ศิลปะคืออะไร
ี
ี
ี
‘พรุ่งน้เราจะได้ร้องเพลง ใครม กันแล้ว ฉันจำาท่อนท่ต้องร้องได้
ี
ึ
แล้ว’ เขากล่าวข้น (เขามีหูท่จะฟังอะไรได้แม่น แต่ไม่ค่อยมีรสนิยมหรือ
ความงามด้านการร้องเพลงเลย) อย่างไรก็ตาม เฟ็ดกาเข้าใจได้ดีว่าต้นไลม์
ั
ี
ั
น้นจะดีมากยามมีใบเต็มต้น มันดีมากท่จะได้เห็นอะไรอย่างน้นในหน้าร้อน
และนั่นก็นับว่าพอแล้ว
พร็องกาเข้าใจได้ว่าเป็นเร่องน่าเสียดายถ้าใครจะโค่นมันท้ง เพราะ
ิ
ื
ต้นไม้ก็มีชีวิตเหมือนกัน
‘เวลาท่เราทำาให้ยางมันไหล ก็เหมือนกับเราทำาให้มันเลือดออกนั่น
ี
แหละ’
สำาหรับเซ็มกา ถึงจะไม่พูดอะไร แต่เขาก็เห็นว่ามันมีประโยชน์อยู่
บ้าง เวลามียางไหลออกมาเยอะๆ
ี
มันให้ความรู้สึกประหลาดอยู่เหมือนกันท่เอ่ยถึงเร่องท่เราพูดคุยกัน
ื
ี
ึ
ี
ั
ตอนน้นข้นอีก แต่ดูเหมือนเราพูดกันหมดทุกแง่ทุกมุมเท่าท่จะพูดได้แล้ว
เกี่ยวกับอรรถประโยชน์กับความงามตามสภาพและความงามทางศีลธรรม
ิ
เราเดินต่อไปยังหมู่บ้าน เฟ็ดกายังจับน้วข้าพเจ้าไว้ ดูเหมือนการจับ
ั
ของเขาขณะน้เป็นการจับด้วยความรู้สึกขอบคุณเหลือเกิน คืนน้นเรา
ี
ิ
ใกล้ชิดกันย่งกว่าคร้งใดในช่วงระยะเวลาอันยาวนาน พร็องกาเดินเคียง
ั
ไปกับเรา เมื่อถึงถนนกว้างๆ ของหมู่บ้าน
ั
‘น่น บ้านของมาซานอฟยังสว่างอยู่’ เขาพูดข้น ‘เหมือนตอนออกจาก
ึ
ิ
บ้านไปโรงเรียนเลย ตอนน้นกัฟรูกาเพ่งกลับจากร้านเหล้า เมาตัวอ่อน
ั
ั
ื
มาเลย ไม่ทันถอดเคร่องหลังม้าด้วยม้ง แกยังไปตีม้ามันอีก ผมเห็นแล้ว
ใจไม่ค่อยดี สงสารมัน’
‘จริงๆ นะ ทำาไมต้องไปตีมันด้วย’
‘วันก่อนก็เหมือนกัน กลับมาจากตูลา พ่อผมห้อม้ามาแบบฟาด
เต็มเหน่ยวเลย’ เซ็มกาพูดข้นบ้าง ‘ม้ามันว่งไปล้มในหล่มหิมะ แกก็เลย
ี
ิ
ึ
50