The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

The Spartans เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Gypzy Publishing, 2026-01-06 23:58:25

The Spartans เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตัน

The Spartans เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตัน

Keywords: The Spartans เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตัน

THE SPARTANSเผาพันธุนักรบสปารตันภัทรพล สมเหมาะ: เขียนราคา 240 บาทขอมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแหงชาติNational Library of Thailand Cataloging in Publication Dataภัทรพล สมเหมาะ. The Spartans เผาพันธุนักรบสปารตัน.-- กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุป, 2562. 212 หนา. 1. กรีก--ประวัติศาสตร 2 . สปารตา (กรีก)--ประวัติศาสตร. I. ชื่อเรื่อง.938ISBN 978-616-301-668-3 ขอความในหนังสือเลมนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิท c ธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 การคัดลอกสวนใดๆ ในหนังสือเลมนี้ไปเผยแพรไมวาในรูปแบบใดตองไดรับอนุญาตจากเจาของลิขสิทธิ์กอน ยกเวนเพื่อการอางอิง การวิจารณ และประชาสัมพันธบรรณาธิการอำนวยการ : คธาวุฒิ เกนุยบรรณาธิการบริหาร : สุรชัย พิงชัยภูมิผูชวยบรรณาธิการบริหาร : วาสนา ชูรัตน กองบรรณาธิการ : คณิตา สุตราม พรรณิกา ครโสภา ดารียา ครโสภา เลขากองบรรณาธิการ : อรทัย ดีสวัสดิ์พิสูจนอักษร : วนัชพร เขียวชอุม สวภัทร เพ็ชรรัตน รูปเลม : คีย ริชเนสสออกแบบปก : Rabbithood Studioผูอำนวยการฝายการตลาด : นุชนันท ทักษิณาบัณฑิตผูจัดการฝายการตลาด : ชิตพล จันสดผูจัดการทั่วไป : เวชพงษ รัตนมาลีจัดพิมพโดย : บริษัท ยิปซี กรุป จำกัด เลขที่ 37/145 รามคำแหง 98 แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240 โทร. 0 2728 0939 โทรสาร. 0 2728 0939 ตอ 108 www.gypsygroup.netพิมพที่ : บริษัท วิชั่น พรีเพรส จำกัด โทร. 0 2882 9981-2 จัดจำหนาย : บริษัท ยิปซี กรุป จำกัด โทร. 0 2728 0939 www.facebook.com/gypsygroup.co.ltd LINE ID : @gypzyสนใจสั่งซื้อหนังสือจำนวนมากเพื่อสนับสนุนทางการศึกษา สำนักพิมพลดราคาพิเศษ ติดตอ โทร. 0 2728 0939


เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันTHESPARTANSภัทรพล สมเหมาะ


ค�ำน�ำส�ำนักพิมพ์หลายคนคงได้ยินเรื่องราวกองทหารสปาร์ตัน 300 นาย น�ำโดยราชาของพวกเขา พระเจ้าลีออนิดัส พระราชาแห่งนครรัฐสปาร์ตา ซึ่งตามต�ำนานเล่าว่าเป็นลูกหลานของฮีราคลีสหรือที่พวกเรารู้จักในนามเฮอร์คิวลิส วีรบุรุษกึ่งเทพผู้มีพละก�ำลังมหาศาล พระองค์ทรงตั้งทัพที่ช่องเขาเธอร์มอปีลีเพื่อท�ำศึกต้านทานกองทัพจักรวรรดิเปอร์เซีย ซึ่งก�ำลังเคลื่อนทัพเข้ามายังดินแดนตะวันตก ก่อนที่พระเจ้าลีออนิดัสและทหารของพระองค์จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันจนตัวตาย วีรกรรมอันหาญกล้าของพระเจ้าลีออนิดัสและทหารของพระองค์กลายเป็นต�ำนานมาจนถึงทุกวันนี้แต่ทว่าเรื่องราวของพวกเขาไม่ได้มีแค่นั้นสปาร์ตันเป็นชนชั้นนักรบและพลเมืองเพศชายแห่งนครรัฐสปาร์ตา นครรัฐเล็กๆ บนคาบสมุทรเปโลโปนนีโซส นครรัฐที่ไม่มีก�ำแพงล้อม นครรัฐที่พลเมืองชายทุกคนต้องเป็นนักรบและโดนฝึกวิชาทหารตั้งแต่เริ่มเดินได้ นครรัฐที่มีขนบธรรมเนียมแปลกแยกแตกต่างจากนครรัฐกรีกอื่นๆ นครรัฐที่หลายคนต้องย�ำเกรง ว่ากันว่าพวกสปาร์ตันเป็นนักรบที่ช�ำนาญศึก เป็นนักรบที่มีชื่อเสียงและน่าเกรงขามที่สุดในดินแดนของนครรัฐกรีกขณะนั้น หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าพวกสปาร์ตันนั้นนอกจากมีชีวิตราวกับเป็นเครื่องจักรสงครามแล้ว พวกเขายังเป็นสังคมทหารนิยมที่ทุกอย่างTHESPARTANS


ถูกอุทิศให้กับการท�ำสงคราม โครงสร้างสังคมของพวกเขามีความแตกต่างจากนครรัฐอื่นๆ ของชาวกรีกทั้งปวง และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ ขอเชิญทุกท่านท่องเที่ยวไปในประวัติศาสตร์เรื่องราวของพวกสปาร์ตันและนครรัฐสปาร์ตา ที่ชีวิตของพวกเขาคือสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น... “ท�ำไมพวกเจ้า เหล่าผู้หญิงชาวสปาร์ตันถึงเป็นผู้เดียวที่สามารถปกครองเหล่าบุรุษได้? ก็เพราะว่าพวกเราเป็นพวกเดียวที่สามารถให้ก�ำเนิดบุรุษได้ยังไงล่ะ” -กอร์โก ราชินีแห่งสปาร์ตาและพระชายาของพระเจ้าลีออนิดัสที่ 1 -อ้างโดยพลูทาร์ก“แน่จริงก็เข้ามาเอาสิ”-พระเจ้าลีออนิดัสที่ 1 ทรงตรัสโต้ตอบกับพระเจ้าเซิร์กซิสที่ 1 แห่งเปอร์เซีย เมื่อฝ่ายเปอร์เซียเรียกร้องให้สปาร์ตันยอมวางอาวุธที่เธอร์มอปีลี-อ้างโดยพลูทาร์กถือโล่ จับหอก และก�ำดาบในมือของพวกท่านไว้ให้ดีๆ!ส�ำนักพิมพ์ยิปซี


ค�ำน�ำผู้เขียนหากจะกล่าวถึงประเทศกรีซ พวกท่านจะนึกถึงอะไรบ้าง? พวกท่านคงไม่อยากนึกถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน พวกท่านคงอยากนึกถึงวิหารหินอ่อนและซากปรักหักพัง โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เกาะต่างๆ รวมถึงเทพนิยายปรัมปราที่แฝงอยู่ตามที่ต่างๆเมื่อพวกท่านนึกถึงประวัติศาสตร์ก็คงจะไม่พ้นเรื่องนครรัฐกรีกและสิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้ให้โลกยุคหลัง คงไม่พ้นนครรัฐเอเธนส์กับแนวคิดประชาธิปไตย ไม่พ้นเหล่านักปราชญ์... คงไม่พ้นเรื่องนครรัฐสปาร์ตากับเหล่านักรบพันธุ์แกร่งหลายท่านอาจจะเคยได้เห็น ได้ทราบถึงวีรกรรมของพวกสปาร์ตันจากสื่อภาพยนตร์และสื่ออื่นๆ ท่านอาจจะเคยได้เห็นเหล่านักรบสปาร์ตัน 300 คนยันพวกเปอร์เซียนับแสนนับล้านที่ช่องเขา เหล่านักรบสปาร์ตัน พวกนักรบที่เปิดกล้ามโชว์ซิกซ์แพ็ก สวมผ้าคลุมแดง ถือโล่และหอก... ต้องยอมรับเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นท�ำออกมาได้ตระการตามาก แต่ก็น่าเสียดายที่มันอิงจากหนังสือการ์ตูน ท�ำให้มันออกแนวเวอร์วังอลังการไปนิดหนึ่ง และไม่ควรน�ำมาเป็นแหล่งอ้างอิงหลายท่านอาจจะทราบถึงนครรัฐเอเธนส์ ทราบถึงระบบการเมืองภายในหรือสังคม ส�ำหรับท่านใดก็ตามที่คิดว่าทราบเรื่องนครรัฐกรีกเป็นอย่างดีกระผมต้องบอกเลยว่าเมื่อท่านได้ศึกษากรณีTHESPARTANS


ของสปาร์ตา ท่านอาจจะตกใจหรือประหลาดใจ... สปาร์ตาเป็นนครรัฐที่แปลกประหลาดที่สุดเมื่อเทียบกับนครรัฐกรีกอื่นๆ ในยุคเดียวกัน นครรัฐอื่นอาจมีผู้น�ำหรือราชาคนเดียว แต่สปาร์ตามีราชาสองพระองค์ เอเธนส์อาจเคารพในหลักปัจเจกนิยม แต่สปาร์ตาเน้นในเรื่องส่วนรวม เน้นเรื่องความเป็นไปของรัฐ นครรัฐอื่นอาจด�ำรงชีพตามปกติแต่สปาร์ตาด�ำรงชีพเพื่อเตรียมท�ำสงครามราวกับว่ามันไม่มีวันจบสิ้นนครรัฐอื่นอาจมีการบันทึกประวัติศาสตร์และบัญญัติกฎหมาย แต่สปาร์ตาไม่เคยจดบันทึกสิ่งเหล่านี้อาศัยการบอกเล่าและให้คนต่างถิ่นบันทึกประวัติศาสตร์ให้สปาร์ตาเป็นนครรัฐที่ท�ำตัวแปลกประหลาด หรือในภาษาวัยรุ่นก็คือท�ำตัว ‘อินดี้’ ที่สุด ต่างจากนครรัฐอื่นในยุคเดียวกัน แต่นี่ก็คือหนึ่งในนครรัฐที่ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์กรีก มีบทบาทมากไม่ต่างจากเอเธนส์หรือมาเซโดเนียเลย และบางครั้งการกระท�ำของสปาร์ตายังเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก และมรดกหลายอย่างยังตกถึงปัจจุบัน... เรื่องเหล่านี้ล้วนแต่ควรค่าแก่การศึกษาภัทรพล สมเหมาะ*หมายเหตุ-การอ่านชื่อบุคคลหรือสถานที่ในประวัติศาสตร์กรีกโบราณจะอิงจากภาษากรีกโบราณ


สารบัญTHESPARTANS


บทน�ำ-11-บทที่ 1 เปโลโปนนีโซส-21-บทที่ 2ประวัติศาสตร์สปาร์ตา จนสิ้นสุดยุคคลาสสิก-43-บทที่ 3โครงสร้างทางสังคมของนครรัฐสปาร์ตา-117-บทที่ 4ชีวิตของชาวสปาร์ตัน-141-บทส่งท้ายเมื่อสปาร์ตาตกต�่ำ-169-


THE SPARTANSบทน�ำมันเป็นวันหนึ่งในฤดูร้อนบนดินแดนกรีซ กองทัพนครรัฐกรีกก�ำลังระดมตั้งกระบวนทัพเพื่อเตรียมต้านทานกองทัพอันมหาศาลที่ก�ำลังรุกรานดินแดนของพวกเขาและก�ำลังเคลื่อนทัพผ่านมาทางนี้ที่ตั้งของสนามรบนั้นคือเส้นทางช่องแคบ ทางเหนือติดอ่าวมาเลีย (Gulf of Malia) ทางใต้เป็นเนินเขาสูงชัน เหลือเพียงเส้นทางแคบๆ เลียบ ชายฝั่ง ภูมิประเทศที่ได้เปรียบในการป้องกัน โดยเฉพาะกับกองทัพนับแสนนับล้านที่เชี่ยวชาญการรบบนทุ่งราบกองทหารนครรัฐกรีกนั้นมีก�ำลังพลประมาณ 7,000 นาย ประกอบด้วยกองทหารจากนครรัฐต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกโครินเธียน (Corinthian) 400 นาย มันติเนียน (Mantinean) 500 นาย พวกเทเจียน (Tegean) 500 นาย พวกอาร์เคเดียน (Arcadian) ทั้งจากเมืองออร์โคเมโนส (Orchomenos) และพื้นที่โดยรอบรวมแล้วกว่า 1,120 นาย พวกเฟลียน (Phlian) 200 นาย พวกไมซีเนียน (Mycenaean) 80 นาย พวกลาเคไดโมเนียน (Lacedaemonian) กว่า 900 นาย พวกเธสเปียน (Thespian) 700 นาย พวกเธบัน (Theban) 400 นาย พวกโฟเชียน (Phocian) 1,000 นาย และกองทหารทั้งหมดของดินแดนโลคริสตะวันออก (Opuntian Locris) THESPARTANS


12เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันประมาณ 1,000 กว่านาย1แต่กองทหารเหล่านี้ยังไม่อาจเทียบเคียงได้กับกองทหารกลุ่มหนึ่ง กองทหารจากนครรัฐเล็กๆ บนคาบสมุทรเปโลโปนนีโซส (Peloponnesos) นครรัฐที่ไม่มีก�ำแพงล้อม นครรัฐที่พลเมืองชายทุกคนต้องเป็นนักรบและโดนฝึกวิชาทหารตั้งแต่เริ่มเดินได้นครรัฐที่มีขนบธรรมเนียมแปลกแยกแตกต่างจากนครรัฐกรีกอื่นๆ เกือบทุกแง่มุม นครรัฐที่หลายคนต้องย�ำเกรงพวกเขาคือสปาร์ติอาตีส (Spartiates) หรือพวกสปาร์ตัน (Spartan) ชนชั้นนักรบและพลเมืองเพศชายแห่งนครรัฐสปาร์ตา (Sparta) ว่ากันว่าพวกเขาเป็นนักรบที่ช�ำนาญศึก เป็นนักรบที่มีชื่อเสียงและอาจจะน่าเกรงขามที่สุดในดินแดนของนครรัฐกรีกขณะนั้น กองก�ำลังขุนนางซึ่งอาจเป็นกองทัพประจ�ำการยุคแรกๆ ในประวัติศาสตร์ มนุษย์ก็เป็นได้กองทหารสปาร์ตัน 300 นาย น�ำโดยราชาของพวกเขา พระเจ้าลีออนิดัส (กรีกแบบดอริก-Leonidas) พระราชาแห่งนครรัฐสปาร์ตา ซึ่งตามต�ำนานเล่าว่าเป็นลูกหลานของฮีราคลีส (Heracles, ละติน -เฮอร์คิวลิส/Hercules) วีรบุรุษกึ่งเทพผู้มีพละก�ำลังมหาศาล พระองค์ทรงมาที่นี่เพื่อที่จะท�ำศึกต้านทานกองทัพจักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire) จักรวรรดิขนาดมหึมาจากดินแดนตะวันออกอันลึกลับพิศวง ที่ซึ่งก�ำลังเคลื่อนทัพเข้ามายังดินแดนตะวันตก พวกเราไม่ทราบว่าพระองค์ก�ำลังคิดเช่นไรในตอนนั้น ไม่รู้ว่าพระองค์ก�ำลังคิดถึงพระราชินีกอร์โก (Gorgo) ผู้เป็นพระชายา ก�ำลังคิดถึงนครรัฐ1 Herodotus, VII, 202-203


13THE SPARTANSที่เป็นบ้านเกิด ไม่ทราบว่าพระองค์มาที่นี่เพื่อปกป้องสิ่งใด? เพื่อนครรัฐของพระองค์เองเท่านั้น หรือว่าเพื่อดินแดนกรีซทั้งหมดตามที่พวกชาตินิยมกล่าวอ้างในยุคร่วมสมัยแต่ที่แน่นอนคือในฤดูร้อนอันร้อนแรงนั้น กองทัพชาวกรีกประมาณ 7,000 นายได้ตั้งทัพที่ช่องเขาเธอร์มอปีลี (Thermopylae) หรือที่แปลว่า ‘ช่องทวารประตูร้อนรุ่ม’ (Hot Gates) พวกเขาตั้งทัพรอเป็นเวลา 4 วัน จนกระทั่งในวันที่ห้า พวกเขาก็ได้ปะทะกับกองทัพเปอร์เซีย กองทหารกรีกในเสื้อลินินทับด้วยแผ่นเกราะโลหะ ถือโล่กลมและหอกท�ำจากเหล็กหรือส�ำริด ต่อสู้กับกองทหารไพร่เปอร์เซียที่ใส่แค่เสื้อ ถือโล่หวายและหอกเหล็กทั่วไป กองทัพเปอร์เซียใช้ก�ำลังพลทหารราบเบาอันมหาศาลถาโถมใส่แนวกระบวนทัพกรีกราวกับคลื่นที่ถาโถมใส่ชายฝั่ง แต่กระบวนทัพทหารราบหนักชาวกรีกยังคงยืนหยัดต่อไปโดยที่แนวรบแทบจะไม่ได้เคลื่อน พวกเขาปักหลักบนเส้นทางคับแคบประหนึ่งคอขวด ท�ำให้กองทัพเปอร์เซียที่ช�ำนาญการรบบนที่กว้างไม่สามารถงัดไพ่ตายอย่างกองทหารม้าได้ พวกเขาท�ำการรบแบบนี้เป็นเวลา 2 วัน และพวกกรีกก็คิดว่าตนยังคงสามารถยันการโจมตีพวกนี้ได้ต่อไป ตราบใดที่ผู้รุกรานบุกมาแค่ทางเดียว พวกมันจะต้องเจอกับกระบวนทัพที่หนาราวกับก�ำแพง โดยเฉพาะต้องเผชิญกับก�ำแพงของชาวสปาร์ตันที่หนาเป็นพิเศษแต่ทว่าในการรบวันที่สาม สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้บังเกิดขึ้น กองทหารโฟเชียนสังเกตได้ว่ากิ่งไม้ต้นโอ๊กสั่นไหวผิดปกติ ราวกับว่าก�ำลังเกิดแผ่นดินไหว กองทัพเปอร์เซียกองหนึ่งค้นพบเส้นทางลับที่อ้อมไปยังแนวหลังของทัพกรีกได้ กองทหารโฟเชียนเห็นแล้วก็รีบถอนก�ำลังไปตั้งรับที่เนินใกล้ๆ แต่พวกเปอร์เซียก็ไม่สน พวกนั้นแค่ให้กองธนู


14เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันระดมยิงธนูใส่เป็นชุดๆ ขณะที่กองทหารอื่นๆ เคลื่อนทัพผ่านไปเพื่อตรงไปโจมตีกองทัพหลักของพวกกรีก พอคนวิ่งส่งสารมารายงาน พระเจ้าลีออนิดัสก็ท�ำการประชุมทัพ แม่ทัพกรีกบางคนเสนอให้ถอย แต่พระองค์ยังคงยืนยันว่าพระองค์จะอยู่กับพวกสปาร์ตันที่ช่องแคบ พอพระองค์ทราบว่ากองทัพจะถูกล้อม พระองค์ก็สั่งให้กองทัพถอนก�ำลังออกไปตามที่พวกเขาต้องการ กองทหารส่วนใหญ่ล่าถอยออกไป เหลือเพียงกองทหารประมาณ 2,000 นายที่ยังรบเคียงข้างกับพระราชาแห่งนครรัฐสปาร์ตาลีออนิดัสที่เธอร์มอปีลี (Leonidas at Thermopylae) ภาพวาดปี ค.ศ. 1814 โดยฌาคส์-หลุยส์ เดวิด (Jacques-Louis David) ปัจจุบันถูกจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์กรุงปารีส (The Louvre, Paris) ประเทศฝรั่งเศส (davidderrick.files.wordpress.com)


15THE SPARTANSกองทัพนครรัฐกรีกเคลื่อนพลเข้าหากองทัพเปอร์เซียแบบซึ่งหน้าบนทุ่งราบเปิดโล่ง กองทหารที่ยังรบเคียงข้างกับสปาร์ตัน 300 นายคือกองทหารเธสเปียน 700 นาย น�ำโดยแม่ทัพนามว่า เดโมฟิโลส (Demophilos) พวกเขาไม่ล่าถอยตามและยอมต่อสู้เคียงบ่ากับพวกสปาร์ตันจนตัวตาย และในท้ายที่สุดกองทหารสปาร์ตันและกองทหารกรีกอื่นๆ รวมแล้วกว่า 1,500 นายก็ถูกบดขยี้จนแทบไม่เหลือซากและนั่นก็คือการรบที่เธอร์มอปีลีตามที่ถูกจารึกลงไปในประวัติ-ศาสตร์ ทั้งโดยเฮโรโดตุส (ละติน-Herodotus, กรีก-Herodotos/ฮีโรโดโตส) ดีโอโดโรสแห่งซิเคเลีย (Diodoros of Sikelia, กรีก-Diodoros Sikeliotes/ดิโอโดโรส ซิเคลิโอเตส, ละติน -Diodorus Siculus/ดิโอโดรุส ซีคิลลุส แปลว่า ดีโอโดโรส/ดีโอโดรุสแห่งเกาะซิซิลี/Sicily) หรือเพาเซเนียส (Pausenias) ถูกเล่าขานมาจนถึงปัจจุบันต่อมาบริษัทภาพยนตร์ทเวนตี เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ (20th Century Fox) น�ำการรบครั้งนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘เดอะ ทรีฮันเดร็ด สปาร์ตันส์’ (The 300 Spartans) ก�ำกับโดยรูดอล์ฟ มาเต (Rudolph Maté) ผู้ก�ำกับชาวอเมริกันเชื้อสายโปลิช-ฮังกาเรียน เมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกน�ำออกมาฉายในปี ค.ศ. 1962 กลุ่มนักวิจารณ์ก็ได้เสนอความเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการวิจารณ์สถานการณ์สงครามเย็นที่ก�ำลังร้อนระอุในขณะนั้น โดยกองทัพชาวกรีกเป็นการแทนภาพของพวกผู้พิทักษ์โลกเสรีที่ยึดมั่นประชาธิปไตยแบบเอเธนส์ ต่อสู้ต่อกรกับจักรวรรดิเปอร์เซียที่เป็นจักรวรรดินิยมค้าทาส2 ไม่ต่าง2 Alex Beam, “Meanwhile: Hot times at the ‘Hot Gates’”, International Herald Tribune (8 March 2007). (http://www.iht.com/articles/2007/03/08/opinion/edbeam.php) (Accessed April 23, 2018)


16เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันจากการต่อสู้ระหว่างโลกเสรีของสหรัฐอเมริกาและโลกคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตหนึ่งในผู้ที่เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้คือชาวอเมริกัน 2 คนคือ แฟรงค์ มิลเลอร์ (Frank Miller) และลินน์ วาร์ลีย์ (Lynn Varley) เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาตัดสินใจวาดเป็นหนังสือการ์ตูนคอมมิก (Comic) เรื่อง ‘300’ ในปี ค.ศ. 1998 โดยเป็นหนังสือการ์ตูนแนวอิงประวัติศาสตร์ผสมกับอิทธิพลความเป็นแฟนตาซีและสมมติเนื้อเรื่องอย่างหนักหน่วงต่อมาในปี ค.ศ. 2006 ภาพยนตร์เรื่อง ‘300’ ก�ำกับโดยแซ็กสไนเดอร์ (Zack Snyder) ก็ถูกน�ำออกมาฉายในโลกจอเงิน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้อิงจากคอมมิกของมิลเลอร์และวาร์ลีย์อีกที โดยเจอราร์ด บัตเลอร์ (Gerard Butler) น�ำแสดงเป็นพระเจ้าลีออนิดัสฉากในภาพยนตร์เรื่อง ‘The 300 Spartans’ ก�ำกับโดยรูดอล์ฟ มาเต ภาพยนตร์ปี ค.ศ. 1962 ภาพจาก The War Movie Buff (warmoviebuff.blogspot.com)


17THE SPARTANSแห่งสปาร์ตา ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถท�ำเงินได้ถึง 28,106,731 ดอลลาร์ในวันฉายวันแรก และพอสิ้นสัปดาห์นั้นก็ท�ำเงินได้ถึง 70,885,301 ดอลลาร์3 แต่ถึงกระนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงทั้งในประเด็นเรื่องความถูกต้องในรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงโดนรัฐบาลอิหร่านโจมตีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการเหยียดประเทศอิหร่าน4ปกหนังสือเรื่อง ‘300’ คอมมิก ปี ค.ศ. 1998 โดยแฟรงค์ มิลเลอร์ และลินน์ วาร์ลีย์ ภาพจาก Veeshan Vault (www.veeshanvault.org)3 ‘300’ , Box Office Mojo (March 11, 2007). (https://web.archive.org/web/20070309123413/http://www.boxofficemojo.com/movies/?id=300.htm) (Accessed April 23, 2018)4 Gary Leupp, “A Racist and Insulting Film – 300 vs. Iran (and Herodotus)”, Coun- terpunch (March 31, 2007). (https://web.archive.org/web/20070408054007/http://www.counterpunch.org/leupp03312007.html) (Accessed April 23, 2018)


18เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง ‘300’ ก�ำกับโดยแซ็ก สไนเดอร์ ภาพยนตร์ปี ค.ศ. 2006 ภาพจาก Fat Movie Guy (www.fatmovieguy.com)


19THE SPARTANSในปัจจุบันต�ำนานของสปาร์ตาและพวกสปาร์ตันยังคงปรากฏชัดเจน พวกเขาถูกน�ำเสนอในฐานะชนชาตินักรบของชนชาติกรีก ซึ่งเป็นหนึ่งในอารยธรรมโบราณที่ส่งอิทธิพลให้กับโลกตะวันตก ถูกน�ำเสนอว่าเป็นนักรบชั้นน�ำในยุคโบราณ อาจเป็นกองก�ำลังหน่วยรบพิเศษหรือหน่วยรบหัวกะทิของยุคนั้นเลยก็ว่าได้แต่มันยังมีอะไรที่มากกว่านั้น... สปาร์ตันไม่ได้เป็นแค่เครื่องจักร สงคราม พวกเขาเป็นสังคมทหารนิยมที่ทุกอย่างในสังคมถูกอุทิศให้กับการท�ำสงคราม โครงสร้างสังคมของพวกเขามีความแตกต่างจากนครรัฐอื่นๆ ของชาวกรีกทั้งปวง ระบบราชาธิปไตยแบบสปาร์ตามีความแตกต่างจากระบบราชาธิปไตยในนครรัฐที่มีพระราชา แนวคิดพลเมืองและกลไกการเมืองนั้นแตกต่างจากเอเธนส์(Athens) และนครรัฐอื่นๆ พูดง่ายๆ ว่าสปาร์ตานั้นแตกต่างจากทุกอย่างที่เป็นกรีกในยุคนั้นและต่อไปนี้ก็คือเรื่องราวของพวกเขา


THE SPARTANSบทที่ 1 เปโลโปนนีโซส1. ประวัติของคาบสมุทรเพโลพอนนีสโดยสังเขป1.1 สภาพทางภูมิศาสตร์เพโลพอนนีส (Peloponnese) หรือที่ถูกเรียกในภาษากรีกว่า เปโลโปนนีโซส คือชื่อของคาบสมุทรและภูมิภาคทางใต้ของกรีซ ถูกตัดขาดจากดินแดนตอนกลางของประเทศโดยคอคอดและอ่าวโครินธ์ (Gulf of Corinth) มีเนื้อที่ปกคลุมประมาณ 21,549.6 ตารางกิโลเมตร และถือว่าเป็นดินแดนตอนใต้สุดของกรีซแผ่นดินใหญ่ แต่เดิมมันเป็นคาบสมุทรที่ติดกับแผ่นดินแม่ แต่พอมีการขุดคลองโครินธ์ (Corinth Canal) ในปี ค.ศ. 1893 มันจึงอาจถูกเรียกได้ว่าเป็นเกาะ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีเส้นทางบกที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ของกรีซ ได้แก่เส้นทางธรรมชาติที่คอคอดโครินธ์ (Isthmus of Corinth) และเส้นทางสร้างใหม่ที่สะพานริโอ-อันเทียร์ริโอ (Rio–Antirrio Bridge) หรือที่ในภาษากรีกเรียกว่า สะพานคาริลาโอส ตริกูปิส (Charilaos Trikoupis Bridge) ซึ่งสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2004THESPARTANS


22เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันคาบสมุทรนี้มีดินแดนตอนในเป็นภูมิประเทศแบบภูเขา ส่วนแนวชายฝั่งก็เว้าแหว่งอย่างมากราวกับซี่ของฟันเลื่อยที่บิ่นแล้ว คาบสมุทรใหญ่แห่งนี้ยังมีคาบสมุทรย่อยที่ชี้ลงทิศใต้ อันได้แก่ แหลมเมสซีเนีย (Messenia, กรีก-Messinia) แหลมมานี (Mani, กรีก-Mane/มาเน) แหลมมาเลียส (Cape Maleas) และแหลมอาร์โกลิส (Argolis, กรีก-Argolida/อาร์โกลิดา) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรเพโลพอนนีสจุดที่สูงที่สุดของคาบสมุทรเพโลพอนนีสคือภูเขาตายเกโตส (Taygetos) ซึ่งอยู่ทางใต้ โดยมีความสูงถึง 2,407 เมตร นอกจากนี้ แผนที่คาบสมุทรเพโลพอนนีสและกรีซตอนใต้ (Peloponnesus et Graecia Me- ridionalis) แผนที่ปี ค.ศ. 1851 จากหนังสือ Dr. Butler’s Atlas of Ancient Geography/1851 (legacy.lib.utexas.edu)


23THE SPARTANSก็ยังมีภูเขาลูกอื่นที่มีความส�ำคัญ เช่น ภูเขาคิลลีนี (Kyllini) ความสูง 2,376 เมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ภูเขาอาโรอาเนีย (Aroania) ความสูง 2,355 เมตร ทางเหนือ ภูเขาเอรีมานโตส (Erymanthos) ความสูง 2,224 เมตร และภูเขาปานาเคโก (Panachaiko) ความสูง 1,926 เมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ภูเขาเมนาโล (Mainalo) ความสูง 1,981 เมตร ในดินแดนตอนกลาง และภูเขาปาร์โนน (Parnon) ความสูง 1,935 เมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งสภาพภูมิประเทศเหล่านี้เกิดจากแผ่นดินไหว คาบสมุทรทั้งหมดเป็นพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว และในอดีตก็เกิดแผ่นดินไหวมาแล้วหลายต่อหลายครั้งแม่น�้ำที่ยาวที่สุดบนคาบสมุทรเพโลพอนนีสคือแม่น�้ำอัลฟีโอส (Alfeios) ความยาว 110 กิโลเมตร ทางตะวันตก รองลงมาคือแม่น�้ำยูโรตาส (Eurotas) ความยาว 82 กิโลเมตร ทางใต้ และแม่น�้ำปินีโอส (Pineios) ความยาว 70 กิโลเมตร ทางตะวันตกบนคาบสมุทรแห่งนี้มีดินแดนที่ราบลุ่มต�่ำส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันตก นอกจากนี้ยังมีดินแดนที่ราบลุ่มเพียงเล็กน้อยในพื้นที่ส่วนอื่น เช่น พื้นที่หุบเขายูโรตาสทางใต้ และที่ราบลุ่มอาร์โกลิดทางตะวันออกเฉียงเหนือนอกชายฝั่งคาบสมุทรเพโลพอนนีสมีกลุ่มหมู่เกาะสองกลุ่ม ได้แก่ หมู่เกาะอาร์โก-ซาโรนิก (Argo-Saronic Islands) ทางตะวันออก และหมู่เกาะไอโอเนียน (Ionian Islands) ทางตะวันตก โดยเกาะคีติรา (Kythira) ที่อยู่ทางนอกแหลมมาเลียสทางตอนใต้ของคาบสมุทรนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะไอโอเนียนเช่นกัน ส่วนเกาะเอลาโฟนิโซส (Elafonisos) ซึ่งอยู่คั่นกลางระหว่างเกาะคีติราและคาบสมุทรเพโลพอนนีส แต่เดิมเคยเป็นส่วนเดียวกับคาบสมุทร


24เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันเพโลพอนนีส แต่ว่าถูกแยกออกมาเพราะเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 365ตั้งแต่ยุคโบราณจวบจนถึงปัจจุบัน คาบสมุทรเพโลพอนนีสถูกแบ่งเป็น 7 พื้นที่หลัก ได้แก่● อาเคเอีย (Achaia) ทางเหนือ● โครินเธีย (Corinthia, กรีก-Korinthía) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ● อาร์โกลิส (Argolis) ทางตะวันออก● อาร์เคเดีย (Arcadia, กรีก-Arkadia) ในดินแดนตอนกลาง● ลาโคเนีย (Laconia, กรีก-Lakonia) ทางตะวันออกเฉียงใต้● เมสซีเนีย (Messenia) ทางตะวันตกเฉียงใต้● เอลิส (Elis, กรีก-Ilida/อิลิดา) ทางตะวันตก1.2 ประวัติของคาบสมุทร1.2.1 ยุคต�ำนานและประวัติแรกเริ่มคาบสมุทรเพโลพอนนีสมีผู้อยู่อาศัยมาสมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ส่วนชื่อเพโลพอนนีสในปัจจุบันก็มาจากต�ำนานกรีกโบราณ โดยเฉพาะต�ำนานของวีรบุรุษนามว่า ‘ปีล็อปส์’ (Pelops) ซึ่งมีการเล่าขานว่าเขาสามารถยึดครองภูมิภาคนี้ได้ทั้งหมด โดยชื่อคาบสมุทรในภาษากรีก ‘เปโลโปนนีโซส’ แปลว่าเกาะของปีล็อปส์อารยธรรมไมซีเนียน (Mycenaean Civilization) ซึ่งเป็นอารยธรรมหลักกลุ่มแรกของกรีซและยุโรปพื้นทวีปได้กุมอ�ำนาจบน


25THE SPARTANSคาบสมุทรเพโลพอนนีสในช่วงยุคส�ำริด (Bronze Age) โดยปกครองจากปราการที่เมืองไมซีเน (Mycenae, กรีก-Mykenai/ไมกีเน) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรอารยธรรมไมซีเนียนจู่ๆ ก็ล่มสลายลงอย่างฉับพลันในช่วงสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล การวิจัยทางโบราณคดีค้นพบร่องรอยของการท�ำลายล้างในเมืองและพระราชวังแห่งต่างๆ และในยุคต่อมาคือ ‘ยุคมืดกรีก’ (Greek Dark Ages) ถือว่าเป็นยุคที่ไม่พบหลักฐานที่เป็นจารึกลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด1.2.2 ยุคโบราณสมัยคลาสสิก776 ปีก่อนคริสตกาล มีการจัดกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) ครั้งแรกขึ้นที่เมืองโอลิมเปีย (Olympia) ซึ่งตั้งอยู่ทางประตูสิงห์ แหล่งโบราณคดีไมซีเน ประเทศกรีซ (Lion Gate, Mycenae), ภาพถ่ายปี ค.ศ. 1897 โดยอันเดอร์วูดและอันเดอร์วูด (Underwood & Underwood) ภาพจากพิพิธภัณฑ์อารยธรรมกรีกที่เบนากิ (Benaki Museum of Greek Civilization) (www.benaki.gr)


26เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันตะวันตกของคาบสมุทร โดยเหตุการณ์นี้บางครั้งถูกใช้เป็นจุดหมุดหมาย ในฐานะจุดเริ่มต้นของยุคคลาสสิก (Classical Antiquity) ของ อารยธรรมกรีกโบราณระหว่างยุคคลาสสิกคาบสมุทรเพโลพอนนีสถือว่าเป็นศูนย์ กลางของเรื่องราวต่างๆ ในโลกกรีกโบราณ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของนครรัฐจ�ำนวนหนึ่งที่มีความทรงอ�ำนาจและเป็นที่ตั้งของสนามรบที่นองเลือดเมืองใหญ่อย่างสปาร์ตา, โครินธ์, อาร์โกส (Argos) และเมกาโลโปลิส (Megalopolis) ล้วนตั้งอยู่บนคาบสมุทรเพโลพอนนีส และที่นี่ก็เป็นจุดก�ำเนิดของสันนิบาตเพโลพอนนีส (Peloponnesian League) ทหารจากคาบสมุทรนี้เคยต่อสู้ในสงครามเปอร์เซีย และบนคาบสมุทรนี้เองก็เป็นสนามรบในสงครามเพโลพอนนีส (Peloponnesian War) ระหว่างช่วง 431-404 ปีก่อนคริสตกาล และในยุคต่อมานครรัฐทุกแห่งบนคาบสมุทรยกเว้นสปาร์ตาก็ติดตามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์(Alexander) ออกไปรบในสงครามกับจักรวรรดิเปอร์เซียต่อมาคาบสมุทรเพโลพอนนีส เช่นเดียวกับดินแดนที่เหลือของกรีซ ต่างก็ตกอยู่ภายใต้อ�ำนาจของสาธารณรัฐโรมัน (Roman Republic) ในช่วง 146 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อกองทัพโรมันเข้าโจมตีและเผาเมืองโครินธ์ สังหารหมู่ผู้อยู่อาศัยที่นั่นพวกโรมันได้สถาปนามณฑลอาเคเอีย (Provincia Achaia) ขึ้นมา ประกอบด้วยคาบสมุทรเพโลพอนนีสและดินแดนกรีซตอนกลาง ในระหว่างยุคโรมันคาบสมุทรนี้ได้รับความเจริญรุ่งเรือง แต่ต่อมา คาบสมุทรนี้ก็กลายเป็นดินแดนบ้านนอกของมณฑล ถูกตัดขาดจากเหตุการณ์ต่างๆ ในโลกโรมันที่กว้างใหญ่กว่า


27THE SPARTANS1.2.3 ยุคไบแซนไทน์หลังจากการแบ่งจักรวรรดิโรมันในปี ค.ศ. 395 คาบสมุทรเพโลพอนนีสกลายเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันตะวันออก (Eastern Roman Empire) หรือที่นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังเรียกว่า จักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine Empire)การโจมตีของกองทัพคนเถื่อนวิสิโกธ (Visigoth) ของราชาอลาริก (Alaric) ในปี ค.ศ. 396-397 ท�ำให้มีการสร้างก�ำแพงเฮ็กซามี ลิโอน (Hexamilion Wall) หรือก�ำแพงหกไมล์ขึ้นตามแนวคอคอดโครินธ์1 ในช่วงยุคโบราณตอนปลายคาบสมุทรเพโลพอนนีสยังคงด�ำรงคุณลักษณะในฐานะคาบสมุทรที่มีสภาพเป็นเมืองหนาแน่น โดยในศตวรรษที่ 6 เฮียโรคลีส (Hierokles) นักภูมิศาสตร์กรีกสมัยไบแซนไทน์ได้เขียนต�ำราภูมิศาสตร์ซีเน็กเดโมส (Synekdemos) เพื่อระบุถึงรายละเอียดการแบ่งมณฑลในจักรวรรดิโรมันตะวันออกในต�ำรานี้ระบุว่าบนคาบสมุทรเพโลพอนนีสมีเมือง 26 แห่งด้วยกันแต่ทว่าในช่วงปลายของศตวรรษนั้นการสร้างเมืองภายในจักรวรรดิต่างก็ยุติลง ยกเว้นที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) เธสซาโลนิกา (Thessalonica) โครินธ์และเอเธนส์ ซึ่งค�ำอธิบายนั้นมาจากหายนะทั้งหลายในยุคนั้น เช่น โรคระบาด แผ่นดินไหว และการรุกรานของชนเผ่าสลาฟ (Slavs)2แต่ทว่าในการวิเคราะห์ยุคปัจจุบันมีข้อเสนอว่าการถดถอยของเมืองในคาบสมุทรเพโลพอนนีสเชื่อมโยงกับการล่มสลายของระบบ1 Alexander Kazhdan (ed.), Oxford Dictionary of Byzantium (Oxford University Press, 1991), 927.2 Alexander Kazhdan (ed.), เรื่องเดียวกัน, 1620.


28เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันคมนาคมทางไกลและระบบการคมนาคมระดับภูมิภาคที่ค�้ำจุนสนับสนุนการขยายของตัวเมืองในดินแดนกรีซยุคโบราณตอนปลาย รวมถึงการถอนกองทหารและหน่วยงานปกครองของจักรวรรดิออกจากบอลข่าน3ระดับการรุกรานและการตั้งถิ่นฐานของพวกสลาฟในศตวรรษที่ 7 และ 8 ยังคงเป็นเรื่องที่ยังมีการถกเถียง และในปัจจุบันก็คิดว่าน่าจะมีขนาดเล็กกว่าที่เคยคิดในข้อเสนอก่อนหน้า พวกสลาฟเข้ามาตั้งรกรากในดินแดนส่วนใหญ่ของคาบสมุทรเพโลพอนนีส เห็นได้จากหลักฐานการตั้งชื่อสถานที่ซึ่งมีหลักการคล้ายชื่อแบบสลาฟ แต่การตั้งชื่อเหล่านี้น่าจะเกิดขึ้นจากการสั่งสมมานานนับศตวรรษ มากกว่าการรุกรานที่ถาโถมเข้ามาทีเดียว และชื่อเหล่านี้ก็มีการผสมผสานกับภาษากรีก ท�ำให้เกิดชื่อผสมแบบสลาฟ-กรีก4ชื่อสถานที่แบบสลาฟปรากฏขึ้นในดินแดนชายฝั่งตะวันออกน้อยกว่าที่อื่น เนื่องจากดินแดนบริเวณนั้นยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของโรมันตะวันออก รวมถึงเขตทหารเธมาแห่งเฮลลาส (Thema of Hellas) ซึ่งถูกสถาปนาขึ้นโดยพระเจ้าจัสติเนียนที่ 2 (Justinian II) ประมาณ ค.ศ. 6905ประวัติศาสตร์นิพนธ์แบบจารีตมักจะก�ำหนดช่วงเวลาว่าพวกสลาฟมาถึงดินแดนกรีซตอนใต้ในช่วงศตวรรษที่ 6 ตอนปลาย แต่จากข้อเสนอของฟลอริน เคอร์ตา (Florin Curta) นักประวัติศาสตร์3 Florin Curta, The Edinburgh History of the Greeks, C. 500 to 1050: The Early Mid- dle Ages (Edinburgh University Press, 2011), 63-65.4 Alexander Kazhdan (ed.), Oxford Dictionary of Byzantium (Oxford UniversityPress, 1991), 1620.5 Alexander Kazhdan (ed.), เรื่องเดียวกัน, 1620-1621.


29THE SPARTANSชาวอเมริกันเสนอว่าในบริเวณคาบสมุทรเพโลพอนนีสไม่ปรากฏหลักฐานการมีอยู่ของพวกสลาฟเลย จนกระทั่งประมาณปี ค.ศ. 700 เป็นต้นไป เนื่องจากพวกสลาฟอาจได้รับอนุญาตให้เข้ามาตั้งรกรากในดินแดนเฉพาะเจาะจงที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยก่อนแล้ว6ความสัมพันธ์ระหว่างพวกสลาฟและพวกกรีกค่อนข้างจะสงบสุข โดยมีบางครั้งที่เกิดการลุกฮือต่อต้าน ประชากรกรีกที่เคยด�ำรงชีวิตตั้งแต่สมัยโบราณยังคงด�ำรงอยู่ต่อไป โดยเฉพาะในมานีและซาโกเนีย (Taskonia) ที่ซึ่งการโจมตีของพวกสลาฟนั้นมีเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย พวกสลาฟซึ่งเป็นชนชาติเกษตรกรรมอาจจะท�ำการค้าขายกับพวกกรีกที่ยังอาศัยอยู่ในเมือง ส่วนหมู่บ้านกรีกก็ยังคงปรากฏภายในดินแดนตอนในและอาจเป็นหน่วยการปกครองตัวเองโดยการจ่ายบรรณาการให้พวกสลาฟ7รัฐบาลโรมันตะวันออกพยายามฟื้นอ�ำนาจการปกครองเหนือชนเผ่าสลาฟในคาบสมุทรเพโลพอนนีส ครั้งแรกในปี ค.ศ. 783 เมื่อสเตารากิโอส (Staurakios) ขันทีและเสนาบดีได้น�ำกองทัพจากกรุงคอนสแตนติโนเปิลมุ่งลงดินแดนกรีซตอนใต้และคาบสมุทรเพโลพอนนีส ซึ่งธีโอฟานีส ผู้ฟังค�ำสารภาพบาป (Theophanes the Confessor) ได้บันทึกไว้ว่ากองทัพสามารถจับเชลยได้มหาศาลและบีบให้พวกสลาฟยอมจ่ายบรรณาการได้86 Florin Curta, The Edinburgh History of the Greeks, C. 500 to 1050: The Early Mid- dle Ages (Edinburgh University Press, 2011), 254, 279-281.7 John Van Antwerp Fine, The Early Medieval Balkans: A Critical Survey from the Sixth to the Late Twelfth Century (University of Michigan Press, 1991), 61-63.8 Florin Curta, The Edinburgh History of the Greeks, C. 500 to 1050: The Early Mid- dle Ages (Edinburgh University Press, 2011), 126.


30เผ่าพันธุ์นักรบสปาร์ตันตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 9 เป็นต้นมา หลังจากกบฏสลาฟที่เมืองปาตราส (Patras, กรีก-Patra/ปาตรา) รัฐบาลโรมันตะวันออกก็ตัดสินใจด�ำเนินนโยบายกลืนวัฒนธรรมให้เป็นกรีก (Hellenization) อย่างจริงจัง โดยพงศาวดารโมเน็มวาเซีย (Chronicle of Monemvasia) กล่าวว่าในปี ค.ศ. 805 ข้าหลวงโรมันตะวันออกแห่งโครินธ์ได้น�ำทัพออกไปรบกับพวกสลาฟ ได้รับชัยชนะและบดขยี้พวกเขา ท�ำให้ชาวกรีกผู้อยู่อาศัยกลุ่มเดิมสามารถทวงที่ดินกลับคืนมาได้ พวกเขาสามารถยึดเมืองปาตราสกลับคืนมา และดินแดนส่วนนั้นก็กลายเป็นถิ่นฐานของพวกกรีกอีกครั้ง9 พวกสลาฟมากมายถูกขนไปอยู่ที่ดินแดนเอเชียไมเนอร์ (Asia Minor) ส่วนพวกกรีกจากเอเชีย ซิซิลีและแคว้นคาลาเบรีย (Calabria) จากอิตาลีตอนใต้ ต่างเข้ามาตั้งรกรากในคาบสมุทรเพโลพอนนีส ในช่วงเปลี่ยนผ่านของศตวรรษที่ 9 คาบสมุทรเพโลพอนนีสทั้งหมดก็ถูกสถาปนาเป็นเขตเธมาแห่งเปโลโปนนีโซส (Thema of Peloponnesos) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโครินธ์10การสถาปนาอ�ำนาจโรมันตะวันออกเหนือดินแดนสลาฟส่วนใหญ่ อาจเป็นกระบวนการเผยแพร่ศาสนาคริสต์และการปรนเปรอหัวหน้าเผ่าสลาฟให้ยอมอยู่ใต้อ�ำนาจจักรวรรดิ โดยหลักฐานวรรณกรรม ศิลาจารึก และตราประทับต่างระบุว่าพวกอาร์คอนตีส (Archontes) หรือหัวหน้าเผ่าชาวสลาฟต่างเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการของรัฐบาลจักรวรรดิ119 John Van Antwerp Fine, The Early Medieval Balkans: A Critical Survey from the Sixth to the Late Twelfth Century (University of Michigan Press, 1991), 80, 82.10 John Van Antwerp Fine, เรื่องเดียวกัน, 61. 11 Florin Curta, The Edinburgh History of the Greeks, C. 500 to 1050: The Early Middle Ages (Edinburgh University Press, 2011), 134.


Click to View FlipBook Version