อุดมการณ์ของนักสัญจรบนหน้ากระดาษ ผู้พิศมัยแสวงหาความรู้และภูมิปัญญาใหม่มาบรรณาการนักอ่าน
เล่มท่ 1
ี
(พงศาวดารจีน)
คณะผู้แปลในรัชกำลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แปล
เลขมำตรำฐำนสำกลประจ�ำหนังสือ 978-616-301-194-7
พิมพ์ครั้งแรก : ยิปซี ส�ำนักพิมพ์, กันยำยน 2556
รำคำชุดละ 1,800 บำท
ข้อมูลทำงบรรณำนุกรม
เลียดก๊ก.-- กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุ๊ป, 2556.
2320 หน้ำ.
1. นวนิยำยจีน I. คณะผู้แปล สมัยรัชกำลที่ 2, ผู้แปล II. ชื่อเรื่อง.
895.13
จัดพิมพ์โดย บริษัท ยิปซี กรุ๊ป จ�ำกัด ประธำนกรรมกำร คธำวุฒิ เกนุ้ย รองประธำนกรรมกำร
นุชนันท์ ทักษิณำบัณฑิต ผู้จัดกำรทั่วไป เวชพงษ์ จันสด ผู้จัดกำรฝ่ำยกำรตลำด ชิตพล จันสด
ฝ่ำยธุรกำร พรรณิกำ ครโสภำ จิรำภรณ์ บุญช่วย คณิตำ สุตรำม ดำรียำ ครโสภำ
ฝ่ำยงบประมำณ รำตรี อิงคะละ นพรัตน์ สุรพล
ที่ปรึกษำส�ำนักพิมพ์ สถำพร ศรีสัจจัง วรภ วรภำ นิรัติ หมำนหมัด สำโรจน์ มณีรัตน์
ยิปซี ส�ำนักพิมพ์ : บรรณำธิกำรอ�ำนวยกำร เริงวุฒิ มิตรสุริยะ บรรณำธิกำรบริหำร สังคม จิรชูสกุล
คณะบรรณำธิกำร มุกรินทร์ แพรกนกแก้ว ชมพร ไชยล้อม ปุริษำ ตำสำโรจน์
ผู้จัดกำรกองบรรณำธิกำร อรทัย ดีสวัสดิ์ กองบรรณำธิกำร อรรถสิทธิ์ เกษรรำช ชัยวัฒน์ วงศ์นภดล
กิตติพงษ์ คัดทะจันทร์ ไพฑูร บุญมำเลิศ สุรศักดิ์ ศักดิ์สันเทียะ ณัฐพล มณีด�ำ ด�ำรง โกยทอง
ศิลปกรรม Tarot team
พิมพ์ที่ บริษัท เอส. เค. เอส. อินเตอร์พริ้นต์ จ�ำกัด 16 ซอยมำเจริญ 1 แยก 3 แขวงหนองค้ำงพลู
เขตหนองแขม กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2812-0597 โทรสำร 0-2812-0587
จัดจ�ำหน่ำยโดย บริษัท ยิปซี กรุ๊ป จ�ำกัด 37/145 รำมค�ำแหง 98 แขวงสะพำนสูง เขตสะพำนสูง
กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 0-2729-3537 โทรสำร 0-2729-3537 ต่อ 108
เว็บไซต์ www.gypsygroup.net
สงวนสิทธิ์ตำมพระรำชบัญญัติลิขสิทธิ์
คณะผู้แปลในพระราชด�าริของ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัยผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์
ี
เสมือนค�ำน�ำ : คุณค่ำแห่งวรรณกรรมท่ควรอนุรักษ์
“เลียดก๊ก” แปลเป็นภาษาไทยในสมัยรัชกาลที 2 และเป็น 1 ใน 34 หนังสือ
่
่
่
่
พงศาวดารจีนทีได้รับการแปลนับแต่สมัยรัชกาลที 1 ถึงรัชกาลที 6 ของกรุง
รัตนโกสินทร์
้
่
เนือหาและเรืองราวว่าด้วยการเมืองการปกครองของจีนในสมัยราช
วงศ์โจว (ในหนังสือเลียดก๊ก เรียกว่า ราชวงศ์จิว) โดยเริมตังแต่รัชสมัยของ
้
่
พระเจ้าชวนอ๋องกระทังถึงรัชสมัยของพระเจ้าจิวเสียงอ๋อง
่
หากย้อนเวลาไปดูประวัติศาสตร์จีนทีแท้จริงแล้วก็กล่าวได้ว่าเรืองราว
่
่
้
ทีปรากฏในหนังสือเลียดก๊ก ฉบับนีเป็นเรืองของประวัติศาสตร์จีนในสมัยที ่
่
่
นักประวัติศาสตร์เรียกว่า ยุคโจวตะวันออก ซึ่งในยุคโจวตะวันออกนี้ถูกแบ่ง
ออกเป็นยุคย่อยอีกสองยุค นันคือ ยุคชุนชิว (ใบไม้ผลิ) และยุคจ้านกว๋อ
่
(เลียดก๊ก)
้
่
้
้
กระนันในเนือเรืองของหนังสือในช่วงต้นได้ย้อนกลับไปยังจุดสินสุด
ของสมัยโจวตะวันตกรวมอยู่ด้วย
่
้
่
ในการด�าเนินการแปล พงศาวดารจีนเรือง “เลียดก๊ก” ซึงเกิดขึนใน
่
สมัยรัชกาลที 2 นันนักประวัติศาสตร์และนักวรรณคดีของไทยถือกันว่าการ
้
ด�าเนินงานในการแปลในครังนันนับได้ว่าเป็นการท�างานทีถือว่าเป็น “งาน
่
้
้
ระดับชาติ” ทังนีเพราะนอกเหนือจากผู้ทรงด�าริหรือองค์อุปถัมภ์จะเป็นพระเจ้า
้
้
แผ่นดิน คือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แล้วคณะผู้แปลอัน
้
ประกอบด้วยนักปราชญ์ผู้ทรงความรู้ทังฝ่ายจีนและฝ่ายไทยรวมกันถึง 12
่
่
คน ซึงถือว่ามากและยิงใหญ่พอสมควร ก็ท�าให้ภาพของการด�าเนินงานการ
้
้
แปลหนังสือในครังนันมีความยิงใหญ่จนเป็นทีจดจ�ากัน
่
่
4
( )
ไม่ต่างจากการท�างานตามพระราชด�าริของพระบาทสมเด็จพระพุทธ
่
่
้
่
ยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที 1 ในครังทีทรงสังให้มีการแปลพงศาวดารจีน
่
่
่
อันถือเป็นปฐมในรัชสมัยของพระองค์ 2 เรืองนันคือ เรือง สามก๊ก และ
่
ไซ่ฮัน
่
่
่
ทีส�าคัญผลงานพงศาวดารจีนเรือง สามก๊ก ทีมี เจ้าพระยาพระคลัง
(หน) เป็นผู้อ�านวยการแปล และ กรมพระราชวังบวรมหาเสนาภิมุข (เจ้าทอง
่
่
อินทร์ กรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ หรือวังหลัง) ทรงอ�านวยการแปลเรือง “ไซ่ฮัน”
ยังกลายเปนผลงานอันทรงคาและไดรับค�าชื่นชมกันอยางมากยิ่งดวยแลว ก็
้
็
่
้
่
้
้
ยิงกลายให้เป็นแรงกดดันให้การแปลพงศาวดารจีนเรือง “เลียดก๊ก” ซึงเกิดขึน
่
่
่
่
่
้
ในรัชสมัยต่อมามีความส�าคัญและเป็นทีสนใจอย่างยิงเพิมขึนไปอีก
่
นอกจากนัน ตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชา
้
นุภาพในเวลาต่อมา ทีมองว่าจุดประสงค์ของการแปลหนังสือพงศาวดารจีน
่
่
้
่
่
้
่
ทีเกิดขึนในสมัยรัชกาลที 1 และที 2 นัน เป็นไปเพือ”ประโยชน์บ้านเมือง”
ก็ยิงท�าให้การท�างานต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัดและมีระเบียบกฎเกณฑ์ทีเข้ม
่
่
แข็งแม่นมันอย่างแน่นอน
่
ดังที่ได้กล่าวมาว่า เมื่อ “สามก๊ก” และ “ไซ่ฮั่น” กลายเป็นหนังสือแปล
่
ทีทรงคุณภาพแล้ว ผู้รับภาระรับผิดชอบในการแปลหนังสือเล่มหลังๆ มาจึง
จ�าต้องท�างานให้ออกมาได้ดีหรือดียิงกว่าผลงานเล่มก่อนให้ได้
่
่
์
ปรากฏนามผู้รับสังให้เป็นพนักงานการแปลล้วนเป็นผู้มีศักดิสูงและ
่
ทรงความสามารถถึง 12 ท่าน ประกอบไปด้วย กรมหมืนนเรศโยธี, เจ้าพระยา
์
่
ยมราช, เจ้าพระยาวงษาสุรียศักดิ, พระยาโชดึกราชเศรษฐี, ขุนท่องสือ,
่
จหมืนไวยวรนารถ, นายเล่ห์อาวุธ, นายจ่าเรศ, หลวงลิขิตปรีชา, หลวงญาณ
ปรีชา, ขุนมหาสิทธิโวหาร และหลวงวิเชียรปรีชา
5
( )
่
้
ด้วยความโดดเด่นของ สามก๊ก และไซ่ฮัน ทีปรากฏมาก่อนหน้านัน
่
ย่อมถูกน�ามาใช้เป็นแนวทางในการด�าเนินงานในการแปลครังหลัง จึงไม่ใช่
้
เรืองแปลกดังทีเราได้พบว่า ในเรืองของส�านวนภาษาของเลียดก๊ก จะปรากฏ
่
่
่
ออกมาเป็นท�านองเดียวกับ สามก๊ก นั่นคือ ใช้ภาษาง่าย มีภาษาเรียบเรียงอย ู่
ในชันดี มีการตังข้อสังเกตว่า อาจจะถือเป็นธรรมเนียมการแปลในรัชกาลที ่
้
้
่
่
2 ก็ได้ว่า ให้ยึดถือ สามก๊ก และ ไซฮัน ในรัชกาลที 1 เป็นต้นแบบ ท�าให้
ส�านวนต่างๆ คล้ายคลึงกัน
่
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดให้แปลเรือง เลียดก๊ก
้
เมือ พ.ศ.2362 เสร็จสินออกมาเป็นหนังสือ 153 เล่มสมุดไทย ในเวลาต่อมา
่
้
่
ได้มีการจัดพิมพ์ออกมาครังแรกใน พ.ศ. 2413 ในสมัยรัชกาลที 5 โดยเป็น
สมุดไทยจ�านวน 5 เล่ม จัดพิมพ์โดยโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์
้
้
้
้
หลังจากนันหนังสือเล่มนีก็ได้รับการน�ากลับมาตีพิมพ์ซ�าอีกหลายครัง
และหลายส�านักพิมพ์ ครังทีส�าคัญครังหนึงคือเมือครังทีองค์การค้าครสภา
ุ
้
้
่
่
่
้
่
ุ
่
ได้รวบรวมน�าผลงานพงศาวดารจีนทีแปลเป็นไทย จ�านวน 34 เรืองตามการ
่
ส�ารวจของสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ มาจัดพิมพ์ใหม่ออกมาเป็น
้
่
่
หนังสือ 35 เรือง พงศาวดารจีนเรือง เลียดก๊ก นีก็จัดเป็น 1 ในจ�านวนนี ้
ด้วย โดยได้พิมพ์ในนามองค์การค้าคุรุสภาครังแรกใน พ.ศ. 2506 จัดแบ่ง
้
ออกเป็นหนังสือจ�านวน 12 เล่ม
และครั้งนี้นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ ยิปซี ส�านักพิมพ์ ได้น�าพงศาวดารจีน
้
้
้
เรือง เลียดก๊ก กลับมาพิมพ์ใหม่ ทังนีเพราะเห็นว่าหนังสืออันทรงคุณค่านีห่าง
่
หายไปจากท้องตลาดและห้องสมุดนานพอควรแก่เวลาแล้ว
่
แม้ทีผ่านมาจะปรากฏว่ามีนักปราชญ์หรือผู้รู้หลายท่านได้แปล
่
พงศาวดารจีนเรือง เลียดก๊ก ออกมาใหม่ ตามส�านวนต่างๆ ออกจ�าหน่าย
( 6 )
้
่
บ้าง กระนัน ยิปซี ส�านักพิมพ์ก็ยังคงยืนยันทีจะจัดพิมพ์ “เลียดก๊ก” ตาม
ส�านวนทีได้มีการแปลกันขึนมาในสมัยรัชกาลที 2 เล่มนี ทังนีเพราะเห็นว่า
้
้
้
้
่
่
่
่
นอกจากความส�าคัญในเรืองเนือหาของหนังสือแล้ว ในฐานะทีหนังสือผลงาน
้
แปลเล่มนี เป็นผลงานทียืนยงผ่านกาลเวลา อีกทังมีลักษณะเฉพาะนันคือ มี
้
่
่
้
การตังกองคณะแปลและมีการเรียบเรียง ขัดเกลา ให้เข้ากับขนบประเพณี
้
่
้
่
ของคนไทย ทีส�าคัญด้วยระยะเวลาทีงานเล่มนีสามารถยืนยงมาจนผ่านกาล
เวลาและแปรสภาพจากความเป็นวรรณกรรมของจีนมาเป็นวรรณคดีของ
้
ไทยไปแล้ว หนังสือแปลส�านวนนีจึงถือว่ามีคุณค่าควรแก่การเก็บรักษาและ
อนุรักษ์เอาไว้ทีสุด
่
พงศาวดารจีนกับสังคมการอ่านของไทย
สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชนุภาพเคยส�ารวจหนังสือพงศาวดารจีน
่
ทีได้แปลและพิมพ์ เป็นภาษาไทยตังแต่รัชกาลที 1 ถึง รัชกาลที 6 พบว่ามี
้
่
่
่
จ�านวนถึง 34 เรือง แยกแปลตามรัชกาลได้ดังนี ้
แปลในรัชกาลที 1 เรือง ไซ่ฮัน สามก๊ก
่
่
่
่
่
แปลในรัชกาลที 2 เรือง เลียดก๊ก ห้องสิน ตังฮัน และไม่ปรากฏว่ามี
้
่
่
่
พงศาวดารจีนเรืองใดแปลในสมัยรัชกาลที 3
่
่
่
่
แปลในรัชกาลที 4 เรือง ไซ่จิน ตังจิน น�าซ้อง ซุยถัง น�าปักซ้อง
้
้
้
หงอโต้ว เม่งเฉียว บ้านฮวยเหลา โหงวโฮ้วเพงไซ โหงวโฮ้วเพ็งหน�า ซวยงัก
ซ้องกัง
๋
แปลในรัชกาลที 5 เรือง ไคเภ็ก ส้วยถัง เสาปัก ซิยินกุ้ยเจงตัง
่
่
ซิเตงซันเจงไซ เองเลียดต้วน อิวกังหน�า ไตัอั้งเผา เซียวอั้งเผ่า เนียหน�าอิดซือ
7
( )
๋
้
เม่งมวดเซงฌ้อ ไซอิว เปาเล่งถูกงอัน
และแปลในรัชกาลที 6 เรือง เชงเฉียว ง่วนเฉียว บูเช็กเทียน และ
่
่
โหงวโฮ้วเพงปัก
่
่
กล่าวกันว่า ในจ�านวน 34 เรืองทีกล่าวมานี ไม่มีส�านวนหรือเรือง
้
่
่
ใดจะดีเท่าพงศาวดารจีนเรือง สามก๊ก ทีเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็น
่
่
ผู้อ�านวยการแปล โดยเห็นได้จากทีกระทังถึงปัจจุบัน หนังสือ สามก๊ก ฉบับ
่
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังได้รับความนิยม และน�ามาตีพิมพ์ซ�าอย่างต่อ
้
้
เนือง อีกทังยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเรืองสามก๊ก ฉบับต่างๆ ทังร้อย
้
่
่
่
่
แก้วและร้อยกรองอีกมากมาย ทีส�าคัญทีสุด สามก๊ก ฉบับ เจ้าพระยา
่
พระคลัง (หน) ยังเป็นทียอมรับของนักกวีทุกยุคทุกสมัย จนวรรณคดีสโมสร
่
่
ในรัชกาลที 6 ได้ตัดสินให้ “สามก๊ก” เป็นยอดของความเรียงเรืองนิทาน
่
่
สามก๊ก และไซฮัน นับเป็นหนังสือพงศาวดารจีน 2 เรืองแรกทีได้
่
รับการแปลมาเป็นภาษาไทย ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ โดยเกิดขึนในรัชสมัย
้
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที 1
่
มีค�าบอกกล่าวเล่ากันสืบมาว่า พระองค์มีพระราชด�ารัสให้แปล
พงศาวดารจีนเป็นภาษาไทยสองเรือง โดยโปรดให้สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ
่
กรมพระราชวังบวรมหาเสนาภิมุข (เจ้าทองอินทร์ กรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์
หรือวังหลัง) ทรงอ�านวยการแปลเรือง “ไซฮัน” และเจ้าพระยาพระคลัง (หน)
่
่
อ�านวยการแปลเรื่อง “สามก๊ก” กล่าวกันว่า ในการแปลวรรณกรรมจีนมาเป็น
่
่
้
้
ไทยในครังนัน นับเป็นงานระดับชาติ ทังนีก็เนืองจากเป็นงานทีเกิดจากพระ
้
้
ราชด�าริของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
้
่
่
อีกทัง ทีถือเป็นเรืองใหญ่หรือ “งานระดับชาติ” อีกเหตุหนึงก็เพราะ
่
วิธีการด�าเนินงาน ทีมิได้มีการแปลเพียงคนเดียวหรือเป็นส่วนตัว หากแต่
่
( 8 )
้
ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันในหลายขันตอนด้วยกัน คือ ต้องอาศัยกลุ่ม
บุคคลจ�านวนหนึงซึงเป็นผู้ช�านาญภาษาจีนมาแปลเนือความจากต้นฉบับภาษา
้
่
่
่
่
จีน แล้วให้เสมียนจดลงเพือเป็นทีเข้าใจของคนไทย และมีผู้ช�านาญภาษาไทย
อีกกลุ่มหนึงเรียบเรียงเนือความเป็นภาษาไทยทีเรียบร้อยถูกต้องตามหลัก
้
่
่
ภาษา สอดคล้องกับความเข้าใจตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย
โดยมีผู้อ�านวยการแปลท�าหน้าทีควบคุมให้การด�าเนินงานเป็นไปด้วยความ
่
่
่
้
เรียบร้อย และมีหน้าทีพิจารณาขันสุดท้ายเมือเรียบเรียงไปได้แต่ละตอนแล้ว
และถ้ามีปัญหาอย่างใดอย่างหนึงก็ท�าหน้าทีชีขาดเพือให้ยุติลงได้ ดังนันผู้ที ่
้
่
่
่
้
ท�าหน้าทีผู้อ�านวยการแปลจึงต้องมีความรู้ทางภาษาและวรรณศิลป์เป็นอย่าง
่
ดี และมีบารมีพอทีจะเป็นทีเกรงใจของทุกฝ่าย
่
่
่
่
่
เรียกว่า อย่างน้อยจะต้องมีผู้เข้าเกียวข้องไม่ต�ากว่า 2-4 ฝ่าย นันคือ
ผู้อุปถัมภ์การแปล ผู้แปล ผู้เรียบเรียงและผู้ขัดเกลาภาษาส�านวน
และด้วยเพราะผู้อุปถัมภ์การแปลเป็นองค์พระมหากษัตริย์เอง พร้อม
พรังไปด้วยนักปราชญ์ทังฝ่ายจีนและยังต้องมีนักปราชญ์ฝ่ายไทยเป็นผู้จัด
่
้
่
่
เรียบเรียงและเกลาส�านวน ผลงานทีปรากฏออกมาจึงมีความประณีตกระทัง
กลายเป็นแบบฉบับของการแปลเรืองจีนในเวลาต่อมา
่
่
ปรากฏว่าการทีพระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ในการแปลนอก
่
เหนือจากในสมัยรัชกาลที 1 แล้ว ในสมัยรัชกาลที 2 ก็ยังทรงเป็นองค์
่
่
อุปถัมภ์ต่อมา ซึงปรากฏว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
้
นภาลัย พระองค์ก็ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ให้มีการแปลพงศาวดารจีนขึนมาอีก
3 เรือง ประกอบไปด้วย เลียดก๊ก ห้องสิน และตั้งฮั่น
่
่
่
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที 3 กลับ
ไม่ปรากฏว่าให้มีการแปลวรรณกรรมจีนออกมา และมาเริมเห็นการแปล
่
9
( )
ู่
วรรณกรรมจีนกันใหม่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหัว รัชกาล
่
่
ที 4 และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที 5 หากแต่
่
่
้
ใน 2 รัชสมัยหลังนี กลับมีการเปลียนแปลงไปจากแรกเดิมนังคือ ผู้อุปถัมภ์
กลับไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดิน หากแต่ลงมาเป็นข้าราชการชันสมเด็จเจ้าพระยา
้
และเจ้าพระยาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เจ้าพระยาทิพากร
้
วงศ์ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ มหาโกษาธิบดี และปรากฏมีชันหลวงอยู่อีกผู้หนึง ่
คือ หลวงพิศาลศุภผล
้
ไม่เพียงเท่านันจ�านวนผู้แปลก็ดูเหมือนจะลดลง โดยปรากฏว่าในบาง
่
เล่มมีชือผู้แปลอยู่เพียง 1 คนบ้างหรือ 2 คนบ้าง และบางครังก็ไม่ปรากฏ
้
่
นามผู้แปล อาจมีเพียงบางเล่มเท่านันทีปรากกฎชือชัดเจน เช่นเรือง ซุยถัง ที ่
้
่
่
เขียนเอาไว้ชัดว่า เจ้าพระยาทิพากรวงศ์เป็นผู้อุปถัมภ์การแปล โดยมีผู้แปล
่
คือ จีนปั้นกิมกับจีนแพง และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (จี) เป็นผู้เรียบเรียง
้
อีกชัน เป็นต้น
้
ครันมาถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล
้
่
ที 6 ผู้อุปถัมภ์การแปลก็ยิงลดชันลงมาอีก โดยปรากฏว่า ในจ�านวน 4 เรือง
่
่
ทีถูกนับเนืองเข้ามาอยู่ในชุด 34 เล่มของสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ
่
่
และคุรุสภาได้รวบรวมจัดพิมพ์ออกทังหมดในเวลาต่อมานี มีผู้อุปถัมภ์การ
้
้
แปลเป็นสามัญชนโดยมีทังเจ้าของโรงพิมพ์ และคณะหนังสือพิมพ์
้
ทีส�าคัญจุดประสงค์ในการแปลก็แตกต่างกันไปตามยุคสมัย กล่าวคือ
่
ในสมัยรัชกาลที 1 และ 2 มีจุดประสงค์ทีเป็นไปอย่างชัดเจนว่า “เพือประโยชน์
่
่
่
่
ราชการบ้านเมือง” มาในสมัยรัชกาลที 4 และ 5 ก็ปรากฏจุดประสงค์ชัดเจน
่
่
่
่
ว่า “เพือความบันเทิง” และในสมัยรัชกาลที 6 ก็ชัดยิงขึนว่า “เพือการค้า”
้
ไม่ว่าหนังสือแปลพงศาวดารจีนทีกล่าวมานีจะมีจุดประสงค์เช่นไร
้
่
( 10 )
่
้
่
้
่
หากแต่เมือมาถึงปัจจุบันนีทีหนังสือหลายเรืองได้รับการจัดพิมพ์และตีพิมพ์ซ�า
กระทังมีการรวบรวมพิมพ์ออกมาเป็นชุดชัดเจนโดยองค์การค้าคุรุสภาออกมา
่
่
เป็นหนังสือ 35 เรืองนีได้กลายมาเป็นสมบัติทางวรรณกรรม วรรณคดีของ
้
ชาติไทยไปแล้วโดยปริยาย
่
่
แน่นอนว่าในจ�านวนนีอาจมีบางเล่มทีมีเนือหาหรือสาระทีโดดเด่น
้
้
กว่าอีกบางเล่ม และมีหลายเล่มทีภาษาและวรรณศิลป์ดีเด่นกว่าเล่มอืน แต่
่
่
้
้
กระนันในแง่ของประวัติวรรณกรรมแล้วหนังสือทังหมดล้วนทรงคุณค่าและ
น่าแสวงหามาอ่านมาเก็บเอาไว้เป็นสมบัติทางภูมิปัญญาสืบต่อไป
เลียดก๊ก กับ เหตุแห่งการจัดพิมพ์
้
่
กล่าวเฉพาะหนังสือเล่มทีอยู่ในมือของผู้อ่านในเวลานี คือ พงศาวดาร
้
่
จีนเรือง “เลียดก๊ก” ซึงในครังนีจัดพิมพ์ขึนโดย “ยิปซี ส�านักพิมพ์” แน่นอน
้
้
่
่
่
ทีสุดว่าในชันต้นนัน ย่อมเป็นไปเพือการค้าโดยตรง ซึงก็เป็นไปตามระบบและ
่
้
้
กลไกของการจัดพิมพ์หนังสือสู่ตลาดและผู้อ่านในปัจจุบัน หากแต่ทีนอกเหนือ
่
้
ไปกว่านันก็คือ ด้วยความตระหนักและเห็นถึงคุณค่าของหนังสือพงศาวดาร
จีนเรืองนี ซึงมองว่า ด้วยเนือหาและสาระของหนังสือทียังคงมีคุณประโยชน์
่
้
้
่
่
ในด้านต่างๆ ต่อคนอ่านในปัจจุบัน อีกทังหนังสือเล่มนีก็ขาดหายไปจากท้อง
้
้
ตลาดและแวดวงการอ่านไปนานพอสมควรแล้ว คนรุ่นหลังคิดจะหามาอ่านก็
้
หาเล่มฉบับพิมพ์ครังก่อนๆ มาอ่านยากอยู่ ท�าให้ ยิปซี ส�านักพิมพ์ ตัดสินใจ
่
น�าหนังสือ พงศาวดารจีนเรือง “เลียดก๊ก” ฉบับแปลในสมัยรัชกาลที 2 นี ้
่
กลับมาจัดพิมพ์อีกครั้งหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น ยิปซี ส�านักพิมพ์ยังตั้งความหวัง
่
เอาไว้อีกว่า หากมีโอกาสแล้ว จะด�าเนินการจัดพิมพ์พงศาวดารจีนเรืองอืนๆ
่
( 11 )
่
่
ออกมาให้ต่อเนือง และครบครันเพือให้ผู้อ่านและผู้ทีสนใจสามารถจัดเก็บ
่
่
และอนุรักษ์หนังสือชุดนีเอาไว้เพือสืบทอดสู่คนรุ่นหลังได้
้
่
เกิดค�าถามว่า เหตุใดจึงต้องพิมพ์เรือง “เลียดก๊ก” ออกมาเป็นปฐม
่
้
้
่
่
ทังทีในจ�านวนหนังสืออันทรงคุณค่าชุดนี ยังมีเล่มอืนๆ ทีเป็นประโยชน์ไม่
แตกต่างกัน?
ค�าตอบก็คือ เพราะ นอกเหนือจากเหตุผลทีกล่าวมาแต่ต้นแล้ว เหตุ
่
ทีต้องจัดพิมพ์ “เลียดก๊ก” ออกมาเป็นปฐม ก็เพราะ “เลียดก๊ก” ถือหรือถูก
่
่
นับว่าเป็นงานแปลระดับชาติทีเกิดขึนมาเล่มหนึงในสมัยรัชกาลที 2 อันนัก
่
้
่
่
วรรณคดีถือว่าเป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองทางวรรณคดีสมัยหนึงของไทย
่
้
่
้
้
อีกทังด้วยความเหมาะสมในอีกหลายประการท�าใหหนังสือเลมนีถูกคัดเลือก
่
ออกมาจัดพิมพ์ในนามของส�านักพิมพ์เป็นเล่มแรก ซึงหวังว่าเล่มอืนๆ จะ
่
ติดตามมาในโอกาสต่อไป
้
่
่
สิงทีควรกล่าวถึงและควรสนใจส�าหรับ “เลียดก๊ก” ก็คือ เนือหาสาระ
่
้
ของเรืองราวทีปรากฏในหนังสือเล่มนี ดังทีได้กล่าวไปแล้วว่า เลียดก๊ก เป็น
่
่
่
เรืองราวอิงพงศาวดารจีนในสมัยราชวงศ์โจวหรือจิว กินเวลาในสมัยตอน
้
ปลายของยุคโจวตะวันตกถึงสินสุดสมัยจ้านกว๋อ (เลียดก๊ก) ผ่านช่วงเวลา
่
สืบทอดกันหลายรัชสมัย ในหนังสือเล่มนีใช้วิธีการเรียบเรียงเรืองราวแบบเล่า
้
่
้
ต่อเนืองกันไป ตามขนบของการเขียนความเรียงในสมัยโบราณ นันคือ ผู้อ่าน
้
ตองพิจารณาเอาเองวา สวนใดคือการบรรยายความ ส่วนใดคือบทสนทนาของ
่
่
่
ตัวละคร หรือส่วนใดคือส่วนของการด�าเนินเรือง
เนือหาทีน�าเสนอ เป็นเรืองของการชิงไหวชิงพริบในสังคมการเมืองของ
่
้
่
รัฐต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย แม้ในตอนหลังจะเหลือรัฐใหญ่ๆ เพียงไม่กี่รัฐก็ตาม
้
แต่กระนันก็ไม่พ้นจากประเด็นของการแสวงหาอ�านาจและความส�าเร็จของ
( 12 )
้
้
บรรดาผู้น�าแห่งรัฐต่างๆ ไม่เพียงเท่านันหนังสือเล่มนียังสอดแทรกอรรถรส
่
่
อันหลากหลายในประเด็นเรืองราวของวิธีคิดมากมายหลายด้าน ไม่ว่าเรืองของ
่
่
การใช้ชีวิต หรือเรืองของการใช้อ�านาจ และเรืองอืนๆ ทีผู้อ่านจะสามารถเก็บ
่
่
้
่
รับเอาอรรถรสอันหลากหลายได้อย่างสนุกสนาน มีครบครันทังเรืองตืนเต้น
่
่
เรืองเศร้าสร้อย เรืองรักเรืองใคร่ และเรืองการใช้ปฏิภาณไหวพริบต่างๆ ใน
่
่
่
การแย้งชิงความได้เปรียบ
หากจะว่าไปแล้ว แม้ว่า สามก๊ก จะถูกมองและยอมรับว่าทรงคุณค่า
ด้านภูมิปัญญาและอรรถรสทางวรรณกรรมก็ตาม แต่หากพิจารณาถึงเนือหา
้
่
ของเลียดก๊กแล้ว เราก็สามารถกล่าวได้ว่า เรืองราวทีเกิดขึนในหนังสือเล่มนีก็
้
้
่
ทรงคุณค่าไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิงหากเราพิจารณาว่า ช่วงเวลา
่
้
้
่
่
่
หรือยุคสมัยทีวรรณกรรมเรืองนีกล่าวถึงนันเป็นยุคสมัยทีเรียกกันว่าเป็นสมัย
แห่ง “ร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก ร้อยส�านักประชันปัญญา” กล่าวคือเป็นยุค
่
่
่
ทีสมัยทีปรากฏสาวงามของแผ่นดินมากมาย พร้อมกันเป็นสมัยทีปราชญ์ยิง
่
ใหญ่หลายคนถือก�าเนิดมา
่
่
่
่
ชือบุคคลอย่าง ขงจือ เล่าจือ ซุนวู ฯลฯ ชือผู้น�ายิงใหญ่ของ
่
่
่
่
ประวัติศาสตร์จีนหลายคน หรือแม้แต่ชือสาวงามหลายคนทีตราตรึงแผนดิน
้
้
้
ล้วนถือก�าเนิดมาในยุคสมัยนีทังสิน
่
ด้วยสีสันและเรืองราวอันหลากหลายเช่นนีเองทีท�าให้ เลียดก๊ก ยัง
่
้
กลายเป็นหนังสือทีคนในสมัยปัจจุบันสมควรหามาอ่านเป็นทียิง ่
่
่
โดยเฉพาะหากเราตระหนักว่านอกเหนือจากได้อ่านวรรณกรรมที่ทรง
ค่า สนุก และได้สาระแล้ว เราจะสามารถเห็นภาพร่างของประวัติศาสตร์จีน
ช่วงทีมีสีสันทีสุดสมัยหนึงอีกด้วย
่
่
่
ยิปซี ส�านักพิมพ์ ต้องขอขอบพระคุณทุกความกรุณาทีสนับสนุน
่
( 13 )
้
้
เรามาโดยดีตลอด และหวังว่าทุกท่านจะพอใจกับการจัดพิมพ์ในครังนีทีเรา
่
่
้
พยายามเน้นให้มีความประณีตทีสุด แต่กระนัน ด้วยข้อจ�ากัดบางอย่างโดย
่
่
เฉพาะเรืองของเวลา และจ�านวนของหนังสือทีนับว่าหนามาก อาจท�าให้เกิด
่
่
ข้อผิดพลาดไปบ้าง ซึงเราหวังว่า หากมีโอกาสทีดีต่อไป เราจะสามารถท�าการ
แก้ไขให้ดียิงขึนไปอีก
่
้
่
ขอขอบพระคุณผู้รู้ทุกท่าน ทีให้ค�าแนะน�าในการจัดพิมพ์หนังสือใน
้
้
้
้
ครังนี หวังว่านีจะเป็นอีกหนึงหนังสือแห่งความภาคภูมิใจของทังส�านักพิมพ์
่
และผู้เป็นเจ้าของ
ยิปซี ส�านักพิมพ์
( 14 )
้
“ข้าพเจ้าและชาวบ้านทังปวงเป็นพลเรือน รู้แต่ท�ามาหากิน
ู
ุ
้
อปมาเหมือนฝงเนือ กงจูคดและชาวเมืองเตงล้วนเป็นทหาร
ุ
้
้
เหมือนหนึงเสือ ซึงท่านจะเอาเสือไปไว้กลางฝูงเนือนัน เห็นข้าพเจ้า
่
่
และชาวบ้านถันจะมีความเดือดร้อน”
เลียดก๊ก เล่ม 1
เล่ม 1
ศุภมัศดุ จุลศักราชพันร้อยแปดสิบ ปีเถาะ เอกศกอาสาทมาศ
ศุกกปักขอัฐมีดิถีคุรุวาระ พระบาทสมเด็จพระบรมบพิตร
่
่
พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระทีนังจักรพรรดพิมาน มีพระ
ราชโองการด�ารัสสังให้จัดข้าทูลละออง แปลเลียดก๊ก
่
้
พงศาวดารกรุงจีนนี เป็นค�าไทยไว้ส�าหรับแผ่นดิน
่
่
ข้าพระพุทธเจ้า กรมหมืนนเรศโยธีหนึง เจ้าพระยายมราชหนึง เจ้า
่
่
่
์
่
่
่
พระยาวงษาสุรียศักดิหนึง พระยาโชดึกหนึง ขนท่องสือหนึง จหมืนไวย
ุ
่
่
่
วรนาถหนึง เล่ห์อาวุธหนึง จ่าเรศหนึง หลวงลิขิตปรีชาหนึง หลวงญาณปรีชา
่
หนึง ขุนมหาสิทธิโวหารหนึง ่
่
ห้องสินแลในเลียดก๊กนั้น ว่าด้วยองค์พระเจ้าบู๊อ๋องครองเมืองทั้งปวง
คิดท�าศึกกัน ข้าเจ้าหลวงลิขิตปรีชา เจ้ากรมอาลักษณ์ช�าระขึนทูลเกล้าฯ ถวาย
้
ในเลียดก๊กหนังสือจีนแปลเป็นค�าไทยได้ความว่า
19
20 พงศำวดำรจีน
ตั้งแต่แผ่นดินพระเจ้ำชวนอ๋อง
ถึงแผ่นดินพระเจ้ำจิวเสียงอ๋อง
บทที่ 1
แผ่นดินเมืองจีนนันเมืองโกเก๋งเป็นเมืองหลวง พระเจ้าชวนอ๋อง
้
เชื้อวงศ์พระเจ้าบู๊อ๋อง ได้เสวยราชสมบัติบ�ารุงอาณาประชาราษฎร์
อยู่เย็นเป็นสุข หัวเมืองทั้งปวงมาขึ้นแก่เมืองโกเก๋งเหมือนพระเจ้า
บู๊อ๋องครังแผ่นดินห้องสิน แต่ชาเลเทเจ้าเมืองเกียงหยงหัวเมืองตะวันตกนัน
้
้
้
ตังแข็งเมืองอย่ พระเจ้าชวนอ๋องจึงจัดแจงทหารเอกทหารเลวเป็นกระบวน
ู
ทัพหลวง ยกไปตีเมืองเกียงหยง พระเจ้าชวนอ๋องเสียทีแก่ข้าศึก เสียทแกล้ว
่
ทหารแลเครืองสาตราวุธเป็นอันมาก จึงล่าทัพมาตังค่ายรวบรวมทแกล้วทหาร
้
อยู่ ณ เมืองไซง่วน ให้ส�ารวจข้าวขึนฉางและจัดเครืองสาตราวุธแหลนหลาว
่
้
้
ลูกเกาทัณฑ์ใส่คลังไว้ส�าหรับจะได้จ่ายทหารเป็นอันมาก ตังเจ้าเมืองไซง่วน
เป็นแม่ทัพคุมทหารลาดตระเวนป้องกันกองทัพเมืองเกียงหยงอยู่ ณ ปลาย
้
แดนเมืองโกเก๋ง ครันแล้วพระเจ้าชวนอ๋องก็เสด็จกลับมาจะใกล้ถึงประตูเมือง
หลวง พอเพลาค�าพระเจ้าชวนอ๋องได้ยินเสียงเด็กชาวบ้าน ตบมือร้องเพลงว่า
่
หยิดเจียงบุตรฮอยเจียงเสงเอียบห่อกีหกกีบวงจิวก๊ก แปลว่า พระอาทิตย์จะ
่
่
้
ตกต�า พระจันทร์จะขึน ตัดไม้ซองบกท�าเกาทัณฑ์ เกียวหญ้ามาสานเป็นซอง
้
่
ใส่เกาทัณฑ์ เมืองจิวก๊กจะเสือมสูญ พระเจ้าชวนอ๋องได้ทรงฟังดังนัน ก็ให้
่
่
หยุดรถแล้วสังทหารให้ไปพาพวกเด็กซึงร้องเพลงนันมาหน้าทีนัง จึงตรัสถามว่า
้
่
่
เลียดก๊ก เล่มที่ 1 21
้
่
ผู้ใดสอนให้พวกเองร้องเพลงนี พวกเด็กจึงกราบทูลว่า เมือวันก่อนมีเด็ก
่
คนหนึงนุ่งแดงมาร้องเพลงอันนีเล่น ข้าพเจ้าชอบใจจึงจ�าเพลงไว้ร้องเล่นต่อมา
้
้
แต่เด็กคนนันหารู้แห่งว่าบ้านอยู่แห่งใดไม่ พระเจ้าชวนอ๋องจึงตรัสว่าเพลงนี ้
้
เป็นค�าหยาบช้าแช่งบ้านเมืองไม่ควรจะร้องเล่น แต่นีไปถ้าพวกเองร้องเพลง
้
้
นันเล่นอีกจะให้ลงโทษแก่บิดามารดา พระเจ้าชวนอ๋องก็ให้ปล่อยเด็กนัน
้
เสียแลวเสด็จเข้าพระราชวังไม่สบายพระทัย ครันเพลาเช้าเสด็จออก จึงตรัส
้
้
เล่าความเด็กท�าเพลงนันให้ขุนนางทังปวงฟัง
้
่
เตียวเฮาเป็นทีไทจงเปก พนักงานดูเหตุดีร้ายในแผ่นดิน จึงทูลว่า
่
้
ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูเห็นว่า เด็กน้อยซึงนุ่งแดงห่มแดงนัน จะเป็นเทวดาแปลง
่
ลงมาร้องเพลงให้เด็กชาวเมืองจ�าได้ หวังจะให้รู้เหตุดีแลร้าย ซึงว่าพระอาทิตย์
้
้
้
่
ตกต�าพระจันทร์จะขึนนัน เชือพระวงศ์ของพระองค์ซึงจะสืบกษัตริย์ไปภาย
่
้
่
ุ
หน้านัน จะเสือมสญเสียเกียรติยศลงทกครังดังดวงอาทิตย์เมือบ่ายเย็น
่
้
ู
่
แซ่อืนจะได้เป็นกษัตริย์สืบพระวงศ์เปรียบเหมือนพระจันทร์ข้างขึน ข้อซึงเอาไม้
้
่
์
้
ุ
้
ซองบกท�าเกาทัณฑ เปนเหตความหามการศึก พระเคราะหเมืองรายนัก อาวธ
็
ุ
์
่
เกาทัณฑ์จะเป็นปัจจามิตรแก่พระองค์ ขออย่าเพิงยกทัพหลวงไปจากพระนคร
เลย จงมีพระทัยโอบอ้อมอารีแก่ขุนนางอาณาประชาราษฎร และตังอยู่ใน
้
ยุติธรรมแล้วเหตุลางทังนีก็จะค่อยทุเลาลง
้
้
่
้
พระเจ้าชวนอ๋องได้ทรงฟังดังนัน ตกพระทัย จึงสังให้ขุนนางเมืองไซ
ง่วนเอาลูกเกาทัณฑ์ซึงไว้ส�าหรับศึกนันเผาเสีย แล้วสังโจหยีให้มีก�าหนด
่
่
้
่
่
กฎหมายห้ามมิให้อาณาประชาราษฎรท�าเกาทัณฑ์ขาย สังแล้วเสด็จเข้าสู่ทีข้าง
่
ใน นางเกียงฮองฮอมเหสีมาเฝ้าทูลว่า หญิงคนโทษเก่าต้องเวนจ�าอยู่ทีตึกจ�า
สงัดหาผัวมิได้ มีครรภ์แต่อายุสิบสองปี มาจนอายุห้าสิบสองปี แต่อยู่ในครรภ์
สีสิบปี เวลาคืนนีคลอดบุตรเป็นหญิง ข้าพเจ้าเห็นจะเป็นอุบาทว์จัญไร จึงให้
้
่
22 พงศำวดำรจีน
้
้
เอาบุตรหญิงนันใส่กระสอบไปทิงเสีย
พระเจ้าชวนอ๋องได้ฟังดังนันอัศจรรย์ใจนัก จึงให้ขันทีไปถามหญิงคน
้
่
้
โทษว่า เมือจะมีครรภ์บุตรคนนีมีเหตุประการใดบ้าง หญิงคนโทษจึงเล่าความ
้
ว่า ครันแผ่นดินพระเจ้าเลอ๋อง ข้าพเจ้าเป็นข้าอยู่ในวังอายุได้สิบสองปี อยู่มา
้
่
วันหนึงมีผู้เห็นรัศมีสว่างขึนในคลัง เจ้าพนักงานไขหีบดู เห็นตะพาบน�าอยู่บน
้
ถาดทอง จึงยกถาดตะพาบน�ามาถวายพระเจ้าเลอ๋อง ข้าพเจ้าก็ได้แอบดูอยู่ที ่
้
ริมประตูเสด็จออก พระเจ้าเลอ๋องตรัสถามขุนนางทั้งปวงว่า แต่ก่อนถาดทอง
้
่
้
้
นีใส่สิงใดไว้ จึงบังเกิดเป็นตะพาบน�าฉะนี ขุนนางผู้เฒ่าคนหนึงกราบทูลว่า
่
ข้าพเจ้าได้ยินค�าผู้ใหญ่เล่าสืบมาว่า ถาดทองใบนีใส่น�าลายมังกร แต่ครังแผ่น
้
้
้
่
้
่
ดินพระเจ้าเคียดอ๋อง เมือจะได้น�าลายมังกรนัน วันหนึงพระเจ้าเคียดอ๋อง
้
เสด็จออกขุนนาง มีมังกรคู่หนึงมาพันกันตรงหน้าพระทีนัง พระเจ้าเคียดอ๋อง
่
่
่
ตกพระทัยคิดว่าจะเป็นเหตุแก่ไพร่บ้านพลเมือง จึงให้ขุนนางพนักงานตังพลี
้
้
้
กรรมบวงสรวงเสียงทาย มังกรนันพูดได้ว่า เป็นปิศาจเสือเมือง จะมาให้บ้าน
่
้
เมืองอยู่เย็นเป็นสุข มังกรนันก็คายน�าลายออก พระเจ้าเคียดอ๋องจึงให้เอา
้
่
ถาดทองรองน�าลายมังกร ไปใส่หีบลันกุญแจเก็บไว้ในคลัง มังกรนันก็หายไป
้
้
้
์
่
่
่
่
ตังแตแผนดินพระเจาเคียดอองไดน�าลายมังกร สืบกษัตริยมาถึงยีสิบแปดชัว
้
้
๋
้
กษัตริย์ นับเป็นปีได้หกร้อยสี่สิบปี ถึงแผ่นดินพระเจ้าบู๊อ๋องสืบกษัตริย์มาอีก
สามร้อยปี ถึงแผ่นดินพระเจ้าเลอ๋อง ขณะเมือพระเจ้าเลอ๋องทอดพระเนตร
่
่
้
น�าลายมังกรซึงกลายเป็นตะพาบน�านัน ตะพาบน�านันก็โดดลงจากถาด คลาน
้
้
้
้
้
มาถึงประตูทีข้าพเจ้าแอบอยู่ แล้วตะพาบน�าหายไป ข้าพเจ้าตกใจตัวสัน แต่
่
่
้
้
เวลานันมา ให้บังเกิดอาเจียนเหมือนดังจะมีครรภ์ ท้องข้าพเจ้าก็เติบขึนกว่า
่
ปกติ คิดว่าจะเป็นโรค หาหมอรักษากินยาหลายขนานครรภ์ข้าพเจ้าก็ยิงโต
้
ขึนทุกวัน พระเจ้าเลอ๋องเห็นก็ทรงพระโกรธว่าข้าพเจ้าคบชาย มิได้ไต่ถาม ให้
เลียดก๊ก เล่มที่ 1 23
่
้
เอาตัวข้าพเจ้าคุมไว้ทีตึกจ�าสงัด แต่อายุสิบสองปีมาจนอายุข้าพเจ้าทุกวันนีได้
้
่
ห้าสิบสองปี จึงคลอดบุตรเมือเพลาคืนนี พระมเหสีทราบความเห็นว่าบุตร
ข้าพเจ้าเป็นอุบาทว์บ้านเมือง จึงให้เอาไปทิงเสีย ขันทีผู้รับสังก็จดหมายเอา
่
้
้
ู
้
ถ้อยค�าหญิงคนโทษขึนมากราบทล พระเจ้าชวนอ๋องแจ้งดังนัน จึงตรัสว่า
ุ
้
้
้
เหตทังนีด้วยเทวดาอาเพศจะให้เป็นวิปริตในการแผ่นดิน ครันจะให้มีโทษแก่
้
้
หญิงนันเล่าก็ไม่ควร พระเจ้าชวนอ๋องจึงโปรดให้หญิงนันพ้นโทษ แล้วให้หา
เปกเอียงอูเข้ามาตรัสเล่าเหตุลาง ซึงหญิงมีครรภ์คลอดบุตรนัน ให้เปกเอียงอ ู
่
้
ฟัง แล้วตรัสว่าเหตุทังนีจะดีหรือร้าย เปกเอียงอูจึงกราบทูลว่า บุตรหญิงคน
้
้
โทษนันเป็นอุบาทว์เมือง เหตุลางทังนีเห็นประกอบกันกับทีเด็กร้องเพลง
้
่
้
้
้
นานไปหญิงทารกนันใหญ่ขึนจะท�าให้บ้านเมืองวิบัติต่างๆ
้
พระเจ้าชวนอ๋องทรงฟังตกพระทัย จึงใช้ขันทีให้ไปถามนางเกียง
ฮองฮอว่า บุตรหญิงคนโทษนัน เอาไปทิงไว้แห่งใดให้เอามาจะฆ่าเสีย ถ้าละไว้ช้า
้
้
มีผ้ได้ไปเลียงไว้จะท�าให้วิบัติบ้านเมือง ขันทีรับสังดังนันจึงเข้าไปแจ้งความ
่
ู
้
้
แก่นางเกียงฮองฮอ นางเกียงฮองฮอแจ้งรับสังดังนัน จึงสังหญิงคนใช้ว่าท่าน
้
่
่
่
้
เอาบุตรคนโทษไปทิงเสียทีใด เร่งไปพามาถวาย หญิงคนใช้นันจึงว่า เมือเอา
่
้
้
้
ทารกไปทิงน�าเสียนัน เป็นกลางคืนหารู้ว่าทารกจะลอยไปแห่งใดไม่ นางเกียง
้
้
้
ฮองฮอจึงเข้าไปทูลว่า ทารกนันเอาถ่วงน�าเสียแล้ว พระเจ้าชวนอ๋องได้ฟังยัง
่
้
ไม่สินความวิตก จึงสังโตเบ๊กให้ไปสืบดูทารกบุตรหญิงคนโทษให้รู้ว่ารอดหรือ
่
ตายให้เป็นแน่ สังแล้วเสด็จขึน โตเบ๊กก็ไปเทียวหาทารกไม่รู้ว่าเอาไปทิงไว้
้
่
้
แห่งใด แต่เฝ้าคอยเมือตรัสถามจึงจะทูล
่
ขณะนั้นมีผัวเมียสองคน ผัวชื่อซูตายเป็นคนเข็ญใจบ้านอยนอกเมือง
ู่
้
เคยท�าเกาทัณฑ์ขายมิได้ขาด ครังเพลารุ่งเช้าซูตายแบกเกาทัณฑ์ภรรยาหาบ
้
่
ลูกเกาทัณฑ์เข้ามาในเมืองหลวง พบโจหยีเข้าทีต้นตลาด โจหยีเห็นดังนัน
24 พงศำวดำรจีน
้
จึงคิดว่าเปกเอียงอูกราบทูลว่าบ้านเมืองจะเกิดเหตุเพราะผู้หญิง บัดนีผู้หญิง
่
หาบลูกเกาทัณฑ์เข้ามาในเมือง สมกับค�าท�านายต้องด้วยรับสังห้ามโทษถึงตาย
้
่
โจหยีก็จับหญิงนันว่าขายของต้องห้าม ซูตายผู้ผัวตกใจทิงอาวุธวิงหนีไป โจ
้
้
่
หยีก็มัดหญิงผู้นันเข้าไปกราบทูลพระเจ้าชวนอ๋อง พระเจ้าชวนอ๋องก็สังให้เอา
่
ตัวหญิงนันไปตัดศีรษะเสีย โจหยีก็พาไปตามรับสัง ฝ่ายซูตายคอยฟังข่าว
้
ภรรยาอยู่นอกก�าแพงเมือง ได้ยินคนเดินไปมาพูดกันว่าคนขายลูกเกาทัณฑ์
โจหยีจับไปกราบทูล มีรับสังให้ฆ่าเสียแล้ว ซูตายตกใจกลัวเขาจะตามมาจับ
่
้
ก็รีบเดินร้องไห้ไปตามริมคลอง ครันพ้นบ้านคนจึงเห็นกระสอบขึนเกยตลิง
่
้
อยู่ใบหนึ่ง ฝูงนกกาลงล้อมอยู่เป็นอันมาก ซูตายเดินเข้าไปใกล้นกกาก็บินไป
สิน จึงแก้กระสอบดูเห็นหญิงทารกยังหายใจอยู่ ก็รู้ว่ายังไม่ตายมีความสงสัย
้
นัก จึงคิดว่าทารกนีมีวาสนา เขาเอาใส่กระสอบมาทิงเสียแล้วยังหาตายไม่
้
้
บัดนีภรรยาเราก็ตายแล้วบุตรก็ไม่มี จะพาเด็กนีไปเลียงไว้เป็นบุตรบุญธรรม
้
้
้
่
เถิด นานไปเมือหน้าถ้าบุญของเด็กจะได้ดีบ้างเราจะได้พึง ซูตายก็อุ้มเด็กออก
่
้
จากกระสอบ อาบน�าช�าระให้สดใสแล้วก็พาไปบ้านโปเสีย
่
ขณะเมือซูตายได้หญิงทารกไป พระเจ้าชวนอ๋องเสด็จเข้าไปบรรทม
ในราตรีวันนัน เวลาประมาณสามยามเศษ ทรงพระสุบินนิมิตว่า อิสรตรีผู้หนึง ่
้
รูปงามเข้ามาถึงหน้าทีนัง หัวเราะแล้วร้องไห้ วิงขึนไปพารูปพระมหากษัตริย์
่
้
่
่
ทังเจ็ดองค์ซึงท�าไว้บูชา ณ หอไทเบียว หนีไปทางทิศตะวันออก พระเจ้าชวน
้
่
้
้
อ๋องตกพระทัยตืนจากทีบรรทม พอเวลาย�ารุ่งจึงเสด็จไปเปิดประตูหอไทเบียว
่
่
่
ทอดพระเนตรรูปพระมหากษัตริย์ทังเจ็ดพระองค์ก็ปรกติอยู่สิน จึงให้
้
้
เจ้าพนักงานสมโภชตามธรรมเนียม แล้วเสด็จออกขุนนาง จึงตรัสเล่าความ
ู
ุ
ุ
สบินให้เปกเอียงอฟังทุกประการ เปกเอียงอูพิจารณาดูในลักษณะสบินแล้ว
้
้
่
ทูลว่า พระสุบินนีพิเคราะห์ดูเนือความต้องกันกับหญิงทารกซึงเป็นอุบาทว์
เลียดก๊ก เล่มที่ 1 25
้
เมือง เบืองหน้านานไปเมืองโกเก๋งจะเกิดวิบัติเพราะอิสตรี เมืองหลวงจะต้อง
่
้
้
ยักย้ายไปตังอยู่ทิศตะวันออก พระเจ้าชวนอ๋องได้ทรงฟังดังนัน ยิงไม่สบาย
พระหทัยหนัก จึงตรัสว่าโตเบ๊กเราให้ไปสืบดูลูกหญิงทีเป็นอุบาทว์เอาไปลอย
่
น�านันจะเป็นหรือตาย ได้หรือมิได้ประการใดก็มิได้บอก โทษตัวก็ถึงตาย
้
้
พระเจ้าชวนอ๋องก็สังโปซูให้เอาตัวโตเบ๊กไปฆ่าเสีย โปซูเข้าผูกมัดโตเบ๊กออก
่
ไปจากทีเฝ้า โจหยีจึงทูลว่าพระองค์จะให้ฆ่าโตเบ๊กเสียเพราะข้อผิดด้วยรับสัง ่
่
ให้ไปเทียวสืบทารกนัน โตเบ๊กก็ไปเทียวสืบแสวงหามิพบ ได้เข้ามาเฝ้าอยู่ทุกเวลา
่
้
่
พระองค์ไม่ตรัสถามจึงมิได้ตรัสทูลให้ทราบนัน โตเบ๊กมีความผิดแต่เพียงนี ้
้
่
จะให้ลงโทษถึงตายประหารชีวิตนัน ข้าพเจ้าเห็นกิติศัพท์จะลือเลืองไปแก่หัว
้
้
เมืองทังปวง จะมีผู้นินทาว่าแต่ความผิดนิมิตฝันไม่สู้ดีเท่านีก็ให้ฆ่าขุนนางเสีย
้
ข้าพเจ้าขอรับพระราชทานชีวิตโตเบ๊กไว้ ทรงตรึกตรองก่อน แม้นพระองค์มิ
ฟังข้าพเจ้าทัดทาน จะให้ฆ่าโตเบ๊กเสียจงได้ ก็ขอให้ฆ่าข้าพเจ้าเสียด้วยเถิด
้
ั
้
๋
้
พระเจาชวนอองไดฟงดังนั้น ก็ทรงพระโกรธจึงใหขับโจหยีไปเสียจาก
่
่
ทีเฝ้า ฝ่ายทหารคุมตัวโตเบ๊กออกไปถึงตะแลงแกงทีพิฆาตคน ก็ฆ่าโตเบ๊กเสีย
้
่
ตามค�าสัง โจหยีครันมาถึงบ้านมีความน้อยใจพระเจ้าชวนอ๋องไม่ฟังค�า ถอด
้
้
้
กระบีออกจากฝักเชือดคอตาย ในขณะนันมีผู้น�าเนือความขึนกราบทูลแก่
่
พระเจ้าชวนอ๋อง พระเจ้าชวนอ๋องครั้นทราบความว่าโจหยีตายก็มีความอาลัย
่
นักด้วยโจหยีเป็นคนสัตย์ซือต่อแผ่นดิน ฝ่ายโตสิบชกเมือพระเจ้าชวนอ๋องให้
่
ฆ่าโตเบ๊กผู้บิดาเสียแล้ว ก็หนีไปท�าราชการอยู่ด้วยพระเจ้าเมืองจีน เจ้าเมือง
จีนเห็นว่า โตสิบชกมีสติปัญญา จึงตังโตสิบชกเป็นเสียงไต้หูขุนนางผู้ใหญ่
้
่
่
ฝ่ายพลเรือน และเมือพระเจ้าชวนอ๋องเสวยราชสมบัติได้สีสิบหกปีให้ฆ่า
ขุนนางสองคนเสียไม่สบายนัก ครัน ณ เดือนเก้าเป็นฤดูเคยเสด็จไปเทียวป่า
้
่
จึงสังอืนเกียดอูกับเตียวเอาให้ตรวจเตรียมทหารพร้อมแล้ว พระเจ้าชวนอ๋อง
่
26 พงศำวดำรจีน
้
ขึนรถเทียมม้าเสด็จออกจากเมืองหลวงไปประพาสป่าต�าบลตังเก๋า ประทับ
่
แรมอยู่ ณ ต�าหนักไพร พระเจ้าชวนอ๋องเสด็จเทียวชมเนือนกกับขุนนางจน
้
้
เวลาเย็นตะวันยอแสง ขณะนันทอดพระเนตรเห็นโตเบ๊กกับโจหยีขีเกวียนตรง
่
มาหน้ารถ แล้วโก่งเกาทัณฑ์จะยิง พระเจ้าชวนอ๋องตกพระทัยกลัวปิศาจ ตรัส
้
ร้องให้ขุนนางทังปวงดู ขุนนางทังปวงต่างแลดูไปมิได้เห็นก็พากันยืนตะลึงอย ู่
้
สิน พระเจ้าชวนอ๋องจึงแข็งพระทัยร้องตวาดปิศาจว่า ท่านทังสองตายมิดี เหต ุ
้
้
้
ใดจึงเข้ามาขวางหน้ารถเราอยู่ฉะนี จงไปเสียให้พ้น โตเบ๊กปิศาจจึงว่าเราหามี
้
้
ผิดไม่ ท่านไม่อยู่ในยุติธรรมให้ฆ่าเราเสีย บัดนีท่านถึงก�าหนดจะสินบุญแล้ว
้
เราจะฆ่าท่านเสียบ้าง ว่าแล้วปิศาจทังสองก็ยิงเกาทัณฑ์มาถูกพระทรวงพระเจ้า
ชวนอ๋องล้มลงบนรถสลบลง ขุนนางทังปวงเห็นดังนันต่างคนตกใจ บ้างขึนไป
้
้
้
บนรถอยู่งานนวดเฟ้นแก้ไขอยู่ช้านาน พระเจ้าชวนอ๋องจึงได้สมประดีขึนมา
้
ให้เจ็บพระทรวงเป็นก�าลัง ก็กลับรถทีนังเข้าพระนคร ครันถึงพระราชวัง
้
่
่
่
่
ขุนนางพยุงพระองค์เข้าไปถึงทีบรรทม พระเจ้าชวนอ๋องประชวรอยู่ในที ให้
้
้
เห็นแต่รูปปิศาจทังสองติดพระเนตรอยู่ ก็ประชวรหนักลงทุกเวลา แพทย์ทัง
ปวงถวายยาก็มิได้เสวย จึงให้หาอืนเกียดอูกับเตียวเอาเปกเอียงอู ขุนนาง
ผู้ใหญ่สามคนเข้ามาเฝ้า จึงตรัสว่าเราได้ยินเด็กท�าเพลงด้วยลูกเกาทัณฑ์ ท่าน
้
ท�านายว่าลูกเกาทัณฑ์จะเป็นศัตรูแก่เราก็ถูกต้องดังค�าท่าน ตังแต่นีไปเราจะ
้
มิได้เห็นหน้าท่านต่อไปแล้ว ซึงเราได้เป็นสุขอยู่ในราชสมบัติมาได้สีสิบหกปี
่
่
้
้
แล้วเพราะท่านช่วยทะนุบ�ารุง แม้นเราสินชีวิตไปแล้วราชสมบัติทังนี ท่านจง
้
่
ให้ไทจูจงเลียบเถิด ท่านจงเมตตาช่วยสังสอนให้ว่าราชการบ้านเมืองให้เป็น
่
้
ยุติธรรม อย่าให้อย่างธรรมเนียมแผ่นดินนันผิดไป ขุนนางทังสามได้ฟังรับสัง
้
้
้
ดังนันก็ชวนกันร้องไห้ร�าพันไปต่างๆ แล้วเปกเอียงอูจึงทูลว่า เวลาคืนนีข้าพเจ้า
่
เห็นดาวส�าหรับพระองค์ก็ตกแล้ว ซึงไทจูเลียบพระราชบุตร จะได้ครองราช
เลียดก๊ก เล่มที่ 1 27
้
้
สมบัติแทนพระองค์ต่อไปนัน ข้าพเจ้าทังสามจะช่วยทะนุบ�ารุงอย่าได้ทรงพระ
้
วิตกเลย พระเจ้าชวนอ๋องก็สวรรคต ขุนนางทังปวงก็ท�าการฝังพระศพตาม
อย่างกษัตริย์แต่ก่อน
แผ่นดินพระเจ้ำอิวอ๋อง
บทที่ 2
้
แล้วยกไทจูจงเลียบขึนเป็นกษัตริย์ ครองเมืองโกเก๋ง ทรงพระนาม
้
พระเจ้าอิวอ๋อง ตังนางสินฮองฮอบุตรสินเอาเจ้าเมืองสิน เป็นพระ
้
มเหสี แลเมือพระเจ้าอิวอ๋องเสวยราชสมบัตินัน มีเมืองขึนเป็น
้
่
เมืองนอก เมืองจินกิสินเป็นเจ้าเมืองอยู่ทิศเหนือ ทุกวันนีชือเมืองเชียงโต
้
้
่
้
่
เมืองจินจินเองเป็นเจ้าเมืองอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเอาเอียงอ ู
๋
เป็นเมืองโท เมืองฌ้อฌ้อจงเก๋งเป็นเจ้าเมืองอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุก
วันนีเป็นเมืองเอก แลหัวเมืองน้อยซึงมีชือในแผ่นดินขึนกับเมืองหลวงบ้าง
่
่
้
้
้
ขึนกับเมืองเอกบ้าง ตามระยะไกลแลใกล้ เป็นหัวเมืองน้อยร้อยสามสิบ ใน
้
หนังสือหาก�าหนดว่าขึนกับเมืองหลวง และเมืองเอกมากน้อยเท่าไรไม่ และ
ุ
็
้
ู
้
เมืองน้อยร้อยสามสิบนัน เมืองฬ่ออย่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทกวันนีเปน
ุ
่
้
ู่
้
่
เมืองเอกหนึง เมืองโอยอยทิศใต้ แผนดินพระเจาเกียเค่ง ทกวันนีเป็นเมืองหลวง
้
ชือเมืองปักกิงหนึง เมืองแต่อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองอันอ ู
่
่
่
่
่
้
้
่
เป็นเมืองโทหนึง เมืองต้นทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองชัวอยู่ริมแม่น�าโอ
28 พงศำวดำรจีน
่
้
้
ล�าทิศเหนือทุกวันนีชืออ๋องเอียงอ เมืองโจ๋ทุกวันนีชือเมืองเตงโต เป็นเมือง
่
้
่
่
จัตวาหนึง เมืองฆัวทุกวันนีชือเมืองฆัวจิว เป็นเมืองโทหนึง เมืองปักเอียงอยู่
๋
่
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองหง่ออยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้
่
่
้
๋
่
่
ทุกวันนีชือไซ้จีวเชียงไฮ้หนึง เมืองอวดอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือ
้
่
เมืองเจ๊ดอุนเลงโผ เป็นเมืองโทหนึง เมืองตีนทุกวันนีชือเมืองชัวตัวเป็นเมือง
้
่
เอกหนึง เมืองซืออยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมืองชีเสียจิว เป็นเมืองตรีหนึง เมือง
่
่
่
้
้
่
็
จูอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเจหล�าอู เปนเมืองโทหนึง เมืองจู ๋
่
่
่
่
้
้
๋
ทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองจันทุกวันนีชือเมืองชวงจิวอูเป็นเมืองโทหนึง
่
เมืองปักเอียงอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเตียบกวน เป็นเมืองจัตวา
๋
้
้
่
หนึง เมืองคอกอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทกวันนีชือเมืองชวงจิวอเป็นเมืองโท
ุ
่
ู
่
่
่
ู
็
่
้
ุ
หนึง เมืองเหมาอยทิศตะวันออก ทกวันนีชือเมืองหอกวน เปนเมืองจัตวาหนึง
้
เมืองจทุกวันนีชือเมืองเตงโตกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองซุยทุกวันนีเป็น
่
่
ู
้
้
่
่
้
้
่
เมืองจัตวาหนึง เมืองยิมทุกวันนีเป็นเมืองโทหนึง เมืองซีทุกวันนี ชือเมืองเจ
้
่
เหลงจิวอยู่ทิศใต้ เป็นเมืองตรีหนึง เมืองซูกีทุกวันนี ชือเมืองกุนจิวอยู่ทิศ
่
ตะวันออก เป็นเมืองตรีหนึง เมืองเอียงอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองตัง
่
้
่
่
้
ุ
เปงจิว เป็นเมืองตรีหนึง เมืองชองอยู่ทิศตะวันออก ทกวันนีเป็นเมืองตรีหนึง
่
่
่
้
เมืองเสงทุกวันนีชือเมืองบุนเสงกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอูอยู่ทิศ เหนือ
่
่
้
้
้
ทุกวันนีเป็นเมืองโทหนึง เมืองเอียม ทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเหยือ
้
่
อยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอูอิขูหนึง เมือง
่
้
่
เคกหนึง เมืองจวนหนึง สามเมืองทุกวันนีเป็นเมืองร้างหาเจ้าเมืองมิได้ เมือง
่
ว�าอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองจีล�าอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองบัวอยู่ทิศ
้
่
่
้
่
้
่
ตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองไทฮันจิว เป็นเมืองตรีหนึง เมืองกีอยู่ทิศ
้
่
ตะวันตกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองสิวกงกวน เปนเมืองจัตวาหนึง เมืองลีทุกวัน
้
้
็
่
เลียดก๊ก เล่มที่ 1 29
้
่
้
่
้
่
่
็
้
นีชือเมืองลีจิว เปนเมืองตรีหนึง เมืองอยูทิศใต ทุกวันนีชือเมืองเอียงเสียง เป็น
่
เมืองจัตวาหนึง เมืองกิมบัว อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเฉีย
้
่
ซิกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเอียงหนึง เมืองไต้หนึง ทุกวันนีชือเมืองโก
่
่
่
่
้
แปะกวนอยู่ทิศตะวันตก เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอีทุกวันนีชือเมืองจงเปงกวน
่
้
๋
่
่
เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองไหลอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองไลจิวอู เป็น
้
่
่
่
เมืองโทหนึง เมืองเกียงทุกวันนีเป็นเมืองอุยกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมือง
้
ุ
ุ
ู
่
้
ออกอย่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทกวันนีเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองหยงทกวันนี ้
่
ชือเมืองสิวอูกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอุ๋นทุกวันนีชือเมืองอุนกวน เป็น
่
่
้
่
้
่
เมืองจัตวาหนึง เมืองหงวนอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองจีออน
่
้
่
กวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองก�าอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมือง
่
่
่
ก�าเสียหนึง เมืองคยง ทุกวันนีชือเมืองฉงกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองกุด
้
้
่
อยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมืองเอียงซูกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเหลาทุกวันนี ้
่
่
่
ุ
่
้
ชือเมืองอุยเอากวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเค๊กอย่ทิศตะวันออก ทกวันนีชือ
ู
้
่
ไซเค๊ก เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเจียวอยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมืองโหจิว เป็น
่
้
่
่
๋
เมืองตรีหนึง เมืองอีนอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองอีนหนึง
๋
่
่
้
่
เมืองติอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือเมืองกีกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง
่
เมืองเบียดกวนทุกวันนีชือเมืองเบียดกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอางทุก
้
่
่
วันนีชือเมืองคางเซียกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองตุนอยู่ทิศตะวันตกหนึง
่
่
้
เมืองกัดอยู่ทิศเหนือชือเมืองกัด เมืองไต้ทุกวันนีชือเมืองเคาเสียกวน เป็น
่
้
่
เมืองจัตวาหนึ่ง ทุกวันนี้ชื่อเมืองลิเก็งดูเป็นเมืองโทหนึ่ง เมืองเปก ทุกวันนี้ชื่อ
่
่
เมืองไซเปกกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองปั๋งทุกวันนีชือเมืองซุยเปงกวนเป็น
้
่
เมืองจัตวาหนึง เมืองอึงอยู่ทิศตะวันตกทุกวันนีชือเมืองอึงเสียหนึง เมืองชิต
่
่
่
้
้
่
่
่
้
ทุกวันนีชือเมืองชิตกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเหียนทุกวันนีชือเมืองเอียน
30 พงศำวดำรจีน
้
่
กวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเจียวอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกวันนีชือ
่
่
้
่
เมืองกีชเลียวหนึง เมืองก๋งทุกวันนีชือเมืองคัยชัวกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง
่
่
้
เมืองโตอยู่ทิศเหนือ ทุกวันนีชือเมืองคัดซันกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองสิน
่
่
้
่
้
่
ทุกวันนีชือเมืองล�าเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองหลกอยู่ทิศใต้ ทุกวันนีชือเมือง
โหล�ากวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองเต๊ง ทุกวันนีชือล�าเอียงอู เป็นเมืองโทหนึง
่
่
้
่
เมืองเหยียด ทุกวันนี้ชื่อเมืองไลเลี้ยวเอียวกุย อยู่ทิศตะวันตกเป็นเมืองจัตวา
้
่
หนึง เมืองเองอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองอูเซงกวน เป็นเมือง
่
่
่
้
่
จัตวาหนึง เมืองเหลทุกวันนีชือเมืองเหลเสียกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมือง
่
้
่
เอียวทุกวันนีชือเมืองเปงเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองอุยอยู่ทิศตะวันออก
้
่
่
้
เฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองเปกเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองเก๊งทุกวันนีชือเมือง
่
้
่
่
โหจีนกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองกีทุกวันนีชือเมืองกีเหียวเป็นเมืองจัตวา
้
่
้
่
้
หนึง เมืองสุนทุกวันนีชือเมืองชีกวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองคัดทุกวันนีชือ
่
่
่
่
เมืองคัดจิวเป็นเมืองตรีหนึง เมืองแกอยู่ทิศตะวันตก ทุกวันนีชือเมืองไซเกง
้
่
กวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองจองทุกวันนีชือเมืองไซอันอู เป็นเมืองโทหนึง
่
่
้
้
่
่
เมืองหวงอยู่ทิศตะวันออก ทุกวันนีชือเมืองงักกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมือง
ปิกทุกวันนีชือเมืองอ�าเอียงกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองโยยทุกวันนีชือเมือง
่
้
้
่
่
่
่
้
เปกเอียงอู เป็นเมืองโทหนึง เมืองหันทุกวันนีชือเมืองทังจิวหันเสียกวน เป็น
่
่
เมืองจัตวาหนึง เมืองเหลียงทุกวันนีชือเมืองอันเสียกวนเป็นเมืองจัตวาหนึง
้
่
่
้
่
้
เมืองเตียวทุกวันนีชือเมืองอองเสียอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองก๊กทุกวันนีชือเมือง
่
่
อู้ก้องเสียงเอียงอูเป็นเมืองโทหนึง เมืองตองทุกวันนีชือเมืองโจเอียงกวน เป็น
่
้
เมืองจัตวาหนึง เมืองโหลอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนีชือเมืองล�าเจียว
่
่
้
กวน เป็นเมืองจัตวาหนึง เมืองอิวอยู่ทิศตะวันออกเฉียง เหนือ ทุกวันนีชือ
่
้
่
่
่
เมืองเอียงอู เป็นเมืองโทหนึง เมืองหวงทุกวันนีชือเต๊กอันอูเป็นเมืองโทหนึง
้
่