The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanyanat.l, 2024-05-14 02:50:57

รวมคู่มือนร. ปีการศึกษา 2567

รวมคู่มือนร

95


96


97 ระเบียบการใช้บริการของศูนย์วิทยบริการและห้องสมุด บริการยืม คืน หนังสือ สิ่งพิมพ์ที่สามารถยืมได้คือ หนังสือทั่วไป สิ่งพิมพ์พิเศษ และหนังสือเรื่องสั้น นวนิยาย การยืม คืน หนังสือ นักศึกษาจะใช้บัตรประจำตัวนักศึกษาของตนเองเท่านั้น (กรณีที่ยังไม่ได้บัตร นักศึกษา ต้องแสดงบัตรนักศึกษาชั่วคราวหรือใบเสร็จการลงทะเบียนแสดงต่อเจ้าหน้าที่และห้ามใช้บัตร นักศึกษาของผู้อื่นยืมโดยเด็ดขาด) บริการ วารสาร หนังสือพิมพ์ ที่เป็นฉบับปัจจุบันไม่อนุญาตยืมออกนอกห้องสมุด สำหรับวารสาร ล่วงเวลาย้อนหลังระหว่างปี ติดต่อยืมได้ที่เคาน์เตอร์บริการ บริการหนังสือสำรอง เป็นบริการที่ห้องสมุดจัดขึ้นเนื่องจากหนังสือหรือเอกสาร บางรายการมี ผู้ต้องการใช้มาก แต่ห้องสมุดมีอยู่น้อยเล่ม หรืออาจารย์ผู้สอนแจ้งความจำนงให้ห้องสมุดสำรองหนังสือ สื่อโสต ทัศน์ ไว้เพื่อให้นักศึกษาใช้ประกอบการศึกษาค้นคว้าในรายวิชาได้อย่างทั่วถึงโดยติดต่อยืมได้ที่เคาน์เตอร์ บริการ บริการยืมระหว่างห้องสมุด ผู้ใช้ที่ต้องการยืมหนังสือสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีในศูนย์วิทยบริการ สามารถใช้ บริการยืมระหว่างห้องสมุดโดย จดรายละเอียดข้อมูลทางบรรณานุกรม แล้วแจ้งความประสงค์ที่ต้องการยืมจาก ห้องสมุดจากสถาบันอื่นกับบรรณารักษ์ในงานบริการเพื่อติดต่อยืมให้โดยผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามระเบียบของ ห้องสมุดนั้น ๆ บริการเผยแพร่สารสนเทศ ห้องสมุดได้จัดทำสารสนเทศ แผ่นพับ เอกสาร ข่าวประชาสัมพันธ์ คู่มือการ ใช้ห้องสมุด รายชื่อหนังสือใหม่ เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับห้องสมุด ผู้ใช้สามารถติดตามได้ที่บอร์ด ข่าวและ Home Page ของศูนย์ฯ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริการรับฝากสิ่งของ เพื่อให้ผู้ใช้บริการฝากกระเป๋า ถุง ย่าม และสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการ ค้นคว้าที่บริเวณทางเข้าห้องสมุดทุกครั้ง การเป็นสมาชิกของศูนย์วิทยบริการและห้องสมุดเฉพาะสมาชิกภายใน 1. นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนทุกคน จะเป็นสมาชิกของศูนย์วิทยบริการโดยอัตโนมัติ และมีสิทธิ์ใช้ บริการต่างๆ ได้ โดยจะต้องแสดงบัตรประจำตัวนักศึกษาที่ทางวิทยาลัยออกให้ ส่วนนักศึกษาที่เป็นสมาชิกใหม่ ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวนักศึกษาต้องนำใบเสร็จการลงทะเบียนมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่จึงจะใช้บริการได้ 2. อาจารย์ประจำบุคลากร พนักงาน ของวิทยาลัยเป็นสมาชิกโดยอัตโนมัติ สามารถใช้บัตรประจำตัว ของวิทยาลัย ในการใช้บริการต่างๆ ของศูนย์วิทยบริการ โดยมีสมาชิกสภาพตลอดระยะเวลาที่เป็นบุคลากร ของวิทยาลัย 3. อาจารย์พิเศษและบุคคลภายนอก ศูนย์วิทยบริการยังไม่อนุญาตให้ยืมทรัพยากรสารสนเทศ หมายเหตุ นักศึกษาที่มีความประสงค์จะลาออกจากวิทยาลัยหรือขอสำเร็จการศึกษา ทุกคนต้องยื่นใบลาออก หรือยื่นแบบขอสำเร็จการศึกษาต่อศูนย์วิทยบริการ เพื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบการยืมทรัพยากรสารสนเทศ ก่อนจบทุกครั้ง อาจารย์ประจำ บุคลากรและพนักงาน ของวิทยาลัยมีความประสงค์จะลาออกจากวิทยาลัย สำนัก บริหารบุคลากรจะแจ้งชื่อให้ศูนย์วิทยบริการ เพื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบการยืมทรัพยากรสารสนเทศก่อน ลาออกทุกครั้ง งานวิทยบริการและห้องสมุด


98 ข้อปฏิบัติการใช้บริการอินเทอร์เน็ต 1. ผู้มีสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องอินเทอร์เน็ตได้แก่ นักศึกษาและบุคลากรในวิทยาลัยเท่านั้น 2. ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนใช้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยตนเองก่อนครั้งแรก ที่ผ่านระบบเครือข่าย Internet เว็บไซต์ของศูนย์ฯ 3. เวลาในการใช้บริการคือ 2 ชั่วโมง ต่อครั้ง ถ้ามีผู้ใช้บริการจำนวนน้อยสามารถขอต่อเวลาได้ แต่ถ้า มีผู้ใช้บริการจำนวนมากจะทำการต่อเวลาไม่ได้ 4. กรณีที่ใช้บริการไม่ครบ 2 ชั่วโมง กรุณาปิดปุ่ม Stop ที่มุมขวาก่อนออกทุกครั้ง 5. ห้ามผู้ใช้บริการเปิด Web ลามก ล่อแหลม หากพบเห็นจะถูกติดสิทธิ์การใช้อินเทอร์เน็ต 6. ห้ามผู้ใช้นำ อาหาร ขนม และเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าไปในห้องสมุด 7. ตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้ทุกครั้ง หากพบปัญหา กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที ระเบียบปฏิบัติวิทยาลัยว่าด้วย การยืม คืน ทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อให้การบริการยืม - คืน ทรัพยากรสารนิเทศของศูนย์วิทยบริการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีการหมุนเวียนแก่ผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึง ได้กำหนดระเบียบปฏิบัติว่าด้วย การยืม คืน ทรัพยากรสารนิเทศ ดังนี้ การให้บริการยืม คืน นักศึกษา ระดับ ปวช./ปวส. หนังสือทั่วไป 3 เล่ม ระยะเวลา 7 วัน หนังสือสำรอง 1 เล่ม ระยะเวลา 1 วัน อาจารย์ประจำ หนังสือทั่วไป 10 เล่ม ระยะเวลา 20 วัน เจ้าหน้าที่ / พนักงาน หนังสือทั่วไป 3 เล่ม ระยะเวลา 7 วัน อัตราค่าปรับกรณีที่คืนเกินระยะเวลาที่กำหนด หนังสือทั่วไป วันละ 5 บาทต่อเล่ม หนังสือสำรอง ชั่วโมงละ 5 บาทต่อเล่ม


99 ข้อปฏิบัติการเข้าใช้บริการศูนย์วิทยบริการและห้องสมุด 1. แต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามระเบียบของวิทยาลัย 2. ไม่ส่งเสียงดังและปฏิบัติตนมิให้เป็นที่รบกวนผู้อื่น 3. ฝากกระเป๋า ถุง ย่าม สิ่งของอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการค้นคว้าไว้ที่ชั้นรับฝากของบริเวณทางเข้า ออก พร้อมนำของมีค่า เช่น กระเป๋าสตางค์ โน้ตบุ๊ก มือถือ ติดตัวไปด้วย หากเกิดการสูญหายทางศูนย์ฯ จะไม่ รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น 4. ห้ามนำอาหาร ขนม ขวดน้ำหรือเครื่องดื่มอื่นๆ เข้าไปในศูนย์วิทยบริการ 5. ก่อนออกจากศูนย์ฯ ต้องแสดงหนังสือหรือเอกสารและสิ่งของต่อเจ้าหน้าที่ตรวจก่อนทุกครั้ง ถ้ามี พฤติกรรมที่น่าสงสัยเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ที่ขอตรวจค้นได้ 6. ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเมื่อเข้าศูนย์ฯ 7. ผู้ใช้บริการทุกคนควรช่วยกันรักษาทรัพยากรสารสนเทศและครุภัณฑ์ มิให้ชำรุดเสียหาย หมายเหตุ นักศึกษาที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎระเบียบ และข้อปฏิบัติในการใช้ศูนย์วิทยบริการ บรรณารักษ์ หรือ เจ้าหน้าที่มีอำนาจพิจารณา ดังนี้ 1. ตักเตือนด้วยวาจาหรือเชิญออกจากศูนย์วิทยบริการ 2. ตัดสิทธิ์การเข้าใช้ห้องสมุด 3. การฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อปฏิบัติขั้นร้ายแรง ด้วยการทำลาย เช่น ฉีก ตัด กรีด ทำให้ทรัพยากร สารสนเทศของศูนย์วิทยบริการเสียหาย จะต้องได้รับโทษทางวินัยตามระเบียบของวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน 4. หากผู้ใช้ลักขโมยทรัพยากรสารสนเทศ หรือทรัพย์ผู้อื่นภายในศูนย์ฯ จะต้องถูกดำเนินคดีอาญา


100 งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพ ที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษากับ สถานประกอบการ ในเรื่องการจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การจัดการฝึกอาชีพ การวัดผล ประเมินผล ใช้ระยะเวลาการศึกษา ผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีจะได้ประโยชน์ ดังนี้ 1. นำความรู้ และทักษะจากการเรียนในสถานศึกษา ไปประยุกต์ใช้ในการฝึกอาชีพในสถาน ประกอบการ ส่งผลให้มีสมรรถนะในอาชีพ สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา 2. มีทักษะการปฏิบัติงานในวิชาชีพ ที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน 3. ได้รับเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอื่นๆ ตามสัญญาฝึกอาชีพ 4. ได้รับโอกาสในกาเข้าทำงานในสถานประกอบการ ที่ฝึกอาชีพเมื่อสำเร็จการศึกษา 5. ได้ใบรับรองการฝึกอาชีพจากสถานประกอบการ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสมัครงาน 6. ได้รับการปลูกฝังคุณลักษณะที่สถานประกอบการ เช่น ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา ความอดทน การแก้ไขปัญหา เป็นต้น ปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน มีการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระบบทวิภาคี จำนวน 6 แผนกวิชา ประกอบด้วย 1. แผนกวิชาช่างยนต์ 2. แผนกวิชาไฟฟ้า 3. แผนกวิชาการตลาด 4. แผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 5. แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์ 6. แผนกวิชาการบัญชี โดยวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา 1 ปี (2 ภาคเรียน) ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ 1 ปี (2 ภาคเรียน) และยังมีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาน ประกอบการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ทั้งภายในจังหวัดน่าน และต่างจังหวัด โดยนักศึกษาอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคีฝึกอาชีพในสถานประกอบการ และมีรายได้ระหว่างฝึกอาชีพ ขั้นตอนการขอฝึกประสบการณ์สมรรถนะอาชีพ และ ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ 1. นักเรียน นักศึกษา ยื่นหนังสือ คำร้องขอฝึกงานที่กรอกข้อมูลถูกต้องครบถ้วนที่ห้องทวิภาคี 2. งานทวิภาคีส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์รับนักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์สมรรถนะอาชีพและ ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ 3. สถานประกอบการส่งแบบตอบรับนักศึกษากลับมายังวิทยาลัยฯ 4. งานทวิภาคีส่งหนังสือขออนุญาตผู้ปกครองให้นักเรียน นักศึกษา ฝึกประสบการณ์สมรรถนะอาชีพ และ ฝึกอาชีพ ในสถานประกอบการ และนำส่งคืนงานทวิภาคี ตามวันที่วิทยาลัยฯ กำหนดไว้ในหนังสือ 5. ปฐมนิเทศนักเรียน นักศึกษา ฝึกประสบการณ์สมรรถนะอาชีพและ ฝึกอาชีพ ในสถานประกอบการ ชี้แจงขั้นตอนต่างๆในการฝึกประสบการณ์สมรรถชีพและ ฝึกอาชีพ - รับคู่มือฝึกประสบการณ์สมรรถนะอาชีพและ ฝึกอาชีพ ในสถานประกอบการ งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี


101 -รับสัญญาการฝึกอาชีพในสถานประกอบการกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน และนำส่งคืนงานทวิภาคี - รับแบบประเมินการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ - รับหนังสือส่งตัวเข้าฝึกงานในสถานประกอบการ


102 แนวปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน นักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยสารพัดช่างน่านทุกคน ต้องเข้าร่วมกิจกรรมตามหลักสูตรและกิจกรรมที่ วิทยาลัยกำหนด และผ่านการประเมินผลจึงสามารถจบหลักสูตรได้ ผู้ไม่ผ่านกิจกรรมจะไม่จบหลักสูตร ระดับ ปวช. มีหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมดังนี้ 1. ต้องเข้าร่วมกิจกรรมในวิชากิจกรรมดังนี้ ภาคเรียนที่ 1 กิจกรรมลูกเสือวิสามัญ 1 ภาคเรียนที่ 2 กิจกรรมลูกเสือวิสามัญ 2 ภาคเรียนที่ 3 กิจกรรมองค์การวิชาชีพ 1 ภาคเรียนที่ 4 กิจกรรมองค์การวิชาชีพ 2 ภาคเรียนที่ 5 กิจกรรมองค์การวิชาชีพ 3 ภาคเรียนที่ 6 กิจกรรมองค์การวิชาชีพ 4 โดยในแต่ละภาคเรียนมีอาจารย์ผู้สอน 1 คน ต่อนักเรียน 1 ห้อง (40 คน ) 2. ต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมในวิชาชีพที่กำหนดให้ 65 % ของแต่ละภาคเรียน 3. ต้องมีเวลาร่วมกิจกรรมนอกเวลาเรียน เช่น กิจกรรมเข้าแถวหน้าเสาธง กิจกรรมวันสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และกิจกรรมที่วิทยาลัยฯ กำหนดไว้ 65 % ของแต่ละภาคเรียน 4. การประเมินผลต้องได้ “ผ” คือ ผ่าน จึงถือว่าผ่านกิจกรรม ผู้ไม่ผ่าน (มผ.) กิจกรรม ให้รีบ ดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศผลสอบ 5. ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ปวช. ต้องได้ “ผ” ทุกภาคเรียน ระดับ ปวส. มีหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมดังนี้ 1. ต้องเข้าร่วมกิจกรรมชมรมภาคเรียนละ 1 ชมรม 2. ต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมชมรมในแต่ละภาคเรียน 65 % 3. ต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมที่วิทยาลัยกำหนดไว้ 65 % 4. การประเมินผลต้องได้ “ผ” คือ ผ่าน จึงถือว่าผ่านกิจกรรม ผู้ไม่ผ่าน (มผ.) กิจกรรม ให้รีบ ดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลสอบ 5. ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ปวส. ต้องได้ “ผ” ทุกภาคเรียน กิจกรรม ปวช./ปวส. สถานศึกษากำหนดกิจกรรมไว้ 3 ด้าน ผู้เรียนทุกคนต้องผ่านกิจกรรมทุกด้านจึงจะผ่าน (ผ) ได้แก่ 1. กิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติ 2. กิจกรรมลูกเสือวิสามัญ หรือกิจกรรมองค์การวิชาชีพ 3. กิจกรรมที่วิทยาลัยกำหนด โดยกำหนดให้ครูที่ปรึกษาส่งผลการเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละรายการให้กับงานกิจกรรมนักเรียน นักศึกษา เพื่อประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด (ผ. หรือ มผ.) ในกรณีที่ผลการเข้าร่วมกิจกรรมได้ มผ. ให้นักเรียน นักศึกษา ยืนคำร้องและดำเนินการแก้กิจกรรมให้แล้วเสร็จภายในภาคเรียน นั้นๆ และสามารถ ติดตามผลการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่งานกิจกรรมนักเรียน นักศึกษา ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา งานกิจกรรมนักเรียน นักศึกษา


103 การกีฬา และพลานามัย วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน วิทยาลัยได้ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยส่งเสริมกีฬาเพื่อ สุขภาพพลานามัยและห่างไกลยาเสพติด โดยมีนโยบายเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกีฬาดังนี้ 1. กีฬาภายในดำเนินการแช่งชันภายในวิทยาลัย 2. กีฬาจังหวัดร่วมการแข่งขันภายในวิทยาลัย 3. กีฬากลุ่มสถานศึกษาภาคเหนือ (เขตการศึกษา 7 - 8) และการแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ 4. สนับสนุนให้ นักเรียนนักศึกษา ที่มีความสามารถในด้านกีฬาได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ในทางกีฬาและก้าวสู่ระดับชาติ ข้อปฏิบัติของนักเรียนนักศึกษาเกี่ยวกับราชการทหาร การขึ้นทะเบียน ผู้มีอายุครบ 17 ปี บริบูรณ์จะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอ ตามภูมิลำเนาในทะเบียนบ้านเพื่อขึ้น ทะเบียนทหารกองเกิน การขึ้นทะเบียนทหารกองเกินจะหมดกำหนดในเดือนธันวาคม ถ้าไปขึ้นทะเบียนทหาร เมื่อเลยกำหนดเวลาจะมีโทษปรับ และถ้าผู้ใดไม่แจ้งขึ้นทะเบียนทหารเลย จะมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงการเข้า รับราชการทหาร มีโทษจำคุก ผู้ที่ขึ้นทะเบียนทหารกองเกินแล้ว ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องปฏิบัติดังนี้ 1. ต้องตรวจสอบข้อความให้ตรงกับทะเบียนบ้าน ถ้าไม่ถูกให้สัสดีอำเภอแก้ไขใน สด.๙ ให้ถูกต้อง ทันที 2. ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงชื่อหรือสกุลในภายหลังต้องแจ้งให้สัสดีอำเภอทราบเพื่อแก้ไขใน สด.9 3. ถ้าย้ายภูมิลำเนาเป็นการถาวร คือมีการย้ายภูมิลำเนาความทะเบียนบ้านจากจังหวัดหนึ่งไปอยู่ อีกจังหวัดหนึ่งจะต้องย้ายภูมิลำเนาทหารด้วย คือแจ้งย้ายสัสดีอำเภอที่ขึ้นทะเบียนทหารไว้แล้วมาแจ้งเข้าสัสดี อำเภอ ตามภูมิลำเนาที่มาอยู่ใหม่ แล้วจะได้รับใบ สด.10 ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกในการเดินทางไป รับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารตามภูมิลำเนาใหม่ 4. ถ้าใบ สด.9 หาย ต้องไปแจ้งหายที่สถานีตำรวจแล้วนำหลักฐานไปขอใบแทนที่สัสดีอำเภอ การขอยกเว้นการตรวจเลือก คุณสมบัติที่จะมาขอยกเว้นการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร คือนักศึกษาวิชาทหารผู้ที่จะต้องเข้ารับ การตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการในปีต่อไป วิธีการขอยกเว้น ผู้ที่จะขอยกเว้นต้องไปติดต่อกับผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร โดยนำหลักฐานต่าง ๆ ไปด้วยภายในเดือน กันยายน ของทุกปี ซึ่งทางวิทยาลัยจะรวบรวมทำเรื่องขอยกเว้นให้นักศึกษาที่ขอยกเว้นไว้ทั้งหมดไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งเดียวเท่านั้น หลักฐานที่ใช่ในการขอยกเว้น 1. สำเนา สด.9 หรือ สด.10 จำนวน 6 ฉบับ 2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ทร.14) จำนวน 6 ฉบับ 3. สำเนาเอกสารสำคัญทางการเปลี่ยนแปลงชื่อหรือสกุล สำหรับผู้ที่เปลี่ยนแปลงชื่อหรือสกุลใน ใบ สด.9 จำนวน 6 ฉบับ


104 การขอผ่อนผันรับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร คุณสมบัติผู้ที่จะขอผ่อนผันการเข้ารับราชการทหาร คือผู้ที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกอง ประจำการในปีต่อไป ได้แก่ 1. ผู้ที่อายุครบ 20 ปี และไม่เกิน 26 ปี 2. ผู้ที่ย้ายสถานศึกษา คือเคยขอผ่อนผันไว้ที่สถานศึกษาเดิมแล้ว จบการศึกษา หรือย้ายมาศึกษา ต่อที่สถานศึกษาแห่งใหม่จะต้องขอผ่อนผันใหม่ 3. ผู้ที่พ้นจากการยกเว้นการเข้ารับราชการทหาร เช่นที่เคยเรียน รด. และเคยยกเว้นไว้ แต่ปีครบ เกณฑ์ไม่ได้เรียน รด. จะต้องแจ้งสัสดีอำเภอที่ขอยกเว้น แล้วขอผ่อนผันใหม่ในฐานะนักศึกษา วิธีการขอผ่อนผัน ผู้ที่ขอผ่อนผันต้องไปติดต่อกับแผนกงานนักศึกษาวิชาทหารโดยนำหลักฐานต่างๆ ไปด้วยภายใน ระยะเวลาที่กำหนด (ไม่เกินสิ้นเดือนตุลาคม ของทุกปี) วิทยาลัยจะรวบรวมเรื่องขอผ่อนของนักศึกษาที่แจ้งขอ ผ่อนผันไว้ทั้งหมดไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมกันครั้งเดียวเท่านั้น . หลักฐานที่ใช้ในการติดต่อขอผ่อนผัน 1. สำเนา สด.9 จำนวน 2 ฉบับ 2. สำเนา สด.10 สำหรับผู้ที่ย้ายภูมิลำเนาทหาร โดยการถ่ายเอกสารจำนวน 2 ฉบับ 3. สำเนาเอกสารสำคัญการเปลี่ยนชื่อ หรือสกุล สำหรับผู้ที่เปลี่ยนชื่อ หรือสกุล ในใบ สด.9 โดย การถ่ายเอกสารอย่างละ 2 ฉบับ ระยะเวลาในการติดต่อแจ้งขอผ่อนผัน ตั้งแต่ เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ข้อปฏิบัติของผู้ได้รับการผ่อนผัน 1. ต้องไปรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร ที่อำเภอตามภูมิลำเนาทหารทุกปี ตลอดระยะเวลา ที่ได้รับการผ่อนผัน กำหนดเวลาการรับหมายเรียกฯ ตั้งแต่ เดือนมกราคม ถึง เดือนธันวาคม ก่อนที่จะทำการ ตรวจเลือก เดือนเมษายน ถ้าไปรับไม่ทันการตามกำหนดเวลาจะถูกปรับ 2. ต้องแสดงตัว และลงชื่อรับทราบ ต่อคณะกรรมการตรวจเลือกทุกปี ตลอดระยะเวลาที่ได้รับ การผ่อนผัน โดยนำหมายเรียก สด.9 และบัตรประชาชนไปด้วย ถ้าไม่มีไปแสดงอาจมีโทษถูกจำคุก หรือปรับ หรือ ทั้งจำทั้งปรับ 3. ในปีแรกที่ขอผ่อนผัน ประมาณเดือนมีนาคม ก่อนการตรวจเลือก ผู้ขอผ่อนควรจะไปตรวจสอบ ที่อำเภอตามภูมิลำเนาทหาร ว่าได้รับการผ่อนผันหรือยัง ถ้าเกิดความผิดพลาดจะมีโอกาสแก้ไขได้ทัน การรับ อายุทางการทหารจะนับโดยเอา พ.ศ. ปัจจุบันตั้ง แล้วลบด้วย พ.ศ. ที่เกิด การสมัครเข้ารับการฝึกวิชาทหาร บุคคลที่มีสิทธิเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ต้องมีคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้ 1. คุณลักษณะ 1.1 เป็นชาย หรือเป็นหญิงมีสัญชาติไทย 1.2 มีอายุไม่เกิน 22 ปีบริบูรณ์นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร สำหรับผู้ยังไม่ บรรลุนิติภาวะต้องได้รับความยินยอมของบิดามารดา หรือผู้ปกครอง 1.3 ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามกฎหมายที่ออกว่า ด้วยการรับราชการ 1.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้ เฉพาะบางท้องที่ตามกฎหมายที่ออกตามความ ใยมาตรา 13 (3) แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497


105 1.5 มีขนาดของน้ำหนักตัว และความสูงตามส่วนสัมพันธ์ดังนี้ อายุ ความขยายของอก (ซม.) ชาย หญิง หายใจเข้า หายใจออก น้ำหนัก (กก.) ความสูง (ซม.) น้ำหนัก (กก.) ความสูง (ซม.) ไม่เกิน 15 16 17 18 19 - 22 75 76 77 78 80 72 73 74 75 77 40 42 44 46 48 150 152 154 156 158 40 41 41 43 44 145 146 147 148 149 1.6 มีความประพฤติเรียบร้อย 1.7 ไม่เป็นทหารประจำการ กองประจำการ หรือถูกกำหนดตัวเข้ากองประจำการแล้ว 2. คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นนักศึกษาวิชาทหาร 2.1 กำลังเรียนอยู่ในสถานศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 2.2 สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่าขึ้นไปโดยได้รับคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1.4 2.3 ถ้าได้คะแนนเฉลี่ยที่สอบ ม.3 ไม่ได้ตามกำหนดใน ข้อ 2 ต้องเคยเป็นลูกเสือสามัญ รุ่นใหญ่ และสอบไล่ได้วิชาพิเศษไม่น้อยกว่า 8 วิชา เงื่อนไขข้อบังคับต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมการรักษาดินแดน 1. สมัครเข้ารักการฝึกวิชาทหาร 2. ต้องตัดผมสั้นตามที่กรมการรักษาดินแดนกำหนด 3. การแต่งกายปฏิบัติตามกรมการรักษาดินแดนกำหนด 4. ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของครูฝึก และผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด 5. ต้องชำระค่าบำรุงเพื่อการศึกษา หลักฐานหรือสิ่งที่ต้องนำไปสมัคร 1. ใบสมัครให้รับจากสถานศึกษาหรือผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารและต้องเขียนด้วยตัวเอง 2. รูปถ่ายขนาด 3 x 4 ซม. จำนวน 2 รูป แต่งเครื่องแบบนักเรียน (สำหรับ นศท. ที่โอนย้ายใช้ 4 รูปเครื่องแบบ นศท.) 3. สำเนาใบสุทธิ หรือสำเนาประกาศนียบัตร หรือใบรับรองการศึกษาชั้น ม.3, มศ.3 หรือ เทียบเท่า และคิดเกรดเฉลี่ยเรียบร้อย 4. สำเนาทะเบียนบ้านปัจจุบัน จำนวน 1 ฉบับ 5. สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล 6. สำเนาใบทหารกองเกิน (สด.9) ยกเว้นผู้มีอายุไม่ครบตามบัญชีทหารกองเกินในปีที่สมัคร การยื่นใบสมัครเข้าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร 1. ให้แจ้งความจำนงต่อผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร หรือผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร 2. สถานที่ยื่นใบสมัคร ให้ยื่นความจำนงได้ที่ แผนกนักศึกษาวิชาทหารวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน 3. นักเรียนจะต้องนำหลักฐานต่างๆ พร้อมเงินค่าสมัครมาพร้อมในวันรับสมัคร


106 ประโยชน์ที่นักเรียนจะได้รับจากการเป็นนักศึกษาวิชาทหาร 1. ในระหว่างที่ศึกษาอยู่ จะได้รับการยกเว้นการรับราชการทหาร 2. เมื่อเรียนสำเร็จในชั้นปีที่ 3 จะได้รับยกเว้น การเข้ารับราชการทหารและได้รับการขึ้นบัญชีเป็น ทหารกองหนุนเทียบยศให้เท่าสิบเอกนอกประจำการ หมายเหตุ : ระเบียบต่างๆ ดังกล่าวนี้ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามคำชี้แจงของแผนกการฝึก กำลังสำรอง กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารีวิสามัญ ลูกเสือ – เนตรนารีวิสามัญ เป็นนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่ต้องการ ให้วิทยาลัย ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทุกวิทยาลัยมีกองลูกเสือ – เนตรนารีวิสามัญ เพื่อ ฝึกความมีระเบียบวินัยและการบริการ ให้กับสังคมและชุมชนในด้านงานอาชีพและอื่นๆ วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน จัดให้ลูกเสือวิสามัญเป็นชมรมหนึ่งของวิทยาลัย นักเรียนที่เรียน ปวช. 1 ทุกคน ต้องสมัครเป็นสมาชิกชมรม ลูกเสือ – เนตรนารีวิสามัญ


107 ระเบียบวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ว่าด้วย การปกครองนักเรียน นักศึกษา พุทธศักราช 2566 ----------------------------------- อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และความในข้อ 6 วรรค 3 แห่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษา พ.ศ. 2548 วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน จึงได้ ปรับปรุง แก้ไข ระเบียบการปกครองนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ว่าด้วยความประพฤติของ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2549 และให้ใช้ระเบียบว่าด้วยการปกครองนักเรียนนักศึกษา พุทธศักราช 2566 ดังนี้ หมวดที่ 1 บททั่วไป ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า ระเบียบว่าด้วยการปกครองนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน พุทธศักราช 2560 ข้อ 2 ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ข้อ 3 ในระเบียบนี้ คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการ ปกครอง นักเรียนนักศึกษา ที่วิทยาลัยฯ แต่งตั้ง ขึ้นเพื่อพัฒนาความประพฤติของนักเรียนนักศึกษา วิทยาลัย หมายความว่า วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ผู้อํานวยการ หมายความว่า ผู้อํานวยการวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน รวมทั้งผู้รักษาการ ใน ตําแหน่งหรือผู้ได้รับแต่งตั้งให้ทําหน้าที่ดังกล่าว รองผู้อํานวยการ หมายความว่า รองผู้อํานวยการวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ทุกฝ่าย รวมทั้ง ผู้รักษาการในตําแหน่งหรือผู้ได้รับแต่งตั้งให้ทําหน้าที่ดังกล่าว หัวหน้างานปกครอง หมายความว่า ครูผู้มีหน้าที่และรับผิดชอบตามระเบียบสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552 ข้อ 31 เจ้าหน้าที่งานปกครอง หมายความว่า ครูที่ได้รับมอบหมายให้ทําหน้าที่เจ้าหน้าที่งานปกครอง มีหน้าที่และรับผิดชอบตามระเบียบสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552 ข้อ 31 หัวหน้าแผนกวิชา หมายความว่า ครูผู้มีหน้าที่ และรับผิดชอบ ตามระเบียบสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552 ข้อ 35 หัวหน้างานกิจกรรมนักเรียนนักศึกษา หมายความว่า ครูผู้มีหน้าที่และรับผิดชอบ ตามระเบียบ สํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552 ข้อ 29 งานปกครอง


108 ครูที่ปรึกษา หมายความว่า ครูผู้มีหน้าที่ และรับผิดชอบ ตามระเบียบสํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา ว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552 ข้อ 30 ครู หมายความว่า ข้าราชการครู พนักงานราชการ (ครู) ครูอัตราจ้าง และได้รับมอบหมายให้ทํา หน้าที่สอนของวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน มีหน้าที่และรับผิดชอบตามระเบียบสํานักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา ว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552 ข้อ 44 และ 45 นักเรียน หมายความว่า ผู้ที่เข้ารับการศึกษาในวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) นักศึกษา หมายความว่า ผู้ที่เข้ารับการศึกษาในวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ผู้ปกครอง หมายความว่า บิดา มารดา หรือผู้ที่ทําหน้าที่ผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษาและเป็นผู้ลง นามในเอกสารมอบตัวนักเรียนนักศึกษา หรือผู้ที่ได้รับการมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร กระทำความผิด หมายความว่า การที่นักเรียนนักศึกษาฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการหรือกฏกระทรวงว่าด้วยการส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนนักศึกษา การลงโทษ หมายความว่า การลงโทษนักเรียนนักศึกษาที่กระทำความผิดโดยมีความมุ่งหมายเพื่อ อบรมสั่งสอนให้เข็ดหลาบ คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการปกครอง/คณะกรรมการพิจารณาโทษนักเรียน นักศึกษาของวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน หมวดที่ 2 หน้าที่ของผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา ข้อ 4 นักเรียน หรือ นักศึกษา จะต้องมีผู้ปกครองตลอดเวลาในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ ข้อ 5 ผู้ปกครองจะต้องมามอบตัวนักเรียน หรือ นักศึกษาและทำหนังสือสัญญากับวิทยาลัย ตามวัน เวลาสถานที่ที่วิทยาลัย กำหนด ข้อ 6 ผู้ปกครองจะต้องร่วมมือกับวิทยาลัย เพื่อการปกครองดูแลควบคุมพฤติกรรมการศึกษาเล่าเรียน และกิจกรรมอื่นที่วิทยาลัย จัดขึ้น ข้อ 7 ผู้ปกครองต้องมาประชุม หรือติดต่อกับวิทยาลัยอยู่เสมอ เพื่อจะได้รับทราบข้อมูล หรือปัญหา ต่างๆ เกี่ยวกับความประพฤติ หรือการศึกษาของนักเรียน นักศึกษา และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่วิทยาลัย จัดขึ้น ตลอดจนให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน นักศึกษา ข้อ 8 เมื่อผู้ปกครองย้ายที่อยู่ หรือ ความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ปกครองแจ้ง ให้วิทยาลัย ทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่มีการย้ายที่อยู่ หรือความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลง ข้อ 9 เมื่อผู้ปกครองได้รับหนังสือเชิญผู้ปกครอง หรือได้รับโทรศัพท์จากทางวิทยาลัย ให้มาพบ ผู้ปกครองจะต้องมาติดต่อกับทางวิทยาลัยภายใน 3 วัน นับตั้งแต่ที่ได้รับหนังสือหรือโทรศัพท์กรณีมอบหมาย ให้บุคคลอื่นมาแทนต้องมีหนังสือมอบหมายอำนาจมาแสดงชัดเจน ข้อ 10 วิทยาลัย สามารถตรวจสอบ ติดตามหลักฐาน การเป็นผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษา ได้ทุก เวลา ถ้าผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับวิทยาลัย จะไม่ได้รับการพิจารณาถึงสิทธิหรือประโยชน์ ที่นักเรียนนักศึกษาจะพึงได้รับจากวิทยาลัย


109 หมวดที่ 3 การแต่งกายของนักเรียนนักศึกษา ข้อ 11 เครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียนชาย นักเรียน ระดับ ปวช. (ชาย) 11.1 ทรงผม - ตัดสั้นแบบรองทรงสูง ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน 5 ซม. (ไม่เกินคิ้ว) ตัดเปิดตีนผมทั้งด้านข้าง และด้านหลังสูง ประมาณ 2 นิ้ว - ห้ามทำสีผม - ห้ามไว้หนวด เครา และจอน 11.2 เสื้อขาว - ผ้าขาวเนื้อเกลี้ยงไม่บางเกินไป - แบบเชิ้ตคอตั้ง ตัวเสื้อหลวม (แต่ไม่หลวมจนเกินไป) ไม่รัดรูป ผูกเนคไทสีกรม ตราวิทยาลัยฯ - ผ่าอกตลอด ติดกระดุมสีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซม. - มีกระเป๋าติดอกเสื้อด้านซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกว้างพอเหมาะกับเสื้อ - เสื้อกีฬาให้ใช้แบบของวิทยาลัย ให้ใช้เฉพาะวันที่มีวิชาพลศึกษาและวิชางานฝึกฝีมือ เท่านั้น 11.3 เสื้อฝึกงาน - ตัวเสื้อสีน้ำตาล คอปกสีตามสาขางาน สาขางานยานยนต์สีน้ำตาล สาขางานไฟฟ้ากำลัง สีส้ม สาขางานอิเล็กทรอนิกส์สีฟ้าและแบบตามที่วิทยาลัยกำหนด - มีตราสัญลักษณ์ของวิทยาลัยที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย ให้ใช้ด้ายสีขาวปักชื่อ - นามสกุล และสาขาวิชาที่ตนศึกษาที่บริเวณ หน้าอกเสื้อด้านขวา 11.4 กางเกง - สีกรมท่า ผ้าเนื้อเกลี้ยง ไม่มีลวดลาย ขายาวแบบสากล ทรงสุภาพ ไม่รัดรูป และไม่หลวม เกินไป - ปลายขากางเกงกว้างไม่น้อยกว่า ๗ นิ้ว และไม่กว้างเกิน 8 นิ้ว - ขอบเอวมีห่วงกว้าง 1 ซม. ยาว 4 ซม. - มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง ข้างละ 1 กระเป๋า - กระเป๋าหลังแบบเจาะไม่มีฝา ห้ามใช้กระเป๋าหลังแบบปะ - ไม่อนุญาตให้ใช้ผ้าเวสป๊อย ผ้าลูกฟูก ผ้าฟอก และผ้ายีนส์ทุกชนิด - สวมกางเกงทับชายเสื้อขาวให้เรียบร้อย 11.5 เข็มขัด - สายหนังสีดำพื้นเรียบ ไม่มีลวดลาย กว้างประมาณ 3 ซม. - หัวเข็มขัดให้ใช้หัวเข็มขัดตราของวิทยาลัย 11.6 รองเท้า และถุงเท้า - รองเท้าหนัง หรือรองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มส้น ไม่หุ้มข้อ มีเชือกผูกหู แบบสุภาพ ไม่มีลวดลาย ใดๆ ทั้งสิ้น - ถุงเท้าสีดำล้วน ไม่มีลวดลายใดๆ ทั้งสิ้น ความยาวประมาณครึ่งหน้าแข้ง


110 11.7 การแต่งกาย - ต้องอยู่ในลักษณะสุภาพ เรียบร้อย สะอาด เหมาะสมกับสภาพการ เป็นนักเรียน นักศึกษา - ไม่อนุญาตให้ใส่เครื่องประดับต่างหู แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ หรือเชือก รัดติดต้นคอ - ห้ามสวมหมวก หรือเสื้อคลุมขณะอยู่ภายในวิทยาลัยยกเว้นตามสภาพ อากาศหนาว นักศึกษา ระดับ ปวส. 11.8 ทรงผม - ตัดสั้นแบบรองทรงตํ่า ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน 7 ซม. ตัดเปิดตีนผม ทั้งด้านข้างและ ด้านหลังสูงประมาณ 1 นิ้ว - ห้ามทำสีผม - ห้ามไว้หนวด เคราและจอน 11.9 เสื้อขาว - ผ้าขาวเนื้อเกลี้ยงไม่บางเกินไป - แบบเชิ้ตคอตั้ง แขนยาว ตัวเสื้อหลวม (แต่ไม่หลวมจนเกินไป) ไม่รัดรูป ผูกเนคไทสีดำ สีแดงเฉพาะแผนกวิชาเครื่องกล ตราวิทยาลัยฯ - ผ่าอกตลอด ติดกระดุมสีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซม. - มีกระเป๋าติดอกเสื้อด้านซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกว้างพอเหมาะกับเสื้อ - เสื้อกีฬาให้ใช้แบบของวิทยาลัย ให้ใช้เฉพาะวันที่มีวิชาพลศึกษาและวิชางานฝึกฝีมือ เท่านั้น 11.10 เสื้อฝึกงาน - เสื้อสีเทา ตามแบบที่วิทยาลัยกำหนด โดยมีตราสัญลักษณ์ของวิทยาลัยที่กระเป๋าเสื้อ ด้านซ้าย ให้ใช้ด้ายสีขาวปักชื่อ - นามสกุล และสาขาวิชาที่ตนศึกษาที่บริเวณ หน้าอก เสื้อด้านขวา 11.11 กางเกง - สีดำ ผ้าเนื้อเกลี้ยง ไม่มีลวดลาย ขายาวแบบสากล ทรงสุภาพ ไม่รัดรูป และไม่หลวม เกินไป - ปลายขากางเกงกว้างไม่น้อยกว่า 7 นิ้ว และไม่กว้างเกิน 8 นิ้ว - ขอบเอวมีห่วงกว้าง 1 ซม. ยาว 4 ซม. - มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง ข้างละ 1 กระเป๋า - กระเป๋าหลังแบบเจาะไม่มีฝา ห้ามใช้กระเป๋าหลังแบบปะ - ไม่อนุญาตให้ใช้ผ้าเวสป๊อย ผ้าลูกฟูก ผ้าฟอก และผ้ายีนส์ทุกชนิด - สวมกางเกงทับชายเสื้อให้เรียบร้อย 11.12 เข็มขัด - สายหนังสีดำพื้นเรียบ ไม่มีลวดลาย กว้างประมาณ 3 ซม. - หัวเข็มขัดให้ใช้หัวเข็มขัดตราของวิทยาลัย 11.13 การแต่งกาย - ต้องอยู่ในลักษณะสุภาพ เรียบร้อย สะอาด เหมาะสมกับสภาพการ เป็นนักเรียน นักศึกษา - ไม่อนุญาตให้ใส่เครื่องประดับต่างหู แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ หรือเชือก รัดติดต้นคอ


111 - ห้ามสวมหมวก หรือเสื้อคลุมขณะอยู่ภายในวิทยาลัยยกเว้นตามสภาพ อากาศหนาว ข้อ 12 เครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียนหญิง นักเรียน ระดับ ปวช. (หญิง) 12.1 ทรงผม - ทรงสุภาพพอประมาณ ถ้าไว้ยาวต้องผูกรวบให้เรียบร้อย ห้ามดัดหรือทำสีผม - ถ้าใช้เครื่องประดับผมให้ใช้สีดำ น้ำเงิน น้ำตาล เท่านั้น 12.2 เสื้อขาว - แบบเชิ้ตคอตั้ง ตัวเสื้อหลวม (แต่ไม่หลวมจนเกินไป) ไม่รัดรูป ผูกเนคไทสีกรม ตราวิทยาลัยฯ - ผ้าขาวเนื้อเกลี้ยง ไม่มีลวดลาย ไม่บางเกินควร และไม่เป็นผ้ามัน - ผ่าอกตลอด ติดกระดุมปั้มโลหะ ตราของวิทยาลัยฯ - ใช้ด้ายสีน้ำเงินปักชื่อ - นามสกุล ตรงบริเวณหน้าอกเสื้อด้านขวา/เข็มเครื่องหมาย - แขนเสื้อสั้นเพียงเหนือข้อศอก - เสื้อกีฬาให้ใช้แบบของวิทยาลัย ให้ใช้เฉพาะวันที่มีวิชาพลศึกษาและวิชางานฝึกฝีมือ เท่านั้น - เสื้อชั้นในต้องเป็นเสื้อในตัวเต็ม สีขาว หรือสีเนื้อ ถ้าสวมเสื้อชั้นในตัวเล็กต้องสวมเสื้อใน ตัวยาวทับอีกชั้นหนึ่ง 12.3 เสื้อฝึกงาน - ตัวเสื้อสีน้ำตาล คอปกสีตามสาขางาน สาขางานยานยนต์สีน้ำตาล สาขางานไฟฟ้ากำลัง สีส้ม สาขางานอิเล็กทรอนิกส์สีฟ้าและแบบตามที่วิทยาลัยกำหนด - มีตราสัญลักษณ์ของวิทยาลัยที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย ให้ใช้ด้ายสีขาวปักชื่อ - นามสกุล และ สาขาวิชาที่ตนศึกษาที่บริเวณ หน้าอกเสื้อด้านขวา 12.4 กระโปรง - สีกรมท่า ผ้าเนื้อเกลี้ยง - มีเกล็ดทั้งซ้ายและขวา ข้างละ 3 เกล็ด เหมือนกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง - กลีบของเกล็ดหันออกด้านนอก และเย็บเกล็ด จากขอบกระโปรงลงมา 6 - 12 ซม - ความยาวของกระโปรงคลุมเข่า ประมาณ 1 ฝ่ามือ ทรงสุภาพ ไม่รัดรูป ให้ทำกระเป๋า เจาะซ่อนรูปตามแนวตะเข็บข้าง - สวมกระโปรงทับชายเสื้อขาวให้เรียบร้อย 12.5 กางเกง - ใช้ระเบียบเดียวกับนักศึกษาชายระดับ ปวช. - การสวมกางเกงต้องสวมคู่กับเสื้อฝึกงาน และต้องเป็นวันที่มีเรียนวิชาภาคปฏิบัติเท่านั้น 12.6 เข็มขัด - สายหนังสีดำ ไม่มีลวดลาย กว้างประมาณ 3 ซม. - หัวเข็มขัดให้ใช้หัวเข็มขัดตราของวิทยาลัย 12.7 รองเท้า และถุงเท้า - (กรณีแต่งกายชุดนักเรียน) รองเท้าหนังสีดำ หุ้มส้น ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน 3 ซม. ถุงเท้าสีขาวล้วนไม่มีลวดลายใด


112 12.8 การแต่งกาย - ต้องอยู่ในลักษณะสุภาพ เรียบร้อย สะอาด เหมาะสมกับสภาพการ เป็นนักเรียน นักศึกษา - ห้ามแต่งหน้า และห้ามใช้เครื่องประดับ ยกเว้นนาฬิกาข้อมือและแหวนนามสกุล - สร้อยคอให้สวมชนิดแขวนพระ หรือเครื่องหมายทางศาสนา และเอาไว้ในเสื้อ - ต่างหูให้ใช้แบบตุ้ม หรือห่วงสีเงิน ขนาดเล็กติดติ่งหู ห้ามใช้ลักษณะและสีอย่างอื่น - ห้ามสวมหมวก หรือผ้าคาดผมที่มีสีสันฉูดฉาด นักศึกษา ระดับ ปวส. 12.9 ทรงผม - ทรงสุภาพพอประมาณ ถ้าไว้ยาวต้องผูกรวบให้เรียบร้อย ห้ามดัดหรือทำสีผม - ถ้าใช้เครื่องประดับผมให้ใช้สีดำ น้ำเงิน น้ำตาล เท่านั้น 12.10 เสื้อขาว - แบบเชิ้ตคอตั้ง แขนยาว ตัวเสื้อหลวม (แต่ไม่หลวมจนเกินไป) ไม่รัดรูป ผูกเนคไทสีดำ ตราวิทยาลัยฯ - ผ้าเนื้อเกลี้ยง ไม่บางเกินควร และไม่เป็นผ้ามัน - ผ่าอกตลอด ติดกระดุมสีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซม./เข็มเครื่องหมาย - ติดป้ายชื่อโลหะทางด้านขวามือ เข็มเครื่องหมาย - แขนเสื้อยาวเพียงเหนือข้อศอก - เสื้อกีฬาให้ใช้แบบของวิทยาลัย ให้ใช้เฉพาะวันที่มีวิชาพลศึกษาและวิชางานฝึกฝีมือ เท่านั้น - เสื้อชั้นในต้องเป็นเสื้อในตัวเต็ม สีขาว หรือสีเนื้อ ถ้าสวมเสื้อชั้นในตัวเล็กต้องสวมเสื้อในตัว ยาวทับอีกชั้นหนึ่ง 12.11 เสื้อฝึกงาน - เสื้อสีเทา ตามแบบที่วิทยาลัยกำหนด โดยมีตราสัญลักษณ์วิทยาลัยติดที่กระเป๋าเสื้อ ด้านซ้าย ให้ใช้ด้ายสีขาวปักชื่อ - นามสกุลและสาขาวิชาที่ตนศึกษา ที่บริเวณหน้าอกเสื้อ ด้านขวา 12.12 กระโปรง - สีดำ เนื้อผ้าเกลี้ยง - แบบพลีท กระโปรงจีบรอบตัว - ความยาวของกระโปรงคลุมเข่า แต่ไม่เกินครึ่งหน้าแข้ง - สวมกระโปรงทับชายเสื้อให้เรียบร้อย 12.13 กางเกง - ใช้ระเบียบเดียวกับนักศึกษาชาย ระดับ ปวช. - การสวมกางเกงต้องสวมคู่กับเสื้อฝึกงาน และต้องเป็นวันที่มีเรียนวิชาภาคปฏิบัติเท่านั้น 12.14 เข็มขัด - สายหนังสีดำ พื้นเรียบ ไม่มีลวดลาย กว้างประมาณ 3 ซม. - หัวเข็มขัดให้ใช้หัวเข็มขัดตราของวิทยาลัย 12.15 รองเท้า และถุงเท้า - รองเท้าหนังสีดำ หุ้มส้น ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน 3 ซม. ไม่ใส่ถุงเท้า (กรณีแต่งกายชุด ฝึกงาน) รองเท้าผ้าใบสีดำล้วน ไม่มีลวดลาย


113 - ถุงเท้าสีดำล้วน ไม่มีลวดลาย 12.16 การแต่งกาย - ต้องอยู่ในลักษณะสุภาพ เรียบร้อย สะอาด เหมาะสมกับสภาพการ เป็นนักเรียนนักศึกษา - ห้ามแต่งหน้า และห้ามใช้เครื่องประดับ ยกเว้นนาฬิกาข้อมือและแหวน นามสกุล - สร้อยคอให้สวมชนิดแขวนพระ หรือเครื่องหมายทางศาสนา และเอาไว้ในเสื้อ - ต่างหูให้ใช้แบบตุ้ม หรือห่วงสีเงิน ขนาดเล็กติดติ่งหู ห้ามใช้ลักษณะ และสี อย่างอื่น - ห้ามสวมหมวก หรือผ้าคาดผมที่มีสีสันฉูดฉาด ข้อ 13 เครื่องแบบชุดองค์การวิชาชีพ เสื้อองค์การวิชาชีพ เป็นเสื้อสีสูทสีกรมท่ามีตราสัญลักษณ์ขององค์การวิชาชีพ ให้นักเรียน นักศึกษา สวมใส่มาตามวันที่ทางวิทยาลัย กำหนดให้เท่านั้น ข้อ 14 การใช้เครื่องประดับ (1) ห้ามนักเรียน นักศึกษา ใช้ หรือสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด (2) นักเรียนหรือนักศึกษาหญิง อนุญาตให้ใส่ตุ้มหูแบบสุภาพ (ติดติ่งหู) ได้เพียงข้างละ 1 อัน (3) ห้ามนักเรียนหรือนักศึกษาชายใส่ตุ้มหูโดยเด็ดขาด (4) ห้ามใส่กำไรหรือสร้อยข้อมือ หรือ ข้อเท้า (5) ห้ามสวมใส่เครื่องประดับที่เป็นทองหรือเครื่องประดับอื่นใดที่มีค่า, กรณีสูญหายวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบ ข้อ 15 ห้ามนักเรียนหรือนักศึกษาสักภาพหรือระบายสีภาพบนผิวหนัง ห้ามเจาะร่างกายเพื่อเป็นการ ตกแต่งร่างกายโดยเป็นการไม่เหมาะสมกับสถานภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ข้อ 16 ห้ามนักเรียนหรือนักศึกษาชาย แต่งหน้า ทาเล็บ ทาปากโดยเด็ดขาด หรือเป็นการตกแต่ง ร่างกายให้ไม่เหมาะสมกับสถานภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ข้อ 17 ห้ามนักเรียนหรือนักศึกษาหญิง แต่งหน้า ทาปากสีเข้ม ห้ามทาเล็บหรือไว้เล็บยาว หมวดที่ 4 ความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา ข้อ 18 นักเรียน หรือ นักศึกษา ต้องไม่ประพฤติตน ดังต่อไปนี้ (1) หนีเรียนและ/หรือออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงเวลาเรียน หรือใน ช่วงพักระหว่างคาบเรียน (ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น.) (2) ขาดเรียนติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันโดยไม่แจ้งให้ครูผู้สอนหรือวิทยาลัยฯ ทราบเป็นลายลักษณ์ อักษร (3) มาเรียนสาย โดยไม่มีเหตุผลอันควร (4) ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ หรือ บังคับขืนใจเพื่อเอาทรัพย์สินของบุคคลอื่น หรือของ สถานศึกษา (5) ทำลายทรัพย์สินของสถานศึกษา หรือบุคคลอื่น โดยเจตนาให้เกิดความเสียหาย (6) ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ชก ต่อย ตบ ตี ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เตรียมการหรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน และ/หรือกระทำตนเป็น อันธพาล ชกต่อย ก่อกวนความสงบเรียบร้อย เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เดือดร้อน (7) เสพยาเสพติดให้โทษและ/หรือมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง (8) มั่วสุมเล่นการพนันในสถานศึกษาหรือนอกสถานศึกษา


114 (9) ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน มีไว้ครอบครอง เสพ หรือ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติดให้โทษ (10) ดื่มกิน และหรือร่วมรับประทานอาหารหรือพูดคุยกับบุคคลอื่นที่มิใช่บิดา มารดา ผู้ปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือ ญาติพี่น้องของตน ในสถานที่รโหฐาน หรือสถานที่ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะ สองต่อสอง โดยไม่มีเหตุผลอันควร (11) ปลอมแปลงเอกสารของบุคคลอื่น หรือของทางราชการ หรือนำเอาเอกสารทางราชการ ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต (12) ใช้คำพูดหยาบคาย และ/หรือ แสดงกิริยาก้าวร้าว หรือใช้กำลังประทุษร้าย ต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือ ครูอาจารย์ หรือ เจ้าหน้าที่ ตามระเบียบนี้และ/หรือขัดขืนไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ สถานภาพ (13) แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย และ/หรือแต่งกายผิดระเบียบว่าด้วยการแต่งกายของของ นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ตามหมวดที่ 3 (14) ไม่พกบัตรประจำตัวนักเรียน นักศึกษา (15) ขัดคำสั่งของครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่ ที่ชอบด้วยเหตุผลและกฎหมาย (16) รวมกลุ่มกันเป็นแก๊ง หรือตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อสร้างอิทธิพล หรือตั้งตัวอาสาเป็นผู้ เจรจาไกล่เกลี่ยโดยมิใช่หน้าที่ หรือโดยชอบด้วยเหตุผล (17) แอบอ้างชื่อบุคคลอื่น หรือ นำบุคคลอื่นที่มิใช่ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่ไม่มีรายชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านของตนมาเป็นผู้ปกครอง (18) ประพฤติตนหรือแสดงพฤติกรรมทางชู้สาว ซึ่งไม่เหมาะสมกับสถานภาพนักเรียน นักศึกษาหรือกระทำตนในลักษณะชู้สาว หรืออนาจารหรือผิดศีลธรรมอันดีของสังคมในที่เปิดเผยหรือต่อ สาธารณะชน หรือในที่รโหฐาน (19) ประพฤติตนยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นในลักษณะชู้สาว เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน (20) ชักนำบุคคลอื่นบุกรุกเข้ามาในสถานศึกษาเพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่มี เหตุผล (21) จงใจปกปิดข้อมูลหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีต่างๆ เพื่อให้ตนเองหรือพวกพ้องพ้นจากความผิด (22) เที่ยวเตร่ในยามค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 22.00 น. - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เช่น ร้านอาหาร สถานบริการ ดิสโก้เธค ผับ บาร์ หรือสถานที่ที่มีสุราหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์หรือ สถานที่อโคจร (23) ใช้โทรศัพท์พูดคุยขณะมีการเรียนการสอนหรือในห้องเรียนขณะมีครูกำลังทำการสอนอยู่ (24) แอบใช้ไฟฟ้าของวิทยาลัยฯ หรือห้องสำนักงานต่าง ๆ หรือทำการอื่นใดโดยไม่ได้รับ อนุญาต (25) มีหรือพกพาอาวุธร้ายแรงไว้ในครอบครอง และหรือวัตถุซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ สามารถใช้ประทุษร้ายแต่ร่างกายอย่างอาวุธได้ เช่น มีด ของแข็ง ของมีคม ปืน หรือเครื่องกระสุนที่มีอันตราย (26) กระทำตนในลักษณะเป็นอันธพาล ข่มขู่ หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำความผิดในลักษณะ ต่างๆ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน ทั้งร่างกายหรือจิตใจ (27) จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบจราจรภายในวิทยาลัย


115 (28) อยู่กินร่วมกันในลักษณะสามี ภรรยา และ/หรืออยู่ในห้องพักเดียวกันลักษณะ สามี ภรรยา ในขณะที่มีสถานภาพนักเรียน/นักศึกษา ยกเว้นกรณีที่ผู้ปกครองรับทราบ ยินยอม และรับรองเป็นลาย ลักษณ์อักษรหรือจดทะเบียนสมรถหรือจัดพิธีสมรสตามประเพณี (29) นักเรียน นักศึกษา ต้องอยู่ในหอพักที่ถูกต้องและได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นหอพักจด ทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นหอพักที่แยกชาย หญิง ชัดเจน (30) แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย มาติดต่อราชการ ไม่สวมกางเกงขาสั้นหรือเสื้อกล้ามเข้ามา ภายในวิทยาลัย (31) สวมใส่รองเท้าฟองน้ำหรือรองเท้าแตะเข้ามาในสถานศึกษาและสถานฝึกประสบการณ์ ยกเว้นได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยฯ เท่านั้น (32) สวมใส่เครื่องประดับ ยกเว้น นาฬิกา ต่างหูแบบเรียบติดหู 1 คู่ (ลักษณะสุภาพ ไม่ใช่ แฟชั่น) และ/หรือสร้อยคอที่มีพระห้อยอยู่ (33) หลบหนี ต่อสู้หรือขัดขวาง ขู่เข็ญ ข่มขู่ ในการเรียกตรวจ หรือตรวจค้น ของครูหรือ เจ้าหน้าที่ (34) เจาะคิ้ว เจาะจมูก เจาะลิ้น สัก หรือมีรอยสัก ตามร่างกาย ที่เห็นได้ชัด หมวดที่ 5 หลักเกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติ และการลงโทษนักเรียน นักศึกษา ข้อ 19 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียน หรือ นักศึกษา ที่กระทำความผิด มี 4 ขั้น ดังนี้ (1) ว่ากล่าวตักเตือน (2) ทำทัณฑ์บน (3) ตัดคะแนนความประพฤติ (4) ทำกิจกรรม หรือ บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ข้อ 20 ความผิดและโทษของนักเรียน หรือ นักศึกษา ที่กระทำผิดระเบียบว่าด้วยการปกครองนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน (1) โทษว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน และตัดคะแนนความประพฤติ ครั้งหน้าไม่เกิน 5 คะแนน เมื่อนักเรียน นักศึกษาทำการฝ่าฝืน ข้อ 18 (1) ถึง (3) (2) ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละไม่เกิน 10 คะแนน เมื่อนักเรียน นักศึกษากระทำการ ฝ่าฝืนข้อ 18 (4) ถึง (34) ซึ่งต่างกรรมต่างวาระและไมมีผลกระทบมากนัก (3) ตัดคะแนนความประพฤติครั้งหนึ่งไม่เกิน 15 คะแนน เมื่อนักเรียน นักศึกษากระทำการ ฝ่าฝืน ข้อ 18 (4) ถึง (34) ที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อบุคคลอื่นและชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา (4) ตัดคะแนนความประพฤติครั้งหนึ่งเกิน 15 คะแนนเมื่อพบกรณีการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ กำหนดไว้ในข้อ 18 และคณะกรรมการปกครองพิจารณาแล้วว่ามีผลกระทบรุนแรงกว่าปกติมากกว่า (3) ข้อ 21 โทษตัดคะแนนความประพฤติ นักเรียนนักศึกษาที่มีความประพฤติผิดหรือกระทำผิดระเบียบ และควรได้รับโทษตัดคะแนนความประพฤติตามข้อ 20 แห่งระเบียบนี้ ผู้ตัดคะแนนต้องแจ้งหัวหน้างาน ปกครองเพื่อดำเนินการให้นักเรียนนักศึกษามารับทราบความผิดและแจ้งผู้ปกครองทราบโดยไม่ล่าช้า ข้อ 22 คะแนนความประพฤติ คิดเป็นภาคเรียน ดังนี้ (1) นักเรียนนักศึกษาคนหนึ่งๆ มีคะแนนความประพฤติ ภาคเรียนละ 30 คะแนน (2) ครูทุกท่านมีอำนาจเสนอตัดคะแนนได้ ครั้งละไม่เกิน 5 คะแนน


116 (3) หัวหน้าแผนกวิชา/หัวหน้างานและผู้ช่วยงานปกครอง/เจ้าหน้าที่งานปกครอง มีอำนาจ เสนอตัดคะแนนได้ ครั้งละไม่เกิน 7 คะแนน (4) รองผู้อำนวยการ มีอำนาจเสนอตัดคะแนนได้ ครั้งละไม่เกิน 10 คะแนน (5) ในกรณีที่นักเรียนนักศึกษาทำความผิดเกินอำนาจที่เสนอตัดคะแนนให้รายงานหัวหน้า งานปกครองพร้อมแนบเหตุผลการเสนอการตัดคะแนนมาด้วยเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป (6) หัวหน้างานปกครองมีหน้าที่รวบรวมเอกสารหลักฐานการตัดคะแนนความประพฤติของ นักเรียนนักศึกษาเพื่อเสนอผู้อำนวยการพิจารณาสั่งการและจัดทำระเบียบควบคุมไว้ตรวจสอบได้ภายใน 3 ปี การศึกษา ข้อ 23 ให้รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้กรณี มีข้อสงสัยหรือข้อความขัดแย้งกันแห่งระเบียบนี้ให้คณะกรรมการงานปกครองพิจารณาหาข้อยุติ และเสนอ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสั่งการต่อไป ประกาศ ณ วันที่ 10 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2566 (นางวริทธิ์นันท์ จันทรมนตรี) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน


117 บริการแนะแนว บริการแนะประกอบด้วยบริการต่างๆ 6 บริการ คือ 1. บริการจัดหางานให้บริการตลอดปีการศึกษา ดังนี้ 1. จัดรับวารสาร “งาน” ซึ่งรวบรวมอัตรางานต่าง ๆ ในช่วง 1 เดือนที่เปิดรับสมัคร 2. ติดต่องานให้นักศึกษาโดยตรงในกรณีสถานประกอบการให้ช่วยรับสมัครงานแทนนายจ้างโดย จะติดประกาศเป็นช่วง ๆ ตามที่ได้รับการติดต่อมา 2. บริการแนะแนวศึกษาต่อ ให้มีบริการดังนี้ 1. จัดแนะแนวศึกษาต่อโดยรุ่นพี่ จากสถาบันต่าง ๆ 2. จัดแนะแนวศึกษาต่อในสถาบันต่าง ๆ ที่จัดหน่วยแนะแนวเดินทางมาบรรยายให้ความรู้ 3. จัดเอกสารศึกษาต่อในสถาบัน ภาครัฐและภาคเอกชน ที่เปิดสอน ในระดับ ปวส. และปริญญาตรี โดยจะติดประกาศเป็นช่วง ๆ ตามที่ได้รับเอกสารเผยแพร่ตอบรับกลับมาถึงวิทยาลัย 3. บริการให้คำปรึกษา ให้บริการดังนี้ 1. จัดหาทุนการศึกษา ให้นักศึกษา 2. พิจารณานักศึกษา เพื่อยื่นเรื่องขอรับทุน ต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 3. จัดทำเอกสาร รายงาน และรับรองในเรื่องต่าง ๆ การพิจารณา ทุนการศึกษาให้นักศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างน่านหรือติดตามผลหลังจัดสรรทุน ให้นักศึกษาวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน 4. บริการจัดหาทุน มีคุณสมบัติผู้ขอรับทุนตามประกาศของวิทยาลัย ขั้นตอนการขอรับทุนการศึกษามีดังนี้ 1. ติดต่อขอรับแบบฟอร์มการขอรับทุนได้ที่แผนกวิชาที่นักศึกษาเรียนอยู่โดยสอบถามจากอาจารย์ใน แผนกวิชา(ประมาณเดือนพฤษภาคม) 2. ยื่นแบบคำร้องขอทุนให้ตรงเวลาไม่เกินเดือนพฤษภาคม 3. เมื่อแผนกวิชาจัดลำดับความจำเป็นของนักศึกษาในการได้รับทุนเสร็จ งานแนะแนวจะจัดสรรทุน ต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้ตามลำดับ 5. บริการกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษา ระเบียบการปฏิบัติตนของผู้กู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษา 1. ผู้กู้ยืมเงินจะต้องแจ้งการเปลี่ยนที่อยู่หรือการย้ายโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาและ การจบการศึกษาให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลังทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง หรือจบการศึกษา ในกรณีการย้ายโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษา มีผลให้ค่าใช้จ่ายในการศึกษาเพิ่มขึ้นหรือ ลดลง คณะกรรมการจะอนุมัติหรือสั่งให้เพิ่มหรือลดเงินกู้ยืมตามที่เห็นสมควรก็ได้ 2. เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษา หรือเลิกการศึกษาแล้วเป็นเวลาสองปีผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงิน กู้ยืมคืนให้กับกองทุนตามจำนวนระยะเวลาที่และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคระกรรมการ คณะกรรมการจะกำหนดไว้ในระเบียบให้เริ่มคิดดอกเบี้ยนับแต่เวลาใด ภายหลังที่จบการศึกษาหรือ เลิกการศึกษาแล้วก็ได้ แต่อัตราดอกเบี้ยที่คิดต้องไม่เกินอัตราเงินฝากประจำหนึ่งปีของธนาคารออมสิน และ ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยทบต้น ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการจะผ่อนผันให้ผู้กู้เงินยืมชำระตามระยะเวลาที่แตกต่างกันไปจากที่ กำหนดไว้ หรือชะลอการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวตามที่ผู้กู้ขอเป็นราย ๆ หรือเป็นการทั่วไปก็ได้ งานแนะแนวอาชีพและจัดหางาน


118 ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่ชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในกำหนด และไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่อนผัน คณะกรรม การจะกำหนดให้ผู้กู้ยืมเงินต้องเสียเพิ่มอีกไม่เกินร้อยละ 1.5 ต่อเดือนก็ได้ 3. เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษาและเข้าทำงานในสถานที่ใด ผู้กู้ยืมเงินต้องแจ้งที่อยู่สถานที่ทำงานนั้น พร้อมทั้งจำนวนเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับให้ทราบภายในสามสิบวันแต่เริ่มทำงาน ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะติดตามและประสารกับผู้กู้ยืมเงินเพื่อการชำระเงินที่กู้ยืมในการนี้ จะขอความร่วมมือจากนายจ้างให้ช่วยหักเงินเดือน หรือค่าจ้างและนำส่งสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลังก็ได้ ในการที่ผู้กู้ยืมเงินย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงานหรือสถานที่ทำงาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ เงินเดือนหรือค่าจ้าง ผู้กู้เงินต้องแจ้งให้ทราบภายในสามสิบวัน 4. ผู้กู้ยืมเงินจะชำระเงินที่กู้ยืมก่อนเวลา หรือบอกเลิกสัญญากู้เงินเมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือให้ สำนัก ปลัดกระทรวง กระทรวงการคลังทราบ และในกรณีบอกเลิกสัญญากู้ยืมเงินให้ส่งเงินกู้ยืมที่ได้นับคืน ภายในสามสิบวันหรือภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการกำหนด 5. ในกรณีดังต่อไปนี้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลังอาจบอกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และเรียก เงินกู้ยืมที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับไปแล้วคืนให้ทั้งหมดก็ได้ 5.1 เมื่อปรากฏว่าในภายหลังว่าผู้กู้ยืมเงินไม่มีสิทธิกู้ยืมเงิน หรือได้มีการแจ้งข้อความอันเป็น เท็จในสาระสำคัญ 5.2 ผู้กู้ยืมเงินไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงที่ให้ไว้กับสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง 6. ในกรณีผู้กู้ยืมเงินถึงแก่ความตาย ให้หนี้ตามสัญญาผู้กู้ยืมเงินเป็นอันระงับไป ขั้นตอนการกู้เงินกองทุนฯสำหรับนักศึกษาสอบเข้าเรียนใหม่ 1. ขอรับคำร้องขอกู้เงินกองทุนฯได้รับงานแนะแนวหลังจากฟังผลประกาศสอบเข้าเรียนในวิทยาลัย สารพัดช่างน่าน 2. ยื่นคำร้องขอกู้พร้อมเอกสารประกอบตามที่ระบุไว้ในคำร้อง ตามวันเวลา ที่งานแนะแนวกำหนด 3. รับฟังผลประกาศผู้มีสิทธิกู้เงินกองทุนจากคณะกรรมการ งานแนะแนวจะนัดหมายต่อไป 4. ทำสัญญาเงินกู้ตามวัน เวลา ที่งานแนะแนวกำหนด ขั้นตอนการกู้เงินกองทุนสำหรับนักศึกษาเก่าที่ยังไม่เคยกู้ 1. ขอรับคำร้องขอกู้เงินกองทุนฯได้ที่งานแนะแนว 2. ยื่นคำร้องขอกู้ พร้อมเอกสารประกอบตามที่ระบุไว้ในคำร้อง ตามวันเวลา ที่งานแนะแนวกำหนด (ประมาณหลังสอบปลายภาค) 3. รอรับหนังสือเรียกตัวมาทำสัญญาและเปิดบัญชีธนาคาร ขั้นตอนการกู้เงินกองทุนสำหรับนักศึกษาเก่าที่เคยกู้ 1. ขอรับคำร้องกู้เงินกองทุนฯที่งานแนะแนว 2. ยื่นคำร้องขอกู้ (ประมาณ 1 เดือนธันวาคม) 3. ทำสัญญาเงินกู้ต่อเนื่อง (ประมาณเดือนมกราคม) เกณฑ์การพิจารณาผู้มีสิทธิ์กู้เงินกองทุนฯ 1. มีรายได้เฉลี่ยของพ่อและแม่ไม่เกิน 360,000 บาท/ปี 2. มีความประพฤติดี 3. มีผลการเรียนก้าวหน้าและไม่น้อยกว่า 2.00 4. มีสัญชาติไทย


119 5. ไม่ติดสารเสพติด(ในระหว่างกู้เงินแผนกจะตรวจสอบเป็นระยะตลอดปีการศึกษา) เอกสารการขอกู้ยืมเงิน 1. เอกสาร ที่ต้องดำเนินการส่งก่อนส่งสัญญาเงินกู้มีดังนี้ 1.1 กยศ.101-1 แบบคำขอกู้ยืมเงิน 1.2 กยศ.102 หนังสือรับรองรายได้ของครอบครัว 1.3 กยศ.103 หนังสือแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แนะแนว/อาจารย์ที่ปรึกษา 2. สัญญากู้ยืมเงิน จำนวน 3 ฉบับ 3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักศึกษา จำนวน 3 ฉบับ 4. สำเนาทะเบียนบ้านของนักศึกษา จำนวน 3 ฉบับ 5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ค้ำประกัน (พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งที่ค้ำประกัน) จำนวน 3 ฉบับ 6. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน (พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งที่ค้ำประกัน) จำนวน 3 ฉบับ 7. สำเนาหน้าสมุดธนาคาร จำนวน 3 ฉบับ เอกสารทั้งหมดนี้ ต้องเซ็นสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ส่วนสัญญากู้ยืมเงินอีก 3 ฉบับ นักศึกษาจะต้อง นำไปให้ผู้ปกครองลงนามผู้ค้ำประกันในสัญญากฉบับ ระยะเวลาการคืนเงิน กยศ. หลังจากที่นักศึกษา จบการศึกษาไปแล้ว 2 ปี และต้องชำระก่อน วันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปี สามารถชำระได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา


120 การให้บริการของานสวัสดิการพยาบาลและหอพัก 1. ให้สวัสดิการภายในสถานศึกษา - ดำเนินการเกี่ยวกับงานพยาบาลในสถานศึกษา บริการรักษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและ อุบัติเหตุ โดยมีบริการยาไว้ประจำแผนกต่าง ๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษา - บริการด้านโรงอาหาร ดูแลรับผิดชอบด้านร้านอาหาร คุณภาพ และจำหน่ายอาหารราคาถูก ช่วงเวลา 08.15 น. - 10.15 น. ไม่จำหน่ายอาหารให้แก่นักเรียนนักศึกษา เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทำการเรียน การสอน - ส่งเสริมให้ความรู้ด้านสุขภาพ การป้องกันโรคติดต่อ รวมทั้งสารเสพติด - บริการน้ำดื่มที่สะอาดผ่านเครื่องกรองแล้ว ตามจุดต่าง ๆ ในวิทยาลัย - บริการส่งเสริมการทำประกันอุบัติเหตุให้แก่นักเรียน นักศึกษา กรณีนักเรียน นักศึกษาขอรับเงิน ทดแทนให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1. ถ้าได้รับ บาดเจ็บ จาก อุบัติเหตุ ให้ส่งเอกสารขอรับค่าสินไหมทดแทนดังต่อไปนี้ 1.1 แบบเรียกร้องค่าทดแทน 1.2 ใบรับรองแพทย์ 1.3 ใบเสร็จรับเงิน (ต้นฉบับ) 2. ถ้า เสียชีวิต จาก อุบัติเหตุ ให้บิดา - มารดา หรือ ผู้ปกครองส่งเอกสาดังต่อไปนี้ 2.1 แบบเรียกร้องค่าทดแทน 2.2 สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจ ตั้งแต่รับแจ้งเหตุจนสิ้นสุดผลคดี 2.3 สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2.4 หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล 2.5 สำเนาใบมรณะ (รับรองสำเนาถูกต้องด้วย) 2.6 สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียชีวิต (รับรองสำเนาถูกต้อง) เช่น บัตรนักเรียนหรือบัตรที่ทาง ราชการออกให้ หรือ หนังสือรับรองของสถานศึกษาออกให้ 2.7 สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต ที่ระบุคำว่า ตาย (รับรองสำเนาถูกต้อง) 2.8 สำเนาบัตรประจำตัวผู้รับประโยชน์ บิดา มารดา (รับรองสำเนาถูกต้อง) 2.9 สำเนาทะเบียนบ้านผู้รับประโยชน์ บิดา มารดา (รับรองสำเนาถูกต้อง) 2.10 สำเนาทะเบียนสมรสของผู้รับประโยชน์ บิดา มารดา (รับรองสำเนาถูกต้อง) 3. ถ้า สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือ ทุพพลภาพถาวร ส่งเอกสารดังต่อไปนี้ 3.1 แบบเรียกร้องค่าตอบแทน 3.2 ต้นฉบับใบรับรองแพทย์ ที่ระบุชัดเจนว่าอวัยวะสูญเสียไป/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจริง 3.3 หลักฐานการรักษา เช่น ฟิล์ม X-RAY ประวัติคนไข้ 3.4 สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจ 3.6 สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน หรือบัตรประจำตัวอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ หรือหนังสือ รับรองของสถานะภาพการเป็นนักเรียนของสถานศึกษาออกให้ 3.7 สำเนาบัตรประจำตัว และ สำเนาทะเบียนบ้าน ของมารดา หรือ บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย รับรองสำเนาถูกต้องด้วย ในกรณีทุพพลภาพถาวร งานสวัสดิการนักเรียน นักศึกษา


121 2. ดูแลประพฤติสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ตามบ้านเช่าและหอพัก ดำเนินการออก ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำเรื่องที่อยู่ สภาพห้องพัก พื้นที่อาคาร ประสานงานกับผู้ปกครองในกรณีที่นักเรียน นักศึกษา มีปัญหาในการเช่าอาศัย


122


123 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ ----------------------------- โดยที่เห็นสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา ให้มีความเหมาะสมกับการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙” ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิก (๑) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๐ เรื่อง กำหนดปีการศึกษา (๒) คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป ๔๕๘/๒๕๒๗ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๗ เรื่อง กำหนดวันเปิด ปิดภาคเรียนสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (๓) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ เรื่อง การสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว เป็นกรณีพิเศษ (๔) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๓๐ เรื่อง การสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว เนื่องจากเหตุพิเศษหรือสาธารณภัย (๕) คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ อศ ๒๖๑/๒๕๓๓ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๓๓ เรื่อง กำหนดวันเปิด ปิดภารเรียนสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา (๖) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดเรียนและปิดสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๘ (๗) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้ง กับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ ๔ สำหรับสถานศึกษาที่มีกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบกำหนดในเรื่องนี้ไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ให้ ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบนั้น งานทะเบียน


124 ข้อ ๕ ในระเบียบนี้ “กรณีพิเศษ” หมายความว่า กรณีจำเป็นต้องใช้สถานศึกษาเพื่อประชุม สัมมนา ฝึกอบรมจัดสอบ พักแรม จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรหรือกิจกรรมอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ไม่อาจเปิด เรียนได้ตามปกติ “เหตุพิเศษ” หมายความว่า เป็นเหตุที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติสาธารณะ “เลขาธิการ” หมายความรวมถึงอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรม ด้วย “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียนศูนย์การศึกษาพิเศษ ศูนย์การเรียน วิทยาลัย หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของรัฐหรือเอกชน ที่มีอำนาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในในการจัด การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและตามประกาศกระทรวง “หัวหน้าสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ อธิการบดีหรือตำแหน่งที่ เรียกชื่ออย่างอื่นในลักษณะเดียวกัน “นักเรียนและนักศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งกำลังรับการศึกษาอยู่ในสถานศึกษา ข้อ ๖ ในรอบปีการศึกษาหนึ่ง วันเริ่มต้นปีการศึกษา คือวันที่ ๑๖ พฤษภาคม และวันสิ้นปีการศึกษา คือวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ของปีถัดไป ข้อ ๗ ให้สถานศึกษาเปิดและปิดภาคเรียนตามปกติในรอบปีการศึกษาหนึ่งตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ (๑) ภาคเรียนที่หนึ่ง วันเปิดภาคเรียน วันที่ ๑๖ พฤษภาคม วันปิดภาคเรียนวันที่ ๑๑ ตุลาคม (๒) ภาคเรียนที่สอง วันเปิดภาคเรียน วันที่ ๑ พฤศจิกายน วันปิดภาคเรียนวันที่ ๑ เมษายน ของปี ถัดไป สถานศึกษาใดประสงค์จะเปิดและปิดภาคเรียนแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งให้ส่วน ราชการเจ้าสังกัดเป็นผู้กำหนดตามที่เห็นสมควร ข้อ ๘ ผู้มีอำนาจสั่งปิดสถานศึกษาเป็นกรณีพิเศษ คือ (๑) หัวหน้าสถานศึกษา สั่งปิดได้ไม่เกินเจ็ดวัน (๒) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ขอต่อส่วนราชการเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น เมื่อได้สั่งปิดสถานศึกษาไปแล้ว สถานศึกษาต้องทำการสอนชดเชยให้ครบตามจำนวนวันที่ปิดนั้น ข้อ ๙ การปิดสถานศึกษาเนื่องจากเหตุพิเศษ ให้สั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว เพื่อระงับเหตุหรือเพื่อ ป้องกันภยันตรายอันอาจจะเกิดขึ้น โดยให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) หัวหน้าสถานศึกษาสั่งปิดได้ไม่เกินสิบห้าวัน (2) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สั่งปิดได้ไม่เกินสามสิบวัน ส่วนสถานศึกษาที่ไม่ได้สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ขอต่อส่วนราชการเหนือชั้นไปหนึ่งชั้น เมื่อได้สั่งปิดสถานศึกษาไปแล้ว สถานศึกษาต้องทำการสอนชดเชยให้ครบตามจำนวนที่ปิดนั้น ข้อ 10 เมื่อผู้มีอำนาจสั่งปิดสถานศึกษา ตามข้อ 9 ได้สั่งปิดสถานศึกษาไปแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่สงบหรือมีเหตุจำเป็นที่จะต้องสั่งปิดต่อไปอีก ให้อยู่ในดุลยพินิจหัวหน้าสถานศึกษา ข้อ 11 ในระหว่างปิดสถานศึกษาชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษตามข้อ 8 หรือในระหว่างปิดสถานศึกษา ชั่วคราวเนื่องจากเหตุพิเศษตามข้อ 9 หัวหน้าสถานศึกษาอาจสั่งให้ครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ประจำ สถานศึกษานั้นๆ มาปฏิบัติงานตามปกติหรือตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายก็ได้ ข้อ 12 การปิดสถานศึกษาชั่วคราวให้ทำคำสั่งเป็นหนังสือ เว้นแต่การสั่งด้วยวาจาหรือการสั่งโดยการ สื่อความหมายในรูปแบบอื่น เมื่อผู้มีอำนาจได้สั่งปิดสถานศึกษา แล้วให้ทำคำสั่งเป็นหนังสือภายในสามวันนับ แต่วันที่สั่งการด้วยวาจาหรือสั่งโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่น


125 ข้อ 13 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ 2549 (คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


126


127


Click to View FlipBook Version