นักสัญจรบนหน้ากระดาษ
ผู้แสวงหาความรู้และภูมิปัญญามาบรรณาการนักอ่าน
ริชาร์ด ฟายน์แมน เติบโตท่ฟาร์ ร็อกอะเวย์ นครนิวยอร์ก เขาจบการศึกษา
ี
ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในปี 1942 และได้มีบทบาทสาคัญในการ
�
่
้
์
พัฒนาระเบิดปรมาณูในชวงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังสงคราม ฟายนแมนไดไป
สอนที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์และสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย
ในปี 1965 เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์จากงานวิจัยเรื่องพลศาสตร์ไฟ
ฟ้าควอนตัม
ื
นอกจากในฐานะนักฟิสิกส์แล้ว ฟายน์แมนยังเป็นท่รู้จักในฐานะนักเล่าเร่อง
ี
ศิลปิน นักตีกลองบองโก และนักเจาะรหัสตู้เซฟ เขาเสียชีวิตในปี 1988
นิยามชีวิต ฉบับริชาร์ด ฟายน์แมน
The Meaning of It All: Thoughts of a Citizen Scientist
ริชาร์ด ฟายน์แมน เขียน
ยอดเถา ยอดยิ่ง แปล
ราคา 230 บาท
Copyright © 1998 by Michelle Feynman and Carl Feynman
Originally published by Perseus Publishing
Published by Basic Books, A Member of the Perseus Books Group
ALL RIGHTS RESERVED.
Printed in the United States of America. Published simultaneously in Canada.
Thai translation right © 2023 by Gypsy Publishing Co., Ltd.
© ข้อความและรูปภาพในหนังสือเล่มนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558
การคัดลอกส่วนใดๆ ในหนังสือเล่มนี้ไปเผยแพร่ไม่ว่าในรูปแบบใดต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน
ยกเว้นเพื่อการอ้างอิง การวิจารณ์ และประชาสัมพันธ์
ข้อมูลทางบรรณานุกรมของส�านักหอสมุดแห่งชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
ฟายน์แมน, ริชาร์ด.
นิยามชีวิต ฉบับริชาร์ด ฟายน์แมน = The meaning of it all: thoughts of a
citizen scientist.-- กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุ๊ป, 2566.
144 หน้า.
1. วิทยาศาสตร์--แง่สังคม. 2. ศาสนากับวิทยาศาสตร์.
I. ยอดเถา ยอดยิ่ง, ผู้แปล. II. ชื่อเรื่อง.
500
ISBN 978-616-301-771-0
บรรณาธิการอ�านวยการ : คธาวุฒิ เกนุ้ย
บรรณาธิการบริหาร : สุรชัย พิงชัยภูมิ
ที่ปรึกษาฝ่ายต่างประเทศ : ศิริธาดา กองภา
บรรณาธิการเล่ม : อันโตนิโอ โฉมชา
กองบรรณาธิการ : คณิตา สุตราม พรรณิกา ครโสภา
วันวิสา เขตรดง ณัฎฐิ์ภัทร์ ศิรพึ่งเงิน
พิสูจน์อักษร : บุญยภู โครนส์ฮาเก่
รูปเล่ม : เปมิกา ตันติทวีโชค
ออกแบบปก : Rabbithood Studio
ผู้อ�านวยการฝ่ายการตลาด : นุชนันท์ ทักษิณาบัณฑิต
ผู้จัดการฝ่ายการตลาด : ชิตพล จันสด
ผู้จัดการทั่วไป : เวชพงษ์ รัตนมาลี
พิมพ์ที่ : บริษัท วิชั่น พรีเพรส จ�ากัด โทร. 0 2147 3175-6
จัดพิมพ์และจัดจ�าหน่ายโดย : บริษัท ยิปซี กรุ๊ป จ�ากัด เลขที่ 37/145 รามค�าแหง 98
แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
โทร. 0 2728 0939 โทรสาร 0 2728 0939 ต่อ 108
www.gypsygroup.net
www.facebook.com/gypsygroup.co.ltd
Line ID: @gypzy
สนใจสั่งซื้อหนังสือจ�านวนมากเพื่อสนับสนุนทางการศึกษา ส�านักพิมพ์ลดราคาพิเศษ ติดต่อ โทร. 0 2728 0939
THE MEANING
OF IT ALL
Thoughts of a Citizen Scientist
นิยามชีวิต
ฉบับริชาร์ด ฟายน์แมน
ริชาร์ด ฟายน์แมน เขียน
ยอดเถา ยอดยิ่ง แปล
ิ
ค�าน�าส�านักพมพ ์
ชื่อของริชาร์ด ฟายน์แมน ย่อมผ่านหูทุกคนไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะ
ผู้มีความสนใจในวิทยาศาสตร์ เขาคือผู้ปฏิวัติวงการฟิสิกส์ไปตลอดกาล
์
ี
�
้
�
ฟายนแมนทาใหเรากลับไปทบทวนกลไกการทางานของจักรวาลเสยใหม ่
ด้วยการพฒนาทฤษฎสนามควอนตม แล้วยงเคยไขปรศนาการระเบดของ
ั
ิ
ั
ั
ี
ิ
กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ให้เป็นที่กระจ่าง
ี
ั
หลายคร้งท่เรามองวิทยาศาสตร์เป็นข้นตอนหรือกระบวนการอัน
ั
ซับซ้อนและมีกฎระเบียบเคร่งครัดเกินกว่าจะหาความสุนทรีย์ใดๆ ได้
ทว่าฟายน์แมนได้พาเราทบทวน ‘ความเป็นวิทยาศาสตร์’ เสียใหม่ใน
สไตล์เฉพาะตัว
บุคลิกข้เล่นทาให้เขาโดดเด่นในหมู่เพ่อนร่วมวงการ กอปรกับ
ื
ี
�
ื
ี
พรสวรรค์ในการอธิบายแม้แต่เร่องท่เข้าใจได้ยากท่สุด ให้กลายเป็นเรื่อง
ี
เข้าใจได้ง่าย ด้วยการใช้โวหารเปรียบเทียบและการเล่าทฤษฎีให้ผู้ฟังเห็น
ึ
้
ี
ภาพ ด้วยเหตนบรรดาศษย์ทเคยเรียนกบเขาล้วนกล่าวถงฟายน์แมนใน
ุ
ี
ั
ิ
่
ฐานะ ‘ผู้อธิบายทุกอย่างให้ฟังได้ง่าย’
่
็
้
เราในฐานะผอานกจะไดสมผสความ ‘ไมเหมอนใคร’ ของฟายนแมน
ู
้
ื
์
่
ั
ั
ี
ในหนังสือเล่มน้ เรายังได้เห็นการพินิจพิเคราะห์สถานการณ์โลกและ
การเมืองรอบตัวผ่านมุมมองแบบวิทยาศาสตร์จากนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล
ผู้น้ด้วย โวหารของเขาทาให้เรามองภาพกว้างๆ ของวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจน
�
ี
ยิ่งขึ้น เป็นวิทยาศาสตร์ที่เราทุกคนล้วนจับต้องได้ เป็นวิทยาศาสตร์ที่พา
เราไปสารวจความงดงามของกลไกอันซับซ้อนของจักรวาลเกินความหย่งร ู้
ั
�
ของมนุษย์ ซึ่งฟายน์แมนได้ยาเตือนเสมอว่าเราต้อง ‘ยอมรับในความไม่ร ู้
�
้
ของเรา’ เสียก่อน
แม้เวลาจะล่วงเลยไปกว่า 3 ทศวรรษ นับแต่ฟายน์แมนเสียชีวิตลง
�
แต่ชื่อของฟายน์แมนจะถูกจดจ�าตลอดไปในฐานะตานานผู้ปฏิวัติวงการ
วิทยาศาสตร์ไม่แพ้ สตีเฟน ฮอว์กิง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เซอร์ ไอแซ็ค นิวตัน
หรือแม้แต่กาลิเลโอ
ส�ำนักพิมพ์ยิปซี
ค�าน�าผู้แปล
�
ความอยากรู้อยากเห็นและอยากได้คาตอบเป็นคุณสมบัติพ้นฐาน
ื
ื
ของมนุษย์แทบทุกคน และวิทยาศาสตร์คือหน่งในวิธีการท่เราใช้เพ่อ
ี
ึ
�
่
ี
ั
ิ
หาคาตอบเกยวกบธรรมชาตและปรากฏการณ์ต่างๆ รอบตวเรา แต่
ั
�
วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นคาตอบสุดท้ายเสมอไป เราไม่สามารถ
พูดได้ว่า “ฉันหาค�าตอบนี้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้น นี่คือ
ี
�
คาตอบท่ถูกต้องและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” จุดเด่นของวิทยาศาสตร์คือ
ึ
ึ
สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ วันหน่งเมื่อเรามีเทคโนโลยีท่ดีข้น มีความร ู้
ี
�
ึ
ี
ความเข้าใจกับเร่องน้นๆ มากข้น เราอาจจะค้นพบคาตอบใหม่ท่แตกต่าง
ั
ื
ไปจากสิ่งที่เราเคยเชื่อในอดีต
หนงสือ นยามชีวต ฉบบริชาร์ด ฟายน์แมน เป็นการถอดความ
ิ
ั
ิ
ั
ิ
ี
จากการบรรยายการสอนของหน่งในนักวิทยาศาสตร์ท่ย่งใหญ่ท่สุดของ
ี
ึ
โลกอย่าง ดร.ริชาร์ด ฟายน์แมน แต่ท่จริงแล้ว เน้อหาของการสอนน้น
ั
ื
ี
ไม่ได้พูดถึงวิทยาศาสตร์ในเชิงเทคนิค แต่เป็นการพูดถึงมุมมองของ
ั
ื
ี
วิทยาศาสตร์ท่มีต่อเร่องราวท่วไป เราจะตัดสินเร่องราว เหตุการณ์ หรือ
ื
ประสบการณ์ต่างๆ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร หรือวิธีคิดแบบใดท ่ ี
ี
ื
ื
ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าเน่องจากเน้อหาของหนังสือเล่มน้มาจากการ
บรรยายของ ดร.ฟายน์แมน ในปี 1963 หรือเมื่อ 60 ปีท่แล้ว มุมมองความ
ี
ื
คิดบางอย่างจึงอาจแตกต่างไปจากปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม เน้อหาส่วน
ใหญ่ยังคงเป็นหลักการที่สามารถน�ามาปรับใช้ได้กับทุกยุคสมัย
ี
้
ั
หนงสือเล่มนอาจไม่ได้ให้คาตอบว่า นยามของทุกสิงคออะไร แต่
่
ื
ิ
�
ี
ิ
ื
ส่งท่ผู้อ่านจะได้รับคือแบบแผนกระบวนการคิดท่เป็นวิทยาศาสตร์เพ่อท ี ่
ี
แต่ละคนจะสามารถนาไปปรับใช้เพ่อค้นหาคาตอบของความหมายของ
ื
�
�
ิ
ิ
ทุกส่งได้ด้วยตนเอง ผู้แปลหวังเป็นอย่างย่งว่าหลังจากได้อ่านหนังสือเล่ม
ิ
้
ู
น ผ้อ่านทุกท่านจะไดเหนและเขาใจถงมุมมองของความเป็นวทยาศาสตร ์
ี
้
็
้
ึ
รวมถึงได้สัมผัสกับความคิดของหน่งในนักวิทยาศาสตร์ท่มีบทบาทสาคัญ
�
ึ
ี
ที่สุดคนหนึ่งของโลก
ยอดเถา ยอดยิ่ง
พ.ศ. 2566
สารบัญ
ความไม่แน่นอนของวิทยาศาสตร์ 17
ความไม่แน่นอนของคุณค่า 47
ยุคแห่งความไม่เป็นวิทยาศาสตร์ 77
ประวัติของริชาร์ด ฟายน์แมน 141
THE MEANING
OF IT ALL
Thoughts of a Citizen Scientist
นิยามชีวิต
ฉบับริชาร์ด ฟายน์แมน
�
ิ
หมายเหตุสานักพมพ ์
(ฉบับภาษาอังกฤษ)
เดือนเมษายน ปี 1963 ริชาร์ด พี. ฟายน์แมน ได้รับเชิญให้เป็น
ผู้บรรยายการสอนท้งหมดสามคร้ง ณ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน (เมือง
ั
ั
ึ
ซีแอตเทิล) โดยเป็นส่วนหน่งของชุดการบรรยายจอห์น แดนซ์ สาหรับ
�
ั
ี
ี
การบรรยายการสอนคร้งน้ ฟายน์แมนได้แสดงความเห็นเก่ยวกับเรื่อง
ต่างๆ ในแบบฉบับของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นสังคม ความขัดแย้งระหว่าง
วิทยาศาสตร์และศาสนา สันติภาพและสงคราม ความลุ่มหลงในจานบิน
ั
ของผู้คนจากท่วทุกมุมโลก พลังจิตและการรักษาโรคด้วยความเชื่อทาง
ศาสนา ความไม่เชื่อใจของประชาชนที่มีต่อนักการเมือง หรือพูดง่ายๆ ก็
ี
ื
คือ ทุกเร่องท่อยู่ในความสนใจของประชาชนยุคใหม่ท่เชื่อในวิทยาศาสตร์
ี
ี
ทางสานักพิมพ์ถือเป็นเกียรติอย่างย่งท่ได้ร่วมแบ่งปันการบรรยาย
ิ
�
ั
เหล่าน้ท่จะช่วยฉายมุมมองความคิดใหม่ๆ ซ่งได้จัดพิมพ์เป็นคร้งแรก
ี
ี
ึ
ในที่นี้
1
ความไม่แน่นอนของวิทยาศาสตร์
ผมอยำกจะพูดถึงโดยตรงเก่ยวกับผลกระทบของวิทยาศาสตร์ท ี ่
ี
ี
ี
มีต่อแนวคิดในสาขาอื่นๆ ของมนุษย์ ซึ่งน่เป็นหัวข้อท่คุณจอห์น แดนซ์
อยากให้ผมพูดถึงเป็นพิเศษนะครับ สาหรับหัวข้อบรรยายแรกน้ ผมจะ
�
ี
ู
ิ
ึ
ิ
พดถงธรรมชาติของวทยาศาสตร์และจะเน้นเป็นพเศษเก่ยวกบการมีอย่ ู
ี
ั
ั
ของความเคลือบแคลงและความไม่แน่นอน จากน้นในหัวข้อบรรยายท ่ ี
ั
สอง ผมจะพดถงผลกระทบของมุมมองทางวทยาศาสตรตอหวขอทางการ
้
ึ
่
์
ู
ิ
ี
ี
ิ
เมือง โดยเฉพาะอย่างย่งกับหัวข้อเก่ยวกับศัตรูของชาติและหัวข้อเก่ยว
กับศาสนา ส่วนหัวข้อบรรยายท่สาม ผมจะพูดถึงมุมมองต่อสังคมของ
ี
ั
ผม จริงๆ แล้ว ผมอาจจะต้งหัวข้อว่ามุมมองต่อสังคมของคนในวงการ
ั
วิทยาศาสตร์ก็ได้ แต่ว่ามันก็เป็นมุมมองของผมคนเดียวน่นแหละ และ
จะพูดถึงการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในอนาคตว่าจะส่งผลอะไรบ้างใน
แง่ของปัญหาทางสังคม
แล้วผมเองรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องศาสนาและการเมือง? เพื่อนผม
ั
�
ี
ี
หลายคนในคณะฟิสิกส์ ท้งท่มหาวิทยาลัยน้และมหาวิทยาลัยอื่นขากัน
หมด แล้วบอกผมว่า “ผมอยากจะมานั่งฟังจริงๆ ว่ะ อยากรู้ว่าคุณจะพูด
ื
ี
อะไรบ้าง ผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณสนใจเร่องพวกน้ด้วย” ความหมายจริงๆ ก ็
คือ พวกเขาก็รู้ว่าผมน่ะสนใจแหละ แต่แค่ไม่กล้าพูดเรื่องพวกนี้
19
THE MEANING OF IT ALL
ี
ึ
การพูดถึงผลกระทบของแนวคิดในสาขาหน่งท่มีต่ออีกสาขาหน่ง
ึ
ั
ี
มันมีความเป็นไปได้สูงมากท่คนคนน้นจะหลุดแสดงความโง่ออกมาให้
เห็น ปัจจุบันเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมากมาย จนท�าให้เหลือแค่ไม่กี่
คนท่จะมีความรู้ความเข้าใจในสองสาขาจริงๆ แบบท่สามารถพูดถงหวข้อ
ี
ี
ั
ึ
ในสาขาไหนก็ได้โดยไม่หลุดแสดงความโง่ออกมา
แนวคิดที่ผมอยากจะพูดถึงวันนี้ก็เป็นแนวคิดที่เก่าแล้ว สิ่งที่ผมจะ
ี
ี
พูดวันน้ ถ้าจะให้นักปรัชญาสมัยศตวรรษท่ 17 มาบรรยายแทนก็น่าจะ
ได้เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น ท�าไมผมถึงต้องหยิบมาพูดซ�้าอีก? นั่นก็เพราะ
เรามีคนรุ่นใหม่เกิดข้นมาทุกวัน เพราะแนวคิดเหล่าน้เป็นแนวคิดอันย่ง ิ
ี
ึ
ี
ึ
ใหญ่ท่พัฒนาต่อยอดมาตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษย์ และสักวันหน่ง
ี
ี
มันอาจจะถูกลืมไป ถ้าเราไม่ต้งใจท่จะส่งต่อแนวคิดเหล่าน้อย่างชัดเจน
ั
จากรุ่นสู่รุ่น
แนวคิดสมัยเก่าหลายอย่างได้กลายมาเป็นความรู้สามัญท่เราไม่
ี
ี
จ�าเป็นต้องยกมาพูดหรืออธิบายกันใหม่ แต่เท่าท่ผมประสบพบเจอมา
กับตัวเอง แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์นั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุก
คนจะเห็นถึงความส�าคัญ จริงอยู่ว่าคนส่วนใหญ่อาจจะเห็นความส�าคัญ
่
็
้
็
ุ
ิ
ของมัน โดยเฉพาะในมหาวทยาลัย และเปนไปไดวา พวกคณเองกอาจจะ
ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายส�าหรับการบรรยายวันนี้ของผม
ึ
ี
การพูดถึงผลกระทบของแนวคิดในสาขาหน่งท่มีต่ออีกสาขาหน่ง ึ
เป็นเร่องยาก ฉะน้น ผมขอเร่มจากสาขาท่ผมถนัดก่อนก็แล้วกัน ผม
ั
ิ
ื
ี
ี
ี
เช่ยวชาญวิทยาศาสตร์ ผมรู้เก่ยวกับแนวคิดและวิธีการของวิทยาศาสตร์
ทัศนคติของวิทยาศาสตร์ต่อความรู้ ต้นตอความก้าวหน้าของมัน และ
ระเบียบทางความคิด ดังน้นสาหรับการบรรยายหัวข้อแรกน้ ผมจะขอ
�
ั
ี
20
Thoughts of a Citizen Scientist
ิ
ี
พูดถงวทยาศาสตร์ท่ผมรู้จักดี และขอแสดงความเห็นบ้าๆ ของผมใน
ึ
ี
การบรรยายอีกสองครั้งท่เหลือ ซึ่งผมเดาว่าจ�านวนคนเข้ามาฟังน่าจะ
น้อยลงเป็นปกติ
ึ
ี
�
วิทยาศาสตร์คืออะไร? คาคาน้มักจะมีความหมายหน่งในสามอย่าง
�
ต่อไปนี้ หรือผสมๆ กันไป ผมคิดว่าเราไม่ต้องเอาแบบเป๊ะๆ ก็ได้ การท�า
�
ื
ทุกอย่างให้เป๊ะคงไม่ใช่เร่องดีสักเท่าไร เอาล่ะ คาว่า วิทยาศาสตร์ ใน
ั
ั
บางคร้งหมายถึง วิธีการพิเศษในการค้นพบสิ่งต่างๆ บางคร้งก็หมายถึง
ิ
องค์ความรู้ท่เกิดจากการค้นพบส่งต่างๆ หรือในบางคร้งก็อาจหมายถึง
ั
ี
สิ่งใหม่ๆ ที่คุณสามารถจะท�าได้หลังจากค้นพบบางสิ่ง หรือหมายถึงการ
ึ
ี
�
ทาส่งใหม่ข้นมาจริงๆ ความหมายสุดท้ายน้คือส่งท่เรามักเรียกกันว่า
ี
ิ
ิ
เทคโนโลยี แต่ถ้าคุณลองอ่านคอลัมน์วิทยาศาสตร์ในนิตยสารไทม์ คุณ
จะพบว่าบทความ 50% มักพูดถึงส่งใหม่ท่ถูกค้นพบ และอีกประมาณ
ิ
ี
�
50% คือสิ่งใหม่ท่จะเกิดข้นในอนาคตหรือกาลังถูกทาอยู่ ดังน้น นิยาม
ึ
ี
�
ั
ส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์จึงรวมถึงเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน
ผมอยากจะพูดถึงสามความหมายของวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มจาก
ความหมายสุดท้ายก่อน ผมขอเริ่มจากสิ่งใหม่ที่สามารถจะท�าได้ก่อน ก็
ี
ี
ั
คือเทคโนโลยีน่นเอง ลักษณะเฉพาะตัวท่เห็นได้ชัดท่สุดของวิทยาศาสตร์
ิ
�
�
คือการประยุกต์ใช้ วิทยาศาสตร์ทาให้เรามีพลังในการทาส่งต่างๆ และ
ึ
ี
ผลท่เกิดข้นจากพลังน้ก็แทบจะไม่ต้องยกตัวอย่างให้เห็นกันแล้ว การ
ี
ปฏิวัติอุตสาหกรรมแทบจะไม่มีทางเกิดข้นได้ถ้าปราศจากความก้าวหน้า
ึ
ทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้ต่างๆ ที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะการ
ั
ผลตอาหารให้เพยงพอกบประชากรมากมาย การรกษาอาการเจ็บป่วย
ั
ี
ิ
่
่
หรือการผลิตสิงของต่างๆ ให้ได้เพียงพอตามทต้องการโดยไม่ต้องใช้ทาส
ี
21
THE MEANING OF IT ALL
ี
ั
ท้งหมดน้เป็นผลมาจากความก้าวหน้าของวิธีการผลิตในเชิงวิทยาศาสตร์
ทั้งนั้น
แต่ทีนี้ ไอ้พลังในการท�าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ มันไม่ได้มาพร้อมกับคู่มือ
�
วิธีใช้ และไม่ได้มีการกาหนดว่าจะต้องใช้ในทางดีหรือทางชั่ว พลังน ี ้
อาจจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ในทางดีหรือทางชั่วก็ได้ ข้นอยู่กับว่าจะใช้มัน
ึ
ึ
อย่างไร เราอยากจะผลิตให้ได้มากขน แต่ก็มีปัญหากับระบบการผลิต
้
แบบอัตโนมัติ เรามีความสุขกับความก้าวหน้าทางการแพทย์ แต่ก็กังวล
�
�
็
ี
่
่
ิ
ี
้
กบจานวนเดกเกดใหม่และการทไม่มีใครตายเพราะโรคทเรากาจัดทงไป
ิ
ั
จนหมดโลกแล้ว หรือการท่คนในห้องแล็บลึกลับแห่งหน่งกาลังทางาน
ึ
ี
�
�
ี
ี
่
ิ
้
ี
ี
ั
ิ
หามรงหามคาเพอคดคนแบคทเรยชนดใหม่ทไมมใครรกษาไดดวยความ
่
่
้
�
่
้
่
ื
ุ
รู้เดียวกันกับท่เราใช้พัฒนาวิธีรักษาโรค เรายินดีกับความก้าวหน้าของ
ี
การเดินทางทางอากาศและประทับใจกับเคร่องบินล�าใหญ่ แต่ก็รับรู้
ื
ี
ิ
ึ
่
ิ
ถงความสยดสยองของการทาสงครามทางอากาศ เรายนดทชาตต่างๆ
�
ี
สามารถสื่อสารระหว่างกันได้ แต่ก็กังวลว่าเราอาจจะถูกจารกรรมข้อมูล
ไปได้ง่ายๆ เหมือนกัน เราตื่นเต้นที่มนุษย์ออกสู่อวกาศได้แล้ว แต่ก็ยังมี
ปัญหากับมันอีกอยู่ดี ตัวอย่างของความสองจิตสองใจของเราคงจะเห็น
ี
ี
่
ิ
ั
ได้ชัดเจนทสดจากความก้าวหน้าด้านพลงงานนวเคลยร์ทมาพร้อมกบ
ุ
่
ี
ั
ปัญหาที่เราทุกคนก็รู้กันอยู่แล้ว
แล้ววิทยาศาสตร์มีคุณค่าใดๆ หรือไม่?
้
ั
่
ผมคิดวา พลังงานในการทาบางสิงบางอยางนนมีคณค่า แตผลลัพธ ์
ุ
�
่
่
่
ที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับว่า เราใช้พลังนี้อย่างไร แต่การ
มีพลังนั้นมีคุณค่าแน่นอน
ึ
ึ
ี
คร้งหน่ง เคยมีคนพาผมไปเท่ยววัดพุทธในฮาวาย มีผู้ชายคนหน่งท ่ ี
ั
22
Thoughts of a Citizen Scientist
วัดพูดกับผมว่า “ผมจะบอกอะไรบางอย่างให้คุณฟัง ซึ่งคุณจะไม่มีวันลืม
เลย” จากนั้น เขาก็พูดว่า “มนุษย์ทุกคนมีกุญแจส�าหรับเปิดประตูสวรรค์
แต่กุญแจดอกเดียวกันนี้ก็สามารถเปิดประตูนรกได้เช่นกัน”
ึ
วิทยาศาสตร์เองก็ไม่ต่างกัน ในทางหน่ง วิทยาศาสตร์คือกุญแจ
เปิดประตูสวรรค์ แต่มันก็เปิดประตูนรกได้เช่นกัน ทว่าเราไม่มีคู่มือบอก
ิ
ี
ว่า ประตูไหนคือสวรรค์หรือนรก หรือเราควรจะโยนกุญแจดอกน้ท้งไป
แล้วยอมไร้หนทางเปิดประตูสวรรค์ไปเลย? หรือเราควรจะยอมล�าบาก
เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการใช้กุญแจดอกนี้? แน่นอน นี่เป็นค�าถามที่จริงจัง
มากๆ ซึ่งผมคิดว่าเราไม่ควรปฏิเสธคุณค่าของกุญแจเปิดประตูสวรรค์
ปัญหาหลักๆ ท้งหมดของความสัมพันธ์ระหว่างสังคมและ
ั
ี
วิทยาศาสตร์มีลักษณะคล้ายกัน เวลาท่เราบอกนักวิทยาศาสตร์ให้มี
ึ
ความรับผิดชอบมากข้นต่อผลกระทบท่มีต่อสังคม จริงๆ แล้วหมายถึง
ี
�
การนาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ต่างหาก ถ้าคุณทางานด้านการพัฒนา
�
พลังงานนิวเคลียร์ คุณจะต้องตระหนักด้วยว่า ความรู้น้อาจถูกนาไปใช้ใน
�
ี
ทางไม่ดีได้ เพราะฉะนั้น คุณอาจจะคิดว่า เวลาที่นักวิทยาศาสตร์พูดถึง
ี
ื
ี
ี
เรื่องน้ หัวข้อน้น่าจะสาคัญท่สุด แต่ผมขอไม่ขยายความต่อในเร่องน้นะ
�
ี
ี
ื
ผมมองว่า การบอกว่าเร่องน้คือปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์อาจจะดูเกินไป
หน่อย เพราะเรื่องนี้มันเป็นปัญหาด้านมนุษยธรรมมากกว่า การที่เรารู้ว่า
ื
พลังน้มีท่มาท่ไปอย่างไร แต่ไม่รู้วิธีควบคุมมัน ไม่ใช่เร่องของวิทยาศาสตร์
ี
ี
ี
และไม่ใช่เรื่องที่นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญสักเท่าไร
ผมขออธิบายนิดนึงว่าทาไมถึงไม่อยากขยายความเรื่องน้ ก่อนหน้า
�
ี
นี้ สักประมาณปี 1949 หรือ 1950 ผมได้ไปสอนวิชาฟิสิกส์ที่บราซิล ช่วง
23
THE MEANING OF IT ALL
1
ั
�
ื
ื
น้นกาลังมีโครงการพอยต์โฟร์ อยู่ ซึ่งเป็นเร่องน่าต่นเต้นมาก ทุกคนต้งใจ
ั
ที่จะเข้าไปช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งแน่นอน สิ่งที่ประเทศเหล่านี้
ต้องการคือความรู้ด้านเทคนิค
ี
ี
ผมอยู่ท่เมืองรีโอเดจาเนโร ของบราซิล เมืองน้จะมีเนินเขา ซึ่งเต็มไป
ด้วยบ้านท่สร้างจากเศษไม้หักๆ ท่เคยเป็นป้ายโฆษณามาก่อน อะไรแบบ
ี
ี
นั้น คนเหล่านี้ยากจนมาก ไม่มีระบบระบายสิ่งปฏิกูล ไม่มีน�้าประปา ถ้า
้
้
�
�
อยากจะได้นามาใช้ พวกเขาต้องแบกกระป๋องนามันเก่าๆ เดินลงเขาไป
�
่
่
ี
้
�
ั
ั
่
ทไซต์ก่อสร้างตึกใหม่ เพราะทนนมีนาสาหรบใช้ผสมซีเมนต์ จากนนก ็
้
ั
ี
เติมน�้าลงกระป๋องของตัวเอง แล้วแบกขึ้นเขากลับบ้าน พอผ่านไปสักพัก
คุณก็จะเห็นน�้าเสียสกปรกไหลเป็นทางลงเนินเขามา น่าสงสารมากเลย
ี
ี
ท่ติดกับเนินเขาน้คือบรรดาตึกอันสวยงามน่าต่นตาต่นใจริมหาด
ื
ื
โคปาคาบานา อพาร์ตเมนต์สุดหรู อะไรพวกนี้
่
ี
่
ผมบอกกบเพอนท่มาจากโครงการพอยต์โฟร์เหมือนกันวา “น่มันเป็น
ั
ื
ี
ึ
ปัญหาความรู้ทางเทคนิคจริงๆ เหรอ? พวกเขาไม่รู้วิธีเดินท่อข้นเขาเหรอ?
ึ
ึ
ี
พวกเขาไม่รู้วิธีต่อท่อข้นไปท่ยอดเขาจริงเหรอ อย่างน้อยขาข้นจะได้เดิน
ถือแค่กระป๋องเปล่า แล้วกลับลงมาพร้อมน�้าเต็มกระป๋อง”
เพราะฉะน้น น่ไม่ใช่ปัญหาเก่ยวกับความรู้ทางเทคนิค ไม่ใช่แน่นอน
ี
ี
ั
ั
เพราะตึกอพาร์ทเมนท์ใกล้ๆ กันก็มีท่อ มีปั๊มนาเป็นปกติ วินาทีน้นเอง เรา
�
้
รู้ทันทีว่า น่มันปัญหาท่ต้องการความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่างหาก เรา
ี
ี
�
�
ไม่รู้หรอกว่ามันจะตอบโจทย์ได้หรือเปล่า และสาหรับผม คาถามว่าจะ
1 โครงการพอยท์โฟร์ (Point Four Program) เป็นโครงการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคแก่
ประเทศกาลังพัฒนาของสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน โดยเป็นการให้
�
ความรู้ด้านต่างๆ เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนากลุ่ม
ประเทศโลกที่สาม – ผู้แปล
24
Thoughts of a Citizen Scientist
ั
้
�
ึ
ต้องใช้เงินเท่าไรในการติดต้งปั๊มนาและเดินท่อข้นไปท่ยอดเขาแต่ละลูก
ี
ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรค่าแก่การเสียเวลาถกเถียงกัน
ี
ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าต้องแก้ปัญหาน้อย่างไร แต่ผมอยากจะบอกว่า
ั
ั
เราได้ลองแก้ปัญหาท้งสองทางแล้ว ท้งความรู้ด้านเทคนิคและความ
ช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้ท�าให้อะไรดีขึ้น เราเลยลองหาวิธีอื่นๆ
ึ
ี
แทน ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังทีหลังว่า ทาไมถึงเป็นสิ่งท่ทาให้ผมรู้สึกดีข้นมา
�
�
หน่อย ผมคิดว่าการพยายามหาทางออกใหม่ๆ อยู่เสมอคือวิธีท่ถูกต้อง
ี
ส�าหรับทุกเรื่อง
ี
ิ
ี
ี
เมื่อก้น้คือความหมายเชิงปฏิบัติของวิทยาศาสตร์ ส่งใหม่ๆ ท่เรา
ั
ั
สามารถทาได ทงหมดนมันชัดเจนในตวอยแลว เราคงไม่จ�าเป็นต้องขยาย
ี
้
้
ู
่
�
้
้
ความเรื่องนี้ต่อ
ี
ื
ความหมายถัดมาของวิทยาศาสตร์ก็คือเน้อหา คือสิ่งท่ถูกค้นพบ
ี
�
แล้ว น่คือผลิตผลท่เหมือนด่งทองคา มันคือความต่นเต้น คือรางวัลท ่ ี
ื
ั
ี
ั
ได้จากการคิดอย่างเป็นระบบและความทุ่มเท ท้งหมดท่ทาไม่ใช่แค่เพ่อ
ื
�
ี
เอาไปประยุกต์ใช้ แต่เพื่อความตื่นเต้นของการค้นพบสิ่งใหม่ ผมว่าพวก
คุณส่วนใหญ่คงรู้อยู่แล้ว แต่ส�าหรับคนที่ยังไม่รู้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้
เลยท่การบรรยายครั้งเดียวจะสามารถส่อให้เห็นถึงความหมายสาคัญน ี ้
ื
ี
�
ื
ี
ความน่าต่นเต้นและเหตุผลท่แท้จริงของวิทยาศาสตร์ และถ้าไม่เข้าใจ
ี
ความหมายน้ คุณก็จะพลาดประเด็นท้งหมดไป คุณจะไม่มีวันเข้าใจ
ั
วิทยาศาสตร์และความสัมพันธ์ของมันต่อเรื่องอื่นๆ ได้เลยจนกว่าคุณจะ
เข้าใจและเห็นความสาคัญของการผจญภัยอันย่งใหญ่แห่งยุคสมัยของ
ิ
�
เรา คุณจะยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุคสมัยคุณจนกว่าจะเข้าใจว่า นี่คือ
การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและเหลือเชื่อ
25
THE MEANING OF IT ALL
คุณอาจจะมองว่าวิทยาศาสตร์น่าเบ่อจะตาย แต่ไม่ใช่เลย มัน
ื
ึ
�
อธิบายยากหน่อย แต่ผมสามารถนาเสนอให้คุณเห็นภาพได้ดีข้น ผม
สามารถที่จะยกหัวข้อไหนขึ้นมาก็ได้ ทุกเรื่องเลย
ี
ตัวอย่างเช่น คนโบราณเชื่อว่า โลกคือแผ่นหลังของช้างท่กาลังยืน
�
�
ั
อยู่บนหลังเต่าซึ่งกาลังว่ายอยู่ในทะเลลึกเกินจะหย่งถึง แต่ทะเลจะอยู่
บนอะไรอีกที นั่นก็อีกเรื่องนึงนะ คนโบราณเองก็ไม่รู้ค�าตอบเหมือนกัน
ความเชื่อของคนโบราณเกิดจากจินตนาการ เป็นกาพย์กลอนและ
ี
ภาพฝันสวยงาม ทีน้ลองมาดูโลกท่เรารู้จักกันวันน้ คุณว่ามันน่าเบื่อไหม?
ี
ี
โลกเป็นลูกบอลกลมๆ ที่ก�าลังหมุนอยู่ มีมนุษย์ถูกดูดติดกับลูกบอลนี้ อยู ่
กันแบบกลับหัวกลับหางเต็มไปหมด โลกเราหมุนรอบตัวเองเหมือนไก่
หมุนในเตา แล้วเราก็ถูกเหว่ยงไปรอบดวงอาทิตย์อีกที ฟังดูโรแมนติกข้น
ึ
ี
ึ
ี
มาอีกนิด ต่นเต้นข้นมาอีกหน่อย แล้วอะไรล่ะท่ดูดเราเอาไว้บนโลก? ก็แรง
ื
โน้มถ่วงไง ซึ่งก็ไม่ใช่แค่มีเฉพาะบนโลกเท่านั้นนะ แต่เป็นสิ่งที่ท�าให้โลก
เรากลม ท�าให้ดวงอาทิตย์ยังคงอยู่ ท�าให้เรายังเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์
แม้โลกจะพยายามออกห่างจากดวงอาทิตย์อยู่ร�่าไป แรงโน้มถ่วงนี้ไม่ได้
ส่งผลเฉพาะกับดาวแต่ละดวง แต่ยังส่งผลระหว่างดาวดวงต่างๆ ด้วย
ั
เหมือนกน มันดึงดูดดวงดาวทงหมดเอาไว้ภายในกาแลกซีกว้างใหญ่ใน
็
ั
้
ทุกทิศทาง
�
คนมากมายเคยจากัดความจักรวาล แต่จักรวาลก็ยังคงขยายออก
ั
ี
ไปเรื่อยๆ ขอบเขตของจักรวาลไร้ท่สิ้นสุดเหมือนดังก้นทะเลลึกเกินหย่ง
ื
ในจินตนาการของคนโบราณ เป็นดังปริศนาลึกลับ น่าต่นตาต่นใจ และ
ื
ยังคงไม่ครบสมบูรณ์เหมือนกับภาพในจินตนาการของคนยุคก่อน
แต่จินตนาการของธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่กว่าจินตนาการของมนุษย์
26
Thoughts of a Citizen Scientist