The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Gypzy Publishing, 2023-09-20 03:48:04

เลียดก๊กเล่มหนึ่ง

อุดมการณ์ของนักสัญจรบนหน้ากระดาษ ผู้พิศมัยแสวงหาความรู้และภูมิปัญญาใหม่มาบรรณาการนักอ่าน


เล่มท่ 1

(พงศาวดารจีน)


คณะผู้แปลในรัชกำลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แปล
เลขมำตรำฐำนสำกลประจ�ำหนังสือ 978-616-301-194-7
พิมพ์ครั้งแรก : ยิปซี ส�ำนักพิมพ์, กันยำยน 2556
รำคำชุดละ 1,800 บำท


ข้อมูลทำงบรรณำนุกรม
เลียดก๊ก.-- กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุ๊ป, 2556.
2320 หน้ำ.
1. นวนิยำยจีน I. คณะผู้แปล สมัยรัชกำลที่ 2, ผู้แปล II. ชื่อเรื่อง.
895.13



จัดพิมพ์โดย บริษัท ยิปซี กรุ๊ป จ�ำกัด ประธำนกรรมกำร คธำวุฒิ เกนุ้ย รองประธำนกรรมกำร
นุชนันท์ ทักษิณำบัณฑิต ผู้จัดกำรทั่วไป เวชพงษ์ จันสด ผู้จัดกำรฝ่ำยกำรตลำด ชิตพล จันสด
ฝ่ำยธุรกำร พรรณิกำ ครโสภำ จิรำภรณ์ บุญช่วย คณิตำ สุตรำม ดำรียำ ครโสภำ
ฝ่ำยงบประมำณ รำตรี อิงคะละ นพรัตน์ สุรพล


ที่ปรึกษำส�ำนักพิมพ์ สถำพร ศรีสัจจัง วรภ วรภำ นิรัติ หมำนหมัด สำโรจน์ มณีรัตน์
ยิปซี ส�ำนักพิมพ์ : บรรณำธิกำรอ�ำนวยกำร เริงวุฒิ มิตรสุริยะ บรรณำธิกำรบริหำร สังคม จิรชูสกุล
คณะบรรณำธิกำร มุกรินทร์ แพรกนกแก้ว ชมพร ไชยล้อม ปุริษำ ตำสำโรจน์
ผู้จัดกำรกองบรรณำธิกำร อรทัย ดีสวัสดิ์ กองบรรณำธิกำร อรรถสิทธิ์ เกษรรำช ชัยวัฒน์ วงศ์นภดล
กิตติพงษ์ คัดทะจันทร์ ไพฑูร บุญมำเลิศ สุรศักดิ์ ศักดิ์สันเทียะ ณัฐพล มณีด�ำ ด�ำรง โกยทอง
ศิลปกรรม Tarot team


พิมพ์ที่ บริษัท เอส. เค. เอส. อินเตอร์พริ้นต์ จ�ำกัด 16 ซอยมำเจริญ 1 แยก 3 แขวงหนองค้ำงพลู
เขตหนองแขม กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2812-0597 โทรสำร 0-2812-0587
จัดจ�ำหน่ำยโดย บริษัท ยิปซี กรุ๊ป จ�ำกัด 37/145 รำมค�ำแหง 98 แขวงสะพำนสูง เขตสะพำนสูง
กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 0-2729-3537 โทรสำร 0-2729-3537 ต่อ 108
เว็บไซต์ www.gypsygroup.net


สงวนสิทธิ์ตำมพระรำชบัญญัติลิขสิทธิ์


คณะผู้แปลในพระราชด�าริของ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัยผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์



เสมือนค�ำน�ำ : คุณค่ำแห่งวรรณกรรมท่ควรอนุรักษ์



“เลียดก๊ก” แปลเป็นภาษาไทยในสมัยรัชกาลที 2 และเป็น 1 ใน 34 หนังสือ




พงศาวดารจีนทีได้รับการแปลนับแต่สมัยรัชกาลที 1 ถึงรัชกาลที 6 ของกรุง
รัตนโกสินทร์


เนือหาและเรืองราวว่าด้วยการเมืองการปกครองของจีนในสมัยราช
วงศ์โจว (ในหนังสือเลียดก๊ก เรียกว่า ราชวงศ์จิว) โดยเริมตังแต่รัชสมัยของ


พระเจ้าชวนอ๋องกระทังถึงรัชสมัยของพระเจ้าจิวเสียงอ๋อง

หากย้อนเวลาไปดูประวัติศาสตร์จีนทีแท้จริงแล้วก็กล่าวได้ว่าเรืองราว



ทีปรากฏในหนังสือเลียดก๊ก ฉบับนีเป็นเรืองของประวัติศาสตร์จีนในสมัยที ่


นักประวัติศาสตร์เรียกว่า ยุคโจวตะวันออก ซึ่งในยุคโจวตะวันออกนี้ถูกแบ่ง
ออกเป็นยุคย่อยอีกสองยุค นันคือ ยุคชุนชิว (ใบไม้ผลิ) และยุคจ้านกว๋อ

(เลียดก๊ก)




กระนันในเนือเรืองของหนังสือในช่วงต้นได้ย้อนกลับไปยังจุดสินสุด
ของสมัยโจวตะวันตกรวมอยู่ด้วย



ในการด�าเนินการแปล พงศาวดารจีนเรือง “เลียดก๊ก” ซึงเกิดขึนใน

สมัยรัชกาลที 2 นันนักประวัติศาสตร์และนักวรรณคดีของไทยถือกันว่าการ

ด�าเนินงานในการแปลในครังนันนับได้ว่าเป็นการท�างานทีถือว่าเป็น “งาน



ระดับชาติ” ทังนีเพราะนอกเหนือจากผู้ทรงด�าริหรือองค์อุปถัมภ์จะเป็นพระเจ้า


แผ่นดิน คือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แล้วคณะผู้แปลอัน

ประกอบด้วยนักปราชญ์ผู้ทรงความรู้ทังฝ่ายจีนและฝ่ายไทยรวมกันถึง 12


คน ซึงถือว่ามากและยิงใหญ่พอสมควร ก็ท�าให้ภาพของการด�าเนินงานการ


แปลหนังสือในครังนันมีความยิงใหญ่จนเป็นทีจดจ�ากัน


4
( )


ไม่ต่างจากการท�างานตามพระราชด�าริของพระบาทสมเด็จพระพุทธ




ยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที 1 ในครังทีทรงสังให้มีการแปลพงศาวดารจีน



อันถือเป็นปฐมในรัชสมัยของพระองค์ 2 เรืองนันคือ เรือง สามก๊ก และ

ไซ่ฮัน



ทีส�าคัญผลงานพงศาวดารจีนเรือง สามก๊ก ทีมี เจ้าพระยาพระคลัง
(หน) เป็นผู้อ�านวยการแปล และ กรมพระราชวังบวรมหาเสนาภิมุข (เจ้าทอง


อินทร์ กรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ หรือวังหลัง) ทรงอ�านวยการแปลเรือง “ไซ่ฮัน”
ยังกลายเปนผลงานอันทรงคาและไดรับค�าชื่นชมกันอยางมากยิ่งดวยแลว ก็







ยิงกลายให้เป็นแรงกดดันให้การแปลพงศาวดารจีนเรือง “เลียดก๊ก” ซึงเกิดขึน






ในรัชสมัยต่อมามีความส�าคัญและเป็นทีสนใจอย่างยิงเพิมขึนไปอีก

นอกจากนัน ตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชา

นุภาพในเวลาต่อมา ทีมองว่าจุดประสงค์ของการแปลหนังสือพงศาวดารจีน







ทีเกิดขึนในสมัยรัชกาลที 1 และที 2 นัน เป็นไปเพือ”ประโยชน์บ้านเมือง”
ก็ยิงท�าให้การท�างานต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัดและมีระเบียบกฎเกณฑ์ทีเข้ม


แข็งแม่นมันอย่างแน่นอน

ดังที่ได้กล่าวมาว่า เมื่อ “สามก๊ก” และ “ไซ่ฮั่น” กลายเป็นหนังสือแปล

ทีทรงคุณภาพแล้ว ผู้รับภาระรับผิดชอบในการแปลหนังสือเล่มหลังๆ มาจึง
จ�าต้องท�างานให้ออกมาได้ดีหรือดียิงกว่าผลงานเล่มก่อนให้ได้



ปรากฏนามผู้รับสังให้เป็นพนักงานการแปลล้วนเป็นผู้มีศักดิสูงและ

ทรงความสามารถถึง 12 ท่าน ประกอบไปด้วย กรมหมืนนเรศโยธี, เจ้าพระยา


ยมราช, เจ้าพระยาวงษาสุรียศักดิ, พระยาโชดึกราชเศรษฐี, ขุนท่องสือ,

จหมืนไวยวรนารถ, นายเล่ห์อาวุธ, นายจ่าเรศ, หลวงลิขิตปรีชา, หลวงญาณ
ปรีชา, ขุนมหาสิทธิโวหาร และหลวงวิเชียรปรีชา
5
( )




ด้วยความโดดเด่นของ สามก๊ก และไซ่ฮัน ทีปรากฏมาก่อนหน้านัน

ย่อมถูกน�ามาใช้เป็นแนวทางในการด�าเนินงานในการแปลครังหลัง จึงไม่ใช่

เรืองแปลกดังทีเราได้พบว่า ในเรืองของส�านวนภาษาของเลียดก๊ก จะปรากฏ



ออกมาเป็นท�านองเดียวกับ สามก๊ก นั่นคือ ใช้ภาษาง่าย มีภาษาเรียบเรียงอย ู่
ในชันดี มีการตังข้อสังเกตว่า อาจจะถือเป็นธรรมเนียมการแปลในรัชกาลที ่




2 ก็ได้ว่า ให้ยึดถือ สามก๊ก และ ไซฮัน ในรัชกาลที 1 เป็นต้นแบบ ท�าให้
ส�านวนต่างๆ คล้ายคลึงกัน

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดให้แปลเรือง เลียดก๊ก

เมือ พ.ศ.2362 เสร็จสินออกมาเป็นหนังสือ 153 เล่มสมุดไทย ในเวลาต่อมา



ได้มีการจัดพิมพ์ออกมาครังแรกใน พ.ศ. 2413 ในสมัยรัชกาลที 5 โดยเป็น
สมุดไทยจ�านวน 5 เล่ม จัดพิมพ์โดยโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์




หลังจากนันหนังสือเล่มนีก็ได้รับการน�ากลับมาตีพิมพ์ซ�าอีกหลายครัง
และหลายส�านักพิมพ์ ครังทีส�าคัญครังหนึงคือเมือครังทีองค์การค้าครสภา










ได้รวบรวมน�าผลงานพงศาวดารจีนทีแปลเป็นไทย จ�านวน 34 เรืองตามการ

ส�ารวจของสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ มาจัดพิมพ์ใหม่ออกมาเป็น



หนังสือ 35 เรือง พงศาวดารจีนเรือง เลียดก๊ก นีก็จัดเป็น 1 ในจ�านวนนี ้
ด้วย โดยได้พิมพ์ในนามองค์การค้าคุรุสภาครังแรกใน พ.ศ. 2506 จัดแบ่ง

ออกเป็นหนังสือจ�านวน 12 เล่ม
และครั้งนี้นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ ยิปซี ส�านักพิมพ์ ได้น�าพงศาวดารจีน



เรือง เลียดก๊ก กลับมาพิมพ์ใหม่ ทังนีเพราะเห็นว่าหนังสืออันทรงคุณค่านีห่าง

หายไปจากท้องตลาดและห้องสมุดนานพอควรแก่เวลาแล้ว

แม้ทีผ่านมาจะปรากฏว่ามีนักปราชญ์หรือผู้รู้หลายท่านได้แปล

พงศาวดารจีนเรือง เลียดก๊ก ออกมาใหม่ ตามส�านวนต่างๆ ออกจ�าหน่าย
( 6 )




บ้าง กระนัน ยิปซี ส�านักพิมพ์ก็ยังคงยืนยันทีจะจัดพิมพ์ “เลียดก๊ก” ตาม
ส�านวนทีได้มีการแปลกันขึนมาในสมัยรัชกาลที 2 เล่มนี ทังนีเพราะเห็นว่า








นอกจากความส�าคัญในเรืองเนือหาของหนังสือแล้ว ในฐานะทีหนังสือผลงาน

แปลเล่มนี เป็นผลงานทียืนยงผ่านกาลเวลา อีกทังมีลักษณะเฉพาะนันคือ มี




การตังกองคณะแปลและมีการเรียบเรียง ขัดเกลา ให้เข้ากับขนบประเพณี




ของคนไทย ทีส�าคัญด้วยระยะเวลาทีงานเล่มนีสามารถยืนยงมาจนผ่านกาล
เวลาและแปรสภาพจากความเป็นวรรณกรรมของจีนมาเป็นวรรณคดีของ

ไทยไปแล้ว หนังสือแปลส�านวนนีจึงถือว่ามีคุณค่าควรแก่การเก็บรักษาและ
อนุรักษ์เอาไว้ทีสุด

พงศาวดารจีนกับสังคมการอ่านของไทย
สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชนุภาพเคยส�ารวจหนังสือพงศาวดารจีน

ทีได้แปลและพิมพ์ เป็นภาษาไทยตังแต่รัชกาลที 1 ถึง รัชกาลที 6 พบว่ามี




จ�านวนถึง 34 เรือง แยกแปลตามรัชกาลได้ดังนี ้
แปลในรัชกาลที 1 เรือง ไซ่ฮัน สามก๊ก





แปลในรัชกาลที 2 เรือง เลียดก๊ก ห้องสิน ตังฮัน และไม่ปรากฏว่ามี




พงศาวดารจีนเรืองใดแปลในสมัยรัชกาลที 3




แปลในรัชกาลที 4 เรือง ไซ่จิน ตังจิน น�าซ้อง ซุยถัง น�าปักซ้อง



หงอโต้ว เม่งเฉียว บ้านฮวยเหลา โหงวโฮ้วเพงไซ โหงวโฮ้วเพ็งหน�า ซวยงัก
ซ้องกัง

แปลในรัชกาลที 5 เรือง ไคเภ็ก ส้วยถัง เสาปัก ซิยินกุ้ยเจงตัง


ซิเตงซันเจงไซ เองเลียดต้วน อิวกังหน�า ไตัอั้งเผา เซียวอั้งเผ่า เนียหน�าอิดซือ
7
( )




เม่งมวดเซงฌ้อ ไซอิว เปาเล่งถูกงอัน
และแปลในรัชกาลที 6 เรือง เชงเฉียว ง่วนเฉียว บูเช็กเทียน และ


โหงวโฮ้วเพงปัก


กล่าวกันว่า ในจ�านวน 34 เรืองทีกล่าวมานี ไม่มีส�านวนหรือเรือง



ใดจะดีเท่าพงศาวดารจีนเรือง สามก๊ก ทีเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็น


ผู้อ�านวยการแปล โดยเห็นได้จากทีกระทังถึงปัจจุบัน หนังสือ สามก๊ก ฉบับ

เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังได้รับความนิยม และน�ามาตีพิมพ์ซ�าอย่างต่อ


เนือง อีกทังยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเรืองสามก๊ก ฉบับต่างๆ ทังร้อย





แก้วและร้อยกรองอีกมากมาย ทีส�าคัญทีสุด สามก๊ก ฉบับ เจ้าพระยา

พระคลัง (หน) ยังเป็นทียอมรับของนักกวีทุกยุคทุกสมัย จนวรรณคดีสโมสร


ในรัชกาลที 6 ได้ตัดสินให้ “สามก๊ก” เป็นยอดของความเรียงเรืองนิทาน


สามก๊ก และไซฮัน นับเป็นหนังสือพงศาวดารจีน 2 เรืองแรกทีได้

รับการแปลมาเป็นภาษาไทย ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ โดยเกิดขึนในรัชสมัย

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที 1

มีค�าบอกกล่าวเล่ากันสืบมาว่า พระองค์มีพระราชด�ารัสให้แปล
พงศาวดารจีนเป็นภาษาไทยสองเรือง โดยโปรดให้สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ

กรมพระราชวังบวรมหาเสนาภิมุข (เจ้าทองอินทร์ กรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์
หรือวังหลัง) ทรงอ�านวยการแปลเรือง “ไซฮัน” และเจ้าพระยาพระคลัง (หน)


อ�านวยการแปลเรื่อง “สามก๊ก” กล่าวกันว่า ในการแปลวรรณกรรมจีนมาเป็น




ไทยในครังนัน นับเป็นงานระดับชาติ ทังนีก็เนืองจากเป็นงานทีเกิดจากพระ


ราชด�าริของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก



อีกทัง ทีถือเป็นเรืองใหญ่หรือ “งานระดับชาติ” อีกเหตุหนึงก็เพราะ

วิธีการด�าเนินงาน ทีมิได้มีการแปลเพียงคนเดียวหรือเป็นส่วนตัว หากแต่

( 8 )



ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันในหลายขันตอนด้วยกัน คือ ต้องอาศัยกลุ่ม
บุคคลจ�านวนหนึงซึงเป็นผู้ช�านาญภาษาจีนมาแปลเนือความจากต้นฉบับภาษา





จีน แล้วให้เสมียนจดลงเพือเป็นทีเข้าใจของคนไทย และมีผู้ช�านาญภาษาไทย
อีกกลุ่มหนึงเรียบเรียงเนือความเป็นภาษาไทยทีเรียบร้อยถูกต้องตามหลัก



ภาษา สอดคล้องกับความเข้าใจตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย
โดยมีผู้อ�านวยการแปลท�าหน้าทีควบคุมให้การด�าเนินงานเป็นไปด้วยความ




เรียบร้อย และมีหน้าทีพิจารณาขันสุดท้ายเมือเรียบเรียงไปได้แต่ละตอนแล้ว
และถ้ามีปัญหาอย่างใดอย่างหนึงก็ท�าหน้าทีชีขาดเพือให้ยุติลงได้ ดังนันผู้ที ่





ท�าหน้าทีผู้อ�านวยการแปลจึงต้องมีความรู้ทางภาษาและวรรณศิลป์เป็นอย่าง

ดี และมีบารมีพอทีจะเป็นทีเกรงใจของทุกฝ่าย





เรียกว่า อย่างน้อยจะต้องมีผู้เข้าเกียวข้องไม่ต�ากว่า 2-4 ฝ่าย นันคือ
ผู้อุปถัมภ์การแปล ผู้แปล ผู้เรียบเรียงและผู้ขัดเกลาภาษาส�านวน
และด้วยเพราะผู้อุปถัมภ์การแปลเป็นองค์พระมหากษัตริย์เอง พร้อม
พรังไปด้วยนักปราชญ์ทังฝ่ายจีนและยังต้องมีนักปราชญ์ฝ่ายไทยเป็นผู้จัด




เรียบเรียงและเกลาส�านวน ผลงานทีปรากฏออกมาจึงมีความประณีตกระทัง
กลายเป็นแบบฉบับของการแปลเรืองจีนในเวลาต่อมา


ปรากฏว่าการทีพระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ในการแปลนอก

เหนือจากในสมัยรัชกาลที 1 แล้ว ในสมัยรัชกาลที 2 ก็ยังทรงเป็นองค์


อุปถัมภ์ต่อมา ซึงปรากฏว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

นภาลัย พระองค์ก็ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ให้มีการแปลพงศาวดารจีนขึนมาอีก
3 เรือง ประกอบไปด้วย เลียดก๊ก ห้องสิน และตั้งฮั่น



รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที 3 กลับ
ไม่ปรากฏว่าให้มีการแปลวรรณกรรมจีนออกมา และมาเริมเห็นการแปล

9
( )


ู่
วรรณกรรมจีนกันใหม่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหัว รัชกาล


ที 4 และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที 5 หากแต่



ใน 2 รัชสมัยหลังนี กลับมีการเปลียนแปลงไปจากแรกเดิมนังคือ ผู้อุปถัมภ์
กลับไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดิน หากแต่ลงมาเป็นข้าราชการชันสมเด็จเจ้าพระยา

และเจ้าพระยาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เจ้าพระยาทิพากร

วงศ์ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ มหาโกษาธิบดี และปรากฏมีชันหลวงอยู่อีกผู้หนึง ่
คือ หลวงพิศาลศุภผล

ไม่เพียงเท่านันจ�านวนผู้แปลก็ดูเหมือนจะลดลง โดยปรากฏว่าในบาง

เล่มมีชือผู้แปลอยู่เพียง 1 คนบ้างหรือ 2 คนบ้าง และบางครังก็ไม่ปรากฏ


นามผู้แปล อาจมีเพียงบางเล่มเท่านันทีปรากกฎชือชัดเจน เช่นเรือง ซุยถัง ที ่



เขียนเอาไว้ชัดว่า เจ้าพระยาทิพากรวงศ์เป็นผู้อุปถัมภ์การแปล โดยมีผู้แปล

คือ จีนปั้นกิมกับจีนแพง และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (จี) เป็นผู้เรียบเรียง

อีกชัน เป็นต้น

ครันมาถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล


ที 6 ผู้อุปถัมภ์การแปลก็ยิงลดชันลงมาอีก โดยปรากฏว่า ในจ�านวน 4 เรือง


ทีถูกนับเนืองเข้ามาอยู่ในชุด 34 เล่มของสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ


และคุรุสภาได้รวบรวมจัดพิมพ์ออกทังหมดในเวลาต่อมานี มีผู้อุปถัมภ์การ


แปลเป็นสามัญชนโดยมีทังเจ้าของโรงพิมพ์ และคณะหนังสือพิมพ์

ทีส�าคัญจุดประสงค์ในการแปลก็แตกต่างกันไปตามยุคสมัย กล่าวคือ

ในสมัยรัชกาลที 1 และ 2 มีจุดประสงค์ทีเป็นไปอย่างชัดเจนว่า “เพือประโยชน์




ราชการบ้านเมือง” มาในสมัยรัชกาลที 4 และ 5 ก็ปรากฏจุดประสงค์ชัดเจน




ว่า “เพือความบันเทิง” และในสมัยรัชกาลที 6 ก็ชัดยิงขึนว่า “เพือการค้า”

ไม่ว่าหนังสือแปลพงศาวดารจีนทีกล่าวมานีจะมีจุดประสงค์เช่นไร


( 10 )







หากแต่เมือมาถึงปัจจุบันนีทีหนังสือหลายเรืองได้รับการจัดพิมพ์และตีพิมพ์ซ�า
กระทังมีการรวบรวมพิมพ์ออกมาเป็นชุดชัดเจนโดยองค์การค้าคุรุสภาออกมา


เป็นหนังสือ 35 เรืองนีได้กลายมาเป็นสมบัติทางวรรณกรรม วรรณคดีของ

ชาติไทยไปแล้วโดยปริยาย


แน่นอนว่าในจ�านวนนีอาจมีบางเล่มทีมีเนือหาหรือสาระทีโดดเด่น


กว่าอีกบางเล่ม และมีหลายเล่มทีภาษาและวรรณศิลป์ดีเด่นกว่าเล่มอืน แต่




กระนันในแง่ของประวัติวรรณกรรมแล้วหนังสือทังหมดล้วนทรงคุณค่าและ
น่าแสวงหามาอ่านมาเก็บเอาไว้เป็นสมบัติทางภูมิปัญญาสืบต่อไป
เลียดก๊ก กับ เหตุแห่งการจัดพิมพ์


กล่าวเฉพาะหนังสือเล่มทีอยู่ในมือของผู้อ่านในเวลานี คือ พงศาวดาร


จีนเรือง “เลียดก๊ก” ซึงในครังนีจัดพิมพ์ขึนโดย “ยิปซี ส�านักพิมพ์” แน่นอน





ทีสุดว่าในชันต้นนัน ย่อมเป็นไปเพือการค้าโดยตรง ซึงก็เป็นไปตามระบบและ



กลไกของการจัดพิมพ์หนังสือสู่ตลาดและผู้อ่านในปัจจุบัน หากแต่ทีนอกเหนือ


ไปกว่านันก็คือ ด้วยความตระหนักและเห็นถึงคุณค่าของหนังสือพงศาวดาร
จีนเรืองนี ซึงมองว่า ด้วยเนือหาและสาระของหนังสือทียังคงมีคุณประโยชน์





ในด้านต่างๆ ต่อคนอ่านในปัจจุบัน อีกทังหนังสือเล่มนีก็ขาดหายไปจากท้อง


ตลาดและแวดวงการอ่านไปนานพอสมควรแล้ว คนรุ่นหลังคิดจะหามาอ่านก็

หาเล่มฉบับพิมพ์ครังก่อนๆ มาอ่านยากอยู่ ท�าให้ ยิปซี ส�านักพิมพ์ ตัดสินใจ

น�าหนังสือ พงศาวดารจีนเรือง “เลียดก๊ก” ฉบับแปลในสมัยรัชกาลที 2 นี ้

กลับมาจัดพิมพ์อีกครั้งหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น ยิปซี ส�านักพิมพ์ยังตั้งความหวัง

เอาไว้อีกว่า หากมีโอกาสแล้ว จะด�าเนินการจัดพิมพ์พงศาวดารจีนเรืองอืนๆ

( 11 )




ออกมาให้ต่อเนือง และครบครันเพือให้ผู้อ่านและผู้ทีสนใจสามารถจัดเก็บ


และอนุรักษ์หนังสือชุดนีเอาไว้เพือสืบทอดสู่คนรุ่นหลังได้


เกิดค�าถามว่า เหตุใดจึงต้องพิมพ์เรือง “เลียดก๊ก” ออกมาเป็นปฐม





ทังทีในจ�านวนหนังสืออันทรงคุณค่าชุดนี ยังมีเล่มอืนๆ ทีเป็นประโยชน์ไม่
แตกต่างกัน?
ค�าตอบก็คือ เพราะ นอกเหนือจากเหตุผลทีกล่าวมาแต่ต้นแล้ว เหตุ

ทีต้องจัดพิมพ์ “เลียดก๊ก” ออกมาเป็นปฐม ก็เพราะ “เลียดก๊ก” ถือหรือถูก


นับว่าเป็นงานแปลระดับชาติทีเกิดขึนมาเล่มหนึงในสมัยรัชกาลที 2 อันนัก




วรรณคดีถือว่าเป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองทางวรรณคดีสมัยหนึงของไทย





อีกทังด้วยความเหมาะสมในอีกหลายประการท�าใหหนังสือเลมนีถูกคัดเลือก

ออกมาจัดพิมพ์ในนามของส�านักพิมพ์เป็นเล่มแรก ซึงหวังว่าเล่มอืนๆ จะ

ติดตามมาในโอกาสต่อไป



สิงทีควรกล่าวถึงและควรสนใจส�าหรับ “เลียดก๊ก” ก็คือ เนือหาสาระ


ของเรืองราวทีปรากฏในหนังสือเล่มนี ดังทีได้กล่าวไปแล้วว่า เลียดก๊ก เป็น



เรืองราวอิงพงศาวดารจีนในสมัยราชวงศ์โจวหรือจิว กินเวลาในสมัยตอน

ปลายของยุคโจวตะวันตกถึงสินสุดสมัยจ้านกว๋อ (เลียดก๊ก) ผ่านช่วงเวลา

สืบทอดกันหลายรัชสมัย ในหนังสือเล่มนีใช้วิธีการเรียบเรียงเรืองราวแบบเล่า



ต่อเนืองกันไป ตามขนบของการเขียนความเรียงในสมัยโบราณ นันคือ ผู้อ่าน

ตองพิจารณาเอาเองวา สวนใดคือการบรรยายความ ส่วนใดคือบทสนทนาของ



ตัวละคร หรือส่วนใดคือส่วนของการด�าเนินเรือง
เนือหาทีน�าเสนอ เป็นเรืองของการชิงไหวชิงพริบในสังคมการเมืองของ



รัฐต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย แม้ในตอนหลังจะเหลือรัฐใหญ่ๆ เพียงไม่กี่รัฐก็ตาม

แต่กระนันก็ไม่พ้นจากประเด็นของการแสวงหาอ�านาจและความส�าเร็จของ
( 12 )




บรรดาผู้น�าแห่งรัฐต่างๆ ไม่เพียงเท่านันหนังสือเล่มนียังสอดแทรกอรรถรส


อันหลากหลายในประเด็นเรืองราวของวิธีคิดมากมายหลายด้าน ไม่ว่าเรืองของ


การใช้ชีวิต หรือเรืองของการใช้อ�านาจ และเรืองอืนๆ ทีผู้อ่านจะสามารถเก็บ




รับเอาอรรถรสอันหลากหลายได้อย่างสนุกสนาน มีครบครันทังเรืองตืนเต้น


เรืองเศร้าสร้อย เรืองรักเรืองใคร่ และเรืองการใช้ปฏิภาณไหวพริบต่างๆ ใน



การแย้งชิงความได้เปรียบ
หากจะว่าไปแล้ว แม้ว่า สามก๊ก จะถูกมองและยอมรับว่าทรงคุณค่า
ด้านภูมิปัญญาและอรรถรสทางวรรณกรรมก็ตาม แต่หากพิจารณาถึงเนือหา


ของเลียดก๊กแล้ว เราก็สามารถกล่าวได้ว่า เรืองราวทีเกิดขึนในหนังสือเล่มนีก็



ทรงคุณค่าไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิงหากเราพิจารณาว่า ช่วงเวลา






หรือยุคสมัยทีวรรณกรรมเรืองนีกล่าวถึงนันเป็นยุคสมัยทีเรียกกันว่าเป็นสมัย
แห่ง “ร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก ร้อยส�านักประชันปัญญา” กล่าวคือเป็นยุค



ทีสมัยทีปรากฏสาวงามของแผ่นดินมากมาย พร้อมกันเป็นสมัยทีปราชญ์ยิง

ใหญ่หลายคนถือก�าเนิดมา




ชือบุคคลอย่าง ขงจือ เล่าจือ ซุนวู ฯลฯ ชือผู้น�ายิงใหญ่ของ




ประวัติศาสตร์จีนหลายคน หรือแม้แต่ชือสาวงามหลายคนทีตราตรึงแผนดิน



ล้วนถือก�าเนิดมาในยุคสมัยนีทังสิน

ด้วยสีสันและเรืองราวอันหลากหลายเช่นนีเองทีท�าให้ เลียดก๊ก ยัง


กลายเป็นหนังสือทีคนในสมัยปัจจุบันสมควรหามาอ่านเป็นทียิง ่


โดยเฉพาะหากเราตระหนักว่านอกเหนือจากได้อ่านวรรณกรรมที่ทรง
ค่า สนุก และได้สาระแล้ว เราจะสามารถเห็นภาพร่างของประวัติศาสตร์จีน
ช่วงทีมีสีสันทีสุดสมัยหนึงอีกด้วย



ยิปซี ส�านักพิมพ์ ต้องขอขอบพระคุณทุกความกรุณาทีสนับสนุน

( 13 )




เรามาโดยดีตลอด และหวังว่าทุกท่านจะพอใจกับการจัดพิมพ์ในครังนีทีเรา



พยายามเน้นให้มีความประณีตทีสุด แต่กระนัน ด้วยข้อจ�ากัดบางอย่างโดย


เฉพาะเรืองของเวลา และจ�านวนของหนังสือทีนับว่าหนามาก อาจท�าให้เกิด


ข้อผิดพลาดไปบ้าง ซึงเราหวังว่า หากมีโอกาสทีดีต่อไป เราจะสามารถท�าการ
แก้ไขให้ดียิงขึนไปอีก



ขอขอบพระคุณผู้รู้ทุกท่าน ทีให้ค�าแนะน�าในการจัดพิมพ์หนังสือใน




ครังนี หวังว่านีจะเป็นอีกหนึงหนังสือแห่งความภาคภูมิใจของทังส�านักพิมพ์

และผู้เป็นเจ้าของ
ยิปซี ส�านักพิมพ์
































( 14 )



“ข้าพเจ้าและชาวบ้านทังปวงเป็นพลเรือน รู้แต่ท�ามาหากิน



อปมาเหมือนฝงเนือ กงจูคดและชาวเมืองเตงล้วนเป็นทหาร



เหมือนหนึงเสือ ซึงท่านจะเอาเสือไปไว้กลางฝูงเนือนัน เห็นข้าพเจ้า


และชาวบ้านถันจะมีความเดือดร้อน”
เลียดก๊ก เล่ม 1


เล่ม 1


ศุภมัศดุ จุลศักราชพันร้อยแปดสิบ ปีเถาะ เอกศกอาสาทมาศ
ศุกกปักขอัฐมีดิถีคุรุวาระ พระบาทสมเด็จพระบรมบพิตร



พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระทีนังจักรพรรดพิมาน มีพระ
ราชโองการด�ารัสสังให้จัดข้าทูลละออง แปลเลียดก๊ก


พงศาวดารกรุงจีนนี เป็นค�าไทยไว้ส�าหรับแผ่นดิน


ข้าพระพุทธเจ้า กรมหมืนนเรศโยธีหนึง เจ้าพระยายมราชหนึง เจ้า







พระยาวงษาสุรียศักดิหนึง พระยาโชดึกหนึง ขนท่องสือหนึง จหมืนไวย




วรนาถหนึง เล่ห์อาวุธหนึง จ่าเรศหนึง หลวงลิขิตปรีชาหนึง หลวงญาณปรีชา

หนึง ขุนมหาสิทธิโวหารหนึง ่

ห้องสินแลในเลียดก๊กนั้น ว่าด้วยองค์พระเจ้าบู๊อ๋องครองเมืองทั้งปวง
คิดท�าศึกกัน ข้าเจ้าหลวงลิขิตปรีชา เจ้ากรมอาลักษณ์ช�าระขึนทูลเกล้าฯ ถวาย

ในเลียดก๊กหนังสือจีนแปลเป็นค�าไทยได้ความว่า







19


20 พงศำวดำรจีน






ตั้งแต่แผ่นดินพระเจ้ำชวนอ๋อง

ถึงแผ่นดินพระเจ้ำจิวเสียงอ๋อง




บทที่ 1



แผ่นดินเมืองจีนนันเมืองโกเก๋งเป็นเมืองหลวง พระเจ้าชวนอ๋อง

เชื้อวงศ์พระเจ้าบู๊อ๋อง ได้เสวยราชสมบัติบ�ารุงอาณาประชาราษฎร์

อยู่เย็นเป็นสุข หัวเมืองทั้งปวงมาขึ้นแก่เมืองโกเก๋งเหมือนพระเจ้า
บู๊อ๋องครังแผ่นดินห้องสิน แต่ชาเลเทเจ้าเมืองเกียงหยงหัวเมืองตะวันตกนัน



ตังแข็งเมืองอย่ พระเจ้าชวนอ๋องจึงจัดแจงทหารเอกทหารเลวเป็นกระบวน

ทัพหลวง ยกไปตีเมืองเกียงหยง พระเจ้าชวนอ๋องเสียทีแก่ข้าศึก เสียทแกล้ว

ทหารแลเครืองสาตราวุธเป็นอันมาก จึงล่าทัพมาตังค่ายรวบรวมทแกล้วทหาร

อยู่ ณ เมืองไซง่วน ให้ส�ารวจข้าวขึนฉางและจัดเครืองสาตราวุธแหลนหลาว



ลูกเกาทัณฑ์ใส่คลังไว้ส�าหรับจะได้จ่ายทหารเป็นอันมาก ตังเจ้าเมืองไซง่วน
เป็นแม่ทัพคุมทหารลาดตระเวนป้องกันกองทัพเมืองเกียงหยงอยู่ ณ ปลาย

แดนเมืองโกเก๋ง ครันแล้วพระเจ้าชวนอ๋องก็เสด็จกลับมาจะใกล้ถึงประตูเมือง
หลวง พอเพลาค�าพระเจ้าชวนอ๋องได้ยินเสียงเด็กชาวบ้าน ตบมือร้องเพลงว่า

หยิดเจียงบุตรฮอยเจียงเสงเอียบห่อกีหกกีบวงจิวก๊ก แปลว่า พระอาทิตย์จะ



ตกต�า พระจันทร์จะขึน ตัดไม้ซองบกท�าเกาทัณฑ์ เกียวหญ้ามาสานเป็นซอง


ใส่เกาทัณฑ์ เมืองจิวก๊กจะเสือมสูญ พระเจ้าชวนอ๋องได้ทรงฟังดังนัน ก็ให้


หยุดรถแล้วสังทหารให้ไปพาพวกเด็กซึงร้องเพลงนันมาหน้าทีนัง จึงตรัสถามว่า



เลียดก๊ก เล่มที่ 1 21



ผู้ใดสอนให้พวกเองร้องเพลงนี พวกเด็กจึงกราบทูลว่า เมือวันก่อนมีเด็ก

คนหนึงนุ่งแดงมาร้องเพลงอันนีเล่น ข้าพเจ้าชอบใจจึงจ�าเพลงไว้ร้องเล่นต่อมา


แต่เด็กคนนันหารู้แห่งว่าบ้านอยู่แห่งใดไม่ พระเจ้าชวนอ๋องจึงตรัสว่าเพลงนี ้

เป็นค�าหยาบช้าแช่งบ้านเมืองไม่ควรจะร้องเล่น แต่นีไปถ้าพวกเองร้องเพลง


นันเล่นอีกจะให้ลงโทษแก่บิดามารดา พระเจ้าชวนอ๋องก็ให้ปล่อยเด็กนัน

เสียแลวเสด็จเข้าพระราชวังไม่สบายพระทัย ครันเพลาเช้าเสด็จออก จึงตรัส


เล่าความเด็กท�าเพลงนันให้ขุนนางทังปวงฟัง


เตียวเฮาเป็นทีไทจงเปก พนักงานดูเหตุดีร้ายในแผ่นดิน จึงทูลว่า


ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูเห็นว่า เด็กน้อยซึงนุ่งแดงห่มแดงนัน จะเป็นเทวดาแปลง

ลงมาร้องเพลงให้เด็กชาวเมืองจ�าได้ หวังจะให้รู้เหตุดีแลร้าย ซึงว่าพระอาทิตย์




ตกต�าพระจันทร์จะขึนนัน เชือพระวงศ์ของพระองค์ซึงจะสืบกษัตริย์ไปภาย




หน้านัน จะเสือมสญเสียเกียรติยศลงทกครังดังดวงอาทิตย์เมือบ่ายเย็น




แซ่อืนจะได้เป็นกษัตริย์สืบพระวงศ์เปรียบเหมือนพระจันทร์ข้างขึน ข้อซึงเอาไม้






ซองบกท�าเกาทัณฑ เปนเหตความหามการศึก พระเคราะหเมืองรายนัก อาวธ




เกาทัณฑ์จะเป็นปัจจามิตรแก่พระองค์ ขออย่าเพิงยกทัพหลวงไปจากพระนคร
เลย จงมีพระทัยโอบอ้อมอารีแก่ขุนนางอาณาประชาราษฎร และตังอยู่ใน

ยุติธรรมแล้วเหตุลางทังนีก็จะค่อยทุเลาลง




พระเจ้าชวนอ๋องได้ทรงฟังดังนัน ตกพระทัย จึงสังให้ขุนนางเมืองไซ
ง่วนเอาลูกเกาทัณฑ์ซึงไว้ส�าหรับศึกนันเผาเสีย แล้วสังโจหยีให้มีก�าหนด





กฎหมายห้ามมิให้อาณาประชาราษฎรท�าเกาทัณฑ์ขาย สังแล้วเสด็จเข้าสู่ทีข้าง

ใน นางเกียงฮองฮอมเหสีมาเฝ้าทูลว่า หญิงคนโทษเก่าต้องเวนจ�าอยู่ทีตึกจ�า
สงัดหาผัวมิได้ มีครรภ์แต่อายุสิบสองปี มาจนอายุห้าสิบสองปี แต่อยู่ในครรภ์
สีสิบปี เวลาคืนนีคลอดบุตรเป็นหญิง ข้าพเจ้าเห็นจะเป็นอุบาทว์จัญไร จึงให้


22 พงศำวดำรจีน



เอาบุตรหญิงนันใส่กระสอบไปทิงเสีย
พระเจ้าชวนอ๋องได้ฟังดังนันอัศจรรย์ใจนัก จึงให้ขันทีไปถามหญิงคน



โทษว่า เมือจะมีครรภ์บุตรคนนีมีเหตุประการใดบ้าง หญิงคนโทษจึงเล่าความ

ว่า ครันแผ่นดินพระเจ้าเลอ๋อง ข้าพเจ้าเป็นข้าอยู่ในวังอายุได้สิบสองปี อยู่มา


วันหนึงมีผู้เห็นรัศมีสว่างขึนในคลัง เจ้าพนักงานไขหีบดู เห็นตะพาบน�าอยู่บน

ถาดทอง จึงยกถาดตะพาบน�ามาถวายพระเจ้าเลอ๋อง ข้าพเจ้าก็ได้แอบดูอยู่ที ่

ริมประตูเสด็จออก พระเจ้าเลอ๋องตรัสถามขุนนางทั้งปวงว่า แต่ก่อนถาดทอง




นีใส่สิงใดไว้ จึงบังเกิดเป็นตะพาบน�าฉะนี ขุนนางผู้เฒ่าคนหนึงกราบทูลว่า

ข้าพเจ้าได้ยินค�าผู้ใหญ่เล่าสืบมาว่า ถาดทองใบนีใส่น�าลายมังกร แต่ครังแผ่น






ดินพระเจ้าเคียดอ๋อง เมือจะได้น�าลายมังกรนัน วันหนึงพระเจ้าเคียดอ๋อง

เสด็จออกขุนนาง มีมังกรคู่หนึงมาพันกันตรงหน้าพระทีนัง พระเจ้าเคียดอ๋อง



ตกพระทัยคิดว่าจะเป็นเหตุแก่ไพร่บ้านพลเมือง จึงให้ขุนนางพนักงานตังพลี



กรรมบวงสรวงเสียงทาย มังกรนันพูดได้ว่า เป็นปิศาจเสือเมือง จะมาให้บ้าน


เมืองอยู่เย็นเป็นสุข มังกรนันก็คายน�าลายออก พระเจ้าเคียดอ๋องจึงให้เอา


ถาดทองรองน�าลายมังกร ไปใส่หีบลันกุญแจเก็บไว้ในคลัง มังกรนันก็หายไป








ตังแตแผนดินพระเจาเคียดอองไดน�าลายมังกร สืบกษัตริยมาถึงยีสิบแปดชัว




กษัตริย์ นับเป็นปีได้หกร้อยสี่สิบปี ถึงแผ่นดินพระเจ้าบู๊อ๋องสืบกษัตริย์มาอีก
สามร้อยปี ถึงแผ่นดินพระเจ้าเลอ๋อง ขณะเมือพระเจ้าเลอ๋องทอดพระเนตร



น�าลายมังกรซึงกลายเป็นตะพาบน�านัน ตะพาบน�านันก็โดดลงจากถาด คลาน





มาถึงประตูทีข้าพเจ้าแอบอยู่ แล้วตะพาบน�าหายไป ข้าพเจ้าตกใจตัวสัน แต่




เวลานันมา ให้บังเกิดอาเจียนเหมือนดังจะมีครรภ์ ท้องข้าพเจ้าก็เติบขึนกว่า

ปกติ คิดว่าจะเป็นโรค หาหมอรักษากินยาหลายขนานครรภ์ข้าพเจ้าก็ยิงโต

ขึนทุกวัน พระเจ้าเลอ๋องเห็นก็ทรงพระโกรธว่าข้าพเจ้าคบชาย มิได้ไต่ถาม ให้


เลียดก๊ก เล่มที่ 1 23



เอาตัวข้าพเจ้าคุมไว้ทีตึกจ�าสงัด แต่อายุสิบสองปีมาจนอายุข้าพเจ้าทุกวันนีได้


ห้าสิบสองปี จึงคลอดบุตรเมือเพลาคืนนี พระมเหสีทราบความเห็นว่าบุตร
ข้าพเจ้าเป็นอุบาทว์บ้านเมือง จึงให้เอาไปทิงเสีย ขันทีผู้รับสังก็จดหมายเอา





ถ้อยค�าหญิงคนโทษขึนมากราบทล พระเจ้าชวนอ๋องแจ้งดังนัน จึงตรัสว่า




เหตทังนีด้วยเทวดาอาเพศจะให้เป็นวิปริตในการแผ่นดิน ครันจะให้มีโทษแก่


หญิงนันเล่าก็ไม่ควร พระเจ้าชวนอ๋องจึงโปรดให้หญิงนันพ้นโทษ แล้วให้หา
เปกเอียงอูเข้ามาตรัสเล่าเหตุลาง ซึงหญิงมีครรภ์คลอดบุตรนัน ให้เปกเอียงอ ู


ฟัง แล้วตรัสว่าเหตุทังนีจะดีหรือร้าย เปกเอียงอูจึงกราบทูลว่า บุตรหญิงคน


โทษนันเป็นอุบาทว์เมือง เหตุลางทังนีเห็นประกอบกันกับทีเด็กร้องเพลง





นานไปหญิงทารกนันใหญ่ขึนจะท�าให้บ้านเมืองวิบัติต่างๆ

พระเจ้าชวนอ๋องทรงฟังตกพระทัย จึงใช้ขันทีให้ไปถามนางเกียง
ฮองฮอว่า บุตรหญิงคนโทษนัน เอาไปทิงไว้แห่งใดให้เอามาจะฆ่าเสีย ถ้าละไว้ช้า


มีผ้ได้ไปเลียงไว้จะท�าให้วิบัติบ้านเมือง ขันทีรับสังดังนันจึงเข้าไปแจ้งความ




แก่นางเกียงฮองฮอ นางเกียงฮองฮอแจ้งรับสังดังนัน จึงสังหญิงคนใช้ว่าท่าน





เอาบุตรคนโทษไปทิงเสียทีใด เร่งไปพามาถวาย หญิงคนใช้นันจึงว่า เมือเอา




ทารกไปทิงน�าเสียนัน เป็นกลางคืนหารู้ว่าทารกจะลอยไปแห่งใดไม่ นางเกียง



ฮองฮอจึงเข้าไปทูลว่า ทารกนันเอาถ่วงน�าเสียแล้ว พระเจ้าชวนอ๋องได้ฟังยัง


ไม่สินความวิตก จึงสังโตเบ๊กให้ไปสืบดูทารกบุตรหญิงคนโทษให้รู้ว่ารอดหรือ

ตายให้เป็นแน่ สังแล้วเสด็จขึน โตเบ๊กก็ไปเทียวหาทารกไม่รู้ว่าเอาไปทิงไว้



แห่งใด แต่เฝ้าคอยเมือตรัสถามจึงจะทูล

ขณะนั้นมีผัวเมียสองคน ผัวชื่อซูตายเป็นคนเข็ญใจบ้านอยนอกเมือง
ู่

เคยท�าเกาทัณฑ์ขายมิได้ขาด ครังเพลารุ่งเช้าซูตายแบกเกาทัณฑ์ภรรยาหาบ


ลูกเกาทัณฑ์เข้ามาในเมืองหลวง พบโจหยีเข้าทีต้นตลาด โจหยีเห็นดังนัน


24 พงศำวดำรจีน


จึงคิดว่าเปกเอียงอูกราบทูลว่าบ้านเมืองจะเกิดเหตุเพราะผู้หญิง บัดนีผู้หญิง

หาบลูกเกาทัณฑ์เข้ามาในเมือง สมกับค�าท�านายต้องด้วยรับสังห้ามโทษถึงตาย


โจหยีก็จับหญิงนันว่าขายของต้องห้าม ซูตายผู้ผัวตกใจทิงอาวุธวิงหนีไป โจ



หยีก็มัดหญิงผู้นันเข้าไปกราบทูลพระเจ้าชวนอ๋อง พระเจ้าชวนอ๋องก็สังให้เอา

ตัวหญิงนันไปตัดศีรษะเสีย โจหยีก็พาไปตามรับสัง ฝ่ายซูตายคอยฟังข่าว

ภรรยาอยู่นอกก�าแพงเมือง ได้ยินคนเดินไปมาพูดกันว่าคนขายลูกเกาทัณฑ์
โจหยีจับไปกราบทูล มีรับสังให้ฆ่าเสียแล้ว ซูตายตกใจกลัวเขาจะตามมาจับ


ก็รีบเดินร้องไห้ไปตามริมคลอง ครันพ้นบ้านคนจึงเห็นกระสอบขึนเกยตลิง


อยู่ใบหนึ่ง ฝูงนกกาลงล้อมอยู่เป็นอันมาก ซูตายเดินเข้าไปใกล้นกกาก็บินไป
สิน จึงแก้กระสอบดูเห็นหญิงทารกยังหายใจอยู่ ก็รู้ว่ายังไม่ตายมีความสงสัย

นัก จึงคิดว่าทารกนีมีวาสนา เขาเอาใส่กระสอบมาทิงเสียแล้วยังหาตายไม่


บัดนีภรรยาเราก็ตายแล้วบุตรก็ไม่มี จะพาเด็กนีไปเลียงไว้เป็นบุตรบุญธรรม




เถิด นานไปเมือหน้าถ้าบุญของเด็กจะได้ดีบ้างเราจะได้พึง ซูตายก็อุ้มเด็กออก


จากกระสอบ อาบน�าช�าระให้สดใสแล้วก็พาไปบ้านโปเสีย

ขณะเมือซูตายได้หญิงทารกไป พระเจ้าชวนอ๋องเสด็จเข้าไปบรรทม
ในราตรีวันนัน เวลาประมาณสามยามเศษ ทรงพระสุบินนิมิตว่า อิสรตรีผู้หนึง ่

รูปงามเข้ามาถึงหน้าทีนัง หัวเราะแล้วร้องไห้ วิงขึนไปพารูปพระมหากษัตริย์




ทังเจ็ดองค์ซึงท�าไว้บูชา ณ หอไทเบียว หนีไปทางทิศตะวันออก พระเจ้าชวน




อ๋องตกพระทัยตืนจากทีบรรทม พอเวลาย�ารุ่งจึงเสด็จไปเปิดประตูหอไทเบียว



ทอดพระเนตรรูปพระมหากษัตริย์ทังเจ็ดพระองค์ก็ปรกติอยู่สิน จึงให้


เจ้าพนักงานสมโภชตามธรรมเนียม แล้วเสด็จออกขุนนาง จึงตรัสเล่าความ



สบินให้เปกเอียงอฟังทุกประการ เปกเอียงอูพิจารณาดูในลักษณะสบินแล้ว



ทูลว่า พระสุบินนีพิเคราะห์ดูเนือความต้องกันกับหญิงทารกซึงเป็นอุบาทว์


เลียดก๊ก เล่มที่ 1 25


เมือง เบืองหน้านานไปเมืองโกเก๋งจะเกิดวิบัติเพราะอิสตรี เมืองหลวงจะต้อง



ยักย้ายไปตังอยู่ทิศตะวันออก พระเจ้าชวนอ๋องได้ทรงฟังดังนัน ยิงไม่สบาย
พระหทัยหนัก จึงตรัสว่าโตเบ๊กเราให้ไปสืบดูลูกหญิงทีเป็นอุบาทว์เอาไปลอย

น�านันจะเป็นหรือตาย ได้หรือมิได้ประการใดก็มิได้บอก โทษตัวก็ถึงตาย


พระเจ้าชวนอ๋องก็สังโปซูให้เอาตัวโตเบ๊กไปฆ่าเสีย โปซูเข้าผูกมัดโตเบ๊กออก

ไปจากทีเฝ้า โจหยีจึงทูลว่าพระองค์จะให้ฆ่าโตเบ๊กเสียเพราะข้อผิดด้วยรับสัง ่

ให้ไปเทียวสืบทารกนัน โตเบ๊กก็ไปเทียวสืบแสวงหามิพบ ได้เข้ามาเฝ้าอยู่ทุกเวลา



พระองค์ไม่ตรัสถามจึงมิได้ตรัสทูลให้ทราบนัน โตเบ๊กมีความผิดแต่เพียงนี ้


จะให้ลงโทษถึงตายประหารชีวิตนัน ข้าพเจ้าเห็นกิติศัพท์จะลือเลืองไปแก่หัว


เมืองทังปวง จะมีผู้นินทาว่าแต่ความผิดนิมิตฝันไม่สู้ดีเท่านีก็ให้ฆ่าขุนนางเสีย

ข้าพเจ้าขอรับพระราชทานชีวิตโตเบ๊กไว้ ทรงตรึกตรองก่อน แม้นพระองค์มิ
ฟังข้าพเจ้าทัดทาน จะให้ฆ่าโตเบ๊กเสียจงได้ ก็ขอให้ฆ่าข้าพเจ้าเสียด้วยเถิด





พระเจาชวนอองไดฟงดังนั้น ก็ทรงพระโกรธจึงใหขับโจหยีไปเสียจาก


ทีเฝ้า ฝ่ายทหารคุมตัวโตเบ๊กออกไปถึงตะแลงแกงทีพิฆาตคน ก็ฆ่าโตเบ๊กเสีย


ตามค�าสัง โจหยีครันมาถึงบ้านมีความน้อยใจพระเจ้าชวนอ๋องไม่ฟังค�า ถอด



กระบีออกจากฝักเชือดคอตาย ในขณะนันมีผู้น�าเนือความขึนกราบทูลแก่

พระเจ้าชวนอ๋อง พระเจ้าชวนอ๋องครั้นทราบความว่าโจหยีตายก็มีความอาลัย

นักด้วยโจหยีเป็นคนสัตย์ซือต่อแผ่นดิน ฝ่ายโตสิบชกเมือพระเจ้าชวนอ๋องให้

ฆ่าโตเบ๊กผู้บิดาเสียแล้ว ก็หนีไปท�าราชการอยู่ด้วยพระเจ้าเมืองจีน เจ้าเมือง
จีนเห็นว่า โตสิบชกมีสติปัญญา จึงตังโตสิบชกเป็นเสียงไต้หูขุนนางผู้ใหญ่



ฝ่ายพลเรือน และเมือพระเจ้าชวนอ๋องเสวยราชสมบัติได้สีสิบหกปีให้ฆ่า
ขุนนางสองคนเสียไม่สบายนัก ครัน ณ เดือนเก้าเป็นฤดูเคยเสด็จไปเทียวป่า


จึงสังอืนเกียดอูกับเตียวเอาให้ตรวจเตรียมทหารพร้อมแล้ว พระเจ้าชวนอ๋อง


26 พงศำวดำรจีน


ขึนรถเทียมม้าเสด็จออกจากเมืองหลวงไปประพาสป่าต�าบลตังเก๋า ประทับ

แรมอยู่ ณ ต�าหนักไพร พระเจ้าชวนอ๋องเสด็จเทียวชมเนือนกกับขุนนางจน


เวลาเย็นตะวันยอแสง ขณะนันทอดพระเนตรเห็นโตเบ๊กกับโจหยีขีเกวียนตรง

มาหน้ารถ แล้วโก่งเกาทัณฑ์จะยิง พระเจ้าชวนอ๋องตกพระทัยกลัวปิศาจ ตรัส

ร้องให้ขุนนางทังปวงดู ขุนนางทังปวงต่างแลดูไปมิได้เห็นก็พากันยืนตะลึงอย ู่

สิน พระเจ้าชวนอ๋องจึงแข็งพระทัยร้องตวาดปิศาจว่า ท่านทังสองตายมิดี เหต ุ



ใดจึงเข้ามาขวางหน้ารถเราอยู่ฉะนี จงไปเสียให้พ้น โตเบ๊กปิศาจจึงว่าเราหามี


ผิดไม่ ท่านไม่อยู่ในยุติธรรมให้ฆ่าเราเสีย บัดนีท่านถึงก�าหนดจะสินบุญแล้ว

เราจะฆ่าท่านเสียบ้าง ว่าแล้วปิศาจทังสองก็ยิงเกาทัณฑ์มาถูกพระทรวงพระเจ้า
ชวนอ๋องล้มลงบนรถสลบลง ขุนนางทังปวงเห็นดังนันต่างคนตกใจ บ้างขึนไป



บนรถอยู่งานนวดเฟ้นแก้ไขอยู่ช้านาน พระเจ้าชวนอ๋องจึงได้สมประดีขึนมา

ให้เจ็บพระทรวงเป็นก�าลัง ก็กลับรถทีนังเข้าพระนคร ครันถึงพระราชวัง





ขุนนางพยุงพระองค์เข้าไปถึงทีบรรทม พระเจ้าชวนอ๋องประชวรอยู่ในที ให้


เห็นแต่รูปปิศาจทังสองติดพระเนตรอยู่ ก็ประชวรหนักลงทุกเวลา แพทย์ทัง
ปวงถวายยาก็มิได้เสวย จึงให้หาอืนเกียดอูกับเตียวเอาเปกเอียงอู ขุนนาง
ผู้ใหญ่สามคนเข้ามาเฝ้า จึงตรัสว่าเราได้ยินเด็กท�าเพลงด้วยลูกเกาทัณฑ์ ท่าน

ท�านายว่าลูกเกาทัณฑ์จะเป็นศัตรูแก่เราก็ถูกต้องดังค�าท่าน ตังแต่นีไปเราจะ

มิได้เห็นหน้าท่านต่อไปแล้ว ซึงเราได้เป็นสุขอยู่ในราชสมบัติมาได้สีสิบหกปี




แล้วเพราะท่านช่วยทะนุบ�ารุง แม้นเราสินชีวิตไปแล้วราชสมบัติทังนี ท่านจง


ให้ไทจูจงเลียบเถิด ท่านจงเมตตาช่วยสังสอนให้ว่าราชการบ้านเมืองให้เป็น


ยุติธรรม อย่าให้อย่างธรรมเนียมแผ่นดินนันผิดไป ขุนนางทังสามได้ฟังรับสัง



ดังนันก็ชวนกันร้องไห้ร�าพันไปต่างๆ แล้วเปกเอียงอูจึงทูลว่า เวลาคืนนีข้าพเจ้า

เห็นดาวส�าหรับพระองค์ก็ตกแล้ว ซึงไทจูเลียบพระราชบุตร จะได้ครองราช


เลียดก๊ก เล่มที่ 1 27



สมบัติแทนพระองค์ต่อไปนัน ข้าพเจ้าทังสามจะช่วยทะนุบ�ารุงอย่าได้ทรงพระ

วิตกเลย พระเจ้าชวนอ๋องก็สวรรคต ขุนนางทังปวงก็ท�าการฝังพระศพตาม
อย่างกษัตริย์แต่ก่อน





แผ่นดินพระเจ้ำอิวอ๋อง




บทที่ 2




แล้วยกไทจูจงเลียบขึนเป็นกษัตริย์ ครองเมืองโกเก๋ง ทรงพระนาม

พระเจ้าอิวอ๋อง ตังนางสินฮองฮอบุตรสินเอาเจ้าเมืองสิน เป็นพระ

มเหสี แลเมือพระเจ้าอิวอ๋องเสวยราชสมบัตินัน มีเมืองขึนเป็น


เมืองนอก เมืองจินกิสินเป็นเจ้าเมืองอยู่ทิศเหนือ ทุกวันนีชือเมืองเชียงโต





เมืองจินจินเองเป็นเจ้าเมืองอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเอาเอียงอ ู

เป็นเมืองโท เมืองฌ้อฌ้อจงเก๋งเป็นเจ้าเมืองอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุก
วันนีเป็นเมืองเอก แลหัวเมืองน้อยซึงมีชือในแผ่นดินขึนกับเมืองหลวงบ้าง





ขึนกับเมืองเอกบ้าง ตามระยะไกลแลใกล้ เป็นหัวเมืองน้อยร้อยสามสิบ ใน

หนังสือหาก�าหนดว่าขึนกับเมืองหลวง และเมืองเอกมากน้อยเท่าไรไม่ และ





เมืองน้อยร้อยสามสิบนัน เมืองฬ่ออย่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทกวันนีเปน



ู่


เมืองเอกหนึง เมืองโอยอยทิศใต้ แผนดินพระเจาเกียเค่ง ทกวันนีเป็นเมืองหลวง

ชือเมืองปักกิงหนึง เมืองแต่อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองอันอ ู








เป็นเมืองโทหนึง เมืองต้นทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองชัวอยู่ริมแม่น�าโอ


28 พงศำวดำรจีน




ล�าทิศเหนือทุกวันนีชืออ๋องเอียงอ เมืองโจ๋ทุกวันนีชือเมืองเตงโต เป็นเมือง




จัตวาหนึง เมืองฆัวทุกวันนีชือเมืองฆัวจิว เป็นเมืองโทหนึง เมืองปักเอียงอยู่


ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองหง่ออยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้






ทุกวันนีชือไซ้จีวเชียงไฮ้หนึง เมืองอวดอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือ


เมืองเจ๊ดอุนเลงโผ เป็นเมืองโทหนึง เมืองตีนทุกวันนีชือเมืองชัวตัวเป็นเมือง


เอกหนึง เมืองซืออยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมืองชีเสียจิว เป็นเมืองตรีหนึง เมือง







จูอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเจหล�าอู เปนเมืองโทหนึง เมืองจู ๋







ทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองจันทุกวันนีชือเมืองชวงจิวอูเป็นเมืองโทหนึง

เมืองปักเอียงอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเตียบกวน เป็นเมืองจัตวา




หนึง เมืองคอกอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทกวันนีชือเมืองชวงจิวอเป็นเมืองโท











หนึง เมืองเหมาอยทิศตะวันออก ทกวันนีชือเมืองหอกวน เปนเมืองจัตวาหนึง

เมืองจทุกวันนีชือเมืองเตงโตกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองซุยทุกวันนีเป็น










เมืองจัตวาหนึง เมืองยิมทุกวันนีเป็นเมืองโทหนึง เมืองซีทุกวันนี ชือเมืองเจ


เหลงจิวอยู่ทิศใต้ เป็นเมืองตรีหนึง เมืองซูกีทุกวันนี ชือเมืองกุนจิวอยู่ทิศ

ตะวันออก เป็นเมืองตรีหนึง เมืองเอียงอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองตัง






เปงจิว เป็นเมืองตรีหนึง เมืองชองอยู่ทิศตะวันออก ทกวันนีเป็นเมืองตรีหนึง




เมืองเสงทุกวันนีชือเมืองบุนเสงกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอูอยู่ทิศ เหนือ





ทุกวันนีเป็นเมืองโทหนึง เมืองเอียม ทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเหยือ


อยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอูอิขูหนึง เมือง



เคกหนึง เมืองจวนหนึง สามเมืองทุกวันนีเป็นเมืองร้างหาเจ้าเมืองมิได้ เมือง

ว�าอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองจีล�าอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองบัวอยู่ทิศ








ตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองไทฮันจิว เป็นเมืองตรีหนึง เมืองกีอยู่ทิศ


ตะวันตกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองสิวกงกวน เปนเมืองจัตวาหนึง เมืองลีทุกวัน




เลียดก๊ก เล่มที่ 1 29










นีชือเมืองลีจิว เปนเมืองตรีหนึง เมืองอยูทิศใต ทุกวันนีชือเมืองเอียงเสียง เป็น

เมืองจัตวาหนึง เมืองกิมบัว อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเฉีย


ซิกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเอียงหนึง เมืองไต้หนึง ทุกวันนีชือเมืองโก





แปะกวนอยู่ทิศตะวันตก เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอีทุกวันนีชือเมืองจงเปงกวน





เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองไหลอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองไลจิวอู เป็น




เมืองโทหนึง เมืองเกียงทุกวันนีเป็นเมืองอุยกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมือง






ออกอย่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองหยงทกวันนี ้

ชือเมืองสิวอูกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอุ๋นทุกวันนีชือเมืองอุนกวน เป็น






เมืองจัตวาหนึง เมืองหงวนอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองจีออน



กวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองก�าอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมือง



ก�าเสียหนึง เมืองคยง ทุกวันนีชือเมืองฉงกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองกุด



อยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมืองเอียงซูกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเหลาทุกวันนี ้






ชือเมืองอุยเอากวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเค๊กอย่ทิศตะวันออก ทกวันนีชือ



ไซเค๊ก เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเจียวอยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมืองโหจิว เป็น





เมืองตรีหนึง เมืองอีนอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองอีนหนึง





เมืองติอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองกีกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง

เมืองเบียดกวนทุกวันนีชือเมืองเบียดกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอางทุก



วันนีชือเมืองคางเซียกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองตุนอยู่ทิศตะวันตกหนึง



เมืองกัดอยู่ทิศเหนือชือเมืองกัด เมืองไต้ทุกวันนีชือเมืองเคาเสียกวน เป็น



เมืองจัตวาหนึ่ง ทุกวันนี้ชื่อเมืองลิเก็งดูเป็นเมืองโทหนึ่ง เมืองเปก ทุกวันนี้ชื่อ


เมืองไซเปกกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองปั๋งทุกวันนีชือเมืองซุยเปงกวนเป็น


เมืองจัตวาหนึง เมืองอึงอยู่ทิศตะวันตกทุกวันนีชือเมืองอึงเสียหนึง เมืองชิต









ทุกวันนีชือเมืองชิตกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเหียนทุกวันนีชือเมืองเอียน


30 พงศำวดำรจีน



กวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเจียวอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือ




เมืองกีชเลียวหนึง เมืองก๋งทุกวันนีชือเมืองคัยชัวกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง



เมืองโตอยู่ทิศเหนือ ทุกวันนีชือเมืองคัดซันกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองสิน






ทุกวันนีชือเมืองล�าเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองหลกอยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมือง
โหล�ากวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเต๊ง ทุกวันนีชือล�าเอียงอู เป็นเมืองโทหนึง




เมืองเหยียด ทุกวันนี้ชื่อเมืองไลเลี้ยวเอียวกุย อยู่ทิศตะวันตกเป็นเมืองจัตวา


หนึง เมืองเองอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองอูเซงกวน เป็นเมือง





จัตวาหนึง เมืองเหลทุกวันนีชือเมืองเหลเสียกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมือง



เอียวทุกวันนีชือเมืองเปงเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองอุยอยู่ทิศตะวันออก




เฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเปกเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองเก๊งทุกวันนีชือเมือง




โหจีนกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองกีทุกวันนีชือเมืองกีเหียวเป็นเมืองจัตวา





หนึง เมืองสุนทุกวันนีชือเมืองชีกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองคัดทุกวันนีชือ




เมืองคัดจิวเป็นเมืองตรีหนึง เมืองแกอยู่ทิศตะวันตก ทุกวันนีชือเมืองไซเกง


กวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองจองทุกวันนีชือเมืองไซอันอู เป็นเมืองโทหนึง






เมืองหวงอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองงักกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมือง
ปิกทุกวันนีชือเมืองอ�าเอียงกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองโยยทุกวันนีชือเมือง








เปกเอียงอู เป็นเมืองโทหนึง เมืองหันทุกวันนีชือเมืองทังจิวหันเสียกวน เป็น


เมืองจัตวาหนึง เมืองเหลียงทุกวันนีชือเมืองอันเสียกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง






เมืองเตียวทุกวันนีชือเมืองอองเสียอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองก๊กทุกวันนีชือเมือง


อู้ก้องเสียงเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองตองทุกวันนีชือเมืองโจเอียงกวน เป็น


เมืองจัตวาหนึง เมืองโหลอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองล�าเจียว



กวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอิวอยู่ทิศตะวันออกเฉียง เหนือ ทุกวันนีชือ





เมืองเอียงอู เป็นเมืองโทหนึง เมืองหวงทุกวันนีชือเต๊กอันอูเป็นเมืองโทหนึง


Click to View FlipBook Version