èĀÐùĀÜ×òéèúèśāÐòÿãāø
ëĈśČùöÖúāÓöāðòĈśČôÿïĈðăêŠÜÜāðāéòòâāÐāòèĀÐüŚāè
แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
THE PLOTS AGAINST HITLER
แดนนี ออร์บัค เขียน
ภก. กิตติชาติ บุณยะภักดิ์ แปล
แผนลอบสังหารฮิตเลอร
THE PLOTS AGAINST HITLER
แดนนี ออรบัค: เขียน
ภก. กิตติชาติ บุณยะภักดิ์: แปล
ราคา 485 บาท
All rights reserved.
THE PLOTS AGAINST HITLER by DANNY ORBACH
Copyright: © 2016 BY DANNY ORBACH
Thai translation right © 2020 by Gypsy Publishing Co.,Ltd.
© ขอความและรูปภาพในหนังสือเลมนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558
การคัดลอกสวนใดๆ ในหนังสือเลมนี้ไปเผยแพรไมวาในรูปแบบใดตองไดรับอนุญาตจากเจาของลิขสิทธิ์กอน
ยกเวนเพื่อการอางอิง การวิจารณ และประชาสัมพันธ
ขอมูลทางบรรณานุกรมของสํานักหอสมุดแหงชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
ออรบัค, แดนนี.
แผนลอบสังหารฮิตเลอร = The plots against Hitler.-- กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุป, 2563.
596 หนา.
1. ฮิตเลอร, อดอลฟ, ค.ศ. 1889-1945.
I. กิตติชาติ บุณยะภักดิ์, ผูแปล. II. ชื่อเรื่อง.
923.143
ISBN 978-616-301-709-3
บรรณาธิการอํานวยการ : คธาวุฒิ เกนุย
บรรณาธิการบริหาร : สุรชัย พิงชัยภูมิ
ผูชวยบรรณาธิการบริหาร : วาสนา ชูรัตน
บรรณาธิการเลม : สินีนาถ เศรษฐพิศาล
กองบรรณาธิการ : คณิตา สุตราม พรรณิกา ครโสภา
หัวหนาฝายพิสูจนอักษร : สวภัทร เพ็ชรรัตน
ฝายพิสูจนอักษร : วนัชพร เขียวชอุม สุธารัตน วรรณถาวร
พิสูจนอักษร : กันตา
นักศึกษาฝกงาน : ประภัสสร สุโคตร ชนิสรา ทองขํา ศิยานนท หัตถะมา
ปก : Wrong design
รูปเลม : ประเสริฐศักดิ์ ประดิษฐเกษร
ผูอํานวยการฝายการตลาด : นุชนันท ทักษิณาบัณฑิต
ผูจัดการฝายการตลาด : ชิตพล จันสด
ผูจัดการทั่วไป : เวชพงษ รัตนมาลี
จัดพิมพโดย : บริษัท ยิปซี กรุป จํากัด เลขที่ 37/145 รามคําแหง 98
แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
โทร. 0 2728 0939 โทรสาร. 0 2728 0939 ตอ 108
พิมพที่ : บริษัท วิชั่น พรีเพรส จํากัด โทร. 0 2147 3175-6
จัดจําหนายโดย : บริษัท ยิปซี กรุป จํากัด โทร. 0 2728 0939
www.gypsygroup.net
www.facebook.com/gypsygroup.co.ltd
LINE ID: @gypzy
สนใจสั่งซื้อหนังสือจํานวนมากเพื่อสนับสนุนทางการศึกษา สํานักพิมพลดราคาพิเศษ ติดตอ โทร. 0 2728 0939
ค�าน�าส�านักพิมพ์
นับจากเหตุการณ์ลอบสังหารผู้น�านาซีที่รังหมาป่าในวันที่ 20 กรกฎาคม
ี
1944 จนกระท่งทุกวันน้ก็เป็นเวลาล่วงเลยมานานค่อนศตวรรษ ทว่ายัง
ั
ี
�
มีงานวิเคราะห์ ต้งคาถาม ในปมประเด็นต่างๆ เก่ยวกับขบวนการ
ั
ื
ต่อต้านนาซีเยอรมันจากเหล่านักประวัติศาสตร์ออกมาอย่างต่อเน่อง แผน
ลอบสังหารฮิตเลอร์ หรือ The Plots Against Hitler (2016) เล่มนี้นั้นแม้
เนื้อหาที่เขียนถึงจะเป็นข้อมูลที่ผู้ศึกษาและสนใจงานเกี่ยวกับขบวนการ
ต่อต้านหลายๆ ท่านอาจจะรู้มาบ้างแล้ว เน่องจากเหตุการณ์และตัวละคร
ื
ต่างๆ ล้วนถูกกล่าวถึงอยู่เสมอในหนังสือ บทความ สารคดี หรือแม้กระท่ง
ั
ี
ในภาพยนตร์ แต่ทว่าผู้เขียนได้ทาให้หนังสือเล่มน้กลายเป็นหนังสือเล่ม
�
ล่าสุดท่วิเคราะห์ประเด็นแนวคิดของฝ่ายต่อต้านแตกต่างออกไปจาก
ี
งานเขียนที่ผ่านๆ มา
แดนนี ออร์บัค ผู้เขียนหนังสือเล่มน้เป็นชาวอิสราเอล เคยมีประ-
ี
�
สบการณ์ทางานในหน่วยข่าวกรอง (Israeli Intelligence Community)
หลังจบปริญญาตรีท่มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ (Tel Aviv University)
ี
สาขาประวัติศาสตร์ตะวันตกและเอเชียตะวันออก เขาได้ศึกษาต่อท ี ่
มหาวิทยาลัยโตเกียว ปัจจุบันกาลังศึกษาปริญญาเอกท่มหาวิทยาลัย
ี
�
ฮาร์วาร์ด และเป็นนักวิชาการอาวุโสด้านประวัติศาสตร์และการศึกษา
เอเชียที่มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลม
ในฐานะนักประวัติศาสตร์ ออร์บัคมีบทความทางวิชาการท่ให้ความ
ี
สาคัญและเน้นประเด็นการต่อต้านรัฐ การลอบสังหารทางการเมืองท้งใน
ั
�
เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน อิสราเอล และตะวันออกกลาง ที่ส�าคัญเขาศึกษางาน
เกี่ยวกับขบวนการต่อต้านเยอรมันมาอย่างยาวนาน The Plots Against
ี
ี
ี
ี
Hitler เล่มน้เป็นหนังสือเล่มท่สองท่เขียนเก่ยวกับขบวนการต่อต้าน ซึ่ง
ใช้เวลาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งทมาเป็นเวลา
ี
่
ร่วมทศวรรษ ส่วนงานเล่มแรกท่เก่ยวกับขบวนการต่อต้านเยอรมันคือ
ี
ี
Valkyrie - German Resistance to Hitler (2009) เขียนเป็นภาษาฮีบรู
แผนลอบสังหารฮิตเลอร์ เล่มนี้มีเนื้อหาครอบคลุมเหตุการณ์ในช่วง
ึ
ปี 1938-1944 ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากนาซีข้นเถลิงอ�านาจแล้วและ
กาลังเดินหน้ารุกรานประเทศท่รายล้อมท้งทางตะวันตกและตะวันออก
ั
ี
�
ั
อย่างบ้าคล่ง หนังสือมีข้อสรุปท่น่าสนใจเก่ยวกับประเด็นทางคุณธรรม
ี
ี
และศีลธรรม ซึ่งท�าให้เกิดมุมมองแตกต่างไปจากงานเกี่ยวกับขบวนการ
ี
ื
ต่อต้านนาซีเยอรมันเล่มอ่น อีกท้งอ้างอิงข้อมูลปฐมภูมิจากแหล่งท่มา
ั
ิ
หลากหลาย และการค้นคว้าเพ่มเติมจากงานภาษาต่างประเทศจ�านวน
มาก นอกจากน้ ผู้เขียนยังมีโครงสร้างการเล่าเร่องท่สนับสนุนการวิเคราะห์
ี
ี
ื
ของตนเองอย่างแหลมคม
ผู้อ่านจะเกิดมุมมองและทัศนคติท่ต่างออกไปจากเดิมเก่ยวกับ
ี
ี
�
ื
ขบวนการต่อต้านและผู้นากลุ่มแต่ละคน เช่น การเล่าเร่องของผู้เขียน
เผยแผ่บางแง่มุมและกะเทาะเปลือกวิธีคิดของชายชาติทหารอย่าง เคลาส์
ฟอน ชเตาฟ์เฟินแบร์ค หัวหน้าขบวนการต่อต้านคนสุดท้าย หรือกระทั่ง
�
การทาให้เราได้พินิจพิเคราะห์ความหม่นเทาในตัวของ เฮนนิง ฟอน เทรสโค
�
ผู้นากลุ่มต่อต้านคนส�าคัญอีกคน ออร์บัคแทบไม่ได้ให้ภาพมรณสักข ี
�
ั
ของนักบุญแก่ขบวนการต่อต้านเลย แต่เขากลับต้งคาถามซึ่งอาจฟังด ู
เจ็บปวดถึงความเป็นหรือไม่เป็น “วีรบุรุษ” ของขบวนการต่อต้าน
แม้เราจะรู้อยู่แล้วว่าท้ายท่สุดฝ่ายต่อต้านไม่บรรลุเป้าหมายสูงสุด
ี
ในการก�าจัดผู้น�านาซี และความพยายามลอบสังหารที่ล้มเหลวในแต่ละ
ครั้งนั้นกลับไปสนับสนุนความเชื่อของฮิตเลอร์ว่าพระเจ้าทรงปกป้องเขา
�
เพ่อให้เขาได้กระทาการตามวิสัยทัศน์ของตนต่อเยอรมนี ซึ่งน่นก็อาจ
ั
ื
�
ทาให้เกิดคาถามข้นในใจผู้อ่าน หลังได้รับรู้ความล้มเหลวในการลอบวาง
�
ึ
ระเบิดของเกออร์ค เอลเซอร์ที่โรงเบียร์ เราอาจตั้งค�าถามว่า พระเจ้าทรง
ต้องการให้ฮิตเลอร์มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อทรมานและเข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์อย่าง
ทารุณโหดร้ายกระนั้นหรือ?
และแท้จริงแล้ว ขบวนการต่อต้านนั้นเป็น “วีรบุรุษ” หรือไม่?
ค�าตอบหลังนี้คงต้องรอให้ผู้อ่านเป็นฝ่ายตัดสิน
ด้วยมิตรภาพ
ส�านักพิมพ์ยิปซี
ค�าน�าผู้แปล
ั
ทางผู้แปลเคยได้ยินเร่องการรัฐประหาร 20 กรกฎาคมคร้งแรกก ็
ื
จากภาพยนตร์เร่อง Valkyrie (ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก) ท่เข้า
ี
ื
ฉายเมื่อปี 2008 ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่เก่ยวกับสภาพใน “นาซีเยอรมัน”
ี
�
ี
ี
ภาพจ�าของเยอรมันในช่วงสงครามโลกท่เรารู้จักคือรัฐชั่วร้ายท่นาโดยจอม
ทรราชย์ชื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ทว่า “การตีขลุมพวกเขาทั้งชาติด้วยกรอบ
กว้างๆ นั้นเป็นเรื่องถูกแล้วหรือไม่?”
ค�าตอบคือ “ไม่สมควร”
ข้อสงสัยถัดมา “เยอรมันทุกคนเห็นด้วยกับฮิตเลอร์เช่นนั้นหรือ?”
“ไม่มีทาง ไม่มีผู้น�ารายใดที่คุมคนได้ 100 เปอร์เซ็นต์”
ทั้งช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชาวเยอรมันจ�านวน
มากท้งท่เป็นทหารและพลเรือนท่ไม่เห็นด้วยกับนาซี หนังสือ แผนลอบ
ั
ี
ี
สังหารฮิตเลอร์ (The Plots Against Hitler) ที่คุณก�าลังถืออยู่นี้จะพาเรา
ั
ี
ี
ไปรู้จักกับท้งมือสังหารท่ลงมือคนเดียวและพลพรรคฝ่ายต่อต้านท่ลอบ
วางแผนโค่นล้มนาซีอยู่หลังฉากจักรวรรดิที่ก�าลังสยายปีกไปทั่วยุโรป
ผิดถนัดเช่นกันหากคิดว่าเหตุการณ์จะดาเนินเป็นเส้นตรง รูปแบบการ
�
เขียนของแดนนี ออร์บัค (Danny Orbach) ยังเผยให้เห็นการรัฐประหาร
20 กรกฎาคม ปี 1944 ในแง่มุมใหม่ ฝ่ายต่อต้านจะต้องพบกับอุปสรรค
มากมาย ท้งสัมพันธมิตรท่เคลือบแคลงสงสัย ฝ่ายความมั่นคงท่คอยสืบหา
ี
ี
ั
�
็
่
ี
ู
ั
หนอนบ่อนไส้ ความขดแย้งภายใน ผ้นาทไม่เข้มแขง ฯลฯ นอกจากน ี ้
ผู้เขียนยังตอกยาถึงบทเรียนและมอบประเด็นชวนให้ผู้อ่านขบคิด เช่น เราจะ
้
�
มั่นใจได้แค่ไหนว่าคนท่เราเรียกว่า “วีรบุรุษ” น้นเป็น “คนมือสะอาด” จริงๆ
ี
ั
ภก. กิตติชาติ บุณยะภักดิ์
สารบัญ
ค�าน�าส�านักพิมพ์
ค�าน�าผู้เขียน
หมายเหตุเรื่องชั้นยศของทหาร 12
บทน�า 13
1. ท�าลายฝ่ายคิดต่าง 23
2. “เพราะไอ้ม้าตัวเมียนั่นแท้ๆ!”: เรื่องอื้อฉาวของนาย
ทหารระดับสูง 45
3. นายทหาร นายกเทศมนตรี และจารชน 52
4. “มีเพียงความมืดมน”: การตัดสินใจของนายพลเบ็ค 72
5. นกในกรงขัง: ความพยายามก่อรัฐประหารครั้งแรก
ในเดือนกันยายน ปี 1938 81
6. ไร้ราก ไร้เครือข่าย: มือสังหารเดี่ยว 117
7. ไม่มีหันหลังกลับ: การจลาจลและสงคราม 136
8. จิตวิญญาณแห่งโซสเซิน:
ความล้มเหลวของฝ่ายต่อต้าน 152
9. ลางหายนะ: การกลับมาของฝ่ายต่อต้าน 167
10. วาดวิมานในอากาศ: เครือข่ายในจินตนาการ 173
11. โบรกเกอร์ในแนวหน้า: ยุทธวิธีใหม่ 194
12. มอดไหม้ไฟสงคราม: ฝ่ายต่อต้านกับการฮอโลคอสต์ 203
13. “แสงวาบ” และขวดเหล้า: ความพยายามลอบสังหาร
ในแนวรบตะวันออก 212
14. ยุทธการ U-7: การช่วยเหลือและหายนะ 235
15. เคานต์ ชเตาฟ์เฟินแบร์ค: ชะตากรรมอันผกผัน 260
16. เจ้าจักสังหาร: ปัญหาการพิฆาตทรราชย์ 292
17. ทฤษฎีการสมคบคิดแบบวงล้อ: ยุคสมัยของ
ชเตาฟ์เฟินแบร์ค 303
18. วันพิฆาต: 20 กรกฎาคม ปี 1944 334
19. อาภรณ์ของเนสซัส 382
20. มูลเหตุเบื้องหลัง 419
21. เครือข่ายฝ่ายต่อต้าน 439
บทส่งท้าย อัศวินผู้แปดเปื้อน: วีรบุรุษฝ่ายต่อต้านและเรา 452
กิตติกรรมประกาศ 458
หมายเหตุอ้างอิง 465
อภิธานศัพท์ 553
ดัชนี 556
บรรณานุกรม 578
หมายเหตุเรื่องชั้นยศทางทหาร
ี
ี
ี
บุคคลท่มีส่วนเก่ยวข้องในหนังสือเล่มน้หลายรายเป็นนายทหารในกองทัพ
ยุคไรช์ที่ 3: ทั้งจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองก�าลังเอ็สเอ็ส และมี
หลายรายที่ได้รับเลื่อนยศระหว่างช่วงปี 1938 - 1944 อันเป็นช่วงเวลาที่
ึ
รายละเอียดในหนังสือเล่มน้ครอบคลุมมากกว่าหน่งหน หนังสือหลายเล่ม
ี
ี
ี
ี
ท่เขียนเก่ยวกลุ่มต่อต้านเยอรมันโดยเฉพาะท่ตีพิมพ์ด้วยภาษาอังกฤษ
ั
น้นมักจะอ้างอิงเฉพาะยศสูงสุดซึ่งเป็นยศสุดท้ายของทหารรายน้น ยก
ั
ู
ี
่
ี
ั
ตวอย่างเช่นกรณของ เคลาส์ ฟอน ชเตาฟ์เฟินแบร์ค ทมักถกอ้างถงว่า
ึ
ี
ิ
ั
เป็นนายทหารยศพันเอกท้งท่เขาเพ่งได้รับการเล่อนข้นเป็นพันเอกในเดือน
ั
ื
กรกฎาคม ปี 1944 ดังนั้นในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนจึงท�าการระบุชั้นยศโดย
อ้างอิงตามอนุกรมเวลา ดังเช่นกรณีของ เฮนนิง ฟอน เทรสโค จะถูกระบุ
ว่าเป็นนายทหารยศพันเอกในบทท่มีการพยายามลอบสังหารเมื่อเดือน
ี
มีนาคม ปี 1943 แต่ในช่วงท้ายของหนังสือเขาจะครองยศนายพลตรี
ตาแหน่งของนายพลกองทัพบกเยอรมันจะมีอยู่สองตาแหน่งท่ไม่
ี
�
�
อาจหาค�าในภาษาอังกฤษมาเทียบแปลได้คือ “General der Infanterie/
General der Artillerie” และ “Generaloberst” ดังนั้นผู้เขียนจึงขอแทน
�
ั
�
ยศท้งสองน้ด้วยคาว่า “นายพล” ส่วนกองกาลังเอ็สเอ็สน้นมีการจัดลาดับ
ี
ั
�
ชั้นยศที่แปลกแยกออกไปเป็นเอกเทศซึ่งผู้เขียนได้น�ามาเปรียบเทียบกับ
ยศนายทหารในสังกัดกองทัพอเมริกัน เช่น พลจัตวาเนเบอ แทนที่จะเป็น
โอแบร์ฟือห์เรอร์ (Oberführer) เนเบอ
หมายเหตุการอ้างอิง
ิ
�
จุดอ้างอิงท่กากับด้วยตัวเลขโรมันเป็นการอธิบายความเพ่มเติมในส่วน
ี
ของผู้แปลและบรรณาธิการ
ส่วนการอ้างอิงที่ก�ากับด้วยตัวเลขอารบิกเป็นการอ้างอิงแหล่งที่มา
ื
้
่
้
ของเนอความในฉบบภาษาอังกฤษ ซึงขอมูลอางองจะอยทายเลมในหนา
้
่
้
ิ
ั
ู
้
่
465-552
13
บทน�า
เมื่อเสียงยุคเข็ญระงมก้อง
ข้าฯ เคยร้องเตือน แต่มันไม่ดังพอ!
วันนี้ข้าฯ หายสงสัยสิ้นแล้ว ว่าท�าไมถึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้
— อัลเบร็ชท์ เฮาส์โฮเฟอร์, 1945
แปดเปื้อน ไม่มีค�าใดที่จะใช้อธิบายประวัติศาสตร์ของเยอรมันได้ชัดเจน
เท่านี้อีกแล้ว แม้แต่การลอบสังหารในวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1944 โดย
พ.อ. เคลาส์ ฟอน ชเตาฟ์เฟินแบร์คกับพลพรรคขบวนการต่อต้านนาซีเอง
ก็ยังมีมลทินและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันดั่งที่เราจะได้เห็นผ่าน
เรื่องเล่าจากความทรงจ�าและที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในค�าลวง
เรื่องราวของฝ่ายต่อต้านนาซีในกองทัพเยอรมันและความพยายาม
ลอบสังหารฮิตเลอร์หลายครั้งหลายหนได้ถูกนามากล่าวถึงบ่อยคร้ง ท้ง
ั
ั
�
ในรูปแบบของหนังสือ ภาพยนตร์ ละครและรายการโทรทัศน์ ไม่น่า
14 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ี
ั
่
ั
็
แปลกใจนกท่เรืองราวจะเตมไปด้วยฉากชวนติดตาม: ท้งการประชุมลับ
ี
ยามวิกาล; บทเสริมเล่นใหญ่ของฝ่ายต่อต้านในกองทัพ; ระเบิดท่ถูกซ่อน
ี
ในกระเป๋าและขวดเหล้า; อีกท้งวันช้ชะตา 20 กรกฎาคม ปี 1944 ท่จบลง
ี
ั
ี
ด้วยความล้มเหลวในการลอบสังหารและความพยายามท่จะก่อรัฐประหาร
อย่างสิ้นหวัง
ื
ื
นอกจากความต่นเต้นชวนระทึก เร่องศีลธรรมจรรยาก็มีส่วนกับฝ่าย
่
ั
ุ
้
ั
ต่อต้านเยอรมันไม่แพ้กน นอกจากนน ยคนาซีครองเมืองยงถกทวโลก
ั
ู
ั
็
่
ี
่
ื
ิ
่
็
และทสาคญทสุดคอประเทศเยอรมันเองมองวาเปนยคแหงมลทน เปนความ
ุ
่
ั
�
ี
ผิดบาปในหน้าประวัติศาสตร์ และเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องรับผิดชอบ
ต่ออาชญากรรมท่นาซีก่อ นักประวัติศาสตร์เยอรมันฝั่งอนุรักษนิยม นับแต่
ี
ยุคทศวรรษ 1950 จนถึงปัจจุบันมีทัศนคติโน้มเอียงที่จะมองฝ่ายต่อต้าน
เยอรมันว่าเป็น “แสงปลายอุโมงค์” ในยุคนาซีทมิฬมาร เป็นเหมือน
เหตุการณ์ไถ่บาปความผิดในหน้าประวัติศาสตร์ นักสู้ฝ่ายต่อต้านถูกชูว่า
�
ี
เป็นพระเอกท่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ตามคาของ ฮันส์ โรท์เฟลส์ บิดาของ
ึ
ประวัติศาสตร์ฝ่ายต่อต้านในเยอรมัน เขาพูดว่าฝ่ายต่อต้าน “ลุกข้นท้าทาย
อ�านาจมืด” บทบาทที่นักประวัติศาสตร์เยอรมันอนุรักษนิยมเสนอ หรือ
1
จะกล่าวให้เจาะจงก็คือ เพเทอร์ ฮอฟฟ์มันน์นั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดที่
้
เขาขางนักสูฝายตอตาน ความพยายามรัฐประหารในวันที่ 20 กรกฎาคม
้
่
้
้
่
ิ
ั
ปี 1944 ในทศนคตของเคาน์เตส มารีออน ฟอน เดนฮอฟฟ์ คอ “การ
ิ
ื
i
ลุกฮือของฝ่ายคุณธรรม” เธอเขียนบอกว่าแรงจูงใจของฝ่ายต่อต้านคือ
เร่องศีลธรรม ส่วนเพเทอร์ ฮอฟฟ์มันน์ระบุว่าเป้าหมายท่ส�าคัญท่สุด
ื
ี
ี
2
i เคาน์เตส มารีออน ฟอน เดินฮอฟฟ์ (Countess Marion von Dönhoff) เป็นนักข่าวสาว
ชาวเยอรมันผู้มีส่วนร่วมในการต่อต้านลัทธินาซีพร้อมด้วยเฮลมูท เจมส์ ฟอน มอล์ทเคอ หลัง
สงครามเธอกลายเป็นหน่งในนักข่าวและปัญญาชนชั้นนาของเยอรมัน เธอเป็นบรรณาธิการ
�
ึ
ผู้ก่อตั้ง Die Zeit หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของเมืองฮัมบวร์ค
�
บทนา 15
ี
อย่างแรกเลยคือการหยุดอาชญากรรมท่ก่อโดยนาซี ซึ่งตีความครอบคลุม
�
ไปถึงการฮอโลคอสต์ มันดาเนินไปตามสามัญสานึกว่าต้อง “การช่วยเหลือ
�
เพ่อนมนุษย์” สมาชิกฝ่ายต่อต้านเป็นคนเยอรมันผู้รักชาติอย่างไม่ต้อง
ื
3
สงสัย คนจ�าพวกท่ต้องการจะช่วยปิตุภูมิจากความพินาศ แต่ความรักชาต ิ
ี
ก็เป็นเรื่องรองจากศีลธรรม
เมือเวลาลวงเลยมาถงทศวรรษท 60 บรรยากาศการเมืองในเยอรมัน
่
ี
่
ึ
่
เปลี่ยนทิศชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ นักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ก็เหมือนกับ
ปัญญาชนเยอรมันรุ่นราวคราวเดียวกันท่เริ่มขุดคุ้ย “คาลวง” ในอดีต
�
ี
อย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ฝ่ายต่อต้านเยอรมันเองก็ไม่ได้ลอยตัว
ี
จากการฟื้นฝอยหาตะเข็บรอบน้ หลังจากทศวรรษท่ 60 นักประวัติศาสตร์
ี
ฝ่ายซ้ายฝีปากกล้าอย่าง ฮันส์ มอมม์เซิน, คริสตอฟ ดิพเพอร์ และ คริส-
ทีอัน แกร์ลัค เริ่มตั้งข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงของฝ่ายต่อต้าน
เยอรมัน ในมุมมองของพวกเขา สมาชิกฝ่ายต่อต้านส่วนใหญ่ท่เป็นข้ารัฐการ
ี
ี
หัวอนุรักษนิยมและนายทหารต่างเป็นกลุ่มผลประโยชน์ท่มีลับลมคมใน
ื
ี
เป็นเร่องจริงท่ เคานต์ ชเตาฟ์เฟินแบร์คยอมเอาชีวิตเข้าแลกในความ
ั
พยายามลอบสังหารฮิตเลอร์ ทว่าก่อนหน้าน้นเขาไม่ได้ให้ความร่วมมือกับ
นาซีมาตลอดหรอกหรือ? แล้วสมาชิกคนอ่นๆ ล่ะ? บรรดาสมาชิกชายหญิง
ื
หัวต่อต้านนาซีพยายามชู “การลุกฮือของศีลธรรม” จริง หรือว่าเป็นเพียง
พวกฉวยโอกาสที่ร่วมหัวจมท้ายกับนาซีจนกระทั่งเห็นเค้าลางหายนะ?
ี
�
สุดท้ายแล้ว คาสรรเสริญเยินยอท่มีให้กับสมาชิกฝ่ายต่อต้านซ่ง
ึ
ี
เคยเป็นท่นับหน้าถือตารายแล้วรายเล่าก็ถูกลบออก พวกเขาอาจจะหัน
มาเกลียดและต่อต้านอาชญากรรมของนาซีอย่างช้าๆ ทว่าในอีกมุมหนึ่ง
ื
สมาชิกฝ่ายต่อต้านก็เป็นนักเคล่อนไหวต้านประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน
ฮันส์ มอมม์เซินให้ความเห็นแย้ง ในงานวิจัยของ คริสตอฟ ดิพเพอร์ ซึ่ง
4
เขียนเมื่อปี 1984 และได้รับการยอมรับในวงกว้าง ระบุว่าฝ่ายต่อต้าน
16 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ื
ื
เช่อเร่องต่อต้านชาติพันธุ์ชนิดฝังหัว พวกเขาอาจต้านการฮอโลคอสต์
แต่เสียงส่วนใหญ่ต่างต้องการไล่ยิวออกนอกเยอรมัน อีกทั้งยังสนับสนุน
การเหยียดชาติพันธุ์แบบ “ถูกกฎหมาย” และด�าเนินการแบบปราศจาก
ั
ี
ิ
ุ
ุ
“ความรนแรง” พวกเขาไม่ได้เป็นแค่กลุ่มคนท่เหยียดชาตพันธ์ แต่ยง
5
ี
เป็นฆาตกรและอาชญากรสงครามตามท่คริสทีอัน แกร์ลัค ระบุไว้ในปี
1995 สมาชิกฝ่ายต่อต้านคนส�าคัญหลายราย โดยเฉพาะ พล.ต. เฮนนิง
ฟอน เทรสโคท่ให้ความร่วมมือในการฆ่าคนรัสเซีย ยิว และโปแลนด์
ี
แกร์ลัคนักประวัติศาสตร์รุ่นบุกเบิกเลือกยืนกระต่ายขาเดียวท่จะมองข้าม
ี
อาชญากรรมของฝ่ายต่อต้านและเขียน “บิดเบือน” ประวัติศาสตร์อัน
ี
ไม่สามารถลบล้างได้ น่าเศร้าแต่จริงท่พวกเขาไม่ได้ต้านฮิตเลอร์เพราะ
�
�
ื
ี
อาชญากรรมท่ผู้นาเยอรมันก่อ แต่ทาไปเน่องจากไม่เห็นด้วยกับ “วิธ ี
ชนะสงคราม” 6
�
ข้อถกเถียงยังคงดาเนินต่อ ประเด็นการต่อต้านฮิตเลอร์ในเยอรมัน
ดูจะไม่ได้เป็นทฤษฎีทางประวัติศาสตร์ แต่เขียนข้นจากความนิยมส่วน
ึ
บุคคล สมาชิกคนหน่งอาจถูกนักประวัติศาสตร์รายหน่งยกให้เป็นพ่อพระ
ึ
ึ
ิ
้
ั
็
้
์
แตในงานของนกประวตศาสตรอีกราย สมาชิกรายนนอาจเปนไดแคเดนคน
่
ั
่
ั
�
มีคาตาหนิโต้ไปมาจากท้งฝั่งของนักวิชาการและความคิดเห็นส่วนบุคคล
ั
�
ั
อยู่ตลอด ส�าหรับในส่วนของผู้เขียนน้น ผู้อ่านก็จะได้เห็นในหนังสือ
ื
ั
ู
ี
ี
่
ู
ี
ั
เล่มน้เช่นกนว่าผ้เขียนเองก็ไม่ได้เป็นนกเล่าท่ยนอย่ในมุมทเป็นกลางสก
ั
ั
เท่าไร ผมเร่มหันมาสนใจหัวข้อฝ่ายต่อต้านต้งแต่ยังเป็นแค่นักเรียน และ
ิ
มีความประทับใจกับความเสียสละของพวกเขาท่เอาชีวิตเข้าแลกอย่าง
ี
ี
กล้าหาญ ในฐานะคนรุ่นท่สามของผู้ท่รอดชีวิตจากการฮอโลคอสต์ ผม
ี
จึงมีความสนใจใคร่อ่านเรื่องราวของฝ่ายต่อต้านที่แอบช่วยเหลือชาวยิว
เป็นพิเศษ ทว่าผมเองก็เสียใจไม่แพ้กันท่ได้ทราบจากงานของดิพเพอร์
ี
และแกร์ลัค ว่าพวกเขามีความคิดต้านชาติพันธุ์และเอาตัวเข้าไปเก่ยวกับ
ี
�
บทนา 17
ี
�
ั
อาชญากรรมสงคราม ดังน้น ผมจึงตัดสินใจท่จะเสาะหาข้อมูลและนามา
เรียบเรียงบอกเล่าในรูปแบบของตนเอง
ตลอดระยะเวลา 10 ปีของการค้นคว้าก่อนหน้าจะตีพิมพ์ Valkyrie
ั
ื
งานเขียนเร่องฝ่ายต่อต้านของผมในภาษาฮีบรู ผมได้วิเคราะห์ท้ง
ี
้
ุ
ู
ิ
หลักฐานปฐมภมิและทตยภมิทกชินเทาท่จะสามารถหาได ผมเดินทางไป
้
่
ู
ุ
7
หอจดหมายเหตุถึง 13 แห่ง ท้งในเยอรมัน อังกฤษ รัสเซีย และสหรัฐฯ ส่งท ่ ี
ั
ิ
ค้นพบได้พาผมเบนออกจากงานศึกษาฝ่ายต่อต้านฝ่ายซ้าย “ช่างติ” ท ี ่
�
�
ครอบงามาตลอด เหล่านักวิชาการปากมอมตาหนินักสู้ฝ่ายต่อต้านว่าเป็น
พวกฉวยโอกาส เหยียดชาติพันธุ์และเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงคราม
โดยใช้หลักฐานเล่อนลอย บิดเบือน และความเข้าใจหลักฐานปฐมภูมิ
ื
แบบผิดๆ ดังนั้นภาพของฝ่ายต่อต้านที่นักวิชาการกลุ่มดังกล่าวน�าเสนอ
ี
มักเป็นไปในรปของการเสียดส เป็นพวก “ใจคด” แสดงให้เราเหนอคต ิ
็
ู
ทางการเมืองของนักวิชาการมากกว่าการให้ข้อมูลของฝ่ายต่อต้านเสียอีก 8
อย่างไรก็ตามผมก็ไม่สามารถมองภาพฝ่ายต่อต้านในฐานะวีรบุรุษ
ี
ด่งท่นักประวัติศาสตร์รุ่นเก่าวาดให้ได้ จริงแท้แน่นอนท่คาวิจารณ์จาก
�
ี
ั
นักประวัติศาสตร์ปากมอมพวกนั้นเลอะเทอะ แต่ประเด็นที่พวกเขาหยิบ
ขึ้นมานั้นก็น่าเอาไปวิเคราะห์ต่อ โดยสรุป ผู้เขียนเชื่อว่าเราต้องก้าวข้าม
ความขัดแย้งในการเอาศีลธรรมในปัจจุบันมาจับ และช่วยกันช�าระคนละ
ไม้คนละมือ
ื
�
ั
หนังสือเล่มน้พยายามจะทาแบบน้น นาเร่องของฝ่ายต่อต้านมา
ี
�
ปัดฝุ่นเล่าใหม่ ฉายให้เห็นแง่มุมทางจิตวิทยา สังคมและพลวัตทางการ
ทหารเช่นเดียวกับเหตุผลเบื้องหลังในการลอบสังหารฮิตเลอร์ ผมใช้ฝ่าย
ื
ต่อต้านเยอรมันเป็นตัวอย่างในการแสดงถึงความขัดแย้งพ้นฐานท่เกิด
ี
้
ข้น: ทาไมคนกลุ่มน้ถึงเห็นดีเห็นงามกับการลงมือท้งท่มีศีลธรรมคาคอ?
�
ี
ั
ี
�
ึ
ี
ิ
คนลักษณะใดท่มีสิทธ์จะกลายเป็นฝ่ายต่อต้านได้มากท่สุด? เราได้
ี
18 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ี
ี
ี
บทเรียนอะไรจากแรงจูงใจท่ซับซ้อนและพลิกผันซึ่งอาจเป็นสิ่งท่เปล่ยน
ื
ึ
ให้คนลุกข้นมาต่อต้าน? หากลองถอยออกมาจากเร่องศีลธรรม หรือไม่
�
เอาการตระบัดคาปฏิญาณมาประกอบ เราอาจได้เห็นโลกทัศน์ใหม่ก็เป็นได้
ื
ั
ิ
โลกท่แรงจูงใจและความต้งใจเป็นส่งท่ล่นไหลและยากจะตีกรอบ อย่างท ่ ี
ี
ี
เอวีอาท ไคลน์แบร์ค ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ยุคกลาง ระบุในงานศึกษา
นักบุญคาทอลิกของเขาว่า
การถามว่าแรงจูงใจท่แท้จริงของนักบวชคือความว่างเปล่าหรือไม่
ี
นั้นไม่ต่างอะไรจากการถามว่า “พระอรหันต์” มีจริงหรือไม่ ถ้าตอบ
ว่า “จริง” คนผู้นั้นต้องใจบริสุทธิ์ในทุกด้าน ดังนั้นค�าตอบย่อมเป็น
ไม่ โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ไร้มลทิน แล้วทุกอย่างบนโลกใบนี้โสมมเช่น
นั้นหรือ? ค�าตอบก็เป็น ไม่ เช่นกัน ฉันใดก็ฉันนั้น เราต้องเผชิญหน้า
ี
�
กับคาถามด้านศีลธรรมเชิงเปรียบเทียบเช่นน้อยู่ตลอด...ยังไม่นับ
ึ
ี
�
ประเด็นท่เรื่องการตัดสินใจ ว่าทาไมมนุษย์ถึงตัดสินใจแบบหน่ง
�
ั
ั
ี
ี
แทนท่จะเป็นอีกแบบ มีหลายคร้งหลายหนท่การกระทาเหล่าน้นเป็นไป
โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์; เรื่องยศศักดิ์ อ�านาจ นิสัย หรือความอ่อนล้า
ี
ก็อาจบดบังเจตนารมณ์ท่ดีได้ แทบไม่มีมนุษย์รายใดท่จะเดินใน
ี
รูปแบบที่ตายตัวตลอด เหมือนกับเท้าซึ่งไม่พอดีกับรองเท้าไซส์ 11
ท่ไม่หลวมก็แน่นเกินไปเล็กน้อยเสมอ มนุษย์มีความผันผวน แปร
ี
เปล่ยนไปตามสถานการณ์ พฤติกรรมท่แสดงออกน้นเป็นผลจาก
ั
ี
ี
สมดุลของแรงขับและความไม่แน่นอนซึ่งส่งผลให้เกิดสถานการณ์
พิเศษซึ่งไม่อาจเกิดได้ซ�้าสอง 9
ี
ุ
ื
ิ
อะไรคือเหตผลแท้จรงท่ปลุกให้นกส้ฝ่ายต่อต้านมี “ศลธรรม” หรอ
ู
ี
ั
“ความรักชาติ” โดยไม่แปลความหมายถึงศีลธรรมและความรักชาติท ่ ี
�
บทนา 19
ี
พวกเขามี? เป็นไปได้หรือไม่ท่จะขีดเส้นแบ่งศีลธรรมออกจากความ
รักชาติได้อย่างหมดจด และถ้าท�าแบบนั้นได้จริง สมาชิกฝ่ายต่อต้านท�า
ุ
�
ั
ั
ึ
แบบน้นเพราะสานกได้แบบน้นหรือ? มนษยสามารถหาวิธกาวข้ามส่งยวย ุ
ั
่
ิ
์
ี
้
�
ี
ได้หรือ? ประเด็นเหล่าน้จะปรากฏแทรกอยู่ตลอดในหนังสือ และจะทาการ
ขมวดประเด็นในบทที่ 20
ี
ส่งท่ขาดไม่ได้เก่ยวกับเร่องราวของฝ่ายต่อต้านคือเรื่องการทหาร
ี
ิ
ื
หนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าเรื่องราวสุดระทึก การพยายามลอบสังหาร และ
ั
ี
แผนวางระเบิดท่พวกเขามีส่วนร่วมติดตามเหล่าสมาชิกฝ่ายต่อต้านต้งแต่
ี
ั
ปี 1938-1944 เผยถึงแผนลอบสังหาร มีท้งผู้ท่มีชื่อเสียงและผู้ท่ไม่ค่อย
ี
ี
ี
เป็นท่รู้จัก หนังสือเล่มน้ต้องการแสดงด้านท่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงของ
ี
ี
เครือข่าย การศึกษาท่ผ่านๆ มามุ่งเน้นไปแค่ตัวกลุ่มและตัวสมาชิก เท่าท่ผ ู้
ี
เขียนทราบ แทบไม่มีงานไหนเลยท่มีการวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
ี
สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม พวกเขาเกณฑ์สมาชิกใหม่ด้วยวิธีไหน? พวก
10
ี
เขาปฏิบัติงานจริงอย่างไร และลักษณะการนาท่แตกต่างกันส่งผลกับแผน
�
และโอกาสส�าเร็จอย่างไร? เหนืออื่นใด เราจะได้เห็นถึงความส�าคัญของ
ปัจเจกบุคคลที่เราควรแทนว่าโบรกเกอร์ (brokers) และคนประสานงาน
ว่าช่วยพยุงเครือข่ายไว้ด้วยอ�านาจของข้อมูล
นอกจากนี้ เรายังควรน�าความซับซ้อนในการตัดสินใจของนักสู้ฝ่าย
ต่อต้านเยอรมันในการลอบสังหารฮิตเลอร์มาพิจารณาประกอบ ในทาง
ั
หน่ง การลงมือลักษณะน้นย่วยวนใจอย่างมาก พวกเขาจะพลิกกระแส
ึ
ั
ประวัติศาสตร์ได้ด้วยการยิงปืนนัดเดียว แต่อีกด้าน ฝ่ายต่อต้านส่วนใหญ่
ั
็
กมองการสงหารประมุขแห่งรฐว่าเป็นสงทผด ทงทางแนวคด กฎหมาย
ิ
้
ั
ิ
่
ั
ี
่
ิ
ึ
และศีลธรรม แกนนาฝ่ายต่อต้านซ่งล้วนเป็นคริสเตียนเคร่งศาสนาจะ
�
คิดอ่านอย่างไรกับการฆ่าผู้นาท่ตนเคยสาบานว่าจะจงรักภักดี? เร่อง
�
ื
ี
ี
ื
เหล่าน้สอนเราหลายอย่าง นอกจากเร่องของฝ่ายต่อต้าน ยังรวมถึง
20 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ประเด็นความจงรักภักดีในนาซีเยอรมันและเหตุการณ์อื่นๆ
ึ
ี
หนังสือเล่มน้เขียนข้นโดยอ้างอิงหลักฐานชั้นปฐมภูมิเป็นหลัก—
�
ั
อนุทิน จดหมาย บันทึกและคาให้การ—เช่นเดียวกับเอกสารของท้ง
ี
ั
ั
ั
ั
ิ
เยอรมน อเมรกน องกฤษ ฟินแลนด์ และโซเวยต ผมยงใช้ข้อมูลจาก
เอกสารสอบสวนของเกสตาโพและการไต่สวนของศาลนาซีร่วมกับการ
สัมภาษณ์สมาชิกฝ่ายต่อต้านและญาติๆ ด้วยเช่นกัน
หลักฐานท่จะขาดเสียไม่ได้คือคลังเอกสารมากมายท่ ศาสตราจารย์
ี
ี
แฮโรลด์ ซี. ดอยท์ชผู้ล่วงลับได้รวบรวมและเก็บรักษาไว้ร่วมกับงานช้น
ิ
ื
ี
อ่นๆ ของเขาท่ศูนย์การศึกษาและการทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา
(U.S. Army Heritage and Education Center) ใน คาร์ไลส์เอล มลรัฐ
เพนซิลเวเนีย ผู้เขียนยังใช้หลักฐานอ้างอิงจากคลังเอกสารส่วนตัว
ื
ของนักประวัติศาสตร์ช่อดังอีกสองรายคือคุณเอเบอร์ฮาร์ท เซลเลอร์
และโบโด ช็อยริช งานของท้งคู่ถูกเก็บรักษาอยู่ท่สถาบันประวัติศาสตร์
ี
ั
ร่วมสมัย (Institute for Contemporary History) ในเมืองมิวนิก
�
ี
ั
เอกสารหลายฉบับท่ผู้เขียนใช้น้นแทบไม่เคย (หรือไม่เคย) ถูกนา
ี
่
มาประกอบงานเขยนทงหมดทมีอย่ เช่นอนทนทน่าสนใจของ แฮร์มันน์
ู
่
ี
ุ
ิ
ั
้
ี
ั
ี
ไคเซอร์ โบรกเกอร์คนส�าคญท่คอยประสานงานระหว่างฝ่ายต่อต้าน
ี
�
หลายกลุ่มในเบอร์ลินกับทางตะวันออกซึ่งทาให้เราเห็นภาพในมุมท่ไม่
์
เคยเห็น ผมยังได้ใช้การสัมภาษณผู้เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารเมื่อเดือน
กันยายน ปี 1938 แบบละเอียดท่ แฮโรลด์ ซี. ดอยท์ช กับคณะได้จัดทาไว้
�
ี
ี
ซึ่งยังคงเป็นหัวข้อท่คลุมเครือจวบจนปัจจุบัน การสัมภาษณ์น้เองท่ทาให้
�
ี
ี
่
ั
้
็
ั
้
ิ
่
้
้
่
เราไดเหนกรอบความคดของสมาชิกระดบสูงในฝายตอตานตงแตช่วงตน
และระหว่างสงครามโลก แหล่งอ้างอิงของฝรงเศสด้วยเช่นกนทไม่ได้รบ
ั
่
ั
ั
ี
่
ความสนใจนัก ซึ่งแท้จริงแล้วหลักฐานในส่วนน้ทาให้ผู้เขียนสามารถไข
ี
�
เรื่องการเจรจาที่เกิดขึ้นเมื่อฤดูร้อนปี 1944 ระหว่างฝ่ายต่อต้านเยอรมัน
�
บทนา 21
ี
ึ
กับนายทหารฝรั่งเศสท่คุมหน่วยใต้ดินได้ อีกหน่งแหล่งอ้างอิงส�าคัญท ่ ี
้
ั
ู
�
ื
ถกนามาประกอบเป็นครงแรกคอเอกสารแปลแฟ้มการสอบสวนของ พ.อ.
ฮันส์ โคร์เมอ สมาชิกฝ่ายต่อต้านท่ตกเป็นเชลยของกองทัพแดงในปี 1944
ี
โดยหน่วยสืบรัฐการลับโซเวียต เอกสารบันทึกเป็นภาษารัสเซียและถูกเก็บ
รักษาในหอจดหมายเหตุสหพันธรัฐรัสเซียที่กรุงมอสโก ความส�าคัญของ
ี
เอกสารฉบับน้คือการให้เห็นข้อมูลเรื่องวิธีการเกณฑ์สมาชิก และเผยวิธ ี
การสื่อสารกับโครงสร้างองค์กร
�
ี
ี
ี
นอกจากน้ ผู้เขียนยังได้นางานศึกษาวิจัยท่เก่ยวข้องกับฝ่ายต่อต้าน
ซึ่งตีพิมพ์ต้งแต่ปี 1945 ถึง 2015 จานวนมากมาประกอบการวิเคราะห์ ซึ่ง
�
ั
มีทั้งงานภาษาอังกฤษ ฮีบรู และเยอรมัน ผมได้พบกับข้อผิดพลาดใหญ่
ั
ั
หลายประการในงานศึกษาหลัก การเข้าถึงหลักฐานท้งช้นปฐมภูมิและ
�
ทุติยภูมิ ทาให้ผู้เขียนสามารถนาเสนอเหตุการณ์ได้อย่างครอบคลุม
�
รวมไปถึงวินาทีวิกฤตและจุดหัวเลี้ยวหัวต่อไปพร้อมๆ กับเผยแง่มุมใหม่
นอกเหนือจากเรื่องหลัก ในโลกแห่งการ “ลุกฮือ” ปฏิวัติ สงครามกลางเมือง
ื
ี
การยึดครองและการปกครองโดยทรราชย์แห่งน้ ประเด็นเร่องฝ่ายต่อต้าน
จึงยิ่งทวีความส�าคัญมากกว่าที่เคย
23
1.
ท�าลายฝ่ายคิดต่าง
แม้นาซีก้าวขึ้นเถลิงอ�านาจในวันที่ 30 มกราคม ปี 1933 อนาคตที่รออยู่
ข้างหน้ากลับยังไม่แน่นอนว่าฮิตเลอร์กบพรรคกรรมกรชาตสังคมนิยม
ิ
ั
i
ี
จะสามารถกุมบังเหียนประเทศเยอรมันโดยท่มือไม่เปื้อนเลือดได้หรือไม่
พรรคขั้วตรงข้ามมีอยู่ด้วยกัน 2 พรรค คือ พรรคคอมมิวนิสต์ และพรรค
ii
ประชาธิปไตยสังคมฯ ซึ่งต่างถือไพ่เหนือกว่าด้านจ�านวนเครือข่ายนัก
iii
ี
ี
ื
เคล่อนไหวท่มีมากกว่าอย่างท่นาซีไม่อาจทาบรัศมี ยังไม่นับรวมเร่องท่ฝั่ง
ื
ี
i พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมันหรือพรรคนาซี (National Socialist German
Workers’ Party, Nationalsozialistische Deutsche Arbeiterpartei, NSDAP)
ii พรรคคอมมิวนิสต์เยอรมนี (Communist Party of Germany, Kommunistische Partei
Deutschlands, KPD)
iii พรรคประชาธิปไตยสังคมนิยมแห่งเยอรมนี (Social Democratic Party of Germa-
ny, Sozialdemokratische Partei Deutschlands, SPD) ในท่น้จะเรียกสั้นๆ ว่า พรรค
ี
ี
ประชาธิปไตยสังคมนิยมฯ
24 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ั
ุ
ตรงข้ามก็มีอาวธครบมืออีกไม่น้อย ท้งสองพรรคต่างคุยโวว่าตนมีฐานเสียง
เหนียวแน่นหลายล้านคน สโมสรกับสหภาพแรงงานหลายแห่ง รวมถึง
ี
ชายฉกรรจ์อีกมากท่เป็นแนวหน้าพร้อมปะทะ แต่เครือข่ายท่มีมหาศาล
ี
จนดูเหมือนไม่มีวันถูกบดขยี้ได้นั้นจะอันตรธานจนหมดสิ้นด้วยฤทธิ์พระ
เพลิงภายในระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น
ี
ี
เย็นวันท่ 27 กุมภาพันธ์ ปี 1933 ขณะท่ประชาชนท่สัญจรไปมาสอง
ี
�
ี
�
ึ
คนและตารวจอีกหน่งนายกาลังเดินผ่านหน้าไรชส์ทาค สถานท่รัฐการ
สุดโอ่อ่าของรัฐสภาเยอรมันในกรุงเบอร์ลิน ก็พลันมีภาพเหตุการณ์ผิด
ี
วิสัยปรากฏแก่สายตาของพวกเขา เปลวไฟท่ลุกโชติช่วงโลมเลียอยู่หลัง
ั
หน้าต่างสาดให้เห็นเงาคนตะคุ่มๆ อยู่ภายในตัวอาคาร ตารวจนายน้น
�
�
ทราบทันทีว่าเจ้าของเงาจะต้องเป็นมือเพลิงอย่างแน่นอน จึงทาการเรียก
�
�
�
�
กาลังมาสมทบ ตารวจระดมกาลังบุกฝ่าควันดาหนาทึบเข้าไปในไรชส์ทาค
ี
และใช้เวลาควานหาตัวไม่นานก่อนจะพบผู้ต้องสงสัยท่แอบอยู่ในห้องโถง
ชายคนนั้นเปลือยครึ่งท่อน ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬแตกพล่าน หน้า
แดงราวหัวบีท ผมเผ้าก็กระเซอะกระเซิง พาสปอร์ตที่พบในตัวบ่งบอกว่า
ชายสัญชาติดัตช์รายนี้มีชื่อว่า มารีนึส ฟาน แดร์ ลุบเบอ มือเพลิงใช้เสื้อ
�
เชิ้ตของตัวเองและก๊าซโซลีนกระป๋องเป็นเชื้อไฟ เมื่อทาการไต่สวนหาเหต ุ
แรงจูงใจ เขาให้การว่า “นี่คือการประท้วง! นี่คือการประท้วง!” 1
ี
่
ชาวเบอร์ลินน้อยรายทได้ร่วมเป็นสกขพยานในเหตวางเพลงเขย่า
ุ
ิ
ั
ี
ี
ั
ขวัญคร้งน้จะคิดฝันไปถึงว่านายกรัฐมนตรีป้ายแดงนาม อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
จะใช้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้ออ้างจัดการฝ่ายตรงข้ามแบบถอนรากถอน
ิ
ั
โคนท้งเครือข่าย องค์กร ลามไปถึงพรรคการเมือง นายกฯ ใหม่ท่เพ่งได้รับ
ี
การแต่งต้งเม่อหน่งเดือนก่อนหน้า หรือวันท่ 30 มกราคม จะใช้เวลาไม่ถึง
ึ
ื
ี
ั
�
ึ
หน่งปีในการทุบทาลายอิทธิพลของทุกพรรคการเมือง อ�านาจปกครอง
้
�
ส่วนท้องถ่นของแต่ละรัฐ และสหภาพแรงงานท่มีอ�านาจต่อรองคาฟ้า
ิ
ี
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 25
�
การเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารนี้ยังสะเทือนไปถึงหน่วยงานรัฐ ระบบศาล
โรงเรียนกับมหาวิทยาลัย และเหนืออ่นใดคือสถาบันกองทัพ เมื่อถึงปลาย
ื
ปี 1934 ฮิตเลอร์และพรรคคือเจ้าของประเทศเยอรมันแต่เพียงฝ่ายเดียว
ไร้ซึ่งผู้ใดหาญลุกขึ้นมาต่อกรได้
ึ
นักการเมืองนาซีเดินทางมาถึงท่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว หน่งในคน
ี
ี
ท่มาถึงแรกๆ คือ แฮร์มันน์ เกอริง ประธานไรชส์ทาค สมุนคู่ใจฮิตเลอร์
ั
ิ
แม้หวหนาหนวยดับเพลิงจะรายงานความคืบหน้าของการคุมเพลงตรงหนา
่
้
้
ั
ให้ฟัง แต่ในใจของเกอริงน้นกระหายใคร่ดับอย่างอ่นเสียย่งกว่า “น ่ ี
ิ
ื
่
ิ
ั
ิ
ิ
้
์
เป็นฝมือของพวกนกปฏวตคอมมิวนสต” เขาเอยขน “การกอการครังนเปน
่
ึ
้
ี
้
ั
็
ี
เสียงปืนแตกปลุกให้คอมมิวนิสต์ลุกฮือ เราต้องชิงทุบด้วยกาปั้นเหล็กเพ่อ
�
ื
ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยทันที” ฮิตเลอร์และสมุนอัจฉริยะแห่งการโฆษณา
ั
โยเซฟ เกิบเบิลส์ยืนอยู่ไม่ห่างออกไป “นับต้งแต่บัดน้เป็นต้นไป” นายก
ี
รัฐมนตรีคนใหม่กล่าว “ผู้ท่ประพฤติตัวเป็นปรปักษ์ต่อเราจะต้องถูกกาจัด
�
ี
เผ่าพงศ์เยอรมันไม่รู้จักคาว่าประนีประนอม บรรดาผู้นาคอมมิวนิสต์
�
�
จะต้องถูกแขวนคอคืนนี้”
2
ี
�
ไรชส์ทาค หน่งในมรดกท่สาธารณรัฐไวมาร์ ท่กาลังจะล่มสลาย
ึ
ี
iv
�
ิ
ั
ได้ท้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้าน้นต้องมาถูกเพลิงผลาญจนดาทะมึน ความ
กลัวเข้าปกคลุมท่วประเทศ หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าพากันพาดหัวข่าว
ั
โครมครามว่า “ฆาตกร มือเพลิงและพวกวางยาพิษนั้นต้องถูกจัดการขั้น
เด็ดขาด” หน่งในหนังสือพิมพ์จ่าหัวว่า “ต่อต้านการก่อการร้าย โทษประหาร
ึ
คือค�าตอบ” ไม่ช้า ความหวาดกลัวก็ลุกลามเลยเถิด “พวกนั้นต้องการจะ
ี
ื
iv สาธารณรัฐไวมาร์ (Weimar Republic) คอชื่อท่ใช้เรียกเยอรมนีในยุคสาธารณรัฐช่วงปี
1919-1933 โดยตั้งตามชื่อเมืองไวมาร์ ที่รัฐสภาได้จัดประชุมในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับ
ใหม่เมื่อจักรวรรดิเยอรมันล่มสลายลงหลังพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
26 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ส่งอันธพาลติดอาวุธออกฆ่าคนและเผาหมู่บ้าน” ครูหัวอนุรักษนิยมชื่อลูอี-
ี
เซอ ซ็อลมิทซ์ บันทึกไว้ในอนุทินส่วนตัวของเธอ “ตอนน้ฝ่ายคอมมิวนิสต์
3
ู
ก็มาอย่เบื้องหลังการเผาไรชส์ทาค” เซบัสทีอัน ฮัฟฟ์เนอร์ ทนายหนุ่มและ
หนึ่งในน้อยคนที่ยังรู้สึกคลางแคลงใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พวกนั้นอาจท�าจริง ไม่ผิดคาดไปเท่าไร แต่น่าขัน ท�าไมพวกนั้นต้อง
เผาไรชส์ทาคตอนร้างคน ดูไม่มีฝ่ายไหนได้ประโยชน์เลย หรือบางท ี
มันอาจจะเป็นการส่ง “สัญญาณ” ให้ทาการลุกฮือแต่ก็โดนรัฐบาลใช้
�
ั
“มาตรการข้นเด็ดขาด” ปราบจนราบไปหมดแล้วตามท่หนังสือพิมพ์
ี
ลงไว้ ซึ่งก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี อีกเรื่องท่น่าขันคือการท่พลพรรคนาซี
ี
ี
ั
ื
ี
ั
ดูเอาจริงเอาจังกับเร่องไรชส์ทาคมากท้งท่ก่อนหน้าพวกน้นเรียก
สถานที่นี้อย่างดูแคลนว่า “โรงงานลมร้อน” (hot air factory) ตอนนี้
กลับมาป่าวร้องว่า ไยอาคารแสนศักดิ์สิทธิ์ต้องมาถูกพระเพลิงเผา
ื
จนพังราบ… แก่นเร่องก็คือ ภัยจากการลุกฮือของคอมมิวนิสต์ถูก
ปราบสิ้น และเราค่อยนอนตาหลับได้หน่อย 4
ั
ก่อนเหตุการณ์วางเพลิงไรชส์ทาค ท้งฝ่ายรัฐบาลกับคอมมิวนิสต์ยัง
อยู่ในสภาวะจดๆ จ้องๆ ฮิตเลอร์ยังไม่มีเสียงประชาชนส่วนใหญ่หนุนหลัง
ั
ั
แต่อย่างใด เร่องจ�านวนท่น่งในสภาน้นทางพรรคนาซีก็ยังเสียเปรียบอยู่
ื
ี
ิ
ั
ิ
มาก ฝ่ายซ้ายอย่างพรรคประชาธปไตยสังคมนยมกบพรรคคอมมิวนสต์
ิ
ยังคงเสียงข้างมากในไรชส์ทาค นาซีจึงหยิบเอาเรื่องภัยคอมมิวนิสต์มา
5
ี
หาประโยชน์ใส่ตัวโดยการสร้างความหวาดกลัวให้สาธารณชน วิธีน้สาเร็จ
�
ี
ั
ด้วยดีกระท่งคนท่เกลียดชังฮิตเลอร์ก็เร่มคล้อยตามว่าเขาไม่ได้ร้ายกาจ
ิ
อย่างท่คิด คนอ่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มอนุรักษนิยมก็เร่มมองนาซีในฐานะ
ี
ื
ิ
ผู้กอบกู้ แม่พิมพ์ของชาติหัวอนุรักษ์อย่างลูอีเซอ ซ็อลมิทซ์ ท่แต่งงาน
ี
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 27
�
ี
ึ
กับยิวเข้ารีตก็ยังเป็นหน่งในคนกลุ่มน้ “ฮิตเลอร์ครองใจคนเยอรมันส่วน
ใหญ่” เธอบันทึกความในใจลงสมุด “เขาดังเป็นพลุแตก เขาคือผู้กอบกู้
โลกจากความหม่นหมองและชั่วร้าย” ความกลัวของสาธารณชนถูกใช้
6
เป็นเชื้อเพลิงให้กับแผนที่วางอย่างครึ่งผีครึ่งคนเพื่อให้นาซีขึ้นกุมอ�านาจ
ทางวัฒนธรรม และปลูกฝังอุดมการณ์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่ามกลาง
�
ี
ั
�
�
บรรยากาศของประเทศท่กาลังวุ่นวายน้นย่อมทาให้การกาจัดข้วอ�านาจ
ั
อื่นที่เป็นเสี้ยนหนามด�าเนินไปอย่างไม่ยากเย็น
ใครกันที่อยู่เบื้องหลังการเผาไรชส์ทาค? เป็นฝีมือของนาซีหรือการ
�
ี
ื
ั
ี
ี
กระทาท่ไร้ความย้งคิดของ ฟาน แดร์ ลุบเบอ? เร่องน้ยังคงเป็นท่ถกเถียงกัน
ี
ในแวดวงวิชาการ แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ฝ่ายท่ได้ประโยชน์ก็คือ
7
พรรคนาซี ตอนท่นาซีต้งรัฐบาล พวกเขาต้องการตาแหน่งอ่นนอกเหนือ
ั
ี
�
ื
�
จากนายกรัฐมนตรีเพียงแค่ 2 ตาแหน่งคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการ
ี
ภายในและตาแหน่งในกระทรวงท่เก่ยวข้องกับปรัสเซียซึ่งเป็นรัฐใหญ่และ
�
ี
ส�าคัญที่สุดในเยอรมัน เรื่องนี้มีนัยแอบแฝง ทั้งสองต�าแหน่งมอบอ�านาจ
�
�
ให้นาซีมีอานาจส่งการกองกาลังตารวจกับตารวจลับ รวมไปถึงหน่วยงาน
�
�
ั
ี
ความม่นคงภายในท่วท้งจักรวรรดิ นาซีอาศัยอ�านาจท่เพ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ
ั
ั
ั
ิ
ในการท�าลายล้างคู่แข่งแบบถอนรากถอนโคน ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ
ขายฝันให้ประชาชน และกาจัดฝ่ายตรงข้ามชนิดไม่เหลือแม้แต่รายเดียว
�
ึ
ึ
ิ
การแข็งขืนต่อต้านต่อไปเริ่มอันตรายมากย่งข้น หน่งในสมาชิกหลัก
ั
รุ่นก่อต้งกลุ่มใต้ดินเยอรมันอย่าง ฮันส์ แบร์นท์ กีเซวิอุส บันทึกไว้อย่าง
ื
ขมข่นในภายหลังว่า “ท่โดนเผาก็มีเพียงแค่ไรชส์ทาคไม่ใช่หรือ? หาใช่
ี
เบอร์ลินท้งนคร?” ทว่าแคมเปญการประหัตประหารฝ่ายตรงข้ามชนิด
ั
8
ี
่
่
ถอนรากถอนโคนน้นเป็นเพียงแค่ส่วนเดยวของภาพทใหญ่กว่าซึงภาย
ั
ี
หลังจะรจักกนในชื่อวาไกลช์ชัลทง (Gleichschaltung – กระบวนการทาให ้
�
ู้
่
ุ
ั
พรรคการเมืองอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน) เป้าหมายคือการคุมสังคมเยอรมัน
28 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ั
ท้งระบบโดยอัดฉีดอุดมการณ์นาซีเข้าไปในทุกจังหวะของชีวิตควบคู่ไปกับ
มอบรางวัลให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมและโทษทัณฑ์ส�าหรับผู้กล้าแข็งขืน
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หนึ่งวันหลังจากไรชส์ทาคถูกเผา รัฐธรรมนูญก็
ไม่อาจพึ่งพาได้อีกต่อไปหลังจากรัฐบาลออกกฎอัยการศึก “เพื่อด�ารงไว้
ซึ่งประชาชนและรัฐ” มอบอานาจให้รัฐสามารถเปิดอ่านจดหมาย โทรเลข
�
ั
และดักฟังข้อความในโทรศัพท์ได้ อีกท้งยังครอบคลุมไปถึงการจ�ากัดสิทธ ิ
ื
ี
เสรีภาพส่อและการแสดงความคิดเห็น ท่ร้ายท่สุดคือการชะลอสิทธ์ใน
ี
ิ
การคุ้มครองบุคคลไม่ให้ถูกรัฐจับกุมคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายออก
ไป ดังนั้น คนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพรรคนาซีจึงย่อมไม่ได้รับการปฏิบัติตาม
กระบวนการยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น
ื
เหย่อรายแรกคือคอมมิวนิสต์ นาซีโทษว่าคอมมิวนิสต์เป็นผู้อยู่เบ้อง-
ื
�
หลังการวางเพลิงและออกคาส่งให้จับกุมผู้อานวยการฝ่ายรัฐสภา ภายใน
�
ั
ี
ระยะเวลาไม่ก่สัปดาห์ พรรคคอมมิวนิสต์ก็แตกฉานซ่านเซ็น: หนังสือพิมพ์
�
ถูกปิด องค์กรถูกแบน และแกนนาทุกคนถูกโยนเข้าเรือนจ�า กองกาลัง
�
่
คอมมิวนสต์ท่สาธารณชนเยอรมันเคยเปรยบว่าเป็นมีดทคอยจ่อคออย่ ู
ี
ี
ิ
ี
ึ
น้นต้องกลับกลายเป็นหมัน องค์กรพังพาบจนไม่เหลือกาลังจะลุกข้น
ั
�
ต้านทาน การล่มสลายชนิดปัจจุบันทันด่วนสร้างความประหลาดใจให้กับ
ั
คนท่สนับสนุนคอมมิวนิสต์และประชาชนท่วไป; พวกเขาเคยวาดภาพไว้ว่า
ี
อย่างไรเสียก็คงเลี่ยงวันเสียงปืนแตกไม่พ้น ทางฟากตรงข้ามอย่างพรรค
ประชาธิปไตยสังคมฯ ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ฮัฟฟ์เนอร์บันทึกไว้ว่า
ิ
ู
ื
การโจมตของคอมมวนสต์ไม่ใช่สงทอย่เหนอความคาดหมาย
ี
ิ
ิ
่
่
ี
คอมมิวนิสต์เป็นศูนย์รวมของพวกหัวรุนแรงท่กล่าวสวัสดีกันด้วย
ี
หมัดและอาวุธ รุนแรงน้อยสุดก็ก่อเหตุยิงกันในผับอยู่เนืองๆ องค์กร
และขุมกาลังของคอมมิวนิสต์เติบโตข้นอย่างต่อเน่อง ซึ่งก็น่า
ึ
�
ื
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 29
�
ื
�
จะไปฝึกทาเร่อง “ทานองน้” กันมาจากในรัสเซีย ใครๆ ก็รู้ว่านาซี
ี
�
ต้องการจะจัดการพวกน้ และเป็นเรืองธรรมดาท่ว่าคอมมิวนิสต์จะต้อง
ี
่
ี
ล้างแค้นแน่ 9
แต่คอมมิวนิสต์ไม่ตอบโต้
ั
เพราะเหตุใดพรรคคอมมิวนิสต์ถึงล่มสลายไปอย่างรวดเร็วท้งๆ ท ่ ี
ั
เตรียมก่อความรุนแรงใส่ท้งฝ่ายประชาธิปไตยและฟาสซิสม์มาโดยตลอด?
ั
ี
ื
เพเทอร์ ฮอฟฟ์มันน์ให้เหตุผลว่าเร่องน้เกิดจากความหัวร้นของบรรดา
�
ั
แกนนาเอง ท้งแกนนาและนายใหญ่อย่างโยเซฟ สตาลินซึ่งเป็นผู้นา
�
�
10
โซเวียตด้วยต่างเชื่อว่าการขึ้นสู่อ�านาจของนาซีนั้นจะเป็นการตอกฝาโลง
พวกชนชั้นกลางหัวก้าวหน้า หรือก็คือตัวสาธารณรัฐไวมาร์ ทูตรัสเซียใน
เบอร์ลินให้สัมภาษณ์กับฟรีดริช ชตัมพ์เฟอร์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์
ฟอร์แวร์ทส์ แสดงความม่นใจว่าพรรคคอมมิวนิสต์จะจัดต้งรัฐบาลได้หลัง
ั
ั
v
ี
จากฮิตเลอร์ช่วยล้มฝ่ายประชาธิปไตยให้ ความมั่นใจแบบผิดๆ น้เอง
11
ื
ทาให้พรรคคอมมิวนิสต์เดินหมากพลาดอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะเร่องการ
�
ปฏิเสธที่จะจับมือกับพรรคประชาธิปไตยสังคมฯ เพื่อต้านภัยนาซี ความ
ิ
ื
ผิดพลาดสดท้ายคอการทพวกเขาสร้างวมานในอากาศว่าประชาชนจะ
ุ
่
ี
เห็นดีเห็นงามกับการปฏิวัติ อีกท้งนักการเมืองของพรรคก็คาดไม่ถึงว่า
ั
ี
ี
่
�
ฝ่ายตรงข้ามจะดาเนินการแข็งกร้าวรุนแรงขนาดน้ จนในทสุดก็ล้มหาย
ตายจากไปเช่นเดียวกับตัวพรรค
ด้านพรรคประชาธิปไตยสังคมฯ ท่เป็นคู่แข่งหลักของนาซีและยังเป็น
ี
พรรคการเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคสาธารณรัฐไวมาร์นั้นก็ขยับตัวอะไร
ี
v ฟอร์แวร์ทส์ (Vorwärts) เป็นหนังสือพิมพ์ท่ตีพิมพ์โดยพรรคประชาธิปไตยสังคมนิยมแห่ง
เยอรมนี ก่อตั้งขึ้นในปี 1876 ท�าหน้าที่เป็นกระบอกเสียงส�าคัญของพรรค
30 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ี
ไม่ได้ ทว่าไม่ใช่จากเหตุผลเดียวกันกับท่พรรคคอมมิวนิสต์โดน หัวหน้า
ี
พรรคประชาธิปไตยสังคมฯ เลือกท่จะเดินหน้าสู้โดยยึดหลัก “นิติรัฐ”
�
ี
ื
แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับนาซีท่ฉีกกฎหมายทุกข้อเพ่อให้ได้มาซึ่งอานาจ
ื
เบ็ดเสร็จ อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยสังคมฯยังคงเช่อมั่นว่า
�
ตารวจ ศาล รัฐ หรือประชาชนจะยืนอยู่ข้างพวกเขา พวกเขาเชื่อแบบน ้ ี
จนกระทั่งมันสายเกินไป
ความจริงแล้วธรรมชาติของพรรคประชาธิปไตยสังคมฯน้นไม่ได้
ั
เฉื่อยชาแบบนี้ ระหว่างยุคแห่งความวุ่นวายช่วงทศวรรษ 1920 พวกเขา
ตอบโต้การรัฐประหารของว็อล์ฟกัง คัพพ์ นักการเมืองสายอนุรักษนิยม
ี
ท่หวังฟื้นฟูระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ด้วยการนัดคนงานหยุดงาน
ครั้งมโหฬารจนท�าให้คัพพ์กับพลพรรคทหารที่ร่วมขบวนการยอมลงจาก
�
อานาจและเร่มการฟื้นฟูสาธารณรัฐไวมาร์อย่างเป็นรูปธรรม แต่หลังจาก
ิ
เหตุการณ์วางเพลิงไรชส์ทาคในปี 1933 พรรคประชาธิปไตยสังคมฯก็ไม่
ี
ี
ได้ใช้อาวุธท่ทรงประสิทธิภาพท่สุดในมืออย่างการเรียกร้องให้คนงานหยุด
ื
ื
ี
่
ิ
งาน แต่เลือกยอมเอนอ่อนเพยงเพอไม่ให้เกด “เงอนไข” ให้รฐบาลนาซี
ั
่
ตัดสิทธิ์พรรคการเมืองตามที่พวกนั้นต้องการได้
กลับกัน พรรคนาซีน้นมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด พวกเขาใช้วิกฤตเป็น
ั
ข้ออ้างถึงความชอบธรรมในการรวบอ�านาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยการดัน
ึ
ึ
้
ื
ั
้
ร่าง “รฐบัญญติมอบอานาจ” ขนในเดอนมีนาคม ซ่งจะทาใหคณะรฐมนตรี
ั
ั
�
�
สามารถผ่านกฎหมายได้โดยไม่จ�าเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา
กฎหมายท่ถูกตราข้นตามรัฐบัญญัติน้นถูกเขียนข้นอย่างแยบยลเพ่อ
ั
ึ
ี
ื
ึ
ี
่
้
ึ
ปทางไปสการขนเปนจอมเผด็จการแหงไรชท 3 ในอนาคต พรรคการเมือง
ู
ู
็
่
์
่
vi
ึ
ึ
ื
ี
vi ไรช์ท่ 3 (Third Reich) เป็นช่อเรียกหน่งของนาซีเยอรมนี ระหว่างปี 1933-1945 ซ่งอยู่
ภายใต้ระบอบเผด็จการของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์และพรรคนาซี
�
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 31
ั
ท้งฝ่ายกลางและขวาต่างเลือกลงคะแนนอย่างไม่ลืมหูลืมตาให้รัฐบัญญัต ิ
�
ี
ฉบับน้ผ่าน กล่าวได้ว่าพวกเขายังไม่รู้จักฮิตเลอร์ดีพอ หลงคิดว่าการทา
แบบน้จะสร้างความดีความชอบให้พรรคนาซีละเว้นชีวิต ฮิตเลอร์เองก็ทา
ี
�
ทุกวิถีทางเพ่อหว่านล้อม: เขาให้คามั่นสัญญาว่าใช้อานาจท่ได้รับมาเพียง
ื
ี
�
�
เพ่อปราบการปฏิวัติของฝ่ายคอมมิวนิสต์เพียงอย่างเดียว และจะปรึกษา
ื
หารือกับประธานาธิบดีก่อนทุกครั้ง ทว่าฮิตเลอร์ก็ยังขาดเสียงในสภาเพ่อ
ื
ผ่านร่างรัฐบัญญัติซึ่งจะต้องใช้ถึงสองในสามส่วน พรรคคอมมิวนิสต์
ื
และประชาธิปไตยสังคมนิยมยังคงถือไพ่เหนือกว่าเพ่อดันร่างน้ตกไป
ี
อย่างไรก็ตาม นาซีย่อมไม่ยอมให้เร่องเล็กน้อยแบบน้มาเป็นประเด็น
ี
ื
วันที่ 5 มีนาคม ส.ส.พรรคคอมมิวนิสต์ทั้งหมดถูกจับกุม เกอริงที่ขึ้นเป็น
ประธานรัฐสภาประกาศกร้าวว่าอาจโยน ส.ส. พรรคประชาธิปไตยสังคมฯ
ออกไปนอกห้องประชุมด้วยหากจ�าเป็น เพ่อให้สภาเหลือแต่คนท่มีสิทธ ิ ์
ี
ื
ลงคะแนนจริงๆ
ส.ส. ฝ่ายซ้ายที่เหลือรอดเข้าไปประชุมในสภาชั่วคราวที่โรงโอเปรา
ี
เบอร์ลินต่างพบกับบรรยากาศการประชุมท่เต็มไปด้วยความกดดันเพราะ
กองก�าลังเอ็สอา ซึ่งเป็นขุมก�าลังส่วนตัวของฮิตเลอร์พากันมายืนอออยู่
vii
ั
เต็มไปหมดพร้อมแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่ผู้เข้าร่วมประชุม ท้งพูดสอด โห่
ไล่และร้องเพลงแทรก อย่างไรกตาม พรรคประชาธิปไตยสังคมฯยงคง
็
ั
เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้ อ็อทโท เวลส์หัวหน้าพรรคได้
ข้นพูดคร้งสุดท้ายแทนระบบสภาท่กาลังจะล่มสลายว่า “เรา เสียงของ
ึ
ั
�
ี
พรรคประชาธิปไตยสังคมฯ” เขาปราศรัย “ให้คาม่นสัญญาว่าจะปฏิบัต ิ
ั
�
�
ึ
vii เอ็สอา หรือชตวร์มอัพไทลุง (SA, Sturmabteilung) เป็นกองกาลังก่งทหารเก่าของ
พรรคนาซีก่อนเกิดกองก�าลังเอ็สเอ็ส เอ็สอามีบทบาทส�าคัญท�าให้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก้าวขึ้น
้
สู่อ�านาจ โดยมีหน้าที่ก่อกวนพรรคฝ่ายค้าน สู้กับหน่วยกึ่งทหารของฝ่ายตรงขาม และสร้าง
ความหวาดกลัวให้แก่ชาวยิว
32 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ตามหลักมนุษยธรรมและยุติธรรม เสรีภาพและสังคมนิยม ไม่มีรัฐบัญญัต ิ
ข้อใดจะยินยอมให้คุณมาทุบท�าลายคุณค่านิรันดร์เหล่านี้ได้” ฮิตเลอร์
12
ขึ้นโต้: “คุณเป็นพวกเฉื่อยชา แต่อย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเสียที!... ไม่มีใครให้
่
ี
ุ
ึ
ุ
่
้
ราคาคณอกตอไปแล้ว… ดวงดาวของเยอรมันจะจรัสขน แตของคณจะลด
�
ตา ระฆังประหารของคุณกาลังดังอยู่...ผมไม่ใคร่สนใจเสียงของคุณว่าจะ
�
่
สนับสนุนหรือไม่ เยอรมันจะเป็นไท แต่ไม่ใช่เพราะคุณ” 13
ั
ระฆังงานศพของพรรคประชาธิปไตยสังคมฯกาลังล่นร้องอย่างไม่
�
อาจหลบเลี่ยงท่ามกลางการโห่ร้องดีใจและเสียงตบมือของฝ่ายตรงข้าม
ี
วันท่ 22 มิถุนายน ปี 1933 รัฐมนตรีมหาดไทยนาซี วิลเฮล์ม ฟริค แถลงว่า
พรรคประชาธิปไตยสังคมฯเป็น “ปฏิปักษ์ต่อรัฐและชาติ” มีผลให้ท�าการ
ยุบพรรคโดยทันที รูดม่านปิดฉากพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน
พรรคฝ่ายกลางกับขวาน้นก็มีสถานะท่ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไร แม้จะ
ั
ี
ร่วมหัวจมท้ายกับฮิตเลอร์มาตลอด วันท่ 21 มิถุนายน ตารวจและกองกาลัง
ี
�
�
�
ี
เอ็สอาบุกเข้าทลายท่ทาการใหญ่ของพรรคประชาชาตินิยม ของอัลเฟรด
viii
ี
ั
ฮูเกินแบร์ค พันธมิตรทางการเมืองของฮิตเลอร์ ท้งคู่มีหลายจุดท่เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดชาตินิยมเข้มข้น นิยมกษัตริย์ และต่อต้านชาติพันธุ์
จริงๆ แล้วฮูเกินแบร์คนั้นกินต�าแหน่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของฮิตเลอร์
ื
ด้วยซ�า แต่นาซีก็เลือกจะฟาดฟันมิตรท่ช่วยเหลือเก้อกูลกันมาถึงจุดน้ ท้าย
้
ี
ี
ท่สุดพรรคประชาชาตินิยมก็ถูกบีบให้ยุบตัวเองไป และวันท่ 26 มิถุนายน
ี
ี
ฮูเกินแบร์คก็ประกาศลาออกจากรัฐบาล หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้น วันที่ 4
ุ
ิ
็
และ 5 กรกฎาคม พรรคคาทอลกอกสองพรรคกถกบีบให้ยบเลิกไปเช่น
ี
ู
ื
ี
่
ั
ี
เดยวกน รัฐบาลนาซีตอกตะปตวสดท้ายใส่ฝาโลงของพรรคทเหลอด้วย
ุ
ั
ู
viii พรรคประชาชาตินิยม (German National People’s Party, Deutschnationale
Volkspartei, DNVP)
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 33
�
ี
การออกรัฐบัญญัติฉบับใหม่ในวันท่ 14 กรกฎาคม ส่งผลให้ประเทศเหลือ
พรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว: “พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน
�
เป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวในประเทศเยอรมัน การกระทาของบุคคล
ใดท่มุ่งหมาย หรือการจัดต้งพรรคการเมืองมีโทษจ�าคุกสูงสุด 3 ปี หรือ
ั
ี
กักบริเวณ 6 เดือนถึง 3 ปี” 14
น่นคือจุดจบของระบบพรรคการเมืองซึ่งเป็นอ�านาจอันชอบธรรม
ั
และส�าคัญที่สุดในการถ่วงอ�านาจรัฐบาลในเยอรมัน อย่างไรก็ตาม การ
ั
ี
ไกลช์ชัลทุงน้นยังไม่จบลงเพียงแค่น้ ตอนน้ฮิตเลอร์ได้เบนเข็มเดินหน้า
ี
�
ี
เข้ากวาดล้างกลุ่มอานาจอื่นๆ ท่หลงเหลืออยู่ในประเทศโดยปราศจาก
การต้านทาน
้
่
่
์
ั
้
่
ี
ี
่
็
ทวาผลลัพธนนผิดไปจากทคาดไวหลายชวงตว เยอรมันเปนชาตทมี
ั
ิ
้
ั
ความเป็นภูมิภาคนิยมอยู่ในตัวสูงมาตงแต่ก่อนการรวมชาติ ก่อนปี 1871
ิ
้
ั
ี
นนมีดนแดนท่ใช้ภาษาเยอรมันยังคงแบ่งออกเป็นหลายราชรัฐซึ่งต่างมี
สกุลเงิน รัฐบาลและกองทัพของตัวเอง ซึ่งรบพุ่งกันเองหรือกอดคอเป็น
ั
่
้
่
ั
ั
ั
ี
์
ั
พนธมิตรกนตามแตสถานการณ บางราชรฐอยางเช่นปรสเซยนนมีสถานะ
ั
�
กระท่งถูกมองว่าเป็นมหาอ�านาจระดับโลก หลังจากบิสมาร์ค ทาการรวม
ix
ึ
ั
ี
ประเทศแล้ว จักรวรรดิเยอรมันท่ต้งข้นใหม่ก็ไม่ได้ยกเลิกการปกครองแบบ
ั
ราชรัฐ แต่ปรับให้มาอยู่ภายใต้อานาจส่วนกลาง จนกระท่งปี 1918 กระแส
�
การปฏิวัติท่แพร่เข้ามาถึงราชรัฐต่างๆ ได้ทาให้เกิดการปฏิรูปเปล่ยนสถานะ
�
ี
ี
ี
เป็นสาธารณรัฐแทน แต่เยอรมันก็ยังคงเป็นประเทศท่ใช้ระบอบสหพันธรัฐ
และรัฐต่างๆ ก็ยังคงมีรัฐบาลท้องถ่นของตัวเอง หน่งในน้นคือบาวาเรีย
ึ
ิ
ั
ix บิสมาร์ค หรือ อ็อทโท ฟอน บิสมาร์ค (Otto von Bismarck) รัฐบุรุษและนักการทูตแห่งราช-
อาณาจักรปรัสเซียและจักรวรรดิเยอรมัน ผู้นาทางการเมืองซึ่งทรงอิทธิพลท่สุดในยุโรป ช่วง
ี
�
ทศวรรษ 1860-1890 และเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกแห่งจักรวรรดิเยอรมันระหว่าง 1871-1890
34 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ที่เกือบจะแยกตัวเป็นอิสระส�าเร็จในช่วงต้นทศวรรษ 1920
ี
ิ
ตอนน้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รัฐบาลท้องถ่นท่ยอม
ี
ี
ศิโรราบต่อกลุ่มอ�านาจใหม่เพียงเพ่อจะโดนเข่ยตกจากเก้าอ้ตามกันไป
ื
ี
ทีละราย รัฐบาลกลางของนาซีท�าการตั้งผู้ว่าการรัฐ (เกาไลเทอร์ ) ที่เป็น
x
�
�
�
คนของตัวเองแทนตาแหน่งนายกเทศมนตรี ซึ่งพร้อมจะน้อมนาคาสั่งจาก
ิ
เบอร์ลินไปปฏิบัติมากกว่ากฎหมายท้องถ่น มีเพียงรัฐคาทอลิกทางตอนใต้
ิ
ี
อย่างบาวาเรียซึ่งมีเอกลักษณ์ท้องถ่นท่แข็งแกร่งรัฐเดียวเท่าน้นท่หาญกล้า
ี
ั
ี
ยืนหยัดต่อต้าน แต่ก็ถูกโค่นลงหลังจากกองกาลังเอ็สอาท่รู้เห็นเป็นใจกับ
�
ต�ารวจได้บุกที่ท�างานนายกฯ บาวาเรียของ ดร.ไฮน์ริช เฮลท์ รัฐบาลนาซี
ท�าการปลดเฮลท์ออกจากต�าแหน่งและส่งนายทหารในสังกัดขึ้นนั่งแทน
ท้ายที่สุดบาวาเรียก็ไม่อาจหนีจากการไกลช์ชัลทุงไปได้
ั
ั
ี
สหพันธ์แรงงานท่มีสมาชิกหลายล้านคนท่วเยอรมันน้นก็หายไปจาก
สารบบอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้สนับสนุนหลัก
รายอ่นๆ สถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้เป็นในทิศทางเดียวกับท่เคยเกิดข้นใน
ึ
ี
ื
ปี 1920 และการนัดหยุดงานครั้งใหญ่เพื่อต้านการปกครองของนาซีก็ไม่
ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ต่อรองด้วยซ�้า ประธานสหพันธ์แรงงานคิดว่าหาก
พวกเขายอมก้มหัวให้กับฮิตเลอร์ ก็จะสามารถหาข้อตกลงทางธุรกิจร่วม
กันกับข้วอานาจใหม่ได้ ดังน้น สหพันธ์แรงงานจึงพยายามแข่งกับกลุ่ม
�
ั
ั
ื
อ่นๆ เพ่อป่าวร้องว่าตัวเองจงรักภักดีต่อฮิตเลอร์มากกว่า ทว่าแท้จริง
ื
แล้วการกระท�าแบบนี้นั้นไม่ได้ช่วยอะไรพวกเขาเลย เผด็จการนาซีเลือก
ที่จะไม่เปิดช่องให้กลุ่มอ�านาจอื่นๆ อยู่เป็นก้างขวางคอแข่งบารมีกับตน
�
�
x เกาไลเทอร์ (Gauleiter) คือตาแหน่งหัวหน้าพรรคนาซีสาขาภูมิภาค มีตาแหน่งเป็นอันดับ
ึ
�
�
สองของกองกาลังก่งทหารของพรรคนาซีระดับสูง รับคาสั่งจากไรชส์ไลเทอร์ (Reichsleiter)
และฟือเรอร์ ตลอดสงครามโลกคร้งท่สอง ตาแหน่งของเกาไลเทอร์จะแต่งต้งโดยตรงจาก
�
ั
ั
ี
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เท่านั้น
�
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 35
ฮิตเลอร์ประกาศให้วันท่ 1 มิถุนายนเป็นวันแรงงานและเป็นวันหยุด
ี
่
์
่
ของพรรค อีกทั้งยังสงบัตรเชิญใหสหพันธแรงงานมารวมงานเลี้ยงรับรอง
้
ที่จัดขึ้นอยางเอิกเกริกดวยขบวนพาเหรดผสมจากพรรคนาซีและสหพันธ ์
้
่
แรงงาน ทว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่กลลวง นักกิจกรรมคอมมิวนิสต์ชื่อฟรันทซ์
ยุง ปูดความจริงอย่างเจ็บปวดในอีกหลายปีให้หลังว่าพวกเขากับเพื่อนๆ
เดินพาเหรด “ในสภาพท่ถูกประกบด้วยเอ็สอา, เอ็สเอ็ส และยุวชน
ี
xi
ี
ฮิตเลอร์ชนิดหายใจรดต้นคอ” อย่างไรก็ตาม ภาพพาเหรดท่ออกมาก็แสดง
ถึงความกลมเกลียวรักใคร่สามัคคีกันอย่างไร้ที่ติ 15
กลลวงดาเนินไปด้วยดีตามท่วางไว้ ความรู้สึกปลอดภัยน้จะคงอยู่
ี
�
ี
ั
กับประธานสหพันธ์แรงงานเพียงช่วข้ามคืนเท่าน้น ขณะท่เสียงพาเหรด
ี
ั
เมื่อวานยังไม่ทันจางหายไป วันถัดมานาซีก็ทุ่มก�าลังเข้าบุกที่ท�าการของ
้
ึ
ั
ี
สหพนธ์แรงงานและยดเอกสารทงหมด ฝ่ายทพยายามเอาอกเอาใจ
่
ั
ข้วอ�านาจใหม่ต่างถูกจูงเข้าไปค่ายกักกันโดยละม่อม เมื่อสหพันธ์แรงงาน
ั
ยุบเลิกไป แรงงานเยอรมันท้งหมดก็ถูกผนวกเป็นส่วนหน่งตามแผน ไกลช์-
ั
ึ
ชัลทุง และองค์กรแรงงานที่นาซีจัดตั้งขึ้น xii
ั
ี
ี
ส่วนข้วอานาจอ่นๆ ท่เหลือรอดน้นก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงนาซีท่จะ
ั
�
ื
ก�าจัด นับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ปี 1933 เป็นต้นมา กระทรวงต่างๆ เริ่ม
กวาดล้างข้ารัฐการเชื้อสายยิวกับฝ่ายตรงข้ามออกและลามลึกไปถึงระบบ
ศาล ตารวจ โรงเรียนและมหาวิทยาลัย แม้แต่นักวิชาการเองก็ไม่มีการ
�
เคล่อนไหวอะไรท้งๆ ท่เพ่อนร่วมงานของตนต้องออกจากงานอย่างไม่
ื
ั
ี
ื
ั
เป็นธรรม ความจริงแล้ว ผู้มีชื่อเสียงจ�านวนมากรวมท้งนักปรัชญาบางราย
ึ
�
xi เอ็สเอ็ส หรือ ชุทซ์ชตัฟเฟิล (SS, Schutzstaffel) องค์กรกาลังก่งทหารสังกัดพรรคนาซี
ิ
ี
่
ึ
ิ
ี
�
ิ
่
ภายใต้การนาของไฮน์รช ฮิมม์เลอร์ เป็นหนงในองค์กรท่มีอทธพลทสุดในเยอรมนี หน้าท ี ่
ขององค์กรนี้คือสอดส่องดูแลความมั่นคงภายในไรช์
xii German Labour Front (Deutsche Arbeitsfront, DAF)
36 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ั
ี
ุ
ี
็
้
อย่าง มาร์ทน ไฮเดคเกอร์ นนกเป็นพวกฝักใฝ่นาซ ภาคอตสาหกรรม
เศรษฐกิจและการเงินเองก็ไม่รอด หลังจากวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไป
�
นักอุตสาหกรรม นักธุรกิจ และนักการเงินชั้นนาก็ต่างรีบตบเท้ากันเข้ามา
ี
แบ่งเค้กชิ้นงาม ฮิตเลอร์กับท่ปรึกษาทราบดีว่าสามารถจูงใจคนกลุ่มน ้ ี
ได้ด้วยการส่งห้ามการหยุดงานประท้วงโดยเด็ดขาดและยุบเลิกสหพันธ์
ั
ี
แรงงาน ประกาศพักหน้ให้กับกลุ่มการเมืองขนาดเล็กท่ฝักใฝ่ประชาธิปไตย
ี
ี
ี
และท่ส�าคัญท่สุดคือการฟื้นฟูกองทัพขนานใหญ่ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจ
ให้บริษัทต่างๆ เข้ามาหาประโยชน์
�
“พูดได้เต็มปากเต็มคาเลยว่าเขามีอิทธิพลสูงข้นมากจนคู่แข่งและ
ึ
ั
ั
ั
่
ู
หวหน้าพรรคฝ่ายตรงข้ามเองยงประหลาดใจ ไม่น่าเชือเลยว่านกพด
สติหลุดจะผันตัวเองข้นไปจนถึงรัฐบุรุษได้” ข้อความยกมาจากช่วงต้น
ึ
ี
ื
ในบันทึก วันท่ 21 มีนาคม ของนักเขียนนิยายช่อ เอริช เอเบอร์ไมเออร์
ี
ี
ู
ี
ซึงไม่ได้มีใจฝักใฝ่นาซแต่อย่างใด เขาไม่ใช่ประชาชนรายเดยวทร้สก
ึ
่
่
16
ู
้
แบบน มีประชาชนเยอรมนมากมายถกเสน่ห์ของฮิตเลอร์สะกดและไป
ั
ี
ร่วมในการเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุนการ ไกลช์ชัลทุง การจัดการ
เลือกตั้งทั่วไปมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 12 พฤศจิกายน ปี 1933 ซึ่งมีผู้ออกมา
ใช้สิทธิ์สูงถึงกว่าร้อยละ 95 แต่การเลือกตั้งคราวนี้มีพรรคเดียวเท่านั้นที่
ได้รับอนุญาตให้ลงสนาม นั่นก็คือพรรคนาซี
ฮิตเลอร์ “ชนะ” อย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียงกว่า 92.11
เปอร์เซ็นต์ มีประชาชนเพียง 7.89 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่
ประสงค์ลงคะแนน อย่างไรก็ตาม การเลือกตงน้นถกจัดขนในสภาวะ
ึ
้
ู
ั
ั
้
17
ี
ท่บ้านเมืองเป็นเผด็จการ อีกท้งยังไม่มีคู่แข่งและมีการประโคมด้วย
ั
โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้คณะกรรมการการเลือกต้ง
ั
จะไม่ได้ประกาศรับรองผล แต่การชนะเลือกตั้งด้วยเสียงถล่มทลายนั้นก็
ั
ั
ชี้ให้เห็นว่าประชาชนเยอรมันส่วนใหญ่น้นเห็นดีเห็นงามกับข้วอ�านาจใหม่
�
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 37
ี
ฮิตเลอร์และเหล่าท่ปรึกษาเดินหมากแต่ละตาอย่างระมัดระวัง นายกฯ
ี
เลือกท่จะตอบปฏิเสธพวกหัวรุนแรงในพรรคท่เรียกร้องให้ปฏิวัติต่อ
ี
�
่
ื
้
ุ
ั
ิ
ี
ั
ั
่
เพอเอาใจชนชันนา โดยเฉพาะจากสถาบนกองทพทมีความอนรกษนยมสูง
�
และมีธรรมเนียมปฏิบัติของตนเองมาอย่างยาวนานและมีอานาจเหนือฝ่าย
การเมือง มีคนไม่น้อยที่มองว่ากองทัพยังคงเป็นแหล่งหลบภัยจากความ
อนารยะไร้ข่อแปของนาซี เพราะเป็นหน่วยงานเดียวท่นาซีไม่สามารถเอื้อม
ี
ื
มือเข้ามายุ่งได้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามเข้ามายุ่งในกิจการของกองทัพ
น้นถูกมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งต้งแต่ต้น สถาบันกองทัพน้นแตกต่าง
ั
ั
ั
จากพรรคประชาธิปไตยสังคมฯและคอมมิวนิสต์ตรงท่พวกเขาไม่ใช่คู่แข่ง
ี
ทางการเมืองกับพรรคนาซีแต่เป็นพันธมิตร จริงอยู่ว่าผู้บัญชาการทหาร
ระดับสูงเองก็จับจ้องการกระทาอันโหดร้ายป่าเถ่อนของฮิตเลอร์อยู่ แต่
�
ื
พวกเขาก็ยังคงให้ความร่วมมือ บรรดานายทหารระดับสูงของไรชส์แวร์
xiii
(ภายหลังเปล่ยนชื่อเป็นแวร์มัคท์) ต่างคิดว่าพวกเขาจะสามารถชักใย
ี
ควบคุมฮิตเลอร์และกลุ่มอ�านาจใหม่ได้ ทว่าเยาวชนและทหารใหม่ก็เริ่ม
ี
แสดงท่าทีเอนเอียงไปหานาซี จ�านวนนายทหารชั้นสูงเองท่แตกแถวก็มี
มากข้นเรื่อยๆ ทหารท่ฝักใฝ่ฝ่ายตรงข้ามส่วนใหญ่ถ้าไม่โดนส่งเก็บก็ให้
ึ
ี
ั
ออกจากรัฐการ หน่งในนายทหารคนส�าคัญท่ได้รับผลกระทบคือ พล.อ.
ี
ึ
ควร์ท ฟอน ฮัมแมร์ชไตน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเป็นตัวตั้งตัวตีใน
ี
การต่อต้านฮิตเลอร์ เมื่อถึงปี 1934 ก็เหลือนายทหารน้อยรายท่ยังคัดค้าน
การล้วงลูกเอาเร่องชาติพันธุ์มาบรรจุในกฎกองทัพ ทว่าไม่นานนักแรง
ื
เสียดทานก็หมดไป สถาบันกองทัพจึงค่อยๆ ถูกกลืนเข้าไปอยู่ในอุ้งมือ
ของฮิตเลอร์ทีละเล็กละน้อยอย่างยากจะถอนตัว
ื
�
xiii ไรชส์แวร์ (Reichswehr) เป็นช่อเรียกกองกาลังป้องกันตนเองของเยอรมนีระหว่างปี
1919-1935
38 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ึ
ิ
ความสัมพันธ์ระหว่างฮิตเลอร์กับกองทัพแนบแน่นมากย่งข้น ใน
ื
ุ
ั
ี
่
เดอนกรกฎาคม ป 1934 หลังจากเขาสงยบเอ็สอาซึ่งเป็นกองกาลงสวนตว
ั
่
�
ั
ี
�
�
ท่ผ่านมาผู้นาของเอ็สอาเดินเกมจัดการฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผยทาให้
ั
ั
ภาพลักษณ์ของเอ็สอาเต็มไปด้วยความรุนแรง อีกท้งยังต้งตนเป็นศัตรูกับ
ั
�
ชนช้นสูงซึ่งคุมกองทัพและหมายจะดันกองกาลังท่ข้นตรงกับพรรคนาซีส ู่
ึ
ี
�
การเป็นกองทัพแห่งชาติแทน บรรดานายพลต่างแสดงจุดยืนย่นคาขาดให้
ื
ฮิตเลอร์เลือก ในท้ายที่สุด จอมเผด็จการก็ต้องเลือกข้าง ฮิตเลอร์ด�าเนิน
ี
ี
การล้างไพ่บนมืออย่างโหดเห้ยมซึ่งภายหลังเรียกเหตุการณ์น้ว่า ราตรีแห่ง
มีดยาว เขาส่งสังหารผู้นากองกาลังเอ็สอาของตัวเองท้งท้งหมดโดยมีฝ่าย
�
�
ิ
ั
ั
xiv
อนุรักษนิยมบางรายกับสองนายทหารอาวุโสอย่างอดีตนายกฯ พล.อ. ควร์ท
ฟอน ชไลเชอร์ และนายทหารการข่าว พล.ต. แฟร์ดีนันท์ ฟอน เบรเดา
ติดร่างแหครั้งนี้ไปด้วย แต่นี่ไม่ได้ท�าให้กองทัพสะทกสะท้านอะไร อีกทั้ง
สองนายทหารระดับสูงของประเทศอย่าง ผู้บัญชาการสูงสุด พล.อ. แวร์-
เนอร์ ฟอน ฟริทช์ และ เสธ. พล.อ. ลูดวิช เบ็ค ก็ยังเลือกที่จะเพิกเฉย แต่
แท้จริงแล้วชัยชนะของกองทัพครั้งนี้เป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น เอ็สอาจะ
้
ถูกแทนดวยเอ็สเอ็สซึ่งเป็นกองก�าลังหัวกะทิที่ขึ้นตรงกับพรรคนาซี อีกทั้ง
มีการจัดการเป็นระบบระเบียบมากกว่าและในระยะยาวแล้วจะเป็นภัย
คุกคามกับเหล่าทัพโดยแท้จริง
เพ่อตอบแทนบุญคุณในการช่วยกาจัดพวกเอ็สอาท่เป็นคู่แข่งออก
ี
ื
�
ไป บรรดานายพลอาวโสซึงนาโดยจอมพลโบลมแบร์คได้เสนอว่าตงแต่
�
้
ุ
ั
่
xiv ราตรีแห่งมีดยาว (Night of the Long Knives, Nacht der langen Messer) หรือรู้จักกัน
ในชื่อ ปฏิบัติการฮัมมิงเบิร์ด (Operation Hummingbird) หรือกบฏเริม (เริม-พุทช์ – Röhm-
Putsch) เป็นการกวาดล้างที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม ปี 1934 เมื่อ
ิ
ื
็
พรรคนาซีได้วสามัญฆาตกรรมทางการเมืองเพ่อรวบอ�านาจอย่างเบ็ดเสรจในเยอรมนี ซึง ่
ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้น�าระดับสูงของหน่วยเอ็สอา
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 39
�
�
ี
บัดน้เป็นต้นไปทหารจะต้องเข้าทาพิธีสาบานต่อชาติ ธง และฮิตเลอร์
ั
�
ั
(นับต้งแต่ปี 1934 ฮิตเลอร์รับตาแหน่งควบท้งประธานาธิบดีและนายก
ี
ี
�
ี
ึ
�
่
ั
รฐมนตร และมีคาทใช้เรยกฮิตเลอร์ว่า ฟือเรอร์ หมายถง ท่านผู้นา )
xv
ค�าสาบานมีดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้าขอให้สัตย์สาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าว่าจะ
เชื่อฟังอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ท่านผู้น�าแห่งจักรวรรดิและปวงชนเยอรมัน และ
ผู้ด�ารงต�าแหน่งจอมทัพโดยปราศจากความเคลือบแคลง ในฐานะทหาร
หาญ ข้าพเจ้าพร้อมที่จะสละชีพทุกเมื่อเพื่อค�าสัตย์สาบานที่ได้ให้ไว้” 18
อทธพลของนาซีได้แผ่ขยายเข้ามาในกลุ่มผ้ใช้แรงงานซึงเป็นฐาน
ิ
ิ
ู
่
ั
เสียงหลักของท้งพรรคประชาธิปไตยสังคมฯและคอมมิวนิสต์ด้วยเช่นกัน
รัฐบาลกระตุ้นการบริโภคของภาคประชาชน อนุมัติเงินมาลงกับโครงการ
ั
์
ึ
่
่
ุ
สร้างอนสาวรียและเริมสร้างกองทพข้นใหม่ อัตราการวางงานจึงลดลงไป
มหาศาล แม้ว่าการนัดหยุดงานจะถูกสั่งห้ามโดยเด็ดขาดและไม่มีการปรับ
ขึ้นค่าแรง แต่เมื่อเทียบกับในสมัยปลายสาธารณรัฐไวมาร์แล้ว ต้องบอก
ว่าแรงงานมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก พรรคนาซีจัดบริการ
19
ี
สาธารณะ ริเริ่มโครงการนนทิพล จัดสรรวันหยุด โครงการท่องเท่ยว
xvi
กิจกรรมสันทนาการและส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้แก่ผู้ใช้แรงงาน
ิ
ั
ื
และรัฐการ เคร่องจักรโฆษณาของนาซีเร่มปลูกฝังแนวคิดของพรรคต้งแต่
ั
�
ั
่
ิ
ระดบโรงเรียน มหาวทยาลัย และททางาน ตามหน้าหนงสือพมพ์และ
ี
ิ
ี
โรงภาพยนตร์ จนมีประชาชนจ�านวนไม่น้อยท่เริ่มคล้อยตาม เซบัสทีอัน
ั
ึ
�
xv หลังจากข้นสู่อานาจในปี 1934 ฮิตเลอร์ได้ประกาศตนเองเป็นท้งฟือเรอร์และนายกรัฐมนตร ี
�
โดยใช้ชื่อตาแหน่งเต็มว่า ฟือเรอร์และนายกรัฐมนตรีไรช์ (Führer und Reichskanzler)
ซึ่งเป็นการรวมตาแหน่งประมุขแห่งรัฐและนายกรัฐมนตรีเข้าด้วยกัน และทาให้ฮิตเลอร์
�
�
กลายมาเป็นประมุขแห่งไรช์และหัวหน้ารัฐบาลไรช์อย่างเป็นทางการ
xvi โครงการนนทิพล หรือ ความแข็งแกร่งผ่านความรื่นเริง (Strength Through Joy, Kraft
durch Freude-ครัฟท์ ดวร์ช ฟร็อยเดอ)
40 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ฮัฟฟ์เนอร์ เขียนเรื่องราวช่วงนั้นไว้ในบันทึกความทรงจ�าว่า:
ั
ผลลัพธ์ท่ตามมา [จากการโฆษณาชวนเชื่อ] น้นเข้มข้นรุนแรงเพราะ
ี
มันแทรกซึมเข้าไปในความคิดของผู้คนโดยไม่รู้เน้อรู้ตัวผ่านงานเฉลิม
ื
ี
ฉลอง งานรัฐพิธี และงานประจ�าชาติท่จัดข้นมากมาย สมัยน้นมีการ
ึ
ั
เดนพาเหรดครงใหญ่ งานแสดงดอกไม้ไฟ งานแสดงกลอง วง
้
ิ
ั
โยธวาทิต และโบกสะบัดธงไปท่วประเทศ ลาโพงหลายพันตัวถ่ายทอด
�
ั
�
�
ถ้อยคาให้สัตย์ปฏิญาณและคาปราศรัยของฮิตเลอร์… แน่นอนว่า
ี
ั
งานมหกรรมต่างๆ ท่ดูแสนกลวงเปล่าน้นกลับไม่ได้กลวงเหมือน
อย่างท่คด สาธารณชนเร่มเสพตดเสียงโห่ร้องและหลงไปกับงาน
ิ
ี
ิ
ิ
ี
ร่นเริงแม้ว่าไม่มีความจ�าเป็นอะไรเลย ส่วนคนท่ไม่ยอมคล้อยตาม
ื
�
�
ก็จะถูกทาให้สงบปากสงบคาไปตลอดกาล!—มีคนถูกทรมานจน
ตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยแส้เหล็กและสว่านไฟฟ้า 20
ึ
อีกด้านหน่ง ข้างหลังภาพแห่งความสมัครสมานสามัคคีของ ประชาชน
ึ
ี
คือปัญหาเร่อง “ยิว” ชนชาติซึ่งเป็นท่จงเกลียดจงชังจากก้นบ้งหัวใจ
ื
ี
ี
่
ู
ั
ุ
ี
นาซ พวกเขาถกหยามเหยยดและตตราให้ว่าเป็นศตรทประชาชนทกคน
ี
ู
ต้องร่วมใจกนต่อต้าน แต่ไม่ใช่ว่าทกคนจะคล้อยตามโดยดษฎ จ�านวน
ุ
ี
ุ
ั
ี
สาธารณชนท่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านยิวเมื่อวันท่ 1 เมษายน ปี 1933
ี
ั
น้นกลับมีอยู่อย่างจ�ากัดแม้ว่าจะมีการโหมโฆษณาอย่างมากมายจาก
รัฐบาลกลางและคนของพรรคนาซีที่กระจายอยู่ตามชุมชน 21
อย่างไรก็ตาม การโหมโฆษณาชวนเชื่อให้ต่อต้านยิวโดยหยิบยก
ึ
ิ
ิ
ั
ื
เอาประเด็นเร่องชาติพันธุ์มาโจมตีน้นเร่มเห็นผลชัดเจนย่งข้นโดยเฉพาะ
�
กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ความจริงแล้วการสร้างศัตรูร่วมน้นเป็นกลไกสาคัญ
ั
ึ
อย่างหน่งของนาซีในการเสริมความสามัคคีในหมู่ประชาชน เซบัสทีอัน
�
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 41
ี
ั
ฮัฟฟ์เนอร์หวนย้อนระลึกถึงคร้งท่เขาออกเดทเดินป่ากับสาวชาวยิวใกล้
กรุงเบอร์ลินท่ามกลางกระแสการต่อต้านยิว ระหว่างทางท้งคู่ได้พบกับ
ั
คณะครูและนักเรียนที่มาทัศนศึกษา
ี
เด็กทุกคนท่เดินผ่านมาต่างตะโกน “ยูดา แฟร์เรกเคอ!” ใส่เราด้วย
xvii
นาเสียงใสๆ แบบเด็กน้อยราวกบมันเป็นคาทกทายของนกเดนป่า
�
ั
ั
ิ
้
ั
�
ั
เด็กๆ พวกน้นอาจไม่ได้เจาะจงด่าเรา ผมก็ไม่ได้ดูเหมือนว่าจะมีเชื้อ
ยิวสักนิด และชาร์ลี (ยิว) นั้นก็ไม่ได้ดูยิวจ๋าขนาดนั้น บางทีอาจเป็น
แค่การทักทายฉันมิตร… ผมนั่งลงบนเนินเขาเพื่อดื่มด�่าบรรยากาศ
ของ “วสันตฤดู” และกระชับร่างของโฉมงามไว้ในอ้อมแขน เราจุมพิต
ื
ี
่
กันดดดมไม่อายฟ้าดิน เด็กๆ ท่เดินผ่านไปมาต่างสาปส่งใส่เราอย่ ู
ู
หลายครั้งว่าให้สองเราไปตายเสีย 22
ี
ี
�
ภายใต้สภาพการณ์แบบน้จึงทาให้มีฝ่ายตรงข้ามน้อยรายท่กล้าเผย
ตัวต่อต้าน คนที่กล้าพอต่อกรก็ถูกจัดการอย่างเลือดเย็น ในครึ่งหลังของ
ั
ปีแรกหลังจากนาซีก้าวข้นสู่อานาจ อันธพาลการเมืองอย่างเอ็สอาน้นโด่งดัง
ึ
�
ไปท่วในวีรเวรท่มักอุ้ม “บุคคลไม่พึงประสงค์” เอาไปซ้อมเสียจนตายใน
ั
ี
ห้องขัง หลังจากที่เอ็สอาถูกยุบไปในเดือนมิถุนายน ปี 1934 การจัดการ
ิ
อย่างอันธพาลก็เร่มมีแบบแผนและทรงประสิทธิภาพมากย่งข้นภายใต้
ึ
ิ
การควบคุมของเอ็สเอ็ส มีค่ายกักกันกระจายอยู่ทั่วประเทศเยอรมนีกว่า
50 แห่งไว้ใช้จองจ�านักโทษหลายแสนคนซึ่งมาจากทุกชนชั้น โดยเฉพาะ
ี
สมาชิกกลุ่มใต้ดิน แต่คนในค่ายส่วนใหญ่เป็นแค่ประชาชนท่วิพากษ์
ี
ี
วิจารณ์รัฐบาลในท่สาธารณะ หรือบางกรณีก็อาจแค่ยิงมุกตลกร้ายเก่ยวกับ
xvii ยูดา แฟร์เรกเคอ! (“Juda verrecke!”)—พวกยิว ไปตายซะ!
42 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
ั
ด้านลบของฮิตเลอร์ นักโทษต้องใช้ชีวิตหลังร้วลวดหนามด้วยความ
อดอยากหิวโหยและท�างานหนักหลังขดหลังแข็งทุกวัน การท�าผิดกฎนั้น
ี
อาจถูกลงโทษถึงตายและมีหลายคนท่ไม่ได้กลับออกมาอีกเลยเมื่อเดิน
ั
ั
ั
เข้าไปหลังร้วไฟฟ้า ช่วงน้นมีเพลงส้นนิยมร้องกันอยู่ว่า: “ขอพระองค์โปรด
สาปข้าให้บ้าใบ้, ด้วยข้าไซร้เกรงถูกไสไปดาเคา ” (Lieber Gott, Mach
xviii
mich stumm, / dass ich nicht nach Dachau kumm) 23
ภายนอกค่ายกักกัน ฝ่ายตรงข้ามพรรคนาซีน้นต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ
ั
ซ่อนๆ ด้วยความกลัว แม้ว่าจะไม่ได้ถูกจับกมแต่ก็อาจถกบีบให้เสียหน้าท ่ ี
ู
ุ
การงานอย่างไม่เป็นธรรม รัฐบาลสามารถเข้าถึงตัว ครอบครัวหรือเพื่อน
ของพวกเขาได้ทุกเมื่อ และไม่สามารถไว้ใจใครได้ ไม่ว่าหญิงหรือชาย
�
ี
ทุกคนอาจเป็นสายข่าวหรือตารวจลับของรัฐบาลหรือท่เรียกโดยย่อว่า
เกสตาโพ ในความเป็นจริงแล้วเกสตาโพมีจ�านวนน้อยกว่าท่คิดกันไว้มาก
ี
24
ี
สายข่าวส่วนใหญ่ก็คือประชาชนคนธรรมดาท่แจ้งเบาะแสให้กับทางการ
โดยเจตจ�านงตัวเอง: อาจเป็นเด็กๆ ที่ถูกล้างสมองจากโรงเรียนหรือกลุ่ม
ยุวชนฮิตเลอร์ ไม่ก็เพื่อนบ้าน เพื่อนฝูง หรือเพื่อนร่วมงาน แม้อุดมการณ์
ี
ี
นาซีจะมีส่วนโดยตรงท่ทาให้คนกลุ่มน้เลือกท่จะรายงาน ทว่าน่ไม่ใช่ปัจจัย
�
ี
ี
�
ื
เดียว เร่องผลประโยชน์ส่วนตัวก็เป็นปัจจัยหน่ง เพราะการประจบผู้มีอานาจ
ึ
อาจช่วยให้สามารถก้าวหน้าในอาชีพการงานได้อย่างรวดเร็ว
ั
็
่
ู
แต่นเป็นแค่ส่วนเดยวของภาพใหญ่ ฝ่ายตรงข้ามน้นกไม่ใช่ผ้ถก
ี
ู
ี
กระทาแบบท่จะยอมถูกยายีอยู่ฝ่ายเดียว มีหลายรายแสดงความกล้าหาญ
ี
�
�
่
ี
เด็ดเด่ยวและเสียสละให้ได้ประจักษ์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ปี 1933
พรรคประชาธิปไตยสังคมฯ และพรรคคอมมิวนิสต์ก็กระชับความสัมพันธ์
ื
กับฐานเสียงเดิมของตัวเองเพ่อจัดต้งเครือข่ายกลุ่มใต้ดินตามชนบท คลับ
ั
xviii ดาเคา (Dachau) ชื่อค่ายกักกันนาซีแห่งแรกในเยอรมนี
�
ทาลายฝ่ายคิดต่าง 43
และโรงงาน มีหลายกลุ่มที่พยายามเผยแพร่ข่าวสารของฝ่ายตนด้วยการ
ื
แจกใบปลิว พิมพ์หนังสือพิมพ์ และส่อใต้ดินชนิดอื่นๆ โดยได้รับความ
ู
�
ี
่
ิ
ิ
ิ
้
ั
ช่วยเหลือจากแกนนาทอย่ทงในและนอกประเทศ ฝ่ายคอมมวนสต์เดน
เกมไว้หนักข้อย่งกว่าด้วยการสร้างขบวนการใต้ดินรูปแบบเดียวกับพรรค
ิ
์
บอลเชวิค ไม่ผิดเพี้ยน ถึงกระนั้นบันทึกของเพเทอร ฮอฟฟมันนเขียนไว ้
์
์
xix
ว่าปี 1935 นั้น “เป็นช่วงเวลาที่ขบวนการใต้ดินขนาดใหญ่ถูกกวาดจนไม่
ั
เหลือหลังถูกเกสตาโพลงแรงปราบอยู่หลายคร้งหลายครา” ความจริง
25
�
ี
ี
แล้ว ปีเดียวกันน้เองท่แกนนาและหัวหน้าองค์กรคอมมิวนิสต์ท่ถูกฟูมฟัก
ี
มาอย่างดีน้นโดนจับเข้าค่ายกักกัน บ้างก็ถูกเนรเทศออกนอกประเทศ ไม่ก ็
ั
อยู่ในสภาพหมดลมหายใจ
สาเหตุนั้นไม่ได้เกิดจากความสะเพร่าหรือขาดประสบการณ์ แต่มา
จากโครงสร้างองค์กร คอมมิวนิสต์ขับเคลื่อนด้วยพลังของมวลชนท่ลุกข้น
ี
ึ
่
ื
ุ
ิ
ั
ิ
ั
้
ี
�
มาต่อสู้ปฏวตซึงทาให้เครอข่ายมีขนาดใหญ่มาก ในช่วงนนมการพดคย
ู
ี
อย่างกว้างขวางว่าแต่ละกลุ่มท่อยู่กระจัดกระจายจะหันหน้ามาจับมือกัน
�
เป็น “แนวร่วม” เพ่อจัดกิจกรรมเผยแพร่แนวคิดในโรงงานและท่ทางานท่ว
ี
ั
ื
�
ี
ประเทศ ทว่าขณะท่เครือข่ายขยายตัวออกไป การทาการคัดกรองสมาชิก
�
กลับทาได้อย่างจ�ากัด ไม่ช้าเครือข่ายก็โตอย่างสะเปะสะปะ การเติบโต
ี
ี
ลักษณะน้อาจเป็นเร่องท่ดีในยุคท่ยังปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
ื
ี
แต่ไม่ใช่กับยุคเผด็จการทรราชย์ สมาชิกใหม่ท่เข้ามาแต่ละรายน้นมีสิทธ ิ ์
ั
ี
ี
ั
ท่จะเป็นตัวอันตราย; อาจเป็นสายข่าวหรือกระท่งเป็นเจ้าพนักงานเกสตาโพ
้
ด้วยซ�า ยังไม่นับรวมปัจจัยท่ประชาชนเยอรมันส่วนใหญ่ต่างเห็นดีเห็น
ี
ื
งามกับนาซี การรับสมาชิกใหม่เข้ามาจึงเป็นเร่องคอขาดบาดตายและยัง
xix กลุ่มสมาชิกในพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซีย (Russian Social Democratic
Labour Party) ซึ่งนิยมลัทธิมากซ์ น�าโดยวลาดีมีร์ เลนิน
44 แผนลอบสังหารฮิตเลอร์
เป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเจาะเข้ามา สมาชิกอาจจะ
ื
ี
บอกความลับไปกับสายข่าวโดยไม่รู้เน้อรู้ตัว ส่วนสมาชิกท่ถูกเจ้าหน้าท ี ่
ั
�
็
ั
ู
้
้
นาตวไปสอบสวนนนกจะถกทรมานจนกว่าจะยอมชีเป้าไปยงสมาชิก
ั
ื
รายอื่นๆ เพ่อให้เกสตาโพสาวไส้จัดการชนิดถอนรากถอนโคนได้ท้งองค์กร
ั
ี
ั
ดังน้น เครือข่ายท่มีขนาดใหญ่มากเกินไปในลักษณะเดียวกับเครือข่าย
คอมมิวนิสต์ก็จะถูกท�าลาย เกสตาโพมีหน้าที่แค่ตั้งตารอจังหวะ เงื่อนไข
�
ี
เดียวท่จะให้การทารัฐประหารภายใต้สภาวะท่บ้านเมืองอยู่ในกามือ
ี
�
�
ของเผด็จการส�าเร็จลุล่วงได้ก็คือ ผู้ก่อการจะต้องเป็นกลุ่มผู้นาระดับสูง
ี
ท่รวมตัวกันอย่างลับๆ ซึ่งสามารถเข้าถึงอาวุธและมีสมาชิกจ�านวนไม่มาก
อีกทั้งต้องมีเส้นสายที่ดีพอ แม้ในปี 1935 นั้นจะยังไม่เกิดกลุ่มแบบที่ว่า
แต่จะมีการรวมตัวกันขึ้นในอีกสองปีให้หลัง พวกเขาไม่ใช่คู่แข่งทางการ
เมืองของฮิตเลอร์ แต่เป็นพลพรรคฝ่ายเดียวกันน่นเองท่รอคอยโอกาส
ั
ี
เข้าจ้วงแทงจอมเผด็จการแบบไม่ให้ทันตั้งตัว