The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บูรณาการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งฯ จังหวัดพะเยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุด สสว.9, 2023-10-01 23:13:55

บูรณาการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งฯ จังหวัดพะเยา

บูรณาการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งฯ จังหวัดพะเยา

ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 1 | P a g e


หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ Productive Welfare การแก้ไขปัญหาครัวเรือนเปราะบางอย่างยั่งยืน ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน องค์การบริหารส่วนต าบลแม่สุก อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โดย ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ร่วมกับ หน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา


ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ก ค าน า ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งครอบคลุม 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับกระทรวง พม. ครอบคลุมในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีพันธกิจในการพัฒนาคนและสังคม ให้มีคุณภาพ เต็มศักยภาพ มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างเสริมเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ในการมีส่วนร่วม พัฒนาสังคม จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกัน และมีความมั่นคงในชีวิต ให้ความส าคัญกับกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ จึงได้มีนโยบายในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลขึ้นเพื่อเป็นกลไกหลักและศูนย์กลางการพัฒนา และการบริการสวัสดิการสังคม มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวม และยกระดับการท างานเชิงพื้นที่แบบบูรณการ โดยให้บริการสวัสดิการสังคมของทุกกรม ณ จุดเดียวเป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ภายใต้แนวคิด ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No One Left Behind) ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ได้ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ ด าเนินโครงการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน โดยใช้ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลเป็นศูนย์กลางในการด าเนินงาน เพื่อเป็นต้นแบบ ของการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในชุมชนอื่นต่อไป ขอขอบคุณ ทีม One Home ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ผู้น าชุมชน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ที่ได้ ร่วมกันขับเคลื่อน ส่งผลให้การด าเนินงานในปีงบประมาณ 2565 ประสบผลส าเร็จ ก่อเกิดการพัฒนาภายใต้ การบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง น าไปสู่การพัฒนาและจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทันต่อสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเป็นชุมชนที่สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 กันยายน 2565


ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ข สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข บทที่ 1 การบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง รายครัวเรือน 1 บทที่ 2 การบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน โดยใช้กลไกศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล - ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล - แนวคิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล - การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม - โครงสร้างและองค์ประกอบของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล - ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล - กระบวนการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล (ระดับพื้นที่) 6 9 10 11 12 14 15 บทที่ 3 การบริหารจัดการการบูรณการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง องค์การบริหารส่วน ต าบลแม่สุก อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา 19 บทที่ 4 สรุปผลและถอดบทเรียน 35 ภาคผนวก 37


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 1 | P a g e บทที่ 1 การบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ชุมชนเข้มแข็ง หมายถึง ชุมชนที่สามารถจัดการกันเองทั้งด้านข้อมูล แผน บริหารจัดการ กลไกขับเคลื่อนทุนทางสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ชุมชนมีเศรษฐกิจดี ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน ชุมชนมีภูมิต้านทานต่อปัจจัยกระทบต่าง ๆ ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุน ของภาคีเครือข่าย และภาคส่วนต่าง ๆ ทางสังคม การบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุนของภาคีเครือข่าย หมายถึง การประสานความร่วมมือ ของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างมีเสรีภาพ ตามสิทธิและหน้าที่ของชุมชน ที่มีเป้าหมายหลักในการตอบสนองความต้องการร่วมกันของประชาชน โดยให้สอดคล้องกับวิถีการด าเนินชีวิต ค่านิยม ประเพณี และทัศนคติของบุคคลในชุมชน เปิดโอกาสให้ ชุมชนร่วมมือ ร่วมด าเนินการ ติดตามประเมินผล และร่วมรับผิดชอบหรือร่วมใช้ผลประโยชน์จากการ ด าเนินงาน ครัวเรือนเปราะบาง หมายถึง ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและมีบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงต้องการ ได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น เช่น ครอบครัวยากจนที่มีเด็กเล็ก แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง มีปัญหาที่อยู่อาศัย จ าเป็นต้องร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มดังกล่าวอย่างเร่งด่วน จริงจังและต่อเนื่อง ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล หมายถึง ต าบลที่หน่วยงานในสังกัด พม. ในจังหวัด (ทีม One Home) ได้ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น/ท้องที่ก าหนดเป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลเพื่อจัดสวัสดิการสังคมให้แก่ กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทุกช่วงวัยในทุกมติแบบองค์รวม ภาคีเครือข่าย หมายถึง กลุ่มบุคคลในชุมชน ซึ่งรวมตัวกันด้วยความสมัครใจ เป็นอาสาสมัคร ท างานด้านสังคมในชุมชนนั้น ๆ ได้แก่ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อาสาสมัครแรงงาน (อสร.) สภาเด็กและเยาวชน กลุ่มสตรี และกลุ่มผู้สูงอายุ ด าเนินการในพื้นที่จังหวัด จังหวัดละ 1 ต าบล ขั้นตอนการด าเนินงาน (1) ประชุมทีม One Home ในจังหวัด ร่วมก าหนดพื้นที่และขอบเขตในการศึกษาต าบล สร้างเสริมความเข้มแข็งของชุมชน สรุปประเด็นปัญหาของชุมชนและก าหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและ พัฒนาศักยภาพร่วมกันตามบริบทของพื้นที่โดยอาศัยเครือข่าย (2) ประสานชุมชนศึกษาข้อมูลพื้นฐานทางสังคม วิเคราะห์ประเด็นปัญหาของชุมชน จัดท า แผนแนวทางการแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนและพัฒนาศักยภาพตามประเด็นปัญหาของชุมชน ที่ก าหนดร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ (3) ด าเนินการแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนและพัฒนาศักยภาพของชุมชนตาม แผนและแนวทางที่ก าหนด (4) ติดตามประเมินผลการด าเนินงาน และถอดบทเรียน สรุปผลการด าเนินงานการแก้ไข ปัญหากลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนและพัฒนาศักยภาพชุมชน พร้อมเสนอแนวทางการด าเนินงานเป็น ต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆต่อไป


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 2 | P a g e เงื่อนไข/ปัจจัยความส าเร็จ เสถียรภาพทางการเมืองท้องถิ่น/ผู้น าชุมชน/การมองปัญหาให้มีความเชื่อมโยงกับส่วนราชการ ระดับกรมในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์บูรณาการอย่างแท้จริง เป้าหมาย เป้าหมาย ประชาชนในชุมชนได้รับการแก้ไขและได้รับการพัฒนาศักยภาพ ให้สามารถพึ่งพา ตนเองและเกิดรูปแบบชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองเกิดการน าไปต่อยอดขยายผลต่อไป ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ 1. ประชาชนในชุมชนมีความตระหนักและห่วงใยต่อความเป็นไปของชุมชน ได้ร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้และทบทวนการขับเคลื่อนการบูรณาการโครงการด้านสังคมในพื้นที่ 2. มีแกนน าชุมชนที่หลากหลายและมีศักยภาพในการบูรณาการร่วมแก้ไขปัญหาในชุมชน 3. ประชาชนในชุมชนได้รับการแก้ไขปัญหา และได้รับการพัฒนาศักยภาพสามารถพึ่งพา ตนเองได้ การประเมิน ประเมินผลความส าเร็จของการสนับสนุน/ส่งเสริมชุมชนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม และ การประเมินผลความส าเร็จของการบริหารจัดการตามแผนงาน/โครงการของภาคีเครือข่ายทางสังคม ทุนทางสังคม กลไกที่มีในชุมชน เพื่อการอยู่ดีมีสุขของประชาชนในพื้นที่ MODEL แนวทางการขับเคลื่อนการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง วิสัยทัศน์ พม. : “สร้างสังคมดี คนมีคุณภาพ” GOAL : “ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง” 1. การคัดเลือกพื้นที่ - พื้นที่ ที่มีเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็ง - เป็นพื้นที่บูรณาการตามภารกิจหลัก/ยุทธศาสตร์ของกระทรวง พม. - เป็นพื้นที่ที่มีแผนพัฒนาชุมชนด้านการจัดสวัสดิการสังคม 2. การวิเคราะห์ข้อมูล - TPMAP 5 ด้าน (ด้านสุขภาพ/การศึกษา/รายได้/ความเป็นอยู่/การเข้าถึงบริการรัฐ) - สถานการณ์ในพื้นที่/ทุนทางสังคมในพื้นที่ ฯลฯ - วิเคราะห์สภาพปัญหา จัดท าแผนฯ 3. กลไกการขับเคลื่อน - ทีม One Home และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน - คณะท างานขับเคลื่อนการด าเนินงานระดับพื้นที่ 4. บูรณาการด าเนินงาน - แผนบูรณาการ One Plan : Share Service ภาคีทุกภาคส่วน ; ระบบการท างานเชื่อมโยง และบูรณาการทรัพยากร เช่น บุคลากร อาคารสถานที่ งบประมาณ ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ข้อมูล องค์ความรู้


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 3 | P a g e 5. เกณฑ์การประเมิน - การบูรณาการภารกิจหลัก/ยุทธศาสตร์กระทรวง พม. ในพื้นที่เป้าหมาย - ระดับความส าเร็จในการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง เพื่อเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนให้ชุมชน อื่นๆ ต่อไป (1) ครัวเรือนเป้าหมาย (2) พื้นที่ชุมชนเข้มแข็ง (จัดท าฐานข้อมูลชุมชน/จัดท าแผน/กลไกการขับเคลื่อนทุนทางสังคม/ การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม) ฐานคิด : - บวร (บ้าน วัด โรงเรียน ราชการ) - การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน - ข้อมูลสถานการณ์ทางสังคม (DATA) - แผนปฏิบัติการ (Plan) การวางแผน - การด าเนินงาน (Do) การปฏิบัติ - การติดตามรายงาน (Check) การตรวจสอบ - การสรุปผล (Act) การด าเนินการ/ปรับปรุงแก้ไข ในปี พ.ศ.2563 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เปิดตัวโครงการ "ดืองันฮาตี- ท าด้วยใจ" บูรณาการ 8 กระทรวงเพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง แก้วิกฤตสังคมให้ทุกครอบครัวเข้มแข็ง เป็น รูปแบบทดลองน าร่องในพื้นที่ต้นแบบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี โดยการหางานให้ท า หาทุนให้ลูกเรียน หรือหากเจ็บป่วย ก็จะประสานให้กระทรวงสาธารณสุข ช่วยเหลือ โดยท าแบบวัดผลความคืบหน้า ให้มีผลอย่างยั่งยืนระยะยาว


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 4 | P a g e โครงการ "ดืองันฮาตี-ท าด้วยใจ" มีความเป็นมาจากท่านนายกรัฐมนตรี โดยการน าโมเดล การแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศจีนมาประยุกต์ใช้และเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในประเด็น “การพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้” โดยการวิเคราะห์ปัญหาปัญหาที่แท้จริง ในการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ด้านสุขภาพ การมีงานท า/รายได้ การศึกษา สิ่งแวดล้อมในครอบครัว สัมพันธภาพ ยาเสพติด ความรุนแรง ในครอบครัว โดยการประสานความร่วมมือจากภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ประชาสังคม ในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาในระดับครัวเรือน ที่ตรงประเด็น ทั้งการมีอาชีพ/รายได้ การศึกษา สุขภาพ สัมพันธภาพ การเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ โดยสอบถามข้อเท็จจริงในครัวเรือนนั้น ๆ อาทิ - สภาพที่อยู่อาศัย - สมาชิกในครัวเรือน ประกอบด้วยใครบ้าง (ผู้น าครอบครัว/ผู้สูงอายุ/ผู้พิการ/สตรี/หรือ เด็ก) - สุขภาพรายบุคคลเป็นอย่างไร เจ็บป่วย ประสานส่งต่อการรักษา - วัยท างานมีงานท าหรือไม่ - เด็กเรียนอยู่ที่ไหน - รายได้/หนี้สินต่อครัวเรือน กระบวนการขับเคลื่อนงาน ประกอบด้วย - คณะท างาน โดยมีที่ปรึกษา ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด กอ.รมน.จังหวัด ประธาน อพม. และคณะท างานในระดับจังหวัด ประกอบด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ทีมงาน One Home พอช. การเคหะฯ - ระดับครัวเรือน นักสังคมสงเคราะห์/นักพัฒนาสังคม (Case Manager) เจ้าหน้าที่เยียวยา ประจ าอ าเภอ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด โต๊ะอิหม่าม เป็นต้น วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ประสบปัญหาทางสังคมรายครัวเรือนแบบบูรณาการ เป้าหมาย ผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต สามารถพึ่งพาตนเอง อยู่ในชุมชนและสังคมได้อย่างปกติสุข สอบถามข้อมูล 1. TPMAP 2. เงินอุดหนุนให้การช่วยเหลือ 3. Social Map ผู้ประสบปัญหาทางสังคม 4. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5. จปฐ. สอบข้อเท็จจริงรายครัวเรือน 1. ด้านสุขภาพ 2. ด้านอาชีพ รายได้ 3. ด้านการศึกษา 4. ด้านสัมพันธภาพในครอบครัว การด าเนินการ โดยการวิเคราะห์สภาพปัญหาความเดือดร้อน และจัดท าแผนพัฒนา คุณภาพชีวิตรายครัวเรือน (สมุดพกครอบครัว) ใน 3 ระยะ ได้แก่


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 5 | P a g e ระยะเร่งด่วน 1. เด็กในครอบครัวได้รับการศึกษา 2. แม่เลี้ยงเดี่ยว/พ่อเลี้ยงเดี่ยว 3. ผู้ป่วยได้รับการดูแลครอบครัว 4. บ้านที่ช ารุดได้รับการซ่อมแซม 5. สมาชิกในครัวเรือนเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ระยะกลาง มีแผนพัฒนารายครัวเรือน การพัฒนาศักยภาพตามรายปัญหาผู้สูงอายุ/ผู้พิการ ที่ติดเตียง ติดบ้าน ติดสังคม ได้รับการดูแล สมาชิกในครอบครัวมีอาชีพสามารถเลี้ยงตนเองได้ ระยะยาว สร้างแรงงานรุ่นใหม่เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เตรียมอาชีพ ทั้งด้านอาชีพอิสระและ แรงงานในระบบ เด็กและเยาวชนได้รับศึกษาในสาขาที่สามารถสอดรับกับการมีงานท า การขับเคลื่อนงานของกระทรวง พม. บูรณาการการท างานร่วมกันกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) - เป็นกลไกในระดับจังหวัดในการขับเคลื่อนงานวิจัยตามโครงการของกระทรวง อว. ใน 20 จังหวัด (เป็นการพัฒนาบุคลากรในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จ) - จังหวัดนอกเหนือจากโครงการวิจัย ได้เรียนรู้และน าวิธีการไปปรับใช้ในการท างาน แก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายรายครัวเรือน


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 6 | P a g e บทที่ 2 การบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน โดยใช้กลไกศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล หลักการและเหตุผล ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เป็นเป้าหมายในการพัฒนา ประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งครอบคลุม 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครอบคลุมใน ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงยุทธศาสตร์ ที่ 4 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องได้มีมาตรการและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ า อย่างต่อเนื่องอาทิ การจัดตั้งศูนย์อ านวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามค าสั่งส านักนายกรัฐมนตรี ที่ 347/2563 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2563 เพื่อ เป็นการขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ าของประชาชนในประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาคนทุกช่วงวัย ส่งผลให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนามากขึ้น ประกอบกับในปัจจุบัน สถานการณ์ ปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาการเข้าถึงบริการภาครัฐ และ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิค 19 ซึ่งทวีความรุนแรง ส่งผล กระทบต่อคนทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ ครอบครัวยากจนที่มีเด็กเล็ก ครอบครัว แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่อยู่ในภาวะยากล าบาก โดยข้อมูลจากส านักงานสถิติ แห่งชาติ พบว่า ปี พ.ศ. 2562 ครัวเรือนที่มีความยากจนทั่วประเทศ 1,305,000 ครัวเรือน (ส านักงานสถิติ แห่งชาติ ข้อมูล ณ มกราคม พ.ศ. 2564) ข้อมูลสถิติครัวเรือนเปราะบางของส านักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai people Map and Analytics Platform : TPMAP) พบว่ามีคนเปราะบางจ านวน 10,754,205 คน อยู่ในครัวเรือน เปราะบาง จ านวน4,104,450 ครัวเรือน (สถิติครัวเรือนเปราะบางจากระบบ TPMAP ข้อมูล ณ มกราคม 2564) ดังนั้น จากข้อมูลและสถานการณ์ดังกล่าว ท าให้มีความจ าเป็นที่ต้องมีการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหา ความยากจน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัยอย่างบูรณาการและต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่าง เป็นองค์รวม และครอบคลุมในทุกมิติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีพันธกิจในการพัฒนาคนและสังคม ให้มีคุณภาพ เต็มศักยภาพ มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างเสริมเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชน มีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต โดยให้ความส าคัญกับกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบที่อยู่อาศัย ในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศได้เล็งเห็นความส าคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน กลุ่มเปราะบางให้สามารถด ารงชีวิตได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน จึงจัดท า“โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน” ขึ้น โดยเน้นการด าเนินการแบบบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด อ าเภอ ต าบล และภาคีครือข่ายใน พื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ าและพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตาหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง สามารถด ารงชีวิตและสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต่อไป


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 7 | P a g e กลไกการท างาน Model กระบวนการท างาน


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 8 | P a g e วิเคราะห์ร่วมรายครัวเรือน 1. หน่วยงานสรุปข้อมูลจากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนเปราะบาง จัดล าดับครัวเรือน น าเสนอในการประชุม One Home พม. เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวง พม. และการช่วยเหลือของภาคีเครือข่าย 12 กระทรวง ก่อนน าข้อมูลไปเสนอคณะท างานในพื้นที่ 2. การประชุมกับคณะท างานในพื้นที่ ประกอบด้วย หน่วยงาน One Home พม. หน่วยงาน ภาคีเครือข่ายคณะท างาน ผู้น าชุมชน อพม. เพื่อร่วมกันวางแผนวิเคราะห์จัดท าแผนพัฒนาครัวเรือน เปราะบาง ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และการวิเคราะห์โครงการเพื่อการแก้ไขเชิงมิติพื้นที่ การจัดท าแผนพัฒนาครัวเรือนเปราะบาง การก าหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ร่วมกับการแก้ไข 5 มิติได้แก่ การศึกษา ความเป็นอยู่ รายได้สุขภาพ และการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งสามารถปรับแก้ไขตามสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลง ตามหลัก P-D-C-A การติดตามประเมินผล การติดตามผลการพัฒนาครัวเรือนเปราะบาง เพื่อประเมินการด าเนินงานตามแผนพัฒนา ครัวเรือน เปราะบาง ตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนด การจัดเวทีสรุปบทเรียน การประชุมถอดบทเรียนการด าเนินโครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มครัวเรือน เปราะบางเพื่อหาจุดแข็งและจุดอ่อน น าไปปรับปรุงกระบวนงานที่ตอบสนองการแก้ไขกลุ่มครัวเรือน เปราะบางอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 9 | P a g e ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ความเป็นมาของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 - 2580) เป็นเป้าหมายใหญ่ของการขับเคลื่อน ประเทศ เพื่อน าไปสู่การปฏิบัติให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็น ประเทศ พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อความสุขของคนไทยทุก คน การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติจะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติที่มีความส าคัญและเกี่ยวข้องกับกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 “ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์” โดยมีเป้าหมายให้สังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนา คนตลอดช่วงชีวิต และมุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ วัยแรงงาน และวัยผู้สูงอายุ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ มีทักษะความรู้ เป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ได้ด้วยตนเองในทุกช่วงวัย และยุทธศาสตร์ที่ 4 “ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง โอกาสและความเสมอภาคทางสังคม” ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ าในทุก มิติ กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วน เข้ามาเป็นก าลังในการ พัฒนาประเทศในทุกระดับ รวมถึงเพิ่มความสามารถของชุมชน ท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเอง และ การจัดการตนเอง เพื่อสร้างสังคมคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม จึงเป็นแนวทางประการหนึ่ง ที่มุ่งพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องและตอบ โจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และยุทธศาสตร์ชาติด้านการ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงสอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 - 2565) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการปรับรูปแบบการท างานเป็นทีม การเชื่อมโยงและบูรณาการทรัพยากรในการบริหารให้เกิดความคุ้มค่า มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ต่อ ส่วนรวม สามารถตอบสนอง ความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยเน้นการพัฒนา ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมถึงการสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ าในการเข้าถึงบริการของ ภาครัฐ และเป็นการเพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามา เป็นก าลังในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน รวมถึง เพิ่มความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเอง และการจัดการตนเอง เพื่อสร้างสังคม คุณภาพ ผ่านการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการบริการคนทุกช่วงวัย และบูรณาการการบริการสวัสดิการ สังคมของทุกกรมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ จุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) การลดความซ้ าซ้อนและอ านวยความสะดวกให้ประชาชนให้เข้าถึงสวัสดิการสังคม อย่าง ทั่วถึงและเป็นธรรม มีความทันสมัย และพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกัน และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนอง ความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 10 | P a g e ดังนั้น ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เป็นการพัฒนาและยกระดับกลไกการพัฒนาสังคมและ ความ มั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ศูนย์บริการคน พิการทั่วไป และศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางบูรณาการความร่วมมือในการบริการ สวัสดิการสังคมส าหรับคนทุกช่วงวัย โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาค ประชาสังคม และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน และเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา และบริการสังคมแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) รวมถึง เป็นศูนย์กลางการบริการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Service Center) ส าหรับให้บริการ ประชาชนทุกช่วงวัย ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แนวคิดของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ได้น าแนวคิดการพัฒนาการให้บริการสังคมแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และแนวคิดการใช้ชุมชนเป็นฐานในการให้บริการ มาประยุกต์ใช้ในการ พัฒนาและ ยกระดับกลไกการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เพื่อจัดสวัสดิการสังคมให้แก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทุกช่วงวัยในทุกมิติแบบองค์รวม วัตถุประสงค์ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 1. เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการบริการสวัสดิการสังคมส าหรับประชาชนทุกช่วงวัย 2. เพื่อบูรณาการการบริการสวัสดิการสังคมของทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) 3. เพื่อลดความซ้ าซ้อนด้านทรัพยากรในการบริหารจัดการการจัดสวัสดิการสังคมของกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอ านวยความสะดวกให้ประชาชนในการเข้าถึงสวัสดิการสังคม อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม 4. เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายและ ประชาชน กลุ่มเป้าหมายของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล กลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลประกอบด้วยประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชน ได้แก่ 1. เด็กและเยาวชน 2. สตรีและครอบครัวและแม่เลี้ยงเดี่ยว 3. คนพิการ 4. ผู้สูงอายุ 5. คนไร้ที่พึ่งและผู้ท าการขอทาน 6. ผู้ประสบปัญหาทางสังคม 7. ครัวเรือนเปราะบาง 8. ประชาชนทั่วไป


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 11 | P a g e ประโยชน์ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ⬥ ประโยชน์ต่อประชาชน 1. ประชาชนทุกวัยในชุมชนสามารถเข้าถึงบริการสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม 2. ประชาชนทุกวัยในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ⬥ ประโยชน์ต่อครอบครัว 1. เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว น าไปสู่ชุมชนและสังคมเข้มแข็ง 2. ส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว ⬥ ประโยชน์ต่อชุมชน 1. เกิดการระดมทรัพยากรและความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและบริการส าหรับประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชนและ เชื่อมโยงคนทุกวัยให้ได้รับประโยชน์จากการด าเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 2. มีศูนย์กลางในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสังคมในทุกด้านอย่างมี ประสิทธิภาพ 3. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมส าหรับประชาชนในรูปแบบใหม่ๆ และเป็นการพัฒนา ตาม ความสามารถ ความสนใจ และทักษะ รวมถึงส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนัก และให้ความส าคัญ ในการดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมความช่วยเหลือและพึ่งพาอาศัย ซึ่งกันและกันในพื้นที่ ⬥ ประโยชน์ต่อสังคม 1. ท าให้ปัญหาสังคมลดน้อยลงและสังคมดีขึ้น 2. ลดความเหลื่อมล้ าทางสังคมและแก้ไขปัญหาความยากจน ท าให้ประชาชนมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนา ระบบ บริหารจัดการ เพื่อให้บริการอย่างครอบคลุม ทั่วถึง และอ านวยประโยชน์สุขแก่ประชาชน ทั้งการบริหาร ราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบการให้บริการที่เน้นการพัฒนาและ แก้ไขปัญหาความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชน มุ่งผลสัมฤทธิ์ และความคุ้มค่า ประชาชนได้รับ ประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง กระทรวง พม. ได้มีแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม ต าบล เพื่อบูรณาการโดยให้บริการสวัสดิการสังคมของทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม ลดความซ้ าซ้อนของระบบบริหารจัดการในการจัด สวัสดิการสังคมอย่างเป็นรูปธรรม อ านวยความสะดวกให้ประชาชนในการเข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน กลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การบูรณาการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล การบูรณาการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เป็นการบูรณาการและยกระดับกลไกการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 12 | P a g e ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน และศูนย์อื่น ๆ ของภาคีเครือข่าย เช่น สภาเด็กและเยาวชนต าบล สภา องค์กรชุมชนต าบล กองทุนสวัสดิการชุมชนต าบล ส านักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฎหมายแก่ ประชาชน เป็นต้น เพื่อให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลในการขับเคลื่อนการด าเนินงานร่วมกัน โครงสร้างและองค์ประกอบของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล มีการขับเคลื่อนด าเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว แม่เลี้ยงเดี่ยว คนพิการ ผู้สูงอายุ คนไร้ที่พึ่งและผู้ท าการ ขอทาน ผู้ประสบปัญหาทางสังคม ครัวเรือนเปราะบาง และประชาชนทั่วไป ซึ่งมีการขับเคลื่อนการ ด าเนินงาน ภายใต้กลไก ความร่วมมือระดับกระทรวง จังหวัด และพื้นที่ โครงสร้างศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล กลุ่มเป้าหมาย - เด็กและเยาวชน -สตรีและครอบครัว และแม่เลี้ยงเดี่ยว - คนพิการ -ผู้สูงอายุ -คนไร้ที่พึ่ง และผู้ท าการขอทาน - ผู้ประสบปัญหาทางสังคม -ครัวเรือนเปราะบาง - ประชาชนทั่วไป ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล กลไกความร่วมมือ ระดับพื้นที่ -คณะท างานศูนย์ช่วยเหลือสังคม ต าบล - ศพอส./ชมรมผู้สูงอายุ -ศพค. -ศูนย์บริการคนพิการ/ผู้แทนคน พิการ/ องค์กรคนพิการ -สภาเด็กและเยาวชนต าบล -อพม./อาสาสมัครต่างๆ -สภาองค์กรชุมชน - รพ.สต. - โรงเรียน - วัด/องค์กรศาสนา - หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ กลไกความร่วมมือ ระดับจังหวัด - คณะท างานขับเคลื่อนศูนย์ ช่วยเหลือสังคมต าบลประจ าจังหวัด - สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคง พม. จังหวัด (one Home) - ท้องถิ่นจังหวัด - ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด - สถาบันการศึกษา - ประธาน อพม. - สมาคม/ชมรม/องค์กรคนพิการ - หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ เกี่ยวข้อง กลไกความร่วมมือ ระดับกระทรวง - คณะกรรมการส่งเสริมการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล - หน่วยงานที่ได้ท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) ในโครงการ พัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ท าเนียบรัฐบาล ระหว่าง 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน ดังนี้ 1) ส านักนายกรัฐมนตรี 2) กระทรวงมหาดไทย 3) กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4) กระทรวงศึกษาธิการ 5) กระทรวงกลาโหม 6) กระทรวง การท่องเที่ยวและ กีฬา 7) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 8) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์9) กระทรวง พาณิชย์ 10) กระทรวง วัฒนธรรม 11) กระทรวงแรงงาน 12) กระทรวงสาธารณสุข 13) กรุงเทพมหานคร


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 13 | P a g e กลไกความร่วมมือของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 1. กลไกความร่วมมือระดับกระทรวง การบูรณาการการท างานร่วมกับภาคีเครือข่าย เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับ หน่วยงานภาครัฐ ทั้งด้านข้อมูล ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา ด้านรายได้ ด้านความเป็นอยู่ และด้านการเข้าถึง บริการภาครัฐ ส าหรับหน่วยงานที่มีการบูรณาการการท างาน โดยเป็นหน่วยงานที่ได้ท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) ในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ท าเนียบรัฐบาล ระหว่าง 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน ดังนี้ 1) ส านักนายกรัฐมนตรี 2) กระทรวงมหาดไทย 3) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4) กระทรวงศึกษาธิการ 5) กระทรวงกลาโหม 6) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 7) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 8) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 9) กระทรวงพาณิชย์ 10) กระทรวง วัฒนธรรม 11) กระทรวงแรงงาน 12) กระทรวงสาธารณสุข 13) กรุงเทพมหานคร 2. กลไกความร่วมมือระดับจังหวัด ประกอบด้วย 1) คณะท างานขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมประจ า จังหวัด 2) ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 3) ทีม พม. จังหวัด ภายใต้ แนวคิดบ้าน เดียวกัน (One Home) 4) ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด 5) มหาวิทยาลัย 6) ประธาน อาสาสมัครพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 7) สมาคม/ชมรม/องค์กรคนพิการ 8) องค์กรกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) 9) หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ( Corporate Social Responsibility : CSR) 10) หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง 3. กลไกความร่วมมือระดับพื้นที่ ประกอบด้วย 1) คณะท างานศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 2) ศูนย์ พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) / ชมรมผู้สูงอายุ 3) ศูนย์พัฒนาครอบครัวใน ชุมชน (ศพค.) 4) ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป / ผู้แทนคนพิการ / องค์กรคนพิการ 5) สภาเด็กและเยาวชน ต าบล 6) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) 7) อาสาสมัครต่างๆ 8) สภาองค์กรชุมชน 9) โรงเรียน 10) วัด / องค์กรศาสนา 11) สภาองค์กรชุมชน 12) วิสาหกิจชุมชน 13) หน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชนในพื้นที่ 14) กองทุนสวัสดิการชุมชน


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 14 | P a g e ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 1. ส ารวจ/วิเคราะห์และจัดท าข้อมูล โดยการใช้ข้อมูลจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคน แบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) เป็นฐานข้อมูลหลักใน การขับเคลื่อน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 2.ด าเนินการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายตามสภาพปัญหาและความต้องการและประสานส่ง ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร 3. จัดสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย 4. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกมิติ 5. เป็นศูนย์กลางการบูรณาการความร่วมมือในการบริการสวัสดิการสังคมคนทุกช่วงวัย กระบวนการรับเรื่องศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เริ่มจากกระบวนการรับเรื่อง ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล โดยมีผู้ประสบปัญหาทางสังคม / ประชาชนเข้ามาติดต่อด้วยตนเอง หรือติดต่อผ่านทางช่องทางอื่น ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ ทางไลน์ Application ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล โดยมีผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรปฏิบัติงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล สอบถาม/รับเรื่องข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยใช้แบบรับค าร้องเบื้องต้น หรือ แบบสอบผู้ประสบปัญหาทาง สังคม หลังจากนั้นจะมีการวิเคราะห์สภาพปัญหา และความต้องการรับการช่วยเหลือ กลุ่มเป้าหมายที่ขอรับ บริการ และภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น เพื่อด าเนินการประสานการช่วยเหลือ/ส่งต่อ และหลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเรื่อง มอบหมาย ผู้รับผิดชอบเพื่อด าเนินการให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา รวมถึงให้ค าแนะน าปรึกษา และน าไปสู่รายงาน ผลการด าเนินงาน เครื่องมือการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 1. ระบบการบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) เกณฑ์คุณภาพชีวิต 5 มิติ ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการศึกษา ด้านรายได้ ด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ 2. สมุดพกครอบครัว 3. Family Line 4. เว็บไซต์ “Violence” ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว การด าเนินงานและกระบวนการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล การด าเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เน้นบูรณาการการบริการสวัสดิการสังคมของ ทุก ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม ลด ความซ้ าซ้อนของระบบบริหารจัดการในการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และอ านวยความสะดวก ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 15 | P a g e กระบวนการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล (ระดับพื้นที่) 1. ด้านสถานที่ รูปแบบการจัดสถานที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ควรพิจารณาด าเนินการ ดังนี้ 1. ควรพิจารณาอาคาร สถานที่ ที่มีอยู่เดิมในชุมชน และปรับปรุงตามความเหมาะสมต่อการใช้ ประโยชน์ เช่น สถานที่ในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนต าบล เทศบาล วัด สถานีอนามัย อาคารโรงเรียน หรือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในต าบล ซึ่งประชาชนในชุมชน ต าบล สามารถเดินทางมาใช้บริการได้อย่างสะดวก และระยะทางไม่ห่างจากชุมชนมากจนเกินไป เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกิจกรรมและบริการภายใน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว หรือ ขอใช้สถานที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน(ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน) ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และศูนย์ต่างๆที่มีอยู่เดิมของกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2. ควรมีการจัดสถานที่ให้สะอาด ปลอดภัย เป็นสัดส่วน และถูกสุขลักษณะตามความ เหมาะสม และบริบทของพื้นที่ 3. ควรมีการด าเนินงานตามมาตรการป้องกัน ควบคุมการระบาดของเชื้อติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในมาตรการพื้นฐานอย่างครบถ้วน เช่น ระบบการคัดกรอง โดยจัดให้มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ ผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่องานก่อนเข้าในพื้นที่ของสถานที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล และต้องไม่ อนุญาตให้เข้า หากมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส และต้องให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อ งาน พบแพทย์ทันที การจัดจุดล้างมือ พร้อมสบู่และน้ าหรือจัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างเพียงพอและ ทั่วถึง การสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ทั้งในและนอกสถานที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เป็น ต้น 4. ควรก าหนดจุดลงทะเบียนในการขอรับบริการ และมีการก าหนดผังหรือป้ายที่แสดง รายละเอียด ของสถานที่ให้บริการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลอย่างชัดเจน 5. ควรมีการปรับปรุงสถานที่ท างานให้สามารถระบายอากาศได้ดีขึ้น เช่น การเพิ่มระบบระบาย อากาศ ให้มีการหมุนเวียนอากาศมากขึ้น หรือการเพิ่มความถี่ในการท าความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่าง น้อย 2 เดือนต่อครั้ง เป็นต้น 6. ควรมีการก าหนดจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยตั้งอยู่บริเวณ ด้านหน้าของอาคาร และก าหนดบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่มาใช้บริการ ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เช่น ผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (อพม.) รวมถึงการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ผ่านทางช่องทางอื่นๆ เช่น ทางโทรศัพท์ , ทาง Application Line , 1300 , Family Line 7. ควรมีการจัดสถานที่โดยอ านวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ/ผ่านการเชื่อมต่อ บริการด้วยระบบ Internet 8. ควรมีการจัดท าป้ายชื่อของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลอย่างชัดเจน 9. ควรมีการจัดสิ่งอ านวยความสะดวกในอาคาร สถานที่ ให้เหมาะสมส าหรับคนพิการและผู้สูงอายุ เช่น ทางลาด ราวจับ และบริการรถเข็น ( Wheel chair ) เป็นต้น 10. ควรมีการจัดท าปฏิทินกิจกรรม โดยบูรณาการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลร่วมกับ เครือข่ายในพื้นที่


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 16 | P a g e 11. ควรมีการจัดเวรเจ้าหน้าที่ หรืออาสาสมัครที่มีจิตอาสา รับเรื่องราวร้องทุกข์ และขับเคลื่อน โครงการ/กิจกรรมภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลอย่างต่อเนื่อง 12. การพัฒนาระบบบริการและมีการน าเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อน การด าเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 2. ด้านการบริหารจัดการ หลักการในการบริหารจัดการศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 1. ใช้แนวทางการ /กระบวนการปฏิบัติงานในแต่ละกลุ่มเป้าหมายตามที่ส านักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และทีม พม. จังหวัด (One Home) รวมถึงตามที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ต าบลก าหนดในการขับเคลื่อนการด าเนินงาน 2. การด าเนินงานเน้นการประสานและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชนในพื้นที่ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 3. การติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ของ ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และทีม พม. จังหวัด (One Home) รวมถึงตามที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลก าหนด 4. การรายงานผลการด าเนินงานให้ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ ทีม พม. จังหวัด (One Home) หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์การบริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 1. ประชาชน และกลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจ เนื่องจากสามารถเข้าถึงบริการของทุกส่วน ราชการในสังกัดกระทรวง พม. และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน และ ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง เนื่องจากไม่ต้องเดินทางมาที่จังหวัด 2. ภาคีเครือข่าย เช่น อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) สภาเด็ก และ เยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถสนับสนุนและท าหน้าที่ในการประสานเชื่อมโยงการให้ความ ช่วยเหลือ และส่งต่อกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เกิดการขับเคลื่อนงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง สามารถส่งต่องาน/ ภารกิจใน พื้นที่อย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 1. คณะกรรมการ คณะกรรมการ/คณะท างานศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 2. งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ ด้านงบประมาณ : งบประมาณเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เอื้ออ านวยต่อการปฏิบัติงานในระดับ พื้นที่/ จังหวัดให้เป็นไปอย่างราบรื่น บรรลุเป้าหมาย ซึ่งจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับจัดสรรให้เกิด ประโยชน์ คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ควรมีการหารือ/ประชุม ใน เรื่อง งบประมาณและพิจารณา แผนงาน โครงการ กิจกรรม และงบประมาณที่สามารถบูรณาการ หรือ ด าเนินงานร่วมกันได้ โดยระบุประเด็นที่มีความส าคัญ เช่น รายละเอียด แผนงาน โครงการ กิจกรรม งบประมาณ โดยเน้นการบูรณาการแผนงาน โครงการ กิจกรรมงบประมาณของทีม พม. จังหวัด (One Home) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมของศูนย์ช่วยเหลือ สังคมต าบล โดยพิจารณาถึงความสอดคล้อง สนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และพิจารณา ตามวาระเร่งด่วนของพื้นที่อย่างเหมาะสม จ าเป็น รวมถึงมีความยืดหยุ่น คล่องตัวในการด าเนินงาน เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการอ านวยความสะดวก และสนับสนุนการขับเคลื่อน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 17 | P a g e ด้านวัสดุอุปกรณ์ : การเชื่อมโยง แบ่งปัน และบูรณาการทรัพยากรในการบริหาร (บุคลากร อาคาร สถานที่ งบประมาณ ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ฐานข้อมูล องค์ความรู้) โดยเน้นการมีส่วนร่วมของ ชุมชน ต าบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงภาคีเครือข่าย บูรณาการ ทรัพยากรในการบริหาร เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล 3. การจัดกิจกรรมและบริการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล กิจกรรมและบริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล นอกจากจะเป็นบริการสวัสดิการสังคม ของทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังครอบคลุมกิจกรรม และบริการที่หลากหลายของหน่วยงานอื่น ๆ ที่จ าเป็นส าหรับประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือ พัฒนา และ อ านวยความสะดวกแก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชน โดยเป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) 4. การประชาสัมพันธ์กิจกรรมและบริการศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล สามารถด าเนินการได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้ - การจัดท าป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรมของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบลอย่างต่อเนื่อง - การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ เช่น วิทยุ เว็บไซต์ส านักงานพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หรือทีม พม. จังหวัด (One Home) เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนและสาธารณะ รับทราบ - การจัดท าเป็น QR Code เพื่อเผยแพร่กิจกรรม / บริการสวัสดิการสังคมและองค์ความรู้ที่ เกี่ยวข้องของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล และน าไปติดตั้ง ณ จุดที่เหมาะสม และมองเห็นชัดเจน - การน าเทคโนโลยีมาประยุกต์ในการเผยแพร่กิจกรรม / บริการสวัสดิการสังคมและองค์ความรู้ที่ เกี่ยวข้องของศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล เช่น “กลุ่มไลน์” ผ่านทางระบบ Line Official Account เป็นต้น 5. การติดตามและประเมินผล คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ก าหนดการประชุมร่วมกันเป็นประจ าและต่อเนื่อง รวมถึงร่วมแบ่งปันสถานการณ์/ข้อมูล/ผลการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อให้คณะกรรมการได้รับรู้ รับทราบ สถานการณ์อย่างเป็นปัจจุบัน อันจะเอื้อต่อการด าเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องมี การประสานงาน ติดต่อสื่อสารอย่างสม่ าเสมอ เพื่อให้การขับเคลื่อนการด าเนินงานตามภารกิจ เป็นไปอย่าง ราบรื่น ชัดเจน 6. ภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล การด าเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล ควรประสานความร่วมมือจากหน่วยงานในระดับพื้นที่ ที่ มีภารกิจเกี่ยวกับการให้การสนับสนุนกิจกรรมประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ 1) หน่วยงานด้านสังคม เช่น ทีม พม. จังหวัด (One Home) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับ พื้นที่ รวมถึงสนับสนุนทรัพยากรในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล และร่วมกับองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการด าเนินงาน 2) หน่วยงานด้านสาธารณสุข ในการให้บริการด้านสุขภาพอนามัย และร่วมในการจัดบริการใน โรงพยาบาลในชุมชน/ต าบล เช่น การตรวจโรค การรักษาโรค การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การให้ ค าปรึกษาแนะน าด้านสุขภาพ 3) หน่วยงานด้านวัฒนธรรม มีภารกิจเกี่ยวกับการสนับสนุนการจัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรม ประเพณีศาสนา ในพื้นที่ เช่น ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัด


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 18 | P a g e 4) หน่วยงานด้านอาชีพและการมีงานท า มีภารกิจในการให้บริการ ด้านการฝึกอาชีพ การจัดหา งาน ให้แก่สตรี สมาชิกในครอบครัวที่ว่างงาน คนพิการ และผู้สูงอายุ การรวมกลุ่มประกอบอาชีพ การ ส่งเสริมให้รับงานไปท าที่บ้าน การประกอบอาชีพอิสระ การพัฒนารูปแบบและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น โดยภาคี เครือข่ายในด้านนี้ เช่น ส านักงานแรงงานจังหวัด ส านักงานจัดหางานจังหวัด ส านักงานพาณิชย์จังหวัด วิสาหกิจชุมชน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นต้น 5) หน่วยงานด้านการศึกษา มีภารกิจในการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เช่น ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 6) หน่วยงาน/องค์กรภาคเอกชนในจังหวัด/พื้นที่ เช่น องค์กรด้านผู้สูงอายุ ได้แก่ สาขาสภา ผู้สูงอายุประจ าจังหวัด ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความสามารถในการด าเนินงานทั้งด้านการบริหาร การแสวงหา แหล่งทุนการขยายเครือข่ายและการสร้างความพึงพอใจแก่สมาชิก สามารถส่งเสริมบทบาทของชมรม ผู้สูงอายุ ให้เข้าไปด าเนินการศูนย์ช่วยเหลือสังคมต าบล รวมถึงชมรมผู้สูงอายุ องค์กรด้านคนพิการ เช่น สมาคมคนพิการทุกประเภท ชมรมคนพิการต่างๆ รวมถึง องค์กรเอกชนด้านเด็กและเยาวชน เช่น มูลนิธิ สภาเด็กและเยาวชน สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน และองค์กรด้านสตรีเช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 7) องค์กรทางศาสนา องค์กรชุมชน อาสาสมัครหรือจิตอาสาที่ท างานด้านสังคม จะเป็น เครือข่าย ในการขับเคลื่อนให้เกิดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 19 | P a g e บทที่ 3 การบริหารจัดการการบูรณการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง องค์การบริหารส่วนต าบลต าบลแม่สุก อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา 1.ข้อมูลทั่วไปองค์การบริหารส่วนต าบลแม่สุก วิสัยทัศน์ “สภาพแวดล้อมสมบูรณ์ เพิ่มพูนรายได้ ใส่ใจสุขภาพถ้วนหน้า การศึกษาดีมีคุณธรรม วัฒนธรรมประเพณีลํ่าค่า สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยังยื่น” ค าขวัญ “พระธาตุคู่ดูสง่า น ําแม่สุกงามตา สําเนียงภาษาบอกถิ่น หมู่บ้าน “แม่” คู่แผ่นดิน ลิ นจี่ดีมีมากมาย หลากหลายผลิตภัณฑ์” 2.บริบททางสังคมต าบลแม่สุก 1. เนื่องจากสภาพพื นที่ตําบลแม่สุกเป็นเขตติดต่อจังหวัดเชียงราย มีเส้นทางการคมนาคมสะดวก การติดต่อค้าขายทําให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดเข้ามาอย่างรวดเร็ว 2. ราษฎรส่วนใหญ่อาชีพทําการเกษตรทํานาและทําสวนลินจี่ บางปี แห้งแล้งผลผลิต การเกษตรตกต่ําทําให้เกิดปัญหาหนี สิน 3. ค่านิยมคนในชุมชนเปลี่ยนไป ครอบครัวส่วนใหญ่ให้ลูกเรียนหนังสือในเมือง ทําให้ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสังคมขาดหายไป 3.ยุทธศาสตร์องค์การบริหารส่วนต าบลแม่สุก ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบเศรษฐกิจ 1. พัฒนาโครงสร้างพื นฐาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและสนับสนุนระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน 2. พัฒนาแหล่งน ําและบริหารจัดการน ํา เพื่อประชาชน 3. พัฒนา สนับสนุน และบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 4. พัฒนาองค์ความรู้ ระบบการผลิตแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรและ เพิ่มศักยภาพการประกอบอาชีพ รวมทั งด้านการตลาดอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาสังคม การศึกษา วัฒนธรรม 1. ส่งเสริมการสร้างอาชีพ และการดําเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2. การส่งเสริมอนุรักษ์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น 3. ส่งเสริมการศึกษาทุกระดับ เพื่อพัฒนาคนในชุมชนและท้องถิ่น


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 20 | P a g e 4. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 5. ส่งเสริมและสนับสนุนระบบการจัดสวัสดิการประชาชน กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคง 6. ส่งเสริมบุคลากรภาครัฐ ประชาชน ให้มีทักษะชีวิต ภายใต้การอยู่ร่วมกันในประชาคมอาเซียน ยุทธศาสตร์ที่ 3 บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1. อนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน 2. พัฒนาศักยภาพชุมชน เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ 3. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ อปท.เพื่อการสนับสนุนการ บริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 4 รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย 1. ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์และเสริมสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ 2. ป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในและตามแนวชายแดน 3. เสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรประชาชนและพัฒนาศักยภาพด้านความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน 4. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล 1. บริหารจัดการองค์กร ตามหลักธรรมาภิบาล 2. ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างเวทีเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชารัฐ 3. พัฒนาสมรรถนะขององค์กร และบุคลากรเพื่อการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ 4.ส่งเสริมสนับสนุนการบูรณาการ การทํางานและพัฒนาศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. สภาพทั่วไปต าบลแม่สุก 4.1 ประวัติความเป็นมา เมื่อจุลศักราช 1209 (พุทธศักราช 2390) ได้มีพระภิกษุเป็นผู้นําชาวบ้านจากบ้านหัวช้าง เมืองปาน (ปัจจุบัน อ.เมืองปาน จ.ลําปาง) มาตั งหมู่บ้านในบริเวณที่ราบเชิงเขา รวม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่สุก บ้านแม่จว้า บ้านแม่จว้าใต้ รวมกันเป็นหนึ่งตําบล ประวัติบ้านแม่จว้า นายก๋องคําและนางยุ กิ่งแก้ว สองสามีภรรยามาจากบ้านม่วง บ้านขอ จังหวัดลําปาง ซึ่งมีอาชีพค้าขายวัว ได้อพยพครอบครัวเข้ามาตั งถิ่นฐานทํามาหากิน ณ ที่แห่งนี โดยไม่ทราบ ปี พ.ศ. ที่แน่ชัด ที่มาของตําบลแม่สุก เนื่องด้วยอาณาเขตบริเวณหมู่บ้านมีไม้ชนิดหนึ่งขึ นตามลําห้วยคือต้นสีสุก (อโศกอินเดียสีทอง) เวลาออกดอกจะทําให้หอม ชาวบ้านเลยตั งชื่อว่าบ้านสีสุก ต่อมาเลยเปลี่ยนเป็นบ้าน "แม่สุก" จนถึงทุกวันนี 4.2 ที่ตั้ง องค์การบริหารส่วนตําบลแม่สุก ตั งอยู่เลขที่ 289 หมู่ที่ 10 บ้านแม่สุกน ําล้อม ตําบลแม่สุก อําเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา อยู่ห่างจากตัวจังหวัดพะเยาไปทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 22 กิโสมตร มี เนื อที่ทั งหมด 41.46 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 22,625 ไร่ มีพื นที่เป็นที่ราบลุ่ม โดยทั่วไปมีเทือกเขา เป็นแนวยาวจากทิศเหนือลงไปทางทิศใต้ ทําให้มีพื นที่ลาดเอียงจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก สภาพ ทั่วไปเป็นทุ่งนา มีลําน ําแม่สุกและลําน ําแม่จว้าไหลผ่าน โดยอาณาเขตทิศเหนือติดกับตําบลศรีถ้อย ตําบล แม่ใจ อําเภอแมใจ ทิศใต้ติดกับตําบลบ้านใหม่ อําเภอเมืองพะเยา ทิศตะวันออกติดกับตําบลแม่ปืม อําเภอ เมืองพะเยา ทิศตะวันตกติดกับตําบลวังแก้ว อําเภอวังเหนือ จังหวัดลําปาง’


| ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 21 | P a g e 4.3 ลักษณะภูมิอากาศ ตําบลแม่สุกมีลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุม มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั งแต่มีนาคม ถึงเดือน พฤษภาคมของทุกปี อากาศร้อนจัดในเดือนเมษายน อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 40 องศาเซลเซียส ฤดูฝน เริ่มตั งแต่เดือนมิถุนายน ถึง เดือนตุลาคมของทุกปี ฝนตกชุกหนาแน่นในเดือนเมษายน ฤดูหนาว เริ่มตั งแต่ตุลาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี อากาศหนาวจัดในเดือนธันวาคม อุณหภูมิต่ําสุดประมาณ 10 องศาเซลเซียส 4.4 เขตการปกครอง จํานวนหมู่บ้านในเขตการปกครอง จํานวน 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านแม่สุกเหนือ หมู่ 2 บ้านแม่สุก หมู่ 3 บ้านแม่จว้าเหนือ หมู่ 4 บ้านแม่จว้ากลาง หมู่ 5 บ้านแม่จว้าใต้ หมู่ 6 บ้านแม่สุกกลาง หมู่ 7 บ้านแม่จว้าปันเจิง หมู่ 8 บ้านแม่จว้า หมู่ 9 บ้านแม่สุกดอย หมู่ 10 บ้านแม่สุกน ําล้อม 4.5 จ านวนครัวเรือนและประชากร จํานวนหลังคาเรือน : 1,731 หลังคาเรือน จํานวนประชากรทั งหมด จํานวน 5,303 คน เพศชาย จํานวน 2,569 คน เพศหญิง จํานวน 2,734 คน


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 22 | P a g e แยกเป็นหมู่บ้านดังนี้ ชื่อบ้าน หมู่ที่ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแม่สุกเหนือ 1 นายจันทร์ทอง อุตตะมาลัง บ้านแม่สุก 2 นายอดุลย์พินิจสุวรรณ บ้านแม่จว้าเหนือ 3 นายอินหวัน ติ๊บบุญเรือง บ้านแม่จว้ากลาง 4 นายสันติสังวร บ้านแม่จว้าใต้ 5 นายประหยัด สุขศรีราษฎร์ บ้านแม่สุกกลาง 6 นายสัมพันธ์ใจติ๊บ บ้านแม่จว้าปันเจิง 7 นายประหยัด ถุงออน บ้านแม่จว้า 8 นายศรีกอน ศรีวิชัย บ้านแม่สุกดอย 9 นายนพพล แสนหลวง บ้านแม่สุกน ําล้อม 10 นายสมชาย พินิจสุวรรณ 4.6 สภาพทางเศรษฐกิจ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งมีผลผลิตที่สําคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง นอกจากนี มีผลไม้ที่ขึ นชื่อ ได้แก่ ลิ นจี่ ลําไย แตงโม แคนตาลูป ส่วนอาชีพอื่นๆ ได้แก่ เลี ยงสัตว์ รับจ้างทั่วไป ค้าขาย และรับราชการ หน่วยธุรกิจในเขตเทศบาลต าบลแม่สุก ประเภทธุรกิจ จ านวน (แห่ง) ร้านขายของชํา 25 ร้านขายอาหาร/ก๋วยเตี๋ยว 13 โรงสีข้าว 12 ปั๊มน ํามัน/น ํามันหลอด 4 ตลาดสด 5 ร้านช่อมรถ 9 โรงงาน 2


ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 23 | P a g e 4.7 สภาพสังคม 4.7.1 ด้านสถานศึกษา สถานศึกษา จ านวนนักเรียน (คน) จ านวนครู/ผู้ดูแลเด็ก (คน) จ านวนห้องเรียน (ห้อง) ชาย หญิง ชาย หญิง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.แม่สุก 38 33 0 6 6 โรงเรียนชุมชนบ้านแม่สุก 45 30 5 11 12 โรงเรียนบ้านแม่จว้า 40 30 5 4 10 4.7.2 ด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม 4.7.2.1 ศาสนสถาน วัด ที่ตั้ง วัดแม่จว้าปันเลิง หมู่ 7 บ้านจว้าปันเจิง วัดตาลถ้อย หมู่ 3 บ้านจว้าเหนือ วัดแม่สุกดอย หมู่ 9 บ้านสุกดอย วัดแม่สุก หมู่ 10 บ้านแม่สุกน ําล้อม 4.7.2.2 ประเพณี ประเพณี ช่วงเวลา ประเพณียี่เป็ง ขึ น 15 ค่ํา เดือน 12 พฤศจิกายน ประเพณีสรงน ําพระธาตุวัดตาลถ้อย กุมภาพันธ์ ประเพณีสรงน ําพระธาตุวัดแม่สุกธาตุ มีนาคม ประเพณีสรงน ําพระธาตุศรีจอมเจิง เมษายน ประเพณีสรงน ําพระธาตุเขาวัวตอง พฤษภาคม ประเพณีสรงน ําพระธาตุสายฝน พฤษภาคม


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 24 | P a g e 4.7.2.3 ภูมิปัญญา ประเภท ภูมิปัญญา การประกอบอาชีพ การจักสานไม้ไผ่ นวดแผนโบราณ การดํารงชีวิต สมุนไพรรักษาโรค การถนอมอาหาร 4.7.3 ด้านสาธารณสุข 4.7.3.1 สถานบริการ ประเภท จ านวน (แห่ง) โรงพยาบาลส่งเลริมสุขภาพตําบลแม่สุก 1 ศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน 10 4.7.3.2 บุคลากร ประเภท จ านวน (คน) นักวิชาการสาธารณสุข 1 พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ 3 เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชํานาญงาน 1 อสม. 173 เจ้าหน้าที่อื่น ๆ 2 4.8 ระบบบริการพื้นฐาน 4.8.1 การคมนาคม สภาพทางคมนาคมที่ใช้ติดต่อกับอําเภอและตําบลอื่น ๆ ลาดยางแล้วทั งหมด มีถนนถนพหลโยธิน ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1 นครสวรรค์-เชียงราย ผ่านกลางระหว่างตําบลตลอดแนวและใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่ อําเภอ และจังหวัด ส่วนถนนภายในหมู่บ้านยังมีบางส่วนที่ต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐานต่อไป


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 25 | P a g e ประเภท จ านวน (สาย) ถนนลาดยางเชื่อมอําเภอ 1 ถนนลาดยางเชื่อมตําบล 21 ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก 45 สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 5 ถนนลูกรัง 28 4.8.2 แหล่งน้ า 4.8.2.1 แหล่งน้ าธรรมชาติ ประเภท จ านวน (สาย) ลําห้วย 15 หนองน ํา/สระ 3 4.8.2.2 ก่อสร้าง ประเภท จ านวน (แห่ง) อ่างเก็บน ํา 4 ฝายน ําล้น 37 บ่อน ําตื น 324 บ่อบาดาล 3 ถังเก็บน ําฝน 10 ประปาส่วนภูมิภาค 10 4.8.3 หอกระจายข่าว ประเภท จ านวน (แห่ง) หอกระจายข่าวหมู่บ้าน 10


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 26 | P a g e 4.8.4 หน่วยบริการประชาชน ประเภท จ านวน (แห่ง) ตู้ยามตํารวจ 1 4.9 กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน กลุ่ม จ านวน (คน) ลูกเสือชาวบ้าน 798 อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) 108 กลุ่มอาชีพ 51 กลุ่มออมทรัพย์ 10 ข้อมูลประชากรกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ต าบลแม่สุก มีประชากรกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน จํานวน 371 ครัวเรือน และข้อมูลจากการสํารวจเพิ่มเติมใน พื นที่จํานวน 339 ครัวเรือน รวม 710 ครัวเรือน โดยแยกตามระดับความเปราะบาง ดังนี ความเปราะบาง ข้อมูลจาก TPMAP ข้อมูลจากการส ารวจ เพิ่มเติมในพื้นที่ รวม ระดับ 0 248 48 296 ระดับ 1 23 32 55 ระดับ 2 91 228 319 ระดับ 3 9 31 40 รวม 371 339 710 ทุนทางสังคม ตําบลแม่สุก มีทุนทางสังคมทั ง 4 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย ทุนมนุษย์ ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุน สถาบัน และทุนทางวัฒนธรรม ประเพณี ดังนี 1. ทุนมนุษย์ ผู้นําชุมชน ผู้นํากลุ่ม อาสาสมัคร ปราชญ์ชาวบ้าน และภาคประชาชน เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อพม. อสม. ประธานกลุ่มสตรี ประธานสภาเด็กและเยาวชน ประธานชมรมผู้สูงอายุ


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 27 | P a g e 2. ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชุมชน อ่างเก็บน ํา เกษตรอินทรีย์ 3. ทุนสถาบัน วัด, รพ.สต., อบต., โรงเรียน, กองทุนสวัสดิการชุมชน เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มอาชีพ กองทุน หมู่บ้าน เป็นต้น รวมถึงแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและคลินิกครอบครัว 4. ทุนวัฒนธรรม/ประเพณี ประเพณีต่าง ๆ ตามประเพณีล้านนา เช่น ประเพณีนมัสการและสรงน ําพระธาตุ ป๋าเวณีปี๋ใหม่ เมือง ตานสลากพัตร เลี ยงผีฝาย เป็นต้น ทุนทางสังคม หรือทรัพยากรด้านต่าง ๆ เป็นปัจจัยสําคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนให้ ประสบผลสําเร็จ ซึ่งจากการสํารวจสภาพปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื นที่ ทําให้สามารถ วิเคราะห์ประเด็นปัญหาร่วมและดึงทุนทางสังคมในแต่ละด้านที่มีความเหมาะสมมาใช้ในการแก้ไขประเด็นปัญหา ร่วมเหล่านั น ซึ่งพื นที่ตําบลแม่สุก มีประเด็นปัญหาทาง ดังนี ประเด็นปัญหาในพื้นที่ 1. ปัญหารายได้และอาชีพ การขาดทักษะฝีมือในอาชีพ ขาดช่องทางการจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ ไม่มีการส่งเสริมการตลาดจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขาดเงินทุนสําหรับประกอบอาชีพ ไม่มีการออม/การลงทุน รวมถึงปัญหาการว่างงาน จาก ภาวะการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทําให้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย มีหนี สิน เกิดภาวะพึ่งพิง รวมถึงมี สุขภาพไม่เอื ออํานวยต่อการประกอบอาชีพ ความพิการ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อีกทั งนักศึกษาจบใหม่ไม่มีงาน ทํา ขาดหน่วยงานสนับสนุนด้านการส่งเสริมอาชีพ ขาดความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 2. ปัญหาสุขภาพ การเจ็บป่วยเรื อรังของผู้สูงอายุ ภาวะติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุอาศัยโดยลําพัง ไม่มีผู้ดูแลรวมทั งคน พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ไม่เพียงพอ 3. ปัญหาที่อยู่อาศัย กลุ่มเปราะบางมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงแข็งแรง มีบางส่วนที่ไม่มีที่ทํากินเป็นของตนเอง รวมทั งไม่มีกรรมสิทธิ์ ในที่ดินที่ตนเองอาศัยอยู่ เนื่องจากยากจน และรายได้ไม่เพียงพอในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย จากผลการสํารวจและจัดทําฐานข้อมูลชุมชน ทําให้ทราบถึงข้อมูลประชากรกลุ่มเปราะบางในพื นที่ สภาพปัญหา สาเหตุและความเชื่อมโยงของแต่ละปัญหา ทุนทางสังคมในพื นที่ สําหรับวิเคราะห์ประเด็นปัญหา ร่วมของชุมชนรวมทั งทุนทางสังคมหรือทรัพยากรที่จําเป็นสําหรับการแก้ไขปัญหา ซึ่งในตําบลแม่สุก พบว่า ปัญหาด้านรายได้และอาชีพ เป็นปัญหาหลักของชุมชนที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งมีแนวทางในการ ดําเนินงาน ดังนี แนวทางการด าเนินงานในการแก้ไขปัญหา ทีม One Home จังหวัดพะเยา ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชา สังคม ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตําบลแม่สุก สภาองค์กรชุมชนตําบลแม่สุก ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตําบล แม่สุก(ศพค.) สํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอแม่ใจคณะสงฆ์ในพื นที่ตําบลแม่สุก ชมรมกํานันผู้ใหญ่บ้านตําบลแม่สุก


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 28 | P a g e ปราชญ์ชาวบ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลแม่สุก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประจําตําบลแม่สุก (กศน.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ (อพม.) สภาเด็กและเยาวชนตําบลแม่สุก, ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ตําบลแม่สุก (ศพอส.) หมอดินอาสาประจําตําบลแม่สุก เครือข่ายเฮือนแม่หญิงตําบลแม่สุก มูลนิธิพะเยา สมาคม สร้างบ้านแปงเมืองพะเยา สถาบันครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดพะเยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และเครือข่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้แนวทางการดําเนินงาน โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และProductive Welfare มีคลินิกครอบครัวเป็นสื่อกลางแหล่งศูนย์รวมบอกกล่าว ร้องทุกข์ พบปะและ ให้คําปรึกษา วางแผนแก้ไขปัญหาในครัวเรือนและครอบครัว ร่วมกันอย่างเข้าใจ แนวทางการขับเคลื่อนงาน องค์การบริหารส่วนตําบลแม่สุกได้นําแนวคิดเรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficient Economy)” และ “สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน (Productive Welfare)” มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางราย ครัวเรือนในพื นที่ โดยหลักการของแนวคิดทั ง 2 สามารถอธิบายได้ ดังนี ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficient Economy) เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดํารัส แก่ชาวไทยนับตั งแต่ พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา และถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เพื่อเป็น แนวทางการแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ให้สามารถดํารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนใน กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ นักวิชาการไทยหลายคนร่วมแสดงความคิดเห็น อย่างเช่น ศ.นพ.ประเวศ วะสี, ศ.เสน่ห์ จามริก, ศ.อภิชัย พันธเสน, และศ.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา เชื่อมโยงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับวัฒนธรรมชุมชน ด้านสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิในทางเศรษฐกิจ และสาขาอื่น ๆ มาร่วมกันประมวลเพื่อบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9[3][4] ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี ได้รับการเชิดชูจากองค์การสหประชาชาติ ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อ ประเทศไทยและนานาประเทศและสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบยั่งยืนโดยมี นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเห็นด้วยกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 29 | P a g e เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ที่ชี แนวทางการดํารงอยู่และปฏิบัติของประชาชน ในทุกระดับให้ดําเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อมที่จะจัดการต่อผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผนและดําเนินการ ทุกขั นตอน ทั งนี เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการดําเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อให้สามารถอยู่ได้แม้ในโลกโลกาภิวัตน์ ที่มีการแข่งขันสูง ระบบเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นให้บุคคลสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน และใช้จ่ายเงินให้ได้มา อย่างพอเพียงและประหยัด ตามกําลังของเงินของบุคคลนั น โดยปราศจากการกู้หนี ยืมสิน และถ้ามีเงินเหลือ ก็แบ่งเก็บออมไว้บางส่วน ช่วยเหลือผู้อื่นบางส่วน และอาจจะใช้จ่ายมาเพื่อปัจจัยเสริมอีกบางส่วน สาเหตุที่แนวทาง การดํารงชีวิตอย่างพอเพียง ได้ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในขณะนี เพราะสภาพการดํารงชีวิตของสังคมทุนนิยม ในปัจจุบันได้ถูกปลูกฝัง สร้าง หรือกระตุ้น ให้เกิดการใช้จ่ายอย่างเกินตัว ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินกว่าปัจจัย ในการดํารงชีวิต เช่น การบริโภคเกินตัว ความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ความสวยความงาม การแต่งตัว ตามแฟชั่น การพนันหรือเสี่ยงโชค เป็นต้น จนทําให้ไม่มีเงินเพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั น ส่งผลให้เกิดการกู้หนี ยืมสิน เกิดเป็นวัฏจักรที่บุคคลหนึ่งไม่สามารถหลุดออกมาได้ ถ้าไม่เปลี่ยนแนวทางในการ ดํารงชีวิตดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 ....“การพัฒนาประเทศจําเป็นต้องทําตามลําดับขั น ต้องสร้างพื นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นอันพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั น ที่สูงขึ นโดยลําดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความ ไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด”....


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 30 | P a g e จากการดําเนินงานสวัสดิการสังคมของประเทศไทยที่ผ่านมา ยังเป็นการจัดสวัสดิการที่เน้นการ คุ้มครองทางสังคม (Protective Welfare) เช่น การสงเคราะห์ การบริจาค เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบาย ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการจัดสวัสดิการในรูปแบบ “สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งพาตนเองอย่าง ยั่งยืน (Productive Welfare)” ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด เช่น การฝึกทักษะอาชีพ ส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น โดยระบบสวัสดิการของประเทศไทยในปัจจุบันมี 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) ระบบช่วยเหลือทางสังคม (Social Assistance) 2) ระบบบริการสังคม (Social Service) 3) ระบบ ประกันสังคม (Social Insurance) 4) ระบบส่งเสริมสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคม (Social Partnership) ซึ่ง ประเทศไทยได้ดําเนินการจัดสวัสดิการในลักษณะผสมผสานระหว่าง Protective Welfare และ Productive Welfare Productive Welfare องค์การบริหารส่วนตําบลแม่สุก อําเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ได้ทําบันทึกข้อความเข้าใจ (MOU) โครงการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยใช้เครื่องมือ TPMAP ภายใต้แนวคิดการดําเนินงานแบบ Productive Welfare ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ทีมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา(One Home) สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน จังหวัดพะเยา สํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอแม่ใจ มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา โดยมีกระบวนการแก้ไขปัญหา ดังนี


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 31 | P a g e กระบวนการที่ 1 : ชี้เป้าชีวิต (Life Identification) มี 2 กิจกรรม ดังนี้ 1. สร้างและบูรณาการทีมปฏิบัติการตําบลเพื่อเข้าถึงครัวเรือนยากจน โดยสร้างชุดปฏิบัติการ ศจพ.อบต.แม่สุก เพื่อเข้าถึงครอบครัวเป้าหมาย (ทีมข้อมูล) ระดับตําบล ในการสํารวจ จัดทําฐานข้อมูล โดยใช้ เครื่องมือระบบบริหารจัดการข้อมูลคนจนแบบชี เป้า TPMAP (Thai Poverty Map and Analytics Platform) และจัดทําเวทีวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขในแต่ละปัญหา (Case) 2. จัดเวทีประชุมชี แจง และแลกเปลี่ยนข้อมูล โครงการฯ ดังนี 2.1 ดําเนินการตาม “ปฏิบัติการ 4 ท” (ทัศนะ, ทักษะ, ทรัพยากร, ทางออก) 2.2 จําแนกกลุ่มเป้าหมายตามศักยภาพ (ควรสงเคราะห์ / พัฒนาตนเองได้) 2.3 สร้างความตระหนักและยอมรับสาเหตุของปัญหาความยากจนของกลุ่มเป้าหมาย กระบวนการที่ 2 : จัดท าเข็มทิศชีวิต หรือ“แผนที่ชีวิต” (Life Compass) 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. จัดทําสมุดบันทึกครัวเรือน (Family Folder) 2. กําหนดเป้าหมายการปฏิบัติของครอบครัวกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนําไปสู่หลัก 3พ (วิถีชีวิตเศรษฐกิจ พอเพียง, ความสุขพอเพียง, ครอบครัวอบอุ่นพอเพียง) 3. ร่วมกันวิเคราะห์ต้นทุนและศักยภาพของครอบครัวกลุ่มเป้าหมาย (ศึกษาอาชีพ/ทางเลือก ที่มีความเป็นไปได้ เหมาะสม และสอดคล้องกับครอบครัวกลุ่มเป้าหมาย) 4. ชุดปฏิบัติการ ศจพ.อบต.แม่สุก ร่วมกับครอบครัวกลุ่มเป้าหมาย จัดทําเข็มทิศชีวิต (วิถีชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง, ความสุขพอเพียง, ครอบครัวอบอุ่นพอเพียง) 5. สร้างความเคารพต่อข้อผูกพันในเข็มทิศชีวิตที่จะเกิดขึ น (MOU ระหว่างครัวเรือนเป้าหมายกับ ชุดปฏิบัติการฯ) ตามตัวชี วัด เพื่อประเมินผล กระบวนการที่ 3 บริหารจัดการชีวิต (Life Management) มี 3 กิจกรรม ดังนี้ 1. วางแผนการลดรายจ่ายของครัวเรือน (บันทึกบัญชีครัวเรือน, การลด ละ เลิก อบายมุข และการ พนันทุกชนิด) 2. วางแผนการเพิ่มรายได้ของครัวเรือน (การปลูกพืช, เลี ยงสัตว์, แปรรูปผลผลิต, การออม) 3. วางแผนเสริมสร้างความรู้ และการเรียนรู้ของครัวเรือน (อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ กลุ่มเป้าหมาย/ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดูงานพื นที่ต้นแบบ) กระบวนการที่ ๔ ดูแลชีวิต (Life improvement) ดังนี้ 1. การติดตาม สนับสนุนการดําเนินงาน และการตรวจเยี่ยมของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ ทีมปฏิบัติการตําบล เพื่อประเมินผล สรุปผล และถอดบทเรียนการดําเนินงานโครงการฯ รวมถึงยกย่องและสร้าง ครัวเรือนต้นแบบที่จะใช้ขยายผลในอนาคตต่อไป


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 32 | P a g e กระบวนงาน Productive Welfare วิธีการด าเนินงาน 1. จัดเก็บข้อมูลครัวเรือนเปราะบางในพื นที่ แยกกลุ่ม แยกประเภท และจัดทําฐานข้อมูลในชุมชน โดย อาสาสมัครชุมชน เช่น สมาชิกสภาเด็กและเยาวชนตําบลแม่สุก, อาสาพัฒนาชุมชน (อช.), อาสาสมัคร สาธารณสุข (อสม.), อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เป็นต้น แจ้งประชาสัมพันธ์รับ สมัคร กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย สมาชิกครัวเรือนเปราะบางจากระบบ TPMAP และบุคคลทั่วไป ที่สนใจเพื่อ เข้าร่วมโครงการฯ


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 33 | P a g e 2. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ/ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน (หลักสูตร การพัฒนาความคิด การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 ระยะเวลาดําเนินการ 1 คืน 2 วัน ณ ศูนย์เรียนรู้เพื่อชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจ พอเพียงตําบลแม่กา อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา 3. การส่งเสริมอาชีพให้ครัวเรือนเปราะบางโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและระบบสวัสดิการ เพื่อการพัฒนาและพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 34 | P a g e 4. ศึกษาดูงานครัวเรือนต้นแบบ 2 จุด ในพื นที่บ้านแม่ต๋ําบุญโยง และพื นที่ตําบลบ้านสาง อําเภอ เมืองพะเยา จังหวัดพะเยา 5. มอบหมายใบงาน ติดตามความก้าวหน้า “เงื่อนไขเกณฑ์การประเมิน” ดังนี 5.1 จัดทําบัญชีครัวเรือน อย่างน้อย 6 เดือนขึ นไป โดยจัดส่งทุกเดือน


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 35 | P a g e 5.2 ปลูกพืชหรือเลี ยงสัตว์ภายในบ้าน อย่างน้อย 15 ชนิดขึ นไป 5.3 แปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า 5.4 ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการเล่นการพนัน 5.5 ออมเงินตามความสมเหมาะสมของแต่ละครอบครัว 5.6 ครัวเรือนต้นแบบเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนอย่างต่อเนื่อง 6. คณะทํางานประชุมเพื่อทบทวนแผนการดําเนินงาน “เป้าหมายรายทาง” และคัดเลือกครัวเรือน ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน เพื่อขอรับการสนับสนุน หรือส่งต่อ เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 7 . ประชุมถอดบทเรียนการดําเนินงานโครงการ และจัดทําแผนพัฒนาครอบครัว เพื่อบรรจุในแผน ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลการด าเนินงาน จากการดําเนินโครงการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง รายครัวเรือน โดยใช้กลไกศูนย์ช่วยเหลือสังคมตําบลเป็นกลไกหลักในการพัฒนาในระดับพื นที่ ทําให้เกิดผลผลิตและผลลัพธ์จากการดําเนินงาน ดังนี ผลผลิต ระดับครัวเรือน 1. หน่วยงานในสังกัด พม. และภาคีเครือข่าย กลุ่มเป้าหมายในพื นที่ได้รับความรู้มีข้อมูลกลุ่ม เปราะบางรายครัวเรือนและมีแนวทางการบูรณการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง 2. มีคลินิกครอบครัวเป็นศูนย์กลางการพัฒนาให้คําปรึกษาและการบริการสวัสดิการสังคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมยกระดับการทํางานเชิงพื นที่แบบบูรณาการ โดยให้บริการสวัสดิการสังคม สําหรับประชาชนในชุมชน ณ จุดเดียวเบ็ดเสร็จ 3. กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการ จัดทําแผนชีวิต ภายใต้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ นและนํามาปฏิบัติในการดํารงชีวิตประจําวัน รวมถึงการประกอบอาชีพของ ตนเอง สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต และรายได้ของตนเอง/ครอบครัว 4. เกิดครัวเรือนต้นแบบที่มีการพัฒนา และสามารถขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นได้ 5. รูปแบบการดําเนินงานของโครงการนี หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สามารถนําไป ประยุกต์ใช้เพื่อขยายผลและเป็นต้นแบบในการดําเนินงานการแก้ปัญหาความยากจนต่อไป


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 36 | P a g e 6. ครอบครัวกลุ่มเป้าหมายมีแนวทางการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สามารถพึ่งพาตนเองได้ระดับ หนึ่ง ครัวเรือนมีการออมเงิน ลด ละ เลิกอบายมุข การพนันทุกรูปแบบ ตลอดจนการปลูกพืช สัตว์เลี ยง อย่าง น้อย 15 ชนิดขึ นไป ทําอาชีพที่สุจริต สามารถสร้างรายได้จากการแปรรูปผลผลิต มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ที่เป็น ประโยชน์ต่อกิจกรรมของครอบครัวกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ ผลผลิต ระดับต าบล 1. เกิดการระดมทรัพยากรและความร่วมมือของหน่วยงานทั งภายในและภายนอก และเชื่อมโยง คนทุกช่วงวัยให้ได้รับประโยชน์จากการดําเนินงานโครงการ 2. มีแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาสในชุมชน ได้แก่ ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านประชาธิปไตยชุมชน รวมทั งการบรรจุแผนดังกล่าวเข้ากับแผน ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น และสามารถเชื่อมโยงแผนไปยังหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3. มีศูนย์ช่วยเหลือสังคมในพื นที่ตําบลแม่สุก จํานวน 1 ศูนย์ คณะทํางานศูนย์ฯ จํานวน 1 ชุด 4. กลุ่มเป้าหมายได้รับการดูแลและมีกระบวนการสํารวจ คัดกรอง ส่งต่อ การขอรับความช่วยเหลือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5. ลดความเหลื่อมล ําทางสังคมและแก้ไขปัญหาความยากจน ทําให้ปัญหาสังคมลดน้อยลง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสังคมดีขึ น ผลลัพธ์ ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถนําต้นแบบของการพัฒนาในพื นที่ตําบลแม่สุก ที่นําแนวคิด เรื่องสวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน ที่เน้นเรื่องการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพ การเพิ่ม รายได้ รวมทั งการส่งเสริมการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนําไปไปต่อยอดหรือปรับประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบของ การแก้ไขปัญหารายได้ การส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพ ที่เน้นการบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายใน พื นที่อื่น ๆ ที่มีบริบทและสถานการณ์ทางสังคมที่คล้ายคลึงกัน


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 37 | P a g e บทที่ 4 สรุปผล ถอดบทเรียน จากการถอดบทเรียน ในพื นที่ตําบลแม่สุก ซึ่งเป็นพื นที่ที่มีความเข้มแข็ง และได้รับการคัดเลือกให้เป็น ต้นแบบของการพัฒนา ที่นําแนวคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ สวัสดิการเพื่อการพัฒนา และพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Productive Welfare) เป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนในชุมชน โดยการทํางานร่วมกันของภาครัฐและภาคประชาสังคมในการ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพ รวมถึงปรับเปลี่ยนแนวคิด ทัศนคติ แก่กลุ่มครัวเรือนเป้าหมาย เพื่อแก้ไขปัญหา ด้านรายได้และการขาดทักษะอาชีพให้กับชุมชน ทําให้สามารถบริหารจัดการทุนทางสังคมในพื นที่ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ทําให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขประเด็นปัญหาร่วมในสังคม และเป็นชุมชนจัดการ ตนเองได้ในที่สุด ภายใต้ความสําเร็จในการดําเนินงานดังกล่าว มีปัจจัยความสําเร็จ ปัญหาและอุปสรรคในการ ดําเนินงาน ตลอดจนข้อเสนอแนะ สามารถสรุปได้ดังนี ปัจจัยความส าเร็จ 1. การนําแนวคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ สวัสดิการสังคมเพื่อการพัฒนาและ พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน(Productive Welfare) มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานในชุมชน 2. การมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีเครือข่ายแบบประสานความร่วมมือ (Collaboration) ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ การแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยดําเนินงานแบบบูรณาการกันทุกฝ่าย เกิดการแลกเปลี่ยนทรัพยากรซึ่งกันและกัน และมีประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาตามสถานการณ์ปัญหาที่ เกิดขึ น โดยมีภาครัฐ/ภาคเอกชน เป็นหน่วยงานคอยสนับสนุน 3. การสร้างจิตสํานึกสาธารณะ (Public Consciousness) ของผู้นําชุมชน ผู้นําท้องถิ่น รวมถึง ภาคีเครือข่ายในพื นที่ 4. ความตระหนักในประโยชน์สาธารณะ (Public Interest) เกิดจากการมีผู้นําชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ปราญช์ชาวบ้าน รวมถึงนักพัฒนาชุมชน มองเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน 5. ความเห็นอกเห็นใจกัน (Empathy) ความเอื อเฟื้อเผื่อแผ่ ความสัมพันธ์แบบฉันท์พี่น้อง ซึ่งเป็นธรรมชาติของสังคมชนบทภาคเหนือ ปัญหา/อุปสรรค 1. ปัญหาด้านข้อมูล ซึ่งจากการบูรณาการการทํางานชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่ม เปราะบางรายครัวเรือน โดยการดึงข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากฐานข้อมูลของ TPMAP มาใช้ ประกอบ พบว่าในทางปฏิบัติแล้ว ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่ ปรากฎในพื นที่ บางส่วนยังขาดความเป็นปัจจุบัน คลาดเคลื่อน ไม่สามารถนํามาใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 2. การแปลงนโยบายสู่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่ที่ชัดเจน ทําให้ไม่เข้าใจวิธีการปฏิบัติงาน 3. ปัญหาด้านงบประมาณสําหรับดําเนินโครงการที่ต่อเนื่องตามแนวทาง Productive Welfare ซึ่งมุ่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของครอบครัว


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 38 | P a g e ข้อเสนอแนะ 1. กระทรวง พม. ควรมีฐานข้อมูลเฉพาะที่เป็นปัจจุบัน ทันต่อเหตุการณ์ พร้อมใช้งาน มีระบบการ บันทึกการให้ความช่วยเหลือ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในแต่ละด้านอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถ ดําเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว วัดผลการพัฒนาได้อย่างแท้จริง 2. กระทรวง พม. ควรเพิ่มงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานโครงการบูรณาการสร้างเสริม ชุมชนเข้มแข็งและโครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนให้มีความสอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน 3. ผู้บริหารระดับกลางของกระทรวง พม. ที่รับมอบนโยบายจากผู้บริหารระดับสูง ต้องมีแนว ปฏิบัติ/วิธีการแปลงนโยบายและสื่อสารไปสู่การปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานระดับปฏิบัติการในพื นที่จะ ได้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 4. หน่วยงาน พม ในพื นที่ต้องบูรณาการการทํางานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในลักษณะ ประสานความร่วมมือ (Collaboration) เพื่อให้แก้ไขปัญหาเป็นแบบองค์รวม ครบทุกมิติและเกาะติดอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง การดําเนินงานโครงการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางราย ครัวเรือน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในพื นที่ตําบลแม่สุก อําเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา นับว่าบรรลุผลสําเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของ “ชุมชนเข้มแข็ง” ซึ่งหมายถึง ชุมชนที่สามารถแก้ไขปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิต มีภูมิ ต้านทานต่อปัจจัยกระทบทางด้านต่าง ๆ สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือ ของภาคีเครือข่ายและภาคส่วนต่าง ๆ ทางสังคม สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนใน พื นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ น อย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนสามารถแก้ไขปัญหา ลดความเหลื่อมล ํา พัฒนาคนทุกช่วง วัยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามศักยภาพ เป็นชุมชนจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตําบลแม่สุก ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ Productive Welfare ในการพัฒนาและจัดสวัสดิการสังคม ในระดับพื นที่ให้แก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทุกช่วงวัยในทุกมิติแบบองค์รวม ความสําเร็จดังกล่าวไม่เพียงแต่ ส่งผลกระทบที่ดีต่อคนในชุมชนเท่านั น แต่ยังสามารถนําผลสรุปจากการถอดบทเรียนไปขยายผลเพื่อใช้เป็น ต้นแบบของการพัฒนาสังคมพื นที่อื่น ๆ ที่มีบริบทคล้ายคลึงกันต่อไปได้ ต้นแบบความส าเร็จในการพัฒนาครัวเรือนเปราะบาง ต าบลแม่สุก จากผู้ที่ประสบปัญหาการแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เดินทางไปท างานกรุงเทพฯ ถูกเลิกจ้างท าให้ว่างงาน ขาดรายได้จึงเดินทางกลับภูมิล าเนา(นางสาวณัฎธารณ์ พุ่มห้อย) มีความคิดอยากท าอะไรให้บ้านเกิด โดยน าหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 (พอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี) มาเป็นแนวทาง ในการพัฒนาอาชีพให้คนในชุมชนที่มีวิถีชีวิตของคนชนบทพื้นเมือง โดยเริ่มที่ตัวเองศึกษาจากแม่ที่มีรายได้จากการ ท าอ่องปูนาขาย จึงได้ศึกษาการเลี้ยงปูนา โดยใช้วิธีการเลี้ยงแบบน้ าใส ซึ่งจะมีปูนาอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์พระเทพฯ และพันธุ์ก าแพงเพชร ซึ่งเป็นปูนาที่มีความแข็งแรง การดูแลง่าย และมีอยู่ในพื้นที่จ านวนมากโดยไม่ต้องไปซื้อ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์จากที่อื่น เมื่อท าการเลี้ยงได้สักระยะหนึ่ง ก็ได้คิดค้นการแปรรูปปูนา โดยเริ่มต้นผลิตน้ าพริกตระไคร้ ปูนากรอบ จากนั้นก็พัฒนาผลิตภัณฑ์มาเป็นขนมปั้นขลิบไส้ปูนา ซึ่งมีไส้เค็ม ไส้หวานและรสพริก ล่าสุดก็ได้มีการ คิดค้นท าคุกกี้ปูนา รวมทั้งปูนาทอดกรอบ น าส่งจ าหน่ายโดยการน าไปฝากร้านค้า และประชาสัมพันธ์ผ่านทาง โซเชียลจนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย จึงเป็นตัวอย่างที่ประสบผลส าเร็จ เป็นแหล่งศูนย์เรียนรู้ให้คนในพื้นที่ และนอกพื้นที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ตระหนักถึงการสร้างงานสร้างอาชีพ มีการขยายส่งต่ออาชีพให้กับคนในพื้นที่ เกิดรายได้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหัวใจส าคัญคือการน้อมน าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยมี อบต.แม่สุก ทีม One Home พม.จังหวัดพะเยา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เข้าไป หนุนเสริมการพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้คนในพื้นที่ จนเกิดอาชีพเลี้ยง “ปูนาน้ าใส”


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 39 | P a g e ภาคผนวก


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 40 | P a g e การบูรณาการทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาครัวเรือนเปราะบาง


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 41 | P a g e การส่งเสริมอาชีพให้ครัวเรือนเปราะบางโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และระบบสวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ฟาร์มปูนาน้ าใส จักสานไม้ไผ่ การเลี้ยงไก่ของผู้พิการทางสายตา


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 42 | P a g e เอกสารวิชาการ ประจ าปี 2565 “ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง” องค์การบริหารส่วนต าบลแม่สุก อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เจ้าของและผู้จัดพิมพ์ : สํานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตําบลช้างเผือก อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053-112485-6 โทรสาร 053-112491 Email: [email protected] ที่ปรึกษาโครงการ : นายธนู ธิแก้ว ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 นางสาวอัจฉรา สุใจ นักพัฒนาสังคมชํานาญการพิเศษ คณะท างาน : ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 นายผาด สุวรรณรัตน์ นักพัฒนาสังคมชํานาญการพิเศษ นางกัลยารัตน์ ลิขิตตระการ นักพัฒนาสังคมชํานาญการ นายศุภกร ธนัตถ์ชัชชม นักพัฒนาสังคมชํานาญการ นายกฤตภาส โพธิ์แก้ว นักพัฒนาสังคมชํานาญการ นายกษิดิส ศักดิ์ไชยกุล นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ นางสาวณิชรัตน์ ยานะ เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมปฏิบัติงาน นายสุทอน มณีคํา พนักงานธุรการ ส4 นางสาวจีราวรรณ แก้วธรรมานุกูล พนักงานระบบคอมพิวเตอร์ นางสาวธัญญพัทธ์ พิมพ์อักษร พนักงานบริการ นายอภิวิชญ์ สนธิ นักพัฒนาสังคม เรียบเรียง : นายกฤตภาส โพธิ์แก้ว นักพัฒนาสังคมชํานาญการ รูปเล่ม/ปก : นางสาวณิชรัตน์ ยานะ เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมปฏิบัติงาน


ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ถอดบทเรียนการบูรณาการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 43 | P a g e


Click to View FlipBook Version