดวงตะวัน ท้งแฝงฝังวิญญาณของพระองค์ไว้ในป่า, ต้นไม้และผืนนา ส่วน



เทพีเป็นมารดาของส่งท้งปวง เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ทรงแสดง



ตนออกมาเป็นดวงจันทราและวัฏจักรของมัน เทพเจ้าท้งสองถือเป็นส่วนหน่ง ึ


ของโลก ขณะองค์ภวันต์สูงสุดสถิตอยู่เหนือส่งอ่นใด มีภารกิจอยู่กับเอกภพท้ง ั
มวล



โดยผ่านการทาสมาธ แม่มดจะสามารถสัมผัสกับภวันต์ท่สูงกว่า ภวันต์


เหล่าน้นช่วยแม่มดในการพัฒนาชีวิตตวเอง กระน้นก็มิได้นาไปสู่การพ่งพา



มนุษย์แต่ละคนต้องรับผิดชอบการเติบโตของตนเอง ดังน้นแม่มดจึงทาสมาธ ิ



และติดต่อกับภวันต์เหล่าน้นในขอบเขตจากัด ต่อเม่อจิตวิญญาณของตนพัฒนา




ไปจนก่อให้เกิดผลสะเทือนสูงข้น ทาให้ผู้น้นเข้าใกล้องค์ภวันต์สูงสุดมากข้น


เมื่อนั้นมนตราของแม่มดจะประสบผลง่ายขึ้น

เป้าหมายของแม่มดก็คอความสามารถเห็นความเช่อมโยงหรือสัมพนธ-



ภาพในเอกภพ เน่องจากเอกภพสร้างข้นจากพลังสร้างสรรค์ของภวันต์สูงสุด ทุก

ส่งทุกอย่างจึงเช่อมโยงกัน เม่อรับรู้ถึงความเช่อมโยงดังกล่าวแม่มดย่อมสามารถ














ดาเนนการต่างๆ ได้ถกต้อง นนคอเหตผลทมนษย์ต้องตระหนกถงความเป็น



หน่งเดียวของธรรมชาติแห่งเอกภพ มนุษย์เป็นส่วนหน่งอยู่ในน้น การประสาน


กลมกลืนเป็นสิ่งส�าคัญส�าหรับชีวิตที่สมดุล
30 แม่มด: ประวัติศาสตร์แห่งไสยเวท


Click to View FlipBook Version